แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไชยา สุริยัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไชยา สุริยัน แสดงบทความทั้งหมด

แม่งู

 

แม่งู

"แม่งู" (พ.ศ. 2515) อำนวยการสร้างโดย เจริญ พูลวรลักษณ์ และกำกับการแสดงโดย เนรมิต นำแสดงโดย ไชยา สุริยัน, อรัญญา นามวงศ์, เมตตา รุ่งรัตน์ และ ปริม ประภาพร 

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ โฉม และ บัวลอย ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอด ได้พากันหนีการตามล่าของกลุ่มคนร้ายเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำแม่งูอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยบัวลอยเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูก โฉมจึงออกไปหาน้ำมาช่วย แต่เมื่อกลับมาก็ไม่พบบัวลอยเสียแล้ว โฉมถูกฝูงงูไล่ต้อนจนต้องหนีเตลิดออกไปและตามหาภรรยาต่อไปอย่างไม่ละความพยายาม โดยหารู้ไม่ว่างูเจ้าแม่แห่งถ้ำศักดิ์สิทธิ์ได้นำตัวบัวลอยเข้าไปดูแลภายในถ้ำ บัวลอยคลอดลูกสาวออกมาแล้วสิ้นใจลง เจ้าแม่จึงเกิดความเมตตารักใคร่และชุบเลี้ยงทารกหญิงนั้นไว้ประหนึ่งลูกในไส้ พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า เห่าฟ้า เมื่อเวลาล่วงเลยไป 20 ปี ในงานฉลองวันเกิดครบยี่สิบปีของเห่าฟ้า เจ้าแม่ได้ถ่ายทอดอำนาจแต่งตั้งให้เห่าฟ้ารับหน้าที่ดูแลถ้ำและเหล่าบริวารงูแทนตนเอง

ในเวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ พีระ ได้ขอร้องให้ พุดชง เพื่อนสนิท ร่วมเดินทางไปสำรวจแนวป่าเพื่อสร้างทางสายแม่สอด โดยมี โฉม พรานป่าผู้ชำนาญทางร่วมคณะนำทางไปด้วย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แก๊งค้ามนุษย์วางแผนออกตระเวนลักพาตัวหญิงสาวแถบภาคเหนือ พวกคนร้ายเดินทางมาดักซุ่มที่น้ำตกแถบเขาแม่งูและได้พบกับเห่าฟ้าและเหล่าบริวารสาวที่กำลังเล่นน้ำอยู่ จึงกรูกันเข้าไปหวังจะฉุดคร่า พุดชงและพีระที่บังเอิญมาเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยต่อสู้จนกลุ่มคนร้ายต้องล่าถอยไป เหตุการณ์นี้สร้างความประทับใจให้แก่เห่าฟ้าและเพื่อนสนิทอย่าง เห่าดง เป็นอย่างมาก ในคืนนั้น เห่าฟ้าและเห่าดงได้แอบหนีออกจากถ้ำมาหาพุดชงและพีระที่แคมป์พักแรมเพื่อขอบคุณและสานสายสัมพันธ์ความรัก แต่เมื่อกลับถึงถ้ำ เจ้าแม่ล่วงรู้ความจริงจึงสั่งลงโทษโบยเห่าดงจนสลบด้วยความโกรธ

วันรุ่งขึ้น พุดชงและพีระออกตามหา จ๋อง ลูกหาบที่พลัดหลงจนหลงเข้าไปในถ้ำแม่งู ทั้งสองถูกฝูงงูจับตัวไปขังไว้เพื่อเตรียมบูชายัญ แต่เห่าฟ้าและเห่าดงแอบเข้าไปช่วยแก้เชือกพาหลบหนีออกมาได้ทัน ในคืนนั้นพุดชงได้สารภาพรักและร่ำลาเห่าฟ้าเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ ทางด้านแก๊งค้ามนุษย์ที่ยังผูกใจเจ็บได้รวบรวมหมองูและพรรคพวกพร้อมอาวุธบุกเข้าถล่มถ้ำแม่งูอย่างดุเดือด เกิดการเข่นฆ่าสังหารฝูงงูและยิงเจ้าแม่จนสิ้นชีพ เห่าฟ้าและเห่าดงร้องไห้เสียใจอย่างยิ่ง แต่พุดชงพร้อมคณะลูกหาบก็ย้อนกลับมาช่วยพาเห่าฟ้าและเห่าดงหนีเข้ากรุงเทพฯ ได้สำเร็จ เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ เห่าดงล่วงรู้ว่าพีระมีคู่หมั้นอยู่แล้วจึงเกิดความน้อยใจและเสียสละแปลงกายเป็นงูเลื้อยหนีกลับสู่ป่าเขา

ต่อมาพุดชงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกทลายรังใหญ่ของแก๊งค้ามนุษย์และจับกุมคนร้ายได้จนหมดสิ้น เห่าฟ้าจึงขอร้องให้พุดชงและทุกคนร่วมกันออกตามหาเห่าดงกลับมา จนกระทั่งพบเห่าดงซ่อนตัวร้องไห้อยู่ในถ้ำ และในเหตุการณ์ช่วงนั้นเอง โฉมก็ได้พบหลักฐานยืนยันความจริงว่าเห่าฟ้าคือลูกสาวแท้ ๆ ของตนที่พลัดพรากไปตั้งแต่แรกเกิด การพบกันของพ่อลูกนำพาความปีติยินดีมาสู่ทุกคน โฉมจึงจัดงานแต่งงานให้เห่าฟ้ากับพุดชงครองรักกันอย่างมีความสุขในที่สุด

ข้อความบนใบปิด

แม่งู (2515)
สนั่นศิลป์ภาพยนตร์
นำความแปลกใหม่มาสู่วงการภาพยนตร์ไทย
ด้วยระบบ 35 ม.ม.
ซีเนมาสโคป สี เสียงในฟิล์ม
ทุ่มทุนสร้างกว่า 3 ล้านบาท
เพื่อเกียรติประวัติในผลงานมาตรฐานโลก
ฟัง 6 เพลงเอก
แม่งู
ขอสร้างความระทึกใจให้แก่ท่าน
ด้วยบทบาท..ของ..
ไชยา สุริยัน อรัญญา นามวงษ์
ตื่นเต้น เซ็กซี่ รักหวานชื่น
ด้วยผู้แสดงชั้นหนึ่ง
เมตตา รุ่งรัตน์, อรสา อิศรางกูร, ปริม ประภาพร,
อภิญญา วีระขจร, ศรีสละ ทองธารา, รุจน์ รณภพ,
อนุชา รัตนมาลย์, ไกร ครรชิต, สุวิน สว่างรัตน์,
สุรชาติ ไตรโภค, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง, รุ่ง, ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร,
สีเทา, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ล้อต๊อก, สมพงษ์ พงษ์มิตร
ขอแนะนำดาวรุ่งดวงใหม่
ศศิมา สิงห์ศิริ, ภูมิ พัฒนายุทธ, หนึ่งนุช พุทธพร
สนั่น จรัสศิลป์ กำกับการแสดง
สานิตย์ รุจิรัตน์ตระกูล ถ่ายภาพ
เจริญ พูนวรลักษณ์ อำนวยการสร้าง
ร่วมใจฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
#ThaiMoviePosters ดูน้อยลง

