Home » » โกยเถอะเกย์



ภาพยนตร์ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ปักใจให้ทุกคนได้ฮา

“ตุ๊ด ยุทธล่อม” ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค

ผู้กำกับมาดกวนประกาศเปิดสถานีความฮาครั้งใหม่ กับภาพยนตร์เรื่องที่ 7 ชื่อ “Ghost Station” ภาพยนตร์จาก “ก้น” บึ้งหัวใจ

สถานีบริการอารมณ์ขัน ตลอด 24 ชั่วโมง

หอย – เกียรติศักดิ์ อุดมนาค (นางเอกเสียวสุด)

จูงมือเปิดประตู (หลัง) ประกาศรักครั้งใหม่สุดสยิวกิ้ว….หัวใจ ในบทบาทชายชนท้ายชาย

กับ เปิ้ล -นาคร ศิลาชัย (พระเอกสุดเตี๋ยว)

แบบมันส์ไม่มีแตะเบรก…

เตรียมพบสุขนาฏกรรมความเลิฟ ที่จะเติมทุกอารมณ์ความสุข ความสยองปนสยิวของคุณ…ให้เต็มถัง

เพราะสองเรา บริสุทธิ์ใจ ในความรัก

อยากฟูมฟัก ให้ยืนนาน ปานขุนเขา

แม้ยามสุข ยามทุกข์ ช่วยแบ่งเบา

อย่ามัวเอา ดุ้นหว่างขา มาใส่ใจ

เรื่องย่อ

…เรื่องราวความรักระหว่าง “อู๊ด” (หอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) กับ “ใหญ่” (เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย) คู่รักพลพรรคชายรักชายที่ลงทุนทิ้งชีวิตอันวุ่นวายในเมืองหลวง มาซื้อปั๊มน้ำมันร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ในหุบเขาห่างไกลความเจริญ เพื่อหวังเป็นรังรักไว้ครองคู่กันตราบฟ้าดินสลายสไตล์หนังโปรดแนวคาวบอยหนุ่มของทั้งคู่อย่าง Brokeback Mountain แต่ความจริงกลับไม่สวยงามอย่างที่คิดไว้เพราะ “อู๊ด” จับได้ว่า “ใหญ่” ดั๊นนน…ไป XXX ชนิดได้หน้าลืมหลังแบบอึ้ง-ทึ่ง-เสียว (โว้ย!!!) กับ “แตงโม” (อิม อชิตะ สิกขมานา) ทอมสุดห้าวแฟนของดี้สาวนาม “เจนนี่” (สุภัสสรา เรืองวงศ์)

…เรื่องมาถึงจุดวิบัติเมื่อใหญ่ไม่รู้ว่าแตงโมเป็นทอม… แตงโมไม่รู้ว่าใหญ่เป็นเกย์… มีแต่อู๊ดคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองถูกทอมหน้าหวานสวมเขา

…เมื่อความรักแบบสุดใจต้องพบกับความผิดหวังแบบสุดแรง มันก็ทำให้เกิดความแค้นแบบสุดโคตร คนจริงอย่างอู๊ดจึงวางแผนเปลี่ยนปั๊มแห่งรักให้กลายเป็นหลุมฝังศพของคู่เกย์ที่กล้าขยี้หัวใจสีชมพูดวงน้อย ๆ ของเขาให้แหลกคามือ พร้อมทั้งนังชะนีทอมที่กล้าเป็นมือที่สาม

…แต่เรื่องมันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อปั๊มที่ทั้งคู่อยู่นั้นไม่ใช่แค่ปั๊มร้าง แต่มันคือปั๊มเฮี้ยนที่มีเซอร์ไพรส์สุดหลอนรออยู่

…เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร? เกย์จะฆ่าทอม? หรือว่าทอมจะฆ่าผี? แล้วตกลงดี้จะฆ่าใคร?

