Login | Register
Forgot your password?

A password will be emailed to you.

Our Rating
Your Rating

บอดี้ ศพ # 19

บอดี้ ศพ # 19

บอดี้ศพ19

“ชลสิทธิ์” นักศึกษาแพทย์ที่มักจะฝันซ้ำ ๆ กันทุกคืนถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกฆ่าหั่นศพโดยชายนิรนาม ในฝันเขาเหมือนเป็นผู้สังเกตการณ์ แต่ในความเป็นจริง ผลสะท้อนของความฝันนั้นร้ายแรงจนถึงขั้นกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเขา ประหนึ่งเขาตกเป็นเหยื่อที่ถูกฆ่าหั่นศพนั้นเสียเอง

เขาจำเป็นต้องพึ่งความช่วยเหลือจากจิตแพทย์สาว ที่ดูจะให้ความสนใจรักษาเป็นพิเศษ เพราะเธอเองก็เพิ่งเคยเจอเคสที่ยากที่สุดเท่าที่เคยรักษามา

ชลสิทธิ์เชื่อว่า เหยื่อสาวที่เขาเคยพบตัวจริงเพียงครั้งเดียวนี้ต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่างผ่านทางฝันของเขา

แต่ดูเหมือนว่าสารนั้นจะไม่ได้ส่งตรงถึงเขา แต่มันตั้งใจพุ่งสะท้อนไปที่ตัวฆาตกรว่า “ฉันยังอยู่ที่นี่”

ทีมงานสร้าง : สยองขวัญ ไซโค-ฮอร์เรอร์ (แนวภาพยนตร์) / จีเอ็มเอ็ม-ไท-หับ (บริษัทผู้สร้าง-จัดจำหน่าย) / บริษัท จอกว้าง ฟิล์ม จำกัด (ดำเนินงานสร้าง) / ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, บุษบา ดาวเรือง, วิสูตร พูลวรลักษณ์, จินา โอสถศิลป (อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร) / ยงยุทธ ทองกองทุน, จิระ มะลิกุล, เช่นชนนี สุนทรศารทูล, สุวิมล เตชะสุปินัน (อำนวยการสร้าง) / ปวีณ ภูริจิตปัญญา (ผู้กำกับภาพยนตร์) / ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ (บทภาพยนตร์) / รสสุคนธ์ กองเกตุ, ภาณุรักษ์ อังษุสิงห์ (คัดเลือกนักแสดง) / สมบุญ โพธิ์พิทักษ์กุล (กำกับภาพ) / บริษัท เซ็นต์ อาร์ต จำกัด (ออกแบบงานสร้าง) / ปวีณ ภูริจิตปัญญา, บูลย์ศักดิ์ วัธนวิสิต, สุรวุฒิ ตุงคะรักษ์ (ลำดับภาพ) / ปรียนันท์ นาคสีหมอก (ออกแบบเครื่องแต่งกาย) / ห้องเสียงกันตนา (ออกแบบเสียงและบันทึกเสียง), Banana Team (ดนตรีประกอบ), เพลงคิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว-สุทธาศินี พุทธินันท์ (เพลงประกอบภาพยนตร์), DIGITAL MAGIC Group (Visual Effects and Animation)

นักแสดง:

อารักษ์ อมรศุภสิริ …. เป้
อรจิรา แหลมวิไล …. เอ๋
กฤตธีรา อินพรวิจิตร …. หมออุษา
ภัทรวรินทร์ ทิมกุล …. ดาราราย
ปลาย ปรเมศร์

 

ฟังความจริงจากตู้หมายเลข 19

จากข้อมูลของบริษัทอุปกรณ์ทางการแพทย์ระบุว่า ตู้เก็บศพแบบมาตรฐานจะมีลักษณะเป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 240 ซม. กว้าง 90 ซม. และสูง 80 ซม. ภายในมีหลอดไฟเล็ก ๆ ที่จะสว่างขึ้นเมื่อฝาตู้เปิดออกแบบเดียวกับประตูตู้เย็น

