พันธุ์แม่เบี้ย

 พันธุ์แม่เบี้ย (2536)

เมื่อ "ความแค้น" ของอสรพิษ... ตามล่าล้างโคตรจากป่าลึกสู่เมืองกรุง!


คอภาพยนตร์ไทยแนวระทึกขวัญ-ลึกลับห้ามพลาด! กับภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มดีจากปี 2536 ที่จะพาทุกคนดิ่งลึกไปกับแรงอาฆาตสุดสะพรึงที่ไม่มีวันให้อภัย


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ... กลุ่มนักท่องเที่ยวและพรานป่ากลุ่มหนึ่ง ได้เดินทางเข้าไปล่าสัตว์ในป่าลึกอันห่างไกล ทว่าความคึกคะนองและรู้เท่าไม่ถึงการณ์กลับนำพาหายนะมาสู่พวกเขา เมื่อพวกเขาไปเจอรังของ "งูจงอางยักษ์" เจ้าถิ่นเข้า และได้ทำการทำลายไข่จนหมดสิ้น พร้อมทั้งปลิดชีพงูจงอางตัวผู้ลงอย่างโหดเหี้ยม โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า... กำลังปลุกไฟแค้นแสนสาหัสให้เกิดขึ้นกับ "พญางูตัวเมีย" ที่รอดชีวิต


หลังกลับจากป่าลึกสู่วิถีชีวิตคนเมืองที่คิดว่าปลอดภัย... ฝันร้ายที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น! เมื่อเพื่อนร่วมทริปต่างค่อยๆ ทยอยเสียชีวิตลงทีละคนอย่างเป็นปริศนา ทุกศพล้วนมีสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือ "รอยเขี้ยวของอสรพิษร้าย" ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่มีสัญชาตญาณฆาตกร คอยสะกดรอยตามกลิ่นและจดจำใบหน้าของพวกเขาทุกคนเพื่อมาเช็คบิล!


ความหวังเดียวตกอยู่ที่ "ผู้หมวดภาคภูมิ" นายตำรวจหนุ่มไฟแรงที่ต้องเข้ามาทำคดีสะเทือนขวัญนี้ เขาจะสามารถปกป้อง "มาลินี" หญิงสาวคนรัก และ "มานนท์" พี่ชายของเธอ ซึ่งเป็นเป้าหมายรายต่อไปจากเงื้อมมือของอสรพิษคลั่งตัวนี้ได้หรือไม่? และแรงอาฆาตของสัญชาตญาณแม่เบี้ยจะไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน?


ร่วมพิสูจน์ความระทึกและความตื่นเต้นที่ชวนลุ้นจนนั่งไม่ติดเบาะในภาพยนตร์ไทยเก่าสุดคลาสสิกเรื่องนี้... "พันธุ์แม่เบี้ย" (2536)


เมียสั่งทางไปรษณีย์

เมียสั่งทางไปรษณีย์ (2523)

นำแสดงโดย: สรพงษ์ ชาตรี, สุพรรษา เนื่องภิรมย์, ล้อต๊อก

และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... ราวกับ "สั่งปุ๊บได้ปั๊บ" เมื่อ "น้ำเย็น" (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) สาวสวยหุ่นดีจากเมืองกรุง หิ้วกระเป๋าเดินทางข้ามจังหวัดมาหาบุญเกิดถึงกระท่อมตามคำประกาศ สร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวบ้าน และทำให้ "ลำภู" (สุพรรษา เนื่องภิรมย์) สาวน้อยบ้านป่าที่แอบมีใจให้บุญเกิดอยู่ก่อนถึงกับใจสลายและพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางความรักครั้งนี้

แต่ความรักที่ดูเหมือนจะราบรื่นกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อ "น้ำเย็น" แท้จริงแล้วไม่ได้หนีความอบอ้าวของกรุงเทพฯ มาเพียงเพราะตามหาความรัก แต่เธอหนีอดีตอันโหดร้ายและ "อิทธิพลมืด" ของอดีตสามีคนรวยที่พร้อมจะพลิกแผ่นดินตามล่าตัวเธอกลับไป!

หนุ่มบ้านป่าใจซื่อจะปกป้องคนรักจากอิทธิพลร้ายของคนเมืองกรุงได้อย่างไร? และความรักที่เริ่มต้นจากหน้าหนังสือพิมพ์จะลงเอยด้วยความสุขหรือคราบน้ำตา? มาร่วมติดตามชมความรัก ความอลเวง และการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของหนุ่มอีสานในภาพยนตร์ไทยคลาสสิกเรื่อง "เมียสั่งทางไปรษณีย์" ยอดภาพยนตร์ครบรสทั้งรัก บู๊ และตลก ที่คุณไม่ควรพลาด!

รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่นี่:

ผ่าปืน 91 (2534)

 สำหรับแฟนภาพยนตร์ไทยยุค 90s ที่คิดถึงกลิ่นอายความแอ็กชัน ดุดัน บู๊ล้างผลาญแบบดั้งเดิม ต้องไม่พลาดกับ "ผ่าปืน 91" ภาพยนตร์แอ็กชันสืบสวนสอบสวนฟอร์มยักษ์ในปี 2534 ที่จะพาทุกคนไปดิ่งลึกกับปมปริศนาฆาตกรรมและการหักเหลี่ยมเฉือนคมชวนลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง!


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกิดเหตุอุกอาจกลางดึก กลุ่มชายฉกรรจ์ลึกลับพร้อมอาวุธครบมือบุกปล้นคลังสินค้าของบริษัทการเกษตรรายใหญ่ ทิ้งไว้เพียงร่างไร้วิญญาณของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจอีก 2 นาย คดีนี้ดูเหมือนจะเป็นการปล้นทรัพย์สินธรรมดา แต่ทว่าเบื้องหลังกลับซ่อนปมปริศนาที่ซับซ้อนเกินกว่าใครจะคาดคิด เมื่อสินค้าที่ถูกปล้นไปนั้น... แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่แค่เครื่องจักรกลทางการเกษตรทั่วไป!


ความร้อนระอุถึงหู "ร้อยตำรวจเอก ภัสกร" มือปราบหนุ่มฝีมือดีผู้รักความยุติธรรม เขาได้รับมอบหมายให้เข้ามาสืบหาความจริงเบื้องหลังเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ ยิ่งภัสกรขุดลึกเข้าไปในความลับของบริษัท เขายิ่งพบกับเบาะแสที่น่าสงสัย ตั้งแต่เลขารหัสลับ คอมพิวเตอร์โปรแกรมซับซ้อน ไปจนถึงความพัวพันของกลุ่มผู้มีอิทธิพลข้ามชาติ รวมถึงตำรวจสายสืบจากญี่ปุ่นอย่าง "เคน" และหญิงสาวลึกลับที่กุมความลับบางอย่างไว้


แต่ยิ่งใกล้ความจริง อันตรายก็ยิ่งคืบคลานเข้าหาตัวภัสกรและคนรอบข้าง การลอบสังหาร การไล่ล่าด้วยระเบิด และปืนผาหน้าไม้เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองไปจนถึงน่านน้ำกลางทะเลพัทยา


ใครคือหนอนบ่อนไส้ตัวจริง? สินค้าลึกลับที่ซ่อนอยู่ในคราบเครื่องจักรคืออะไรกันแน่? และภัสกรจะสามารถ "ผ่า" แผนการทรยศหักหลังระดับชาติครั้งนี้สำเร็จหรือไม่?


เตรียมพบกับฉากบู๊ระเบิดภูเขาเผากระท่อมสไตล์หนังไทยสุดคลาสสิก การต่อสู้ด้วยศิลปะป้องกันตัว คอนเทนเนอร์ไล่ล่า และความรักที่เคลือบแคลงไปด้วยความลับ... "ผ่าปืน 91" พร้อมให้คุณร่วมพิสูจน์และสืบคดีไปพร้อมกันแล้ววันนี้!

