Login | Register
Forgot your password?

A password will be emailed to you.

แว่วเสียงซึง
Our Rating
Your Rating

แว่วเสียงซึง

แว่วเสียงซึง (2514)
แว่วเสียงซึง
กรุงเกษมภาพยนตร์
เสนอ ภาพยนตร์สโคป 35 ม.ม.สีอิสต์แมน เสียงในฟิล์ม
แว่วเสียงซึง
ชุติมา สุวรรณรัต สร้างเรื่อง และ กำกับ
สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์ พบดาราเกียรติยศ
กำธร สุวรรณปิยะศิริ คู่ เนาวรัตน์ วัชรา
ร่วมด้วย ประจวบ ฤกษ์ยามดี, เมตตา รุ่งรัตน์, จารุวรรณ ปัญโญภาส,
ปริม ประภาพร, โขมพัสตร์ อรรถยา, มาลาริน บุนนาก,
สมพงษ์ พงษ์มิตร, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง, บีฟ, ลออ นพพรรณ,
ด.ช.ปรีชา เกิดกำแพง, ด.ช.เปีย, แป๊ะอ้วน, ก้อง เมืองกาญจน์, พิศ, กรลดา
ติดตามด้วยลูกทุ่งชื่อดัง
สังข์ทอง สีใส, ชินกร ไกรลาส, วันเพ็ญ เพ็ชรรุ่ง,
ฟัง 10 เพลงลูกทุ่งไพเราะ
พุทธชาติ อำนวยการสร้าง
จำลอง มักนันท์ ถ่ายภาพ
แก้วฟ้า สร้างบทภาพยนตร์
ละครวิทยุ โดย คณะแก้วฟ้า
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

เรื่องย่อ แว่วเสียงซึง

ณ ที่โรงเรียนผาคํา กิ่งอําเภอแม่อาย จัง หวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านกําลังจัดงานต้อนรับ ศึกษาวุฒิ ศึกษาธิการอําเภอ และหมอเทวัญ (กําธร สุวรรณปิยะศิริ) หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ซึ่งเดินทางมารักษาชาวบ้านกิ่งอําเภอแม่อายชั่วคราว ในงานต้อนรับนี้มีครูคําฟ้า (เนาวรัตน์ วัชรา) และ ครูบัวโรย (จารุวรรณ ปัญโญภาส) ครูของโรงเรียนผาคํา พร้อมด้วยบัวลอย (กรดา โกญจนาท) พี่สาวของครูบัวโรยร่วมขบวนต้อนรับอยู่ด้วย เมื่อหมอเทวัญ และศึกษาวุฒิ เดินทางมาถึง ได้รับการต้อนรับจากชาวกิ่งอําเภอแม่อายและชาวไทยภูเขาเป็นอย่างดี ในงานนี้ครู คําฟ้า ได้แสดงการดีดซึง อันเป็นสัญญลักษณ์ของดนตรีพื้นเมือง จึงทําให้หมอเทวัญหลงรักครู คําฟ้า ส่วนศึกษาวุฒิได้ชอบพอกับบัวลอย และ บัวโรยก็หลงรักหมอเทวัญด้วย หมอเทวัญได้พยายามตามดักพบครูคําฟ้าด้วยความหลงรักที่หน้าโรงเรียนทุกวัน ในขณะที่หมอเทวัญกางเต็นท์เพื่อรักษาชาวกิ่งอําเภอแม่อาย

