แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นัยนา ชีวานันท์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นัยนา ชีวานันท์ แสดงบทความทั้งหมด

อะไรกันวะ

 

อะไรกันวะ
เรื่องย่อ 

เรื่องราวความอลหม่านเริ่มต้นขึ้นในบ้านหลังใหญ่ของคุณนาย ซึ่งทั้งบ้านมีแต่ผู้หญิงอาศัยอยู่ร่วมกัน เมื่อมีนักเลงและผู้มีอิทธิพลพยายามเข้ามารังควานและตามจีบคุณนายจนสร้างความหวาดระแวง ทำให้คนในบ้านปรึกษากันว่าจำเป็นต้องหา "คนรับใช้ผู้ชายร่างกำยำ" มาคอยดูแลความปลอดภัยและช่วยคุ้มกันบ้าน

ทางครอบครัวจึงตัดสินใจไปติดต่อหาคนงานผ่านสำนักงานจัดหางาน จนกระทั่งได้ตัว สมชาย ชายหนุ่มมาดกวนแต่พกพาความฮาและลูกล่อลูกชนเต็มกระเป๋า เข้ามาทำหน้าที่เป็นคนรับใช้ชายเพียงคนเดียวในคฤหาสน์สาวล้วน

ทว่าการเข้ามาของสมชายไม่ได้มีเพียงแค่งานบ้านธรรมดา เพราะเขากลับตกหลุมรักคุณนายเจ้าของบ้านเข้าอย่างจัง ขณะเดียวกัน เดช ลูกชายคนโตของสมชายที่ออกมาเร่ขายพวงมาลัย ก็ได้พบรักกับ เอ๋ หญิงสาวในบ้านคุณนายเช่นกัน ความสัมพันธ์พัวพันข้ามรุ่นนี้จึงนำมาซึ่งภารกิจสุดป่วน เมื่อคนรับใช้ตัวดีต้องทั้งรับมือกับงานสารพัดในบ้าน ฝ่าด่านหัวใจ และช่วยปกป้องคนในบ้านจากอันธพาล ก่อเกิดเป็นเรื่องราววุ่นวาย ชวนหัว และเต็มไปด้วยมุกตลกเบาสมองตลอดทั้งเรื่อง

ตัวอย่างภาพยนตร์ อะไรกันวะ พ.ศ. 2521


ภาพยนตร์เรื่อง อะไรกันวะ ARAI KUNVA
กำกับโดย (Directed by) :  ล้อต๊อก
นักแสดง (Cast) : นัยนา ชีวานันท์ , กรุง ศรีวิไล , พิศมัย วิไลศักดิ์ , ล้อต๊อก , นิรุตติ์  ศิริจรรยา , ตั๊ก มยุรา 

โตไม่โตซัดดะ

 

โตไม่โคซัดดะ

เรื่องย่อ: โตไม่โตซัดดะ (ปี 2524)

ปมมรดกและเด็กที่สาบสูญ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากความขัดแย้งภายในตระกูลมหาเศรษฐี เมื่อพินัยกรรมฉบับสำคัญของคุณหญิงระบุเงื่อนไขไว้ว่า ทรัพย์สมบัติและคฤหาสน์หลังใหญ่จะตกเป็นของทายาทหรือลูกชายแท้ ๆ ของอนันดา ซึ่งถูกนำตัวไปฝากให้หญิงชาวบ้านชื่อ "แม่เฉิม" เลี้ยงดูตั้งแต่แบเบาะเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน หากตามหาตัวเด็กไม่พบ ทรัพย์สินจะต้องถูกบริจาคให้การกุศล ทำให้ฝ่ายเครือญาติผู้หวังฮุบมรดกต่างพยายามตามล่าหาตัวเด็กคนนี้ เพื่อกำจัดทิ้งและเปลี่ยนเส้นทางมรดกให้ตกเป็นของตนเอง

คนสู้ชีวิตจากสลัมสู่คฤหาสน์ผู้ดี

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของสลัมและตลาด ชายพิการหลังค่อมใจเด็ดอย่าง "พี่โต" และเด็กสาวตัวเล็กแต่สู้คนอย่าง "เตี้ย" ต้องใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบ หาบของขายและเผชิญหน้ากับพวกนักเลงหัวไม้ แต่เมื่อแม่ผู้เลี้ยงดูถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ทั้งสองจึงต้องระหกระเหินหาที่พึ่ง จนกระทั่งได้รับการชักชวนจากหนุ่มตระกูลอภิวัฒน์ให้เข้ามาทำงานเป็นคนรับใช้ในคฤหาสน์หลังใหญ่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านี่คือบ้านที่มีความเกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดและปมพินัยกรรมลับ

ความปั่นป่วนและความจริงที่ต้องเปิดโปง

เมื่อคนตัวเล็ก ๆ ไม่ยอมก้มหัวให้ใครอย่างพี่โตและเตี้ยต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกับเหล่าเจ้านายผู้ดีขี้เก๊ก ป้ารับใช้จอมวางมาด และคุณนายใจร้ายที่คอยหาเรื่องกลั่นแกล้ง ความป่วน ฮา และการต่อปากต่อคำจึงเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งสองต้องคอยเอาตัวรอดจากการถูกจับผิดและการตามล่าตัวทายาทแท้จริงที่กำลังเข้มข้นขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศคอมเมดี้คลุกเคล้าการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนจนตามชื่อเรื่อง "โตไม่โตซัดดะ"


ไอ้ซ่าส์

 

ไอ้ซ่าส์
เรื่องย่อภาพยนตร์ไทยเรื่อง "ไอ้ซ่าส์" (พ.ศ. 2521) กำกับการแสดงโดย อนุมาศ บุนนาค นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, นัยนา ชีวานันท์, สายัณห์ จันทรวิบูลย์, ทาริกา ธิดาทิตย์, ดามพ์ ดัสกร และ ชูศรี มีสมมนต์ 

เรื่องย่อ

จอม ชายหนุ่มเลือดร้อนรักสนุก ใช้ชีวิตเสเพลและชอบทำตัวเป็นนักเลงอันธพาล อาศัยอยู่กับ วันเพ็ญ ผู้เป็นน้องสาว พร้อมด้วยบริวารในคอกปศุสัตว์ขนาดใหญ่ที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดจาก เสือเก่ง ผู้เป็นพ่อที่เพิ่งล่วงลับไป วันหนึ่งขณะที่จอมกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้าเมืองไปหาเพื่อนนักเลงและเที่ยวหา เรไร หญิงบริการคนสนิท เขาได้ขับรถลุยข้ามธารน้ำจนเครื่องยนต์ดับติดหล่ม และได้พบกับ พราน อดีตเสือร้ายรุ่นใหญ่ผู้เป็นเพื่อนรักร่วมสาบานของพ่อที่ขับรถจิ๊บผ่านมา ทั้งคู่เกิดมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันตั้งแต่แรกพบ เมื่อพรานเดินทางเข้าเมืองไปพบกับนายอำเภอ จึงได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของเสือเก่งและพฤติกรรมเหลวแหลกของจอม พรานจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะดัดนิสัยลูกชายของเพื่อนรักให้กลับตัวเป็นคนดีให้ได้

ต่อมา จอมไปมีเรื่องชกต่อยในซ่องจนถูกรุมซ้อมสลบ พรานจึงช่วยพากลับมาส่งที่บ้าน พร้อมเปิดพินัยกรรมที่พ่อของจอมระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ให้สิทธิ์ขาดแก่พรานในการเป็นผู้ปกครองดูแลทรัพย์สินและคอกปศุสัตว์ทั้งหมด หากจอมยังไม่ยอมกลับตัวเป็นคนดี มีครอบครัวที่ถูกต้อง พรานมีอำนาจยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้เป็นสาธารณประโยชน์ได้ทันที ทำให้จอม วันเพ็ญ และคนในบ้านจำใจต้องยอมอยู่ใต้การควบคุมของพรานด้วยความเคียดแค้น พรานเริ่มใช้ไม้แข็งบังคับให้จอมทำงานหนักและเลิกทำตัวเสเพล ทั้งยังพยายามหาคู่ครองที่เหมาะสมให้ จนกระทั่งได้ตัว แพร หญิงสาวผู้มีมลทินและมีลูกติดมาบังคับให้แต่งงานกับจอมเพื่อดัดสันดาน สร้างความอับอายและไม่พอใจให้จอมเป็นอย่างมาก

ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดขี่ จอมจึงวางแผนร่วมมือกับเพื่อนนักเลงอย่าง เจิด และ เสืออิ่ม เพื่อหาทางกำจัดพรานและชิงทรัพย์สินกลับคืนมา พรานหลงกลจนถูกลอบยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ทว่าเจิดกับเสืออิ่มกลับเผยธาตุแท้หักหลังจอมด้วยการกวาดต้อนฝูงวัวควายและฮุบทรัพย์สมบัติไปเป็นของตัวเอง เมื่อจอมซมซานกลับมาสารภาพความจริง พรานที่เจ็บปวดทั้งกายและใจจึงต่อว่าจอมที่ทำลายสิ่งที่พ่อสร้างมากับมือ แต่ด้วยสัจจะและความผูกพันที่มีต่อเพื่อนผู้ล่วงลับ พรานจึงกัดฟันลุกขึ้นสู้ บุกเดี่ยวตามไปทวงคืนทรัพย์สินและปราบปรามกลุ่มโจรอย่างไม่คิดชีวิต

เมื่อเห็นพรานยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องมรดกของครอบครัวตน จอมและทุกคนในบ้านจึงสำนึกผิดและตามไปช่วยพรานต่อสู้จนสามารถโค่นล้มเจิดและเสืออิ่มลงได้สำเร็จ การเสียสละและความเด็ดเดี่ยวของพรานทำให้จอมตระหนักถึงบุญคุณอันยิ่งใหญ่ และยอมละทิ้งนิสัยเสเพลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยทุกคนในบ้านต่างพร้อมใจกันขอร้องให้พรานอยู่ร่วมเป็นเสาหลักของครอบครัวต่อไป

มือปราบปืนทอง

 

มือปราบปืนทอง


"มือปราบปืนทอง" (พ.ศ. 2521) ผลงานการกำกับโดย เสนอ คราประยูร นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, นัยนา ชีวานันท์, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, ลักษมี เพ็ญแสงเดือน, มานพ อัศวเทพ และ เรวดี ปัตตะพงษ์ 

