เรือเพลง (2522)
สร้างโดย พี.78 โปรดักชั่น
กำกับโดย อนิรุติ์
ซึ่งเป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของราชาเพลงลูกทุ่ง ยอดรัก สลักใจ ประกบคู่กับ วาสนา สิทธิเวช (นางเอกดังจาก
ครูบ้านนอก) ร่วมด้วย พนม นพพร, รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง และ พิมพ์ใจ พรหมมาลี
เรื่องย่อ
เรื่องราวชีวิตรักและเสียงเพลงท่ามกลางสายน้ำและวิถีชนบทไทย เมื่อชายหนุ่มบ้านนาผู้มีพรสวรรค์ด้านเสียงร้องและหัวใจรักในบทเพลงลูกทุ่ง ต้องใช้ชีวิตดิ้นรนทำมาหากินอยู่บนเรือเร่และผืนน้ำ เขาได้พบรักกับหญิงสาวคนงามในหมู่บ้าน ความรักของทั้งคู่เบ่งบานไปพร้อมกับเสียงขับขานบทเพลงพื้นบ้านอันไพเราะและครื้นเครง
ทว่าเส้นทางความรักของหนุ่มเรือเพลงผู้ยากไร้กลับต้องพบกับอุปสรรคขวากหนาม ทั้งความแตกต่างทางฐานะ การกีดกันจากผู้ใหญ่ และบรรดาคู่แข่งที่หมายปองหญิงสาว เขาจึงต้องใช้ความจริงใจ น้ำพักน้ำแรง และพลังแห่งเสียงเพลงเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง เพื่อฝ่าฟันมรสุมชีวิตและมัดใจหญิงสาวอันเป็นที่รัก ท่ามกลางบรรยากาศความสนุกสนาน เฮฮา และบทเพลงลูกทุ่งแท้ที่ขับกล่อมตลอดลำน้ำ
ฉายวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ .2522
ฉายที่ เมโทร และ เพชรเอ็มไพร์
พ.ศ. 2522,
ยอดรัก สลักใจ,
วาสนา สิทธิเวช,
"อาอี๊" (ปี 2523)
สร้างโดย APC โปรดักชั่น
อำนวยการสร้างโดย อนันต์ รัตนสัจจา
กำกับการแสดงโดย สมจินต์ ธรรมทัต
นำแสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี, วาสนา สิทธิเวช, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์, เศรษฐา ศิระฉายา, อัญชลี ชัยศิริ และ เสกสรรค์ ภู่ประดิษฐ์
เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2523 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย, ลิโด, ออสการ์ และปารีส
เรื่องย่อ ภาพยนตร์: อาอี๊ (2523)
จากเด็กสาวต่างจังหวัดสู่แสงสีเมืองหลวง
เรื่องราวของเด็กสาวบ้านทุ่งจากอำเภอพนัสนิคม (รับบทโดย วาสนา สิทธิเวช) ผู้ได้รับการเลี้ยงดูและส่งเสียจากแม่ หรือ "อาอี๊" (รับบทโดย เปียทิพย์ คุ้มวงศ์) ผู้หญิงสู้ชีวิตที่ยอมทำงานตรากตรำหาเงินเพื่ออนาคตของลูก เมื่อเธอเรียนจบระดับมัธยมต้น เธอจึงเดินทางเข้ามาเรียนต่อด้านสายอาชีพที่โรงเรียนพณิชยการในกรุงเทพมหานคร
ภาพลวงตาและความฟุ้งเฟ้อ
เมื่อได้สัมผัสกับสังคมคนเมืองและความศิวิไลซ์ เด็กสาวเริ่มหลงระเริงไปกับแสงสี ความหรูหรา และชีวิตกลางคืน เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูงในเมือง เธอจึงกุเรื่องโกหกว่าตัวเองเป็นลูกสาวเศรษฐีมีอันจะกินจากต่างจังหวัด นำเงินที่แม่หามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายไปปรนเปรอเพื่อนฝูง เลี้ยงอาหารตามคอฟฟี่ช็อปหรู และเที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืน
ความจริงที่เริ่มถูกเปิดโปง
แต่เรื่องโกหกกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอได้พบกับลูกชายเจ้าของร้านทองตัวจริงจากพนัสนิคม (รับบทโดย เศรษฐา ศิระฉายา) ที่รู้ทันว่าเธอไม่ได้เป็นทายาทตระกูลร่ำรวยอย่างที่อ้าง ทำให้เกิดการจับผิดและปะทะคารมกันขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่คนรอบข้างอย่างตัวละครของ สรพงศ์ ชาตรี และ อัญชลี ชัยศิริ ซึ่งทราบความจริงถึงภูมิหลังอันยากจนของเธอก็คอยหาทางตักเตือนให้เธอกลับตัว ก่อนที่ความทะเยอทะยานและชีวิตจอมปลอมจะนำพาความสูญเสียและบทเรียนครั้งใหญ่มาสู่ครอบครัว
พ.ศ. 2523,
วาสนา สิทธิเวช,
สรพงศ์ ชาตรี,

"ทายาทลูกทุ่ง" (พ.ศ. 2523) ผลงานกำกับของ อนุรุทธ ไพโรจน์ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของ สุรชัย สมบัติเจริญ ทายาทราชาเพลงลูกทุ่ง สุรพล สมบัติเจริญ นำแสดงโดย สุรชัย สมบัติเจริญ, พิศมัย วิไลศักดิ์, วาสนา สิทธิเวช, ฐิติมา สังขพิทักษ์ และ ภูมิ พัฒนายุทธ
เรื่องย่อ
สุรชัย เดินทางกลับจากศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เมื่อเหยียบแผ่นดินเกิดสายตาเหลือบไปเห็นพวงมาลัย จึงนึกถึงพ่อขึ้นมาทันทีและรีบซื้อพวงมาลัยกลับไปกราบรูปถ่ายของครูสุรพลผู้ล่วงลับที่บ้าน ทว่าเมื่อกลับมาถึง เขากลับได้ยินข่าวว่า มาริสา คนรัก กำลังตีตัวออกห่างและนอกใจไปคบหากับชายอื่น เมื่อตามไปซักไซ้ไล่เลียงกันที่บาร์ดิสโก้ กลับเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับแฟนหนุ่มอีกคนของมาริสาจนเกิดเรื่องชุลมุน สุรชัยต้องวิ่งหนีเตลิดเข้าไปในบ้านของเสี่ยบู้ และได้พบกับ ต่อ เพื่อนรัก ซึ่งเป็นลูกชายของเสี่ยบู้ ต่อจึงให้ที่พักพิงและแนะนำให้รู้จักกับ ตุ๊กตา น้องสาวผู้เรียบร้อยน่ารัก ต่อได้ชวนสุรชัยมาตั้งวงดนตรีสากลแนวชาโดว์ร่วมกัน
ต่อมาสุรชัยได้พบกับมาริสาอีกครั้ง มาริสาพยายามอธิบายเหตุผลทั้งน้ำตาว่า เธอยังรักสุรชัยไม่เสื่อมคลาย แต่จำเป็นต้องคบหาและเอาใจเสี่ยมีเงินหลายคนเพื่อหาเงินมาใช้หนี้และกู้ฐานะทางการเงินของพ่อที่กำลังล้มละลาย สุรชัยยอมรับความจริงไม่ได้ เกิดความเจ็บช้ำใจอย่างหนักจนหันไปพึ่งสุราและการพนันเพื่อประชดชีวิต ตุ๊กตาที่เฝ้ามองดูด้วยความห่วงใยจึงคอยเตือนสติและดูแลอย่างใกล้ชิด จนสุรชัยเริ่มประทับใจในความดีของตุ๊กตา คืนหนึ่งสุรชัยเมามายไม่ได้สติเดินซมซานมาที่บ้านของต่อ เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นตุ๊กตาเข้ามาปฐมพยาบาล ด้วยฤทธิ์สุราจึงมองเห็นตุ๊กตาเป็นมาริสาและเข้ากอดจูบตัดพ้ออย่างรุนแรงจนตุ๊กตาร้องไห้วิ่งหนีไป รุ่งเช้าต่อรู้เรื่องเข้าจึงโกรธจัดและบุกไปเอาเรื่อง แต่เมื่อได้ปรับความเข้าใจและรู้ว่าสุรชัยสำนึกผิด ทั้งคู่จึงคืนดีกัน สุรชัยพยายามตามง้อขอโทษตุ๊กตาด้วยการนั่งร้องเพลงอยู่ใต้ต้นไม้ทั้งคืน จนกระทั่งตุ๊กตาใจอ่อนและเริ่มเปิดใจรับความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน
ต่อมา ศรีนวล ผู้เป็นแม่ ขอร้องให้สุรชัยเลิกเล่นดนตรีสากล แล้วหันมาร้องเพลงลูกทุ่งเพื่อสืบสานมรดกทางบทเพลงของพ่อ สุรชัยเห็นแก่ความรักและความเหน็ดเหนื่อยของแม่จึงยอมตกลงฝึกฝนร้องเพลงลูกทุ่งอย่างจริงจัง จนกระทั่งพรสวรรค์และน้ำเสียงฉายแววโดดเด่น สุรชัยได้ขึ้นเวทีประกวดร้องเพลงลูกทุ่งยอดเยี่ยมระดับประเทศ และสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาครองได้สำเร็จ จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วแวดวงเพลงลูกทุ่ง เมื่อมาริสาทราบข่าวความสำเร็จก็รู้สึกภูมิใจและชวนเสี่ยคนสนิทไปดูการแสดงดนตรีของสุรชัย แต่นิวัฒน์ ชายหนุ่มอีกคนตามมาพบเข้าจนเกิดปากเสียงและดวลปืนกันขึ้น กระสุนพลาดไปถูกมาริสาบาดเจ็บสาหัส สุรชัยรีบเข้ามาประคองร่างคนรัก มาริสาเปิดเผยความในใจเป็นครั้งสุดท้ายว่าเธอรักสุรชัยเพียงคนเดียวเสมอก่อนจะสิ้นลม
การสูญเสียมาริสาทำให้ครอบครัวกังวลว่าสุรชัยจะกลับไปเสียผู้เสียคนอีก ศรีนวลจึงตัดสินใจเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอตุ๊กตาให้สุรชัย ซึ่งครอบครัวของฝ่ายหญิงก็ยินดี ในคอนเสิร์ตการแสดงดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ สุรชัยขึ้นร้องเพลงท่ามกลางแฟนเพลงที่มาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม พร้อมกล่าวเปิดใจต่อหน้าผู้ชมทุกคนว่า เสียงปรบมือทั้งปวงขอมอบให้แก่วิญญาณของพ่อสุรพล พวงมาลัยทุกช่อขอนำไปกราบแทบเท้าบูชาพระคุณแม่ ส่วนดวงใจทั้งดวงนั้นขอมอบให้แก่ตุ๊กตา ผู้หญิงที่ดีและอยู่เคียงข้างเขาเพียงคนเดียวตลอดไป
พ.ศ. 2523,
พิศมัย วิไลศักดิ์,
วาสนา สิทธิเวช,
สุรชัย สมบัติเจริญ,
เรื่องย่อ ภาพยนตร์: หนองหมาว้อ (2522)
ผลงานกำกับโดย สุรสีห์ ผาธรรม / นำแสดงโดย วาสนา สิทธิเวช, นพดล ดวงพร, อุดม พลเสน
ภาพยนตร์เรื่อง "หนองหมาว้อ" ถือเป็นภาคต่อและผลงานสืบทอดเจตนารมณ์จากภาพยนตร์สะท้อนสังคมเรื่องดังอย่าง ครูบ้านนอก (2521) เล่าเรื่องราวสานต่อหลังจากโศกนาฏกรรมการจากไปของ "ครูปิยะ" ผู้ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อต่อต้านขบวนการตัดไม้ทำลายป่าและอิทธิพลมืดในท้องถิ่น