แจ้ง (จัมอิ่ม ศรทอง) เศรษฐีของกิ่งอําเภอแม่อาย ซึ่งหลง รักครูคําฟ้าอยู่ พยายามกีดกันหมอเทวัญทุกวิถีทาง แต่ไม่สําเร็จ ผลสุดท้ายครูคําฟ้าได้ตกเป็นของหมอเทวัญ และต่อมาทางราชการได้มีคําสั่ง ให้หมอเทวัญเดินทางกลับกรุงเทพฯ หมอเทวัญ จึงให้ศึกษาวุฒิ เป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอครูคําฟ้าจากยายของครูคําฟ้า ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูครูคําฟ้ามาตั้งแต่ เล็ก ๆ ด้วยความโอบอ้อมอารี และความดี ของหมอเทวัญ ในขณะที่อยู่รักษาชาวกิ่งอําเภอ แม่อาย และความรักแท้ที่มีต่อครูคําฟ้า จึงทําให้ยายไม่ขัดข้อง เป็นเหตุให้แจ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดหมอเทวัญได้พาครูคําฟ้ามาเช่าบ้านอยู่ในกรุงเทพ ฯ เพราะไม่ต้องการให้คุณ หญิงสุนทรีย์ (อาภรณ์ ตาบองครักษ์ ) ผู้เป็นแม่รู้เรื่อง เพราะคุณหญิงสุนทรีย์ยังไม่ต้องการให้ หมอเทวัญแต่งงาน และจากการที่หมอเทวัญไปหาคําฟ้าบ่อย ๆ จนไม่ค่อยได้กลับบ้าน จึงทําให้คุณหญิงสุนทรีย์สงสัยมาก

เวลาผ่านไปจนกระทั่งครูคําฟ้าตั้งครรภ์ หมอเทวัญดีใจมาก วันหนึ่งหลังจากเลิกงานแล้ว หมอเทวัญและดุย (สมพงษ์ พงษ์มิตร) ซึ่งเป็นคนขับรถของหมอเทวัญ หมอเทวัญได้แวะซื้อของขวัญ เพื่อรับขวัญลูกซึ่งจะเกิดกับคําฟ้า เมื่อซื้อของขวัญเสร็จแล้ว ขณะที่หมอเทวัญเดินข้ามถนน ได้เกิดอุบัติเหตุถูกรถแท็กซี่ชน ถึงกับสลบไม่ได้สติ คุณหญิงสุนทรีย์รู้เรื่องจากคุยก็รีบไปเยี่ยมลูกชายที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง จากห่อของขวัญกล่องนั้นเอง จึงทําให้คุณหญิงสุนทรีย์ รู้ว่าลูกชายแอบไปมีเมียไว้แล้ว จึงคาดคั้นจากดยให้บอกความจริง ด้วยความเกรงกลัว ตุ่ยจึงบอกความจริงแก่คุณหญิงสุนทรีย์ ด้วยความรัก และห่วงลูกชาย คุณหญิงสุนทรีย์จึงหาทางกําจัด ครูคําฟ้า โดยให้คุยไปตามคมคาย (ปริม ประภา พร) สาวสังคมซึ่งสนิทสนมชอบพอกับคุณหญิงสุนทรีย์มาก เพื่อให้คมคายกําจัดคําฟ้าไปจากหมอเทวัญ โดยมีเงื่อนไขอยู่ว่า ถ้าคมคายทําสําเร็จจะได้ค่าตอบแทน 30,000 บาท คมคายซึ่งจัดเจนในเรื่องเช่นนี้อยู่แล้ว จึงรีบตกลงทันที คมคายได้หาเด็กเล็ก ๆ 3 คน ไปพบคําฟ้าที่บ้านเช่าแล้วอ้างกับคําฟ้าว่า เด็กทั้ง 3 คนนี้เป็นลูกของเธอซึ่งเกิดกับหมอเทวัญ และขอร้องให้คําฟ้าไปเสียจากหมอเทวัญ ซึ่งคําฟ้าเองก็หลงเชื่อ เพราะระยะนี้หมอเทวัญไม่ได้มาหาเธอเลยโดยเธอไม่รู้หรอกว่าขณะนี้หมอเทวัญ นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คมคายได้ขโมยรูปของคําฟ้าและบังคับให้คําฟ้าเขียนจดหมายถึง หมอเทวัญ ในลักษณะว่า เธอมีชู้และไม่ขออยู่กับหมอเทวัญอีกต่อไป ด้วยความเสียใจคําฟ้าจึงได้ออกจากบ้านไป ในขณะที่เธอกําลังตั้งครรภ์อยู่ และด้วยความไม่เคยชินต่อกรุงเทพฯ ไม่รู้จะบากหน้าไปพึ่งใครที่ไหน ขณะที่เดินไปถึงท่าน้ำ ได้ เกิดเป็นลมตกลงไปในน้ำ บังเอิญชาวเรือผ่านมา พบเข้าพอดี ได้ช่วยเหลือเอาไว้

