แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2543 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2543 แสดงบทความทั้งหมด

บางระจัน ๒

โปสเตอร์หนัง บางระจัน ๒

หินทุกก้อน ต้นไม้ทุกต้น

สายน้ำทุกสาย

หล่อหลอมด้วยเลือดเนื้อคนไทย

จงรักษามันไว้ให้ดี

จากตำนานบ้านระจันสู่ตำนานใหม่

เรื่องราวของวีรบุรุษบ้านระจันที่กล้าหาญสู้ศึกกับพม่าได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวบ้านทั่วไปลุกขึ้นต่อต้านผู้รุกราน ด้วยความกล้าหาญและความรักชาติอันแรงกล้า ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ ต่างรวมตัวกันก่อตั้งกองกำลังเพื่อต่อสู้กับกองทัพพม่าที่แข็งแกร่ง

พระอาจารย์ธรรมโชติและนักรบผ้าประเจียด

ในหมู่บ้านชุมเขานางบวช พระอาจารย์ธรรมโชติ ผู้เป็นที่เคารพนับถือ ได้นำพาชาวบ้านรวมตัวกันเป็นกองกำลังนักรบผ้าประเจียด ด้วยอาวุธที่หาได้จากธรรมชาติและความรู้ทางการรบที่สั่งสมมา พวกเขาได้วางแผนและปฏิบัติการโจมตีทัพพม่าอย่างฉับพลันและรวดเร็ว ทำให้กองทัพพม่าเสียกำลังพลและอาวุธจำนวนมาก

สุกี้ แม่ทัพผู้โหดเหี้ยม

สุกี้ แม่ทัพพม่าผู้โหดเหี้ยม เกิดความโกรธแค้นอย่างมากต่อนักรบผ้าประเจียดที่กล้าต่อต้านอำนาจของตน เขาจึงประกาศให้ทั่วทั้งแผ่นดินรู้ว่าจะล่าหัวนักรบผ้าประเจียดให้ได้ ไม่ว่าจะต้องฆ่าคนไทยไปมากมายแค่ไหนก็ตาม สุกี้สั่งให้ทหารค้นหาและทำลายหมู่บ้านต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนนักรบผ้าประเจียด

การต่อสู้ที่ไม่ย่อท้อ

แม้จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและโหดร้าย แต่เหล่านักรบผ้าประเจียดก็ไม่ย่อท้อ พวกเขายังคงต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมืองและผืนแผ่นดินของตนด้วยความกล้าหาญและเสียสละ เรื่องราวของนักรบผ้าประเจียดจึงกลายเป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา เป็นตัวแทนของความรักชาติและความกล้าหาญของคนไทย

บางระจัน ภาค 2: เมื่อเสียงกลองรบและคราบน้ำตา ปลุกวิญญาณนักสู้ให้ลุกโชนอีกครา


ในห้วงเวลาที่กรุงศรีอยุธยากำลังสั่นคลอนอย่างหนักจากศึกสงครามอันยาวนาน บ้านเมืองแตกแยก ขาดความสามัคคี และผู้คนต่างต้องเอาตัวรอดท่ามกลางภัยคุกคามรอบด้าน ทว่าท่ามกลางซากปรักหักพังและความสิ้นหวัง ยังมีกลุ่มชาวบ้านและนักรบผู้กล้าที่ปฏิเสธจะก้มหัวให้ความอยุติธรรม พวกเขารวมตัวกันเป็นกลุ่มกองโจรเฉพาะกิจที่ฝ่ายศัตรูขนานนามให้ว่า "โจรผีคาดค่าย"

ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ความรัก ความผูกพัน และความหวังอันริบหรี่ของเหล่าผู้ไร้บ้าน ที่ต้องลุกขึ้นมาจับอาวุธเผชิญหน้ากับกองทัพพม่าอันเกรียงไกร ไม่ใช่เพียงเพื่อชัยชนะในสงคราม แต่เพื่อปกป้องลมหายใจของคนที่ตนรัก และรักษาแผ่นดินเกิดอันเป็นที่รักยิ่งเอาไว้ให้ลูกหลาน

เรื่องราวการปะทะกันระหว่างอุดมการณ์ ความกล้าหาญ และความโหดร้ายของสงครามครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร และพวกเขาจะรักษาผืนแผ่นดินบ้านเกิดไว้ได้หรือไม่? ร่วมลุ้นและเอาใจช่วยเหล่าผู้กล้าไปพร้อมกันได้ในภาพยนตร์ฉบับเต็ม

นักแสดง:

