ถล่มวังข่า
ถล่มวังข่า (2521): เดิมพันด้วยชีวิต ในสมรภูมิเดือดกลางป่าชายแดน
เมื่อความยุติธรรมถูกกลั่นแกล้งจากเบื้องบน "ร้อยตำรวจเอกเดชชนะ" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) นายตำรวจฝีมือฉกาจผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง กลับต้องกลายเป็นหมากในเกมอำนาจของ "พลตำรวจตรีอิทธิพล" ผู้บังคับบัญชาที่ต้องการกำจัดเขาให้พ้นทาง โดยการส่งตัวเขาไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายประจำการที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 6 จังหวัดตาก
ทว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการที่ซ่อนเร้นไว้เพื่อปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลมืดที่แอบค้าอาวุธเถื่อนร่วมกับกองกำลังติดอาวุธตามแนวชายแดน เมื่อเดชชนะก้าวเข้าสู่พื้นที่ เขาพบว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็น ทั้งอิทธิพลมืดที่ครอบงำกฎหมาย และภยันตรายจากค่ายใหญ่ของเหล่าผกค. ที่คอยดักสังหาร
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ถูกบีบคั้นจนถึงทางตัน เมื่อมิตรแท้เริ่มร่อยหรอและต้องถูกใส่ร้ายจนเกือบสิ้นอนาคตในราชการ ตำรวจหนุ่มผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้ด้วยวิถีของเขาเอง... การเปิดศึกถล่มวังข่าครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การปฏิบัติหน้าที่ แต่มันคือการแลกด้วยชีวิตเพื่อกวาดล้างเหล่าคนโฉดให้สิ้นซาก!
นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, อรัญญา นามวงษ์, นัยนา ชีวานันท์, ไพโรจน์ ใจสิงห์ และนักแสดงสมทบอีกคับคั่ง
ร่วมลุ้นและระทึกไปกับฉากบู๊สุดมันส์ตามแบบฉบับหนังไทยยุคคลาสสิกได้ที่นี่:
มหาภัยพันหน้า [2521]
เตรียมพบกับการต่อสู้สุดระห่ำท่ามกลางกลลวงที่คาดเดาไม่ได้ในภาพยนตร์ไทยระดับตำนาน เมื่ออาชญากรผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าและสามารถแปลงกายเปลี่ยนโฉมหน้าได้ไม่ซ้ำแบบ ออกปฏิบัติการสร้างความปั่นป่วนไปทั่วเมือง จนไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าใครคือมิตรหรือศัตรูที่แท้จริงภายใต้ใบหน้าที่เห็นอยู่ตรงหน้า
งานนี้จึงตกเป็นหน้าที่ของเหล่านักสู้ผู้กล้าที่ต้องร่วมมือกันแกะรอยและกระชากหน้ากากคนร้ายรายนี้มาลงโทษให้ได้ ท่ามกลางความตื่นเต้นและการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ใครกันที่จะเป็นผู้รอดชีวิต และโฉมหน้าที่แท้จริงของ "มหาภัยพันหน้า" คือใครกันแน่?
ร่วมลุ้นระทึกไปกับการสืบสวนและฉากแอ็กชันสุดมันส์ที่คุณไม่ควรพลาด!
"ชาติเกลือ" (2519) – เมื่อความแค้นถูกชำระด้วยชีวิต
ในดินแดนที่กฎหมายอยู่เหนืออิทธิพลมืดเพียงแค่ชื่อ ภาพยนตร์เรื่องนี้พาเราไปสัมผัสกับเรื่องราวของความอยุติธรรมที่กัดกินใจชาวบ้านตาดำๆ เมื่ออำนาจของ "คุณนายช่อทิพย์" ผู้ทรงอิทธิพลเหนือกฎหมายและพวกนักเลงลูกสมุน เข้ามาบีบคั้นชาวบ้านด้วยการโกงที่ดินและใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือจัดการผู้ที่ขัดขืน
ท่ามกลางสถานการณ์ที่สิ้นหวัง "รักชาติ" ชายหนุ่มผู้มีความยุติธรรมในหัวใจ ต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อครอบครัวของเขาถูกกลุ่มอิทธิพลมืดทำร้ายอย่างเหี้ยมโหด ความแค้นที่สั่งสมมานานบวกกับการลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรม ร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่ต้องการเห็นบ้านเกิดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว ทำให้เขาต้องตัดสินใจกระโจนเข้าสู่การต่อสู้ที่ต้องแลกด้วยชีวิต
เมื่อความแค้นของเหยื่อที่ถูกกดขี่มานานปีปะทุขึ้น และความลับในอดีตเริ่มถูกเปิดเผย "ชาติเกลือ" จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของนักเลงตีกัน แต่เป็นบททดสอบของศีลธรรมและความกล้าหาญ ว่าสุดท้ายแล้ว... มือของใครจะเป็นผู้กุมชะตากรรมของบ้านเมืองแห่งนี้
หากคุณเป็นคอหนังไทยแนวแอ็กชัน-ดราม่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคลาสสิกของยุค 70s ที่มาพร้อมกับการต่อสู้เพื่อความถูกต้องที่คุณต้องเอาใจช่วย "ชาติเกลือ" คือภาพยนตร์ที่คุณไม่ควรพลาดครับ
รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่:
กรุง ศรีวิไล,
พ.ศ. 2519,
อรัญญา นามวงศ์,
กังหันสวาท (2517): โศกนาฏกรรมแห่งความรักและช่องว่างระหว่างชนชั้น
เรื่องย่อ:
ท่ามกลางกระแสธารของกาลเวลาที่ผันเปลี่ยน ชีวิตคนเราเปรียบเสมือนกังหันที่ต้องลม ชีวิตที่มีทั้งสุข ทุกข์ สมหวัง และผิดหวัง นี่คือผลงานภาพยนตร์ระดับตำนานที่ตราตรึงใจผู้ชม ซึ่งเป็นการแสดงชุดสุดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบของ มิตรชัย บัญชา พระเอกผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของวงการภาพยนตร์ไทย
กังหันสวาท บอกเล่าเรื่องราวความรักที่ถูกขีดคั่นด้วยกำแพงแห่งฐานะทางสังคม เมื่อ ฤทธิ์ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมจากตระกูลสูงศักดิ์ ได้ตกหลุมรักกับ หลิน หญิงสาวธรรมดาจากครอบครัวที่ยากจน ความรักของทั้งคู่ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งแรงกดดันจากครอบครัว การถูกเหยียดหยามจากสังคม และความเข้าใจผิดที่ถาโถมเข้ามาดั่งพายุ จนนำไปสู่ความสูญเสียและรอยร้าวลึกในหัวใจ
ท่ามกลางโชคชะตาที่เล่นตลก ชีวิตของหลินจะดำเนินไปอย่างไรภายใต้เงาของความรักที่ต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตา? และจุดจบของกังหันที่หมุนวนท่ามกลางมรสุมความสวาทครั้งนี้จะลงเอยเช่นไร?
ร่วมสัมผัสความประทับใจและหวนระลึกถึงผลงานชิ้นเอกที่แฟนหนังไทยไม่ควรพลาด รับชมได้แล้ววันนี้ที่

เสือไทยอาละวาด (สุภาพบุรุษเสือไทยภาคสมบูรณ์)
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
26 กันยายน 2493
ฉายที่ ศรีอยุธยา
บริษัทสร้าง ฉวีวงศ์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เชาวน์ ฉวีวงศ์
ผู้ประพันธ์ เสนีย์ บุษปะเกศ
ผู้กํากับ เสนีย์ บุษปะเกศ
เค้าเรื่อง “เริ่มตั้งแต่สุภาพบุรุษเสือไทยของเรา พร้อมด้วยอ้ายแม่น และ อีกรอง หนีตํารวจกองปราบซึ่ง อ้ายเดชเพื่อนเกลอร่วมตายเป็นผู้นํามาล่า อ้ายคง ตรงไป ยังวัดร้างท้ายเมือง และได้แต่งงานอ้ายแม่นกับอีกรองต่อ หน้าองค์พระประธาน และวิ่งเตลิดเข้าป่าเยี่ยงเสือลําบาก
การก็ปรากฏว่า อีกรองหาได้ทําตามคําสั่งของ เสือไทยแต่ประการใด อีกรองยึดสัจจะตนเองมั่นอยู่ว่า “รักแท้ของมันอยู่ที่เสือไทย” หาใช่อ้ายแม่น ถึงเสือไทย จะปล้นเขากิน ชิงเขากิน มันก็ต้องปล้นเขากินชิงเขากินไปด้วย
นักแสดง
สถาพร มุกดาประกร? เป็น เสือไทย
มนัส บุณยเกียรติ เป็น กรอง
ประชุม จันทิมา เป็น เสือนรกแห่งเมืองสวรรค์
อุไรวรรณ พงษ์ประยูร เป็น โฉม
จํานง คุณะดิลก เป็น เดช
สกล ผิรังคะเปาระ เป็น แก่น
ประเสริฐ จัดหาผล เป็น ใบ
สําเริง กล้าไพรี เป็น เรือง
เสือเวาะเมืองชล

16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ชลบุรีภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ถ. อรุณประเสริฐ
ฉายวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2493
สามเสือสุพรรณ

16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่เท็กซัส
ตุเดือดและยิ่งใหญ่อีกเรื่องหนึ่งในรอบปีนี้
* * สามเสือสุพรรณ * *
บริษัทสร้าง นภาภาพยนตร์
ผู้พากย์ ชวาลา, พันธ์จันทร์, บุศราพันธ์
เค้าเรื่อง “จากสารคดีชีวิตจริงของเสือฝ้าย เสือดํา เสือมเหศวร แห่งจังหวัดสุพรรณบุรี”
นักแสดง
ชวาลา, พันธ์จันทร์
บุศราพันธ์
บุญช่วย มหาสารินันท์
ประหยัดไทยศิริ
ลัดดา จามรมาลย์
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร มีนาคม พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2493
สะใภ้ทาส

ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายวันที่ 4 ตุลาคม 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง นครพิงค์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สนาน – วรรณภา
ผู้ประพันธ์ สนาน คราประยูร
เรื่องย่อ
หลังจากภรรยาเสียชีวิต พระชํานาญ ยุทธกิจ ได้แต่งงานใหม่กับ ละเมียด ซึ่งหวังเพียงทรัพย์สมบัติของพระชํานาญ ละเมียดพยายามยัดเยียด เชิด ลูกชายของพระชํานาญ ให้แต่งงานกับ ลัดดา หลานสาวของตน แต่ลัดดามีคนรักอยู่แล้วชื่อ จิตต์ ส่วนเชิดลอบมี ความสัมพันธ์กับ เนียน สาวใช้ในบ้าน แต่ลัดดาก็หาละความพยายามไม่ เมื่อสบโอกาสที่เชิดเดินทางไปช่วยคุมกิจการป่าไม้ของพระชํานาญ ที่จังหวัดนครสวรรค์ ละเมียด ก็หลอกพาเนียนไปขายที่ซ่องโสเภณี และใส่ร้ายเนียนว่า หนีตามผู้ชายไประหว่างที่เชิดไม่อยู่ที่บ้าน เชิดติดกับละเมียด หลงเชื่อเสียสนิท ด้วยความเสียใจระคนโกรธแค้น จึงหันหน้าเข้าหาสุรา
เนียนดิ้นรนขัดขืนจึงถูกเจ้าของซ่องทําร้ายไม่เว้นแต่ละวัน โชคดีที่มี ส่งศรี คอยช่วยเหลือ แต่แล้วเนียน ก็แทบขาดใจเมื่อเห็นข่าวงานแต่งงานของเชิดกับลัดดา เนียนจึงก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเลี้ยงดูลูกน้อยซึ่งเป็น หน่อเนื้อของเชิด
แต่นับวัน เชิดก็ยิ่งดื่มสุราหนักขึ้นและไม่มีทีท่าจะยอมแต่งงานกับลัดดา ละเมียดจึงจัดแจงให้ลัดดาเข้ามาอยู่ในบ้าน เพื่อหาโอกาสให้เชิดและลัดดาได้อยู่ใกล้ชิด กัน ลัดดายังไม่ยอมตัดขาดจากจิตต์ แถมยังลักลอบเจอกันบ่อยครั้ง จนเชิดมาเห็นเข้า จึงเกิดการวิวาทกัน ละเมียด เข้ามาห้ามถูกลูกหลงโดนกระสุนปืนที่จิตต์ยิงเสียชีวิต เมื่อเหตุการณ์สงบลง เชิดจึงออกตามหาเนียนเพื่อปรับ ความเข้าใจกัน

นักแสดง
วรรณภา วิเศษประภา เป็น เนียน
เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น เชิด
ลิ้นจี่ เป็น คุณนายละเอียด
แกร วิเศษประภา เป็น พระชํานาญยุทธกิจ
อุ่นใจ สุวรรณจิตต์ เป็น ลัดดา
สุณี มาสยะ เป็น ส่งศรี
รําเพย ณ นคร เป็น จิตต์
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ตุลาคม พ.ศ. 2493
สองเกลอเข้ากรุง
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายวันที่ 20 กันยายน 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมโลก
สมิงป่าสัก
Siamese Hill Tribe

ฟิล์ม 16 มม. /สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่ นาครสนุข
บริษัทสร้าง บริษัท เอเซียภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ เชื้อ อินทรทูต
ผู้กํากับ วสันต์ สุนทรปักษิน
ผู้ถ่ายภาพ สิน นากเสวี
ผู้พากย์ ม.ล. รุจิรา
เค้าเรื่อง
“รัก! เพียงใจจะขาด พยาบาท! จนตัวตาย”


นักแสดง
วสันต์ สุนทรปักษิน,
สุดสงวน พวงดารา, พิมพ์ พวงนาค, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร มีนาคม พ.ศ. 2493
ที่มาภาพ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
ฉายวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2493
ศาสนารักของนางโจร
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่ ศรีอยุธยา
บริษัทสร้าง ปรเมรุภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้ประพันธ์ อ. อรรถจินดา
นักแสดง
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์, ไสลทิพย์ ตาปนานนท์,
ยอดยิ่ง สุวรรณสาคร, อนินทิตา อาขุบุตร
ฉายวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2493
ล้างบาง
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่โรงหนัง เท็กซัส
บริษัทสร้าง สุเทพภาพยนตร์
นักแสดง
ทนง ดํารงค์กุล, สุวรรณา จันทร์จํา,
ผดุงศักดิ์ บุณยรัตนพันธ์
ฉายวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2493
รอยไถ

ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์
ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง กรุงเทพภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง คุ้ม สังวริบุตร
ผู้ประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ผู้กํากับ สดศรี บูรพารมณ์
เค้าเรื่อง
“เป็นเรื่องชีวิตของชาวทุ่งบางเขนที่คลุกเคล้าอยู่กับควาย โคลนและคล่ำด้วยแดดลมตามธรรมชาติ ห่างไกลจากการแต่งลวงเยี่ยงคนในกรุง แต่ชีวิตนั้นต้องผจญกับความแค้นอย่างแสนสาหัส ด้วยเรื่องรักและเหลี่ยมนักเลง เพราะลูกน้อยและเมียรัก จนต้องจับดาบขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเรียกเลือดมาล้างรอยน้ำตาของ เขา …. ในด้านรัก เราจะได้เห็นความรักของเจ้าลือที่ซื่อต่อเมียรักและทนุถนอมลูกน้อยเพียงดวงใจ ความรักใน ฐานชู้ และความรักของสาวเพิ่งรุ่นกับชายอารมณ์เริงอย่างสุขสด ต่างกันถึงสามรส ในด้านแค้น ก็เกินที่จะเปรียบกับเรื่องใด นอกจากจะรู้แก่ใจของผู้ที่ถูกพรากเมีย รักและทิ้งลูกแดงที่ยังอ้อนนมไว้ให้เลี้ยง ซ้ำถูกพวกนักเลงเหยียบเกียรติของเขาอีก”
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493
เรื่องราวของลือ ชาวนาหนุ่มผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใครในทุ่งบางเขน ลือรักชอบพอกับบัวเผื่อน สาวสวยประจำท้องทุ่ง ซึ่งเป็นที่หมายปองของอ่อน นักเลงใหญ่ผู้ร่ำรวย แม้บัวเผื่อนจะอาศัยอยู่กินกับลือจนมีลูกด้วยกัน แต่อ่อนก็ยังหวังได้ตัวเธอมาครองอยู่เสมอ ด้วยความสนับสนุนจากแม่ของบัวเผื่อน มีเพียงบัวผัน น้องสาวของบัวเผื่อนเท่านั้นที่คอยเป็นกำลังใจให้ลือ

นักแสดง รอยไถ
คำรณ สัมบุณณานนท์ – ลือ
พรพรรณ วรรณมาศ – บัวผัน
สมชาย ตัณฑกำเนิด – อ่อน
เจริญศรี วรรณมาศ – บัวเผื่อน
ฉายวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2493
รอยไถ พ.ศ. 2503
ยอดสงสาร

ฟิล์ม 16 มม. / สีธรรมชาติ / พากย์
ฉายวันที่ 14 กันยายน 2493
บริษัทสร้าง ศรีบูรพาภาพยนตร์
ฉายที่โรงหนัง ศรีบางลำภู
ที่มาภาพ นิตยสารภาพยนตรเกษม พ.ศ. 2493
เพื่อนตาย
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
ฉายที่ ศรีอยุธยา
บริษัทสร้าง 8.พ.ล.ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เชื้อ เปรมปรีนนท์
ผู้กํากับ เบญจมินทร์
ฉายวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2493
ศรพยาบาท
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่ นิยมไทย
ฉายวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2493
นิทรา-สายัณห์