หมอเทวัญหลังจากได้หายเป็นปรกติและ กลับมาอยู่บ้านแล้ว จึงได้ทราบเรื่องจากคุณหญิงสุนทรีย์และคมคายว่าคําฟ้ามีชู้ โดยเอาหลักฐาน รูปถ่ายของคําฟ้าที่คมคายขโมยมาแล้วไปจ้างร้านถ่ายรูปให้อัดรูปคําฟ้านั่งคู่กับเสี่ยคนหนึ่ง พร้อมด้วยจดหมาย หมอเทวัญหลงเชื่อและโกรธคําฟ้ามาก จึงทําให้คมคายหักหลังคุณหญิงสุนทรีย์ โดยตัวเองหาทางยั่วยวนหมอเทวัญ เพื่อต้องการจะเป็นลูกสะใภ้คุณหญิงสุนทรีย์เสียเอง จนในที่สุดคมคายก็ได้เป็นเมียหมอเทวัญสําเร็จ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับคุณหญิงสุนทรีย์เป็น อันมาก

วันเวลาผ่านไป คําฟ้าพร้อมด้วยลูกได้เดินทางกลับกิ่งอําเภอแม่อายด้วยความช่วยเหลือจากชาวเรือผู้อารี เมื่อเธอไปถึงกิ่งอําเภอแม่อาย ปรากฏว่ายายของเธอได้ตายเสียแล้วด้วยความเสียใจและผิดหวัง คําฟ้าจึงได้อุ้มลูกไปที่หลุมฝังศพของยาย บังเอญคําพาใด้ยินเสียงของแจ้งซึ่งกําลังพูดอยู่กับหลุมฝังศพของยายว่า “ถ้าคําฟ้ายังอยู่ ยายก็คงยังไม่ตายหรอก บ้านนี้คําฟ้าเขาคงมีความสุขกับหมอเทวัญอยู่ที่กรุงเทพฯ นะยาย นะ” ซึ่งคําพูดของแจ้งนี้เองจึงทําให้คําฟ้าคิดฆ่าตัวตาย แต่ก่อนจะฆ่าตัวตายคําฟ้าได้เอาลูกน้อยของเธอไปติดกัณฑ์เทศน์ ซึ่งขณะนั้นในวัดกําลังมีเทศน์มหาชาติ หลวงพ่อที่วัดได้นําลูกของคําฟ้า ซึ่งเป็นผู้หญิงไปให้แม่เฒ่าบุญ (มาลี เวชประ เสริฐ) ชาวไทยภูเขาเป็นผู้เลี้ยงดูเอาไว้ โดยหลวงพ่อองค์นั้นได้ตั้งชื่อให้ เด็กน้อยคนนั้นว่า “เนตรดาว

ภัทราวุฒิ (สมบัติ เมทะนี) ลูกชายของ ศึกษาวุฒิกับบัวลอย รับราชการอยู่ที่ปักษ์ใต้ ได้ส่งภัทราวุฒิลูกชาย เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ โดยได้ไปพักที่บ้านหมอ เทวัญพร้อมกับจะโอด (ประจวบ ฤกษ์ยามดี ) เพื่อนของภัทราวุฒิและบัวโรยได้เดินทางมาพร้อม
หยมะ ซึ่งขณะนี้ได้ย้ายไปรับกับภัทราวุฒิ เพื่อมาเยี่ยมคําฟ้าเพื่อนรัก แต่เมื่อ มาถึงบ้านหมอเทวัญ หมอเทวัญได้เล่าเรื่องราวที่ คำฟ้ามีให้บัวโรยพึ่ง แต่บัวโรยไม่เชื่อจึงรีบเดินทางไปกิ่งอําเภอแม่อายเพื่อพิสูจน์ความจริง

ดารา (มาลาริน บุนนาค) ดาเรศ (โขมพัตร อรรถจินดา) ลูกสาวของหมอเทวัญและคมคาย ได้เกิดหลงรักภัทราวุฒิโดยหาทางยั่วยวนภัทราวุฒิ ต่าง ๆ นานา แต่ภัทราวุฒิไม่เล่นด้วยเพราะความนับถือหมอเทวัญ มาวันหนึ่งภัทราวุฒิได้รับจดหมายจากบัวโรย ให้เดินทางไปถึงอําเภอแม่อาย โดยให้ชวนหมอ เทวัญไปด้วย ทั้งนี้เพราะบัวโรยต้องการให้หมอ เทวัญพบกับเนตรดาว ลูกสาวของหมอเทวัญซึ่ง เกิดกับคําฟ้า

