แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นาท ภูวนัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นาท ภูวนัย แสดงบทความทั้งหมด

เทพบุตรตัวแสบ

เทพบุตรตัวแสบ


"เทพบุตรตัวแสบ" (พ.ศ. 2518) สร้างจากบทประพันธ์ของ ณรงค์ จันทร์เรือง ผลงานกำกับการแสดงโดย ฉัตรเทพ ชัชวาลย์ อำนวยการสร้างโดย วันชัย ล้วนรัตน์ (วีฟิล์ม) นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล, นาท ภูวนัย, ธัญญรัตน์ โลหะนันท์, ศศิมา สิงห์ศิริ และ ดามพ์ ดัสกร

เรื่องย่อ

ไพรณ หนุ่มสังคมเจ้าเสน่ห์และนักต้มตุ๋นผู้มีชีวิตหรูหราจากการหลอกล่อหญิงสาว ไฮโซ และแม่หม้ายผู้ร่ำรวยเข้ามาติดกับดักสวาท ก่อนจะให้ลูกน้องแอบถ่ายภาพลับเพื่อนำไปแบล็กเมลรีดเอาทรัพย์สินมาใช้หนี้พนัน จนกระทั่งเขาได้พบกับ กุลสุดา บุตรสาวของรัฐมนตรีผู้เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา ไพรณเกิดความหลงใหลในความบริสุทธิ์ของเธอ แต่ในเวลาเดียวกัน ภูเบศร์ ผู้มีอิทธิพลในวงการมืด ได้ว่าจ้างไพรณด้วยเงินก้อนโตเพื่อวางแผนล่อลวงกุลสุดาไปถ่ายภาพแบล็กเมล หวังใช้ทำลายชื่อเสียงบิดาของเธอที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง

ด้านบิดาของกุลสุดาซึ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาว ได้ว่าจ้าง เจนวิทย์ นักสืบหนุ่มฝีมือดีมาคอยคุ้มกันและสืบพฤติกรรมของไพรณ เจนวิทย์พยายามเตือนสติกุลสุดาถึงอันตราย แต่เธอกลับมองว่าเจนวิทย์ใช้เล่ห์เหลี่ยมใส่ร้ายคนที่เธอเริ่มมีใจให้ ทว่าเมื่อไพรณพากุลสุดาไปที่บ้านพัก เขากลับพ่ายแพ้ต่อความดีและความรักที่มีต่อเธอจนไม่กล้าล่วงเกิน สร้างความไม่พอใจให้ภูเบศร์ที่ถูกผลัดผ่อน ภูเบศร์จึงเรียกตัวไพรณไปพบที่รังลับเพื่อเค้นคำตอบ แต่เมื่อไพรณล่วงรู้ว่าแผนการทั้งหมดเป็นเรื่องสกปรกทางการเมือง เขาจึงตัดสินใจขัดขืนจนเกิดการต่อสู้ดุเดือดและปลิดชีพภูเบศร์ ก่อนจะหลบหนีกลับมาเพื่อเตือนกุลสุดา

ขณะเดียวกัน เจนวิทย์ได้บุกเคลียร์ลูกน้องของไพรณและรีบตามไปที่บ้านของไพรณ ซึ่งกุลสุดาได้เดินทางมารออยู่ก่อนแล้ว กุลสุดาได้เดินเข้าไปในห้องนอนของไพรณและค้นพบภาพถ่ายแบล็กเมลหญิงสาวมากมาย รวมถึงภาพลับของมารดาผู้ล่วงลับของเธอเอง ทำให้เธอตระหนักถึงธาตุแท้ของชายคนรักด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ไพรณพยายามสารภาพผิดและอ้อนวอนว่าตนรักเธออย่างจริงใจ แต่กุลสุดาไม่อาจยอมรับความหลอกลวงได้ ในจังหวะนั้นเอง เจนวิทย์ได้บุกเข้ามาถึงและเปิดฉากชกต่อยต่อสู้กับไพรณอย่างดุเดือด กุลสุดาที่มือสั่นเทาจึงจำต้องหยิบปืนขึ้นมาเล็งเพื่อยุติโศกนาฏกรรมแห่งความรักและความแค้นในครั้งนี้

ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ

 

ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ
เรื่องย่อ

เรื่องราวสะท้อนกิเลสตัณหาและความทะเยอทะยานของมนุษย์ ผ่านชีวิตของชายหนุ่มกำพร้าคนหนึ่ง ซึ่งได้รับการชุบเลี้ยงส่งเสียให้เรียนหนังสือจากช่างตัดผมผู้มีพระคุณ ต่อมาเขาได้พบรักและมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวแสนเรียบร้อยคนหนึ่ง จากนั้นจึงได้ก้าวเข้ามายังคฤหาสน์ของเธอ และทำให้เขาได้พบกับพี่สาวของหญิงสาว ซึ่งมีทั้งเสน่ห์ ฐานะ และความเพียบพร้อม

ความโลภและธาตุแท้ในตัวชายหนุ่มเริ่มถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาใช้หน้าตา เสน่ห์ และความเจ้าเล่ห์เข้ามาพัวพันจนเกิดความสัมพันธ์ซับซ้อนกับหญิงสาวสองพี่น้องพร้อม ๆ กัน โดยมีเป้าหมายลึก ๆ เพื่อหวังจะฮุบเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลนี้มาเป็นของตน ทว่าเส้นทางที่เต็มไปด้วยความละโมบ การทรยศหักหลัง และบาปกรรม กลับย้อนกลับมาทำลายทุกสิ่ง เมื่อความจริงเริ่มปรากฏและความสัมพันธ์แตกหัก สุดท้ายกิเลสตัณหาก็นำพาชีวิตของเขาไปสู่จุดจบอันน่าอนาถ ถูกยิงเสียชีวิตจนปิดฉากชีวิตลงอย่างเดียวดาย โดยไม่มีโอกาสได้พบกับความสุขหรือสรวงสวรรค์อย่างที่เคยไขว่คว้า สมดังชื่อ "ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ

นรกตะรุเตา

 

นรกตะรุเตา

นรกตะรูเตา" (พ.ศ. 2519)

กำกับการแสดงโดย: รุจน์ รณภพ
บทภาพยนตร์โดย: ส.อาสนจินดา
นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, นาท ภูวนัย, อรัญญา นามวงศ์, ศิริขวัญ นันทศิริ, มานพ อัศวเทพ, อดุลย์ ดุลยรัตน์, สีเทา และ พิภพ ภู่ภิญโญ

เรื่องย่อ:

ไฟสงครามการเมืองที่ปะทุขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และเหตุการณ์กบฏบวรเดช นำมาสู่การกวาดล้างครั้งใหญ่ของฝ่ายรัฐบาล ข้าราชการ ทหารชั้นผู้ใหญ่ และกลุ่มบุคคลผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองถูกตีตราว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน หนึ่งในนั้นคือนายทหารผู้รักเกียรติและอุดมการณ์อย่าง พันโท หลวงพิษณุรักษ์เสนา และนายทหารหนุ่มรุ่นน้องอย่าง ร้อยเอกสกล ทั้งหมดถูกสั่งเนรเทศไปยังทัณฑสถานเปิดกลางทะเลอันดามันอันห่างไกลความเจริญที่ไม่มีทางหนีรอด—เกาะตะรุเตา

ดินแดนแห่งนี้ไม่ต่างอะไรจากนรกบนดิน สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันโหดร้าย ทั้งดงไข้ป่า สัตว์มีพิษ และคลื่นลมมรสุมที่เชี่ยวกราก คอยกลืนกินชีวิตของนักโทษไปวันแล้ววันเล่า ทว่าความโหดร้ายของธรรมชาติยังไม่เทียบเท่าสันดานดิบของมนุษย์ เหล่านักโทษการเมืองต้องเผชิญหน้ากับการกดขี่ ทารุณกรรม และการเอารัดเอาเปรียบอย่างไร้ความปรานีจากเจ้าหน้าที่ผู้คุม รวมถึงนักโทษอุกฉกรรจ์ขาใหญ่ประจำเกาะอย่าง นายหมี ซึ่งคอยใช้กำลังข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า ความอดอยาก ขาดแคลนเสบียงและยารักษาโรค ผลักดันให้ผู้คนในแดนขังแห่งนี้ค่อยๆ ทยอยล้มตายลงเรื่อยๆ

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสิ้นหวัง ยังมีสายสัมพันธ์ ความห่วงใย และการช่วยเหลือลับๆ จากหญิงสาวผู้มีจิตใจดีงามอย่าง อนงค์ และ เพลิน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องและคอยเป็นกำลังใจสำคัญให้กับเหล่าเชลยศึกผู้บริสุทธิ์ แต่เมื่อสถานการณ์บนเกาะบีบคั้นจนถึงขีดสุด การยอมก้มหน้ารับชะตากรรมมีค่าเท่ากับรอคอยความตายอย่างช้าๆ

หลวงพิษณุรักษ์เสนาและร้อยเอกสกลจึงตัดสินใจรวมกลุ่มนักโทษการเมือง วางแผนลับครั้งประวัติศาสตร์เพื่อ "แหกคุกตะรุเตา"

แผนการหลบหนีเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งการชิงไหวชิงพริบ ลักลอบต่อเรือหาเสบียง และการปะทะด้วยกำลังกับกลุ่มผู้คุมและนักโทษคู่อริ พวกเขาต้องใช้ทั้งชีวิตและเกียรติยศเป็นเดิมพัน ฝ่าดงกระสุน ดาบปลายปืน และคลื่นลมมรสุมกลางทะเลลึก มุ่งหน้าสู่เกาะลังกาวีของมาลายา เพื่อก้าวข้ามแดนนรกไปสู่อิสรภาพและมีชีวิตรอดกลับมาพิสูจน์ศักดิ์ศรีของตนเองอีกครั้ง

ชมภาพยนตร์ นรกตะรุเตา (พ.ศ. 2519)