กว่าจะรักกันได้

 

กว่าจะรักกันได้

เรื่องย่อ

"หยาดชล" บุตรสาวของคุณหยาด นายธนาคารผู้มั่งคั่ง ถูกมารดาเลี้ยงที่ชื่อ "นันทา" บีบบังคับและกดดันจนทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานกับ "ประวุฒิ" ชายหนุ่มผู้ขยันขันแข็งและมีฐานะเท่าเทียมกัน แม้ว่าในใจของหยาดชนจะยังไม่มีความรักต่อประวุฒิเลยก็ตาม ขณะที่ประวุฒินั้นรักหยาดชนอย่างสุดหัวใจ หลังแต่งงาน ประวุฒิพาหยาดชนย้ายไปอยู่ที่ "ประวุฒิขาม" อาณาจักรกว้างขวางกว่า 2,000 ไร่ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา

เมื่อมาถึงจันทบุรี หยาดชนต้องเผชิญกับบททดสอบมากมาย เริ่มตั้งแต่ "ปุ๊" ลูกชายคนเดียวของประวุฒิที่ไม่ยอมรับและแสดงอาการต่อต้านเธอ เนื่องจากถูก "อรทัย" หญิงสาวผู้เป็นญาติและแอบแฝงความร้ายกาจคอยเป่าหูยุแยงให้เด็กเกลียดชังแม่เลี้ยง แม้ประวุฒิจะพยายามดุว่าและปกป้องหยาดชน แต่ปัญหาก็ยังคงสร้างความอึดอัดใจให้เธออยู่เสมอ

วันหนึ่ง "ชำนาญ" อดีตพี่เขยของประวุฒิ ปรากฏตัวขึ้นในสภาพขี้เมาและคอยตามราวีด่าทอประวุฒิ ชำนาญอ้างว่าตนเคยมีบุญคุณช่วยเหลือประวุฒิในยามยากลำบาก และได้ยกน้องสาวคือ "ชุติมา" ให้แต่งงานกับประวุฒิ แม้ต่อมาจะเลิกรากันไป แต่คราวนี้ชำนาญตั้งใจจะพาชุติมากลับมาขอคืนดีและทวงสิทธิ์ความเป็นภรรยาคืน แม้ประวุฒิจะยืนกรานปฏิเสธและประกาศว่าตนมีภรรยาใหม่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้กลับถูกอรทัยนำไปใส่ไฟและพูดจายั่วยุหยาดชนว่า ประวุฒิยังคงรักและอาลัยชุติมาอยู่ สร้างความเจ็บช้ำให้หยาดชนอย่างยิ่ง

ความร้าวฉานพุ่งถึงขีดสุดในคืนหนึ่ง ขณะที่หยาดชนล้มป่วยและนอนพักอยู่ในห้อง ชุติมาได้เข้ามาทำทีตีสนิทกับปุ๊และพูดจาหว่านล้อมขอคืนดีกับประวุฒิ หยาดชนที่ตื่นขึ้นมาเห็นภาพบาดตาบาดใจพอดี จึงเข้าใจผิดและรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนเกิน หัวใจของเธอแตกสลาย เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปในเช้ามืดพร้อมกับสุนัขแสนรู้ ระหว่างทางเธอต้องเผชิญกับพายุฝนจนล้มป่วยและสลบไปในป่า โชคดีที่มีชาวบ้านอย่าง ตาบุญ, สังข์ และ มณี มาพบเข้าและช่วยเหลือไว้ หยาดชนจึงปลอมตัวเป็นผู้ชายและขออาศัยอยู่กับพวกเขาโดยใช้ชื่อปลอม

ฝ่ายประวุฒิเมื่อรู้ว่าภรรยาหายไปก็ออกตามหาแทบพลิกแผ่นดิน จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาบังเอิญขับรถไปพบกลุ่มคนร้ายกำลังดักฉุดผู้ชายคนหนึ่ง (ซึ่งก็คือหยาดชนที่ปลอมตัว) ประวุฒิเข้าช่วยเหลือจนคนร้ายหนีไป แต่หยาดชนก็รีบหลบหนีไปก่อนที่เขาจะจำได้ อย่างไรก็ตาม ประวุฒิเริ่มสงสัยและตามสืบจนกระทั่งพบหยาดชนที่บ้านตาบุญและจำเธอได้อย่างแม่นยำ

ประวุฒิพยายามอธิบายความจริงและขอร้องให้หยาดชนกลับบ้าน หยาดชนยอมตกลงแต่ขอเวลาอยู่ที่บ้านตาบุญอีกหนึ่งคืน ประวุฒิจึงกลับบ้านไปด้วยความดีใจ ทว่าในคืนนั้นเอง ชุติมายังไม่ยอมลดละและใช้มารยาหญิงเข้ายั่วยวนประวุฒิถึงในห้องนอน โชคดีที่มีผู้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

เหตุการณ์วุ่นวายและความเข้าใจผิดยังคงรอคอยบทพิสูจน์ บทสรุปความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของประวุฒิและหยาดชนจะลงเอยอย่างไร ติดตามได้ในภาพยนตร์ "กว่าจะรักกันได้"

ผู้ชนะสิบทิศ 3 ถล่มหงสาวดี

 

ผู้ชนะสิบทิศ

เรื่องย่อ: ภาพยนตร์ไทย: ผู้ชนะสิบทิศ ตอน บุเรงนองถล่มหงสาวดี (พ.ศ. 2510)

หลังจาก “จะเด็ด” หรือ “บุเรงนองกะยอดินนรธา” นำทัพตองอูเข้าปราบปรามและมีชัยชนะเหนือเมืองแปร พระเจ้ามังตรา ตะเบงชเวตี้ ได้มีพระราชโองการปูนบำเหน็จความชอบและเรียกตัวจะเด็ดกลับตองอูเพื่อเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ “พระพี่นางจันทรา” ทว่าก่อนออกเดินทางกลับเกิดเรื่องราวร้าวฉานทางใจ เมื่อจะเด็ดต้องพัวพันกับความรักของสตรีสูงศักดิ์เมืองแปร ทั้ง “กุสุมา” ราชธิดาพระเจ้าแปร และ “อเทตยา” จนนำไปสู่ความขัดแย้ง ความเข้าใจผิด และการตัดพ้ออย่างเจ็บปวด

เมื่อจะเด็ดเดินทางกลับถึงเมืองตองอู มังตราซึ่งยังคงมีทิฐิและคลางแคลงใจเรื่องที่เจ้าราชสำนักแปร ได้พูดจาท้าทายเสียดสีถึงกุสุมาจนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง จะเด็ดถูกสั่งจับกุมและเกือบต้องโทษประหารชีวิต แต่ด้วยบารมีของ “แม่เลาชี” มารดาของจะเด็ดซึ่งเป็นแม่นมของมังตรา ร่วมกับ “พระมหาเถรกุโสดอ” จึงได้ทูลขอพระราชทานอภัยโทษ โดยมีข้อตกลงให้จะเด็ดเข้าพิธีอุปสมบทเป็นภิกษุ เพื่อระงับความบาดหมางและตัดกิเลสทางโลก