บนหมู่บ้านชาวไทยภูเขา เนตรดาว (อรัญญา นามวงศ์) มีเพื่อนสนิทชื่อสีแพร (เมตตา รุ่งรัตน์) พร้อมทั้งชะนี ซึ่งเป็นเพื่อนมาตั้งแต่เล็ก ๆ สมศักดิ์ (ชินกร ไกรลาศ ) น้องชายของสีแพร หลงรักเนตรดาวอยู่ รอด (แพน บรเพ็ด) หลานของแจ้งเป็นคนเกเรของกิ่งอําเภอแม่อาย ชอบขึ้นมาหาเรื่องบนดอยอยู่เนือง ๆ มาลัย น้องสาวของรอด ซึ่งเพชร (สังข์ทอง สีใส) หลงรักอยู่ พยายามมาติดพันอยู่เสมอ สร้างความไม่พอใจให้แก่รอดเป็นอย่างมาก

ในที่สุดหมอเทวัญ คมคาย ภัทราวุฒิ ฉะโอด ดารา ดาเรศ ดุ่ย ได้เดินทางไปถึงอําเภอแม่อาย และในคืนนั้นเองชาวไทยภูเขาได้จัดงานประจําปี ขึ้น เนตรดาวได้แสดงการดีดซึง โดยเฉพาะ เพลงที่ดีดซึงนั้นเป็นเพลงแห่งความหลังของหมอเทวัญกับคําฟ้า จึงทําให้หมอเทวัญเกิดสงสัยว่า ทําไมเนตรดาวจึงดีดซึงเพลงนี้ได้เพราะนัก บัวโรย ได้บอกกับหมอเทวัญว่า เนตรดาวคือลูกสาวของ หมอเทวัญซึ่งเกิดกับคําฟ้า ส่วนคมคายผู้รู้เรื่องนี้ดีได้แกล้งทําลายเหตุการณ์โดยการทําเป็นลมล้มพับไป จึงทําให้หมอเทวัญหันมาสนใจกับคมคายเสีย บัวโรยรู้ทันจึงได้วางแผนให้ภัทราวุฒิ ขึ้นมารับเนตรดาวที่กิ่งอําเภอแม่อายอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นภัทราวุฒิและฉะโอดได้เดินทางไปถึง อําเภอแม่อายเพื่อรับเนตรดาวให้ลงไปอยู่กรุงเทพฯ กับหมอเทวัญ ในการมาครั้งนี้เนตรดาวได้นำสีแพรและชะนีแสนรู้ลงมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านของหมอเทวัญซึ่งเป็นพ่อนั้น เนตรดาว สีแพร ถูกคมคาย ดารา ดาเรศ กลั่นแกล้งตลอดเวลา แต่ภัทราวและฉะโอดคอยช่วยเหลือเอาไว้ และทุกครั้งที่เนตรดาวถูกรังแก วิญญาณของคําฟ้าจะเข้าชะนีเพื่อป้องกัน และช่วยเหลือลูก เหตุนี้เองจึงทําให้สามแม่ลูก หาทางกําจัดชะนีโดยเอายาพิษใส่อาหารให้ชะนีกิน ส่วนยาพิษที่เหลือดาเรศได้วางแอบไว้ใน

