ข้ามาจากแม่น้ำแคว

 

ข้ามาจากแม่น้ำแคว

ภาพยนตร์ไทยเรื่อง "ข้ามาจากแม่น้ำแคว" หรือชื่อสากล Tiger from River Kwai (พ.ศ. 2517) ผลงานร่วมทุนสร้างระหว่าง มงคลฟิล์ม และ แยงซีภาพยนตร์แห่งฮ่องกง ถ่ายทำในประเทศอิตาลี นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล ประกบดาราคาวบอยตะวันตก ยอด อีสท์แมน, กอร์ดอน มิทเชลล์ และ กฤษณะ อำนวยพร 

เรื่องย่อ

บุรุษหนุ่มชาวไทยรูปร่างกำยำองอาจ เดินทางรอนแรมบนหลังม้าข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่ดินแดนอิตาลี เขาไม่ได้พกพาอาวุธปืนเหมือนคาวบอยหรือมือปืนคนอื่น ๆ แต่มีเพียงแม่ไม้มวยไทยสายเลือดนายขนมต้มติดตัวเป็นอาวุธคู่กาย ทำให้ผู้คนท้องถิ่นต่างพากันแปลกใจและสบประมาทว่าเขาช่างกล้าหาญปนประมาทที่คิดจะเอาชีวิตรอดในแดนดงปืนด้วยมือเปล่า ทว่าเขาก็ยืนยันหนักแน่นว่า ปืนเป็นอาวุธของคนขลาด แต่แขนขาและวิชามวยไทยที่ครูบาอาจารย์ประสิทธิ์ประสาทมาต่างหากคืออาวุธที่แท้จริง

ขณะที่เขาแวะพักในโรงเหล้าท้องถิ่น จังโก้ นักเลงอันธพาลรูปร่างใหญ่โตประจำถิ่นได้เข้ามาหาเรื่องและถ่มน้ำลายใส่หน้าอย่างดูถูก หนุ่มไทยจึงสั่งสอนด้วยเพลงเตะก้านคอจนจังโก้สลบเหมือดคาโต๊ะเพียงพริบตา สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกคนในร้าน เมื่อถูกซักถามถึงที่มา เขาจึงประกาศนามให้เรียกขานว่า "ไทเกอร์ ฟรอม ริเวอร์แคว" หรือหนุ่มไทยจากลุ่มแม่น้ำแคว พร้อมเปิดเผยภารกิจสำคัญว่า เขาเดินทางมาอิตาลีเพื่อนำสิ่งของมีค่า นั่นคืออัญมณีล้ำค่า มาส่งมอบให้แก่ครอบครัวและทายาทของ ริชาร์ด ชายชาวต่างชาติที่เคยเดินทางไปยังประเทศไทย ตามคำบัญชาของพระอาจารย์ที่เคารพนับถือ

ในการตามหาทายาทของตระกูลริชาร์ด ไทเกอร์ต้องเผชิญหน้ากับเหล่ามิจฉาชีพและกองโจรท้องถิ่นที่หมายจะแย่งชิงเพชรล้ำค่า รวมถึงพ่อเฒ่าเจ้าของโรงเหล้าที่พยายามหลอกล่อให้เขาทิ้งของมีค่าไว้ แต่ไทเกอร์รู้ทันจึงออกเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคเพียงลำพัง ท่ามกลางดงกระสุนและคมมีดของศัตรู เขาใช้ชั้นเชิงมวยไทย ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก เข้าหักเหลี่ยมและล้มเหล่าวายร้ายได้อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้เขายังได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมทางชาวเอเชียที่ถูกรังแก จนสามารถฝ่าฟันอันตรายและเอาชนะกลุ่มโจรติดอาวุธ ส่งมอบของมีค่าให้แก่ทายาทตัวจริงได้สำเร็จตามสัญญา กู้ศักดิ์ศรีและความเกรียงไกรของศิลปะการต่อสู้มวยไทยบนแผ่นดินตะวันตกได้อย่างงดงาม

ข้อความบนใบปิด

ข้ามาจากแม่น้ำแคว (2517) (แนวนอน)

มงคลฟิล์ม

เปิดศักราชความยิ่งใหญ่

ทุ่มทุนสร้างที่ต่างประเทศ

แกร่งกล้า บ้าบิ่น ยิ่งกว่าหินหรือเพชร

คนรอบตัว ข้าไม่เคยกลัวใครในหล้า

เพราะว่า

ข้ามาจากแม่น้ำแคว

กรุง ศรีวิไล ยอร์ช อิสต์แมน กอร์ดอน มิทเชลล์

กังหวนหลง กฤษณะ อำนวยพร

สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ อำนวยการสร้าง

มงคลฟิล์ม จัดจำหน่ายทั่วโลก

แม่งู

 

แม่งู

"แม่งู" (พ.ศ. 2515) อำนวยการสร้างโดย เจริญ พูลวรลักษณ์ และกำกับการแสดงโดย เนรมิต นำแสดงโดย ไชยา สุริยัน, อรัญญา นามวงศ์, เมตตา รุ่งรัตน์ และ ปริม ประภาพร 

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ โฉม และ บัวลอย ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอด ได้พากันหนีการตามล่าของกลุ่มคนร้ายเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำแม่งูอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยบัวลอยเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูก โฉมจึงออกไปหาน้ำมาช่วย แต่เมื่อกลับมาก็ไม่พบบัวลอยเสียแล้ว โฉมถูกฝูงงูไล่ต้อนจนต้องหนีเตลิดออกไปและตามหาภรรยาต่อไปอย่างไม่ละความพยายาม โดยหารู้ไม่ว่างูเจ้าแม่แห่งถ้ำศักดิ์สิทธิ์ได้นำตัวบัวลอยเข้าไปดูแลภายในถ้ำ บัวลอยคลอดลูกสาวออกมาแล้วสิ้นใจลง เจ้าแม่จึงเกิดความเมตตารักใคร่และชุบเลี้ยงทารกหญิงนั้นไว้ประหนึ่งลูกในไส้ พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า เห่าฟ้า เมื่อเวลาล่วงเลยไป 20 ปี ในงานฉลองวันเกิดครบยี่สิบปีของเห่าฟ้า เจ้าแม่ได้ถ่ายทอดอำนาจแต่งตั้งให้เห่าฟ้ารับหน้าที่ดูแลถ้ำและเหล่าบริวารงูแทนตนเอง

ในเวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ พีระ ได้ขอร้องให้ พุดชง เพื่อนสนิท ร่วมเดินทางไปสำรวจแนวป่าเพื่อสร้างทางสายแม่สอด โดยมี โฉม พรานป่าผู้ชำนาญทางร่วมคณะนำทางไปด้วย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แก๊งค้ามนุษย์วางแผนออกตระเวนลักพาตัวหญิงสาวแถบภาคเหนือ พวกคนร้ายเดินทางมาดักซุ่มที่น้ำตกแถบเขาแม่งูและได้พบกับเห่าฟ้าและเหล่าบริวารสาวที่กำลังเล่นน้ำอยู่ จึงกรูกันเข้าไปหวังจะฉุดคร่า พุดชงและพีระที่บังเอิญมาเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยต่อสู้จนกลุ่มคนร้ายต้องล่าถอยไป เหตุการณ์นี้สร้างความประทับใจให้แก่เห่าฟ้าและเพื่อนสนิทอย่าง เห่าดง เป็นอย่างมาก ในคืนนั้น เห่าฟ้าและเห่าดงได้แอบหนีออกจากถ้ำมาหาพุดชงและพีระที่แคมป์พักแรมเพื่อขอบคุณและสานสายสัมพันธ์ความรัก แต่เมื่อกลับถึงถ้ำ เจ้าแม่ล่วงรู้ความจริงจึงสั่งลงโทษโบยเห่าดงจนสลบด้วยความโกรธ

วันรุ่งขึ้น พุดชงและพีระออกตามหา จ๋อง ลูกหาบที่พลัดหลงจนหลงเข้าไปในถ้ำแม่งู ทั้งสองถูกฝูงงูจับตัวไปขังไว้เพื่อเตรียมบูชายัญ แต่เห่าฟ้าและเห่าดงแอบเข้าไปช่วยแก้เชือกพาหลบหนีออกมาได้ทัน ในคืนนั้นพุดชงได้สารภาพรักและร่ำลาเห่าฟ้าเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ ทางด้านแก๊งค้ามนุษย์ที่ยังผูกใจเจ็บได้รวบรวมหมองูและพรรคพวกพร้อมอาวุธบุกเข้าถล่มถ้ำแม่งูอย่างดุเดือด เกิดการเข่นฆ่าสังหารฝูงงูและยิงเจ้าแม่จนสิ้นชีพ เห่าฟ้าและเห่าดงร้องไห้เสียใจอย่างยิ่ง แต่พุดชงพร้อมคณะลูกหาบก็ย้อนกลับมาช่วยพาเห่าฟ้าและเห่าดงหนีเข้ากรุงเทพฯ ได้สำเร็จ เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ เห่าดงล่วงรู้ว่าพีระมีคู่หมั้นอยู่แล้วจึงเกิดความน้อยใจและเสียสละแปลงกายเป็นงูเลื้อยหนีกลับสู่ป่าเขา

ต่อมาพุดชงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกทลายรังใหญ่ของแก๊งค้ามนุษย์และจับกุมคนร้ายได้จนหมดสิ้น เห่าฟ้าจึงขอร้องให้พุดชงและทุกคนร่วมกันออกตามหาเห่าดงกลับมา จนกระทั่งพบเห่าดงซ่อนตัวร้องไห้อยู่ในถ้ำ และในเหตุการณ์ช่วงนั้นเอง โฉมก็ได้พบหลักฐานยืนยันความจริงว่าเห่าฟ้าคือลูกสาวแท้ ๆ ของตนที่พลัดพรากไปตั้งแต่แรกเกิด การพบกันของพ่อลูกนำพาความปีติยินดีมาสู่ทุกคน โฉมจึงจัดงานแต่งงานให้เห่าฟ้ากับพุดชงครองรักกันอย่างมีความสุขในที่สุด

ข้อความบนใบปิด

แม่งู (2515)
สนั่นศิลป์ภาพยนตร์
นำความแปลกใหม่มาสู่วงการภาพยนตร์ไทย
ด้วยระบบ 35 ม.ม.
ซีเนมาสโคป สี เสียงในฟิล์ม
ทุ่มทุนสร้างกว่า 3 ล้านบาท
เพื่อเกียรติประวัติในผลงานมาตรฐานโลก
ฟัง 6 เพลงเอก
แม่งู
ขอสร้างความระทึกใจให้แก่ท่าน
ด้วยบทบาท..ของ..
ไชยา สุริยัน อรัญญา นามวงษ์
ตื่นเต้น เซ็กซี่ รักหวานชื่น
ด้วยผู้แสดงชั้นหนึ่ง
เมตตา รุ่งรัตน์, อรสา อิศรางกูร, ปริม ประภาพร,
อภิญญา วีระขจร, ศรีสละ ทองธารา, รุจน์ รณภพ,
อนุชา รัตนมาลย์, ไกร ครรชิต, สุวิน สว่างรัตน์,
สุรชาติ ไตรโภค, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง, รุ่ง, ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร,
สีเทา, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ล้อต๊อก, สมพงษ์ พงษ์มิตร
ขอแนะนำดาวรุ่งดวงใหม่
ศศิมา สิงห์ศิริ, ภูมิ พัฒนายุทธ, หนึ่งนุช พุทธพร
สนั่น จรัสศิลป์ กำกับการแสดง
สานิตย์ รุจิรัตน์ตระกูล ถ่ายภาพ
เจริญ พูนวรลักษณ์ อำนวยการสร้าง
ร่วมใจฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
#ThaiMoviePosters ดูน้อยลง

มือปราบปืนทอง

 

มือปราบปืนทอง


"มือปราบปืนทอง" (พ.ศ. 2521) ผลงานการกำกับโดย เสนอ คราประยูร นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, นัยนา ชีวานันท์, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, ลักษมี เพ็ญแสงเดือน, มานพ อัศวเทพ และ เรวดี ปัตตะพงษ์ 

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของ เสือเก่ง และเหล่านักโทษร่วมชะตากรรม รวมทั้งสิ้น 8 คน ที่วางแผนแหกคุกเพื่อออกไปทวงคืนทองคำแท่งมูลค่ามหาศาลที่พวกตนเคยปล้นแล้วนำไปฝังซ่อนไว้ในป่าลึก ก่อนที่จะถูก กำนันเทศน์ จับกุมตัวเข้าคุกเมื่อหลายปีก่อน การแหกคุกครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลือเรื่องอาวุธและแพลำเลียงจากผู้ใหญ่ทิมผู้หวังส่วนแบ่งในทองคำ แต่ในคืนหลบหนีเกิดการปะทะกับผู้คุมเรือนจำ ทำให้ผู้ใหญ่ทิมและนักโทษบางส่วนถูกยิงเสียชีวิต เหลือเพียงเสือเก่งและพรรคพวกที่รอดมาได้

ด้วยความเคียดแค้นที่ฝังลึกต่อกำนันเทศน์ ทั้งเรื่องถูกจับกุมและเรื่องที่ เรณู อดีตคนรักของเสือเก่ง ได้ตกเป็นภรรยาของกำนันเทศน์จนมีลูกด้วยกัน เสือเก่งจึงตัดสินใจบุกไปยังบ้านของกำนันก่อนจะเดินทางไปเอาทอง เมื่อไปถึงกลับพบเพียงเรณู ลูกชาย และ มะลิ เสือเก่งจึงลงมือข่มขืนเรณูเพื่อระบายแค้นพร้อมสังหารลูกชายอย่างโหดเหี้ยม เมื่อกำนันเทศน์กลับมาถึงก็ถูกซ้อมปางตายและมัดแขวนไว้กับขื่อบ้าน ก่อนที่พวกเสือเก่งจะฉุดตัวมะลิไปเป็นตัวประกัน ต่อมากำนันเทศน์ได้รับการช่วยเหลือจากผู้คุมและกิตติ เมื่ออาการบาดเจ็บทุเลาลง กำนันเทศน์จึงนำกำลังออกไล่ล่าเพื่อล้างแค้นทันที

