แม่นาคพระโขนง พ.ศ. 2502

แม่นาคพระโขนง ปี พ.ศ. 2502

โปสเตอร์ แม่นาคพระโขนง ใบปิดหนัง

ตำนานรักอมตะที่ไม่มีวันตาย: แม่นาคพระโขนง [2502]

เรื่องย่อ:

หากพูดถึงเรื่องราวความรักที่ผูกพันข้ามภพชาติและสร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วทุกหัวระแหง ชื่อของ "แม่นาค" แห่งทุ่งพระโขนงย่อมเป็นชื่อแรกๆ ที่คนไทยนึกถึง และภาพยนตร์เวอร์ชันปี 2502 นี้ คือหนึ่งในผลงานระดับตำนานที่ถ่ายทอดตำนานอันศักดิ์สิทธิ์ให้มีชีวิตขึ้นมาบนจอเงินอย่างคลาสสิกที่สุด


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ ทุ่งพระโขนงอันเงียบสงบ "พี่มาก" ชายหนุ่มผู้ซื่อตรงได้พบรักและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับ "แม่นาค" หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและความภักดี ทั้งสองใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนกระทั่งถึงวันที่ชีวิตต้องแยกจากกันด้วยหน้าที่ทางการทหาร พี่มากถูกเรียกตัวไปรับราชการที่บางกอก ทิ้งให้แม่นาคต้องรอคอยการกลับมาของคนรักอยู่ที่บ้านเพียงลำพังด้วยใจที่ถวิลหา


แต่ทว่า... ความรักที่มั่นคงของแม่นาคกลับไม่จางหายไปแม้แต่ความตาย ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มหวาดระแวงกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นรอบทุ่งพระโขนง พี่มากผู้ไม่ล่วงรู้ถึงความจริงที่รออยู่เบื้องหน้า ก็ยังคงเฝ้าฝันถึงวันที่ได้กลับไปสู่อ้อมกอดของภรรยาสุดที่รักอีกครั้ง


ท่ามกลางความสับสน ความหวาดกลัว และความรักที่ยังคงยึดเหนี่ยววิญญาณเอาไว้ บทพิสูจน์แห่งรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร? วิญญาณแม่นาคจะละวางความห่วงหาอาวรณ์เพื่อไปสู่สุคติได้หรือไม่? และความจริงที่ซ่อนอยู่หลังบ้านท้ายทุ่งจะเป็นเช่นไร?


ร่วมย้อนอดีตไปสัมผัสกับเสน่ห์ของภาพยนตร์ไทยยุคบุกเบิก ที่ยังคงความขลังและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งได้ใน แม่นาคพระโขนง 


ข้อความบนใบปิด

สีวิจิตรงามตา
เสน่ห์ โกมารชุน อำนวยการสร้าง
จากแรงรักของนางที่มีต่อเขา
เมื่อนางได้ตายจากเขาไป
วิญญาณรักของนางจึงยังคงเวียนว่าย
อยู่ในร่างร้าย เพื่อรอคอยสามี
นำแสดงโดย
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ปรียา รุ่งเรือง สมจิตร ทรัพย์สำรวย
พร้อมด้วย วิน วิษณุรักษ์, น้ำเงิน บุญหนัก, เสถียร ธรรมเจริญ,
สาหัส บุญหลง, ล้อต๊อก, ชูศรี โรจนประดิษฐ์,
เสน่ห์ โกมารชุน, ดอกดิน กัญญามาลย์, ทองฮะ,
ชั้น พวงวัน, ก๊กเฮง, สนิธ เกษธนัง, บุญส่ง เคหะทัต
ชเนศร์ จรัสตระกูล ถ่ายภาพ
รังสี ทัศนพยัคฆ์ กำกับการแสดง
ภาพยนตร์ไทยเรื่องเดียวในยุคนี้ ที่สามารถทำรายได้ เกินล้าน
ด้วยเวลาอันรวดเร็วที่สุด!

นักแสดง
ปรียา รุ่งเรือง
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์
สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย
วิน วิษณุรักษ์
น้ำเงิน บุญหนัก
เสถียร ธรรมเจริญ

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 16 มม., สี



อมตาเทวี

อมตาเทวี

อมตาเทวี

16 มม. /สี โกดาโครม) / เสียง?
ฉายที่ พัฒนากร
บริษัทสร้าง ละโว้ภาพยนตร์
ผู้ถ่ายภาพ วรรณบูลย์ พิทยาคม
ผู้กำกับ: หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา
นักแสดง อุไรวรรณ พงษ์ประยูร

ฉายวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2492

 

 

 

สุภาพบุรุษเสือไทย 2492

สุภาพบุรุษเสือไทย

โปสเตอร์ สุภาพบุรุษเสือไทย 2492 ใบปิดหนัง


สุภาพบุรุษเสือไทย
Criminal Without Sin
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง ปรเมรุภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สําเนาเศรษฐบุตร, แท้ประกาศวุฒิสาร
ผู้ประพันธ์ เสนีย์ บุษปะเกศ
ผู้กํากับ ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้เขียนบท ประจิต จุลละพันธ์
ผู้ถ่ายภาพ แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ทําดนตรีประกอบ อุโฆษ จันทร์เรือง
ผู้ประพันธ์คําร้อง เอื้อ สุนทรสนาน, แก้ว อัจฉริยะกุล

เรื่องย่อ
เมื่อคนดีต้องกลายเป็นเสือ ชีวิตของ กํานันไทยที่ดูจะราบรื่นต้องมาพังทลาย เมื่อรับแฉล้ม มาเป็น เมียน้อยเพื่อชดใช้หนี้ แต่เมื่อ คง ชู้รักเก่าของแฉล้มกลับมาปรากฏตัว แฉล้มจึงหลอกกํานันไทยว่าคงเป็นญาติ กํานันไทย ผู้มีน้ำใจเชื้อเชิญให้คงมาอาศัยด้วยกัน หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการ ต้อนรับโจรให้เขามาอยู่ในบ้าน ไม่นานนัก คงก็เริ่มเผยธาตุแท้ เมื่อ กระถิน เมียรักของกํานันไทยล่วงรู้ความสัมพันธ์ของคง กับแฉล้ม คงจึงล่อให้กระถินตกเป็นของตนซ้ำยังข่มขู่และรีดไถทรัพย์กระถินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สร้างความทุกข์ ระทมแก่กระถินจนคิดฆ่าตัวตาย กํานันไทยรู้ความจริงเข้าก็ ตรงดิ่งมาจัดการคง แต่ระหว่างที่กําลังชุลมุน อ้ายคงยิงพลาด ไปโดนกระถินเสียชีวิต แถม กับ จ่าหอม เผอิญเดินผ่านแถว นั้นได้ยินเสียงปืนจึงรีบมายังที่เกิดเหตุ คงรีบหนีเอาตัวรอด ทิ้งให้กํานันไทยซึ่งกําลังตะลึงงันตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าเมียตัวเอง เคราะห์ดีที่ได้สติรีบไหวตัวหนีกระเซอะกระเซิงมาถึงภูเขา ลูกหนึ่ง ที่นั่น กํานันไทยได้พบพระธุดงค์ซึ่งได้เตือนสติว่าเวร ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ไฟแค้นที่สุมอกกํานันไทยจึงสงบ ลง และอาศัยอยู่กับพระธุดงค์ตั้งแต่นั้นมา

แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีเสียงของชาวบ้านร่ำลือว่าเสือ ไทยกําลังออกอาละวาดที่ตําบลเกาะพลับพลาอย่างหนัก ได้ยินดังนั้น กํานันไทยก็สุดที่จะระงับโทสะ มุ่งหน้าหมายจะ ชําระแค้นอ้ายคงให้ตายคามือ ที่รอาจสวมรอยใช้ชื่อของ กํานันไทยออกปล้น ระหว่างทางกํานันไทยได้ช่วยกรองหญิงกําพร้าซึ่งกําลังถูกเจ้าบิ๋นรังแก กรองขอติดตามกํานันไทยไปด้วย เมื่อได้ฟังเรื่องราวของกํานันไทย กรองก็อาสาจะพาจ่า หอมมาพบเพื่อเล่าความจริง

ที่ตําบลเกาะพลับพลา แถมได้ขึ้นเป็นกํานัน กรอง พาจ่าหอมมาพบกํานันไทยได้สําเร็จ แต่วันรุ่งขึ้นจ่าหอม กลับกลายเป็นศพ มิหนําซ้ำกํานันไทยยังถูกใส่ร้ายว่าเป็นคน ฆ่าจ่าหอม คงเริ่มย่ามใจออกปล้นโดยใช้ชื่อเสือไทยหนักข้อ ขึ้น กํานันไทยทนเห็นชาวบ้านเดือดร้อนไม่ได้จึงยอมเป็นเสือ ไปปล้นเสือ เพื่อชิงทรัพย์มาคืนชาวบ้านดังเดิม โดยได้รับความ ช่วยเหลือจาก เดช และ แม่น คงไหวตัวทันจับกรองและแม่น เป็นตัวประกัน ถึงเวลาที่กํานันไทยจะชําระแค้นนําพรรคพวก บุกเข้าไปปลิดชีพคง

สุภาพบุรุษเสือไทย

นักแสดง
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ เป็น เสือไทย
สอางค์ ทิพยทัศน์ เป็น กรอง
ประชุม จุลละภมร เป็น คง
เกื้อกูล อารีมิตร เป็น แฉล้ม
เทพ อักษรอินทร์ เป็น แม่น
ละออ ทิพยทัศน์ เป็น กระถิน
ยรรยง ศรีกุญชร เป็น แถม
พะยุง หอมกลิ่น เป็น เดช
ม.ล. ชูเกียรติ นิลรัตน์ เป็น บิ๋น
เชื้อ เปรมปรีนนท์ เป็น จ่าหอม
รางวัลตุ๊กตาทอง ปี พ.ศ. 2500 สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจิต จุลละพันธ์

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กรกฎาคม 2492

**สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ (รับบท เสือไทย ซึ่งบทนี้ได้สร้างชื่อให้เขามาก)
ภาพยนตร์ถ่ายทำที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแท้ เมื่อปี พ.ศ. 2491 รวมเวลา 3 เดือน
สุภาพบุรุษเสือไทย สร้างจากนวนิยายเรื่องดัง ‘เสือไทยผู้สุภาพ’ ของ เสนีย์ บุษปะเกศ ซึ่งลงตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารนิกรวันอาทิตย์

 

 

 

สองเสือ

สองเสือ

สองเสือ

ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา? / พากย์
7 ธันวาคม 2492
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง บริษัทดาราภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ถ. อรุณประเสริฐ
ผู้กํากับ ตุล ลีละศร

เค้าเรื่อง “ภาพยนตร์ไทย ชะนิดชก ตื่นเต้น ดุเดือด”

นักแสดง
เศวต เสวะตามร์, ดวงมาลย์ สุดคนึ่ง, ปริญญา ลีละศร, อารี ดุลยพันธ์, ชื่น ลัดดาวงศ์, เจือ วรลักษณ์สิทธิ์, วรเทพ เลือดอุบล, รําเพย นฤภัย, สดใส นฤภัย, พายัพ นฤภัย, สีบัวแดง เลือดอุบล, โพ ชมศรีเมฆ

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ธันวาคม พ.ศ. 2492

ฉายวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2492

 

 

 

ศึกจ้าวทุ่ง

ศึกจ้าวทุ่ง
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์

นักแสดง

อุสมาน ศรแดง, พวงเพ็ญ ศิริเกตุ

ฉายวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2492

ฉายที่โรงหนังเท็กซัส


 

