Login | Register
Forgot your password?

A password will be emailed to you.

คุยกับนางเอกแก้มยุ้ย (วันวาน) – ตุ้ยนุ้ย (วันนี้) พี่จิ๋ม ลลนา สุลาวัลย์

ลลนา สุลาวัลย์ช่วงนี้ชักได้ยิงเสียงเพลง ชูวับ ชูวับ บ่อยขึ้นบนหน้าปัดวิทยุ รุ่นเด็กๆ คงไม่ค่อยคุ้น แต่งานนี้รุ่นเด็กมีงง เพราะรุ่นพ่อ รุ่นอา รองตามกันได้เป็นแถว ก็มันเป็นเพลงสุดฮิดจากหนังเรื่องวัยอลวนนี่ แค่นี้ก็เป็นการการันตีได้แล้วว่า สมัยก่อนหนังอย่างวัยอลวนนั้นดังขนาดไหน พอคิดถึงเพลงก็นึกถึงหนัง แล้วก็อดนึกถึงพระเอกนางเอกรุ่น โน้น ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ได้ว่าเดี๋ยวนี้เขาเป็นไงกันบ้าง ฝ่ายพระเอก พี่เอ๋ ไพโรจน์ สังวริบุตร (จริงๆ ต้องเรียกน้าหรืออาแล้วมั้ง) นี่ยังไม่เท่าไหร่เพราะยังเล่นหนังเล่นละครให้แฟนๆ เห็นหน้ากันบ่อยๆ ส่วนที่ไม่ค่อยได้ข่าวก็คือฝ่ายนางเอกน่ารักแก้มยุ้ยในอดีต (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นน่ารักตุ้ยนุ้ย) พี่จิ๋ม ลลนา สุลาวัลย์ มาพบเจอพี่แกอีกทีก็เมื่อมีข่าว วัยอลวล 4 ตั้มโอ๋รีเทิร์น นี่แหละ ได้โอกาสดีอย่างนี้เราเลยขอเข้าไปพูดคุยกับพี่จิ๋มถึงเรื่องราวต่างๆ และวัยอลวน4 กันซักหน่อย

พี่ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยว่าก่อนมาเล่น วัยอลวน4 นี่ พี่ทำไรอยู่

พี่เปิดร้านอาหารเล็กๆอยู่ที่หาดใหญ่ ช่วงนี้ปิด ลูกจ้างหนีแล้ว มาทำงานนี้ลูกจ้างไม่มีกิน กลับไปนี่ก็ต้องไปหาใหม่เลยนะ เป็นร้านอาหารตามสั่ง อาหารไทย มีอาหารฝรั่งปนด้วย รอหนังจบแล้วก็จะกลับ คือทำอาหารเองเลยไม่กลัวเรื่องหาแม่ครัว แต่จะกลัวเรื่องคนช่วยเพราะหายาก คนใต้เค้าไม่ค่อยเป็นลูกจ้างใคร เค้ามีสวนยาง เค้ามีเงิน

สมัยก่อนเวลาหนังจะเขาฉายนี่มีรอบทดลองก่อนหรือเปล่า ทำไมมั่นใจว่าหนังอย่างวัยอลวนจะฮิด

ตอนนั้น วัยอลวน ก่อนหนังจะฉายโรงใหญ่เค้าไปฉายโรงเล็กก่อนนะ เค้าจะเชิญพวกนักเรียน แต่ละโรงเรียนมาดูฟรี เพื่อจะดูว่ากระแสของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร ซึ่งก็เป็นเฉพาะหนังเรื่องนี้ที่ต้องเทสต์แบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า พอคนดูดูเสร็จก็ตบมือกัน ก็โอเค พอหนังได้ฉายช่วงนั้นเป็นช่วง 14 ตุลาฯ พอดี คนก็กำลังเครียดกัน พอไปดูก็รู้สึกสบายใจ มีแต่รอยยิ้มออกมา ออกมาก็มีความสุข และเป็นหนังไทยที่เข้าที่สยาม สการ์ล่า ลิโด้ พร้อมๆกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านั้นแต่ละโรงก็จะฉายคนละเรื่องกัน แต่พอหนังเราเข้าที่สยามก็ฉายหนังเราหมดทุกโรง คนที่ดูก็เป็นวัยรุ่น แต่ก็มีผู้ใหญ่ด้วย เพราะมันเป็นหนังครอบครัวที่สนุก เหมาะกับทุกวัย ส่วนที่หนังฮิดนี่ก็น่าจะมาจากสมัยนั้นไม่มีหนังเด็กสไตล์วัยรุ่นออกมาเลย คือมาจากความเป็นเด็ก เป็นหนังที่มีความอบอุ่นทางด้านครอบครัว และความรักที่เป็นแบบธรรมชาติ ไม่มีการจับไม้จับมือ เป็นแค่มองตากันก็รู้แล้วว่ารู้สึกอย่างไร ก็ให้ความรู้สึกว่ารักกันแล้ว เป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์จริงๆ แล้วก็มีความแตกต่างกับหนังเรื่องอื่นๆคือ ดาราจะเด็กหมด เพราะว่าก่อนหน้านั้นจะมีก็แต่ มิตร- เพชรา , สมบัติ-อรัญญา, ภาวนา –ยอดชาย แต่อันนี้มันเป็นพระเอก –นางเอกที่อายุน้อย อายุประมาณ 16 ปี และก็พระเอกแต่ก่อนก็จะแมน ล่ำ เป็นนักกล้าม มาเจอพระเอก ไพโรจน์ ที่ผอม มันก็สร้างความแตกต่างมาก