วินัย ไกรบุตร …. นายอิน
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ …. นายทองเหม็น
จรัญ งามดี …. นายจัน หนวดเขี้ยว
ชุมพร เทพพิทักษ์ …. นายแท่น
บงกช คงมาลัย …. อีสา
สุนทรี ใหม่ละออ …. อีแตงอ่อน
อรรถกร สุวรรณราช …. นายเมือง
ภูธฤทธิ์ ยิ่งนานสุข …. พันเรือง
สุรเชษฐ์ เลาะสูงเนิน …. ขุนสัน
ใจ พงษ์ศักดิ์ …. นายทองแสงใหญ่
ภาสกร อักษรสุวรรณ …. นายโชติ
นิรุต สาวสุดชาติ …. นายดอก
สมนึก แก้ววิจิตร …. นายทองแก้ว
ธีรยุทธ ปรัชญาบำรุง …. หลวงพ่อธรรมโชติ
พิเศษ สังข์สุวรรณ …. เนเมียวสีหบดี
ธีรนิติ์ ธำรงวินิจฉัย …. มังฉงาย
กฤษณ์ สุวรรณภาพ …. สุกี้

ผู้กำกับ : ธนิตย์ จิตนุกูล

วันที่เข้าฉาย: 25 มีนาคม 2553


ดูภาพยนตร์ บางระจัน ๒ เต็มเรื่อง

อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร

โปสเตอร์หนัง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร
ผู้กำกับ : นพพร วาทิน
วันที่เข้าฉาย: 4 กุมภาพันธ์ 2543

นักแสดง:

อำพล ลำพูน  
หลินจื้ออิง  
ฌัชชา รุจินานนท์ …. เง็กหงส์ 
เมธี อมรวุฒิกุล  
อภิชาติ ชูสกุล  
ทองขาว ภัทรโชคชัย  
 

ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ

โปสเตอร์หนัง ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ


นักแสดง:
รุ่งเรือง อนันตยะ …. มารุต
วรยศ พาณิชไตรภพ …. ประยุทธ์
รอน บรรจงสร้าง …. ผู้กองถวิล
ขจรศักดิ์ รัตนนิสัย …. จ่าสำราญ
เทย่า โรเจอร์ …. ชิดชงค์
สุเชาว์ พงษ์วิไล
ณัฐพล ลียะวณิช
พงศ์ชาตรี โคกระบินทร์
พิธาน คณิวิชาภรณ์
บัญชา บุญสนอง
ปริญญ์ เย็นบำรุง
กฤต กุลหิรัญ
ศรัทธา ศรัทธาทิพย์
อรุณ วัชระสวัสดิ์

ที่มา: บริษัทผู้สร้าง แกรมมี่ภาพยนตร์

บางระจัน

โปสเตอร์หนัง บางระจัน


บางระจัน

ความยาว : 119 นาที
กำหนดฉาย : 29 ธันวาคม 2543
บริษัท ฟิล์มบางกอก
กำกับภาพยนตร์โดย ธนิตย์ จิตนุกูล
บทภาพยนตร์โดย ก้องเกียรติ โขมศิริ , บุญถิ่น ทวยแก้ว , ปฏิการ เพชรมุณี, ธนิตย์ จิตนุกูล
บริหารงานสร้างโดย อังเคิ่ล (อดิเรก วัฏลีลา), นนทรีย์ นิมิบุตร

เนื้อเรื่องย่อ บางระจัน
เรื่องราวของชาวบ้าน ๑๑ คนที่กลับกลายเป็นตำนาน ด้วยต่างหยิบดาบสู้กับพม่าด้วยหัวใจกล้า ต่อกรกับทัพพม่าที่มีไพร่พลมหาศาล… ปีระกา เดือน ๓ พุทธศักราช ๒๓๐๘ ในเวลานั้น พม่าแบ่งกำลังออกเป็น ๒ เส้นทาง มังมหานรธา ตีจากทิศตะวันตก เนเมียวสีหบดี (พิเศษ สังข์สุวรรณ) ตีไล่จากทางเหนือ หวังขนาบกรุงศรีอยุธยา ครานั้นทัพของเนเมียวต้องล่าช้าไป เนื่องจากติดพันการต่อสู้กับกลุ่มชาวบ้าน ที่รวมตัวกันในนาม “บางระจัน”

เนเมียวสีหบดี แค้นหนักที่กองทัพของตนพ่ายแพ้ถึง ๓ ครั้ง จึงเพิ่มกำลังหนักเข้า ชาวบางระจันรบกันอย่างถวายหัว แต่คราวนั้นพ่อแท่น (ชุมพร เทพพิทักษ์) หัวหน้าของชาวบ้าน ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ทุกคนจึงต้องหาผู้นำคนใหม่

ขณะนั้นข่าวการชนะพม่าของบางระจันกระจายไปทั่ว ชาวบ้านมากมายพากันมารวมตัวสู้ บางระจันได้ผู้มีฝีมืออีกสองคนมาช่วยคือ นายดอก (นิรุต สาวสุดชาติ) ครูมวยจากวิเศษไชยชาญ และ นายทองแก้ว (สมนึก แก้ววิจิตร) ครูดาบบ้านโพธิ์ทะเล

