Login | Register
Forgot your password?

A password will be emailed to you.

มะหมา
Our Rating
Your Rating

มะหมา 4 ขาครับ

สุนัขวดี

“สุนัขวดี” คือดินแดนที่จะนำพาให้สัตว์สี่ขาอันมีนามว่า “สุนัข” นั้น ไปสู่ความสุข สมบูรณ์ ความสนุกและความสบายตลอดไป จนเรียกว่าเป็นที่สุดท้ายของชีวิต

“สุนัขวดี” คือดินแดนที่ประชาคมโลกสุนัขร่วมกันขนานนามว่าเป็น “สวรรค์บนดิน”

“สุนัขวดี” คือดินแดนอันลึกลับ ที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เข้าไปเยือนแล้ว กลับออกมาอีกเลย

“สุนัขวดี” คือดินแดนที่สุนัขทั้งหลาย ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสายพันธุ์ เฝ้าใฝ่ฝัน และถวิลหามา ตลอดชีวิต

แต่ “สุนัขวดี” จะมีจริง หรือเป็นเพียงตำนานที่กล่าวขานกันมาตลอด จากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น !!!

แนะนำนักแสดงรับเชิญกิตติมศักดิ์

แจ็ค – เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ – ถึงจะอ้วนดำ แต่ก็เล่นเป็นพระเอก (เชียวนะ)!

…เรื่องนี้นอกจากผมที่เป็นพระเอกรูปหล่อ (อะแฮ่ม) แล้ว ผู้กำกับเขาก็เลือกหาพระเอกฝ่ายคนที่มีลักษณะไม่ต้องหล่อ ไม่ต้องเท่ห์ ไม่ได้เกิดมาเป็นพระเอก (พี่แจ็ค ผมรักพี่….) แต่มีความน่ารัก น่าเอ็นดู และอบอุ่นอยู่ในตัว แฝงด้วยความขี้เล่นและตลกนิด ๆ ซึ่งคาแร็คเตอร์นี้เป็นลักษณะประจำตัวของพี่เขาเลยล่ะ พี่แจ็คเขาเล่นเป็นยามใจดี ที่รักพวกผม ไม่ใจร้อน คล่องแคล่ว ว่องไว สามารถปั่นจักรยานตามผมเป็นกิโล ๆ (แต่ตามไม่ค่อยทันเลย แหะ ๆ) คอยดูแลรักษาหมู่บ้านเต็มที่ หุ่นอาจจะไม่เต็มที่แต่พี่เขาใจป้ำเต็มร้อย ไม่น่าเชื่อว่าความรักหมาของพี่เขาจะมีมากกว่าการรักอาหารของเขา เพราะน่องไก่น่องสุดท้าย พี่ก็มอบให้ผมนำมาดูแลอย่างเข้าใจ จะไม่ลืมพระคุณเลยครับ โฮ่ง!

“อะไรๆ ก็มีแต่คนเอาใจพวกแก ไม่ได้สนใจ ไม่มีเวลาให้เราเลย… (เสียงรำพึงรำพัน) มาก็พร้อมกัน ทำงานก็พร้อมกัน พักก็พร้อมกัน นั่งรถตู้ก็มาด้วยกันเลย แกได้นั่งหน้า ชั้นนั่งหลังสุด! แต่มะขาม เราก็กินน่องไก่ด้วยกันนะ หลายเทคเชียว ชั้นได้กินสาม แกได้กิน 12!”

หนูแหวน-ปาริศา เพ็ญชาติ – จากเปรี้ยวจี๊ด เป็นหวานจ๋อย

…ผิดกับตัวจริงที่เห็นในทีวีครับ ในทีวีเธอจะดูเป็นสาวแกร่ง เปรี้ยวนิด ๆ ให้พอเข็ดฟัน แต่ในจิตใจ ของเธอนั้น มีความรักสัตว์อยู่เต็มหัวใจ เธอเป็นคนรักหมามากครับ ยิ่งหลังจากออกรายการเจาะใจที่เธอต้องไปใช้ชีวิตอยู่กับหมา ช่วยเหลือเลี้ยงดู ให้หมาทุกตัวอยู่อย่างเป็นสุข ความเป็น พรีเซ็นเตอร์เรื่องการช่วยหมาก็ฉายแววประกายออก จากตัวเธอเลยครับ พี่ “ณภัทร” เห็นเข้าก็ติดใจ ชวนมาเล่นกับพวกผม เป็นสาวไฮโซผู้ซอฟต์หวานเจ้าของน้ำค้าง

…แน่นอนครับ พี่หนูแหวนก็มาเล่นด้วยความยินดี แถมยังยกรายได้บางส่วนให้เหล่าหมา ๆ ตามมูลนิธิอีกแหน่ะ! สวยก็สวยแถมยังใจดีอีก อย่างนี้ใครจะไม่รักบ้าง (ว่าแล้วก็เดินไปเลียมือพี่หนูแหวนสองที แหม…ชื่นใจ)

