จ้าวธรณี

 

จ้าวธรณี

จ้าวธรณี (2521)
ผลงานการสร้างของ สาธิตภาพยนตร์ อำนวยการสร้างโดย ยุบล สาธิศรัตน์ และกำกับการแสดงโดย สุวีระ นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, สิงหา สุริยงค์ และ ปติมา รัศมี

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสมรภูมิความขัดแย้งและการแก่งแย่งดินแดนของผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น เมื่อกลุ่มทรชนและกองกำลังนอกกฎหมายเข้าครอบงำพื้นที่ ใช้กำลังข่มเหงรังแกชาวบ้าน และจับกุมผู้บริสุทธิ์มาเป็นตัวประกันอย่างไร้ความปรานี

พระเอกหนุ่มผู้มีฝีมือการต่อสู้ระดับพระกาฬ พร้อมด้วยสหายคู่ใจ ต้องลอบแทรกซึมเข้าสู่ดงอิทธิพลเพื่อคอยสืบหาเบาะแสและช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย ทั้งสองต้องใช้ทั้งไหวพริบปฏิภาณ การแกล้งสร้างสถานการณ์ตบตาเพื่อเอาตัวรอด และการปะทะด้วยอาวุธปืนแบบดุเดือด

สถานการณ์ยิ่งทวีความซับซ้อนขึ้นเมื่อหญิงสาวปริศนาผู้มีฝีมือยิงปืนอันแม่นยำและท่าทียียวนปรากฏตัวขึ้นกลางวงล้อม การเผชิญหน้ากันนำไปสู่การจับกุมและการไต่สวนเพื่อค้นหาความจริงว่าแท้จริงแล้วเธอคือฝ่ายมิตรหรือศัตรู พระเอกจึงต้องเผชิญหน้ากับทั้งหัวหน้ากลุ่มอิทธิพลร่างยักษ์ มือปืนรับจ้างฝีมือฉกาจ และความลับที่ซ่อนอยู่หลังความขัดแย้ง เพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีและทวงคืนความสงบสุขกลับคืนสู่ผืนดินแห่งนี้

ฉายครั้งแรก 1 กันยายน พ.ศ. 2521
ฉายที่ เมโทร, เจ้าพระยา 

เรือเพลง

 

เรือเพลง
เรือเพลง (2522)
สร้างโดย พี.78 โปรดักชั่น
กำกับโดย อนิรุติ์
ซึ่งเป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของราชาเพลงลูกทุ่ง ยอดรัก สลักใจ ประกบคู่กับ วาสนา สิทธิเวช (นางเอกดังจาก ครูบ้านนอก) ร่วมด้วย พนม นพพร, รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง และ พิมพ์ใจ พรหมมาลี

เรื่องย่อ

เรื่องราวชีวิตรักและเสียงเพลงท่ามกลางสายน้ำและวิถีชนบทไทย เมื่อชายหนุ่มบ้านนาผู้มีพรสวรรค์ด้านเสียงร้องและหัวใจรักในบทเพลงลูกทุ่ง ต้องใช้ชีวิตดิ้นรนทำมาหากินอยู่บนเรือเร่และผืนน้ำ เขาได้พบรักกับหญิงสาวคนงามในหมู่บ้าน ความรักของทั้งคู่เบ่งบานไปพร้อมกับเสียงขับขานบทเพลงพื้นบ้านอันไพเราะและครื้นเครง

ทว่าเส้นทางความรักของหนุ่มเรือเพลงผู้ยากไร้กลับต้องพบกับอุปสรรคขวากหนาม ทั้งความแตกต่างทางฐานะ การกีดกันจากผู้ใหญ่ และบรรดาคู่แข่งที่หมายปองหญิงสาว เขาจึงต้องใช้ความจริงใจ น้ำพักน้ำแรง และพลังแห่งเสียงเพลงเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง เพื่อฝ่าฟันมรสุมชีวิตและมัดใจหญิงสาวอันเป็นที่รัก ท่ามกลางบรรยากาศความสนุกสนาน เฮฮา และบทเพลงลูกทุ่งแท้ที่ขับกล่อมตลอดลำน้ำ

ฉายวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ .2522
ฉายที่ เมโทร และ เพชรเอ็มไพร์

ตำหนักเพชร

 

ตำหนักเพชร
ตำหนักเพชร (2507) ผลงานกำกับของ ครูเนรมิต (อำนวย กลัสนิมิ) สร้างโดย รัตนงามภาพยนตร์ นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์, ประจวบ ฤกษ์ยามดี และเป็นการรับบทบาทการแสดงภาพยนตร์ยุคแรกของนักร้องชื่อดัง ธานินทร์ อินทรเทพ

เรื่องย่อ

เรื่องราวดราม่าชีวิตและความรักต่างชนชั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวผู้อาภัพที่ขาดทั้งพ่อ แม่ และพี่น้อง ต้องเผชิญมรสุมชีวิตจนจับพลัดจับผลูเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ภายในรั้วคฤหาสน์ตำหนักเพชร ท่ามกลางบรรยากาศความเข้มงวด ชิงดีชิงเด่น และสายตาดูแคลนของผู้คนรอบข้าง

ทว่าท่ามกลางความอ้างว้างและอุปสรรค เธอได้พบกับความผูกพันและความรักอันบริสุทธิ์จากชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จากกำแพงทางสังคม ฐานันดร และความขัดแย้งภายในครอบครัวที่มีทั้งรุ่นพ่อและรุ่นลูกเข้ามาพัวพัน ทั้งคู่จึงต้องร่วมกันพิสูจน์ความจริงใจและคุณค่าของจิตใจว่า ความรักแท้ย่อมก้าวข้ามความแตกต่างทางชนชั้นและกำแพงแห่งศักดิ์ศรีได้เสมอ

รักพลิกล็อก

 

รักพลิกล็อก

ภาพยนตร์ไทยเรื่อง รักพลิกล็อค (2529)
ภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ นำแสดงโดย ปัญญา นิรันดร์กุล 

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากสองคู่หูบ้านนาอย่าง ปัญญา และเพื่อนซี้ที่ตั้งความหวังอยากสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นเศรษฐีจากการทำฟาร์มเป็ด แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกจนธุรกิจล้มเหลว ทั้งสองจึงตัดสินใจหอบความหวังมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อดิ้นรนสู้ชีวิตต่อ ทว่าการใช้ชีวิตในเมืองหลวงกลับไม่ง่าย ทั้งคู่ต้องดิ้นรนรับจ้างทำงานสารพัดอย่างเพื่อเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน

จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อปัญญาได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้หญิงคนหนึ่งไว้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ความมีน้ำใจและความซื่อสัตย์ของเขาทำให้เธอประทับใจจนมอบโอกาสให้ทั้งคู่เข้ามาช่วยงานและพักอาศัยในบ้านของครอบครัวเศรษฐี ที่นั่นเอง ปัญญาได้พบกับ แอม หญิงสาวแสนสวยประจำบ้าน และตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง

ทว่าเส้นทางความรักของหนุ่มยากจนกับสาวฐานะดีกลับเต็มไปด้วยขวากหนาม เพราะนอกจากจะต้องเจอกับคุณแม่ที่คอยจับตาดูความประพฤติอย่างเข้มงวดแล้ว ยังมีหนุ่มเศรษฐีคู่แข่งที่พยายามเอาอกเอาใจผู้ใหญ่และใช้สารพัดเล่ห์เหลี่ยมหวังจะพิชิตใจแอมเพื่อสู่ขอเธอไปเป็นคู่ครอง ปัญญากับเพื่อนคู่หูจึงต้องผนึกกำลังงัดทั้งความจริงใจและแผนการสุดป่วนมาฟันฝ่าอุปสรรคและพิสูจน์ความรักแท้ ท่ามกลางเรื่องราวชุลมุนวุ่นวายที่นำไปสู่บทสรุปอันคาดไม่ถึง

ดูหนังเรื่อง รักพลิกล็อค เต็มเรื่อง

อะไรกันวะ

 

อะไรกันวะ
เรื่องย่อ 

เรื่องราวความอลหม่านเริ่มต้นขึ้นในบ้านหลังใหญ่ของคุณนาย ซึ่งทั้งบ้านมีแต่ผู้หญิงอาศัยอยู่ร่วมกัน เมื่อมีนักเลงและผู้มีอิทธิพลพยายามเข้ามารังควานและตามจีบคุณนายจนสร้างความหวาดระแวง ทำให้คนในบ้านปรึกษากันว่าจำเป็นต้องหา "คนรับใช้ผู้ชายร่างกำยำ" มาคอยดูแลความปลอดภัยและช่วยคุ้มกันบ้าน

ทางครอบครัวจึงตัดสินใจไปติดต่อหาคนงานผ่านสำนักงานจัดหางาน จนกระทั่งได้ตัว สมชาย ชายหนุ่มมาดกวนแต่พกพาความฮาและลูกล่อลูกชนเต็มกระเป๋า เข้ามาทำหน้าที่เป็นคนรับใช้ชายเพียงคนเดียวในคฤหาสน์สาวล้วน

ทว่าการเข้ามาของสมชายไม่ได้มีเพียงแค่งานบ้านธรรมดา เพราะเขากลับตกหลุมรักคุณนายเจ้าของบ้านเข้าอย่างจัง ขณะเดียวกัน เดช ลูกชายคนโตของสมชายที่ออกมาเร่ขายพวงมาลัย ก็ได้พบรักกับ เอ๋ หญิงสาวในบ้านคุณนายเช่นกัน ความสัมพันธ์พัวพันข้ามรุ่นนี้จึงนำมาซึ่งภารกิจสุดป่วน เมื่อคนรับใช้ตัวดีต้องทั้งรับมือกับงานสารพัดในบ้าน ฝ่าด่านหัวใจ และช่วยปกป้องคนในบ้านจากอันธพาล ก่อเกิดเป็นเรื่องราววุ่นวาย ชวนหัว และเต็มไปด้วยมุกตลกเบาสมองตลอดทั้งเรื่อง

ตัวอย่างภาพยนตร์ อะไรกันวะ พ.ศ. 2521


ภาพยนตร์เรื่อง อะไรกันวะ ARAI KUNVA
กำกับโดย (Directed by) :  ล้อต๊อก
นักแสดง (Cast) : นัยนา ชีวานันท์ , กรุง ศรีวิไล , พิศมัย วิไลศักดิ์ , ล้อต๊อก , นิรุตติ์  ศิริจรรยา , ตั๊ก มยุรา 

2-สิงห์เอเซีย

 

2-สิงห์เอเซีย
2 สิงห์เอเซีย (2521) ซึ่งเป็นภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มใหญ่ร่วมสร้างระหว่างไทยและฮ่องกง โดยค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น กำกับโดย โรม บุนนาค

เรื่องย่อ 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่เกาะฮ่องกง เมื่อเพื่อนสนิทของ ปีเตอร์ ชิน นักสืบอิสระฝีมือดี ถูกลอบวางระเบิดเสียชีวิตไปพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งในรถยนต์ การตามล่าหาความจริงนำพาเขาแกะรอยข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศไทย และได้พบกับ ปัทมา หญิงสาวผู้กุมความลับสำคัญ ซึ่งในตอนแรกเธอปฏิเสธไม่รู้เห็น แต่เมื่อจำนนต่อหลักฐาน จึงเปิดเผยว่าผู้หญิงที่เสียชีวิตในฮ่องกงนั้นมีแผนแบล็กเมลเจ้าพ่อขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในไทย

ในระหว่างการสืบหาเบาะแส ปีเตอร์ ชิน ได้เผชิญหน้ากับ สยาม ชายหนุ่มปริศนาชาวไทยผู้มีบัตรประจำตัวหลากหลายใบและที่มาคลุมเครือ ทั้งคู่เริ่มต้นจากการเป็นคู่ปรับที่ต้องปะทะคารมและต่อรองผลประโยชน์กัน ก่อนจะจับมือเป็นพันธมิตรเฉพาะกิจเพื่อเปิดโปงขบวนการค้ายาเสพติดที่มีอิทธิพลกว้างขวาง สองยอดฝีมือจากสองฟากฝั่งเอเชียจึงต้องร่วมมือกันฝ่าดงกระสุนและลุยเข้าสู่ถิ่นของเหล่าวายร้ายเพื่อทวงคืนความยุติธรรม

ฉายเมื่อ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2521
ที่โรงหนังเอเธนสฺ์

ชายชาตรี

 

ชายชาตรี

เรื่องย่อ 

เรื่องราวชีวิต การต่อสู้ และความรักของชายหนุ่มทายาทตระกูลอภิรักษ์ภูมินทร์ ผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และความถูกต้อง เขาก้าวเข้ามาอยู่ท่ามกลางสมรภูมิความบาดหมางและการแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างเจ้าของไร่สองแห่งในแถบปราจีนบุรี

