บัลลังก์เมฆ

ปานรุ้ง สมุทรเทวา บุตรสาวคนเดียวของนางคมขวัญเจ้าของกิจการบริษัทสมุทรเทวาเดินเรือ จบการ ศึกษาจากต่างประเทศ คมขวัญ วาดหวังไว้ว่าบุตรสาวคนนี้จะมารับช่วงดูแลกิจการเดินเรือต่อจากเธอ ในวันเลี้ยงต้อนรับการกลับมา ของปานรุ้ง เธอได้มีโอกาสพบ กติยา เพื่อนสนิทสมัยนักเรียนและเรือโทวาสุเทพ นทีพิทักษ์ คู่หมั้นของกติยา วาสุเทพ หลงรักปานรุ้งจนยอมถอนหมั้นจากกติยามาหมั้นกับปานรุ้งแทน กติยาโกรธแค้นมาก แต่แล้วเมื่อปานรุ้งได้พบกับชูนาม ดิเรกวิทยา เพลย์บอยหนุ่มนักเรียนนอก ที่น่าสนใจและมีชีวิตชีวากว่าวาสุเทพ ปานรุ้งตัดสินใจถอนหมั้นวาสุเทพส่งคืนให้กติยา และแต่งงานกับชูนาม โดยไม่ฟังคำคัดค้านจากคมขวัญ ผู้เป็นแม่เลย

กิจการเดินเรือของคมขวัญเสียหายหนักขึ้น ประกอบกับปานรุ้งให้ชูนามได้เข้ามามีส่วนบริหารงานโดย ไม่รู้ว่าเบื้องหลังชองชูนามนั้นคือนักพนันตัวยง เขาเริ่มเอาเงินมาหมุน หนักเข้าก็ลอบส่งของเถื่อนเพื่อให้หนี้พนัน แต่โชคไม่เข้าข้าง ชูนามกับพรรคพวกถูกจับได้ เพราะเกิดการฆาตกรรมนายช่างฝรั่งขึ้น เมื่อหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ชูนามโดนจับและถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ปานรุ้งเสียใจที่ถูกหลอกโดยสามีที่ตนรัก เธอสำนึกผิดที่ไม่เชื่อแม่ตั้งแต่ต้น แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ตระกูลสมุทรเทวาล้มละลาย ปานเทพ ดิเรกวิทยาบุตรคนแรกของเธอถือกำเนิดขึ้น หากแต่คมขวัญผู้เป็นแม่ ตรอมใจ และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ปานรุ้งล้มละลาย บ้านสมุทรเทวาที่เธออยู่มาตั้งแต่เกิดถูกยึด ปานรุ้งและลูกชายของเธอถูกไล่ออกจากบ้านหลังเสร็จงานศพแม่ ปานรุ้งสัญญากับตัวเองว่าลูกของเธอ จะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและจะต้องไม่มีชีวิตตกต่ำเช่นเธอ

เกื้อ รุประมาณ ลูกชายคนขับรถที่ซื่อสัตย์ของคมขวัญ ผู้ซึ่งหลงรักปานรุ้งตั้งแต่เด็ก พาปานรุ้งกับปานเทพมา อยู่ที่บ้าน แต่ด้วยความเย่อหยิ่งของปานรุ้งทำให้แม่ของเกื้อไม่ค่อยชอบนัก และมักจะมีปากเสียงกันอยู่บ่อยๆ ปานรุ้งอยู่กับเกื้อ จนมีลูกชายด้วยกันอีกคนชื่อ ปรก ปานรุ้งส่งลูกทั้งสองของเธอเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ เกื้อต้องรับจ้างขับรถรับจ้างเพิ่มเติม ส่วนปานรุ้งก็ตัดสินใจหางานทำทั้งๆ ที่เธอไม่เคยต้องลำบากเลยในชีวิต เธอเริ่มทนความลำบากยากจนไม่ไหว ขณะนั้นเองวาสุเทพผู้ที่ยังรักปานรุ้ง อย่างไม่เปลี่ยน แปลงก็เข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง เขายอมทิ้งกติยาและโดมลูกชายคนเดียวของเขา มาอยู่กับปานรุ้งและลูกๆของเธอ เกื้อรู้ตัวดีว่าตัวเองต่ำต้อยแค่ไหน จึงจำต้องปล่อยปานรุ้งไปสู่สิ่งที่ดีกว่า วาสุเทพสัญญาว่าจะดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี

ช่วงสงครามเวียดนาม ปานรุ้งอาศัยบารมีของวาสุเทพช่วยให้มีเส้นสายในวงการทหารอเมริกัน ปานรุ้งจึง เริ่มมีฐานะขึ้นอีกครั้ง เธอยังมีลูกกับวาสุเทพอีก 2 คน คือ ปานวาดและ ปกรณ์ ด้วยความเป็นลูกชายคนเล็ก และเกิดมาพร้อมกับโชคที่ทำให้ชีวิตเธอดีขึ้น ปานรุ้งจึงรักปกรณ์มาก ขณะที่ชูนามอยู่ในเรือนจำ ปานเทพแอบมาพบพ่ออยู่บ่อยๆ เมื่อปานรุ้งรู้เรื่องจึงส่งปานเทพ ไปศึกษาต่อที่อเมริกาทันที

14 ปีผ่านไป ลูกๆ ของปานรุ้งโตเป็นหนุ่มสาว ปานรุ้งตั้งใจจะให้ปานเทพที่เรียนจบบริหารธุรกิจจากอเมริกากลับมาดูแลกิจการ ทั้งหมดของเธอ ปานรุ้งวางแผนขยายธุรกิจของเธอโดยให้ปรก ลูกชายของเธอและนิชา ลูกสาวคุณนายนิรมลนักธุรกิจชื่อดังหมั้นกัน แต่เมื่อคุณนายนิรมลถูกฟ้องล้มละลาย ปานรุ้งจึงยกเลิก การแต่งงานทั้งหมด ปรกและนิชาช่วยกันหาทางออกทั้งคู่ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือ จากเกื้อผู้เป็นพ่อ ซึ่งบัดนี้ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ทำให้ปานรุ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ปานเทพดูแลกิจการทุกอย่างแทนปานรุ้งและได้ปรับปรุงกิจการไปในทิศทางของตน หากแต่ปานรุ้งไม่เห็นด้วย จึงมีปากเสียงกัน ปานเทพตัดสินใจออกจากบ้านไปทำธุรกิจกับชูนามซึ่งพ้นโทษออกมาจากคุกแล้ว

ปานวาดพบรักกับโดมดีเจหนุ่ม ทั้งสองมีความรักให้กันและกันอย่างมากมาย โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าความรัก ของเขาทั้งสองนั้น ดำเนินอยู่บนเส้นทางของความเกลียดชัง เพราะโดมที่แท้จริงนั้นคือลูกชายของกติยา และวาสุเทพ และการที่ทั้งสองได้มีโอกาสพบรักกันนั้น ทั้งหมดเป็นแผนของกติยาที่ต้องการแก้แค้นปานรุ้ง โดยหวังให้โดมทำลายปานวาดและยิ่งกว่านั้น ทั้งคู่เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน สิ่งเลวร้ายนี้จะทำให้ทั้งปานรุ้ง และวาสุเทพต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นเดียวกับที่เธอเป็น

ส่วนปกรณ์ ได้พบรักกับ วิรินทร์ เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ปกรณ์เองกังวลใจมาก เพราะรู้ว่าแม่คาดหวังในตัวเขามาก และจะไม่มีวันอนุญาตให้เขากับวิรินทร์ได้รักกันอย่างแน่นอน เพราะวิรินทร์เป็นเด็กสลัมที่ยากจน ปานรุ้งโกรธมากที่ปรกและนิชาแอบไปแต่งงานกัน เธอจึงลงโทษโดยไล่ทั้งสองคนไปอยู่เรือนเล็ก และต่อว่าเกื้ออย่างหนัก และเธอก็ต้องโกรธมากขึ้น เมื่อรู้ว่าปานเทพไปอยู่กับชูนามผู้เป็นพ่อ ยิ่งไปกว่านั้นปานวาดลูกสาวคนเดียวของเธอ ยังถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย เธอจึงต้องกักบริเวณปานวาดไม่ให้ออกไปไหน

ปานเทพร่วมกับชูนามทำกิจการแชร์ผิดกฎหมาย แต่ถูกจับได้ หุ้นส่วนหักหลังกันเอง ทั้งคู่โดนเจ้าหนี้ตามล่า ชูนามให้ปานเทพกลับมาขอความช่วยเหลือจากแม่ แต่ถูกปฏิเสธ ด้วยความวู่วามปานเทพเผลอทำร้ายปานรุ้ง จนบาดเจ็บ แล้วหนีไป ชูนามถูกฆ่าตายเพราะปกป้องปานเทพ านรุ้งช่วยปานเทพหนีออกนอกประเทศก่อนถูกจับ ทำให้ปานเทพได้รู้ถึงความรักและการให้อภัยจากผู้ที่เป็นแม่แม้ว่าเขาจะทำผิด ต่อแม่มากก็ตาม

ปานวาดตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปกับโดม ทั้งคู่ติดยาเสพติดและตกระกำลำบากายทรัพย์สินติดตัวที่มีอยู่จนหมด โดมลงแดงต้องการยา ด้วยความรักของปานวาด เธอจึงยอมเป็นผู้หญิงหากิน เพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติดให้โดม เธอไม่กล้ากลับไปหาแม่ เพราะคิดว่าตนเป็นลูกที่ไม่ดี ทำลายความฝันของแม่ วาสุเทพมาตามหาปานวาด ที่บ้านกติยา และได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าเป็นแผนการของกติยา วาสุเทพตกใจมาก ทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ จนเสียชีวิต

