เรื่องย่อ: ภาพยนตร์เรื่อง "แสนแสบ" (ฉบับปี พ.ศ. 2521)
หนังไทย ละครไทย ดาราไทย รวบรวมภาพและข้อมูลต่างๆ
สวนทางปืน (2527)
พรทิพย์ภาพยนตร์ เสนอ
สวนทางปืน
สรพงศ์ ชาตรี กรุง ศรีวิไล ทวนธน คำมีศรี
อภิรดี ภวภูตานนท์ เกษศริน พูนลาภ
อุเทน บุญยงค์, วิยะดา อุมารินทร์, เกชา เปลี่ยนวิถี,
มานพ อัศวเทพ, นิดภูมิ พัฒนายุทธ, ลักษณ์ อภิชาติ,
ฤทธิ์ ลือชา, เมือง อพอลโล, เทพ เทียนชัย
และดาวโป๊กำลังมาแรง ใจกาญจน์ จิตรปฏิมา
วิสิทธิ์ แสนทวี ถ่ายภาพ
พินิจ วงศ์ศิริ กำกับการแสดง
ชวลิต นุชเปลี่ยน อำนวยการสร้าง
ทวนธน คำมีศรี สร้างบทภาพยนตร์
สมเกียรติ ฤกษ์ดี ดำเนินงานสร้าง
เกชา เปลี่ยนวิถี ที่ปรึกษา
กัมพลโปรดักชั่น จัดจำหน่ายทั่วประเทศไทย
สร้อยสวาท (2518)
สีหนาทภาพยนตร์ เสนอ
ยอดชาย เมฆสุวรรณ นัยนา ชีวานันท์
นิรุตติ์ ศิริจรรยา สุคนธ์ทิพย์ เสนะวงศ์ นำ
ชีวิตเธออยู่ท่ามกลางการแสว
บางครั้งเหมือนไฟหมดเชื้อ
บางคราเหมือนบอระเพ็ดเผ็ดขม
รสตาลหวานซ่านอยู่ที่ไหน…
สร้อยสวาท
ของ สุวรรณี สุคนธา
ร่วมด้วย เมตตา รุ่งรัตน์, โฉมฉาย ฉัตรวิไล,
โขมพัสตร์ อรรถยา, เทิ่ง สติเฟื่อง, ปาน บุนนาค,
จำรูญ หนวดจิ๋ม, สีหมึก, จรัสศรี สายะศิลปี
ขอแนะนำดาวรุ่งดวงใหม่ สมบูรณ์ สุขีนัย
“พันคำ” กำกับการแสดง
ถาวร สุวรรณ สร้างบทภาพยนตร์
รสสุคนธ์ สุรนิคม ดำเนินงาน
สนั่น วงศ์พัวพันธุ์ อำนวยการสร้าง
มงคลฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
สร้อยฟ้าขายตัว (2524)
ซูเปอร์ฟิล์ม ประกันคุณภาพ
โดย ชาย นิมิตโชตินัย เสนอผลงานระดับมาตรฐาน
เขาว่า..สร้อยฟ้าขายตัว แต่เธอไม่เคยชั่วขายตัวให้ใ
ชายหนึ่งมีพระคุณ..อีกชายหน
จะให้สร้อยฟ้า..เลือกใคร?
สร้อยฟ้าขายตัว
บทประพันธ์แสนรักของ…ชอุ่
พิศาล อัครเศรณี เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ไกรสร แสงอนันต์
พร้อมด้วย ธิติมา สังขพิทักษ์, เตือนตา, พิราวรรณ ประสพศาสตร์,
พงษ์ลดา พิมลพรรณ, มาลี เวชประเสริฐ, อำนวย ศิริจันทร์,
วรรณา, โกร่ง กางเกงแดง, จันทนา ศิริผล
และด.ช.อัครพล ผ่องแผ้ว
ขอแนะนำดาวรุ่งดวงใหม่
คมสัน สุริยา-วรรณิศา ลดาวรรณ
ชาย นิมิตโชตินัย-ฉัตรเทพ ฉันทนิมิ กำกับการแสดง
วรรณิศา พาพร บทภาพยนตร์
พินิจ วงษ์ศิริ ผู้ช่วยผู้กำกับ
นพรัตน์ ศศิวิมลรัตน์ ดำเนินงานสร้าง
สันทัด ศรีสัมพันธ์ ถ่ายภาพ
มิตร นิมิตโชตินัย อำนวยการสร้าง
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย ชวนะ
สร้อยฟ้าขายตัว พ.ศ. 2498
สมิหรา (2518)
พลสัณห์ภาพยนตร์ภาพยนตร์
ขอมอบความรักอันล้ำค่า
ภาวนา ชนะจิต อุเทน บุญยงค์
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช สายัณห์ จันทรวิบูลย์
สมิหรา
บทประพันธ์ ของ จามร
ร่วมด้วย เมตตา รุ่งรัตน์, รอง เค้ามูลคดี, พิมพา น่านรำไพ,
สุวิน สว่างรัตน์, ศรชัย, จิต, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, สยุมพร ฯลฯ
เสนาะ กระเช้าเพชร กำกับบท
ธีระ แอคะรัจน์ ถ่ายภาพ
ขจรกลิ่น บุรุษพัฒน์ อำนวยการสร้าง
พลสัณห์ ศรีหาผล กำกับการแสดง
พลสัณห์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย ริ้ม
สมิงสาว (2506)
สุดใจขาดดิ้น สิ้นบู๊!
อะ…อา…อ๊ะ…อา…อร่อย
ต้อง
สมิงสาว
ของ
กมลศิลปภาพยนตร์
น้อย กมลวาทิน กำกับการแสดง
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง อำนวยการสร้าง
ก้อง อินทรกำจร ประพันธ์เรื่อง
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง สมบัติ เมทะนี นำแสดง
ร่วมด้วย เทียมแข กุญชร ณ อยุธยา, ราชันย์ กาญจนมาศ,
ฑัต เอกฑัต, วิน วิษณุรักษ์, ชาลี อินทรวิจิตร,
ประไพ, สมพล กงสุวรรณ, อดินันท์ สิงห์หิรัญ,
ทศ, สังวรณ์, ล้อต๊อก, สมพงษ์ พงษ์มิตร,
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ทองฮะ, ก๊กเฮง
กุหลาบทิพย์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
สมิงดง (2511)
พันคำภาพยนตร์ สร้างเสนอ
สมิงดง
ของ ธนาชัย ชิโนทัย
มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์
ร่วมด้วย หมู่ดาราประดับฟ้า
อดุลย์ ดุลยรัตน์, กิ่งดาว ดารณี, ชุมพร เทพพิทักษ์,
รุจน์ รณภพ, ปรียา รุ่งเรือง, อดินันท์ สิงห์หิรัญ,
อนุชา รัตนมาลย์, สุวิน สว่างรัตน์, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
สิงห์ มิลินทราศัย, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง
โศจิรัตน์ สีบุญเรือง อำนวยการสร้าง
พันคำ กำกับการแสดง
พันคำภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
เรื่องย่อ สมิงจ้าวท่า
ดอน โพธิ์ไทร (ทูน หิรัญทรัพย์) นักเรียนศุลการักษ์ปีสุดท้าย ยอมอาสาให้ถูกลบชื่อออกจากบัญชีของโรงเรียน เพื่อหาทางแทรกซึมเข้าไปในขบวนการค้าของเถื่อน แก๊งแมวน้ำ ตามคําสั่งของสารวัตรบันลือฤทธิ์ (สมบัติ เมทะนี) แผนการปฏิบัติงานเริ่มขึ้น เมื่อดอนนํากระเป๋าเจมส์บอนด์ตะลุยเข้าไปเพื่อที่จะขอพบนักเลง จั๊ว (ดามพ์ ดัสกร) นายหน้าค้าของเถื่อน แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะจั๊วเกิดความสงสัยในตัวของเขาจึงไม่รับซื้อ อีกทั้งยังติดต่อไปยังนายใหญ่เพื่อให้รู้ที่มาของ ดอน โพธิ์ไทร