…พี่หนูแหวนในเรื่องนี้ป๊อปมากๆ ครับ ใคร ๆ ก็หลงรักไม่ว่าจะเป็น นายองอาจเจ้าของหมู่บ้านไฮโซ, พี่ยามใจดีของพวกผม และแน่นอนผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้หลงรักพี่หนูแหวน ไม่ได้รักแบบชู้สาวนะครับ แต่เป็นเพราะพี่หนูแหวนแกก็ไม่เคยถือตัวเลย ไม่เคยรังเกียจพวกผมที่เป็นมะหมาข้างถนน ไม่มีเจ้าของ แต่กลับเมตตาพวกผมซะอีก นั่นแหละครับที่ทำให้ผมรักสาวไฮโซผู้ใจดีคนนี้ และรักน้ำค้าง สุนัขสาวพันธุ์คอลลี่ของเธอด้วย แหะๆ…หวังอยู่

“หวังว่าพวกเธอจะช่วยให้จิตใจของคนอ่อนโยน เมตตาสัตว์มากขึ้น แล้วก็กระตุ้นจิตสำนึกไม่ให้ปล่อยปละละเลยสุนัขของตัวเองได้ เพราะว่ามันเป็นต้นตอของปัญหาสุนัขจรจัด สู้เขานะทุกตัว”

เต้-ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ – พลิกคาแร็คเตอร์ถล่มทลาย! จากดีสุดขั้ว มาชั่วสุดติ่ง

…เป็นคนดีมาก็เยอะแล้ว คราวนี้พี่เต้เขามาในบทบาทที่เปลี่ยน ไปจากหน้ามือเป็นอุ้งเท้าเลย (ล้อเล่นครับพี่) เขาไม่ค่อยถูกกับผม หรอกในเรื่องนี้ จะมาถูกกับผมได้ยังไงล่ะ ก็ในเรื่องพี่เต้เล่นเป็น “นายองอาจ” เจ้าของหมู่บ้านไฮโซ ที่หลงรักพี่หนูแหวนและหวังเคลมโดยใช้มะหมาพันธุ์ดีเป็นพ่อสื่อ ซึ่งไอ้หมอนี่แหละที่เป็นก้างหัวใจของผมกับน้ำค้าง (หมาของพี่หนูแหวน) องอาจรังเกียจมะหมาข้างถนนอย่างพวกผมเข้าไส้ จึงพยายามทำทุกวิถีทางให้พวกผมไปให้พ้นจากสายตาอันโหดเหี้ยมของเขา

…ตาองอาจนิสัยอย่างไรน่ะเหรอ? เขาเป็นคนที่อวดดีคิดว่าตัวเองเจ๋งไปซะทุกเรื่อง ถ้าไม่ได้โชว์พาวเวอร์วันละนิดวันละหน่อย จะไข้ขึ้น นอนไม่หลับ เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น (นี่เป็นคาแร็คเตอร์เขาจริงๆ นะ ผมไม่ได้ใส่ความ…ฮึ่ม) คิดว่าตัวเองหล่อ รวย ต้องการอะไรแล้วต้องได้ ซึ่งบทนี้พี่เต้บอกว่า อยากเล่นให้ร้ายกว่านี้อีก แต่โดนพี่ปุ๊ก (นายใหญ่ของผม) เบรกไว้ซะก่อน เพราะเห็นว่า ควรจะเป็นคาแรกเตอร์ร้ายเจือตลกนิด ๆ มากกว่า

…จริงๆ แล้วบทนี้ก็ตรงกับนิสัยใจคอจริงๆ ของพี่เต้เขานะ ผมเลยไม่ แปลกใจที่พี่เขาเล่นได้เป็นตัวเองขนาดนี้!

…เอ่อ ผมพูดเล่นนะครับ

…ตัวจริงของพี่เต้เป็นคนน่ารักมาก ๆ เลยครับ ขนาดเข้าฉากที่ต้องโดนผมกัด พี่เต้ก็ไม่ว่าซักคำ พอผู้กำกับสั่งคัต พี่แกก็เล่นหัวเราะชอบใจซะเสียงดัง แถมยังบอกว่า มันส์ดี! พี่เต้เป็นคนชอบหมามากครับ เห็นว่าเกิดปีหมาด้วย มิน่าล่ะ เราถึงรู้สึกผูกพันกันชอบกล (บ้าบ้าบ้า)

“ไอ้มะขาม เล่นเหยียบอกกันเลยเหรอ! หยามมาก!”

ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ – ร็อคเกอร์หญิง คืนจอ ของจริง!