การเดินทางของฝ่ายเสือเก่งเป็นไปอย่างยากลำบากและถูกตามล่าจนเกิดการยิงปะทะกันหลายครั้ง ทำให้มีคนบาดเจ็บและล้มตายไปหลายคน เมื่อข้ามคุ้งน้ำหนีไปได้ พวกเสือเก่งจึงกบดานที่ถ้ำแห่งหนึ่งและไปลักพาตัว หมอกานดา มารักษาบาดแผล ต่อมามีกองกำลังทหารป่าลาดตระเวนผ่านมา พวกเสือเก่งจึงซุ่มโจมตีสังหารทหารป่าจนหมดและนำเครื่องแบบมาสวมใส่เพื่ออำพรางตัว แต่เมื่อเดินทางไปถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงแถบชายแดนไทย-พม่า กลับถูก มะขิ่นหม่อง หัวหน้าหมู่บ้านสั่งจับกุมและตรึงไม้กางเขนทรมาน เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นทหารป่าที่เคยเข้ามารุกรานชาวบ้าน เสือเก่งจึงต้องสารภาพว่าต้องการเข้ามาขุดทองที่ฝังไว้เท่านั้น หัวหน้าหมู่บ้านจึงยื่นคำขาดว่าจะยอมปล่อยตัวก็ต่อเมื่อพบทองคำจริง

เมื่อขุดพบทองคำและแบ่งปันให้ชาวบ้านจนพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ทหารป่า ทั้งหมดจึงได้รับการเลี้ยงส่ง ทว่าก่อนที่กลุ่มเสือเก่งจะเดินทางพ้นเขตหมู่บ้าน กำนันเทศน์และทีมผู้คุมก็ไล่ตามมาทันจนเกิดการดวลปืนและยิงปะทะกันอย่างดุเดือด ในที่สุดเสือเก่งและพรรคพวกก็ถูกกำนันเทศน์เด็ดชีพจนหมดสิ้น แต่โศกนาฏกรรมกลับไม่สิ้นสุดลงแค่นั้น เมื่อมะลิตัวประกันเคราะห์ร้ายถูกกระสุนลูกหลงเสียชีวิตไปด้วย นำความสูญเสียและเสียใจมาสู่กำนันเทศน์อย่างถึงที่สุด

ลูกทาส

 

ลูกทาส
เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปลายรัชกาลที่ 5 ณ บ้านของพระยาไชยากร ได้มีการลงทัณฑ์เจ้าก้าน ทาสผู้ถูกกล่าวหาว่าพยายามหลบหนีไปสู่ความเป็นไท แม้ว่าคุณหญิงภรรยาของพระยาไชยากรและคุณน้ำทิพย์จะพยายามห้ามปรามและชี้แจงว่าเจ้าก้านเพียงขอพักรักษาตัวจากอาการป่วยเป็นฝีในท้อง แต่ก็ไม่ทันการณ์ เจ้าก้านถูกโบยจนทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนสิ้นใจเจ้าก้านได้สั่งเสียกับไอ้แก้ว ลูกชายเพียงคนเดียวว่า น้ำตาของทาสไม่มีค่า จงเก็บมันไว้ให้เป็นสายเลือดที่จะนำมาแลกกับความเป็นไท การจากไปของพ่อทำให้ไอ้แก้วเหลือเพียงนางกิ่งผู้เป็นแม่ที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ

เมื่อไอ้แก้วเติบโตขึ้นเป็นหนุ่ม ท่ามกลางการสูญเสียคุณหญิงผู้มีเมตตา คุณน้ำทิพย์ได้เจริญวัยเป็นสาวงามผู้มีจิตใจการุณย์ต่างจากบิดาอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกัน ไอ้แก้วมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อปลดปล่อยทาสทุกคนให้เป็นไท โดยเลือกใช้วิถีแห่งปัญญาด้วยการแอบว่ายน้ำข้ามฟากไปเรียนหนังสือกับพระนิติธรรมเดชา ผู้พิพากษาเมืองนนทบุรี ณ เรือนแพฝั่งตรงข้าม จนสามารถอ่านออกเขียนได้และคัดคำพิพากษาแทนได้ แม้ว่าบ้านพระยาไชยากรจะมีกฎเหล็กห้ามทาสเรียนหนังสืออย่างเด็ดขาดก็ตาม

ต่อมาเมื่อนางกิ่งบังเอิญไปพบพระราชกำหนดการเลิกทาสและนำความไปบอกต่อ แต่เรื่องกลับล่วงรู้ไปถึงไอ้มี หัวหน้าทาส จึงถูกนำความไปฟ้องคุณมาโนช หลานชายของพระยาไชยากร ส่งผลให้นางกิ่งถูกเฆี่ยนปางตาย ความเจ็บแค้นทำให้แก้วยิ่งมุมานะเรียนหนังสือ แต่สุดท้ายก็ถูกไอ้มีจับได้และถูกนำไปขังคุกทาส อีเจิม ทาสสาวเพื่อนวัยเด็กผู้มีความรักและภักดีต่อไอ้แก้ว ได้ยอมเสียสละตนเองเข้าช่วยเหลือแก้ว และเกิดการต่อสู้จนพลั้งมือแทงไอ้มีตาย ก่อนจะพากันหลบหนีไปกบดาน

ไอ้แก้วได้บวชเป็นพระเพื่อล้างบาป ส่วนอีเจิมเมื่อรู้ข่าวว่าทางการปิดประกาศจับพระแก้วในคดีฆ่าไอ้มี จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวเพื่อรับผิดแต่เพียงผู้เดียวไม่ให้พระแก้วต้องมัวหมอง ต่อมาพระแก้วได้รับการปลดปล่อยให้พ้นจากการเป็นทาสตามพระราชบัญญัติเลิกทาส และได้กลับมาดูใจนางกิ่งก่อนที่แม่จะสิ้นลม แต่ความแค้นของพระยาไชยากรและคุณมาโนชยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากคุณน้ำทิพย์ปฏิเสธการแต่งงานกับคุณมาโนชเพราะมีใจให้แก้ว ทั้งสองจึงส่งคนไปลอบสังหารพระแก้วที่กุฏิ แต่ไอ้คอก คนสนิท กลับเคราะห์ร้ายออกมารับเคราะห์ถูกแทงตายแทน ซ้ำร้ายเมื่อพระแก้วหนีไปหาที่พึ่งยังเรือนแพ ก็พบว่าคุณกัลยา น้องสาวของพระนิติธรรม ได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลงอีกคน การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปทีละคน ทำให้เหลือเพียงคุณน้ำทิพย์ที่เป็นดั่งความหวังและกำลังใจสำคัญ ในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อไป

รักริษยา 2500

รักริษยา

เรื่องย่อ

นายกําธร คหบดีม่ายผู้มั่งคั่ง มีลูกสาวชื่อ ปัทมา และมีลูกเลี้ยงผู้ชายหนึ่งคนชื่อ เชษฐ์ ชัชวาล ได้ส่งเสียเรียนสําเร็จเป็นนายแพทย์ประจําโรงพยาบาล ปัทมาแอบมีความรักซ่อนในใจกับพี่ชายอย่างเงียบๆ โดยฝ่ายพี่ชายกลับมีความรักต่อปัทมาอย่างน้องสาว

วันหนึ่งเชษฐ์กับปัทมาได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านของเพื่อนสาวคนหนึ่ง เชษฐ์ได้รับความสนใจจากสาวๆ เป็นพิเศษ ออกไปเต้นรํากับคนโน้นทีคนนั้นที ทําให้ปัทมาเกิดความหึงหวงและไม่พอใจ ระหว่างนั่งรถกลับบ้านปัทมาได้ต่อว่า เชษฐ์ทําตัวเหมือนเห็นตนไม่มีความหมาย ในวันครบรอบวันเกิดของนายกําธร เขาได้พาสุภาพสตรีคนหนึ่งกับลูกสาวของเธอเข้ามาแนะนําให้ปัทมารู้จักชื่อ คุณนายสมร และ มนต์จันทร์ และรับเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกับตน ปัทมาไม่พอใจ แต่เพื่อเห็นแก่ความสุขของพ่อ ปัทมาจึงจําต้องหวานอมขมกลืน นายกําธรซึ่งรู้ใจลูกสาวของตนเองดี จึงหาทางที่จะพาครอบครัวไปพักผ่อนตากอากาศ ชายทะเลพัทยา เผื่อว่าทุกคนจะเข้ากันได้

ณ บ้านพักชายหาดพัทยา ทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างเชษฐ์และมนต์จันทร์เกิดเป็นความรักขึ้น ปัทมาจึงคิดหาทางแกล้งมนต์จันทร์ โดยการขับสกีเฉียดให้มนต์จันทร์ตกน้ำ การกลั่นแกล้งครั้งนั้นทําให้ทุกคนไม่พอใจปัทมาแม้แต่เชษฐ์เอง โดยปล่อยให้เรือที่ลากสกีปัทมาทิ้งกลางทะเล จังหวะเดียวกับ ฤทธิ์ เจ้าของไนท์คลับมีชื่อในกรุงเทพฯ ได้เข้าไปช่วย และนําปัทมามาส่งยังที่พักชายทะเล เลยทําให้ทั้งสองได้รู้จักกัน ฤทธิ์ ซึ่งเป็นเสือผู้หญิงและยิ่งรู้ว่า ปัทมาเป็นลูกใคร มีความร่ำรวยขนาดไหน จึงพยายามคิดหาทางเผด็จสวาทด้วยการมอมเหล้า กระทั่งวันหนึ่งปัทมาก็พลาดเสียความสาวให้เขาจนได้ การเที่ยวประชดชีวิตตนเองของปัทมาทําให้ทุกคนภายในบ้านเป็นห่วงมาก แต่ปัทมากลับเข้าใจว่า ไม่มีใครรักเธอและสนใจห่วงใยเธอเหมือนกับนายฤทธิ์ จึงได้หนีไปอยู่กับฤทธิ์อย่างสามีภรรยา นายกําธรผู้เป็นพ่อและเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว เสียใจและล้มป่วยกระทั่งสิ้นใจ

เมื่อหนีมาอยู่กับฤทธิ์ นานเข้าปัทมาก็รู้ฤทธิ์ของคนที่เธอรักว่ามีเบื้องหลังไม่ดี มีภรรยาหลายคน รวมทั้งนักร้องซึ่งร้องอยู่ในบาร์ของฤทธิ์ชื่อ ไสลวรรณ ปัทมาจับได้เพราะฤทธิ์ขโมยแหวนเพชรของเธอไปให้ ฤทธิ์ต่อว่าปัทมาที่พ่อตายทั้งทีไม่มีมรดกอะไรทิ้งให้บ้างเลย ระหว่างทะเลาะกันลูกค้ารายใหญ่ก็ได้โทรศัพท์ให้ฤทธิ์ไปขนเฮโรอีนซึ่งเป็นอาชีพหลักที่เขาใช้การทําไนท์คลับบังหน้า และถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจดักจับ ฤทธิ์หนีรอดกลับมาได้ ปัทมาแอบเห็นพฤติการณ์ชั่วของฤทธิ์ จึงหยิบปืนในกระเป๋าของฤทธิ์มาขู่ให้มอบตัวกับตํารวจ ฤทธิ์โดดเข้าแย่งปืนทําให้ปืนลั่นถูกปัทมา

เชษฐ์ได้พยายามปลอบใจให้ปัทมากลับไปอยู่บ้าน ปัทมาก็ยินดี โดยเชษฐ์พยายามทําดีและเอาใจใส่เธอให้ความหวังแก่เธอมากมาย และเธอคิดว่าเชษฐ์คงจะรักเธอ หลังจากเธอหายเป็นปกติ เชษฐ์ได้พาปัทมาและมนต์จันทร์ไปพักผ่อนที่ชายทะเลอีกครั้ง ครั้งนี้ทําให้ปัทมาผิดหวังมาก เมื่อทราบว่าเชษฐ์ไม่ได้รักเธอแม้แต่น้อย จึงได้หาทางจะฆ่ามนต์จันทร์ ทิ้งเสียจะได้ไม่เป็นก้างขวางคอระหว่างเธอกับเชษฐ์

ข้อความบนใบปิด

รักริษยา (2500)

ชนะ-อมรา-ประจวบ

ข้อความบนใบปิด

กรรณสูตภาพยนตร์ เสนอ

ภาพยนตร์เสียง 35 ม.ม.สีเฟอร์ราเนีย

เพื่อให้ความรักของเธอสมหวัง

แม้จะต้องฆ่าคน เธอก็พร้อมที่จะทำ

ดูชีวิตจริงของสาวสวยที่สังคมรู้จักดี

พึ่งเปิดเผยเป็นครั้งแรก ใน...