พร้อมกันนั้นจั๊วก็ได้ส่งตัวแสงโสมมาพบดอน เพื่อขอซื้อทอง เมื่อดอนตกลงราคากับแสงโสม ก็ได้เอาของมาส่งตามนัด เผอิญได้พบกับ โสภาวี (เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์) ผู้ซึ่งหลงรักดอนอยู่อย่างเงียบๆ อีกทั้งยังเป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือดอนมาก่อนหน้านี้ โดยโสภาวดีมารับประทานอาหารกับสะโอด นาบอน (ลักษณ์ อภิชาติ) และ ยอด รํามะนา (สายัณห์ จันทรวิบูลย์) เพื่อนนักเรียนเก่าของดอน เมื่อดอนพบกับแสงโสม ก็กลับถูกหักหลังจากจั๊ว เขาถูกทรมานอย่างหนักเพื่อให้ดอนยอมรับว่าเป็นสายให้เจ้าหน้าที่ แม้ขนาดถูกถ่วงทะเล ดอนก็ยังปฏิเสธ ฝ่ายของจั๊วจึงหลงเชื่อและยอมรับดอนเข้าทํางานด้วยกัน
ดอนนําทองมาขายให้พวกของจั๊วอีก ในขณะที่มีการส่งมอบของกันนั้น ความชุลมุนวุ่นวายก็เกิดขึ้น เมื่อจั๊วหักหลังนายใหญ่ของ เขาด้วยการฆ่าลูกน้องนายใหญ่จนตายเกลี้ยง ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับ ชาดํา มรกต (เกชา เปลี่ยนวิถี) ผู้เป็นนายใหญ่ของ ขบวนการแมวน้ำเป็นอย่างมาก ผลการกระทําในครั้งนี้ ชาดํา เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทําของดอน จึงออกคําสั่งให้ตามล่าดอนทุกวิถีทาง
ดอนรายงานเรื่องราวทุกอย่างให้สารวัตรบันลือฤทธิ์ทราบทุกระยะ ซึ่งสร้างความพอ ใจให้กับสารวัตรเป็นอย่างมาก ส่วนจั๊วก็วางแผนกับดอนเรื่องหักหลังชาดํา เกี่ยวกับการขนของครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งก็เป็นไปตามแผน แต่ก็ถูกสารวัตรบันลือฤทธิ์เข้าทําการจับกุมและจั๊วถูกฆ่าตาย แสงโสมถูกจับ ส่วนชาดําหายตัวไปอย่างลึกลับ
การปฏิบัติงานของคอนเป็นที่พอใจของทุกฝ่ายมาก จึงได้รับคําสั่งจากสารวัตรบันลือฤทธิ์ ให้ขึ้นไปปฏิบัติการภาคเหนือที่เชียงใหม่ เพื่อทําลายล้างขบวนการค้าของเถื่อน อันเป็นสาขาของแก๊งแมวน้ำ ดอนจึงไปพบเจ้านางสร้อยแสงดาว (พิศมัย วิไลศักดิ) ซึ่งดอนเชื่อว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการนี้ด้วย เมื่อทั้งสองพบกัน ก็สร้างความปลาบปลื้ม ให้กับเจ้านางสร้อยแสงดาวเป็นอย่างมาก เพราะมีความเชื่อว่า ดอนคือลูกชายของตนที่หายไปตั้งแต่แรกเกิด แต่ดอนก็ไม่ยอมรับ และได้มีโอกาสพบกับเจ้าอินทรวงศ์ ผู้ซึ่งเคยดูถูก และเจ้าปิ่นมณี ถูกยูเต๊กจาง (ฤทธิ์ ลือชา) (พ่อค้าหยกเถื่อนรายใหญ่) จับตัวไป
ด้วยความร่วมมือจากตํารวจ บวกกับความกล้าหาญของทั้งสาม ก็สามารถบุกตะลุยขึ้นไปถึงรังของยูเต๊กจางบนดอยได้ ซึ่งทําให้ ชาดํา ตายในการต่อสู้ ส่วนยูเต๊กจาง และ คําผง ซึ่งเป็นสมุนหนีรอดไปได้ การตายของชาดํา ยังความโกรธแค้นให้กับ รสสุคนธ์ มรกต (อรัญญา นามวงศ์) เป็นอย่างมาก หล่อนจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะกําจัด ดอน โพธิ์ไทร กับพวก รวมทั้ง สารวัตรบันลือฤทธิ์ ผู้ซึ่งมีส่วนทําให้พี่ชายของเธอตาย การปฏิบัติการอันดุเดือดก็เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนพฤติการณ์หลังจากนี้จะ เป็นอย่างไร คอยติดตามชมกันได้ ในภาพยนตร์ ฉายในเครือเพชรราม่า
สมิงจ้าวท่า (2512)
พิษณุภาพยนตร์
เสนอความโอฬารของภาพยนตร์มา
สมิงจ้าวท่า KID BLACKJACK
ของ เพชร สถาบัน
ในระบบ 35 ม.ม.ซูเปอร์เทคนิคสโคป
สีอิสต์แมน เสียงในฟิล์ม
มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์
โสภา สถาพร อดุลย์ ดุลยรัตน์
ขอแนะนำ ชัยยุทธ เวชยันตร์ เป็น “ดอน โพธิ์ไทร” รุ่นทีนเอจ
ชุมพร เทพพิทักษ์, กิ่งดาว ดารณี, ประภาศรี เทพรักษา,
พฤหัส บุญหลง, วิน วิษณุรักษ์, เยาวเรศ นิสากร,
ขวัญตา บัวเปลี่ยนสี, โยธิน เทวราช, จรรยา สดแจ่มศรี
และดาราชั้นแนวหน้าร่วมแสดง
ถ่ายภาพโดย ฉลอง ภักดีวิจิตร
อำนวยการสร้างโดย เผด็จ ภักดีวิจิตร
กำกับการแสดงโดย วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
ร่วมใจฟิล์ม จัดจำหน่าย
-ใบปิดวาดโดย ทวีป
สมิงจ้าวท่า 2525
สายใจ (2524)
จู๋จี๋เต็มสุข จุ๊กจิ๊กเต็มตา จ๊ะจ๋ากับความรัก เต็มหัวใจ
พิศาล อัครเศรณี พอเจตน์ แก่นเพชร
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นันทิดา แก้วบัวสาย
อำภา ภูษิต, นิด (ภูมิ) พัฒนายุทธ, สมศักดิ์ ชัยสงคราม,
สุวิน สว่างรัตน์, ศรินทิพย์ ศิริวรรณ, จันทนา ศิริผล, จำนงค์ บำเพ็ญทรัพย์
สายใจ
จากบทประพันธ์ของ “ลักษณาวดี”
มนู วรรณายก ถ่ายภาพ
อาวุธ พิทักษ์พงศ์ อำนวยการสร้าง
ชาลี อินทรวิจิตร กำกับการแสดง
สหมงคลฟิล์ม จัดจำหน่าย
-นันทิดา แก้วบัวสาย รางวัลสุพร
– สายใจ 2512
สายใจ (2512)
อินทรวิจิตรภาพยนตร์
ผู้สร้างภาพยนตร์เงินล้าน จั๊กจั่น ไอ้หนึ่ง
นำโดย พิศมัย วิไลศักดิ์ สมบัติ เมทะนี
อดุลย์ ดุลยรัตน์, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, เมตตา รุ่งรัตน์,
ชุมพร เทพพิทักษ์, รุจิรา อิศรางกูร, มนัส บุณยเกียรติ, แก่นใจ มีนะกนิษฐ์
ขอแนะนำ เกียรติ สรัคคานนท์, ดรุณี ชื่นสกุล
สายใจ
บทประพันธ์ ของ ลักษณาวดี
ศรินทิพย์ ศิริวรรณ-สมพงษ์ วงศ์รักไทย อำนวยการสร้าง
ศานิต รุจิรัตน์ตระกูล ถ่ายภาพ
ชาลี อินทรวิจิตร กำกับการแสดง
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
– สายใจ พ.ศ. 2524
เจ้าสาวขี้คุก (2514)
คเนวัฒนะภาพยนตร์ เสนอ..
เจ้าสาวขี้คุก
ของ จำลักษณ์
นำโดย สมบัติ เมทะนี เพชรา เชาวราษฎร์
สองดารายอดนิยม
พร้อมด้วย ประจวบ ฤกษ์ยามดี, เมตตา รุ่งรัตน์, ชุมพร เทพพิทักษ์,
กันทิมา ดาราพันธ์, ประมินทร์ จารุจารีต, วิน วันชัย,
ไกร ครรชิต, ทานทัต วิภาตะโยธิน, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ชาดำ
และดาราประกอบอีกมาก
ชติ แจ้งวัฒนะ-สุวีระ คเนจร ณ อยุธยา อำนวยการสร้าง
เฉลิม บุตรบุรุษ ถ่ายภาพ
“วิน วันชัย” กำกับการแสดง
6 เพลงเอกระบบ 35 ม.ม.