…ความแค้นของใครจะรุนแรงกว่ากัน? ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค ขอเชิญพิสูจน์ความมันส์แบบการันตีความฮา ในภาษาหนังตลกฮาตกเก้าอี้

ทีมงานสร้าง : คอเมดี้ (แนวภาพยนตร์) / สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล (บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย) / มหาการ พิคเจอร์ส จำกัด (บริษัทดำเนินงานสร้าง) / สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ (อำนวยการสร้าง) / ยุทธเลิศ สิปปภาค, เอมอร ชนะภัย (ดำเนินงานสร้าง) / ยุทธเลิศ สิปปภาค (ผู้กำกับภาพยนตร์) / ยุทธเลิศ สิปปภาค (บทภาพยนตร์) / ประภพ ดวงพิกุล (กำกับภาพ) / คชา เรืองทอง (กำกับศิลป์) / รัศมิมาน สามะพุทธิ (ออกแบบเครื่องแต่งกาย) / บรรจง สุภาษี (ทำผม) / ธนาวุฒิ บู่สามสาย (แต่งหน้า-เอฟเฟ็กต์)

นำแสดงโดย : นาคร ศิลาชัย, เกียรติศักดิ์ อุดมนาค, อชิตะ สิกขมานา, สุภัสสรา เรืองวงศ์

ผู้กำกับ : ยุทธเลิศ สิปปภาค

คำโปรย : รักผิดผีของผีเห็นผี ที่แม้ทอมดี้ยังต้องอิจฉา

นักแสดง:

เกียรติศักดิ์ อุดมนาค .... อู๊ด 

นาคร ศิลาชัย .... ใหญ่ 

อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ .... แตงโม 

สุภัสสรา เรืองวงศ์ .... เจนนี่ 


วันที่เข้าฉาย: 5 เมษายน 2550

CAST

เสนาหอย (เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) รับบท “อู๊ด” (นางเอกสุดเตี๋ยว) แท็กซี่จอมแสบผู้ทั้งแอบจิต แอบโหด (และแอบเหงา…) ความรักที่หวังว่าจะสร้างตำนานปะทะ Brokeback Mountain หนังเกย์ยอดฮิตต้องพังทลาย เมื่อจับได้ว่าแฟนหนุ่มดอดไปยุ่งกะนังทอมสาวสุดห้าว อย่างนี้มีหรือ…ที่อู๊ดจะยอมน้ำตาเช็ดหัวเข่าฟรีๆ ความแค้นครั้งนี้จึงต้องมีเฮ (ฮา)…ถึงอู๊ดจะชอบว่าผู้หญิงทั่วไปว่าเป็น “อีชะนี” แต่ตัวเองก็อยากเป็นชะนีใจแทบขาดเหมือนกัน และถึงแม้ว่าจะแอบโหดไปบ้างในบางขณะ แต่ก็มีหัวใจรักที่มั่นคง

“ผมอุตส่าห์ดีใจว่าจะได้เล่นหนังเป็นพระเอกเรื่องแรก แต่พี่ต้อมโทรมาบอกว่าจะให้เล่นเป็นนางเอก ผมมาเล่นเรื่องนี้ได้เพราะน้องเมย์ พิชญ์นาฎ วันนั้นผู้จัดการของเมย์ เขาไปถ่ายมิวสิคกับผม ก็รู้ว่าพี่เขาเป็นโปรดิวเซอร์หนังของพี่ต้อม ผมก็พูดขึ้นมาว่าอยากให้พี่ต้อมเจิมให้ซักเรื่องหนึ่ง หลังจากนั้นอาทิตย์หนึ่งพี่เค้าก็โทรมาหาผม เขาก็บอกว่า หอยได้เล่นหนังแล้วนะ ไอ้เราก็คิดว่ากูได้เป็นพระเอกแล้ว ผมก็ถามว่าให้เล่นเป็นอะไรครับ ‘อ๋อ เล่นเป็นนางเอกนะ’ หา…เล่นกับใครพี่ ‘เล่นคู่พี่เปิ้ล’ เอาเข้าไปใหญ่เลย ก็ไม่รู้ว่าเล่นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นนะ เพราะต้องเล่นเป็นคู่เกย์กัน หนังเรื่องแรกของผม ที่ผม…(เสียงสั่น)…ฝันไว้ ต้องมาเสียให้กับพี่เปิ้ล เสียทุกอย่าง เสียบทพระเอก เสียใจ เสียตูด”

