โตเมืองใต้

 

โตเมืองใต้

เรื่องย่อ 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งตกอยู่ใต้อิทธิพลมืดของ "เสี่ยอภิชัย" ผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ที่หากินกับธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งบ่อนการพนัน ค้าของเถื่อน ค้าอาวุธ ไม้เถื่อน ขบวนการกองทัพมดลักลอบขนข้าวสารข้ามแดน รวมถึงการรีดไถเก็บค่าคุ้มครองจากชาวสวนยาง เสี่ยอภิชัยได้ส่งจดหมายไปถึง "เทือก ทัพเทวา" เจ้าของสวนยางและโรงงานแปรรูปยาง เพื่อชักชวนให้ยอมก้มหัวเข้าร่วมเป็นพวก แต่เทือกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เสี่ยอภิชัยจึงส่งสมุนเอกอย่าง "เตี้ยง ตากใบ" นำพวกบุกถล่มบ้านของเทือก เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ "สายสมร" ภรรยาของเทือกถูกยิงเสียชีวิต ส่วนเทือกได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่โชคดีที่ "เสือเซ็ง ลือเซรา" เข้ามาช่วยพาเทือกหลบหนีไปพักรักษาตัวที่บ้านของตนได้ทัน

ระหว่างกบดานรักษาตัว เทือกได้ให้เสือเซ็งส่งโทรเลขเรียกอดีตเพื่อนร่วมรบจากสมรภูมิเวียดนาม 3 คนให้เดินทางลงมาหาดใหญ่เพื่อร่วมล้างแค้น ได้แก่ "เบิ้ม บ้านบึง", "กิมหลี ลานนา" และ "เอื้อน อุดร" เมื่อเสี่ยอภิชัยล่วงรู้ข่าว จึงสั่งให้ลูกน้องไปดักสังหารเพื่อนของเทือกตั้งแต่เดินทางมาถึง แต่ทุกคนต่างมีฝีมือฉกาจ เบิ้มสามารถขับรถกระแทกรถของคนร้ายจนตกเหวระเบิด เอื้อนใช้ทักษะมีดสั้นสังหารสมุนที่มาดักยิงจนราบคาบ ส่วนกิมหลีก็เอาตัวรอดจากการถูกตามล่าที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ได้ ทั้งสามคนได้รับการช่วยเหลือจาก "สาลี" ที่โรงแรมโนรา เพื่อพาไปพบเทือกที่บ้านของเสือเซ็ง ทำให้สี่สหายศึกเวียดนามได้รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อภารกิจโค่นเจ้าพ่อโตเมืองใต้

ฝ่ายเสี่ยอภิชัยเมื่อทราบว่าทั้งสี่รวมตัวกัน จึงประชุม 4 มือปืนคู่ใจเพื่อแบ่งงานกันสังหาร โดยให้ "ปืน ปากคลอก" ไปเก็บเทือก, "เตี้ยง ตากใบ" เก็บเบิ้ม, "ทุย ทุ่งสง" จัดการกิมหลี และ "เด็ด ดาดา" จัดการเอื้อน ในขณะเดียวกัน "สายรุ้ง" น้องสาวของสายสมร ได้ไปรับ "ดงบุหลัน" ลูกสาวของเทือกจากโรงเรียนแล้วพาไปเที่ยวทะเล แต่กลับถูกลูกน้องเสี่ยอภิชัยดักเล่นงาน โชคดีที่เสือเซ็งเข้ามาช่วยไว้ได้ทันและพากลับบ้าน คืนหนึ่งเบิ้มกับเอื้อนได้ไปเที่ยวบาร์ของ "พวงปากกา" เมียของเสี่ยอภิชัย จนเกิดการปะทะชกต่อยกับพวกของทุย ทว่าเบิ้มและเอื้อนก็เอาตัวรอดออกมาได้ อีกทั้งเบิ้มยังได้ "ดาววิไล" นักร้องสาวในบาร์มาเป็นเมีย ทำให้รู้แผนการล่วงหน้าว่าเสี่ยอภิชัยจะยกพวกมาบุกบ้านเทือก เมื่อกลุ่มเสี่ยอภิชัยบุกเข้ามาจริง ๆ จึงเจอเทือกและเพื่อนซ้อนแผนดักรับมือจนฝ่ายคนร้ายแตกพ่ายยับเยิน

หลังจากนั้น กลุ่มของเทือกจึงเปิดฉากไล่ล่าเด็ดหัวมือปืนของเสี่ยอภิชัยทีละคน เริ่มจากเทือกบุกเดี่ยวขึ้นเรือกลางทะเลสาบสงขลาและแทงปืนตายคาเรือ ต่อมาเอื้อนดักยิงเตี้ยงเสียชีวิตขณะกำลังขนลังอาวุธสงครามขึ้นรถบรรทุก และตามไปถล่มขบวนการกองทัพมดมอเตอร์ไซค์ลักลอบขนข้าวสารของเด็ดจนพังพินาศ ก่อนที่เอื้อนจะเทกระสอบข้าวสารกลบหน้าเด็ดจนขาดใจตาย ส่วนทุยที่กำลังเดินสายรีดไถค่าคุ้มครองชาวสวนยางก็ถูกกิมหลีขัดขวาง โดยกิมหลีได้ใช้เพลงหมัดมวยไทย คาราเต้ และกังฟูซ้อมทุยจนสลบ แล้วใช้น้ำยางพารากรอกปากจนทุยเสียชีวิตอย่างทรมาน

ศึกสุดท้ายเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง เมื่อเสี่ยอภิชัยนำลูกสมุนที่เหลือบุกประชิดบ้านเทือกหวังลอบสังหารเทือกกับกิมหลี แต่เสือเซ็งและเอื้อนเข้ามาช่วยยิงสกัดลูกสมุนจนตายหมดสิ้น เหลือเพียงเสี่ยอภิชัยที่กำลังจะลั่นไกสังหารเทือกและกิมหลี ทว่าดงบุหลัน ลูกสาวตัวน้อยของเทือกซึ่งยืนดูอยู่กับสายรุ้ง ได้ตัดสินใจแย่งปืนจากสายรุ้งแล้วยิงเสี่ยอภิชัยเสียชีวิตทันที ปิดฉากอิทธิพลเถื่อนของคนโตเมืองใต้ลงอย่างถาวร เมื่อบ้านเมืองกลับมาสงบสุข เพื่อน ๆ ร่วมรบเตรียมจะเดินทางกลับ แต่เสือเซ็งได้เอ่ยปากรั้งทุกคนไว้ก่อน เพื่อให้อยู่ร่วมแสดงความยินดีในงานมงคลสมรสระหว่างเทือกกับสายรุ้งที่จะจัดขึ้นต่อไป

จ่ากำแพงดิน

 

จ่ากำแพงดิน
เรื่องย่อ 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อสามจ่าเอกแห่งราชนาวีไทย สังกัดกองเรือยุทธการ ประกอบด้วย "จ่ารบ", "จ่าวี" และ "จ่าดำ" ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ทว่าเมื่อมาถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ ทั้งสามกลับได้รับการต้อนรับอย่างไม่เป็นมิตรจากกลุ่มลูกสมุนของ "พ่อเลี้ยงอินถา" ผู้มีอิทธิพลมืดที่คุมทั้งขบวนการค้าไม้เถื่อน ยาเสพติด บ่อนการพนัน และซ่องโสเภณี โดยมักสั่งให้สมุนออกล่อลวงและฉุดคร่าหญิงสาวตามชนบทเพื่อนำไปขายบริการ โดยมี "โย่ง" เป็นสมุนมือขวาคอยออกหน้าทำงานชั่วให้ทั้งหมด ระหว่างทางกลับบ้าน จ่าทั้งสามได้พบกับเหตุการณ์ที่สมุนของพ่อเลี้ยงอินถาเข้ามากินข้าวแกงแล้วเบี้ยวเงิน แถมยังรุมทำร้าย "ป้าแถว" เจ้าของร้านข้าวแกง, "ทิม" นักศึกษาหนุ่มลูกชายของป้าแถว และคนถีบสามล้อรับจ้าง สามจ่าทหารเรือจึงเข้าช่วยเหลือและจัดการอัดพวกอันธพาลจนสลบก่อนส่งตัวให้ตำรวจ โดยที่คนถีบสามล้อได้บอกเพียงว่าตนเป็นคนหาเช้ากินค่ำธรรมดาเท่านั้น จากนั้นจ่ารบได้กลับไปพบแม่และ "ขวัญดาว" ผู้เป็นน้องสาว (ซึ่งเป็นคนรักของทิม) ก่อนจะแวะไปหา "เรณู" ครูสาวคนรักด้วยความคิดถึง

ตกค่ำ จ่ารบ จ่าวี และจ่าดำ ชวนกันไปเที่ยวบาร์แห่งหนึ่งโดยไม่รู้ว่าเป็นบาร์ของพ่อเลี้ยงอินถา ทำให้โย่งและพวกจำหน้าได้จึงยกพวกเข้ารุมซ้อมจนจ่าทั้งสามต้องหลบหนีไป โดยเหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของคนถีบสามล้อคนเดิม ต่อมา โย่งได้รายงานเรื่องนี้แก่พ่อเลี้ยงอินถา พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทหารเรือทั้งสามอาจเป็นคนของ "ปลัดทนง" อดีตข้าราชการผู้มีอิทธิพลอีกกลุ่มที่กำลังขัดผลประโยชน์กันอยู่ พ่อเลี้ยงอินถาจึงส่งคนไปเจรจาจนเกิดการปะทะกับปลัดทนง แต่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายปรับความเข้าใจกันได้ เมื่อปลัดทนงยืนยันว่าทหารทั้งสามไม่ใช่คนของตน ทั้งคู่จึงตกลงร่วมมือกันแบ่งผลประโยชน์คนละครึ่ง ยิ่งทำให้ขบวนการนอกกฎหมาย ทั้งการปล้น ฆ่า ฉุดหญิงสาว และค้าเฮโรอีนขยายวงกว้างขึ้นอย่างเหิมเกริม

ฝ่ายกลุ่มของจ่ารบไม่ยอมนิ่งเฉย ได้แอบสืบและคอยเข้าขัดขวางการทำงานของพวกเหล่าร้ายอยู่ตลอดเวลา สร้างความเคียดแค้นให้พ่อเลี้ยงอินถาและปลัดทนงเป็นอย่างมาก ทั้งสองจึงสั่งให้สมุนไปบุกบ้านของจ่ารบ ฆ่าแม่ของจ่ารบอย่างโหดเหี้ยม และฉุดตัวขวัญดาวไปเพื่อเตรียมส่งขึ้นรถไฟไปขายบริการพร้อมกับขบวนลำเลียงยาเสพติด เมื่อจ่ารบกลับมารู้ข่าวการตายของแม่และการถูกลักพาตัวของน้องสาว จึงพาเพื่อนบุกไปแจ้งตำรวจ และนั่นเองทำให้ความจริงเปิดเผยว่า คนถีบสามล้อที่เคยพบเจอนั้น แท้จริงคือ "พ.ต.ต.นิรันดร์" นายตำรวจที่แฝงตัวมาสืบคดี ขณะเดียวกัน จ่ารบ จ่าวี และจ่าดำ ก็ได้เปิดเผยฐานะที่แท้จริงว่า พวกตนคือเจ้าหน้าที่จากหน่วยปราบปรามยาเสพติดให้โทษของกองทัพเรือที่ได้รับคำสั่งให้แฝงตัวมาปฏิบัติภารกิจกวาดล้างขบวนการยานรกนี้เช่นกัน

เมื่อเป้าหมายตรงกัน จ่าทั้งสามจึงขอกำลังตำรวจออกไล่ล่ากลุ่มคนร้ายอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งติดตามมาทันขบวนรถไฟที่พวกเหล่าร้ายกำลังใช้ขนย้ายหญิงสาวและเฮโรอีนในขณะที่รถไฟเพิ่งเคลื่อนตัวออกจากสถานี การต่อสู้อันดุเดือดจึงระเบิดขึ้น ทั้งการปะทะภายในตู้โดยสารและฉากบู๊ระทึกขวัญบนหลังคารถไฟที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง เพื่อช่วยชีวิตหญิงสาวทุกคน ปราบปรามทรชน และล้างแค้นทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวและผืนแผ่นดินกำแพงดิน

วัยสะรุ่น


วัยสะรุ่น


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่บ้านโคกขาม จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ "ตากลิ้ง" เศรษฐีบ้านนอกผู้มีลูก 3 คน คือ เข้ม (ลูกชายคนโต), วิกรม (ลูกชายคนกลาง) และ กลอย (ลูกสาวคนเล็ก) เกิดความคิดถึงวิกรมที่เดินทางเข้าไปทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจนั่งเรือเข้าพระนครเพื่อมาเยี่ยมลูกชาย แต่เมื่อมาถึงและพบหน้ากัน ตากลิ้งกลับรู้สึกน้อยใจและมีปากเสียงกับวิกรม ด้วยความโมโหว่าลูกชายได้ดีแล้วลืมบ้านนอก ตากลิ้งจึงเตลิดออกจากบ้านไปนั่งดื่มเหล้าย้อมใจที่คอฟฟี่ช็อปแห่งหนึ่ง

ที่ร้านคอฟฟี่ช็อป ตากลิ้งได้พบกับ "เหิน" ชายแปลกหน้าที่เข้ามาทักทายจนกลายเป็นเพื่อนร่วมวงเหล้า ก่อนที่เหินจะพาตากลิ้งไปเที่ยวต่อที่สถานบริการอาบอบนวด จนเกิดเรื่องวิวาทชกต่อยแย่งสาวนวดกับ "บวม" เจ้าของบาร์ผี จนสะบักสะบอมกลับมาบ้านวิกรม วันต่อมา เหินได้พาแก๊งเพื่อนวัยสะรุ่นรุ่นใหญ่มาชักชวนให้ตากลิ้งเปิด "สำนักงานจัดหางาน" ขึ้นมา ซึ่งตากลิ้งก็เห็นดีเห็นงามด้วยและออกเงินเช่าบ้านเปิดสำนักงาน แต่การทำงานกลับเต็มไปด้วยความอลหม่านและวายป่วง ไม่ว่าจะเป็นการรับจ้างงมแหวนที่ทำตกน้ำแต่กลับงมเจอหัวกะโหลกผี หรือการไปรับจ้างเลี้ยงเด็กจนเกิดการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านและถูกราดกระโถนอุจจาระใส่หัวกลับมา