แล้วพี่เข้ามาเล่นวัยอลวนได้อย่างไงครับ

ตอนนั้นบังเอิญมีผู้ใหญ่ที่นับถือเป็นเพื่อนกับ อาเปี๊ยก โปสเตอร์ แล้วพอดีวันนึงเข้าไปหากัน เลยไปเจออาเปี๊ยกพอดี ตอนนั้นเค้ากำลังรับสมัครดาราวัยรุ่น เค้าก็สนใจ เรียกเราไปเทสต์หน้ากล้อง เราก็ไปอย่างนั้นเอง ก็ไม่คิดว่าจะเลือกเรา เพราะจริงๆ แล้วเราเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยที่กล้าแสดงออกเท่าไหร่ พอดีผู้ใหญ่ให้ไปก็ไป แล้วเค้าก็เลือกเรา เราก็แบบว่าจะเล่นได้มั้ยเนี่ย ตื่นเต้น กลัวด้วย เพราะเราไม่เคยเลย

สมัยโน้นมีสอนการแสดง หรือ เวิร์คชอบ เหมือนสมัยนี้หรือเปล่า

ของอาเปี๊ยกนี่ ก่อนเล่นก็ต้องเข้าไปออฟฟิศทุกวัน ไปแล้วก็จะมีบทให้ท่อง ให้ดูบท ก่อนถ่ายก็ต้องมีสคริปให้เราดู ซึ่งสมัยก่อนหนังจะไม่มีสคริป หนังคนอื่นไม่มีสคริป คือจะเป็นการบอกสด ของอาเปี๊ยกก็บอกสดเหมือนกัน แต่จะมีสคริปให้เราอ่านก่อน และของอาเปี๊ยกก็จะมีสตอรี่บอร์ดด้วย ซึ่งเป็นเฉพาะตัวของอา ที่หนังเรื่องอื่นไม่มี

วัยอลวนภาคไหนที่คิดว่าดังที่สุด

คิดว่าเป็นภาค 2 นะ เพราะในภาคนี้มีเต้นบัมพ์ด้วย และเนื้อเรื่องก็จะสนุกสนานเข้มข้น

มาถึงตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้างที่มีวัยอลวนต่อภาค4

เป็นอะไรที่งงมาก แม่ก็ต้องเปลี่ยนไป ไหนจะอายุ ไหนจะร่างกาย แต่คนที่สร้างเป็นอะไรที่รักวัยอลวน ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ หรือคนสร้าง เราก็รู้สึกดีใจ อยากเล่น

แล้วรู้สึกอย่างไรที่ตอนนี้เราต้องมาเล่นเป็นแม่แล้ว ไม่ใช่เล่นเป็นวัยรุ่นเหมือนแต่ก่อน

ก็เหมือนเดิม โอ๋ จะเหมือนเดิม แต่ที่จะเปลี่ยนคือ หน้าตา หุ่น อายุ แต่คาแร็คเตอร์ก็ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นขี้งอน ยังหึง แต่ก็ไม่เชิงหึงมาก เป็นเพราะตั้มเป็นคนขี้เล่น ทำให้เราระแวง แต่ก็เป็นผู้ใหญ่แบบน่ารักๆ เป็นแม่บ้าน ชอบทำขนม ทำกับข้าว

มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ที่ต้องกลับมาแสดงอีกครั้ง

ตอนแรกก็คุยกับผู้กำกับว่า “จิ๋มอ้วนอย่างนี้ จะทำยังไงดี ต้องลดน้ำหนักมั้ย” เค้าก็บอกว่าไม่ต้อง ให้เป็นแม่อ้วนๆ อย่างนี้แหละ คือจิ๋มเป็นยังไง ก็ให้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะว่าเค้าต้องการให้เป็นแม่ที่อบอุ่น และให้ความรักกับลูก แต่แม่ก็จะแต่งตัวด้วย ก็เลยไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ กลัวอย่างเดียวเรื่องจำบทไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เล่นมานานแล้ว คิดว่าท่องบทต้องเป๊ะๆ เลย แต่พี่เอ๋ก็บอกไม่ต้อง ดูกันเหนียวไว้ก็ดี พยายามจำข้อมูลในฉากนี้ไว้ แล้วเป็นคำพูดของเราบ้าง มันก็ค่อยๆดีขึ้น พอทำได้แล้ว เลยไม่ค่อยเครียดแล้ว