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของ เสือเก่ง และเหล่านักโทษร่วมชะตากรรม รวมทั้งสิ้น 8 คน ที่วางแผนแหกคุกเพื่อออกไปทวงคืนทองคำแท่งมูลค่ามหาศาลที่พวกตนเคยปล้นแล้วนำไปฝังซ่อนไว้ในป่าลึก ก่อนที่จะถูก กำนันเทศน์ จับกุมตัวเข้าคุกเมื่อหลายปีก่อน การแหกคุกครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลือเรื่องอาวุธและแพลำเลียงจากผู้ใหญ่ทิมผู้หวังส่วนแบ่งในทองคำ แต่ในคืนหลบหนีเกิดการปะทะกับผู้คุมเรือนจำ ทำให้ผู้ใหญ่ทิมและนักโทษบางส่วนถูกยิงเสียชีวิต เหลือเพียงเสือเก่งและพรรคพวกที่รอดมาได้

ด้วยความเคียดแค้นที่ฝังลึกต่อกำนันเทศน์ ทั้งเรื่องถูกจับกุมและเรื่องที่ เรณู อดีตคนรักของเสือเก่ง ได้ตกเป็นภรรยาของกำนันเทศน์จนมีลูกด้วยกัน เสือเก่งจึงตัดสินใจบุกไปยังบ้านของกำนันก่อนจะเดินทางไปเอาทอง เมื่อไปถึงกลับพบเพียงเรณู ลูกชาย และ มะลิ เสือเก่งจึงลงมือข่มขืนเรณูเพื่อระบายแค้นพร้อมสังหารลูกชายอย่างโหดเหี้ยม เมื่อกำนันเทศน์กลับมาถึงก็ถูกซ้อมปางตายและมัดแขวนไว้กับขื่อบ้าน ก่อนที่พวกเสือเก่งจะฉุดตัวมะลิไปเป็นตัวประกัน ต่อมากำนันเทศน์ได้รับการช่วยเหลือจากผู้คุมและกิตติ เมื่ออาการบาดเจ็บทุเลาลง กำนันเทศน์จึงนำกำลังออกไล่ล่าเพื่อล้างแค้นทันที

การเดินทางของฝ่ายเสือเก่งเป็นไปอย่างยากลำบากและถูกตามล่าจนเกิดการยิงปะทะกันหลายครั้ง ทำให้มีคนบาดเจ็บและล้มตายไปหลายคน เมื่อข้ามคุ้งน้ำหนีไปได้ พวกเสือเก่งจึงกบดานที่ถ้ำแห่งหนึ่งและไปลักพาตัว หมอกานดา มารักษาบาดแผล ต่อมามีกองกำลังทหารป่าลาดตระเวนผ่านมา พวกเสือเก่งจึงซุ่มโจมตีสังหารทหารป่าจนหมดและนำเครื่องแบบมาสวมใส่เพื่ออำพรางตัว แต่เมื่อเดินทางไปถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงแถบชายแดนไทย-พม่า กลับถูก มะขิ่นหม่อง หัวหน้าหมู่บ้านสั่งจับกุมและตรึงไม้กางเขนทรมาน เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นทหารป่าที่เคยเข้ามารุกรานชาวบ้าน เสือเก่งจึงต้องสารภาพว่าต้องการเข้ามาขุดทองที่ฝังไว้เท่านั้น หัวหน้าหมู่บ้านจึงยื่นคำขาดว่าจะยอมปล่อยตัวก็ต่อเมื่อพบทองคำจริง

เมื่อขุดพบทองคำและแบ่งปันให้ชาวบ้านจนพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ทหารป่า ทั้งหมดจึงได้รับการเลี้ยงส่ง ทว่าก่อนที่กลุ่มเสือเก่งจะเดินทางพ้นเขตหมู่บ้าน กำนันเทศน์และทีมผู้คุมก็ไล่ตามมาทันจนเกิดการดวลปืนและยิงปะทะกันอย่างดุเดือด ในที่สุดเสือเก่งและพรรคพวกก็ถูกกำนันเทศน์เด็ดชีพจนหมดสิ้น แต่โศกนาฏกรรมกลับไม่สิ้นสุดลงแค่นั้น เมื่อมะลิตัวประกันเคราะห์ร้ายถูกกระสุนลูกหลงเสียชีวิตไปด้วย นำความสูญเสียและเสียใจมาสู่กำนันเทศน์อย่างถึงที่สุด

โตเมืองใต้

 

โตเมืองใต้

เรื่องย่อ 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งตกอยู่ใต้อิทธิพลมืดของ "เสี่ยอภิชัย" ผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ที่หากินกับธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งบ่อนการพนัน ค้าของเถื่อน ค้าอาวุธ ไม้เถื่อน ขบวนการกองทัพมดลักลอบขนข้าวสารข้ามแดน รวมถึงการรีดไถเก็บค่าคุ้มครองจากชาวสวนยาง เสี่ยอภิชัยได้ส่งจดหมายไปถึง "เทือก ทัพเทวา" เจ้าของสวนยางและโรงงานแปรรูปยาง เพื่อชักชวนให้ยอมก้มหัวเข้าร่วมเป็นพวก แต่เทือกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เสี่ยอภิชัยจึงส่งสมุนเอกอย่าง "เตี้ยง ตากใบ" นำพวกบุกถล่มบ้านของเทือก เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ "สายสมร" ภรรยาของเทือกถูกยิงเสียชีวิต ส่วนเทือกได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่โชคดีที่ "เสือเซ็ง ลือเซรา" เข้ามาช่วยพาเทือกหลบหนีไปพักรักษาตัวที่บ้านของตนได้ทัน

ระหว่างกบดานรักษาตัว เทือกได้ให้เสือเซ็งส่งโทรเลขเรียกอดีตเพื่อนร่วมรบจากสมรภูมิเวียดนาม 3 คนให้เดินทางลงมาหาดใหญ่เพื่อร่วมล้างแค้น ได้แก่ "เบิ้ม บ้านบึง", "กิมหลี ลานนา" และ "เอื้อน อุดร" เมื่อเสี่ยอภิชัยล่วงรู้ข่าว จึงสั่งให้ลูกน้องไปดักสังหารเพื่อนของเทือกตั้งแต่เดินทางมาถึง แต่ทุกคนต่างมีฝีมือฉกาจ เบิ้มสามารถขับรถกระแทกรถของคนร้ายจนตกเหวระเบิด เอื้อนใช้ทักษะมีดสั้นสังหารสมุนที่มาดักยิงจนราบคาบ ส่วนกิมหลีก็เอาตัวรอดจากการถูกตามล่าที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ได้ ทั้งสามคนได้รับการช่วยเหลือจาก "สาลี" ที่โรงแรมโนรา เพื่อพาไปพบเทือกที่บ้านของเสือเซ็ง ทำให้สี่สหายศึกเวียดนามได้รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อภารกิจโค่นเจ้าพ่อโตเมืองใต้

ฝ่ายเสี่ยอภิชัยเมื่อทราบว่าทั้งสี่รวมตัวกัน จึงประชุม 4 มือปืนคู่ใจเพื่อแบ่งงานกันสังหาร โดยให้ "ปืน ปากคลอก" ไปเก็บเทือก, "เตี้ยง ตากใบ" เก็บเบิ้ม, "ทุย ทุ่งสง" จัดการกิมหลี และ "เด็ด ดาดา" จัดการเอื้อน ในขณะเดียวกัน "สายรุ้ง" น้องสาวของสายสมร ได้ไปรับ "ดงบุหลัน" ลูกสาวของเทือกจากโรงเรียนแล้วพาไปเที่ยวทะเล แต่กลับถูกลูกน้องเสี่ยอภิชัยดักเล่นงาน โชคดีที่เสือเซ็งเข้ามาช่วยไว้ได้ทันและพากลับบ้าน คืนหนึ่งเบิ้มกับเอื้อนได้ไปเที่ยวบาร์ของ "พวงปากกา" เมียของเสี่ยอภิชัย จนเกิดการปะทะชกต่อยกับพวกของทุย ทว่าเบิ้มและเอื้อนก็เอาตัวรอดออกมาได้ อีกทั้งเบิ้มยังได้ "ดาววิไล" นักร้องสาวในบาร์มาเป็นเมีย ทำให้รู้แผนการล่วงหน้าว่าเสี่ยอภิชัยจะยกพวกมาบุกบ้านเทือก เมื่อกลุ่มเสี่ยอภิชัยบุกเข้ามาจริง ๆ จึงเจอเทือกและเพื่อนซ้อนแผนดักรับมือจนฝ่ายคนร้ายแตกพ่ายยับเยิน

หลังจากนั้น กลุ่มของเทือกจึงเปิดฉากไล่ล่าเด็ดหัวมือปืนของเสี่ยอภิชัยทีละคน เริ่มจากเทือกบุกเดี่ยวขึ้นเรือกลางทะเลสาบสงขลาและแทงปืนตายคาเรือ ต่อมาเอื้อนดักยิงเตี้ยงเสียชีวิตขณะกำลังขนลังอาวุธสงครามขึ้นรถบรรทุก และตามไปถล่มขบวนการกองทัพมดมอเตอร์ไซค์ลักลอบขนข้าวสารของเด็ดจนพังพินาศ ก่อนที่เอื้อนจะเทกระสอบข้าวสารกลบหน้าเด็ดจนขาดใจตาย ส่วนทุยที่กำลังเดินสายรีดไถค่าคุ้มครองชาวสวนยางก็ถูกกิมหลีขัดขวาง โดยกิมหลีได้ใช้เพลงหมัดมวยไทย คาราเต้ และกังฟูซ้อมทุยจนสลบ แล้วใช้น้ำยางพารากรอกปากจนทุยเสียชีวิตอย่างทรมาน