…หลังจากที่ผมแอบได้ยินเสียงร้องเพลง “หนึ่งเดียวคนนี้” เวอร์ชั่นเสียงแหบพร่า และเพื้ยนสนิทของเจ้านายผมมาหลายปีดีดัก ผมก็ได้มีโอกาสสัมผัสตัวจริงเสียงจริงของเจ้าของเพลงฮิตติดหลายดาวคนนี้แล้ว! ผมล่ะดีใจจนห้ามตัวเองไม่อยู่ จนต้องขอเลียหน้า ซูเปอร์สตาร์คนนี้ซะหลายๆ ที แต่พี่ปุ๊ก็ไม่ว่าอะไรผมเลยสักคำ

…ที่ผมกล้าเลียหน้าพี่เขาก็เพราะผมรู้หรอกน่าว่าพี่เขารักมะหมาอย่างพวกผมเป็นชีวิตจิตใจ ผมแอบดูข่าวตามทีวีเห็น พี่เขา ทำงานเพื่อหมา ๆ อย่างพวกผมอย่างแข็งขัน มานานหลายปีแล้ว

…แม้ว่าพี่ปุ๊จะร้างลาจากวงการภาพยนตร์ไปนานโข แต่ก็ให้เกียรติมารับบทบาท สำคัญคือ สัตวแพทย์ใจดี อย่างไม่มีอิดออด เพราะเธอได้เห็นตัวอย่างหนังเรื่องนี้ในทีวี และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะควักกระเป๋าจองตั๋วเป็นคนแรก ๆ แน่นอน เผอิญเป็นจังหวะพอดีที่ พี่ “ณภัทร” โทรไปชักชวนมาเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ พี่ปุ๊ตอบตกลงทันทีชนิดที่ว่า ไม่ต้องคุย เรื่องค่าตัว งานนี้พี่เต็มที่!

…เรียกว่าการคืนสู่จอเงินครั้งนี้ของ “อัญชลี จงคดีกิจ” ก็เพราะความรักมะหมา อย่างแท้จริง โถ…พี่ปุ๊ของผมมมม…

“โอ้…พระเจ้า หมาพูดได้! ฉลาดกันทุกตัวอย่างนี้อยากไปเรียนหนังสือไหมจ๊ะ? อยากเขียนหนังสือเป็นไหม?”

ซูโม่เจี๊ยบ-วัชระ ปานเอี่ยม, ซูโม่เอ๋-เกรียงไกร อมาตยกุล และซูโม่ตุ๋ย-อรุณ ภาวิไล – รุ่นใหญ่ จับหมา มหาสนุก

…สามพนักงานจับหมา ผู้มีลีลาในการจับอย่างบันเทิงอารมณ์เป็นที่สุด

1. เจ้าหน้าที่จับหมาจรจัด ผู้จับหมาเก่งพอๆ กับจับกบ

2. มือวางอันดับหนึ่งด้านการจับหมาแห่งชาติ อดีตหนุ่มร่างอาจอง ไล่หมาได้ครั้งละ สี่ฝูง (แต่จับไม่ได้ ซักตัว)

3. พนักงานผู้จับหมาเป็นอาชีพ ใฝ่ฝันว่า ซักวันจะเป็นเจ้าของแชมเปี้ยนโลก ด้านการจับหมา

…การรวมตัวกันของพี่ ๆ ซูโม่กลุ่มนี้ สร้างความประหม่าให้ผมพอสมควรครับ แม้ว่าทั้งสามท่านจะดูเป็นมิตรกับทุกคน เพราะเป็นผู้สร้างความสนุกสนานให้พวกเราจากผลงานต่าง ๆ

…ตั้งแต่สมัยผมยังไม่เกิด คร่ำหวอดในวงการมานาน แต่ผมก็แอบรู้มาว่า พี่ๆ เขาเป็นผู้กำกับมือดีทั้งสามคนเลย อย่างนี้จะไม่ให้ผมเกร็งได้ยังไงล่ะครับ

…ผลงานทั้งการกำกับและการแสดงของทั้งสามท่าน ยังคงมีออกมาให้เราได้เห็นอยู่บ่อย ๆ ในจอโทรทัศน์ ครั้งนี้พี่ ๆ กลับมาสู่จอภาพยนตร์อีกครั้ง ด้วยความสนิทสนม เข้าขากันอย่างแรงของแต่ละท่านแล้ว รับรองว่า แก๊งจับมะหมาแก๊งนีไม่ธรรมดา มีทั้งเฮ และฮาแน่ ๆ

“ไม่อยากบอกอะไรหมาหรอก อยากบอกคนมากกว่าว่า ถ้าไม่พร้อม อย่าเลี้ยง! หมาจรจัดไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดขึ้นจากคน เลี้ยงแล้วต้องรู้จักรับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นก็ผิดตั้งแต่ที่คิดจะเลี้ยงแล้ว (ตลกเอาจริง!)”