นอกจากความขัดแย้งของอิทธิพลท้องถิ่นแล้ว ยังมีปมปัญหาความริษยาและความแตกร้าวภายในครอบครัวของบ้านไร่ เมื่อทายาทต่างมารดาต้องมาเผชิญหน้ากัน พระเอกจึงต้องใช้ทั้งความเด็ดเดี่ยว สติปัญญา และหัวใจที่ซื่อตรงเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ปกป้องหญิงสาวอันเป็นที่รัก พร้อมทั้งฟันฝ่าการปองร้ายจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล เพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายตามแบบฉบับ "ชายชาตรี"

นาค


นาค


เรื่องย่อ

เรื่องราวของแม่นาคพระโขนงถูกเล่าขานอีกครั้ง เมื่อ “นาค” กับบรรดาเหล่าผีโบราณต่าง ๆ หนีความเจริญของกรุงเทพฯ ย้ายมาอยู่กันที่ชนบทห่างไกลแสงสีและความเจริญแห่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่วายโดนพวกผีเมืองกรุงตามมารังควานไม่เว้นแต่ละวัน

จนวันหนึ่ง เกิดเรื่องใหญ่ในหมู่บ้านของมนุษย์ละแวกเดียวกับที่นาคอาศัยอยู่ ขณะที่ทางหมู่บ้านกำลังจัดงานวัดกัน ผู้คนกำลังดูหนังกลางแปลงอย่างสนุกสนาน ผีในหนังที่ดูก็มีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ โผล่ออกมาจากจอหนังแล้วจับ “ธี” เด็กชายวัย 7 ขวบไปต่อหน้าต่อตาพี่สาวและชาวบ้านที่กำลังแตกตื่น

เมื่อนาคเห็น “แก้ม” พี่สาวของธี สูญเสียน้องชาย ความสงสารเห็นอกเห็นใจบวกกับความหลังฝังใจบางอย่าง นาคและพ้องเพื่อนอย่าง “เขียว” ผีหัวขาด , “อืด” ผีเปรตจอมอ้วน และ “ทอง” ผีหมาปากสุนัข จึงตัดสินใจพาแก้มเข้าไปในโลกแห่งวิญญาณที่แสนจะทันสมัย เพื่อช่วยเหลือธีและสะสางสิ่งที่ติดค้างในอดีตของตนเอง

นาค, แก้ม และแก๊งเพื่อน จึงเดินทางสู่เมืองกรุงแห่งโลกวิญญาณ เพื่อเผชิญหน้ากับ “จอมราชันย์” แห่งภูติผีทั้งหลาย ที่เป็นตัวการวางแผนให้พวกผีร้ายสามารถขึ้นมาทำลายโลกของมนุษย์ในเวลากลางวันได้โดยไม่ต้องซ่อนเร้นอีกต่อไป

ทีมงานสร้าง : การ์ตูนแอนิเมชั่น 3D แนวครอบครัว-ผจญภัย (แนวภาพยนตร์) / สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล (บริษัทผู้สร้าง-จัดจำหน่าย) / บริษัทบีบอยซีจี (บริษัทดำเนินงานสร้าง) / สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ (อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร) / บอย โกสิยพงษ์, ปรัชญา ปิ่นแก้ว (ควบคุมงานสร้าง) / ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล (ผู้กำกับภาพยนตร์) / นันทนา บุญหลง (กำกับเสียง) / เสนีย์ จิตสุวรรณวัฒนะ (บทภาพยนตร์) / บอยโกสิยพงษ์ (ดนตรีประกอบ)

ทีมพากย์เสียง : เอ๊ะ ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์, เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, น้าติ่ง สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล, นุ้ย เชิญยิ้ม, น้องเก็ต อัญญาฤทธิ์ พิทักษ์ติกุล)น้องเกรซ นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ), นันทนา บุญหลง,สมชาย ศักดิกุล, เบิ้ล สินเจริญบราเธอร์

ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์…. นาค 
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา…. เขียว 
สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล…. ทอง 
ชูเกียรติ เอี่ยมสุข…. อืด 
อัญญาฤทธิ์ พิทักษ์ติกุล…. ธี 
นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ…. แก้ม 

คาแร็คเตอร์

“นาค” – มีต้นแบบและไอเดียมาจากแม่นาคพระโขนง ตำนานผีสาวที่โด่งดังที่สุดของเมืองไทย แต่นาคในเรื่องนี้ เป็นนาคที่หน้าตาสดใส น่ารัก ตากลมโต หน้าทันสมัย หุ่นดี ไม่น่ากลัวเหมือนอย่างในหนังเวอร์ชั่นอื่น นาคในภาคการ์ตูนเป็นผู้หญิงที่มีความเป็นผู้นำสูง รักเพื่อนพ้อง รักเด็ก (โดยเฉพาะเด็กดี) และความยุติธรรม เกลียดที่สุดคือคนที่ชอบรังแกคนอื่น นาคพร้อมจะปกป้องคุ้มครองคนที่ถูกรังแกเสมอ ท่าไม้ตายของนาคคือการยืดมือได้ยาวไกลและมีความว่องไวมากตามที่ใจต้องการ

“นาคเป็นคาแร็คเตอร์โจทย์แรกเลยที่ต้องคิดออกมาให้แตกก่อน แล้วถึงจะคิดตัวอื่น ๆ ตามมา ที่ยากคือเราจะลบภาพเก่า ๆ ที่มีต่อนาคได้ยังไง จะทำยังไงให้นาคคนนี้เป็นที่รักของทุกคนได้ ดูยังไงไม่ให้น่ากลัว ดูแล้วต้องสดใส เราก็นึกถึงรูปลักษณ์และความสามารถก่อน นาคต้องเก่ง เป็นผู้นำที่จะพาเราไปผจญภัยในโลกวิญญานที่สนุกสนานได้ ถ้านึกถึงการ์ตูนฮีโร่สักเรื่องนึงที่มียอดมนุษย์หลายๆ สี แดง เขียว น้ำเงิน เหลือง ชมพู นาคต้องเป็นสีแดง คือเก่งสุด เท่ห์สุด สวยที่สุด แต่นาคเป็นผู้หญิงเราเลยใช้สีโทนแดงแต่ไม่ถึงกับแดงเว่อร์ ถึงนาคจะเป็นผีในอดีต แต่เรื่องนี้ต้องมีความทันสมัย จะทำคาแร็คเตอร์การ์ตูนให้เชย ๆ คงจะไม่ได้ เพราะหนังเรื่องนี้มีความร่วมสมัยอยู่ในเรื่องด้วย”

พากย์โดย: เอ๊ะ ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์ – เกิดวันที่ 15 มกราคม 2520 จบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 จาก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอ๊ะเป็นนักร้องวัยรุ่นเสียงใสที่โด่งดังตั้งแต่เริ่มออกอัลบั้มเพลงชุดแรก เป็นนักแสดงระดับนางเอกด้วยฝีไม้ลายมือการแสดงที่น่ารักไม่แพ้เสียงหวาน ๆ ของเธอ

ผลงานที่ผ่านมา โฆษณา: Noble Home, Clinex, Yellow Pages, Yomost, Rejoice, มาม่า

ผลงานด้านพิธีกร: Asian Splash, Music Mart, Maya TV

ผลงานละคร: สวัสดีคุณนาย, หัวใจเถื่อน, ซิงตึ้ง, ครอบครัวตัว อ., เพลิงรักไฟแค้น, ดอกฟ้ากับเทวดาเดินดิน

ผลงานเพลง: SASIKARN เล่นมิวสิควีโอเพลงไม่รักก็เกลียดเลย(เจมส์), หยุดตรงนี้ที่เธอ (ฟอร์ด)

“เขียว” – ผีหัวขาด เป็นผีนักมวยคาดเชือกสมัยอยุธยา เก่งในศิลปะการต่อสู้หมัดมวยอยู่พอตัว สามารถถอดหัวได้แต่ไม่ค่อยชอบถอดมาเล่น แต่หัวมักจะตกมาเองเสมอ เขียวเป็นผีลูกเล่นเยอะพอกับลูกชน เพื่อน ๆ อุ่นใจถ้ามีเขียวอยู่ร่วมแก๊งทุกสถานการณ์ถึงจะดูนักเลงแต่ใจไม่เกเรแน่นอน

“พอหลังจากที่เราคิดคาแร็คเตอร์ของนาคออกมาเรียบร้อย เราก็ต้องนึกถึงแก๊งค์ผีที่จะคอยช่วยเหลือนาคในอันดับต่อ ๆ ไป นาคเป็นผีไทยแล้ว เราก็นึกถึงผีไทยตัวต่อ ๆ มา ชื่อแรกเลยที่คิดได้ก็คือ ผีหัวขาด เราก็สร้างคาแร็คเตอร์ให้ตัวนี้เป็นคนซื่อ ๆ จริงใจ หน้าตาตลก ๆ และถ้าหัวขาดได้อย่างเดียวมันจะดูน่ากลัวไม่มีลูกเล่นมากพอ เราก็เลยออกแบบให้ตัวนี้มีความสามารถในเรื่องของมวยไทยเข้าไปด้วย ชอบเตะต่อย แต่ไม่หาเรื่องใครก่อน”

พากย์โดย: หม่ำ จ๊กมก (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) – นักแสดง พิธีกร นักร้อง ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ผู้บริหาร และคุณพ่ออารมณ์ดี แห่งวงการภาพยนตร์และทีวีของไทย พี่หม่ำฉายแววเลือดนักแสดงมาตั้งแต่เริ่มต้นเข้าวงการ และโด่งดังเป็นพลุแตกจาก “แก๊ง 3 ช่า” ในรายการชิงร้อยชิงล้าน ปัจจุบันพี่หม่ำทำหน้าที่ในวงการบันเทิงของไทยมานานกว่า 20 ปี แต่ยังสร้างชื่อสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมได้จนถึงปัจจุบัน

ผลงานที่ผ่านมา: พิธีกรรายการชัยบดินทร์โชว์, ชิงร้อยชิงล้าน, หม่ำโชว์, ระเบิดเถิดเทิง

ผู้กำกับภาพยนตร์: บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม1-2, แหยมยโสธร, หม่ำเดียว หัวเหลี่ยมหัวแหลม

แสดงภาพยนตร์: บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม1-2, องค์บาก 1-2, ต้มยำกุ้ง, แหยมยโสธร, คู่แรด, วาไรตี้ผีฉลุย, หม่ำเดียวหัวเหลี่ยมหัวแหลม

“อืด” – ผีเปรต อืดเป็นผีเปรตที่กินมากไปหน่อย เลยอ้วนฉุอย่างที่เห็น ชอบเรื่องการกินเป็นชีวิตจิตใจ เป็นคนที่ไม่ค่อยทันเพื่อน ๆ จิตใจดี ไม่เคยคิดร้ายกับใคร เป็นคนเสียสละ (ยกเว้นเรื่องกิน) มีความสามารถผนึกลืมปราณยืดตัวได้สูงเหมือนเปรตทั่วไปได้ด้วยแต่ทำได้แค่แป๊ปเดียวเท่านั้น

“พอนึกถึงคาแร็คเตอร์อีกตัวนึงที่เป็นพวกผียุคเก่าที่ใคร ๆ จะต้องร้องอ๋อ ก็จะนึกถึงผีเปรตกันเป็นอันดับต้น ๆ เหมือนกัน แต่ผีตัวนี้ไม่สูงเพราะกินเยอะไปหน่อย เราเลยออกแบบให้อืดเป็นผีที่พุงยุ้ย ๆ น่ารัก มีความสามารถในการยืดตัวให้สูงได้ แต่จะผอมสูงเฉพาะขาลำตัวยังอ้วนพลุ้ยเหมือนเดิม สีที่ใช้ก็จะเป็นสีน้ำเงินอมฟ้า ๆ เขียว ๆ เพราะถ้าใช้สีน้ำเงินเลยมันจะดูเท่มากไปหน่อย เดี๋ยวจะแปลกแยกไปจากเพื่อนในกลุ่ม”

พากย์โดย: นุ้ย เชิญยิ้ม (ชูเกียรติ เอี่ยมสุข) – เกิดวันที่ 5 เดือนมิถุนายน ปี 2517 นุ้ย เชิญยิ้ม เป็นนักแสดงตลกรุ่นหลังที่ทำหน้าที่ผ่อนคลายความเครียดให้กับผู้ชมได้มากไม่แพ้รุ่นพี่ นุ้ย เชิญยิ้มเป็นหนุ่มอารมณ์ดีที่สามารถรับส่งมุขกับรุ่นพี่ได้อย่างคล่องแคล่วไม่เก้อเขิน กลายเป็นนักแสดงหนุ่มที่น่าจับตามอง ความสามารถของนุ้ย เชิญยิ้มทำให้เป็นที่รู้จักกับคนในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้นุ้ยถูกทาบทางจากผู้กำกับหลายต่อหลายคนให้แสดงภาพยนตร์อยู่เรื่อย ๆ

ผลงานที่ผ่านมาทางทีวี: แสดงรายการตลก ก่อนบ่ายคลายเครียด, พิธีกรรายการกิ๊กกะไบท์, พิธีกรรายการเกมพันหน้า, ละครเรื่องไปแล้วกลับ หลับแล้วตื่น ฟื้นเพื่อเธอ