ประวัติ นักแสดง พิธีกร นักร้อง นักดนตรี ลักษณะอ้วนเตี้ยตัวดำ แต่ความสามารถสูงเกินสัดส่วน จบปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาดนตรีสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รักการทำงานอาชีพที่มีดนตรีเกี่ยวข้องเกือบทุกชนิด สามารถเป่า ดีด กด เครื่องดนตรีได้หลายชนิด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการบริษัท ลักษ์ (666) จำกัด และทำงานด้านรายการทีวีอีกมากมาย เช่น EXECUTIVE PRODUCER บริษัท ลักษ์ มิวสิค จำกัด, พิธีกรประจำรายการ “สาระแนจังดึก”, พิธีกรประจำรายการ “เป๋าตุง”, พิธีกรประจำรายการ “นั่งยางโชว์”, ที่ปรึกษารายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ “I SEE U”, ที่ปรึกษารายการเกมโชว์ “รัด ชัด นิวส์”, นักพากย์เสียงโฆษณา, นักแสดงละครเวที, นักร้องนำค่าย ลักษ์ มิวสิค (อัลบั้มแรก “แอบเหงา”)

 

เสนาเปิ้ล (นาคร ศิลาชัย) รับบท “ใหญ่” (พระเอกเสียวสุด ๆ) ใหญ่เป็นพนักงานสับเยี่ยว (พนักงานนวด สับหลังลูกค้าในห้องน้ำตามผับหรือบาร์) ที่ตั้งหน้าตั้งตาสับอย่างตั้งใจ เอาใจใส่ลูกค้าเก่ง มีมาตราฐานดีฝีมือระดับส่งออกนอกได้ บริการทุกระดับประทับใจ หลงรักหนังเกย์รางวัลออสการ์ไม่แพ้อู๊ด ใหญ่เป็นหนุ่มคนรักของอู๊ดผู้สับสนไม่รู้ว่าตนนั้นชอบประตูหน้า หรือโหยหาประตูหลังกันแน่? เมื่อต้องเลือกระหว่าง He ที่รักที่สุดและ She (ว่าที่) สุดที่รัก

“มีผู้กำกับคนนึงเค้าเดินมาเจอผมที่ข้าวสาร แล้วพูดกับผมว่า ‘ดูท่าทางเราน่าจะเป็นพระเอกได้นะเนี่ย ว่างไหม’ เท่านั้นแหละครับ อ้อ เค้าบอกว่าผมกวนตี…ด้วยครับ ตอนนั้นนั่งกินนมอยู่ที่ข้าวสาร นั่งกินอยู่กับเพื่อน ๆ เมาด้วย ผมปั่นจักรยานเล่นที่ข้าวสาร พอดีคุณตุ๊ด ยุทธล่อม (ต้อม ยุทธเลิศ) ผู้กำกับคนนี้แหละ เขาเดินมาเจอผมเข้า เค้ามาบอกว่า ‘ดูท่าทางจะเป็นพระเอกได้นะเนี่ย’ ไอ้เราก็ตลกใส่เค้าไปว่า ‘เหรอ ๆ เอาเบอร์ไหม’ ช่วงนั้นยิ่งไม่ค่อยมีงานทำอยู่ ต้อมมาพูดแบบนี้นี่หวานเลยนะ ต้อมเค้าก็ถามผมว่าว่างไหม ผมเลยบอกว่า ‘ถ้าไม่ว่างแล้วจะมีเวลามานั่งกินนมเหรอ’ พี่ต้อมบอก ‘เอ๊ะ กวนตี….นี่ เอาซักเรื่องไหม’ เรื่องอะไรพี่ ‘เรื่องโกยเถอะเกย์’ อ้าวต้อมแล้วใครเป็นเกย์ ‘ก็มึงนี่แหละ’ คิดดูดิพี่ต้อมพูดมึงกับเราอย่างนี้อ่ะ เป็นการชักชวนที่เข้าท่านะฮะ เอาวะหนังเกย์ด้วย น่าสนใจเว้ย ต้อมแล้วใครเป็นพระเอก ‘ก็พี่เปิ้ลไงเป็นพระเอก’ เหรอ ๆ นึกว่ากลัวเหรอเป็นพระเอกคิดว่ากลัวเหรอ แล้วใครเล่นเป็นนางเอก ‘พี่หอยไง’ โห…ทีนี้แหละโคตรกลัวเลย แต่ก็สนนะเพราะเค้าเล่าพล็อตเรื่องดูแล้วมันเป็นเรื่องที่แปลกมากครับ ต้อมเค้าคงกลั่นออกมาจากต่อมบางอย่างลึก ๆ ข้างในของต้อม แล้วเค้าก็รู้แล้วว่าตัวเองเป็นอะไร ต้องการอะไร เขาเลยทำหนังเรื่องนี้ออกมา”