8 เหลี่ยม 12 คม

8 เหลี่ยม 12 คม


ชื่อเรื่อง: 8 เหลี่ยม 12 คม (2519)

กำกับการแสดง / อำนวยการสร้าง: พยุง พยกุล

นักแสดงนำ: สมบัติ เมทะนี (รับบท คม), นาท ภูวนัย, ไพโรจน์ ใจสิงห์, นัยนา ชีวานันท์, ปริศนา ชบาไพร, รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร, ดามพ์ ดัสกร

เรื่องย่อ

เรื่องราวการเฉือนคมและหักเหลี่ยมในโลกอาชญากรรม  เมื่อ "คม"  เข้ามาพัวพันกับแผนการซื้อขายสร้อยเพชรล้ำค่ามูลค่ามหาศาล  ซึ่งมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหลายฝ่ายต้องการแย่งชิงไปเป็นของตน โดยเฉพาะกลุ่มของ "ชิงชัย" จอมโหดผู้ทรงอิทธิพล  ที่วางแผนชิงเพชรไปใช้แลกเปลี่ยนกับอาวุธสงครามล็อตใหญ่ที่บริเวณชายแดน 

ขณะเดียวกัน "กฤษณะ" เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยสืบราชการลับ  ได้รับคำสั่งให้ติดตามสืบสวนและทลายแก๊งใหญ่ของชิงชัย แต่เนื่องจากยังขาดหลักฐานมัดตัว กฤษณะจึงต้องแฝงตัวและแกะรอยตามเบาะแสอย่างใกล้ชิด  ท่ามกลางความขัดแย้งที่มีทั้งเรื่องผลประโยชน์ ความแค้น และความรักของตัวละครอย่าง ริต้า, รสนา และปณิตา  ที่ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของอันตราย

ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดการหักหลังและแผนซ้อนแผนซ้อนเหลี่ยมกันเองระหว่างเหล่าทรชน  จนกระทั่งความลับเรื่องการนัดส่งมอบเพชรแลกอาวุธถูกเปิดเผย  นำไปสู่การเผชิญหน้าและปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มคนร้ายและฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในสมรภูมิสุดท้าย

ดิน น้ำ ลม ไฟ

ดิน น้ำ ลม ไฟ (2524)


ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชัน-บู๊ล้างผลาญระดับตำนาน กำกับโดย ฉลอง ภักดีวิจิตร ออกฉายในปี พ.ศ. 2524 นำแสดงโดยเหล่ายอดนักบู๊แถวหน้าของวงการในยุคนั้นอย่าง สมบัติ เมทะนี, กรุง ศรีวิไล, สรพงศ์ ชาตรี, นาท ภูวนัย พร้อมด้วย เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และ สุพรรษา เนื่องภิรมย์

เรื่องย่อ

เรื่องราวการรวมตัวของ 4 ยอดฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญ บุคลิก และทักษะการต่อสู้แตกต่างกันไปตามฉายาของธาตุทั้งสี่ ได้แก่:

ดิน – ตัวแทนของความหนักแน่น ดุดัน และความแข็งแกร่งดั่งภูผา

น้ำ – ตัวแทนของความพลิกแพลง เยือกเย็น ฉลาดหลักแหลม และไหลลื่นตามสถานการณ์

ลม – ตัวแทนของความรวดเร็ว ว่องไว โจมตีและเคลื่อนไหวไร้ร่องรอย

ไฟ – ตัวแทนของความร้อนแรง กล้าได้กล้าเสีย และทำลายล้างเป้าหมายอย่างเด็ดขาด


ทั้งสี่ต้องมารวมพลังกันในภารกิจเสี่ยงตายเพื่อต่อกรกับกลุ่มอิทธิพลมืด ขบวนการค้ายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลระดับชาติที่มีกองกำลังอาวุธสงครามครบมือ โดยแต่ละคนต้องงัดชั้นเชิงการต่อสู้ กลยุทธ์ และความสามารถเฉพาะตัวมาประสานกันเพื่อทลายรังศัตรู ท่ามกลางฉากแอ็กชันสไตล์ "ระเบิดภูเขา เผากระท่อม" ยิงถล่ม และการขับเคี่ยวกันด้วยไหวพริบและความแค้นจนถึงจุดแตกหัก

ข้อความบนใบปิด

ดิน น้ำ ลม ไฟ (2524)

สหมงคลฟิล์ม ขอเสนอ
ผลงานของชัยแอนด์ชาโปรดั๊กชั่น
“วันใดที่เอ็งกับข้าผิดคำสาบาน ด้วยจิตวิญญาณแห่งความรัก
ขอให้มันจงพินาศด้วยธาตุ 4”
ดิน น้ำ ลม ไฟ
สรพงศ์ ชาตรี นาท ภูวนัย เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ วิยะดา อุมารินทร์
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง, พิมลพรรณ, เปี๊ยก,
โสธร รุ่งเรือง, พิภพ ภู่ภิญโญ, เมืองเริง ปัทมินทร์,
จิตร, ผจญ ดวงขจร, โทน, กัลย์เกลา
เชาว์ มีคุณสุต กำกับการแสดง
เกหลง อำนวยการสร้าง
อ.อ่ำเสงี่ยม สร้างบท
วัลลภ (อ๊อด) สินสำอางค์ ถ่ายภาพ
*ใบปิดวาดโดย ทองดี

นางเอก

นางเอก
ฉายหนังในใจ: เบื้องหน้าพรมแดง เบื้องหลังแรงพายุ ใน "นางเอก" (2518)

เรื่องย่อ

เมื่อความฝันอยากช่วยเหลือโรงเรียนในต่างจังหวัด กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พลิกผันชีวิตของ "ครูสาว" ธรรมดาๆ คนหนึ่งให้ก้าวเข้าสู่แสงไฟอันเจิดจ้าของวงการบันเทิงไทย

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ พรพรหม แมวมองและฝ่ายจัดหาทุนของค่ายหนัง เดินทางมาทาบทาม ดวงแก้ว ครูสาวผู้มีใบหน้าและเสน่ห์สะดุดตา ให้มารับบทบาทเป็น "นางเอก" ในภาพยนตร์เรื่องใหม่ แม้เธอจะลังเล แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเงินมาพัฒนาโรงเรียน ทำให้เธอตัดสินใจตอบตกลงและก้าวเข้าสู่กองถ่ายที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

ทว่า เส้นทางสายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด เมื่อโปรเจกต์หนังต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ จนต้องดึงเหล่านักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาร่วมลงทุน ท่ามกลางเกมผลประโยชน์ ปัญหาเบื้องหลังกองถ่าย และความฟอนเฟะในแวดวงมายาที่เกินกว่าใครจะคาดคิด ดวงแก้วต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งใหญ่ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องการแสดง แต่คือการรักษาตัวตนท่ามกลางกระแสสังคมที่เชี่ยวกราก

เบื้องหน้าที่ผู้ชมเห็นอาจเป็นรอยยิ้มและเสียงปรบมือ แต่เบื้องหลังความจริงคืออะไร? ร่วมลุ้นและเอาใจใส่วิถีชีวิตของ "นางเอก" คนนี้ไปพร้อมๆ กันได้ในภาพยนตร์ไทยคลาสสิกเรื่องนี้

📌 รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่นี่:

นางเอก (2518)

จิรายุโปรดั้คชั่น เสนอ
เมื่อครูสาวก้าวมาสู่โลกมายา
ชีวิตของดาราที่ทุกคนใฝ่ฝัน มันจึงกลายเป็น…
นางเอก
ของ ทมยันตี
6 ตุ๊กตาทองประกันคุณภาพ
ทมยันตี-นาท ภูวนัย-ภัทราวดี ศรีไตรรัตน์
วิไลวรรณ วัฒนพานิช-พงษ์ลดา พิมลพรรณ-ปริญญา ลีละศร
อำนวยการสร้างโดย สมทรง พันธ์หงส์
ดำเนินงานสร้างโดย สง่า อนันต์วิไลกิจ
กำกับการแสดงโดย ปริญญา ลีละศร
นาท ภูวนัย ภัทราวดี ศรีไตรรัตน์
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช, สายัณห์ จันทรวิบูลย์
สอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, วิไลวรรณ วัฒนพานิช, อดุลย์ ดุลยรัตน์,
พงษ์ลดา พิมลพรรณ, บู๊ วิบูลย์นันท์, สมชาย สามิภักดิ์,
ชูศรี มีสมมนต์, รชัฏชวลิต วัฒนไพศาล, โฉมฉาย ฉัตรวิไล, บำรุง
สหมงคลฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี

แม่ศรีไพร

แม่ศรีไพร
เรื่องย่อ แม่ศรีไพร (2515)

เมื่อวันวิวาห์อันแสนชื่นมื่นกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมและความโกลาหล เมื่อเหตุการณ์พลิกผันทำให้เส้นทางชีวิตของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ต้องก้าวเข้าสู่ "ป่าลึก" อันลึกลับและอันตราย ที่ซึ่งเธอถูกพาตัวมาโดยฝีมือของพรานป่าลึกลับ

ท่ามกลางความเวิ้งว้างของผืนป่าและความกดดันรอบด้าน ความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ระหว่างตัวประกันสาวกับพรานป่าผู้ดิบเถื่อนและแข็งกระด้าง กลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความสงบสุขในพงไพรกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อความแค้นในอดีตและเงาแห่งความจริงกำลังไล่ล่าติดตามมาอย่างกระชั้นชิด พร้อมทั้งกลุ่มคนที่ต้องการทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง

เรื่องราวความรักท่ามกลางการแย่งชิง การล้างแค้น และบททดสอบของหัวใจในผืนป่าอันกว้างใหญ่จะดำเนินต่อไปอย่างไร? ติดตามลุ้นระทึกและหาคำตอบได้ในภาพยนตร์ไทยระดับตำนานเรื่องนี้