ระหว่างที่ตระเตรียมพิธีบวชอยู่นั้น ศึกสงครามครั้งใหญ่ก็ประชิดเมือง เมื่อกองทัพผสมของมอญยินและหงสาวดีรุกประชิดตองอูและเมืองแปรจนตกอยู่ในภาวะคับขัน มังตราจนปัญญาในการตั้งรับ จึงส่งพระพี่นางจันทราไปเจรจาขออุบายศึกจากจะเด็ด พระพี่นางจันทราตระหนักดีว่าบ้านเมืองต้องการแม่ทัพเอกผู้นี้ จึงยอมกระทำบาปด้วยการขัดขวางไม่ให้จะเด็ดเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตามฤกษ์ เพื่อเปิดทางให้จะเด็ดนำทัพออกไปปกป้องแผ่นดิน

จะเด็ดคุมกองทัพบุกเข้าบดขยี้กองทัพหงสาวดีจนกำแพงเมืองแตกพ่าย ฝ่ายพระเจ้าสการะวุตพีและสอภิญญาต้องลี้ภัยไปตั้งหลักที่เมืองมะตะมะ ในช่วงเวลานั้น “ไขลู” คนทรยศได้ก่อเหตุร้ายบุกทำร้ายพระมหาเถรกุโสดอจนถึงแก่มรณภาพ จะเด็ดจึงตั้งสัตย์ปฏิญาณหน้าศพอาจารย์ว่าจะต้องล้างแค้นและตีมะตะมะให้จงได้ ทัพตองอูตามไปหักด่านเมืองมะตะมะจนราบคาบ สอภิญญาสิ้นชีพในสนามรบ และไขลูถูกจับกุมมารับทัณฑ์ชดใช้กรรม

ภายหลังเสร็จสิ้นศึกใหญ่ มังตราได้ประกาศสถาปนาจะเด็ดขึ้นเป็น “เจ้ามหาอุปราช” ผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือทุกหัวเมืองในลุ่มน้ำอิรวดี พร้อมจัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่างจะเด็ดกับเหล่าสตรีสูงศักดิ์ ทั้งพระพี่นางจันทราและกุสุมา ทว่าเกียรติยศอันยิ่งใหญ่กลับต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตาและความโศกเศร้า เมื่อ “กัณฑิมา” หญิงสาวผู้ยึดมั่นในความรักแต่ไม่อาจสมหวัง ได้ตัดสินใจปลิดชีพตนเองเพื่อรักษาสัจจะ คงเหลือเพียงร่างอันไร้วิญญาณมาร่วมในพิธีเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้

ชมภาพยนตร์ ผู้ชนะสิบทิศ 3 ถล่มหงสาวดี 

ลูกหญิง

ลูกหญิง

ลูกหญิง (2508)

กมลศิลปภาพยนตร์ เสนอ
ใครๆก็มีพ่อแม่ ใครๆก็มีลูก
แต่พ่อแม่คนไหนๆก็ไม่เคยมีลูกถุกใจเท่า
ลูกหญิง
ของ รพีพร
นำแสดงโดย ไชยา สุริยัน รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง
รัตนาภรณ์ น้อย อินทรกำแหง รัตนากร อินทรกำแหง อดุลย์ ดุลยรัตน์
ชฎาพร วชิรปราณี, สมควร กระจ่างศาสตร์, ราชันย์ กาญจนมาศ,
สมพล กงสุวรรณ, ประมินทร์ จารุจารีต, สังวรณ์,
สมพงษ์ พงษ์มิตร, พูนสวัสดิ์ ธีมากร, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
ทองฮะ, ทองแถม, หม่อมชั้น พวงวัน, ปราณีต คุ้มเดช,
ก๊กเฮง, ขวัญ และด.ญ.วัชราภรณ์ พึ่งสังข์ ร่วมแสดง
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง อำนวยการสร้าง
น้อย กมลวาทิน กำกับการแสดง
พลังจิต สร้างบท
สังวรณ์-ธงชัย สร้างฉาก
กมลศิลป์ ลำดับภาพ
อนุศักดิ์ เจนจรัสสกุล ถ่ายภาพ
วัชรภาพยนตร์ จัดจำหน่าย


-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

เรือนแพ

เรือนแพ


ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

อัศวินภาพยนตร์
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล ภูมิใจเสนอ
มาเรีย จาง พบยอดดารา
ไชยา สุริยัน และ จินฟง ส.อาสนจินดา
เรือนแพ
ระบบ 35 ม.ม.ซูเปอร์ซีเนสโคป
เสียง-สีอิสต์แมน เพลงไพเราะ

เรื่องย่อ เรือนแพ

แก้ว และริน เป็นสามหนุ่มเพื่อนรัก ต่างพักอาศัยอยู่ใน “เรือนแพ” เพราะมีปัญญาเช่าได้ถูกสุด แต่ด้วยความทรุดโทรมของมัน ทั้งสามจึงต้องช่วยกันซ่อมแซมจนเป็นความผูกพัน และรักในสถานที่แห่งนี้อย่างลึกซึ้งพอๆกับมิตรภาพที่ถักทอสานใยมัดเป็นเกลียวแน่น

เจน เป็นคนเอาจริงเอาจังเรียนนิติศาสตร์ เขามีแนวคิดและมักจะเป็นผู้นํากลุ่มกลายๆ
แก้ว เป็นนักมวยเรียนน้อยและใจร้อนดุดัน
ริน เป็นหนุ่มอ่อนโยน รักเสียงเพลง ช่างฝัน

ทั้งสามอยู่กันอย่างเกื้อกูลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่ด้วยรอยฝันที่แตกต่าง ทําให้เส้นทางชีวิตแตกจุดมุ่งหมาย และพุ่งไปในทิศทางที่ต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดึงทั้งสามหัวใจให้พุ่งไปเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ “เพ็ญ” ลูกสาว เจ้าของแพ ผู้มีน้ําใจงดงามให้กับทั้งสามหนุ่ม เพ็ญกับเจนใกล้ชิดกันและเหมาะสมกันมากที่สุด ถ้ามองตรงที่ ทั้งสองต่างเป็นนักศึกษา แต่ด้วยอุบัติเหตุในคืนหนึ่ง ทําให้เพ็ญตกเป็นของแก้ว ขณะที่เจนพยายามทําใจและยอมหลีกทางให้เพื่อน แต่เรื่องร้ายกลับพลิกเป็นว่า พ่อของเพ็ญบังคับให้แต่งงานกับพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ แก้วทนเห็นความรันทดของเพ็ญไม่ได้ เขาบุกไปชิงตัวเพ็ญในคืนที่เธอแต่งงาน และกลายเป็นอาชญากร ที่ตํารวจ ต้องตามล่า แต่หน้าที่ในการตามล่านั้น กลับเป็นของ “เจน” นายตํารวจหนุ่มผู้เพิ่งได้รับตําแหน่ง