ประวัติ นักแสดง พิธีกร ที่โด่งดังมานานโข จนเกือบเป็นพ่อปู่ของวงการรายการตลกทางทีวี จบปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขานฤมิตรศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รักการแข่งเจ็ตสกีอย่างเป็นล่ำเป็นสัน จนสามารถคว้าแชมป์มาแล้วทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ เช่น แชมป์ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ รุ่น Pro runabout 800 super stock ปี 2547, แชมป์ประเทศไทยปี 2545 Novice runabout 0-1200 stock, ผลงานระดับนานาชาติเช่น แชมป์ประเทศไทย การแข่งขันเจ๊ตสกี ชิงแชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่นปี 2542 และไปคว้ารางวัล Novice runabout 1200 stock, Novice runabout 1200 stock-slalom, Novice runabout 1200 Limited-slalom จากสหรัฐอเมริกา แถมรางวัล Novice runabout 1200 stock-slalom ยังเป็นการทำลายสถิติโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกาในรุ่น Pro-am runabout 800 super stock

 

อิม (อชิตะ สิกขมานา) รับบท “แตงโม” ทอมห้าวนักแม่นปืนหญิงรางวัลเหรียญทอง ลูกสาวเจ้าของค่ายมวย ถึงแม้ว่าที่ค่ายจะมีแต่หนุ่ม ๆ กล้ามเป็นมัด ๆ แต่แตงโมก็ไม่ได้หวั่นไหวไปกับสิ่งล่อตาล่อใจเหล่านั้น แต่ใฝ่ฝันอยากขึ้นเข่าหรือก้านคอเด็กในค่ายเล่นแก้เซ็งแทนมากกว่า แตงโมทอมสุดห้าวคิ้วหนาเตอะค้นพบหนทางสว่างให้กับตัวเองด้วยการบังเอิญเสียสาวให้กับชายเพียงครั้งเดียวถึงกับยอมกลับใจ (แต่การกลับใจนั้นเพราะเธอไม่ทันรู้เลยว่าชายผู้ที่เธอเลือกนั้น…มันเป็นเกย์) แต่ถึงยังไงแตงโมก็ติดใจความหฤหรรษ์จาก “เป้า” หมายใหม่อย่างนายคนนี้เต็ม ๆ ความบริสุทธิ์ที่เก็บมานานจึงไม่ยอมเสียฟรีง่าย ๆ แตงโมจึงต้องลาก (ว่าที่) สามีมา “ขึ้น” สังเวียนรักครั้งนี้ให้จงได้