“รัตนาชัยฟิล์ม” จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ชิต
เรื่องย่อ
ภายในห้องทํางานของหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับ ซึ่งมีรหัสลับว่า “เอหนึ่ง” (ถนอม อัครเศรณี) กําลังปรึก|ษาหารืออยู่กับผู้ช่วยอดีต ร.ต.อ. ฉัตร ถึงเรื่องของนายอรุณ วัสการ (ประมินทร์ จารุจารีต) ที่มาซื้อที่ที่ตําบลตะพง จังหวัดระยอง ในทําเลที่ไม่มีใครต้องการ พร้อมกันได้ส่งตัวอารยา (เพชรา เชาว ราษฎร์) ลูกสาวซึ่งสําเร็จจากเมืองนอก ให้ไปแต่งงานกับนักโทษชาย องอาจ สมุทรนาวิน (สมบัติ เมทะนี ) ในคุกลาดยาว ด้วยความสงสัยในพฤติการณ์เหล่านี้ เอหนึ่ง จึงใช้ให้ ร.ต.อ. ฉัตร ปลอมเป็นนักโทษเข้าไปตีสนิทกับนักโทษองอาจ ก็ได้ความว่าตัวนักโทษองอาจนั้นมีพ่อซึ่งชื่อว่า ขุนสมุทรนาว (สังเวียน หาญบุญตรง) มีตําแหน่งเป็นกํานันอยู่ที่ตะพงในขณะนี้ และตัวเขาเองมีน้องฝาแฝดชื่อชาติชาย (สมบัติ เมทะนี) เป็นทหารยศสิบโท ไปอยู่ที่เวียตนาม ส่วนแม่ตายแล้วตั้งแต่เขาทั้งสองยังเด็ก ๆ พ่อจึงมีเมียใหม่ ชื่อสงบ (แพรวพรรณ อนะมาน) และมีลูกชายด้วยกันอีก คนชื่อ วิทยา (ชุมพร เทพพิทักษ์) ส่วนทนายอรุณ เอาลูกสาวมาแต่งงานด้วย เขาเองก็งงเหมือนกัน เพราะนอกจากจะยกลูกสาวให้ฟรี ๆ แล้วยังแถมให้เงินอีก เดือนละ ๕๐๐ บาท เขาเห็นว่ามีแต่ทางได้ ไม่ได้เสียอะไรก็ตกลงไป ร.ต.อ. ฉัตร ได้ถามว่าเขา มีมรดก หรือ ทรัพย์สินอะไรอีกไหม องอาจก็บอกว่าเขาไม่มีอะไรเลยนอกจากที่ดินเพียง ๕ ไร่เท่านั้นที่อยู่ติดกับที่ดินของนายอรุณ
ต่อมาในคืนนั้นเอง องอาจก็ถูกนักโทษในห้องขังเดียวกันแทงตาย ขณะเดียวกัน ชาติชายซึ่งเป็นน้องชาย ฝาแฝดกับองอาจ ก็เดินทางกลับจากเวียดนาม เอหนึ่ง จึงไปพบพูดจาขอร้องให้ชาติชายปลอมตัวเป็นองอาจ เพื่อไปสืบเรื่องราวของนายอรุณและลูกสาวที่ระยอง ชาติชายก็ตกลงรับทํางานครั้งนี้
ที่ระยองชาติชายได้รู้จักกับวาเรส ไชย วารินทร์ (ทานทัต วิภาตะโยธิน) เป็นคนขับรถขายยาอยู่ที่นั้น ขณะเดียวกัน อารยากับ เรียม (เมตตา รุ่งรัตน์) กําลังซื้อของอยู่ ชาติชายจึงเข้าไปทัก อารยาตก ใจคิดว่าเป็นองอาจ และถามว่าเขาออกมาจากคุกได้อย่างไร ชาติชายว่าเขาปล่อยมา พอดีกับวิทยามาเห็นเข้า คิดว่าชาติชายมาลวนลามอารยา จึงเกิดการต่อสู้กัน สุดท้ายวิทยาถูกต่อยสลบ แล้วชาติชายก็จากไป
ฝ่ายนายอรุณเมื่อรู้ว่าองอาจกลับมา ก็เรียกทนายเทพ (วิมล จําลองรัตน์) มาปรึกษาว่าจะจัดการกับองอาจอย่างไร ทนายเทพก็ออกความเห็นว่า ควรให้ผู้ใหญ่ชัด (ไกร ครรชิต) ซึ่งนายอรุณสนับสนุนมา จนเป็นผู้ใหญ่ ประจําตําบลตะพงนี้จัดการ นายอรุณเห็นด้วย ส่วนชาติชาย วาเรส ได้ขับรถมาส่ง ที่ร้านกาแฟหินดําแห่งตะพง ซึ่งมีบุญมา (จิตรา วงษ์สมจิต) เป็นผู้ขาย ชาติชายได้รู้จักกับนายพัน (สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม) และได้ขอร้องให้นายพันช่วยหาช่างไม้ เพื่อปลูกบ้าน นายพันรับปากพร้อมกับนำชาติชายไปบ้านพักของตัว เมื่อถึงบ้านพักก็ได้แนะนํา นุ้ย (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) ให้รู้จักกับ ชาติชาย พอดีกับครูนิวรณ์ (กันทิมา ดาราพันธ์) ครูสาวซึ่งเช่าบ้านร่วมอยู่กับนายพันกลับมา นายพันจึงแนะนําให้รู้จักกัน แล้วครูนิวรณ์ก็เข้าบ้านไป ขณะนั้นเองผู้ใหญ่ชัดก็มาถึง ได้ซักถามชาติชายว่า เขาออกมาจากคุกได้อย่างไร ชาติชายตอบยวน ๆ จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่ยังไมทันแพ้ชนะ ครูนิวรณ์ก็เข้ามาห้ามไว้
ต่อมาชาติชายกับพวกคือนายพัน นุ้ยและวาเรส ก็ได้ช่วยกันสร้างกระท่อมเสร็จและมาอยู่ ด้วยกันพร้อมกับครูนิวรณ์ด้วย นายอรุณจึงให้วิทยามาจัดการฆ่าชาติชาย แต่กลับถูกชาติชายจับตัวได้เสียก่อน แล้วชาติชายก็ไปหาขุนสมุทรนาวีผู้เป็นพ่อ ให้มารับน้องชายต่างแม่กลับไป นายอรุณเป็นโกรธเป็นแค้นมาก จึงสั่งมือปืนมาอีก ๓ คน แต่มือปืนทั้ง ๓ ถูกยิงตายโดยฝีมือของครูนิวรณ์และบุญมา ซึ่งทั้งคู่เป็นคนของ เอหนึ่ง นั่นเอง
ชาติชายได้ไปต่อว่านายอรุณ และขณะที่เดินกลับบ้านอารยา ได้ตามมาพูดถึง เรื่องที่ตัวต้องไปแต่งงานด้วยในคุก ชาติชายสงสารจึงได้เปิดเผยตัวเองว่า เขาไม่ใช่ องอาจ พร้อมกับบอกอารยาว่า สงสัยว่านายอรุณคงจะ ไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของอารยา ทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะช่วยกันสืบในเรื่องนี้ โดยชาติชายออกอุบายว่า เขาจะเอาตัวอารยาไปไว้ที่กระท่อมของเขา แล้วให้นัย ไปบอกนายอรุณ เมื่อฉัยไปบอกนายอรุณ ๆ โกรธมาก ยกพวกมาจะมาบุก แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะขุนสมุทรนาวีกับผู้ใหญ่ชัดมาขัดขวางไว้ เมื่อกลับไปถึงบ้านอารยาก็บอกกับนายอรุณว่า เธอได้หย่าขาดกับองอาจแล้ว นายอรุณโกรธอารยามากบอกเธอว่า เธอทําให้แผนการณ์อะไรบางอย่างของเขาผิดไปหมด เขาจะต้องจัดการกับชาติชายใหม่ โดยจะให้อารยาแต่งงานกับวิทยา
อารยาจึงนัดให้ชาติชายให้ไปพบเธอที่ อําเภอระยอง และได้ขอให้ชาติชายจดทะเบียนสมรสกับเธอ แล้วเธอให้ชาติชาย พาไปพักที่โรงแรม เธอกินเหล้าเมาพร้อมกับขอให้ชาติชายเป็นสามีอย่างสมบูรณ์ แต่ ชาติชายกลับ ไม่ทําอะไรเธอเลย กลับปลอบให้เธอหลับไป เมื่ออารยาตื่นรู้สึกตัวอีกครั้ง ชาติชายก็ได้เล่าให้เธอฟัง และทั้งคู่ก็รู้ตัวเองว่ารักกันและตกลงกันว่า ชาติชายจะให้นายพันพาอารยาไปพักอยู่กับเพื่อน ของแกก่อนยังไม่ให้อารยากลับไปบ้าน
จนรุ่งขึ้น ไอ้แก้ว (วิน วันชัย) อันธพาลแห่งเพ ซึ่งถูกนายอรุณจ้างมา ได้พาสมุนมาดักจับตัวชาติชาย กับนุ้ยไปได้ ขณะที่เดินคุยกันอยู่ พอดีกับครูนิวรณ์ผ่านมาเห็นเข้าและได้ยินว่าพวกมันจะพาทั้งสองไปที่เกาะเสม็ด ครูนิวรณ์จึงไปตามบุญมา และลงเรือเร็วตามไปช่วยชาติชายกับนุ้ยกลับมาได้ โดยไอ้แก้วถูกยิงตาย ส่วนสมุนโดดน้ำหนีไปหมด เมื่อทั้งสองกลับมาก็รู้จากนายพันว่าอารยากลับไปบ้านแล้ว ส่วนอารยาเมื่อกลับไปถึงบ้าน ก็บอกอาจมาแล้ว นายอรุณคราวนี้ โกรธใหญ่ เพราะอารยาทําให้แผนใหม่ของเขาผิดไปอีก แล้วจึงตบหน้าพร้อมกับได้เปิดเผยตัวเองว่า เขาไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของอารยา ที่อารยาไม่รู้เพราะอารยาไปอยู่ เมืองนอกเสียตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนพ่อของเธอถูกเขาฆ่าตาย และเขาก็แสดงตัว เป็นพ่อของเธอแต่นั้นมา และให้สมุนเอาตัวไปขังไว้พร้อมกับเรียมในห้องใต้ดิน
คือชาติชาย นุ้ย และวาเรส ได้พบทางลงใต้ดินในห้องของครูนิวรณ์ ชาติชาย นุ้ย และวาเรส จึงลงไปทางนั้น เป็นอุโมงค์มาทะลุ ถึงห้องใต้ดินของนายอรุณ มาพบกับสมุนที่กําลังนำอารยากับเรียมมาขัง ทั้งหมดสู้กัน ชาติชายกับนุ้ยถูกจับได้ และถูกขังรวมกับหญิงทั้งสอง ส่วนวาเรสหนีไปได้ จึงไปหาผู้ใหญ่ชัดปรึกษากันแล้ว จึงไปจับตัวทนายความเทพ ให้พาไปที่บ้าน นายอรุณ เป็นเวลาเดียวกับที่นายอรุณไม่อยู่บ้าน ที่สุดก็ช่วยคนทั้งหมดออกมาจากห้องขังได้