แม่ศรีไพร [2514]: เมื่อความแค้นและโชคชะตา นำพาหัวใจไปหลบเร้นในป่าลึก

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยคลาสสิกที่ครบรสทั้งดราม่า ความรัก และการไล่ล่า "แม่ศรีไพร" คือผลงานระดับขึ้นหิ้งที่ไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งที่เริ่มจากปมปัญหาความแค้นระหว่างสองชายหนุ่ม เมื่อชีวิตที่ดูเหมือนจะราบรื่นต้องพังทลายลงเพราะเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนกลายเป็นรอยร้าวที่ยากจะประสาน

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "อินทร" ชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรและต้องหลบหนีการตามล่าจากกฎหมาย เขาตัดสินใจพา "ก้อนทอง" หญิงสาวผู้เป็นที่รักหลบหนีเข้าสู่ป่าลึกเพื่อสร้างชีวิตใหม่ โดยไปพึ่งพาอาศัยอยู่กับกลุ่มชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ห่างไกล โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่า "ประจัญ" ชายผู้เต็มไปด้วยความแค้นและแรงพยาบาท ยังคงกัดไม่ปล่อยและออกติดตามเขาทั้งสองคนอย่างไม่ลดละ

ท่ามกลางบรรยากาศของป่าดงพงไพรที่ทั้งสวยงามและแฝงไปด้วยอันตราย ความสัมพันธ์ระหว่างอินทร ก้อนทอง และชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ ก็ค่อยๆ พัฒนาไปพร้อมกับความกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฝ่ายผู้ตามได้แกะรอยจนพบเบาะแส และการเผชิญหน้าครั้งสำคัญกำลังจะเกิดขึ้น

ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาด:

การปะทะอารมณ์: การเชือดเฉือนระหว่างตัวละครที่แบกรับความแค้นไว้เต็มอก กับความรักที่ต้องปกป้อง

บรรยากาศย้อนยุค: ดื่มด่ำไปกับภาพบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพรของไทยเมื่อ 50 กว่าปีก่อน

ปมปริศนา: เรื่องราวการตามล่าที่ไม่ได้มีแค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของ "หัวใจ" และ "ความจริง" ที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย

ท่ามกลางมรสุมของความแค้นที่ตามมาถึงในป่าลึก... อินทรจะปกป้องก้อนทองและชีวิตใหม่ของเขาได้หรือไม่? แล้วจุดจบของความพยาบาทครั้งนี้จะเป็นอย่างไร? คุณเท่านั้นที่จะได้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง



โรงแรมผี

โรงแรมผี

เรื่องย่อ โรงแรมผี (2518)

เตรียมตัวพบกับความระทึกขวัญสั่นประสาทในตำนานที่คอหนังไทยต้องห้ามพลาด! กับเรื่องราวชวนขนหัวลุก ณ "โรงแรมริมทะเล" แห่งหนึ่ง ซึ่งเบื้องหลังความเงียบเหงาและบรรยากาศอันน่าสะพรึง ซ่อนไว้ซึ่งความลับ ความแค้น และวิญญาณอาฆาตที่รอวันชำระบัญชีเลือด

เมื่อผู้มาเยือนและแขกเหรื่อต่างทยอยเดินทางเข้ามาพักพิง แต่กลับต้องพบกับจุดจบอันปริศนาและน่าสลดใจทีละคนอย่างไร้สาเหตุ ท่ามกลางความหวาดผวา ความสงสัย และความลี้ลับที่หาคำตอบไม่ได้ ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันไขปมปริศนาอันดำมืดนี้ เพื่อเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของวิญญาณร้ายที่ตามจองล้างจองผลาญแบบไม่รู้จบ

ปริศนาความสยองนี้มีความเป็นมาอย่างไร และพวกเขาจะเอาตัวรอดจากอาถรรพ์ครั้งนี้ได้อย่างไร?

ติดตามเรื่องราวสุดระทึกขวัญนี้ต่อได้ในภาพยนตร์ โรงแรมผี [2518] 


จิรบันเทิงฟิล์ม
เสนอผลงานดีเด่น
ระทึกใจสุดขีด ไม่ว่ายามหลับหรือตื่น
โรงแรมผี

บทประพันธ์ ของ อ.อรรถจินดา
นาท ภูวนัย ปิยะมาศ โมนยะกุล
สายัณห์ จันทรวิบูลย์ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช มานพ อัศวเทพ
ครรชิต ขวัญประชา ชนะ ศรีอุบล
เมตตา รุ่งรัตน์, ทัต เอกทัต, ล้อต๊อก,
ชูศรี มีสมมนต์, บู๊ วิบูลย์นันท์, แพน, พิศ, ชินดิษฐ์
แบบผมจาก “แอนนา”
ถ.ธุระพาณิช ถ่ายภาพ
จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร อำนวยการสร้าง
แสนยากร-สมวงศ์ ทิมบุญธรรม กำกับการแสดง
จิรบันเทิงฟิล์ม จัดจำหน่าย

-ใบปิดวาดโดย ทองดี

ตีแสกหน้า

ตีแสกหน้า


ตีแสกหน้า (2527)
“75” โปรดักชั่น โดย พันธุ์ 75
ปฏิวัติบันไดก้าวต่อไปแห่ง “ศตวรรษ”
ของหนังไทยในแนวบู๊ ชีวิต พิสูจน์จากผลงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ตีแสกหน้า
คอลัมน์ฮิต หน้า 5 ไทยรัฐ ของ “เปลว สีเงิน”
พันธุ์ 75 สร้าง-กำกับ
พิศาล อัครเศรณี สุพรรษา เนื่องภิรมย์ นาท ภูวนัย
พบพระเอกหน้าหยก โกวิท วัฒนกุล
มานพ อัศวเทพ, ไพโรจน์ ใจสิงห์, ลักษณ์ อภิชาติ,
ธิติมา สังขพิทักษ์, ปวีณา ปิจเปี่ยมกิจ, สมจินต์ ธรรมทัต
และดาราประกอบอีกมาก
ทนง วีระกุล สร้างบทภาพยนตร์
จารึก สงวนพงษ์ ผู้ช่วยผู้กำกับ
ยศ รังษี กำกับบท
พิสัณห์ ปลัดสิงห์ ถ่ายภาพ
เฟรชฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี

พรหมสี่หน้า

พรหมสี่หน้า

ถ้าคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชันสืบสวนระดับตำนานที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น พลอตเรื่องหักเหลี่ยมเฉือนคม และบรรยากาศคลาสสิก เราขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปพบกับ "พรหมสี่หน้า" ภาพยนตร์ไทยในตำนานที่พร้อมจะปลุกความระทึกขวัญให้กลับมาอีกครั้ง!

📄 เรื่องย่อ: พรหมสี่หน้า

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางฉากหลังของเมืองเหนืออย่างเชียงใหม่ เมื่อคดีฆาตกรรมปริศนาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างจงใจ เหยื่อแต่ละรายล้วนเป็นผู้มีอิทธิพลและหัวคะแนนการเมืองท้องถิ่น ทว่าสิ่งที่ทำให้ตำรวจต้องกุมขมับคือ ทุกคดีถูกปลิดชีพด้วยอาวุธปืนขนาด .44 ชนิดเดียวกัน ซึ่งเป็นอาวุธที่เกินกว่ากำลังของคนธรรมดาจะใช้ได้ทั่วไป ทำให้นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการลงมือของมือปืนลึกลับเพียงคนเดียว!

ทว่าปมขัดแย้งไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องการเมืองท้องถิ่น... เบื้องหลังความตายเหล่านั้น พัวพันไปถึงผลประโยชน์มหาศาลของ "เหมืองแร่ฝาง" เหมืองแร่ลึกลับที่กำลังเป็นที่หมายปองของกลุ่มทุนข้ามชาติและมาเฟียท้องถิ่น นำโดย "พ่อเลี้ยงตระการ" ผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองกรรมสิทธิ์เหมืองนี้

"ไม้ป่า" ลูกสาวของแม่เลี้ยงบัวตอง (อดีตเจ้าของเหมืองที่ถูกฆ่าตายอย่างปริศนา) และ "กฎหมาย" ชายหนุ่มผู้สูญเสียพ่อไปจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายรอบด้านเพื่อสืบหาความจริงว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อแม่พวกเขา ในขณะเดียวกัน "ผู้พัน" ชายลึกลับผู้มีรอยสักรูปผีเสื้อที่หลังมือก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปืนคู่ใจ ราวกับกำลังทำสงครามส่วนตัวกับกลุ่มอิทธิพลมืด

เมื่อตัณหา ผลประโยชน์ และความแค้นโคจรมาพบกัน เกมไล่ล่าที่เดิมพันด้วยชีวิตจึงเริ่มขึ้น! ใครคือกบฏ? ใครคือมิตร? และใครคือเจ้าของกระสุน .44 ที่แท้จริง?

"ที่นี่คือเชียงใหม่ ไม่ใช่สิงคโปร์... หลายคนที่คิดจะมาหักหลังและใช้อิทธิพลมืดที่นี่ มักจบชีวิตไม่สวย"

ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยบทสนทนาที่เฉียบคม การชิงไหวชิงพริบระหว่างกลุ่มพ่อเลี้ยง อิทธิพลมืด และเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงฉากแอ็กชันสไตล์ไทยคลาสสิกที่ดุดันและสมจริง หากคุณเป็นแฟนภาพยนตร์ไทยยุคเก่าที่ชอบแนวสืบสวนปมฆาตกรรม หักเหลี่ยมเฉือนคม และฉากบู๊ระทึกขวัญ "พรหมสี่หน้า" คือหนึ่งในลิสต์ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง!