“เรื่องนี้อิมรับบทเป็นแตงโม แตงโมก็จะเป็นผู้หญิงห้าว เป็นทอมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับทอมทั่วไป แต่ด้วยพื้นฐานของแตงโม มาจากครอบครัวที่ทำธุรกิจค่ายมวย เพราะฉะนั้นแตงโมก็จะค่อนข้างก๋ากั่น สมบุกสมบัน อาจจะมีความคิดอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากทอมทั่วไป ถึงจะเคยรับบททอมมาแล้วใน 13 เกมสยอง แต่มันไม่เหมือนกันเรื่องนี้จะซีเรียส จริงจังทุกอย่าง เวลามีความรักก็จะทุ่มหมดทั้งใจ อารมณ์เหมือนกับผู้ชายที่กล้าได้กล้าเสีย ซึ่งก็ยอมรับว่าเล่นยากมาก ตอนที่ได้บทมาครั้งแรกเราก็ทำการบ้าน ซึ่งเราก็ตีบทของแตงโมเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่พอตอนถึงเวลาถ่ายทำจริง ปรากฏว่าแตงโมที่เราคิดไว้ยังไม่ตรงกับคาแร็คเตอร์ที่ทางพี่ต้อม ได้วางเอาไว้ เราก็เลยต้องลบภาพแตงโมในแบบของเราออกให้หมดก่อน จากนั้นจึงค่อยมาคุยและทำความเข้าใจกับพี่ต้อมใหม่ทั้งหมดอีกที เรื่องนี้อิมต้องใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ตัวใหญ่ๆ เติมคิ้วปลอมให้หนาเตอะด้วยเหมือนเด็กผู้ชายไปเลย บางครั้งอิมไปแอบทาแป้งที่หน้ากลัวว่าออกกล้องแล้วหน้าจะโทรม พอพี่ต้อมมาเห็นโดนดุเลยสั่งลบออกหมดเกลี้ยง เซ็งเลย (หัวเราะ)”

ประวัติ นักแสดง พิธีกรสาวอารมณ์ดี ตัวบางร่างเล็ก เสียงแตกพร่าแต่หน้าเนียน ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยโปลีเทคโน สาขาบัญชี เป็นนักศึกษาที่รักการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยยิ่งชีพ ปัจจุบันเป็นพิธีกรรายการ “ยุทธการบันเทิง” และรายการน้องใหม่ “Said around the world” ผ่านงานภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่องอย่าง ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ, ก็เคยสัญญา, เพื่อนสนิท, โคตรรักเอ็งเลย, 13 เกมสยอง และล่าสุด โกยเถอะเกย์

 

น้องทราย (สุภัสสรา เรืองวงศ์) รับบท “เจนนี่” ดี้ (สาวสวยใสผู้อ่อนไหว แฟนของแตงโม) การเสียแตงโมไปทำให้เธอเหมือนเสียทั้งชีวิต เมื่อเธอรู้สึกว่าการอยู่แบบไม่มีชีวิตของตัวเองนั้นสุดจะทน เธอจึงคิดว่าคนอื่นก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่เช่นกัน

“ปรกติทรายเป็นคนที่จะกระโดกกระเดกไม่ค่อยเรียบร้อย พอรู้ว่าจะมาเล่นเป็นดี้ (แฟนของผู้หญิงที่อยากเป็นผู้ชาย) ก็ยังงง ๆ อยู่ว่าตัวเองจะออกมายังไง ถ้าเล่นเป็นทอมก็คงสมมากกว่า แต่พอพี่ต้อมบอกว่าเล่นคู่พี่อิม ยอมเลย เพราะพี่อิมเล่นเป็นทอมได้น่ารักมาก ๆ ผมสั้นอยู่แล้วเติมคิ้วหน่อยก็โอเคเลย ทรายเองก็เป็นแฟนหนังของพี่ต้อมมาตั้งแต่เรื่องแรก เป็นแฟนรายการพี่เปิ้ลหอยมานาน รู้แน่ ๆ ว่าต้องตลก เรื่องนี้ทรายเป็นดี้ที่ยังมีความห้าวอยู่หน่อย ๆ เหมือนกัน เพราะถึงแม้ท่อนบนจะแต่งแบบหญิงแต่รองเท้าก็ยังเป็นผ้าใบอยู่ แถมชอบยิงปืนด้วย คาแร็คเตอร์ของเจนนี่ก็จะเป็นคนที่รักแตงโมมากไม่ยอมให้ใครมาแย่งแตงโมไป ไม่ค่อยมีบทพูดจะเป็นแสดงออกทางสีหน้าท่าทางมากกว่าค่ะ”