เมื่อมาถึงกระท่อม ทุกคนก็ได้ปรึกษากันว่าจะจัดการกับนายอรุณอย่างไรดี เพราะทุกคนก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปในบ้านของนายอรุณเพื่อสืบเรื่องราวได้ อารยาได้ออกความเห็นว่ามีอยู่คนเดียวเท่านั้นที่ จะช่วยได้ ก็คือ วิทยา เพราะวิทยาเป็นคนสนิทของนายอรุณ จงตกลงใหชัดเป็นผู้ไปเกลี้ยกล่อมวิทยา ชัดจึงไปพูดจากับวิทยา ๆ ไม่ยอม จึงเกิดต่อสู้กันขึ้น สุดท้ายวิทยาแพ้ผู้ใหญ่ชัด โดยถูกต่อยสลบและนําตัวมาที่พรรคพวก เมื่อวิทยาฟื้นขึ้น ขุนสมุทรนาวีจึงได้ขอร้องให้วิทยาช่วย ขณะที่วิทยากําลังตัดสินใจ ชาติชายก็ได้เปิดเผยตัวต่อทุกๆ คนที่นั้นว่าเขาคือใคร.. แล้วนายพันก็ได้เปิดเผยตัวเอง เหมือนกันว่า เขาคือ จ่านายสิบตํารวจพัน ทาทอง หัวหน้าหน่วยระยอง ของกรมประมวล และนุ้ย คือสิบตํารวจเอกนุ้ย รัตนา และสิบตํารวจโทวาเรส ไชยวารินทร์ พร้อมกับ สิบเอกหญิงนิวรณ์ วรจันทร์ สิบเอกหญิง บุญมา นันทการ เป็นผู้ช่วย และผู้ติดต่อประสานงานของกรมประมวล ซึ่งทั้งหมด ได้ถูกส่งมาดําเนินการร่วมกับชาติชายอย่างใกล้ชิด โดยที่ชาติชายและผู้อื่นไม่รู้ วิทยา จึงตกลงช่วยเหลือในงานปราบปรามคราวนี้
ในที่สุดก็ถึงเวลาเขาทําการจับกุมนายอรุณ พร้อมกับตำรวจของระยอง นายอรุณกับสมุนได้ทําการต่อสู้ อารยาได้เป็นผู้ฆ่านายอรุณด้วยมือของเธอเอง ส่วนสมุนก็ตายบ้าง ถูกจับบ้าง เมื่อเหตุการณ์เรียนร้อยแล้ว ก็ถึงเรื่องของหัวใจ แต่ละคนที่ มุ่งหมายกันไว้ ระหว่างชาติชายกับอารยา ผู้ใหญ่ชัดกับครูนิวรณ์ นุ้ยกับเรียม และ วิทยากับบุญมา ตามระเบียบ
สันติ-วีณา ชื่อภาษาอังกฤษ Santi-Vina
เป็นภาพยนตร์ไทย เป็นภาพยนตร์ 35 มม.สีเรื่องแรก ถ่ายทำด้วยระบบสีอีสท์แมน
บริษัทสร้าง บริษัทหนุมานภาพยนตร์ จำกัด
30 ธันวาคม 2497
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
ผู้อํานวยการสร้าง โรเบิร์ต จี นอร์ธ, รักษ์ ปันยารชุน
ผู้ประพันธ์ โรเบิร์ต จี นอร์ธ
กำกับโดย มารุต (ทวี ณ บางช้าง)
ผู้เขียนบท ทวี ณ บางช้าง, วิจิตร คุณาวุฒิ
ถ่ายภาพโดย รัตน์ เปสตันยี
ผู้กํากับศิลป์ อุไร ศิริสมบัติ
ผู้ทําดนตรีประกอบ นารถ ถาวรบุตร
เรื่องย่อ สันติ-วีณา
สันติ เด็กชายกําพร้าวัย 12 ปี จากเหตุการณ์ภูเขาถล่มเป็นเหตุให้เขาสูญเสียแม่ทั้ง นัยน์ตาสองข้างในเวลาเดียวกัน ทุกเช้า วีณา เพื่อนบ้าน วัยไล่เลี่ยกันจะช่วยจูงสันติไปโรงเรียน ถึงแม้สันติจะ ตาบอดก็ยังถูกไกร ซึ่งมีนิสัยเกเรแกล้งอยู่เป็นนิจ โดยหัก ขลุ่ยอันเป็นที่รักของสันติหักคามือ วันหนึ่งพระภิกษุ วัยชราเพิ่งกลับจากธุดงค์แวะมาเยี่ยมสันติ และขอรับ สันติไปอยู่ที่วัดเขาน้อย
ตลอดเวลาที่อยู่ในถ้ํากับหลวงตา วีณายังคง แวะเวียนไปหาสันติอย่างสม่ําเสมอ สร้างความไม่พอใจ ให้ไกรซึ่งหมายปองวีณาอย่างมาก ทุกเย็นก่อนพระ
อาทิตย์จะตกดิน สันติจะนั่งเป่าขลุ่ยบนก้อนหินข้างถ้ํา รอ คอยการมาของวีณา แต่แล้ววันหนึ่งวีณาก็หายไป สันติ ปฏิบัติอย่างเดิมวันแล้ววันเล่า โดยที่ไม่รู้ว่า วีณาถูกกักตัว ให้อยู่แต่ในบ้าน เพราะแม่ของไกรมาสู่ขอวีณา วีณาหนี ออกมาได้ในวันหนึ่งและมาขอร้องให้สันติช่วยพาเธอหนี ไกรแค้นมากสั่งลูกน้องตามล่าสันติกับวีณาแทบพลิก แผ่นดินเมื่อพบทั้งสองก็กระหน่ําซกสันติไม่ยั้ง วีณารีบ ไปตามหลวงตามาช่วยได้ทัน
สันติยืนยันกับหลวงตาว่าจะหาทางหนีอีกครั้ง แต่ก็ไม่สําเร็จเช่นเคย วีณาถูกพาตัวกลับไปบ้าน ส่วนสันติ ถูกทําร้ายจนสลบ หลวงตาจึงพาสันติกลับมายังวัดถ้ํา สันติเหม่อลอยไร้สติอย่างหนักยิ่งรู้ว่าจวนถึงวันแต่งงาน ของวีณา จนไม่ได้ยินเสียงหินที่กําลังร่วงหล่นในถ้ำ หลวงตารีบวิ่งเข้าไปฉดสันติ ส่วนตนเองถูกก้อนหินทับ ตาย ตาของสันติมองเห็นอีกครั้ง ภาพแรกที่สันติเห็นคือ ภาพความตายของหลวงตาซึ่งเลี้ยงดูสันติมาตั้งแต่เด็ก สันติจึงตัดสินใจบวชเพื่อหาความสุขสงบอย่างแท้จริง
นักแสดง
พูนพันธ์ รังควร เป็น สันติ
เรวดี ศิริวิไล เป็น วีณา
วิชัย ภูติโยธิน เป็น ไกร
จมื่นมานพนริศร์ เป็น หลวงตา
ร.ท. นูญ บุญรัตน์พันธ์ เป็น เสริม
ด.ช.วีระชัย แนวบุญเนียร เป็น สันติ (วัยเด็ก) ด.ญ.ปิยะฉัตร
เป็น วีณา (วัยเด็ก) ด.ช. พิบูล ทุมมานนท์ เป็น ไกร (วัยเด็ก)
ภาพยนตร์ สันติ-วีณา ได้เข้าร่วมงานประกวดภาพยนตร์นานาชาติแห่งเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 1 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 รางวัล คือ
1. ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ( รัตน์ เปสตันยี )
2.กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (อุไร ศิริสมบัติ)
3. รางวัลพิเศษในฐานะที่เป็นหนังที่แสดงวัฒนธรรมของเอเชีย
สันติ – วีณา นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้เข้าประกวดในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ
สันติ – วีณา เล่าถึงเรื่องของ ด.ช. สันต์ ที่พิการตาบอดอาศัยอยู่กับพ่อ 2 คน สันต์มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งชื่อวีณา ที่จะคอยชวนสันต์เล่นหรือพาไปโรงเรียน สันต์มักจะโดนไกรแกล้งอยู่เป็นประจำ เนื่องจากสันต์ตาบอดครั้นจะอยู่บ้านก็รบกวนการทำมาหากินของพ่อเปล่าๆ สันต์เลยจะไปอยู่กับหลวงตาที่วัดในถ้ำเพื่อหวังว่าสักวันผลบุญที่สันต์เคยทำจากชาติก่อนๆ หรือจากไหนก็ตาม จะทำให้สันต์ได้มองเห็นอีกครั้ง
พอโตขึ้นมาทั้งสันต์และวีณาก็เริ่มโตเป็นหนุ่มสาว ทั้งคู่มอบความรักแก่กัน และให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ร่วมกันตลอดไป แต่ถว่าความรักทั้งคู่ก็โดนขัดขวางโดยไกร ซึ่งไกรอยากที่จะแต่งงานกับวีณาเลยให้แม่ไปสู่ขอวีณา และเมื่อแม่ของวีณารู้ว่าวีณากับสันต์แอบคบหากัน แม่จึงห้ามไม่ให้วีณาไปหาสันต์อีกและจะมอบวีณาให้เป็นเมียไกร เนื้อเรื่องก็เล่าถึงความรักของสันต์และวีณาว่าจะผ่านอุปสรรคไปได้ยังไง
ภาพยนตร์เรื่อง สันติ-วีณา ได้หายสาบสูญไปจากประเทศไทยเป็นเวลานาน จากการขนส่ง จนกระทั่งได้พบฟิล์มต้นฉบับเมื่อปี 2557 ที่สถาบันภาพยนตร์อังกฤษ และฟิล์มปรินท์พบที่หอภาพยนตร์รัสเซียและหอภาพยนตร์จีน หอภาพยนตร์จึงได้ให้ แลปอนุรักษ์ภาพยนตร์ L’ Immagine Ritrovata ในอิตาลีทำการบูรณะ และภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกนำไปจัดฉายที่เทศกาลภาพยนตร์นานานาชาติ เมืองคานส์ ในสาย Cannes Classicsในปี 2559
ตัวอย่างภาพยนตร์ สันติ-วีณา
ดูหนัง สันติ-วีณา เต็มเรื่อง
สายเลือดกตัญญู
พิพัฒน์ภาพยนตร์ เสนอ
สายเลือดกตัญญู
ของ ภิรวดี
นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์
ธานินทร์ อินทรเทพ, บุศรา นฤมิต, ประจวบ ฤกษ์ยามดี,
อดุลย์ ดุลยรัตน์, สมควร กระจ่างศาสตร์, มาลี เวชประเสริฐ,
สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต, มนัส บุณยเกียรติ, วิน วิษณุรักษ์,
อดินันท์ สิงห์หิรัญ, เทียว ธารา, ล้อต๊อก,
ขอแนะนำดาราสาว เนตรนภา ดาราพรหม
วันชัย รักษาวัย-สมพงษ์ โชติวรรณ อำนวยการสร้าง
รังสี ทัศนพยัคฆ์ กำกับการแสดง
รัตนงามภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์
ธานินทร์ อินทรเทพ บุศรา นฤมิต
รอพบคุณในยอดแห่งภาพยนตร์
ครบครันทุกรส สนุกสนาน
รักหวานสดใส มีทั้งสะเทือนใจ และโศกสลด…
พิพัฒน์ภาพยนตร์ ภูมิใจเสนอ
สายเลือดกตัญญู
จากบทประพันธ์อันเยี่ยมที่สุดของ ภิรดี
จากการถ่ายภาพสุดฝีมือของ ธีระ แอคะรัจน์
โดยการกำกับการแสดงของผู้กำกับเงินล้าน รังสี ทัศนพยัคฆ์
จากการสร้างเสนอของ พิพัฒน์ภาพยนตร์