ต่อมา เข้มและกลอยได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาตามพ่อให้กลับสุพรรณบุรี แต่ตากลิ้งไม่ยอมกลับเพราะอ้างว่ากิจการกำลังรุ่งเรือง ในขณะเดียวกัน "คุณพระพินิจวินิจชัย" เศรษฐีใหญ่ กำลังกลุ้มใจอย่างหนักเมื่อ "นุชนาถ" ลูกสาวคนสวยตกอยู่ในอาการซึมเศร้าเสียใจอย่างมากหลังจากเพื่อนชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต สาวใช้จึงได้แนะนำและติดต่อไปยังสำนักงานจัดหางานของตากลิ้งเพื่อขอจ้างวานเพื่อนชายมาช่วยดูแลและปลอบใจนุชนาถ ตากลิ้งจึงบังคับให้เข้มยอมรับงานนี้ โดยขู่ว่าถ้าไม่ไปจะตัดพ่อตัดลูก เข้มจึงจำใจต้องเดินทางไปยังบ้านของคุณพระ

เมื่อเข้มได้พบกับนุชนาถ ความซื่อ จริงใจ และความเปิ่นแบบคนบ้านนอกของเข้มกลับทำให้นุชนาถหลุดหัวเราะและอารมณ์ดีขึ้นจนความเศร้าหายเป็นปลิดทิ้ง ทั้งสองเริ่มสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วถึงขั้นหยอกล้อกันอย่างไม่ถือตัว จนทำให้คุณพระพินิจเกิดความระแวงและหวงลูกสาวอย่างหนัก ถึงขนาดบังคับให้เข้มสวม "กางเกงเหล็กลงกลอนกุญแจ" เอาไว้ก่อนที่คุณพระจะเดินทางไปประชุมต่างจังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้เข้มล่วงเกินลูกสาว นุชนาถเมื่อรู้เรื่องนี้เข้าจึงร่วมมือกับเข้มซ้อนแผนดัดหลังคุณพระ โดยแกล้งทำเป็นว่าเข้มหนีออกจากบ้านไปแล้ว และขู่พ่อว่าจะยอมกลั้นใจตายหากไม่ยอมตามเข้มกลับมา ทำให้คุณพระต้องยอมตระเวนขับรถออกตามง้อเข้มให้กลับมาบ้านในที่สุด เมื่อเข้มกลับมาถึง นุชนาถก็รีบโผเข้ากอดและสารภาพกับพ่อว่าทั้งสองรักกันและได้เสียเป็นของกันแล้ว คุณพระจึงจำยอมถอดกางเกงเหล็กและไขกุญแจให้ แต่มีเงื่อนไขว่าทั้งคู่ต้องแต่งงานกันให้เรียบร้อยเสียก่อน

ในขณะที่ทุกคนมารวมตัวจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จกันอย่างสนุกสนาน ความจริงอันน่าตกตะลึงก็ถูกเปิดเผย เมื่อแพทย์จากโรงพยาบาลประสาทเดินทางมาตามตัวก๊วนเพื่อนของเหิน พร้อมบอกว่าคนกลุ่มนี้ทั้งหมดคือผู้ป่วยที่แอบหลบหนีออกมาจากโรงพยาบาล ตากลิ้งตกใจมากที่รู้ว่าตนเองหลงร่วมหัวจมท้ายและเลี้ยงดูคนบ้ามาโดยตลอด จึงรีบส่งตัวคืนให้กับหมอทันที ก่อนจะตัดสินใจพากันเดินทางกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่สุพรรณบุรี พร้อมด้วยไพโรจน์ ชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยงานและตามจีบกลอยจนได้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน เรื่องราวความรักและความวุ่นวายทั้งหมดจึงปิดฉากลงด้วยความสุข

นรกแตก

 

นรกแตก

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "ยิ่ง มหายศ" ลูกศิษย์เอกของหลวงตาแช่ม เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งแดนใต้ ผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมและสักยันต์ "คชสีห์ชูงวง" อันศักดิ์สิทธิ์และหนังเหนียว ได้รับคำสั่งจากหลวงตาให้ลาสิกขาบทเพื่อเดินทางไปช่วยเหลือ "เชิญ" ญาติของหลวงตาที่กำลังถูกกลุ่มอิทธิพลมืดคุกคาม ทว่าเมื่อยิ่งเดินทางไปถึง เชิญกลับถูกฆาตกรรมไปเสียก่อน ยิ่งจึงเริ่มสืบหาเบาะแสและแฝงตัวเข้าไปทำงานในกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ จนได้เข้าสังกัดกลุ่มของ "ละหิง" พ่อค้าแร่เถื่อน และแทรกซึมไปสู่ขบวนการโจรสลัดของ "สลัดมัด" ที่ออกปล้นเรือบรรทุกแร่ในน่านน้ำทะเลใต้ ด้วยฝีมือการต่อสู้อันยอดเยี่ยมทำให้ยิ่งได้รับความไว้วางใจจนขึ้นเป็นองครักษ์ประจำตัวของสลัดมัด

ต่อมา ยิ่งได้พบกับ "วารวัน" บุตรสาวของเชิญที่กำลังตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากมีกลุ่มอิทธิพลหลายฝ่าย นำโดย "เล่งหงส์" นายเหมืองใหญ่แห่งภูเก็ต พยายามบีบบังคับให้เธอขายที่ดินซึ่งมีสายแร่มีค่าซ่อนอยู่ใต้ดิน ยิ่งจึงเข้าขัดขวางและคอยปกป้องคุ้มครองวารวัน รอดพ้นจากการบุกปล้นและทำร้ายของกลุ่มสมุนโจรหลายต่อหลายครั้ง

เมื่อแผนการยึดที่ดินไม่สำเร็จ เล่งหงส์จึงว่าจ้าง "ตวนมายา" และ "ยูซุฟ" สองมือปืนรับจ้างชื่อดังจากมาเลเซียมาลอบสังหารยิ่งและวารวัน แต่คมกระสุนไม่สามารถระคายผิวยิ่งได้ด้วยอานุภาพแห่งยันต์คชสีห์ สองมือปืนจึงหันไปพึ่งพา "เจะแหล่" หมอผีมนตร์ดำในถ้ำชายแดนไทย-มาเลเซีย ให้ทำพิธีปลุกเสก "ผีดิบ" ขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อตามล่ายิ่ง

ระหว่างที่ยิ่งไล่ล่าตามสองมือปืนจนพลัดหลงเข้าไปในหมู่บ้านไทยพุทธ เขาพบว่าหมู่บ้านนี้กำลังถูกกองทัพผีดิบอาละวาดเข่นฆ่าชาวบ้าน ยิ่งพยายามเข้าต่อสู้แต่ไม่สามารถทำลายผีดิบได้ จึงต้องกลับไปขอคำชี้แนะจากหลวงตาแช่ม จนล่วงรู้ปริศนาและเคล็ดลับวิชาในการปราบกองทัพผีดิบลงได้สำเร็จ นำความสงบสุขกลับคืนสู่ชาวบ้าน จากนั้น ยิ่งได้รับการติดต่อจากทางการ ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวมาเพื่อขอให้เขาร่วมมือในการบุกทลายและกวาดล้างรังโจรสลัดมัดจนราบคาบ

ทางด้านเล่งหงส์ยังไม่ยอมแพ้ ได้ร่วมมือกับ "ยุทธ" วางแผนจับตัววารวันไปกักขัง แต่แล้วเล่งหงส์กลับหักหลังและจับยุทธขังไว้ด้วยกัน ทำให้ยุทธเกิดความสำนึกผิดและแค้นใจ เมื่อยิ่งพร้อมด้วยละหิงที่กลับตัวกลับใจได้ยกกำลังบุกเข้าช่วยเหลือ ยิ่งสามารถสังหารเล่งหงส์และกำจัดพวกพ้องทรชนลงได้สำเร็จ เมื่ออิทธิพลมืดถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ยิ่งจึงได้ลงเอยในความรักและครองคู่อย่างมีความสุข ปิดฉากการต่อสู้อันดุเดือดของภาพยนตร์แอ็กชันเรื่อง "นรกแตก"

จอมราวี

จอมราวี


เรื่องย่อ

 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "รักเร่ นรสิงห์" นักสู้ฝีมือฉกาจผู้เป็นที่เกรงขามของเหล่านักเลง เกิดความเบื่อหน่ายในวังวนแห่งความรุนแรงและตั้งใจจะล้างมือเพื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ทว่าความสงบสุขต้องพังทลายลง เมื่อครอบครัวของคนใกล้ชิดถูกคนชั่วแบล็กเมล์บีบคั้นจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ทำให้รักเร่จำต้องตบะแตก หวนกลับมาจับอาวุธเปิดศึกตามล่าล้างแค้นอีกครั้ง โดยได้รับความร่วมมือจาก "ปลัดไชยยันต์" และสหายสนิทอย่าง "สมิง"

ในระหว่างการไล่ล่า รักเร่ได้พบกับ "ทิพย์หวาน" หลานสาวของ "มหิงสา" เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล ทิพย์หวานกำลังตกเป็นเป้าหมายถูกตามล่าตัวเนื่องจากคุณตาตั้งรางวัลนำจับก้อนโต จนทำให้สองพี่น้องวายร้าย "ทวีสุข" และ "ทวีวัฒน์" เกิดความละโมบหมายจะจับตัวเธอไปเรียกค่าไถ่ ทิพย์หวานจึงต้องหลบหนีไปซ่อนตัวร่วมกับเพื่อนสนิทอย่าง "บัวหลวง" ความจริงปรากฏว่าทิพย์หวานเองก็เคียดแค้นคุณตาของเธออย่างมาก เพราะมหิงสาคือผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมพ่อและแม่ของเธอในอดีต

เมื่อรักเร่ได้รับรู้ชะตากรรมอันน่าเห็นใจของทิพย์หวาน จึงเปลี่ยนเป้าหมายจากการตามตัวมาเป็นผู้คอยปกป้องคุ้มภัย แต่ภัยร้ายก็ยังตามคุกคามไม่หยุดหย่อน เมื่อทิพย์หวานและบัวหลวงถูกคนร้ายและผู้มีอิทธิพลอย่าง "ปลัดเมธี" ดักจับตัวไปส่งให้มหิงสา ทว่าด้วยความช่วยเหลือและการสละชีวิตของคนใกล้ชิด ทำให้บัวหลวงสามารถหนีรอดออกมาแจ้งข่าวแก่ปลัดไชยยันต์และกองกำลังตำรวจได้ทันท่วงที

รักเร่และสมิงจึงผนึกกำลังกับเจ้าหน้าที่ บุกเข้าถล่มรังของผู้มีอิทธิพลเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดจนกระทั่งฝ่ายคนร้ายทั้งปลัดเมธีและสมุนทรชนถูกสังหารจนสิ้น ขณะที่มหิงสาผู้ก่อกรรมทำชั่วมาทั้งชีวิตก็ต้องพบจุดจบอันน่าสยดสยองจากผลกรรมของตนเอง เมื่อความยุติธรรมและธรรมะสามารถเอาชนะอธรรมได้ ทุกชีวิตที่เหลือรอดจึงได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง

ลูกชั่ว

 

ลูกชั่ว
เรื่องย่อ


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "เสือ" ขุนโจรชื่อกระฉ่อนตัดสินใจวางมือจากวงการอันตรายหลังจากที่ภรรยาเสียชีวิตขณะคลอดบุตร เสือได้ฝากฝัง "สาง" ลูกชายคนเดียวไว้ให้ญาติช่วยเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ แต่เมื่อสางโตเป็นหนุ่ม เขากลับมีสันดานใฝ่ต่ำ ไม่ได้กลับตัวเหมือนผู้เป็นพ่อ สางรับจ้างฆ่าคนและมีความสัมพันธ์กับ "นิภาพร" หญิงสาวผู้ทะเยอทะยาน ก่อนจะตัดสินใจหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ โดยนำปืนประจำตัวของพ่อติดมือไปด้วย พร้อมทั้งล่อลวง "ใจแก้ว" หญิงสาวบ้านเดียวกันให้หนีตามไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เมื่อเข้ามาในเมืองหลวง สางทำงานรับใช้ "สัมฤทธิ์" ผู้มีอิทธิพลในโลกมืด สางไม่เพียงแต่หาผลประโยชน์จากความชั่วร้าย แต่ยังบีบบังคับใจแก้วและนำเธอไปแสวงหาผลประโยชน์อย่างทารุณ ขณะเดียวกัน นิภาพรและสัมฤทธิ์ก็ร่วมมือกันวางแผนหวังฮุบสมบัติของ "อาทร" มหาเศรษฐีพ่อหม้าย โดยมี "อธิตา" ลูกสาวของอาทรคอยปกป้องพ่ออย่างใกล้ชิด ระหว่างนั้น "เลิศ" คนขับรถผู้ซื่อสัตย์ ได้เข้ามาช่วยคุ้มกันอธิตาจนทั้งสองเกิดความผูกพันและรักกันเงียบ ๆ

เมื่อข่าวพฤติกรรมอันเลวทรามของสางรู้ไปถึงหูของเสือผู้เป็นพ่อ เสือพร้อมด้วยสหายสนิทจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสะสางปัญหาและพาตัวใจแก้วกลับบ้าน ทว่าความแค้นและความโลภของสางกลับลุกลามจนถึงขีดสุด สางบุกเข้ามาทำร้ายและเข่นฆ่าผู้มีพระคุณอย่างโหดเหี้ยม รวมถึงญาติพี่น้องที่พยายามเข้ามาห้ามปราม

ในที่สุด สางพบว่าสัมฤทธิ์และนิภาพรเตรียมจะหักหลังและกำจัดตนทิ้ง สางจึงใช้ปืนของพ่อลงมือสังหารทั้งสัมฤทธิ์และนิภาพรเพื่อปิดปาก แต่แล้วเขาก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของเสือผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ได้ เสือต้องเผชิญหน้ากับลูกในไส้ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เมื่อตระหนักว่าไม่อาจสั่งสอนหรือดึงสางกลับสู่หนทางแห่งความดีได้อีกต่อไป เสือจึงจำใจลั่นไกปลิดชีวิตลูกชายด้วยตัวเอง เพื่อยุติความชั่วร้ายและชดใช้กรรมที่ลูกได้ก่อไว้ เป็นบทสรุปแห่งโศกนาฏกรรมระหว่างพ่อและลูกอย่างน่าสะเทือนใจ