เพลงบรรเลงโดย จุลดุริยางค์ กองทัพเรือ และวงดนตรี ‘อัศวิน’
เพลงในเรื่อง ได้แก่
1 เรือนแพ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร (แต่งใหม่เพื่อหนังเรื่องนี้)
2 วันเพ็ญ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร – สวลี ผกาพันธุ์ (เพลงเก่าจากหนัง วันเพ็ญ ปี 2482)
3 เงาไม้ ขับร้องโดย สวลี ผกาพันธุ์ (เพลงเก่าจากหนัง ลูกทุ่ง ปี 2483)
4 สายชล ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร

  • รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม-ไชยา สุริยัน
  • ผู้แสดงประกอบฝ่ายชายยอดเยี่ยม-ส.อาสนจินดา
  • รางวัลออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม-เฉลิม พันธุ์นิล
  • รางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยม-น้อย บุนนาค

เสือไม่ทิ้งลาย

เสือไม่ทิ้งลาย

เสือไม่ทิ้งลาย

เบญจมินทร์ภาพยนตร์ เสนอ
ไชยา สุริยัน
เสือไม่ทิ้งลาย
ของ มณเฑียรทอง
ผู้ประพันธ์ “เสือเฒ่า”
สีสวยสด
ร่วมด้วย ชนะ ศรีอุบล, อุษา อัจฉรานิมิต,
สุพรรณ บูรณพิมพ์, เชาว์ แคล่วคล่อง, อดินันท์ สิงห์หิรัญ ฯลฯ
และขอแนะนำดาวรุ่งดวงใหม่ รุ้งสวรรค์
*ใบปิดโดย แสงอาทิตย์

ธนูสวาท

 

โปสเตอร์หนัง ธนูสวาท

ธนูสวาท (2516)

อาทิตย์ฟิล์ม เสนอ
ภาพยนตร์ชีวิต รัก ต่อสู้ เสียสละ เคล้าน้ำตา
พิศวาสแทรกซ่านกายา
เสียวอุรา ปิดหน้ามืดทรวง
ธนูสวาท
ไชยา สุริยัน
ประชันกับสองนางเอก
ชีวัน จันทรายุ ทาริกา ธิดาทิตย์
เชาว์ แคล่วคล่อง, สุมาลี ทองหล่อ, จอมใจ จรินทร์,
มาลี เวชประเสริฐ, สินีนาฏ โพธิเวส, ธนาชัย ชิโนทัย,
ราม มารุต, สุดา, เทิดไท, ไศล พูนชัย,
เทียนชัย, ศักดา, จรูญ, เสริมพันธ์ สุทธิเนตร
อาทิตย์ สร้างเรื่อง
ชิโนทัย สร้างบท
วิชาญ กำกับบท
ปง อัศวินิกุล บันทึกเสียง
พินิจ อินทาปัจ ธุรกิจ
ก้องเกียรติ ถ่ายภาพ
เทียมแข จรูญโรจน์ อำนวยการสร้าง
จุฑามณี กำกับการแสดง
อัศวินภาพยนตร์ จัดจำหน่าย


ดอกแก้ว 2505

โปสเตอร์หนัง ดอกแก้ว 2505

เรื่องย่อ
เจ้าพระยาวงษานุวัติ เจ้าเมืองพิจิตรเป็นพ่อม่ายเมียตายเหลือลูกชายคนหนึ่งคือ วันชัย เจ้าคุณได้แม่ช้อย (ศรินทิพย์ ศิริวรรณ) เด็กรับใช้ในบ้านเป็นเมีย ขณะที่แม่ช้อย เป็นชู้กับหลวงมนูฯ (เมืองเริง)ทนายความเจ้าเล่ห์ของเจ้าคุณ และเมื่อท่านเจ้าคุณออกตรวจราชการก็ได้ กิ่ง (วิไลวรรณ วัฒนพานิช)เป็นเมียอีกคน ขณะที่วาด (อดินันท์ สิงห์หิรัญ) คนสนิทของเจ้าคุณซึ่งแอบรักกิ่งอยู่ไม่รู้จนกิ่งตั้งท้อง ด้านช้อยก็ท้องกับหลวงมนูฯ จึงคิดวางแผนจะฆ่าเจ้าคุณ แต่เจ้าคุณได้ยินทั้งหมดจึงเขียนพินัยกรรมยกสมบัติครึ่งหนึ่งให้กับทายาทผู้ที่ถือพินัยกรรม และพับซ่อนไว้ในปลอกกระสุนในปืนด้ามทอง วันหนึ่งหลวงมนูฯ ลอบยิง เจ้าคุณตาย ส่วนวาดบาดเจ็บ ก่อนตายเจ้าคุณสั่งให้วาดนำปืนด้ามทองไปให้กิ่งเพื่อมอบแก่ลูก ก่อนที่วาดจะสิ้นใจตายไป กิ่งอุ้มลูกหนีมาพบกับมหาโจรชื่อ เม่น (เชาว์ แคล่วคล่อง) ตอนแรกเม่นจะปลุกปล้ำกิ่งเป็นเมีย แต่กิ่งขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เม่นชื่นชอบในความเด็ดเดี่ยวของกิ่งจึงเลี้ยงดูกิ่งในฐานะน้องสาว กิ่งเลี้ยงลูกสาวของตนและลูกชายกำพร้าแม่ของเม่นเติบโตพร้อมๆกัน ลูกสาวกิ่งชื่อว่า แก้ว (เพชรา เชาวราษฎร์) ส่วนลูกชายเม่นชื่อ ไม้ (ทักษิณ)ต่อมาแก้วได้พบปืนด้ามทองโดยบังเอิญ กิ่งจำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด แก้วขโมยปืนด้ามทอง และชวนไม้หนีไปบางกอกเพื่อแก้แค้นให้พ่อ

แก้วและไม้ได้มีโอกาสช่วยวันชัย (อดุลย์ ดุลยรัตน์) ทำให้ได้มาอยู่ในบ้าน แต่ก็ถูกหลวงมนูฯ กับ ช้อย คอยกลั่นแกล้ง ด้านลูกสาวช้อยชื่อ ชไมพร เป็นคนสวยแต่เย่อหยิ่ง ส่วนวันชัยนั้นมีคู่หมั้นชื่อ รุ่งลักษมี สาวสังคมฟุ้งเฟ้อ รุ่งลักษมีมีพี่ชายรูปหล่อชื่อราชันย์ (ไชยา สุริยัน) ซึ่งชไมพรหลงรัก

วันหนึ่งราชันย์พบดอกแก้ว ทั้งคู่ชอบพอกันทันที ช้อย รุ่งลักษมี และ ชไมพร วางแผนกีดกันแต่ก็ยิ่งทำให้ทั้งคู่รักกันยิ่งขึ้น จนวันหนึ่งดอกแก้วได้ตกเป็นของราชันย์ ทำให้ไม้หัวใจสลาย ช้อย ชไมพร และ รุ่งลักษมี จึงวางแผนใส่ร้ายว่าไม้กับแก้วเป็นชู้กัน ราชันย์หลงเชื่อจึงขับไล่แก้ว ทำให้แก้วซึ่งกำลังตั้งท้องได้รับความทุกข์เป็นอย่างมาก ไม้โกรธมากจึงปลุกปล้ำชไมพรเป็นการแก้แค้น และบังเอิญได้ยินความลับของหลวงมนูฯ กับ ช้อย แต่ก็ถูกทำร้ายจนความจำเสื่อม