พร้อมด้วยขบวนดารา
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, อดุลย์ ดุลยรัตน์, สมจิตร ทรัพย์สำรวย,
สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต, ล้อต๊อก, สมควร กระจ่างศาสตร์, เทิ่ง สติเฟื่อง
และขอฝากน้องสาวคนใหม่แห่งวงการ เนตรนภา ดาราพรหม
กำลังฉายวันนี้ที่ เฉลิมบุรี
สองฝั่งโขง (2514)
สมนึกภาพยนตร์ เสนอ
สองฝั่งโขง
บทประพันธ์ของ สมผล ไชยวรรณ
ครรชิต ขวัญประชา นำนางเอกใหม่
ดวงใจ หทัยกาญจน์
และนางเอกจากนครเวียงจันทน์
นงคราญ ผาสุก
พบนักร้องลูกทุ่งยอดนิยม ระพิน ภูไท
ทักษิณ แจ่มผล, ศศิธร เพ็ชรรุ่ง, จอมใจ จรินทร์,
รุจิรา อิศรางกูร, ล้อต๊อก, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
พูนสวัสดิ์ ธีมากร, โกร่ง กางเกงแดง, เมฆ เมืองกรุง
สมนึก เหมบุตร อำนวยการสร้าง
ทักษิณ แจ่มผล กำกับการแสดง
จินตนาฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ริ้ม
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อมี "แวมไพร์ฝรั่ง" เดินทางเข้ามาและตั้งใจจะปักหลักพำนักอยู่ในเมืองไทย ทำให้ชาวบ้านต่างพากันแตกตื่นและเตรียมจัดงานต้อนรับแบบงงๆ จนมีคำถามขึ้นมาว่าฝรั่งคนนี้จะมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ความฮาบังเกิดเมื่อชาวบ้านและตัวละครต่างๆ ต้องมารับมือกับเรื่องเหนือธรรมชาติตัวอย่างภาพยนตร์ แดร๊กคูล่าต๊อก
ดังกว่าปืน (2529)
บัวหลวงภาพยนตร์ เสนอ
ดังกว่าปืน
จากนิตยสาร บางกอก
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ วรรณศรี ศรีวรรณ
ภูมิ พัฒนายุทธ, ผจญ ดวงขจร, อ้อย ธนบุรี,
จอย จินดานุช, วิทย์ บราซิล, พาเจริญ,
โอคา, เต๋อ, ฟู, ดำ, เบิ้ม, ฉลวย, เมือง
สุวิชา มีแสงเงิน กำกับการแสดง
477 บางกอก บทประพันธ์
เม้ง ท่าเตียน ดำเนินงานสร้าง
ลิขิต กฤษณะมิตร ถ่ายภาพ
อำนาจ พยัพเมฆ กำกับการแสดง
บัวหลวงภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
ด้วยรักไม่รู้จบ (2534)
ด้วยรักไม่รู้จบ
ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย
บทภาพยนตร์ และกำกับการแสดง
เกียรติยศสูงสุดของเครื่องแต่งกายสุดคลาสสิค (ได้รางวัลตุ๊กตาทอง)
(ก็หัวใจเราประจุด้วยสิ่งมีค่าไม่รู้จบ)
นำแสดงโดย บดินทร์ ดุ๊ก สิเรียม ภักดีดำรงค์ฤทธิ์
จีรศักดิ์ แสงโชติ, แคทซี่ เฟอร์ริน, อมรรัตน์ อังธนานนท์,
ไพโรจน์ ใจสิงห์, รอง เค้ามูลคดี, พูนสวัสดิ์ ธีมากร,
สืบ บุญยรัตน์พันธ์, พรสวรรค์ บุญพิทักษ์, วาสิฏฐี เดชกุญชร,
พรพิมล มั่นฤทัย อำนวยการสร้าง
สรวงสุดา ชลลัมพี ช่วยกำกับการแสดง
หม่อมอรศรี ฉัตรชัย ณ อยุธยา ออกแบบเครื่องแต่งกาย
มนู วรรณายก กำกับภาพ, ถ่ายภาพ และลำดับภาพ
ปัญญา ประดิษฐ์ธรรม สร้างเพลงประกอบ
ดรุณี 9 ล้าน
ช.อิ่มประดิษฐ์ฟิล์ม เสนอ
ความโลภทำให้ขาดความยั้งคิด…
เหมือนเอาชีวิตถมพสุธา
ดรุณี 9 ล้าน
สรพงศ์ ชาตรี เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
เสนอดาวรุ่งดวงใหม่ ดาราพร อิ่มประดิษฐ์
ส.อาสนจินดา, นวม อิ่มประดิษฐ์, สีเทา,
รอง เค้ามูลคดี, เทพ โพธิ์งาม, ประเสริฐ ฉิมม่วง,
ชอ อิ่มประดิษฐ์, อาจ ตลาดพลู, ยง อยุธยา,
ชูศักดิ์ พวงแก้ว, ศุภรัตน์ บัวทอง, สุรัช ปัตตานี
พร้อมด้วยผู้แสดงประกอบชาย-หญิง
นวม อิ่มประดิษฐ์ อำนวยการสร้าง
เล็ก ศุขะวณิช ผู้ช่วยกำกับฯ
ชนะ บุนนาค ถ่ายภาพ
ล้อต๊อก กำกับฯ
*ใบปิดวาดโดย ไข่โปสเตอร์
นักแสดง:
สรพงศ์ ชาตรี
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
ส.อาสนจินดา
ล้อต๊อก
สีเทา
สุเทพ โพธิ์งาม
ใช่แล้วหลุดเลย
ชื่ออื่น คนเล่นของ
อาจารย์มาโนช มีชื่อเสียงโด่งดังรับเข้าทรงสัตว์นานาชนิด มีลูกค้ามากทุกวัน วันหนึ่งมีสามโจรปล้นธนาคาร มาโนชอาสาจับผู้ร้ายด้วยลูกนิมิต เหตุการณ์นี้เป็นข่าวผ่านดาวเทียม ทำให้โยคีจากอินเดียจึงเดินทางมาประลองฝีมือ เรื่องราวความสนุกสนานจึงเกิดขึ้น
ความยาว 113 นาที
ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
คิดให้น้อย เล่นให้มาก
เรื่องคนเล่นไม่เลิก
ใช่แล้ว…หลุดเลย
จากบทประพันธ์เรื่อง “คนเล่นของ”
ของ “ดอนเขียน”
วรุฒ วรธรรม จินตหรา สุขพัฒน์
(ซูโม่กิ๊ก) เกียรติ กิจเจริญ, (ซูโม่เจี๊ยบ) วัชระ ปานเอี่ยม,
(ซูโม่ตุ๋ย) อรุณ ภาวิไล, (หนุ่มเซ็นทรัล) กฤษณ์ ศุกระมงคล,
ดร.เสรี วงศ์มณฑา, วสันต์ อุตตะมะโยธิน,
ธงชัย ประสงค์สันติ, ติ๊ก กลิ่นสี, ญาณ กลิ่นสี, ซานโต๊ส,
มันตา เมธาวี, ยุวดี เรืองฉาย, วีระชัย หัตถโกวิท,
สมปอง จุลละทรัพย์, ศิรินุช เพ็ขรอุไร, วิสสุตา กาญจนะหะสิกุล,
รัฐการ น้อยประสิทธิ์, ศิริวรรณ เฮง
ดารารับเชิญ สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต, พูนสวัสดิ์ ธีมากร
อำนวยการสร้าง เจริญ เอี่ยมพึ่งพร
กำกับการแสดง ณรงค์ จารุจินดา
ถ่ายภาพ พจ พจนา
ชื่อภาษาอังกฤษ Forever Yours
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
ความยาว 117 นาที
ฉายที่ นิวโอเดียน, เฉลิมกรุง
ชั่วฟ้าดินสลายเป็นโศกนาฏกรรมรักของชายหนุ่ม-หญิงสาวคู่หนึ่ง ที่เชื่อกันว่าจะรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย
เรื่องย่อ
พะโป้ ราชาป่าไม้แห่งท่ากระดาน จังหวัดกําแพงเพชร ซึ่งอายุกว่า 50 ปี ได้ตัดสินใจ แต่งงานใหม่กับ ยุพดี สาวน้อยวัยเพียง 20 ปี ซึ่งมี ความรู้สูง เข้าสังคมเก่ง ยุพดีเดินทางมาอยู่ที่ค่ายท่ากระดาน และได้พบกับ ส่างหม่อง หลานชายวัย 24 ปี ของพะโป้ ซึ่งสําเร็จวิชาการป่าไม้จากประเทศพม่า และ ได้รับมอบหมายให้ทํางานแทนอาของเขา
ส่างหม่องเป็น ชายหนุ่มรูปงามจึงทําให้ยุพดีสนใจเขามากกว่าคนอื่น เมื่อมีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน ยุพดีจึงตัดสินใจได้ว่า คนที่เธอต้องการคือ ส่างหม่อง มิใช่ พะโป้
เวลาผ่านไป ยิ่งทําให้ความสนิทสนมของคน ทั้งสองยิ่งเพิ่มมากขึ้น ยุพดีได้มีโอกาสบรรลุถึงความปรารถนาของตัวเอง แล้วทั้งสองก็แอบลักลอบพบกันอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะช่วงที่พะโป้ไปทําธุระในเมือง
วันหนึ่งพะโป้ออกอุบายว่าจะไปธุระในเมืองอีก เพื่อหาโอกาสจับผิดบุคคลทั้งสองจนทราบความจริง พะโป้ได้แสดงความใจกว้างกับคนทั้งสอง เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของยุพดีและส่างหม่องว่า “เราจะรัก กันชั่วฟ้าดินสลาย” พะโป้จึงใส่กุญแจมือทั้งคู่ให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ชีวิตที่เริ่มต้นด้วยความรักความสดชื่น เมื่อต้องถูกพันธนาการ ความรักที่เคยมีต่อกันก็เริ่มลดน้อย ลงจนกลายเป็นความชิงชังหน่ายแหนง จนเมื่อยุพดีตั้งท้อง ความอดทนของส่างหม่องก็ถึงวาระสุดท้าย เขาได้ ลากยุพดีไปหาพะโป้ เพื่อขออิสรภาพคืน
นักแสดง:
นักแสดง ชนะ ศรีอุบล เป็น ส่างหม่อง
งามตา ศุภพงศ์ เป็น ยุพดี
เฮม สุขเกษม เป็น พะโป้
ประจวบ ฤกษ์ยามดี เป็น ทิพย์
ล้อต๊อก, สมพงษ์ พงษ์มิตร
บริษัทสร้าง หนุมานภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง รัตน์ เปสตันยี
ผู้ประพันธ์ เรียมเองจากนิยายเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย
ผู้กํากับ มารุต
ผู้เขียนบท ทวี ณ บางช้าง, วิจิตร คุณาวุฒิ
ผู้ถ่ายภาพ รัตน์ เปสตันยี A.R.P.S.