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
30 ธันวาคม 2493
ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง บูรพาศิลป์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สําเภา ประสงค์ผล
ผู้ประพันธ์ อิงอร
ผู้กํากับ ประสงค์สิงห์ กมลศักดิ์
ผู้ถ่ายภาพ อรกิจ อมาตยกุล, ฉลาง ประสงค์ผล
ผู้ลําดับภาพ ฉลาง ประสงค์ผล
ผู้จัดเครื่องแต่งกาย ประเทือง ศรีสุพรรณ
เรื่องย่อ
พนัส หนุ่มนักเรียนนอก กําลังตาม หาภรรยาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งหลง ทางไปเจอกระท่อมร้างแห่งหนึ่ง เจ้าของกระท่อมเป็น ชายร่างสูงหน้าตาเหี้ยมเกรียมออกมาต้อนรับ และเล่า ความหลังให้พนัสฟังว่า ในอดีต คุณพระรัฐกิจ อาศัยอยู่ กับ เอื้อมพร ลูกสาวสองคน วันหนึ่งมีชายชื่อ สายัณห์ สุรวิษัฐ ท่าทางเลื่อนลอยเดินทางมาและบอกว่าอยาก ออกป่า คุณพระฯ จึงให้เขาพักอยู่ที่กระท่อมและตั้งชื่อ ว่า “กระท่อมสายัณห์” เอื้อมพรไม่เคยมีความรัก เมื่อได้ มาอยู่ใกล้ชิดสายัณห์จึงตกหลุมรักอย่างง่ายดาย
สายัณห์เล่าเรื่องราวในอดีตของตัวเองให้ เอื้อมพรฟัง เขาเคยมีคนรักชื่อ นิทรา สมัยเรียนด้วยกัน ที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ เคยสัญญากันไว้ว่าจะ แต่งงานกันเมื่อจบการศึกษา แต่เมื่อถึงเวลาเข้าจริง ๆ นิทรากลับไปแต่งงานกับพนัสตามที่ผู้ใหญ่จัดการ นิทรา ให้สัญญากับสายัณห์ว่าจะมาพบสายัณห์ในวันที่ ๓๑ มกราคมอีกสามปีข้างหน้า เหตุนี้เองสายัณห์จึงหนีมาอยู่ ต่างจังหวัดเพื่อเยียวยาจิตใจ สายัณห์เริ่มมีใจให้เอื้อมพร แต่อยู่มาวันหนึ่งมีโทรเลขมาจากนิทรา สายัณห์จึงรีบไป กรุงเทพ ก่อนจะกลับมาที่บ้านคุณพระฯ อีกครั้งพร้อม นิทรา เอื้อมพรเสียใจมาก สายัณห์เองก็เสียใจไม่แพ้กัน ที่ทําร้ายความรู้สึกของเอื้อมพร นิทราเริ่มระแคะระคาย พฤติกรรมของทั้งสอง ก็รู้สึกเสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่สามารถตัดใจจากครอบครัวของตัวเอง ได้ ในวันที่สายัณห์ไปทําธุระในเมือง นิทราจึงจบปัญหา รักด้วยการฆ่าตัวตาย สายัณห์มาพบเข้าขาดใจตายตาม นิทราไป เอื้อมพรถือสันโดษนับจากนั้นเป็นต้นมา กว่า พนัสจะรู้สาเหตุที่ภรรยาหายตัวไปเวลาก็ผ่านไปแล้ว 20 ปี
นักแสดง
สมบัติ คงจําเนียร เป็น สายัณห์ สุรวิษัฐ
จรรยา พันธ์ทรัพย์ เป็น นิทรา
รัตนาภรณ์ อินทรกําแหง เป็น เอื้อมพร
ชะนะ พันธ์ทรัพย์ เป็น หมอมโน
โชติ พุกกะพันธ์ เป็น พระรัฐกิจ
บรรจง อุทัยจันทร์ เป็น พนัส
มั่น วินิจนัยภาค เป็น แช่ม
พนาย ชีวะกานนท์ เป็น ซ้อย
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กันยายน พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2493
นางตานี

ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
1 ธันวาคม 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง วราวัตต์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สกล บุณยะรัตเวช
ผู้ประพันธ์ “สุจารีย์”
ผู้กํากับ ร. พินัย ราชกิจ
ผู้เขียนบท ร. เสวี
ผู้ถ่ายภาพ โกมล บุณยะรัตเวช
เค้าเรื่อง
“ชื่อ “นางตานี” คงจะบอกท่านว่า เนื้อเรื่องเป็นอย่างไร และแนวทางผิดแผกกว่าภาพยนตร์ ไทยทุกเรื่องที่ผ่านมาแล้วเพียงไหน?”
นักแสดง
จรรยา สุวคนธ์, แฉล้ม คงนิยม,
สวัสดิ วิบูลเวช, สุมาลี เศวตเศรณี
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ตุลาคม พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2493
ลูกนางนาคพระโขนง
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
ฉายที่ ศาลาเฉลิมโลก
รักระเบิด
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์?
3 สิงหาคม 2493
ฉายที่โรงหนัง พัฒนากร
เหมืองระเบิด
16 มม. / สี / พากย์ /
ฉายวันที่ 14 เมษายน 2493
ฉายที่โรงหนัง พัฒนากร
โป๊ะแตก
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่โรงหนังเท็กซัส
บริษัทสร้าง ศิลปภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง อรรถ อรรถไกวัลวที, พันคํา
ผู้พากย์ พันคํา
เค้าเรื่อง
“ดําเนินไปบนชายหาดชิดทะเล เจ้า หนุ่มรุ่นกระทงลูกน้ําเค็มนายหนึ่ง เอาแต่หาความสันหลัง ยาวใส่ตัวจนใคร ๆ หมิ่นเหม่ว่าเป็นคนไม่เอาถ่าน เกิด รับมือกับเสือร้ายซุ่มหน้าไว้ในหน้ากากแห่งย่านนั้น จน สามารถพิสูจน์ตัวได้ว่า แท้ที่จริงมันก็ชายชาติชาตรี เหมือนกัน หลังจากตามล้างตามสังหารกันหลายยก เพื่อ ชิงสาวรักที่อ้ายโจรฉุดไปข่มขืนคืนมาแล้ว ที่สุดฮีโร่เลือด ห้าวก็จบชีวิตตัวเองเพราะกระสุนปืนของสาวรัก โดย เข้าใจว่าเขาเป็นพวกปล้น เรื่องลงเอยโดยนางเอกสติ วิปริต ถึงขนาดฉีกแบ็งค์แล้วก็แก้ผ้าเดินลงทะเล”
นักแสดง
ชวาลา, วรนฎ, วิชิต ไวงาน
ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน สยามนิกร 28 มิถุนายน พ.ศ. 2493
ปางเสือไห้
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่โรงหนัง ศรีบางลําภู
ผู้ประพันธ์ รุ่ง บางหลวง
บาปทรมาน
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่โรงหนัง ศรีอยุธยา
บริษัทสร้าง สองสหายภาพยนตร์
ผู้กํากับ สุรศักดิ์
นักแสดง
ม.ล. รุจิรา, มารศรี อิศรางกูร,
ล้อต๊อก, สมจิตต์ ทรัพย์สํารวย
นักโทษมหันต์
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
ฉายที่ นาครสนุข
บริษัทสร้าง วิมลลักษณ์ภาพยนตร์
ผู้พากย์ ม.ล. รุจิรา
นักแสดง
เจริญ สุวรรณวารี
อิ่ม อุดมสวัสดิ์,
เสน่ห์ ธีรากรณ์
อารีย์ ส.แม่นดี
สุเทพ เทพพิชัย
ทุ่งนเรศวร

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
6 กันยายน 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ภาพยนตร์พานิช
ผู้อํานวยการสร้าง สวาท เสถียร
ผู้กํากับ สวาท เสถียร, “พงษ์จันทร์”
ผู้เขียนบท “พงษ์จันทร์”
ผู้ถ่ายภาพ เปี่ยม ทองปรีชา
ผู้ประพันธ์เพลง “พันคํา”
เรื่องย่อ
ในอดีต ครูบ่าย เคยรวบรวมกําลัง ชาวบ้านแห่งทุ่งหงษาวดีร่วมกันต่อสู้กับกองโจรพม่า เป็น เวลาเดียวกับที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนําทัพตีค่าย หงษาวดี และได้ชัยชนะในที่สุด สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงเปลี่ยนชื่อจาก ทุ่งหงษาวดี เป็น ทุ่งนเรศวร พร้อมทั้งแต่งตั้งครูบ่ายเป็นหัวหน้าตําบล และให้ ครูเอม ขาบ ขอน ซึ่งเป็นทหารช่วยดูแลชาวบ้าน
ครั้นเวลาผ่านไป ครูบ่ายมีลูกศิษย์มากมาย หนึ่ง ในนั้นคือ ฝน ซึ่งรักอยู่กับ กุหลาบ ลูกสาวของครูบ่าย แต่ แล้ววันหนึ่ง ขาบกับขอนมาเยี่ยมครูบ่ายและเกิดถูกใจ กุหลาบกับ จําปา จึงหาเรื่องวิวาทกับฝนและ จิ้ม เป็น ประจํา ครูบ่ายอ่อนใจจึงขอให้ฝนบวชเรียนเพื่อสงบสติ อารมณ์
ในวันงานอุปสมบท ครูเอม ขาบ ขอน มาร่วม งานด้วย และพยายามพูดจายียวนยั่วโมโหฝน ขอนฉวย โอกาสที่กุหลาบอยู่คนเดียว ฉุดกุหลาบหวังจะปลุกปล้ำา แต่จิ้มมาช่วยไว้ทันและเกิดประดาบกับขอน ขอนสู้ไม่ได้ จึงไปใส่ร้ายว่าจิ้มจะฉุดกุหลาบ แพง แม่ของฝนกลัว เรื่องราวจะบานปลาย พยายามขอร้องให้สงบเรื่อง แต่ กลับถูกขาบทําร้ายฝนเลือดขึ้นหน้าหยิบดาบฟันขอนตาย
ฝนกับจิ้มจึงพากันหนีไปกบดานในป่า ขาบ ฉวยโอกาสนี้แอบอ้างชื่อฝนออกปล้นชาวบ้าน วันหนึ่ง ฝนกลับมาเยี่ยมแม่กับ น้อย น้องสาว ถึงเพิ่งรู้ว่ากุหลาบ จะเข้าพิธีแต่งงานกับขาบ ฝนตรงไปยังบ้านครูบ่ายเพื่อ ฉุดกุหลาบหนีไปด้วยกัน ขาบบุกมาบ้านฝนด้วยความเคียดแค้น แล้วลงมือข่มขืนน้อย ครูบ่าย ครูเอมรวบรวม ลูกศิษย์ออกตามจับฝน ฝนต่อสู้จนชนะและกราบขอโทษ ครูบ่าย และขอไปพบแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะไปรับ โทษตามอาญา
นักแสดง
ชัชวาลย์ โชติสุข
ลําเนา เดชณรงค์
เฉลิม บุณยเกียรติ
ประกอบ โพธิโสภณ
เสน่ห์ โกมารชุน
ขวัญ สุวรรณะ
สงวน กลิ่นหอม
สมพล กงสุวรรณ
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กันยายน พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2493
ทุ่งทมิฬ