แก้วและไม้ สิ้นหวังกลับบ้าน แต่ หลวงมนูฯ ได้ส่งคนตามไปเผาฆ่าทุกๆคนในหมู่บ้านตายหมดเว้นแก้วกับไม้ ซึ่งหนีออกมาได้ ไม้ความจำกลับคืนมา ทั้ง 2 จึงตัดสินใจกลับบางกอกอีกครั้ง แก้วและไม้มาถึงในเวลารดน้ำสังข์ระหว่าง ราชันย์และชไมพรพอดี แก้วยกปืนด้ามทองจะยิงหลวงมนูฯ แต่ไม้เข้าขวางไว้ไม่ยอมให้แก้วเป็นฆาตกร ไม้ประกาศว่า ชไมพรเป็นเมียตน หลวงมนูฯแค้นสุดขีดจึงยิงไม้ ไม้ทรุดล้มลงแต่ได้คว้าปืนด้ามทองยิงหลวงมนูฯ ปรากฏว่ากระสุนด้าน และตกกระทบพื้นได้หักแยกออกจากกันจึงเห็นพินัยกรรม ความจริงทุกอย่างจึงได้เปิดเผยขึ้น หลวงมนูฯเสียสติยิงแม้กระทั่งชไมพรจนตาย และตัวเองก็ถูกตำรวจยิงตาย ส่วนไม้ก่อนสิ้นใจได้ฝากแก้วไว้กับราชันย์ โดยบอกให้ราชันย์ รักและทะนุถนอมแก้วแทนตนตลอดไป

ดอกแก้ว (2505)

เยี่ยมกว่า เมื่อครั้งฟังจากเสียง

ยอดกว่า เมื่อครั้งอ่านจากหนังสือ
จากละครวิทยุลือลั่นของ ส.อาสนจินดา
พิษณุภาพยนตร์ เสนอ…
ดอกแก้ว
สีวิจิตร
นำโดย ไชยา สุริยัน อดุลย์ ดุลยรัตน์
ทักษิณ แจ่มผล วิไลวรรณ วัฒนพานิช
และขอแนะนำเพชรน้ำหนึ่ง เพชรา เชาวราษฎร์
พร้อมด้วย เชาว์ แคล่วคล่อง, สมควร กระจ่างศาสตร์,
เมืองเริง ปัทมินทร์, ศรินทิพย์ ศิริวรรณ, ชาลี อินทรวิจิตร,
น้ำเงิน บุญหนัก, เสน่ห์ โกมารชุน, วิชิต ไวงาน,
สุนันท์, เปิ่น, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, ทศ
พะเยาว์ ภักดีวิจิตร อำนวยการสร้าง
เนรมิต กำกับการแสดง
วิจารณ์ ภักดีวิจิตร ถ่ายภาพ
กุหลาบทิพย์ จัดจำหน่าย

-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

 

อั้งยี่

 

โปสเตอร์หนัง อั้งยี่


ฉายครั้งแรก 6 สิงหาคม 2526 ที่เฉลิมไทย,เฉลิมกรุง


ผู้กำกับ : แสนยากร-ลำพูน ศรีหาญ

อำนวยการสร้าง : ลำพูน ศรีหาญ

บริษัทผู้สร้าง : จิรบันเทิงฟิล์ม, แอลเอโปรดักชั่น

นักแสดง

สรพงศ์ ชาตรี

ไชยา สุริยัน

หลีอี้หมิง

อภิรดี ภวภูตานนท์

นิจ อลิษา

โกวิท วัฒนกุล

ลักษณ์ อภิชาติ

สายัณห์ จันทรวิบูลย์

วิยะดา อุมารินทร์

อนันต์ สัมมาทรัพย์

ภิญโญ ปานนุ้ย

เด๋อ ดอกสะเดา




โทน

โทน
โทน (2513): รักต่างชนชั้น ท่ามกลางบรรยากาศชนบทอันอบอุ่น

หากคุณโหยหาบรรยากาศภาพยนตร์ไทยในยุควันวาน ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตชาวบ้าน เสียงเพลงลูกทุ่งอันไพเราะ และเรื่องราวความรักที่ซื่อตรง "โทน" คือผลงานคลาสสิกปี 2513 ที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสัมผัสความประทับใจนั้นอีกครั้ง

เรื่องย่อ:

เรื่องราวของ โทน ชายหนุ่มผู้เจียมตัวในฐานะลูกศิษย์วัดที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับหลวงตา ด้วยฐานะที่แตกต่างทำให้เขารู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่ไม่อาจเอื้อมถึงสิ่งที่ดีกว่า แต่หัวใจของเขากลับมอบให้แก่ กุหลาบ สาวสวยผู้เพียบพร้อมที่ใครๆ ต่างหมายปอง ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้ ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเป็นจริงว่ากุหลาบอาจจะต้องจากไปเรียนต่อในเมืองใหญ่

ในขณะที่โทนต้องเลือกระหว่างการยอมรับในโชคชะตา หรือจะลุกขึ้นมาสู้เพื่อความรักและอนาคตของตัวเอง เรื่องราวความรักท่ามกลางการสนับสนุนของเพื่อนฝูงและการพิสูจน์ตัวเองของคนหนุ่มสาวจะลงเอยอย่างไร

ร่วมติดตามชมความรักที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจและมิตรภาพ ได้ในภาพยนตร์เรื่อง "โทน"

โทน (2513)

เปี๊ยกโปสเตอร์ และนิตยสารดาราภาพ STARPICS
เสนอ 7 เพลงเอกใน…
โทน
ระบบ 35 ม.ม. รามาสโคป สีอิสต์แมน เสียงในฟิล์ม
สุวรรณฟิล์ม สร้าง
ไชยา สุริยัน อรัญญา นามวงษ์
สายัณห์ จันทรวิบูลย์ จารุวรรณ ปัญโญภาส
สอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, รุจน์ รณภพ, พูนสวัสดิ์ ธีมากร
และ สังข์ทอง สีใส
ชวยไชย เตชศรีสุธี อำนวยการสร้าง
เปี๊ยกโปสเตอร์ กำกับการแสดง
อัศวินภาพยนตร์ จัดจำหน่าย

สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้งดังนี้
ปี 2535 ช่อง 3 นำแสดงโดย สันติสุข พรหมศิริ-จันจิรา จูแจ้ง
ปี 2546 ช่องไอทีวี นำแสดงโดย วินัย ไกรบุตร-เมทินี กิ่งโพยม
ปี 2556 ช่อง 7 นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา-อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์


ผาเวียงทอง

โปสเตอร์หนัง ผาเวียงทอง

ผาเวียงทอง (2516): ปมแค้น แผ่นดินเลือด และปริศนาทายาทเจ้าพ่อ

เรื่องย่อ:

