Forgot your password?

A password will be emailed to you.

Our Rating
Your Rating

ด้วยเกล้า

ด้วยเกล้า (2530)
 
ความรู้สึกหนึ่งที่เรามีร่วมกัน
โปรดเกล้าฯพระราชทาน 9 เพลงพระราชนิพนธ์
ด้วยเกล้า
ระบบซาวด์ออนฟิล์ม
ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น เสนอ
สันติสุข พรหมศิริ จินตหรา สุขพัฒน์
จรัล มโนเพ็ชร เป็น “เสาคำ”
นฤมล นิลวรรณ, ไกรลาศ เกรียงไกร, โรม อิศรา,
กฤษณ์ ศุกระมงคล, ต่อลาภ กำพุศิริ
ดารารับเชิญ ชาลี อินทรวิจิตร
และขอแนะนำ จิราภัทร์ สารภีเพ็ชร,
อนุชาต สุวรรณเนตร, ศศิวิมล ศรีสง่า, วิสิษฏ์ เผ่าสุวรรณ,
เรืองฤทธิ์ บัวลอย, ด.ช.พรพรหม ทะคำสอน
สายจรูญ เอี่ยมพึ่งพร ดำเนินงาน
ประเสริฐ กมลวาทิน, วีรพงศ์ ธาราศิลป์ ผู้จัดการกองถ่ายทำ
ชัชวรินทร์ คล้ายนาค ประสานงาน
พิพัฒน์ พยัคฆะ ถ่ายภาพ
พูนศักดิ์ อุทัยพันธ์ ลำดับภาพ
ชาย คงกระโทก บันทึกเสียง
เจดีย์ ศุภกาญจน์ กำกับเทคนิค
กฤษพงษ์ หาญวิริยะกิติชัย ออกแบบและสร้างฉาก
ศรัญยา สุภารัตน์ แต่งกาย
บริษัทอ็มทีไอจำกัด แต่งหน้า
คมสัน ตรีพงศ์ กำกับบท
กฤษณพงษ์ นาคธน ช่วยกำกับการแสดง
เจริญ เอี่ยมพึ่งพร อำนวยการสร้าง
บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เขียนบทและกำกับ
-ใบปิดวาดโดย ทองดี

– ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 40 ปี ในปี พ.ศ. 2529 และพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๐
–  เพลงพระราชนิพนธ์ จำนวน 9 เพลงมาใช้ในเรื่องคือ สายฝน, ลมหนาว, ชะตาชีวิต, อาทิตย์อับแสง, ยามเย็น, แสงเดือน, แสงเทียน, ใกล้รุ่ง และ ยิ้มสู้

ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง 2 รางวัลคือ
  1. ภาพยนตร์เกียรติยศแนวสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม
  2. รางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ 4 รางวัลคือ

  1. ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  2. นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม – จรัล มโนเพ็ชร
  3. บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม-บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
  4. ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม-หม่อมหลวงอัศนี ปราโมชและดำรงค์ ธรรมพิทักษ์

ด้วยเกล้า : เรารักพระเจ้าอยู่หัว
เขียนโดย Obelisk
ศุกร์, 16 มิถุนายน 2006

มีผลวิจัยสำรวจออกมาว่า เดือนมิถุนายน 2549 ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ เป็นห้วงเวลาที่ประชาชนคนไทยมีความสุขเป็นล้นพ้น เหตุเพราะตั้งแต่ 9 มิถุนายน 2549 เป็นต้นมา คนไทยได้ร่วมซาบซึ้งความรู้สึกจงรักภักดีร่วมกัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช องค์ในหลวงของเรา ฉลองสิริราชย์สมบัติครบ 60 ปี

หกสิบปีที่พระองค์ท่านไม่ได้เสวยสุขเพื่อพระองค์เอง หากแต่เป็นหกสิบปีที่พระองค์ได้ทรงงานอย่างตรากตรำเพื่อปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข

หนังไทยเรื่อง “ด้วยเกล้า” ได้เทิดพระเกียรติพระองค์ท่านไว้อย่างเทิดทูน ด้วยการถ่ายทอดสภาพชีวิตชาวนาต่างจังหวัดที่สุดลำเค็ญ เมื่อต้องฝากลมหายใจแห่งชีวิตทั้งครอบครัวแขวนไว้กับความโลเลไม่แน่นอนของฤดูกาล นั่นคือที่มาของหนึ่งในโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง”

เมื่อในหลวงท่านทรงตระหนักดีว่า ชาวนาไทยต้องพึ่งพาอาศัยฝนฟ้าเพื่อทำเกษตรกรรม เมื่อฝนแล้ง วิถีเติบโตของเมล็ดข้าวก็สะดุด ชีวิตของชาวนาก็ชะงักงันเช่นเดียวกัน

หลังจากที่ เสาคำ (จรัล มโนเพ็ชร) เข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เขากลับมาบ้านด้วยหัวใจอันพองโต ในอุ้งมือกำเมล็ดข้าวของในหลวง ที่พระยาแรกนาขวัญโปรยปราย เมล็ดข้าวของในหลวงเป็นทั้งมงคลสูงสุดของชีวิตและเป็นข้าวพันธุ์ดีที่พระราชทานให้ชาวนาได้เอามาปลูกต่อ หนานคำเก็บไว้ลงบนพื้นที่ที่ดีที่สุด ให้ต้นข้าวได้เติบโตขึ้นตามที่ในหลวงท่านมีพระประสงค์จะให้เป็น