ผลงานภาพยนตร์: โหน่งเท่งนักเลงภูเขาทอง (2549), ตั๊ดสู้ฟุด(2550), ก่อนบ่ายเดอะมูฟวี่ รักนะพ่อต๊ะติ้งโหน่ง (2550)

“ทอง” – ผีหมา ทองเป็นผี (ปาก) หมา ปากมอมสุด ๆ ฉลาด เอาตัวรอดเก่ง เพราะวิ่งได้เร็วกว่าใครเพื่อน ถึงจะพูดมากจนเพื่อนรำคาญบ้างบางครั้ง แต่ก็เป็นคนที่สามารถพูดให้กำลังใจเพื่อนได้ดี (บางที) ไม่แพ้กันไม้ตายคือการกัดไม่ปล่อยและวิ่งโกยอ้าวได้เร็วจนมองไม่ออกว่าใช้กี่ขาวิ่งกันแน่

“ในแก๊งการ์ตูนสักแก๊งนึง ต้องมีตัวที่พูดเก่ง ๆ ไม่ยอมหยุด คอยเหน็บแนมคนอื่น มันจะสร้างความสนุกสนานให้กับเนื้อเรื่องมากขึ้น ตอนที่เราคิดถึงตัวนี้ก็นึกถึงสิ่งที่มาคู่กับผี นั่นก็คือหมา ทุกครั้งที่ผีมาหมาจะหอน เราก็เลยอยากให้ตัวละครตัวนี้เป็นหมาแทน หอนเก่ง พูดเก่ง เราเลยต้องหานักพากย์ที่สามารถหยอดมุขได้ตลอดพูดแซวคนอื่นแล้วเกิดความตลกได้”

พากย์โดย: น้าติ่ง สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล – นักพากย์ชาย ที่มีน้ำเสียงและลีลาการพากย์หาตัวจับยากคนหนึ่งของวงการ สามารถพากย์ได้ดีทั้งบทพระเอก บทขรึม ตัวโกง หรือแม้แต่ ตัวตลก ที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะได้อยู่เสมอ ปัจจุบันพากย์เสียงอยู่กับทีมพันธมิตร รวมทั้งพากย์เสียงให้กับทางช่อง 9 อสมท. หรือโมเดิร์นไนน์ทีวี ในอดีตเคยพากย์ให้กับทางช่อง 3 ด้วย และบริษัทผลิตวีซีดี-ดีวีดีการ์ตูน เช่นโรสแอนิเมชั่น โดยรวมแล้วบทที่น้าติ่งได้รับ มักจะเป็นตัวละครที่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งหนุ่มและแก่ หรือตัวละครที่ดูกวน ๆ ตลก ๆ น้าติ่งเป็นนักพากย์การ์ตูนอันโด่งดังมาแล้วหลายเรื่องอย่าง ดราก้อนบอล Z, ชินจังจอมแก่น, รันม่าครึ่ง, สแลมดังก์, โปเกมอน, โคนัน, เคโรโระ, อิกคิวซัง, จูเรนเจอร์, ผลงานภาพยนตร์เรื่อง Death Note และแอนิเมชั่นชื่อดังของไทยอีกหลายเรื่อง

งานพากย์ในปัจจุบัน: Modern Nine Cartoon, พันธมิตร

ผลงานเด่น ๆ: โนฮาร่า ฮิโรชิ(ชินจังจอมแก่น), ทรังส์(ดราก้อนบอล), รุคาว่าคาเอเดะ(สแลมดังก์), โคจิโร่แห่งแก๊งร็อคเก็ต(โปเกม่อน)

“แก้ม” – พี่สาวผู้อ่อนโยน น่ารัก มีเมตตา รักและเชื่อฟังแม่ ช่วยแม่ดูแลน้องธีเสมอ แก้มเป็นคนขี้กลัว โดยเฉพาะกลัวผี แก้มเต็มไปด้วยความกล้าหาญ ยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะปกป้องน้องที่ตัวเองรัก ถึงแม้จะต้องบุกไปสู้กับสิ่งที่ตัวเองกลัวที่สุดก็ตาม

พากย์โดย : น้องเกรซ นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ – นวรัตน์ แปลว่า แก้ว 9 ประการ เกิดวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2539 ตอน 9 โมง 39 นาที ที่โรงพยาบาลพระราม 9 ห้องคลอดเบอร์ 9 ตอนเกิดหนัก 3.69 กิโลกรัม ศึกษาอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี อินเตอร์เนชั่นแนล เด็กผู้หญิงสุดห้าว และฉลาดล้ำ ลูกสาวคนสุดท้องของเสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) แห่งสหมงคลฟิล์ม น้องเกรชเคยได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมรางวัลสุพรรณหงส์ จากภาพยนตร์เรื่อง “ข้าวเหนียวหมูปิ้ง” และเคยผ่านการพากย์เสียงให้กับ “ชบาแก้ว” ตอนเด็กให้กับภาพยนตร์การ์ตูนคุณภาพ 100 ล้านมาแล้วในเรื่อง “ก้านกล้วย”

ผลงานภาพยนตร์: เอ๋อเหรอ, ข้าวเหนียวหมูปิ้ง, ไฉไล, สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตา, ส้มตำ, พาวเวอร์คิดส์ ตัวเล็กใจใหญ่, พากย์การ์ตูนเรื่อง ก้านกล้วย

“ธี” – เด็กจอมซน ร่าเริง สนุกสนาน อยากรู้อยากเห็นไปทุกเรื่อง รักแม่และพี่แก้ม (ถึงจะเถียงกับพี่แก้มบ่อยแค่ไหนก็ตาม) ระหว่างแม่กับผีธีกลัวแม่ตีมากกว่า

พากย์โดย: น้องเก๊ตต์ แฟนฉัน อัญญาฤทธิ์ พิทักษ์ติกุล – โด่งดังมาจากบทบาท “บอย” หนึ่งในแก๊งเด็กจอมเซี้ยวในภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน” เคยพากย์เป็น “ก้านกล้วย” วัยเด็กในการ์ตูน 3D เรื่อง “ก้านกล้วย” เกิดวันที่ 9 ตุลาคม 2537 มีพี่น้อง 2 คน น้องเก๊ตต์เป็นเด็กหน้าตาหน้ารัก ออกแนวแก่น ๆ ตามประสาเด็กหนุ่ม น้องเก๊ตต์สวมบทบาทได้หลายแบบ มีความสามารถทางด้านการแสดงมากจนไต่อันดับเป็นนักแสดงเด็กชายในแถวหน้าของภาพยนตร์ไทยตั้งแต่เล่นเรื่องแรก ผลงานภาพยนตร์ : แฟนฉัน, สุดสาคร, เสือภูเขา

เกร็ดภาพยนตร์

นาคในตลาดต่างชาติ

…“นาค” ภาพยนตร์การ์ตูนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “แม่นาคพระโขนง” ผีสาวสยองเบอร์หนึ่งของไทยจากท้องทุ่งพระโขนง แต่วันนี้…นี่คือยุคใหม่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว “นาค” หญิงสาว ตาโต หุ่นดี ยิ้มน่ารักคนนี้ จะไม่ทำให้ใครต้องกลัวขนหัวลุกอีกต่อไป สาวสวยที่จะพาทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ก้าวไปสู่โลกแห่งวิญญาณที่สนุกสนานครื้นเครง พร้อม ๆ กับเหล่าเพื่อนพ้องแก๊งผีสีสันสดใส หลากหลายคาแร็คเตอร์อย่าง ผีหัวขาดตัวสีเขียว, อืด ผีเปรตตัวอ้วนพุงพุ้ยน่ารัก, ทอง ผีหมาปากสุนัขจอมจ้อพูดไม่ยอมหยุดและบรรดาผีในตำนานอีกนักต่อนักที่จะทำให้ทุกคนได้อมยิ้มร่วมกัน

…สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ บีบอยด์ซีจี และบาแรมยู ชุบ “นาค” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กับภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่น่ารักที่สุดแห่งปี “นาค”

…ย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 “ก้านกล้วย” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นได้ทำให้ทุกคนเห็นว่าฝีมือการทำภาพยนตร์การ์ตูนและความสนใจในการ์ตูนของคนไทยไม่ได้น้อยหน้าต่างชาติ การ์ตูนไทยในตลาดภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และในปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นที่ต้องการอีกทั้งยังซื้อขายกันอยู่ในต่างประเทศอย่างไม่ขาดสาย สร้างความเชื่อมั่นและปูทางไว้ให้สำหรับภาพยนตร์การ์ตูนของไทยที่จะตามมาอีกหลายต่อหลายเรื่องในอนาคต เช่นกันกับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “นาค” เมื่อปี 2006 เสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสิรฐ) ได้นำการ์ตูนเรื่องนี้ออกไปยลโฉมให้ต่างประเทศได้ชื่นชม และก็เป็นไปอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “นาค” ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีมีคนให้ความสนใจเกินอย่างที่คาดหวังเอาไว้

“ตอนที่เอาหนังตัวอย่างเรื่อง ‘นาค’ ไปฉายตามเทศกาลหนังต่าง ๆ หรือตลาดหนังในต่างประเทศ มีคนที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์หลายต่อหลายค่ายให้ความสนใจ มีคนมาซักถามเกี่ยวกับเรื่อง ‘นาค’ ไม่ขาดสาย ถือว่าเป็นใบเบิกทางให้กับตัวภาพยนตร์เป็นอย่างมาก ด้วยหลาย ๆ เหตุผลของการ์ตูนเรื่อง ‘นาค’ มันดึงดูดคนดูและคนทำได้อย่างเป็นสากล ไม่ว่าจะเป็นตัวเนื้อเรื่อง ตัวละคร สีสันลายเส้น น่าภูมิใจตรงที่สิ่งที่เราทำไปเสนอให้ชาวต่างชาติดูมันสามารถสะกดเค้าให้อยู่หมัดเลยทีเดียว” ((ปรัชญา ปิ่นแก้ว)

นาคการบ้านชิ้นแรกของบีบอยด์

…ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น ก่อนที่บีบอยด์ซีจีจะสร้างผลงานออกไปสู่สายตาคนทั่วโลก ผลงานเล็ก ๆ แต่ไอเดียล้ำเลิศเพียง 4 นาทีของภาพยนตร์เอนิเมชั่นตัวอย่างเรื่อง “ไซเบอร์เกอร์” และคาแรกเตอร์ของ “แดร็กคูล่าต๊อก” เป็นจุดพลิกผันครั้งใหญ่ให้บริษัทบีบอยด์ซีจี บริษัทที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการทำงานด้านการ์ตูนในนิตยสาร Katch, Munga Katch และซีรี่ย์แอนิเมชั่นทางทีวีหลายต่อหลายเรื่อง ได้ปั้นงานที่รักให้กลายเป็นภาพยนตร์ทันที เมื่อเสี่ยเจียงไฟเขียวให้พี่ปรัช (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) นำทีมบริษัทบีบอยซีจี นำโดย พี่บอย (บอย โกสิยพงษ์) และพี่ตู่ (ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล) ผู้กำกับ มาพรีเซนต์ผลงานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นทีวีซีรี่ย์เรื่อง “แดร็กคูล่าต๊อก”, “แก๊งจิ๋ว พาวเวอร์คิดส์”, “หลวงพ่อจ๋ากับหมู่บ้านจักจั่น” และ “ไซเบอร์เกอร์” ตัวอย่างเฉพาะกิจที่ตั้งอกตั้งใจเอามาโชว์ให้กับคุณเสี่ยดู คำสั่งอนุมัติก็หลุดออกมาในทันที แต่มีโจทย์อยู่อย่างนึงให้กับทางบีบอยด์กลับไปคิดเป็นการบ้านนั่นก็คือคำว่า “นาค”

“ตอนที่จะมาเสนองานกับทางคุณเสี่ย เราก็ทำทีเซอร์ขึ้นมาตัวนึงเรื่อง ‘ไซเบอร์เกอร์’ เพื่อเป็นการเทสต์ดูว่า จริง ๆ แล้วพวกเรามีฝีมือกันขนาดไหน เราทำงานด้านการ์ตูนกันได้แค่ไหน พวกเรามีฝีมือกันจริงหรือเปล่า พอฉายตัวอย่างเรื่องนี้ให้เสี่ยดูเสร็จ เสี่ยก็เห็นว่าทีมเราน่าจทำงานนี้ได้เสี่ยเลยบอกว่าให้ไปคิดเรื่อง ‘นาค’ มา” (พี่ตู่ ผู้กำกับ)

…“นาค” คำเก่าที่คุ้นเคยกลายเป็นโจทย์ใหม่ ยาก และท้าทายไปซะแล้ว จะทำยังไงให้ นาค กลายเป็นนาคที่สามารถจะลบความน่ากลัวที่เคยมีมาออกไปได้หมด และที่ยากกว่านั้นคือจะทำยังไงให้ทุกคนหลงรัก นาค คนนี้ใหม่นี้ได้ คาแร็คเตอร์มากแบบหลายสไตล์ถูกดีไซด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่นานเกินรอ…นาคที่ลงตัวที่สุด สะดุดตาที่สุดก็ลุกขึ้นยืนยิ้มแป้นอยู่บนแผ่นกระดาษ ส่งสายตาอย่างมีชีวิตชีวาให้ทีมงานทุกคน…นาคกลายเป็นหญิงสาวคนเดียวในบริษัทที่มักจะได้รับความสนใจจากผู้คนในออฟฟิศมากที่สุด ทุกคนเริ่มอยากเห็นนาคโบกมือทักทาย ยิ้มหวาน และพูดคุยด้วย ทีมงานทั้งหมดเลยทุ่มเทเวลาเป็นปี ๆ เพื่อให้นาคได้มีชีวิตที่น่ารักอย่างที่จะได้เห็นกันเร็ว ๆ นี้