ศึกสุดท้ายเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง เมื่อเสี่ยอภิชัยนำลูกสมุนที่เหลือบุกประชิดบ้านเทือกหวังลอบสังหารเทือกกับกิมหลี แต่เสือเซ็งและเอื้อนเข้ามาช่วยยิงสกัดลูกสมุนจนตายหมดสิ้น เหลือเพียงเสี่ยอภิชัยที่กำลังจะลั่นไกสังหารเทือกและกิมหลี ทว่าดงบุหลัน ลูกสาวตัวน้อยของเทือกซึ่งยืนดูอยู่กับสายรุ้ง ได้ตัดสินใจแย่งปืนจากสายรุ้งแล้วยิงเสี่ยอภิชัยเสียชีวิตทันที ปิดฉากอิทธิพลเถื่อนของคนโตเมืองใต้ลงอย่างถาวร เมื่อบ้านเมืองกลับมาสงบสุข เพื่อน ๆ ร่วมรบเตรียมจะเดินทางกลับ แต่เสือเซ็งได้เอ่ยปากรั้งทุกคนไว้ก่อน เพื่อให้อยู่ร่วมแสดงความยินดีในงานมงคลสมรสระหว่างเทือกกับสายรุ้งที่จะจัดขึ้นต่อไป

8 เหลี่ยม 12 คม

8 เหลี่ยม 12 คม


ชื่อเรื่อง: 8 เหลี่ยม 12 คม (2519)

กำกับการแสดง / อำนวยการสร้าง: พยุง พยกุล

นักแสดงนำ: สมบัติ เมทะนี (รับบท คม), นาท ภูวนัย, ไพโรจน์ ใจสิงห์, นัยนา ชีวานันท์, ปริศนา ชบาไพร, รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร, ดามพ์ ดัสกร

เรื่องย่อ

เรื่องราวการเฉือนคมและหักเหลี่ยมในโลกอาชญากรรม  เมื่อ "คม"  เข้ามาพัวพันกับแผนการซื้อขายสร้อยเพชรล้ำค่ามูลค่ามหาศาล  ซึ่งมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหลายฝ่ายต้องการแย่งชิงไปเป็นของตน โดยเฉพาะกลุ่มของ "ชิงชัย" จอมโหดผู้ทรงอิทธิพล  ที่วางแผนชิงเพชรไปใช้แลกเปลี่ยนกับอาวุธสงครามล็อตใหญ่ที่บริเวณชายแดน 

ขณะเดียวกัน "กฤษณะ" เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยสืบราชการลับ  ได้รับคำสั่งให้ติดตามสืบสวนและทลายแก๊งใหญ่ของชิงชัย แต่เนื่องจากยังขาดหลักฐานมัดตัว กฤษณะจึงต้องแฝงตัวและแกะรอยตามเบาะแสอย่างใกล้ชิด  ท่ามกลางความขัดแย้งที่มีทั้งเรื่องผลประโยชน์ ความแค้น และความรักของตัวละครอย่าง ริต้า, รสนา และปณิตา  ที่ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของอันตราย

ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดการหักหลังและแผนซ้อนแผนซ้อนเหลี่ยมกันเองระหว่างเหล่าทรชน  จนกระทั่งความลับเรื่องการนัดส่งมอบเพชรแลกอาวุธถูกเปิดเผย  นำไปสู่การเผชิญหน้าและปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มคนร้ายและฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในสมรภูมิสุดท้าย

มันมากับความมืด

 

มันมากับความมืด

มันมากับความมืด [พ.ศ. 2514]: เมื่อความแค้นข้ามภพชาติ กลายเป็นตำนานสยองขวัญที่ไม่มีวันจางหาย

ท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยงามของเกาะแห่งหนึ่งในเมืองไทย กลับมีความลับอันน่าสะพรึงกลัวถูกซ่อนไว้ใต้เงามืด เมื่อคนสองกลุ่มระหว่าง "ชาวเกาะระกำ" และ "ชาวเกาะผี" ผูกใจเจ็บและทำสงครามต่อสู้กันมานานนับร้อยปี จนกระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมรักต้องห้าม เมื่อลูกสาวของหัวหน้าชาวเกาะระกำ เกิดไปตกหลุมรักกับลูกชายหัวหน้าชาวเกาะผี ความรักที่ไม่ควรเกิดขึ้นนำมาซึ่งรอยร้าวและความรุนแรงที่ทำให้ฝ่ายชายต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา

ความโศกเศร้าจากการสูญเสียผลักดันให้หญิงสาวตัดสินใจปลิดชีพตนเองจากหน้าผาสูงชัน จนกลายเป็นตำนาน "ผานางโดด" ที่ชาวบ้านกล่าวขานถึงความลึกลับจนถึงปัจจุบัน แต่ทว่า... ความตายอาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่องราวทั้งหมด เมื่อชาวบ้านยังคงยืนยันว่า หากตั้งใจฟังเสียงลมและเสียงคลื่นให้ดี พวกเขายังคงได้ยินเสียงร้องเพลงแว่วมาตามสายลม ราวกับวิญญาณของเธอยังคงวนเวียนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อรอคอยการกลับมาของคนรักตลอดกาล...

ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำและหน้าผาสูงชันนี้คืออะไร? และทำไมวิญญาณแห่งความแค้นนี้ยังคงไม่ยอมไปผุดไปเกิด? ร่วมค้นหาคำตอบและย้อนอดีตไปกับภาพยนตร์ไทยระดับตำนานเรื่องนี้


นักแสดง

สรพงศ์ ชาตรี (ผลงานเรื่องแรก)
นัยนา ชีวานันท์

ทิวาหวาม

ทิวาหวาม
ทิวาหวาม (2517)

ประเภท: ดราม่า / โรแมนติก

นำแสดงโดย: พิศมัย วิไลศักดิ์, นัยนา ชีวานันท์, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, ชนะ ศรีอุบล

กำกับการแสดงโดย: พันคำ

เรื่องย่อ

"ราตรีเขามีไว้ให้เมียขวัญ กลางวันเขามีไว้ให้รักใหม่... หวามใจนัก"
เปิดฉากความดราม่าเคล้ากลิ่นอายความโรแมนติกข้ามประเทศกับภาพยนตร์ไทยคลาสสิกที่ยกกองไปถ่ายทำฉากสวยงามกันไกลถึงประเทศอิตาลี (โรม-เวนิซ) เรื่องราวของ "วันวิสา" สาวน้อยที่ถูกส่งตัวข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาต่อ แต่โชคชะตาเล่นตลกให้เธอเกิดพลาดนัดหมายกับเพื่อนสนิทที่ตั้งใจจะไปพักด้วยอย่างกะทันหัน

ท่ามกลางความเคว้งคว้างในต่างแดน เธอจึงจำต้องไปขออาศัยอยู่ชั่วคราวกับ "มารุต" เพื่อนสนิทของอาผู้เป็นสามี และ "ภัควิภา" ผู้เป็นภรรยา ทว่าความใกล้ชิดใต้ชายคาเดียวกันท่ามกลางบรรยากาศอันเร้าใจและทิวทัศน์อันแสนโรแมนติก กลับกลายเป็นชนวนเหตุแห่งปัญหา เมื่อไฟเสน่หาเริ่มคุกรุ่นขึ้นในใจของมารุต จนทำให้หัวใจของคนใกล้ตัวต้องสั่นคลอนและหวาดระแวง

เมื่อความสัมพันธ์เริ่มล้ำเส้น และภาระทางใจภายใต้หน้ากากของความถูกต้องเริ่มพังทลายลง ภรรยาอย่างภัควิภาจะต้องรับมือกับความจริงอันเจ็บปวดนี้อย่างไร? และบทสรุปของไฟรักที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางวันอันสว่างไสวนี้จะลงเอยแบบไหน... ร่วมลุ้นและติดตามหัวใจของพวกเขากันต่อได้ในภาพยนตร์เต็มเรื่องด้านล่างนี้เลยครับ!

ทิวาหวาม (2517)

สีบุญเรืองฟิล์ม ผู้สร้าง
“พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ”-ล้านไว
“แรงรัก”-ล้านใหญ่
เสนอผลงาน ล้านใหม่
“เวลาสามีดิฉันไปมีหญิงอื่น
จะต้องให้ดิฉันไปตระเวนรับรู้ งั้นหรือ”
ราตรีเขามีไว้ให้เมียขวัญ
กลางวันเขามีไว้ให้รักใหม่ หวามใจนัก
ทิวาหวาม ของ ศศิพงศ์ ประไพ
พิศมัย วิไลศักดิ์ นัยนา ชีวานันท์ พบ
ยอดชาย เมฆสุวรรณ
ร่วมแสดงโดย…
ชนะ ศรีอุบล, มานพ อัศวเทพ, มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช,
เมตตา รุ่งรัตน์, ชูศรี มีสมมนต์
ถ่ายทำในโรม-เวนิซ เกือบตลอด
ประสิทธ์ ศิริบรรเทิง-ธวัชรินทร์ สร้างบท
แสวง ดิษยวรรธนะ ถ่ายภาพ
ชวินธร สีบุญเรือง อำนวยการสร้าง
พันคำ กำกับการแสดง
ลีวินฟิล์ม จัดจำหน่าย

ทะเลทอง

ทะเลทอง
เรื่องย่อ "ทะเลทอง" [2518] 

เมื่อคลื่นลมแห่งโชคชะตา พัดพาความรัก ความแค้น และปมปริศนามาบรรจบ
เตรียมพบกับเรื่องราวความเข้มข้นสะเทือนใจท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายลมทะเลและชีวิตชาวประมงใน "ทะเลทอง" ภาพยนตร์ไทยดราม่ารสจัดจ้านที่เต็มไปด้วยแรงรัก แรงแค้น และความลับอันดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ผืนน้ำ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากความงามและเสน่ห์ของ "แพง" หญิงสาวผู้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มหลายคน จนนำไปสู่ความขัดแย้งและการแย่งชิงความรัก ท่ามกลางสายตาของผู้มีอิทธิพลและนายตำรวจหนุ่มในพื้นที่ แต่ความรักและความสัมพันธ์กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับมรสุมชีวิต ปมปัญหาหนี้สิน และความบาดหมางระหว่างครอบครัวที่ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นการจองเวร

เมื่อคลื่นลมในทะเลแปรปรวน คลื่นแห่งความแค้นบนฝั่งก็โหมกระหน่ำไม่แพ้กัน เรื่องราวความรักของคนรุ่นพี่และรุ่นน้อง ความเข้าใจผิดที่นำไปสู่โศกนาฏกรรม และปริศนาชาติกำเนิด จะพาผู้ชมลุ้นระทึกไปพร้อมกับการเอาชีวิตรอดกลางทะเลอันเวิ้งว้าง 

ความสัมพันธ์ที่ต้องแลกมาด้วยคราบน้ำตาและการหักหลังจะลงเอยอย่างไร?