ชื่อกลุ่มโจรของ นายจันหนวดเขี้ยว (จรัญ งามดี) เป็นที่กล่าวขานในเวลานั้น บางระจันจึงส่ง นายอิน (วินัย ไกรบุตร) มือแม่นธนู, นายเมือง (อรรถกร สุวรรณราช) คนหนุ่มใจกล้าและพวก เสี่ยงภัยออกจากค่ายไปตาม นายจันยอมมาช่วยบางระจันทันที เมื่อรู้ว่า พระอาจารย์ธรรมโชติ (ธีรยุทธ ปรัชญาบำรุง) ย้ายจากเขานางบวช บ้านเกิดของตนที่วอดวายไปแล้ว มาจำวัดที่บางระจัน นายจันหนวดเขี้ยว เป็นนักรบประเภทยอมหักไม่ยอมงอ ด้วยครั้งหนึ่งตนเคยเสียชีวิตลูกเมียให้กับพม่า

เมื่อได้เป็นผู้นำคนใหม่ จึงเปลี่ยนแปลงบางระจัน ให้ทุกคนมีวินัย และไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง ทำให้นายจันไม่เป็นที่ถูกใจของ นายทองเหม็น (บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) ขี้เมาพเนจรที่ชอบขี่ควายแอบออกจากค่าย ไปตีพม่าอยู่บ่อยครั้ง ไม่มีใครรู้สาเหตุว่า นายทองเหม็นทำอย่างนั้นเพื่ออะไร

เมื่อหยุดจากการรบ ชาวบ้านก็เป็นเพียงชาวบ้าน ความรักของนายเมือง และอีแตงอ่อน (สุนทรี ใหม่ละออ) ลูกสาวพ่อแท่น กำลังก่อตัวขึ้นอย่างงดงาม พ่อแง่แม่งอนตามประสา เช่นเดียวกับนายอินกับ อีสา (บงกช คงมาลัย) เมียรักที่เพิ่งอยู่กินกัน ความกดดันจากสงคราม ทำให้อีสาไม่บอกให้นายอินว่าตนกำลังท้อง ด้วยกลัวผัวจะเป็นกังวล

นายเมือง นายอิน ต้องเสี่ยงภัยกันอีกครั้ง เมื่อต้องเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา เพื่อขอปืนใหญ่ แต่เมื่อไปถึงกลับได้รับการปฏิเสธกลับมา เมื่อนายอินกลับมาแล้วมารู้ทีหลังว่าเมียกำลังท้อง

แล้วนายปลั่ง เพื่อนรักที่ร่วมรบกันมาจนบาดเจ็บพิษไข้ขึ้น ถึงกลับวิกลจริตไป ซ้ำมารู้ว่า ตนกำลังจะมีลูก นึกแค้นพม่าหนัก นัดพาพวกล่องเรือไปตีพม่าถึงในค่าย โดยไม่รู้ว่า พม่าเองก็แอบส่งกำลังมาตีบางระจันเช่นกัน ครั้งนั้นด้วยใจร้อน นายอินพาคนไปตายมากมาย ซ้ำกลับมาค่ายบางระจันก็ถูกตีจนยับเยิน คนตายมากมาย ชาวบ้านก็พากันอพยพหนีไป นายจันท้อใจจะกลับไปเป็นกองโจรเหมือนเดิม หากแต่ได้กำลังใจอย่างไม่คาดคิดจากนายทองเหม็น ขี้เมาที่เป็นอริกันมาตลอด และรู้ว่าแท้จริงแล้ว นายทองเหม็นเอง ก็มีอดีตที่เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าตน

ยามนั้นพม่าได้แต่งตั้งนายกองคนใหม่นามว่า สุกี้ (กฤษณ์ สุวรรณภาพ) เข้าตีบางระจัน ทัพสุกี้ครั้งนี้มีกองปืนใหญ่มาด้วย บางระจันเอาปืนใหญ่เข้าสู้ ทั้งที่ร้าวอย่างไม่มีทางเลือก ทุกคนรู้ชะตากรรมว่า นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายของบ้านบางระจันแล้ว…

บางระจัน

นักแสดง:

วินัย ไกรบุตร …. นายอิน 
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ …. นายทองเหม็น 
จรัญ งามดี …. นายจัน หนวดเขี้ยว 
ชุมพร เทพพิทักษ์ …. นายแท่น 
บงกช คงมาลัย …. อีสา 
สุนทรี ใหม่ละออ …. อีแตงอ่อน 
 
ความยาว 127 นาที
 

โกซิกซ์ โกหกปลิ้นปล้อน กะล่อนตอแหล

โปสเตอร์หนัง โกซิกซ์ โกหกปลิ้นปล้อน กะล่อนตอแหล

โกหก ปลิ้นป้อน กระล่อน ตอแหล (Go-Six - 2000)