วันหนึ่งหมอเทวัญได้รับเชิญให้ไปในงานบอลล์ของโรงพยาบาล โดยมคมคาย ดาราดาเรศ ภัทราวุฒิ ฉะโอด เนตรดาวและสีแพร ไปด้วย ในขณะที่นั่งรอเนตรดาวสีแพรแต่งตัวอยู่นั้น สามแม่ลูกได้วางแผนการเพื่อจะไม่ให้ เนตรดาว สีแพรไปในงานด้วย พอเนตรดาว สีแพร แต่งตัวเสร็จเดินออกมาที่ทุกคนนั่งรออยู่ สีแพรได้แต่งชุดชาวเขาเต็มยศ จึงถูกสามแม่ลูก พูดจาเยาะเย้ยถากถาง จนทําให้สีแพรทนไม่ได้ จึงตอบโต้ไปบ้าง เป็นเหตุให้สามแม่ลูกด่าว่า เนตรดาวและสีแพรว่าเป็นคนป่าเถื่อน และด่าว่า คําฟ้า แม่ของเนตรดาวจนทําให้เนตรดาวทนไม่ไหว จึงตบหน้าดาเรศ ตอนนี้เหตุการณ์ชุลมุนตบตีจึง เกิดขึ้น จนกระทั้งหมอเทวัญ ภัทราว ฉะโอด ได้เข้ามาห้าม แต่เรื่องไม่ได้ยุติเพียงเท่านั้น หมอเทวัญกลับตบหน้าเนตรดาว และด่าคําฟ้าแม่ของ เนตรดาวอย่างรุนแรง จึงเป็นเหตุให้เนตรดาว เสียใจมาก ถึงกับหนีออกจากบ้านหมอเทวัญเพื่อ เดินทางกลับกิ่งอําเภอแม่อายพร้อมสีแพรและชะนี

วันหนึ่งรอดบุกฉุดเนตรดาวที่บริเวณบ้าน สมศักดิ์เข้าขัดขวางเลยถูกรอดกับพวกแทงตาย เพชรแอบมาพบมาลัย รอดกับพวกเห็นจึงได้รุม ทําร้ายเพชร ภัทราวุฒิกับฉะโอดเดินทางมาตาม เนตรดาวกับสีแพรด้วยความหลงรัก เห็นเหตุการณ์จึงได้เข้าช่วยเพชรเอาไว้ ส่วนบัวโรยซึ่งไม่พอใจที่หมอเทวัญตบหน้าเนตรดาว จึงปรึกษากับภัทราวุฒิว่าจะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเรื่อง

ภัทราวฆ์เห็นดีด้วย จึงรีบพาบัวโรยมากรุงเทพฯ

ของคําฟ้า ซึ่งบัวโรยได้รับรู้เรื่องจริงมาจากตุ่ย เพื่อพบหมอเทวัญ ในขณะที่บัวโรยเล่าเรื่องให้ หมอเทวัญฟังนั้น คุณหญิงสุนทรีย์พร้อมนายดุย ก็เข้ามาสารภาพและเปิดเผยเรื่องราวความจริงทั้งหมดให้แก่หมอเทวัญทราบ ทําให้หมอเทวัญ ตาสว่างและโกรธคมคายมาก ขณะนั้นเองคมคาย ซึ่งแอบได้ยินเรื่องราวทั้งหมดกําลังถูกเปิดเผย เกี่ยวกับความชั่วของตัวที่ทํากับคําฟ้า จึงได้ออก มาบอกกับหมอเทวัญว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะคุณหญิงสุนทรีย์เป็นผู้สร้างเหตุการณ์ขึ้น ขอให้ทุกคนลืมเรื่องนี้เสียให้หมด ไม่เช่นนั้นจะเอาหลักฐานที่คุณหญิงสุนทรีย์ติดต่อกับเธอไปให้ตํารวจ เทวัญโกรธคมคายมากถึงกับตบหน้าคมคาย จึงเป็นเหตุให้คมคายเสียใจมาก ถึงกับกินเหล้าจนเมามาย จึงทําให้คมคายปวดหัวมาก ด้วยความเมาคมคายได้ไปหยิบยาในตู้ยาเพื่อมากิน แต่หารู้ไม่ว่ายาที่หยิบมากินนั้นเป็นยาพิษที่ตัวเองซื้อมาให้ชะนีกัน ในที่สุดคมคายก็ถึงแก่ความตายเพราะยาพิษนั้น

เมื่อหมอเทวัญเข้าใจเรื่องราวตลอดแล้ว จึงได้เดินทางไปถึงอําเภอแม่อาย เพื่อไปรับ ลูกเนตรดาว การไปครั้งนี้ ภัทราว ฉะโอด และบัวโรยได้เดินทางไปด้วย เหตุการณ์ต่อไป จะเป็นอย่างไรนั้นก็เชิญพบ “แว่วเสียงซึ่ง”

Reviewed by admin on 13 June 2018

Leave a Comment