ผู้ช่วยผู้ถ่ายภาพ อนันต์ อินละออ
ผู้ลําดับภาพ จุรัย เกษมสุวรรณ
ผู้ออกแบบฉาก สุกิจ สุขธรรมเกษม
ผู้บันทึกเสียง ปง อัศวินิกุล
ผู้ทําดนตรีประกอบ แมนรัตน์ ศรีกรานนท์
ข้อความบนใบปิด
หนุมานภาพยนตร์
เสนอภาพยนตร์ 35 ม.ม. เสียง สี อิสต์แมน
ชั่วฟ้าดินสลาย
จากนวนิยายเรื่องเอกของ เรียมเอง
นำโดย ชนะ ศรีอุบล งามตา ศุภพงศ์ เอม สุขเกษม
มารุต กำกับการแสดง
ได้รับรางวัลสำเภาทองในการ
บทประพันธ์ยอดเยี่ยม – เรียมเอง
บันทึกเสียงยอดเยี่ยม – ซึ่ง อัศวินกุล
ถ่า
เพลง ชั่วฟ้าดินสลาย ประพันธ์คำร้อง โดย มารุต และประพันธ์ทำนองโดย แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ขับร้องต้นฉบับโดย พูลศรี เจริญพงษ์ กลายเป็นเพลงอมตะโด่งดังจนทุกวันนี้ นักร้องที่นำเพลงนี้มาร้องใหม่และได้รับความนิยมมาก คือ ศรีไศล สุชาติวุฒิ
แก้มทอง (2509)
กมลศิลปภาพยนตร์ เสนอ
ไชยา สุริยัน รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง อมรา อัศวนนท์
ประชันบทกับ รัตนาภรณ์น้อย อินทรกำแหง
ร่วมด้วย ราชันย์ กาญจนมาศ, วิน วิษณุรักษ์, วีนัส ศรีประไพ,
สังวรณ์, เมฆ, ชฎาพร วชิรปราณี,
รัตนากร อินทรกำแหง, แววตา อาษาสุข, แพร ไพลิน
และนักแสดงสมัครเล่น ไชยันต์ รัตนา
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง อำนวยการสร้าง
แก้มทอง
ของ อรวรรณ
18 ดาวตลก..สมพงษ์ พงษ์มิตร, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
เสน่ห์ โกมารชุน, พูนสวัสดิ์ ธีมากร, หม่อมชั้น พวงวัน,
ทองฮะ, จุมพล, ทองแถม, ก๊กเฮง, ปราณีต คุ้มเดช,
ยรรยงค์, ประสาน, สำราญ, เพ็ญแข, ขวัญ,
เทิ่ง สติเฟื่อง, ท้วม ทรนง, บัญญัติ
และ 6 ดาวร้ายรับเชิญ
อดินันท์ สิงห์หิรัญ, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง, ทานทัต วิภาตะโยธิน,
เทียว ธารา, แป้น ปลื้มสระชัย, สุวรรณ
อนุศักดิ์ เจนจรัสสกุล ถ่ายภาพ
น้อย กมลวาทิน กำกับการแสดง
วัชรภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 16 มม., สี
สิงห์คำรามภาพยนตร์ ภูมิใจเสนอ
ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ด้วยเกี
ใหญ่ยิ่งด้วยเนื้อหาและคุณภ
ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์.
เป็นเพลงเอกในภาพยนตร์เรื่อ
ของ…วิจิตร สุวรรณสันต์
สมบัติ เมทะนี เพชรา เชาวราษฎร์ นำแสดง
ร่วมด้วย ชนะ ศรีอุบล, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, กิ่งดาว ดารณี,
รุจน์ รณภพ, ปรียา รุ่งเรือง, ขวัญใจ สะอาดรักษ์,
เยาวเรศ นิสากร, โยธิน เทวราช, สมจิตร ทรัพย์สำรวย,
สาหัส บุญหลง, มนัส บุณยเกียรติ, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ทองถม ฯลฯ
พลสัณห์ ศรีหาผล อำนวยการสร้าง
พันคำ กำกับการแสดง
ประสิทธิ์ ศิริบันเทิง สร้างบท
ไพรัช สังวริบุตร ถ่ายภาพ
พันคำภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 16 มม.
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
ไก่นา
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 16 มม.