ทางด้านปกรณ์นั้น นับวันก็รักวิรินทร์มากยิ่งขึ้น และสับสนเมื่อรู้ว่าแม่ยิ่งคาดหวังกับตัวเขามาก เพราะผิดหวังจาก พวกพี่ๆ แต่ในที่สุดปกรณ์ตัดสินใจยืนยันความรักของตนกับวิรินทร์ ปานรุ้งจำใจต้องจัดงานแต่งงานให้ทั้งคู่ แต่ต่อมาด้วยความที่ปกรณ์ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอจึงเกิดเข้าใจผิด ปกรณ์ระแวงว่าลูกในท้องวิรินทร์ไม่ใช่ลูกเขา วิรินทร์เสียใจและทิ้งปกรณ์ไป ปกรณ์ยอมรับไม่ได้ และโทษว่าเป็นความผิดของแม่ จึงก่อโศกนาฎกรรม ครั้งใหญ่ขึ้นเพื่อให้แม่รู้ว่าความรู้สึกของการที่ต้อง เสียคนที่รักที่สุดไปเป็นอย่างไร ส่วนเกื้อตามหาปานวาด จนพบและพากลับมาหาปานรุ้งด้วยสภาพไม่ปกติ ปานรุ้งรับปานวาดกลับบ้านและรักษาเธอจนอาการค่อยดีขึ้น

ตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ของปานรุ้ง ปิดฉากลงพร้อมกับบทสุดท้ายของชีวิตเธอ ความรักเช่นไรที่จะถูกต้องงดงาม คำถามนี้ยังคงไร้คำตอบ มีทางเลือกอีกมากมายให้ได้ทดลอง และเรียนรู้ ขอเพียงแต่อย่าหยุดที่จะค้นหา และเดินทางไปพร้อมกับหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

นำแสดงโดย

ภัทราวดี มีชูธน

สมบัติ เมทะนี

สรพงษ์ ชาตรี

กรุง ศรีวิไล

กำกับการแสดงโดย...ถกลเกียรติ วีรวรรณ

บัลลังก์เมฆ ออกอากาศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2536 – 13 พฤศจิกายน 2536 ทางช่อง 5

เคหาสน์ดาว

เคหาสน์ดาว เป็นเรื่องราวของ “คุณเขียว” หนุ่มสถาปนิกที่มีบุคลิกซื่อๆ มองโลกในแง่ดี และไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร กับ “คุณจ๋อม” อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างบ้านของตนเองเพื่อแม่ และน้องสาว จากความฝันของคุณจ๋อม ทำให้ได้มารู้จักกับ คุณเขียว และความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความรัก

นักแสดงละคร เคหาสน์ดาว
ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง แสดงเป็น คุณเขียว (สงคราม สัมพันธ์พงษ์)
นุสบา วานิชอังกูร แสดงเป็น จ๋อม (ดาวส่อง)

กำกับการแสดงโดย...สุพล วิเชียรฉาย

เคหาสน์ดาว ออกอากาศเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2535 – 26 มีนาคม 2536 ทางช่อง 5

กุหลาบในเปลวไฟ

กุหลาบในเปลวไฟ  ออกอากาศเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2535 – 18 ธันวาคม 2535

นำแสดงโดย

เพ็ญพักตร์ ศิริกุล

จอนนี่ แอนโฟเน่

กำกับการแสดงโดย...ถกลเกียรติ วีรวรรณ

วังน้ำวน

อาโป  เพียงธาร และ ระริน  เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยที่เรียนโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ทั้งสามทั้งมีความฝันเป็นของตัวเอง อาโปมีฐานะทางครอบครัวดีกว่าเพื่อน เธอฝันว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังเรียนจบ ผิดกับเพียงธารที่มีฐานะยากจน เธอจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวทุกอย่าง ระรินมีความฝันไม่ต่างจากเพื่อนๆ เธอใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนางเอกละคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเธอทั้งสามคิดเหมือนกัน ก็คือการแอบชอบ ต้นสาย  ครูฝึกสอนหนุ่มหน้าตาดีที่เข้ามาฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียน
 
เพียงธารออก หางานพิเศษทำทุกอย่างเพื่อส่งเสียครอบครัว งานแรกคือการเป็นเซลล์ขายเครื่องสำอางค์ ซึ่งทำให้เธอได้พบกับ ทัดดาว จึงถูกชักชวนไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้มีรายได้ดีกว่าเดิม และอาจจะมีโอกาสก้าวสู่การเป็นนางแบบได้ แต่เมื่อระรินรู้ จึงอยากรู้จักทัดดาวด้วย เพื่อหวังว่าตัวเองจะได้เป็นดาราอย่างที่ฝันไว้ วันหนึ่งทั้งสามสาวแอบโดดเรียนไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ แต่อาโปว่ายน้ำไม่แข็งจึงถูกดูดลงไปในใต้น้ำซึ่งเป็นน้ำวน ต้นสายเห็นเข้าจึงกระโดดลงไปช่วยอาโปไว้ทัน ทำให้อาโปรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก ต้นสายมาลาอาโป เพื่อกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจึงเผยความรู้สึกในใจต่อกัน
 
วันหนึ่งขณะที่ต้นสายกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ช่วยระรินที่กำลังถูกพ่อเลี้ยงปลุกปล้ำ ระรินจึงขอเข้ากรุงเทพฯ กับต้นสาย เพื่อไปทำงานกับทัดดาว แต่พอถึงกรุงเทพฯ ระรินกลับติดต่อกับทัดดาวไม่ได้ ต้นสายจึงให้ระรินพักกับตนไปก่อน จนทำให้ทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน อาโปและเพียงธาร รู้สึกผิดหวังมากเพาะคิดว่าต้นสายเป็นคนพาระรินหนี
 
หลังสอบปลายภาค เพียงธารตัดสินใจมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสียครอบครัว อาโปจึงเสนอให้ไปอยู่บ้านป้าพร้อมกับตัวเอง อาโปไปสมัครเรียนภาษาเยอรมันเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อ เลยทำให้เธอได้พบกับ กลางชล ครูสอนภาษาเยอรมัน ส่วนเพียงธารได้ไปทำงานที่ร้านดอกไม้ คุณปอง  อดีตดาราที่เคยเดินทางผิด เธอจึงคอยตักเตือนเพียงธารอยู่เสมอๆ เพราะกลัวว่าเพียงธารจะมีชีวิตที่ซ้ำรอยแบบเธอ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับ สินธู ( นพชัย มัททวีวงศ์ ) นักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย คุณปองก็ยิ่งเป็นห่วงเธอมากขึ้น ระรินถูกสินธู ชักชวนให้เล่นหนังวีซีดี เพราะสนใจในตัวระริน โดยที่ระรินก็เล่นด้วย สินธูอาสาเลี้ยงดูระรินโดยซื้อบ้านให้อยู่ ระรินจึงหนีจากต้นสายมาอยู่กับสินธู
 
ทางด้านเพียงธารเป็นหญิงสาวที่ สินธูหวังครอบครองเป็นเจ้าของ แต่มีคุณปองคอยขัดขวาง กลางชลมีโอกาสได้ใกล้ชิดเพียงธารมากขึ้น เมื่อเพียงธารย้ายออกมาอยู่อพาร์ทเมนท์ตรงข้ามกับบ้านของเขา ทำให้กลางชลเริ่มหวั่นไหว จึงขอหมั้นกับอาโปแล้วชวนกันไปอยู่ที่เยอรมันด้วยกัน แต่อาโปปฏิเสธเพราะยังสนุกกับงานที่ทำอยู่ อาโปนำเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อรถ เป็นจังหวะที่เพียงธารเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะหาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย จึงมาขอยืมอาโป แต่อาโปไม่มี เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจขอยืมสินธู สินธูจึงสั่งให้ลูกน้องนำเงินไปให้ทันที
 
เพียงธารต้องการหาเงินให้ ให้สินธูโดยเร็ว จึงทำงานเพิ่มมากขึ้น กลางชลแนะนำให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของเพื่อน อาโปก็ไปสมัครงานนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่าเพียงธารถูกเลือกแทน เพียงธารนำเงินไปคืนสินธู แต่เขาไม่รับและขอแลกกับการคบกับเพียงธารแทน แต่เพียงธารยังไม่ยอมรับ กลางชลใกล้ชิดกับเพียงธารมากขึ้น โหน่ง  พยายามเตือนอาโป แต่อาโปไม่เชื่อว่าเพื่อนจะทำร้ายเพื่อนได้ ระรินเริ่มออกอาการหึงหวงสินธูมากขึ้นจนเสียการเสียงงาน สินธูวางแผนเปิดกล้องภาพยนตร์ 3 เรื่องพร้อมกัน โดยมี เพียงธาร, อาโป, ระริน นำแสดงในแต่ละเรื่อง โดยวางกลางชลแสดงคู่กับอาโป
 
ระรินติดต่ออาโปให้สินธู แต่หลอกว่ามีฉากวับๆ แวมๆ อาโปจึงปฏิเสธ แต่มารู้ทีหลังวาเป็นหนังชีวิตธรรมดาจึงตอบรับ พออาโปรู้ว่ากลางชลถอนตัวจึงผิดหวังในที่สุดจึงตัดสินใจไม่รับเล่น และก็ยังไม่อยากไปเรียนต่อ กลางชลจึงแนะนำให้อาโปไปเรียนการแสดง จนได้รู้จักกับ แจ็ค ผู้กำกับที่กำลังหานางเอกใหม่อยู่ อาโปได้เจอกับต้นสายอีกครั้ง อาโปจึงแนะนำให้ต้นสายไปเป็นแสตนด์อินในละครที่เธอเล่น อาโปประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากก่าเพื่อนทั้งสอง สินธูคิดจะสร้างหนังใหญ่เรื่อง “วังน้ำวน” โดย พัฒน์ ผู้กำกับต้องการ อาโป มาเล่น เพราะอาโปกำลังได้รับความนิยม แต่สินธูต้องการ เพียงธาร และ ระริน เล่นเรื่องนี้ เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงในสังกัดของเขา พัฒน์เลือกอาโปกับระริน เพราะบทเหมาะกว่า เพียงธารไปหาคุณปอง แต่พบว่าคุณปองฆ่าตัวตาย เพราะเมียหลวงมาอาละวาดที่ร้าน เพียงธารเสียงใจมาก รวมทั้งเห็นอาโปและกลางชลหวานชื่นกัน เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจไปหาสินธู และวันนั้นเธอก็ค้างที่คอนโดสินธูอย่างเต็มใจ จนเพียงธารรู้ว่าตัวเองไม่ได้เล่นหนัง “วังน้ำวน” แล้ว จึงขอสินธูเปลี่ยนตัว ให้เธอได้เล่นเรื่องนี้ เพื่อทำให้ความฝันของคุณปองให้เป็นจริง
 