บัวหลวงภาพยนตร์ เสนอ…
ผู้ใดหาญกล้าท้าพญายม มันผู้นั้นต้องเจอ…
พรหมสี่หน้า
ของ…อังคาร กฤษณะ

สรพงศ์ ชาตรี สุพรรษา เนื่องภิรมย์
นาท ภูวนัย ทวนธน คำมีศรี
โกวิท วัฒนกุล, ภูมิ พัฒนายุทธ, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์,
โสธรณ์ รุ่งเรือง, ฤทธิ์ ลือชา, ฉัตร มงคลชัย,
ไกร ครรชิต, สมศักดิ์ ชัยสงคราม, พิภพ ภู่ภิญโญ,
วิยะดา อุมารินทร์, วรารัตน์ เทพโสธร, ด.ญ.กระแต
ธีระพล เชาวน์ประดิษฐ์ ดำเนินงานสร้าง
นิยม ศรีสุวรรณ ถ่ายภาพ
สุรพล กรสวัสดิ์ กำกับการแสดง
พลสยามภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย วีระชาติ บุญชู

มัน

มัน

ประเภท: แอ็กชัน / อาชญากรรม 

นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, นาท ภูวนัย, อรัญญา นามวงศ์, ทักษิณ แจ่มผล และทัพนักแสดงคับคั่ง

กำกับการแสดงโดย: เปี๊ยก มีคุณสุต

เรื่องย่อ

เมื่อความอยุติธรรมเข้าครอบงำและอำนาจมืดท้าทายกฎหมาย ชุมชน "ไศลดง" จึงลุกเป็นไฟ! เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ โจม (รับบทโดย นาท ภูวนัย) ชายหนุ่มผู้มีความแค้นฝังใจจากการสูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รัก ซึ่งมีเงื่อนงำเชื่อมโยงกับอิทธิพลเถื่อนของ โรม อินทนนท์ (รับบทโดย ทักษิณ แจ่มผล) เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล และมือขวาคนสนิทอย่าง ทศ (รับบทโดย กฤษณะ อำนวยพร)

ท่ามกลางสถานการณ์ที่บ้านเมืองไร้ซึ่งความปลอดภัย จ่าเยี่ยม ยอดยิ่ง (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) นายตำรวจมือปราบผู้รักความยุติธรรม ได้ก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจไศลดงคนใหม่ การพบกันของสองชายหนุ่มต่างวิถีชีวิตแต่มีเป้าหมายเดียวกัน จึงกลายเป็นการผนกำลังครั้งสำคัญเพื่อผดุงความยุติธรรม กวาดล้างอิทธิพลมืด และชำระแค้นให้สาสม

เตรียมพบกับการปะทะคารมและคิวบู๊สุดระห่ำของสองพระเอกแม่เหล็กแห่งยุค ที่จะมาสาดกระสุนและลุยเดี่ยวแบบไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม ท่ามกลางบรรยากาศความดุเดือดและกลิ่นอายหนังไทยในอดีตที่คุณไม่ควรพลาด!


มัน (2518)
นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, นาท ภูวนัย, ปิยะมาศ โมนยะกุล, ดามพ์ ดัสกร

เมื่อแผ่นดิน "ไสลดง" และ "นครไทย" ลุกเป็นไฟด้วยอำนาจมืดและความอยุติธรรมของเหล่าผู้มีอิทธิพลและโจรปล้นแผ่นดิน... ความแค้นและการทวงคืนความถูกต้องจึงเริ่มต้นขึ้น!

เรื่องราวของ "โจม กำแพงแสน" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) ชายหนุ่มใจหินผู้ต้องสูญเสียพ่อและครอบครัวไปจากการถูกล้อมฆ่าเพื่อแย่งชิงผืนดินอันเป็นที่ทำกิน เขาจึงต้องสวมวิญญาณเป็นเพชรฆาตตามล่าล้างแค้นพวกโจรชั่วแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ในรูปแบบ "โจรต่อโจร" เพื่อลบความช้ำให้แผ่นดิน

ในขณะเดียวกัน ทางราชการได้ส่ง "จ่าเยี่ยม ยอด ยิ่ง" (รับบทโดย นาท ภูวนัย) ยอดตำรวจผู้รักความถูกต้องและขึ้นชื่อว่าเป็น "ตำรวจที่อันตราย" เข้ามารักษาการแทนในพื้นที่ แม้ภายนอกจ่าเยี่ยมจะดูเป็นคนตลก เคี้ยวหมาก เป่ายานัตถุ์ แต่เมื่อถึงคราวต้องทำหน้าที่ปราบอธรรม เขากลายเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มือสะอาดที่ไม่ยอมก้มหัวให้เงินสินบนหรือกฎหมู่ของใครหน้าไหนทั้งสิ้น!

เมื่อ "พรานป่าผู้ล้างแค้นด้วยกฎของตัวเอง" และ "ผู้พิทักษ์กฎหมายผู้ไร้ความกลัว" ต้องมาอยู่บนเส้นทางสายเดียวกัน ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูตัวฉกาจอย่าง "ลอย อินทนนท์" (ดามพ์ ดัสกร) และ "นายทด บางคอแหลม" ที่พร้อมจะกวาดล้างและเผาทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์อันมหาศาล

สงครามเดือดและการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างธรรมะและอธรรมครั้งนี้จะจบลงอย่างไร? "จ่าเยี่ยม" จะเลือกจับกุมหรือร่วมมือกับ "โจม"? และความรักท่ามกลางเสียงระเบิดจะลงเอยแบบไหน?

คอหนังไทยแนวแอ็กชัน-ดราม่ายุคคลาสสิกไม่ควรพลาด! ความมันส์ระดับห้าดาวและการปะทะบทบาทครั้งสำคัญของสองพระเอกตลอดกาล รอให้คุณไปพิสูจน์แบบเต็มอิ่มเต็มเรื่องแล้ววันนี้!


ข้อความบนใบปิด:

เดชากรณ์ภาพยนตร์
เสนอผลงานอันดับแรก
มัน DEVIL KILLER
สมบัติ เมทะนี นาท ภูวนัย
อรัญญา นามวงษ์ รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร
ร่วมด้วย ทักษิณ แจ่มผล, ดามพ์ ดัสกร, สมชาย สามิภักดิ์,
วัฒนา กีชานนท์, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, กฤษณะ อำนวยพร,
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, มารศรี ณ บางช้าง, นวลศรี, ด.ช.ปรีชา เกิดกำแพง,
แพน บอระเพ็ด, บู๊ วิบูลย์นันท์, เหมยฟ้า
บัญญัติ เดชากรณ์ อำนวยการสร้าง
เสนีย์ บุษปะเกศ สร้างเรื่อง
ประทีป โกมลภิส สร้างบท
นิยม ศรีสุวรรณ ถ่ายภาพ
เปี๊ยก มีคุณสุต กำกับการแสดง
เดชากรณ์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี

ชุมแพ

โปสเตอร์หนัง ชุมแพ

ชุมแพ (2519)

เรื่องย่อ:

ณ อำเภอชุมแพ ดินแดนที่ตกอยู่ใต้เงามืดของอิทธิพลเถื่อน ธุรกิจผิดกฎหมาย และการเข่นฆ่าชิงความยิ่งใหญ่ โดยมี จ่าถม นิยมไถ (เกชา เปลี่ยนวิถี) อดีตตำรวจผู้ทรงอิทธิพลและผันตัวมาเป็นเจ้าพ่อคุมอำเภอชุมแพ ร่วมกับลูกสมุนมือขวาอย่าง เสือเหม (ดามพ์ ดัสกร) คอยข่มเหงชาวบ้าน เก็บส่วย และกำจัดทุกคนที่คิดแข็งข้อ จนบ้านเมืองไร้ความสงบสุข

ความระอุเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เพิก ชุมแพ (สมบัติ เมทะนี) ชายหนุ่มมาดกวนผู้มีฝีมือการต่อสู้ระดับพระกาฬ ตัดสินใจเดินทางกลับมายังบ้านเกิดที่ชุมแพอีกครั้ง หลังจากจากไปนานนับสิบปี โดยมีเป้าหมายเพื่อล้างแค้นและสืบหาความจริงเบื้องหลังการตายอย่างมีเงื่อนงำของพ่อ ซึ่งถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลลอบสังหาร การกลับมาแบบไม่เกรงกลัวใครของเพิก ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่กลุ่มของจ่าถมต้องส่งมือสังหารมาดักเก็บตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบชุมแพ

ในเวลาเดียวกัน ทางการได้ส่ง ผู้กองไชโย (นาท ภูวนัย) นายตำรวจหนุ่มไฟแรงผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมและกฎหมาย เข้ามารับตำแหน่งสารวัตรคนใหม่เพื่อปราบปรามความไม่สงบ ผู้กองไชโยมุ่งมั่นจะกวาดล้างอิทธิพลมืดให้สิ้นซาก แต่ในช่วงแรกเขากลับมองว่า เพิก ชุมแพ คืออันธพาลและเสือร้ายนอกกฎหมายที่ต้องถูกจับกุม ทั้งสองจึงกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาและต้องปะทะคารมชิงไหวชิงพริบกันอยู่ตลอดเวลา

ทว่าแท้จริงแล้ว เพิกแฝงตัวมาทำงานลับร่วมกับทางอำเภอเพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการค้ายาและอิทธิพลเถื่อน ท่ามกลางความขัดแย้งยังมีความรักที่ซับซ้อนเข้ามาเกี่ยวพัน ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเพิกกับสาวแก่นแดนชุมแพ และความรักของผู้กองไชโยที่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับหัวใจ เมื่อพบว่าหญิงคนรักคือลูกสาวของผู้มีอิทธิพล

เมื่อหลักฐานความชั่วของกลุ่มจ่าถมและเสือเหมถูกเปิดโปง สงครามปิดบัญชีแค้นจึงระเบิดขึ้น เพิก ชุมแพ และ ผู้กองไชโย ต้องผนึกกำลังกันแลกกระสุน ดวลเดือดกับเหล่าทรชน เพื่อล้างมลทินให้ตระกูล คืนความยุติธรรม และนำความสงบสุขกลับมาสู่แผ่นดินชุมแพอีกครั้ง