บุพเพสันนิวาส ๒

 บุพเพสันนิวาส ๒ (Love Destiny The Movie)

**ปีที่ออก:** 2565 (2022)
**ประเภท:** รักโรแมนติก, คอมเมดี้, ประวัติศาสตร์, ผจญภัย
**ผู้กำกับ:** ภวัต พนังคศิริ, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, สุขุม เมธาวนิช
**นักแสดงหลัก:** ธนวรรธน์ วรรณภูติ (โป๊ป), ราณี แคมเปน (เบลล่า), พาริส อินทรโกมาลย์สุต (ไอซ์), ชานน สันตินธรกุล (นน)

**เรื่องย่อ:**


"บุพเพสันนิวาส ๒" สานต่อเรื่องราวความรักสุดประทับใจจากละครโทรทัศน์ยอดนิยม สู่ภาพยนตร์จอเงินที่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชกาลที่ ๓ ซึ่งเป็นยุคที่บ้านเมืองเริ่มมีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติมากขึ้น และวิทยาการใหม่ ๆ เริ่มแพร่หลายเข้ามาในสยาม เราจะได้พบกับ "ภพ" (โป๊ป ธนวรรธน์) ชายหนุ่มรูปงามที่มีความคิดล้ำยุคเกินกว่าใครในสมัยนั้น เขามักจะประดิษฐ์สิ่งของแปลกใหม่ และมีความใฝ่ฝันอยากจะเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปข้างหน้า

ในขณะเดียวกัน "เกสร" (เบลล่า ราณี) ก็ปรากฏตัวขึ้น เธอเป็นหญิงสาวผู้มีแนวคิดหัวสมัยใหม่ ไม่ยอมคน และมีความมุ่งมั่นเป็นของตัวเอง ทั้งสองโคจรมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน โดยที่ภพหลงรักเกสรตั้งแต่แรกเห็น และพยายามทุกวิถีทางที่จะพิชิตใจเธอด้วยวิธีการที่ไม่ธรรมดา สร้างความอลหม่านและรอยยิ้มให้กับคนรอบข้าง

ท่ามกลางความพยายามของภพในการจีบเกสร ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นเมื่อการค้าขายกับชาวต่างชาติสร้างความตึงเครียดบางอย่างขึ้นมา ทำให้ทั้งคู่ต้องเข้าไปพัวพันกับการผจญภัยครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกัง เกสรผู้ไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิตและภพผู้เชื่อมั่นในรักแท้ จะต้องร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงนำเสนอเรื่องราวความรักโรแมนติกและคอมเมดี้เท่านั้น แต่ยังสอดแทรกประเด็นทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาสที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าหากันอีกครั้งในชาติภพใหม่ ผู้ชมจะได้ร่วมลุ้นไปกับการเดินทางของพวกเขา และค้นหาว่าโชคชะตาที่ผูกพันข้ามภพชาติจะนำพาความรักครั้งนี้ไปในทิศทางใด


**จุดเด่น:**
* **การกลับมาของคู่ขวัญ:** การโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งของ โป๊ป ธนวรรธน์ และ เบลล่า ราณี ในบทบาทใหม่ที่ยังคงเปี่ยมด้วยเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้แฟน ๆ ที่รอคอยมานานได้ฟินกันถ้วนหน้า
* **โปรดักชันอลังการและฉากประวัติศาสตร์:** ภาพยนตร์นำเสนอฉาก สถานที่ เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายในยุครัตนโกสินทร์ที่สวยงามตระการตาและสมจริง สะท้อนความงดงามของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยได้อย่างน่าประทับใจ
* **ความครบรสของแนวหนัง:** ผสมผสานทั้งความโรแมนติก คอมเมดี้ และการผจญภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ทำให้หนังดูสนุก ตื่นเต้น และสร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดเรื่อง

แม่นาค30

แม่นาค30


แม่นาค 30 (2530)

เรื่องย่อ:

นำแสดงโดย: โน้ต เชิญยิ้ม, สีหนุ่ม เชิญยิ้ม, ยอดนคร มอญสะออน

เมื่อตำนานความรักอมตะสุดคลาสสิกของ "แม่นาคพระโขนง" ถูกหยิบมาปัดฝุ่นใหม่ในแบบฉบับความฮาส่งท้ายทศวรรษที่ 2530 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "พี่มาก" ต้องบินลัดฟ้าไปขุดทองทำงานหนักถึงประเทศซาอุดีอาระเบีย ทิ้งให้ "แม่นาค" เมียรักต้องอยู่เฝ้าบ้านและอุ้มท้องแก่เพียงลำพัง

แต่แล้วโศกนาฏกรรมที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแม่นาคเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหันระหว่างทางไปโรงพยาบาลและได้ขาดใจตายกลายเป็นผีตายทั้งกลมพร้อมกับ "ไอ้แดง" ลูกชาย ด้วยความรักและคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อกัน วิญญาณของแม่นาคและลูกจึงยังคงปักหลักรอคอยการกลับมาของสามีสุดที่รักอยู่ที่บ้านริมคลอง โดยที่ชาวบ้านแถวนั้นต่างพากันอกสั่นขวัญแขวนกับเสียงเพลงกล่อมลูกยามค่ำคืน

เรื่องราวเริ่มวุ่นวายทวีคูณเมื่อพี่มากเดินทางกลับมาจากเมืองนอกพร้อมกับเพื่อนๆ แก๊งตลก (นำทีมโดย โน้ต เชิญยิ้ม และ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม) ที่พร้อมใจกันมาสร้างความฮาและลูกล่อลูกชนในการหนีผี! แถมความพีคยังอยู่ที่ "ไอ้แดง" ลูกชายแม่นาค ที่ตอนเป็นวิญญาณดันขอพรอยากโตไวๆ จนกลายร่างออกมาเป็นเด็กหน้าตาแก่คร่ำครึรุ่นราวคราวเดียวกับลุงกำนัน!

เมื่อความจริงเริ่มปรากฏว่าเมียรักและลูกชายไม่ใช่คนอีกต่อไป แผนการหลบหนีและภารกิจปราบผีสุดเพี้ยนของพี่มากและเดอะแก๊งจึงเริ่มต้นขึ้น ทั้งหมอผี ทั้งจ่าตำรวจ ต่างถูกลากเข้ามาพัวพันในความอลหม่านครั้งนี้!

ความรักที่อยู่คนละภพภูมิจะลงเอยอย่างไร? พี่มากจะยอมอยู่กินกับผีแม่นาค หรือแก๊งเพื่อนจะช่วยให้เขาหนีรอดไปได้? เตรียมพบกับหนังผีไทยยุคคลาสสิกที่ผสมผสานความหลอนและเสียงหัวเราะไว้อย่างลงตัว ใครที่คิดถึงบรรยากาศหนังตลกไทยโบราณมุกสดห้ามพลาดเด็ดขาด!

แม่นาค 30 (2530) 


หนึ่งฟิล์มโปรดักชั่น เสนอ
เรื่องราวอมตะของแม่นาค ตอนใหม่เอี่ยม
สุริยน ดวงทองดี กำกับการแสดง
แม่นาค 30
บทภาพยนตร์ของ “นายหมอผี”
โน้ต เชิญยิ้ม พบ สีดา สุทธิรักษ์
ยอด นครนายก, ท้วม ทรนง, เต๋อ,
เหี่ยว, มยุรี, จันทนา, โพธิ์ทอง, โต, ธาดา ฯลฯ
เล็ก ดวงทองดี ผู้ช่วยกำกับ
สมควร วงศ์จำรัส ถ่ายภาพ
พัชรี วงศ์วิลาส อำนวยการสร้าง
*ใบปิดวาดโดย POJ

ล็อตเตอรี่

โปสเตอร์หนัง ล็อตเตอรี่

ล็อตเตอรี่ (2527)

เรื่องราววุ่นๆ เกิดขึ้นเมื่อ “ผู้ใหญ่ดี” ผู้ชื่นชอบการเสี่ยงโชคซื้อล็อตเตอรี่ทุกงวด วันนึงโชคก็เข้าข้าง ผู้ใหญ่ดีถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 3 ล้านบาท ระหว่างเดินทางไปขึ้นเงินที่กองสลาก ผู้ใหญ่ดีและลูกสาวเกิดพลั้งปากพูดให้สิบแปดมงกุฎอย่าง “ไอ้ทิด” ได้ยิน ทำให้ไอ้ทิดตีสนิทหวังหลอกเงินรางวัล.. มาลุ้นกันค่ะ ว่า “ผู้ใหญ่ดี” จะได้ใช้เงิน 3 ล้านไหม

เมื่อ "ความรวย" หล่นทับ... แต่ความซวยดันตามมาติดๆ !

ลองจินตนาการดูสิว่า หากคุณเป็นชาวนาจนๆ คนหนึ่งที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ซื้อล็อตเตอรี่เสี่ยงโชคมาทั้งชีวิตหวังจะลืมตาอ้าปากได้ แล้ววันหนึ่งฟ้าก็มีตา ประทานรางวัลที่ 1 แบบ "สองใบควบ" มูลค่าสูงถึง 3 ล้านบาทมาให้ตรงหน้า! เป็นใครก็ต้องดีใจจนเนื้อเต้น เช่นเดียวกับ "ลุงดี" ชายซื่อแกมบื้อแห่งท้องไร่ท้องนา ที่กอดลอตเตอรี่ก้อนโตนี้ไว้แน่น พร้อมกับลูกสาวคนสวย "ลำดวน" ที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงกรงเทพฯ เพื่อนำสลากไปขึ้นเงินด้วยความหวังเต็มเปี่ยม

แต่โชคก้อนโตย่อมมาพร้อมกับภัยเงียบ... เมื่อข่าวลือเรื่องเศรษฐีใหม่จากบ้านนอกแพร่สะพัดไปถึงหูของกลุ่มมิจฉาชีพเจ้าเล่ห์ในเมืองกรุง นำโดย "ธนากร" (สรพงษ์ ชาตรี) ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม แผนการต้มตุ๋นขบวนการใหญ่จึงเริ่มขึ้น!