เจี๊ยบ เชิญยิ้ม-เฉลิม ปานเกิด – ลูกสมุนตามสั่ง ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย

…พี่เจี๊ยบเล่นเป็น “นิคม” ครับ วัน ๆ ผมก็ได้ยินแต่เสียงนี้แหละ

“นิคม!” เสียงนายองอาจ (พี่เต้) ตะโกนเรียกใช้งานพี่เจี๊ยบที่เล่นเป็นนิคม เพื่อใช้งาน ทุกอย่างที่แกต้องการ นิคมก็ต้องรีบกุลีกุจอทำให้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย (ถึงเหนื่อยก็บ่นไม่ได้หรอก!) นิคมเป็นคนสนิทขององอาจ อยู่กับองอาจมาตั้งแต่เด็ก ๆ โตด้วยกันมา นิคมจึงเป็นลูกน้องที่เคารพรัก เจ้านายมาตลอด ใจคอลึก ๆ ของนายนิคม เขาเป็นคนรักมะหมานะครับ เจอมะหมาข้างถนนก็อยากเก็บไปเลี้ยงแต่ด้วยความอาศัยบ้านเจ้านายอยู่จึงต้องลักลอบเลี้ยงจนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น

…นอกจากความตลกที่มีอยู่เต็มเปี่ยม จนทะลักล้นของพี่เจี๊ยบแล้ว เขายังมีคาแร็คเตอร์ของความอบอุ่นเล็ก ๆ แฝงอยู่บวกกับความรักหมาชนิดที่ว่า เห็นแล้วอยากเข้าไปกอด เมื่อได้รับการติดต่อชวนมาร่วมแสดง พี่เจี๊ยบผู้ชื่นชมผลงานการกำกับของพี่ปุ๊ก-พันธุ์ธัมม์ และอยากลองร่วมงานกับหนังที่ยังไม่เคยมีใครทำในเมืองไทยแบบนี้ พี่เจี๊ยบก็ตกปากรับคำ มาเป็นนิคมนี่แหละครับ

ป.ล. เวลาอยู่ในกองถ่าย ผมเห็นพี่เจี๊ยบชอบเล่นกับเซ็กซี่มากเป็นพิเศษ ฮั่นแน่…หลงเสน่ห์สาวบิกินี่เข้าให้แล้วสิ

“เอ่อ… (เสียงหล่อ) พี่น่ะ รูปหล่อ อารมณ์ดี มีเวลาให้ มีใครสนใจจะมาอยู่กับพี่ไหมจ๊ะ”

เอส-คมกฤษ ตรีวิมล – รักหมา บูชาเมีย!

…พี่เอสรับบทเป็น “วีระ” เจ้าของมะขาม (ผมเอง) เป็นสามีนีรนุช (แสดงโดย พี่โอปอล์) เป็นคนที่รักหมามาก แต่บูชาเมียและเทิดทูนด้วยความเคารพไว้เหนือเกล้า ผู้กำกับหนังที่สร้างผลงานชื่อดังอย่าง “แฟนฉัน”, “เพื่อนสนิท” คนนี้ มีความรักสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขทั้งในปากและนอกปากอยู่แล้วเป็นทุนเดิม (เจ้านาย ผมรักเจ้านาย…) ทำให้พี่เอสเล่นกับผมด้วยความรักจริง ๆ อย่างไม่ตะขิดตะขวง เรียกว่าแทบจะจูบปาก กันเลย!

…ปกติผมจะเห็นพี่เอสเคยแต่กำกับคน แต่ว่าคราวนี้มาเล่นเอง เพราะว่าได้รับ โทรศัพท์กริ้งกร๊างจากพี่ปุ๊ก ผู้กำกับชวนมาร่วมแสดงเป็นหมา เอ๊ย เจ้าของหมา แล้วพี่เอสแกก็ชอบการเป็นนักแสดงด้วย เพราะความมหัศจรรย์ของการได้ลองเป็นคนอื่น และทำให้ได้หลายอย่างไปใช้ในอาชีพ นี่ผมก็แสดงสุดชีวิตเลย เผื่อพี่เอสจะเอาผมไปเป็น พระเอกบ้าง

“ใครจะไปคิด ว่าแกเล่นกันได้ถึงขนาดนี้ amazing มากที่เห็นแกแสดงกันอย่างมืออาชีพ”

โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ – สวย เลิศ เชิด เปรี้ยว เหมียวข้า ใครอย่าแตะ!

…แม้ว่าตัวจริงของพี่โอปอล์จะเป็นคนไม่ชอบแมว เพราะความกระแดะของมัน (พี่เขาบอกเองนะไอ้เหมียวชั้นไม่เกี่ยว) เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า พี่โอปอล์เคยเลี้ยงแมว แล้วโดนแมวเมิน! แล้วมันก็คอยแต่จะมาหาพี่เขาตอนที่หิวเท่านั้น พี่โอปอล์เลยเก็บ ความคับแค้นใจ แล้วก็ปันใจให้กับพวกผมอย่างเต็มที่