รักริษยา

ถาวร สุวรรณ ประพันธ์เรื่อง

“มารุต” กำกับการแสดง

อมรา อัศวนนท์ ชนะ ศรีอุบล ประจวบ ฤกษ์ยามดี

เยาวนารถ ปัญญะโชติ พงษ์ลดา พิมลพรรณ

นำแสดง

ศึกถลาง

ศึกถลาง


ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
2 มีนาคม 2499
ฉายที่ ควีนส์
บริษัทสร้าง บูรพาภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สายสนิท ทัศนียกุล
ผู้ประพันธ์ “รักร้อย”
ผู้กํากับ “ พรานบูรพ์”
ผู้ถ่ายภาพ ฉลาง ประสงค์ผล, มน มณีปันตี, วิจารณ์ ภักดีวิจิตร, สวัสดิ์ หล่อศิริ
ผู้ลําดับภาพ สุธรรม เชาว์สนิท
ผู้ออกแบบฉาก จุมพล กาญจนินทุ
ผู้ทําดนตรีประกอบ เชาวน์ แคล่วคล่อง

เรื่องย่อ
พ.ศ. 2328 เจ้าปดุง กษัตริย์เมือง พม่าส่งญี่หวุ่นมาเป็นแม่กองยกทัพตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง จนกระทั่งถึงเมืองถลาง ขณะนั้นพระยาถลาง เจ้าเมืองกําลังป่วยหนักใกล้ถึงอนิจกรรม คุณหญิงจันทร์ ภรรยาจึงชักชวนมุกด์ น้องสาวช่วยกันปกป้องเมืองถลาง แต่ในเวลานั้นขุนยศ ทหารไทยคิดคดนําพวกไปสมคบ พม่า เพราะทะเยอทะยานอยากครองเมืองถลาง และ เสนอว่าจะปล้นเสบียงเพื่อขอแลกกับตําแหน่งเจ้าเมือง ขุนยศใช้ให้เดี๋ยวไปปล้นเสบียง

เดี่ยว ใจซื่อ นําความไปบอกใย ใยกับแวว สาว เมืองถลางจึงสกัดแผนการของขุนยศ ขุนยศลงโทษเดี่ยว ด้วยการให้ฉุดแววคนรักมาสังเวย ทําให้ทั้งสองโดนขัง ขุนยศซึ่งทํางานพลาดไปจึงขอโอกาสแก้ตัวกับแม่กองพม่า แต่ไม่ทันเสียแล้ว คุณหญิงจันทร์กับน้องสาวรวมกําลัง ชาวบ้านบุกฐานที่ตั้งทัพของพม่า ขุนยศถูกเดี่ยวฆ่าตายในกองเพลิง พระไชยเผาฐานทัพจนทหารพม่าถอยร่นหนีลงทะเล คุณหญิงจันทร์กับน้องสาวสามารถนําทัพสําเร็จ จึงได้รับพระราชทานยศเป็น ท้าวเทพสตรีกับท้าวศรีสุนทร

นักแสดง
ชัช หอทอง เป็น พระยาถลาง
เนียน วโรทัย เป็น คุณหญิงจันทร์
ลมัย สุวรรณะ เป็น ท่านมุกด์
เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น พระไชยฯ
สุรชาติ ไตรโภค เป็น หลวงประชา
จุมพล กาญจนินทุ เป็น ขุนยศ
เปรื่อง แสนฤทธิ์ เป็น จ่าพลาย
ปัญจะ สุทธรินทร์ เป็น เดี่ยว ใจซื่อ
จิตรา นาคน้อย เป็น แวว
สุจินดา ขําขจร เป็น ใย
คล้อง วัชโรบล เป็น ญี่หวั่น
วิเชียร แพทย์ดี เป็น เตรชะวา

ที่มา นิตยสารผดุงศิลป์ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499

 

เจ๊จ๋าเจ๊


เจ๊จ๋าเจ๊


เรื่องราวความฮาเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจ๊กิมเฮง เศรษฐินีใจบุญเจ้าของตลาดและเจ้าของเงินกู้ใจดี ได้รับอุปการะ งามใจ และ สายใจ สองหลานสาวหน้าตาสะสวยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยส่งให้ทั้งคู่ไปเปิดแผงขายปลาทูในตลาดของตน ความสวยน่ารักของสองสาวทำให้ สมชาย นักเลงเจ้าของตลาดคู่แข่งและผู้มีอิทธิพลรูปหล่อหมายปองและพยายามตามจีบงามใจอย่างออกนอกหน้า ทว่าสองสาวกลับรังเกียจพฤติกรรมกวนประสาทและวางมาดขี้โม้ของเขา จึงหาทางกลั่นแกล้งสมชายกลับจนหน้าแตกกลับไปหลายครั้ง

ในขณะเดียวกัน สามสหายจอมเปิ่นอย่าง น็อต, จ๊อด และ บุญมี ที่ตกงานสารพัดอาชีพเพราะความซื่อบื้อ ได้แวะมาซื้อปลาทูที่แผงจนเกิดเรื่องชุลมุนวุ่นวาย ทำให้เจ๊กิมเฮงเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาสามคนเป็นพวกกุ๊ยหัวขโมยและห้ามหลานสาวคบหาอย่างเด็ดขาด แต่ความจริงแล้วน็อตและจ๊อดกลับรู้สึกประทับใจสองสาวตั้งแต่แรกเห็น ต่อมาทั้งสามคนได้ไปสมัครทำงานในบริษัทรักษาความปลอดภัยและบริการคุ้มกัน แม้จะผ่านการฝึกแบบทุลักทุเลและเพี้ยนหลุดโลก แต่พวกเขาก็ยังคงแอบหาโอกาสมาพบปะและคอยช่วยเหลือสองสาวอยู่เสมอ

ฝ่ายสมชายเมื่อตามจีบงามใจไม่สำเร็จ ทั้งยังถูกสองสาวปฏิเสธและตบหน้าสั่งสอน จึงโกรธแค้นจนเปลี่ยนเป็นศัตรู วางแผนส่งลูกน้องไปงัดตู้เซฟบ้านเจ๊กิมเฮงและเตรียมฉุดงามใจกับสายใจมาครอบครอง ในคืนที่มีงานการกุศลแสดงงิ้วที่เยาวราช เจ๊กิมเฮงออกไปดูงิ้ว ทำให้พวกของสมชายสบโอกาสลงมือฉุดตัวสองสาว แต่โชคดีที่พวกของน็อต จ๊อด และบุญมี ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามแผนคุ้มกันในงานงิ้ว ได้เข้ามาขัดขวางและต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายอย่างกล้าหาญจนสามารถช่วยเหลือสองสาวเอาไว้ได้ พร้อมทั้งจับกุมตัวสมชายส่งตำรวจดำเนินคดีได้สำเร็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ๊กิมเฮงยอมรับความจริงและสำนึกผิดที่เคยมีอคติและมองกลุ่มสามสหายในแง่ร้าย จึงยอมเปิดใจ ขอบคุณในความเสียสละ และอนุญาตให้น็อตกับจ๊อดได้คบหาดูใจกับสองหลานสาวอย่างมีความสุข ท่ามกลางความฮาและมิตรภาพที่จบลงอย่างชื่นมื่น

ข้อความบนใบปิด

เจ๊จ๋าเจ๊ (2524)

ภัทรพลภาพยนตร์ เสนอ

หนังตลกในตลาด สนุกตลอด ดูแล้วฮา”ทำมาค้าคล่อง”

เจ๊จ๋าเจ๊

บทประพันธ์และบทภาพยนตร์

โดย “ชวนชม งามเฉิด”

เด่น ดอกประดู่ เด๋อ ดอกสะเดา เทพ โพธิ์งาม

สุพรรษา เนื่องภิรมย์ พรวดี โลหะพรหม

ขอแนะนำนางเอกไฉไลคนล่าสุด

ชูศรี มีสมมนต์ รับบทเป็น “เจ๊”

พร้อมด้วย ยิ่งใหญ่ อายะนันท์, บู๊ วิบูลย์นันท์,

โย กำยาน, โต เฉลิมกรุง, จวง จมูกโต, โพธิ์ขวัญ

ดารารับเชิญ ธัญญา ธัญญรักษ์, สิงห์ใหญ่, นพ พรอนันต์

เมฆเสรี กำกับการแสดง

อังคาร พัชรี อำนวยการสร้าง

พิพัฒน์ พยัคฆะ ถ่ายภาพ

ถวิล สุวรรณกูฏ ผู้ช่วยผู้กำกับ

ไชยวัฒน์ ชุมพลวงศ์ ที่ปรึกษา


ผู้ใหญ่สิงห์ กำนันเสือ

ผู้ใหญ่สิงห์ กำนันเสือ


เรื่องย่อ

เรื่องราวความวุ่นวายเกิดขึ้นในหมู่บ้านหนองหญ้าเสือ เมื่อชาวบ้านต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลมืดของ นายเคือง เศรษฐีหน้าเลือดที่คอยปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ยึดที่ดินทำกิน และส่งสมุนไปข่มขู่ชาวบ้านอย่างไม่เป็นธรรม โดยมี ไอ้โข่ง ลูกชายตัวดีคอยสร้างเรื่องเดือดร้อนไปทั่ว อีกทั้งนายเคืองยังหวังผลักดันให้โข่งได้เป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่เพื่อกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ มีเพียง กำนันเสือ ผู้มีอิทธิพลรักความยุติธรรม หนวดงามดุดัน ที่คอยออกโรงขัดขวางและปกป้องชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อ ผู้พันศีรษะ นายทหารปลดเกษียณ ได้พา แสงดาว ลูกสาวคนสวยย้ายเข้ามาตั้งรกรากในผืนดินที่เพิ่งซื้อไว้ นายเคืองต้องการฮุบที่ดินผืนนี้และไอ้โข่งก็หมายปองแสงดาว จึงพยายามส่งคนไปก่อกวนและสร้างความหวาดกลัว แต่ผู้พันและลูกสาวที่มีเลือดนักสู้ก็ไม่ยอมก้มหัวให้ ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มท่าทางกวนประสาทแต่เปี่ยมด้วยไหวพริบและฝีมือการต่อสู้อย่าง สิงห์ (หรือที่ชอบแนะนำตัวว่า น้อง ปาท่องโก๋) ได้เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน โดยอ้างตัวว่าเป็นหลานของลูกหนี้นายเคืองและประกาศตัวว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเพื่อกวาดล้างคนโกง ทำให้สิงห์กลายเป็นหนามยอกอกของนายเคืองและลูกชายทันที

ระหว่างนั้น สิงห์และกำนันเสือแม้จะมีท่าทีเป็นไม้เบื่อไม้เมาและปะทะคารมกันบ่อยครั้ง แต่ทั้งคู่ต่างมีเป้าหมายเดียวกันในการผดุงความยุติธรรม อีกทั้งสิงห์ยังคอยแอบช่วยเหลือแสงดาวให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกอันธพาลอยู่เสมอจนทั้งสองเริ่มมีใจให้กัน ฝ่ายนายเคืองเมื่อจนแต้มจึงจ้างมือปืนรับจ้างและพวกนอกกฎหมายเข้ามาก่อความไม่สงบอย่างรุนแรง ทว่าในวันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านต่างพร้อมใจกันเทคะแนนให้สิงห์ ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่อย่างขาดลอย

เมื่อแผนการทุกอย่างล้มเหลว พวกอันธพาลและคนร้ายจึงเปิดฉากใช้กำลังหมายเอาชีวิต แต่กำนันเสือและผู้ใหญ่สิงห์ก็ได้ร่วมมือกันนำกำลังเข้าปราบปรามกลุ่มคนร้ายจนราบคาบ ในบทสรุป ผู้พันศีรษะได้เปิดเผยสัญญาใจเก่าแก่ในอดีตที่เคยตกลงไว้กับเพื่อนรักว่าจะให้ลูกแต่งงานกัน ซึ่งแท้จริงแล้วผู้ใหญ่สิงห์ก็คือลูกชายของเพื่อนรักผู้พันที่แฝงตัวมานั่นเอง เรื่องราวความขัดแย้งจึงยุติลงด้วยความสงบสุขและความรักที่ลงตัว

ข้อความบนใบปิด

ผู้ใหญ่สิงห์ กำนันเสือ (2527)

มหามิตรโปรดักชั่น  สร้าง

เสนอ ภาพยนตร์บู๊..ระบบ..ฮาตึง..

สั่นคลอนลูกกระเดือกแบบใหม่..

และ..โปรดระวังสุขภาพ

เพราะ..ท่านอาจหัวเราะ

จนลูกกระเดือกเคล็ดโดยไม่รู้ตัว

ผู้ใหญ่สิงห์ กำนันเสือ

ของ  ผาณิต สุทธิศิลป

ทูน หิรัญทรัพย์  สมบัติ เมทะนี

สินจัย หงษ์ไทย  มยุรา ธนะบุตร  สายัณห์ จันทรวิบูลย์

ฤทธิ์ ลือชา, สมจินต์ ธรรมทัต, อนันต์ สัมมาทรัพย์,

พิภพ ภู่ภิญโญ, เสกสิทธิ์ สวัสดิรักษ์, ชาณีย์ ยอดชัย,

ศิริพงษ์ อิศรางกูร, นาวี, ชินดิษฐ์ บุนนาค, 

แป้น ปลื้มสระไชย, สุนันทา, จำรักษ์, เพ็ญแข, 

หมวย, ลักษณ์ อภิชาติ, โต, เป้า, อาจ, 

พรชัย, ช้อย, พั่งพั้งส์ ฯลฯ

ลิขิต กฤษณะมิตร  ถ่ายภาพ

สุพจน์ พิสิฐวุฒินันท์  อุปการะ

สุรพงษ์ ศรีเลิศ  ดำเนินงาน

พงษ์ ทศพร-อารีย์ ศรทอง  กำกับการแสดง

*ใบปิดวาดโดย  ไข่โปสเตอร์

เสาเอก

 

เรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้นที่ตำบลบางระจัน เมื่อชาวบ้านต้องเผชิญกับอิทธิพลมืด การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และปัญหาการปล้นฆ่า นำโดยเบื้องหลังของ ปลัดวิชัย ร่วมมือกับ ผู้ใหญ่มี ที่คอยใช้อำนาจหน้าที่สร้างผลประโยชน์ส่วนตนและกดขี่ชาวบ้าน โดยแอบอ้างชื่อกลุ่มโจรเสือใหญ่มาบังหน้า ขณะที่ทางฝั่ง กำนันจ่าย กำนันผู้กว้างขวาง ปากร้ายแต่ใจดี ก็ต้องปวดหัวกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านอย่าง ลอย หวัง ชอบ และ จอนนี่ ลูกชายของตนเอง ที่พยายามรวมกลุ่มกันเรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่ผู้นำที่ไม่เป็นธรรม และสร้างความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน

ท่ามกลางความขัดแย้ง ชายหนุ่มพเนจรผู้มีฝีมือดีชื่อ เกรียง ได้เดินทางเข้ามาหางานทำในหมู่บ้าน และได้รับความช่วยเหลือให้มาทำงานเป็นคนขับรถและคนงานในบ้านของกำนันจ่าย ทำให้เกรียงได้พบและใกล้ชิดกับ เรไร ลูกสาวคนสวยของกำนัน จนก่อเกิดเป็นความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน แต่ด้วยฐานะที่ต่างชั้น เกรียงจึงถูกกำนันจ่ายเข้าใจผิดและกีดกันความรักอย่างรุนแรง ถึงขั้นไล่ออกจากบ้าน

เมื่อฝ่ายปลัดวิชัยและผู้ใหญ่มีเห็นว่ากำนันจ่ายกำลังเป็นอุปสรรคต่อแผนการตัดถนนฮุบที่ดิน จึงวางแผนสั่งการให้สมุนบุกเข้าปล้นบ้านและลักพาตัวเรไรไป โดยหวังจะโยนความผิดให้เกรียง เกรียงจึงรีบตามไปช่วยเหลือเรไรจนตกไปอยู่ในรังของกลุ่มเสือใหญ่ ที่นั่นเกรียงยอมเดิมพันด้วยการสู้ตัวต่อตัวกับผู้ใหญ่มีเพื่อพิสูจน์ความรักและความจริงใจ จนหัวหน้ากลุ่มเสือใหญ่นับถือน้ำใจลูกผู้ชายและยอมปล่อยตัวทั้งสองกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งทำให้ความจริงทั้งหมดถูกเปิดโปง นำไปสู่การจับกุมผู้มีอิทธิพลชั่วอย่างปลัดวิชัยและผู้ใหญ่มี