โรงเรียนดงนักเลง

 

โรงเรียนดงนักเลง
เรื่องย่อ


เรื่องราวสะท้อนปัญหาการศึกษาและอิทธิพลมืดในชนบท ณ "โรงเรียนบ้านตาลเดี่ยว" ซึ่งภายนอกดูเป็นโรงเรียนที่เจริญด้วยอาคารสถานที่สวยงาม แต่แท้จริงแล้วระบบการเรียนการสอนยังล้าหลัง อีกทั้งภายในโรงเรียนยังเต็มไปด้วยการแบ่งพรรคพวก การคอร์รัปชันเอาเงินโรงเรียนไปหมุนใช้ส่วนตัว โดยมี "ครูเถิน ไพรี" ครูใหญ่ประจำโรงเรียน ผู้ตกอยู่ใต้อำนาจและเกรงกลัวบารมีของภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของ "กำนันเสือเก่า" ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ทำให้ครูคนอื่น ๆ ต่างต้องคอยประจบสอพลอครอบครัวครูใหญ่และ "สมถวิล" ลูกสาวของครูใหญ่ที่เป็นครูอยู่ที่นี่เช่นกัน

จนกระทั่ง "ครูเกล้า พันดี" และ "ครูชลธิป" สองครูหนุ่มสาวผู้มีการศึกษาระดับปริญญาและเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ ได้เข้ามาเพื่อหวังพัฒนาการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เด็ก ๆ แต่การทำงานที่มุ่งมั่นของทั้งสองกลับกลายเป็นหนามยอกอก เมื่อฝ่ายครูใหญ่และกำนันเกิดความระแวงและเข้าใจผิด คิดว่าครูเกล้าตั้งใจจะเข้ามาเลื่อยขาเก้าอี้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งครูใหญ่ ครูเกล้าจึงถูกกลั่นแกล้ง รังแก และกดดันด้วยสารพัดวิธีจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล

เมื่อการบีบคั้นไม่เป็นผล กำนันจึงว่าจ้าง "ไอ้หิน" มือปืนรับจ้างใจโหดให้มาลอบสังหารครูเกล้า ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากัน ไอ้หินกลับลงมือไม่ลง เพราะจำได้ว่าครูเกล้าคือครูผู้เคยอบรมสั่งสอนตนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ด้วยจิตสำนึกของความเป็นศิษย์ที่ยังระลึกถึงพระคุณครู ไอ้หินจึงตัดสินใจหันกลับมาปกป้องครูเกล้า จนทำให้ตนเองถูกฝ่ายกำนันและพวกพ้องรุมทำร้ายจนเสียชีวิต

การตายของลูกศิษย์ทำให้ครูเกล้าหมดความอดทนจนเกือบจะหันไปใช้ความรุนแรงล้างแค้น แต่ด้วยสติ จิตวิญญาณความเป็นครู รวมถึงการเตือนสติจากครูชลธิปและสายตาของเหล่าเด็กนักเรียน ทำให้ครูเกล้ายับยั้งชั่งใจไว้ได้ เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งนี้ยังทำให้ครูเถินและครูคนอื่น ๆ เกิดความละอายใจและสำนึกผิด ยอมกลับตัวกลับใจเลิกเป็นศัตรู ในที่สุด พลังความดีและความบริสุทธิ์ใจของครูเกล้าก็เอาชนะใจชาวบ้าน ทุกคนจึงร่วมมือกันลุกขึ้นมาขับไล่อิทธิพลมืดและช่วยกันสนับสนุนให้ครูเกล้าได้ขึ้นเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนบ้านตาลเดี่ยว เพื่อชี้นำอนาคตของเด็ก ๆ ต่อไปอย่างแท้จริง

กว่าจะรักกันได้

 

กว่าจะรักกันได้

เรื่องย่อ

"หยาดชล" บุตรสาวของคุณหยาด นายธนาคารผู้มั่งคั่ง ถูกมารดาเลี้ยงที่ชื่อ "นันทา" บีบบังคับและกดดันจนทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานกับ "ประวุฒิ" ชายหนุ่มผู้ขยันขันแข็งและมีฐานะเท่าเทียมกัน แม้ว่าในใจของหยาดชนจะยังไม่มีความรักต่อประวุฒิเลยก็ตาม ขณะที่ประวุฒินั้นรักหยาดชนอย่างสุดหัวใจ หลังแต่งงาน ประวุฒิพาหยาดชนย้ายไปอยู่ที่ "ประวุฒิขาม" อาณาจักรกว้างขวางกว่า 2,000 ไร่ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา

เมื่อมาถึงจันทบุรี หยาดชนต้องเผชิญกับบททดสอบมากมาย เริ่มตั้งแต่ "ปุ๊" ลูกชายคนเดียวของประวุฒิที่ไม่ยอมรับและแสดงอาการต่อต้านเธอ เนื่องจากถูก "อรทัย" หญิงสาวผู้เป็นญาติและแอบแฝงความร้ายกาจคอยเป่าหูยุแยงให้เด็กเกลียดชังแม่เลี้ยง แม้ประวุฒิจะพยายามดุว่าและปกป้องหยาดชน แต่ปัญหาก็ยังคงสร้างความอึดอัดใจให้เธออยู่เสมอ

วันหนึ่ง "ชำนาญ" อดีตพี่เขยของประวุฒิ ปรากฏตัวขึ้นในสภาพขี้เมาและคอยตามราวีด่าทอประวุฒิ ชำนาญอ้างว่าตนเคยมีบุญคุณช่วยเหลือประวุฒิในยามยากลำบาก และได้ยกน้องสาวคือ "ชุติมา" ให้แต่งงานกับประวุฒิ แม้ต่อมาจะเลิกรากันไป แต่คราวนี้ชำนาญตั้งใจจะพาชุติมากลับมาขอคืนดีและทวงสิทธิ์ความเป็นภรรยาคืน แม้ประวุฒิจะยืนกรานปฏิเสธและประกาศว่าตนมีภรรยาใหม่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้กลับถูกอรทัยนำไปใส่ไฟและพูดจายั่วยุหยาดชนว่า ประวุฒิยังคงรักและอาลัยชุติมาอยู่ สร้างความเจ็บช้ำให้หยาดชนอย่างยิ่ง

ความร้าวฉานพุ่งถึงขีดสุดในคืนหนึ่ง ขณะที่หยาดชนล้มป่วยและนอนพักอยู่ในห้อง ชุติมาได้เข้ามาทำทีตีสนิทกับปุ๊และพูดจาหว่านล้อมขอคืนดีกับประวุฒิ หยาดชนที่ตื่นขึ้นมาเห็นภาพบาดตาบาดใจพอดี จึงเข้าใจผิดและรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนเกิน หัวใจของเธอแตกสลาย เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปในเช้ามืดพร้อมกับสุนัขแสนรู้ ระหว่างทางเธอต้องเผชิญกับพายุฝนจนล้มป่วยและสลบไปในป่า โชคดีที่มีชาวบ้านอย่าง ตาบุญ, สังข์ และ มณี มาพบเข้าและช่วยเหลือไว้ หยาดชนจึงปลอมตัวเป็นผู้ชายและขออาศัยอยู่กับพวกเขาโดยใช้ชื่อปลอม

ฝ่ายประวุฒิเมื่อรู้ว่าภรรยาหายไปก็ออกตามหาแทบพลิกแผ่นดิน จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาบังเอิญขับรถไปพบกลุ่มคนร้ายกำลังดักฉุดผู้ชายคนหนึ่ง (ซึ่งก็คือหยาดชนที่ปลอมตัว) ประวุฒิเข้าช่วยเหลือจนคนร้ายหนีไป แต่หยาดชนก็รีบหลบหนีไปก่อนที่เขาจะจำได้ อย่างไรก็ตาม ประวุฒิเริ่มสงสัยและตามสืบจนกระทั่งพบหยาดชนที่บ้านตาบุญและจำเธอได้อย่างแม่นยำ

ประวุฒิพยายามอธิบายความจริงและขอร้องให้หยาดชนกลับบ้าน หยาดชนยอมตกลงแต่ขอเวลาอยู่ที่บ้านตาบุญอีกหนึ่งคืน ประวุฒิจึงกลับบ้านไปด้วยความดีใจ ทว่าในคืนนั้นเอง ชุติมายังไม่ยอมลดละและใช้มารยาหญิงเข้ายั่วยวนประวุฒิถึงในห้องนอน โชคดีที่มีผู้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

เหตุการณ์วุ่นวายและความเข้าใจผิดยังคงรอคอยบทพิสูจน์ บทสรุปความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของประวุฒิและหยาดชนจะลงเอยอย่างไร ติดตามได้ในภาพยนตร์ "กว่าจะรักกันได้"

บ้านสาวโสด (2513)

บ้านสาวโสด (2513)


บ้านสาวโสด (2513)

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ "บ้านสาวโสด" ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของสามพี่น้องสาวโสด ได้แก่ ประเทืองทิพย์ พี่สาวคนโต, หยิบหทัย พี่คนรอง และ วไลพร น้องสาวคนเล็ก ทั้งสามใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาปนวุ่นวาย จนกระทั่งได้รับจดหมายจากคุณนายอังกาบ ญาติผู้ใหญ่จากต่างจังหวัด แจ้งว่าจะส่งลูกชายคนโตคือ "ยอดชาย" (หรือ ติ่ง) หนุ่มนักเรียนนอกรูปงาม มาเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายและทำงานที่กรุงเทพฯ ทำให้ทั้งสามสาวตื่นเต้นกระปรี้กระเปร่ากันยกใหญ่ ขณะเดียวกัน "แต๋ว" หญิงสาวแสนฉลาดก็ได้มาสมัครงานเป็นคนรับใช้คนใหม่ในบ้านหลังนี้

แท้จริงแล้ว แต๋ว คือ "หม่อมหลวงสุรางค์" บุตรสาวคนเดียวของท่านอธิบดีผู้พิพากษา ที่ปลอมตัวมาเป็นคนรับใช้เพื่อหาประสบการณ์ทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เมื่อติ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านสาวโสด บรรดาสาวใหญ่ต่างพากันรุมเอาอกเอาใจ แต่ติ่งกลับสนใจในตัวแต๋วเพราะสังเกตเห็นว่าคนรับใช้คนนี้มีความรู้ความสามารถผิดคนธรรมดา ต่อมา สองสาวพี่น้องเข้าใจผิดคิดว่าแต๋วให้ท่าหลานชาย จึงไล่แต๋วออกจากบ้าน ทว่าวไลพรที่เอ็นดูแต๋วได้ช่วยพาแต๋วไปทำงานเป็นคนรับใช้ที่บ้านเช่าหลังใหม่ของติ่งและ "โต้ง" น้องชายของติ่งแทน ทำให้ติ่งและเพื่อน ๆ ต่างพยายามเอาชนะใจสาวใช้คนสวย แต่ก็โดนแต๋ววางยาสลบเล่นงานจนพ่ายแพ้ไปตาม ๆ กัน

ความอลวนเพิ่มขึ้นเมื่อฝ่ายผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านต่างต้องการจับคู่ให้ติ่งและหม่อมหลวงสุรางค์แต่งงานกัน โดยที่ทั้งคู่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาที่แท้จริงของกันและกัน เพื่อทดสอบความจริงใจของชายหนุ่ม จึงมีการจัดฉากส่งคนมาแอบอ้างสวมรอย สร้างความเข้าใจผิดปนป่วนไปทั่ว ระหว่างนั้น ราชการ ชายหนุ่มคนรักของวไลพรได้มาสู่ขอเธอ ทำให้สองพี่น้องสาวโสดที่เหลือพากันน้อยใจ แต๋วและเต่า (เพื่อนนักศึกษาของแต๋ว) จึงร่วมมือกันจัดทริปไปเที่ยวพักผ่อนที่พัทยา เพื่อช่วยเป็นแม่สื่อจับคู่ให้หนุ่มสาวทุกคนลงเอยกันได้สำเร็จ

เมื่อใกล้ถึงเวลาสอบปริญญาโท แต๋วได้แอบหนีกลับบ้านเดิม ติ่งที่ตามสืบจนรู้เบาะแสจากวไลพร จึงตัดสินใจซ้อนแผนปลอมตัวเป็น "นายนพ" เข้าไปสมัครเป็นคนขับรถในบ้านของท่านอธิบดี เพื่อตามหาหัวใจและพิสูจน์รักแท้กับแต๋ว ทั้งสองต่างแกล้งลองใจและปะทะคารมกันสารพัด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์คนร้ายหมายปองจะทำร้าย ทุกคนจึงร่วมมือกันคลี่คลายสถานการณ์อันตรายลงได้

ในที่สุด แผนการปลอมตัวและความเข้าใจผิดทั้งหมดก็เปิดเผย ติ่งและหม่อมหลวงสุรางค์ได้ปรับความเข้าใจและครองรักกันอย่างสมหวัง ขณะที่บรรดาสาวโสดและหนุ่ม ๆ ทุกคู่ต่างจับคู่ลงเอยในความรัก ปิดฉากเรื่องราวความรักสุดอลเวงและเสียงหัวเราะของบ้านสาวโสดอย่างมีความสุข