..แต่! ในเรื่องนี้ พี่โอปอล์ต้องรับบทเป็น “นีรนุช” ภรรยาของวีระ (พี่เอส) เป็นเจ้าของแมว สาวตัวแสบ! คู่อริของผมเอง เธอคนนี้แหละที่เป็นต้นเหตุให้พี่โอปอล์ รังเกียจผม ถึงกับเอาไปปล่อยวัด (ดีนะไม่ตัดหางผมด้วย) พี่โอปอล์ต้องโอบอุ้มแมว ด้วยความรักมาก…กยอมให้แมวมานัวเนียคลอเคลีย แต่ผมแอบเห็นนะ ว่าพี่โอปอล์ ต้องจิกเท้า ขบกรามแน่น ภายในใจของพี่แกคงร่ำร้องว่า ไม่ไหว แล้ววววว ด้วยเสียงสูงปรี๊ดแน่นอน

…อีกอย่างที่ผมขอแอบเม้าท์ซะหน่อยนะครับคือ ผมจำได้วันแรกที่ผมได้เจอ พี่โอปอล์ เธอผอมเพรียวด้วยน้ำหนักแรกชั่ง 48 ก.ก. วันนั้นเราถ่ายฉากแรก พี่โอปอล์ ก็สวมวิญญาณ เป็น นีรนุช ภรรยาสาวแสนเปรี้ยวปรี๊ด ดูดี?!? มีสกุล อาศัยอยู่ในบ้าน แห่งหนึ่งย่านชานเมือง แต่ไล่ผม ออกจากบ้านอย่างกับหมา! (เอ๊ะ ก็ถูกแล้ว) หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านมาเนิ่นนาน กว่าผมจะได้เข้าฉาก เจอพี่เขาอีกครั้ง พี่โอปอล์ก็เปลี่ยนไป๋! พี่เขาเดินมาทักผมด้วยใบหน้าที่เอิบอิ่ม และรูปร่างที่สะท้าน ลมไซส์ 58 ก.ก. ทำให้ผมระลึกได้ว่า นี่เราถ่ายทำกันนานมากเลยนะเนี่ย บรู๊ว..ว..

…จะว่าไป พี่โอปอล์นี่ก็เป็นขวัญใจผมอีกคนนึงเลยนะครับ เพราะผมติดตามผลงานพี่เขามา แต่ไหนแต่ไร ด้วยความที่พี่เขาเป็นดาราเจ้าบทบาท เจ้าเสน่ห์ เนื้อหอม ใคร ๆ ก็อยากให้เธอ มีส่วนร่วมกับงานทั้งนั้น ผมเลยปลื้มใจมากครับที่ได้ใกล้ชิดตัวจริงของพี่โอปอล์

“ช่างเป็นหมาที่มีจิตวิญญาณของการเป็นนักแสดงสูงมากๆ จากที่กำลังตาปรือ แต่พอเขาสั่ง 5 4 3 2 ปุ๊บ ตาใส ฉลาดขึ้นมาทันทีเลยนะ พวกแกจะมาแย่งอาชีพชั้นนนนน…”

นิสัยใจคอมะหมาและ เทคนิคการฝึก

…ผมและผองเพื่อนถูกให้เข้าโรงเรียนเพื่อฝึกและเรียนการแสดงที่ศูนย์ฝึก “ไชยภักดิ์” ครับ อยู่แถวๆแฟชั่นไอซ์แลนด์ รามอินทรานี่เองครับ ที่นี่เค้าเปิดกันมานมนานถึง 11 ปีแล้วครับ หมา แมวต่าง ๆ ตอนนี้เห็นทีนับรวมกันก็ปาเข้าไปเฉียด 100 ตัวครับ จัดว่าเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวสำหรับโมเดลลิ่งมะหมาอย่างเราซะด้วย เจ๋งมั้ยละครับ โดยมีพี่ “วันไชย” และพี่ “หวาน” คอยดูแลเหมือนเป็นพ่อและแม่ของเราเลยล่ะครับ ใครต้องการมะหมา แมว กระรอก นก หรือแม้แต่สัตว์อื่นๆ อยากให้ทำอะไร แบบไหน ที่นี่ทำได้หมดล่ะครับ รับรองไม่ผิดหวัง ดูพวกผมเป็นตัวอย่างซิครับ

…ได้ดูผลงานแล้วยิ่งหายห่วงครับ ตอนนี้ที่จัดว่าฮอตเอามากๆ ก็นี่เลยครับ เรื่อง “สุดรักสุดดวงใจ” ที่มี “เจ้าริชาร์ด” เพื่อนผม เล่นเป็น “เก็บตก” ไงครับ จำกันได้ไหมครับ เรื่องนี้เพื่อนผมมันแน่จริงๆครับ ที่ทำเอาผมน้ำตาไหลพรากได้ ตอนนี้หมอนี่เลยเป็นดาวเด่น ของที่นี่ไปเลย(น่าอิจฉาจริง) แล้วก็ยังมีโฆษณาอีกมากมายหลายตัวแต่ที่น่าจะจำกันได้ถึงตอนนี้ ก็คงเป็นโฆษณายางบริดจ์สโตน ตอนมะหมาอกหักแล้วจะฆ่าตัวตาย ตัวนี้เรียกว่าฮือฮามาก เพราะใช้มะหมาทั้งหมดเหมือนกัน จะว่าไปทั้งโฆษณาทางโทรทัศน์และตามป้ายต่างๆ ก็เป็น งานจากที่นี่ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ

…เรียกว่าสั่งสมประสบการณ์กันมายาวนาน ฝีมือทางการฝึกก็มืออาชีพ ไม่ใช่ใคร จะมาฝึกกันได้ง่ายๆ นะครับ ต้องฝึกกันนานครับกว่าจะได้คุณภาพ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับไอคิว ความขยันและก็ไหวพริบของแต่ละคนนะครับ ส่วนพี่วันไชยก็จะเป็นปรมาจารย์คอย ฝึกวิทยายุทธ์ให้ครูฝึกอีกที หลังจากที่ค้นคว้าและทดลอง ลองผิดลองถูกกับมันมานาน 2-3 ปี จนได้หลักสูตรวิชาขั้นสุดยอดมา เรียกว่าใช้ทั้งพรแสวง พรสวรรค์ บวกกับความรักมะหมา ที่มีเป็นพื้นฐานสำคัญให้ทำงานนี้ได้ประสบความสำเร็จได้

…สำหรับเรื่องนี้เทคนิคการฝึกต้องเริ่มจากการคัดผู้ฝึกให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ ที่ต้องการของมะหมาแต่ละตัวกันเลย คือถ้าต้องการให้มะหมามีนิสัยแบบใด ก็ต้องหา ครูฝึกที่มีนิสัยแบบนั้นมาฝึก เพื่อให้มันเลียนแบบพฤติกรรมจากครูฝึก ดังนั้นในเรื่องนี้ มะหมาแต่ละตัวก็จะมีครูฝึกประจำตัวกันครับ แต่ถ้าหากคาแร็กเตอร์มะหมาตัวไหนคล้ายกัน ก็จะมีครูฝึกคนเดียวกันได้นะครับ อย่าง “แม่พิกุล” กับยอดยาหยีของผม “น้ำค้าง” เพราะ ต่างต้องเล่นเป็นผู้หญิงเรียบร้อย สมหญิง เป็นนางเอกกันทั้งคู่ หรืออย่างเจ้า “เก่ง” กับเจ้า “เปี๊ยก” ที่ต้องมีนิสัยกวน ๆ ขี้เล่นเหมือนกัน ครูฝึกก็คนเดียวกันคร้าบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ครูฝึกทุกคนต้องสามารถแปะมือกัน ถ่ายมือได้หมดนะครับ เพราะเวลาถ่ายทำบางฉาก ครูฝึกไม่สามารถควบคุมหรือบังคับสุนัขคนเดียวได้โดยลำพังครับ

…ในช่วงแรกของการฝึก “พี่วันไชย” จะได้บทร่างแรกๆ มาก่อนครับ แล้วก็ใช้ จินตนาการของตัวเองว่าภาพน่าจะออกมายังไง แล้วก็ฝึกพวกผม โดยที่จะไม่ไปกั้นความคิด ของผู้กำกับ ปล่อยให้ใช้จินตนาการให้เต็มที่ ถ้ามันไม่เกินความสามารถก็จะฝึกให้ทำให้ได้ พอบทเสร็จเรียบร้อยผู้กำกับก็จะมาคุยกันอีกที จะมาบอกว่าแต่ละฉากต้องการภาพ แบบไหน ถ้าตรงกับที่เราฝึกมาก็ดี แต่ถ้าไม่ตรงก็ต้องมาปรับกันใหม่ หรือต้องฝึกตรงไหน เพิ่มเติม ซึ่งพี่วันไชยปรับพื้นฐานพวกผม รวมทั้งปรับสภาพจิตใจกันก่อน เพราะเพื่อนผม บางตัวก็เคยผ่านการโดนทำร้ายร่างกายมา เจ็บช้ำระกำทรวงกันมามาก เลยต้องทำ การรักษาจิตใจกันก่อน จากนั้นถึงเข้าเรียนหลักสูตรขั้นต้นต่อได้ ทั้งหมดนี้ก็ประมาณ 3 เดือนเห็นจะได้ครับ จากนั้นก็ต้องถ่ายทำจริงเปิดกล้องกันแล้ว