ใครคือเบื้องหลังความพินาศของครอบครัว และความลับใต้ทะเลทองคืออะไร?

ติดตามลุ้นและเอาใจช่วยตัวละครทุกตัวให้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตครั้งนี้ไปให้ได้ใน "ทะเลทอง" [2518] ภาพยนตร์ไทยรสเข้มที่คุณไม่ควรพลาด!




ทะเลทอง (2518)

สุรมาศภาพยนตร์ เสนอ
ภาพยนตร์ชีวิตต่อสู้ รักหวานสะท้านหัวใจ
ทะเลทอง 
ของ รมณียา
นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี นัยนา ชีวานันท์
มานพ อัศวเทพ สายัณห์ จันทรวิบูลย์ ดวงดาว จารุจินดา
ดวงใจ หทัยกาญจน์ จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ
สาละวิน กำกับการแสดง
พูนสวัสดิ์ ธีมากร ถ่ายภาพ
ชาย มี่คุณสุต ธุรกิจ
เครือมาศ สร้อยคีรี ดำเนินงานสร้าง
ไพจิตร ศุภวารี อำนวยการสร้าง

ใจรัก

ใจรัก


ใจรัก (2518)

แสงทองฟิล์ม ภูมิใจเสนอ
โดย…ดวงใจที่มีรัก เพื่อ…ที่รักแห่งดวงใจ
ใจรัก

ของ แก้วฟ้า และ ชาญ ชาญทองมั่น
35 ม.ม.สีสโคป
เรื่องของความรัก…ประทับความรู้สึก
…ประทับความทรงจำ…และประทับใจ
พิศมัย วิไลศักดิ์ ยอดชาย เมฆสุวรรณ นัยนา ชีวานันท์
มานพ อัศวเทพ สายัณห์ จันทรวิบูลย์
สมจิตร ทรัพย์สำรวย, ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร, ชูศรี มีสมมนต์,
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, สมพงษ์ พงษ์มิตร, ด.ญ.ตุ๊กตา จินดานุช,
ด.ช.ปรีชา เกิดกำแพง, สยุมพร, สุรชาติ ไตรโภค,
โกร่ง กางเกงแดง, ทองแถม, ชื้นแฉะ
รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส-องอาจ จีระพันธ์ ขับร้องเพลง “ใจรัก” และ “ไฟแห่งความรัก”
กังวาล ชลกุล ควบคุมดนตรี
ชาญ ชาญทองมั่น กำกับการแสดง
วัฒนเดช จีนศิริวานิชย์ อำนวยการสร้าง
ธีระ แอคะรัตน์ ถ่ายภาพ
กรุงเกษมฟิล์ม จัดจำหน่าย
รสรักจากดวงใจแห่งรัก ต่างกว่า รสรักอันเกิดแต่ความใคร่
*เกร็ด
-เพลง ใจรัก ในหนังเรื่องนี้ คนละเพลงกับเพลง ใจรัก ที่ฮิตมากของ สุชาติ ชวางกูร

หนักแผ่นดิน

หนักแผ่นดิน


หนักแผ่นดิน (2520)

ถ้าคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยคลาสสิกแนวดราม่า-แอ็กชันที่สะท้อนภาพสังคมและการเมืองในยุคอดีตได้อย่างเข้มข้น แนะนำว่าไม่ควรพลาด "หนักแผ่นดิน" (2520) ผลงานระดับตำนานที่นำแสดงโดยพระเอกตลอดกาล สมบัติ เมทะนี และนางเอกยอดนิยม นัยนา ชีวานันท์

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในหมู่บ้านวังหิน เมื่อ "ชาติ" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) ชายหนุ่มสู้ชีวิตผู้ทำมาหากินอย่างซื่อสัตย์ ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่จากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มนายทุนหน้าเลือด จนในที่สุดเขาก็เพลี่ยงพล้ำตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์และต้องหนีคดีเข้าสู่เมืองกรุง

ในระหว่างที่เขากำลังมืดแปดด้านและพยายามดิ้นรนเพื่อส่งเงินกลับมาจุนเจือ "บัว" (รับบทโดย นัยนา ชีวานันท์) เมียรักที่กำลังตั้งท้องและแม่บังเกิดเกล้าที่ตาบอด ชาติกลับถูกดึงเข้าสู่วังวนของขบวนการที่มี "อุดมการณ์แอบแฝง" เพื่อหวังปลุกปั่นและทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง โดยที่ตัวเขาเองไม่รู้เลยว่า เงินทองและความร่ำรวยที่ได้มาจากการเปลี่ยนชีวิตใหม่ในครั้งนี้ กำลังจะทำให้เขากลายเป็นคนแปลกหน้าในสายตาของครอบครัวและคนในบ้านเกิด

เมื่อชาติเดินทางกลับมายังหมู่บ้านวังหินอีกครั้งในฐานะแกนนำผู้กุมอำนาจ ท่าทีและอุดมการณ์ที่เปลี่ยนไปของเขาทำให้ต้องเผชิญหน้ากับ "ไทย" เพื่อนรักร่วมสาบาน รวมถึงเสียงประณามจากแม่และเมียรักที่ไม่อาจยอมรับเงินทองที่เปื้อนความทรยศต่อแผ่นดินได้!

ความขัดแย้งระหว่าง "มิตรภาพ ครอบครัว และความถูกต้อง" เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหมู่บ้านที่เคยสงบสุขกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิเดือด ชาติจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อรู้ตัวว่าเดินมาไกลจนเกือบกู่ไม่กลับ? และบทสรุปของโศกนาฏกรรมแห่งอุดมการณ์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร?

มาร่วมย้อนวันวานและติดตามชมการประชันบทบาทสุดเข้มข้นของเหล่านักแสดงชั้นครูแบบเต็มเรื่องได้ที่ลิงก์นี้เลย: ชมภาพยนตร์ หนักแผ่นดิน (2520) 

 

ขอเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง

 

ขอเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง

"เมื่อโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และบาดแผลจากความรักบีบให้เธอต้องลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเอง!"
เรื่องย่อ: ขอเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง

นี่คือเรื่องราวของ "เด่นใจ" หรือ "เคียงดาว" หญิงสาวสู้ชีวิตที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่จากความโหดร้ายของพ่อเลี้ยง จนต้องตัดสินใจหนีจากบ้านเกิดที่เชียงดาวมุ่งหน้าสู่เมืองกรุงเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ภายใต้ความเมตตาของผู้อุปการะที่ช่วยส่งเสียให้เธอได้ไปเรียนต่อไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

เธอกลับมาพร้อมความหวังและใบปริญญา แต่โชคชะตาขีดเส้นให้เธอต้องมาพบรักกับ "ชูพงษ์" ชายหนุ่มเพอร์เฟกต์โปรไฟล์ดี ทายาทตระกูลดัง "เมฆสวัสดิ์" ทว่าความรักครั้งนี้กลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่ออดีตอันเจ็บปวดที่เธออยากลืมกลับตามมาหลอกหลอน แถมยังต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดัน แรงริษยา และการกีดกันจากคนในตระกูลของฝ่ายชายที่มองว่าเธอเป็นเพียงเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า

ยิ่งไปกว่านั้น การเข้ามาของ "เปรมปรีดา" หญิงสาวอีกคนที่เข้ามาพัวพันในชีวิตคู่ ยิ่งกลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่บีบให้เด่นใจต้องเลือกระหว่างการทนหลบอยู่หลังม่านน้ำตา หรือจะลุกขึ้นมายืนหยัดสู้เพื่อปกป้องความรักและอนาคตของลูกน้อย!

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด:
นี่คือภาพยนตร์ดราม่า-ชีวิตสะท้อนสังคมยุค 70s ที่เข้มข้นไปด้วยปมความรัก ความแค้น และการแย่งชิงสิทธิ์ในตระกูลใหญ่ นำแสดงโดยเหล่านักแสดงชั้นครูที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างถึงพริกถึงขิง มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่า "เด่นใจ" จะสามารถเช็ดน้ำตาแล้วก้าวผ่านมรสุมชีวิตครั้งนี้ไปได้อย่างไร!



สมบัติ เมทะนี, นัยนา ชีวานันท์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ชนะ ศรีอุบล, ทาริกา ธิดาทิตย์, สุวิน สว่างรัตน์

กำกับการแสดง :  ชาลี อินทรวิจิตร

ผู้อำนวยการสร้าง: ศรินทิพย์ ศิริวรรณ

ประพันธ์เรื่อง : รพีพร

วันเข้าฉาย : 11 มีนาคม พ.ศ. 2521

พิษพยาบาท

พิษพยาบาท


พิษพยาบาท
ผู้กำกับการแสดง : เสถียร ธรรมเจริญ
ปีที่เข้าฉาย : พ.ศ. 2516 / ค.ศ 1975
ดารานำแสดง : สมบัติ เมทะนี, นัยนา ชีวานันท์

เรื่องย่อ : พิษพยาบาท
หมวดทิศากับหมวดดนัยเดินทางไปเที่ยวทางเหนือ หมวดทิศาพบสาวกะเหรี่ยงแสนสวยพอเจ จึงตกหลุมรัก และอยากสู่ขอตามประเพณี แต่คุณนายผอบแม่ของหมวดทิศาได้หมั้นหมายหญิงให้ลูกชายไว้แล้ว ทำให้พอเจมาอยู่ในฐานะเมียน้อยของหมวดทิศา และคุณนายผอบรวมหัวกับจันทร์แตง(เมียหลวง) หาวิธีกลั่นแกล้งพอเจ ทำให้พอเจต้องกลับไปที่เผ่ากะเหรี่ยงพร้อมลูกน้อยในครรภ์ และเสียชีวิตขณะคลอดลูก ลูกสาวพอเจชื่อเข้ยาวะ(นัยนา) ถูกเลี้ยงดูโดยลุงซอเดวีซึ่งดูแลอย่างดียิ่งกว่าลูกในไส้ ส่วนหมวดดนัยมีลูกชายชื่อว่าศิลา(สมบัติ) แต่เมียหนีตามชู้ไป แล้วตัวเองก็ป่วยหนัก จึงยกศิลาให้เป็นลูกหมวดทิศา ซึ่งลุงซอเดวีไม่อยากให้เข้ยาวะได้พบหน้าศิลา เพราะกลัวจะซ้ำรอยอดีตเหมือนแม่