10 ปีผ่านไป หนานคำยังคงยืนหยัดต่อสู้กับสภาพดินฟ้าอากาศที่โหดร้าย ดินแห้งแตกระแหง ฝนแล้งมายาวนาน ลูกชายคนหนึ่งได้เป็นนักเรียนทุนของในหลวง แล้วกลับมาสนองคุณท่าน ทำงานในโครงการพระราชดำริ

โครงการของพระองค์ท่านทำให้เกิดระบบการจัดการสหกรณ์ ที่เข้าช่วยเหลือสภาพคล่องทางการเงินของชาวนา พระองค์มีวิธีการเอาชนะธรรมชาติแห่งความแห้งแล้ง ด้วยฝนหลวงจากกระบวนการวิทยาศาสตร์ ลูกชายคนนั้นบอกหนานคำว่า นั่นไม่ใช่แค่น้ำฝนธรรมดา แต่นั่นคือน้ำพระทัยจากในหลวงที่พร่างพรมโรยรดบนความทุกข์ของคนไทย ให้ผ่อน ให้คลาย ให้ทุเลาเบาบางลง

ทุกคนยังคงซื่อสัตย์ที่จะศรัทธาต่อพระองค์ แม้อยู่บนความเจ็บปวดทั้งจากสภาพอากาศ และบนความโหดร้ายของจิตใจคนไทยด้วยกัน

ความศรัทธาไม่อาจเสื่อมสลายลงได้ ดินแยกแตกระแหงไม่มีน้ำ แต่ใจยังชุ่มฉ่ำปีติที่มีในหลวงอยู่

แม้ประชาชนคนไทยหลายล้านคน จะกระจายตัวอยู่ในท้องที่ต่าง ๆ ห่งไกลไปจากพระตำหนักของพระองค์ท่าน แต่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ก็ล้วนแต่เป็นการลงไปหาประชาชนของพระองค์ด้วยพระองค์เอง พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ทรงลงไปรับฟังทุกความทุกข์ยากของประชาชน

ภาพการถ่ายทอดสดเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระสีหบัญชร เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ท่ามกลางประชาชนที่พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง หลาย ๆ คนหลั่งน้ำตาด้วยความปิติสุขขอย่างเหลือล้นเมื่อได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่าน หลาย ๆ ชีวิตตรงนั้นต่างแซ่ซ้องสรรเสริญด้วยคำว่า “ทรงพระเจริญ” และอีกหลาย ๆ คนที่ได้แต่เพียงจ้องมองผ่านจอโทรทัศน์ก็ร่วมรับความรู้สึกอันแรงกล้านั้น รู้สึกถึงความตื้นตัน น้ำต่เอ่อท้นที่ได้เห็นภาพมหัศจรรย์นั้น เราคนไทยช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาบนประเทศนี้

ฉันไม่เคยเห็นเหตุการณ์ที่คนไทยทำอะไรด้วย “ใจ” โดยพร้อมเพรียงกันขนาดนี้ ต่อให้มีกฎข้อบังคับ นิสัยคนไทยก็เลือกที่จะทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ทำอย่างเสียไม่ได้บ้าง แต่วันนั้น ทุกคนมีใจร่วมกัน รักในองค์พระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวกัน ร่วมทำความปลาบปลื้มในสิ่งเดียวกัน

สะพานมิสกวัน และบริเวณถนนแถวนั้นที่ครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คนไทยใช้เป็นสถานที่โยนบาปกัน ประหัตประหารฆ่ากันให้ตายลง โค่นทำลายความสามัคคี แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ครานั้น บนถนนแห่งนั้นเต็มไปด้วยความร้อนระอุแห่งความโกรธเกรี้ยวกันทั้งสองฝ่าย

พระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของปวงชนชาวไทย

ผ่านไปสิบกว่าปี หนานคำบรรจงเกี่ยวข้าวที่คราหนึ่งนั้นเคยเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์จากในหลวง หอบ “ข้าวของท่าน” รวงงามนั้น ทูนไว้ถวายพระองค์ท่าน ยามเมื่อท่านเสด็จผ่าน ให้ท่านได้ทรงทอดพระเนตรเห็น ไม่ต่างจากภาพคนไทยที่ก้มกราบน้อมถวายความจงรักภักดีให้พ่อเห็น สิ่งที่พ่อได้ให้ไว้กับคนไทย เราถวายคืนด้วย “ความจงรักภักดี” ต่อพระองค์ท่านชั่วชีวิตทั้งกาย วาจา ใจ

ฉันไม่รู้ว่าชีวิตหลังความตาย จะมีสวรรค์-นรก รออยู่จริงหรือไม่

ตอนนี้ฉันยังมีลมหายใจ ฉันรับรู้เพียงว่า บนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ร่มพระบารมีของในหลวงท่านคือ สวรรค์บนโลกมนุษย์ของคนไทยทุกคน

เป็นบุญแห่งชีวิตที่ได้เกิดมาในยุคสมัยของพระองค์ท่านแบบนี้

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ฉันรักในหลวง เราทุกคนรักในหลวง

 

Reviewed by admin on 09 June 2018

Leave a Comment

%d bloggers like this: