แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละครปี 2550 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละครปี 2550 แสดงบทความทั้งหมด

แหวนดอกไม้

ลายสิงห์ หนุ่มวัย 31 ปีเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อ “สิงห์ดอกไม้” ลายสิงห์มีพี่น้องด้วยกัน 4 คนคือ เครือเถา พี่สาวคนโตผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุพร้อมสามีเมื่อหลายปีมาแล้วทิ้ง ตุ้งติ้ง ลูกสาววัย 17 ปีให้คุณตาและน้าๆ ดูแล ส่วนพี่ชายคนรองคือ ข้าวบิณฑ์ มีภรรยาชื่อ สายฟ้า มีลูก 2 คน และน้องสาวคนสุดท้องชื่อ ดาวจงกล มีสามีชื่อ สาธุการ มีลูกน้อยวัย 5 เดือน ทุกครอบครัวของเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและตามแบบที่ พัดยศ ผู้เป็นพ่อ หวังไว้ แต่ทุกคนในครอบครัวกลับเป็นห่วงลายสิงห์มาก เพราะเป็นคนเดียวที่ยังไม่มีวี่แววจะแต่งงานทั้งๆ ที่อายุก็สมควรจะมีครอบครัวได้แล้ว บ้านของลายสิงห์เปิดเป็นร้านดอกไม้ โดยตุ้งติ้งหลานสาวมักจะมาช่วยงานที่ร้านเป็นประจำ ลายสิงห์ยังมีผู้ช่วยชื่อ นวลลออ และ เปี๊ยก หนุ่มนักศึกษาภาคค่ำรับหน้าที่คนส่งดอกไม้ และเปี๊ยกยังแอบชอบตุ้งติ้งด้วย ในละแวกใกล้เคียงกับร้านสิงห์ดอกไม้ เป็นสำนักงานของนิตยสาร “Lovely Family” มี สายฝน พี่สาวของสายฟ้าเป็นบรรณาธิการ สายฝนมีสามีชื่อ ภาส เป็นนักดื่มตัวยงแต่เรื่องนี้มิได้ทำให้ความเชื่อมั่นในสถาบันครอบครัวลดลง นิตยสารของสายฝนกำลังขยายตัว เธอจึงดึงตัว แหวนเพชร หญิงมั่นวัยใกล้เลข 3 ผู้ศรัทธาชีวิตโสดเป็นชีวิตจิตใจมาเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการอีกคน ถึงแม้สายฝนจะมี ถมทอง ผู้ที่มีปากเป็นอาวุธเป็นผู้ช่วยอยู่แล้วก็ตาม นิสัยของถมทองทำให้แหวนเพชรต้องคอยลับฝีปากและฝีมือกับเธออยู่เป็นประจำ แต่แหวนเพชรก็มี ดังใจ เพื่อนหนุ่มคนสนิทร่วมแก๊งกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเป็นคู่หู ดังใจเป็นชายหนุ่มผู้รักสะอาดและเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่าเขาเป็นผู้ชายที่ ชอบผู้ชายด้วยกัน แต่ก็ไม่ถึงขันวี้ดว้ายกระตู้วู้ ซึ่งเหมาะกับอาชีพงานด้านโฆษณาที่ดังใจทำเป็นเป็นอย่างมาก วันหนึ่งแหวนเพชรไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อน ในงานแต่งงานนั้นลายสิงห์เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการจัดดอกไม้ เมื่อถึงเวลาสำคัญที่เจ้าสาวต้องโยนช่อดอกไม้ให้แขกภายในงาน สาวโสดทุกคนต่างอยากจะเป็นผู้โชคดีได้รับช่อดอกไม้ ด้วยความบังเอิญช่อดอกไม้กลับตกไปอยู่ในมือของลายสิงห์และแหวนเพชรที่ยืน อยู่ใกล้กัน ทั้ง 2 