กัญญามาลย์ภาพยนตร์
ในความอุปถัมภ์ของประชาชน เสนอ
ไก่นา
ของ มธุรส
ดอกดิน กัญญามาลย์ กำกับ
ภาพยนตร์ยอดรัก ยอดสนุก
สมบัติ เมทะนี เพชรา เชาวราษฎร์
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, ชฎาพร วชิรปราณี, ชุมพร เทพพิทักษ์,
สุวิน สว่างรัตน์, พงษ์ลดา พิมลพรรณ, จุรี โอศิริ,
ธัญญา ธัญญรักษ์, สิงห์ มิลินทราศัย, โขมพัสตร์ อรรถยา,
จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ, ดลนภา โสภี
บรรจง กัญญามาลย์ อำนวยการสร้าง
ศานิต รุจิรัตน์ตระกูล ถ่ายภาพ
ไก่นา เป็นภาพยนตร์ชีวิตรักแนวประ
บู๊อาฆาต บาดอารมณ์ ชมและสนุก
กับบทตลกเฮฮา อรสา อิศรางกูร-ดอกดิน กัญญามาลย์
ฟังเพลงสนุกไพเราะจับใจ 7 เพลงเอกพร้อมด้วยดาราลูกทุ่
ชินกร ไกรลาศ, กิ่งแก้ว ศรีสาคร, กำแพง พิมใจ
กัญญามาลย์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
เกวียนหัก
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว ….. นาที
30 มีนาคม 2498 ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ศรีบูรพาภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง พุฒ ภักดีวิจิตร์
ผู้ประพันธ์ “ไม้ เมืองเดิม” จากนิยายเรื่อง เกวียนหัก
ผู้กํากับ สดศรี บูรพารมณ์
ผู้ถ่ายภาพ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
ผู้พากย์ รุจิรา – มารศรี
นักแสดง คํารณ สัมบุณณานนท์, อรวรรณ เนียนชํานาญ, สมพล กงสุวรรณ, สรสิทธิ แสงชัยวรรณ, เสี่ยล้อต๊อก
เรื่องย่อ
แฝง นักเลงหัวไม้ประจําบ้านทุ่ง ซึ่ง มีใจมั่นรักอยู่กับ เรียงลูกสาวกํานัน ด้วยฐานะที่แตกต่าง กันทั้งสองจึงต้องคบกันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่มา วันหนึ่ง เกิดเหตุปล้นในตําบลนั้น แฝงตกเป็นผู้ต้องสงสัย จึงถูกเรียกตัวมาสอบสวนที่เรือนของกํานัน หลายคนเห็น แผลที่แขนของแฝงก็ปักใจเชื่อว่าแฝงเป็นคนร้าย เรียงจึง ช่วยเป็นพยานและสารภาพว่าเป็นคนฟันแขนของแฝงเอง ทําให้แฝงรอดพ้นจากข้อกล่าวหามาได้หวุดหวิด ท่ามกลางความไม่พอใจของกํานัน รอง พี่ชายของเรียง และ ชื้น ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่หลงรักเรียงอยู่ฝ่ายเดียว
ชื้นเจ็บใจที่เรียงไม่ตอบรับรัก จึงไปฟ้องกํานัน ว่าเรียงแอบคบหากับแฝง เรียงจึงถูกกํานันเฆี่ยนและจับขังไว้บนเรือน แฝงรู้ข่าวก็ลอบปีนขึ้นเรือนมาฝากรักกับ เรียงในคืนนั้น
แฝงกลับมาที่เรือนก็พบว่าพ่อถูกจับตัวไป ทิ้ง ไว้แต่รอยคราบเลือด แฝงเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของ รองและชื้น จึงรีบรุดไปยังเรือนกํานันเพื่อเค้นถามความจริง ขณะเดียวกันนั้น รองและชื้นที่เพิ่งฆ่าพ่อของแฝงตาย ก็ได้จับตัวเรียงขึ้นเกวียนเพื่อพาหนีไปอยู่ที่บ้านญาติต่าง หมู่บ้าน เมื่อแฝงได้รู้เรื่องราวทั้งหมด จึงรวบรวมพรรค พวกออกตามล่ารองและชิ้น หมายจะล้างแค้นให้พ่อและ ชิงตัวคนรักของตนกลับคืนมา
เมื่อเกวียนของเรียงมาถึงที่ศาลเจ้าพ่อเกวียนล่ม ซึ่งเป็นที่สักการะของเหล่าผู้เดินทางทั้งหลาย ชื้น บังคับให้เรียงสาบานรักกับตนต่อหน้าศาลเจ้าพ่อ เรียง ต้องสาบานด้วยความจํายอม แต่ในใจนั้นแอบอธิษฐานว่า หากแฝงกําลังตามหาตนอยู่ ก็ขอให้เกวียนที่ตนนั่งมา จงหยุดรออยู่ที่นี่ เพื่อให้แฝงตามมาทัน
แฝงกับพรรคพวกตามมาทันตามคําอธิษฐาน ของเรียง ด้วยความแค้นที่สุมอก แฝงควบเกวียนของตน เข้าพุ่งชนเกวียนที่ชื้ นรอง และเรียงนั่งมาอย่างรุนแรง จนเกวียนนั้นหักกระเด็น เมื่อแฝงได้สติก็พบว่าเรียงถูกเกวียนทับขาจนกระดูกหัก ชื้นถูกไม้กงเสียบทะลุอกตาย คาที่ ส่วนรองนั้นหนีไปได้
บัดนี้ เรียงกลายเป็นคนพิการที่ขาทั้งสองใช้การไม่ได้อีก แต่ถึงกระนั้น แฝงก็ขอสาบานต่อศาลเจ้าพ่อเกวียนหัก ว่าจะรับเรียงเป็นเมียและขอรักนางตลอดไป
ที่มา นิยายเรื่อง เกวียนหัก ของ ไม้ เมืองเดิม
ที่มาภาพ นิตยสารข่าวภาพยนตร์ เมษายน พ.ศ. 2498
กามนิต วาสิฏฐี (2524)
โอลิมปิคฟิล์ม เสนอ
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีสวรรค์
ทุนสร้าง 7 1/2 ล้าน
พรพจน์ กนิษฐเสน กำกับการแสดง
กามนิต วาสิฏฐี
สรพงศ์ ชาตรี เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ธิติมา สังขพิทักษ์
และ กรุง ศรีวิไล เป็น สาตาเคียร
ลักษณ์ อภิชาติ, มานพ อัศวเทพ, เศรษฐา ศิระฉายา,
สุประวัติ ปัทมสูต, สุวิน สว่างรัตน์, สมชาย สามิภักดิ์, ม.ล.รุจิรา-มารศรี อิศรางกูร
บทประพันธ์ ของ เสถียร โกเศศ และ นาคะประทีป
“ไก่อ่อน”-ธนาชัย ชิโนทัย สร้างบท
รัชนีวรรณ กนิษฐเสน ดำเนินงาน
โสภณ เจนพานิช-สราวุฒิ วุฒิชัย ถ่ายภาพ
เนตร ธีระโกเมน-มนตรี สีหเทพ อำนวยการสร้าง
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย ทองดี
-ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทอง
ตัณหา
กามเทพภาพยนตร์
ความลี้ลับก้นบึ้งแห่งอารมณ์
ที่ถูกตีแผ่มาเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก
และมีเพียงครั้งเดียว
ตัณหา
ของ วัชรี
ยอดชาย เมฆสุวรรณ วันดี ศรีตรัง
อรสา พรหมประทาน, ชุมพร เทพพิทักษ์, อนุชา รัตนมาลย์,
วาสนา ชลากร, เหมยฟ้า, วิภาวดี ตรียะกุล
พิพัฒน์ พยัคฆะ ถ่ายภาพ
ปัญญา สมสุวรรณ
อำนวยการสร้าง และ กำกับการแสดง
ศรีนครภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ชิต ไทรทองโปสเตอร์
กระเบนธง (2509)
ด้วยคุณภาพและฝีมือ
ส.อาสนจินดาภาพยนตร์ เสนอ
กระเบนธง
สมบัติ เมทะนี ชนะ ศรีอุบล โสภา สถาพร
แสดงนำ
ร่วมด้วย อดุลย์ ดุลยรัตน์, รุจน์ รณภพ,
ชุมพร เทพพิทักษ์, แก่นใจ มีนะกนิษฐ์, มานี มณีวรรณ,
สมควร กระจ่างศาสตร์, ประมินทร์ จารุจารีต, ชาลี อินทรวิจิตร,
วลิต สนธิรัตน์, ชนินทร์ นฤปกรณ์, วิชิต ไวงาน,
สังเวียน หาญบุญตรง, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง,
ทศ วงศ์งาม, ปฐมชัย ชมศรีเมฆ, ศรินทิพย์ ศิริวรรณ,
ชาห์ณี ยอดชัย, ทานทัต วิภาตะโยธิน, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ปราณีต คุ้มเดช
เรื่องของชาตินักรบหัวเห็ดเด็ดๆ 4 ชาย
เผชิญ 3 ทรามวัยใจกล้ามีอาวุธร้ายคือ
ชายใดจูบแล้วต้องตายไปเสีย
ตื่นตาหาที่ไหนในหนังไทยไม่พบมาก่อน
ทั้งบนบก..ในน้ำและกลางมายาการอันมหัศจรรย์!
📄 เรื่องย่อภาพยนตร์: ปล้น (2529)
"เมื่อความอยุติธรรมในสังคมบีบคั้น... ทางเลือกเดียวของพวกเขาคือการปฏิวัติชีวิตด้วย 'ลูกปืน' และ 'แผนปล้น' สุดระห่ำ!"
เรื่องราวชีวิตของ "ชาติ" (รับบทโดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) ชายหนุ่มผู้ฝังใจกับความแค้นในอดีต หลังจากที่ครอบครัวของเขาต้องพังทลายลงเพราะความคดโกงของพวกเศรษฐีหน้าเนื้อใจเสือที่ใส่หน้ากากเข้าหากันในสังคม ชาติจึงเลือกหันหลังให้กับความถูกต้องและก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมืด ยึดอาชีพเป็น "จอมโจรมือฉกาจ" ที่ออกปล้นเงินจากพวกคนรวยเอาเปรียบคนจน เพื่อนำเงินเหล่านั้นไปอุปการะช่วยเหลือเด็กกำพร้าและพัฒนาบ้านเกิดที่แห้งแล้งของตนเอง
เส้นทางสายโจรอันโดดเดี่ยวของเขาเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้พบกับ "เอ๋" นักร้องสาวสู้ชีวิตในบาร์ผู้มีบาดแผลในใจไม่ต่างกัน เธอหนีออกจากสถานสงเคราะห์และเผชิญกับการถูกกดขี่แรงงานมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเอ๋ได้รับรู้ตัวตนและอุดมการณ์เบื้องหลังการปล้นของชาติ แทนที่จะหวาดกลัว เธอกลับขอร่วมอุดมการณ์กระโดดเข้าร่วมขบวนการปล้นด้วยใจที่เด็ดเดี่ยวเกินหญิง!
ความเดือดระอุเริ่มต้นขึ้นเมื่อชาติและเอ๋เดินหน้าเปิดฉากปล้นอย่างต่อเนื่อง จนไปกระตุกหนวดเสือเสี่ยงภัยต่อการถูกไล่ล่าจากทางตำรวจ นอกเหนือจากนั้น ฝีมืออันเฉียบขาดของพวกเขายังไปเตะตา "สิงห์" อดีตเพื่อนร่วมทางสายโจร และบิ๊กบอสผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่จ้องจะดึงตัวพวกเขามาร่วมใน "มหากาพย์แผนการปล้นครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศ" เพื่อกวาดทรัพย์สินมูลค่านับร้อยล้าน!
"เงินโจรที่มีคุณธรรม หรือ เงินคนรวยที่คดโกง... อะไรคือความจริงในสังคมสับสนนี้?"
ท่ามกลางการหักเหลี่ยมเฉือนคมในหมู่โจร แผนการสืบสายลับนกต่อของตำรวจ และการตั้งใจจะวางมือเพื่อไปสร้างชีวิตใหม่อันสงบสุขร่วมกันหลังจบงานสุดท้าย... แผนปล้นระดับชาติครั้งนี้จะสำเร็จ หรือพวกเขาจะต้องลงเอยด้วยการถูกปิดฉากชีวิตในกรงขังและคมกระสุน?