ประวัติ นักแสดงวัยกระเตาะ สาวหน้าหวานหัวใจห้าวหาญบึกบึน กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 5 โรงเรียนแม่พระฟาติมา ชอบเล่นกีฬาวอลเล่ย์บอล เต้นบีบอย (ท่าเต้นที่ชอบเอาหัวไปหมุนๆ กับพื้น) ฟังเพลงฮิปฮอป ถนัดเรื่องชกต่อยมากกว่าตบตี

 

ระเบิดประตูหลัง (เขา) เล่าเกร็ดหนังโกยเถอะเกย์ โดย (ตุ๊ด ยุทธล่อม) ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค

…ภาพยนตร์ผีเห็นผี เรื่องแรกของต้อม ยุทธเลิศ เรื่องแรกในรอบ 10 ปี ของหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค และนาคร ศิลาชัย เป็นภาพยนตร์สนุกสนานที่อยากให้ผู้ชมได้ปล่อยก๊าก ปล่อยอารมณ์ให้ครื้นเครง ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงใด ๆ แค่เจตนาให้หัวเราะหงายหลัง ฮาตกเก้าอี้กันไประหว่างดู

“ปกติหนังที่ทำผมจะไปซีเรียสกับแนวอื่นแต่ว่าจะมีคอเมดี้จะเป็นตัวเสริมแทรกอยู่ในเนื้องานทุกครั้ง ผมยังไม่เคยที่จะลงไปทำหนังตลกแบบจริงจัง แต่เรื่องนี้เรากำลังทำหนังตลก วางน้ำหนักไว้แบบตลก การเลือกนักแสดงก็เลือกแบบนักแสดงตลก เป็นหนังตลกเต็มตัว จะไม่เหมือนเรื่อง ‘มือปืน/โลก/พระจันทร์’ ซึ่งจะเป็นแนวแอ็คชั่น / ดรามา / คอเมดี้ เป็นแบบผสมกันไป ‘บุปผาราตรี’ ก็เป็นแนวดราม่า เป็นผีผสมตลก ซึ่งที่ผ่านมามันยังไม่มีหนังแบบตลกล้วน ๆ แล้วก็ต้องมาวางหมากต่ออีกว่าเป็นหนังตลกแบบไหน เพราะตลกก็จะมีหลายแบบ ตลกคาเฟ่ ตลกปัญญาชน ตลกปัญญาอ่อน ปัญญาแข็ง ตลกตีหัวเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นเราเลยต้องพยายามจูนหาทางตลกที่คนทุกคนดูได้ ไม่ใช่หนังที่ต้องปีนบันไดดูหรือน่าเกลียดจนไม่มีใครอยากดู”

…นอกจากจะหันมาทำหนังแนวแหวกแล้ว ยังเลือกนักแสดงนำคู่พระนางแปลกไม่เหมือนใคร และยังไม่เคยมีหนังไทยเรื่องไหน “กล้า” พอที่จะทำ และก็ไม่มีคาดคิดว่านักแสดงทั้งสองคนนี้ “บ้า” พอที่จะเล่นเหมือนกัน

“จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรมากเพราะไม่ใช่หนังที่ไปทำร้ายจิตใจใครแน่นอนอยู่แล้ว ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกเดือดร้อนเท่าไร เป็นหนังล้อเล่นสนุกสนานมากกว่า เปิ้ลหอยเล่นเป็นเกย์ใครจะเชื่อ เพราะเราไม่ได้ทำหนังตีแผ่ชีวิตเกย์น่ะ เราไม่ใช่เกย์เราไม่กล้าตีแผ่ขนาดนั้น ส่วนที่เลือกสองคนนี้มาเล่นก็เพราะคิดว่า สองคนนี้มันแปลก ๆ นะ สองคนนั้นก็มีนะแอบ พอผมถามว่าพี่รับบทเกย์ได้มั้ยเขาก็บอก ‘ได้พี่ไม่มีปัญหา’ ทำเหมือนคนมีประสบการณ์ แล้วผมก็บอกต่ออีกว่าเล่นเป็นเกย์ต้องจูบกันนะ เขาก็บอกว่าได้ เราก ็เฮ้อ! ไม่คิดเลยเหรอ ผมก็เลยคิดว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรแปลก ๆ เป็นผู้ชาย 2 คน อยู่ด้วยกันทำงานด้วยกัน นอนด้วยกันมันต้องมีหลุดมีผีผลักบ้างแหละ (หัวเราะ)

…ด้วยจินตนาการในเชิงสร้างสรรค์ หรือหวังกระทบไหล่หนังดัง Brokeback Mountain ผู้กำกับยืดผืนดินที่ปกคลุมไปด้วยภูเขากลางปากช่อง เนรมิตปั้มร้างเป็นรังรักให้กับสองพระนางได้ครองรักหักเหลี่ยมกัน ท่ามกลางลมหนาวและบรรยากาศของชาวคาวบอยที่แสนโรแมนติกและ…เสียวสยิว…ยี้ฮ้า..ฮ่า

“บรรยากาศแถวนี้มันแปลกเหมือนอยู่ในหุบเขา แล้วมันทำให้นึกถึงหนัง Brokeback Mountain แล้วคนแถวนี้ก็เป็นคาวบอยกันหมดเลย คือ มันมีคาวบอยไนท์มันมีอะไรแบบนี้มันเหมือนบังเอิญ ก็เลยเช็ตและสร้างทุกอย่างขึ้นมา สร้างปั้มน้ำมันร้างขึ้นมากลางเขาแบบนี้ ปั้มที่เราสร้างขึ้นมาเคยมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปั๊มน้ำมันของจริง สงสัยคงท้องเสียมาแวะเข้ามาปลดทุกข์ในห้องน้ำ ส้วมของเรามันไม่ได้ต่อท่อ มันเป็นม็อคอัพ เป็นแค่คอห่านวางแปะเอาไว้เฉย ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นกำลังจะมาถ่ายหนังฉากในห้องน้ำ ทีมอาร์ทถูกหวยเจอทองเปลวทองเหลวเต็มคอห่าน ต้องลำบากยกส้วมไปทิ้ง แล้วหาส้วมใหม่มาเปลี่ยนแทน คิดซะว่าขึ้นปั๊มใหม่ (คล้าย ๆ ขึ้นบ้านใหม่) มีคนมาเจิมให้ไอ้ปั๊มนี่ซะแล้ว (หัวเราะ)”

…ต้อม ยุทธเลิศ ประกาศก้องหนังเกย์ฉบับต้อมไม่มีพิษ ออกฤทธิ์กับระบบฮาอย่างเดียว 5 เมษายนนี้ ต้อนรับคนทุกเพศ ครื้นเครงกันทุกโรงภาพยนตร์

Director’s note

…พักหลังแผนการที่วางไว้ในการสร้างหนังของผมไม่ใคร่จะเป็นไปตามที่วางไว้นัก เพราะหลังจากกระสือวาเลนไทน์ ผมก็เตรียมจะสร้าง “โคตรมหาการ” ต่อ แต่ด้วยงบประมาณของผู้กำกับมันมีมากเกินงบประมาณของผู้สร้าง โคตรมหาการจึงต้องถูกชะลอกไปในที่สุด ผมจึงต้องหาเอาโครงการที่อยู่ในงบประมาณของผู้สร้างซึ่งก็ได้เรื่อง “มนุษย์ไฟฉาย” ภาพยนตร์ตลกสะท้อนสังคมสำหรับครอบครัวชาวไทย ซึ่งวางแผนจะเปิดกล้องเมื่อได้คิวนักแสดงหลักในเดือนมีนาคม 2007 แต่ระหว่างที่เตรียมงานอยู่นั้น มีวันหนึ่งบังเอิญไปเดินเล่นแถวข้าวสารดันไปเจอพี่เปิ้ลนาครเข้า การพูดคุยอย่างออกรสทำให้เกิดภาพยนตร์ที่ไม่มีในแผนงานนั้นก็คือ “โกยเถอะเกย์”