ท่ามกลางอิทธิพลมืดแห่ง "ผาเวียงทอง" ดินแดนที่ความมั่งคั่งซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนดินและสายน้ำ เรื่องราวความขัดแย้งของครอบครัวเริ่มต้นขึ้น เมื่อ บงกต หญิงสาวผู้เติบโตมาพร้อมความเชื่อที่ว่าพ่อของเธอได้เสียชีวิตไปนานแล้ว กลับได้รับความจริงจากผู้เป็นย่าว่า พ่อที่แท้จริงของเธอยังมีชีวิตอยู่ และเป็นถึง "เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล" แห่งอำเภอมโนรม จังหวัดชัยนาท

เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปยังผาเวียงทองเพื่อตามหาพ่อและทวงคืนฐานะทายาทที่ควรจะเป็น แต่กลับต้องพบกับความจริงอันโหดร้าย ทั้งการชิงดีชิงเด่นระหว่างบรรดาภรรยาน้อย, ลูกสาวผู้มีนิสัยเลือดร้อน, และความลับดำมืดที่ถูกขังไว้ในกระท่อมร้าง

ความวุ่นวายทวีคูณเมื่อ เทวัน ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับ "ทิวา" ลูกสมุนคนสนิทของเจ้าพ่ออย่างน่าประหลาด ได้ก้าวเข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งนี้ การปรากฏตัวของเขาไม่เพียงแต่นำไปสู่แผนการหักเหลี่ยมเฉือนคมเพื่ออำนาจและสมบัติ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความลับในอดีตของตระกูลค่อยๆ เผยออกมาทีละน้อย

ผาเวียงทอง คือภาพยนตร์ไทยย้อนยุคที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายความเข้มข้นของการแย่งชิงอำนาจ ความรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขัดแย้ง และโชคชะตาที่เล่นตลกกับคนในครอบครัว เรื่องราวจะลงเอยอย่างไรเมื่อความจริงถูกเปิดเผยและอิทธิพลที่เคยค้ำฟ้ากำลังสั่นคลอน?


ข้อความบนใบปิด:

ศักดา ธงชัย ภาพยนตร์ เสนอ
จากนิยายลือลั่นในนิตยสาร “บางกอก” มาในหนังใหม่..
ดาราดัง ฟังเพลงเพลิน ในระบบ 35 ม.ม. สี เสียงในฟิล์ม
ผาเวียงทอง

ของ เทพเทวี
2 ดาราตุ๊กตาทองเงินล้านพบกันครั้งสุดท้ายในโลกของการแสดง
ไชยา สุริยัน พิศมัย วิไลศักดิ์
พร้อมด้วยดาราคับจอ
ส.อาสนจินดา, ทัต เอกทัต, ถวัลย์ คีรีวัต,
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, เมตตา รุ่งรัตน์, ดรุณี ชื่นสกุล,
ปริม ประภาพร, โขมพัสตร์ อรรถยา, ชาญ กัมปนาท,
มารศรี อิศรางกูร, มานี มณีวรรณ, เนตรดาว, เทียนชัย,
ทานทัต วิภาตะโยธิน, ดาวน้อย ดวงใหญ่, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
เสริมพันธ์ สุทธิเนตร, พูนสวัสดิ์ ธีมากร
ศักดา ธงชัย อำนวยการสร้าง
อนุมาศ บุนนาค กำกับการแสดง
แสวง ดิษยะวรรธนะ ถ่ายภาพ
เทพรัตน์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย สุรินทร์

หัวใจที่ไม่อยากเต้น

โปสเตอร์หนัง หัวใจที่ไม่อยากเต้น


ประเภท: ดราม่า / โรแมนติก

นำแสดงโดย: ไชยา สุริยัน, พิศมัย วิไลศักดิ์, อุเทน บุญยงค์, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ และทัพนักแสดงชั้นนำอีกคับคั่ง

กำกับการแสดง: เริงศิริ ลิมอักษร

เรื่องย่อ: หัวใจที่ไม่อยากเต้น (2520)

เมื่อ "ความรัก" ที่ควรจะงดงาม กลับกลายเป็นบททดสอบของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยปมเงื่อนและความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์อันแนบแน่นของ มาริสา และ จักร ที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ครั้งยังศึกษาอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ แต่เมื่อโชคชะตาเล่นตลกและกาลเวลาพัดพาให้เส้นทางของทั้งคู่ต้องคลาดเคลื่อน เมื่อมาริสากลับเดินทางกลับเมืองไทยก่อน จักรกลับไปเผลอไผลสร้างความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับหญิงสาวอีกคนนามว่า ชฎา

การหักมุมของหัวใจครั้งนี้ผลักดันให้มาริสาตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าด้วยการแต่งงานกับ เดช ชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์แต่เจ้าชู้แพรพราว ทว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่แน่นอนของคนทั้งสองคู่ กลับไม่ได้จบลงแค่คนรุ่นพวกเขา เพราะเส้นทางชีวิต ปมความรัก และความสัมพันธ์ที่พาดผ่าน ได้ส่งต่อแรงกระเพื่อมมาถึงรุ่นลูก แถมสถานการณ์ยังระอุขึ้นไปอีกขั้นเมื่อเดชยังแอบซ่อนสัมพันธ์ลับไว้กับภรรยาน้อยที่เป็นถึงนักร้องสาวพราวเสน่ห์

นี่คือภาพยนตร์ไทยแนวชีวิตครอบครัวและรักสามเส้าที่ตีแผ่เรื่องราวด้านมืดและสว่างของหัวใจมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง เต็มไปด้วยเชือกใยแห่งความสัมพันธ์ที่ร้อยรัด ปมปัญหาความรัก แรงหึงหวง และความคาดหวังที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดได้ทุกเมื่อ

มาร่วมติดตามและเอาใจช่วยตัวละครทุกตัวในวังวนแห่งความรักนี้ ว่าหัวใจที่เหนื่อยล้าและสับสนดวงนี้ จะหาทางออกให้กับชีวิตอย่างไร? สามารถรับชมเรื่องราวเต็มๆ ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ:

เริงศิริโปรดัคชั่น เสนอผลงานครั้งที่ 3

อย่า! พูดว่า “ไม่มีหัวใจที่จะรักใคร”
คิด! เสียใหม่แล้วพูดว่า “ยังไม่เคยเป็นโรครักเข้ากระดูก”
หัวใจที่ไม่อยากเต้น

ของ “ศรีวดี”
เริงศิริ ลิมอักษร กำกับการแสดง
ไชยา สุริยัน พิศมัย วิไลศักดิ์ อุเทน บุญยงค์ เปียทิพย์ คุ้มวงศ์
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช ทาริกา ธิดาทิตย์ อัศวิน รัตนประชา
อรสา พรหมประทาน, พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา, ชูศรี มีสมมนต์,
ศราวุธ, ปวิทย์ และดารารับเชิญ อดุลย์ ดุลยรัตน์, จุรี โอศิริ
ศรีประภา ลิมอักษร อำนวยการสร้าง
เริงศิริ สร้างบท
จาตุรงค์ บันทึกเสียง
สหมงคลฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี

ฟ้าคะนอง


โปสเตอร์หนัง ฟ้าคะนอง

ฟ้าคะนอง (2513)

"ท่ามกลางตำนานอาถรรพ์และเสียงร่ำลือถึงขุมทรัพย์สาบสูญ... ใครจะรอดจากคำสาปแห่งท้องทะเลแห่งนี้?"