…ชล (อารักษ์ อมรศุภศิริ – เป้ วงเสลอ) ไม่ได้นอนมาแล้วเกือบอาทิตย์ เขาไม่อยาก ไม่กล้าและไม่อาจข่มตานอน เพราะยามใดก็ตามที่เผลอหลับตา ชลจะฝันเห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร จำได้แค่ว่าเขาเคยสบตาผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้โดยบังเอิญครั้งหนึ่งในร้านอาหาร ในฝันเธอกรีดร้องให้เขาทำอะไรบางอย่าง…และเขาคงไม่มีวันหยุดฝันร้าย ถ้าไม่ทำตามคำสั่งของเธอ

วัสดุพื้นถาดรองร่างมีให้เลือกทั้งแบบบุนวมและแบบเหล็กสแตนเลส ส่วนประตูดึงถาดสไลด์นั้นชนิดทางยาวเป็นที่นิยมกว่าทางขวางเนื่องจากประหยัดเนื้อที่

…อาการของชลทำให้ เอ๋ (อรจิรา แหลมวิไล) พี่สาวซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดบังคับให้เขาเข้ารับการบำบัด ชลเล่าให้ อุษา (กฤตธีรา อินพรวิจิตร) จิตแพทย์ของเขาฟังว่า ทุกครั้งที่ฝันเขาจะรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นเหยื่อฆาตกรรมเสียเอง สัมผัสในวินาทีที่อวัยวะโดนทิ่มแทง แรงกระตุกของลมหายใจเมื่อวิญญาณหลุดจากร่าง ความทรงจำอันเจ็บปวดค่อย ๆ ชำแรกเข้าครอบงำสมองของชล…หรือเขากำลังจะเป็นบ้า

ขนาดของตู้มีหลากหลาย ตั้งแต่ขนาดบรรจุ 2 ศพถึง 20 ศพ แต่ห้ามเด็ดขาดสำหรับแบบฮันนีมูนซีท

…ด้วยร่องรอยเพียงน้อยนิดของผู้หญิงในฝัน มันนำชลไปสู่ตู้เก็บศพหมายเลข 19 ชลพยายามจะพิสูจน์กับเอ๋ว่าเขาไม่ได้บ้าไปเอง และความลับในตู้ใบนั้นเท่านั้นที่จะยืนยันได้ ในขณะที่ยิ่งอุษารักษาชลนานเข้าเธอก็เริ่มสงสัยว่า ชลอาจเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว นับแต่เขาก้าวเข้ามาเป็นคนไข้ของเธอ

อุณหภูมิตู้ควบคุมทั่วไปอยู่ที่ 38 องศาฟาเรนไฮห์ หรือ 3 องศาเซลเซียส

…ภายในตู้หมายเลข 19 ร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่ง นอนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่ที่ทั้งแคบ มืดมิดและหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจ เธอกำลังร่ำร้องหาใครบางคน…ด้วยความคิดถึง แต่มันเป็นความคิดถึงที่คุกรุ่นไปด้วยแรงแค้น แค้นที่ต้องมานอนอยู่ในตู้ใบนี้คนเดียว

…เธอกำลังกระซิบผ่านชลไปยังใครคนนั้นว่า “กูคิดถึงมึง”

…เพราะเกิดมาเป็นคนมีจินตนาการดุเดือดตั้งแต่เป็นตัวอ่อน แถมยังหอบความห่ามทางด้านไอเดียออกมาจากท้องแม่ตั้งแต่หมอจรดกรรไกรตัดสายสะดือ เติบโตมาพร้อมกับการทดลองเทคนิคต่าง ๆ ในผลงานของตัวเองตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาจนกระทั่งเริ่มทำงานชิ้นแรก จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้วงการหนังไทยจะได้ชมผลงานภาพยนตร์ สยองขวัญ ไซโค-ฮอร์เรอร์ ที่มี Visual Shot โค..ตรตื่นตะลึง เรื่อง บอดี้…ศพ#19 ของ กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา ผู้กำกับหน้าใหม่ แต่เก๋า..โค..ตร ในวงการมิวสิควิดีโอ การันตีด้วยรางวัลจากเวที MTV Asia Awards และอีกหลายๆ รางวัลที่มีจำนวนมากพอ ๆ กับโมเดลสัตว์ประหลาดที่เขาชื่นชอบ ด้วยความที่เป็นคนชอบคิด ชอบทดลองและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆเสมอ ทำให้ บอดี้…ศพ#19 ถูกบรรจุความแปลกล้ำนำสมัยไว้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นการทำ CG (Computer Graphic) ที่ได้บริษัทชั้นนำอย่าง DM (Digital Magic) มาช่วยเพิ่มดีกรีความเนียน บวกกับมุมมองการถ่ายทำที่ทันสมัย แปลกใหม่ของผู้กำกับ ทำให้หลาย Shots สมจริงและน่าสะพรึงกลัวเหนือจินตนาการ