ข้อความบนใบปิด

พงศ์ไทยภาพยนตร์ โดย วิเชียร สงวนไทย
ผู้สร้าง สวรรค์เบี่ยง ภูมิใจเสนอ
ภาพยนตร์หฤหรรษ์ สุดยอดสนุกสนาน
สดใส เริงใจ ซาบซ่า ฮาเฮ สมศักดิ์ศรี ส.ค.ส.2514
บ้านสาวโสด
ของ ‘รพีพร’
แก้วฟ้า สร้างละครวิทยุยอดเยี่ยม
ชมบทบาทสุดท้ายของพระเอกยอดนิยมฝากไว้เป็นอนุสรณ์
มิตร ชัยบัญชา
เพชรา เชาวราษฎร์ นำขบวนดาราสาวจากบ้านสาวโสด
เมตตา รุ่งรัตน์, อรสา อิศรางกูร, ปริม ประภาพร,
จุรี โอศิริ, วงทอง ผลานุสนธิ์, ประภาศรี เทพรักษา,
มารศรี อิศรางกูร, จอมใจ จรินทร์
และขอแนะนำ วรรณภา การะเกด
ครรชิต ขวัญประชา
พระเอกใหม่นำขบวนดาราหนุ่มโสดคับคั่ง
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, อดุลย์ ดุลยรัตน์, สมควร กระจ่างศาสตร์,
ฤทธี นฤบาล, เมืองเริง ปัทมินทร์, เชาว์ แคล่วคล่อง, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ล้อต๊อก
อดิสรณ์ (สวรรค์เบี่ยง) กำกับการแสดง
พลรบ สร้างบท
นันทวัต กำกับบท
จิตติน ลำดับภาพ
ธีระ แอคะรัจน์ ถ่ายภาพ
ลัดดา ประทับสิงห์ อำนวยการสร้าง
6 เพลงเอกในระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย เดช
-หนังเรื่องนี้ในตอนแรกมี มิตร ชัยบัญชา แสดงนำ มิตรถ่ายไปได้เล็กน้อยก็เสียชีวิต ทางผู้สร้างจึงปั้นครรชิต ขวัญประชา ซึ่งแสดงหนังไทยอยู่แล้ว (แต่มักเล่นป็นตัวรอง) ขึ้นมารับบทพระเอกแทนมิตร อย่างไรก็ตามฉากที่มิตรถ่ายไปแล้ว ก็ไม่ได้ให้ครรชิตถ่ายใหม่ ยังคงใช้ฟิล์มที่มิตรแสดงไว้เลย พอหมดฉากที่มิตรแสดงไว้ พระเอกก็จะกลายเป็นครรชิต (น่าจะเป็นเรื่องเดียวในโลก!) บนใบปิดจึงมีรูปมิตรด้วย
-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 ในปี 2527 นำแสดงโดย ทูน หิรัญทรัพย์-ปิยะมาศ โมนยะกุล
-สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้งดังนี้
ปี 2523 ช่อง 5 นำแสดงโดย สมภพ เฐญจาธิกุล-กาญจนา บุญประเสริฐ
ปี 2534 ช่อง 3 นำแสดงโดย รอน บรรจงสร้าง-จริยา สรณคม
ปี 2544 ช่อง 3 นำแสดงโดย เพ็ญเพชร เพ็ญกุล-สกาวใจ พูนสวัสดิ์

นายอำเภอปฏิวัติ

 

นายอำเภอปฏิวัติ (2522)

เรื่องย่อ 

เรื่องราวชีวิตและการต่อสู้ของ "นายอำเภอรวมพล ก่อทอง" ข้าราชการน้ำดีผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งในอำเภอทุรกันดารแห่งหนึ่ง เมื่อออกตรวจพื้นที่พร้อมกับปลัดอำเภอ เขาพบว่าสะพานและอาคารโรงเรียนที่เพิ่งสร้างใหม่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่ได้มาตรฐาน จึงปฏิเสธที่จะลงนามตรวจรับงาน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของราชการและประชาชน สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้แก่ "เสี่ยเกี๊ยก" และ "เสี่ยผา" สองผู้รับเหมาผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

อิทธิพลมืดเริ่มคืบคลานเมื่อเสี่ยทั้งสองใช้เส้นสายเข้าหา "ปลัดจังหวัด" เพื่อบีบให้นายอำเภอรวมพลยอมเซ็นรับงาน นายอำเภอต้องเดินทางเข้าจังหวัดไปรอพบปลัดจังหวัดเพื่อเบิกสิ่งของไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ แต่กลับถูกกีดกันและบ่ายเบี่ยง จนเมื่อได้เผชิญหน้ากัน ปลัดจังหวัดพยายามกดดันให้นายอำเภอรวมพลช่วยเหลือพรรคพวกของตน แต่นายอำเภอรวมพลยังคงยืนกรานปฏิเสธ จนเกิดการโต้เถียงและลุกลามถึงขั้นชกต่อยกัน ทำให้ปลัดจังหวัดผูกใจเจ็บและประกาศว่าจะหาทางย้ายหรือปลดนายอำเภอตงฉินคนนี้ออกจากราชการให้ได้

ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อเสี่ยเกี๊ยกขออนุญาตจัดแสดงงิ้วในเวลากลางคืน แต่นายอำเภอรวมพลอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ยังมีความเสี่ยงจากภัยผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทำให้กลุ่มอิทธิพลยิ่งเคียดแค้น ขณะเดียวกัน นายอำเภอรวมพลยังต้องนำกำลัง อส. ออกลาดตระเวนปราบปรามผู้ก่อการร้ายในป่าเขา ท่ามกลางปัญหาสุขภาพจากโรคมาลาเรียเรื้อรังและดีซ่านที่คอยรุมเร้า

วันหนึ่ง ขณะที่นายอำเภอรวมพลนำกำลัง อส. ล่าถอยมาแวะพักทานอาหารหลังการปะทะ สมุนของสองเสี่ยได้เข้ามาหาเรื่อง ดุด่าและยั่วยุด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนเกิดการจับกุมตัว ทว่าฝ่ายอิทธิพลกลับตลบหลังใส่ร้ายป้ายสีว่านายอำเภอเมาสุราอาละวาด ข่าวลือและรายงานเท็จถูกส่งต่อจนทำให้นายอำเภอรวมพลมีคำสั่งถูกย้ายด่วน และในที่สุดก็มีคำสั่งจากกระทรวงปลดเขาออกจากราชการ

การสูญเสียเกียรติยศและอุดมการณ์ความดีที่สร้างมา ผนวกกับอาการป่วยที่กำเริบหนัก ทำให้อดีตนายอำเภอรวมพลเสียใจจนเกิดอาการคุ้มคลั่งเสียสติ ในวันที่มีการส่งมอบตำแหน่งให้นายอำเภอคนใหม่ นายอำเภอรวมพลยังคงเหม่อลอยกลับมานั่งทำงานที่โต๊ะเดิมจนเกิดเหตุชุลมุน แต่เมื่อได้สติกลับคืนมา เขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองพ้นจากหน้าที่ไปแล้ว จึงได้ฝากโอวาทเตือนสตินายอำเภอคนใหม่ว่า ขอให้ทำหน้าที่ด้วยดี แต่อย่าทำตัวเด่นดังจนเกินไป เพราะความดีและความเด่นอาจย้อนกลับมาเป็นภัยทำร้ายตัวเอง ก่อนที่เขาจะจูงมือภรรยาอำลาจากไปอย่างเงียบสงบ สู่ชะตากรรมที่ไร้จุดหมาย เป็นบทสรุปแห่งผลความดีที่จบลงอย่างน่าสะเทือนใจ

ปานจันทร์

 

ปานจันทร์

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ คุณหญิง มารดาของยิ่งยศ ไม่ชอบพอลูกสะใภ้อย่าง ดวงเพ็ญ จึงจัดการบังคับให้ลูกชายแต่งงานใหม่กับ พรรณี หญิงสาวที่มีฐานะเหมาะสมและถูกใจคุณหญิง ด้วยความช้ำใจ ดวงเพ็ญจึงตัดสินใจหอบลูกสาวคนโตที่เพิ่งเกิดหนีออกจากบ้านไป แม้ว่าต่อมาพรรณีจะมีลูกให้อีกหลายคน แต่คุณหญิงก็ยังคงรู้สึกผิดและพยายามออกตามหาหลานสาวคนโตที่พลัดพรากไปอย่างไม่ย่อท้อ

หลายปีผ่านไป คุณหญิงประสบเหตุถูกคนร้ายดักชิงกระเป๋าเงินนอกเมือง พอดีกับที่ "ปานจันทร์" เด็กสาวจิตใจดี และเพื่อนสาวชื่อ กอร์วิกา ขี่จักรยานผ่านมาและเข้าช่วยเหลือนำกระเป๋าเงินคืนมาได้ ในจังหวะนั้น คุณหญิงสังเกตเห็นปานแดงบนหลังมือของปานจันทร์ ซึ่งตรงกับลักษณะหลานสาวคนโตที่หายตัวไป คุณหญิงจึงสืบหาที่อยู่จนมั่นใจว่าปานจันทร์คือหลานแท้ ๆ คุณหญิงจึงพยายามไปขอร้องอ้อนวอนดวงเพ็ญและ ชาน (พ่อเลี้ยงของปานจันทร์) เพื่อขอรับตัวปานจันทร์กลับไปอุปการะเลี้ยงดู เพื่ออนาคตที่ดีของเด็ก โดยดวงเพ็ญและปานจันทร์ยอมตกลง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่เปิดเผยความจริงว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

ระหว่างนั้น ปานจันทร์ได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งแท้จริงแล้วเขาคือ "ร้อยตำรวจตรีตรี" นายตำรวจหนุ่มที่แวะไปเยี่ยมเพื่อนชื่อพรชัย แต่ยอมใส่ชุดคนไข้สลับตัวเพื่อเอาใจเพื่อน ตรีรู้สึกประทับใจในความอ่อนโยนและมีเมตตาของปานจันทร์ จึงแกล้งแสดงเป็นคนบ้าเรื่อยมาจนสนิทสนมกัน และเกิดเป็นความผูกพันขึ้น

เมื่อปานจันทร์ก้าวเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของคุณหญิง เธอต้องเผชิญกับความอิจฉาริษยาและการกลั่นแกล้งสารพัดจากพรรณีและ ยิ่งศักดิ์ ลูกสาวคนใหม่ ขณะเดียวกัน ภายในบ้านก็เกิดความระส่ำระสายเพราะลูก ๆ ฝ่ายพรรณีคบเพื่อนชั่ว หลงเดินทางผิด ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนถึงขั้นแอบขโมยวัตถุโบราณของคุณหญิงไปขายให้แก่ แมน ลูกน้องของ เอก หัวหน้าแก๊งมิจฉาชีพ เพื่อหวังจะฮุบสมบัติของตระกูล

ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพรรณีวางแผนร่วมกับแมนให้ลักพาตัวปานจันทร์ไปเรียกค่าไถ่และคิดกำจัดเธอเสีย โดยลวงปานจันทร์ไปยังรังของเอก ฝ่ายเอกเตรียมจะฉีดยาทำลายประสาทปานจันทร์ แต่แมนเกิดใจอ่อนและหลงรักปานจันทร์จึงเข้าขัดขวาง ด้านกอร์วิกาเมื่อเห็นเพื่อนตกอยู่ในอันตรายจึงรีบไปแจ้งร้อยตำรวจตรีตรี นำกำลังบุกเข้าทลายรังคนร้ายและช่วยชีวิตปานจันทร์ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ท้ายที่สุด เมื่อความจริงและอันตรายคลี่คลาย ปานจันทร์ได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างอบอุ่น โดยมีทั้ง ยิ่งยศ พ่อผู้ให้กำเนิด และ ชาน พ่อเลี้ยงที่คอยดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก ต่างพร้อมใจกันอ้าแขนต้อนรับขวัญลูกสาว กลายเป็นบทสรุปอันซาบซึ้งใจ

ปล้นอเมริกา

 

ปล้นอเมริกา

เรื่องย่อ
ภาพยนตร์: ปล้นอเมริกา (พ.ศ. 2520)

เรื่องราวเปิดฉากด้วยเหตุการณ์อุกอาจบนถนนมิตรภาพ เมื่อขบวนการโจรก่อเหตุขับรถปาดหน้าและใช้รถบรรทุกสิบล้อชนบดขยี้รถจี๊ปทหารอเมริกัน พร้อมทั้งกระหน่ำยิงสังหารทหารจนเสียชีวิต เพื่อชิงศพที่ขนส่งมาและทำลายหลักฐาน โดยมี "เสียวุ่น" และชาวต่างชาติชื่อ "วิคเตอร์ เอสกีนอฟ" อยู่เบื้องหลัง ทางการสันติบาลคาดการณ์ว่าเบื้องหลังการปล้นศพครั้งนี้พัวพันกับหน่วยข่าวกรองต่างชาติและประเด็นความมั่นคงระดับประเทศ

"โรมฤทธิ์ สมรภูมิ" ชายหนุ่มมาดเข้มเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำลาดยาว โดยมีเพื่อนสนิทอย่าง "โด่ง" มารับ เมื่อออกมาได้ไม่นาน ผู้การตำรวจสันติบาลได้มอบหมายภารกิจลับให้โรมฤทธิ์แฝงตัวเข้าไปสืบหาเบาะแสและคลี่คลายคดีปล้นศพทหารอเมริกันดังกล่าว โรมฤทธิ์ต้องเอาตัวรอดในดงอาชญากรด้วยการเข้าร่วมแผนการปล้นธนาคารของ "วิชัย" เพื่อสร้างความไว้วางใจ ระหว่างการปล้น "ปริฉัตร" หญิงสาวผู้มีเบื้องหลังลึกลับได้บังเอิญพบเห็นและจำหน้าเขาได้

หลังเสร็จงานปล้น โรมฤทธิ์นำเงินส่วนแบ่งไปมอบให้ "ลาวัลย์" น้องสาวของตน แต่ต้องคอยหลบเลี่ยง "ร้อยตำรวจเอกยงยศ" นายตำรวจตงฉินคนรักของลาวัลย์ที่คอยตามจับตาดูอยู่ จากนั้นโรมฤทธิ์สืบสาวราวเรื่องต่อไปจนเข้าไปพัวพันกับกลุ่มของเสียวุ่นและ "เพชร" มือปล้นอีกคน จนกระทั่งรู้เบาะแสว่าวิคเตอร์ เอสกีนอฟ พักอยู่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง โรมฤทธิ์กับโด่งจึงแอบสะเดาะกลอนบุกเข้าไปค้นห้องพักจนได้ "ไมโครฟิล์ม" ลับ ซึ่งบรรจุข้อมูลความลับทางการเมืองและความขัดแย้งระดับชาติ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปริฉัตรก็ลอบเข้ามาค้นห้องเพื่อหาหลักฐานเช่นเดียวกัน ก่อนจะโรยตัวหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

เมื่อความลับในห้องพักถูกลอบค้น วิคเตอร์และเสียวุ่นจึงย้ายฐานปฏิบัติการไปยังเซฟเฮาส์ริมทะเลที่พัทยา โรมฤทธิ์ร่วมมือกับเพชรและโด่งสะกดรอยตามไป ขณะที่ปริฉัตรกับลาวัลย์ก็ตามไปสมทบ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ยกกำลังเตรียมเข้าปิดล้อมจับกุมขนานใหญ่ การปะทะเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือดระหว่างกองกำลังฝ่ายคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มของโรมฤทธิ์