เรื่องย่อ:

เรื่องราวสุดลึกลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "แหลมฟ้าคะนอง" สถานที่ที่ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนอาถรรพ์และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าขานของเหล่าโจรสลัดในอดีต กลายเป็นจุดหมายที่กลุ่มตัวละครต้องเดินทางไป ทั้งด้วยเหตุผลเรื่องหน้าที่การงานและความสงสัยในเงื่อนงำที่ซ่อนอยู่

ณ คฤหาสน์ริมทะเลที่ดูห่างไกลจากความเจริญแห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงความสวยงามของธรรมชาติ แต่กลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะความลับเกี่ยวกับครอบครัวผู้มั่งคั่งที่อาศัยอยู่ที่นั่น ซึ่งสมาชิกในบ้านดูจะมีปัญหาทั้งทางสุขภาพและจิตใจอย่างประหลาด แถมยังมีเหตุการณ์นางพยาบาลที่เข้ามาทำงานที่นี่ต้องพบกับจุดจบที่ไม่คาดฝันติดต่อกันถึง 4 คน

เมื่อคนนอกอย่าง "กิตติ" ช่างฟิตหนุ่ม และพยาบาลสาวคนใหม่ ก้าวเข้ามาสู่บ้านหลังนี้ พวกเขาต้องเผชิญกับคำถามมากมาย: คุณย่าของบ้านนี้เป็นใครกันแน่? เกิดอะไรขึ้นกับเหล่าพยาบาลที่หายตัวไป? และ "ขุมทรัพย์โจรสลัด" ที่หลายคนกระหายอยากครอบครองนั้น มีอยู่จริงหรือเป็นเพียงกับดักแห่งความตาย?

ท่ามกลางหมอกหนา เสียงคลื่นกระทบฝั่ง และความระแวงที่ก่อตัวขึ้นระหว่างสมาชิกในบ้าน "ฟ้าคะนอง" จะนำพาพวกเขาไปสู่ความจริงหรือความหายนะ... พบกับความลึกลับสไตล์หนังไทยสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำให้คุณต้องลุ้นจนนาทีสุดท้าย


ข้อความบนใบปิด:

ฟ้าคะนอง (2513)

ละโว้ภาพยนตร์ โดย
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เสนอ
ใหม่ที่สุด แปลกที่สุด ยอดเยี่ยมที่สุด ของภาพยนตร์ไทย
ถ่ายทำด้วยเทคนิค แปลกและใหม่ ใช้ทุนสูง
ฟ้าคะนอง
ซุปเปอร์ซีเนสโคป 35 ม.ม. สีอิสต์แมน เสียงรอบทิศ
นำโดย ดาราตุ๊กตาทอง ไชยา สุริยัน
แสดง 2 บทบาท ทั้งดุดันและอ่อนหวาน
อรัญญา นามวงษ์ ภาวนา ชนะจิต
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ วิไลวรรณ วัฒนพานิช ร่วมด้วย
รุจน์ รณภพ, วงศ์ทอง ผลานุสนธิ์, ชูศรี มีสมมนต์,
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม และ สะอาด เกศะปินฑ์
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ อำนวยการแสดง
อุบล ยุคล อำนวยการสร้าง
โสภณ จงเสถียร ถ่ายภาพ
ละโว้ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ริ้ม

 


ธนูทอง


โปสเตอร์หนัง ธนูทอง

ธนูทอง (2508)

เรื่องราวของกษัตริย์หนุ่มที่รักการทำสงครามเป็นชีวิตจิตใจ ยกทัพไปตีและยึดเมืองต่างๆไปทั่ว จนมีเมืองหนึ่งเจ้าผู้ครองเมืองไม่อยากรบเลยคิดแผนแยบยลส่งเจ้าหญิงพระราชธิดามาเป็นเครื่องบรรณาการ ตอนแรกกษัตริย์หนุ่มก็ไม่ได้สนพระทัยเพราะมุ่งแต่จะทำสงคราม แต่สุดท้ายก็ทนความเย้ายวนของเจ้าหญิงไม่ได้จึงอภิเษกเจ้าหญิงเป็นพระมเหสีและยุติการทำสงครามไปพักใหญ่ ต่อมาบรรดาเสนาก็มาทูลชวนให้ไปรบต่อ มิเช่นนั้นประชาชนจะเห็นว่ากษัตริย์ของตนนั้นขี้ขลาด ลุ่มหลงอยู่แต่กับอิสตรี กษัตริย์หนุ่มก็เลยจำใจเตรียมจะยกทัพไปบุกเมืองของเจ้าหญิงพระมเหสี ฝ่ายเจ้าหญิงแอบรู้แผนการก่อนเลยส่งสารไปบอกพระบิดาของตนเอง ทำให้ฝ่ายกษัตริย์หนุ่มรบแพ้ กษัตริย์หนุ่มทรงพิโรธมาก ตรัสว่าถ้ารู้ว่าใครเป็นไส้ศึกจะประหารด้วยมือของพระองค์เอง เจ้าหญิงเลยออกมาพูดความจริงว่าตนเองที่เป็นไส้ศึก และขอให้พระสวามีประหารชีวิตตนเสียเพราะเป็นกษัตริย์ตรัสแล้วต้องไม่คืนคำ กษัตริย์หนุ่มจึงจำใจประหารพระมเหสีสุดรักด้วย ธนูทอง และพระองค์ก็ตัดสินพระทัยดึงธนูทองที่ปักอยู่ที่พระอุระของมเหสียอดรักมาปักที่หัวใจพระองค์เอง สิ้นพระชนม์ไปด้วยกัน


ธนูทอง จากอมตะนิยายของ อิงอร
มารุตฟิล์ม (สร้าง)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทาน 3 รางวัลพิเศษยอดเยี่ยมแก่ดาราผู้แสดงและการสร้างสรรค์ดีเด่น
ไชยา สุริยัน ดาราตุ๊กตาทอง 3 ปีซ้อน พบ พิศมัย วิไลศักดิ์ ดารายอดนิยม
อดุลย์ ดุลยรัตน์ ทักษิณ แจ่มผล
สมพล กงสวรรณ
มารุต อำนวยการสร้าง-กำกับการแสดง เอวันฟิล์ม จัดจำหน่าย

นักแสดง:
ไชยา สุริยัน
พิศมัย วิไลศักดิ์

ฉายที่โรงหนัง เฉลิมกรุง

 เป็นภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และพระราชินีเสด็จราชดำเนินไปทอดพระเนตรในรอบปฐมทัศน์

  • ไชยา สุริยันได้รับตุ๊กตาทองตัวที่ 3 (ต่อเนื่องกัน 3 ปีซ้อน)
  • รางวัลตุ๊กตาเงินรางวัลพิเศษสานจินตนาการและการสร้างสรรค์-ใบปิดวาดโดยเปี๊ยกโปสเตอร์

เพลงโฆษณาหนัง :
เลือดรักธรรมวิเทศหลั่งไหล เพราะพิศมัยถูกธนูเสียบอุระ
บทบาทของไชยานี่นะ ง้างยิงแม่พระ รับตุ๊กตาทอง ธนูทอง ๆ

ขยี้มือปืน

โปสเตอร์หนัง ขยี้มือปืน

เรื่องย่อ

เรื่อง: ขยี้มือปืน (2520)

เมื่อกฎหมายเอื้อมไม่ถึง... ความบ้าดีเดือดและศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายจึงต้องทำงาน!