ข้อความบนใบปิด

สันติสุชาภาพยนตร์ เสนอ
ภาพยนตร์บู๊ยิ่งใหญ่
ยอดฮิตจากนิยายในนิตยสารบางกอก
ชุมแพ

บทประพันธ์ของ ศักดิ์ สุริยา
สมบัติ เมทะนี นาท ภูวนัย
ปิยะมาศ โมนยะกุล ธัญญรัตน์ โลหะนันท์
เกชา เปลี่ยนวิถี, มานพ อัศวเทพ, ดามพ์ ดัสกร,
ครรชิต ขวัญประชา, อนันต์ สัมมาทรัพย์, กฤษณะ อำนวยพร,
โดม สิงห์โมฬี, ลักษณ์ อภิชาติ, ไกร ครรชิต,
พิภพ ภู่ภิญโญ, อุมา ไอยทิพย์, ภูมิ พัฒนายุทธ
จรัญ พรหมรังสี กำกับการแสดง
วิสันต์ สันติสุชา อำนวยการสร้าง
นิยม ศรีสุวรรณ ถ่ายภาพ
สันติสุชาภาพยนตร์ จัดจำหน่ายทั่วประเทศ


ชุมแพ (2519)
สันติสุชาภาพยนตร์
โดย วิสันต์ สันติสุชา เสนอ
กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องของผู้ที่ชมแล้ว
และที่ยังไม่ได้ชม ทำรายได้มาแล้ว 30 ล้าน!
ชุมแพ
ของ ศักดิ์ สุริยา
สมบัติ เมทะนี (เพิก ชุมแพ) นาท ภูวนัย (ผู้กองไชโย)
ปิยะมาศ โมนยะกุล, ธัญญรัตน์ โลหะนันท์, เกชา เปลี่ยนวิถี,
ดามพ์ ดัสกร, มานพ อัศวเทพ, ไกร ครรชิต,
ลักษณ์ อภิชาติ, อนันต์ สัมมาทรัพย์, ชุมพร เทพพิทักษ์,
กฤษณะ อำนวยพร, ครรชิต ขวัญประชา, พิภพ ภู่ภิญโญ, ภูมิ พัฒนายุทธ
วิสันต์ สันติสุชา อำนวยการสร้าง
จรัล พรหมรังสี กำกับการแสดง
นิยม ศรีสุวรรณ ถ่ายภาพ

ชมภาพยนตร์ ชุมแพ


-ใบปิดวาดโดย ชวนะ
– ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบ ความสำเร็จอย่างมากจนต้องนำกลับมาฉายอีกครั้งตามคำเรียกร้องของผู้ชม และได้สร้างภาคต่อคือ ทุ่งลุยลาย ออกมาในปี 2521 โดยฉากซึ่งเป็นที่จดจำของคนดูในภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ฉากที่ ดอน ซึ่งรับบทโดย ลักษณ์ อภิชาติ สู้กับ ภู น้ำพอง ซึ่งรับบทโดย ดามพ์ ดัสกร บนหลังคารถทัวร์ที่กำลังวิ่งอยู่

 

สันติ วีณา 2519

สันติ วีณา 2519


สันติ วีณา พ.ศ. 2519

จากมุมมืดของชีวิต
รักสูงค่า ของเขา และเธอ
เบิกบานแจ่มใส ชั่วฟ้าดินดับ

ทุกหัวใจรู้จักรัก แต่น้อยรายนัก จะรู้จักพลีหัวใจ

เรื่องย่อ: 

สัญญาณอรุณ ทาบขอบฟ้าแล้ว แสงอ่อนฉาบไล้ทิวเมฆสดใส และยอดไม้อบอุ่นทุกชีวิตเริ่มตื่น ผวาเกือบจะพร้อม ๆ กัน ไม่มีใครสักคนที่จะยอมคุดคู้อยู่อีก เมื่อความรอดของชีวิตขึ้นอยู่กับคันไถและทุ่งกว้าง

นิยายของ “สันติ-วีณา ได้เริ่ม ขึ้น ณ.ละแวก “วัดเขาน้อย” นี้ เสริม พ่อหม้ายมีลูกชายคนเดียว กําพร้าแม่ซึ่งประสบกับอุบัติเหตุ ภูเขาพังครืนลงมา ตายคาที่ แต่ชีวิตของ “สันติ” รอดมาได้ อย่างหวุดหวิด แม้จะต้องเสียนัยน์ตาทั้งคู่ไปเพราะอุบัติเหตุนั้น เสริมก็ยังพอใจ เพราะเขายังเชื่ออยู่ว่า สักวันหนึ่งนัยน์ตาอันมืดมนของลูกชาย สุดสวาท จะกลับ คืนคงเดิมมาอีก

ทุกเช้าที่อรุณรุ่ง ซึ่งพ้นฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว เสริมจะพาสันติลูกชายออกไป ชวนให้สันติ ไปโรงเรียนด้วยกัน วีณา เป็นเพื่อนอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีวัยไล่เลี่ยกับเขา ที่ทําให้เขามีความชุ่มชื่นใจอย่างประหลาด ดังนั้นสันติจึงไม่อิดเอื้อน เขาบอกกับพ่อแล้วก็ผละไปหาวีณา พร้อมทั้งขลุ่ยของเขา เด็กสาวไม่มีกิริยารังเกียจแต่อย่างใดเลย ที่จะต้องมีภาระคอยจูงให้สันติเดินเคียงข้างไปโรงเรียนด้วยกัน

แต่เมื่อมาถึงโรงเรียนแล้ว วีณา ก็ให้สันตินั่งซุกอยู่มุมห้องข้าง ๆ ส่วนวีณาเองเข้าห้องเรียนไปตลอดเวลาเหล่านี้ ไกรเด็กนักเรียนชายอีกคนหนึ่งมองเห็นแต่ต้น เขาเป็นเด็กที่อยู่ในละแวกเดียวกันและติดจะเหลือขออยู่ไม่น้อย โดยที่เขามีแต่แม่เพียงคนเดียว ผิดกับวีณาผู้ซึ่งมีพ่อและแม่อยู่พร้อมหน้า จึงพยายามอบรมลูกสาวคนเดียว ให้อยู่ในกรอบของความดีงามตลอดเวลา ฉะนั้นไกรจึงชอบที่จะตอแยไม่ว่า เขาผู้นั้นจะเป็นใคร หรือแม้ที่สุดกับสันติ เด็กผู้ตาบอดทั้งสองข้าง และขลุ่ยอันเป็นที่รักยิ่งของ สันติ ก็หักไปคามือของไกร ในวันนั้นเอง

“สันติ สันติ” พระภิกษุวัยชรา ซึ่งชาวละแวกวัดเขาน้อย พากันเรียกว่า “หลวงตา” ส่งเสียงเรียกในเช้าวันต่อมา ขณะที่เดินรับบาตร ผ่านมาถึงหน้าบ้าน ของเสริม และเห็นสันติยืนอยู่คนเดียวที่หน้าบ้าน เด็กน้อยผู้น่าสงสาร จําเสียงได้อย่างแม่นยํา จึงเดินมาตามเสียงอย่างคุ้นชิน
“หลวงตาไปไหนเสียนานครับ. ” ไม่เห็นมาบ้านผมเลย..” สันติถามด้วยความสงสัย
“ไปธุดงค์มาหลาน เป็นยังไงตาของหลานค่อยยังชั่วไหม”

ก่อนที่สันติจะเอ่ยปากตอบ เสริม ก็เดินมาและได้ยินคําถามของหลวงตาพอดี จึงตอบแทน “เห็นจะไม่มีทาง หรอก ขอรับหลวงตา…รอดตายมาได้ก็ เป็นบุญแล้ว”
หลวงตาถอนหายใจยาวด้วยความ เวทนา “เอาอย่างงี้ดีกว่านะ นึกว่าช่วยกัน อาตมาขอบิณฑบาตสันติได้ไหม จะเอาไปเลี้ยงให้ เขาจะได้สนใจกับใบบุญศาสนา ซึ่งบางทีบุญกุศลช่วย ตาของสันติอาจจะหายได้บ้าง”

เสริมนิ่ง ซึ้งด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ถึงแม้จะรู้ดีว่า หลวงตามีความปรารถนาดี เพียงไรก็ตาม แต่ความรักและเป็นห่วงลูก ทําให้เขาไม่อยากให้ห่างไปเท่านั้น หากทว่าขณะนี้เองสันติก็เอ่ยขึ้น ขอให้พ่อปล่อยเขาไปเถอะ เพราะเขาก็หวังว่า เพื่อสักวันหนึ่งนัยน์ตาของเขาจะหาย แล้วจะได้กลับมาช่วยพ่อทํางาน เสริมได้ยินดังนั้นก็ตื้นตันใจ และเห็นความสมัครใจเช่นนั้น จึงรับปากตกลง หลวงตาจึงได้นัดวันมารับ แล้วเดินผละไป

ร่างของภิกษุผู้ทรงศีลลับไปแล้ว เสริมหันมาถามลูกชายคนเดียวว่า ทําไมเขาไม่คิดถึงพ่อหรอกหรือ สันติบอกว่า ทําไมจะไม่คิดถึง แต่พ่อจะได้ไม่ต้อง เป็นห่วงเขา เสริมได้ฟังเหมือนมีก้อนสะอึกมาจุกอยู่ที่คอจนตีบตัน ต้องผละเดินออกไป ปล่อยให้สันติเดินเล่นอยู่คนเดียว