 

 

ลูกป่าซุง

ลูกป่าซุง

ลูกป่าซุง

ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา? / พากย์ /
1 มิถุนายน 2492
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง หัสดินทร์ภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ ม.ร.ว. อนุศักดิ์ หัสดินทร์

นักแสดง
ประชุม จุลภมร, ยุวดี

เค้าเรื่อง “ภาพยนตร์ไทยโลดโผนดุเดือด ที่โฆษณาจะฉายมานาน ได้ฤกษ์ฉายแล้ว”

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร มิถุนายน พ.ศ. 2492

 

 

 

เลือดในอก

เลือดในอก (2492)



ผู้พากย์ ทิดทอง

ฉายวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2492

ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี

 

 

 

ร่มฟ้าเวียงพิงค์

ร่มฟ้าเวียงพิงค์

ร่มฟ้าเวียงพิงค์
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
21 ตุลาคม 2492
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง ภาพยนตร์ออมสินศึกษา ของ ธนาคารออมสิน

นักแสดง
นางสาวเชียงใหม่ ปี 2482
และรองนางสาวเชียงใหม่ปี 2492

ดูฟ้อนเมืองจากเชียงใหม่บนเวที สลับภาพยนตร์ไทยสีธรรมชาติ
“ร่มฟ้าเวียงพิงค์” ภาพยนตร์ออมสินศึกษาของธนาคารออมสิน
แสดงนําโดย น.ส. เชียงใหม่ปี 82 และ
รอง น.ส. เชียงใหม่ปี 92
นอกจากจะได้ชมภาพยนตร์ ซึ่งถ่ายทําจากทิวทัศน์แห่งนครพิงค์แล้ว ท่านจะได้ชมการฟ้อนเมืองของกุหลาบงาม แห่งนครเชียงใหม่บนเวทีด้วยตลอดรายการนี้ *
* “ ร่มฟ้าเวียงพิงค์” * *
ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
เริ่มตั้งแต่รอบบ่ายวันที่ 21 ตุลาคมนี้

ที่มาภาพ นิตยสารภาพยนตร์สาร ตุลาคม พ.ศ. 2492

 

 

 

ดอยรักดอยร้าง

ดอยรักดอยร้าง

บทประพันธ์: เซียวก้ก
ผู้สร้าง: บางกอกฟิล์ม
นำแสดงโดย: ระพินทร์ ประทุมทิพย์, บุศรัตน์ เกษสมัย
ฉายวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2491

แผลเก่า 2489

 


  • Release Date: พ.ศ. 2489
  • Producer: บูรพาศิลป์ภาพยนตร์

แผลเก่า  เป็นภาพยนตร์ฟิล์ม 35 มม.สีธรรมชาติ
พากย์ สร้างโดย บูรพาศิลป์ภาพยนตร์
นำแสดงโดย ชีพ ชูพงษ์ (ท้วม ทรนง) และ พรทิพย์ โกศลมัชกิช 

 เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง ทำรายได้สามแสนบาท 

ฉายซ้ำอีกครั้งในปี พ.ศ. 2497

ชายชาตรี พ.ศ. 2489

 

  • Release Date: 3 ตุลาคม 2489
  • Director: เฉลิม เศวตนันทน์
  • Producer: ปรเมรุภาพยนตร์
  • Screenwriter: อิศรา อมันตกุล
  • Studio: อิศรา อมันตกุล

ชายชาตรี
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์ /
3 ตุลาคม 2489
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ปรเมรุภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้ประพันธ์ อิศรา อมันตกุล
ผู้กํากับ เฉลิม เศวตนันทน์
ผู้เขียนบท อิศรา อมันตกุล
ผู้แต่งบทพากย์ พันคํา
ผู้ถ่ายภาพ ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้ตัดต่อ แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ลําดับภาพ แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ออกแบบฉาก อิศรา อมันตกุล
ผู้พากย์ ทิดเขียว

เรื่องย่อ
ณ เมืองกาญจนบุรี คงจะไม่มีนักเลง หน้าไหนใหญ่เกินกว่า กํานันหาญ แต่เพราะวัยอันใกล้จะ ร่วงโรยรา กํานันจึงตามตัว นาฏยา ลูกสาวที่อยู่เมืองกรุง กลับมาช่วยสานต่ออํานาจ ครั้นนาฏยากลับมาถึงบ้านเธอ ก็ได้พบกับ แผน นักเลงหนุ่มพเนจร ซึ่งดูท่าว่าจะช่วย เหลืองานของพ่อตนได้ จึงให้แผนมาอยู่ด้วย ทว่านานวัน ด้วยความหล่อเหลาของแผนก็ทําเอานาฏยาตกหลุมรัก ซึ่งเขาเองก็คิดไม่ต่างจากเธอ ทั้งสองจึงสานสัมพันธ์ฉันท์ คนรัก ท่ามกลางความไม่พอใจของ ไอ้สุข มือขวาของกํานันหาญ ที่คิดจะทรยศกํานันหาญมาก่อนหน้านั้น เนื่องจากกํานันหาญคิดจะเลิกปล้น ในขณะที่มันต้องการ จะเป็นโจรต่อไป เมื่อเห็นว่านาฏยากําลังรักกับแผน ไอ้ สุขจึงจัดการปล้นวัวกํานันหาญรวมทั้งจับนาฏยาเป็น ตัวประกัน แผนซึ่งแท้ที่จริงคือนายร้อยตํารวจปลอมตัว มาจับขบวนการของกํานันหาญ จึงเปิดเผยตัวออกตามล่า ไอ้สุข แต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อไอ้สุขกระทําการพรากพรหมจรรย์ไปจากนาฏยา และด้วยความโกรธแค้น นาฏยาจึงฆ่าไอ้สุขตายคาที่ แล้วจึงหนีไปบวช ละทิ้งซึ่งชะตากรรมอันแสนเศร้า ที่ทําให้แผนสุดแสนช้ำใจ

นักแสดง
วสันต์ สุนทรปักษิน เป็น แผน
สุข สาทรานนท์ เป็น ว่อง
นาฏยา วีระทัต เป็น นาฏยา
ศรี สุวรรณสง่า เป็น เพลิน
เฉลิม เศวตนันทน์ เป็น กํานันหาญ
สิน ณ พัทยา เป็น สุข
ใช้ ห้วงน้ำ เป็น โห้
จมื่นมานิตย์นเรศ, สง่า แย้มเอิบสิน

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กันยายน พ.ศ. 2489

แม่ศรีเมือง

 

  • Release Date: 30 ธันวาคม 2484
  • Producer: อุบลภาพยนตร์
  • Starring: ทองอ่อน ยุกตะนันท์, ประดิษฐ ชีพสาทิศ, ประมูล ชูโต, พิณ ไชยกาล, สมบุญ แว่นตาโต, หลวงภรตกรรมโกศล

แม่ศรีเมือง
แม่ศรีเมือง
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์
30 ธันวาคม 2484
ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง อุบลภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เลียง ไชยกาล
ผู้ประพันธ์ เลียง ไชยกาล
ผู้แต่งบทพากย์ พรานบูรพ์
ผู้ถ่ายภาพ เลียง ไชยกาล
ฝ่ายเทคนิค ขุนปฏิภาค, เลื่อน พงษ์โสภณ
ผู้ทําดนตรีประกอบ พรานบูรพ์
ผู้พากย์ ทิดเขียว

เรื่องย่อ
หลังจากสามีเสียชีวิต ศรีเมือง จึง แต่งงานกับ หลวงภรตชํานาญ ศรีเมืองมีลูกติดชื่อ ประดิษฐ์ เช่นเดียวกับชํานาญก็มีลูกสาวชื่อ วารินทร์ ชีวิต คู่ของทั้งสองราบรื่นได้ไม่นานก็เกิดปัญหา เนื่องจาก ชํานาญเริ่มติดเหล้าและการพนันอย่างหนักจนเป็นหนี้สิน จึงต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี หลังจาก นั้นไม่นาน ศรีเมืองก็ฆ่าตัวตาย ประดิษฐ์และวารินทร์ต้อง ออกไปทํางานเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง แต่ต่อมาบ้านเมืองก็ เข้าสู่ภาวะสงคราม ประดิษฐ์ถูกเกณฑ์เป็นทหารไปรับใช้ ชาติ แต่ประดิษฐ์กลับขายชาติจึงถูกจับและถูกตัดสิน ประหารชีวิตในภายหลัง

แม่ศรีเมือง

นักแสดง
หลวงภรตกรรมโกศล, ทองอ่อน ยุกตะนันท์, สมบุญ แว่นตาโต, พิณ ไชยกาล, ประดิษฐ ชีพสาทิศ, ประมูล ชูโต

ที่มา นิตยสารชุมนุมภาพยนตร์ ธันวาคม พ.ศ. 2484

นักร้องนักเลง 2

นักร้องนักเลง 2

นักร้องนักเลง 2


คอหนังไทยยุค 90 และแฟนเพลงลูกทุ่งเตรียมล้อมวงกันเข้ามาได้เลย เพราะนี่คือเรื่องย่อของ "นักร้องนักเลง 2 (2536)" ภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชัน-มิวสิคัลสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับกลิ่นอายความบันเทิงแบบดั้งเดิม!

🎬 เรื่องย่อ: ศักดิ์ศรี เสียงเพลง และการล้างแค้นด้วยลูกปืน!

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "ไอ้พล" หนุ่มบ้านนาผู้มีพรสวรรค์ในการร้องเพลง พยายามรวมตัวกับพรรคพวกและ "ลุงโกร่ง" เพื่อตั้งวงดนตรีลูกทุ่งกู้วิกฤตและสืบทอดเจตนารมณ์ของ "พี่เป้า" ผู้มีพระคุณที่ต้องติดคุก แต่หนทางสู่ดวงดาวกลับไม่ใช่ง่ายๆ เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ "นายประสาท" อดีต สส. ผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า และ "ชัย" น้องชายหัวรุนแรงที่หวังจะตั้งวงดนตรีแข่ง และไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาข้ามเส้น


ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ "ยอด" น้องชายของพี่เป้า เดินทางกลับมาในพื้นที่เพื่อสืบหาความจริงและล้างแค้นคนที่ทำให้พี่ชายต้องเข้าคุก ยอดกลายเป็นก้างชิ้นใหญ่ที่นายประสาทต้องส่งมือปืนระดับพระกาฬมาเก็บ ท่ามกลางเสียงลูกปืนและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง เรื่องราวหัวใจก็ยิ่งซับซ้อนเมื่อ "ดาว" หญิงสาวที่ชัยหมายปอง กลับมีใจให้กับไอ้พล จนนำไปสู่เหตุการณ์หักเหลี่ยม โกงความตาย และการลักพาตัว!


ไอ้พลและยอดจะสามารถฝ่ามรสุมอิทธิพลมืด เพื่อสร้างวงดนตรีและทวงคืนความยุติธรรมได้สำเร็จหรือไม่? หรือพวกเขาจะต้องสังเวยชีวิตให้กับลูกปืนก่อนที่เสียงเพลงจะได้ก้องกังวาน?