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในตำบลอันห่างไกลความเจริญ ที่ซึ่งอิทธิพลมืดของ "นายเดช" แผ่ขยายค้ำฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศมาเฟียครองเมือง "สมิง เขาชุมทอง" (รับบทโดย ไชยา สุริยัน) ชายหนุ่มลึกลับผู้มีฝีมือร้ายกาจจากปักษ์ใต้ และ "ไว ปากน้ำโพ" (รับบทโดย กรุง ศรีวิไล) ยอดเสือปืนไวที่หนีคดีมาจากนครสวรรค์ ทั้งคู่ต่างเดินทางมาตบเท้าเข้าสู่รังของนายเดชในฐานะมือปืนชั้นยอด ท่ามกลางความระแวงและการประลองฝีมือสุดระทึกในหมู่เสือร้าย

แต่แผนการของนายเดชไม่ได้หยุดอยู่แค่การคุมท้องถิ่น เมื่อมันเชื่อมโยงไปถึงขบวนการลึกลับที่มีเป้าหมายใหญ่โตระดับทำลายความมั่นคงของประเทศ! ร้อนถึง "ชยัน" ชายหนุ่มรักชาติและชาวบ้านที่ทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาตั้งหน่วยอาสาสมัครต่อสู้เพื่อปกป้องผืนแผ่นดิน จนนำไปสู่เหตุฆาตกรรมและการตามล่าล้างแค้นอันโหดเหี้ยม

ทว่า... ในดงเสือร้ายนี้ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใคร? ใครคือมิตรแท้ และใครคือ "สายลับหักเหลี่ยมเฉือนคม" ที่แฝงตัวเข้ามาทลายรังมาเฟีย!

เตรียมพบกับฉากดวลปืนสุดระห่ำ การปะทะคารมสไตล์นักเลงโบราณ และรถยนต์เกราะสุดพิสดารที่ดัดแปลงมาเพื่อสู้กับห่ากระสุน ยอดมือปืนอย่าง "ไว" และ "สมิง" จะเลือกยืนอยู่ฝั่งไหน? และแผนการใหญ่ของพวกหนักแผ่นดินจะถูกทำลายลงอย่างไร?

คอหนังบู๊ไทยคลาสสิกห้ามพลาดเด็ดขาด! "ขยี้มือปืน" การโคจรมาพบกันของสองพระเอกระดับตำนาน กรุง ศรีวิไล และ ไชยา สุริยัน พร้อมทัพดาราสมทบอีกคับคั่ง... ไปร่วมพิสูจน์ความมันส์เต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!

เป็ดน้อย

โปสเตอร์หนัง เป็ดน้อย

"เป็ดน้อย" (2511): รักต่างชนชั้น ท่ามกลางอุปสรรคและเสียงหัวเราะ

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยย้อนยุคที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวนาและกลิ่นอายของยุคสมัย "เป็ดน้อย" คือผลงานภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2511 ที่พร้อมจะพาคุณย้อนกลับไปสัมผัสเรื่องราวความรักที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เรื่องย่อ:

"เป็ดน้อย" หญิงสาวชาวนาผู้ใสซื่อและมีชีวิตเรียบง่าย ได้พบรักกับ "คุณศักดิ์ชัย" ชายหนุ่มผู้มีฐานะทางสังคมและพื้นเพจากเมืองกรุง ความรักที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นอย่างสวยงามกลับต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อพวกเขาต้องโคจรมาพบกับโลกที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โดยเฉพาะการยอมรับจากครอบครัวของคุณศักดิ์ชัยที่ยึดติดกับยศถาบรรดาศักดิ์และการวางตัวในสังคมชั้นสูง

เมื่อเป็ดน้อยต้องก้าวเข้าสู่บ้านของผู้ชายที่เธอรัก เธอต้องเผชิญกับการถูกดูแคลน การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่กดดัน และความพยายามที่จะพิสูจน์ตนเองท่ามกลางสายตาของผู้คนรอบข้าง ในขณะที่ครอบครัวของคุณศักดิ์ชัยเองก็พยายามหาทางทุกวิถีทางเพื่อแยกทั้งสองออกจากกัน โดยหวังจะจับคู่คุณศักดิ์ชัยกับหญิงสาวที่เหมาะสมคู่ควรในสายตาของพวกเขามากกว่า

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและชวนให้ลุ้นตาม "เป็ดน้อย" จะสามารถพิสูจน์หัวใจของเธอและก้าวข้ามผ่านกำแพงชนชั้นที่กั้นกลางได้หรือไม่? เรื่องราวความรักของพวกเขาจะลงเอยอย่างไรในโลกที่ความเป็นจริงกับความฝันดูจะอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน?

ร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับความรักของ "เป็ดน้อย" ได้ในภาพยนตร์ไทยสุดคลาสสิกที่แฝงไปด้วยข้อคิดเรื่องศักดิ์ศรีและความรักที่แท้จริง


ภาพยนต์เพลงอมตะประทับใจ ที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่ง โดย ได้ สุทิศา พัฒนุช รองนางสาวไทย  มารับบทเป็ดน้อย ฟังเพลงไพเราะอาทิเช่น ใกล้รุ่ง และเพลงอื่นๆ อีกมากมาย


เป็ดน้อย (2511)

อัศวินภาพยนตร์

ขอมอบความสุขสดชื่น แด่ทุกท่าน ด้วย…
ภาพยนตร์เพลงประทับใจ
ฟัง 12 เพลงเอก แสนระรื่นชื่นจิต
ตะวันรุ่น, สามคำจากใจ, ต้อนกระบือ,
เป็ดน้อย, วันนั้น, วีรกรรม,
อารมณ์ครวญ, ริน, โปรดเถิดดวงใจ,
รักฉันสักนิด, เพลินไพ่ตอง, นินทาพาชื่น
เป็ดน้อย
อัศวินซุเปอร์ซีเนสโคป 35 ม.ม.
สมบูรณ์ตามมาตรฐานสากล สีอิสต์แมน-เสียงรอบทิศทาง
นำแสดงโดย สุทิศา พัฒนุช
รองนางสาวไทยปี 2508
ไชยา สุริยัน จินฟง ธานินทร์ อินทรเทพ
สาหัส บุญหลง, ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร, มาลี เวชประเสริฐ,
เมตตา รุ่งรัตน์, จุรี โอศิริ, สมพงษ์ พงษ์มิตร, พูนสวัสดิ์ ธีมากร,
ชุมพร เทพพิทักษ์, แก่นใจ มีนะกนิษฐ์, ชฎาพร วชิรปราณี ฯลฯ
ภาณุพันธุ์ กำกับการแสดง
ปริม บุนนาค อำนวยการสร้าง

-ใบปิดวาดโดย ริ้ม
-หนังเรื่องแรกของ สุทิศา พัฒนุช

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com