เมื่อตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ เสียวุ่นได้ส่งสัญญาณเรียกเรือดำน้ำต่างชาติให้ขึ้นมาช่วยคุ้มกันและเตรียมหลบหนี นำไปสู่การไล่ล่าปะทะกันอย่างดุเดือดกลางท้องทะเลเพื่อทำลายเรือดำน้ำและกวาดล้างขบวนการร้าย ท่ามกลางสถานการณ์คับขันที่ร้อยตำรวจเอกยงยศเองก็ตามล่าหมายเอาชีวิตโรมฤทธิ์โดยที่ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด กลายเป็นการปิดฉากภารกิจลับสุดระทึกของโรมฤทธิ์เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ

เลือดสุพรรณ

 


เรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา กองทัพพม่าได้ยกกำลังเข้าบุกรุกและตั้งค่ายรวบรวมเสบียงอยู่ที่เมืองสุพรรณบุรี ในช่วงเวลานั้น ชาวบ้านเมืองสุพรรณส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตด้วยความประมาท ขาดการเตรียมพร้อมและแตกความสามัคคี ขณะเดียวกัน "ดวงจันทร์" หญิงสาวชาวสุพรรณผู้รักชาติและครอบครัว ได้ถูกทหารพม่าดักฉุดตัวไป แต่โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่อ้างว่าชื่อ "ทัพ" โดยทั้งคู่ได้สร้างกระท่อมพักอาศัยอยู่ชั่วคราวและเริ่มก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งต่อกัน โดยที่ดวงจันทร์หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วทัพคือ "มังราย" นายกองหนุ่มชาวพม่า ผู้เป็นบุตรชายแท้ ๆ ของ "มังมหาสุรนาถ" แม่ทัพใหญ่ฝ่ายพม่า ที่ปลอมตัวมาสืบความเคลื่อนไหว

ต่อมา กองทัพพม่าได้เข้าบุกกวาดต้อนและเผาทำลายหมู่บ้าน จับชาวบ้านสุพรรณบุรีรวมถึงครอบครัวของดวงจันทร์ไปเป็นเชลยศึกในค่าย ภายในค่ายเชลย "มังระโธ" นายกองพม่าผู้โหดเหี้ยมได้ทารุณกรรม กดขี่ ข่มเหง และเข่นฆ่าเชลยไทยอย่างไร้มนุษยธรรม จนทำให้แม่ของดวงจันทร์ต้องเสียชีวิตลง มังรายซึ่งเป็นนายทหารที่มีคุณธรรมและเห็นว่าการกระทำของมังระโธทำให้กองทัพพม่าเสื่อมเสียเกียรติ จึงคอยเข้าขัดขวางและช่วยเหลือปกป้องเชลยไทยอยู่เสมอ

เมื่อเห็นว่าเชลยไทยกำลังจะถูกทรมานจนตายกันหมด มังรายจึงตัดสินใจยอมเสี่ยงชีวิต แอบเปิดทางและปล่อยให้ดวงจันทร์ พ่อของเธอ และเชลยไทยทั้งหมดหลบหนีออกจากค่าย การกระทำดังกล่าวทำให้แม่ทัพมังมหาสุรนาถสั่งประหารชีวิตมังระโธในข้อหาประพฤติตนเยี่ยงโจรป่าทารุณเชลย แต่ในขณะเดียวกัน มังรายก็มีความผิดฐานละเมิดวินัยทหารอย่างร้ายแรงจากการปล่อยเชลยศึก แม้ว่ามังรายจะเป็นลูกชายคนเดียวที่แม่ทัพรักยิ่ง แต่เพื่อรักษาวินัยกองทัพ มังมหาสุรนาถจึงจำใจสั่งประหารชีวิตลูกชายตนเอง ดวงจันทร์เมื่อรู้ข่าวจึงยอมเสี่ยงกลับมายังค่ายเพื่อขอรับโทษแทนและขอร้องชีวิตมังราย แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนคำสั่งเด็ดขาดได้ มังรายถูกนำตัวไปประหารชีวิตต่อหน้าดวงจันทร์

หลังการสูญเสียมังราย ดวงจันทร์และชาวบ้านสุพรรณบุรีที่หลบหนีออกมาได้ตระหนักถึงชะตากรรมของบ้านเมือง ดวงจันทร์จึงปลุกใจชาวบ้านทุกคนว่า การหนีเอาตัวรอดไปเรื่อย ๆ มีแต่จะทำให้สูญสิ้นแผ่นดินเกิด หากแม้นจักต้องตาย ก็ขอเลือกตายอย่างมีเกียรติและรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นไทย คำปลุกใจของเธอทำให้ชาวสุพรรณทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เลิกกลัวความตาย จับมีด พร้า และอาวุธเท่าที่มี หวนกลับมาเปิดศึกเข้าต่อสู้กับกองทัพพม่าที่มีกำลังพลเหนือกว่าหลายเท่าอย่างไม่คิดชีวิต

แม้สุดท้ายกลุ่มชาวบ้านเลือดสุพรรณจะถูกสังหารจนสิ้นชีพทั้งหมด แต่ความกล้าหาญ ความรักชาติ และความสามัคคีอันเด็ดเดี่ยว ได้สร้างความสะเทือนใจและทำให้แม่ทัพมังมหาสุรนาถเกิดความยกย่องและนับถือในหัวใจของคนไทยอย่างลึกซึ้ง แม่ทัพพม่าจึงสั่งให้จัดพิธีฝังศพของเหล่านักรบชาวสุพรรณอย่างสมเกียรติเยี่ยงทหารหาญ และนำร่างของดวงจันทร์ไปฝังเคียงคู่กับมังราย เพื่อให้ความรักของทั้งสองคงอยู่ชั่วนิรันดร์

ชมภาพยนตร์ เลือดสุพรรณ

จันดารา ปัจฉิมบท

จันดารา ปัจฉิมบท


เรื่องย่อ

เรื่องราวชีวิตอันมืดมนและวังวนแห่งตัณหาของ "จัน ดารา" เด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับตราบาป เพราะทันทีที่เขาลืมตาดูโลก มารดาแท้ ๆ ก็เสียชีวิตลงทันที ทำให้ "คุณหลวง" ผู้เป็นประมุขของบ้านชิงชังเขาอย่างรุนแรง และตราหน้าว่าเป็น "ไอ้เด็กจัญไร" คุณหลวงลงทัณฑ์และทำร้ายจันทั้งทางร่างกายและจิตใจตลอดมา จันมีเพียง "น้าวาด" น้องสาวของแม่ที่ย้ายมาคอยเลี้ยงดู ให้ความรัก และเป็นที่พึ่งทางใจเพียงคนเดียว

ในบ้านหลังใหญ่ จันเติบโตมาท่ามกลางสายตาเกลียดชังของ "คุณแก้ว" ลูกสาวของคุณหลวงกับน้าวาด ซึ่งถูกผู้เป็นพ่อเสี้ยมสอนให้เหยียดหยามจันตั้งแต่วัยเด็ก ขณะเดียวกัน บรรยากาศเรื่องกามารมณ์อันสำส่อนของคุณหลวงและคนในบ้านก็ค่อย ๆ หล่อหลอมจัน จันมีเพื่อนสนิทคือ "เคน" เด็กรับใช้ และได้พบรักอันบริสุทธิ์กับ "ไฮซิน" หญิงสาวเชื้อสายจีนที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ แต่ในบ้าน ชีวิตของจันกลับก้าวเข้าสู่โลกีย์อย่างเต็มตัวเมื่อ "คุณบุญเลื่อง" ภรรยาเก่าของคุณหลวงย้ายเข้ามาอยู่ และกลายมาเป็นผู้เปิดโลกแห่งความใคร่ให้แก่เขา

จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อคุณแก้วถูกเคนล่วงเกินและใส่ร้ายว่าจันเป็นผู้วางแผน คุณหลวงจึงขับไล่จันออกจากบ้านอย่างไม่ไยดี จันต้องหนีไปพึ่งใบบุญของคุณตาที่จังหวัดพิจิตร และที่นั่นเอง เขาได้รับรู้ความจริงอันอัปยศเกี่ยวกับชาติกำเนิด ว่าแม่ของเขาถูกโจรข่มขืนจนตั้งท้อง และคุณตาจำเป็นต้องหาทางออกด้วยการจ้างคุณหลวงมารับสมอ้างเป็นพ่อเพื่อรักษาเกียรติวงศ์ตระกูล

หลายปีต่อมา น้าวาดเดินทางมาตามตัวจันกลับกรุงเทพฯ เพื่อช่วยกอบกู้หน้าตาของครอบครัว เนื่องจากคุณแก้วตั้งท้องโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริง จันยอมกลับมาพร้อมข้อต่อรองในการแต่งงานกับคุณแก้วเพื่อรับเป็นพ่อของเด็ก แลกกับการให้โอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินทั้งหมดมาเป็นของตน คุณหลวงจำต้องยอมจำนนและตกอยู่ในสภาพหมดอำนาจ กลายเป็นอัมพาตและไร้เรี่ยวแรง

เมื่อได้ขึ้นเป็นใหญ่ในบ้าน จันกลับถลำลึกสู่เส้นทางแห่งราคะและความพยาบาท ดำเนินรอยตามคุณหลวงแทบทุกประการ ทั้งการมีสัมพันธ์กับคุณบุญเลื่อง และบังคับขืนใจคุณแก้วจนกระทั่งเธอคลอดลูกออกมา แต่คุณแก้วกลับเรียกเด็กคนนั้นว่า "ไอ้เด็กอัปปรี" จันจึงตั้งชื่อเด็กว่า "ปรี ดารา" เพื่อประชดประชันความอยุติธรรมในชีวิต

ในบั้นปลาย น้าวาดหมดอาลัยกับความฟอนเฟะของคนในบ้านจึงหนีไปบวชชี ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวอันผิดบาปและความลับในบ้านแตกหักพังทลาย คุณแก้วแยกตัวออกไปอยู่อย่างโดดเดี่ยว คุณหลวงหมดสิ้นทุกสิ่ง ส่วนตัวจัน ดารา เองก็ไม่สามารถมีความสุขหรือความรู้สึกทางเพศกับใครได้อีกต่อไป กลายเป็นชายวัยกลางคนที่แบกรับความว่างเปล่า ตรอมตรม และสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิต จากกงเกวียนกำเกวียนและตัณหาที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเองในที่สุด


ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ

 

ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ
เรื่องย่อ

เรื่องราวสะท้อนกิเลสตัณหาและความทะเยอทะยานของมนุษย์ ผ่านชีวิตของชายหนุ่มกำพร้าคนหนึ่ง ซึ่งได้รับการชุบเลี้ยงส่งเสียให้เรียนหนังสือจากช่างตัดผมผู้มีพระคุณ ต่อมาเขาได้พบรักและมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวแสนเรียบร้อยคนหนึ่ง จากนั้นจึงได้ก้าวเข้ามายังคฤหาสน์ของเธอ และทำให้เขาได้พบกับพี่สาวของหญิงสาว ซึ่งมีทั้งเสน่ห์ ฐานะ และความเพียบพร้อม

ความโลภและธาตุแท้ในตัวชายหนุ่มเริ่มถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาใช้หน้าตา เสน่ห์ และความเจ้าเล่ห์เข้ามาพัวพันจนเกิดความสัมพันธ์ซับซ้อนกับหญิงสาวสองพี่น้องพร้อม ๆ กัน โดยมีเป้าหมายลึก ๆ เพื่อหวังจะฮุบเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลนี้มาเป็นของตน ทว่าเส้นทางที่เต็มไปด้วยความละโมบ การทรยศหักหลัง และบาปกรรม กลับย้อนกลับมาทำลายทุกสิ่ง เมื่อความจริงเริ่มปรากฏและความสัมพันธ์แตกหัก สุดท้ายกิเลสตัณหาก็นำพาชีวิตของเขาไปสู่จุดจบอันน่าอนาถ ถูกยิงเสียชีวิตจนปิดฉากชีวิตลงอย่างเดียวดาย โดยไม่มีโอกาสได้พบกับความสุขหรือสรวงสวรรค์อย่างที่เคยไขว่คว้า สมดังชื่อ "ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ

แม่อายสะอื้น พ.ศ. 2515

แม่อายสะอื้น

แม่อายสะอื้น

เรื่องย่อ

เรื่องราวโศกนาฏกรรมชีวิตของ "ดาวนิล" หญิงสาวหน้าตาสะสวยจากอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เธอเป็นลูกสาวของ "พ่อคำปัน" ครูสอนดนตรีและศิลปะพื้นบ้านที่ดวงตากำลังจะบอด และมีน้องสาวคือ "ช่อเอื้อง" ด้วยความยากจนและความหวังที่จะหาเงินมารักษาดวงตาของพ่อ ดาวนิลจึงหลงเชื่อคำชักชวนของเพื่อนบ้านว่าจะพาไปทำงานที่ร้านเสริมสวยในกรุงเทพฯ แต่เมื่อไปถึง เธอกลับถูกหลอกไปขายในซ่องโสเพณีและถูกบังคับให้รับแขกจนกระทั่งตั้งครรภ์

ดาวนิลหนีออกจากซ่องนรกมาได้และคลอดลูกชายที่ร่างกายพิการ โดยมี "หมอทรงเกียรติ" แพทย์ผู้ใจบุญให้ความช่วยเหลือรักษาชีวิตไว้ หมอทรงเกียรติเห็นแววความสวยจึงแนะนำเธอให้รู้จักกับเจ้าของห้องเสื้อเพื่อผลักดันเข้าสู่วงการนางแบบ แต่มีเงื่อนไขว่าเธอต้องทำตัวเป็นคนโสด ไร้พันธะ และปกปิดอดีตทั้งหมด ดาวนิลจึงแอบนำลูกชายกลับไปฝากให้ช่อเอื้องและพ่อคำปันช่วยเลี้ยงดู โดยโกหกว่าเป็นลูกของเพื่อนรักที่ทอดทิ้งไว้