“สันติ สันติ”วีณาเรียกขึ้นทันที เดินมาที่ลอบฟาง และเห็นสันติยืนอยู่คนเดียว พอเห็นสันติเหลียวหน้า วีณาก็เป่าขลุ่ยซึ่งถือติดมือมาด้วย จนสันติสะดุ้ง และสงสัยจนต้องถามว่า เอาขลุ่ยมาจากไหน วีณาจึงบอกว่าขอน้ามา เอามาให้สันติยังไงล่ะ

สันติขอขลุ่ยมาลองเป่าฟังเสียงอยู่ครู่หนึ่ง ก็บอกว่าดัง และดีกว่าอันเก่าของเขา ซึ่งถูกไกรทําหักไป แล้วสันติก็เล่าให้ฟังว่า จะไปอยู่กับหลวงตาที่ถ้ำ วีณาอดซักต่อไม่ได้ว่า ไม่คิดถึงพ่อหรือ สันติตอบ เช่นเดียวกับที่บอกพ่อ วีณาจ้องมองดูเพื่อนชายของเธอด้วยความ สงสารจับใจ…และก่อนที่จะได้คุย อะไร กันต่อไป เสริมออกมาเห็นลูกชายถือ ขลุ่ย อดถามไม่ได้…สันติ จึงบอกว่า “วีณาเขาให้”

ตลอดเวลาที่อยู่ในถ้ำกับหลวงตา สันติได้รู้จัก หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างด้วยมือสัมผัส จับรูปทรงของพระพุทธรูป..สวดมนต์ไหว้พระ สานตะกร้ากระจาดในยามว่าง และที่สุดก็คุ้นชินกับเสียงหินทลายที่หล่นลงมา กึกก้องถ้ำอยู่ เป็นนิจสิน โดยไม่มีอันตรายอย่างไร และเมื่อภายในถ้ำมีงานประจําปี สันติก็เอาตะกร้ากระจาด และเครื่องจักรสานมาวางขาย แต่ก็ไม่วายที่จะเจอเอาความเกเรของไกรเข้าอีก

วันเวลาผ่านไปเหมือนมีปีก จากวันเป็นเดือน เป็นปีและพาเอาความ เปลี่ยนแปลงโบยบินไปด้วย สามชีวิต… สันติวีณาและไกรต่างเติบโตขึ้นสู่วัย หนุ่มสาวพร้อมกัน ความสนิทสนม ระหว่างสันติกับวีณา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา วีณาไปมาหาสู่สันติที่ถ้ำเป็นนิจสิน จึงนับวันแต่จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น…เช่นเดียวกับไกร ซึ่งความเกกมะเหรกในวัยเด็กได้สอนให้เขา พกเอาความเป็นนักเลงไว้ เต็มตัว

เสียงเพลงลอยกระทงของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ซึ่งมาร่วมชุมนุมกันที่ลําคลอง ข้างหมู่บ้านในเทศกาล วันเพ็ญเดือนสิบสองดังลอยมาตามลมที่โรยตัว พร้อมกับความเยียบเย็น ทุกคน สนุกสนาน แจ่มใสร่าเริง…วีณาซึ่งโตเป็นสาวแล้วก็ร่วมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยแต่เธอเล่น และร้องเพลงได้ชั่วขณะหนึ่งก็ผละมา เพราะ ใต้ร่มไม้ริมคลองด้านหนึ่งเธอได้พาสันติ มาเที่ยวและนั่งเป่าขลุ่ยอยู่คนเดียว

หญิงสาวพรรณนา ถึงความสนุกที่ เธอได้รับ และความสวยงามของกระทงให้สันติฟัง…เสียงเพลง ลอยเรือ- ลอยกระทง”ดังขึ้นอีก สันติเงี่ยหูฟังอย่างสน ใจ ครั้นแล้วเขาก็สะดุดใจเมื่อได้ยินเนื้อเพลงของเพลงตอนหนึ่ง “ต่างคนหมาย ปองครองรักร่วมกัน” จนอดใจไว้ไม่ได้ ต้องเอ่ยปากถามวีณา หญิงสาวอึ้งไปชั่วขณะ จึงได้บอกว่าความรักเป็นธรรมชาติ เป็นประเพณีของหนุ่มกับสาว สันติถามสวนขึ้นมาทันทีว่า ถ้าอย่างนั้น เขากับเธอล่ะ จะรักกันได้ไหม..วีณา ไม่กล้าเอ่ยปากแต่อย่างใด…หากแต่เธอ โน้มใบหน้าของชายหนุ่มมาจูบ…และนั้น คือจุดเริ่มต้น ความรักของหนุ่มผู้อาภัพ กับสาวผู้มีใจงาม และพร้อมด้วยความ เป็นกุลสตรี

ค่ำวันนั้นสันติกลับถ้ำ ด้วยความอิ่มเอิบใจในรสรักที่เพิ่งผ่าน และท่วมท้นอยู่ในหัวใจของเขา เขาประคองดอกไม้ที่วีณาให้ไว้ขึ้นมาจูบ เหมือนจะรําลึกถึงเจ้าของ กิริยาอาการ ของสันติไม่รอดสายตาของหลวงตา ซึ่งรู้ได้ทันทีว่า เจ้า หลานชายได้ตกอยู่ในอารมณ์พิศวาส เสีย แล้ว ความสงสารในความพิการของสันติ จึงท่วมท้นขึ้นมาอีก จนต้องถามขึ้นว่า ถ้าหากตาหายดีแล้ว เขาจะทําอะไร…ชาย หนุ่มได้แต่บอกว่า เขายังไม่ได้คิด…แต่ หลวงตาก็พูดสวนขึ้นว่า ขอให้บวชเสียก่อน บวช…สันตินอนท่องอย่างฉงนใจ และไม่วายยกดอกไม้ดอกนั้น ขึ้นมาจูบ และกอดไว้กับอก

วีณายังคงไปมาหาสู่ที่ถ้ำเช่นเคย.. ทุกวันก่อนดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า สันติจะนั่งเป่าขลุ่ย รอคอยการมาของวีณาอยู่ บนก้อนหินข้างๆ ถ้าบรรยากาศบริเวณ นั้นจึงเป็นเสมือนสวรรค์ ของคนอาภัพ เช่นสันติและเป็นความแช่มชื่นของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว แต่ทว่า….พฤติการณ์เหล่านี้ ก็ล่วงรู้ไปถึง หูของผู้บังเกิดเกล้าของวีณาจนได้ เมื่อนางแช่มแม่ของไกร มาเป่าข่าวนี้ถึงบ้านด้วย เจตนาที่จะขอวีณาให้กับไกร ซึ่งรบเร้าอยู่ทุกวี่วัน..นางแช่มเพียรมาพูด ถึงความเสื่อมเสียของหญิงสาว ที่แล่ไปหาชายหนุ่ม สาธยายความดีงามของลูกชายหัวโจก จนกระทั่งมารดาของวีณาเห็นงาม คล้อยไปด้วยทั้งคู่จึงเข้าสู่พิธีหมั้นตามประเพณี และพร้อมกันนั้นวีณาก็ถูกกักให้อยู่แต่ในบ้านด้วย

เสียงขลุ่ยจากแรงลมเป่าของ สันติ ในเย็นวันนั้น ลอยไปตามลมอย่างอ้อยอิ่ง…เพื่อคอยการมาของวีณา.. หญิง คน รัก..แต่อนิจจา…เขาไม่มีโอกาสจะล่วงรู้ ได้เลยว่า บัดนี้วีณาได้ถูกข่ายประเพณี ครอบคลุมไว้แล้วอย่างดิ้นไม่หลุด..ชายหนุ่มมีแต่ความประหลาดใจเท่านั้น ที่ไม่เห็นวีณามาตามเวลาที่เคย จนความมืดแผ่คลุมไปทั่วบริเวณนั้น สันติก็ยังคงนั่งคอยอยู่ต่อไปด้วยความรู้สึกสับสน….วัน หนึ่งก็แล้ว…สองวันก็แล้ว.วีณาไม่ได้มา ให้เขาสัมผัสและลูบไล้ด้วยความสุขสงบ สันติเริ่มคิดเตลิดต่อไปว่า บางที่ความอาภัพของเขานี่กระมัง ที่ทําให้หญิงสาว นอกใจเขา แทนที่จะปฏิบัติอย่างเคย… แต่กระนั้นสันติก็ไม่วายที่จะมานั่งเป่าขลุ่ย รอคอยการมาของวีณา…สักวันหนึ่ง เธอ คงมาหาเขา..ชายหนุ่มครุ่นคิดเช่นนี้

เหมือนกับคําพังเพยที่ว่า “ความรักเหมือนโคลึก” ถึงแม้ว่าวีณาจะถูกกักขังและกวดขันอย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเธอก็หาโอกาสได้ และช่วงเวลานั้นเองที่หญิง สาวได้โลดแล่นมาหาสันติ พร้อมด้วยห่อเสื้อผ้า วีณา เล่าความเป็นมาให้ฟังทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง และชวนให้สันติพาเธอหนีไปอาศัยอยู่กับน้าของเธอก่อน… และนั่นเองคือการตัดสินใจของสันติ และทิ้งถ้ำและหลวงตา ไป..ไปด้วย ความ รักท่วมท้นหัวใจ…ด้วยความปรารถนา ของ ธรรมชาติอันร้อนแรง