คนต่างเกี่ยงกันรับช่อดอกไม้เพราะต่างก็หวงความโสด และเมื่อแหวนเพชรรู้ว่าลายสิงห์เป็นคนจัดดอกไม้ช่อนี้เองกับมือ ก็ทำให้แหวนเพชรทึกทักเอาเองว่าลายสิงห์ต้องเป็นแบบเดียวกับดังใจแน่นอน ถึงแหวนเพชรจะไม่ชอบหน้าลายสิงห์สักเท่าไหร่ก็ต้องจำใจร่วมมือกับลายสิงห์ เพราะดาวจงกลกับสาธุการซึ่งเป็นรุ่นพี่ร่วมแก๊งสมัยเรียนของแหวนเพชร เกิดผิดใจกันถึงขั้นเลิกราทำให้ทั้ง 2 คนต้องรวมกันหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาของดาวจงกลกับสาธุการยังไม่ทันจบ ก็เกิดเรื่องกับตุ้งติ้งเนื่องจากตุ้งติ้งหลานสาวสุดสวยไปตกหลุมรัก ฐาปนา ช่างภาพเสือผู้หญิงที่ทำให้ตุ้งติ้งหลงรักจนเสียผู้เสียคน แหวน เพชรกับลายสิงห์จึงช่วยกันสืบประวัติของฐาปนาจนไปถึงบ้านเกิดของแหวนเพชร ทำให้ครอบครัวของแหวนเพชรเกือบเข้าใจผิดว่าลายสิงห์เป็นแฟนของแหวนเพชร แหวนเพชรจึงหันไปพึ่ง ศีล รุ่นพี่ในวัยเด็กให้มาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของครอบครัว แต่กลับทำให้ศีลตกหลุมรักแหวนเพชรอย่างจริงจัง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งลายสิงห์และแหวนเพชรต่างเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นในใจโดยไม่รู้ตัว แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไร ด้านฐาปนาเมื่อรู้ว่าแหวนเพชรเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ของเขากับตุ้งติ้ง จึงเอาคืนด้วยการปล่อยข่าวใส่ร้ายแหวนเพชรทำให้เป็นที่นินทาของชาวบ้าน แหวนเพชรถูกทางบ้านยื่นคำขาดเพื่อแก้ข้อครหาคือแต่งงานกับศีล หรือถ้าแหวนเพชรมีคู่รักก็ให้พามายืนยัน แหวนเพชรรู้ว่าตนไม่ได้รักศีล แต่มีความรู้สึกพิเศษกับลายสิงห์ ส่วนลายสิงห์ก็รู้แล้วว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจนั้นคือความรัก ท่ามกลางสถานการณ์คับขันลายสิงห์ประกาศให้ทุกคนทราบว่ากำลังคบอยู่กับแหวน เพชร ทำให้เรื่องทั้งหมดคลี่คลายลง แหวนเพชรขอบคุณลายสิงห์ที่ยอมช่วยเหลือ แต่ลายสิงห์กับบอกว่าความรักที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความรักจริงๆ และได้มอบแหวนดอกไม้แทนใจให้กับแหวนเพชร ความรู้ของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร แหวนเพชรจะยอมรับลายสิงห์เป็นคู่ชีวิตหรือไม่ ในเมื่อยังหวงแหนชีวิตโสด ติดตามชมบทสรุปความรักของทั้งคู่ได้ในละคร “แหวนดอกไม้”

รายชื่อนักแสดง แหวนดอกไม้
สหรัถ สังคปรีชา รับบท ลายสิงห์
รุจิรา ช่วยเกื้อ รับบท แหวนเพชร
อชิตพล หงษ์ขจร รับบท เปี๊ยก
พรรษชล สุปรีย์ รับบท ตุ้งติ้ง
ณัฐนันท์ คุณวัฒน์ รับบท ฐาปนา
เมย์ เฟื่องอารมณ์ รับบท ริสา
พลังธรรม กล่อมทองสุข รับบท ดังใจ