รวมพลังดาราและเสียงเพลง: ตัวหนังเต็มไปด้วยบทเพลงลูกทุ่งและเพลงสไตล์กันตรึมสุดไพเราะ ผสมผสานกับมุกตลกคาเฟ่ยุคคลาสสิกที่หยอดเข้ามาให้ได้ขำเป็นระยะ

แอ็กชันสไตล์ไทยแท้: ฉากสู้ตัวต่อตัวและฉากดวลปืนสุดมันส์ที่สะท้อนยุคสมัย "เจ้าพ่อครองเมือง" ได้อย่างถึงใจ

ดราม่าเชือดเฉือน: ความรัก ศักดิ์ศรี และการทรยศหักหลังระหว่างสายเลือด

ใครที่คิดถึงบรรยากาศหนังไทยเก่าๆ ดนตรีเพราะๆ และคิวบู๊ดุดันแบบไม่ต้องพึ่งซีจี สามารถไปรับชมความบันเทิงแบบเต็มอิ่มนี้ต่อได้เลยครับ!

ผู้กำกับ : "ศักดิ์มรกด"

นักแสดง : 

เฉลิมพล มาลาคำ

 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

 วิภาวี รพีพันธ์

จงรักษ์ พิศสุวรรณ 

ดวงใจ เมืองสุรินทร์

ดาร์กี้ กันตรีมร็อค

ชัยณรงค์ มาลาคำ

วันที่เข้าฉาย: 6 พฤศจิกายน 2536


ขุนช้างขุนแผน

 

ขุนช้างขุนแผน

  • Release Date: 9 ตุลาคม 2477
  • Producer: น.น. ภาพยนตร์

ขุนช้างขุนแผน

ขุนช้างขุนแผน

ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / พากย์
ฉายที่ วัฒนากร, แก๊ปปิตอล
บริษัทสร้าง น.น. ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง บํารุง แนวพานิช
นักแสดง ศิริ

ขุนช้างขุนแผน
ภาพยนต์ไตยประกอบเพลงตลอดเรื่อง จะฉายเร็วๆนี้

ที่มาภาพ นิตยสารภาพยนต์สยาม ตุลาคม พ.ศ. 2477

รบระหว่างรัก

 

  • Release Date: พฤษภาคม 2474
  • Director: ขุนวิจิตรมาตรา
  • Producer: หัสดินทร์ภาพยนตร์
  • Screenwriter: ขุนวิจิตรมาตรา
  • Starring: ปลอบ ผลาชีวะ, เพลินพิศ ยมนาค, แฉล้ม บัวเปลีย่นสี, แน่งน้อย โสมสกุล

รบระหว่างรัก

รบระหว่างรัก

  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เงียบ
  • จํานวน 9 ม้วน
  • บริษัทสร้าง หัสดินทร์ภาพยนตร์
  • ผู้อํานวยการสร้าง ม.ร.ว. อนุศักดิ์ หัสดินทร์
  • ผู้ประพันธ์ ขุนวิจิตรมาตรา
  • ผู้กํากับ ขุนวิจิตรมาตรา
  • ผู้เขียนบท ขุนวิจิตรมาตรา

เค้าเรื่อง
“เป็นเรื่องชาวนา มีพระเอก ตัวโกง ติดผู้หญิง แย่งผู้หญิงกันแล้วเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พระเอกมีแม่ มีคู่รัก แต่เมื่อเกิดสงครามพัวพันมาถึงชาติ บ้านเมือง พระเอกก็เข้าอาสาสมัครไปสงคราม ดําเนินเรื่องตามโคลง “มโนมอบพระผู้เสวยสวรรค์ แขนมอบถวายทรงธรรมเทิดหล้า ดวงใจมอบเมียขวัญ และแม่ เกียรติศักดิ์รักของข้า มอบไว้แก่ตัว”

จุดประสงค์ของเรื่องให้เห็นชีวิตคนไทย คนไทยส่วนมากเป็นชาวนา เรื่องก็ต้องเป็นชาวนา แต่ว่า พลิกแพลงทําหยอดนั่นเติมนี่ให้มีอะไรสนุก ๆ แปลก ๆ ไปทุกแง่ทุกมุมซึ่งมีทางทําได้มาก เรื่องชกต่อยมีเล็กน้อย ไม่ให้สะบั้นนั่นแหลกเกินความจริง ยกเอาความโลดโผนไปให้กับฉากรบในยุโรป แสดงเป็นการรบตอนหนึ่ง ที่พระเอกขับยานยนต์เข้ายึดสนามเพลาะของข้าศึก ท่ามกลางลูกระเบิดและกระสุนปืนกล จนถึงตะลุมบอน สู้กันอย่างทรหดตัวต่อตัว ฉากนี้ให้เป็นเวลากลางคืนทําให้หวาดเสียวตื่นเต้น”

รบระหว่างรัก

นักแสดง
แฉล้ม บัวเปลี่ยนสี
เพลินพิศ ยมนาค
ปลอบ ผลาชีวะ
แน่งน้อย โสมสกุล

ที่มา สง่า กาญจนาคพันธุ์, อนุสรณ์วันพระราชทานตุ๊กตาทอง 17 มีนาคม พ.ศ. 2508

เรื่อง รบระหว่างรัก เป็นหนังบันทึกเหตุการณ์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งด้านคำชมเชยและด้านของรายได้

เรื่องราวรักสามเส้า และรักต่างชนชั้น พระเอกเป็นลูกชาวนาที่อาสาไปรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1  มีแม่เป็นคนตาบอด เมื่ออาสาไปรบจึงไปขอร้องเพื่อนที่มีเสียงเหมือนกับตน ไปดูแลแม่ของตัวเอง พอกลับมาจากสงครามก็พบว่าถูกแย่งคนรักไป พระเอกจึงไปแย่งกลับคืนมา

หล่อลากดิน

 

โปสเตอร์ หล่อลากดิน ใบปิดหนัง

เรื่องย่อ

เมื่อ "จาริต" ลูกชายโทนสุดกวนของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ดันเกิดฮึดสู้ไม่ยอมก้มหัวให้กับการคลุมถุงชนของคุณพ่อ ผลลัพธ์คือการโดนไล่ออกจากบ้านพร้อมคำท้าทาย! งานนี้หนุ่มนักเรียนนอกวิชามายากลเลยขอพิสูจน์ตัวเองด้วยการพาก๊วนเพื่อนซี้ก้าวเข้าสู่โลกของคนจน ออกเดินทางแสวงหาปรัชญาชีวิตและการเอาตัวรอดด้วยเงินติดตัวเพียงน้อยนิด

ความหล่อระดับ "หล่อลากดิน" และลูกไม้กะล่อนขั้นเทพของพวกเขานำไปสู่แผนการต้มตุ๋นสุดฮาเพื่อหาเงินประทังชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเช่าบ้านสุดอลเวง แกล้งเล่นกลป่วนเมือง หรือการดวลฝีปากกับเจ้าหนี้และสาวๆ ที่พวกเขาพยายามไปตามตื้อตามจีบ แต่เรื่องราวกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อพวกเขากลายเป็นเป้าหมายที่สาวๆ แก๊งแม่ค้าและผู้เสียหายรวมหัวกันออกตามล่าเพื่อจับให้ได้คาหนังคาเขา!

ทว่า... ความป่วนในเมืองยังไม่ทันเคลียร์ เรื่องราวกลับพลิกผันไปสู่ความระทึกขวัญระดับไซไฟ-แฟนตาซี เมื่อจู่ๆ หญิงสาวคนรักกลับถูกลักพาตัวไปโดย "ดร.คุรุมา" นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่หวังจะใช้ชีวิตของเธอมาทำพิธีชุบชีวิตเมียรักที่หลับใหล! แถมยังมีเรื่องราวของ "ปรอดสำเร็จ" ยาผู้วิเศษที่กินแล้วจะทำให้เหาะเหินเดินอากาศกลายเป็นซูเปอร์แมนเข้ามาเอี่ยวอีกด้วย!

จากหนุ่มกะล่อนที่วันๆ เอาแต่หนีหนี้และตามจีบสาว จาริตและก๊วนเพื่อนจะงัดไม้เด็ดและมายากลอะไรมาต่อกรกับดร.สติเฟื่องเพื่อช่วยคนรัก? แล้วยาเหาะวิเศษจะพาพวกเขาไปเจอกับความวายป่วงขนาดไหน? เตรียมพบกับความบันเทิงยุค 80s ที่ผสมผสานทั้งเสียงหัวเราะ มุกตลกล้อเลียน และความโรแมนติกแอ็กชันแบบไทยๆ ได้ใน "หล่อลากดิน (2525)" เต็มเรื่องได้เลย!

ข้อความบนใบปิด

JIKKER จิ๊กเกอร์โปรดักชั่น เสนอ

ความรักที่อลวน อลเวงที่สุด

เมื่อกามเทพเจ้าชู้เสียเอง เรื่องก็ยุ่ง

4 คู่จู๋จี๋ 4 เพลงใส่ไป

หล่อลากดิน

ทูน หิรัญทรัพย์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์

ลักษณ์ อภิชาติ มยุรา ธนะบุตร

ไพรวัลย์ ลูกเพชร เด๋อ ดอกสะเดา

กมลา เศรษฐี, กนิษฐา วงศ์ดาว, สมจินต์ ธรรมทัต,

มาลี เวชประเสริฐ, โกร่ง กางเกงแดง, สมพงษ์ พงษ์มิตร,

สมพล กงสุวรรณ, ท้วม ทรนง

ฟังเพลงฮิต จับหัวเสียหวี, แบ่งคนละครึ่ง,

โอ้โอ..น่ารัก, หล่อลากดิน

บริษัทซินนีแลบจำกัด

โดย สวง ว่องสุภัคพันธ์ อำนวยการสร้าง

ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย กำกับการแสดง

*ใบปิดวาดโดย ทองดี

เท่ส้มอ๋อง

โปสเตอร์หนัง เท่ส้มอ๋อง ใบปิดหนัง

เท่ ส้ม อ๋อง

รักสามเส้าของหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มที่ซื่อบริสุทธิ์ หญิงสาวที่ถูกมองว่าเป็นทอม และสาวสวยผู้ถูกความรักทำพิษ กลายเป็นเรื่องราวความรักความเข้าใจต่างรูปแบบ เป็นหนังวัยรุ่นที่พยายามสร้างเงื่อนไขให้กับตัวเรื่องด้วยปัญหาร่วมสมัย

เรื่องย่อ

ความมืดสีขาว... และรักสามเส้าที่ยากจะคาดเดา!

เท่ ส้ม อ๋อง (2535)

เมื่อความรักในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีเพียงแค่คนสองคน และหัวใจไม่ได้เป็นสีชมพูเสมอไป...

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "เท่" (รับบทโดย สาริน อลัน) นักศึกษาหนุ่มมาดกวนจากเอกจิตรกรรม ดันไปตกหลุมรัก "ส้ม" (รับบทโดย แอน ทองประสม) สาวสวยสุดฮอตประจำมหาวิทยาลัยเข้าอย่างจัง งานนี้หนุ่มสายอาร์ตจอมเซ่อซ่าจึงต้องงัดทุกกระบวนท่าและรวบรวมความกล้าเพื่อพิชิตใจเธอ โดยมี "อ๋อง" (รับบทโดย ธงชัย ประสงค์สันติ) รูมเมทและเพื่อนสนิทมาดนิ่งคอยเป็นกุนซือ คอยช่วยเหลือและร่วมหัวจมท้ายในทุกๆ วีรกรรมสุดเพี้ยนเพื่อส่งเพื่อนให้ถึงฝั่งฝัน

แต่ทว่า... เส้นทางรักครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด นอกจากเท่จะต้องผ่านด่านก้างชิ้นใหญ่ที่เป็นหนุ่มโปรไฟล์ดีมีรถขับแล้ว ยิ่งนานวันเข้า ความใกล้ชิดและการได้ร่วมแบ่งปันความลับในห้องพักสี่เหลี่ยม กลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง "เท่" และ "อ๋อง" เริ่มมีมวลความรู้สึกบางอย่างที่ชวนอึดอัด สับสน และแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้คอนเซปต์ "ความมืดสีขาว"

ความรักของชายหนุ่มสายอาร์ตสุดตื้อ, หญิงสาวผู้แสวงหาความจริงใจ และเพื่อนสนิทที่กุมความรู้สึกยากจะเอ่ย... สุดท้ายแล้ว ความผูกพันอันซับซ้อนในรั้วมหาวิทยาลัยครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร? ใครจะเป็นผู้ที่ซับน้ำตา และใครที่จะได้ครอบครองรูปวาดแห่งหัวใจ?