ข่าวการหายไปจากบ้านของวีณา.. ทําให้ไกรเป็นเดือดเป็นแค้น และเดา เหตุการณ์ ได้ทันทีว่า วีณาจะต้องไปหาสันติ ไกรออกตามทันที แล้วเขาก็พบ หนุ่มสาวอย่างจัง โทสะจิตครอบงําความ รู้สึกชั่วดีของไกรจนทําให้เขาลืมไปว่าสันตินั้นตาบอด ชายหนุ่มโดดเข้าชกสันติ อย่างไม่ยั้ง…หนุ่มผู้อาภัพจึงได้แต่ป่ายเปะปะไปตามเพลง…ส่วนวีณา เมื่อเห็นเหตุการณ์รุนแรงจนเธอไม่สามารถจะเข้าช่วยได้ หญิงสาวจึงผละวิ่งไปบอกหลวงตาทันที และก็ทันกับเหตุการณ์ก่อนที่สันติ จะขย้ำคอของไกร เสียให้ยับไปกับมือ หลวงตาก็เข้ามาห้ามไว้ได้ และก็เหลือที่จะทักทานได้ เมื่อทั้งสันติและวีณายืนยันที่จะหลบหนีไปด้วยกันต่อไปในคืนวันนั้น สันติไปแล้วไปโดยไม่รู้สึกว่าของที่เขารักที่สุดนั้นกลิ้งอยู่บนพื้นดิน หลวงตาก้มลง เก็บมันไว้ ขลุ่ย…นั่นเอง

แต่แล้วทั้งสันติและวีณา ก็หนีไปไม่พ้นจากการติดตามของไกรและพ่อของ วีณา…และเมื่อวีณาถูกฉุดไปนั้น สันติถูกไกรชกเสียสลบกับที่ จนคนขับเกวียน ต้องพาไปส่งที่ถ้ำ…หลวงตา จึงต้องประคบประหงมสันติและปลุกปลอบใจเขา ให้คลายความเศร้าสลดที่ยังฝังแน่น อยู่ในจิตใจของชายหนุ่ม สันตินั่งเป่าขลุ่ยอยู่บนก้อนหินข้าง
ถ้ำด้วยใบหน้าหม่นหมอง เขารู้ดีว่าวันนี้ เป็นวันแต่งงานของวีณา เพราะหลวงตา บอกกับเขาก่อนที่จะไป ประกอบพิธี…. ชายหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์ ในชีวิตของเขา แต่ต้นจนได้พบกับความรัก และความ ผิดหวัง รวมทั้งคําสอนของหลวงตา ที่ ” พร่ําเตือนให้เขาเสียสละ…อารมณ์ ของชายหนุ่มอลเวง และปวดร้าวใจจนกระทั่ง นั่งต่อไปไม่ได้ เขาฟาดขลุ่ยจนหักยับไปกับมือแล้วเดินโผเผกลับเข้าไปในถ้ำ หูของเขาอื้ออึง ด้วยคําพูดของวีณา ของหลวงตา จนเขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหิน ที่หล่นร่วงลงมาอยู่ข้างหน้า เขาเดินที่อเข้าไปหามัน ไม่ได้ยินแม้หลวงตา ซึ่งกลับจากบ้านของวีณาแล้วและมาทันเหตุการณ์พอดี สันติกําลังเดินเข้าไปหาความตายอย่างไม่มีปัญหา ความเป็นห่วง ชายหนุ่มทําให้หลวงตาวิ่งเข้าไป เพื่อจะ ฉุดสันติ…แต่อนิจจาวินาทีนั้นเองก้อนหิน ก็พรั่งพรูลงมาอีกอย่างหนัก

สันติรู้ตัวอีกครั้ง เมื่อสายตาของ เขาเบิกกว้างออกมา พบ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เขาแทบไม่เชื่อตัวเองว่า ตาของ เขาหายแล้ว….หายจากบอดแล้ว ชายหนุ่ม หัวเราะก้องออกมาราวกับคนบ้า..แต่จะมี ประโยชน์อะไร ในเมื่อเขาได้ความสว่าง ของดวงตากลับคืนมาพร้อม ๆ กับเขาต้อง ศูนย์สิ้นหลวงตาผู้เป็นเสมือนร่มโพธิ์ ของ เขาไปอย่างไม่มีวันกลับ

นักแสดง: 


นาท ภูวนัยสันติ
นัยนา ชีวานันท์วีณา
สมภพ เบญจาธิกุลไกร
มารศรี ( สันติ วีณา ) 
เสถียร ธรรมเจริญ 
จวง ( สันติ วีณา )

สันติ วีณา 2519


แด่คุณครูด้วยคมแฝก

โปสเตอร์หนัง แด่คุณครูด้วยคมแฝก

เมื่อแม่พิมพ์ของชาติ... ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจมืด!

เรื่องย่อ แด่คุณครูด้วยคมแฝก (2518)

ท่ามกลางความทุรกันดารของ "บ้านโคก" หมู่บ้านห่างไกลความเจริญที่ดูเหมือนจะสงบสุข แต่เบื้องหลังกลับถูกปกคลุมด้วยอิทธิพลมืดและการกดขี่ของ นายกรด นายทุนใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่ต้องการให้ชาวบ้านตกอยู่ใต้โอวาทและไร้การศึกษา เพื่อที่จะได้โกงกินและยึดครองที่ดินทำกินได้อย่างง่ายดาย

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "ชัย เอื้ออุปมัย" ครูใหญ่หนุ่มคนใหม่ผู้เต็มไปด้วยอุดมการณ์ เดินทางมารับตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านโคก เขาปฏิเสธที่จะก้มหัวให้กับอำนาจเงินและอิทธิพลเถื่อนของนายกรด พร้อมเดินหน้ามอบความรู้ให้เด็ก ๆ โดยมีทีมครูท้องถิ่นร่วมอุดมการณ์ ทั้งครูดวง ครูถาวร รวมถึง "ครูเปล่งสี" แต่อุดมการณ์ของพวกเขากลับกลายเป็นหนามยอกอกที่นายกรดและสมุนใจเหี้ยมอย่าง "เจ้ากำแหง" และ "ไอ้เข้ม" ต้องกำจัด!

สงครามประสาทเริ่มเปลี่ยนเป็นความรุนแรง เมื่อฝ่ายอิทธิพลมืดเริ่มใช้ปืนข่มขู่ ลอบทำร้าย คุกคามโรงเรียน และบานปลายไปถึงขั้นทำลายเกียรติของครูผู้หญิง ยิ่งไปกว่านั้น "เรือนแก้ว" ลูกสาวของนายทุนใหญ่ผู้มีหัวใจรักความถูกต้อง กลับเริ่มโอนเอนมาทางฝั่งครูใหญ่ชัย ยิ่งสุมไฟแค้นให้ฝั่งผู้ทรงอิทธิพลทวีคูณ

เมื่อไม้เรียวและตำราเรียน ไม่สามารถปกป้องชีวิตเด็ก ๆ และความถูกต้องได้อีกต่อไป... "ครูใหญ่ชัย" และชาวบ้านสุจริตชนจึงจำเป็นต้องละทิ้งความยอมจำนน หยิบ "คมแฝก" และอาวุธขึ้นมาสู้สุดใจเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและอนาคตของชาติ!

อุดมการณ์ของแม่พิมพ์จะเอาชนะปืนและเงินตราได้หรือไม่? ความรักท่ามกลางความขัดแย้งของครูใหญ่และลูกสาวนายทุนจะลงเอยอย่างไร? ร่วมพิสูจน์ความเดือดและมนต์ขลังของภาพยนตร์ไทยแนวสะท้อนสังคมสุดคลาสสิกเรื่องนี้ได้ใน "แด่คุณครูด้วยคมแฝก" (2518)

น้ำเซาะทราย (2516)

โปสเตอร์หนัง น้ำเซาะทราย (2516)

น้ำเซาะทราย (2516): เมื่อรอยร้าวในชีวิตคู่เริ่มกัดเซาะหัวใจ

ท่ามกลางฉากหลังของครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ ทั้งฐานะ หน้าตาทางสังคม และลูกที่น่ารัก แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความเรียบหรูนั้น กำลังมีแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ค่อยๆ กัดเซาะความสัมพันธ์ของ "วรรณนารี" ภรรยาผู้เพียบพร้อมและเป็นแม่พิมพ์ของชาติ กับ "ภีม" สามีผู้ดูแสนดีให้พังทลายลง

เมื่อชีวิตคู่ที่เคยแนบแน่นเริ่มมีช่องว่าง ความว้าเหว่และอารมณ์ชั่ววูบได้นำพาคนใกล้ตัวให้ก้าวเข้ามาในฐานะ "คนนอก" ที่เกินคำว่าเพื่อน ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเจ็บปวด กระทบถึงความเป็นครอบครัวและความเป็นคน การเผชิญหน้ากันระหว่าง "เมียหลวง" ที่ยึดถือในเกียรติและคุณธรรม กับ "เพื่อนรัก" ที่ยอมทำตามหัวใจตัวเองจนลืมผิดชอบชั่วดี กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ไม่มีใครยอมใคร

น้ำเซาะทราย ไม่ใช่แค่เรื่องราวของการนอกใจ แต่คือการสำรวจบาดแผลลึกในใจมนุษย์ เมื่อคำว่า "ความรัก" กลายเป็นสิ่งของที่แย่งชิงกัน และ "ศักดิ์ศรี" กลายเป็นอาวุธที่ใช้ห้ำหั่นกันจนต่างฝ่ายต่างบอบช้ำ ท้ายที่สุดแล้ว... ชีวิตที่เคยสร้างมาด้วยความผูกพัน จะถูกกัดเซาะจนหายไปกับสายน้ำ หรือจะสามารถกอบกู้ซากปรักหักพังกลับมาได้อีกครั้ง?