แม้เหตุการณ์การสูญเสียจะผ่านพ้นไป และคนร้ายจะถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ ครูดวงดาว (วาสนา สิทธิเวช) ครูสาวผู้มีอุดมการณ์ยังคงเลือกที่จะไม่ย้ายกลับเข้าเมืองตามความต้องการของครอบครัว เธอยืนหยัดที่จะอยู่เคียงข้างเด็กๆ และชาวบ้านที่โรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ เพื่อสานต่อความหวังและจุดประกายการศึกษาตามปณิธานที่ครูปิยะทิ้งไว้ โดยมี ครูใหญ่คำเม้า (นพดล ดวงพร) และชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันการเรียนการสอน
อย่างไรก็ตาม ชีวิตและการพัฒนาในชนบทห่างไกลยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคระลอกใหม่ ทั้งความขาดแคลน ปัญหาความแห้งแล้ง และการถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่ยังคงจ้องแสวงหาผลประโยชน์และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน จนเกิดความขัดแย้งและการทำลายข้าวของโรงเรียนและยุ้งฉางขึ้นมาอีกครั้ง
บททดสอบครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ครูดวงดาว ครูใหญ่คำเม้า และชาวบ้านหนองหมาว้อทุกคน ได้ตระหนักว่าการรอคอยความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรมได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "พลังแห่งความสามัคคี" พวกเขาจึงรวมพลังแรงกายแรงใจ ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์ สร้างโรงเรียน ยุ้งฉาง และฝายน้ำขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือตนเอง เปลี่ยนความสูญเสียและความเจ็บปวดในอดีตให้กลายเป็นพลังแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างเข้มแข็งและมีศักดิ์ศรีในผืนแผ่นดินบ้านเกิด
พ.ศ. 2522,
วาสนา สิทธิเวช,
เรื่องย่อ :
เกาหลีปี พ.ศ. 2496 เป็นปีแห่งการต่อสู้และการอพยพครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทหารไทยมาช่วยเกาหลีรบ หน่วยของ “ร.อ. พงษ์พันธ์” ถูกฆ่าตายและตัวเขาเองถูกยิงบาดเจ็บ โชคดีได้ “หมวดโชติ” มาช่วยและพารักษาตัวที่หมู่บ้าน โทนัมดง ตำบลอารีดัง และได้รับการช่วยเหลือจากเด็กสาวในหมู่บ้านชื่อ “โอบุนริ” ระหว่างที่รักษาตัวอยู่พงษ์กับโอบุนริมีความรัก และแต่งงานกัน
เมื่อวันที่ 27 กรกาคม 2496 นายพลวิลเลี่ยม แฮริสัน ผู้นำเกาหลีเหนือ เซ็นสัญญาสงบศึก สงครามสงบ และพงษ์ก็ได้กลับเมืองไทย และไม่สามารถนำครอบครัวโอบุนริกลับมาด้วยกันได้ เขาติดงานราชการไม่สามารถไปหาลูกเมียได้ จน 3 ปีผ่านไป พงษ์ตัดสินใจออกจากราชการ และไปรับโอบุนริที่บ้านบนเขา ในขณะที่หิมะถล่มลงมาทุกคนหนีเอาตัวรอด แต่โอบุนริไม่หนีเธอจึงตายกลางหุบเขาเมื่อพงษ์มาถึง พงษ์ทำศพให้โอบุนริและรับลูกกับพ่อตาไปอยู่ด้วยกัน
ผู้กำกับ: กฤษฏ์ บุณประพฤกษ์ (แจ๊สสยาม)
นักแสดง
จตุพล ภูอภิรมย์
วาสนา สิทธิเวช
ฉายครั้งแรก 21 พฤษภาคม 2522
ความยาว 120 นาที