ร่วมย้อนวันวานไปกับผลงานวัยรุ่นยุค 90s ของเหล่านักแสดงชั้นนำ และการแสดงอันทรงพลังของ แอน ทองประสม, สาริน อลัน และ ธงชัย ประสงค์สันติ แบบเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!

รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่นี่: เท่ ส้ม อ๋อง (2535)

เรื่องย่อ :

ติ๊ก ชิโร่  
อังคณา ทิมดี  
ปวีณา ชารีฟสกุล  
ตฤณ เศรษฐโชค  
ชาญณรงค์ ขันทีท้าว  

วันที่เข้าฉาย: 1 สิงหาคม 2535

 

ชาติอำมหิต

โปสเตอร์หนัง ชาติอำมหิต ใบปิดหนัง


เรื่องย่อ

เรื่อง: ชาติอำมหิต (2531)
นำแสดงโดย: สรพงศ์ ชาตรี

เมื่อสงครามไม่ได้จบลงแค่ในสนามรบ... อดีตทหารกล้าและนักรบเดนตายผู้ชำนาญการรบทุกรูปแบบอย่าง "จ่าเพลิง ภูดวง" (รับบทโดย สรพงษ์ ชาตรี) หวังจะหันหลังให้ความรุนแรงและกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่โชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่อ "หน่วยล่าสังหาร" ของฝ่ายศัตรูทมิฬยังคงตามล่าตัวเขาอย่างไม่ลดละ!

ภารกิจสกปรกของพวกมันคือการทรมานและบีบบังคับให้จ่าเพลิงยอมเผย "รหัสและจุดที่ตั้งสำคัญ" ของกองทัพ แลกกับทรัพย์สินเงินทองมหาศาล แต่มีหรือที่หัวใจรักชาติอันเด็ดเดี่ยวของเสือร้ายเดนตายคนนี้จะยอมก้มหัวให้คนทรมาน ท่ามกลางการปะทะอันดุเดือด จ่าเพลิงได้รับความช่วยเหลือจากลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านชายป่าและ "ดาร์วิน" ชายหนุ่มลึกลับผู้เต็มไปด้วยความแค้นต่อพวกโจรป่าอำมหิต

การหลบหนีกลายเป็นการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ เมื่อพวกเหล่าร้ายหันไปใช้แผนสกปรก บุกปล้นฆ่าและจับตัวชาวบ้านบริสุทธิ์เป็นตัวประกันเพื่อล่อให้จ่าเพลิงปรากฏตัว! สัญชาตญาณนักรบจึงถูกปลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและผู้บริสุทธิ์...

"จ่าเพลิงจะรักษาความลับของชาติและช่วยชาวบ้านได้สำเร็จหรือไม่? หรือเขาต้องสังเวยชีวิตกลางป่าลึกแห่งนี้?"

เตรียมพบกับฉากแอ็กชันระเบิดภูเขาเผากระท่อมตามสไตล์หนังไทยยุคคลาสสิก การดวลปืนสุดเดือด และการปะทะคารมที่เข้มข้น ร่วมพิสูจน์ความเด็ดเดี่ยวของลูกผู้ชายชื่อ "จ่าเพลิง" ในภาพยนตร์เรื่อง ชาติอำมหิต (2531) ได้แล้ววันนี้!

ชมภาพยนตร์ ชาติอำมหิต (2531) เต็มเรื่อง

พี่นักร้องน้องนักเลง

พี่นักร้องน้องนักเลง


เรื่องย่อ

พี่นักร้องน้องนักเลง (2534): เมื่อเสียงเพลงต้องมาปะทะกับโลกของนักเลง

ในโลกของวงดนตรีลูกทุ่งที่เต็มไปด้วยสีสันและความฝัน "หำ" (รับบทโดย เฉลิมพล มาลาคำ) นักร้องหนุ่มจากบ้านนาผู้มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ กำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นดาวรุ่งที่แฟนเพลงทั่วอีสานต่างหลงรัก แต่ทว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อวงดนตรีของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งของเหล่าผู้มีอิทธิพลโดยไม่ตั้งใจ

ท่ามกลางการเดินสายแสดงคอนเสิร์ตทั่วประเทศ ชีวิตของหำต้องสั่นคลอนเมื่อ "เหิม" น้องชายของเขา ผู้ซึ่งทำงานให้กับผู้มีอิทธิพลมืด ได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานงานวงดนตรี ทำให้หำถูกดึงเข้าไปอยู่ท่ามกลางสมรภูมิระหว่างธุรกิจสีเทาและการเอาตัวรอดในสังคมที่ "ความซื่อตรง" เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนภาพชีวิตของศิลปินลูกทุ่งที่ต้องต่อสู้กับอุปสรรคทั้งเรื่องงานและการพิสูจน์ความรักที่มีต่อ "หวาย" หญิงสาวผู้เป็นกำลังใจสำคัญ ในขณะที่ "เหิม" ผู้เป็นน้องชายพยายามใช้ทุกวิถีทางในแบบของ "นักเลง" เพื่อปกป้องพี่ชายจากเงื้อมมือของอิทธิพลมืดที่คอยจ้องจะทำลายพวกเขา

เมื่อความยุติธรรมเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้ และเวทีคอนเสิร์ตกลายเป็นเดิมพันของชีวิต... พี่ชายนักร้องและน้องชายนายนักเลงจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไร? ร่วมติดตามเส้นทางชีวิตและบทเพลงของพวกเขาได้ใน "พี่นักร้องน้องนักเลง"

3 กบาล


 3 กบาล (2533)

โปสเตอร์ 3 กบาล ใบปิดหนัง

แนวภาพยนตร์: ตลก / เบาสมอง

"เมื่อความลับในหน้าที่การงาน และศักดิ์ศรีค้ำคอ... ปฏิบัติการหลอกลวงระดับพันล้านจึงเริ่มต้นขึ้น!"

เรื่องราวสุดป่วนเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เพียว ชายหนุ่มจอมกะล่อนที่เพิ่งได้งานทำในโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่อยากอวดโก้ให้ครอบครัวและคนรอบข้างเห็น จึงมโนแต่งเรื่องสร้างโปรไฟล์ซะดิบดีว่าตัวเองมีตำแหน่งใหญ่โต เป็นผู้กว้างขวางในโรงแรม มีมาดนักธุรกิจสุดเท่ ทั้งที่ความจริงแล้วหน้าที่ของเขาแตกต่างจากที่คุยไว้ราวฟ้ากับเหว!

แต่ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อ เสี่ยสุรชาย เสี่ยใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลและเจ้าหนี้หน้าเลือด ดันหลงเชื่อใน "โปรไฟล์กำมะลอ" ของเพียวเข้าอย่างจัง แถมเสี่ยสุรชายยังกำลังมองหาลู่ทางลงทุนครั้งใหญ่กับ "ท่านอู๋ซัน" มหาเศรษฐีลึกลับจากฮ่องกง ที่เดินทางมาเมืองไทยพร้อมข่าวลือหนาหูว่าจะมาทุ่มเงินกว้านซื้อหุ้นระดับพันล้าน!

เมื่อความเข้าใจผิดบานปลาย เพียวและแก๊งเพื่อนซี้จึงตกกระไดพลอยโจน ต้องจัดฉากสวมรอยเป็นตัวแทนประสานงานโครงการระดับโลก (ที่โม้ไปถึงขั้นองค์การนาซ่าและโครงการอวกาศ!) เพื่อตบตาเสี่ยหน้าเลือดและช่วยเหลือนางเอกสาวที่กำลังเดือดร้อนเรื่องหนี้สิน

เรื่องราวการโกหกคำโตที่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ในที่ทำงาน กลับกลายเป็นเกมต้มตุ๋นระทึกขวัญระดับชาติที่มีเงินเดิมพันสูงลิ่ว พวกเขาจะรักษารอยร้าวของแผนลวงนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง หรือจะโดนเสี่ยใหญ่จับได้ซะก่อน? เตรียมพบกับความฮา สไตล์หนังไทยยุค 90 ที่เต็มไปด้วยมุกตลกจิกกัดและการหักเหลี่ยมเฉือนคมสุดแสบ!

ไปร่วมพิสูจน์ความป่วนของแก๊งนี้แบบเต็มเรื่องได้ที่นี่ แล้วคุณจะรู้ว่า "กลลวง" ครั้งนี้... ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะที่แท้จริง!


ชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง: 3 กบาล (2533) 

ข้อความบนใบปิด

TKR GROUP ร่วมกับ กลุ่ม “คนไท”

เสนอผลงานอันดับที่ 8

3 กบาล

แสดงนำ

เกียรติ กิจเจริญ, ธีรวัฒน์ ทองจิตติ, โสรญา กรธวัท

มณีรัตน์ วัยวุฒิ, ปทุมวดี โสภาพรรณ, ท้วม ทรนง,

ซันโตส ชลิต กาละแม, มอริส เค, แดนนี่

ดารารับเชิญ ส.อาสนจินดา, มาลี เวชประเสริฐ,

พูนสวัสดิ์ ธีมากร, สุเทพ ประยูรพิทักษ์, แน่งน้อย แสงสุวิมล

“กิ๊ก ตีก โตส” บทภาพยนตร์

มานพ อัมพุช ที่ปรึกษา

พรศักดิ์ เจาฑานนท์ ดำเนินงานสร้าง

สุทัศน์ อินทรานุปกรณ์ กำกับภาพ

ธวัทชัย (ทอมมี่) โรจนะโชติกุล อำนวยการสร้าง

นิรันดร์ ธรรมปรีชา กำกับการแสดง

นายซีอุย แซ่อึ้ง

นายซีอุย แซ่อึ้ง

โปสเตอร์หนัง นายซีอุย แซ่อึ้ง ใบปิดหนัง

เรื่องย่อ นายซีอุย แซ่อึ้ง (2534)

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2489 เมื่อ "ลี่อุย" หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ซีอุย" ชายชาวจีนรูปร่างผอมเกร็ง แววตาซื่อบริสุทธิ์ ได้หอบเสื่อผืนหมอนใบลงเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมายังผืนแผ่นดินไทยด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้มาขยันทำมาหากิน ส่งเงินกลับไปจุนเจือครอบครัวที่เมืองจีน และเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสงบสุข

แต่ความเป็นจริงกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมืองไทยที่เขาคิดว่าอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยคนใจดี กลับกลายเป็นสมรภูมิชีวิตที่โหดร้ายสำหรับคนต่างด้าวที่ไม่รู้ภาษา ซีอุยต้องเผชิญกับการถูกโกงค่าแรง ถูกเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้ง ล้อเลียน และโดนดูถูกเหยียดหยามสารพัดอย่างไม่สิ้นสุด ซ้ำร้าย ร่างกายที่อมโรคและจิตใจที่บอบช้ำจากภาพความโหดร้ายในวัยเด็กและยุคสงคราม ก็ค่อยๆ กัดกินความมีสติของเขาไปทีละน้อย

ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและการถูกต้อนให้จนมุม ซีอุยเริ่มจมดิ่งสู่อคติและความเชื่ออันบิดเบี้ยว... ความเชื่อโบราณที่ว่า "การได้กินหัวใจและตับ" จะช่วยเพิ่มพลังชีวิต ทำให้ร่างกายแข็งแรง และมอบอำนาจพิเศษเหนือมนุษย์เพื่อไม่ให้ใครมารังแกเขาได้อีกต่อไป!