ลุงดีและลำดวนต้องเผชิญกับแสงสีของกรุงเทพฯ ที่ทั้งน่าตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยอันตราย ท่ามกลางการหักเหลี่ยมเฉือนคม แผนซ้อนแผน และการไล่ล่าลอตเตอรี่เจ้าปัญหากลางกองขยะ! ความซื่อของคนบ้านนอกจะเอาชนะความกะล่อนของคนเมืองกรุงได้หรือไม่? แล้วความผูกพันที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานจะเปลี่ยนใจเสือให้อยู่ติดถ้ำได้ไหม?

มาร่วมลุ้นและขำกลิ้งไปกับวิถีชีวิตหักมุมสุดฮา ในหนังไทยคลาสสิกที่สะท้อนสังคมและมอบความบันเทิงครบรส!

"นอกเหนือจากผีและเทวดา... ที่พึ่งสุดท้ายของคนจน ก็คงมีแต่ล็อตเตอรี่นี่แหละ!"

ดูหนังไทย ล็อตเตอรี่ เต็มเรื่องแบบถูกลิขสิทธิ์


ม.จ.ชาตรีเฉลิมยุคล บทประพันธ์-บทภาพยนตร์
สมถวิล สุววรณกูฏ กำกับการแสดง
มนุษย์ทุกคนอยากเป็นเศรษฐี
แต่ที่พึ่งสุดท้ายของคนจน คือ
ล็อตเตอรี่
สรพงศ์ ชาตรี ปิยะมาศ โมนยะกุล สมควร กระจ่างศาสตร์
สมศักดิ์ ชัยสงคราม, กิตติ ดัสกร, อภิชาติ อรรถจินดา,
ต่อลาภ กำพุศิริ, ชินดิษฐ์ บุนนาค, โกร่ง กางเกงแดง,
สุวัฒน์, สุดใจ, ยุวดี, ขวัญ, ไพริน, เป้า, ปู และดาดา วราวรรณ
พยุง แจ่มศิลป์ ผู้ช่วยผู้กำกับ
วิจิตร บัวจันทร์ กำกับภาพ
สมเกียรติ ฤกษ์ดี อำนวยการสร้าง
 

เรือมนุษย์ พ.ศ. 2531



ภาพยนตร์: เรือมนุษย์ (2531)

นำแสดงโดย: ใหม่ เจริญปุระ, ลิขิต เอกมงคล, มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช, อภิรดี ภวภูตานนท์

เรื่องย่อ: นาวาชีวิตที่ลอยคว้างท่ามกลางมรสุมแห่งกิเลส

หากจะเปรียบชีวิตคนเราเป็นเหมือน "เรือ" ลำน้อยที่ต้องลอยลำอยู่กลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่... จะมีเรือสักกี่ลำที่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมไปถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย โดยไม่สูญเสียการควบคุมและอัปปางลงไปเสียก่อน?

"เรือมนุษย์" เวอร์ชันภาพยนตร์ปี 2531 ถ่ายทอดเรื่องราวสะท้อนสังคมและกิเลสตัณหาของมนุษย์อย่างถึงพริกถึงขิง เริ่มต้นขึ้นในครอบครัวที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อมของ "มธุรส" (มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช) ผู้หญิงที่สนใจแต่หน้าตาทางสังคมและเรื่องนอกบ้าน จนละเลยหน้าที่ภรรยาและแม่ ความห่างเหินและตึงเครียดในบ้านผลักดันให้ "เพลา" (อภิชาติ หาลำเจียก) สามีผู้เก็บกด ตัดสินใจหันหลังให้ครอบครัว และก้าวพลาดครั้งใหญ่ด้วยการตกลงปลงใจเลี้ยงดู "เกียว" (ใหม่ เจริญปุระ) เด็กสาวรุ่นลูกที่เป็นคนใช้ในบ้าน ผู้เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและไร้เดียงสาในเวลาเดียวกัน

ในขณะเดียวกัน ความละเลยของพ่อแม่ยังส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยัง "พิมพ์รส" ลูกสาวคนโตที่ก้าวพลาดจนตั้งท้องในวัยเรียน โดยมี "นิธิมา" น้าสาวผู้แสนดีคอยเป็นหลักยึดเพียงคนเดียวในบ้าน ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง เมื่อกิเลส ตัณหา และทิฐิ เริ่มชักนำให้แต่ละคนทำตามใจตัวเองโดยไม่สนศีลธรรม นาวาชีวิตของทุกตัวละครจึงเริ่มโอนเอนและเผชิญกับมรสุมรอบทิศทาง

ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดชม?

นี่คือภาพยนตร์ดราม่าชั้นครูที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อมนุษย์ขาดความพอดีและปล่อยให้ "ใจ" เป็นทาสของความอยาก ชีวิตก็อาจคว่ำคะมำได้ง่ายๆ การประชันบทบาทของ "ใหม่ เจริญปุระ" ในบท "เกียว" ที่ทั้งแสบ ทั้งแซ่บ และน่าสงสาร ผสานกับฝีมือการแสดงของ "ลิขิต เอกมงคล" ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้เข้มข้นจนหยุดดูไม่ได้

มาร่วมลุ้นกันว่า เรือชีวิตของแต่ละคนจะต้านทานพายุอารมณ์นี้ได้นานแค่ไหน? ใครจะจมลงสู่ก้นบึ้ง และใครจะหาทางประคับประคองเรือของตัวเองให้กลับเข้าฝั่งได้ทันเวลา... ติดตามชมความเข้มข้นแบบเต็มเรื่องได้เลย!


พูนทรัพย์โปรดักชั่น ประกันคุณภาพ
จากวรรณกรรมชนะเลิศรางวัลส.ป.อ.ปี 2511
ของ กฤษณา อโศกสิน
เป็นวรรณกรรมชีวิตบนจอเงิน
เรือมนุษย์
ลิขิต เอกมงคล ใหม่ เจริญปุระ
อภิชาติ หาลำเจียก อภิรดี ภวภูตานนท์
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช, ไพโรจน์ ใจสิงห์, โรส อิศรา, น้อย โพธิ์งาม ฯลฯ
สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์
รองนางสาวไทยอันดับ 1 ปี 2529
นพวรรณ เวฬุวงศ์ นางเอกวัยรุ่นลูกพ่อขุน
วิสิษฐ์ มิ่งวัฒนบุญ อำนวยการสร้าง
วัฒนสิทธิ์ กำกับการแสดง
วิสิทธิ์ แสนทวี ถ่ายภาพ
กนิษฐา ป. บทภาพยนตร์

มีนากะอาทิตย์

ความรักของสองหญิงหนึ่งชาย สามเส้าของความสัมพันธ์ที่มีพรมแดนของภาษาวัฒนธรรม และความเข้าใจ รักที่ไม่อาจอยู่ร่วมของตัวละคร เป็นความขัดแย้งในจิตใจของชายหนุ่ม

เรื่องย่อ:

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางตารางงานที่แสนวุ่นวายในกองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่น "มีนา" (วิชชุดา พินดัม) นางแบบสาวผู้เพียบพร้อมและกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของอาชีพ ต้องเดินทางไปถ่ายแบบแฟชั่นเซ็ตสำคัญที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมี "อาทิตย์" (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) ชายหนุ่มมาดศิลปินผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายและเป็นคนรักของเธอ เดินทางร่วมทริปไปด้วยในฐานะตั๋วร่วมทางที่หวังจะให้ทริปนี้เป็นดั่งการฮันนีมูนกึ่งทำงาน

แต่ความโรแมนติกที่วาดฝันไว้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อความแตกต่างในวิถีชีวิตและการทำงานเริ่มก่อตัวเป็นรอยร้าว ท่ามกลางบรรยากาศแปลกถิ่นในโตเกียว ความกดดันจากหัวหน้างานที่มองว่าอาทิตย์เป็นเพียง "ส่วนเกิน" คอยยุ่มย่ามและไร้อนาคต บานปลายไปสู่อุบัติเหตุในกองถ่ายที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนถึงขั้นแตกหัก

เรื่องราวยิ่งขมวดปมมากขึ้น เมื่ออาทิตย์ตัดสินใจหันหลังเดินจากไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้มีนาต้องเผชิญหน้ากับคำถามในใจเพียงลำพัง ทว่าในระหว่างที่เขากำลังเคว้งคว้างอยู่นั้น อาทิตย์ได้พบกับ "เรโกะ" (ยาสุฮาร่า เรอิโกะ) สาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นผู้เข้ามาเติมเต็มความรู้สึกและพกพาความสดใสมาให้ในยามที่เขาโดดเดี่ยวที่สุด

ความรักที่เคยหนักแน่นดั่งผืนแผ่นดินไทย กำลังถูกทดสอบด้วยระยะทาง ทิฐิ และผู้มาใหม่ในดินแดนอาทิตย์อุทัย... สุดท้ายแล้ว "มีนา" จะตัดสินใจออกตามหาหัวใจที่หล่นหาย หรือจะปล่อยให้ "อาทิตย์" ลับหายไปกับแสงตะวันของเมืองโตเกียว?