ภาพยนตร์ตลก-คอมเมดี้สุดวายป่วงและจี๊ดจ๊าดประจำยุค Y2K ผลงานการกำกับของ พจน์ อานนท์ นำแสดงโดย ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, เยลหลี ริคอร์เดล, ศศิตา เจนโสฬส, และทีมนักแสดงสายฮาอีกเพียบ ที่ขนความฮา ความกวน และการแก่งแย่งชิงดีในวงการบันเทิงมาแฉกันแบบฮากระจาย

เรื่องราวอลหม่านเกิดขึ้นเมื่อบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งตัดสินใจสร้างภาพยนตร์เรื่องแรก โดยมีสองสาวนางแบบดาราดังสุดฮอตอย่าง "ขิง" และ "ยูมิ" (สาวหน้าญี่ปุ่นสุดแบ๊ว) มาจับคู่เป็นนางเอก ประกบพระเอกหน้าใหม่ แต่หลังฉากความสวยหรูและภาพลักษณ์อันแสนดี สองสาวกลับเต็มไปด้วยการสร้างภาพ ตอแหล และฉากหน้าอันโกหกตลบแตลง! ความฉาวลุกลามเมื่อเรื่องราวความลับ ความรักกำมะลอ แฟนคลับกำมะลอ การอ้างว่าท้อง และการจ้างแม่ตัวปลอมมาแสดงละครเริ่มหลุดควบคุม นำไปสู่การบลัฟและแฉกันเองกลางกองถ่ายและงานแถลงข่าวแบบวายป่วงสุดๆ

จุดเด่นที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าดู

  • ความฮาแบบแฉจิกกัดวงการบันเทิงสไตล์ "พจน์ อานนท์"
ลายเซ็นความตลกอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับ พจน์ อานนท์ คือการจับเอาประเด็นข่าวฉาว การสร้างภาพ และเรื่องเม้าท์ในวงการบันเทิงมาตีแผ่เป็นตลกร้ายที่อร่อยนัว ฮากระจาย และตรงไปตรงมา

  • เสน่ห์ ของ "เยลหลี ริคอร์เดล"
เป็นผลงานบันเทิงไม่กี่เรื่องของนางแบบ เยลหลี ริคอร์เดล ซึ่งเธอแสดงได้อย่างมีเสน่ห์และน่ารักน่าเอ็นดู

  • มุกตลกโต้ตอบสายฮาของ "ผัดไทย นิลุบล" และทีมสายแก๊ก
ซีนเด็ดที่ไม่ดูไม่ได้คือการตลกปะทะกันของ ผัดไทย นิลุบล แก๊งตัวมารดาสายแฉ ที่มาพร้อมวลีเด็ดและการตลบแตลงฉากหน้า ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะและบันเทิงใจแบบหยุดไม่ได้

  • จังหวะความวายป่วงที่เดาทางไม่ได้
ความสนุกของเรื่องคือการลุ้นว่ากองทัพโกหก ปลิ้นป้อน และตอแหลของแต่ละคนจะไปสุดที่ตรงไหน และเมื่อความจริงพรั่งพรูออกมา ทุกคนจะหาทางเอาตัวรอดจากความวุ่นวายนี้ได้อย่างไร

หากคุณกำลังหาหนังไทยแนวตลกคลายเครียด ย้อนยุค Y2K ที่เบาสมอง ฮากระจาย และเต็มไปด้วยการจิกกัดสุดเจ็บแสบ โกหก ปลิ้นป้อน กระล่อน ตอแหล คือหนังที่คุณต้องเปิดดูให้จบ!


ผู้กำกับ : พจน์ อานนท์


นักแสดง:
ศศิตา เจนโสฬส  
รุ่งเรือง อนันตยะ  
ทัศนาวลัย องอาจอิทธิชัย  
พีรุฒน์ ตุลานันท์

ตัวอย่างภาพยนตร์ โกซิกซ์ โกหกปลิ้นปล้อน กะล่อนตอแหล

สตรีเหล็ก

โปสเตอร์หนัง สตรีเหล็ก

สตรีเหล็ก The Iron Ladies  

เรื่องย่อ

เมื่อครูบี๋ (สิริธนา หงส์โสภณ) โค้ชคนใหม่ก้าวเข้ามา การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก็เกิดขึ้นกับทีมวอลเล่ย์บอลชายประจำจังหวัดลำปาง ซึ่งยังไม่เคยรู้รสชาติของชัยชนะมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว โค้ชคนใหม่พยายามทุกวิถีทาง ที่จะสร้างทีมให้แข็งแกร่ง