“ผมคิดว่าคนที่ได้ดูเรื่อง บอดี้…ศพ#19 จะรู้สึกเหมือนการเข้าไปเที่ยวในสวนสนุกและเลือกเล่นรถไฟเหาะ แต่เป็นรถไฟเหาะที่พุ่งเข้าไปในบ้านผีสิง เพราะมันจะมีทั้งความน่าตื่นเต้น มีทั้งความน่ากลัวในเวลาเดียวกัน และจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์อยู่ตลอดทั้งเรื่อง ห้ามกะพริบตา ห้ามปิดตา ห้ามลุกไปฉี่ เพราะแค่คุณเอามือปิดตาอาจจะพลาดหนังทั้งเรื่องไปเลยก็ได้”

 

บอดี้…ศพ#19 เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ ชลสิทธ์ เขาฝันถึงเหตุการณ์อะไรบางอย่างซ้ำๆทุกครั้งที่หลับตาลง ได้ยินประโยคซ้ำ ๆ จากคนที่เขาไม่เคยรู้จักหน้าค่าตามาก่อนและพูดถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกว่าต้องหาคำตอบให้กับเรื่องนี้ แต่ไม่สามารถประติดประต่อเรื่องราวเหล่านั้นได้ เขาจึงพยายามที่จะประติดประต่อมันจากภาพในหัว โดยที่เขาจะมีวีธีต่าง ๆ ที่จะเข้าไปค้นหาปริศนาเหล่านั้น แต่ระหว่างทางที่จะนำไปสู่คำตอบ เขาก็จะเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมากมายเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาเพราะว่าภาพที่เกิดขึ้นมันเป็นภาพที่ไม่สามารถอธิบายได้ มันเป็นภาพของการฆาตกรรม มีเลือด มีผี มีศพ เข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวละครตัวนี้เป็นเหมือนคนที่ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว อยู่ ๆ ก็เหมือนถูกมัดมือชกให้ดิ้นไปไหนไม่ได้ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเริ่มรู้สึกไม่ไหวเพราะว่าเรื่องนี้เข้ามาคุกคามชีวิตเขามากเกินไปจนทำให้เขาเริ่มทำร้ายคนรอบข้าง ในที่สุดเขาต้องลุกขึ้นมาหาความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาให้ได้ เขาก็เลยเลือกที่จะไปพบจิตแพทย์ เพื่อรักษาอาการ

…พระเอกสำหรับเรื่องนี้ คือ เป้ (อารักษ์ อมรศุภศิริ) เป็นมือกีตาร์วงเสลอ รับบท ชลสิทธ์ คาแร็คเตอร์จะเป็นคนที่สันโดษหน่อย ไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก เรียนวิศวะ ที่มีวิถีชีวิตเรียบง่ายอยู่บ้านเดียวกันกับพี่สาว จริง ๆ แล้ว บทของชลสิทธ์ มีคนที่เข้าตาอยู่ 3 คน ตอนนั้นก็ยังเลือกไม่ได้ เพราะว่าแต่ละคนก็จะเป็นชลสิทธ์ในแต่ละแบบที่เขาเล่นกันได้ แต่สุดท้ายตอนที่ฉายในห้องผู้บริหาร ให้พี่เก้ง คุณวิสูตร พี่สินดู พอดูเสร็จทุกคนเห็นเลยว่า วันนั้นเป้เขาคือชลสิทธ์ สำหรับเรื่อง บอดี้…ศพ#19 จริง ๆ เขาคือคนที่ถูกกระทำจริง ๆ คือหนังเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เล่าถึงคนที่ถูกกระทำในแบบต่าง ๆ ไม่มีตัวละครตัวไหนที่ลุกขึ้นมาแล้วเป็นฮีโร่สำหรับเรื่องนี้ ทุกคนโดนกระทำ และจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าทำไมฉันถึงถูกกระทำ เขาเป็นชลสิทธ์ที่ดูน่าสงสาร ดูถูกกระทำจนวันหนึ่ง เขาทนไม่ไหวเขาจึงลุกขึ้นมาหาความจริง แต่เขาก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาแบบฮีโร่ เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เจอปัญหาแล้วอยากที่จะผ่านมันไปให้ได้