คาแร็คเตอร์ที่เล่นแตกต่างจากตัวจริงมากน้อยแค่ไหน

เป็นตัวเองเลย เล่นแบบสบายๆ อย่างจิ๋มเองจริงๆ ก็เป็นคนขี้หึงนะ ขี้งอนด้วย แต่พอเราอายุมากขึ้น ตรงนั้นก็ไม่ค่อยมีแล้ว เราผ่านชีวิตมาเยอะแล้ว เข้าใจชีวิตมากขึ้น เพราะว่าเราไม่ใช่เด็กแล้ว คือกว่าจะผ่านมาตรงนี้ได้ต้องรับได้หมดแล้ว

ตั้งแต่เล่นหนังเมื่อ 20 ปีที่แล้วถึงตอนนี้ การถ่ายทำแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

แตกต่างกันมาก เดี๋ยวนี้ละเอียดไปหมด ทุกอย่างคุณภาพมาก การทำงานเร็วกว่าเยอะ มีการเตรียมพร้อมหมด ทุกหน้าที่ ทุกฝ่ายมีหมด มีคนเยอะและมีอุปกรณ์เยอะกว่า ทีมงานก็เป็นเด็กรุ่นใหม่ซึ่งไฟแรง แต่ในกองถ่ายนี่มีความสุขมาก อิ่มหนำสำราญ เหมือนมาเที่ยว ไม่เหมือนมาทำงาน

แล้วกับนักแสดงที่แสดงเป็นลูกนี่ เป็นอย่างไรบ้าง

น่ารักทั้งคู่ น้องเมย์คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท นี่เก่ง เวลาทำอะไรก็ดูคล่องตัว คิดว่าในอนาคตดังแน่ ครั้งแรกที่เล่นด้วยกันก็ถือว่าโอเคเลยนะ ส่วน แชมป์วศิษฎ์ ผ่องโสภา นี่ตลกดี ก็จะมีคนมาแหย่อยู่เรื่อย เพราะเป็นเด็กเล็กสุด ชอบทำอะไรเปิ่นๆอยู่เรื่อย คนก็จะคอยแกล้ง แต่ก็โอเค ยังจะติดอายๆ แต่ก็น่ารัก ยังใหม่อยู่เลยเขินๆ แต่เด็กทุกคนก็มีสัมมาคารวะดี

พูดถึงฉากบั้มพ์ ซึ่งเป็นฉากเด็ดหน่อยว่าเป็นอย่างไร เพราะวัยขนาดนี้แล้ว

โอ้โฮ…เป็นอะไรที่จำท่าไม่ค่อยได้มากกว่าเค้าเพื่อน เพราะไหนจะต้องจำท่าเต้นรวม จำท่าดิสโก้ด้วย ท่าบั้มพ์ด้วย และเราก็ทิ้งมานานแล้ว อายุเราก็มาก ความจำก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้ว แต่ฉากนี้ก็ดีค่ะ สนุกดี เหมือนย้อนเวลากลับไปได้บัมพ์กันใหม่

คาดหวังกับหนังเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

คงไม่คาดหวังอะไรมาก เพียงอยากให้คนดูไปดู และให้กำลังใจ อยากให้ประสบความสำเร็จเพราะหนังเรื่องนี้ไม่มีพิษภัยต่อคนดู ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก ดูแล้วก็จะสนุก มีคติให้คิดด้วย หวังว่าอยากให้มีการต้อนรับอย่างเต็มที่

ก็ต้องขอบคุณสำหรับการพูดคุยในวันนั้นนะครับ พี่จิ๋ม แม้ผมจะจำได้บ้างไม่ได้บ้างกับบทบาดของพี่สมัยก่อน แต่ภาพสวยๆ ของพี่ที่ผมได้เคยเห็นก็ทำให้ผมรู้ว่า ทำไมพี่กับทุกสิ่งในหนังเรื่องวัยอลวนถึงเป็นหนังในใจของหลายๆ คน เอาเป็นว่าผมขอเป็นกำลังใจให้อีกคนกับผลงานใหม่ วัยอลวน 4 ครั้งนี้ และก็หวังว่าพี่เขาจะมีผลงานอื่นๆ ให้เราชมกันอีกนะครับ

Leave a Comment