“โกยเถอะเกย์” ตั้งชื่อตามลักษณะของหน้าหนังที่ชี้ให้เห็นชัด ๆไปเลยว่านี่คือหนังตลก ปกติหนังของผมที่ทำมาส่วนใหญ่จะมีตลกเป็นส่วนผสมแทรกอยู่ในหนังแนวต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นหนังแอ็คชั่นแบบ “มือปืน/โลก/พระ/จัน” หนังโรแมนติกแบบ “สายล่อฟ้า” หรือหนังสยองขวัญอย่าง “บุปผาราตรี” แต่ครั้งนี้ “โกยเถอะเกย์” จะเป็นครั้งแรกที่แนวตลกจะเป็นตัวนำ แล้วความสยองขวัญจึงค่อย ๆ ตามมาพร้อม ๆ กับความรัก และรักครั้งนี้ก็จะเป็นรักแบบชายกับชาย หญิงกับหญิงที่ดันมีอันมาพันตูกันเข้า จะพันกันยังไงก็แล้วแต่ อารมณ์ของหนังมันก็จะออกมาตอบโจทย์ของตลกเป็นหลัก

…ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหนังตลกจะถูกครองตลาดโดยนักแสดงตลกอาชีพ เรียกเป็นภาษาชาวบ้านก็คือเป็นยุคตลกคาเฟ่ครองตลาดหนังไทย เพราะถ้ามีตลกเล่นนำโอกาสทำเงินร้อยล้านเกิดขึ้นได้เสมอ ถือว่าเป็นยุครุ่งเรืองของตลกแนวคาเฟ่ เพราะยังเป็นหนังแนวเดียวที่เข้าถึงรากหญ้าได้ดีกว่าตลกแนวอื่น ๆ “โกยเถอะเกย์” จัดเป็นหนังตลกแนวอื่นที่ไม่ใช่แนวเดียวกับตลกคาเฟ่ โครงสร้างมุขตลกคงไม่แตกต่าง จะแตกต่างก็คงเป็นสไตล์ของตลกแบบคาเฟ่กับตลกแบบสาระแน เพราะฉะนั้น “โกยเถอะเกย์” จึงไม่ใช่หนังคู่แข่งของหนังตลกแนวคาเฟ่ แต่ “โกยเถอะเกย์” จะเป็นหนังทางเลือกอีกทางที่คนดูจะได้เข้าไปหัวเราะกับการแสดงตลกแบบเฉพาะตัวของ เปิ้ลและหอยจากสาระแน ซึ่งทั้งหมดผ่านการกำกับมุขแบบยุทธเลิศ ไม่มีใครรู้ว่า “โกยเถอะเกย์” จะทำได้ดีขนาดไหน แต่อย่างน้อยผมก็เชื่อว่า “โกยเถอะเกย์” น่าจะทำให้กลุ่มคนดูที่ชื่นชอบหนังตลกมีทางเลือกไว้หลีกหนีความจำเจเพิ่มขึ้น

…ขอให้สนุกกับการชมภาพยนตร์ครับ

 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้

ด้วยรักคือรัก

ด้วยรักคือรัก (2528) เสนอโดย OA โอเรียนเต็ลอาร์ติสท์ ขุมคลังแห่งความบันเทิง “ความรัก”...หากจะวัดกันแล้ว ถือได้ว่าเป็นศิลปขั้นคลาสสิคทีเดียว ...

Post of the week

ขับเคลื่อนโดย Blogger.
 
Created By SoraTemplates | Distributed By Blogger Templates