ดูหนังไทย พิษพยาบาท เต็มเรื่องแบบถูกลิขสิทธิ์

สันติ วีณา 2519

สันติ วีณา 2519


สันติ วีณา พ.ศ. 2519

จากมุมมืดของชีวิต
รักสูงค่า ของเขา และเธอ
เบิกบานแจ่มใส ชั่วฟ้าดินดับ

ทุกหัวใจรู้จักรัก แต่น้อยรายนัก จะรู้จักพลีหัวใจ

เรื่องย่อ: 

สัญญาณอรุณ ทาบขอบฟ้าแล้ว แสงอ่อนฉาบไล้ทิวเมฆสดใส และยอดไม้อบอุ่นทุกชีวิตเริ่มตื่น ผวาเกือบจะพร้อม ๆ กัน ไม่มีใครสักคนที่จะยอมคุดคู้อยู่อีก เมื่อความรอดของชีวิตขึ้นอยู่กับคันไถและทุ่งกว้าง

นิยายของ “สันติ-วีณา ได้เริ่ม ขึ้น ณ.ละแวก “วัดเขาน้อย” นี้ เสริม พ่อหม้ายมีลูกชายคนเดียว กําพร้าแม่ซึ่งประสบกับอุบัติเหตุ ภูเขาพังครืนลงมา ตายคาที่ แต่ชีวิตของ “สันติ” รอดมาได้ อย่างหวุดหวิด แม้จะต้องเสียนัยน์ตาทั้งคู่ไปเพราะอุบัติเหตุนั้น เสริมก็ยังพอใจ เพราะเขายังเชื่ออยู่ว่า สักวันหนึ่งนัยน์ตาอันมืดมนของลูกชาย สุดสวาท จะกลับ คืนคงเดิมมาอีก

ทุกเช้าที่อรุณรุ่ง ซึ่งพ้นฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว เสริมจะพาสันติลูกชายออกไป ชวนให้สันติ ไปโรงเรียนด้วยกัน วีณา เป็นเพื่อนอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีวัยไล่เลี่ยกับเขา ที่ทําให้เขามีความชุ่มชื่นใจอย่างประหลาด ดังนั้นสันติจึงไม่อิดเอื้อน เขาบอกกับพ่อแล้วก็ผละไปหาวีณา พร้อมทั้งขลุ่ยของเขา เด็กสาวไม่มีกิริยารังเกียจแต่อย่างใดเลย ที่จะต้องมีภาระคอยจูงให้สันติเดินเคียงข้างไปโรงเรียนด้วยกัน

แต่เมื่อมาถึงโรงเรียนแล้ว วีณา ก็ให้สันตินั่งซุกอยู่มุมห้องข้าง ๆ ส่วนวีณาเองเข้าห้องเรียนไปตลอดเวลาเหล่านี้ ไกรเด็กนักเรียนชายอีกคนหนึ่งมองเห็นแต่ต้น เขาเป็นเด็กที่อยู่ในละแวกเดียวกันและติดจะเหลือขออยู่ไม่น้อย โดยที่เขามีแต่แม่เพียงคนเดียว ผิดกับวีณาผู้ซึ่งมีพ่อและแม่อยู่พร้อมหน้า จึงพยายามอบรมลูกสาวคนเดียว ให้อยู่ในกรอบของความดีงามตลอดเวลา ฉะนั้นไกรจึงชอบที่จะตอแยไม่ว่า เขาผู้นั้นจะเป็นใคร หรือแม้ที่สุดกับสันติ เด็กผู้ตาบอดทั้งสองข้าง และขลุ่ยอันเป็นที่รักยิ่งของ สันติ ก็หักไปคามือของไกร ในวันนั้นเอง

“สันติ สันติ” พระภิกษุวัยชรา ซึ่งชาวละแวกวัดเขาน้อย พากันเรียกว่า “หลวงตา” ส่งเสียงเรียกในเช้าวันต่อมา ขณะที่เดินรับบาตร ผ่านมาถึงหน้าบ้าน ของเสริม และเห็นสันติยืนอยู่คนเดียวที่หน้าบ้าน เด็กน้อยผู้น่าสงสาร จําเสียงได้อย่างแม่นยํา จึงเดินมาตามเสียงอย่างคุ้นชิน
“หลวงตาไปไหนเสียนานครับ. ” ไม่เห็นมาบ้านผมเลย..” สันติถามด้วยความสงสัย
“ไปธุดงค์มาหลาน เป็นยังไงตาของหลานค่อยยังชั่วไหม”

ก่อนที่สันติจะเอ่ยปากตอบ เสริม ก็เดินมาและได้ยินคําถามของหลวงตาพอดี จึงตอบแทน “เห็นจะไม่มีทาง หรอก ขอรับหลวงตา…รอดตายมาได้ก็ เป็นบุญแล้ว”
หลวงตาถอนหายใจยาวด้วยความ เวทนา “เอาอย่างงี้ดีกว่านะ นึกว่าช่วยกัน อาตมาขอบิณฑบาตสันติได้ไหม จะเอาไปเลี้ยงให้ เขาจะได้สนใจกับใบบุญศาสนา ซึ่งบางทีบุญกุศลช่วย ตาของสันติอาจจะหายได้บ้าง”

เสริมนิ่ง ซึ้งด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ถึงแม้จะรู้ดีว่า หลวงตามีความปรารถนาดี เพียงไรก็ตาม แต่ความรักและเป็นห่วงลูก ทําให้เขาไม่อยากให้ห่างไปเท่านั้น หากทว่าขณะนี้เองสันติก็เอ่ยขึ้น ขอให้พ่อปล่อยเขาไปเถอะ เพราะเขาก็หวังว่า เพื่อสักวันหนึ่งนัยน์ตาของเขาจะหาย แล้วจะได้กลับมาช่วยพ่อทํางาน เสริมได้ยินดังนั้นก็ตื้นตันใจ และเห็นความสมัครใจเช่นนั้น จึงรับปากตกลง หลวงตาจึงได้นัดวันมารับ แล้วเดินผละไป

ร่างของภิกษุผู้ทรงศีลลับไปแล้ว เสริมหันมาถามลูกชายคนเดียวว่า ทําไมเขาไม่คิดถึงพ่อหรอกหรือ สันติบอกว่า ทําไมจะไม่คิดถึง แต่พ่อจะได้ไม่ต้อง เป็นห่วงเขา เสริมได้ฟังเหมือนมีก้อนสะอึกมาจุกอยู่ที่คอจนตีบตัน ต้องผละเดินออกไป ปล่อยให้สันติเดินเล่นอยู่คนเดียว

“สันติ สันติ”วีณาเรียกขึ้นทันที เดินมาที่ลอบฟาง และเห็นสันติยืนอยู่คนเดียว พอเห็นสันติเหลียวหน้า วีณาก็เป่าขลุ่ยซึ่งถือติดมือมาด้วย จนสันติสะดุ้ง และสงสัยจนต้องถามว่า เอาขลุ่ยมาจากไหน วีณาจึงบอกว่าขอน้ามา เอามาให้สันติยังไงล่ะ

สันติขอขลุ่ยมาลองเป่าฟังเสียงอยู่ครู่หนึ่ง ก็บอกว่าดัง และดีกว่าอันเก่าของเขา ซึ่งถูกไกรทําหักไป แล้วสันติก็เล่าให้ฟังว่า จะไปอยู่กับหลวงตาที่ถ้ำ วีณาอดซักต่อไม่ได้ว่า ไม่คิดถึงพ่อหรือ สันติตอบ เช่นเดียวกับที่บอกพ่อ วีณาจ้องมองดูเพื่อนชายของเธอด้วยความ สงสารจับใจ…และก่อนที่จะได้คุย อะไร กันต่อไป เสริมออกมาเห็นลูกชายถือ ขลุ่ย อดถามไม่ได้…สันติ จึงบอกว่า “วีณาเขาให้”

ตลอดเวลาที่อยู่ในถ้ำกับหลวงตา สันติได้รู้จัก หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างด้วยมือสัมผัส จับรูปทรงของพระพุทธรูป..สวดมนต์ไหว้พระ สานตะกร้ากระจาดในยามว่าง และที่สุดก็คุ้นชินกับเสียงหินทลายที่หล่นลงมา กึกก้องถ้ำอยู่ เป็นนิจสิน โดยไม่มีอันตรายอย่างไร และเมื่อภายในถ้ำมีงานประจําปี สันติก็เอาตะกร้ากระจาด และเครื่องจักรสานมาวางขาย แต่ก็ไม่วายที่จะเจอเอาความเกเรของไกรเข้าอีก

วันเวลาผ่านไปเหมือนมีปีก จากวันเป็นเดือน เป็นปีและพาเอาความ เปลี่ยนแปลงโบยบินไปด้วย สามชีวิต… สันติวีณาและไกรต่างเติบโตขึ้นสู่วัย หนุ่มสาวพร้อมกัน ความสนิทสนม ระหว่างสันติกับวีณา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา วีณาไปมาหาสู่สันติที่ถ้ำเป็นนิจสิน จึงนับวันแต่จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น…เช่นเดียวกับไกร ซึ่งความเกกมะเหรกในวัยเด็กได้สอนให้เขา พกเอาความเป็นนักเลงไว้ เต็มตัว

เสียงเพลงลอยกระทงของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ซึ่งมาร่วมชุมนุมกันที่ลําคลอง ข้างหมู่บ้านในเทศกาล วันเพ็ญเดือนสิบสองดังลอยมาตามลมที่โรยตัว พร้อมกับความเยียบเย็น ทุกคน สนุกสนาน แจ่มใสร่าเริง…วีณาซึ่งโตเป็นสาวแล้วก็ร่วมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยแต่เธอเล่น และร้องเพลงได้ชั่วขณะหนึ่งก็ผละมา เพราะ ใต้ร่มไม้ริมคลองด้านหนึ่งเธอได้พาสันติ มาเที่ยวและนั่งเป่าขลุ่ยอยู่คนเดียว