 

แป้ง (อรจิรา แหลมวิไล) รับบท เอ๋ เป็นพี่สาวที่เจ้ากี้เจ้าการกับน้องชาย เป็นนักศึกษาแพทย์ที่ใกล้จบแล้ว เป็นคนที่อยากจะดูแลน้อง เพราะว่าครอบครัวเขาไม่เหลือใครแล้วพ่อแม่เสียชีวิตหมด เหลือกันแค่ 2 คนพี่น้องที่จะต้องดูแลกันเอง เอ๋เป็นตัวละครที่อยู่กับชลสิทธ์มากที่สุด และถือเป็นช่วงที่ผ่อนคลายที่สุดของหนังเช่นกัน เพราะเป็นช่วงที่ชลสิทธ์ไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปหาหลักฐาน หรือออกไปตามหาความจริงอะไร เป็นช่วงที่ให้ความรู้สึกของความเป็นบ้าน บทเอ๋จะเป็นเหมือนที่พักพิงของชลสิทธ์เวลาที่เขามีเรื่องกลับมาหรือมีใครไม่เข้าใจ เขาก็จะยังมีพี่สาวคนนี้ที่ให้กำลังใจเขาอยู่เสมอ ถึงแม้บางครั้งตัวเอ๋จะตั้งคำถามจากอาการของชลสิทธิ์ว่า จริง ๆ แล้วมันเกิดจากอาการทางจิตหรือว่ามันเกิดขึ้นจริงกันแน่ก็ตาม วันที่แป้งมาแคสติ้งเป็นวันที่บังเอิญได้เล่นกับเป้พอดี แป้งเล่นได้ดีมาก และทั้งสองคนก็รับส่งบทกันได้ดี เขาเล่นเป็นพี่น้องกัน หน้าตาก็คล้ายกัน ทำให้หนังมีสีสันขึ้น

 

พี่เข็ม (กฤตธีรา อินพรวิจิตร) รับบทเป็น หมออุษา เป็นหมอทางด้านจิตแพทย์แล้วก็มีคลีนิคเป็นของตัวเอง รับปรึกษาทางด้านจิตแพทย์โดยเฉพาะ คาแร็คเตอร์จะเป็นผู้หญิงทำงาน มีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีลูกหนึ่งคน รักครอบครัว คือมีภาพลักษณ์ที่น่าอิจฉา เหมือนเป็นตัวอย่างของครอบครัวที่ดีและสมบูรณ์แบบ ความเกี่ยวพันของหมออุษากับชลสิทธ์เกิดขึ้น เมื่อชลสิทธ์เริ่มมีปัญหาทางจิตมากขึ้นเรื่อย ๆ และคิดวนเวียนว่าสิ่งที่เขาเห็นมันเป็นความจริงหรือความฝัน เอ๋ ก็เลยแนะนำให้เขาไปปรึกษาจิตแพทย์ซึ่งก็คือหมออุษา สุดท้ายชลสิทธ์ก็ได้ดึงหมออุษาเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องราวต่าง ๆ บทของหมออุษาสำคัญมากเพราะเป็นตัวละครที่จะรู้ทุกเรื่องจากการรักษา อาการของชลสิทธิ์ จะรู้ว่าสิ่งที่ชลสิทธ์เห็น สิ่งที่ชลสิทธิ์คิด มันเป็นความฝันหรือเป็นความจริง และนอกจากความลับที่เธอต้องรับรู้แล้ว เธอยังต้องรับกับสถานการณ์ครอบครัวที่เริ่มสั่นคลอน พี่เข็มสามารถแสดงออกมาให้เห็นเลยว่า ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องแบกรับปัญหาต่าง ๆ ไว้เป็นอย่างไร คือภายนอกอาจจะดูเป็นผู้หญิงแกร่ง ผู้หญิงเก่ง แต่สุดท้ายเมื่อมีปัญหาเข้ามารุมเร้าเธอจะแก้ปัญหาได้อย่างไร เธอจะแสดงออกกับคนรอบข้างแบบไหน ซึ่งตรงนี้พี่เข็มทำได้ดีมาก ที่เลือกพี่เข็ม เพราะเราอยากได้ผู้หญิงที่ดูฉลาด ดูเป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่ง พอเราเอาชื่อนักแสดงขึ้นมาดูเราก็จะเห็นชื่อพี่เข็มขึ้นมาเป็นอันดับแรกเลย รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูเป็นผู้หญิงแกร่ง ดูเท่ห์ ดูฉลาด ดูสู้ สามารถออกไปตามล่าหาความจริงได้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นช้างเท้าหลัง ซึ่งพี่เข็มเล่นได้ดีมาก