“ตอนแรกเลย จริง ๆ เรื่อง ‘นาค’ เป็นไอเดียของเสี่ยเจียง ก่อนหน้าที่จะได้ทำโปรเจ็กต์นี้ ผมได้มีโอกาสได้ร่วมงานกันกับพี่ปรัชก่อน ทำเพลงทำอะไรให้เขาอยู่ แล้ววันนึงพี่ปรัชก็มาที่ออฟฟิศของบีบอยด์ เขาก็ทักว่าที่นี่ทำการ์ตูนด้วยเหรอ เอาผลงานลองไปคุยกับเสี่ยดูไหม เดี๋ยวเขาไปคุยให้ ทางเราก็เลยเอาผลงานเก่า ๆ ที่เคยทำ และก็ตัวอย่างเรื่อง ‘ไซเบอร์เกอร์’ ไปให้เสี่ยดู พอดีเสี่ยเค้าเห็นว่าเราเคยทำเรื่อง ‘แดร็กคูล่าต๊อก’ ด้วย เสี่ยเลยพูดมาคำนึงว่า ทำเรื่อง ‘นาค’ สิ ถ้าเป็นผีก็ต้องนาคนี่แหละ แต่ให้กลับไปคิดดูว่าจะทำนาคออกมาแบบไหน ก็เลยเป็นโจทย์ที่เราต้องไปคิดต่อว่า จะทำยังไงให้นาคไม่น่ากลัวทำยังไงให้คนรักนาคของเรา” (บอย โกสิยพงษ์)

ตำนานผีบทใหม่ที่ใคร ๆ ต้องรัก

…แต่นาคภายใต้ความคิดของคนหัวใจอบอุ่นอย่างบอย โกสิยพงษ์ เป็นนาคฉบับที่ต้องแหวกแนวเป็นพิเศษ ด้วยใจรักการ์ตูนแนวฮีโร่ผจญภัยเป็นทุนเดิม บวกเข้ากับคอนเซ็ปต์งานแนว Love, Friend, Family และ Relationship ที่เป็นเอกลักษณ์ และการเปิดโอกาสให้คนทำงานมีความคิดอย่างอิสระจากเสี่ย นาคเวอร์ชั่นนี้จึงมีเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับความรักระหว่างเพื่อน ครอบครัว พี่น้อง และคนที่อยู่อาศัยร่วมกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกแม้กระทั่งระหว่างคนกับผี นาคจึงเป็นฮีโร่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความเสียสละที่น่ายกย่อง ถึงนาคจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผี แต่พี่บอยก็สร้างโลกผีที่ไม่มีความน่ากลัวอีกต่อไป

“พอได้โจทย์มา เราก็คิดกันเลยว่าอยากให้ผีในอีกมุมมองใหม่ อยากให้มีเนื้อเรื่องที่เกี่ยวพันกับความรัก ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสำคัญเลยเราต้องทำเนื้อเรื่องออกมาให้ผีไม่มีความน่ากลัวอีกต่อไป ถ้าเรื่องโบราณที่เล่าต่อกันมาว่าผีน่ากลัวยังไง เรื่องนี้ก็จะเล่าว่าผีมีความน่ารักยังไงบ้าง เราไม่อยากทำเรื่องราวไปในด้านลบหรือตามอย่างเวอร์ชั่นของนาคที่ผ่านมา จริง ๆ นาคก็เหมือนกับเป็นคาแร็คเตอร์ของฮีโร่ตัวใหม่ มีทั้งความดี ความสวย ความเก่ง เสี่ยเปิดโอกาสให้เราคิดอะไรที่ไม่ต้องเหมือนใครเราเลยดีไซน์ผีหลากหลายคาแรกเตอร์”

“ตัวละครผีแต่ละตัวโดยเฉพาะแก๊งของนาคต้องเป็นอะไรที่ไม่มีพิษมีภัยเลย อย่างเช่นต่อให้เขียวเป็นผีหัวขาด แต่เขียวก็จะน่ารักในแบบของเขา เขาไม่ได้เที่ยวถอดหัวหลอกใครต่อใคร ถ้าดูตอนต้นจะรู้ว่า ผีพวกนี้ต่างหากที่คอยปกป้องเด็กดี คอยขัดขวางผีใจร้ายไม่ให้มารังแกคนอื่น อย่างเช่นอืดก็เหมือนกันเราดีไซน์ให้เป็นเปรตก็จริง แต่เปรตเราน่ารัก เวลาใครพูดถึงเปรตเด็ก ๆ จะต้องนึกถึงอืดที่มีแต่ความน่ารักยิ้มแล้วแก้มยุ้ยแทน เราอยากให้เวลาเด็ก ๆ ได้ยินสิ่งเหล่านี้มา แล้วนึกถึงตัวละครของเรา คือไม่น่ากลัวเลย เป็นอะไรที่ใจดี และคอยปกป้องเราเสมอ”

…ตลอด 3 ปี กับ 30 กว่าชีวิตที่ร่วมกันสร้างสรรค์การ์ตูนเรื่อง “นาค” ในวินาทีแรก ดูสนุกสนานมากขึ้นทุกครั้งที่ได้นาคเป็นรูปเป็นร่าง เคลื่อนไหว แต่เพียง 30 กว่าคนจะทำให้การ์ตูนสมบูรณ์อย่างที่คิด มันดูจะเป็นเรื่องหนักและเวลาสนุกจะสั้นเกินไป วิธีการทำงานของทีมงานเรื่องนาคจึงต้องมีความแหวกแนวไม่เหมือนใคร เรียกว่าใครได้เห็นทีมงานนี้ทำงานต้องพูดได้เลยว่า เป็นการมอบหัวใจให้กับการ์ตูนเรื่องนี้เต็มเกินร้อย พี่ตู่ผู้กำกับให้ความใส่ใจกับทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวที่เกิดขึ้นในภายนตร์หรือแม้แต่ทีมงานสร้างภาพยนตร์ ด้วยการแบ่งเวลาเติมความสนุกให้กับการทำงาน ลดความเคร่งเครียดกดดันสำหรับงานใหญ่งานแรกของบริษัทอย่างเช่น จัดการประกวดการแข่งขันกันเองภายใน โดยให้ทีมงานจัดเป็นกลุ่ม ๆ จับฉลากทำคลิปโดยเอาตัวละครแต่ละตัวมาขยับตามเพลงและจังหวะที่แต่ละกลุ่มโปรดปราน เป็นการทดสอบการทำงานไปด้วย ระดมไอเดียบันเทิงใหม่ ๆ เข้าไปด้วย เพื่อเอาสิ่งที่สร้างสรรค์เหล่านี้มาจุไว้ให้เต็มเปี่ยมในภาพยนตร์ เรื่องราวในแต่ละช่วงจึงมีความแปลกใหม่ มีมุมมองสนุกสนาน อันมาจากมันสมองที่ผ่านการฝึกให้รู้จักความครื้นเครงอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าถ้าคนทำยิ้มได้หัวเราะได้ตัวละครที่สร้างออกมาจะยิ้มได้หัวเราะได้เช่นกัน

“เวลาเราทำงานกัน เราต้องมีการทดสอบการเคลื่อนไหวของตัวละครแต่ละตัว เช่นปากขยับเหมือนอย่างคำพูดไหม อากัปกิริยาต่าง ๆ ดูเป็นธรรมชาติบ้างไหม ถ้าจะมานั่งทำนั่งดูกันเป็นขั้นตอนมันไม่สนุก เราเลยอยากเพิ่มอรรถรสในการทำงานให้กับทีมงาน ให้ทุกคนได้ปลดปล่อยสิ่งที่ตัวเองชอบออกมา ทั้งไอเดียและความสามารถที่มีอยู่ จะทำงานให้ออกมาสนุกคนทำต้องสนุกกับมันไปด้วย เราก็เลยจัดงานกันเป็นประจำสุดสัปดาห์ โดยจะจับฉลาก จับกลุ่ม และหัวข้อ ให้แต่ละคนไปทำการบ้านมากันมา แต่ละอาทิตย์ก็จะมีผลงานเจ๋ง ๆ ของแต่ละกลุ่มมาโชว์กัน บางกลุ่มก็ทำเอาตัวละครมาทำเป็น mv เพลง ๆ นึงเลย ทั้งร้องทั้งเต้นเลียนแบบศิลปินดัง ๆ ช่วงที่โชว์ผลงานเราก็จะนั่งหัวเราะกันลั่นบริษัท สนุกไปกับตัวละครของเรากัน มันสร้างความคุ้นเคยกันระหว่างทีมงานกับตัวละครได้มากขึ้น เรารู้จักตัวละครเรามากขึ้น กลายเป็นว่าวันนึง นาค เขียว ทอง อืด และเพื่อน ๆ ผีทั้งหลายกลายเป็นความผูกพันอันนึงที่เพิ่มเข้ามา” (พี่ตู่ ผู้กำกับ)

…สิ่งตื่นตาตื่นใจในการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่เทคนิคสามมิติ คาแร็คเตอร์ที่หลากหลาย หรือความสนุกสนานของเนื้อเรื่องเท่านั้น แต่การดีไซน์ฉากต่าง ๆ ก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเรื่องราวของนาคส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเมืองหลวง แต่เป็นเมืองหลวงในโลกคู่ขนานจากเมืองมนุษย์ในรูปแบบแอนิเมชั่น ได้เห็นเมืองกรุงเทพในโลกของวิญญาณ เมืองที่จินตนาการได้ไม่มีขีดจำกัด มีทั้งมาบุญครอง หัวลำโพงจำลอง การจราจรแบบลอยฟ้า บรรดารถเมล์ที่วิ่งอยู่บนอากาศ เทคโนโลยีสมัยใหม่ของเหล่าผีที่ยิ่งดูยิ่งหวือหวา ร้านอาหารต่างๆ ที่เคยเห็นในโลกมนุษย์จะดูน่าอร่อยแค่ไหนถ้าไปอยู่ในโลกของการ์ตูน

…ความพิถีพิถันของการออกแบบไม่ได้เป็นแค่ส่วนเดียวที่ทีมงานให้ความสำคัญ เพราะตัวละครที่ออกแบบมาถึงแม้ว่าจะเคลื่อนไหวได้แล้ว แต่จะให้มีชีวิตที่เหมือนจริง และส่งอารมณ์ให้กับคนดูได้ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุด ก็คือการให้ความใส่ใจในการพากย์ ซึ่งเรื่องนี้ได้ผู้ควบคุมการพากย์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย อย่าง “คุณแอน นันทนา บุญหลง” ผู้คร่ำวอดอยู่ในวงการพากย์เสียงมีผลงานมานับไม่ถ้วน เคยเป็นผู้ควบคุมดูแลการพากย์ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชั่นร้อยล้านมาแล้วในเรื่อง “ก้านกล้วย” ทำให้ตัวละครแต่ละตัวเข้าไปอยู่ในใจใคร ๆ มาแล้วหลายต่อหลายตัว โดยเฉพาะตัวเอกของเรื่อง “ก้านกล้วย” กับแฟนสาวหุ่นจ้ำม่ำสีชมพู “ชบาแก้ว”

…มาถึงเรื่องนี้ คุณแอน นันทนา บุญหลง เฟ้นหาทีมงานพากย์ระดับมืออาชีพมาร่วมให้เสียงกันอย่างคับคั่งไม่แพ้เรื่องที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก เอ๊ะ ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์, หม่ำ จ๊กมก, นุ้ย เชิญยิ้ม, สมชาย ศักดิกุล, น้าติ่ง สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล, เบิ้ล สินเจริญ บราเธอร์ และดารารุ่นเล็กเสียงน่ารักอย่าง น้องเก๊ตต์ อัญญาฤทธิ์ พิทักษ์ติกุล, น้องเกรช นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ คู่ขวัญจากภาพยนตร์เรื่อง “ก้านกล้วย”