เตรียมร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจในภาพยนตร์ไทยในตำนานที่สะท้อนแง่มุมความรักได้อย่างงดงาม ลึกซึ้ง และตราตรึงใจ

👉 ชมภาพยนตร์ มีนากะอาทิตย์ (2535) - เต็มเรื่อง

นักแสดง:

ศตวรรษ ดุลยวิจิตร  
ยาสุฮาร่า เรอิโกะ  
วิชชุดา พยัฆเพศ  
อลิษา ขจรไชยกุล  
กษาปณ์ จำปาดิบ  

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
วันที่เข้าฉาย: 19 ธันวาคม 2535

 
 
 

สามปอยหลวง

 

สามปอยหลวง

สามปอยหลวง

  • Release Date: 15 ธันวาคม 2483
  • Director: ร.ต. ทองอิน บุณยเสนา
  • Producer: กรมรถไฟไทย
  • Screenwriter: เวทางค์
  • Starring: ถวิล ณ นคร, วีนัส มุกดาปกร, สาคร ไชยพิพัฒน์

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์

ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง ไตรภูมิภาพยนตร์ในความอุปการะของกรมรถไฟไทย และเทศบาลนครเชียงใหม่
ผู้อํานวยการสร้าง บุญชอบ อ่องสว่าง
ผู้ประพันธ์ เวทางค์
ผู้กํากับ ร.ต. ทองอิน บุณยเสนา
ผู้ถ่ายภาพ ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้ลําดับภาพ สวัสดิ์ หล่อศิริ
ผู้กํากับศิลป์ สวัสดิ์ หล่อศิริ
ผู้จัดเครื่องแต่งกาย สนิท ปัญญางาม
ผู้พากย์ ทิดเขียว

เรื่องย่อ
ประเสริฐ กับ วลี หนุ่มสาวชาวกรุง พบกันโดยบังเอิญที่สถานีรถไฟหัวลําโพง ขณะจองตั๋วรถไฟไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองทําความรู้จักกันจนเกิดเป็นความรัก ประเสริฐเป็นข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ จะไปพักที่โรงแรม ส่วนวลีจะไปพักอยู่บ้านของ แสง พ่อค้าเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่ของพ่อ

เมื่อถึงเมืองเชียงใหม่ ประเสริฐแวะเวียนไปหาวลีทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งประเสริฐเห็นวลีกับ ไสว ลูก ชายของแสง เกิดความเข้าใจผิดจึงตัดพ้อต่อว่าวลี แล้วหนีเข้าป่าไปล่าสัตว์เพื่อระบายอารมณ์ ประเสริฐประสบอุบัติเหตุลื่นตกไหล่เขา เคราะห์ดีที่ได้สาวชาวไร่ช่วยชีวิตไว้ ทราบภายหลังว่าเธอชื่อ อุ่นเรือน เมื่อหายจากอาการบาดเจ็บอุ่นเรือนอาสาพาเขาไปเที่ยวยังที่ต่าง ๆ ประเสริฐ ซึ่งผิดหวังจากสาวเมืองกรุง จึงประทับใจในความใสซื่อบริสุทธิ์ของสาวชาวไร่อย่างอุ่นเรือน แล้วทั้งสองจึงตก เป็นของกันและกัน

ทางด้านวลี เธอร้อนใจออกตามหาประเสริฐ อย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งบุกป่าฝ่าดงมาถึงชุมชนชาวไร่ วลีปราดเข้าไปซบประเสริฐทันทีที่ได้พบ ปรากฏเป็นภาพบาดตาบาดใจแก่อุ่นเรือนอย่างยิ่ง แต่ประเสริฐ สํานึกในความดีของอุ่นเรือน จึงยืนยันที่จะไม่กลับไปเมือง กรุงกับวลี เพื่ออยู่ครองรักกับอุ่นเรือนในหุบเขาต่อไป

นักแสดง
สาคร ไชยพิพัฒน์ เป็น ประเสริฐ สุวาทิน
ถวิล ณ นคร เป็น วลี วชิรกุล
วีนัส มุกดาปกร เป็น อุ่นเรือน
ดวงชื่น อรรถวุฒิ เป็น ไสว
นางศรีประกาศ เป็น เรือนแก้ว
ชม ศรีตุหล่า เป็น แสง

สามปอยหลวง


ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ธันวาคม พ.ศ. 2483

สามปอยหลวง เป็นหนังประชาสัมพันธ์กิจการรถไฟ โดยใช้ฟิล์มสี 16 มิลลิเมตร มาใช้ในการถ่ายทำ ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่อง 16 มิลลิเมตร เรื่องแรกของเมืองไทยที่ฉายเก็บเงินเพื่อการค้า มีเรื่องราวสนุกสนาน เป็นครั้งแรกที่คนดูได้ชมทิวทัศน์ของเมืองไทยด้วยฟิล์มสี ที่เรียกว่า สีธรรมชาติ หนังเรื่อง “สามปอยหลวง” ทำรายได้สูงสุดไว้ถึง 34,000 บาทใช้เวลาฉายนาน 21 วัน หนังเรื่องนี้เป็นหนังพากย์ พากย์โดย ทิดเขียว ฉายที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง



สามเณรใจสิงห์

สามเณรใจสิงห์

สามเณรใจสิงห์ 

ถ้าคุณคิดว่าหนังเทศน์สอนธรรมะจะต้องน่าเบื่อและเคร่งเครียดเพียงอย่างเดียว ขอให้เตรียมล้างภาพจำเหล่านั้นทิ้งไปได้เลย! เพราะ "สามเณรใจสิงห์" คือหนึ่งในภาพยนตร์ไทยคลาสสิกขึ้นหิ้งที่ผสมผสานอรรถรสทางโลกและทางธรรมได้อย่างจัดจ้าน ดุเดือด และเต็มไปด้วยแง่คิดที่ทันสมัยอย่างไม่น่าเชื่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางมรสุมชีวิตและรอยร้าวในครอบครัวของ "สินชัย" เด็กหนุ่มกตัญญูที่ต้องเผชิญกับภาพความล่มสลายของบ้าน ทั้งโยมพ่อที่จมดิ่งอยู่กับอบายมุข เหล้ายา และโยมแม่ที่เลือกประชดประชันชีวิตด้วยการหันเข้าหาวงพนัน จนนำไปสู่การหย่าร้างและโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด

เพื่อหาทางดับทุกข์และดึงสติครอบครัว สินชัยตัดสินใจก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวชเป็นสามเณรตัวน้อย แต่หนทางแห่งการเผยแผ่ธรรมะนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อ "เณรสินชัย" เลือกใช้วิธีการเทศน์แบบร่วมสมัย ตรงไปตรงมา กระแทกใจคนฟัง ชนิดที่กล้าท้าชนกับความเชื่อเก่าๆ จนไปสะกิดโดนตอเข้าอย่างจัง! นำมาซึ่งความขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น และการถูกกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายป้ายสีสารพัดรูปแบบเพื่อหวังจะทำลายผ้าเหลืองให้แปดเปื้อน

ท่ามกลางแรงกดดัน การถูกตราหน้า และการทดสอบจิตใจอันยิ่งใหญ่ สามเณรตัวเล็กๆ รูปนี้จะใช้หลักธรรม ความเด็ดเดี่ยว และวิชาดัดหลังคนพาล เพื่อเอาชนะใจโยมพ่อโยมแม่ รวมถึงกู้คืนความถูกต้องให้กับชุมชนได้อย่างไร?

เตรียมนั่งแถวหน้า สดับรับชมรสพระธรรมที่เฉียบคมและเรื่องราวสุดเข้มข้นที่สะท้อนสังคมไทยได้อย่างถึงแก่นใน "สามเณรใจสิงห์" ...แล้วคุณจะรู้ว่า ทำไมเณรรูปนี้ถึงได้ชื่อว่า "ใจสิงห์"!