ร่วมค้นหาคำตอบและบทพิสูจน์ความรักที่อาจสายเกินไปได้ในภาพยนตร์ระดับตำนานเรื่องนี้


แหลมทองภาพยนตร์ โดย “คุณาวุฒิ” เสนอ
บทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน
ระวังจะ พ.พ.ร. (พัง เพราะ รัก)
ถ้าท่านมีรักสอง ซ่อนรักแอบอยู่ข้างอก
น้ำเซาะทราย
35 ม.ม.สโคป เสียงในฟิล์ม
นาท ภูวนัย วันดี ศรีตรัง
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช สายัณห์ จันทรวิบูลย์
ด.ช.สยม สังวริบุตร, ด.ญ.มลฤดี ยมาภัย
และ…คธา อภัยวงศ์
พยงค์ มุกดาพันธ์ สร้างเพลง 2 เพลงเอก
ทองปอนด์ คุณาวุมิ อำนวยการสร้าง
คุณาวุฒิ กำกับการแสดง
ปรีชา ทรัพย์พระวงศ์ ถ่ายภาพ
-ใบปิดวาดโดย ทวีป

  • รางวัลตุ๊กตาทอง บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม-วิจิตร คุณาวุฒิ


น้ำเซาะทราย  2529

ห้าแฉก

โปสเตอร์หนัง ห้าแฉก

"ห้าแฉก" (พ.ศ. 2520) ผลงานกำกับการแสดงโดย จรัล พรหมรังสี สร้างจากแนวคิดการปฏิบัติการลับในยุคสงครามเย็น นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล, สรพงศ์ ชาตรี, อรัญญา นามวงศ์, นาท ภูวนัย, นิรุตติ์ ศิริจรรยา และ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา 

เรื่องย่อ

ฉากหลังของเรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงบรรยากาศความผันผวนทางการเมืองของไทยระหว่างปี พ.ศ. 2516 ถึง พ.ศ. 2519 ท่ามกลางการแทรกซึมและช่วงชิงอำนาจระหว่างหน่วยข่าวกรองมหาอำนาจทั้งซีไอเอและเคจีบี มิสเตอร์นิโคลัส หัวหน้าขบวนการลับคอมมิวนิสต์สายเคจีบี ได้ส่งสมุนมือพระกาฬอย่าง หาญศึก, ไอ้แมว, ไอ้เหมียว และไอ้เม่น ออกตามล่าม้วนฟิล์มบันทึกความลับทางยุทธการลับที่สมรภูมิซำทอง ประเทศลาว ซึ่งบันทึกรายชื่อและเครือข่ายขบวนการแทรกซึมในประเทศไทย โดยสืบทราบว่าฟิล์มชุดนี้ตกอยู่กับอดีตทหารรับจ้างไทยและลาวที่เคยร่วมรบ 4 คน ได้แก่ เดช ทรงยศ, กรด บางปะกง, วงศ์ เวียงจันทน์ และ ผัน บ้านแพน

กลุ่มมือสังหารออกปฏิบัติการกวาดล้างอย่างโหดเหี้ยม ไอ้แมวบุกจู่โจมสังหารลูกและภรรยาของเดช ทรงยศ อย่างเลือดเย็นริมหาดพัทยา แต่เดชรอดชีวิตมาได้ ขณะที่ไอ้เหมียวบุกค้นบ้านพักของวงศ์ เวียงจันทน์ ที่อุดรธานี และยิงคนผิดตัว ทำให้วงศ์ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน ส่วนผัน บ้านแพน ก็ถูกไอ้เม่นดักยิงถล่มที่สถานีรถไฟโคราชแต่เอาตัวรอดมาได้ เมื่อเหตุการณ์ลุกลาม ทางศูนย์ปฏิบัติการพิเศษจึงเรียกประชุมด่วนและดึงตัวเหล่าอดีตนักรบเดนตาย ทั้ง เดช, กรด, ผัน และดึงตัว พลิ้ว ทุ่งสง ช่างเทคนิคระเบิดมาร่วมทีม กลายเป็นกลุ่มปฏิบัติการพิเศษ 5 คนเพื่อตอบโต้และกวาดล้างขบวนการลับนี้

ฝ่ายตรงข้ามใช้ มาริน หญิงสาวพราวเสน่ห์เป็นนกต่อเข้าตีสนิทกับเดชในงานศพลูกเมียเพื่อหลอกล่อเอาเบาะแสเรื่องฟิล์มลับ แต่เดชไหวตัวทันและยืนยันว่าฟิล์มไม่ได้อยู่กับตน เพราะได้ส่งมอบให้แก่ พันตรีบดินทร์ ผู้บังคับบัญชาไปแล้ว ทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดศึกแกะรอยแข่งกันตามหาตัวพันตรีบดินทร์ในจังหวัดอุดรธานี จนกระทั่งฝ่ายเคจีบีบุกไปถึงก่อนและสังหารพันตรีบดินทร์อย่างทารุณ แต่เดชและกรดก็ตามมาพบศพและสามารถค้นพบฟิล์มลับที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังองค์พระเครื่องที่ห้อยคอพันตรีบดินทร์ไว้ได้

ความขัดแย้งทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อ สุดา หญิงสาวปริศนาที่ศูนย์ปฏิบัติการส่งเข้ามาร่วมทีมเริ่มแสดงพฤติกรรมน่าสงสัยจนเดชไม่ไว้วางใจ ขณะที่ มิสวันเฮียง สายลับหน้าหวานของขบวนการคอมมิวนิสต์ที่แฝงตัวเปิดร้านขายยาก็เริ่มมีใจให้กับเดช ท้ายที่สุดกลุ่มนักรบทั้งห้าจึงรวบรวมกำลังและใช้อาวุธบุกถล่มรังใหญ่ของขบวนการลับ เพื่อปกป้องเอกสารความลับทางยุทธศาสตร์ชาติและดับแผนวินาศกรรมของข้าศึก นำไปสู่การต่อสู้อันดุเดือดระหว่างหน้าที่ อุดมการณ์ และความรักที่เดิมพันด้วยชีวิต

ข้อความบนใบปิด

รัตนสิทธิภาพยนตร์
สร้างใหญ่! บู๊มโหฬาร! รักลึกซึ้ง!
ทุกแฉกมีความหมาย ทุกแฉกสู้ตาย…
เรื่องจริงของทหารรับจ้างในสงครามยุทธวิถีแบบใต้ดิน
เนื้อตัวเป็นเหล็ก แต่หัวใจเป็นดอกกุหลาบ
ห้าแฉก

กรุง ศรีวิไล นาท ภูวนัย สรพงศ์ ชาตรี
อรัญญา นามวงษ์ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ช่อเพชร ชัยเนตร
พบกันครั้งแรก
นิรุตติ์ ศิริจรรยา, สายัณห์ จันทรวิบูลย์, สอาด เปี่ยมพงษ์สานต์,
ดามพ์ ดัสกร, คมน์ อรรฆเดช, โขมพัสตร์ อรรถยา,
บู๊ วิบูลย์นันท์, ภูมิ พัฒนายุทธ, สมศักดิ์ ชัยสงคราม,
สมชาย สามิภักดิ์, ประมินทร์ จารุจารีต, จำนงค์ บำเพ็ญทรัพย์,
นที, ชินพร, มร.ไมเคิล ทีโรส และ เสกสิทธิ์ สวัสดิรักษ์, ทิพยวัลย์ เอี่ยมเสถียร
ด.ญ.เชอรี่ จันทรพฤกษา พร้อมขบวนการดาวร้าย นักบู๊คับคั่ง
จรัล พรหมรังสี กำกับการแสดง
ทัศน์ รัตนสิทธิ์ อำนวยการสร้าง
สายจิตต์ จันทิมา ดำเนินงาน
บางกอกการภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี

ศาลปืน

โปสเตอร์หนัง ศาลปืน

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ปฏิวัติ ชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว เดินทางกลับมายังถิ่นเดิมเพื่อทวงสิทธิ์ ความเป็นธรรม และทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลคืน หลังจากที่พ่อของเขาถูกฆาตกรรมอย่างมีเงื่อนงำ และธุรกิจรวมถึงสมบัติต่างๆ ตกไปอยู่ในมือของผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นอย่าง ดวงเมือง เจ้าพ่อเงินหนาผู้เหี้ยมโหดที่ใช้อิทธิพลมืดครอบงำแผ่นดิน การกลับมาทวงแค้นและทวงสิทธิ์ของปฏิวัติต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังมือปืนรับจ้างและลูกน้องสายโหดของดวงเมืองรอบด้าน แต่เขาก็ไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง เมื่อได้รับความช่วยเหลือจาก เสือเพลิงฟ้า (หรือเสือพลุ) จอมโจรผู้ผดุงคุณธรรมที่ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน รวมถึง ปฏิภาณ ผู้เป็นน้องชาย และยังได้แรงหนุนจาก ดวงดารา ลูกสาวของดวงเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมชั่วร้ายของผู้เป็นพ่อ ศึกการปะทะด้วยลูกปืนและชั้นเชิงจึงปะทุขึ้นทั่วแผ่นดิน เมื่อกลุ่มผู้แสวงหาความยุติธรรมต้องรวมพลังกันงัดข้อกับอำนาจมืด เพื่อลากคอผู้บงการเข้าสู่การพิพากษาด้วย "ศาลปืน" ท่ามกลางอันตรายและการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่พร้อมจะลุกเป็นไฟทุกวินาที


ข้อความบนใบปิด

ศาลปืน (2520)

สันติสุชาภาพยนตร์
เสนอภาพยนตร์เหนือความยิ่งใหญ่มโหฬารที่สุด
สร้างจากนิยายในนิตยสาร บางกอก ของ ศักดิ์ สุริยา
ขอแนะนำดาราบู๊คนใหม่ ชาติ ชโลธร
สมบัติ เมทะนี นาท ภูวนัย
นัยนา ชีวานันท์ ปิยะมาศ โมนยะกุล
เกชา เปลี่ยนวิถี, อนันต์ สัมมาทรัพย์, ดามพ์ ดัสกร,
โดม สิงห์โมฬี, มานพ อัศวเทพ, ลักษณ์ อภิชาติ,
อดินันท์ สิงห์หิรัญ, ชาญ มีศรี
ศาลปืน
นิยม ศรีสุวรรณ ถ่ายภาพ
จรัล พรหมรังสี กำกับการแสดง
วิสันต์ สันติสุชา อำนวยการสร้าง
สันติสุชาภาพยนตร์ จัดจำหน่ายทั่วประเทศ
*ใบปิดวาดโดย ชวนะ

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com