มล (สหภาพ วีระฆามินทร์) และ จุง (ชัยชาญ นิ่มพูลสวัสดิ์) นักตบลูกยางฝีมือก๋ากั่น เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ แต่กลับสร้างความอึดอัดให้กับคนอื่นๆ จนพากันลาออกไป เพราะทั้งคู่เป็นกะเทย คงเหลือแต่ ชัย (เจษฎาภรณ์ ผลดี) มือเซ็ตตัวฉกาจ ที่พยายามทำใจ แต่ผู้เล่นแค่ 3 คน ไม่สามารถเป็นทีมได้ วิทย์ (เอกชัย บูรณผานิต), โหน่ง (โจโจ้ ไมอ๊อกชิ) และเปีย (กกกร เบญจาธิกูล) เพื่อนร่วมทีมของมลและจุงสมัยเรียน จึงต้องเข้ามาช่วยเสริมกำลัง ภายใต้ชื่อทีมสตรีเหล็ก

เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่ปากน้ำโพเกมส์ คือเป้าหมายของทีม วิบากกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดเส้นทางของการเป็นแชมป์ เหมือนจะทดสอบความแข็งแกร่งของกำลังกาย และกำลังใจของทีมสตรีเหล็ก ทีมที่มีเป้าหมายเหมือนกัน โดยคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว

กิตติผู้มีอำนาจในแวดวงกีฬา เมืองแมน อดีตสมาชิกทีมลำปาง ที่กลายมาเป็นหัวหน้าทีมคู่แข่งตัวเก็ง ต่างเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของด่านทดสอบที่จะพิสูจน์ใจ จนกว่าจะถึงวันแห่งการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย โดยมีเหรียญทองเป็นเดิมพัน…

นักแสดง:

เจษฎาภรณ์ ผลดี …. ชัย 
สหภาพ วีระฆามินทร์ …. มล 
เอกชัย บูรณผานิต …. วิทย์ 
ชัยชาญ นิ่มพูลสวัสดิ์ …. จุง 
โจโจ้ ไมอ๊อกชิ …. โหน่ง 
กกกร เบญจาธิกุล …. เปีย 

  

รักไม่ถึง 100

 ผู้กำกับ : นิรันดร์ ธรรมปรีชา


นักแสดง:


วันที่เข้าฉาย: 28 มกราคม 2543

บางกอกแดนเจอรัส เพชฌฆาตเงียบอันตราย

โปสเตอร์หนัง บางกอกแดนเจอรัส เพชฌฆาตเงียบอันตราย


เรื่องย่อ

ก้อง (ปวริศร์ มงคลพิสิฐ) เด็กชายที่เป็นใบ้ หูหนวก ความไม่สมประกอบของก้อง ทำให้เขาขาดความเชื่อมั่น เขาขลาดจนเก็บตัวอยู่ในโลกเงียบๆ ของตัวเอง ถูกข่มเหงรังแกมาตั้งแต่เด็ก ก้องกำพร้าพ่อ ติดสอยห้อยตามแม่ ซึ่งเป็นพนักงานทำความสะอาดของสนามยิงปืน

จนกระทั่งย่างเข้าวัยรุ่น วันหนึ่ง ก้องมีโอกาสได้จับปืน ลั่นไกเป็นครั้งแรก ก้องเห็นคนอื่นที่มายิงปืนในสนาม ตกใจกับเสียงปืน ทำให้ก้องรู้ว่าทุกคนกลัวปืน แต่เขากลับไม่รู้สึกกลัวมัน ตรงกันข้าม ก้องกลับรู้สึกถึงพลังบางอย่างของมัน ที่แผ่ซ่านมาถึงหัวใจ มันทำให้เขาเกิดความมั่นใจ และรู้สึกมีอำนาจเหนือคนอื่นขึ้นมาทันที ก้องคิดว่า อย่างน้อยที่สุด คงไม่มีใครกล้ารังแก หรือลองดีกับคนที่ถือปืนอยู่ในมือเช่นเขา

นั่นเป็นก้าวแรกในเส้นทางชีวิตของการเป็น “นักฆ่า” ของเขา ก้องซ้อมยิงปืนที่สนามทุกวัน จนเห็นได้ชัดเจน ถึงแววเพชฌฆาตในฝีมือการยิงปืน ที่แม่นเหมือนจับวาง

โจ้ (พิเศก อินทรครรชิต) มือปืนคนหนึ่ง เห็นฝีมือการยิงปืนที่น่าทึ่งของก้อง เลยชักชวนเขาเข้าบริษัทรับจ้างฆ่า ทั้งคู่ทำงานด้วยกันอย่างเข้าขา ก้องเรียนรู้การเป็นมือปืนจากโก้