พัฒน์เลือก อาโป กับ เพียงธาร โดยตัดระรินออกจากหนังเรื่องนี้ ทำให้ระรินเสียใจมาก บังเอิญพระเอกของเรื่องนี้ถอนตัว สินธูจึงไปขอร้องให้กลางชลมาแสดงแทน กลางชลตอบตกลง เพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพียงธาร ทางด้านอาโปจึงเริ่มไม่ไว้ใจเพียงธารมากขึ้นและเริ่มหึงหวงกลางชล เมื่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป ระรินมาอาละวาดกับเพียงธารที่กองถ่ายเรื่องของสินธู กลางชลออกหน้าปกป้องเพียงธาร อาโปน้อยใจกลางชลที่เริ่มตีตัวออกห่าง แจ็ค มาขอให้อาโปกับเพียงธารไปเดินแบบงานแฟชั่นการกุศล พอระรินจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ไปเดินแฟชั่นงานนี้ด้วย
 
ใน งานแฟชั่น กลางชลตัดสินใจบอกเลิกกับอาโป เพียงธาร, อาโป, ระริน ต้องเผชิญหน้ากันในห้องแต่งตัว ทั้งสามทะเลาะกัน เมื่อออกมาหน้าเวทีจึงแกล้งเดินชน แล้วเหยียบเท้ากัน เลยเถิดไปถึงขั้นตบตีกันด้านหลัวเวที สินธูกับกลางชลตามมาช่วย แต่ก็เกิดชกต่อยกันเองเพราะความหึงหวง สินธูดึงเพียงธารไปเคลียร์ปัญหาที่ค้างคากันอยู่ ส่วนระรินถึงกับขาดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล อาโปไม่สามารถเข้าฉากกับเพียงธารและกลางชล ได้อย่างสนิทใจอีกต่อไป หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น
 
ความรักของเพื่อนทั้งสาม ขาดสะบั้นลง เมื่อความรักกลายเป็นวังวน ที่พัวพันรอบตัวพวกเธอ จนไม่สามารถสะบัดหลุดไปได้ จุดจบความรักของทั้งสามจะเป็นอย่างไร พวกเธอจะหาทางออกจาก “วังน้ำวน” แห่งนี้ได้หรือไม่ หรือยังคงหลงอยู่ในวังวนต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

นำแสดงโดย...

ใหม่ เจริญปุระ

มาช่า วัฒนพานิช

ณหทัย พิจิตรา

พิทยา ณ ระนอง

รอน บรรจงสร้าง

ขจรศักดิ์ รัตนวิสัย

วังน้ำวน ออกอากาศเมื่อวันที่  1 พฤษภาคม 2535 – 5 กันยายน 2535

กำกับการแสดงโดย...ยุทธนา มุกดาสนิท

เสน่ห์จันทร์

ในงานฉลองพิธีหมั้นระหว่าง เสน่ห์จันทร์ (ตั๊ก บงกช คงมาลัย) เศรษฐีนีม่ายสาวสวยกับ ดามพ์ (สันติสุข พรหมศิริ) เพลย์บอยหนุ่มถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราที่คฤหาสน์นฤบดินทร์ อันเป็นมรดกตกทอดจากอดีตสามีผู้ล่วงลับของเสน่ห์จันทร์ โดยมีป้าสาย (จารุณี สุขสวัสดิ์) พี่เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ของเสน่ห์จันทร์ คอยจัดการทุกอย่างให้นายหญิงของเธอ และ มานิตย์ (รอง เค้ามูลคดี) คนครัวที่ทำอาหารเก่งที่สุดเป็นผู้ดูแลเรื่องอาหารการกินงานดำเนินไปอย่าง ราบรื่น จนกระทั่งมาถึงช่วงสำคัญของงาน เสน่ห์จันทร์กล่าวเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมดื่มแสดงความยินดีกับเธอ และดามพ์ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีดามพ์ก็เป็นลมล้มฟุบไป ท่ามกลางความตื่นเต้นตระหนกของทุกคน

ดามท์เสียชิวิตลงในเวลาต่อมา ตำรวจสรุปว่าดามพ์เสียชิวิต เพราะมียาพิษในแชมเปญ โรมรัน (กัปตัน ภูเนศ หงษ์มานพ) นายตำรวจหนุ่มฝีมือดีได้รับคำสั่งให้มาดูแลคดีนี้ โดยมี จ่าสมหมาย (ชูศรี เชิญยิ้ม) ตำรวจท้องที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ฆาตรกรรมครั้งนั้นและมิ้ม (ตวง ภัสสรี กังวานพงศ์) เด็กจบใหม่ฝึกงานที่เป็นทั้งคู่กัดและผู้ช่วยของโรมรัน ครั้งแรกที่โรมรันเขาได้พบกับเสน่ห์จันทร์ เขาประทับใจในความงามและความอ่อนหวานของเธอ โรมรันสอบปากคำเสน่ห์จันทร์และแขกผู้มีเกียรติในงานพบว่า คนที่น่าสงสัยที่สุดคือ นาน่า (หลิว มนัสวี กฤตานุกูลย์) นักร้องสาวแฟนเก่าของดามพ์ที่เข้ามาอาละวาดในงาน พร้อมกับขู่เอาชีวิตดามพ์ เพราะโกรธแค้นที่ถูกดามพ์สลัดรัก ทันทีที่นาน่าเห็นตำรวจเธอรีบหนีทันที และทิ้งหลอดยาที่น่าสงสัยลงในชักโครกแต่เธอหนีไม่พ้นและถูกรวบตัวในเวลาต่อ มา นาน่าให้การปฎิเสธว่าไม่ได้ฆ่าดามพ์ เพราะเธอรักเค้ามาก แต่คนที่เธอโกรธก็คือ เสน่ห์จันทร์ ที่เข้ามาแย้งคนรักไปจากเธอมากกว่า แต่พอตำรวจสอบถามว่าในเวลาที่เกิดเหตุเธออยู่ไหน นาน่าก็ให้การสับสน วกไปวนมาอย่างน่าสงสัย โรมรันจึงสั่งให้จ่าสมหมายคอยจับตาดูนาน่าไว้ ต่อมากองพิสูจน์หลักฐานแจ้งว่า ยาที่พบในห้องนาน่า เป็นยาเค ไม่ใช่ยาพิษ นาน่าจึงยอมรับสารภาพว่าเธอติดยา ช่วงที่เธอหายไป เธอแอบเข้าไปเสพยาในห้องน้ำ เธอจึงไม่กล้าสารภาพตั้งแต่ครั้งแรก

โรมรันเอาวีดีโอที่ถ่ายในงานมาตรวจสอบ พบว่านาน่าพูดความจริงเนื่องจากช่วงเวลาที่เธอหายไปไม่มากพอที่จะไปวางยาฆ่า ใคร นอกจากนั้นโรมรันยังพบเบาะแสสำคัญของคดีนี้ด้วย เพราะจากวีดีโอที่ถ่ายไว้ ทำให้โรมรันเห็นว่าในช่วงที่ทุกคนยกแก้วดื่มเพื่ออวยพรนั้น เสน่ห์จันทร์ กับดามพ์แลกแก้วแชมป์เปญกันดื่ม จึงรู้ได้ทันทีว่า เสน่ห์จันทร์ต่างหากที่เป็นเป้าหมายของการฆาตรกรรมครั้งนี้ ไม่ใช่ดามพ์…

โรมรันบอกเรื่องนี้ให้เสน่ห์จันทร์รู้ เธอตกใจเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนคิดฆ่าเธอ โรมรันจึงอธิบายว่าฆาตรกรใส่ยาพิษในแก้วแชมเปญของเธอโดยไม่รู้ว่าเธอจะแลก แก้วดื่มกับดามพ์ ดังนั้นดามพ์จึงเป็นเพียงผู้รับเคราะห์แทนเธอ ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง…

เสน่ห์จันทร์ตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รู้ความจริง ณ วินาทีนี้เธอยังคิดไม่ตกว่าใครกันที่จะปองร้ายเธอถึงชีวิต เธอได้แต่ขอร้องโรมรัน ว่าให้ช่วยสืบหาคนนั้นให้ได้ในเร็ววัน นาน่าให้การกับโรมรันว่า ตอนที่เธอออกมาจากห้องน้ำมี เสี่ยบุญชู (ไพโรจน์ สังวริบุตร) เจ้าของกิจการก่อสร้างรายใหญ่เป็นพยาน เพราะตอนนั้นเสี่ยบุญชูเพิ่งทะเลาะกับเสน่ห์จันทร์เสร็จแล้วเดินสวนออกมา เกือบจะชนเธอ ประจวบเหมาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างของเสน่จันทร์ถูกวางระเบิดอย่างไม่มี สาเหตุ โรมรันจึงเริ่มสงสัยเสี่ยบุญชู เขาถามถึงความขัดแย้งระหว่างเธอกับเสี่ยบุญชู (ตามที่นาน่าเล่าให้ฟัง) เสน่ห์จันทร์ยอมรับแล้วเล่าที้งหมดตามความจริงด้วยน้ำตา

วันเกิดเหตุ เสี่ยบุญชูมาข่มขู่เธอไม่ให้ยื่นซองประมูลโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับแถบ ชายฝั่งทะเลตะวันออกมูลค่าเป็นพันล้านที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า แต่เธอปฎิเสธไม่ขอก้าวก่ายการทำงานของบริษัทฯ เสี่ยบุญชูโกรธมากประกาศจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอไปพ้นทาง ที่สำคัญก่อนจากไปเขาพยายามลวนลามเธอ
โรมรันบอกเสน่ห์จันทร์ว่าคนที่ปองร้ายไม่ยอมวางมือแน่ๆ เตือนให้เธอระวังตัว และให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกับเธอหากเกิดเรื่องอะไรไม่ดีก็โทรหาเขาได้ทุก เมื่อ เสน่ห์จันทร์ซาบซึ้งใจ ป้าสายหัวหน้าแม่บ้านและมีศักดิ์เป็นแม่นมของเสน่ห์จันทร์ไม่ค่อยพอใจ หลังโรมรันกลับออกไป ป้าสายเตือนเสน่ห์จันทร์ว่าอย่าทำตัวสนิทสนมกับโรมรันมากนัก เขาอาจจะเป็นอันตรายกับเธอ เสน่ห์จันทร์บอกป้าสายว่า ไม่ต้องห่วง