เมื่อเข้าสู่แวดวงสังคมชั้นสูง ดาวนิลกลายเป็นนางแบบชื่อดังจนมีโอกาสไปแสดงแบบเสื้อผ้าที่ต่างประเทศ และได้พบรักกับ "ทรงพล" ชายหนุ่มตระกูลดี ซึ่งแท้จริงแล้วคือผู้เป็นน้องชายของหมอทรงเกียรติ ทรงพลหลงรักดาวนิลอย่างจริงใจและตกลงหมั้นหมายเตรียมจะแต่งงานกัน โดยหมอทรงเกียรติแม้จะรู้ความจริงในอดีตของดาวนิล แต่ก็เลือกที่จะเก็บเป็นความลับเพื่อไม่ให้ขัดขวางความสุขของทั้งคู่

ทว่าชะตากรรมเล่นตลก เมื่อพ่อคำปัน ช่อเอื้อง และหลานชาย ออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตามหาดาวนิลด้วยความรักและความเป็นห่วง แต่เมื่อช่อเอื้องได้พบดาวนิล ดาวนิลกลับปฏิเสธไม่ยอมรับพ่อและน้อง เพราะกลัวว่าจะสูญเสียหน้าตา ชื่อเสียง และความรักจากทรงพล ช่อเอื้องรู้สึกผิดหวังและโกรธพี่สาวมาก ต่อมาเกิดอุบัติเหตุจนช่อเอื้องและครอบครัวได้รับการช่วยเหลือจากหมอทรงเกียรติ และช่อเอื้องได้เข้าทำงานเป็นผู้ช่วยที่คลินิกของหมอ ทำให้เส้นทางชีวิตของทั้งสองฝ่ายต้องวนเวียนกลับมาเกี่ยวข้องกันอีกครั้ง

ความแตกหักมาถึงขีดสุดเมื่อเกิดเหตุการณ์เข้าใจผิดและความขัดแย้งในตระกูลของทรงพล จนช่อเอื้องทนไม่ไหวและระเบิดความอัดอั้น ทะเลาะกับดาวนิลถึงความอกตัญญูและการหลงลืมชาติกำเนิด โดยที่พ่อคำปันได้ยินความจริงทั้งหมดจากปากของลูกสาวทั้งสอง พ่อคำปันเสียใจและตรอมใจอย่างรุนแรงที่ลูกสาวลืมตัว ลืมครอบครัว และรังเกียจพ่อตาบอด จนกระทั่งตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการผูกคอตาย

การจากไปของพ่อคำปันทำให้ความจริงทุกอย่างเปิดเผย ทรงพลผิดหวังและเสียใจที่ดาวนิลปิดบังเรื่องครอบครัวและละเลยพ่อผู้ให้กำเนิด ดาวนิลตกอยู่ในความโศกเศร้าและรู้สึกผิดบาปอย่างหาที่สุดมิได้ ในวันงานศพของพ่อคำปัน ท่ามกลางพิธีเผาศพที่มีเพียงลูกชายของเธอที่บวชเป็นเณรหน้าไฟ ดาวนิลได้ออกมาแสดงการ "รำดาบ" หน้ากองฟอนเพื่อเป็นการขอขมาและรำส่งดวงวิญญาณของพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจใช้ดาบปลิดชีพตัวเองตายตามพ่อไป เพื่อชดใช้ความผิดบาปที่ตนเองได้ก่อไว้และยุติความทุกข์ทรมานทั้งปวงของชีวิต

ชมภาพยนตร์ แม่อายสะอื้น

มะหมา 4 ขาครับ ภาค 2

มะหมา 4 ขาครับ ภาค 2
เรื่องย่อ

เรื่องราวสานต่อความสุขและความวุ่นวาย เมื่อครอบครัวของดาราสาว "หนูแหวน" และ "เอก" ได้ให้กำเนิดลูกชายตัวน้อยชื่อ "น้องว่าน" โดยมี "เจ้าเจ๋อ" สุนัขแสนรู้คอยทำหน้าที่เป็นพี่ชายดูแลน้องอย่างใกล้ชิด แต่แล้วความสงบก็พังทลายลงเมื่อ "องอาจ" ตัวร้ายในอดีตที่หนีออกมาจากโรงพยาบาลจิตเวชร่วมกับ "ปลายฟ้า" ได้แอบลักลอบเข้ามาที่บ้านเพื่อหวังแก้แค้นและชิงตัวน้องว่านไป ทว่าความเข้าใจผิดจากหลักฐานและเหตุการณ์รอบตัวกลับทำให้คนภายนอกและสื่อมวลชนเข้าใจผิด คิดว่าเจ้าเจ๋อเป็น "หมาปีศาจ" ที่ทำร้ายและลักพาตัวเด็กทารกไปเสียเอง

เพื่อช่วยเหลือเจ้าก้อนกลมสุดที่รักและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เจ้าเจ๋อจึงออกเดินทางตามรอยคนร้ายมุ่งหน้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างทางเขาได้พบกับแก๊งมะหมาชุดเดิม นำโดย เก่ง, เซ็กซี่, พิกุล, เปี๊ยก และ "ปองปอง" ลูกสาวแสนซนของเก่งกับเซ็กซี่ ที่กำลังหลบหนีขบวนการค้าสุนัขเถื่อนสุดโหด แม้ในตอนแรกจะมีความระแวงและทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่เจ้าเจ๋อก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยผองเพื่อนมะหมาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนร้ายอย่างเฉียดฉิว ทำให้ปองปองและเพื่อน ๆ ตัดสินใจร่วมเดินทางไปอยุธยาเพื่อช่วยเจ้าเจ๋อตามหาน้องว่าน

ทว่าการเดินทางเต็มไปด้วยอุปสรรค เพราะคนร้ายค้าสุนัขยังคงไล่ล่าอย่างไม่ลดละ อีกทั้งชาวบ้านที่จำหน้าเจ้าเจ๋อจากข่าวขโมยเด็กต่างพากันรุมไล่ตี จนแก๊งมะหมาและปองปองพลาดท่าถูกจับตัวไปยังโรงชำแหละสุนัขเพื่อเตรียมส่งต่อ แต่ด้วยพลังแห่งความสามัคคี การส่งสัญญาณเสียงหอน รวมถึงความช่วยเหลือจาก "เพื่อนช้าง" ที่เจ้าเจ๋อและเพื่อน ๆ เคยช่วยชีวิตไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดการบุกช่วยเหลือและทลายรังคนร้ายได้สำเร็จ

หลังจากช่วยเหลือเพื่อนมะหมาทุกตัวให้ปลอดภัย เจ้าเจ๋อจำต้องรีบแยกย้ายและออกเดินทางต่อตามลำพัง เพื่อมุ่งหน้าไปช่วยเหลือน้องว่านกลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวให้จงได้ โดยมีคำอวยพรและกำลังใจจากเหล่าเพื่อนมะหมาที่มองเห็นหัวใจอันกล้าหาญและภักดีของเขา

มะหมา 4 ขาครับ ภาค 2

พันธุ์ร็อกหน้าย่น

พันธุ์ร็อกหน้าย่น


พันธุ์ร็อกหน้าย่น 

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่ออดีตขาร็อกรุ่นเก๋าได้รับรู้ข่าวการจัดงานคอนเสิร์ตร็อกครั้งประวัติศาสตร์ของเมืองไทย ที่รวบรวมขุนพลดนตรีร็อกทุกยุคทุกสมัยมาร่วมแสดง แต่กลับไม่มีการเชิญวงระดับตำนานในอดีตอย่างพวกเขา ความน้อยเนื้อต่ำใจผสมกับไฟฝันและศักดิ์ศรีที่ยังคุกรุ่น ทำให้แกนนำอย่าง "นิค" และผองเพื่อน ตัดสินใจที่จะปลุกชีพวง "เดอะ ดีโน่แบนด์" (The Dino Band) ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ให้คนรุ่นหลังเห็นว่าลายครามอย่างพวกเขายังไม่หมดไฟ

ภารกิจแรกคือการออกตามหาสมาชิกร่วมวง โดยเฉพาะ "พี่โรจน์" (หรือ เมธา) อดีตนักร้องนำมาดเท่ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพ่อบ้านธรรมดาและมีภรรยาสุดเฮี้ยบที่คอยคัดค้านไม่ให้เขากลับไปจับไมค์อีก แต่ด้วยใจรักดนตรี โรจน์จึงยอมเสี่ยงแอบหนีออกมา โดยมีลูกสาวคอยร่วมเดินทางตามประกบเพื่อจับตาดูพ่อ นอกจากนี้ วงยังได้ "บ๊วย" เด็กหนุ่มมือกลองที่มีพื้นฐานดนตรีไทยและแห่กลองยาวจากวัด เข้ามาร่วมทีมเป็นกำลังเสริมรุ่นใหม่

การหวนคืนสู่วงการไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อพวกเขาพยายามบุกไปเสนอตัวกับ "คุณสร้อย" ผู้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยในอดีต แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทำให้พวกเขาต้องพาวงตระเวนหาห้องซ้อมและรับงานเล่นตามผับบาร์เพื่อเคาะสนิม ทว่าความเก๋าของพวกเขาก็พาไปเจอกับเรื่องชกต่อยทะเลาะวิวาทจนขึ้นโรงพัก เงินทองร่อยหรอ แถมเรื่องยังบานปลายไปถึงหูของครอบครัว จนโรจน์ต้องเผชิญกับทางเลือกระหว่างความอบอุ่นของชีวิตคู่กับการสานฝันในวัยชรา และเกือบทำให้วงต้องยุบตัวลงกลางคัน

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ความวุ่นวายและภาพข่าวที่ปรากฏตามหน้าสื่อ กลับกลายเป็นกระแสที่ทำให้สปอนเซอร์และผู้คนให้ความสนใจในตัววงรุ่นเก๋านี้อย่างไม่คาดคิด จนผู้จัดคอนเสิร์ตต้องเป็นฝ่ายกลับมาขอร้องให้พวกเขาร่วมแสดง ในที่สุด พลพรรคขาร็อกหน้าย่นก็ได้ก้าวขึ้นสู่เวทีใหญ่ตามที่วาดฝัน ระเบิดพลังดนตรีร็อกแบบสุดเหวี่ยง พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าหัวใจและจิตวิญญาณแห่งดนตรีร็อกไม่เคยแก่ตามวัย

15 หยกๆ 16 ไม่หย่อน

 


เรื่องย่อ ภาพยนตร์ไทย: 15 หยกๆ 16 ไม่หย่อน (พ.ศ. 2521)

ภาพยนตร์สะท้อนปัญหาสังคมและวัยรุ่น ผ่านชีวิตของเด็กสาววัยเรียนกลุ่มหนึ่งจำนวน 5 คน ได้แก่ กัญญา, สาวิตรี, รุ้ง, ดวงใจ และเจิดลักษ์ ซึ่งแม้จะเติบโตมาจากพื้นเพครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนล้วนเผชิญกับช่องว่างและความขัดแย้งในบ้านของตนเอง กัญญาต้องอยู่ใต้การบังคับเคี่ยวเข็ญของแม่เลี้ยง สาวิตรีแบกรับความกดดันจากพ่อที่คาดหวังสูงจนการเรียนถดถอยและสอบตกซ้ำซาก รุ้งขาดพ่อแม่และอาศัยอยู่กับพี่สาวที่เป็นนางแบบจนขาดคนดูแลชี้แนะ ดวงใจเป็นลูกเศรษฐีที่มีพร้อมทุกอย่างยกเว้นความรักความอบอุ่น ส่วนเจิดลักษ์มีแม่ที่มุ่งแต่หาเงินจนไม่มีเวลาเหลียวแลลูก

ความอึดอัดใจจากครอบครัวบวกกับความรักสนุกและอยากรู้อยากลองตามวัย ทำให้ทั้ง 5 สาวมักชวนกันโดดเรียนไปรวมกลุ่มมั่วสุม ใช้ชีวิตตามใจตัวเองตามร้านคอฟฟี่ช็อปแทนห้องเรียน จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเธอได้พบและทำความรู้จักกับสองหนุ่มนักศึกษาอย่าง ศักดา และ นที ทว่าในวันเดียวกันนั้นเอง ความคึกคะนองของกลุ่มสาวๆ ก็ทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มจิ๊กโก๋จนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาระงับเหตุและคุมตัวทั้งหมดไปโรงพักเพื่อเรียกผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรม

แทนที่เหตุการณ์นี้จะช่วยเตือนสติ แต่การเผชิญหน้าระหว่างเด็กสาวกับผู้ปกครองกลับยิ่งสร้างความตึงเครียดและรอยร้าว กัญญาตัดสินใจหนีออกจากบ้านจนเกือบถูกกลุ่มวัยรุ่นคุกคาม แต่โชคดีที่ศักดาและนทีเข้ามาช่วยไว้ทัน หลังจากนั้นกลุ่มเพื่อนสาวจึงตกลงพากันไปยึดบ้านของรุ้งเป็นแหล่งกบดานและนัดพบ เนื่องจากพี่สาวของรุ้งมักเดินทางไปทำงานเดินแบบ ทำให้พวกเธอมีอิสระอย่างเต็มที่โดยไม่มีผู้ใหญ่คอยสอดส่อง

เมื่อขาดกรอบระเบียบ การใช้ชีวิตของแต่ละคนก็เริ่มเตลิดและถลำลึกลงสู่วังวนปัญหาที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ รุ้งแอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับสามีของพี่สาวตัวเองจนเลิกไปโรงเรียน เจิดลักษ์หลงใหลไปกับหนุ่มนักจัดรายการวิทยุ กัญญาเริ่มหันเข้าหาสิ่งเสพติด ขณะที่ดวงใจทุ่มเทหัวใจให้กับสจ๊วตหนุ่มรูปหล่อโดยไม่ระแวงเลยว่าเขามีครอบครัวอยู่แล้ว

วิกฤตชีวิตของพวกเธอมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเจิดลักษ์พบว่าตัวเองตั้งครรภ์และตัดสินใจกินยาขับเลือดเกินขนาดจนเกิดอาการตกเลือดอย่างรุนแรง ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ในระหว่างที่ดวงใจเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล เธอกลับได้พบความจริงอันโหดร้ายเมื่อเห็นสจ๊วตคนรักพาภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์มาตรวจ ทั้งยังถูกฝ่ายชายพูดจาถากถางตอกย้ำความช้ำใจ ความเจ็บแค้นที่ถูกหลอกลวงผลักดันให้ดวงใจตัดสินใจขโมยปืนของพ่อไปดักยิงชายคนรักถึงสนามบิน นำพาชะตากรรมของกลุ่มวัยรุ่นสาวไปสู่จุดจบอันน่าสะเทือนใจที่เกิดจากบาดแผลของความไม่เข้าใจในครอบครัว