ในตอนท้ายของเรื่อง มีการเตรียมงานพิธีลงเสาเอกสร้างเรือนหอ โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเดินทางมาร่วมงานและทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่สู่ขอเรไรให้กับ "นายอำเภอคนใหม่" ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือ เกรียง ผู้ที่แฝงตัวปลอมเป็นคนงานมาราชการลับเพื่อสืบหาเบาะแสและปราบปรามอิทธิพลมืดในพื้นที่นั่นเอง ทุกอย่างจึงจบลงด้วยความชื่นมื่นและความรักที่สมหวัง

นักรบสามสลึง

 เรื่องย่อภาพยนตร์ไทย “นักรบ 3 สลึง” (พ.ศ. 2528)

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ ชายแดนไทยที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบจากการสู้รบของกองกำลังฝั่งตรงข้าม ทำให้ชาวบ้านตามแนวชายแดนต้องคอยหวาดผวากับลูกหลงและกระสุนปืนใหญ่ที่ตกลงมาสร้างความเดือดร้อน ทางการจึงเปิดรับสมัครและจัดตั้งหน่วยอาสาสมัครป้องกันหมู่บ้านขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นแนวหลังคอยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ในการนี้ เถ้าแก่เจ้าของโรงต้มเหล้าเถื่อนผู้มีฐานะร่ำรวย ตัดสินใจส่งลูกชายพร้อมด้วยสองลูกน้องคู่หูจอมเปิ่นอย่าง ยอด (หรือรอด) และ จุ๋มจิ๋ม เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครฝึกวิชาทหารเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

การฝึกทหารของเหล่าอาสาสมัครเต็มไปด้วยความฮา ป่วน และอลหม่าน เพราะบรรดาสมาชิกแต่ละคนต่างพกพาความเพี้ยนระดับ "สามสลึง" มาอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทุ่มตัวต่อสู้ประชิด, การฝึกปฐมพยาบาลด้วยการเป่าปากผายปอดที่กลายเป็นฉากขายขำและแฝงความกุ๊กกิ๊กกับสาวสวย, การฝึกเอาชีวิตรอดและดำรงชีพในป่าที่ต้องเจอกับสารพัดสัตว์เลื้อยคลาน, การโรยตัวข้ามลำน้ำ ไปจนถึงการฝึกจับอาวุธและยิงปืนที่มักจะเกิดเรื่องเปิ่น ๆ ลั่นกระสุนมั่วซั่วอยู่ตลอดเวลา จนครูฝึกและผู้บังคับบัญชาต้องกุมขมับ แถมบางคนยังไม่ถนัดใช้ปืน จึงขอหันไปใช้มีดบิน หนังสติ๊ก หรืออาวุธแปลก ๆ ตามความถนัดแทน ระหว่างทางพวกเขายังได้พรานล่าสัตว์และชาวบ้านคนอื่น ๆ เข้ามาร่วมก๊วนฝึกเพิ่มเติมอีกด้วย

แม้ในค่ายฝึกจะมีความวุ่นวาย ทั้งการแอบตั้งวงเล่นการพนัน หรือการเปรียบมวยชกกันเองในค่ายอย่างดุเด็ดเผ็ดมันปนฮา แต่สถานการณ์ความตึงเครียดก็มาถึง เมื่อมีการจับตัวสายลับข้าศึกที่แฝงตัวลอบเข้ามาในเขตแดนไทยได้ และเค้นความจริงจนทราบว่า กองทัพข้าศึกกำลังระดมกำลังพลพร้อมปืนใหญ่เตรียมจะเปิดฉากบุกโจมตีข้ามพรมแดนเข้ามา ครูฝึกและผู้นำหมู่บ้านจึงตัดสินใจไม่แจ้งส่วนกลางเพื่อไม่ให้กำลังพลเด็ก ๆ เสียขวัญ แต่ใช้โอกาสนี้ทดสอบฝีมือจริงของเหล่าอาสาสมัคร

เมื่อข้าศึกบุกประชิดเข้ามาจริง ๆ เหล่านักรบสามสลึงที่เคยดูไม่เอาถ่าน ซุ่มซ่าม และไร้ระเบียบ ต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับชาวบ้าน ใช้ทักษะและความสามารถเฉพาะตัวที่ฝึกฝนมาเข้าห้ำหั่นและป่วนกองกำลังศัตรูจนแตกพ่ายไปอย่างไม่น่าเชื่อ แสดงให้เห็นถึงความรักชาติ ความสามัคคี และความกล้าหาญของชาวบ้านแนวหลังที่สามารถปกป้องมาตุภูมิเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทุกคน

โตเมืองใต้

 

โตเมืองใต้

เรื่องย่อ 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งตกอยู่ใต้อิทธิพลมืดของ "เสี่ยอภิชัย" ผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ที่หากินกับธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งบ่อนการพนัน ค้าของเถื่อน ค้าอาวุธ ไม้เถื่อน ขบวนการกองทัพมดลักลอบขนข้าวสารข้ามแดน รวมถึงการรีดไถเก็บค่าคุ้มครองจากชาวสวนยาง เสี่ยอภิชัยได้ส่งจดหมายไปถึง "เทือก ทัพเทวา" เจ้าของสวนยางและโรงงานแปรรูปยาง เพื่อชักชวนให้ยอมก้มหัวเข้าร่วมเป็นพวก แต่เทือกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เสี่ยอภิชัยจึงส่งสมุนเอกอย่าง "เตี้ยง ตากใบ" นำพวกบุกถล่มบ้านของเทือก เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ "สายสมร" ภรรยาของเทือกถูกยิงเสียชีวิต ส่วนเทือกได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่โชคดีที่ "เสือเซ็ง ลือเซรา" เข้ามาช่วยพาเทือกหลบหนีไปพักรักษาตัวที่บ้านของตนได้ทัน

ระหว่างกบดานรักษาตัว เทือกได้ให้เสือเซ็งส่งโทรเลขเรียกอดีตเพื่อนร่วมรบจากสมรภูมิเวียดนาม 3 คนให้เดินทางลงมาหาดใหญ่เพื่อร่วมล้างแค้น ได้แก่ "เบิ้ม บ้านบึง", "กิมหลี ลานนา" และ "เอื้อน อุดร" เมื่อเสี่ยอภิชัยล่วงรู้ข่าว จึงสั่งให้ลูกน้องไปดักสังหารเพื่อนของเทือกตั้งแต่เดินทางมาถึง แต่ทุกคนต่างมีฝีมือฉกาจ เบิ้มสามารถขับรถกระแทกรถของคนร้ายจนตกเหวระเบิด เอื้อนใช้ทักษะมีดสั้นสังหารสมุนที่มาดักยิงจนราบคาบ ส่วนกิมหลีก็เอาตัวรอดจากการถูกตามล่าที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ได้ ทั้งสามคนได้รับการช่วยเหลือจาก "สาลี" ที่โรงแรมโนรา เพื่อพาไปพบเทือกที่บ้านของเสือเซ็ง ทำให้สี่สหายศึกเวียดนามได้รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อภารกิจโค่นเจ้าพ่อโตเมืองใต้

ฝ่ายเสี่ยอภิชัยเมื่อทราบว่าทั้งสี่รวมตัวกัน จึงประชุม 4 มือปืนคู่ใจเพื่อแบ่งงานกันสังหาร โดยให้ "ปืน ปากคลอก" ไปเก็บเทือก, "เตี้ยง ตากใบ" เก็บเบิ้ม, "ทุย ทุ่งสง" จัดการกิมหลี และ "เด็ด ดาดา" จัดการเอื้อน ในขณะเดียวกัน "สายรุ้ง" น้องสาวของสายสมร ได้ไปรับ "ดงบุหลัน" ลูกสาวของเทือกจากโรงเรียนแล้วพาไปเที่ยวทะเล แต่กลับถูกลูกน้องเสี่ยอภิชัยดักเล่นงาน โชคดีที่เสือเซ็งเข้ามาช่วยไว้ได้ทันและพากลับบ้าน คืนหนึ่งเบิ้มกับเอื้อนได้ไปเที่ยวบาร์ของ "พวงปากกา" เมียของเสี่ยอภิชัย จนเกิดการปะทะชกต่อยกับพวกของทุย ทว่าเบิ้มและเอื้อนก็เอาตัวรอดออกมาได้ อีกทั้งเบิ้มยังได้ "ดาววิไล" นักร้องสาวในบาร์มาเป็นเมีย ทำให้รู้แผนการล่วงหน้าว่าเสี่ยอภิชัยจะยกพวกมาบุกบ้านเทือก เมื่อกลุ่มเสี่ยอภิชัยบุกเข้ามาจริง ๆ จึงเจอเทือกและเพื่อนซ้อนแผนดักรับมือจนฝ่ายคนร้ายแตกพ่ายยับเยิน

หลังจากนั้น กลุ่มของเทือกจึงเปิดฉากไล่ล่าเด็ดหัวมือปืนของเสี่ยอภิชัยทีละคน เริ่มจากเทือกบุกเดี่ยวขึ้นเรือกลางทะเลสาบสงขลาและแทงปืนตายคาเรือ ต่อมาเอื้อนดักยิงเตี้ยงเสียชีวิตขณะกำลังขนลังอาวุธสงครามขึ้นรถบรรทุก และตามไปถล่มขบวนการกองทัพมดมอเตอร์ไซค์ลักลอบขนข้าวสารของเด็ดจนพังพินาศ ก่อนที่เอื้อนจะเทกระสอบข้าวสารกลบหน้าเด็ดจนขาดใจตาย ส่วนทุยที่กำลังเดินสายรีดไถค่าคุ้มครองชาวสวนยางก็ถูกกิมหลีขัดขวาง โดยกิมหลีได้ใช้เพลงหมัดมวยไทย คาราเต้ และกังฟูซ้อมทุยจนสลบ แล้วใช้น้ำยางพารากรอกปากจนทุยเสียชีวิตอย่างทรมาน

ศึกสุดท้ายเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง เมื่อเสี่ยอภิชัยนำลูกสมุนที่เหลือบุกประชิดบ้านเทือกหวังลอบสังหารเทือกกับกิมหลี แต่เสือเซ็งและเอื้อนเข้ามาช่วยยิงสกัดลูกสมุนจนตายหมดสิ้น เหลือเพียงเสี่ยอภิชัยที่กำลังจะลั่นไกสังหารเทือกและกิมหลี ทว่าดงบุหลัน ลูกสาวตัวน้อยของเทือกซึ่งยืนดูอยู่กับสายรุ้ง ได้ตัดสินใจแย่งปืนจากสายรุ้งแล้วยิงเสี่ยอภิชัยเสียชีวิตทันที ปิดฉากอิทธิพลเถื่อนของคนโตเมืองใต้ลงอย่างถาวร เมื่อบ้านเมืองกลับมาสงบสุข เพื่อน ๆ ร่วมรบเตรียมจะเดินทางกลับ แต่เสือเซ็งได้เอ่ยปากรั้งทุกคนไว้ก่อน เพื่อให้อยู่ร่วมแสดงความยินดีในงานมงคลสมรสระหว่างเทือกกับสายรุ้งที่จะจัดขึ้นต่อไป

จ่ากำแพงดิน

 

จ่ากำแพงดิน
เรื่องย่อ 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อสามจ่าเอกแห่งราชนาวีไทย สังกัดกองเรือยุทธการ ประกอบด้วย "จ่ารบ", "จ่าวี" และ "จ่าดำ" ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ทว่าเมื่อมาถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ ทั้งสามกลับได้รับการต้อนรับอย่างไม่เป็นมิตรจากกลุ่มลูกสมุนของ "พ่อเลี้ยงอินถา" ผู้มีอิทธิพลมืดที่คุมทั้งขบวนการค้าไม้เถื่อน ยาเสพติด บ่อนการพนัน และซ่องโสเภณี โดยมักสั่งให้สมุนออกล่อลวงและฉุดคร่าหญิงสาวตามชนบทเพื่อนำไปขายบริการ โดยมี "โย่ง" เป็นสมุนมือขวาคอยออกหน้าทำงานชั่วให้ทั้งหมด ระหว่างทางกลับบ้าน จ่าทั้งสามได้พบกับเหตุการณ์ที่สมุนของพ่อเลี้ยงอินถาเข้ามากินข้าวแกงแล้วเบี้ยวเงิน แถมยังรุมทำร้าย "ป้าแถว" เจ้าของร้านข้าวแกง, "ทิม" นักศึกษาหนุ่มลูกชายของป้าแถว และคนถีบสามล้อรับจ้าง สามจ่าทหารเรือจึงเข้าช่วยเหลือและจัดการอัดพวกอันธพาลจนสลบก่อนส่งตัวให้ตำรวจ โดยที่คนถีบสามล้อได้บอกเพียงว่าตนเป็นคนหาเช้ากินค่ำธรรมดาเท่านั้น จากนั้นจ่ารบได้กลับไปพบแม่และ "ขวัญดาว" ผู้เป็นน้องสาว (ซึ่งเป็นคนรักของทิม) ก่อนจะแวะไปหา "เรณู" ครูสาวคนรักด้วยความคิดถึง

ตกค่ำ จ่ารบ จ่าวี และจ่าดำ ชวนกันไปเที่ยวบาร์แห่งหนึ่งโดยไม่รู้ว่าเป็นบาร์ของพ่อเลี้ยงอินถา ทำให้โย่งและพวกจำหน้าได้จึงยกพวกเข้ารุมซ้อมจนจ่าทั้งสามต้องหลบหนีไป โดยเหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของคนถีบสามล้อคนเดิม ต่อมา โย่งได้รายงานเรื่องนี้แก่พ่อเลี้ยงอินถา พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทหารเรือทั้งสามอาจเป็นคนของ "ปลัดทนง" อดีตข้าราชการผู้มีอิทธิพลอีกกลุ่มที่กำลังขัดผลประโยชน์กันอยู่ พ่อเลี้ยงอินถาจึงส่งคนไปเจรจาจนเกิดการปะทะกับปลัดทนง แต่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายปรับความเข้าใจกันได้ เมื่อปลัดทนงยืนยันว่าทหารทั้งสามไม่ใช่คนของตน ทั้งคู่จึงตกลงร่วมมือกันแบ่งผลประโยชน์คนละครึ่ง ยิ่งทำให้ขบวนการนอกกฎหมาย ทั้งการปล้น ฆ่า ฉุดหญิงสาว และค้าเฮโรอีนขยายวงกว้างขึ้นอย่างเหิมเกริม