บอยนักดนตรีบนเส้นทางการ์ตูน

…พอพูดถึงบอย โกสิยพงษ์ หลายคนจะนึกถึงเพลงเพราะ ๆ เนื้อหากินใจ ให้ความหวัง ความรักและอบอุ่นภายใต้คอนเซปต์ Love, Friend, Family, Reletionship หลายต่อหลายเพลง และชื่อของเบเกอรี่มิวสิค แต่อีกมุมนึงของผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีแค่เสียงเพลงแต่อย่างเดียวเท่านั้น พี่บอยเป็นแฟนคลับการ์ตูนตัวเอ้คนนึงมาตั้งแต่เด็ก ผลงานมีให้เห็นตั้งแต่ยังไม่ทันจะขึ้นชั้นมัธยม พี่บอยก็แต่งเพลงประกอบการ์ตูนที่ตัวเองวาดไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่จบการศึกษาด้านดนตรีมาจากอเมริกามา พี่บอยก็อยากไปเรียนต่อทางด้านการ์ตูนอีก แต่ก็ไม่ได้ไปศึกษาต่ออย่างที่คิดเอาไว้ แต่ความรักในตัวการ์ตูนก็ยังกระโดดโลดเต้นอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งพี่บอยได้มีโอกาสร่วมกันทำงานกับพันธมิตรด้านดนตรีอย่าง กมล สุโกศล แคลปป์, สมเกียรติ อริยชัยพาณิชย์ และ สาลินี ปันยารชุน ร่วมก่อตั้งบริษัท เบเกอร์รี่ มิวสิค ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2537 เบเกอรี่มิวสิคก็โด่งดังเป็นพลุแตกตั้งแต่เริ่มปล่อยศิลปินรายแรกอย่าง “โมเดิร์นด๊อก” หลังจากที่เบเกอรี่มิวสิคเติบโตไปเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว พี่บอยก็เริ่มขยายกิจการในสิ่งที่เขารักอีกอย่างนึง นั่นก็คือเปิดบริษัทบีบอยด์ซีจี บริษัทที่ทำงานด้านแอนิเมชั่นและคอมมิคโดยเฉพาะ ซึ่งบีบอยด์ซีจีดูแลเรื่องเกี่ยวกับคอมมิคภายในนิตยสาร Katch และ Manga Katch เป็นลำดับต่อมา และเริ่มทำการ์ตูนทีวีซีรี่ส์หลายต่อหลายเรื่องรวมไปถึงภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “นาค” ด้วย

“พี่บอยเค้าชอบการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก ตอนที่รู้จักกันใหม่ ๆ พี่บอยชอบไปซื้อการ์ตูนจากเมืองนอกมาดู สมัยก่อนต้องเอาเทปไปจ้างเขาแปลงสัญญาณด้วยนะกว่าจะดูได้ เขาก็มีความพยายามมาก ที่บ้านจะมีการ์ตูนมีของเล่นเยอะแยะเต็มไปหมด เขาเคยไปเที่ยวฝรั่งเศส แล้วไปซื้อตุ๊กตาติน-ติน (ตัวการ์ตูนดังของฝรั่งเศส) มาตัวนึง ตัวใหญ่มาก ตัวเท่าคนเลย แกก็ขนขึ้นเครื่องบินมา แต่ต้องซื้อตั๋วให้ตุ๊กตานั่งมาอีกที่นึงด้วย เพราะตัวนั้นมันเท่ากับคนหนึ่งคนเลย เวลาคุยกันพี่บอยก็จะนั่งวาดรูปเล่นไปด้วย ลายเส้นก็จะเป็นเหมือนการ์ตูนที่เขาชื่นชอบตอนเด็ก ๆ อย่างพวกลูแปง หน้ากากเสีอ พระเอกฮีโร่อะไรพวกนี้ในยุคของเขาเป็นด้านที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นเท่าไหร่” (พี่ตู่ ผู้กำกับ)

…มีบอยที่ไหนก็จะมีเสียงเพลงเพราะ ๆ ที่นั่น “นาค” จึงเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์การ์ตูนที่ได้รับการดูแลผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์โดยฝีมือของ บอย โกสิยพงษ์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งพี่บอยขวัญใจหนุ่มสาวหัวใจอบอุ่นทั้งหลายไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน เพราะมีให้ฟังด้วยกันทั้งหมด 5 เพลง เริ่มจากเพลง “เรา” เพลงเก่าผลงานของพี่บอยในอดีตนำมาขับร้องและเรียบเรียงใหม่โดย พี่ก๊อล์ฟ และพี่แก๊ป สองหนุ่มจากวงเร็กเก้ชื่อดังข้ามทวีปอย่าง “ทีโบน”, เพลงที่ 2 คือเพลง “ครองโลก” ขับร้องโดยแขกรับเชิญคุณอาหนวมเฟิ้มอารมณ์ดีอย่าง พี่สมเล็ก “สมชาย ศักดิกุล” อดีตสมาชิกวง “เฉลียง”, เพลงที่ 3 คือเพลง “ตุ๊กแกก็คือนกแก้ว” เพลงสนุกเนื้อหาตลกจากเสียงร้องของ “พี่สายชล จากวงดิอินโนเซนต์ (the innocent)”, เพลงที่ 4 คือเพลง “ลูกรัก” และสุดท้ายคือเพลง “ลูกแม่” ขับร้องโดยนักร้องหญิงเสียงเอกลักษณ์มีพลังอย่าง “พี่ต๊งเหน่ง รัดเกล้า อามระดิษฐิ์”

Symphony Orchestra

…นอกจากเพลงประกอบภายนตร์ที่ไพเราะอบอุ่นสไตล์บอย โกสิยพงษ์ แล้ว เรื่องนี้ยังได้รับเกียรติจากวงซิมโฟนี่ ออเคสตร้า (Symphony Orchestra) ฝีมือคนไทยล้วน ๆ จากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นสมาชิกวงที่เคยได้รับรางวัล Asian Symphony Compitition ครั้งที่ 9 ดูแลและควบคุมวงโดยอาจารย์ สุรพล ธัญญวิบูลย์ หัวหน้าสาขาวิชาดนตรีตะวันตก ภาควิชาศิลปะนิเทศ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมทำเพลงสกอร์จำนวนทั้งหมดกว่า 30 แทร็ค (Track)

Credit Beboydcg

…บีบอยด์ซีจี เริ่มต้นเมื่อปี 1988 ด้วยการทำแผนการตลาดให้กับอัลบั้มเพลงของ Kristin ค่ายเบเกอรี่มิวสิค และทำการ์ตูนเป็นรูปเล่มภายใต้ชื่อว่า “Kristin” กับค่ายหนังสือการ์ตูนยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ตามมาด้วยซีรี่ส์การ์ตูนนักสืบโลกอนาคตที่มีหัวเป็นปลาหมึกยอดฮิตของวัยรุ่นเรื่อง “JOE The Sea-cret Agent” ลงในหนังสือ Katch Magazine

…ปัจจุบัน บีบอยด์ซีจีเป็นบริษัทที่ออกแบบคาแร็คเตอร์ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย มีผลงานผ่านตาผู้ชมมากมายกับตัวละครที่เต็มไปด้วยสีสัน หลากหลายคาแร็คเตอร์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจได้มาโดยตลอด บีบอยด์ซีจีบริหารงานโดยบอย โกสิยพงษ์ ศิลปินนักร้องสุดโรแมนติกและสุดอมตะ ขวัญใจแฟนเพลงแทบจะทุกเพศทุกวัยแห่งค่ายเพลงแหวกแนวอย่างเบเกอรี่มิวสิค

…นอกจากความสามารถในเรื่องของดนตรีแล้ว เขายังเป็นที่ปรึกษาโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ให้กับแบรนด์ดังอย่าง BJC, Coca-Cola, Nike และบริษัทโฆษณา Lowe Lintas ฯลฯ

…และด้วยความรักและความสามารถที่นอกเหนือจากการแต่งเพลง เล่นดนตรีและร้องเพลงอันไพเราะแล้ว เขายังมีความสนใจชื่นชอบในเรื่องของภาพยนตร์และการ์ตูนเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นผู้ที่มีความสามารถสร้างสรรค์เรื่องราวและคาแร็คเตอร์เพื่อพัฒนาไปสู่การทำภาพยนต์การ์ตูนที่สนุกสนานได้อย่างลงตัว ในปี 2006 “นาค” ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของบีบอยด์ซีจีก็ถือกำเนิดขึ้นและพร้อมที่จะพิสูจน์ถึงความสามารถที่มากล้นของผู้ชายคนนี้แล้ว

Director’s Note

…ตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก ผมชอบดูการ์ตูน อ่านการ์ตูน ยิ่งถ้าได้วาดการ์ตูน หรืออะไรก็ตามที่ตัวเองชอบแล้วเอาไปติดฝาผนังห้องก็จะมีความสุขที่สุด

…ไม่เคยคิดมาก่อนว่า ในชีวิตจะได้มีโอกาสมาทำภาพยนตร์การ์ตูน และเมื่อมีโอกาสผมก็อยากจะมอบความรู้สึกดีๆกับการ์ตูนให้กับคนอื่นบ้าง

…“นาค” เป็นภาพยนตร์การ์ตูนที่ผม, พี่บอย, และทีมงานทุกคนภูมิใจ เราทำการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยความรัก ความทุ่มเท จึงอยากจะส่งต่อความรักนี้ให้กับคนดูทุก ๆ คนขอให้มีความสุขกับหนังครับ

(ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล)

ตะวันยิ้มแฉ่ง

 

ตะวันยิ้มแฉ่ง
เรื่องย่อ 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในหมู่บ้านชนบทอันเงียบสงบ เมื่อพระเอกหนุ่มบ้านนาผู้มีนิสัยซื่อตรง ขยันขันแข็ง และมองโลกในแง่ดี ต้องเผชิญกับบททดสอบของชีวิตและความรัก เมื่อเขาตกหลุมรักหญิงสาวในหมู่บ้าน แต่เส้นทางความรักกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมีทั้งอุปสรรคเรื่องฐานะ ความเข้าใจผิด และผู้ใหญ่ในหมู่บ้านที่มีทิฐิต่อกัน

ท่ามกลางวิถีชีวิตชาวบ้านที่เต็มไปด้วยความครึกครื้น สีสันจากกลุ่มเพื่อนจอมป่วน และปัญหาชีวิตประจำวันที่ทยอยเข้ามา พระเอกต้องใช้ความจริงใจ ความอดทน และรอยยิ้มในการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อเอาชนะใจคนรักและทำให้ทุกคนในชุมชนยอมรับในตัวเขา เรื่องราวดำเนินไปด้วยบรรยากาศการฟันฝ่าอุปสรรคที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและหยาดเหงื่อของคนสู้ชีวิต

๙ วัด สู่สวรรค์

๙ วัด สู่สวรรค์


เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่หัวหน้าครอบครัวได้เห็นนิมิตลางร้ายว่าผู้เป็นแม่กำลังจะถึงฆาต เขาจึงปักใจเชื่อในวิธีแก้เคล็ดตามความเชื่อดั้งเดิมอย่างแรงกล้าว่าจะต้องพาทุกคนไปทำบุญถวายสังฆทานให้ครบทั้ง 9 วัดก่อนจะถึงวันเกิดของแม่ เพื่อต่อดวงชะตาไม่ให้แม่ต้องจากไป และทุกสิ่งในการเดินทางครั้งนี้จะต้องผูกโยงกับเลขเก้าทั้งหมด ทริปแสวงบุญแบบวันเดียวจบจึงถูกจัดขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับการเกณฑ์สมาชิกครอบครัวหลากรุ่นทั้งเก้าคนขึ้นรถตู้ตระเวนเข้าวัดตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ทว่าการเดินทางเพื่อสะสมบุญกลับค่อยๆ เผยให้เห็นรอยร้าวและความตึงเครียดของคนในครอบครัว คนรุ่นลูกรุ่นหลานเริ่มตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลและพิธีกรรมอันซ้ำซากที่ดูไร้แก่นสาร ในขณะที่หญิงชราผู้เป็นศูนย์กลางของทริปกลับเหน็ดเหนื่อยโรยราจนไม่อยากเดินทางต่อและเพียงแค่อยากกลับไปพักผ่อนที่บ้าน แต่ทุกคนก็ยังต้องจำใจทำตามความต้องการของผู้นำครอบครัวเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นลูกกตัญญู นำไปสู่การปะทะกันทางความคิดระหว่างความเชื่ออันเคร่งครัด ความหวังดีที่กลายเป็นการบีบบังคับ และความเป็นจริงของสังขารที่สะท้อนผ่านการเดินทางทำบุญเก้าวัดครั้งนี้


เขียนบทและกำกับโดย สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ 
.เข้าฉาย : 17 กันยายน 2026

เดอะโค้ช รถขนฝัน

เดอะโค้ช รถขนฝัน


 เดอะโค้ช รถขนฝัน" (The Coach of Dreams) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวชีวิต/ดราม่า สร้างจากเรื่องจริงของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชฟุตบอลขาสั้นชื่อดัง

• วันที่เข้าฉาย: 8 ตุลาคม 2569

• ผู้กำกับ: สำรวย รักชาติ

• ผู้สร้าง: บริษัท เจ๊ใหญ่ มีเดียเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (Jaeyai Co., Ltd.)