วินัย ไกรบุตร รับบท ศึล
ศิรประภา สุขดำรงค์ รับบท ดาวจงกล
กมล ศิริธรานนท์ รับบท ข้าวบิณฑ์

เหลี่ยมเพชรกะรัต

เหลี่ยมเพชรกระรัต เป็นเรื่องราวของ กะรัต สาวสวย เปรี้ยว บุคลิกมั่นใจมาก เธอเรียนจบเร็วจึงเริ่มทำงานเร็วตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบต้น ๆ กะรัตรักงานโฆษณา เธออยากเป็นครีเอทีฟที่มีความสามารถ มีชื่อเสียงด้วยความสามารถและฝีมือ แต่เพียงปีแรกกะรัตต้องเปลี่ยนงานถึง 3 ครั้ง เป็นเพราะความสวยบวกกับการแต่งตัวเปรี้ยวอย่างสาวมั่น ทำให้เจ้าของบริษัทที่เป็นผู้ชายเห็นเธอเป็นขนมที่ต้องเขมือบให้ได้ ทั้ง 3 รายส่อแววเฒ่าหัวงูตั้งแต่เริ่มงานไม่นาน สารพัดข้อเสนอที่จะให้เธอทั้งบ้าน รถ และอื่น ๆ

แม้กระทั่งเลื่อนตำแหน่ง แต่กะรัตเป็นผู้หญิงที่รักศักดิ์ศรี รักนวลสงวนตัว ต่างกับการแต่งกายที่มักจะเปรี้ยว และ Sexy จนเหมือนยั่วยวนตลอดเวลา ที่จริงแล้วเธอเกิดเป็นคนสวย และ Sexy มีเสน่ห์ด้วยตัวเอง ถึงแม้เธอจะแต่งตัวเรียบร้อยทว่าเธอก็ยังสวยบาดตาบาดใจ และ Sexy ไม่เปลี่ยน กะรัตเป็นคนเก่งและฉลาด วันนี้เธอกำลัง Present สตอรี่บอร์ดงานโฆษณาสินค้านมเปรี้ยวยี่ห้อหนึ่ง เธอแต่งตัวเรียบเก๋ สวย และ Present งานด้วยความมั่นใจ เธอตั้งใจคิดและอดนอนหลายวัน กว่าจะได้รับงานที่ถูกใจ เมื่อ Present เสร็จ กะรัตก็ไม่ผิดหวังเมื่อลูกค้าพอใจมาก และเซ็นสัญญาให้บริษัทโฆษณาของ เกษม ทำโฆษณาให้ กะรัตเพิ่งมาทำงานที่นี่ไม่กี่สัปดาห์ แต่เกษมก็มั่นใจที่มอบงานชิ้นนี้ให้เธอรับผิดชอบ เธอจึงภูมิใจมาก เมื่อลูกค้ากลับไปแล้วเกษมเรียกกะรัตไปพบ เขาชื่นชมเธอมาก และบอกว่าคืนนี้เขาจะเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้ ที่ห้องอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งจะมีการร้องคาราโอเกะกันด้วย เขาบอกอีกว่าเขาเลี้ยงเธอและเพื่อนร่วมงานทั้งแผนก กะรัตรีบกลับบ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เธอพบ อ้อมขวัญ อยู่บ้านแล้ว กะรัตและอ้อมขวัญเป็นเพื่อนสนิทกัน บิดาและมารดาเสียชีวิตแล้วเหมือนกัน ทั้งคู่เช่าคอนโดหรูกลางเมืองอยู่ด้วยกัน อ้อมขวัญทำงานอยู่ฝ่ายการตลาดของบริษัท เอส เอส โฆษณา เมื่อกะรัตบอกข่าวดี อ้อมขวัญดีใจกับเพื่อนด้วย และเร่งให้ไปอาบน้ำแต่งตัว เมื่อกะรัตแต่งตัวเสร็จออกมาจากห้อง อ้อมขวัญยิ้มให้เพื่อนอย่างชื่นชม กะรัตสวยจริง ๆ รูปร่างสมส่วนอิ่มเอิบ Sexy ยิ่งสวมชุดราตรีสั้นสายเดี่ยวสีชมพูหวานเก๋ ยิ่งทำให้เธอสวยมากขึ้น กะรัตแต่งตัวอย่างมั่นใจเสมอ เธอชอบสไตล์เปรี้ยว เฉี่ยว เท่ห์ ซึ่งเหมาะกับเธอมาก เมื่อถึงห้องอาหารกะรัตแปลกใจที่เห็นเกษมนั่งดื่มอยู่คนเดียว