…ช่วงเวลาฝึกนั้น พวกผมต้องตื่นนอนกันตั้งแต่ 6.30 ครับ แล้วก็ออกไปทำธุระส่วนตัว กันมุมใครมุมมัน จากนั้นก็ออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย ให้ร่างกายได้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ซะหน่อย แล้วจึงทำการฝึกสอนสักพัก ก็เบรก หม่ำข้าว จากนั้นก็พักย่อยอาหาร ส่งสายตา ให้สาว หยอกเย้า หยอกเอินกับเพื่อนๆ กันประมาณชั่วโมง ก็ถึงเวลาฝึกเข้มข้นสำหรับพวกผม ประมาณ 2 ชั่วโมงครับ คือตั้งแต่ 9. 30 ถึง 11. 30 แต่ก็ฝึกกันไม่เต็ม 2 ชั่วโมงเต็มดี หรอกครับ เพราะถ้าอัดฝึกพวกผมมาก ๆ จะเกิดอาการงอแง จนน่าหมั่นไส้ครับ คือครูฝึก ต้องคอยดูอาการเอาครับว่าตอนไหนฝึกต่อได้ตอนไหนควรให้พัก และการฝึกที่ยากที่สุดสำหรับ พวกผมก็คือ การให้สายตา (eye line) ของพวกผมมองไปในทิศทางที่อยากให้มองเนี่ย มันยากนะครับ เพราะพวกผมมันชอบมองโน่นมองนี่ ชอบวอกแวกตลอด

…เทคนิคฝึกพวกผมนะเหรอครับก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่ค่อย ๆ ป้อน ค่อย ๆ ฝึก แต่ทบทวนนาน ๆ ครับ และอีกอย่างต้องให้พวกผมรู้สึกสนุกในการฝึกนะครับ ถ้าเมื่อไหร่

…รู้สึกถูกบังคับละก็ จะเกิดอาการต่อต้านขึ้นทันทีครับ จะทำยังไงให้พวกผมสนุกนะเหรอครับ ก็ต้องรู้จักนิสัยของพวกผมครับ รู้ว่าชอบและไม่ชอบอะไร และผมจะบอกอะไรให้นะครับ รางวัลอันล้ำค่าสำหรับพวกผมก็คือ “ใจ” ครับ การให้ความรัก ความอบอุ่น การกอด การชม คำพูดดีๆ เหล่านี้ครับสำคัญที่สุด ถ้าพวกคุณทำได้ พวกผมก็ทำให้สุดใจขาดดิ้น เลยละครับ ผมบอกเคล็ดลับให้ขนาดนี้แล้ว หวังว่าจะได้ผลนะครับ แล้วจะหาว่ามะหมาไม่เตือน ไม่ได้นะครับ

…ผมจะเล่าวีรกรรมระหว่างการฝึกมะหมาทั้งผมและเพื่อนให้ฟังกันนะครับ เริ่มตั้งแต่ ผม “มะขาม” พ่อหนุ่มสุดหล่อก่อนเลยละกันในฐานะคนเล่า ด้วยความที่ชาติกำเนิดผมเป็นมะหมา หลังอานครับ เลยมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เจ้าเล่ห์ ปราดเปรียว และโดยส่วนตัวผมจะออก โฉ่งฉ่าง ลูกทุ่งๆ หน่อย ไม่ค่อยมีฟอร์มกับเค้าเท่าไหร่ อยากทำอะไรก็จะทำเลย อย่างตอนฝึก จะค่อนข้างยากเวลาควบคุมไม่ให้ผมเถลไถล เพราะผมจะชอบสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ เห็นเป็นไม่ได้ ต้องเข้าไปสำรวจทุกที แต่พี่วันไชยเคยชมผมให้คนอื่นฟังว่า ผมมีความสามารถในการรับรู้ ดีมาก และตอบสนองได้ไว ที่สำคัญชอบให้คนพูดเพราะ ๆ ด้วย แต่ถ้าใครดุใส่ มีงอนครับ จะวิ่งหนีไปซักพักแล้วก็กลับมาฝึกต่อเป็นอย่างนี้ทุกที

“น้ำค้าง” แม่ยอดขมองอิ่มของผม เธอจะเป็นอะไรที่คุณหนูมากครับ เพราะ “พี่หวาน” รักมากไม่ให้ใครแตะต้องเลย เธอจะไม่เล่นกับใครนอกจากเล่นกับแม่คือ พี่หวานคนเดียว เวลาฝึกเธอจะรับได้ในระดับหนึ่งเพราะจะรู้สึกว่าปกติเป็นคุณหนูของบ้าน ทำไมต้องมาทำอะไร อย่างนี้ด้วย ส่วนเจ้า“ทอมมี่” หมอนี่หายห่วงครับ เพราะเข้าวงการมา 6 ปีแล้ว ผ่านทั้งละครและโฆษณามาแล้ว ก็เรียกว่ารู้มุมกล้องกันแล้วล่ะครับ หมอนี่มักจะรู้ดี ว่ามุมไหนมันดูดี แต่ยังไงซะ มันก็ยังแพ้ผมเรื่องความหล่ออยู่ดี