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
24 พฤศจิกายน 2493
ฉายที่ เท็กซัส
บริษัทสร้าง ภาณุทัตภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ “บรรเลง” จากบทประพันธ์ เรื่อง จ้าวทุ่ง
ผู้กํากับ “พันธ์จันทร์”, “ชวาลา”
ผู้ถ่ายภาพ นิตย์ ยวงพานิช
ผู้พากย์ พันคำ
เค้าเรื่อง
“เป็นเรื่องชีวิตที่เป็นไปได้ของลูกชาว ทุ่งเป็นเรื่องของชายใจพระซึ่งถูกเหตุการณ์และเพื่อนฝูง บีบรัดข่มเหงให้เป็นโจร แต่เมื่อกลายเป็นโจรแล้วก็เป็น โจรที่เต็มไปด้วยความเมตตาจิตต์และต้องเผชิญกับบรรดา ศัตรูด้วยเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบอย่างคมคายตลอดทั้งเรื่อง”

นักแสดง
สมพงศ์ จันทรประภา
ภักดิ์ มหาสารินันท์
เพ็ญแข กัญจารึก
ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน พิมพ์ไทย 5 สิงหาคม พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493
ทาสกบฏ (2493)
บทประพันธ์ ชั้น แสงเพ็ญ
ผู้กำกับ มารุต
นักแสดง
สมถวิล มุกดาประกร
แพรวพรรณ สถิตย์วงศ์
ศล พระขรรค์ชัย
สุจินต์ สว่างรัตน์
ฉายวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2493
ทหารใหม่
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์ /
ฉายที่โรงหนัง บางลําภู
บริษัทสร้าง ราชมิตร์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง พล.อ.อ. ทวี จุลละทรัพย์
ผู้กํากับ จอก ดอกจันทร์
นักแสดง
สมพงษ์ พงษ์มิตร
จันตรี สาริกบุตร
จอก ดอกจันทร์
ฉายวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2493
ต้นรักดอกโศก

ฟิล์ม 16 มม. / สี (วิจิตร) / พากย์
14 พฤศจิกายน 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง นครพิงค์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สนาน-วรรณภา
ผู้ประพันธ์ ส.คราประยูร
ผู้กํากับ “ทวีวรรณ”
ผู้เขียนบท “พรานบูรพ์”
ผู้ถ่ายภาพ วรรณบูลย์ พิทยาคม
เรื่องย่อ
ณรงค์ และ วิชัย สองเพื่อนรัก เดินทางมาหางานที่จังหวัดเชียงใหม่ บังเอิญเห็น สง่า ถูก กระชากกระเป๋าจึงไปช่วยเหลือ พร้อมนํากระเป๋ามาคืน สง่าที่บ้าน พอสง่ารู้ว่าทั้งสองกําลังหางาน จึงแนะนําให้ ณรงค์มาเป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีส่วนวิชัยได้งานที่ลําปาง ทั้ง สองจึงแยกจากกัน
ณรงค์สนิทกับครอบครัวของสง่านับแต่นั้นมา สง่ามีลูกสาวสวยคนหนึ่งชื่อ สุรีย์ วันเวลาทําให้ทั้งสองรัก กัน ต่อมาสง่าเสียชีวิต ณรงค์ได้เลื่อนขั้นเป็นสมุห์บัญชี แทนสง่าเพราะความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร และได้ แต่งงานกับสุรีย์ในเวลาต่อมา ชอบ เพื่อนร่วมงานซึ่งเคย มาสู่ขอสุรีย์เกิดริษยาและแอบวางแผนร้ายอย่างเงียบ ๆ ไม่นานจึงเริ่มดําเนินตามแผนที่ตนวางไว้ โดยการว่าจ้าง เรณู มายั่วยวนณรงค์ ณรงค์หลงเสน่ห์เรณูอย่างถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นคนสํามะเลเทเมา ทิ้งลูกเมีย ละเลยหน้าที่ การงานจนถูกพักงานเรณูทวงเงินค่าจ้างหลังจากปฏิบัติ แผนการสําเร็จ แต่ชอบบิดพลิ้วแถมตบหน้าเรณู เรณูฮีด สู้หยิบมีดแทงลงกลางหลังชอบจนเสียชีวิตและหนีไป
ณรงค์ถูกจับแล้วยังรับสารภาพผิดแทนเรณู ทําให้สุรีย์ต้องตกระกําลําบากหาเลี้ยงลูกด้วยการทําขนม จนถึงวันพิจารณาคดีเรณูมาปรากฏตัวที่ศาลและสารภาพ ว่าเป็นคนฆ่าชอบ ณรงค์จึงพ้นผิดและได้รับอิสรภาพเป็น เวลาเดียวกับที่วิชัยวิ่งรถด้วยความเร็วเพื่อให้มาทันฟังคํา ตัดสิน จึงชนณรงค์ซึ่งกําลังเดินเหม่อลอยจนเสียชีวิต โดย ไม่มีโอกาสเอ่ยคําขอโทษสุรีย์