• นักแสดงนำ: อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ, เต วรากร ช่างเขียนดี, นาว เจษฎา ลังกา ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดัง อาทิ กวาง กมลชนก, น้ำผึ้ง ณัฐริกา, ฮันนี่ ภัสสร และ ติ๊ก กลิ่นสี

• เรื่องย่อ: เล่าเรื่องราวของชมรมฟุตบอลเยาวชน "แตงโมลูกหลวงพ่อ" ทีมฟุตบอลจากต่างจังหวัดที่มีความฝันอยากไปสู่เวทีระดับประเทศ โดยมีสัญลักษณ์ของทีมคือรถบรรทุก 6 ล้อเก่า (รถขนฝัน) ที่พาเด็กๆ เดินทางไปแข่งขัน ท่ามกลางอุปสรรค ความยากจน ความคาดหวังจากครอบครัว และการพิสูจน์คุณค่าของมิตรภาพและความฝัน

ธี่หยด: สมิงเขาขวาง

 

ธี่หยด สมิงเขาขวาง

ภารกิจแข่งกับเวลาเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีเส้นตายเพียง 72 ชั่วโมงก่อนที่ข้าศึกจะได้ตัวเป้าหมายไป กลุ่มตัวเอกจึงต้องจ้างพรานนำทางบุกฝ่าเข้าไปยัง “ป่าเขาขวาง” ดินแดนลี้ลับชั้นในที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดรอดชีวิตกลับมาบอกเล่าเส้นทาง แม้ในตอนแรกจะคิดว่าเป็นเพียงป่าดงดิบธรรมดา แต่ทันทีที่ก้าวล่วงล้ำอาณาเขต สิ่งที่รอคอยอยู่กลับเลวร้ายเกินกว่าจะคาดคิด

ในเงามืดของพงไพร สิ่งที่คอยไล่ล่าพวกเขาไม่ใช่สัตว์ป่าทั่วไป หากแต่เป็นปีศาจร้ายกระหายเลือดที่อาวุธธรรมดาไม่อาจสังหาร ดวงตาของมันเปี่ยมด้วยมนต์สะกดตรึงใจที่ห้ามใครสบตาโดยเด็ดขาด แท้จริงแล้วมันคือผู้เล่นคุณไสยอาคมแก่กล้าที่วิชาครอบงำจนกลายร่างเป็นเสือ และเมื่อได้ลิ้มรสเนื้อคนจึงต้องคำสาปกลายเป็น "เสือสมิง" ชั่วนิรันดร์ ซ้ำร้ายมันยังหยั่งรู้ถึงความคิด อ่านใจเหยื่อได้ทะลุปรุโปร่ง และพร้อมจำแลงแปลงกายเป็นคนที่ไว้ใจเพื่อล่อลวงทุกคนไปสู่ความตาย

ความหวาดระแวงแผ่ซ่านท่ามกลางความมืดมิด ทุกคนต้องหาทางหนีเอาชีวิตรอดออกจากป่ามรณะแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าการล่าถอยไม่ใช่ทางรอดเดียวเมื่อกระสุนปืนแทบทำลายมันไม่ได้ เหลือเพียงความเชื่อมั่นสุดท้ายที่ว่า “ถ้าเลือดมันออกได้ มันก็ต้องตายได้” ยักษ์จึงตัดสินใจยืนหยัดเผชิญหน้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เปิดฉากการต่อสู้แตกหักที่เดิมพันด้วยชีวิต โดยมีเป้าหมายเดียวคือไม่เขาก็มันต้องตายกันไปข้างหนึ่ง

ตัวอย่าง ธี่หยด: สมิงเขาขวาง

ว่าวน้อย

 

ว่าวน้อย

ภาพยนตร์ไทยขนาด 16 มม. เรื่อง "ว่าวน้อย" (ปี 2513) 

เรื่องย่อ  ว่าวน้อย (2513)

ศึกชิงชัยเหนือท้องฟ้า

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นอย่างสดใสด้วยบรรยากาศการเล่นว่าวของหนุ่มสาว โดย "คุณหนูแข" (รับบทโดย ชัชฎาภรณ์ รักษนาเวศ) ลูกสาวผู้ดี มีนิสัยแก่นแก้ว ไม่ยอมใคร กำลังเพลิดเพลินกับการชักว่าวขึ้นติดลมบนร่วมกับ "โอ่ง" คนรับใช้คนสนิท (รับบทโดย ดาวน้อย ดวงใหญ่) แต่แล้วความสนุกกลับกลายเป็นการประลองฝีมือ เมื่อว่าวของเธอต้องปะทะกับว่าวของ "คุณชาย" หนุ่มหล่อมาดเข้มที่เพิ่งย้ายเข้ามาเช่าห้องพักอยู่ใกล้กัน (รับบทโดย มิตร ชัยบัญชา) ซึ่งกำลังเล่นว่าวอยู่กับ "พงษ์" คนสนิท (รับบทโดย สมพงษ์ พงษ์มิตร)

สายป่านขาด รอยร้าวเริ่มก่อตัว

ด้วยความช่ำชองและสายป่านที่คมกว่า ฝั่งคุณชายจึงตัดสายป่านว่าวของคุณหนูแขจนขาดลอยละลิ่วปลิวหายไป สร้างความเคียดแค้นและไม่ยอมแพ้ให้กับคุณหนูแขเป็นอย่างมาก จนทำให้ "ยุทธนา" หนุ่มนักเรียนนายร้อยตำรวจเพื่อนชายคนสนิทที่แวะมาหา ต้องออกโรงไปเจรจาเอาเรื่องจนเกือบจะวางมวย แต่กลายเป็นว่าคนรับใช้ตัวเล็กอย่างโอ่งกลับโดนคนสนิทฝั่งคุณชายดักซัดจนน่วมกลับมาแทน

แผนการตีสนิทและสงครามแก้เผ็ด

เมื่อการประลองว่าวยกแรกพ่ายแพ้ คุณหนูแขจึงวางแผนเอาคืนด้วยการส่งลูกน้องไปตีสนิทกับฝ่ายตรงข้าม เพื่อสืบหา "สูตรลับการทำสายป่านคม" หวังนำมาตัดว่าวคุณชายให้แก้แค้นได้สำเร็จ ทว่าการกลั่นแกล้ง ประลองไหวพริบ และการปะทะคารมระหว่างคนสองบ้าน กลับค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันและความรักกุ๊กกิ๊กชวนอมยิ้มตามสไตล์ภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ไทยยุคคลาสสิก

รักเต็มเปา

 

รักเต็มเปา
"รักเต็มเปา" (ปี 2521) 

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างโดย ศรีสยามโปรดักชั่น (อำนวยการสร้างโดย สาธิต คล่องเวสสะ) และกำกับการแสดงโดย พจน์ ศิริพันธ์ เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2521 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง และ พระโขนงรามา โดยรวมทัพดาราระดับแม่เหล็กมาประชันบทบาทกันถึง 4 คู่ ได้แก่ สมบัติ เมทะนี คู่กับ พิศมัย วิไลศักดิ์, เศรษฐา ศิระฉายา คู่กับ นัยนา ชีวานันท์, ดอน สอนระเบียบ คู่กับ ช่อเพชร ชัยเนตร และ สายัณห์ จันทรวิบูลย์ คู่กับ ดวงใจ หทัยกาญจน์ ร่วมด้วยดาราตลกชั้นครูอย่าง ล้อต๊อก, ชูศรี มีสมมนต์, สุวิน สว่างรัตน์, สมพงษ์ พงษ์มิตร และ โป๋ เป่าปี่

เรื่องย่อ : รักเต็มเปา (2521)

ศึกสองตระกูลกับความรักของรุ่นลูก

เรื่องราวบอกเล่าความวุ่นวายในชุมชนชนบท เมื่อสองตระกูลใหญ่ นำโดยผู้นำครอบครัวรุ่นใหญ่ (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี และ สุวิน สว่างรัตน์) เกิดความขัดแย้งและไม่ลงรอยกันอย่างหนัก ชนิดที่ว่าเจอหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องแขวะ กวนประสาท และท้าประลองแข่งขันกันตลอดเวลา ทั้งการแข่งวิ่งควายและการละเล่นพื้นบ้าน แต่เรื่องกลับอลเวงยิ่งขึ้นเมื่อบรรดาลูก ๆ ของทั้งสองฝ่ายดันตกหลุมรักกันเอง

แผนการจีบสาวและมุกตลกสื่อสารผิดพลาด

หนุ่ม ๆ จอมทะเล้นประจำเรื่อง (รับบทโดย เศรษฐา ศิระฉายา, ดอน สอนระเบียบ และ สายัณห์ จันทรวิบูลย์) ต่างพยายามหาทางเดินหน้าจีบสาวในดวงใจ แต่กลับติดด่านหินคือกำแพงความหวงลูกสาวของพ่อตาตัวแสบ ทำให้ต้องวิ่งโร่ไปขอคำปรึกษาและพึ่งพาเล่ห์เหลี่ยมจากกูรูจอมวางแผนอย่าง ป๋าต๊อก เกิดเป็นแผนการสารพัดวิธีที่ทั้งฮาและล้นหลาม จนนำไปสู่เหตุการณ์เข้าใจผิดครั้งใหญ่ เช่น ฝ่ายหนึ่งเตรียมการยกขบวนขันหมากเพื่อสู่ขอ แต่อีกฝ่ายกลับเข้าใจว่าเป็นงานเลี้ยงต้อนรับอื่น จนเกิดความโกลาหลไปทั้งหมู่บ้าน

เสียงเพลงเชื่อมรอยร้าว

ท่ามกลางการปะทะคารมแบบคำต่อคำ หนุ่มสาวและคนในหมู่บ้านได้ใช้เสียงเพลงลูกทุ่ง แตรวง ขบวนกลองยาว และบรรยากาศความสนุกสนานเข้ามาเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ เพื่อหวังละลายพฤติกรรมความบาดหมางของผู้ใหญ่ และพิสูจน์รักแท้ของคนรุ่นลูกให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้

3 นัด

 

3 นัด


เรื่องย่อ  ภาพยนตร์: 3 นัด (2520)

รอยร้าวแห่งอุดมการณ์และความขัดแย้ง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในยุคที่บ้านเมืองคุกรุ่นด้วยความขัดแย้งทางอุดมการณ์และอิทธิพลมืด เมื่อความเชื่อที่แตกต่างผลักดันให้คนในครอบครัวและสายเลือดเดียวกันต้องยืนอยู่คนละฟากฝั่ง นำไปสู่ความบาดหมางระหว่างผู้พิทักษ์ความสงบของแผ่นดินและฝ่ายที่ก้าวเข้าสู่วังวนนอกกฎหมาย

คมกระสุนตัดสินชะตากรรม

เส้นเรื่องหลักขับเคลื่อนด้วยความแค้น ศักดิ์ศรี และการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อฝ่ายกฎหมายและผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง (นำโดย นาท ภูวนัย และ อุเทน บุญยงค์) ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีฝีมือฉกาจ (รับบทโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์) ท่ามกลางสมรภูมิดวลปืนที่บีบคั้นหัวใจและมีหญิงสาวคนรัก (รับบทโดย ภาวนา ชนะจิต และ นัยนา ชีวานันท์) คอยเป็นตัวเชื่อมความรู้สึกและความสูญเสีย โดยชื่อเรื่อง "3 นัด" สื่อถึงจังหวะกระสุนแห่งการตัดสินชะตาชีวิตที่ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร

การประจัญบานครั้งสุดท้าย

เมื่อการเจรจาไม่อาจยุติความแตกแยก การเผชิญหน้าดวลปืนแบบตาต่อตาฟันต่อฟันจึงระเบิดขึ้น เพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ ทวงคืนความยุติธรรม และปิดฉากความขัดแย้งที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเลือดและน้ำตา

จากเธอที่เขาพิงกัน

 

จากเธอที่เขาพิงกัน
"จากเธอที่เขาพิงกัน" (ปี 2523) ซึ่งสร้างโดย กำนันเป๊าะ (สมชาย คุณปลื้ม) และกำกับการแสดงโดย ชุบ เทพพิทักษ์ เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2523 ที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา โดยเป็นการรวมดารายอดนิยมระดับแถวหน้าในยุคนั้นถึง 2 คู่ ได้แก่ สรพงศ์ ชาตรี ประกบคู่กับ วาสนา สิทธิเวช และ พอเจตน์ แก่นเพชร ประกบคู่กับ ธิติมา สังขพิทักษ์

เรื่องย่อ  จากเธอที่เขาพิงกัน (2523)

สายลมแห่งความรักและการพลัดพราก

เรื่องราวแนวรักและดราม่าชีวิตที่มีฉากหลังเป็นความงดงามของธรรมชาติและท้องทะเลแดนใต้ บอกเล่าความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวสองคู่ที่ต้องเผชิญกับบททดสอบของหัวใจ ความแตกต่างทางฐานะ และเงื่อนไขชีวิตที่บีบคั้น นำพาไปสู่ความรัก ความเข้าใจผิด และการพลัดพรากจากคนที่รัก ณ ดินแดนเขาพิงกัน จังหวัดพังงา

ความทรงจำที่ไม่อาจลืม

ตัวละครหลักต้องเผชิญกับอุปสรรครอบด้าน ทั้งความขัดแย้งของครอบครัวและชะตากรรมที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความผูกพันและคำสัญญาที่เคยมีให้แก่กัน ท่ามกลางทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะแก่งและหน้าผาหินที่พิงเข้าหากัน ซึ่งเปรียบเสมือนภาพสะท้อนของคนสองคนที่เคยเคียงข้างและพึ่งพิงกันในวันที่ความรักเบ่งบาน