ในขณะเดียวกัน ข่าวคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญและการหายตัวไปอย่างลึกลับของเด็กๆ ในหลายพื้นที่ (ตั้งแต่ทับสะแก สามร้อยยอด ไปจนถึงนครปฐม) เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ สร้างความหวาดผวาจนชาวบ้านไม่กล้าปล่อยลูกหลานให้ออกมาวิ่งเล่น ทางกรมตำรวจต้องระดมกำลังสายสืบมือดีเพื่อล่าตัวฆาตกรใจโหดรายนี้อย่างเร่งด่วน โดยมีเบาะแสเพียงภาพสเกตช์ของชายชาวจีนผมสั้นเกรียน รูปร่างผอม ผิดมนุษย์มนา...

เบื้องหลังบาดแผลอันเหวอะหวะของสังคม และจิตใจที่บิดเบี้ยวของชายผู้อพยพคนนี้จะดำเนินไปอย่างไร? เขาสรรหาอำนาจพิเศษนั้นมาด้วยวิธีไหน และความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดโปงออกมาในรูปแบบใด?

ร่วมย้อนเวลากลับไปสำรวจปมชีวิตอันน่ารันทดและระทึกขวัญของชายที่ชื่อ "ซีอุย" ในผลงานระดับตำนานฉบับเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้

ดูหนัง นายซีอุย แซ่อึ้ง เต็มเรื่อง




นักแสดง

ชลประคัลท์ จันทร์เรือง
รณ ฤทธิชัย
ชฎาพร รัตนากร
โกวิท วัฒนกุล
ชลิต เฟื่องอารมย์
ศิริ ศิริจินดา

ความยาว 105 นาที

ข้อความบนใบปิด

เกียรติยศยิ่งใหญ่ 4 รางวัลตุ๊กตาทอง
ประกันศักดิ์ศรีและคุณค่า
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ออกแบบฉากเยี่ยม,
แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม, บันทึกเสียงยอดเยี่ยม
คุณรู้พฤติกรรมโหด
แต่คุณไม่รู้ที่มาของพฤติกรรมนั้น
หัวใจ...ตับ...
กับมนุษย์กินคนแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
นายซีอุย แซ่อึ้ง
ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง รณ ฤทธิชัย ชลิต เฟื่องอารมย์
โกวิท วัฒนกุล ราม ราชพงษ์
ขอแนะนำนางเอกดาวรุ่ง ชฎาพร รัตนากร
อ.บรรจง โกศัลวัฒน์ กำกับการแสดง
อ.บรรจง โกศัลวัฒน์-อ.จำเริญลักษณ์ ธนะวังน้อย
บทภาพยนตร์
พิพัฒน์ พยัคฆะ-โสภณ เจนพานิช ถ่ายภาพ
สุพจน์-พงษ์ศักดิ์ พิสิฐวุฒินันท์ อำนวยการสร้าง
NK นครหลวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์

บุญเพ็งหีบเหล็ก

 

โปสเตอร์หนัง บุญเพ็งหีบเหล็ก
บุญเพ็งหีบเหล็ก (2510)

เรื่องย่อ:

คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ และอาคมศาสตร์มืด: "บุญเพ็งหีบเหล็ก" (2523)

"เมื่อความละโมบ บังตา และคาถาอาคม ถูกใช้เป็นเครื่องมือปลิดชีพ!"

พบกับภาพยนตร์ไทยย้อนยุคที่หยิบเอาเรื่องราวจากคดีประวัติศาสตร์สุดสะเทือนขวัญของสยามประเทศมาปัดฝุ่นเล่าใหม่ในเวอร์ชันปี 2510 นำแสดงโดยพระเอกตลอดกาลผู้ล่วงลับ "สมบัติ เมทะนี" ในบทบาทที่คุณจะไม่มีวันลืม

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ...
ณ ชุมชนริมน้ำอันเงียบสงบ เกิดข่าวลือสะพัดและคดีคนหายที่เป็นปริศนา กระทั่งมีผู้พบหีบเหล็กปริศนาถูกถ่วงอยู่ก้นแม่น้ำ และเมื่อเปิดออก... มันกลับซ่อนซากศพของเศรษฐีนีที่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมและแย่งชิงทรัพย์สินไปจนหมดสิ้น!

เบาะแสเดียวที่ชาวบ้านต่างพุ่งเป้าและหวาดผวาคือ "หมอบุญเพ็ง" อาจารย์สัจจะผู้เรืองอาคม เจ้าของสำนักทำเสน่ห์เมตตามหานิยมที่เป็นที่พึ่งของเหล่าสาวแก่แม่หม้ายและผู้มีทุกข์ทับถม ทว่าภายใต้หน้ากากของผู้ทรงศีลและเปี่ยมเมตตา เขากลับมีความลับอันดำมืดและจิตใจที่เต็มไปด้วยความโลภ รวมถึงแผนการร้ายที่พัวพันกับหญิงสาวหลายคนในหมู่บ้าน

ขณะเดียวกัน "ร้อยตำรวจโท ทิวทอง" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) นายตำรวจหนุ่มผู้ซื่อตรงและเด็ดเดี่ยว ได้ก้าวเข้ามาสืบหาความจริงในคดีนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับอิทธิพลมืด และความลี้ลับของไสยศาสตร์ที่หมอบุญเพ็งใช้ปกป้องตนเอง ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อความรัก ความแค้น และการตามล่าความจริงมาบรรจบกัน

อาคมพรายจะแก่กล้ากว่ากฎหมายบ้านเมืองหรือไม่? และร้อยตำรวจโททิวทองจะสามารถกระชากหน้ากากฆาตกรหีบเหล็กรายนี้มาลงทัณฑ์ได้อย่างไร?

ร่วมพิสูจน์ความขลัง ความระทึกใจ และการเชือดเฉือนบทบาทครั้งสำคัญของดารายอดนิยมยุคคลาสสิก ได้ในภาพยนตร์ไทยเรื่องยาว "บุญเพ็งหีบเหล็ก" เต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!

ดูหนังไทยเต็มเรื่อง บุญเพ็งหีบเหล็ก



ข้อความบนใบปิด:

เทพนิมิตรภาพยนตร์

เรื่องจริงอิงมายาศาสตร์
เรื่องจริงที่ตื่นเต้นสยองขวัญจนแทบไม่น่าเชื่อ
เรื่องของการชิงรักหักสวาทบาดอารมณ์
เหนือความรักประทับใจทั้งมวล!

บุญเพ็งหีบเหล็ก

บทประพันธ์ของ  ส.เงินยวง
ปริศนา ชบาไพร
นางเอกผู้มีฉายายิ้มฝังใจ เผชิญรักสามเส้ากับ
สมบัติ เมทะนี  แมน ธีระพล
พรั่งพร้อมด้วย ชฎาพร วชิรปราณี, เปลวใจ หทัยทิพย์,
นาฏ นดา, ทานทัต วิภาตะโยธิน, แป้น ปลื้มสระไชย,
อัศชัย, สกล, แก้วตา นภารัตน์, รัชนี, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
หม่อมชั้น พวงวัน, ทองฮะ, ลุงโกร่ง, ชื้นแฉะ, 
มงคล จันทรบุปผา, ก้อง กังสดาล
ปานเทพ กุยโกมุท  ถ่ายภาพ
พยุง พยกุล  อำนวยการสร้าง-กำกับการแสดง

เสาร์ 5

โปสเตอร์หนัง เสาร์ 5 ใบปิดหนังไทย
เสาร์ 5

หนึ่งในตำนานหนังบู๊ที่สร้างประวัติการณ์เมื่อปี 2519 เรื่องราวของ 5 สหายที่เกิดในวันเสาร์ห้า เทิด ยอดธง  (กรุง), กริ่ง คลองตะเคียน (สรพงษ์), ดอน ท่ากระดาน (นิรุตต์), เดี่ยว สมเด็จ (ไพโรจน์), ยอด นางพญา
(สิงหา) ซึ่งมีพระประจำตัวจึงหนังเหนียวคงกะพันกันทุกคน ปฏิบัติการรบใต้ดินของขบวนการเสาร์ 5 เริ่มอีก ครั้งเมื่อองค์การจาร์ก้าคิดร้ายทำลายชาติ

ภาพยนตร์แอ็กชัน-ไซไฟระดับมาสเตอร์พีซของเมืองไทย ผลงานกำกับของ วินิจ ภักดีวิจิตร ที่สร้างปรากฏการณ์โรงแตกในยุค 70s กับเรื่องราวของ “กองพันปีศาจ” 5 ชายหนุ่มผู้เกิดในวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ และมีคาถาอาคม พุทธมนต์ติดตัวจนได้ชื่อว่า “หนังเหนียว ยิงฟันไม่เข้า!”

เรื่องย่อ:

มหากาพย์ความมันส์ระดับตำนานของ 5 วีรบุรุษจอมขมังเวทย์: "เสาร์ 5" (2519)

นำแสดงโดย: กรุง ศรีวิไล, สรพงศ์ ชาตรี, ไพโรจน์ ใจสิงห์, นิรุตติ์ ศิริจรรยา, สายัณห์ จันทรวิบูลย์

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อความสงบสุขของชาติถูกสั่นคลอนโดย "จาก้า" (Jaka) องค์กรก่อการร้ายสากลลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ ณ ป่าลึกใน "ห้วยเสือหมอบ" พวกมันครอบครองเครื่องทำลายล้างพลังแม่เหล็กสถิต ขู่กรรโชกเงินจากรัฐบาลไทยจำนวน 2,000 ล้านบาท และอาวุธสงคราม หากไม่ทำตาม... ขีปนาวุธอานุภาพร้ายแรงจะถูกยิงถล่มใจกลางกรุงเทพมหานครให้กลายเป็นจลภายใน 7 วัน! ทางการเคยส่งกองกำลังและเจ้าหน้าที่ลับเข้าไปสืบหาเบาะแส แต่กลับไร้เงารอดชีวิตและหายสาบสูญไปอย่างเป็นปริศนา

ในเวลาที่ประเทศชาติวิกฤตถึงขีดสุด ทางการจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเรียกตัว 5 เสือร้ายระดับพระกาฬผู้รักชาติยิ่งชีพกลับมารวมตัวกันในนาม "เสาร์ 5":

  1. เทิด ยอดธง (กรุง ศรีวิไล) - ชายหนุ่มผู้มีพระเครื่องยอดนิยมเต็มคอ
  2. กริ่ง คลองตะเคียน (สรพงศ์ ชาตรี) - ทหารหนุ่มผู้เกือบจะได้บวชทดแทนคุณแม่ แต่ต้องละทิ้งผ้าเหลืองเพื่อชาติ
  3. ดอน ท่ากระดาน (ไพโรจน์ ใจสิงห์) - จอมทะเล้นผู้เชี่ยวชาญการกู้ระเบิด
  4. เดี่ยว สมเด็จ (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) - เสือปืนไวผู้มาพร้อมหมัดหนักและคาถาอาคม
  5. ยอด นางพญา (สายัณห์ จันทรวิบูลย์) - ยอดฝีมือสายลุยที่ไม่เคยกลัวตาย

ภารกิจดิ่งพสุธาลงสู่รังเสือหมอบจึงเริ่มต้นขึ้น พวกเขาต้องปลอมตัวแฝงกลุ่มโจรและแทรกซึมเข้าสู่อาณาจักรของจาก้าเพื่อสืบหาห้องควบคุมขีปนาวุธ โดยระหวางทางต้องประสานงานกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ลับสายสืบหญิงและตำรวจสากล ท่ามกลางกระสุนปืนและระเบิดที่พร้อมจะปะทุขึ้นทุกวินาที แถมยังมีเงื่อนงำของ "เพชรพันล้าน" ล้ำค่าที่กลุ่มผู้นำจาก้ากำลังวางแผนหักหลังกันเองเข้ามาพัวพัน!