นักแสดง
เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น ณรงค์
วรรณภา วิเศษประภา เป็น สุรีย์
สนาน คราประยูร เป็น ชอบ
ลัดดา พึงจิตต์ เป็น เรณู
สมชาย ไชยาคํา
ที่มา สมุดภาพยนตร์ เรื่อง ต้นรักตอกโศก พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493
ตะรุเตา

ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
19 ธันวาคม 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ภาพไทยภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง วิรัตน์ เศรษฐภักดี
ผู้กํากับ “ประณม”
ผู้เขียนบท “พรทิพย์”
ผู้ถ่ายภาพ สุภระ กาญจนพังคะ
ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค กิมเค ศรีติราช
เรื่องย่อ
พร กับ ทัน สองหนุ่มลูกประมงชาว ตะรุเตาเป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสองหลงรัก บุหงา สาวชาว เกาะ จึงแข่งกันงมไข่มุก โดยมีเงื่อนไขว่าใครชนะจะได้ บุหงาไปครอง พรเป็นฝ่ายลงไปงมก่อนและหยิบได้หอย มุกตัวเขื่อง แต่ระหว่างที่จะขึ้นสู่ผิวน้ํา เท้าของพรถูก หอยยักษ์งับ กว่าทันกับบุหงาจะรู้ก็เกือบสายเกินไป ทัน เห็นท่าทีที่บุหงาแสดงความเป็นห่วงพร ก็พอจะรู้จิตใจ ของบุหงา จึงเป็นฝ่ายเสียสละตัดใจจากบุหงาและหนีไป จากเกาะตะรุเตา
สงครามโลกครั้งที่ ๒ ปะทุขึ้น เข้าสู่ภาวะ ข้าวยากหมากแพง พรกับบุหงาประทังชีวิตด้วยการนําน้ำจืดไปแลกข้าวสารที่เรือลําหนึ่ง แต่ปรากฏว่าทั้งสอง ขึ้นเรือผิดกลายเป็นเรือของประสิทธิ์ซึ่งซื้อข้าวสารจาก ภูเก็ตไปขายปีนัง พรถูกพวกของประสิทธิ์ทําร้ายจนสลบ ส่วนบุหงาถูกฉุดไปเป็นนางนกต่อ จนกระทั่งเรือมาถึง ภูเก็ต บุหงาได้พบกันอีกครั้ง ซึ่งบัดนี้ทันได้กลายเป็น ตํารวจ บุหงาจึงอาสาส่งข่าวความเคลื่อนไหวของ ประสิทธิ์ ส่วนพรไปรวมกับ สลัดเชียว ปล้นเรือของ ประสิทธิ์ พรขอร้องเชี่ยวให้นําข้าวที่ขโมยมาได้ไป แจกจ่ายแก่ชาวเกาะตะรุเตา แต่เดี๋ยวไม่ยอม พรจึงแทง เชี่ยวตายเพื่อเอาข้าวไปแจกชาวเกาะตะรุเตา ทันพยายาม เกลี้ยกล่อมให้พรมอบตัวโดยสัญญาว่าจะช่วยพรให้พ้นผิด แต่บุหงาไม่เชื่อ ยอมสละชีวิตเพื่อให้พรได้หนีไป

นักแสดง
วีระ เป็น พร
จีระจิตต์ เป็น บุหงา
สุขจิตต์ เป็น ทัน
ทองหล่อ เป็น เชี่ยว หัวหน้าสลัด
เทียมบุญ เป็น ประสิทธิ์
เนียน เป็น กัปตัน
ป. ภู่ประเสริฐ เป็น ต้นกล
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ธันวาคม พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2493
แดนดาวโจร

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
2 กันยายน 2493
ฉายที่ศรีบางลําภู
บริษัทสร้าง สนั่นศิลป์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เสนีย์ บุษปะเกศ
เค้าเรื่อง
“โลดโผน ตื่นเต้น รักอย่างยั่วยวน!”
ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน สยามนิกร 8 สิงหาคม พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2493
Footer
ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย
และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน
© 2024 ThaiFilmReviews.com