จ้าวพยัคฒ์

 

จ้าวพยัคฒ์

เรื่องย่อภาพยนตร์: จ้าวพยัคฆ์ (2507)

ต้นฉบับบทประพันธ์จากปลายปากกา "เศก ดุสิต"

เรื่องราวแนวแอ็กชัน ดราม่า และการสืบสวนชิงไหวชิงพริบ เมื่อเกิดความขัดแย้งและการแผ่อิทธิพลมืดของกลุ่มทรชนแดนเถื่อน ทำให้เกิดการประจัญบานของเหล่ายอดฝีมือที่มีทั้งฝ่ายผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เสือร้าย และผู้มีอุดมการณ์ที่ต้องเข้ามาพัวพันกับวังวนแห่งการล้างแค้นและอำนาจ

การเผชิญหน้าระหว่างความรักและศักดิ์ศรี

ท่ามกลางการห้ำหั่นดวลปืนสุดระห่ำและการหักเหลี่ยมเฉือนคมของเหล่าคนจริง ตัวเอกหนุ่มยอดฝีมือ (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) ต้องเข้ามาคลี่คลายเงื่อนงำความอยุติธรรมและปกป้องหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ (รับบทโดย เพชรา เชาวราษฎร์) เกิดเป็นสายสัมพันธ์ความรักท่ามกลางดงกระสุนและการต่อสู้ที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน ครบรสทั้งบู๊ล้างผลาญ ความตลกขบขัน และโศกนาฏกรรมซึ้งกินใจ

ความสำคัญและเกร็ดภาพยนตร์จากคลิป
ประวัติศาสตร์คู่ขวัญ: เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ สมบัติ เมทะนี และ เพชรา เชาวราษฎร์ ได้โคจรมาแสดงคู่กันบนจอเงิน ก่อนจะกลายเป็นคู่พระคู่นางยอดนิยมระดับตำนานของเมืองไทย

การรวมตัวของขุนพลภาพยนตร์: สร้างโดย ธาดาภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดยบรมครู ส.อาสนจินดา และได้ ฉลอง ภักดีวิจิตร มารับหน้าที่กำกับภาพ

ทัพดารานำคับคั่ง: ร่วมด้วย ชนะ ศรีอุบล, บุศรา นฤมิต, ทักษิณ แจ่มผล, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, วิไลวรรณ วัฒนพานิช, เมตตา รุ่งรัตน์ พร้อมดาวตลกชั้นครูอย่าง เสน่ห์ โกมารชุน, ล้อต๊อก และจุ๋มจิ๋ม ศรทอง

การเข้าฉาย: เป็นภาพยนตร์ 16 มม. สี พากย์สด เข้าฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2507 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง

รักข้ามโลก

 

รักข้ามโลก

"รักข้ามโลก" (ปี 2521) ซึ่งเป็นผลงานการสร้างและกำกับการแสดงโดยผู้กำกับระดับตำนาน ฉลอง ภักดีวิจิตร เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2521

ความน่าสนใจหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การจับคู่พระ-นาง 2 คู่ โดยเป็นการโคจรมาพบกันและจับคู่เป็นพระเอก-นางเอกร่วมกันเป็นเรื่องแรกระหว่างพระเอกนักบู๊ กรุง ศรีวิไล กับนางเอกวัยรุ่นชื่อดังในยุคนั้นอย่าง ลลนา สุลาวัลย์ ส่วนอีกคู่หนึ่งคือ วิฑูรย์ กรุณา ประกบคู่กับ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์

ในตอนแรก ผู้ชมอาจแปลกใจกับการจัดคู่นักแสดงที่นำพระเอกรุ่นใหญ่อย่างกรุง ศรีวิไล มาจับคู่กับลลนา สุลาวัลย์ แต่เมื่อได้รับชมจนจบ จะเห็นความลงตัวของการวางบทบาท โดยตัวละครของเนาวรัตน์จะมีความนิ่งและขรึม ขณะที่บทของลลนาจะมีความกระฉับกระเฉง แก่นแก้ว และมีคิวบู๊เล็กน้อย ซึ่งฉีกแนวจากภาพจำนางเอกวัยรุ่นทั่วไปในสมัยนั้น

ด้านงานสร้าง ตัวหนังยกกองไปถ่ายทำกันถึงต่างประเทศ แม้จะมีชื่อเรื่องแนวโรแมนติกดราม่าว่า "รักข้ามโลก" แต่ยังคงลายเซ็นสไตล์บู๊แอ็กชันของ ฉลอง ภักดีวิจิตร ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งฉากเสี่ยงตาย ฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อม และฉากการไล่ล่าปะทะเดือดที่ดุเดือดตื่นเต้น



ตุ๊ดตู่

 

ตุ๊ดตู่
"ตุ๊ดตู่" (ปี 2510) 

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังขนาด 16 มม. พากย์สด
กำกับการแสดงโดย ครวญ รัตนงาม
เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2510 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์

นำแสดงโดยพระเอกยอดนิยมตลอดกาล มิตร ชัยบัญชา ประกบคู่กับ โสภา สถาพร ร่วมด้วย ประจวบ ฤกษ์ยามดี, เมตตา รุ่งรัตน์, สมควร กระจ่างศาสตร์, สมพงษ์ พงษ์มิตร (สุวรรณลอย), อดุลย์ ดุลยรัตน์, ล้อต๊อก และดาวน้อย ดวงใหญ่

เรื่องย่อ  ภาพยนตร์: ตุ๊ดตู่ (2510)

เด็กสาวสู้ชีวิตและความอยุติธรรม

เรื่องราวบอกเล่าชีวิตของ "ตุ๊ดตู่" (รับบทโดย โสภา สถาพร) หญิงสาวชาวบ้านผู้มีจิตใจงดงามและสู้ชีวิต เธอเติบโตมาท่ามกลางความยากลำบากร่วมกับครอบครัวและแม่ (รับบทโดย จริงดาว ดารณี) แต่ด้วยฐานะที่ยากจน ทำให้เธอและคนรอบข้างมักถูกกลุ่มคนมีอิทธิพลและคนใจคดในท้องถิ่นเอารัดเอาเปรียบ ข่มเหงรังแก และมองข้ามคุณค่าความเป็นคน

เงื่อนงำสายเลือดและการปกป้อง

ท่ามกลางความทุกข์ยาก ตุ๊ดตู่ได้รับการช่วยเหลือและคอยปกป้องจากชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง (รับบทโดย มิตร ชัยบัญชา) ซึ่งก้าวเข้ามาเป็นที่พึ่ง คอยขัดขวางแผนร้ายของพวกอันธพาลและกลุ่มผู้มีอิทธิพล ขณะเดียวกัน เรื่องราวยังพัวพันกับของสำคัญอย่างสร้อยคอประจำตัวและเงื่อนงำชาติกำเนิดที่แท้จริงของตุ๊ดตู่ ซึ่งเกี่ยวโยงกับครอบครัวผู้มีอันจะกินในเมืองหลวง

การเผชิญหน้าและทวงคืนความสุข

ความโลภของฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการปกปิดความจริงและฮุบผลประโยชน์ นำไปสู่การวางแผนปองร้ายและขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด เหล่าคนดีจึงต้องร่วมมือกันต่อสู้ เผชิญหน้ากับอุปสรรคเพื่อคลี่คลายเงื่อนงำความจริง ทวงคืนศักดิ์ศรี และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ชีวิตของตุ๊ดตู่

เจ้าพ่อมหาหิน

 

เจ้าพ่อมหาหิน
"เจ้าพ่อมหาหิน" (ปี 2522) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ขนาด 35 มม. พากย์เสียงในฟิล์ม
กำกับการแสดงโดย ณัฐพร
เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2522
ที่โรงภาพยนตร์ไดเร็กเตอร์

โดยปัจจุบันตัวฟิล์มภาพยนตร์ ม้วนวิดีโอ VCD และ DVD สูญหายไปหมดแล้ว หลงเหลือเพียงใบปิดโฆษณา ภาพนิ่ง และเอกสารเรื่องย่อที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารดาราสมัยนั้นเท่านั้น

เรื่องย่อ  เจ้าพ่อมหาหิน (2522)

อำนาจเถื่อนแดนดงดิบ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในดินแดนห่างไกลที่กฎหมายเอื้อมไปไม่ถึง กลุ่มอิทธิพลมืดและขบวนการค้าของเถื่อนนำโดยเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล ได้แผ่ขยายอำนาจคุกคาม ข่มเหงรังแกชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ และกำจัดทุกคนที่กล้าขัดขวางผลประโยชน์ ทำให้พื้นที่แถบนั้นตกอยู่ใต้ความหวาดกลัวและความอยุติธรรม

ยอดคนกระดูกเหล็กประจัญบาน

ความเดือดร้อนนำพาให้ยอดฝีมือนิรนามผู้มีจิตใจแกร่งดั่งหินผาและยึดมั่นในความถูกต้อง (รับบทโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์) ต้องก้าวเข้ามาขัดขวางเส้นทางอำนาจมืด พร้อมด้วยการโคจรมาพบกับยอดนักสู้หนุ่มแดนเถื่อน (รับบทโดย กรุง ศรีวิไล) รวมถึงการพัวพันกับหญิงสาวผู้ตกเป็นเป้าหมายของความขัดแย้ง (รับบทโดย ภาวนา ชนะจิต) และนายตำรวจหรือผู้นำชุมชนตงฉิน (รับบทโดย ครรชิต ขวัญประชา)

ศึกแตกหักโค่นบัลลังก์เจ้าพ่อ

เมื่อการเจรจาไม่อาจยุติความละโมบได้ สงครามล้างแค้นและการดวลปืนสุดระห่ำจึงระเบิดขึ้น เหล่าคนจริงต้องผนึกกำลังบุกทลายซุ้มมือปืนและเครือข่ายอิทธิพลเถื่อน ชิงไหวชิงพริบหักเหลี่ยมเฉือนคมกันเพื่อทลายรังของเจ้าพ่อ และคืนความสงบสุขกลับสู่แผ่นดิน

โตไม่โตซัดดะ

 

โตไม่โคซัดดะ

เรื่องย่อ: โตไม่โตซัดดะ (ปี 2524)

ปมมรดกและเด็กที่สาบสูญ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากความขัดแย้งภายในตระกูลมหาเศรษฐี เมื่อพินัยกรรมฉบับสำคัญของคุณหญิงระบุเงื่อนไขไว้ว่า ทรัพย์สมบัติและคฤหาสน์หลังใหญ่จะตกเป็นของทายาทหรือลูกชายแท้ ๆ ของอนันดา ซึ่งถูกนำตัวไปฝากให้หญิงชาวบ้านชื่อ "แม่เฉิม" เลี้ยงดูตั้งแต่แบเบาะเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน หากตามหาตัวเด็กไม่พบ ทรัพย์สินจะต้องถูกบริจาคให้การกุศล ทำให้ฝ่ายเครือญาติผู้หวังฮุบมรดกต่างพยายามตามล่าหาตัวเด็กคนนี้ เพื่อกำจัดทิ้งและเปลี่ยนเส้นทางมรดกให้ตกเป็นของตนเอง

คนสู้ชีวิตจากสลัมสู่คฤหาสน์ผู้ดี

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของสลัมและตลาด ชายพิการหลังค่อมใจเด็ดอย่าง "พี่โต" และเด็กสาวตัวเล็กแต่สู้คนอย่าง "เตี้ย" ต้องใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบ หาบของขายและเผชิญหน้ากับพวกนักเลงหัวไม้ แต่เมื่อแม่ผู้เลี้ยงดูถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ทั้งสองจึงต้องระหกระเหินหาที่พึ่ง จนกระทั่งได้รับการชักชวนจากหนุ่มตระกูลอภิวัฒน์ให้เข้ามาทำงานเป็นคนรับใช้ในคฤหาสน์หลังใหญ่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านี่คือบ้านที่มีความเกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดและปมพินัยกรรมลับ

ความปั่นป่วนและความจริงที่ต้องเปิดโปง

เมื่อคนตัวเล็ก ๆ ไม่ยอมก้มหัวให้ใครอย่างพี่โตและเตี้ยต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกับเหล่าเจ้านายผู้ดีขี้เก๊ก ป้ารับใช้จอมวางมาด และคุณนายใจร้ายที่คอยหาเรื่องกลั่นแกล้ง ความป่วน ฮา และการต่อปากต่อคำจึงเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งสองต้องคอยเอาตัวรอดจากการถูกจับผิดและการตามล่าตัวทายาทแท้จริงที่กำลังเข้มข้นขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศคอมเมดี้คลุกเคล้าการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนจนตามชื่อเรื่อง "โตไม่โตซัดดะ"


สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า...รัก

 

สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก

สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก First Love (สหมงคลฟิล์ม)