5 สหายแดนเสือ จะสามารถบุกทะลวงรังของจาก้าและหยุดยั้งมหาภัยพิบัติขีปนาวุธล้างกรุงเทพฯ ได้ทันเวลาหรือไม่? ท่ามกลางดงกระสุนและแผนซ้อนกลสุดอันตราย ความเหนียวและความเป็นอมตะของเสาร์ 5 จะช่วยให้พวกเขารอดชีวิตกลับมาได้ครบทุกคนหรือเปล่า?

เต็มอิ่มกับฉากสู้ฟัด ระเบิดภูเขา เผากระท่อม และสไตล์คาวบอยเมืองไทยอันเป็นตำนานที่ไม่มีวันตาย... "เสาร์ 5" ภาพยนตร์แอ็กชันชั้นครูที่คุณต้องหามาดูซ้ำ!

ใบปิดวาดโดย ทองดี

บางกอกการภาพยนตร์
โดย วินิจ ภักดีวิจิตร
ทุ่มทุนสร้างให้โอฬาร เรื่องดังทั่วประเทศ จากหนังสือ บางกอก
ยอดคนทั้งห้า เขาเกิดวันดวงแข็ง
วันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ปีมะโรง

นักแสดง:
กรุง ศรีวิไล เป็น เทิด ยอดธง
สรพงศ์ ชาตรี เป็น กริ่ง คลองตะเคียน
ไพโรจน์ ใจสิงห์ เป็น เดี่ยว สมเด็จ
นิรุตติ์ ศิริจรรยา เป็น ดอน ท่ากระดาน
สิงหา สุริยง เป็น ยอด นางพญา

ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์

เสาร์ 5

ของ ดาเรสร์

ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ปิยะมาศ โมนยะกุล
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช
ดวงใจ หทัยกาญจน์ ศศิมา สิงห์ศิริ บาร์บารา
สมชาย สามิภักดิ์ ทม วิศวชาติ พิภพ ภู่ภิญโญ
เมือง อพอลโล่ ชุมพร เทพพิทักษ์ วิน วันชัย มร.ไมค์

5 พระเอก และ 6 นางเอก ประชันกับ 20 ดาวร้ายอันตราย

สันทัด ศรีสัมพันธ์ ถ่ายภาพ
วิสิทธิ์ แสนทวี จัดแสง
อุไรวรรณ ภักดีวิจิตร อำนวยการสร้าง
วินิจ ภักดีวิจิตร กำกับการแสดง

อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ

 

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ

เปิดบันทึกชีวิต ‘ป้าจิ๊-อัจฉราพรรณ’ จากดาวรุ่งเบื้องหลัง ละครเวที สู่ ‘ตัวแม่’ วงการบันเทิง

หากพูดถึงชื่อ "อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ" หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม "ป้าจิ๊" หลายคนคงนึกถึงนักแสดงเจ้าบทบาท พิธีกรระดับตำนาน หรือครูสอนโยคะผู้แข็งแรง แต่เบื้องหลังความสำเร็จตลอดหลายทศวรรษในวงการบันเทิง ชีวิตของเธอผ่านจุดเปลี่ยนและบทเรียนมากมายที่ถูกหล่อหลอมขึ้นด้วยวินัย ความตั้งใจ และทัศนคติที่รักในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น

รากฐานชีวิตจาก "แม่เลี้ยงเดี่ยว" และจุดเปลี่ยนวัยเรียน

ป้าจิ๊เติบโตมาในครอบครัวที่มีคุณแม่เป็นครูประชาบาลและเป็นซิงเกิลมัม สิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากคุณแม่คือความเข้มแข็ง อดทน และความเป็นระเบียบวินัยอย่างมีเป้าหมาย โดยที่คุณแม่ไม่เคยพูดถึงคุณพ่อในแง่ลบเลย ทำให้เธอเติบโตมาโดยไม่มีภาพลบในใจและไม่เป็นคนตัดสินใคร

จุดเปลี่ยนสำคัญครั้งแรกเริ่มขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในแผนกศิลป์เพราะไม่ชอบวิชาคำนวณ และความตั้งใจนั้นก็ส่งผลให้เธอสามารถสอบเข้า คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำเร็จ เป็น 1 ใน 13 คนของห้องที่ทำได้

จากคนหลงใหลเบื้องหลัง สู่ "ดาวดวงใหม่" ของละครเวที


เมื่อเข้าสู่รั้วอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ป้าจิ๊ได้พบกับ อาจารย์สดใส พันทุมโกมน บรมครูผู้ให้ชีวิตและหล่อหลอมความเป็นมนุษย์ให้กับเธอ เดิมทีป้าจิ๊ไม่ได้อยากเป็นนักแสดงเบื้องหน้า แต่เธอหลงใหลในศาสตร์ของละครเวที ชอบการทำงานอยู่เบื้องหลัง ฉาก คอสตูม และการวิ่งไปวิ่งมาหลังเวที

ทว่า ฝีมือการแสดงกลับโดดเด่นจนได้ประเดิมบทบาทเบื้องหน้าเรื่องแรกในละครเวทีมหาวิทยาลัยเรื่อง The Glass Menagerie (รับบทเป็นตัวแม่) จนวารสารมหาวิทยาลัยถึงกับเขียนชื่นชมว่า "ดาวดวงใหม่เกิดขึ้นแล้ว" และหนึ่งในผลงานละครเวทีระดับตำนานที่เธอได้ร่วมแสดงที่เทวาลัย จุฬาฯ ก็คือเรื่อง Oedipus ซึ่งศาสตร์การละครนี้เองที่ทำให้เธอเรียนรู้เรื่องการตีความมนุษย์และเข้าใจเบื้องหลังชีวิตของคนที่ผ่านเข้ามา

ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงคลาสสิก: ‘อัศวินภาพยนตร์’ และ ‘ครูเล็ก ภัทราวดี’
หลังเรียนจบ ป้าจิ๊ได้รับการชักชวนจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล (เสด็จพระองค์ชายใหญ่) ให้เข้าทำงานที่บริษัท อัศวินภาพยนตร์ ด้วยเงินเดือนแรกเริ่มเพียง 1,200 บาท เธอทำหน้าที่ตั้งแต่ประสานงาน ดูแลบท ดูแลเด็กแคสติ้ง ในภาพยนตร์เรื่อง น้ำผึ้งขม

ต่อมา "ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน" ได้ชวนเธอไปร่วมงานละครโทรทัศน์ที่ช่อง 3 ตั้งแต่เรื่องแรกคือ ไฟพ่าย ซึ่งยุคนั้นถือเป็นการปฏิวัติวงการละครไทยเพราะ "ไม่มีการบอกบท" นักแสดงทุกคนต้องท่องจำบทมาเองเหมือนละครเวที

พลิกชีวิตสู่นักแสดงเบื้องหน้า: ‘อีเอี้ยง’ ขบวนการคนใช้


จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ป้าจิ๊โด่งดังเป็นพลุแตกและเป็นที่จดจำตลอกกาล เกิดขึ้นในละครเรื่อง "ขบวนการคนใช้" เดิมทีเธอทำงานเบื้องหลังคอยคุมเสื้อผ้าและคิวแสดงอย่างละเอียด แต่เนื่องจากครูเล็ก ภัทราวดี เกิดตั้งครรภ์กะทันหัน จึงส้มหล่นให้ป้าจิ๊ต้องรับบท "อีเอี้ยง" แทน

ด้วยคาแรกเตอร์ที่สมจริง นุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้า บวกกับฝีมือการแสดงและบทที่สนุกสนาน ทำให้ป้าจิ๊กลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ทัศนคติของเธอต่อความดังคือการมองว่าตัวเราได้เข้าไปนั่งในบ้าน ในห้องครัว ห้องน้ำของผู้ชม จนเกิดความสนิทสนมเป็นกันเอง ความดังของบทคนใช้นี้ส่งผลให้เธอได้รับเลือกให้ขึ้นปกหนังสือแฟชั่นชั้นนำในยุคนั้นหลายต่อหลายเล่ม และตามมาด้วยงานแสดงที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

หยุดความดังเพื่อคว้าทุน British Council สู่อเมริกา


แม้หน้าที่การงานในวงการกำลังรุ่งโรจน์ แต่ป้าจิ๊มีความฝันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอจึงมุ่งมั่นสอบชิงทุนของ British Council ซึ่งในแต่ละปีมีผู้ได้รับเลือกเพียงประมาณ 6 คนจากผู้สมัครเป็นพันคน ด้วยความพยายามและการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์อย่างหนัก (โดยมีครูบ็อบ อาจารย์จากอักษรฯ ช่วยขัดเกลาภาษาอังกฤษให้) เธอก็สามารถคว้าทุนไปเรียนด้านการละครที่อังกฤษได้สำเร็จ และหลังจากเรียนจบที่อังกฤษ เธอยังเดินทางไปเรียนต่อ (Sit-in) อีก 1 เทอมที่มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ (UC Berkeley) ประเทศอเมริกา ก่อนจะกลับมาลุยงานในไทยต่อ

บทบาทพิธีกรระดับประเทศ และ ‘ผู้จัดรายการเด็ก’ ในตำนาน


เมื่อกลับมาเมืองไทย ป้าจิ๊ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเป็นพิธีกรยุคแรกของรายการเกมโชว์สุดฮิต "มาตามนัด" คู่กับคุณอภิชาติ หาลำเจียก เคล็ดลับที่ทำให้เธอเป็นที่รักคือ "ความเป็นคนก่อนเวลา" และความจริงใจในการดำเนินรายการสดโดยไม่เสแสร้ง

หลังจากนั้นเธอได้เป็นพิธีกรรายการ แฟนต้ายุวทูต ซึ่งทำให้เธอได้คลุกคลีกับเด็กๆ ทั่วประเทศและตระหนักว่าเด็กก็มีศักยภาพและจิตวิญญาณไม่ต่างจากผู้ใหญ่ นำมาสู่การเป็นผู้จัดละครและทำรายการของตัวเองที่กลายเป็นตำนานช่อง 7 อย่าง "หนูทำได้" รายการที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงความสามารถและช่วยเหลือครอบครัว แม้จะเป็นรายการเด็กที่หาโฆษณายากและต้องแบกรับค่าเช่าเวลาที่สูง แต่ป้าจิ๊ก็ยังมุ่งมั่นทำต่อเพราะผลตอบแทนที่ได้คือ "คุณค่าทางใจ" ที่เงินทองก็หาซื้อไม่ได้

‘คือหัตถาครองพิภพ’ และเบื้องหลังการตามหาพ่อให้ ‘จารุณี สุขสวัสดิ์’