ฝ่ายกลุ่มของจ่ารบไม่ยอมนิ่งเฉย ได้แอบสืบและคอยเข้าขัดขวางการทำงานของพวกเหล่าร้ายอยู่ตลอดเวลา สร้างความเคียดแค้นให้พ่อเลี้ยงอินถาและปลัดทนงเป็นอย่างมาก ทั้งสองจึงสั่งให้สมุนไปบุกบ้านของจ่ารบ ฆ่าแม่ของจ่ารบอย่างโหดเหี้ยม และฉุดตัวขวัญดาวไปเพื่อเตรียมส่งขึ้นรถไฟไปขายบริการพร้อมกับขบวนลำเลียงยาเสพติด เมื่อจ่ารบกลับมารู้ข่าวการตายของแม่และการถูกลักพาตัวของน้องสาว จึงพาเพื่อนบุกไปแจ้งตำรวจ และนั่นเองทำให้ความจริงเปิดเผยว่า คนถีบสามล้อที่เคยพบเจอนั้น แท้จริงคือ "พ.ต.ต.นิรันดร์" นายตำรวจที่แฝงตัวมาสืบคดี ขณะเดียวกัน จ่ารบ จ่าวี และจ่าดำ ก็ได้เปิดเผยฐานะที่แท้จริงว่า พวกตนคือเจ้าหน้าที่จากหน่วยปราบปรามยาเสพติดให้โทษของกองทัพเรือที่ได้รับคำสั่งให้แฝงตัวมาปฏิบัติภารกิจกวาดล้างขบวนการยานรกนี้เช่นกัน

เมื่อเป้าหมายตรงกัน จ่าทั้งสามจึงขอกำลังตำรวจออกไล่ล่ากลุ่มคนร้ายอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งติดตามมาทันขบวนรถไฟที่พวกเหล่าร้ายกำลังใช้ขนย้ายหญิงสาวและเฮโรอีนในขณะที่รถไฟเพิ่งเคลื่อนตัวออกจากสถานี การต่อสู้อันดุเดือดจึงระเบิดขึ้น ทั้งการปะทะภายในตู้โดยสารและฉากบู๊ระทึกขวัญบนหลังคารถไฟที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง เพื่อช่วยชีวิตหญิงสาวทุกคน ปราบปรามทรชน และล้างแค้นทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวและผืนแผ่นดินกำแพงดิน

วัยสะรุ่น


วัยสะรุ่น


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่บ้านโคกขาม จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ "ตากลิ้ง" เศรษฐีบ้านนอกผู้มีลูก 3 คน คือ เข้ม (ลูกชายคนโต), วิกรม (ลูกชายคนกลาง) และ กลอย (ลูกสาวคนเล็ก) เกิดความคิดถึงวิกรมที่เดินทางเข้าไปทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจนั่งเรือเข้าพระนครเพื่อมาเยี่ยมลูกชาย แต่เมื่อมาถึงและพบหน้ากัน ตากลิ้งกลับรู้สึกน้อยใจและมีปากเสียงกับวิกรม ด้วยความโมโหว่าลูกชายได้ดีแล้วลืมบ้านนอก ตากลิ้งจึงเตลิดออกจากบ้านไปนั่งดื่มเหล้าย้อมใจที่คอฟฟี่ช็อปแห่งหนึ่ง

ที่ร้านคอฟฟี่ช็อป ตากลิ้งได้พบกับ "เหิน" ชายแปลกหน้าที่เข้ามาทักทายจนกลายเป็นเพื่อนร่วมวงเหล้า ก่อนที่เหินจะพาตากลิ้งไปเที่ยวต่อที่สถานบริการอาบอบนวด จนเกิดเรื่องวิวาทชกต่อยแย่งสาวนวดกับ "บวม" เจ้าของบาร์ผี จนสะบักสะบอมกลับมาบ้านวิกรม วันต่อมา เหินได้พาแก๊งเพื่อนวัยสะรุ่นรุ่นใหญ่มาชักชวนให้ตากลิ้งเปิด "สำนักงานจัดหางาน" ขึ้นมา ซึ่งตากลิ้งก็เห็นดีเห็นงามด้วยและออกเงินเช่าบ้านเปิดสำนักงาน แต่การทำงานกลับเต็มไปด้วยความอลหม่านและวายป่วง ไม่ว่าจะเป็นการรับจ้างงมแหวนที่ทำตกน้ำแต่กลับงมเจอหัวกะโหลกผี หรือการไปรับจ้างเลี้ยงเด็กจนเกิดการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านและถูกราดกระโถนอุจจาระใส่หัวกลับมา

ต่อมา เข้มและกลอยได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาตามพ่อให้กลับสุพรรณบุรี แต่ตากลิ้งไม่ยอมกลับเพราะอ้างว่ากิจการกำลังรุ่งเรือง ในขณะเดียวกัน "คุณพระพินิจวินิจชัย" เศรษฐีใหญ่ กำลังกลุ้มใจอย่างหนักเมื่อ "นุชนาถ" ลูกสาวคนสวยตกอยู่ในอาการซึมเศร้าเสียใจอย่างมากหลังจากเพื่อนชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต สาวใช้จึงได้แนะนำและติดต่อไปยังสำนักงานจัดหางานของตากลิ้งเพื่อขอจ้างวานเพื่อนชายมาช่วยดูแลและปลอบใจนุชนาถ ตากลิ้งจึงบังคับให้เข้มยอมรับงานนี้ โดยขู่ว่าถ้าไม่ไปจะตัดพ่อตัดลูก เข้มจึงจำใจต้องเดินทางไปยังบ้านของคุณพระ

เมื่อเข้มได้พบกับนุชนาถ ความซื่อ จริงใจ และความเปิ่นแบบคนบ้านนอกของเข้มกลับทำให้นุชนาถหลุดหัวเราะและอารมณ์ดีขึ้นจนความเศร้าหายเป็นปลิดทิ้ง ทั้งสองเริ่มสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วถึงขั้นหยอกล้อกันอย่างไม่ถือตัว จนทำให้คุณพระพินิจเกิดความระแวงและหวงลูกสาวอย่างหนัก ถึงขนาดบังคับให้เข้มสวม "กางเกงเหล็กลงกลอนกุญแจ" เอาไว้ก่อนที่คุณพระจะเดินทางไปประชุมต่างจังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้เข้มล่วงเกินลูกสาว นุชนาถเมื่อรู้เรื่องนี้เข้าจึงร่วมมือกับเข้มซ้อนแผนดัดหลังคุณพระ โดยแกล้งทำเป็นว่าเข้มหนีออกจากบ้านไปแล้ว และขู่พ่อว่าจะยอมกลั้นใจตายหากไม่ยอมตามเข้มกลับมา ทำให้คุณพระต้องยอมตระเวนขับรถออกตามง้อเข้มให้กลับมาบ้านในที่สุด เมื่อเข้มกลับมาถึง นุชนาถก็รีบโผเข้ากอดและสารภาพกับพ่อว่าทั้งสองรักกันและได้เสียเป็นของกันแล้ว คุณพระจึงจำยอมถอดกางเกงเหล็กและไขกุญแจให้ แต่มีเงื่อนไขว่าทั้งคู่ต้องแต่งงานกันให้เรียบร้อยเสียก่อน

ในขณะที่ทุกคนมารวมตัวจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จกันอย่างสนุกสนาน ความจริงอันน่าตกตะลึงก็ถูกเปิดเผย เมื่อแพทย์จากโรงพยาบาลประสาทเดินทางมาตามตัวก๊วนเพื่อนของเหิน พร้อมบอกว่าคนกลุ่มนี้ทั้งหมดคือผู้ป่วยที่แอบหลบหนีออกมาจากโรงพยาบาล ตากลิ้งตกใจมากที่รู้ว่าตนเองหลงร่วมหัวจมท้ายและเลี้ยงดูคนบ้ามาโดยตลอด จึงรีบส่งตัวคืนให้กับหมอทันที ก่อนจะตัดสินใจพากันเดินทางกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่สุพรรณบุรี พร้อมด้วยไพโรจน์ ชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยงานและตามจีบกลอยจนได้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน เรื่องราวความรักและความวุ่นวายทั้งหมดจึงปิดฉากลงด้วยความสุข

นรกแตก

 

นรกแตก

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "ยิ่ง มหายศ" ลูกศิษย์เอกของหลวงตาแช่ม เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งแดนใต้ ผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมและสักยันต์ "คชสีห์ชูงวง" อันศักดิ์สิทธิ์และหนังเหนียว ได้รับคำสั่งจากหลวงตาให้ลาสิกขาบทเพื่อเดินทางไปช่วยเหลือ "เชิญ" ญาติของหลวงตาที่กำลังถูกกลุ่มอิทธิพลมืดคุกคาม ทว่าเมื่อยิ่งเดินทางไปถึง เชิญกลับถูกฆาตกรรมไปเสียก่อน ยิ่งจึงเริ่มสืบหาเบาะแสและแฝงตัวเข้าไปทำงานในกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ จนได้เข้าสังกัดกลุ่มของ "ละหิง" พ่อค้าแร่เถื่อน และแทรกซึมไปสู่ขบวนการโจรสลัดของ "สลัดมัด" ที่ออกปล้นเรือบรรทุกแร่ในน่านน้ำทะเลใต้ ด้วยฝีมือการต่อสู้อันยอดเยี่ยมทำให้ยิ่งได้รับความไว้วางใจจนขึ้นเป็นองครักษ์ประจำตัวของสลัดมัด

ต่อมา ยิ่งได้พบกับ "วารวัน" บุตรสาวของเชิญที่กำลังตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากมีกลุ่มอิทธิพลหลายฝ่าย นำโดย "เล่งหงส์" นายเหมืองใหญ่แห่งภูเก็ต พยายามบีบบังคับให้เธอขายที่ดินซึ่งมีสายแร่มีค่าซ่อนอยู่ใต้ดิน ยิ่งจึงเข้าขัดขวางและคอยปกป้องคุ้มครองวารวัน รอดพ้นจากการบุกปล้นและทำร้ายของกลุ่มสมุนโจรหลายต่อหลายครั้ง

เมื่อแผนการยึดที่ดินไม่สำเร็จ เล่งหงส์จึงว่าจ้าง "ตวนมายา" และ "ยูซุฟ" สองมือปืนรับจ้างชื่อดังจากมาเลเซียมาลอบสังหารยิ่งและวารวัน แต่คมกระสุนไม่สามารถระคายผิวยิ่งได้ด้วยอานุภาพแห่งยันต์คชสีห์ สองมือปืนจึงหันไปพึ่งพา "เจะแหล่" หมอผีมนตร์ดำในถ้ำชายแดนไทย-มาเลเซีย ให้ทำพิธีปลุกเสก "ผีดิบ" ขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อตามล่ายิ่ง

ระหว่างที่ยิ่งไล่ล่าตามสองมือปืนจนพลัดหลงเข้าไปในหมู่บ้านไทยพุทธ เขาพบว่าหมู่บ้านนี้กำลังถูกกองทัพผีดิบอาละวาดเข่นฆ่าชาวบ้าน ยิ่งพยายามเข้าต่อสู้แต่ไม่สามารถทำลายผีดิบได้ จึงต้องกลับไปขอคำชี้แนะจากหลวงตาแช่ม จนล่วงรู้ปริศนาและเคล็ดลับวิชาในการปราบกองทัพผีดิบลงได้สำเร็จ นำความสงบสุขกลับคืนสู่ชาวบ้าน จากนั้น ยิ่งได้รับการติดต่อจากทางการ ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวมาเพื่อขอให้เขาร่วมมือในการบุกทลายและกวาดล้างรังโจรสลัดมัดจนราบคาบ

ทางด้านเล่งหงส์ยังไม่ยอมแพ้ ได้ร่วมมือกับ "ยุทธ" วางแผนจับตัววารวันไปกักขัง แต่แล้วเล่งหงส์กลับหักหลังและจับยุทธขังไว้ด้วยกัน ทำให้ยุทธเกิดความสำนึกผิดและแค้นใจ เมื่อยิ่งพร้อมด้วยละหิงที่กลับตัวกลับใจได้ยกกำลังบุกเข้าช่วยเหลือ ยิ่งสามารถสังหารเล่งหงส์และกำจัดพวกพ้องทรชนลงได้สำเร็จ เมื่ออิทธิพลมืดถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ยิ่งจึงได้ลงเอยในความรักและครองคู่อย่างมีความสุข ปิดฉากการต่อสู้อันดุเดือดของภาพยนตร์แอ็กชันเรื่อง "นรกแตก"

จอมราวี

จอมราวี


เรื่องย่อ

 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "รักเร่ นรสิงห์" นักสู้ฝีมือฉกาจผู้เป็นที่เกรงขามของเหล่านักเลง เกิดความเบื่อหน่ายในวังวนแห่งความรุนแรงและตั้งใจจะล้างมือเพื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ทว่าความสงบสุขต้องพังทลายลง เมื่อครอบครัวของคนใกล้ชิดถูกคนชั่วแบล็กเมล์บีบคั้นจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ทำให้รักเร่จำต้องตบะแตก หวนกลับมาจับอาวุธเปิดศึกตามล่าล้างแค้นอีกครั้ง โดยได้รับความร่วมมือจาก "ปลัดไชยยันต์" และสหายสนิทอย่าง "สมิง"

ในระหว่างการไล่ล่า รักเร่ได้พบกับ "ทิพย์หวาน" หลานสาวของ "มหิงสา" เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล ทิพย์หวานกำลังตกเป็นเป้าหมายถูกตามล่าตัวเนื่องจากคุณตาตั้งรางวัลนำจับก้อนโต จนทำให้สองพี่น้องวายร้าย "ทวีสุข" และ "ทวีวัฒน์" เกิดความละโมบหมายจะจับตัวเธอไปเรียกค่าไถ่ ทิพย์หวานจึงต้องหลบหนีไปซ่อนตัวร่วมกับเพื่อนสนิทอย่าง "บัวหลวง" ความจริงปรากฏว่าทิพย์หวานเองก็เคียดแค้นคุณตาของเธออย่างมาก เพราะมหิงสาคือผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมพ่อและแม่ของเธอในอดีต