สามเณรใจสิงห์  - หนังไทยในตำนาน เต็มเรื่อง

หลานม่า

หลานม่า


หลานม่า (How to Make Millions Before Grandma Dies)

ปีที่ออก: 2567 (2024)

ประเภท: ดราม่า, ครอบครัว, อบอุ่นหัวใจ

ผู้กำกับ: พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์

นักแสดงหลัก: บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล, อุษา เสมคำ, ตู ต้นตะวัน ตันติเวชกุล, ดู๋ สัญญา คุณากร, เจีย สฤญรัตน์ โทมัส

เรื่องย่อ:

เรื่องราวของ "เอ็ม" (บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะยังหาจุดหมายในชีวิตไม่เจอ เขาเฝ้ามอง "มี่" (ตู ต้นตะวัน ตันติเวชกุล) ลูกพี่ลูกน้องที่ได้รับมรดกเป็นบ้านพร้อมที่ดินจากคุณตา จึงเกิดความคิดที่จะเปลี่ยนชีวิตตัวเองบ้าง ด้วยการตั้งเป้าหมายที่จะเป็นคนเดียวที่จะได้มรดกจาก "อาม่า" (อุษา เสมคำ) ยายแท้ ๆ ของเขาที่กำลังป่วยและอาศัยอยู่คนเดียว

เอ็มตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่กับอาม่า โดยมีจุดประสงค์แอบแฝงคือการดูแลเอาใจใส่เพื่อหวังผลตอบแทนเป็นมรดกในอนาคต การเริ่มต้นชีวิตคู่หูต่างวัยเต็มไปด้วยความไม่คุ้นเคย ความห่างเหิน และความเข้าใจผิด อาม่าเองก็ไม่ได้เปิดใจรับหลานชายคนนี้ได้โดยง่าย ทำให้เอ็มต้องพยายามอย่างหนักเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและพิสูจน์ตัวเอง

ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป การใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้เอ็มได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากอาม่า ทั้งการทำอาหาร การดูแลตัวเอง และการมองเห็นคุณค่าของความรักความผูกพันในครอบครัวที่แท้จริง ความสัมพันธ์ระหว่างหลานชายกับอาม่าค่อย ๆ พัฒนาจากความหวังเรื่องเงินไปสู่ความผูกพันที่ลึกซึ้งและอบอุ่นหัวใจอย่างคาดไม่ถึง

แต่ชีวิตย่อมไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เมื่อโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเยือน ความจริงเรื่องมรดกและความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในครอบครัวก็เริ่มเผยออกมา ทำให้เอ็มต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตกันแน่ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาเราไปสำรวจความหมายของความรัก ความผูกพัน และการจากลา ในแบบที่อบอุ่น ซาบซึ้ง และกินใจ

จุดเด่น:

1.  **เรื่องราวที่เข้าถึงง่ายและกินใจ:** นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างหลานชายกับอาม่า ซึ่งเป็นประเด็นที่ใกล้ตัวและสะท้อนแง่มุมของครอบครัวไทย การดูแลผู้สูงอายุ และความหมายของมรดกที่ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน

2.  **การแสดงที่สมจริงและทรงพลัง:** โดยเฉพาะการแสดงของ "บิวกิ้น พุฒิพงศ์" ที่ถ่ายทอดบทบาทการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของตัวละครได้อย่างน่าเชื่อถือ และ "อุษา เสมคำ" ในบทอาม่าที่สร้างความประทับใจด้วยความสมจริง อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ

3.  **ผลงานจาก GDH และผู้กำกับมือดี:** ภาพยนตร์จากค่าย GDH ที่การันตีคุณภาพและความสามารถในการสร้างสรรค์เรื่องราวที่ลึกซึ้งกินใจ พร้อมด้วยการกำกับของ "พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์" ที่เคยฝากผลงานยอดเยี่ยมมาแล้ว

เดือนเสี้ยว

 


"เมื่อ 'ความจน' บีบคั้นให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเลือกเส้นทางสายมืด... แล้วชีวิตของดวงใจดวงน้อย ๆ ที่เปรียบเสมือนเดือนเสี้ยวที่ริบหรี่ดวงนี้ จะก้าวผ่านมรสุมชีวิตไปได้อย่างไร?"

เรื่องย่อ :

เรื่องราวชีวิตสุดสะเทือนใจของ "เดือน" เด็กสาวหน้าตาสะสวยผู้มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดสน เธออาศัยอยู่กับ "พริม" แม่ผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูและส่งเสียให้ลูกสาวได้เรียนหนังสือ แม้ว่างานนั้นจะต้องแลกมาด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงในซ่องซอกตึกแถวก็ตาม

แต่ความลับไม่มีในโลก เมื่อเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเริ่มรู้ความจริงเกี่ยวกับอาชีพของแม่ เดือนต้องเผชิญกับการถูกล้อเลียนและสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม จนความกดดันและอับอายบีบให้เธอไม่กล้าไปเรียนหนังสืออีกต่อไป ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เดือนได้รับความอบอุ่นและกำลังใจจาก "นิคม" ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่เป็นเหมือนแสงสว่างเดียวในชีวิตของเธอ ทั้งสองเริ่มผูกพันและวาดฝันถึงอนาคตที่ดีกว่า

ทว่า... โชคชะตาไม่เคยปรานีคนจน เมื่อแม่ของเธอเริ่มแก่ตัวลงจนไม่สามารถทำงานเดิมได้อีกต่อไป ซ้ำร้ายนิคมยังต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดและขาดการติดต่อคราวละนาน ๆ ทิ้งให้เดือนต้องเผชิญหน้ากับความบีบคั้นของค่าเช่าบ้านและปากท้องเพียงลำพัง

เมื่อไร้ซึ่งทางเลือก และความจนมันน่ากลัวเกินกว่าจะแบกรับ เด็กสาวที่เคยบริสุทธิ์อย่าง "เดือน" จึงต้องตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางสายเดียวกับที่แม่ของเธอเคยเดินเพื่อความอยู่รอด...

เรื่องราวความรักที่ถูกทดสอบด้วยความจริงอันโหดร้ายของสังคม และศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียดหยาม จะนำพาดวงชีวิตของ "เดือน" และ "นิคม" ไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน? นิคมจะกลับมาช่วยเธอทันเวลาหรือไม่ หรือโชคชะตาจะแผดเผาเดือนเสี้ยวชีวิตดวงนี้ให้มืดดับลงไปตลอดกาล?

ร่วมพิสูจน์และสะเทือนใจไปกับหนังสะท้อนสังคมเรื่องเยี่ยมในอดีต นำแสดงโดยนักแสดงชั้นครูที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง


ข้อความบนใบปิด:

หรือมีเพียงเดือนเสี้ยวที่สาดทอ
มีบ้างไหมหนอ คืนสวยใส
เดือนเต็มดวง ดาวล้อม โอบอ้อมใจ
ณ หนใด จักฝืนฝ่า ชะตากรรม
“ภาพยนตร์ที่มีทั้งคำถามและคำตอบให้กับสังคม”
เสนอโดย OA โอเรียนเต็ลอาร์ติสท์ ขุมคลังแห่งความบันเทิง
เดือนเสี้ยว
จากบทประพันธ์สะเทือนใจคนทั้งโลก ของ “เหลาเส่อ”
กำกับการแสดงโดย คมสัน พงษ์สุธรรม
แมน-ชัชวาล โชติชวาลา อำนวยการสร้าง
พิศมัย วิไลศักดิ์ รัชนู บุญชูดวง ฉัตรชัย เปล่งพานิช
และด.ญ.จารุวรรณ ธนกูลกิจ, ญาณี จงวิสุทธิ์
ร่วมด้วยดาราเกียรติยศรับเชิญ
สุพรรณ บูรณพิมพ์, สุเทพ วงศ์กำแหง

เจ้าสาวสาปสยอง

 

โปสเตอร์หนัง เจ้าสาวสาปสยอง

"เจ้าสาวสาปสยอง" (The Wedding Death)


เรื่องราวของหญิงสาวชาวเวียดนามที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับแฟนหนุ่มมหาเศรษฐีชาวไทย เธอเดินทางมายังบ้านของว่าที่เจ้าบ่าวในชนบทของประเทศไทย แต่การมาเยือนที่ควรเต็มไปด้วยความสุขกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเธอได้สวมชุดแต่งงานไทยโบราณซึ่งเป็นมรดกตกทอดของตระกูล ก่อนจะปลุกวิญญาณเจ้าสาวปริศนาให้กลับมาหลอกหลอน และนำไปสู่การเปิดเผยความลับอันดำมืดที่ถูกซ่อนเร้นมาหลายชั่วอายุคน

นำแสดงโดย
กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)
นฤภรกมล ฉายแสง (แพรวา)

 พร้อมด้วยนักแสดงชื่อดังจากเวียดนาม Rima Thanh Vy และ Jun Vu ร่วมเสริมทัพด้วย กานต์พิชชา พงษ์พานิชย์ และ สุรศักดิ์ ชัยอรรถ

หากคุณชื่นชอบภาพยนตร์สยองขวัญที่ผสมผสานความเชื่อ พิธีกรรม และบรรยากาศลี้ลับของวัฒนธรรมไทยและเวียดนาม "เจ้าสาวสาปสยอง" (The Wedding Death) คืออีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาด

📅 23 กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์


รอยไถ 2532

รอยไถ


รอยไถ (2532)

ภาพยนตร์ชีวิตรักและเข้มดุของชายแกร่ง
อย่าง “ไอ้ลือ” จาก
“นิยายอมตะระบือเกียรติ”ของ “ไม้เมืองเดิม”
รอยไถ
“ไม้เมืองเดิม”
ไพโรจน์ ใจสิงห์ กำกับการแสดง
โสภณ เจนพานิช ถ่ายภาพ
นำแสดงโดย บิณฑ์ บันลือฤทธิ์, ชุติมา นัยนา,
ไพโรจน์ ใจสิงห์, ชลิต เฟื่องอารมย์, จุรี โอศิริ,
เอกชัย สว่างวงศ์, รัตนพงศ์ กมลวาทิน, จิตร วัดระฆัง

*บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองพระราชทานพระสุรัสวดีผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม

รอยไถ 2503

รอยไถ 2503


รอยไถ พ.ศ. 2503 สร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งที่ 2
ระบบการถ่ายทำ 16 มม. สี
ฉายที่โรงหนังเอ็มไพร์

ข้อความบนใบปิด
วัดเอ๋ยวัดโบสถ์ ปลูกข้าวโพด สาลี
ลูกเขยตกยาก แม่ยายก็พรากลูกสาวหนี
โอ้ ข้าวโพดสาลี ป่านฉะนี้จะโรยราเอย

นักแสดง รอยไถ พ.ศ. 2503
อาคม มกรานนท์ – ลือ
วิไลวรรณ วัฒนพานิช  – บัวเผื่อน
ลักษมี ทวีสิน – บัวผัน
สังเวียน หาญบุญตรง – อ่อน
สมศรี อรรถจินดา – ยายบัว

รอยไถ พ.ศ. 2493

ร้อยป่า

ร้อยป่า

ร้อยป่าเป็นเรื่องราวชีวิตการต่อสู้ของลูกผู้ชายข้าราชการป่าไม้นาม เสือ กลิ่นสัก ผู้หวงแหนป่าไม้ยิ่งกว่าชีวิต

พิษณุภาพยนตร์ เสนอ

มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์
อนุชา รัตนมาลย์, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, รุจน์ รณภพ,
วิไลวรรณ วัฒนพานิช, อดุลย์ ดุลยรัตน์, เยาวเรศ นิสากร,
ขวัญตา บัวเปลี่ยนสี, สาหัส บุญหลง, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง,
มนัส บุณยเกียรติ, จุรี โอศิริ, พีระพล, เมฆ, ประมาณ
ขอแนะนำพระเอกใหม่ กวี จิตมั่นคง

ร้อยป่า

ของ อรชร-พันธุ์ บางกอก
เนรมิต กำกับการแสดง
วิจารณ์ ภักดีวิจิตร ถ่ายภาพ-อำนวยการสร้าง
ถาวร สุวรรณ สร้างบทภาพยนตร์
สหการภาพยนตร์ไทย จัดจำหน่าย

-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

ร้อยป่า 2529

ร้อยป่า

ร้อยป่า 2529


ร้อยป่า

บางกอกการภาพยนตร์
ฉลอง ภักดีวิจิตร
เอาป่าทั้งร้อยมาร้อยให้มันสะใจ
ฉลอง ภักดีวิจิตร กำกับการแสดง

ร้อยป่า

ของ “อรชร” พันธุ์ บางกอก
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ใหม่ สิริวิมล
วีรยุทธ รสโอชา พัชราพรรณ โสภิตา จุติมา บุญญาภรณ์
ทักษิณ แจ่มผล เป็น เสื้อเทิ้ม
คริส แคลาย เป็น เลิศ แหลมฉาน
สมชาย สามิภักดิ์ มานพ อัศวเทพ ฤทธิ์ ลือชา
เด่น ดอก ประดู่ เทพ โพธิ์งาม
สุมน ภักดีวิจิตร อำนวยการสร้าง

-ใบปิดวาดโดย ทองดี
-ร้อยป่า 2507

ยอดมนุษย์คอมพิวเตอร์

ยอดมนุษย์


ยอดมนุษย์คอมพิวเตอร์ (2520)

ไชโย โดย สมโพธิ แสงเดือนฉาย
ชมอภินิหาร 4 เกลอ
ขี้มูกมาก-มือปาม-หูกาง-ตูดแหลม
ยอดมนุษย์คอมพิวเตอร์
นำแสดงโดย ยอดชาย เมฆสุวรรณ ดวงชีวัน โกมลเสน
วีระวรรณ-วัลยา โทณะวณิก, ล้อต๊อก, สมพงษ์ พงษ์มิตร,
จำรูญ หนวดจิ๋ม, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, เทพ เทียนชัย, จ๋อง,
โกร่ง กางเกงแดง, ชื้นแฉะ, ชูศรี มีสมมนต์, ฉกรรฐ์,
โพธิ์ทอง, จันทร์, ปัญญาพล
วีระพล ถ่ายภาพ
สันต์ เปสตันยี กำกับการแสดง
คอมพิวเตอร์คนแรกของไทย มีพลังมหาศาล วิ่งเร็วกว่ารถไฟ
ชมการถ่ายทำเทคนิคมหัศจรรย์ระดับโลก
สมโพธิ แสงเดือนฉาย กำกับเทคนิค
โกบราเดอร์ฟิล์ม จัดจำหน่าย

ยอดมนุษย์

ยอดมนุษย์

พันธมิตรภาพยนตร์
ขอมอบ สุชีลา ศรีสมบูรณ์
ไว้ในความเอื้ออารีย์ของคุณ ใน…


ยอดมนุษย์

ยอดมนุษย์ยอดแน่ ไม่แพ้ยอดไหน?
ยอดพธูไทย นำในยอดมนุษย์

เข้มข้นด้วยการแสดง..
เพียบพร้อมในการสร้าง..
สดสวยด้วยการถ่ายทำ..

แขไข เทวินทร์ ประพันธ์เรื่อง
สีสดสวย
ไชยา สุริยัน พล พิทยายุทธ ทักษิณ แจ่มผล
พงษ์ลดา พิมลพรรณ, ประมินทร์ จารุจารีต, อดินันท์ สิงห์หิรัญ,
ชูเตี้ย, ถวัลย์ คีรีวัต, หม่อมชั้น พวงวัน,
ล้อต๊อก, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, บุญส่ง ดวงดารา
ปรีชา ทรัพย์พระวงศ์ ถ่ายภาพ
วิเชียร วีระโชติ กำกับการแสดง
สุภาพ ประจวบเหมาะ อำนวยการสร้าง

ม.ล.รุจิรา-มารศรี พากย์


-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยก

นักแสดง:
สุชีลา สีสมบูรณ์
ทักษิณ แจ่มผล
พล พิทยายุทธ
ไชยา สุริยัน
ประมินทร์ จารุจารีต
พงษ์ลดา พิมลพรรณ

ระบบถ่ายทำ:
ฟิล์ม 16 มม., สี

ยุทธการกระดูกอ่อน

ยุทธการกระดูกอ่อน


ยุทธการกระดูกอ่อน (2527)

เอ.เค.โปรดักชั่น โดย อาจารย์อนันต์ สุขใจชนะ
ภูมิใจเสนอผลงานเรื่องแรก
นี่คือ “มิติ”ใหม่ ของคำว่า “ยุทธการ”
ยุทธการสร้างความดี ยุทธวิธีเสริมความฮา
รอยยิ้มทั้งน้ำตา เสียงฮาทั้งยังร้องไห้…
ยุทธการกระดูกอ่อน
ของ อ.อ่ำเสงี่ยม
สรพงศ์ ชาตรี ปิยะมาศ โมนยะกุล
มนตรี เจนอักษร, สมจินต์ ธรรมทัต, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
ผจญ ดวงขจร, ทองแถม, ปนัดดา มาศศรีไสย, ชาลี อินทรวิจิตร,
ด.ช.ขุนพล, ด.ช.เอ๋, ด.ช.อ๊อด, ด.ช.คมสันต์, ด.ช.ศุภชัย, ด.ช.เดชฤทธิ์
พร้อมเด็กกำพร้า 200 คน
และกัลยา ทิณพงศ์ หัวหน้าละครวิทยุคณะ “เกศทิพย์”
นัทธี โภโต ดำเนินงานสร้าง
ธีระ แอคะรัตน์ ถ่ายภาพ
อ.จ.อนันต์ สุขใจชนะ อำนวยการสร้าง
อ.อ่ำเสงี่ยม กำกับการแสดง
*ใบปิดวาดโดย ทองดี