ในปี พ.ศ. 2538 ป้าจิ๊รับบทสำคัญในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง "คือหัตถาครองพิภพ" ทางช่อง 7 ซึ่งในกองถ่ายนี้เอง เธอได้ร่วมงานกับนางเอกอันดับหนึ่งอย่าง "เปิ้ล-จารุณี สุขสวัสดิ์" ป้าจิ๊ผู้ตรงไปตรงมาได้เอ่ยปากเตือนคุณเปิ้ลเรื่องการเก็บตัวอยู่แต่ในรถและชวนให้มาซ้อมจำบทด้วยกัน ความตรงไปตรงมานี้ทำให้ทั้งคู่สนิทกันมากขึ้น จนคุณเปิ้ลเปิดใจเล่าว่าเธอเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสที่ไม่เคยเจอหน้าคุณพ่อเลยตั้งแต่วันเกิด

ด้วยสัญชาตญาณและคอนเนกชัน ป้าจิ๊ได้เริ่มทำหน้าที่เป็น "นักสืบ" แกะรอยจากเบาะแสอันน้อยนิดที่คุณแม่ของคุณเปิ้ลเคยเล่าไว้ เธอโทรศัพท์ไปประสานงานกับผู้ใหญ่ในสายการบิน Air France จนกระทั่งสามารถสืบหาตัวและช่วยให้ จารุณี สุขสวัสดิ์ ได้พบกับคุณพ่อชาวฝรั่งเศสในที่สุด ซึ่งป้าจิ๊ยกความดีความชอบนี้ให้กับการทำบุญและกระแสความกตัญญูของคุณเปิ้ลเอง

บทเรียนชีวิตในวัย 73: อยู่กับปัจจุบันคือสิ่งที่ไม่ขาดทุน


ปัจจุบันในวัย 73 ปี ป้าจิ๊ยังคงใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงจริงจังกับการดูแลสุขภาพ ทั้งการฝึกโยคะและการปั่นจักรยานเสือหมอบ เธอยังคงเดินหน้าส่งต่อความสุขด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง และเตรียมตัวสำหรับบั้นปลายชีวิตอย่างมีสติ

ข้อคิดสำคัญที่ป้าจิ๊ฝากไว้สำหรับทุกคนคือ "การอยู่กับปัจจุบัน" เพราะอดีตผ่านไปแล้วและแก้ไขไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการใช้ทุกวันให้คุ้มค่าที่สุด จริงจังกับทุกโอกาสที่เข้ามา และทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดคำว่า "ไม่น่าเลย" ในภายหลัง

ผลงานละครโทรทัศน์

2520 ขบวนการคนใช้ (ช่อง 3) รับบท เอี้ยง
2520 นานา(โรค)จิตตัง (ช่อง 3)
2521 ประชาชนชาวแฟลต (ช่อง 3)
2525 เศรษฐีนี (ช่อง 5) รับบท ทัด
2525 สงครามพิศวาส (ช่อง 3)
2526 เขยใหม่ (ช่อง 9)
2526 แมงปอ (ช่อง 7)
2530 เลขานินทานาย (ช่อง 3)
2530 ดวงไฟไยไม่ส่องฉัน (ช่อง 7)
2531 นายจ๋าเลขาขอโทษ (ช่อง 3)
2532 เมียหลวง (ช่อง 7)
2533 คนใช้เจ้าขา (ช่อง 3)
2533 อุ้มบุญ (ช่อง 7)
2537 ม่ายค่ะ (ช่อง 5) รับบท พจนันท์
2537 ข้าวเปลือก (ช่อง 7)
2538 คือหัตถาครองพิภพ (ช่อง 7) รับบท เมี้ยน
2538 ร่มฉัตร (ช่อง 3)
2538 เมียบำเรอ (ช่อง 3)
2538 ขอโทษที ไม่มีเวลาโง่ (ช่อง 7)
2539 แอบเก็บใจไว้ใกล้เธอ (ช่อง 5) รับบท พี่นิด
2539 เข็มซ่อนปลาย (ช่อง 3) รับบท ม.ล.ไฉไล
2539 เกาะสวาท หาดสวรรค์ (ช่อง 7)
2539 เยี่ยมวิมาน (ช่อง 3) รับบท ประยงค์
2540 รักไร้อันดับ (ช่อง 3)
2540 กระท่อมไม้ไผ่ (ช่อง 7) รับบท ป้าใช่ฟ่ง
2540 นางเอก (ช่อง 5)
2540 ทองเนื้อเก้า (ช่อง 7) รับบท ยายแล
2540 - 2541 ทายาทคุณหญิง (ช่อง 5)
2541 ธรณีนี่นี้ใครครอง (ช่อง 3) รับบท น้าแก้ว
2541 วัยระเริง (ช่อง 3)
2541 สี่ไม้คาน (ช่อง 3) รับบท ยายลำดวน
2541 หนึ่งใจใบจักร (ช่อง 5)
2541 อีแตน (ช่อง 3) รับบท เมี้ยน
2542 เขยลิเก (ช่อง 3) รับบท เปรี้ยว
2542 ชื่นชีวานาวี (ช่อง 3) รับบท เจียม
2542 รัก...สุดหัวใจ (ช่อง 3) รับบท เจ้าป้าประกายแก้ว
2542 ยอดยาหยี (ช่อง 3)
2542 เกมกามเทพ (ช่อง 3) รับบท ย่าผึ่ง
2542 ปัญญาชนก้นครัว (ช่อง 3) รับบท สมพิศ
2543 ดอกฟ้าทะโมนกับโจรกระจอก (ช่อง 3)
2543 รัตติกาลยอดรัก (ช่อง 3)
2543 เจ้าสัวน้อย (ช่อง 7) รับบท นมคิ้ม
2543 น้ำใสใจจริง (ช่อง 3)
2543 แม่นากพระโขนง (ช่อง 3) รับบท นางมา
2543 บุญรอด (ช่อง 3) รับบท ครูมวล
2543 ต้นร้ายปลายรัก (ช่อง 3)
2545 รอยไถ (ช่อง 7) รับบท ยายบัว
2545 สามวัยอลเวง (ช่อง 7) รับบท ปราณี
2545 แผลหัวใจ (ช่อง 3)
2545 เสื้อสีฝุ่น (ช่อง 3) รับบท จิต
2545 แม่ยายที่รัก (ช่อง 3)
2545 สวัสดีคุณนาย (ช่อง 3)
2545 สะใภ้จ้าว (ช่อง 3) รับบท คุณสร้อย ภักดีนฤนาถ
2545 จอมใจ จอมแก่น (ช่อง 3)
2545 ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง (ช่อง 3)
2546 บ้านนี้ผี(ไม่)ปอบ (ช่อง 3) รับบท ยายแฟง
2547 คู่กรรม (ช่อง 3)
2547 สะใภ้ภูธร (ช่อง 3)
2548 หลานสาวคุณยาย หลานชายคุณย่า (ช่อง 3)
2548 ปัญญาชนก้นครัว (ช่อง 3)
2548 คุณย่าดอตคอม (ช่อง 3) รับบท พรลาภ
2548 เพื่อนรัก (ช่อง 3) รับบท ป้าอ้น
2548 โสดสโมสร ตอน ถนนที่ไร้ปลายทาง (ช่อง 3) รับบท อาม้า
2548 บาปรักทะเลฝัน (ช่อง 3)
2548 สาทร - ดอนเจดีย์ (ช่อง 3)
2549 สะดุดรัก (ช่อง 3) รับบท คุณย่า
2549 สะใภ้พาร์ทไทม์ (ช่อง 3)
2549 เรือนรัก เรือนทาส (ช่อง 3)
2550 กลิ่นแก้วกลางใจ (ช่อง 3)
2553 วนิดา (ช่อง 3) รับบท นางทอง
2555 สาวน้อย (ช่อง 9) รับบท ผิน
2556 สุดสายป่าน (ช่อง 5) รับบท คุณสาย
2556 คู่กรรม (ช่อง 5) รับบท ยายเมี้ยน
2559 เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรีส์ (ช่องวัน 31)
2565 มงกุฎกรรม (ช่อง 8) รับบท กิม
2566 พระนคร 2410 (ช่องวัน 31) รับบท แถม
2567 สองทระนง (ช่อง 7HD) รับบท อาม่า
2569 ศักดินาวิทยาลัย (ช่องวัน 31) รับบท แม่ครูบุญผัน

ผลงานภาพยนตร์

2528 แก้วกลางดง
2528 ผู้ใหญ่ลีกับนางมา
2529 ขบวนการคนใช้
2529 ไปรษณีย์สื่อรัก
2529 แรงหึง (แรงเงา)
2529 วนาลี
2530 ปัญญาชนก้นครัว
2530 กว่าจะรู้เดียงสา
2530 หลังคาแดง
2536 สมศรี 422 R โปรแกรม B ปีนี้ 2 ขวบ
2541 วัยระเริง
2569 บัว

กำแพงรัก 2543




แม่เลี้ยงเรียมใจ เป็นแม่ของทองดี มีเงินและบารมีมาก เพราะเป็นเมียเจ้าพ่อ มีเบื้องหลังค้าอาวุธเถื่อน เป็นคู่แค้นคู่อาฆาตกับกำนันขวัญจิต แม่เลี้ยงจะหาทางเอาชนะกำนันในทุก ๆ เรื่อง ซึ่งกำนันเองก็ไม่ยอมแพ้แม่เลี้ยงเหมือนกัน สาเหตุเพราะมาจากการผิดใจกันในอดีต

นักแสดง
จารุณี สุขสวัสดิ์ เป็น แม่เลี้ยงเรียมใจ
ทูน หิรัญทรัพย์ เป็น กำนันขวัญจิต
เรืองศักด์ ลอยชูศักดิ์ เป็น ธม
สุทธิดา เกษมสันต์ เป็น ลำดวน
กำกับการแสดง ฉัตรชัย นาคสุริยะ
ออกอากาศ ช่อง 3
ปี 2543

ศพ 5 ปี


ศพ 5 ปี

เรื่องย่อ

เรื่องย่อประจำฉบับ

เมื่อกลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนจอมกวนเมือง นำทีมโดย "แยงกี้" (รับบทโดย โก้ นฤเบศร์ จินปิ่นเพ็ชร) และผองเพื่อนสุดซ่าที่วัน ๆ หาแต่เรื่องปวดหัวและใช้ชีวิตสนุกสนานไปวัน ๆ ต้องมาเจอกับบทเรียนชีวิตครั้งใหญ่ เมื่ออาจารย์หนุ่มคนใหม่ผู้จริงจังอย่าง "อาจารย์นิก" ก้าวเข้ามาขัดเกลาพฤติกรรม แถมยังมีเรื่องของหัวใจเข้ามาเอี่ยว เมื่อ "นินี่" (รับบทโดย นัท มีเรีย ในวัยใส) สาวสวยน่ารักประจำกลุ่ม ดึงดูดความสนใจจนเกิดเป็นเรื่องราวความรัก วัยวุ่น และมิตรภาพระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง

เรื่องราวเริ่มบานปลายและทวีความป่วนขึ้น เมื่อความขัดแย้งของแก๊งวัยรุ่นปะทุผ่านทั้งสนามฟุตบอล ดนตรี และการประลองฝีไม้ลายมือ แต่ทริปท่องเที่ยวปิดเทอม ณ บ้านพักตากอากาศเก่าแก่ติดทะเลของครอบครัว ที่ทุกคนหวังจะไปพักผ่อนและกระชับความสัมพันธ์ (รวมถึงเป็นกามเทพให้อาจารย์หนุ่มสาว) กลับเปลี่ยนจากทริปสุดชิลล์ให้กลายเป็นสถานการณ์ "ลองดี" สุดระทึกขวัญ! เมื่อบรรยากาศวังเวงรอบบ้านเริ่มทำพิษ พร้อมกับการปรากฏตัวของสิ่งลี้ลับและเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำเอาแก๊งโจ๋สุดซ่าต้องขวัญกระเจิง วิ่งหนีกันป่าราบ!