 

พี่เมย์ (ภัทรวรินทร์ ทิมกุล) รับบทเป็น ดาราราย ซึ่งเป็นตัวละครที่ทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา เป็นอาจารย์สอนทางด้านจิตวิทยา จบจากเมืองนอก ชอบใช้วิชาที่สอน ทดลองกับนักศึกษาจนได้ฉายาจากลูกศิษย์ว่า “แม่หมอ” ด้วยคาแร็คเตอร์ ด้วยวิธีการแต่งตัว ด้วยวิธีการพูดของเขา ก็จะทำให้ดูลึกลับ น่ากลัว น่าเกรงขาม สำหรับนักศึกษา ดารารายเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องเพราะว่า วันหนึ่งเขาหายไปจากสังคม หายไปจากคนรอบข้าง ทุกคนมาตามหาเขาว่าเขาหายไปไหน ทุกคนก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าเขาหายไปไหน แล้วอยู่ ๆ ชลสิทธ์ก็ได้ยินเสียงที่ก้องอยู่ในหูทุกครั้งที่หลับตาว่า “ชื่อดารารายตามหาให้เจอ” ทำให้สงสัยและหวาดกลัวว่าดารายคือใคร ทำไมต้องเลือกให้เขาเป็นผู้ที่ต้องออกตามหา คนที่จะสามารถมารับบทตัวละครตัวนี้ได้ ต้องเป็นคนที่แค่เราเห็นหน้าเขาเวลาเขาหันมามอง เราต้องหลบตาเขา ดูแล้วรู้สึกกลัว และเกรงคนคนนี้ พี่เมย์เป็นคนที่มีบุคลิกแบบนั้น หลังจากที่พี่เมย์มาแคสผมไม่ดูเทปแคสติ้งของคนอื่นอีกเลย คนนี้คือดารารายจริง ๆ

 

บอดี้…ศพ#19 เป็นหนังแนว ไซโค-ฮอร์เรอร์ เป็นเรื่องจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความสยองขวัญ ซึ่งหนังแนวนี้ยังไม่ค่อยมีการหยิบยกขึ้นมาทำเท่าไหร่นัก พอเราเลือกที่เล่าเรื่องเหล่านี้เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับบทภาพยนตร์ ความโดดเด่นของเรื่องนี้จึงเป็นสไตล์การเล่าเรื่องและภาพ ที่ถูกนำเสนอในอีกรูปแบบหนึ่ง บางครั้งมันเป็นเรื่องของภาพที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ ต้องพยายามเล่าให้ได้ว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นในหัว หรือในฝัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่แปลกใหม่ในหนัง ไม่ใช่แค่ภาพแบบปกติเท่านั้น จะมีในเรื่องของ CG (Computer Graphic) ที่เข้ามาช่วยในเรื่องของภาพให้มันน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น