เมื่อรักเร่ได้รับรู้ชะตากรรมอันน่าเห็นใจของทิพย์หวาน จึงเปลี่ยนเป้าหมายจากการตามตัวมาเป็นผู้คอยปกป้องคุ้มภัย แต่ภัยร้ายก็ยังตามคุกคามไม่หยุดหย่อน เมื่อทิพย์หวานและบัวหลวงถูกคนร้ายและผู้มีอิทธิพลอย่าง "ปลัดเมธี" ดักจับตัวไปส่งให้มหิงสา ทว่าด้วยความช่วยเหลือและการสละชีวิตของคนใกล้ชิด ทำให้บัวหลวงสามารถหนีรอดออกมาแจ้งข่าวแก่ปลัดไชยยันต์และกองกำลังตำรวจได้ทันท่วงที

รักเร่และสมิงจึงผนึกกำลังกับเจ้าหน้าที่ บุกเข้าถล่มรังของผู้มีอิทธิพลเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดจนกระทั่งฝ่ายคนร้ายทั้งปลัดเมธีและสมุนทรชนถูกสังหารจนสิ้น ขณะที่มหิงสาผู้ก่อกรรมทำชั่วมาทั้งชีวิตก็ต้องพบจุดจบอันน่าสยดสยองจากผลกรรมของตนเอง เมื่อความยุติธรรมและธรรมะสามารถเอาชนะอธรรมได้ ทุกชีวิตที่เหลือรอดจึงได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง

ลูกชั่ว

 

ลูกชั่ว
เรื่องย่อ


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "เสือ" ขุนโจรชื่อกระฉ่อนตัดสินใจวางมือจากวงการอันตรายหลังจากที่ภรรยาเสียชีวิตขณะคลอดบุตร เสือได้ฝากฝัง "สาง" ลูกชายคนเดียวไว้ให้ญาติช่วยเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ แต่เมื่อสางโตเป็นหนุ่ม เขากลับมีสันดานใฝ่ต่ำ ไม่ได้กลับตัวเหมือนผู้เป็นพ่อ สางรับจ้างฆ่าคนและมีความสัมพันธ์กับ "นิภาพร" หญิงสาวผู้ทะเยอทะยาน ก่อนจะตัดสินใจหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ โดยนำปืนประจำตัวของพ่อติดมือไปด้วย พร้อมทั้งล่อลวง "ใจแก้ว" หญิงสาวบ้านเดียวกันให้หนีตามไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เมื่อเข้ามาในเมืองหลวง สางทำงานรับใช้ "สัมฤทธิ์" ผู้มีอิทธิพลในโลกมืด สางไม่เพียงแต่หาผลประโยชน์จากความชั่วร้าย แต่ยังบีบบังคับใจแก้วและนำเธอไปแสวงหาผลประโยชน์อย่างทารุณ ขณะเดียวกัน นิภาพรและสัมฤทธิ์ก็ร่วมมือกันวางแผนหวังฮุบสมบัติของ "อาทร" มหาเศรษฐีพ่อหม้าย โดยมี "อธิตา" ลูกสาวของอาทรคอยปกป้องพ่ออย่างใกล้ชิด ระหว่างนั้น "เลิศ" คนขับรถผู้ซื่อสัตย์ ได้เข้ามาช่วยคุ้มกันอธิตาจนทั้งสองเกิดความผูกพันและรักกันเงียบ ๆ

เมื่อข่าวพฤติกรรมอันเลวทรามของสางรู้ไปถึงหูของเสือผู้เป็นพ่อ เสือพร้อมด้วยสหายสนิทจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสะสางปัญหาและพาตัวใจแก้วกลับบ้าน ทว่าความแค้นและความโลภของสางกลับลุกลามจนถึงขีดสุด สางบุกเข้ามาทำร้ายและเข่นฆ่าผู้มีพระคุณอย่างโหดเหี้ยม รวมถึงญาติพี่น้องที่พยายามเข้ามาห้ามปราม

ในที่สุด สางพบว่าสัมฤทธิ์และนิภาพรเตรียมจะหักหลังและกำจัดตนทิ้ง สางจึงใช้ปืนของพ่อลงมือสังหารทั้งสัมฤทธิ์และนิภาพรเพื่อปิดปาก แต่แล้วเขาก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของเสือผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ได้ เสือต้องเผชิญหน้ากับลูกในไส้ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เมื่อตระหนักว่าไม่อาจสั่งสอนหรือดึงสางกลับสู่หนทางแห่งความดีได้อีกต่อไป เสือจึงจำใจลั่นไกปลิดชีวิตลูกชายด้วยตัวเอง เพื่อยุติความชั่วร้ายและชดใช้กรรมที่ลูกได้ก่อไว้ เป็นบทสรุปแห่งโศกนาฏกรรมระหว่างพ่อและลูกอย่างน่าสะเทือนใจ

โรงเรียนดงนักเลง

 

โรงเรียนดงนักเลง
เรื่องย่อ


เรื่องราวสะท้อนปัญหาการศึกษาและอิทธิพลมืดในชนบท ณ "โรงเรียนบ้านตาลเดี่ยว" ซึ่งภายนอกดูเป็นโรงเรียนที่เจริญด้วยอาคารสถานที่สวยงาม แต่แท้จริงแล้วระบบการเรียนการสอนยังล้าหลัง อีกทั้งภายในโรงเรียนยังเต็มไปด้วยการแบ่งพรรคพวก การคอร์รัปชันเอาเงินโรงเรียนไปหมุนใช้ส่วนตัว โดยมี "ครูเถิน ไพรี" ครูใหญ่ประจำโรงเรียน ผู้ตกอยู่ใต้อำนาจและเกรงกลัวบารมีของภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของ "กำนันเสือเก่า" ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ทำให้ครูคนอื่น ๆ ต่างต้องคอยประจบสอพลอครอบครัวครูใหญ่และ "สมถวิล" ลูกสาวของครูใหญ่ที่เป็นครูอยู่ที่นี่เช่นกัน

จนกระทั่ง "ครูเกล้า พันดี" และ "ครูชลธิป" สองครูหนุ่มสาวผู้มีการศึกษาระดับปริญญาและเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ ได้เข้ามาเพื่อหวังพัฒนาการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เด็ก ๆ แต่การทำงานที่มุ่งมั่นของทั้งสองกลับกลายเป็นหนามยอกอก เมื่อฝ่ายครูใหญ่และกำนันเกิดความระแวงและเข้าใจผิด คิดว่าครูเกล้าตั้งใจจะเข้ามาเลื่อยขาเก้าอี้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งครูใหญ่ ครูเกล้าจึงถูกกลั่นแกล้ง รังแก และกดดันด้วยสารพัดวิธีจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล

เมื่อการบีบคั้นไม่เป็นผล กำนันจึงว่าจ้าง "ไอ้หิน" มือปืนรับจ้างใจโหดให้มาลอบสังหารครูเกล้า ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากัน ไอ้หินกลับลงมือไม่ลง เพราะจำได้ว่าครูเกล้าคือครูผู้เคยอบรมสั่งสอนตนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ด้วยจิตสำนึกของความเป็นศิษย์ที่ยังระลึกถึงพระคุณครู ไอ้หินจึงตัดสินใจหันกลับมาปกป้องครูเกล้า จนทำให้ตนเองถูกฝ่ายกำนันและพวกพ้องรุมทำร้ายจนเสียชีวิต

การตายของลูกศิษย์ทำให้ครูเกล้าหมดความอดทนจนเกือบจะหันไปใช้ความรุนแรงล้างแค้น แต่ด้วยสติ จิตวิญญาณความเป็นครู รวมถึงการเตือนสติจากครูชลธิปและสายตาของเหล่าเด็กนักเรียน ทำให้ครูเกล้ายับยั้งชั่งใจไว้ได้ เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งนี้ยังทำให้ครูเถินและครูคนอื่น ๆ เกิดความละอายใจและสำนึกผิด ยอมกลับตัวกลับใจเลิกเป็นศัตรู ในที่สุด พลังความดีและความบริสุทธิ์ใจของครูเกล้าก็เอาชนะใจชาวบ้าน ทุกคนจึงร่วมมือกันลุกขึ้นมาขับไล่อิทธิพลมืดและช่วยกันสนับสนุนให้ครูเกล้าได้ขึ้นเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนบ้านตาลเดี่ยว เพื่อชี้นำอนาคตของเด็ก ๆ ต่อไปอย่างแท้จริง

กว่าจะรักกันได้

 

กว่าจะรักกันได้

เรื่องย่อ

"หยาดชล" บุตรสาวของคุณหยาด นายธนาคารผู้มั่งคั่ง ถูกมารดาเลี้ยงที่ชื่อ "นันทา" บีบบังคับและกดดันจนทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานกับ "ประวุฒิ" ชายหนุ่มผู้ขยันขันแข็งและมีฐานะเท่าเทียมกัน แม้ว่าในใจของหยาดชนจะยังไม่มีความรักต่อประวุฒิเลยก็ตาม ขณะที่ประวุฒินั้นรักหยาดชนอย่างสุดหัวใจ หลังแต่งงาน ประวุฒิพาหยาดชนย้ายไปอยู่ที่ "ประวุฒิขาม" อาณาจักรกว้างขวางกว่า 2,000 ไร่ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา

เมื่อมาถึงจันทบุรี หยาดชนต้องเผชิญกับบททดสอบมากมาย เริ่มตั้งแต่ "ปุ๊" ลูกชายคนเดียวของประวุฒิที่ไม่ยอมรับและแสดงอาการต่อต้านเธอ เนื่องจากถูก "อรทัย" หญิงสาวผู้เป็นญาติและแอบแฝงความร้ายกาจคอยเป่าหูยุแยงให้เด็กเกลียดชังแม่เลี้ยง แม้ประวุฒิจะพยายามดุว่าและปกป้องหยาดชน แต่ปัญหาก็ยังคงสร้างความอึดอัดใจให้เธออยู่เสมอ

วันหนึ่ง "ชำนาญ" อดีตพี่เขยของประวุฒิ ปรากฏตัวขึ้นในสภาพขี้เมาและคอยตามราวีด่าทอประวุฒิ ชำนาญอ้างว่าตนเคยมีบุญคุณช่วยเหลือประวุฒิในยามยากลำบาก และได้ยกน้องสาวคือ "ชุติมา" ให้แต่งงานกับประวุฒิ แม้ต่อมาจะเลิกรากันไป แต่คราวนี้ชำนาญตั้งใจจะพาชุติมากลับมาขอคืนดีและทวงสิทธิ์ความเป็นภรรยาคืน แม้ประวุฒิจะยืนกรานปฏิเสธและประกาศว่าตนมีภรรยาใหม่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้กลับถูกอรทัยนำไปใส่ไฟและพูดจายั่วยุหยาดชนว่า ประวุฒิยังคงรักและอาลัยชุติมาอยู่ สร้างความเจ็บช้ำให้หยาดชนอย่างยิ่ง

ความร้าวฉานพุ่งถึงขีดสุดในคืนหนึ่ง ขณะที่หยาดชนล้มป่วยและนอนพักอยู่ในห้อง ชุติมาได้เข้ามาทำทีตีสนิทกับปุ๊และพูดจาหว่านล้อมขอคืนดีกับประวุฒิ หยาดชนที่ตื่นขึ้นมาเห็นภาพบาดตาบาดใจพอดี จึงเข้าใจผิดและรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนเกิน หัวใจของเธอแตกสลาย เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปในเช้ามืดพร้อมกับสุนัขแสนรู้ ระหว่างทางเธอต้องเผชิญกับพายุฝนจนล้มป่วยและสลบไปในป่า โชคดีที่มีชาวบ้านอย่าง ตาบุญ, สังข์ และ มณี มาพบเข้าและช่วยเหลือไว้ หยาดชนจึงปลอมตัวเป็นผู้ชายและขออาศัยอยู่กับพวกเขาโดยใช้ชื่อปลอม

ฝ่ายประวุฒิเมื่อรู้ว่าภรรยาหายไปก็ออกตามหาแทบพลิกแผ่นดิน จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาบังเอิญขับรถไปพบกลุ่มคนร้ายกำลังดักฉุดผู้ชายคนหนึ่ง (ซึ่งก็คือหยาดชนที่ปลอมตัว) ประวุฒิเข้าช่วยเหลือจนคนร้ายหนีไป แต่หยาดชนก็รีบหลบหนีไปก่อนที่เขาจะจำได้ อย่างไรก็ตาม ประวุฒิเริ่มสงสัยและตามสืบจนกระทั่งพบหยาดชนที่บ้านตาบุญและจำเธอได้อย่างแม่นยำ

ประวุฒิพยายามอธิบายความจริงและขอร้องให้หยาดชนกลับบ้าน หยาดชนยอมตกลงแต่ขอเวลาอยู่ที่บ้านตาบุญอีกหนึ่งคืน ประวุฒิจึงกลับบ้านไปด้วยความดีใจ ทว่าในคืนนั้นเอง ชุติมายังไม่ยอมลดละและใช้มารยาหญิงเข้ายั่วยวนประวุฒิถึงในห้องนอน โชคดีที่มีผู้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

เหตุการณ์วุ่นวายและความเข้าใจผิดยังคงรอคอยบทพิสูจน์ บทสรุปความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของประวุฒิและหยาดชนจะลงเอยอย่างไร ติดตามได้ในภาพยนตร์ "กว่าจะรักกันได้"

บ้านสาวโสด (2513)

บ้านสาวโสด (2513)


บ้านสาวโสด (2513)

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ "บ้านสาวโสด" ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของสามพี่น้องสาวโสด ได้แก่ ประเทืองทิพย์ พี่สาวคนโต, หยิบหทัย พี่คนรอง และ วไลพร น้องสาวคนเล็ก ทั้งสามใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาปนวุ่นวาย จนกระทั่งได้รับจดหมายจากคุณนายอังกาบ ญาติผู้ใหญ่จากต่างจังหวัด แจ้งว่าจะส่งลูกชายคนโตคือ "ยอดชาย" (หรือ ติ่ง) หนุ่มนักเรียนนอกรูปงาม มาเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายและทำงานที่กรุงเทพฯ ทำให้ทั้งสามสาวตื่นเต้นกระปรี้กระเปร่ากันยกใหญ่ ขณะเดียวกัน "แต๋ว" หญิงสาวแสนฉลาดก็ได้มาสมัครงานเป็นคนรับใช้คนใหม่ในบ้านหลังนี้