โจกลายเป็นทั้งเพื่อนและครูของก้อง โจ้สอนก้องให้เรียนรู้การฆ่าด้วยวิธีต่างๆ ทุกรูปแบบ จนวันหนึ่ง.. โจ้ทำงานชิ้นหนึ่งพลาด มือข้างขวาเกิดพิการ เขากลายเป็นมือปืนตกอันดับ โจ้เสียใจและท้อแท้ กลายเป็นคนขี้เหล้า รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีประโยชน์ ในขณะเดียวกัน ก้อง ซึ่งเป็นมือใหม่ ก็พัฒนาไต่เต้าขึ้นมา เป็นตัวแทนของโจ้ได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่นานนัก ก้องก็กลายเป็นมือสังหารอันดับหนึ่ง แต่ก้องก็ยังศรัทธา และรักโจ้เป็นเพื่อนตายเหมือนเดิม

นอกจากก้องแล้ว โจ้ยังมีคนอีกคนที่คอยห่วงใย คือ อ้อม (ภัทรวรินทร์ ทิมกุล) เธอเป็นผู้หญิงเงียบๆ ซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉย อ้อมทำงานเป็นลูกน้องของ “นาย” ที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลของเหยื่อให้กับทีมสังหาร อ้อมกับโจ้เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน แต่เมื่อเกิดความขัดแย้ง ทั้งคู่เลยแยกกันอยู่ แต่ก็คอยดูแลกันอย่างเงียบๆ

วันหนึ่ง อ้อมไปรับงานจากลูกค้าโรคจิตรายหนึ่งของนาย เธอถูกข่มขืน เมื่อโจ้รู้ข่าว เขาตามไปฆ่าลูกค้าคนนั้นแก้แค้น นายไม่พอใจมาก ให้วางแผนกำจัดโจ้ โดยหลอกโจ้ให้ไปฆ่าเป้าหมายรายหนึ่ง โจ้ตกหลุมรับงาน เลยถูกสมุนของนายฆ่าตาย

ขณะเดียวกัน ชีวิตของก้องก็เปลี่ยนไปเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง ก้องประทับใจ ฝน (เปรมสินี รัตนโสภา) ตั้งแต่แรกพบ เป็นครั้งแรกที่ก้องมีความรู้สึกว่า โลกนี้ยังมีคนสนใจเป็นห่วงเขา

จนกระทั่งวันหนึ่ง ฝนรู้ความจริงว่า ก้องเป็นมือปืนรับจ้าง เธอตกใจและปฏิเสธการจะพบเขา ก้องเสียใจมาก ประกอบกับรู้ข่าวการตายของโจ้ ก้องเริ่มรู้สึกถึงการสูญเสียคนที่รัก และเข้าใจความรู้สึกของญาติๆ ของเหยื่อที่ถูกเขาฆ่า

ก้องตัดสินใจใช้ปืนครั้งสุดท้าย เมื่อรู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของโจ้คือ “นาย” ก้องอยากแก้ไขสิ่งที่เขาทำผิด เขาวางแผนจัดการนาย เพื่อล้างแค้นให้โจ้ เสียงปืนนัดสุดท้าย แต่เป็นนัดแรกที่ก้องได้ยินดังขึ้น มันยุติความชั่วร้ายต่างๆ ลงได้…

นักแสดง:

ปวริศร์ มงคลพิสิฐ …. ก้อง 
พิเศก อินทรครรชิต …. โจ้ 
ภัทรวรินทร์ ทิมกุล …. อ้อม 
เปรมสินี รัตนโสภา …. ฝน 
ก่อเกียรติ ลิมปพัทธ์  
ปิยะ บุนนาค  
 

ดอกฟ้าในมือมาร

โปสเตอร์หนัง ดอกฟ้าในมือมาร


สารคดีแนวทดลอง เล่าเรื่องราวของ “ครูดอกฟ้า” ที่ใช้เทคนิคการดำเนินเรื่องโดยการตระเวนไปพบในภาคต่างๆ ของประเทศ ให้เป็นผู้ต่อเติมเรื่องราวเหล่านั้น

ภาพยนตร์ได้รับรางวัล Special Citation จากแวนคูเวอร์ และรางวัลรองชนะเลิศจากเทศกาลหนังสารคดีแห่งเมืองยามากาตะ

นักแสดง:

ประสงค์ กลิ่นบรม  
สยมภู มุกดีพร้อม 

ความยาว: 83 นาที
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., ขาวดำ
ระบบเสียง: Dolby SR

 

สตางค์

โปสเตอร์หนัง สตางค์


เรื่องย่อ 

ท่ามกลางเสียงหวูดเตือนภัยทางอากาศและเปลวเพลิงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่แผดเผาพระนครจนข้าวยากหมากแพง ชาวบ้านในตรอกโรงเจต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ ทว่าความสิ้นหวังกลับถูกจุดประกายด้วยข่าวลือสะเทือนเมือง เมื่อธนบัตรพิมพ์ใหม่มูลค่ามหาศาลของรัฐบาลถูกปล้นและนำไปซ่อนไว้บนแพลึกลับกลางลำน้ำแม่กลอง