ตัวอย่างภาพยนตร์ อารีดัง
จตุพล ภูอภิรมย์,
พ.ศ. 2522,
วาสนา สิทธิเวช,

ภาพยนตร์ไทยเรื่อง ครูบ้านนอก (2521) ผลงานกำกับระดับตำนานของ สุรสีห์ ผาธรรม สร้างจากนวนิยายของ คำหมาน คนไค นำแสดงโดย ปิยะ ตระกูลราษฎร์, วาสนา สิทธิเวช, สมชาติ ประชาไทย และ นพดล ดวงพร
เรื่องย่อ
ปิยะ บัณฑิตหนุ่มจากวิทยาลัยครู ตัดสินใจเดินทางไปรับราชการเป็นครูประชาบาลที่โรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ หมู่บ้านชนบทอันห่างไกลและทุรกันดารในภาคอีสาน พร้อมกับ พิสิษฐ์ เพื่อนครูหนุ่มรุ่นเดียวกัน ที่นั่นพวกเขาต้องเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น อาคารเรียนทรุดโทรม และขาดแคลนครูผู้สอน จนกระทั่งมี ดวงดาว ครูสาวอีกคนเข้ามาร่วมอุดมการณ์
ในขณะที่ระบบการศึกษาและผู้มีอำนาจบางกลุ่มมองข้ามความสำคัญของเด็กบ้านนอก ครูปิยะกลับมุ่งมั่นทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ พัฒนาการเรียนการสอน นำความรู้มาปลุกสำนึกชุมชน และตั้งปณิธานว่าตนเองจะไม่เป็นเพียง "เรือจ้าง" ที่พายส่งนักเรียนเท่านั้น แต่พร้อมจะเป็นเรือที่ช่วยดึงทุกคนในชุมชนให้พ้นจากความยากลำบาก
ทว่าอุดมการณ์อันแรงกล้าของครูปิยะกลับนำพาเขาไปสู่ความขัดแย้ง เมื่อเขาบังเอิญไปล่วงรู้ขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าของกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้แห้งแล้งและยากจนลงทุกวัน ครูปิยะจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาสู้เพื่อความถูกต้องและปกป้องผืนป่าบ้านเกิด แม้จะต้องเผชิญกับการคุกคามและอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม
ดูหนัง ครูบ้านนอก
ดวงกมลมหรสพ
กล้าหาญเสนอ ความจริงที่นึกไม่ถึง
ถิ่นไทยในป่ากว้าง ห่างไกล
อนาถแสงอารยธรรมใด ส่องบ้าง
เห็นเทียนอยู่รำไร เล่มหนึ่ง
ครูนั้นแหละอาจสร้าง เสกให้ชัชวาล
นี่คือ ภาพแห่งความจริง
จากตัวจริง ไม่ใช่ตัวแสดง
ครูบ้านนอก
ของ ครูคำหมาน คำไค
กมล กุลตังวัฒนา อำนวยการสร้าง
สุรสีห์ ผาธรรม กำกับการแสดง
ปิยะ ตระกูลราษฎร์ วาสนา สิทธิเวช
นักเรียนและชาวบ้านดอนเมยทั้งหมด นำแสดง
นักแสดง
ปิยะ ตระกูลราษฎร์ รับบท ครูปิยะ
วาสนา สิทธิเวช รับบท ครูดวงดาว
สมชาติ ประชาไท รับบท ครูพิสิษฐ์
นพดล ดวงพร รับบท ครูใหญ่คำเม้า
เพียงพธู อำไพ รับบท พยอม
ต้น โตมร รับบท เคนคนผีบ้า
สุพัฒน์ บุณษรัตน์พันธ์ รับบท หมอสมบัติ
สิงห์ อิ่มลาภ รับบท นายมังกร
ชาญ บ้านสั้น รับบท มือปืน
ปิยะ ตระกูลราษฎร์,
พ.ศ. 2521,
วาสนา สิทธิเวช,
Footer
ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย
และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน
© 2024 ThaiFilmReviews.com