…โดยเฉพาะการดีไซน์ผี ระยะหลังเราจะเห็นภาพของผีที่เป็นเหมือนผีญี่ปุ่นหน้าขาว ๆ และขยับแบบกระดึ๊ก ๆ ซึ่งผมรู้สึกว่า บอดี้…ศพ#19 ต้องการความแตกต่างสำหรับผี ผมก็เลยดีไซน์ผีแบบใหม่ออกมา ความจริงผีตัวนี้เป็นเหมือนผีที่ไม่ใช่วิญญาณอาจจะดูเป็นร่าง ๆ หนึ่ง ซึ่งมีความสยดสยองที่ไม่ธรรมดา ส่วนเรื่องใบหน้าผมรู้สึกว่าการ์ตูนเล่มละบาทสมัยก่อนมันจะมีการดีไซน์ผีแบบนี้ และผมว่านี่คือผีแบบไทย ๆ บางคนจะติดภาพของผีจากเรื่องอื่นแต่ถ้าได้พบผีโฉมใหม่ในแบบฉบับของผมรับรองว่าจะได้รับความน่าสะพรึงที่แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใครแน่นอน

 

…สำหรับเพลง คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ พี่เอก เอกสิทธ์ ไทยรัตน์ หนึ่งในผู้เขียนบทเรื่องนี้ เป็นคนคิดว่าหนังเรื่องนี้ควรใช้เพลงนี้ เพราะเขาฟังแล้วรู้สึกหลอน แต่ตอนแรกที่ผมฟังมันก็รู้สึกว่าไม่หลอน คือเหมือนรอคนรักกลับมาก็เท่านั้น แต่พี่เอกบอกว่าลองฟังเนื้อเพลงดี ๆ ลองตีเนื้อความใหม่ แล้วจะเห็นว่ามันเป็นเพลงที่สามารถทำให้เรารู้สึกเศร้า ฟังดูเหงา ดูโดดเดี่ยว และหดหู่ พอลองทำออกมาเพื่อใช้ในหนังมันเข้ากับธีมของเรื่องและเข้ากับบรรยากาศมาก พอเราตีโจทย์ว่าต้องการเพลงนี้ในเวอร์ชั่น Dark Side หรือด้านมืดของเพลง ตอนแรกก็หาคนที่จะมาร้องอยู่นาน เพราะเราอยากได้คนที่มีเสียงทรงพลัง เสียงที่ฟังดูน่าขนลุก พอดีพี่เก้ง (จิระ มะลิกุล) แนะนำว่าเป็นพี่แพท (สุทธาศินี พุทธินันท์) เราก็เลยมาคิดว่าจะทำดนตรีแบบไหนดี อะไรที่ดูเหงา ก็เลยนึกถึง ไวโอลีน เชลโล่ เปียโน เลยคุยกับพี่ต้นคนทำเพลง ให้ทำออกมาในแบบ ออร์เคสตร้า แล้วให้พี่แพท ดีไซน์การร้องขึ้นมาใหม่ซึ่งยากมากเพราะมีการใช้โอเปร่าในบางท่อนของเพลงนี้ด้วย ซึ่งพี่แพทสามารถร้องเพลงนี้ออกมาได้เพราะมากและตอบโจทย์ที่เราอยากได้ทุกข้อ

…ความตั้งใจจริงของผมสำหรับผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตคืออยากให้คนที่ได้เข้าไปดูแล้วรู้สึกสนุกกับหนัง ติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ไปตลอดทั้งเรื่องและได้เห็นภาพที่ใม่เคยเห็นมาก่อนในหนังเรื่องอื่น ๆ อยากให้ทุกคนรู้สึกเหมือนได้เข้าไปเที่ยวสวนสนุกและเลือกเล่นรถไฟเหาะ แต่ว่าเป็นรถไฟเหาะที่พุ่งเข้าไปในบ้านผีสิง เพราะมันจะมีทั้งความน่าตื่นเต้น มีทั้งความน่ากลัวในเวลาเดียวกัน และจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์อยู่ตลอดทั้งเรื่อง ห้ามกะพริบตา ห้ามปิดตา ห้ามลุกไปฉี่ เพราะแค่คุณเอามือปิดตาอาจจะพลาดหนังทั้งเรื่องไปเลยก็ได้

 

หนังได้ศิลปินสาวกรี๊ด-มือกีต้าร์แห่งวง SLUR เป้-อารักษ์ อมรศุภสิริ (ปี 4 ม. มหิดล) มาเปิดซิงบนแผ่นฟิล์มเป็นครั้งแรกในบทพระเอกรับรองได้แจ้งเกิดอย่างแรงแน่ ๆ เอ้า สาว ๆ กรี๊ดรับขวัญน้องเค้าก่อนเร้วววววววววว (อิอิ)