เงินก้อนโตที่มากพอจะเปลี่ยนชีวิตคนจนตรอกให้กลายเป็นเศรษฐี กลายเป็นเดิมพันที่ดึงดูดคนกลุ่มหนึ่งให้มารวมตัวกัน ทั้งหนุ่มสาวผู้มีความฝัน คนจรจัด และคนสิ้นไร้ไม้ตอก ทุกคนตัดสินใจลงเรือลำเดียวกัน ออกเดินทางฝ่าดงกระสุนและระเบิดเพื่อตามล่าขุมทรัพย์ที่อาจไม่มีอยู่จริง

แต่ยิ่งเรือแล่นเข้าใกล้เป้าหมาย ภัยร้ายที่น่ากลัวที่สุดกลับไม่ใช่ทหารญี่ปุ่นหรือตำรวจกังฉินที่ไล่ล่าตามหลัง หากแต่คือ “ความโลภ” ที่ค่อยๆ กัดกร่อนจิตใจของคนบนเรือ จากมิตรภาพที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข กลับกลายเป็นความหวาดระแวง การหักหลัง และการชักปืนเข้าใส่กัน เมื่อกระดาษเปื้อนหมึกที่เรียกว่า "สตางค์" เริ่มมีค่ามากกว่าชีวิตของเพื่อนร่วมทาง

สุดท้ายแล้ว... เงินล้านก้อนนั้นจะพาพวกเขาไปสู่อิสรภาพ หรือจะกลายเป็นหลุมฝังศพที่กลืนกินความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น? ร่วมลุ้นไปกับการผจญภัยสุดระทึกและบทพิสูจน์ธาตุแท้ของคนใน “สตางค์” ภาพยนตร์ดราม่า-ผจญภัยระดับขึ้นหิ้งที่จะทำให้คุณตั้งคำถามว่า ระหว่างเงินทองกับหัวใจ อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดยามฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย

ความยาว : 130 นาที
กำหนดฉาย : 11 สิงหาคม 2543

อำนวยการสร้างโดย เจริญ เอี่ยมพึ่งพร และ ประชา มาลีนนท์
บทภาพยนตร์และกำกับการแสดงโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
กำกับภาพโดย วันชัย เล่งอิ๊ว
กำกับศิลป์เหตุการณ์ระหว่างสงครามโดย ประดิษฐ์ นิลสนธิ, สายัณห์ สมควร, สืบศักดิ์ ฉลองธรรม และ สุพัฒน์ เติมสุขสวัสดิ์
ออกแบบการแต่งกายโดย พีรพันธ์ เหล่ายนต์ และ อรุณี ศรีภา
บันทึกเสียงโดย ชาย คงศีลวัต
ออกแบบและควบคุมงานเสียงโดย สุนิตย์ อัศวินิกุล
เพลงและดนตรีประกอบโดย ไอดีล
ลำดับภาพโดย สุนิตย์ อัศวินิกุล

นักแสดง
ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ศรัณยู วงศ์กระจ่าง
จินตหรา สุขพัฒน์
สันติสุข พรหมศิริ
สรพงศ์ ชาตรี
เจษฎาภรณ์ ผลดี
พัสสน ศรินทุ
เข็มอัปสร สิริสุขะ
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

 

ฟ้าทะลายโจร

โปสเตอร์หนัง ฟ้าทะลายโจร


ฟ้าทะลายโจร

ชื่อภาษาอังกฤษ Tears of the Black Tiger
กำกับการแสดง วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง
ผลิตโดย ฟิล์มบางกอก
บริษัท ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น

โศกนาฏกรรมความรัก ระหว่าง รำเพย หญิงสาวในตระกูลสูงศักดิ์ กับเสือดำ ทั้งสองรู้จักกันในวัยเด็ก เคยช่วยปกป้องรำเพยจนตัวเองได้รับบาดเจ็บ มีรอยแผลเป็นบนหน้าผาก ต่อมาทั้งคู่ได้พบกันอีกกลายเป็นความรัก ดำสัญญาว่า จะเก็บเงินมาสู่ขอรำเพย แต่แล้วดำก็ตกกระไดพลอยโจนเป็นสมุนมือขวาของเสือฝ้าย ส่วนรำเพยถูกบังคับให้รับหมั้นกับ ร.ต.อ.กำจรและต่อมา ร.ต.อ.กำจรก็นำกำลังตำรวจไปกวาดล้างรังโจรเสือฝ้าย แต่เสียทีถูกจับตัวได้ เมื่อเสือดำรู้ว่า รำเพยเป็นคู่หมั้นของ ร.ต.อ.กำจร จึงตัดสินใจปล่อย ร.ต.อ.กำจร หนีไป เสือดำจึงถูกตามล่าและเขาตัดสินใจเอาชีวิตเข้าปกป้องรำเพยคนที่เขารักให้พ้นจากอันตรายอีกครั้งหนึ่ง..