ข้อความบนใบปิด

15 หยกๆ (2521)

*ออกฉายในชื่อ 15 หยกๆ 16 ไม่หย่อน

หนังไม่ผ่านเซ็นเซ่อร์ จึงต้องแก้ไขหนังและเปลี่ยนชื่อใหม่

ข้อความบนใบปิด

นครพิงค์โปรดักชั่น

ชนะ คราประยูร เปิดกระเป๋านักเรียนสาว

ค้นพบชีวิต ความรัก ความใคร่

ที่สังคมประเพณีช่วยกันปิดบัง

15 หยกๆ

ของ พลาย มะลิวัลย์

สรพงศ์ ชาตรี สุริยา ชินพันธ์

ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์

นิรุตติ์ ศิริจรรยา, สมภพ เบญจาธิกุล, หรรษา จริยาพร,

ทาริกา ธิดาทิตย์, โขมพัสตร์ อรรถยา,

ชูศรี มีสมมนต์, วิไลวรรณ วัฒนพานิช ฯลฯ

ขอแนะนำกลิ่นใหม่ของวัยสาว

นิภาพร นงนุช, ยุวธิดา สุรัสวดี, กฤษณะ ผาจันทร์

โสภณ เจนพานิช ถ่ายภาพ

ชนะ คราประยูร อำนวยการสร้าง-กำกับการแสดง

นิวไฟว์สตาร์โปรดักชั่น จัดจำหน่าย

*ใบปิดวาดโดย ริ้ม

ผีไม่มีหลุม

ผีไม่มีหลุม

สรพงษ์ ชาตรี จารุณี สุขสวัสดิ์

สมศักดิ์ ชัยสงคราม

กล้วย เชิญยิ้ม เพชร ดาราฉาย

ขุมทองแม่น้ำเเคว

 ผู้กำกับ: แสนยากร

นักแสดงนำ: สรพงศ์ ชาตรี, อภิรดี ภวภูตานนท์, ไชยา สุริยัน, พิภพ ภู่ภิญโญ, ล้อต๊อก, สินาภรณ์ พิไลลักษณ์

เรื่องราวเริ่มต้นจากตำนานเล่าขานเกี่ยวกับทองคำและทรัพย์สมบัติมหาศาลของกองทัพญี่ปุ่นที่ถูกซุกซ่อนไว้ในป่าลึกแถบแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสงครามยุติลง สมบัติดังกล่าวไม่ได้ถูกนำกลับไปและกลายเป็นลายแทงลึกลับที่ดึงดูดทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพล นายทุนต่างชาติ และเหล่านักล่าสมบัติจากทั่วสารทิศให้เข้ามาตามล่าเพื่อหวังครอบครองความร่ำรวย

พระเอก (รับบทโดย สรพงศ์ ชาตรี) ชายหนุ่มผู้ชำนาญเส้นทางและมีฝีมือการต่อสู้ ได้เข้ามามีส่วนพัวพันกับภารกิจนำทางและการสืบหาเบาะแสของขุมทอง พร้อมทั้งต้องคอยปกป้องหญิงสาวและผู้บริสุทธิ์ (นำแสดงโดย อภิรดี ภวภูตานนท์) จากการคุกคามของกลุ่มทรชน ทว่าการเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ทั้งภัยธรรมชาติ ไข้ป่า สัตว์ร้าย กับดักโบราณที่ถูกวางไว้ และที่อันตรายที่สุดคือกองกำลังติดอาวุธของผู้มีอิทธิพล (นำโดย ไชยา สุริยัน และ พิภพ ภู่ภิญโญ) ที่จ้องจะแย่งชิงลายแทงและพร้อมกำจัดทุกคนที่ขวางทาง

ตลอดการเดินทางเกิดการหักเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบ และเปิดฉากยิงปะทะกันอย่างดุเดือดกลางป่าเขา เมื่อกลุ่มต่างๆ เดินทางมาถึงจุดซ่อนขุมทอง ความโลภทำให้พันธมิตรแปรเปลี่ยนเป็นศัตรู เกิดการหักหลังและฆ่าฟันกันเองในกลุ่มเหล่าวายร้าย พระเอกและฝ่ายธรรมะจึงต้องต่อสู้สุดชีวิตเพื่อกำจัดกลุ่มทรชนลงได้ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าสมบัติมหาศาลนั้นไม่อาจนำความสุขมาให้ใครได้หากแลกมาด้วยความโลภและเลือดเนื้อ ก่อนจะยุติศึกการแย่งชิงและปล่อยให้ตำนานขุมทองแห่งลุ่มน้ำแควคงอยู่กับผืนป่าต่อไป

โพธิหัก

 ปลิว ชายหนุ่มผู้ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อเขารักใคร่ชอบพอกับ บัวผัน ลูกสาวของกำนันผู้มีอิทธิพลแห่งบ้านดงเสือเหลือง แต่ความรักกลับถูกขัดขวางอย่างรุนแรง ทั้งสองจึงตัดสินใจหนีตามกันไปสร้างครอบครัวจนกระทั่งมีลูกสาวตัวน้อยชื่อ เปลว ทว่ากำนันไม่ยอมละความพยายามและตามมาจนพบตัว โดยส่งลูกสมุนเข้าทำร้ายและพยายามพรากบัวผันกับลูกกลับไป เกิดการต่อสู้ตะลุมบอนจนทำให้บัวผันต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสลดใจ ส่วนปลิวต้องอุ้มลูกสาวฝ่าวงล้อมหลบหนีการไล่ล่ามาอย่างทุลักทุเล


ปลิวพาลูกสาวหนีซมซานจนมาสลบอยู่ที่หมู่บ้านโพธิ์หัก และได้รับความช่วยเหลือจาก ผู้ใหญ่บ้านมิ่ง พร้อมด้วยลูกสาวคือ ศรีไพร และ พุดซ้อน ผู้ใหญ่บ้านมิ่งรับฟังเรื่องราวชีวิตของปลิวด้วยความเห็นใจ จึงให้ที่พักพิงหลบภัยและปฏิบัติต่อสองพ่อลูกเหมือนคนในครอบครัว ระหว่างนั้นความอ่อนโยนและจิตใจดีของศรีไพรทำให้ความผูกพันก่อตัวขึ้น ทว่าเรื่องราวเริ่มซับซ้อนเมื่อ ชาติ และ ชิด สองเพื่อนเกลอของปลิวตามมาสมทบเพื่อคอยช่วยเหลือ โดยที่ชาตินั้นแอบหลงรักศรีไพรอยู่เงียบๆ แต่เมื่อเห็นว่าศรีไพรมีใจให้ปลิว ชาติก็ยอมตัดใจและมุ่งมั่นปกป้องเพื่อนแทน ขณะเดียวกัน แต้ม ชายหนุ่มในหมู่บ้านที่หมายปองศรีไพรอยู่ก่อนแล้ว เกิดความอิจฉาริษยาปลิว จึงแอบนำความไปบอกกำนันเพื่อหวังกำจัดปลิวให้พ้นทาง


เมื่อกำนันรู้แหล่งกบดาน จึงยกกำลังลูกสมุนมาบุกค้นถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านมิ่ง แต่ผู้ใหญ่บ้านมิ่งไม่ยอมส่งตัวปลิวและปกป้องอย่างเด็ดเดี่ยว ปลิวเกรงว่าผู้มีพระคุณจะเดือดร้อนจึงตัดสินใจแยกตัวออกไปซ่อนตัวอยู่ที่กระท่อมนอกหมู่บ้าน กำนันจึงซ้อนแผนจ้างวานมือปืนพร้อมร่วมมือกับแต้ม บุกมาลักพาตัวศรีไพรและลูกสาวของปลิวไปเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้ปลิวต้องออกมาแลกชีวิต


เมื่อคนที่ตนรักและลูกสาวตกอยู่ในอันตราย ปลิว ผู้ใหญ่บ้านมิ่ง ชาติ และชิด จึงรวมพลังกันบุกไปยังรังของกำนันเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน เกิดการปะทะและเปิดฉากดวลปืนกันอย่างดุเดือด ฝ่ายปลิวและพวกต้องสู้สุดชีวิตเพื่อกำจัดเหล่าวายร้าย ในที่สุดปลิวสามารถปราบกำนันและลูกสมุนลงได้ พร้อมทั้งชิงตัวลูกสาวและศรีไพรกลับคืนมาได้อย่างปลอดภัย นำความสงบสุขกลับคืนสู่ครอบครัวและปิดฉากเวรกรรมอันยาวนานลงในที่สุด

 ปลิว ชายหนุ่มผู้ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อเขารักใคร่ชอบพอกับ บัวผัน ลูกสาวของกำนันผู้มีอิทธิพลแห่งบ้านดงเสือเหลือง แต่ความรักกลับถูกขัดขวางอย่างรุนแรง ทั้งสองจึงตัดสินใจหนีตามกันไปสร้างครอบครัวจนกระทั่งมีลูกสาวตัวน้อยชื่อ เปลว ทว่ากำนันไม่ยอมละความพยายามและตามมาจนพบตัว โดยส่งลูกสมุนเข้าทำร้ายและพยายามพรากบัวผันกับลูกกลับไป เกิดการต่อสู้ตะลุมบอนจนทำให้บัวผันต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสลดใจ ส่วนปลิวต้องอุ้มลูกสาวฝ่าวงล้อมหลบหนีการไล่ล่ามาอย่างทุลักทุเล


ปลิวพาลูกสาวหนีซมซานจนมาสลบอยู่ที่หมู่บ้านโพธิ์หัก และได้รับความช่วยเหลือจาก ผู้ใหญ่บ้านมิ่ง พร้อมด้วยลูกสาวคือ ศรีไพร และ พุดซ้อน ผู้ใหญ่บ้านมิ่งรับฟังเรื่องราวชีวิตของปลิวด้วยความเห็นใจ จึงให้ที่พักพิงหลบภัยและปฏิบัติต่อสองพ่อลูกเหมือนคนในครอบครัว ระหว่างนั้นความอ่อนโยนและจิตใจดีของศรีไพรทำให้ความผูกพันก่อตัวขึ้น ทว่าเรื่องราวเริ่มซับซ้อนเมื่อ ชาติ และ ชิด สองเพื่อนเกลอของปลิวตามมาสมทบเพื่อคอยช่วยเหลือ โดยที่ชาตินั้นแอบหลงรักศรีไพรอยู่เงียบๆ แต่เมื่อเห็นว่าศรีไพรมีใจให้ปลิว ชาติก็ยอมตัดใจและมุ่งมั่นปกป้องเพื่อนแทน ขณะเดียวกัน แต้ม ชายหนุ่มในหมู่บ้านที่หมายปองศรีไพรอยู่ก่อนแล้ว เกิดความอิจฉาริษยาปลิว จึงแอบนำความไปบอกกำนันเพื่อหวังกำจัดปลิวให้พ้นทาง


เมื่อกำนันรู้แหล่งกบดาน จึงยกกำลังลูกสมุนมาบุกค้นถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านมิ่ง แต่ผู้ใหญ่บ้านมิ่งไม่ยอมส่งตัวปลิวและปกป้องอย่างเด็ดเดี่ยว ปลิวเกรงว่าผู้มีพระคุณจะเดือดร้อนจึงตัดสินใจแยกตัวออกไปซ่อนตัวอยู่ที่กระท่อมนอกหมู่บ้าน กำนันจึงซ้อนแผนจ้างวานมือปืนพร้อมร่วมมือกับแต้ม บุกมาลักพาตัวศรีไพรและลูกสาวของปลิวไปเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้ปลิวต้องออกมาแลกชีวิต


เมื่อคนที่ตนรักและลูกสาวตกอยู่ในอันตราย ปลิว ผู้ใหญ่บ้านมิ่ง ชาติ และชิด จึงรวมพลังกันบุกไปยังรังของกำนันเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน เกิดการปะทะและเปิดฉากดวลปืนกันอย่างดุเดือด ฝ่ายปลิวและพวกต้องสู้สุดชีวิตเพื่อกำจัดเหล่าวายร้าย ในที่สุดปลิวสามารถปราบกำนันและลูกสมุนลงได้ พร้อมทั้งชิงตัวลูกสาวและศรีไพรกลับคืนมาได้อย่างปลอดภัย นำความสงบสุขกลับคืนสู่ครอบครัวและปิดฉากเวรกรรมอันยาวนานลงในที่สุด

กองพันทหารเกณฑ์


เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มหลากพื้นเพหลายนิสัยต้องถูกเรียกตัวเข้ามารับใช้ชาติในค่ายทหารเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น ชาตรี นทีท่วม หนุ่มอารมณ์ดีผู้รักเสียงเพลง, หนูแดง, มังกร, ยกธงรบ และ ทองปาน หนุ่มหน้าหวานที่ไม่อยากเป็นทหาร ท่ามกลางการต้อนรับของ จ่าหวาน วันวาน ครูฝึกจอมเฮี้ยบที่คอยกวดขันวินัยอย่างเข้มงวด  รวมถึงยังมี "องอาจ" ทหารรุ่นเก่าจอมหนีทหารที่ถูกขังคุกจนแก่เฒ่า มายืนเป็นตัวอย่างเตือนใจเหล่าพลทหารใหม่ไม่ให้คิดหลบหนี 

ในระหว่างการฝึกอันเหน็ดเหนื่อยและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ชาตรีได้พบรักกับแพทย์หญิง/พยาบาลสาวคนสวยประจำโรงพยาบาลทหาร ซึ่งแท้จริงแล้วเธอคือลูกสาวของท่านผู้บังคับการกองพัน (ผู้พัน)  ชาตรีพยายามจีบเธออย่างเปิดเผยและใช้เสียงเพลงลูกทุ่งขับกล่อมสร้างคะแนนความรัก ท่ามกลางอุปสรรคทั้งจากยศฐาบรรดาศักดิ์และการจับตาดูอย่างเข้มงวดของครูฝึกและพ่อของเธอ  ขณะเดียวกัน เหล่าเพื่อนทหารเกณฑ์ต่างร่วมมือกันก่อวีรกรรมสุดป่วน ทั้งการโดดซ้อม แอบไปเที่ยวร้านอาหาร และปะทะกับกลุ่มจิ๊กโก๋นอกค่าย จนเกิดเป็นความผูกพันและมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนร่วมรุ่น 

เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกขั้นพื้นฐาน ความสนุกสนานต้องเปลี่ยนเป็นความเสียสละอย่างแท้จริง เมื่อกองพันทหารเกณฑ์ได้รับคำสั่งด่วนให้เคลื่อนพลขึ้นสู่สมรภูมิแนวหน้าบริเวณชายแดน เพื่อต่อสู้ขับไล่กองกำลังข้าศึกผู้รุกราน  ในสมรภูมิรบจริง ชาตรีและเพื่อนๆ ได้นำความรู้และระเบียบวินัยที่ฝึกฝนมาเข้าสู้รบอย่างกล้าหาญจนสามารถรักษาอธิปไตยของแผ่นดินไว้ได้ แม้ชาตรีจะได้รับบาดเจ็บจากการรบก็ตาม 

เมื่อศึกสงบ ชาตรีแกล้งทำเป็นพิการเสียแขนเพื่อลองใจหญิงคนรัก แต่เธอกลับพิสูจน์ให้เห็นถึงความจริงใจและสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างคอยดูแลเขาตลอดไป ชาตรีจึงเฉลยความจริงและสวมกอดเธอด้วยความซาบซึ้ง ปิดฉากชีวิตทหารเกณฑ์ที่เปลี่ยนจากหนุ่มสำมะเลเทเมาให้กลายเป็นลูกผู้ชายและวีรบุรุษผู้พิทักษ์ชาติอย่างสมภาคภูมิ 

ปืนเกลียว

เรื่องย่อ ปืนเกลียว (2536)

เสี่ยเทพ ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นผู้กุมธุรกิจสีเทาและการค้าที่ดิน ได้กว้านซื้อที่ดินบริเวณสลัมหนองจอกเพื่อเตรียมสร้างห้างสรรพสินค้าและเปิดรับกลุ่มทุนต่างชาติ ส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชนที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนานถูกไล่ที่อย่างไม่เป็นธรรม แต่เสี่ยเทพพยายามปกปิดเบื้องหลังดำมืดเหล่านี้ไม่ให้ อ้น ลูกสาวที่เพิ่งเรียนจบกลับมาได้รับรู้ ขณะเดียวกัน นายหวัง มือขวาผู้ละโมบของเสี่ยเทพ ไม่พอใจที่เสี่ยสั่งห้ามใช้ความรุนแรงและเริ่มคิดจะวางมือ จึงเริ่มวางแผนการลับเพื่อฮุบผลประโยชน์และกิจการทั้งหมดมาเป็นของตนเอง

ในฝั่งของชุมชน ต้น เด็กหนุ่มที่เกิดความขัดแย้งกับพ่อจนหนีออกจากบ้าน ได้มาร่วมกลุ่มกับแก๊งวัยรุ่นสู้ชีวิตอย่าง เอก, กด และเพื่อนๆ ในสลัม เมื่อชาวบ้านถูกกลุ่มอันธพาลของนายหวังเข้าข่มขู่ บุกพังบ้านเรือน และไล่ที่อย่างโหดร้าย กลุ่มของเอกและกดจึงตัดสินใจตอบโต้และหาทางปกป้องถิ่นที่อยู่ ด้วยความโกรธแค้น กลุ่มวัยรุ่นจึงวางแผนจับตัวอ้นมาเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้เสี่ยเทพยอมคืนที่ดินและหยุดทำร้ายชาวสลัม แต่เมื่ออ้นได้มารับรู้ความจริงเกี่ยวกับความเดือดร้อนของชาวบ้านและธาตุแท้ในธุรกิจของพ่อ เธอจึงเข้าใจและตัดสินใจอยู่ร่วมมือกับกลุ่มคนหนุ่มสาวเพื่อเรียกร้องความถูกต้อง

สถานการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลง เมื่อนายหวังฉวยโอกาสหักหลังเสี่ยเทพ ด้วยการส่งลูกสมุนเข้าทำร้ายและบีบบังคับให้เสี่ยเซ็นมอบอำนาจบริหารกิจการทั้งหมดให้ตน ทั้งยังส่งมือสังหารและนักเลงบุกขึ้นไปตามล่ากลุ่มของเอก กด และอ้น กลุ่มตัวเอกจึงต้องผนึกกำลังต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพลเถื่อนด้วยศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดและอาวุธทุกชนิดอย่างดุเดือด นำไปสู่การล้างแค้นและหักเหลี่ยมครั้งสุดท้ายเพื่อโค่นล้มอำนาจมืดของนายหวัง ช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ และคืนความสงบสุขกลับสู่ชุมชนในที่สุด

ลำเพลินเพลงรัก

ลำเพลินเพลงรัก


"ลำเพลินเพลงรัก" (พ.ศ. 2536)
กำกับโดย "ศักดิ์มรกต"
นำแสดงโดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, เฉลิมพล มาลาคำ, ไวท์ ผดุงการ, ศรีสุดา รุ่งรัศมี, สมหมายน้อย ดวงเจริญ และ ดาร์กี้ กันตรึมร็อค 

เรื่องย่อ ลำเพลินเพลงรัก (2536)

เรื่องราวความรัก เสียงเพลง และความวุ่นวายในหมู่บ้านชนบทแถบอีสาน เมื่อหนุ่มหมอลำบ้านนาอย่าง เฉลิมพล หลงรัก ชบา ลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน จึงมักขับกล่อมบทเพลงหมอลำเกี้ยวพาราสีเธออยู่เป็นประจำ แต่ผู้ใหญ่บ้านกลับไม่ค่อยชอบใจเพราะมองว่าเป็นแค่หนุ่มจนๆ ไร้อนาคต

ในขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่มหนุ่มกรุงจอมเจ้าเล่ห์ นำโดย ไวท์ ที่เข้ามาตีสนิทกับผู้ใหญ่บ้านด้วยการเปย์ของกำนัลราคาแพง เพื่อหวังจีบชบาแข่งกับหนุ่มบ้านนา และยังตามตื๊อหญิงสาวในหมู่บ้านอย่าง พิม อีกด้วย ทำให้กลุ่มชาวบ้านและหนุ่มๆ ท้องถิ่นไม่พอใจในพฤติกรรมอวดรวยของหนุ่มบางกอก จึงเกิดการเขม่นและชิงไหวชิงพริบกันผ่านเสียงเพลงหมอลำและวิถีชีวิตชาวบ้าน

ต่อมา ช่างเอก (บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) นายช่างหนุ่มผู้ซื่อตรง พร้อมกลุ่มช่างฝีมือจากกรุงเทพฯ ได้เดินทางเข้ามาทำงานก่อสร้างในหมู่บ้าน ช่างเอกแอบหลงรักพิม แต่ด้วยความที่พูดไม่เก่งและเป็นคนขี้อาย เพื่อนร่วมงานจึงพยายามเป็นพ่อสื่อคอยช่วยส่งดอกไม้และสร้างสถานการณ์ให้ได้ใกล้ชิดกันจนเกิดเรื่องเปิ่นๆ ฮาๆ อยู่บ่อยครั้ง

แต่แล้วความขัดแย้งก็ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อไวท์ที่ผิดหวังและเริ่มเผยธาตุแท้ ได้อาศัยความไว้ใจของผู้ใหญ่บ้านหลอกพาชบาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์แล้วลักพาตัวเธอไปหมายจะทำมิดีมิร้าย ซึ่งพิมที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ก็พลอยถูกจับตัวไปด้วย ช่างเอกพร้อมด้วยเฉลิมพลและชาวบ้านจึงรีบตามไปช่วยเหลือ ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะและต่อสู้กันอย่างดุเดือด ช่างเอกใช้แม่ไม้มวยไทยจัดการกลุ่มคนร้ายและช่วยเหลือชบากับพิมกลับมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อเรื่องร้ายผ่านพ้นไป ความดีและความกล้าหาญทำให้ช่างเอกกล้าสารภาพรักกับพิม ส่วนหมู่บ้านก็กลับมาเปี่ยมไปด้วยความสงบและเสียงเพลงหมอลำอันครึกครื้นอีกครั้ง

ผู้กำกับ : "ศักดิ์มรกต"

นักแสดง:

บิณฑ์ บันลือฤทธิ์  

เฉลิมพล มาลาคำ  


วันที่เข้าฉาย: 27 มีนาคม 2536


ไอ้งอดยอดทหาร

 

ไอ้งอดยอดทหาร

เรื่องย่อ:  ไอ้งอดยอดทหาร

วัง อดีตทหารผ่านศึกผู้รักความยุติธรรมเดินทางกลับมายังบ้านเกิดที่ปากน้ำโพ แต่กลับถูกกลุ่มลูกสมุนของ นายโอฬาร เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นดักสังหารอย่างโหดเหี้ยม ก่อนสิ้นลม วังได้มอบสมุดพกเล่มหนึ่งให้กับ สายชล น้องสาว โดยบอกว่าในนั้นมีรายชื่อของเพื่อนร่วมรบและเพื่อนตายสมัยทหารที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เพื่อให้ติดต่อพวกเขากลับมาช่วยกอบกู้ความยุติธรรม

เมื่อ งอด ชายหนุ่มเลือดร้อนที่แอบชอบสายชล ทราบเรื่องการตายของวังและเห็นชาวบ้านถูกกดขี่ จึงพยายามออกหน้าสู้กับกลุ่มอิทธิพล แต่ด้วยความไร้ชั้นเชิงทำให้ถูกทำร้ายสะบักสะบอมกลับมาทุกครั้ง ขณะเดียวกันพ่อของสายชลก็ถูกกลุ่มคนร้ายรังแกจนเสียชีวิตไปอีกคน ความหวังเดียวจึงอยู่ที่การรวบรวมกลุ่มสหายเก่าของวังตามรายชื่อในสมุด ซึ่งประกอบด้วยเหล่าจอมกวนหลากสไตล์ ได้แก่ บางเบิด อดีตนักโทษชอบเทศนาธรรมะ, กาลเวก นักร้องเจ้าเสน่ห์, ทองดี จอมขมังเวทสายฮาที่มีวิชาพรางตัว, ศรศิลป์ นักหนังสือพิมพ์ใจเด็ด และ บัวผัน หญิงแกร่งคนรักของวัง

เหล่าเพื่อนทหารและงอดจึงร่วมกันวางแผนซ้อนกลเพื่อล้มอำนาจของนายโอฬาร โดยยืมมือนายทุนคู่แข่งอย่างกำนันหวังให้เปิดศึกปะทะกันเอง และแฝงตัวเข้าไปในงานเลี้ยงฉลองปริญญาลูกสาวของนายโอฬารด้วยการจัดแสดงรำเซิ้งกลองยาวก่อนจะเปิดฉากถล่มรังเจ้าพ่อ ในที่สุดฝ่ายนายโอฬารก็พ่ายแพ้และถูกกำจัดลงเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้

เมื่อความสงบสุขกลับคืนสู่ปากน้ำโพ หมวดราวี ตำรวจตงฉินจำเป็นต้องควบคุมตัวเหล่าสหายศึกไปดำเนินคดีตามกฎหมายตามหน้าที่ ท่ามกลางความซาบซึ้งและเสียงหัวเราะ โดยทุกคนต่างพร้อมใจยอมรับผลการกระทำ และฝากฝังให้งอดคอยดูแลสายชลต่อไป

ชมภาพยนตร์ ไอ้งอดยอดทหาร

ทหารเกณฑ์กิ้บก๊าบ

ทหารเกณฑ์กิ้บก๊าบ


เรื่องย่อ

แท่งทอง ลูกชายคนเดียวของครอบครัวมหาเศรษฐี ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา ไม่ยอมเรียนต่อ และชอบแข่งรถสร้างความปวดหัวให้พ่อแม่อยู่เสมอ เมื่อถึงวัยเกณฑ์ทหาร แท่งทองพยายามขอให้อาที่เป็นนายทหารช่วยวิ่งเต้น แต่พ่อกับแม่กลับซ้อนแผนแอบขอร้องให้อาผลักดันให้แท่งทองต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เพื่อหวังดัดนิสัยและฝึกให้รู้จักระเบียบวินัยในชีวิต

เมื่อเข้ามาอยู่ในค่ายทหาร แท่งทองได้พบกับเพื่อนทหารเกณฑ์หลากสไตล์ ทั้งนักดื่มตัวยงและอดีตนักล้วงกระเป๋าอย่าง ดวงเฮง รวมถึงต้องเผชิญหน้ากับความเฮี้ยบของ หมวดเที่ยง และเหล่าครูฝึกจอมโหดที่คอยลงโทษและเคี่ยวกรำอย่างหนัก แต่ชีวิตการเป็นทหารก็เริ่มมีสีสันขึ้น เมื่อแท่งทองได้พบกับ เหมือนดาว หลานสาวคนสวยของผู้พันเสถียร (ซึ่งพักอยู่กับพี่สาวชื่อ เดือน ที่เปิดร้านตัดชุดในค่าย) แท่งทองตกหลุมรักเหมือนดาวทันที และพยายามทำคะแนนจีบเธอแข่งกับคู่ปรับอย่างหมวดเที่ยง

แท่งทองร่วมมือกับแก๊งเพื่อนทหารเกณฑ์วางแผนสารพัดวิธี ทั้งแอบแกล้งหมวดเที่ยง วางยาสลบ วางยาสลอด ไปจนถึงทำเซียมซีปลอมตอนไปไหว้พระ และเขียนจดหมายรักส่งไปตื๊อเหมือนดาว แต่ละแผนการมักจบลงด้วยความวุ่นวาย ฮา และพาให้โดนครูฝึกทำโทษอยู่เสมอ อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาและความยากลำบากในการฝึกภาคสนามและการอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ทำให้แท่งทองค่อยๆ เติบโตขึ้น กลายเป็นคนมีน้ำใจ มีระเบียบวินัย และเป็นที่พึ่งพาของผู้อื่น จนผู้บังคับบัญชาและครอบครัวต่างยอมรับในความเปลี่ยนแปลง

จนกระทั่งถึงวันปลดประจำการ แท่งทองจากหนุ่มเจ้าสำราญได้กลายเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว แม้จะดีใจที่ได้กลับบ้าน แต่เขาก็รู้สึกใจหายและผูกพันกับชีวิตในค่าย เพื่อนร่วมรุ่น และความรักที่มีต่อเหมือนดาวอย่างสุดซึ้ง กลายเป็นความทรงจำและบทเรียนชีวิตที่ไม่มีวันลืม

ฉายที่โรงหนังสยาม-อินทรา-เฉลิมกรุง

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com