ส่วนนักแสดงนำคนอื่น ๆ ก็ได้แก่ แป้ง-อรจิรา แหลมวิไล (สุริยะฆาต, สายล่อฟ้า), เข็ม-กฤตธีรา อินพรวิจิตร (กุมภาพันธ์) และ เมย์-ภัทรวรินทร์ ทิมกุล (ขังแปด) คนหลังนี้ขอกรี๊ดเป็นการส่วนตัว เพราะเธอเปรี้ยวเท่ได้ใจเหลือเกิน (อิอิ)

เมย์ บอกว่า “บทดีมากเก็บกด เป็นโรคจิต บทนี้ไม่เล่นไม่ได้แล้ว และถ้าแสดงไม่ได้คงต้องเข้าไปปรึกษาแม่ ภัทรวดี อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ขอใช้ความสามารถตัวเองก่อน”

ส่วน เข็ม-กฤตธีรา บอกว่า “ตัดสินใจมาเล่นเรื่องนี้เพราะอ่านบทแล้ววางไม่ลง บทน่าสนใจเป็นจิตแพทย์ ที่ใช้อารมณ์เยอะแล้วต้องมารักษาเคสยากที่สุดของชลสิทธิ์คือพระเอก”

ขณะที่พระเอกของเรา เป้-อารักษ์ บอกว่า “เป็นนักดนตรีอยู่ดี ๆ พี่ที่จีทีเอชชวนมาแคสติ้ง บทน่าสนใจไปเวิร์คช็อปแล้วสนุกมาก ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เลยขอลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูสักครั้ง”

หลังพิธีบวงสรวง หนังก็เปิดกล้องถ่ายทำกันทันทีในวันรุ่งขึ้น คาดว่ากลางปีนี้น่าจะได้ชมหนัง GTH เรื่องนี้กัน ต่อคิวฉายจาก Final Score, แฝด และ สายลับจับบ้านเล็ก หลังจากนั้นก็คงจะเป็นหนังใหม่ของจตุรงค์ มกจ๊ก เรื่อง ตั๊ดสู้ฟุด (หากินกับ “ตุ๊ด” อีกแล้วตลกคนนี้ อ้อลืมไป เค้าสนิทกับเจ๊พจน์ฮ่า ๆ ๆ)

ย้อนกลับไปที่ตัวผู้กำกับ กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา ที่ผ่านงานกำกับโฆษณาและเอ็มวี 2 ค่ายยักษ์มาอย่างโชกโชน และเท่าที่ทราบเขาคนนี้ “อึด” พอตัว เพราะหลายครั้งเหมือนจะได้กำกับหนังมาหลายคราว แต่ดวงก็ยังไม่ถึง คลาดเคลื่อนไปซะทุกที ก่อนที่จะได้มากำกับหนังหลอน ๆ เรื่องนี้ เขาเคยเกือบจะได้เปิดหนังแอ็คชั่นมันส์ระห่ำเรื่อง “เร็วเฆี่ยนนรก” (Gear to Grave) แต่โปรเจ็กต์ก็ “ล่ม” ไปซะก่อน

คราวนี้แหละ จะได้พิสูจน์ฝีมือกำกับหนังของเขาอย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียที แม้จะมาช้ากว่าใครเค้าเพื่อนในหมวดหมู่หนัง GTH ปีที่ผ่านมาก็ตามที

มาคอยดูกันว่าเขาจะ “เจ๋ง” จริงอย่างคำร่ำลือ และทำหนังออกมาได้อย่างคำโฆษณาว่า น่ากลัวที่สุด โหดที่สุด และถึงเลือดถึงเนื้อที่สุดหรือเปล่า

เราหวังว่า อย่างน้อย ๆ ด้วยเครดิต GTH ที่สั่งสมมา หลังหนังผ่านสายตาผู้ชมกันแล้ว พวกเราคงไม่ถึงกับต้อง “จองเวร” ผู้กำกับคนนี้อย่างชื่อหนังเป็นแน่

Reviewed by admin on 09 October 2018

Leave a Comment