ในเวลาต่อมาตำรวจจับมือวางระเบิดได้ ปรากฎว่า…ชื่อไอ้หาญเป็นคนของเสี่ยบุญชู พอดีกับที่มิ้มนำรายงานผลการชันสูตรศพดามพ์ พบว่าดามพ์เสียชิวิตเนื่องจากสารพิษที่ชื่อว่า แคนทาริดีน ออกฤทธิ์ในเชิงกระตุ้นอารมณ์ให้คึกคักแต่ถ้าใส่จำนวนมากทไให้หัวใจวายได้ ในตลาดมืดเรียกตัวนี้ว่า “แมลงวันสเปน”

โรมรันรีบนำหมายค้นไปค้นที่บ้านเสี่ยบุญชูทันที ขณะนั้นเสี่ยบุญชูกำลังมีความสุขกับสาวๆที่บ้าน โรมรันจึงพบไวอากร้า แมลงวันสเปน และยากระตุ้นอื่นๆมากมายตามที่สงสัย เสี่ยบุญชูบอกว่าเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะใช้ยากระตุ้นอารมณ์เพศ ตำรวจจับเชาเช้าคุกเพราะใช้แมลงวันสเปนไม่ได้ โรมรันบอกว่าไอ้หาญรับสารภาพแล้วว่าเป็นคนวางระเบิดบริษัทของเสน่ห์จันทร์ พร้อมกับรุกไล่ถามเรื่องที่มีคนเห็นเขาทะเลาะกับเสน่ห์จันทร์ และลวนลามในวันงาน เสี่ยบุญชูโมโหจนควบคุมตัวเองไมิอยู่ จึงยอมรับว่าเขาทำจริง แต่คนอย่างเขาไม่เคยคิดจะวางยาพิษฆ่าใคร

โรมรันจึงทำได้แค่เพียงแจ้งข้อหาลอบวางระเบิดแก่เสี่ยบุญชู ซึ่งก็ประกันตัวออกไปได้ภายในวันนั้นด้วยเงินและอิทธิพลที่มีอยู่ สิ่งที่ทำให้เขาเชื่อว่าเสี่ยบุญชูไม่ได้เป็นคนลงมือก็คือ นิสัยของเสี่ยบุญชูไม่ใช่คนที่ฆ่าใครด้วยยาพิษ และวางยาพิษในแก้วแชมเปญ น่าจะทำในเวลาก่อนเกิดเหตุไม่นาน เพราะตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีช่วงเวลาอันสั้น ซึ่งคนที่ลงมือน่าจะเป็นคนที่ชำนาญในเรื่องการใช้ยานี้ ไม่ใช่นักเลงอย่างเสี่ยบุญชู แต่ใครล่ะจะเป็นผู้ชำนาญคนนั้น

โรมรันกลับมาได้รับข้อมูลใหม่จากมิ้มว่า หลังจากท่านนายพลสามีของเสน่ห์จันทร์ตายลง ได้ทำพินัยกรรม ยกสมบัติทั้งหมดให้เสน่ห์จันทร์เพียงคนเดียว อลิสา (วรรณษา ทองวิเศษ) น้องสาวโอลด์เมดของท่านนายพลยื่นฟ้องร้องแต่ศาลสั่งยกฟ้องให้อลิสาแพ้คดี ที่สำคัญเธออยู่ที่นั่นในวันเกิดเหตุด้วย ที่สำคัญเธอยังเคยเป็นผู้ช่วยเภสัชกรมาก่อนที่จะเป็นเจ้าของฟาร์มม้า

เสน่ห์จันทร์เล่าว่า ความจริงวันนั้นเธอจำได้ว่า เธอเดินผ่านห้องเก็บแชมเปญ และเธอเห็นใครคนหนึ่งมาด้อมๆมองๆ พอเห็นเธอกับป้าสาย คนๆนั้นก็รีบหลบออกไป อาจจะเป็น อลิสา เพราะเธอเท่านั้นที่เคยเข้าออกบ้านนี้ได้สะดวก โรมรันถามเรื่องคดีมรดกจากเสน่ห์จันทร์แต่เธอไม่ยอมพูดถึง ได้แต่ร้องไห้เมื่อเขาพูดถึงเรื่องมรดกนั้น เขาจึงหันไปสืบเรื่องนี้จากป้าสาย โดยอ้างถึงความปลอดภัยของเสน่ห์จันทร์ ป้าสายเล่าว่า อลิสารักและหวงพี่ชายมาก จึงโทษว่าเสน่ห์จันทร์มาแย่งทุกอย่างไป ทำให้เสน่ห์จันทร์พลอยรู้สึกผิดที่ได้สมบัติทั้งหมดของท่านนายพล ป้าสายเล่าว่าเสน่ห์จันทร์ยอมถึงขั้นยกคอกม้านฤบดินทร์ให้อลิสา แต่อลิสาก็ยังไม่หายโกรธ คอยแช่งให้เสน่ห์จันทร์มีอันเป็นไปอยู่เสมอ แม้กระทั่งวันงาน อลิสายังแต่งชุดดำมาเหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนตาย ป้าสายยังเตือนโรมรันอีกว่าจะทำอะไรให้ระวังตัวด้วย

โรมรันไปหาอลิสาที่คอกนฤบดินทร์ อลิสากำลังขี่ม้าอย่างคล่องแคล่ว เธอสงสัยว่าโรมรันมาหาเธอเพราะอะไร แต่ในที่สุดอลิสาก็จับได้ว่าโรมรันเป็นตำรวจ จึงไล่ตะเพิดเขากลับไป อลิสาโกรธ หาว่าเสน่ห์จันทร์กล่าวหาเธอ โรมรันจึงได้รู้ว่าอลิสาเกลียดเสน่ห์จันทร์จริงๆ

วันต่อมาโรมรันได้รับโทรศัพท์จากเสน่ห์จันทร์ ว่าเธอรู้สึกเหมือนโดนสะกดรอยตาม โรมรันรีบมาช่วย เมื่อเค้าไปถึงก็เห็นอลิสากำลังทำร้ายเสน่ห์จันทร์อยู่ เขาเข้าไปห้ามอลิสาและรวบตัวเอาไว้ได้ในเวลาต่อมา ระหว่างที่โดนจับ อลิสาตะโกนด่าอาฆาตมาดร้ายเสน่ห์จันทร์ราวกับคนเสียสติ เสน่ห์จันทร์กลัวจนตัวสั่น โรมรันจึงนำตัวอลิสาไปกักขังไว้ชั่วคราว อลิสาถูกสอบเครียด เธอยอมรับว่าเกลียดและอยากให้เสน่ห์จันทร์ตาย แต่เธอไม่ได้วางยาพิษ โรมรันยังไม่เชื่อ เพราะว่าสมหมายไปตรวจคอกนฤบดินทร์ พบแมลงวันสเปนที่นั่น

จ่าสมหมายและมิ้มช่วยกันรวบรวมหลักฐานให้โรมรันทำสำนวนคดีเตรียมฟ้องอลิสา ทำให้ได้รู้ว่าแรงจูงใจของเธอคือ ต้องรีบฆ่าเสน่ห์จันทร์ให้ได้ก่อนที่เธอจะแต่งงานใหม่ เพราะหากปล่อยให้เธอแต่งงานไป สมบัติทั้งหมดของนฤบดินทร์จะกลายเป็นสินสมรส โอกาสที่อลิสาจะเอาของของเธอกลับคืนมายิ่งมีน้อยลง อลิสาจึงแอบเข้าไปในห้องเก็บแชมเปญนั้น แล้วใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งนาทีในการวางยาพิษ และแผนของเธอคงจะสำเร็จ ถ้าเสน่ห์จันทร์ไม่แลกแก้วดื่มกับดามพ์ ในช่วงมรณะนั้น

ข่าวจับอลิสาลงหนังสือพิมพ์ พร้อมรายละเอียดต่างๆ พ่อครัวมานิตย์อ่านแล้วพยายามปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมด เค้ารีบออกไปนอกบ้านด้วยอาการพิรุธ แล้วจู่ๆก็มีชายลึกลับโทรศัพท์เข้ามาขู่คนในคฤหาสน์นฤบดินทร์ ว่า “ฉันรู้นะว่าแกเป็นคนฆ่า” ก่อนมันจะแบล็คเมล์ข่มขู่เรียกเงิน โรมรันได้รับโทรศัพท์จากชายลึกลับเช่นกัน บอกว่า เขากำลังหลงทางจับคนผิด อลิสาไม่ได้ฆ่าใคร “ผมรู้ว่าใครเข้าไปในห้องแชมปญก่อนเกิดเหตุ” ถ้าอยากรู้เบาะแสว่าใครคือฆาตรากรตัวจริง