🎬 ความน่าดูของเรื่องนี้
การปะทะบทบาทสุดเข้มข้น: ร่วมพิสูจน์ฝีมือการแสดงของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ในช่วงท็อปฟอร์ม กับบทบาทเสือร้ายผู้นุ่มลึกแต่แฝงด้วยความเดือด
แอ็กชันสไตล์คลาสสิค: สัมผัสกลิ่นอายหนังไทยยุค 80s แท้ๆ ทั้งฉากไล่ล่า บู๊ระห่ำ และแฟชั่นยุคคลาสสิค
แฝงแง่คิดสังคม: หนังไม่ได้มีดีแค่ฉากยิงกัน แต่ยังสะท้อนปัญหาระหว่างชนชั้น การเอาเปรียบในสังคม และสายสัมพันธ์ความรักท่ามกลางดงกระสุน
คอหนังไทยคลาสสิคและแฟนคลับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ บอกเลยว่าห้ามพลาด! สามารถไปติดตามชมความสนุกแบบเต็มเรื่อง ภาพและเสียงที่ชวนคิดถึงอดีตได้แล้วที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ
👉 รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง ปล้น (2529)
เรื่องย่อภาพยนตร์: "ไอ้เขี้ยวตัน" (2522)
ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นแต่แฝงไปด้วยอันตรายของ "หมู่บ้านเขาโทนทอง" ดินแดนชายขอบที่กฎหมายเอื้อมไปไม่ถึง ที่นี่กำลังลุกเป็นไฟเมื่อตระกูลผู้ทรงอิทธิพลเถื่อนอย่าง "คำผา" พยายามแผ่ขยายอำนาจ มุ่งยึดครองที่ดินและกดขี่ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เกรงกลัวใคร แม้แต่ข้าราชการน้ำดีหรือปลัดอำเภอก็ยังต้องสังเวยชีวิตให้กับอิทธิพลมืดนี้!
แต่ความอยุติธรรมย่อมต้องมีวันสิ้นสุด... เมื่อการมาถึงของชายลึกลับนามว่า "สิงห์" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) ยอดฝีมือปืนผู้รักความถูกต้องแต่มีอดีตอันปวดร้าวและกำลังหนีจากวิถีแห่งการเข่นฆ่า เขาจำเป็นต้องก้าวเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อปกป้องชาวบ้าน ร่วมกับ "เพชร" ชายหนุ่มผู้เคียดแค้นที่มีปมฝังลึกกับพวกโจร และกลุ่มนักสู้ท้องถิ่นที่ทนถูกรังแกไม่ไหว
เรื่องราวรุนแรงขึ้นเมื่อความแค้น การสูญเสีย และอิทธิพลเถื่อนบีบคั้นให้ "สิงห์" ต้องงัดวิชาปืนที่เขาเคยหันหลังให้ กลับมาเผชิญหน้ากับความตายอีกครั้ง!
สิงห์จะสามารถล้างบางอิทธิพลมืดและคืนความสงบสุขให้แก่เขาโทนทองได้สำเร็จหรือไม่? หรือเขาจะต้องกลายเป็นอีกหนึ่งศพที่ถูกฝังไว้ในดินแดนแห่งนี้?
ร่วมพิสูจน์ความเด็ดเดี่ยวของลูกผู้ชาย และความมันส์ระดับตำนานของพระเอกตลอดกาล "สมบัติ เมทะนี" ในภาพยนตร์ไทยคลาสสิคเต็มเรื่องที่คอหนังแอ็กชันยุคเก่าไม่ควรพลาด!
คุณสามารถรับชมความมันส์ของภาพยนตร์ไทยคลาสสิคเรื่อง ไอ้เขี้ยวตัน (2522)
เรื่องย่อภาพยนตร์: อีสาว อก 3 ศอก (2525)
เมื่อความกตัญญูบีบคั้นให้เธอต้องสู้!
เรื่องราวของ "เปิ้ล" นักศึกษาสาวสู้ชีวิตที่โลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลง เมื่อเธอได้รับข่าวร้ายว่าแม่บังเกิดเกล้าป่วยหนักและต้องใช้เงินผ่าตัดหัวใจด่วนถึง 50,000 บาท! ในยุคที่เงินทองหายากและเวลาชีวิตของแม่กำลังนับถอยหลัง เปิ้ลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเงินก้อนนี้
แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เมื่อเส้นทางที่เธอเลือกเดินเพื่อหาเงินกลับดึงให้เธอและกลุ่มเพื่อนสนิทแก๊งสาวๆ (ที่พกพาความฮาและฝีมือการต่อสู้มาแบบไม่ธรรมดา) ต้องเข้าไปพัวพันกับแก๊งมิจฉาชีพสุดโฉดที่หมายหัวและไล่ล่าพวกเธออย่างไม่ลดละ!
จากเมืองกรุงสู่การหนีตายหัวซุกหัวซุนกลางป่าลึก เปิ้ลและเพื่อนๆ ต้องดึงเอา "วิชาเส้าหลิน" และทักษะการต่อสู้ที่เคยฝึกฝนมาออกมารับมือกับเหล่าวายร้ายที่มีทั้งมีดและปืน งานนี้พวกเธอขอพิสูจน์ให้รู้ว่า ถึงจะเป็นผู้หญิง แต่ถ้าลองได้สู้ก็มี "อกสามศอก" ไม่แพ้ชายอกสามศอกหน้าไหน!
พวกเธอจะสามารถหนีรอดจากการไล่ล่าอันป่าเถื่อนนี้ได้หรือไม่? และเปิ้ลจะนำเงินกลับไปช่วยชีวิตแม่ได้ทันเวลาหรือเปล่า?
เตรียมพบกับภาพยนตร์ไทยแอ็กชัน-คอมเมดี้สุดคลาสสิค ที่ผสมผสานความตื่นเต้น การต่อสู้สุดมันส์ และมุกตลกเจ็บตัวยุค 80s ไว้อย่างลงตัว!
นำแสดงโดย: ดาริน กรสกุล และทีมนักแสดงตลกชั้นนำที่จะมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
รับชมภาพยนตร์ อีสาว อก 3 ศอก
หอใหม่ – เมื่อ "หอเก่า" สุดป่วน ต้องขยับขยายสู่ "หอใหม่" สุดเอ็กซ์คลูซีฟ!
ขยับเข้ามาล้อมวงกันให้ดีสำหรับคอหนังไทยยุคคลาสสิค! วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่ปี พ.ศ. 2525 กับภาพยนตร์ตลกเบาสมองที่สะท้อนชีวิตชาวหอพักได้อย่างแสบ ๆ คัน ๆ ใน "หอใหม่" ผลงานความฮาพิมพ์นิยมที่ได้ตลกชั้นครูอย่าง โน้ต เชิญยิ้ม มาร่วมสร้างสีสันความบันเทิง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "คุณนายเจ้าของหอพักเก่า" (ที่เต็มตลอดกาลจนรับคนไม่ไหว) เกิดไอเดียธุรกิจสุดเก๋จากคำแนะนำของ "สำราญ" สามีรุ่นน้องสุดเจ้าเล่ห์และหัวการค้า ที่เสนอให้ทุ่มเงินก้อนโตซื้อโรงแรมชานเมืองมาปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็น "หอใหม่" ที่ใหญ่โต หรูหรา และโมเดิร์นกว่าเดิม เพื่อหวังเป็น "เสือนอนกิน" สบาย ๆ ไปทั้งชาติ
แต่ขึ้นชื่อว่าหอพัก... เรื่องวุ่น ๆ ของคนร้อยพ่อพันแม่ก็เริ่มตามมาทันที! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคนรุ่นใหม่ขาโจ๋สายสเก็ตซิ่ง ช่างภาพหนุ่มหล่อ และหญิงสาวที่หวังใช้เสน่ห์ไต่เต้าสู่การเป็นดาราดัง ทุกคนต่างหอบหิ้วความฝัน (และปัญหา) มาเช่าอยู่ที่หอแห่งนี้
เรื่องราวดูเหมือนจะไปได้สวย แต่ความอลหม่านที่แท้จริงกลับซ่อนอยู่เบื้องหลังความหรูหราของ "หอใหม่" เมื่อแผนการขยายธุรกิจครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา มีทั้งเรื่องการหลบเลี่ยงภาษี การหักหลัง ผลประโยชน์ทับซ้อน และความสัมพันธ์ลับ ๆ ของคนใกล้ตัวที่ระเบิดออกมาเป็นคดีความสุดพะอืดพะอม!
"สมบัติของนอกกาย แย่งกันแทบเป็นแทบตาย... สุดท้ายใครจะได้ครอง?"
"หอใหม่" จะกลายเป็นขุมทรัพย์แห่งความสุข หรือจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ครอบครัวคุณนายต้องสั่นคลอน? แล้ว "สำราญ" ชายหนุ่มผู้รักความสำราญสมชื่อจะจัดการกับปัญหาหัวใจและคดีความรอบตัวอย่างไร?
ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาด:
นี่คือหนังตลกไทยแท้ ๆ ยุค 80s ที่ดูง่าย เพลิดเพลิน เต็มไปด้วยมุกตลกสถานการณ์ คารมคมคายของนักแสดงรุ่นเก๋า และยังสอดแทรกข้อคิดเรื่องกฎแห่งกรรมได้อย่างแนบเนียน ใครที่กำลังมองหาหนังไทยโบราณฟิลกู๊ดที่ให้ทั้งเสียงหัวเราะและความคิดถึงวันวาน ต้องรีบไปกดดูกันแล้วล่ะครับ!