กำหนดฉาย : 12 สิงหาคม 2553
นำแสดง : มาริโอ้ เมาเร่อ, พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ, พีรวัชร์   เหราบัตย์, พิจิตรา สิริเวชพันธ์, อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล, กชามาศ  พรหมสาขา ณ สกลนคร
กำกับ : พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร, วศิน ปกป้อง

เรื่องย่อ สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก

          น้ำ (ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก) สาวน้อย ม.1 วัย 14 หน้าตาธรรมดา ๆ กระเดียดไปทางไม่สวย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ขี้เหร่นั่นแหละ แต่เธอดันไปแอบชอบ พี่โชน (มาริโอ เมาเร่อ) พี่ม.4 ที่หล่อ เท่ ที่สุดในโรงเรียน แล้วแถมยังใจดีอีกตะหาก ทำให้น้ำมีคู่แข่งเป็นสาว ๆ ทั้ง ม.ต้นและ ม.ปลาย ที่มีแต่คนสวย ๆ เต็มไปหมด แต่น้ำไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เธอพยายามลุยทำทุกอย่าง สู้ทุกรูปแบบเพื่อที่จะ เก่ง และ สวย แล้วเด่นขึ้นในโรงเรียนให้ได้ เพราะแอบหวังในใจเล็ก ๆ ว่าถ้าทำสำเร็จพี่โชนอาจจะหันมามองเธอซักครั้ง   

          น้ำทำตั้งแต่ เอามะขามเปียกมาขัดผิว สมัครเป็นนางรำแม้จะถูกคัดออก  หัดเป่าคาริเน็ตแล้วสมัครเข้าวงโยธวาทิตเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ พี่โชน ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน ๆ แก๊งหน้าแย่ ในที่สุดน้ำก็ได้เป็นดรัมเมเยอร์มือหนึ่งของโรงเรียน จนตอนที่เรียนอยู่ม.3 เธอได้เป็นดาวของโรงเรียน จริง ๆ !!!!! น้ำตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่ม ๆ ทั้งโรงเรียน มีคนเข้ามาจีบเป็นสิบ ๆ คน ยกเว้นคนที่เธอรอคอยอยู่คนเดียว โชน

          แล้วเรื่องราวความรักของน้ำจะเป็นอย่างไร โชนจะหันมาสนใจเธอมั้ยสุดท้ายแล้วความรักความฝัน กับความเป็นจริง  จะได้พบกันเมื่อไหร่ เวลาคงเป็นคำตอบของทุกอย่างเอง

 

สิงห์สั่งป่า พ.ศ. 2521

 

สิงห์สั่งป่า
สิงห์สั่งป่า : เมื่อความยุติธรรมต้องแลกด้วยเลือดในดินแดนเถื่อน

ท่ามกลางแผ่นดินที่ไร้ซึ่งกฎหมายและถูกครอบงำด้วยอิทธิพลมืด ณ ทุ่งคา ดินแดนที่ความแค้นถูกตัดสินด้วยปลายกระบอกปืน "สิงห์" (นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล) ชายหนุ่มผู้มีอดีตที่เต็มไปด้วยรอยแผลและการต่อสู้ ต้องหวนกลับคืนสู่สมรภูมิบ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อสะสางหนี้เลือดและทวงคืนความยุติธรรมให้กับชาวบ้านที่ถูกกดขี่

สิงห์ไม่ได้มาเพียงลำพัง เขาต้องเผชิญหน้ากับ "เสือธง" อิทธิพลเถื่อนตัวฉกาจ และ "กำนันอนันต์" ผู้ทรงอิทธิพลที่ใช้กฎหมายเป็นเกราะกำบังความชั่วร้าย ท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด มิตรภาพที่ต้องถูกทดสอบ และความรักที่ซับซ้อนท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งความขัดแย้ง โดยมี "อรอนงค์" ลูกสาวของกำนันผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง เป็นตัวแปรสำคัญที่คอยดึงรั้งจิตใจของสิงห์ไว้

นี่คือภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยระดับตำนานที่เข้มข้นด้วยเรื่องราวของลูกผู้ชาย การหักเหลี่ยมเฉือนคมของเหล่าจอมโจร และการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีที่เดิมพันด้วยชีวิต... เมื่อถึงเวลาที่ความอดทนสิ้นสุดลง "สิงห์" จะเป็นผู้พิพากษาและสั่งป่าให้รู้ว่าใครคือเจ้าของแผ่นดินที่แท้จริง

เตรียมพบกับการล้างแค้นครั้งใหญ่ที่ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีและความตาย ใน "สิงห์สั่งป่า" ตำนานภาพยนตร์ไทยที่คอหนังบู๊คลาสสิกไม่ควรพลาด!

1 นรกโลกันต์

 

1 นรกโลกันต์
นรกโลกันตร์" (ปี 2527) มาบอกเล่าประวัติ เบื้องหลัง และนำฉากแอ็กชันเด่น ๆ มาให้ชมเพื่อการอนุรักษ์

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานอำนวยการสร้างของ ทรนง ศรีเชื้อ
กำกับการแสดงโดย สุขุม เมธาวิน
 เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2527
ที่โรงภาพยนตร์เพรสซิเดนท์ สามย่าน และศรีพรสวรรค์ นนทบุรี โดยมี สรพงศ์ ชาตรี รับบทพระเอกแบบ "วันแมนโชว์" ลุยเดี่ยว ประกบคู่กับนางเอก ระพีพรรณ ก้อนสกุล ร่วมด้วยทีมนักแสดงสายบู๊และดาวร้ายคับคั่ง เช่น มานพ อัศวเทพ, ภิญโญ ปานนุ้ย, กิตติ ดัสกร และทีมนักแสดงสมทบอีกมากมาย

แนวคิดหลักของเรื่องสะท้อนผ่านประโยคที่ว่า "ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการลุกขึ้นสู้" โดยตัวละครของสรพงศ์ ชาตรี ต้องลุยเดี่ยวต่อกรกับกองทัพทรชนและกลุ่มอิทธิพลเถื่อนจำนวนมาก เอกลักษณ์สำคัญตามสไตล์งานสร้างของ ทรนง ศรีเชื้อ คือความดุดัน สมจริง และการทุ่มทุนสร้างฉากบู๊วินาศสันตะโร มีทั้งการนำยานพาหนะหลากชนิดอย่างรถจี๊ป รถแทรกเตอร์ รถหกล้อ และรถสิบล้อมาวิ่งไล่ล่ากันกลางลานฝุ่นตลบ รวมถึงฉากการจุดไฟเผายางรถยนต์แล้วกลิ้งเข้าใส่เพื่อสร้างความระทึกขวัญ ซึ่งฉากแอ็กชันจัดเต็มเช่นนี้เคยเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในยุคทองของหนังกลางแปลงตามงานวัดเมื่อ 40 ปีก่อน เพราะสามารถเปิดเสียงลำโพงกระหึ่มดึงดูดผู้ชมได้อย่างดี

4 อันตราย

 

4 อันตราย
"4 อันตราย" (ปี 2521) ซึ่งกำกับการแสดงโดย แจ๊ส สยาม
 เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2521
 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง และ เมโทร 

เรื่องย่อ : 4 อันตราย (2521)

จุดเริ่มต้นจากความทะเยอทะยานและทางลัด

เรื่องราวบอกเล่าชีวิตของกลุ่มคนหนุ่มสาวในเมืองหลวงที่มีพื้นเพและภูมิหลังดิ้นรน โดยมีตัวเอก (รับบทโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร) เริ่มต้นจากการเป็นเด็กเดินขาย "ตั๋วผี" หน้าโรงภาพยนตร์ชั้นนำในกรุงเทพฯ อาศัยการกว้านซื้อตั๋วหนังล่วงหน้ามาขายต่อเพื่อเอากำไรส่วนต่างประทังชีวิต ท่ามกลางสภาพสังคมเมืองที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำและสิ่งยั่วยุ

การรวมตัวสู่เส้นทางนอกกฎหมาย

ความต้องการหลุดพ้นจากความยากจนและความใฝ่ฝันที่จะสร้างความร่ำรวยทางลัด ทำให้เขาและกลุ่มเพื่อนร่วมชะตากรรม (รับบทโดย เศรษฐา ศิระฉายา และนักแสดงท่านอื่น) หลงก้าวเข้าสู่วังวนแห่งความผิด พัวพันกับขบวนการอาชญากรรมและธุรกิจมืดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถูกขนานนามและตราหน้าว่าเป็นกลุ่มอันตรายต่อสังคม ขณะเดียวกันก็มีความสัมพันธ์และความห่วงใยจากหญิงสาวคนรัก (รับบทโดย เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ที่คอยเตือนสติ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งวงล้อแห่งความโลภได้

บทเรียนและจุดจบของคนเดินทางผิด

ความคึกคะนองและการหลงเดินทางลัดนำพาทั้งหมดไปสู่ทางตัน เมื่อกฎหมายเริ่มกระชับวงล้อมและฝ่ายบ้านเมืองดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด ทำให้ตัวละครต้องเผชิญกับผลกรรมของการกระทำตนเองอย่างสาสม โดยตัวหนังได้หยิบยกภาพบรรยากาศการลงโทษขั้นรุนแรงในยุคนั้นอย่างการใช้มาตรา 21 ประหารชีวิต มาสะท้อนเป็นอุทาหรณ์สอนใจถึงจุดจบของผู้ที่เลือกก้าวข้ามเส้นทางสุจริต

7 ป่าช้า

 

7 ป่าช้า

เรื่องย่อ : 7 ป่าช้า (2523)

โศกนาฏกรรมเมียหลวง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์ของสองพี่น้อง "รื่น" และ "เรียม" โดย รื่น (รับบทโดย มยุรา ธนะบุตร) ได้แต่งงานกับชายหนุ่มชาวกรุง (รับบทโดย สมภพ เบญจาธิกุล) แต่ชีวิตสมรสกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานใจจากการถูกสามีกดขี่ทำร้าย จนกระทั่งเธอตั้งครรภ์และทนไม่ไหว จึงตัดสินใจหนีกลับมาบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด ทว่าเกิดเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อเธอต้องคลอดลูกแต่ไม่สำเร็จ จนกลายเป็นเหตุให้เสียชีวิตในสภาพ "ตายทั้งกลม"

ตัณหาหน้าศพและมนต์ดำ

เมื่อสามีรู้ข่าวว่าภรรยาเสียชีวิต แทนที่จะสำนึกผิดกลับแอบดีใจและเดินทางมาร่วมงานศพ แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือแอบหมายปองในตัว เรียม (รับบทโดย สุพรรษา เนื่องภิรมย์) ซึ่งเป็นน้องเมีย ถึงขั้นวางแผนอาสานอนเฝ้าโลงศพในยามค่ำคืนแล้วแอบย่องเข้าไปหมายจะขืนใจน้องเมีย จนทำให้เกิดเหตุอาถรรพ์ โลงศพของรื่นแตกออกมากะทันหัน แม้จะถูกพ่อตา (รับบทโดย สมาน คัมภีร์) ขับไล่ แต่เขาก็ยังไม่ละความพยายามและหน้ามืดตามัว เดินทางไปหาหมอผีคุณไสย (รับบทโดย พิภพ ภู่ภิญโญ) เพื่อหวังทำ "น้ำมันพราย" มาดีดใส่เรียม โดยใช้วัตถุดิบสุดเฮี้ยนคือศพตายทั้งกลมของเมียตัวเอง

วิญญาณเฮี้ยนอาละวาดทวงแค้น

เมื่อหลุมศพถูกลบหลู่ วิญญาณผีตายทั้งกลมจึงฟื้นคืนชีพขึ้นมาหักคอหมอผีจนตายคาที่ ก่อนจะออกอาละวาดหลอกหลอนทั่วหมู่บ้านด้วยความแค้น ทำให้ชาวบ้านต่างขวัญผวาและเดือดร้อนกันไปทั่ว เกิดการว่าจ้างหมอผีจากหลากหลายสำนักเข้ามาประชันอาคมเพื่อสะกดวิญญาณลงหม้อถ่วงน้ำ ผสมผสานไปกับมุกตลกเบาสมอง วิ่งหนีผี และความสยองขวัญแบบผีไทยโบราณที่ทั้งน่ากลัวและชวนหัวเราะไปพร้อมกัน

กำกับการแสดงโดย สุริยนต์ ดวงทองดี
เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2523

ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงและสเตลล่า ศรีย่าน 

โดยมีนักแสดงนำได้แก่ พอเจตน์ แก่นเพชร, สุพรรษา เนื่องภิรมย์, มยุรา ธนะบุตร, สมภพ เบญจาธิกุล, พิภพ ภู่ภิญโญ, สมาน คัมภีร์ และดาวตลกชั้นครูอย่าง ล้อต๊อก

บี้ บอด ใบ้

 


บี้บอดใบ้ 2522 

นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ล้อต๊อก, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, เศรษฐา ศิระฉายา, เกชา เปลี่ยนวิถี, ดวงชีวัน โกมลเสน, สายัณห์ จันทรวิบูลย์, ชูศรี มีสมมนต์, ฯลฯ

กำกับโดย สิทธิชัย พัฒนดำเกิง


Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com