หลังจากวางหูจากชายลึกลับ โรมรันก็ขอให้ตำรวจหาที่มาของปลายสาย มานิตย์กลับมาทำงานปกติเหมือนไม่มีอะไร จนกระทั่งถึงวันนัดหมาย มานิตย์ซึ่งมีอาการเบาหวานขั้นรุนแรง ต้องฉีดอินซูลินก่อนออกจากบ้าน โรมรันมารอที่จุดนัดหมาย แต่คนที่นัดไว้ไม่มา จนจ่าสมหมายรายงานว่า โทรศัพท์ลึกลับที่โทรมาหาโรมรันนั้น มาจากบ้านเสน่ห์จันทร์นั่นเอง โรมรันนำตำรวจบุกไปที่บ้าน ไปจนถึงห้องพักของมานิตย์ที่คฤหาสน์นฤบดินทร์ เมื่อตำรวจบุกเข้าไปในห้องมานิตย์ปรากฎว่ามานิตย์ตายเสียแล้ว มีรอยเข็มและรอยไหม้ตามเส้นเลือดบริเวณหน้าท้องของเขา โรมรันตรวจสอบสภาพในห้องมานิตย์ พบข่าวตัดเกี่ยวกับคดีฆาตรกรรมดามพ์ และมีรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งติดอยู่ในห้องมากมาย โรมรันสั่งให้จ่าสมหมายเก็บไปตรวจสอบ โรมรันสอบถามเรื่องมานิตย์ ไม่มีใครรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเขามากนัก รู้แต่ว่ามานิตย์เคยมีครอบครัวแล้ว มีลูก แต่ถูกเมียที่หย่าขาดกีดกันไม่ให้พบลูกสาว ทำให้เขาเป็นคนเศร้าๆ และชอบเก็บตัว มิ้มสืบเพิ่มเติมอีกจนพบว่า เมียของมานิตย์ต้องการเงินก้อนหนึ่งไปตั้งตัว เพื่อแลกกับลูกสาว มานิตย์จึงต้องการใช้เงิน ประกอบกับความบังเอิญได้เห็นว่าในวันเกิดเหตุใครแอบลงไปในห้องเก็บแชมเปญ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวที่สื่อมวลชนนำเสนอ มานิตย์จึงมั่นใจว่าใครคือ ฆาตรกร เขาจึงโทรไปแบล็คเมย์ ซึ่งคนฆ่ามานิตย์น่าจะเป็นฆาตรกรคนนั้น และแน่นอนว่า ไม่ใช่อลิสา น่าจะเป็นคนในบ้านของเสน่ห์จันทร์เอง

เมื่อโรมรันไปหาเสน่ห์จันทร์ เห็นเสน่ห์จันทร์นั่งร้องไห้อยู่ เธอขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อน เพราะกลัวอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเธอ และแล้วคืนนั้นเธอกับเขาก็มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน เสน่ห์จันทร์ปรับทุกข์กับโรมรันว่า ยิ่งเขาสาวเข้าใกล้ฆาตรกรมากเท่าไร ก็ยิ่งมีคนตายมากขึ้นเท่านั้น เธอไม่อาจทนเห็นใครตายอีกโดยเฉพาะเขา เธอขอให้เขาเลิกโรมรันปฎิเสธว่าเป็นหน้าที่ ขอให้เข้าใจจากหลักฐานล่าสุดที่ได้มา ทำให้โรมรันรู้ว่าอลิสาไม่ได้เป็นคนทำร้ายเสน่ห์จันทร์จริงๆ และสาเหตุที่อลิสาบุ่มบ่ามไปหาเสน่ห์จันทร์ในวันนั้นเพราะจะไปตกลงกับเสน่ห์ จันทร์เรื่องคอกม้าของเธอ แต่บังเอิญไปเจอเข้ากับป้าสายเข้าเสียก่อน อลิสาจึงคอบคุมสติอารมณ์ไม่ได้เมื่อเจอหน้าเสน่ห์จันทร์ในเวลาต่อมา

ป้าสาย คนรับใช้ผู้ภักดี เคยมีคดีกับอลิสามาก่อน และยิ่งเมื่อสืบทราบว่า ป้าสายจะเกลียดทุกคนที่ไม่เชื่อฟังเธอโดยเฉพาะดามพ์ ก็ยิ่งทำให้โรมรันเริ่มเข้าใกล้ตัวฆาตรกรมากขึ้นทุกที

โรมรันนำตัวป้าสายมาสอบปากคำอย่างหนัก ในที่สุด ป้าสายก็รับสารภาพว่าเป็นคนฆ่ามานิตย์ ที่รู้ว่าเธอเป็นคนวางยาพิษดามพ์ และคิดจะแบล็คเมล์เธอ เสน่ห์จันทร์ตกใจที่ป้าสายพูดออกมาเช่นนั้น เธอแทบไม่เชื่อหู แต่ป้าสายยืนยันกับโรมรันว่าไม่ได้คิดจะทำร้ายเสน่ห์จันทร์ แต่ต้องการกำจัดดามพ์ ตำรวจพบแมลงวันสเปนอยู่ในห้องป้าสาย ตำรวจนำป้าสายเข้าคุก อลิสาได้รับการปลดปล่อยตัวเป็นอิสระ เธอยังคงเครียดแค้นเสน่ห์จันทร์อยู่เหมือนเดิม

เช้าวันต่อมา จ่าสมหมายแจ้งให้โรมรันรู้ว่าป้าสายเสียชีวิตแล้วด้วยการดื่มยาพิษที่แอบ เข้ามา เสน่ห์จันทร์กอดศพป้าสายร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา โรมรันอยู่เคียงข้างเธอเพื่อปลอบโยน เขาได้รับความผูกพันระหว่างเธอและป้าสายมากขึ้น เมื่อเขาเป็นเพื่อนเธอนำกระดูกของป้าสายไปเก็บที่วัด ที่เดียวกับที่เก็บอัฐิน้องสาวของเสน่ห์จันทร์

คดีปิดลง ท่ามกลางความโล่งใจของทุกฝ่าย ยกเว้นโรมรัน เพราะสิ่งที่เขาคาใจก็คือ ทำไมฆาตรกรอย่างป้าสายที่จงรักภักดีต่อนายหญิงถึงได้ยอมเสี่ยงเอาชีวิตของ นายหญิงเป็นเดิมพัน ในการวางยาพิษครั้งนี้
เธอรู้ได้อย่างไรว่านายหญิงของเธอจะสลับแก้วดื่มกับว่าที่สามี ณ วินาทีมรณะนั้น เธอไปรู้เรื่องแมลวันสาปนั้นได้อย่างไร หรือเธอมีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงหรือเธอรู้อะไร ที่ใครไม่เคยล่วงรู้…

รายชื่อนักแสดง เสน่ห์จันทร์
บงกช คงมาลัย รับบท เสน่ห์จันทร์
ภูธเนศ หงษ์มานพ รับบท รมรัน
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท ป้าสาย
สันติสุข พรหมศิริ รับบท ดามพ์
ไพโรจน์ สังวริบุตร รับบท เสี่ยบุญชู
ภัสสรี กังวานพงศ์ รับบท มิ้ม
มนัสวี กฤตนุกูลย์ รับบท นาน่า
วรรณษา ทองวิเศษ รับบท อลิสา
รอง เค้ามูลคดี รับบท มานิตย์
ชูศรี เชิญยิ้ม รับบท จ่าสมหมาย
ดารุณี กฤตบุญญาลัย รับบท สมสมัย
วราพรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท เอกกะรัต ในละครเสน่ห์จันทร์

เสน่ห์จันทร์ ช่อง 5 ออกอากาศ 14 มี.ค. 47

อีสาวโรงงาน

อีสาวโรงงาน โปสเตอร์หนัง จารุณี สุขสวัสดิ์



อีสาวโรงงาน

นักแสดง

จารุณี สุขสวัสดิ์

เฉลิมพล มาลาคำ

ชลลภา ธนาพร

ไชโย ยโสธร

ไพโรจน์ ใจสิงห์

บิลลี่ หงัด

วิไล เฉลิมทองคำ

ชินเมธ ประสาทพร กำกับการแสดง

กฤตยา

กฤตยา ละครแนวจิตวิญญาณ ดัดแปลงมาจากตำนานแห่งคำสาปฟาโรห์อันลึกลับ

กฤตยา

กฤตยา เป็นเรื่องราวของศัลยแพทย์ไทยผู้มีอดีตลึกลับ  ที่กําลังจะทําพิธีปลุกวิญญาณมัมมี่ฟาโรห์สเมนกาเร แห่งลุ่มนํ้าไนล์…ผู้ล่วงลับไปแล้วกว่าสามพันปี

การคืนชีพครังนี้จะสําเร็จหรือไม่… ขึ้นอยู่กับการต่อสุ้กับเทพเจ้าผุ้พิทักษ์พระศพ ผุ้มีอํานาจฤทธ์อันชั่วร้ายและน่าสะพึงกลัว

ฟาโรห์สเมนกาเร พระเชษฐาแห่ง ตุตันคาเมน แห่งอาณาจักร ธีบีส ยุค อียิปต์โบราณ สิ้นชีพในสนามรบ พระศพถุกทําเป็นมัมมี่อยู่ในมหาพิระมิดในหุบเขากษัตริย์

ฉัตรชัย เปล่งพานิช

เจ้าหญิงเมอริตาเตน (ชุดาภา จันทรเขต) ผุ้เป็นชายาทรงมั่นคงต่อความรัก ไม่ใยดีต่อตําแหน่งราชินีของอัย (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ประมุขแห่งวิหาร อาเมน-ราอันศักสิทธ์ ผุ้โค่นล้มสองพี่น้องกษัตริย์และสถาปนาตนเองเป็นฟาโรห์องค์ใหม่

กฤตยา ชุดาภา

พระนางตัดสินใจถุกฝังทั้งเป็นในสุสานใต้ดิน เฝ้าหวังว่าวิญญาณจะได้พบเจอกันในปรโลก แต่อัยสาปแช่งสะกดวิญญาณสเมนกาเร ให้หลับใหลไม่ออกจากร่างไปสู่ปรภพ วิญญาณของเจ้าหญิงเมอริเตนจึงยังคงเร่ร่อน เฝ้ารอดวงวิญญญาณของสวามี จนกลายเป็นตํานานเล่าขานสืบมา

ปัจจุบัน…ประเทศไทย
นายแพทย์ ไอลวิล (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ศัลยแพทย์ชื่อดังในเมืองไทยผุ้กําลังพยายามทดลอง การปลุกเนื้อเยื่อเซลล์ที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนใหม่ ก็ต้องพบความแปลกใจเมื่อนายแพทย์ สุนทร (กําธร สุวรรณปิยะสิริ) ผุ้อํานวยการขอพบเป็นการเร่งด่วน ทําให้เขาได้พบกับ กฤตยา สาวสาวยท่าทางสง่า คล้ายมีอํานาจลึกลับอย่างประหลาด (ชุดาภา จันทเขต) หลานสาวเอกอัครราชฑูตไทยประจําอียิปต์ ซึ่งเดินทางมาจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ พร้อมกับนําเนื้อเยื่อมัมมี่สเมนกาเร มาให้เพื่อการทดลองของนายแพทย์ไอลวิล