แท้จริงแล้ว แต๋ว คือ "หม่อมหลวงสุรางค์" บุตรสาวคนเดียวของท่านอธิบดีผู้พิพากษา ที่ปลอมตัวมาเป็นคนรับใช้เพื่อหาประสบการณ์ทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เมื่อติ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านสาวโสด บรรดาสาวใหญ่ต่างพากันรุมเอาอกเอาใจ แต่ติ่งกลับสนใจในตัวแต๋วเพราะสังเกตเห็นว่าคนรับใช้คนนี้มีความรู้ความสามารถผิดคนธรรมดา ต่อมา สองสาวพี่น้องเข้าใจผิดคิดว่าแต๋วให้ท่าหลานชาย จึงไล่แต๋วออกจากบ้าน ทว่าวไลพรที่เอ็นดูแต๋วได้ช่วยพาแต๋วไปทำงานเป็นคนรับใช้ที่บ้านเช่าหลังใหม่ของติ่งและ "โต้ง" น้องชายของติ่งแทน ทำให้ติ่งและเพื่อน ๆ ต่างพยายามเอาชนะใจสาวใช้คนสวย แต่ก็โดนแต๋ววางยาสลบเล่นงานจนพ่ายแพ้ไปตาม ๆ กัน

ความอลวนเพิ่มขึ้นเมื่อฝ่ายผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านต่างต้องการจับคู่ให้ติ่งและหม่อมหลวงสุรางค์แต่งงานกัน โดยที่ทั้งคู่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาที่แท้จริงของกันและกัน เพื่อทดสอบความจริงใจของชายหนุ่ม จึงมีการจัดฉากส่งคนมาแอบอ้างสวมรอย สร้างความเข้าใจผิดปนป่วนไปทั่ว ระหว่างนั้น ราชการ ชายหนุ่มคนรักของวไลพรได้มาสู่ขอเธอ ทำให้สองพี่น้องสาวโสดที่เหลือพากันน้อยใจ แต๋วและเต่า (เพื่อนนักศึกษาของแต๋ว) จึงร่วมมือกันจัดทริปไปเที่ยวพักผ่อนที่พัทยา เพื่อช่วยเป็นแม่สื่อจับคู่ให้หนุ่มสาวทุกคนลงเอยกันได้สำเร็จ

เมื่อใกล้ถึงเวลาสอบปริญญาโท แต๋วได้แอบหนีกลับบ้านเดิม ติ่งที่ตามสืบจนรู้เบาะแสจากวไลพร จึงตัดสินใจซ้อนแผนปลอมตัวเป็น "นายนพ" เข้าไปสมัครเป็นคนขับรถในบ้านของท่านอธิบดี เพื่อตามหาหัวใจและพิสูจน์รักแท้กับแต๋ว ทั้งสองต่างแกล้งลองใจและปะทะคารมกันสารพัด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์คนร้ายหมายปองจะทำร้าย ทุกคนจึงร่วมมือกันคลี่คลายสถานการณ์อันตรายลงได้

ในที่สุด แผนการปลอมตัวและความเข้าใจผิดทั้งหมดก็เปิดเผย ติ่งและหม่อมหลวงสุรางค์ได้ปรับความเข้าใจและครองรักกันอย่างสมหวัง ขณะที่บรรดาสาวโสดและหนุ่ม ๆ ทุกคู่ต่างจับคู่ลงเอยในความรัก ปิดฉากเรื่องราวความรักสุดอลเวงและเสียงหัวเราะของบ้านสาวโสดอย่างมีความสุข

ข้อความบนใบปิด

พงศ์ไทยภาพยนตร์ โดย วิเชียร สงวนไทย
ผู้สร้าง สวรรค์เบี่ยง ภูมิใจเสนอ
ภาพยนตร์หฤหรรษ์ สุดยอดสนุกสนาน
สดใส เริงใจ ซาบซ่า ฮาเฮ สมศักดิ์ศรี ส.ค.ส.2514
บ้านสาวโสด
ของ ‘รพีพร’
แก้วฟ้า สร้างละครวิทยุยอดเยี่ยม
ชมบทบาทสุดท้ายของพระเอกยอดนิยมฝากไว้เป็นอนุสรณ์
มิตร ชัยบัญชา
เพชรา เชาวราษฎร์ นำขบวนดาราสาวจากบ้านสาวโสด
เมตตา รุ่งรัตน์, อรสา อิศรางกูร, ปริม ประภาพร,
จุรี โอศิริ, วงทอง ผลานุสนธิ์, ประภาศรี เทพรักษา,
มารศรี อิศรางกูร, จอมใจ จรินทร์
และขอแนะนำ วรรณภา การะเกด
ครรชิต ขวัญประชา
พระเอกใหม่นำขบวนดาราหนุ่มโสดคับคั่ง
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, อดุลย์ ดุลยรัตน์, สมควร กระจ่างศาสตร์,
ฤทธี นฤบาล, เมืองเริง ปัทมินทร์, เชาว์ แคล่วคล่อง, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ล้อต๊อก
อดิสรณ์ (สวรรค์เบี่ยง) กำกับการแสดง
พลรบ สร้างบท
นันทวัต กำกับบท
จิตติน ลำดับภาพ
ธีระ แอคะรัจน์ ถ่ายภาพ
ลัดดา ประทับสิงห์ อำนวยการสร้าง
6 เพลงเอกในระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย เดช
-หนังเรื่องนี้ในตอนแรกมี มิตร ชัยบัญชา แสดงนำ มิตรถ่ายไปได้เล็กน้อยก็เสียชีวิต ทางผู้สร้างจึงปั้นครรชิต ขวัญประชา ซึ่งแสดงหนังไทยอยู่แล้ว (แต่มักเล่นป็นตัวรอง) ขึ้นมารับบทพระเอกแทนมิตร อย่างไรก็ตามฉากที่มิตรถ่ายไปแล้ว ก็ไม่ได้ให้ครรชิตถ่ายใหม่ ยังคงใช้ฟิล์มที่มิตรแสดงไว้เลย พอหมดฉากที่มิตรแสดงไว้ พระเอกก็จะกลายเป็นครรชิต (น่าจะเป็นเรื่องเดียวในโลก!) บนใบปิดจึงมีรูปมิตรด้วย
-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 ในปี 2527 นำแสดงโดย ทูน หิรัญทรัพย์-ปิยะมาศ โมนยะกุล
-สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้งดังนี้
ปี 2523 ช่อง 5 นำแสดงโดย สมภพ เฐญจาธิกุล-กาญจนา บุญประเสริฐ
ปี 2534 ช่อง 3 นำแสดงโดย รอน บรรจงสร้าง-จริยา สรณคม
ปี 2544 ช่อง 3 นำแสดงโดย เพ็ญเพชร เพ็ญกุล-สกาวใจ พูนสวัสดิ์

นายอำเภอปฏิวัติ

 

นายอำเภอปฏิวัติ (2522)

เรื่องย่อ 

เรื่องราวชีวิตและการต่อสู้ของ "นายอำเภอรวมพล ก่อทอง" ข้าราชการน้ำดีผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งในอำเภอทุรกันดารแห่งหนึ่ง เมื่อออกตรวจพื้นที่พร้อมกับปลัดอำเภอ เขาพบว่าสะพานและอาคารโรงเรียนที่เพิ่งสร้างใหม่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่ได้มาตรฐาน จึงปฏิเสธที่จะลงนามตรวจรับงาน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของราชการและประชาชน สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้แก่ "เสี่ยเกี๊ยก" และ "เสี่ยผา" สองผู้รับเหมาผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

อิทธิพลมืดเริ่มคืบคลานเมื่อเสี่ยทั้งสองใช้เส้นสายเข้าหา "ปลัดจังหวัด" เพื่อบีบให้นายอำเภอรวมพลยอมเซ็นรับงาน นายอำเภอต้องเดินทางเข้าจังหวัดไปรอพบปลัดจังหวัดเพื่อเบิกสิ่งของไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ แต่กลับถูกกีดกันและบ่ายเบี่ยง จนเมื่อได้เผชิญหน้ากัน ปลัดจังหวัดพยายามกดดันให้นายอำเภอรวมพลช่วยเหลือพรรคพวกของตน แต่นายอำเภอรวมพลยังคงยืนกรานปฏิเสธ จนเกิดการโต้เถียงและลุกลามถึงขั้นชกต่อยกัน ทำให้ปลัดจังหวัดผูกใจเจ็บและประกาศว่าจะหาทางย้ายหรือปลดนายอำเภอตงฉินคนนี้ออกจากราชการให้ได้

ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อเสี่ยเกี๊ยกขออนุญาตจัดแสดงงิ้วในเวลากลางคืน แต่นายอำเภอรวมพลอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ยังมีความเสี่ยงจากภัยผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทำให้กลุ่มอิทธิพลยิ่งเคียดแค้น ขณะเดียวกัน นายอำเภอรวมพลยังต้องนำกำลัง อส. ออกลาดตระเวนปราบปรามผู้ก่อการร้ายในป่าเขา ท่ามกลางปัญหาสุขภาพจากโรคมาลาเรียเรื้อรังและดีซ่านที่คอยรุมเร้า

วันหนึ่ง ขณะที่นายอำเภอรวมพลนำกำลัง อส. ล่าถอยมาแวะพักทานอาหารหลังการปะทะ สมุนของสองเสี่ยได้เข้ามาหาเรื่อง ดุด่าและยั่วยุด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนเกิดการจับกุมตัว ทว่าฝ่ายอิทธิพลกลับตลบหลังใส่ร้ายป้ายสีว่านายอำเภอเมาสุราอาละวาด ข่าวลือและรายงานเท็จถูกส่งต่อจนทำให้นายอำเภอรวมพลมีคำสั่งถูกย้ายด่วน และในที่สุดก็มีคำสั่งจากกระทรวงปลดเขาออกจากราชการ

การสูญเสียเกียรติยศและอุดมการณ์ความดีที่สร้างมา ผนวกกับอาการป่วยที่กำเริบหนัก ทำให้อดีตนายอำเภอรวมพลเสียใจจนเกิดอาการคุ้มคลั่งเสียสติ ในวันที่มีการส่งมอบตำแหน่งให้นายอำเภอคนใหม่ นายอำเภอรวมพลยังคงเหม่อลอยกลับมานั่งทำงานที่โต๊ะเดิมจนเกิดเหตุชุลมุน แต่เมื่อได้สติกลับคืนมา เขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองพ้นจากหน้าที่ไปแล้ว จึงได้ฝากโอวาทเตือนสตินายอำเภอคนใหม่ว่า ขอให้ทำหน้าที่ด้วยดี แต่อย่าทำตัวเด่นดังจนเกินไป เพราะความดีและความเด่นอาจย้อนกลับมาเป็นภัยทำร้ายตัวเอง ก่อนที่เขาจะจูงมือภรรยาอำลาจากไปอย่างเงียบสงบ สู่ชะตากรรมที่ไร้จุดหมาย เป็นบทสรุปแห่งผลความดีที่จบลงอย่างน่าสะเทือนใจ

ปานจันทร์

 

ปานจันทร์

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ คุณหญิง มารดาของยิ่งยศ ไม่ชอบพอลูกสะใภ้อย่าง ดวงเพ็ญ จึงจัดการบังคับให้ลูกชายแต่งงานใหม่กับ พรรณี หญิงสาวที่มีฐานะเหมาะสมและถูกใจคุณหญิง ด้วยความช้ำใจ ดวงเพ็ญจึงตัดสินใจหอบลูกสาวคนโตที่เพิ่งเกิดหนีออกจากบ้านไป แม้ว่าต่อมาพรรณีจะมีลูกให้อีกหลายคน แต่คุณหญิงก็ยังคงรู้สึกผิดและพยายามออกตามหาหลานสาวคนโตที่พลัดพรากไปอย่างไม่ย่อท้อ

หลายปีผ่านไป คุณหญิงประสบเหตุถูกคนร้ายดักชิงกระเป๋าเงินนอกเมือง พอดีกับที่ "ปานจันทร์" เด็กสาวจิตใจดี และเพื่อนสาวชื่อ กอร์วิกา ขี่จักรยานผ่านมาและเข้าช่วยเหลือนำกระเป๋าเงินคืนมาได้ ในจังหวะนั้น คุณหญิงสังเกตเห็นปานแดงบนหลังมือของปานจันทร์ ซึ่งตรงกับลักษณะหลานสาวคนโตที่หายตัวไป คุณหญิงจึงสืบหาที่อยู่จนมั่นใจว่าปานจันทร์คือหลานแท้ ๆ คุณหญิงจึงพยายามไปขอร้องอ้อนวอนดวงเพ็ญและ ชาน (พ่อเลี้ยงของปานจันทร์) เพื่อขอรับตัวปานจันทร์กลับไปอุปการะเลี้ยงดู เพื่ออนาคตที่ดีของเด็ก โดยดวงเพ็ญและปานจันทร์ยอมตกลง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่เปิดเผยความจริงว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

ระหว่างนั้น ปานจันทร์ได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งแท้จริงแล้วเขาคือ "ร้อยตำรวจตรีตรี" นายตำรวจหนุ่มที่แวะไปเยี่ยมเพื่อนชื่อพรชัย แต่ยอมใส่ชุดคนไข้สลับตัวเพื่อเอาใจเพื่อน ตรีรู้สึกประทับใจในความอ่อนโยนและมีเมตตาของปานจันทร์ จึงแกล้งแสดงเป็นคนบ้าเรื่อยมาจนสนิทสนมกัน และเกิดเป็นความผูกพันขึ้น

เมื่อปานจันทร์ก้าวเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของคุณหญิง เธอต้องเผชิญกับความอิจฉาริษยาและการกลั่นแกล้งสารพัดจากพรรณีและ ยิ่งศักดิ์ ลูกสาวคนใหม่ ขณะเดียวกัน ภายในบ้านก็เกิดความระส่ำระสายเพราะลูก ๆ ฝ่ายพรรณีคบเพื่อนชั่ว หลงเดินทางผิด ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนถึงขั้นแอบขโมยวัตถุโบราณของคุณหญิงไปขายให้แก่ แมน ลูกน้องของ เอก หัวหน้าแก๊งมิจฉาชีพ เพื่อหวังจะฮุบสมบัติของตระกูล

ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพรรณีวางแผนร่วมกับแมนให้ลักพาตัวปานจันทร์ไปเรียกค่าไถ่และคิดกำจัดเธอเสีย โดยลวงปานจันทร์ไปยังรังของเอก ฝ่ายเอกเตรียมจะฉีดยาทำลายประสาทปานจันทร์ แต่แมนเกิดใจอ่อนและหลงรักปานจันทร์จึงเข้าขัดขวาง ด้านกอร์วิกาเมื่อเห็นเพื่อนตกอยู่ในอันตรายจึงรีบไปแจ้งร้อยตำรวจตรีตรี นำกำลังบุกเข้าทลายรังคนร้ายและช่วยชีวิตปานจันทร์ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ท้ายที่สุด เมื่อความจริงและอันตรายคลี่คลาย ปานจันทร์ได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างอบอุ่น โดยมีทั้ง ยิ่งยศ พ่อผู้ให้กำเนิด และ ชาน พ่อเลี้ยงที่คอยดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก ต่างพร้อมใจกันอ้าแขนต้อนรับขวัญลูกสาว กลายเป็นบทสรุปอันซาบซึ้งใจ