แก๊งวัยรุ่นสุดกวนจะเอาตัวรอดจากค่ำคืนสุดหลอนนี้ได้หรือไม่? แยงกี้จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อชนะใจนินี่ได้ไหม? และความสัมพันธ์ของพวกเขาจะลงเอยอย่างไร?

เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วไปร่วมย้อนวันวาน ยิ้มรับความสดใสของ โก้ นฤเบศร์ และ นัท มีเรีย ในวัยแรกแย้ม พร้อมเสียงหัวเราะลั่นบ้านกับภาพยนตร์ไทยคลาสสิกเรื่องนี้เต็มเรื่องได้เลย!

อยากให้รีวิวสไตล์การแต่งตัวและแฟชั่นยุค 90s จากหนังเรื่องนี้ไหมครับ?

บันทึกรักหน้าเหลือง ตอน บทเรียนรักด้วยชีวิต

 

จารุณี สุขสวัสดิ์ ภาณุเดช วัฒนสุชาติ

บันทึกรักหน้าเหลือง ตอน บทเรียนรักด้วยชีวิต
เป็นมินิซีรีส์/ละครสั้นที่ออกอากาศทางช่อง 3

นักแสดง

    จารุณี สุขสวัสดิ์ เป็น วิภาวี / นุช
    ภาณุเดช วัฒนสุชาติ เป็น ดำรง
    พิไลวรรณ ประสบศาสตร์ เป็น แม่ของวิภาวี

    ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
    ออกอากาศ ช่อง 3 พ.ศ. 2539

เรื่องย่อ

วิภาวีและดำรงแต่งงานและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ดำรงเป็นสามีที่ดี รักลูกและภรรยา และวาดอนาคตไว้ร่วมกันอย่างสวยงาม จนวันหนึ่งเพื่อนของดำรงชวนไปเที่ยวคาเฟ่ ทำให้เขาเริ่มติดการเที่ยวกลางคืน เที่ยวผู้หญิง กลับบ้านผิดเวลา วิภาวีพูดเตือนสติจนดำรงกลับมาเป็นสามีที่ดีเตามเดิม แต่แล้วเขากลับเริ่มป่วย ดำรงแอบไปตรวจและได้รู้ว่าตัวเองเป็นเอดส์ เขาไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ใครๆ รู้เลยแม้แต่วิภาวี ดำรงคิดหนักจนเสียสติ วิภาวีเสียใจมาก จนอาการของดำรงหนักจนเข้าโรงพยาบาลโรคจิต วิภาวีสงสัยในสาเหตุ โรงพยาบาลแนะนำให้ตรวจเลือด วิภาวีถึงรู้ และรู้ว่าตัวเองก็ติดเชื้อไปด้วย ส่วนลูกชายไม่ติด วิภาวีเสียใจและเป็นห่วงลูกมาก เพราะตัวเองก็มีเพียงแม่ที่อายุมากแล้วคนเดียว เมื่อเพื่อนร่วมงานของวิภาวีรู้ว่าวิภาวีเป็นเอดส์ ก็แสดงท่าทีรังเกียจ แต่ยังมีหัวหน้าที่เข้าใจ ช่วยเหลือและให้กำลังใจตลอดเวลา ในที่สุดดำรงก็เสียชีวิตลง วิภาวีต้องต่อสู้ชีวิตต่อไปเพื่อลูก ตราบเท่าที่เวลาของตัวเองยังเหลืออยู่

บ้านบุษบาบัณ

บุษบา เข้ามาในบ้านบุษบาบัณ ซึ่งเป็นบ้านของแม่ตัวเองที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อมาถึงก็พบกับบรรยากาศแปลกๆ ด้วยอำนาจที่ครอบงำของ มรกต เป็นผู้ที่มีอำนาจลึกลับ มีน้าสาวแท้ๆ คือบุษราคัม ที่เป็นใบ้ และเดินไม่ได้ ที่มีศุภมิตร คอยดูแลอยู่ เดชดำรงค์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของมรกต ก็ได้เข้ามา และช่วยบุษบาสืบค้นความลับของบ้านหลังนี้ด้วย
 
นักแสดง บ้านบุษบาบัณ
ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ เป็น บุษบา
สาริน บางยี่ขัน
ชไมพร จตุรภุช เป็น มรกต
จารุณี สุขสวัสดิ์ เป็น บุษราคัม
ทองขาว ภัทรโชติชัย เป็น ศุภมิตร
อังคณา ทิมดี 

บทประพันธ์  น้ำอบ

บทละคร แรงเงา

กำกับการแสดง อดุลย์ บุญบุตร

กันตนาโปรดักชั่น

ออกอากาศ ช่อง 7  ปี พ.ศ. 2540



บุษราคัม คาแรคเตอร์

บุษราคัมเป็นคนใจดี เป็นน้าสาวแท้ ๆ ของบุษบา มีคนสนิทคือ ศุภมิตร บุษราคัมเมื่อรู้ตัวว่าตกอยู่ในอันตรายจากมรกต ก็ฉลาดพอที่จะเอาตัวรอด เพราะรู้ว่าไม่สามารถต่อสู้กับอำนาจลึกลับได้ จึงแกล้งทำเป็นใบ้ เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนที่จ้องทำร้ายคิดว่าบุษราคัมไม่มีพิษสงแล้ว เป็นคนที่กุมความลับของบ้านบุษบาบัณไว้ รวมทั้งคอยสนับสนุนบุษบา และเดชดำรงค์ด้วย

จระเข้

 

จระเข้ โปสเตอร์หนังไทย


ภาพยนตร์เรื่อง จระเข้

นำแสดงโดย นาท มานพ, บินเถียนหมี ,แอเจลล่า

กำกับโดย สมโพธิ แสงเดือนฉาย

รีวิว

น่าดีใจจริงๆที่มีการนำภาพยนต์เรื่องนี้มาทำในรูป VCD จำได้ว่าเคยดูที่เฉลิมไทยในสมัยที่ JAW ของสปีลเบิร์ก กำลังดัง หน้าโรงมี จระเข้ อ้าปากด้วย เป็นภาพยนต์ แอ็คชั่นฝีมือคนไทยที่น่าตื่นตาสตื่นใจ ถึงแม้จะดูอีกทีก่อนจะมาเขียนก็ยังรู้สึกสนุกจริงๆ โดยเฉพาะฉากบุกตลาดน้ำดำเนินสะดวก น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ ภาพยนต์ไทยคุณภาพดี ที่น่าเก็บไว้ในหิ้งของคุณ

ไกรทอง 2

โปสเตอร์หนัง ไกรทอง 2


ภาพยนตร์เรื่อง ไกรทอง 2

นำแสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี ,สมบัติ เมทะนี ,อำภา ภูษิต, สุพรรษา เนื่องภิรมย์, อรัญญา งามวงศ์

กำกับโดย สมโพธิ แสงเดือนฉาย

เรื่องย่อ:

ภาคต่อที่ยังเข้มข้นด้วยเทคนิคพิเศษ ฝีมือสมโพธิ แสงเดือนฉาย เต็มไปด้วยความระทึกตื่นเต้นที่ยังคงความ คลาสสิคอยู่เสมอ ไกรทองเกิดคิดถึงวิมาลา จระเข้สาวภรรยาชาละวัน จึงออกอุบายหลอกตะเภาแก้ว ตะเภาทอง ลงไปหาวิมาลาและพาจัวกลับมาไว้หลังบ้าน แต่ความเกิดแตก วิมาลาถูกตบตีจาต้อง แปลงกายเป็นจระเข้หนีลง มาใต้บาดาล ด้วยแรงแค้นจึงคบกับไอ้เคี่ยมมาแก้แค้นตะเภาแก้ว ตะเภาทอง แต่กลับเป็นภัยกับตัวเองแทน โดยไอ้เคี่ยมหวังได้วิมาลา เป็นภรรยา ไกรทองจึงต้องจุดเทียนระเบิดน้ำลงมาช่วย พบฉากการต้อสู้เร้าใจ เต้มไปด้วยเทคนิคพิเศษชั้นเยี่ยมที่ยังคงน่าดูตราบจนปัจจุบัน...

ขุนช้างขุนแผน ตอนปราบ จระเข้เถนขวาด

โปสเตอร์หนัง ขุนช้างขุนแผน ตอนปราบ จระเข้เถนขวาด
จระเข้เถนขวาด (2525)

ภาพยนตร์ที่สร้างจากตำนานพื้นบ้าน ” ขุนช้าง ขุนแผน ” ที่เล่าลือถึงน้ำมันมหาเสน่ห์ ของจรเข้เถรขวาดซึ่งเป็น จรเข้แปลงกาย เถรขวาดผู้คงแก่เรียนในวิชาอาคมสามารถเสกคาถาแปลงกายได้ ทำน้ำมันมหาเสน่ห์ให้คนหลงไหล จนเป็นที่ต้องการของคนมากมาย พฃลายงามซึ่งมีเมียอยู่แล้ว คือ นางศรีมาลา ได้รับบัญชาให้ออกรบทางเหนือ และมีชัยชนะกลับมา พระพรรษาจึงยกนางสร้อยฟ้าให้เป็นเมียอีกคนของหมื่นไวย หรือพลายงาม แต่ด้วยความน้อยใจ ที่เห็นหมื่นไวยไม่รักตนเท่ากับนาง ศรีมาลา จึงไปให้เถรขวาดทำยามหาเสน่ห์ให้ เพื่อให้ผัวหลง จนเป็นเหตุบานปลาย ขุนแผนอาสาปราบลาผี จระเข้เถรขวาดจึงแปลงเป็นจระเข้ ไล่กัดผู้คนในเมืองหลวง พลายชุมพลต้องออกแรงปราบอย่างสุดฤทธิ์ พบเทคนิคพิเศษจากหนึ่งในตำนานภาพยนค์ไทย

ภาพยนตร์เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน จระเข้เถนขวาด

นำแสดงโดย สมบัติ มทะนี ,ทูล หิรัญทรัพย์ ,เนาวรัตน์ ยุกตนันท์ ,ดวงชีวัน ดกมลเสน

กำกับโดย สมโพธิ แสงเดือนฉาย


ข้อความบนใบปิดภาพยนตร์

ไชโยภาพยนตร์ เสนอ
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนปราบ
จระเข้เถนขวาด


สมบัติ เมทะนี เป็น ขุนแผน
ทูน หิรัญทรัพย์ เป็น พระไวย
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ เป็น ศรีมาลา
ดวงชีวัน โกมลเสน เป็น สร้อยฟ้า
สีเทา เป็น จระเข้เถนขวาด
ธนิต พงษ์มนูญ เป็น พลายชุมพล
ส. อาสนจินดา เป็น พระพันวษา
ด.ช.สามารถ เป็น จระเข้เณรจิ๋ว
เนรมิต กำกับการแสดง
สมโพธิ แสงเดือนฉาย กำกับเทคนิค
ชูรัตน์ แสงเดือนฉาย สร้างฉาก
ขุนแผน พลายชุมพล ปราบ 2 จระเข้คาถาอาคม เถนขวาด, เณรจิ๋ว

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com