หญิงสาวพรรณนา ถึงความสนุกที่ เธอได้รับ และความสวยงามของกระทงให้สันติฟัง…เสียงเพลง ลอยเรือ- ลอยกระทง”ดังขึ้นอีก สันติเงี่ยหูฟังอย่างสน ใจ ครั้นแล้วเขาก็สะดุดใจเมื่อได้ยินเนื้อเพลงของเพลงตอนหนึ่ง “ต่างคนหมาย ปองครองรักร่วมกัน” จนอดใจไว้ไม่ได้ ต้องเอ่ยปากถามวีณา หญิงสาวอึ้งไปชั่วขณะ จึงได้บอกว่าความรักเป็นธรรมชาติ เป็นประเพณีของหนุ่มกับสาว สันติถามสวนขึ้นมาทันทีว่า ถ้าอย่างนั้น เขากับเธอล่ะ จะรักกันได้ไหม..วีณา ไม่กล้าเอ่ยปากแต่อย่างใด…หากแต่เธอ โน้มใบหน้าของชายหนุ่มมาจูบ…และนั้น คือจุดเริ่มต้น ความรักของหนุ่มผู้อาภัพ กับสาวผู้มีใจงาม และพร้อมด้วยความ เป็นกุลสตรี

ค่ำวันนั้นสันติกลับถ้ำ ด้วยความอิ่มเอิบใจในรสรักที่เพิ่งผ่าน และท่วมท้นอยู่ในหัวใจของเขา เขาประคองดอกไม้ที่วีณาให้ไว้ขึ้นมาจูบ เหมือนจะรําลึกถึงเจ้าของ กิริยาอาการ ของสันติไม่รอดสายตาของหลวงตา ซึ่งรู้ได้ทันทีว่า เจ้า หลานชายได้ตกอยู่ในอารมณ์พิศวาส เสีย แล้ว ความสงสารในความพิการของสันติ จึงท่วมท้นขึ้นมาอีก จนต้องถามขึ้นว่า ถ้าหากตาหายดีแล้ว เขาจะทําอะไร…ชาย หนุ่มได้แต่บอกว่า เขายังไม่ได้คิด…แต่ หลวงตาก็พูดสวนขึ้นว่า ขอให้บวชเสียก่อน บวช…สันตินอนท่องอย่างฉงนใจ และไม่วายยกดอกไม้ดอกนั้น ขึ้นมาจูบ และกอดไว้กับอก

วีณายังคงไปมาหาสู่ที่ถ้ำเช่นเคย.. ทุกวันก่อนดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า สันติจะนั่งเป่าขลุ่ย รอคอยการมาของวีณาอยู่ บนก้อนหินข้างๆ ถ้าบรรยากาศบริเวณ นั้นจึงเป็นเสมือนสวรรค์ ของคนอาภัพ เช่นสันติและเป็นความแช่มชื่นของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว แต่ทว่า….พฤติการณ์เหล่านี้ ก็ล่วงรู้ไปถึง หูของผู้บังเกิดเกล้าของวีณาจนได้ เมื่อนางแช่มแม่ของไกร มาเป่าข่าวนี้ถึงบ้านด้วย เจตนาที่จะขอวีณาให้กับไกร ซึ่งรบเร้าอยู่ทุกวี่วัน..นางแช่มเพียรมาพูด ถึงความเสื่อมเสียของหญิงสาว ที่แล่ไปหาชายหนุ่ม สาธยายความดีงามของลูกชายหัวโจก จนกระทั่งมารดาของวีณาเห็นงาม คล้อยไปด้วยทั้งคู่จึงเข้าสู่พิธีหมั้นตามประเพณี และพร้อมกันนั้นวีณาก็ถูกกักให้อยู่แต่ในบ้านด้วย

เสียงขลุ่ยจากแรงลมเป่าของ สันติ ในเย็นวันนั้น ลอยไปตามลมอย่างอ้อยอิ่ง…เพื่อคอยการมาของวีณา.. หญิง คน รัก..แต่อนิจจา…เขาไม่มีโอกาสจะล่วงรู้ ได้เลยว่า บัดนี้วีณาได้ถูกข่ายประเพณี ครอบคลุมไว้แล้วอย่างดิ้นไม่หลุด..ชายหนุ่มมีแต่ความประหลาดใจเท่านั้น ที่ไม่เห็นวีณามาตามเวลาที่เคย จนความมืดแผ่คลุมไปทั่วบริเวณนั้น สันติก็ยังคงนั่งคอยอยู่ต่อไปด้วยความรู้สึกสับสน….วัน หนึ่งก็แล้ว…สองวันก็แล้ว.วีณาไม่ได้มา ให้เขาสัมผัสและลูบไล้ด้วยความสุขสงบ สันติเริ่มคิดเตลิดต่อไปว่า บางที่ความอาภัพของเขานี่กระมัง ที่ทําให้หญิงสาว นอกใจเขา แทนที่จะปฏิบัติอย่างเคย… แต่กระนั้นสันติก็ไม่วายที่จะมานั่งเป่าขลุ่ย รอคอยการมาของวีณา…สักวันหนึ่ง เธอ คงมาหาเขา..ชายหนุ่มครุ่นคิดเช่นนี้

เหมือนกับคําพังเพยที่ว่า “ความรักเหมือนโคลึก” ถึงแม้ว่าวีณาจะถูกกักขังและกวดขันอย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเธอก็หาโอกาสได้ และช่วงเวลานั้นเองที่หญิง สาวได้โลดแล่นมาหาสันติ พร้อมด้วยห่อเสื้อผ้า วีณา เล่าความเป็นมาให้ฟังทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง และชวนให้สันติพาเธอหนีไปอาศัยอยู่กับน้าของเธอก่อน… และนั่นเองคือการตัดสินใจของสันติ และทิ้งถ้ำและหลวงตา ไป..ไปด้วย ความ รักท่วมท้นหัวใจ…ด้วยความปรารถนา ของ ธรรมชาติอันร้อนแรง

ข่าวการหายไปจากบ้านของวีณา.. ทําให้ไกรเป็นเดือดเป็นแค้น และเดา เหตุการณ์ ได้ทันทีว่า วีณาจะต้องไปหาสันติ ไกรออกตามทันที แล้วเขาก็พบ หนุ่มสาวอย่างจัง โทสะจิตครอบงําความ รู้สึกชั่วดีของไกรจนทําให้เขาลืมไปว่าสันตินั้นตาบอด ชายหนุ่มโดดเข้าชกสันติ อย่างไม่ยั้ง…หนุ่มผู้อาภัพจึงได้แต่ป่ายเปะปะไปตามเพลง…ส่วนวีณา เมื่อเห็นเหตุการณ์รุนแรงจนเธอไม่สามารถจะเข้าช่วยได้ หญิงสาวจึงผละวิ่งไปบอกหลวงตาทันที และก็ทันกับเหตุการณ์ก่อนที่สันติ จะขย้ำคอของไกร เสียให้ยับไปกับมือ หลวงตาก็เข้ามาห้ามไว้ได้ และก็เหลือที่จะทักทานได้ เมื่อทั้งสันติและวีณายืนยันที่จะหลบหนีไปด้วยกันต่อไปในคืนวันนั้น สันติไปแล้วไปโดยไม่รู้สึกว่าของที่เขารักที่สุดนั้นกลิ้งอยู่บนพื้นดิน หลวงตาก้มลง เก็บมันไว้ ขลุ่ย…นั่นเอง

แต่แล้วทั้งสันติและวีณา ก็หนีไปไม่พ้นจากการติดตามของไกรและพ่อของ วีณา…และเมื่อวีณาถูกฉุดไปนั้น สันติถูกไกรชกเสียสลบกับที่ จนคนขับเกวียน ต้องพาไปส่งที่ถ้ำ…หลวงตา จึงต้องประคบประหงมสันติและปลุกปลอบใจเขา ให้คลายความเศร้าสลดที่ยังฝังแน่น อยู่ในจิตใจของชายหนุ่ม สันตินั่งเป่าขลุ่ยอยู่บนก้อนหินข้าง
ถ้ำด้วยใบหน้าหม่นหมอง เขารู้ดีว่าวันนี้ เป็นวันแต่งงานของวีณา เพราะหลวงตา บอกกับเขาก่อนที่จะไป ประกอบพิธี…. ชายหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์ ในชีวิตของเขา แต่ต้นจนได้พบกับความรัก และความ ผิดหวัง รวมทั้งคําสอนของหลวงตา ที่ ” พร่ําเตือนให้เขาเสียสละ…อารมณ์ ของชายหนุ่มอลเวง และปวดร้าวใจจนกระทั่ง นั่งต่อไปไม่ได้ เขาฟาดขลุ่ยจนหักยับไปกับมือแล้วเดินโผเผกลับเข้าไปในถ้ำ หูของเขาอื้ออึง ด้วยคําพูดของวีณา ของหลวงตา จนเขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหิน ที่หล่นร่วงลงมาอยู่ข้างหน้า เขาเดินที่อเข้าไปหามัน ไม่ได้ยินแม้หลวงตา ซึ่งกลับจากบ้านของวีณาแล้วและมาทันเหตุการณ์พอดี สันติกําลังเดินเข้าไปหาความตายอย่างไม่มีปัญหา ความเป็นห่วง ชายหนุ่มทําให้หลวงตาวิ่งเข้าไป เพื่อจะ ฉุดสันติ…แต่อนิจจาวินาทีนั้นเองก้อนหิน ก็พรั่งพรูลงมาอีกอย่างหนัก

สันติรู้ตัวอีกครั้ง เมื่อสายตาของ เขาเบิกกว้างออกมา พบ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เขาแทบไม่เชื่อตัวเองว่า ตาของ เขาหายแล้ว….หายจากบอดแล้ว ชายหนุ่ม หัวเราะก้องออกมาราวกับคนบ้า..แต่จะมี ประโยชน์อะไร ในเมื่อเขาได้ความสว่าง ของดวงตากลับคืนมาพร้อม ๆ กับเขาต้อง ศูนย์สิ้นหลวงตาผู้เป็นเสมือนร่มโพธิ์ ของ เขาไปอย่างไม่มีวันกลับ