ปล้นอเมริกา

 

ปล้นอเมริกา

เรื่องย่อ
ภาพยนตร์: ปล้นอเมริกา (พ.ศ. 2520)

เรื่องราวเปิดฉากด้วยเหตุการณ์อุกอาจบนถนนมิตรภาพ เมื่อขบวนการโจรก่อเหตุขับรถปาดหน้าและใช้รถบรรทุกสิบล้อชนบดขยี้รถจี๊ปทหารอเมริกัน พร้อมทั้งกระหน่ำยิงสังหารทหารจนเสียชีวิต เพื่อชิงศพที่ขนส่งมาและทำลายหลักฐาน โดยมี "เสียวุ่น" และชาวต่างชาติชื่อ "วิคเตอร์ เอสกีนอฟ" อยู่เบื้องหลัง ทางการสันติบาลคาดการณ์ว่าเบื้องหลังการปล้นศพครั้งนี้พัวพันกับหน่วยข่าวกรองต่างชาติและประเด็นความมั่นคงระดับประเทศ

"โรมฤทธิ์ สมรภูมิ" ชายหนุ่มมาดเข้มเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำลาดยาว โดยมีเพื่อนสนิทอย่าง "โด่ง" มารับ เมื่อออกมาได้ไม่นาน ผู้การตำรวจสันติบาลได้มอบหมายภารกิจลับให้โรมฤทธิ์แฝงตัวเข้าไปสืบหาเบาะแสและคลี่คลายคดีปล้นศพทหารอเมริกันดังกล่าว โรมฤทธิ์ต้องเอาตัวรอดในดงอาชญากรด้วยการเข้าร่วมแผนการปล้นธนาคารของ "วิชัย" เพื่อสร้างความไว้วางใจ ระหว่างการปล้น "ปริฉัตร" หญิงสาวผู้มีเบื้องหลังลึกลับได้บังเอิญพบเห็นและจำหน้าเขาได้

หลังเสร็จงานปล้น โรมฤทธิ์นำเงินส่วนแบ่งไปมอบให้ "ลาวัลย์" น้องสาวของตน แต่ต้องคอยหลบเลี่ยง "ร้อยตำรวจเอกยงยศ" นายตำรวจตงฉินคนรักของลาวัลย์ที่คอยตามจับตาดูอยู่ จากนั้นโรมฤทธิ์สืบสาวราวเรื่องต่อไปจนเข้าไปพัวพันกับกลุ่มของเสียวุ่นและ "เพชร" มือปล้นอีกคน จนกระทั่งรู้เบาะแสว่าวิคเตอร์ เอสกีนอฟ พักอยู่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง โรมฤทธิ์กับโด่งจึงแอบสะเดาะกลอนบุกเข้าไปค้นห้องพักจนได้ "ไมโครฟิล์ม" ลับ ซึ่งบรรจุข้อมูลความลับทางการเมืองและความขัดแย้งระดับชาติ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปริฉัตรก็ลอบเข้ามาค้นห้องเพื่อหาหลักฐานเช่นเดียวกัน ก่อนจะโรยตัวหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

เมื่อความลับในห้องพักถูกลอบค้น วิคเตอร์และเสียวุ่นจึงย้ายฐานปฏิบัติการไปยังเซฟเฮาส์ริมทะเลที่พัทยา โรมฤทธิ์ร่วมมือกับเพชรและโด่งสะกดรอยตามไป ขณะที่ปริฉัตรกับลาวัลย์ก็ตามไปสมทบ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ยกกำลังเตรียมเข้าปิดล้อมจับกุมขนานใหญ่ การปะทะเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือดระหว่างกองกำลังฝ่ายคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มของโรมฤทธิ์

เมื่อตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ เสียวุ่นได้ส่งสัญญาณเรียกเรือดำน้ำต่างชาติให้ขึ้นมาช่วยคุ้มกันและเตรียมหลบหนี นำไปสู่การไล่ล่าปะทะกันอย่างดุเดือดกลางท้องทะเลเพื่อทำลายเรือดำน้ำและกวาดล้างขบวนการร้าย ท่ามกลางสถานการณ์คับขันที่ร้อยตำรวจเอกยงยศเองก็ตามล่าหมายเอาชีวิตโรมฤทธิ์โดยที่ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด กลายเป็นการปิดฉากภารกิจลับสุดระทึกของโรมฤทธิ์เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ

เลือดสุพรรณ

 


เรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา กองทัพพม่าได้ยกกำลังเข้าบุกรุกและตั้งค่ายรวบรวมเสบียงอยู่ที่เมืองสุพรรณบุรี ในช่วงเวลานั้น ชาวบ้านเมืองสุพรรณส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตด้วยความประมาท ขาดการเตรียมพร้อมและแตกความสามัคคี ขณะเดียวกัน "ดวงจันทร์" หญิงสาวชาวสุพรรณผู้รักชาติและครอบครัว ได้ถูกทหารพม่าดักฉุดตัวไป แต่โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่อ้างว่าชื่อ "ทัพ" โดยทั้งคู่ได้สร้างกระท่อมพักอาศัยอยู่ชั่วคราวและเริ่มก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งต่อกัน โดยที่ดวงจันทร์หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วทัพคือ "มังราย" นายกองหนุ่มชาวพม่า ผู้เป็นบุตรชายแท้ ๆ ของ "มังมหาสุรนาถ" แม่ทัพใหญ่ฝ่ายพม่า ที่ปลอมตัวมาสืบความเคลื่อนไหว

ต่อมา กองทัพพม่าได้เข้าบุกกวาดต้อนและเผาทำลายหมู่บ้าน จับชาวบ้านสุพรรณบุรีรวมถึงครอบครัวของดวงจันทร์ไปเป็นเชลยศึกในค่าย ภายในค่ายเชลย "มังระโธ" นายกองพม่าผู้โหดเหี้ยมได้ทารุณกรรม กดขี่ ข่มเหง และเข่นฆ่าเชลยไทยอย่างไร้มนุษยธรรม จนทำให้แม่ของดวงจันทร์ต้องเสียชีวิตลง มังรายซึ่งเป็นนายทหารที่มีคุณธรรมและเห็นว่าการกระทำของมังระโธทำให้กองทัพพม่าเสื่อมเสียเกียรติ จึงคอยเข้าขัดขวางและช่วยเหลือปกป้องเชลยไทยอยู่เสมอ

เมื่อเห็นว่าเชลยไทยกำลังจะถูกทรมานจนตายกันหมด มังรายจึงตัดสินใจยอมเสี่ยงชีวิต แอบเปิดทางและปล่อยให้ดวงจันทร์ พ่อของเธอ และเชลยไทยทั้งหมดหลบหนีออกจากค่าย การกระทำดังกล่าวทำให้แม่ทัพมังมหาสุรนาถสั่งประหารชีวิตมังระโธในข้อหาประพฤติตนเยี่ยงโจรป่าทารุณเชลย แต่ในขณะเดียวกัน มังรายก็มีความผิดฐานละเมิดวินัยทหารอย่างร้ายแรงจากการปล่อยเชลยศึก แม้ว่ามังรายจะเป็นลูกชายคนเดียวที่แม่ทัพรักยิ่ง แต่เพื่อรักษาวินัยกองทัพ มังมหาสุรนาถจึงจำใจสั่งประหารชีวิตลูกชายตนเอง ดวงจันทร์เมื่อรู้ข่าวจึงยอมเสี่ยงกลับมายังค่ายเพื่อขอรับโทษแทนและขอร้องชีวิตมังราย แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนคำสั่งเด็ดขาดได้ มังรายถูกนำตัวไปประหารชีวิตต่อหน้าดวงจันทร์

หลังการสูญเสียมังราย ดวงจันทร์และชาวบ้านสุพรรณบุรีที่หลบหนีออกมาได้ตระหนักถึงชะตากรรมของบ้านเมือง ดวงจันทร์จึงปลุกใจชาวบ้านทุกคนว่า การหนีเอาตัวรอดไปเรื่อย ๆ มีแต่จะทำให้สูญสิ้นแผ่นดินเกิด หากแม้นจักต้องตาย ก็ขอเลือกตายอย่างมีเกียรติและรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นไทย คำปลุกใจของเธอทำให้ชาวสุพรรณทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เลิกกลัวความตาย จับมีด พร้า และอาวุธเท่าที่มี หวนกลับมาเปิดศึกเข้าต่อสู้กับกองทัพพม่าที่มีกำลังพลเหนือกว่าหลายเท่าอย่างไม่คิดชีวิต

แม้สุดท้ายกลุ่มชาวบ้านเลือดสุพรรณจะถูกสังหารจนสิ้นชีพทั้งหมด แต่ความกล้าหาญ ความรักชาติ และความสามัคคีอันเด็ดเดี่ยว ได้สร้างความสะเทือนใจและทำให้แม่ทัพมังมหาสุรนาถเกิดความยกย่องและนับถือในหัวใจของคนไทยอย่างลึกซึ้ง แม่ทัพพม่าจึงสั่งให้จัดพิธีฝังศพของเหล่านักรบชาวสุพรรณอย่างสมเกียรติเยี่ยงทหารหาญ และนำร่างของดวงจันทร์ไปฝังเคียงคู่กับมังราย เพื่อให้ความรักของทั้งสองคงอยู่ชั่วนิรันดร์

ชมภาพยนตร์ เลือดสุพรรณ

จันดารา ปัจฉิมบท

จันดารา ปัจฉิมบท


เรื่องย่อ

เรื่องราวชีวิตอันมืดมนและวังวนแห่งตัณหาของ "จัน ดารา" เด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับตราบาป เพราะทันทีที่เขาลืมตาดูโลก มารดาแท้ ๆ ก็เสียชีวิตลงทันที ทำให้ "คุณหลวง" ผู้เป็นประมุขของบ้านชิงชังเขาอย่างรุนแรง และตราหน้าว่าเป็น "ไอ้เด็กจัญไร" คุณหลวงลงทัณฑ์และทำร้ายจันทั้งทางร่างกายและจิตใจตลอดมา จันมีเพียง "น้าวาด" น้องสาวของแม่ที่ย้ายมาคอยเลี้ยงดู ให้ความรัก และเป็นที่พึ่งทางใจเพียงคนเดียว

ในบ้านหลังใหญ่ จันเติบโตมาท่ามกลางสายตาเกลียดชังของ "คุณแก้ว" ลูกสาวของคุณหลวงกับน้าวาด ซึ่งถูกผู้เป็นพ่อเสี้ยมสอนให้เหยียดหยามจันตั้งแต่วัยเด็ก ขณะเดียวกัน บรรยากาศเรื่องกามารมณ์อันสำส่อนของคุณหลวงและคนในบ้านก็ค่อย ๆ หล่อหลอมจัน จันมีเพื่อนสนิทคือ "เคน" เด็กรับใช้ และได้พบรักอันบริสุทธิ์กับ "ไฮซิน" หญิงสาวเชื้อสายจีนที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ แต่ในบ้าน ชีวิตของจันกลับก้าวเข้าสู่โลกีย์อย่างเต็มตัวเมื่อ "คุณบุญเลื่อง" ภรรยาเก่าของคุณหลวงย้ายเข้ามาอยู่ และกลายมาเป็นผู้เปิดโลกแห่งความใคร่ให้แก่เขา

จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อคุณแก้วถูกเคนล่วงเกินและใส่ร้ายว่าจันเป็นผู้วางแผน คุณหลวงจึงขับไล่จันออกจากบ้านอย่างไม่ไยดี จันต้องหนีไปพึ่งใบบุญของคุณตาที่จังหวัดพิจิตร และที่นั่นเอง เขาได้รับรู้ความจริงอันอัปยศเกี่ยวกับชาติกำเนิด ว่าแม่ของเขาถูกโจรข่มขืนจนตั้งท้อง และคุณตาจำเป็นต้องหาทางออกด้วยการจ้างคุณหลวงมารับสมอ้างเป็นพ่อเพื่อรักษาเกียรติวงศ์ตระกูล

หลายปีต่อมา น้าวาดเดินทางมาตามตัวจันกลับกรุงเทพฯ เพื่อช่วยกอบกู้หน้าตาของครอบครัว เนื่องจากคุณแก้วตั้งท้องโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริง จันยอมกลับมาพร้อมข้อต่อรองในการแต่งงานกับคุณแก้วเพื่อรับเป็นพ่อของเด็ก แลกกับการให้โอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินทั้งหมดมาเป็นของตน คุณหลวงจำต้องยอมจำนนและตกอยู่ในสภาพหมดอำนาจ กลายเป็นอัมพาตและไร้เรี่ยวแรง

เมื่อได้ขึ้นเป็นใหญ่ในบ้าน จันกลับถลำลึกสู่เส้นทางแห่งราคะและความพยาบาท ดำเนินรอยตามคุณหลวงแทบทุกประการ ทั้งการมีสัมพันธ์กับคุณบุญเลื่อง และบังคับขืนใจคุณแก้วจนกระทั่งเธอคลอดลูกออกมา แต่คุณแก้วกลับเรียกเด็กคนนั้นว่า "ไอ้เด็กอัปปรี" จันจึงตั้งชื่อเด็กว่า "ปรี ดารา" เพื่อประชดประชันความอยุติธรรมในชีวิต

ในบั้นปลาย น้าวาดหมดอาลัยกับความฟอนเฟะของคนในบ้านจึงหนีไปบวชชี ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวอันผิดบาปและความลับในบ้านแตกหักพังทลาย คุณแก้วแยกตัวออกไปอยู่อย่างโดดเดี่ยว คุณหลวงหมดสิ้นทุกสิ่ง ส่วนตัวจัน ดารา เองก็ไม่สามารถมีความสุขหรือความรู้สึกทางเพศกับใครได้อีกต่อไป กลายเป็นชายวัยกลางคนที่แบกรับความว่างเปล่า ตรอมตรม และสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิต จากกงเกวียนกำเกวียนและตัณหาที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเองในที่สุด


Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com