สายลมแห่งโชคชะตา ความรัก และเสียงปืน...

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางฉากหลังของเมืองไทยยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ "ดำ" เด็กหนุ่มสุภาพบุรุษบ้านนาผู้ยากไร้ ได้ตกหลุมรักกับ "รำเพย" หญิงสาวผู้สูงศักดิ์เลอค่า ลูกสาวของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งสองให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักกันตลอดไป ทว่า...กงล้อแห่งโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เมื่อครอบครัวของดำถูกกลุ่มโจรใจบาปฆ่าล้างครัว ความแค้นและสถานการณ์บีบคั้นทำให้เส้นทางชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล ดำกลายมาเป็น "เสือดำ" มือปืนผู้โหดเหี้ยมและเด็ดขาดแห่งซุ้มโจรเสือฝ้าย ผู้มีฉายาว่าปืนไวไม่เคยพลาดเป้า

เวลาผ่านไป...รำเพยถูกผู้ใหญ่หมั้นหมายให้แต่งงานกับ "ผู้กองกำจร" นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกล ผู้ซึ่งได้รับภารกิจสำคัญในการลงพื้นที่กวาดล้างซุ้มเสือฝ้ายให้สิ้นซาก!

รักสามเส้า...ระหว่างหนึ่งหญิงเลอโฉม หนึ่งตำรวจหนุ่มผู้พิทักษ์กฎหมาย และหนึ่งเสือร้ายนอกกฎหมายผู้มีอดีตอันแสนเศร้า

เมื่อหน้าที่และความรักต้องเดินสวนทาง คำสัญญาในอดีตจะยังคงความหมายอยู่หรือไม่? และระเบิดเวลาแห่งความแค้นจะจบลงด้วยคราบน้ำตาหรือเสียงปืน?


นักแสดง
ชาติชาย งามสรรพ์ – รับบท ดำ หรือ รพินทร์
สเตลล่า มาลูกี้ – รับบท รำเพย ราชเสนา
ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ – รับบท เสือมเหศวร
เอราวัต เรืองวุฒิ – รับบท ร้อยตำรวจเอกกำจร
สมบัติ เมทะนี – รับบท เสือฝ้าย
ไพโรจน์ ใจสิงห์ – รับบท พระยาประสิทธิ์ ผู้ว่าสุพรรณบุรี
นัยนา ชีวานันท์ – รับบท แม่นม
ครรชิต ขวัญประชา – รับบท กำนันเดื่อ
สุวินิจ ปัญจมะวัต – รับบท ดำ ตอนเด็ก
แอนนา แฮมบาวรีส – รับบท รำเพย ตอนเด็ก

ผลงานชิ้นโบว์แดงระดับมาสเตอร์พีซที่เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเลือกให้ไปฉายใน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ (Un Certain Regard) นี่คือปฐมบทแห่งความระทึกใจและการคารวะหนังคาวบอยไทยยุคอดีตอย่างมีชั้นเชิง ผ่านฝีมือการกำกับสุดวิจิตรของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง


หนังไทยยุคใหม่ ที่นำหนังไทยยุคเก่ามาสร้างสรรค์อย่างมีสไตล์ ทั้งเนื้อหาการดำเนินเรื่อง และสีสันสดใส เป็นผลงานคุณภาพที่น่าประทับใจของ วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง พบกับนักแสดงชั้นครูในเรื่อง กับนักแสดงรุ่นใหม่ ที่มาร่วมแสดงกันในภาพยนตร์เรื่องนี้


 ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดชม?

งานภาพเทคนิคสีเทคคัลเลอร์ (Technicolor) สุดจัดจ้าน: เต็มอิ่มกับสไตล์ "ชมพู-ฟ้า-เขียว" ที่สดฉูดฉาดแบบที่ไม่เคยมีหนังไทยเรื่องไหนกล้าทำมาก่อน

การรวมตัวของนักแสดงระดับตำนาน: ร่วมพิสูจน์ฝีมือและการปะทะบทบาทครั้งสำคัญของยอดพระเอกตลอดกาล สมบัติ เมทะนี (ในบทเสือฝ้าย) ร่วมด้วย ชาติชาย งามสรรพ์, สเตลล่า มาลูกี้ และ ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ

บทพูดสุดคลาสสิกและดนตรีประกอบสุดซึ้ง: สัมผัสท่วงทำนองเพลงไทยเดิมและเพลงลูกกรุงที่จะบีบคั้นหัวใจคุณไปจนหยดสุดท้าย

ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปสู่วิถีเสือร้ายและรักแท้ที่ถูกท้าทายด้วยคมกระสุน...

👉 ตัวอย่างภาพยนตร์ "ฟ้าทะลายโจร" 

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com