นักแสดง: 


นาท ภูวนัยสันติ
นัยนา ชีวานันท์วีณา
สมภพ เบญจาธิกุลไกร
มารศรี ( สันติ วีณา ) 
เสถียร ธรรมเจริญ 
จวง ( สันติ วีณา )

สันติ วีณา 2519


ดาวสวรรค์ฉันรักเธอ

โปสเตอร์หนัง ดาวสวรรค์ฉันรักเธอ


จิรบันเทิงฟิล์ม
ขอเสนอผลงานดีเด่นครั้งที่ 3
แม้ชะตากรรมจะเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงมิได้
แต่ค่าของรักแท้ย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
ดาวสวรรค์ฉันรักเธอ
ของ “แสนยากร”
นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี นัยนา ชีวานันท์
สายัณห์ จันทรวิบูลย์, เมตตา รุ่งรัตน์, กฤษณะ อำนวยพร,
จิระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ, สุพรรณ บูรณพิมพ์, วิน วันชัย,
สมจิตร ทรัพย์สำรวย, อธึก อรรถจินดา
มร.ถู ถ่ายภาพ
“แสนยากร”-พร ไพโรจน์ กำกับการแสดง
จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร อำนวยการสร้าง
จิรบันเทิงฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย บรรหาร

ขุนศึก 2519

ขุนศึก

โปสเตอร์หนัง ขุนศึก 2519

15 ปี หลังจากอยุธยาเสียกรุงให้แก่พระเจ้าบุเรงนอง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงกรีธาทัพไทย พร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชา เข้ายึดเมืองแกลงอันเป็นเมืองเชื่อมเขตแดนอยุธยากับหงสาวดี ได้ทรงหลั่งอุทกธาราประเทศตัดไมตรีกับกรุงหงสา ฝ่ายหงสายกกำลังบุกอยุธา “เสมา” ลูกชาย มั่น ช่างตีเหล็ก ซึ่งมีทักษะด้านดาบเชิงรบที่ดี ปรารถนาจะใช้วิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมารักษาแผ่นดินเกิดไว้ ได้คุมทหารกองหนึ่งจากท่าน “ขุนลิต”

ขุนลิตสู้จนตัวตาย เสมาจึงสืบทอดเจตนารมณ์ทำงานต่อ โดยรวบรวมกองอาสาและนำเรื่องกราบเรียนพระธรรมนูญ และได้เข้าร่วมเป็นทัพหน้าของพระธรรมนูญ ตีทัพหงสาจนต้องถอยทัพกลับไป และทำให้เสมา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ขุนแสนศึกพ่าย

ความยาว 117 นาที

นักแสดง ขุนศึก

สมบัติ เมทะนี – เสมา (ขุนแสนศึกพ่าย)
นัยนา ชีวานันท์

ขุนศึก (2519)
ไฟว์สตาร์โปรดัคชั่น
โดย เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร
เสนอผลงานของ สักกะ จารุจินดา
ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์
ที่ยิ่งใหญ่..มโหฬาร
เป็นประวัติการณ์ของ ภาพยนตร์ไทย
ขุนศึก
ของ ไม้เมืองเดิม
สมบัติ เมทะนี นัยนา ชีวานันท์
ธัญญรัตน์ โลหะนันท์ มานพ อัศวเทพ สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์
สายัณห์ จันทรวิบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา, ดวงใจ หทัยกาญจน์,
จิระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ, จำนงค์ บำเพ็ญทรัพย์
โชน บุนนาค, พูนสวัสดิ์ ธีมากร, สมโภชน์ อัครพันธ์ ถ่ายทำ
นิวไฟว์สตาร์ จำหน่ายในประเทศ
ครีเอชั่น จำหน่ายนอกประเทศ

ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง ขุนศึก

 

เพชรตาแมว 2515

โปสเตอร์หนัง เพชรตาแมว 2515

เพชรตาแมว (2515): เมื่ออัญมณีล้ำค่า มาพร้อมกับอาถรรพ์ที่ไม่มีใครหลีกหนีพ้น

ท่ามกลางตำนานเล่าขานถึงอัญมณีล้ำค่า "เพชรตาแมว" ที่เปรียบเสมือนสมบัติอันทรงเกียรติและนำมาซึ่งโชคลาภมหาศาลสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง ทว่าในอีกมุมหนึ่ง มันกลับกลายเป็นคำสาปที่นำพาความหายนะและความทุกข์ทรมานมาสู่ผู้ที่ครอบครองมันอย่างผิดฝาผิดตัว

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อท่านชายผู้มั่งคั่งและสูงศักดิ์ กำลังเผชิญกับโรคร้ายที่รุมเร้า ทั้งชีวิตที่ต้องสูญเสียคนรอบข้าง และสุขภาพที่ทรุดโทรมลงอย่างน่าประหลาดใจ ท่านเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าสาเหตุทั้งหมดเกิดจากอำนาจลึกลับและอาถรรพ์ของ "เพชรตาแมว" ที่ท่านครอบครองอยู่แต่ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง

ภารกิจตามหาทายาทตัวจริงของเจ้าของเดิมจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความโลภของผู้คนมากมายที่หวังจะครอบครองอัญมณีชิ้นนี้ ทำให้เกิดการสวมรอย แย่งชิง และการวางแผนอันชั่วร้ายเพื่อฮุบสมบัติ จนนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันมากมาย

"เพชรตาแมว" ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของการตามหาอัญมณีเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์แห่งจิตใจมนุษย์ ระหว่างความโลภที่นำไปสู่จุดจบที่ไม่คาดฝัน กับความดีที่อาจนำพาไปสู่หนทางรอด

ใครกันแน่คือทายาทตัวจริงที่แท้จริง? และเพชรตาแมวจะเลือกให้โชคแก่ใคร หรือจะสาปแช่งให้ผู้ใดต้องพบกับชะตากรรมที่หลีกหนีไม่พ้น?

ร่วมค้นหาความลับและพิสูจน์อาถรรพ์ของอัญมณีชิ้นนี้ได้ใน เพชรตาแมว [2515] ภาพยนตร์ไทยระดับตำนานที่คอหนังไม่ควรพลาด!

ดูหนังไทย เพชรตาแมว 

ข้อความบนใบปิด:

เพชรตาแมว (2515)


กันตนาภาพยนตร์
ภูมิใจเสนอ
จากละครวิทยุอันลือลั่นของคณะ กันตนา
ภาพยนตร์แนวมายาศาสตร์ ตื่นเต้น เร้าใจ บู๊
ตลก ชีวิต น้ำตา ประทับใจ
เพชรตาแมว
35 ม.ม.
ซูเปอร์ซีเนมาสโคป สีสยองขวัญ เสียงในฟิล์ม
นำแสดงโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์ นัยนา ชีวานันท์
มานพ อัศวเทพ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ สุพรรณ บูรณพิมพ์
ร่วมด้วย มาลาริน บุนนาค, โขมพัสตร์ อรรถยา,
ดวงดารา, สุระ นานา, ถวัลย์คีรีวัต, สุรชาติ ไตรโภค,
ล้อต๊อก, สมพงษ์ พงษ์มิตร, สีเทา, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
ถนอม นวลอนันต์, ชื้นแฉะ, ศรีสละ ทองธารา, สุมาลี ชาญภูมิดล,
อัจฉราวดี เถาเสถียร, ชูศักดิ์, โกร่ง กางเกงแดง, สรวง,
ด.ญ.จิตรลดา กัลย์จาฤก พร้อมด้วยผู้แสดง
วงดนตรี เดอะแคท’ส อาย
พระเจ้าวรวศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณมลคลการ
อำนวยการสร้าง
จุรัย เกษมสุวรรณ ถ่ายภาพ
ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก กำกับการแสดง
ละโว้บริการ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์



พรายกินรี

โปสเตอร์หนัง พรายกินรี

"พรายกินรี" (พ.ศ. 2519) สร้างจากบทประพันธ์ของ ปริศณา กำกับการแสดงโดย สมาน คราประยูร นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, นัยนา ชีวานันท์, มานพ อัศวเทพ และ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช 

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ยายสีอ่อน ได้พาหลานสาวชื่อ กินรี (พิมพ์นรี) ลี้ภัยไปอยู่ในการอุปการะของแม่ชีในเมืองมะริด ประเทศพม่า หลังจากทั้งสองถูก เฒ่าทมิฬ ผู้มีอิทธิพลขับไล่ออกมาจากหมู่บ้าน เนื่องจากกินรีมีวิญญาณเสือสมิงสิงสู่ในร่างตั้งแต่เด็กอันเกิดจากเคราะห์กรรมที่เคยทำเทียนล้มเกือบไหม้ศาลเจ้าแม่เสือ ยามใดที่เธอถูกรังแกจนเกิดโทสะ วิญญาณร้ายจะเข้าครอบงำจนร่างกายกลายสภาพเป็นเสือร้าย มีเขี้ยวเล็บดุร้ายและเคยทำร้ายลูกชายของเฒ่าทมิฬจนถึงแก่ความตาย แม้ชาวบ้านจะพยายามเผาทั้งเป็น แต่พระภิกษุผู้มีญาณได้เข้ามาบิณฑบาตชีวิตไว้ พร้อมมอบลูกประคำศักดิ์สิทธิ์ให้สวมติดตัวเพื่อสะกดวิญญาณร้ายไว้จนกว่าจะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ วิญญาณร้ายจึงจะสลายไปเอง