สาวเครือฟ้า

สาวเครือฟ้า


สาวเครือฟ้า

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว ….. นาที
16 มกราคม 2496
ฉายที่ โรงภาพยนตร์นิวโอเดียน
บริษัทสร้าง ไทยไตรมิตรภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง กมล โกมลมิศร์
ผู้ประพันธ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
ผู้กํากับ “มารุต”
ผู้เขียนบท ทวี ณ บางช้าง
ผู้ถ่ายภาพ แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ลําดับภาพ นิทัศน์ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ออกแบบงานศิลป์ “เสวี” แห่ง “สยามสมัย”

สร้างจากบทละครร้อง สาวเครือฟ้า ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ โดยใช้นามแฝงว่า ประเสริฐอักษร

เรื่องย่อ

เช้าวันหนึ่ง ณ เมืองเชียงใหม่ มีโทรเลข ถึงอดีตที่ปรึกษาข้าหลวงแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ นายพลตรี หลวงณรงค์รักษ์ศักดิ์สงคราม อดีตสหายรักที่ห่างหายกันไป นาน โศกนาฏกรรมในอดีตจึงผุดขึ้นมาในห้วงคํานึง

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน ท่านที่ปรึกษา ข้าหลวงได้มีโอกาสต้อนรับ หลวงณรงค์ฯ หรือ ร้อยตรีพร้อม ณรงค์รักษ์ ซึ่งมาประจําการยังเชียงใหม่ ร้อยตรีพร้อมพบรักกับสาวช่างฟ้อน ชื่อ เครือฟ้า จนให้กําเนิดพยานรักขึ้นมาคน หนึ่ง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อร้อยตรีพร้อม ต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการที่กรุงเทพกะทันหัน กว่า 5 ปี ที่เครือฟ้าเฝ้านับวันรอคอยการกลับมาของสามีซึ่งดูจะไร้วี่แวว จดหมายที่ส่งไปไม่เคยได้รับการตอบกลับ ระหว่างนั้น แม้ชายอื่นจะมาสู่ขอเครือฟ้าแต่งงานแต่เธอก็ยังคงซื่อตรงต่อสามี จน กระทั่งวันหนึ่ง ที่ปรึกษาข้าหลวงมาแจ้งข่าวว่าร้อยตรีพร้อม กําลังเดินทางกลับเชียงใหม่ หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวก็เบิกบาน อีกครั้ง

เครือฟ้าจัดแจงเตรียมสํารับเพื่อต้อนรับสามีแต่ก็ ต้องผิดหวัง เมื่อร้อยตรีพร้อม ซึ่งบัดนี้ได้เลื่อนยศเป็น นายพลตรีหลวงณรงค์รักษ์ศักดิ์สงคราม มาขอแยกทาง เพราะถูกบิดาบังคับให้แต่งงานกับ จําปา ที่กรุงเทพ เมื่อผัวรักลืมความหลังครั้งเก่าจนหมดสิ้น ลืมทั้งเมืองเชียงใหม่ ทั้งเครือฟ้า ลืมแม้กระทั่งเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง เครือฟ้าได้แต่กล้ำกลืน น้ำตาด้วยความระทมใจจนคิดฆ่าตัวตาย เครือฟ้าขังตัวอยู่ในห้องพระ ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง พลางเย้ยหยันที่บูชาความรักมากกว่าชีวิตของตัวเอง แล้วจรดปลายมีดกดลงบนคอ ก่อนที่ร่างของเครือฟ้าจะล้มลงบนพื้นห้อง ร้อยตรีพร้อมก็พังประตูเข้ามา ประคองร่างเครือฟ้าที่กําลังจะหมดลมหายใจเ ครือฟ้า ฝากฝังลูกน้อยด้วยน้ำเสียงอันแผ่นเบา แล้วจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

นักแสดงเรื่อง สาวเครือฟ้า 2496

วิไลวรรณ วัฒนพานิช – เครือฟ้า  **รางวัลตุ๊กตาทอง ปี พ.ศ. 2500 สาขาผู้แสดง นําหญิง วิไลวรรณ วัฒนพานิช**
ชลิต สุเสวี – ร้อยตรีพร้อม ณรงค์รักษ์ 
สุจิตรา ทิพยทัศน์ – จำปา
ฉัตร โหสุภา เป็น พระรามพลพ่าย
สมพงษ์ พงษ์มิตร เป็น พลทหารเขียว
จมื่นมานิตย์นเรศร์ เป็น เจ้าสายน้ำผึ้ง
พลอยศรี เมฆขยาย เป็น คําแก้ว
รัตนา ทิพยทัศน์ เป็น คําเจิด
สถิตย์ เลียงมหาราช เป็น หนานนิล
บุญตา จันทะแก้ว เป็น พ่อเฒ่าสน
บัวเขียว จันทะแก้ว เป็น แม่เฒ่าบุญตรู
สนิท เหมือนประสิทธิเวช เป็น คนขับรถม้า

 

สาวเครือฟ้า 2508

สาวเครือฟ้า


สาวเครือฟ้า


สร้างใหม่ สร้างให้เหนือกว่า มโหฬารกว่า
มารุตฟิล์ม เสนอ
มิตร ชัยบัญชา พิศมัย วิไลศักดิ์ ใน
สาวเครือฟ้า
สร้างใหม่
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, น้ำเงิน บุญหนัก, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม
ขอแนะนำสาวโสภา “ดาราทอง” หน้าหวาน
เนตรนภา ดารารัตน์
พร้อมด้วย 6 นางงาม เทพีเชียงใหม่
และดิสพงศ์ โอวาทสาร บ.ก.เมืองเหนือ ให้เกียรติร่วมแสดง
มารุต อำนวยการสร้าง-กำกับการแสดง
ใหม่ด้วยฉาก ตื่นตาวิจิตรตระการตา
ใหม่ด้วยดาราสุดยอดนิยม
เอวันฟิล์ม จัดจำหน่าย

นักแสดง สาวเครือฟ้า:
มิตร ชัยบัญชา
พิศมัย วิไลศักดิ์
ประจวบ ฤกษ์ยามดี
น้ำเงิน บุญหนัก
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม

เสือสังเวียน

เสือสังเวียน


เสือสังเวียน


ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
12 กรกฎาคม 2494
ฉายที่เท็กซัส
บริษัทสร้าง ชื่นจิตต์ภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ ป. อินทรปาลิต จากบทประพันธ์ เรื่อง เสือสังเวียน
ผู้พากย์ ปัญญาพล
นักแสดง
ทองใบ ยนตรกิจ, จงรักษ์ ชีพเป็นสุข,สมเดช ยนตรกิจ

ที่มาภาพ หนังสือพิมพ์รายวัน พิมพ์ไทย กันยายน พ.ศ.2493

 

 

 

เสือผาด

เสือผาด


เสือผาด

ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่ศรีอยุธยา
ผู้กํากับ ไถง สุวรรณทัต

เค้าเรื่อง
“เสือผาด ทับสายทอง ขุนโจรผู้พิชิตสันติราษฎร์”

นักแสดง ลูกและเมียเสือผาดร่วมแสดง

ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน พิมพ์ไทย 3 กันยายน พ.ศ. 2494

 

 

 

เสือทุ่ง

เสือทุ่ง


เสือทุ่ง

ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
17 มีนาคม 2494
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ศรีบูรพาภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม

เรื่องย่อ

ณ ทุ่งเมียหลวงเร่ แอบลักลอบได้เสีย กับ พิมพ์ แล้วดันไปมีเรื่องกับ ทิพย์ ขณะกําลังหลบหนี เร่บังเอิญไปเจอ แท้ น้องสาวของทิพย์ ก็แอบได้เสียกับ แท้อีก วันรุ่งขึ้น ทิพย์พาพรรคพวกและกํานันมาล้อมจับ เร่ จนเร่ต้องระหกระเหินเข้าป่าแล้วกลายเป็นโจร ทิ้งให้ แท้ซึ่งกําลังตั้งท้องต้องอยู่ตามลําพัง
พิมพ์เข้าใจว่าเร่ทรยศความรักของตน จึงหันไป สนิทชิดเชื้อกับทิพย์ถึงขั้นตกลงปลงใจแต่งงาน เมื่อพิมพ์ ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของทิพย์ ก็คอยหาทางกลั่นแกล้ง พูดจาเยาะเย้ยถากถางแท้ต่าง ๆ นานา มิหนําซ้ํายังหา เรื่องใส่ร้ายยุยงจนทิพย์ไล่แท้ออกจากบ้าน แท้อุ้มลูกมา หาเร่ที่ศาลเจ้าแม่เมียหลวงเพื่อระบายความเจ็บช้ําน้ําใจ กับเร่ เร่สุดจะทนจึงพาพรรคพวกเข้าไปจับตัวพิมพ์มา กักขัง แท้รู้สึกสงสารพิมพ์จึงร้องขอให้เร่ปล่อยตัวพิมพ์ไป ในขณะที่ทิพย์พาสมุนและกํานันมาล้อมปราบเร่อีกครั้ง

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร มีนาคม พ.ศ 2494

 

 

 