ชุดาภา จันทรเขต ในละคร กฤตยา

ไอลวิล เมื่อนําเนื้อเยื่อมาใช้เพื่อการทดลอง ก็พบเหตุการ์ณประหลาดมากมาย ทั้งความฝันอันแสดงถึงอดีตของสเมนกาเร เจ้าหญิงเมอริตาเตน และ อัย ในอดีต น่าแปลกที่เจ้าหญิงเมอริตาเตนในความฝัน มีเค้าหน้าเช่นเดียวกับ กฤตยา ผู้หญิงที่เพิ่งพบ และ อัย ผู้ชั่วร้าย ก็มีใบหน้าเช่นเดียวกับตัวเขา

กาญจนา จินดาวัฒน์ ในละคร กฤตยา
รัชนู บุญชูดวง ในละคร กฤตยา

จากเหตุการณ์ต่างๆทําให้นายแพทย์ไอลวิล มั่นใจว่าตนเองกําลังจะต้องกลายเป็นเครื่องมือ ในการชุบชีวิตสเมนกาเร ( อรรถชัย อนันตเมฆ) ไอลวิล ปฎิเสธทันทําให้ดวงวิญญาณของ พระนางเนเฟอร์ตีติ (กาญจนา จินดาวัตร ) พระมารดาผู้เลอโฉมของสเมนกาเร และ เซมรา นักบวชผู้ภักดี ( อัญชลี ไชยศิริ ) เร่งให้กฤตยาทําทุกวิถีทางให้ไอลวิลชุบชีวิตสเมนกาเรให้จงได้ ก่อนที่ เทวีเซลเคท (รัชนู บุญชูดวง) เทพผุ้พิทักษ์พระศพจะตามมาและลงโทษที่กฤตยาขโมยเนื้อเยื่อจากพระศพมายังเมืองไทย

อัญชลี ชัยศิริ ในละคร กฤตยา

กฤตยาใช้อํานาจในการเด็ดชีวิตคนไข้ของไอลวิลทีละคน เพื่อเป็นการต่อรองให้เขายอมชุบชีวิตพระสวามี ไอลวิลจึงตกลงยอมทําแต่ถูกขัดขวางจากเทพีเซลเคทเสมอ แต่เทพีเซลเคทไม่สามารถทําอันตรายกฤตยาได้
เนื่องจากพลังของพระนางเนเฟอร์ตีติและเซมรา และพลังความดีของเจ้าหญิงเมอริเตน ที่วิญญาณเข้าสู่ร่างของกฤตยา ในอุบัติเหตุเมื่อเธอยังเป็นเด็ก และวิณญาณถุกพิทักษ์โดยพระนางเนเฟอร์ตีติ

ยิ่งใกล้วันชุบชีวิตเทพีเซลเคทก็ทําร้ายคนใกล้ชิดไอลวิลมากขึ้น พลังความดีและความชั่วร้ายต่อสู้กันอย่างรุนแรง ในพิธีปลุกวิญญาณอันน่าตื่นเต้นระทึกใจ….

 

ชุดาภา จันทรเขต กับ ฉัตรชัย เปล่งพานิช

 

นักแสดง กฤตยา

ฉัตรชัย เปล่งพานิช แสดงเป็น ไอลวิล / อัย
ชุดาภา จันทรเขต แสดงเป็น กฤตยา / เจ้าหญิงเมอริตาเตน
รัชนู บุญชูดวง แสดงเป็น เทวีเซลเคท
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น พระนางเนเฟอร์ตีติ
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น สเมนกาเร
กําธร สุวรรณปิยะสิริ แสดงเป็น นายแพทย์สุนทร
วุฒิ คงคาเขตร
อานนท์ สุวรรณเครือ
จุฑารัตน์ จินรัตน์ แสดงเป็น คุณจิตรา
อัญชลี ชัยศิริ แสดงเป็น เซมรา
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหงฯ
ณัฐนี สิทธิสมาน
ชูศักดิ์ สุธีรธรรม
วิศษย์ ยุติยงค์
ประวิตร สุจริตจันทร์
เฉลิมศักดิ์ เทียนมณี
ปิติพร รอดบุญมี
อนุสรณ์ ประทัยเทพ
จิรพันธุ์ พูลละผลิน
ประเวส มีเทียมชัย

ใครกำหนด

เรื่องย่อ ใครกำหนด

ชะตากรรมหรือฟ้า ที่ลิขิตชีวิต กำหนดความเป็นไปของมนุษย์ แต่สำหรับ ทาริกา แล้ว เธอต่างหากที่จะเป็นผู้กำหนดชีวิตของเธอเอง ไม่ว่าจะต้องผ่านทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัสเพียงใดก็ตาม

นิ่ม หรือ ทาริกา  เกิดมาในครอบครัวที่เจ้าคุณพ่อมีเมีย และมีลูกเยอะ การใช้จ่ายทั้งหลายหมดไปกับการเลี้ยงดูลูกให้มีชีวิตที่เพียบพร้อม จนกระทั่งเจ้าคุณพ่อให้เธอแต่งงานไป เพื่อที่จะได้สบาย แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เธอต้องพยายามกำหนดเองในภายหลัง

นักแสดง ใครกำหนด
เขตต์ ฐานทัพ
วรนุช วงษ์สวรรค์ แสดงเป็น นิ่ม, ทาริกา
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น คุณเธอ
ภัสสร บุญยเกียรติ

 

นุ่น วรนุช และ จารุณี สุขสวัสดิ์ ใน ละคร ใครกำหนด

 

ตะวันยอแสง พ.ศ. 2540

ตะวันยอแสง เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ชีวิตหักเหตั้งแต่แบเบาะ จากทายาทตระกูลผู้ดีไปเป็นลูกของชาวบ้านที่มีฐานะยากจน หนำซ้ำต้องผจญชะตากรรมกับพ่อเลี้ยงที่คอยคิดร้ายอยู่ตลอดเวลา มีเพียงแม่ที่แม้จะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่ก็เลี้ยงดูรักเหมือนลูกแท้ๆ สุดท้ายโชคชะตาก็นำพาให้เธอกลับเข้าสู่อ้อมอกของครอบครัว แม้จะในฐานะของคนนอกก็ตาม กว่าความจริงจะปรากฏว่าเธอคือทายาทตัวจริงของครอบครัว ก็ทำให้เธอต้องฟันฝ่ากับเรื่องเลวร้ายมากมาย แต่บนความเลวร้ายนั้นก็มีความเมตตาของชายหนุ่มที่คอยดูแลและปกป้องเธออยู่ ตลอด จากความเอ็นดูก็กลายเป็นความรักในที่สุด

นักแสดง

ศรัณยู วงษ์กระจ่าง - คุณเล็ก ศักดิ์ระพี

ซอนย่า คูลลิ่ง - ตะวัน เดชาบดินทร์

อภิชาติ พัวพิมล

ศรัณย์ สาครสิน

มยุรา เศวตศิลา

จารุณี สุขสวัสดิ์

เวนย์ ฟอลโคเนอร์

จารุณี สุขสวัสดิ์ – สาย


ตะวันยอแสง พ.ศ. 2540


ยอดยาหยี

ยอดยาหยี เป็นเรื่องราวของ ยาหยี นักศึกษาจบใหม่ที่ชอบทางด้านการเขียนหนังสือ จึงไปสมัครงานกับทักษิณาบรรณาธิการหนังสือผู้หญิงชื่อดัง ทักษิณาต้องจำใจรับเข้าทำงาน เพราะยาหยีเป็นเด็กเส้น แต่ยาหยีก็ได้ใช้ความอดทนและแสดงความสามารถให้ทุกคนได้ยอมรับ และยังได้เขียนนวนิยายที่มาจากชีวิตจริงของเธอกับปิลันธ์ น้องชายของทักษิณาอีกด้วย

นักแสดง

ศรราม เทพพิทักษ์ แสดงเป็น ปิลันธ์
วิกกี้ สุนิสา เจทท์ แสดงเป็น ยาหยี (งานละครเรื่องแรก)
จารุณี สุขสวัสดิ์  แสดงเป็น ทักษิณา



ศรราม จารุณี

ศรราม จารุณี


น้ำผึ้งขม 2543

ปุริม ชายหนุ่มผู้เห็นผู้หญิงเป็นเครื่องเล่น กังสดาล สาวน้อยที่ถูกขายให้ปุริม เพียงเพราะเงินตรา..ที่ทำให้เขาและเธอมาพบกัน”
 
ปุริม นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ฝังใจเจ็บกับความรักครั้งก่อน ที่ทำให้เขา แทบจะเสียคนเพราะโรส ลูกครึ่งสาวสวยไทย-เยอรมัน ทำให้ปุริม กลายเป็นคนที่มองผู้หญิงเพียงของเล่นเท่านั้น
 
เวลาผ่านไป โรสกลับมาพบกับปุริมอีกครั้ง เธอกลายเป็นแม่หม้าย ลูกติด เมียของข้าราชการระดับล่าง แถมด้วยอาการติดสุราขนาดหนัก โรสต้องการเพียงแค่เงินจนยอมขาย กังสดาล ลูกสาว ให้เป็นเมียของปุริม กังสดาลมาอาศัยกับปุริมโดย ที่จวงจันทร์ แม่หม้ายสาวใหญ่ ญาติ ของปุริมไม่เห็นด้วย และตอกย้ำว่ากังสดาลเป็นเพียงนางบำเรอ ของปุริมเท่านั้น แต่กังสดาลไม่มีทางเลือกอื่น จึงจำต้องทนอยู่ต่อไป ปุริมเริ่มค้นพบว่ากังสดาลไม่มีอะไรเหมือนโรสแม่ของเธอเลย
 
ความพยาบาทจึงเริ่มเสื่อมคลายลง ขณะเดียวกัน เจน หลานชายของปุริมลูก ชายแท้ๆ ของจวงจันทร์ก็แอบรักกังสดาล ทำให้ปุริมไม่พอใจ จนไล่ เจนออกจากบ้าน แต่ก็ได้กังสดาลคอยไกล่เกลี่ยปัญหา จวงจันทร์ใช้ข้ออ้างที่เธอป่วยเป็นโรคหัวใจ ขอร้องให้กังสดาลยอม ไปจากชีวิตของปุริม กังสดาลจึงหลบไปพักอยู่กับญาติ ที่ต่างจังหวัด
 