เมื่อวันเวลาผ่านไปจนเรื่องราวเงียบสงบ ยายสีอ่อนซึ่งชราภาพและเจ็บป่วยบ่อยได้พากินรีเดินทางกลับสู่แผ่นดินไทย แต่ระหว่างทางกลับเผชิญหน้ากับ คำมาย นักเลงเจ้าถิ่นผู้เป็นหลานชายของเฒ่าทมิฬ จนเกิดการกระทบกระทั่งกัน ทว่าเมื่อผ้าคลุมผมของกินรีหลุดออก เผยให้เห็นความงดงามหยาดเยิ้ม คำมายก็ตกหลุมรักทันที ต่อมาลูกน้องของคำมายแอบลอบเข้าไปหมายจะลวนลามกินรีขณะอาบน้ำในลำธาร โดยที่เธอไม่ได้สวมประคำ กินรีจึงกลายร่างเป็นเสือทำร้ายคนร้าย ยายสีอ่อนได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งมาช่วยจนพลัดตกสะพานบาดเจ็บสาหัส กินรีจึงขอร้องให้คำมายช่วยตาม นายแพทย์ดิตถพงษ์ มารักษา แต่ยายสีอ่อนทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนสิ้นใจยายได้ฝากฝังชีวิตกินรีไว้กับหมอดิตถพงษ์ เมื่อคำมายไม่ยอมให้หมอพากินรีไปและเกิดการต่อสู้กัน กินรีจึงใช้ก้อนหินทุบหัวคำมายจนพลัดตกน้ำตกเชี่ยวกราก แล้วหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ ไปพร้อมกับหมอดิตถพงษ์

ทว่าชีวิตในพระนครของกินรีกลับเหมือนหนีเสือปะจระเข้ เพราะบ้านของหมอดิตถพงษ์มี คุณหญิงปรีดา แม่เลี้ยง และ ดวงดาว คู่หมั้นสาวสังคมของหมอ (ซึ่งแอบคบชู้กับชายอื่น) คอยจ้องกลั่นแกล้งและหาทางกำจัดกินรีออกไปจากบ้านเพราะกลัวจะสูญเสียมรดก จนกระทั่งในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่โรงแรมหรู ดวงดาววางแผนแกล้งให้กินรีใส่เสื้อผ้าเชยๆ มางานเพื่อให้อับอาย แต่กินรีรู้ทันจึงสวมชุดพม่าอันวิจิตรตระการตาที่แม่ชีเคยมอบให้ ทำให้เธอกลายเป็นดาวเด่นของงาน ทั้งยังสื่อสารภาษาอังกฤษและเต้นรำได้อย่างสง่างามจนแขกในงานต่างชื่นชม สร้างความริษยาและเคียดแค้นให้ดวงดาวเป็นอย่างยิ่ง หลังจากเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทในงานจนหมอต้องพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล ดวงดาวจึงสบโอกาสดำเนินแผนการร้าย โดยจ้างวานนายบัวคนขับรถให้ลวงกินรีไปข่มขืนทำร้ายระหว่างทางกลับบ้าน ทว่าในค่ำคืนนั้น กินรีไม่ได้สวมประคำศักดิ์สิทธิ์เพราะต้องเปลี่ยนมาใส่สร้อยเพชรสำหรับงานเลี้ยง เมื่อถูกบัวลวนลามและคุกคาม ความโกรธแค้นจึงปลุกวิญญาณพรายเสือให้ตื่นขึ้นและเข้าทำร้ายบัวอย่างโหดเหี้ยม กลายเป็นการปรากฏตัวของพรายกินรีครั้งแรกกลางเมืองหลวง ท่ามกลางชะตากรรมที่ต้องเผชิญหน้ากับความเคียดแค้นและการตามล่าของศัตรูต่อไป

ข้อความบนใบปิด

ชีวิตสาวชาวป่า ประคำอาถรรพ์ ตัณหาราคะ
อยากพร่าพรหมจรรย์ ให้มันแค้น!
พรายกินรี

บทประพันธ์ของ ปฤศนา
สีดา วิษณุภพ สร้างบท
สมบัติ เมทะนี นัยนา ชีวานันท์ มานพ อัศวเทพ
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช สันติ คราประยูร
อนันต์ สัมมาทรัพย์, วิไลวรรณ วัฒนพานิช, ชูศรี มีสมมนต์,
ธัญญา ธัญญารักษ์, สิงห์ มิลินทราศัย, ทาริกา ธิดาทิตย์,
ดวงใจ หทัยกาญจน์, อุ่นเรือน ธรรมานนท์
กมลวรรณ-สรรเพชญ อำนวยการสร้าง
โสภณ เจนพานิช ถ่ายภาพ
สนาน คราประยูร กำกับการแสดง
นิวไฟว์สตาร์ จัดจำหน่าย

นางสมิงพราย 2506
กินรี 2512

เพื่อนคู่แค้น

โปสเตอร์หนัง เพื่อนคู่แค้น

เพื่อนคู่แค้น (2519): เมื่อมิตรภาพต้องมาถึงทางแยก ท่ามกลางเกมหักเหลี่ยมชิงรักและอำนาจ

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยคลาสสิกที่เข้มข้นไปด้วยดราม่า ความแค้น และปมปริศนาที่ชวนติดตาม "เพื่อนคู่แค้น" คือผลงานที่คุณไม่ควรพลาด เรื่องราวตีแผ่ชีวิตของชายหนุ่มสองคนที่เปรียบเสมือนพี่น้อง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้ความรักและผลประโยชน์เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ต้องสั่นคลอน

เรื่องย่อ:

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "วิน" และ "แทน" ชายหนุ่มผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อความรักที่มีต่อหญิงสาวคนเดียวกันอย่าง "สีแพร" ได้ก่อให้เกิดรอยร้าวในมิตรภาพ ประกอบกับแรงยุยงและเล่ห์เหลี่ยมจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่หวังผลประโยชน์ในที่ดินและต้องการกำจัดคนดีให้พ้นทาง ทำให้เกิดคดีฆาตกรรมปริศนาที่โยนความผิดให้กับผู้บริสุทธิ์

เมื่อหนึ่งคนตกเป็นเหยื่อของเกมการเมืองที่สกปรก และอีกหนึ่งคนต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนท่ามกลางข่าวลือว่าเขาได้ตายไปแล้ว ความจริงเริ่มปรากฏขึ้นทีละน้อย ท่ามกลางความขัดแย้งที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนยากจะถอยกลับ

"เพื่อนคู่แค้น" จะพาคุณไปลุ้นระทึกกับการไขปมเงื่อนงำ และค้นหาคำตอบว่า มิตรภาพที่แท้จริงจะเอาชนะความโลภและความแค้นได้หรือไม่ หรือจุดจบของเพื่อนรักจะเหลือเพียงความว่างเปล่า

ติดตามชมความเข้มข้นของการเชือดเฉือนอารมณ์ และบทสรุปที่คาดไม่ถึงได้ใน เพื่อนคู่แค้น

ข้อความบนใบปิด:

วีรกรณ์ฟิล์ม เสนอ
ภาพยนตร์ชีวิตรัก ต่อสู้ ยิ่งใหญ่ เศร้าสะเทือนใจ
จากบทประพันธ์ของ รัก วลัยรัตน์
เพื่อนคู่แค้น

สร้างเพื่อทุกคนที่มีเพื่อน เป็นอนุสรณ์เตือนใจ
นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล นิรุตติ์ ศิริจรรยา
นัยนา ชีวานันท์ ครรชิต ขวัญประชา
เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ โขมพัสตร์ อรรถยา
เชาว์ แคล่วคล่อง, แป้น ปลื้มสระไชย, นวลศรี,
เทียนชัย สุนทรการันต์ และ ด.ช.กำจร แสงศรีทิม
อรรถกฤษ วูวงศ์ อำนวยการสร้าง
นันทวัต กำกับการแสดง
พิสัณห์ ปลัดสิงห์ ถ่ายภาพ-ดำเนินงานสร้าง
จงกฤตภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ชวนะ

เหยียบหัวสิงห์

โปสเตอร์หนัง เหยียบหัวสิงห์

เหยียบหัวสิงห์ (2520) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชัน-ดราม่าฟอร์มใหญ่ในยุคทองของหนังบู๊ไทย นำแสดงโดยพระเอกยอดนิยม สมบัติ เมทะนี ประกบคู่กับ มานพ อัศวเทพ, นิรุตติ์ ศิริจรรยา และ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์

เรื่องย่อ

เรื่องราวว่าด้วยการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และขบวนการอาชญากรผู้ทรงอิทธิพลท้องถิ่นที่มีฉายาหรือสัญลักษณ์ดั่ง "สิงห์" ซึ่งแผ่ขยายอำนาจมืด ทำธุรกิจผิดกฎหมาย และข่มเหงประชาชนอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อความอยุติธรรมมาถึงขีดสุด ทำให้ตัวเอกผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง—นายตำรวจผู้รักความยุติธรรมและชายชาตรีผู้ตกเป็นเหยื่อของการถูกกดขี่—ต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความสงบสุข การท้าทายอำนาจมืดครั้งนี้ไม่เพียงแต่ต้องใช้ฝีมือแม่ไม้มวยไทยและทักษะการดวลปืนสุดดุเดือด แต่ยังต้องอาศัยไหวพริบ ความแค้น และการร่วมมือกันเพื่อวางแผนโค่นล้มผู้มีอิทธิพล กวาดล้างรังโจร และ "เหยียบหัวสิงห์" ให้ยอมสยบอยู่ใต้กฎหมายและความยุติธรรมให้ได้


ข้อความบนใบปิด

ปริทรรศน์ฟิล์ม โดย ชุติมา สุวรรณรัต
เสนอผลงานอันดับต่อจาก “วีรบุรุษกองขยะ”
ภาพยนตร์ชีวิตการต่อสู้..ฮาสะบัด..แทรกซ้อน…
ชีวิตสะเทือนอารมณ์อย่างลึกซึ้ง…
เหยียบหัวสิงห์

ชุติมา สุวรรณรัต กำกับการแสดง
4 พระเอกเชือดเฉือนบทบาทไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
กรุง ศรีวิไล สรพงศ์ ชาตรี
นิรุตติ์ ศิริจรรยา อัศวิน รัตนประชา
พบ 2 นางเอกยอดนิยม
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ นัยนา ชีวานันท์
ร่วมด้วย มานพ อัศวเทพ, ดวงใจ หทัยกาญจน์, เมตตา รุ่งรัตน์,
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, สุวิน สว่างรัตน์, มาลี เวชประเสริฐ,
เสริมพันธ์ สุทธิเนตร, โขน หมอผี, ตุ๊กตา จินดานุช, ด.ญ.พิไลพร ฯลฯ
เฉลิม บุตรบุรุษ ถ่ายภาพ
ประวิทย์ ชุ่มฤทธิ์ กำกับบท
พรพรรณ สุวรรณรัต อำนวยการสร้าง
ปริทรรศน์ฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย อดิเรก


Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com