สุรีรัตน์ล่องหน

สุรีย์รัตน์ล่องหน


สุรีย์รัตน์ล่องหน (2504)


ข้อความบนรูปโฆษณา
บริการสากลภาพยนตร์
เสนอเรื่องราวแห่งความอิจฉาตาร้อน เวรสนองเวร…
ที่สุดชัยชนะของคนดีอันเป็นความสำราญล้ำค่าที่ท่านเฝ้าคอย
วันละนิดละน้อยมากว่า 2 เดือน
บัดนี้สำเร็จเป็นภาพยนตร์แล้วตั้งแต่ต้นจนจบอย่างสมบูรณ์
ใช้เวลาชมเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง
โดยมิได้ตัดทอนความสนุกตอนใดๆขาดไปเลย
สุรีย์รัตน์ล่องหน
จากละครวิทยุที่ลือลั่นของคณะกันตนา
วิจารณ์ ภักดีวิตร ถ่ายภาพ
ส.อาสนจินดา สร้างบทและกำกับการแสดง
สกุล เกตุพันธ์ อำนวยการสร้าง
นำแสดงโดย
ภาวนา ชนะจิต รุ้งลาวัลย์ วิบูลสันติ สุพรรณ บูรณพิมพ์
พร้อมด้วยอีก 11 ดาราที่เหมาะสมบทบาท
สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย, ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร ณ อยุธยา, เชาว์ แคล่วคล่อง,
ทศ วงศ์งาม, สถาพร มุกดาประกร, สมพงษ์ พงษ์มิตร,
สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต, ผัน สนธิรักษ์, จินดา เวียร์สุวรรณ,
ด.ญ.วชิราภรณ์ พึ่งสังข์ และ อดุลย์ ดุลยรัตน์ เป็น “วิบูลย์”


*เกร็ด
-ในยุคนั้นจะเห็นได้ว่าขายชื่อเสียงของดาราหญิงมากกว่าดาราชาย ชื่อของอดุลย์ ดุลยรัตน์ ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่เคียงคู่ภาวนา ชนะจิต นางเอกของเรื่อง ซึ่งตอนนั้นภาวนาได้รับรางวัลตุ๊กตาทองแล้ว
-ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง 1 รางวัลคือ ผู้แสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม-สุพรรณ บูรณพิมพ์ และรางวัลตุ๊กตาเงินสำหรับผู้ถ่ายทำภาพเทคนิคยอดเยี่ยม-วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 ในปี 2524 นำแสดงโดย พอเจตน์ แก่นเพชร-สุพรรษา เนื่องภิรมย์

สุรนารี

สุรนารี


มโหฬารที่สุดในรอบปี 2501
คือภาพยนตร์เสียง 25 มม. ที่ลงทุนสร้างอย่างมหาศาล เพื่อเกียรติประวัติของวีรสตรีที่คนไทยทั้งชาติจะลืมเสียมิได้
วิจิตรเกษมภาพยนตร์ ซุ่มสร้างมาเป็นเวลาแรมปี บัดนี้ถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอเสนอเป็นของขวัญปีใหม่ ที่ ศาลาเฉลิมไทย

สรุนารี

แสดงนำโดย
วิไลวรรณ วัฒนพานิช
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์
พร้อมด้วยดาราต่างประเทศและผู้แสดงนับพัน

นักแสดง สุรนารี

วิไลวรรณ วัฒนพานิช — ท้าวสุรนารี
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์
เจาหลุย
ยูหมิ่น

สร้างโดย วิจิตรเกษมภาพยนตร์ โดย บัณฑูร องค์วิศิษฐ์

ฉายประมาณ ปลายปี พ.ศ. 2500 ที่โรงหนัง เฉลิมไทย

สีชัง

สีชัง

สีชัง

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
1 ธันวาคม 2494
ฉายที่ ศรีอยุธยา

เค้าเรื่อง
“แดนลูกน้ําเค็มอาละวาด ใช้หมัด เป็นกฎหมาย ทั้งมีด ทั้งปืน ทั้งสุรา นารี”

นักแสดง
น้อย เฉยสวัสดิ์,
สมานจิตต์ สินธุนาคา

ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน พิมพ์ไทย 4 ธันวาคม พ.ศ. 2494 

 

 

สี่คิงส์

สี่คิงส์


สี่คิงส์ (2502)
ฉายที่เอ็มไพร์
บอกจริงจริง “สี่คิงส์” ดีจัง!
ไทยไตรมิตรภาพยนตร์ ผู้สร้าง “เห่าดง”
เสนอภาพยนตร์เรื่องใหม่
สี่คิงส์

จากบทประพันธ์ของ เศก ดุสิต
นำแสดงโดย อมรา อัศวนนท์ ไชยา สุริยัน
สุทิน บัณฑิตกุล, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, อาคม มกรานนท์
และ..วงทอง ผลานุสนธิ์, ประมินทร์ จารุจารีต..
พร้อมด้วยผู้แสดงชุด เห่าดง โดยครบครัน
แสวง ดิษยวรรธนะ ถ่ายภาพ
ศิริ ศิริจินดา กำกับการแสดง
อุไร ศิริสมบัติ สร้างฉาก
สมผล ไชยวรรณ สร้างบท
แท้ ประกาศวุฒิสาร…อำนวยการสร้าง
พากย์โดย เสน่ห์ โกมารชุน, เสถียร ธรรมเจริญ และ สอางค์ ทิพยทัศน์
ต่อจาก “สิบทหารเสือ” ปลายพฤษภาคมนี้
*รูปโฆษณาโดย ไมตรีบล๊อก

นักแสดง:
อมรา อัศวนนท์
ไชยา สุริยัน (ภาพยนตร์เรื่องที่ 2)
อาคม มกรานนท์
ประจวบ ฤกษ์ยามดี
สุทิน บัณฑิตกุล
จรูญ สินธุเศรษฐ์

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 16 มม., สี
ฉายที่โรงภาพยนตร์ เอ็มไพร์

สิงห์สาวเสือ พ.ศ. 2513

สิงห์สาวเสือ


สิงห์สาวเสือ (2513)

นครพิงค์ภาพยนตร์ เสนอ
เรื่องชีวิตแปลก แหวกแนว ชายห้าว
สาวหาญ ต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ชีวิตต่อชีวิต แลกกันด้วยเลือด
ครื้นเครงเฮฮา ชื่นบานด้วย
เพลงเอกอันไพเราะทั้ง ลูกทุ่ง-ลูกกรุง
สิงห์สาวเสือ

บทประพันธ์ยอดเยี่ยม ของ ปฤศนา
สร้างเยี่ยมเทียบเท่ามาตรฐานโลก
35 ม.ม.สโคป สีอิสต์แมน เสียงในฟิล์ม
สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์
ชนะ ศรีอุบล เมตตา รุ่งรัตน์ สุมาลี ทองหล่อ
สิงห์ มิลินทราศัย, ไสล พูนชัย, พิภพ ภู่ภิญโญ,
ศิริพงษ์ อิศรางกูร, ล้วน ควันธรรม, จินตนา,
ธัญญา ธัญญารักษ์, สันติ คราประยูร, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
หม่อมชั้น พวงวัน, ทองฮะ, ชื้นแฉะ
และ ชินกร ไกรลาศ แสดงนำ
กมลวรรณ-สรรเพชญ อำนวยการสร้าง
โสภณ เจนพานิช ถ่ายภาพ
ส.คราประยูร กำกับการแสดง
ปง อัศวินิกุล บันทึกเสียง
ช.พิริยะฟิล์ม จัดจำหน่าย

สิงห์สาวเสือ

สิงห์สาวเสือ


สิงห์ สาว เสือ


ฟิล์ม 16 มม. /สี (โกดักโครม) / พากย์
17 พฤษภาคม 2498
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี

เค้าเรื่อง
“หนึ่ง รักระหว่างพี่กับน้อง สอง รัก ระหว่างชายกับหญิง กว่าจะรู้ว่ารักแท้ตกอยู่กับฝ่ายไหน ก็ต้องละเลงกันด้วยเลือด รักระหว่างกระสุนเหล็ก ตื่นเต้น เร้าใจ”

นักแสดง
สรสิทธิ แสงชัยวรรณ, กรองจิต เตมียศิลปิน

ที่มา มูลนิธิหนังไทย

 

 

 

สิงห์สังหาร

สิงห์สังหาร


สิงห์สังหาร


ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
? พฤศจิกายน 2494
ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง นําไทยภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ “ทวี
ผู้ถ่ายภาพ วิมล วัฒนธรรม

เค้าเรื่อง
“ชื่อเรื่องบอกท่านอยู่แล้วว่าจะไป ในทํานองใดและเป็นอย่างไร? คอยดู! “สิงห์สังหาร” – “สิงห์สังหาร” หนักไปในทาง และขบขัน”

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร พฤศจิกายน พ.ศ. 2494

 

 

 

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com