ปุริมแอบมาดักพบกังสดาล และเข้าใจผิดว่าเธอกำลังมีรักใหม่ กับกรกิตผู้เป็นอา ปุริม พบกับแสงดาว หญิงสาวผู้เชื่อมั่นในความรัก ผู้เปรียบเสมือน อาของกังสดาล ทั้งสองคบกันอย่างเปิดเผย แต่ปุริมยังหาโอกาสพบกับ กังสดาล กังสดาลไม่อาจห้ามใจตัวเองได้อีก เธอจึงยอมอยู่กับปุริม อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เมื่อความลับถูกเปิดเผย ทุกคนต่างโกรธเคือง การกระทำของเธอ แต่แสงดาวกลับระงับอารมณ์ได้จนน่าแปลกใจ
 
อีกทั้งยังพากังสดาลไป ช่วยเตรียมงานแต่งงาน แต่เมื่อการ์ดเชิญงานแต่งงานถูกแจกออกไป ชื่อของเจ้าสาวแทนที่จะเป็นแสงดาวกลับกลายเป็นกังสดาล เรื่องจึง ถูก เปิดเผยว่าเป็นแผนของปุริมและแสงดาว ที่แกล้งคบกันเพื่อให้กังสดาล แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา จวงจันทร์ ทราบข่าวนี้ โรคหัวใจจึงกำเริบ และเสียชีวิตในที่สุด ปุริมและกังสดาลเริ่มต้นชีวิตคู่อีกครั้งหนึ่ง ด้วยความรัก และบริสุทธิ์ใจของทั้งสองฝ่าย

นักแสดง

ยุรนันท์ ภมรมนตรี แสดงเป็น ปุริม

ปูเป้ รามาวดี สิริสุขะ แสดงเป็น นุ้ย กังสดาล

จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น โรส

จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น โรส ใน น้ำผึ้งขม


จารุณี สุขสวัสดิ์ ปูเป้ รามาวดี สิริสุขะ

จารุณี สุขสวัสดิ์ ในละคร น้ำผึ้งขม

จารุณี สุขสวัสดิ์ ใส่ชุดเจ้าสาว ในละคร น้ำผึ้งขม




เส้นสายลายรัก

 

จารุณี สุขสวัสดิ์

นักแสดง

กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ
จารุณี สุขสวัสดิ์
ดุสิตา อนุชิตชาญชัย - ลูกแก้ว
อัสมา กฮาร - ลูกขวัญ

นางสาวโพระดก พ.ศ. 2530

 

นพพล โกมารชุน  กับ จารุณี สุขสวัสดิ์

นางสาวโพระดก 

นักแสดง

จารุณี สุขสวัสดิ์  - โพระดก
นพพล โกมารชุน - ศล ทองปราย

ละคร ออกอากาศทาง ช่อง 3 พ.ศ. 2530

รักต้องลุ้น

จารุณี สุขสวัสดิ์ กับ ศรัณย์ สาครสินธุ์

ศรัณย์ สาครสินธุ์ กับ จารุณี สุขสวัสดิ์

รักต้องลุ้น


รักต้องลุ้น

กำกับโดย พนม นพพร

นักแสดง ละคร รักต้องลุ้น 

นุศรา ประวันณา

ศรัณย์ สาครสินธุ์ แสดงเป็น บ๊อง

จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น ภัทรา

ออกอากาศทางช่อง 3 ปี พ.ศ. 2540

 

ปุ๊ อัญขลี จงคดีกิจ และ จารุณี สุขสวัสดิ์ บนปกนิตยสาร ลลนา

นิตยสาร ลลนา

นางแบบ
จารุณี สุขสวัสดิ์
อัญชลี จงคดีกิจ







จารุณี อัญชลี ถ่ายแบบ นิตยสาร ลลนา

จารุณี สุขสวัสดิ์ อัญชลี จงคดีกิจ ถ่ายแบบ นิตยสาร ลลนา










จารุณี สุขสวัสดิ์ ขึ้นปก ดิฉัน ฉบับที่ 54 ปักษ์หลัง พ.ค. 2522

 จารุณี สุขสวัสดิ์ ปกดิฉัน อายุ 17

จารุณี สุขสวัสดิ์ ขึ้นปก ดิฉัน ฉบับที่ 54 ปักษ์หลัง พ.ค. 2522 

จารุณี สุขสวัสดิ์ ถ่ายแบบ ดิฉัน

สาวรุ่น เตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่อง

จารุณี สุขสวัสดิ์ ยิ้ม

จารุณี สุขสวัสดิ์ ถือกระเป๋า

จารุณี สุขสวัสดิ์ ถ่ายแบบ สั่งก๋วยเตี๋ยว

จารุณี ใส่กระโปรงสีโอโรส


จารุณี สุขสวัสดิ์  ถ่ายแบบ ก่อนขึ้นเครื่อง













ธนิตต์ จิตนุกูล

 

ธนิตต์ จิตนุกูล ถือแก้วกาแฟ

ธนิตต์ จิตนุกูล (Thanit Jitnukul)

        ชีวิตของหนุ่มหนวดงามผู้นี้เกิดเมื่อ 24 พ.ย. 2499 ที่อำเภอหาดใหญ่ ใฝ่ฝันที่จะเข้าวงการบันเทิงมาตั่งแต่วัยเยาว์ แต่ชะตาชีวิตของเขาก็ผกผันพาให้เขามาเรียนช่างยนต์ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับวงการบันเทิงเลยจนกระทั้งจบการศึกษา และแล้วในปี 2520 ด้วยบุญที่เคยทำมาแต่ชาติปางก่อนบวกกับพรสวรรค์ทางศิลปะที่เขาเคยมี ฝันของเขาก็เริ่มเป็นจริงเขาเริ่มสัมผัสวงการบันเทิงด้วยการได้ทำงานเขียนโปสเตอร์หนัง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นวิธึหนึ่งที่เขาสามารถจะใกล้ชิด ผู้กำกับภาพยนตร์ ดารา ต่าง ๆ เมื่อทำงานเขียนโปสเตอร์หนังไปสักพักเขาก็เกิดความคิดว่ามันคงจะไม่ทำให้ชีวิตเขารุ่งแน่นอน เขาจึงได้กลับไปเลี้ยงหมูที่บ้านหาดใหญ่ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็อดที่จะคิดถึงความฝันที่เขามีเมื่อวัยเยาว์ไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ตกลงที่จะกลับไปเขียนโปสเตอร์อีกครั้ง และครั้งนี้เองทำให้เขาได้มีโอกาสได้พบกับ คุณวิสูตร พูนวรลักษณ์ แห่งไทเอนเตอร์เมนท์ เขาได้คุยเรื่องหนังกันถูกคอทำให้เขาได้มีโอกาสมากำกับภาพยนตร์คู่กับ คุณอังเคิล เพื่อนซี้ที่เขียนโปสเตอร์หนังมาพร้อมกัน ในปี 2528 กับผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก - ซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อย - โดยได้รับการเปิดเผยจากปากเขาเองว่าเขาไม่เคยมีความรู้เรื่องภาพยนตร์เลย เพียงแต่เคยไปดูอาจารย์เปี๊ยก (คุณเปี๊ยก โปสเตอร์) กำกับภาพยนตร์เรื่อง - ข้างหลังภาพ - อยู่ 3 วัน และจดจำลักษณะการทำงานมาไว้ใช้เท่านั้น และหลังจากนั้นเขามีผลงานภาพยนตร์ออกมาอีก "ปี 2529 กำกับภาพยนตร์ร่วมกับ อังเคิล เรื่อง ปลื้ม", "ปี 2530 กำกับภาพยนตร์เรื่อง อย่าบอกว่าเธอบาป (ผลงานกำกับเดี่ยวเรื่องแรก)", "ปี 2534 กำกับภาพยนตร์เรื่อง สยึ๋มกึ่ย", "ปี 2537 กำกับภาพยนตร์เรื่อง กึ๋ยทู" หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเข้ามาในสายงานบริหาร โดยรับตำแหน่งเป็น ผู้จัดการทั่วไป ของบริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด และได้กำกับภาพยนตร์ให้กับไฟว์สตาร์ด้วย ดังนี้ "ปี 2540 กำกับภาพยนตร์เรื่อง รักเอย" ," ปี 2541 กำกับภาพยนตร์เรื่อง เสือโจรพันธ์เสือ ( การกลับสู่วงการอีกครั้งของ - อำพล ลำพูน )"," ปี 2542 กำกับภาพยนตร์เรื่อง สวัสดีบ้านนอก ( ภาพยนตร์ที่สะท้อนแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจแบบพอเพียง ที่ชักชวนให้คนชนบทสนใจในความสำคัญของท้องถิ่นตนเอง )" จากนั้นเขาก็ลาออกมาเป็นผู้กำกับฯอิสระ รับงานกำกับภาพยนตร์ให้กับทุกค่าย โดยเริ่มแรกกับค่ายฟิล์มบางกอก ที่ คุณอังเคิล เพื่อนเขาบริหารอยู่นั่นเอง ปี 2544 กำกับภาพยนตร์เรื่อง บางระจัน (ภาพยนตร์เชิดชูวีรกรรมของเหล่าชาวบ้านบางระจัน ที่ปลุกสำนึกความรักชาติให้แก่ประชาชนทั้งประเทศมาแล้ว), เขาหวนสู่ ไฟว์สตาร์ ฯ อีกครั้ง โดยหยิบเอาวรรณคดีสุดคลาสสิก เรื่องราวของนักรบ นักรัก จอมขมังเวทย์ นาม ขุนแผน ให้ออกมาโลดแล่นบนแผ่นฟิลม์ ตามจินตนาการของเขาในภาพยนตร์แนวแฟนตาซี เรื่อง ขุนแผนและล่าสุด เขาได้รับมอบหมายจากบริษัทไฟว์สตาร์ฯ ให้มากำกับภาพยนตร์แนวไสยศาสตร์เรื่อง " คนเล่นของ "

ภาพยนตร์

 - รักเอย : LOVE AFFAIR    ( 1996 )

 - เสือโจรพันธ์เสือ : CRIME KINGS    ( 1998 )