“ลุงกาแฟ” แรก ๆ ก็ไม่ยอมรับการฝึกครับ เพราะแกคงรู้สึกว่าแกเป็นหัวหน้า แกเป็น จ่าฝูงมาก่อน จะเฉย ๆ ไม่ค่อยยุ่งกับใคร เวลาครูฝึกสอนก็จะไม่ปฏิบัติตาม กว่าจะตอบสนองได้ก็นานพอควร ถึงขั้นต้องซื้อใจกันครับ ต้องให้ครูฝึกนั่งเล่นและนอนเล่นกับแก ไปไหนมาไหน ด้วยกันอยู่พักใหญ่ จนรู้ว่าของโปรดแกคือขนมกับตับไก่ วันดีคืนดีพอครูฝึกเผลอ แกก็วิ่ง กลับบ้าน แกคงไปส่งข่าวว่าแกจะได้เป็นดาราแล้ว พอแกกลับมาก็จะมีเพื่อน ๆ ตามมาส่งและ คอยดูแกฝึกอยู่พักใหญ่ คงมาให้กำลังใจพี่ใหญ่แกล่ะมั้ง

…สำหรับเจ้า “เก่ง” วีรกรรมเยอะครับ เป็นพวกอยากรู้อยากเห็นเหมือนผม เป็นพวก ลิงโลดต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา แต่เนื่องจากมีประวัติการโดนทำร้ายร่างกายมาก่อน เลยต้องรักษากันนานกว่าจะได้ใจเค้า แต่พอจิตใจแข็งแรงแล้ว ก็กลายเป็นคนละคนกันเลยครับ มีความน่ารัก ทะลึ่งตึงตัง สดใสมาก ๆ ด้วย มาถึงเจ้า “เปี๊ยก” เป็นตัวที่พี่หวานเก็บมาได้จาก ข้างสถานีตำรวจ ตั้งแต่อายุได้เดือนกว่า ๆ มาอยู่ได้แค่ 2 อาทิตย์แววนักแสดงเริ่มออกและ ก็เริ่มเข้าวงการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถึงตอนนี้ก็เกือบ 4 ปีเข้าให้แล้ว ดังนั้นเรื่องฝีมือก็ไม่ต้องพูดถึง

…มาถึง “เซ็กซี่” นี่เรียกว่าเป็นรุ่นพี่ในวงการแสดง เพราะเข้าวงการมาจะ 10 ปีแล้ว จนสามารถแยกแยะคำว่า คัต และแอ็คชั่นได้เลย และเวลาทำงานเธอก็จะตั้งใจทำอย่างไม่ลืมหูลืมตาเลยทีเดียว ผลงานที่ผ่านมาก็เช่นโฆษณายางบริดจ์สโตนก็ฝีมือเธอแหละครับ ส่วน “พิกุล” ก็ถูกเก็บมาเลี้ยง พออายุได้ไม่ถึงขวบก็เข้าวงการเช่นกัน เรียกว่าเข้าวงการมา กว่า 3 ปีแล้วล่ะครับ เธอผู้นี้จะนุ่มนิ่มมาก แต่เวลาทำงานจะเหมือนคนขี้แย มีอะไรเสียงดัง หรือเสียงโวยวายหน่อย ก็จะตื่นและระแวงไปหมด

…อยู่ร่วมฝึกกันมาซะนาน จนถึงวันที่การถ่ายทำเสร็จสิ้น พี่วันไชยเคยกระซิบบอก พวกผมว่า ดีใจและปลื้มใจกับพวกผมที่ได้มีโอกาสมาแสดงความสามารถ และสร้างรอยยิ้ม ให้กับคนดู และเชื่อว่าพวกผมจะเป็นตัวแทนให้กับมะหมาทั่วไป ในการช่วยลดการทอดทิ้ง มะหมาได้ ผมก็ภาวนาให้มันเป็นอย่างนั้นเหมือนกันครับ


ผลงานของ 2 ผู้กำกับ “มะหมา 4 ขาครับ”

ปุ๊ก พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์

– ร่วมกำกับภาพยนตร์ กับพี่หง่าว ยุทธนา มุกดาสนิท และพี่ป้อน นิพนธ์ ผิวเณร เรื่อง “คู่กรรม” ฉบับเบิร์ด ธงไชย และอุ๋ม อาภาศิริ

– ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “ไอ้ฟัก”

CO-PRODUCER ภาพยนตร์เรื่อง “สัตว์ประหลาด” และ “แสงศตวรรษ”

– รับหน้าที่ PRODUCER ให้กับภาพยนตร์เรื่อง “GHOST GAME”

– ร่วมกำกับภาพยนตร์ “มะหมา 4 ขาครับ”

สมเกียรติ วิทุรานิช

– ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “คนทรงเจ้า”

– หนึ่งในทีมงานภาพยนตร์ “AIR AMERICA”

– ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ “วิถีคนกล้า”

– ผู้กำกับและเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง “ฝากฝันไว้เดี๋ยว จะเลี้ยวมาเอา”

– เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง “ไอ้ฟัก”

– ผู้กำกับร่วมและเขียนบทภาพยนตร์ “มะหมา 4 ขาครับ”

Reviewed by admin on 21 October 2018

Leave a Comment