 - สวัสดีบ้านนอก : SAWASDEE BAN NORK    ( 1999 )

 - ขุนแผน : KUNPAN    ( 2002 )

 - คนเล่นของ : ART OF THE DEVIL    ( 2004 )

 - ลาง-หลอก-หลอน : Black Night    

บัณฑิต ฤทธิ์ถกล

บัณฑิต ฤทธิ์ถกล (Bhandit Rittakol)

ภาพยนตร์

คู่วุ่นวัยหวาน : THE COUPLE    ( 1986 )

ปัญญาชนก้นครัว : SCHOLAR MAID    ( 1987 )

ด้วยเกล้า : DOAY KRAW    ( 1987 )

บุญชู ภาค1 : BOONCHU 1    ( 1988 )

บุญชู ภาค2 : BOONCHU 2    ( 1989 )

บุญชู ภาค5 เนื้อหอม : BOONCHU 5    ( 1990 )

ส.อ.ว ห้อง2 รุ่น 44 : CLASS 44    ( 1990 )

บุญชู 6 : BOONCHU 6    ( 1991 )

เจาะเวลาหาโก๊ะ : TIME MACHINE 2    ( 1992 )

อนึ่งคิดถึงพอสังเขป1 : I MISS YOU    ( 1992 )

บุญชู 7 : BOONCHU 7    ( 1993 )

หอบรักมาห่มป่า : GREEN    ( 1994 )

กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ : ONCE UPON A TIME    ( 1995 )

บุญชู8 เพื่อเธอ : BOONCHU 8    ( 1995 )

อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป 2 : I MISS YOU 2    ( 1996 )

สตางค์ : SATANG    ( 2000 )

14 ตุลาสงครามประชาชน : THE MOONHUNTER    ( 2001 )

สาบเสือที่ลำน้ำกษัตริย์ (2545)

ชื่อชอบชวนหาเรื่อง (2546)

อุกกาบาต : THE METEOR    ( 2004 ) 

อุกกาบาต (2547)

ลูกตลกตกไม่ไกลต้น (2549)

พระ เสือ เด็ก ไก่ วอก (2549)

ข่าวที่ไม่สำคัญ (My First Report) (2550) ภาพยนตร์สั้นในชุด แด่พระผู้ทรงธรรม

ครอบครัวตัวดำ (2550)

บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู (2551)

รักสยามเท่าฟ้า (2551)

อนึ่ง คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง (2553)

สวัสดีบางกอก ตอน มาหานคร (2553) ภาพยนตร์สั้นในชุด สวัสดีบางกอก

บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ (2553)

วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง

 วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง (Wisit Sasanatieng)

วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง นั่งบนเก้าอี้ผู้กำกับภาพยนตร์

 วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยงเกิดในเดือนเมษายน ปี 2507 เขาเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ในบริษัทโฆษณา ก่อนจะหันมาทุ่มเทกับวงการภาพยนตร์อย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2540 กับบริษัท ฟิล์ม แฟคตอรี่ จำกัด เขาได้เขียนบทภาพยนตร์สองเรื่อง ได้แก่ แดง ไบเล่ย์ และ นางนาก ซึ่งทั้งสองเรื่องกำกับโดยเพื่อนสนิทของเขา นนทรีย์ นิมิบุตร ผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขามาถึงในปี 2543 กับเรื่อง ฟ้าทะลายโจร ซึ่งผลิตโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น และ ฟิล์ม แบงค็อก นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2544 และยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติอีกมากมายทั่วโลก

ภาพยนตร์

ฟ้าทะลายโจร : TEARS OF THE BLACK TIGER    ( 2000 )

หมานคร : CITIZEN DOG    ( 2004 )

เปนชู้กับผี

นรสิงหาวตาร

ทัศนา

อินทรีแดง

รักแรก รักเธอ รักสุดท้าย

รุ่นพี่

สิงสู่

คาโปเทีย

ปริศนารูหลอน

เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ

เขาชุมทอง คะนองชุมโจร

ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์

ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ (Rutaiwan Wongsirasawad)



ก่อนที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้กำกับโดยตรงในภาพยนตร์เรื่อง "วัยอลวน 4" ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ เคยทำงานเบื้องหลังในฐานะผู้กำกับบทและผู้บรรยายให้กับภาพยนตร์ไทยชื่อดังหลายเรื่อง ได้แก่ สตรีเหล็ก (1997 – กำกับโดย ยงยุทธ ทองกองทุน) และ 15 ค่ำ เดือน 11  (2002 – กำกับโดย จิระ มะลิกูล) ด้วยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาศิลปศาสตร์ ประสบการณ์ในวงการโฆษณากว่า 18 ปี ผลงานนิยายขายดี 3 เล่ม และจุดเด่นสำคัญในฐานะแม่ของลูกวัยรุ่น รุ้งไทวรรณ วงศ์ศิระสวัสดิ์ จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้กำกับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภาพยนตร์คอมเมดี้อบอุ่นหัวใจเรื่อง "วัยอลวน 4"




ไฟเสน่หา

จารุณี ใน ไฟเสน่หา

ไฟเสน่หา

ความไม่รู้อิ่มในตัณหา 

ย่อมถูกเผาผลาญให้มอดไหม้

สูญสิ้นไปทั้งจิตและวิญญาณ

ครอบครัวอบอุ่น … ครอบครัวแตกแยก… ความรัก ความปรารถนา ศีลธรรม จรรยา ความถูกต้อง สิ่งใดบ้างที่ควรเลือก หากทุกอย่างไม่สามารถไปด้วยกันได้ …

ผู้กำกับ : อดุลย์ ดุลยรัตน์
เขียนบท : นันทนา วีระชน
บทประพันธ์ : นันทนา วีระชน

นักแสดงละคร ไฟเสน่หา

จารุณี สุขสวัสดิ์ (แสดงละครทีวีเรื่องแรก)
ชัยรัตน์ จิตรธรรม
นิรุตติ์ ศิริจรรยา
จริยา สรณคมน์
ดวงตา ตุงคะมณี
อุทุมพร ศิลาพันธ์
สุรัตนา ข้องตระกูล

ไฟเสน่หา ออกอากาศ วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี ทาง ช่อง 3

เหตุเกิดที่สน.

เหตุเกิดที่สน. ละครเรื่องสั้น “วันอาทิตย์”  ผลิตโดย ดาราวิดิโอ

  ชุด  เหตุเกิดที่สน. จำนวน 51 เรื่อง เริ่ม 6 พฤษภาคม 2533 ถึง 12มกราคม 2535 เวลา 13.00 –  14.00 น.
      
 เรื่องจำนวนตอนเริ่มออกอากาศ เรื่องจำนวนตอนเริ่มออกอากาศ
1. 

สมาชิกใหม่

16 พ.ค. 2533 27.หัวใจจ่ายม210, 17 ก.พ. 2534
2.ขวัญใจคนจน113 พ.ค. 2533 28.เหยี่ยวข่าว33, 10, 17 มี.ค. 2534
3.เลิฟสตอรี่120 พ.ค. 2533 29.ตำรวจเหล็ก เด็กแสบ224, 31 มีนาคม 2534
4.ใครฆ่า227 พ.ค., 3 มิ.ย. 2533 30.ฉากสุดท้าย47,14,21,28 เม.ย. 2534
5.พระเอกผิน110 มิ.ย. 2533 31.มาดแมนคนซื่อ25, 12 พ.ค. 2534
6.ยอดตำรวจหญิง117 มิ.ย. 2533 32.คดีรัก219 พ.ค., 2 มิ.ย. 2534
7.ลูกสาวตำรวจ124 มิ.ย. 2533 33.วัยแรง29, 16 มิ.ย. 2534
8.เพื่อน11 ก.ค. 2533 34.อำพราง223, 30 มิ.ย. 2534
9.ไฟแค้น29, 15 ก.ค. 2533 35.แพะรับบาป27, 14 ก.ค. 2534
10.ศุกร์ที่ 13122 ก.ค. 2533 36.กินตายขายคุก221,28 ก.ค. 2534
11.สาวน้อยตัวแสบ229 ก.ค. , 5 ส.ค. 2533 37.ผู้หมวดใจดี14 ส.ค. 2534
12.บ้านทรายเงิน212,19 ส.ค. 2533 38.เพลิงอาฆาต211,18 ส.ค. 2534
13.พฤติกรรมเบี่ยงเบน 226 ส.ค. , 2 ก.ย. 253339. หนี้บุญคุณ225 ส.ค., 1 กันยายน 2534
14.ลูกหลง19 ก.ย. 253340.เหตุเกิดที่โรงพยาบาล18 ก.ย. 2534
15.สงสารผักชี216 ก.ย., 23 ก.ย. 253341.พิศวาส18 ก.ย. 2534
16.ฆ่าข่มขืน130 ก.ย. 253342.ผมเป็นใคร122 ก.ย. 2534
17.คลั่งรัก17 ต.ค. 253343.ทางเลือก128 ก.ย. 2534
18.ลายมือคุณย่า114 ต.ค. 253344.แกะดำ26, 13 ต.ค. 2534
19.สายเลือดเดียวกัน221, 28 ต.ค. 253345.ตึกสังหาร220, 27 ต.ค. 2534
20.เสือลำบาก24, 11 พ.ย. 253346.ขอเป็นพระเอก23, 10 พ.ย. 2534
21.พิศวาสฆาตกรรม218, 25 พ.ย. 253347.อนุรักษ์สัตว์ป่า117 พ.ย. 2534
22.มือปราบชะตาสั่ง22, 9 ธ.ค. 253348.เศษสงคราม11 ธ.ค. 2534
23.น้องสา216, 23 ธ.ค. 253349.พยานปากเอก215, 22 ธ.ค. 2534
24.แฮปปี้นิวเยียร์130 ธ.ค. 253350.ค่าไถ่229 ธ.ค. 2534,5 ม.ค. 2535
25.ผู้หมวดคนใหม่26, 13 ม.ค. 253451.อวสาน อำลาตอนจบ112 ม.ค. 2535
26.เหตุเกิดที่บ้านผู้กำกับ320, 27 ม.ค.,3 ก.พ. 2534    

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com