สาวสวยเริ่มหวาดระแวง แต่เท่าที่ทำงานร่วมกันมาร่วมเดือน เกษมไม่มีท่าว่าจะเจ้าชู้หัวงูกับเธอเลย จะอย่างไรก็ตามเธอต้องระวังตัวไว้ก่อน กะรัตถามหาเพื่อน ๆ เกษมมองเธอด้วยแววตากรุ้มกริ่ม จนกะรัตเย็นวาบด้วยความขยะแขยง และพยายามไม่คิดมาก เกษมบอกเธอว่าเพื่อน ๆ ไปหาของขวัญมา เซอร์ไพรส์ เธอ เขาพยายามคะยั้นคะยอให้เธอดื่ม กะรัตจิบเป็นพิธี ตรงข้ามกับเกษมที่ดื่มราวกับน้ำ เวลาผ่านไปนานผิดสังเกต กะรัตเริ่มกระวนกระวายนั่งไม่ติด เกษมเริ่มออกลายเจ้าชู้ เขาเริ่มจากแตะนิดแตะหน่อย กะรัตขยับหนี เกษมไม่ลดละ กะรัตหวังว่าเพื่อนเธอหรือพนักงานสักคนจะโผล่เข้ามาช่วยเธอ เกษมมองกิริยาหวาด ๆ ของกะรัตอย่างช้า ๆ ก่อนจะบอกว่า คืนนี้เป็นคืนพิเศษของเธอกับเขาเท่านั้น ไม่มีเพื่อนหรือพนักงานคนไหนของบริษัทมาเพราะเขาไม่ชวน เกษมมองกะรัตด้วยตาเจ้าชู้ และพยายามลวนลามเธอมากขึ้น กะรัตหลบไปหลบมา เพราะไม่อยากตกงานอีก พยายามเตือนสติเกษม แต่เขาไม่สนใจในเมื่อสาวสวย Sexy อยู่ตรงหน้า แล้วสถานที่ก็เหมาะสำหรับจะจู๋จี๋กันอยู่แล้ว เขารอวันนี้มานาน รอวันที่กะรัตจะไว้ใจเขา เขาชอบเธอและอยากให้เธอเป็นของเขา เกษมก็เหมือนกับผู้ชายคนอื่นที่มองว่ากะรัตเป็นสาว “รักสนุก” หารู้ไม่ว่าสาวเปรี้ยวอย่างกะรัต รักศักดิ์ศรีและรักนวลสงวนตัวที่สุด เกษมได้ใจที่เห็นกะรัตนิ่ง เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังพยายามอดทนและทนไม่ไหว เมื่อเกษมตรงเข้าปล้ำเธออย่างบ้าคลั่ง กะรัตระวังตัวอยู่แล้วจึงหลบจนเกษมล้มลง เขาไม่เลิกความตั้งใจพยายามปล้ำเธออีก กะรัตจึงหยิบที่เขี่ยบุหรี่อันใหญ่ฟาดศีรษะเขาอย่างแรงจนหัวแตกเลือดอาบหน้า กะรัตตกใจเหมือนกันที่เห็นเลือด แต่เกษมกลับบ้ามากกว่า เขากลับยิ้มและตรงเข้าหาเธออีก แถมบอกว่าถ้ากะรัตชอบแบบซาดิสต์ เขาก็จะสนองอารมณ์เธอให้เต็มที่ แววตาหื่นกามของเกษมทำให้กะรัตสุดจะทน เธอจึงฝากเขาซ้ำอีกรอยจนเกษมนิ่งไป กะรัตอังนิ้วกับจมูกเขาจนแน่ใจว่าเขาไม่ตาย เธอจึงหยิบกระเป๋าสตางค์ของเกษมขึ้นมา อย่างไรเสียเธอต้องได้ค่าจ้างของเธอเดือนนี้ ซึ่งตกลงกันว่าเป็นเงิน 20,000 บาท กะรัตเปิดกระเป๋าและหยิบเงินออกมาหมด เธอนับได้เพียงหมื่นเดียว ขณะที่กะรัตอารมณ์เสียอยู่ที่ไม่ได้เงินเท่าที่ต้องการ เกษมก็รู้สึกตัว เขาโวยวายทันที เมื่อเห็นเธอหยิบเงินจากกระเป๋าเขา เลือดบนศีรษะไหลลงมาอาบหน้า เขากุมหัวอย่างเจ็บปวดเมื่อเห็นเลือดเปื้อนเต็มมือ เกษมโวยวายว่าเธอเป็นขโมย กะรัตไม่อยากมีปัญหาเธอจึงรีบวิ่งออกจากห้องนั้น เธอชนผู้ชายคนหนึ่งจนล้มไปด้วยกัน กะรัตรีบลุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เกษมออกมาโวยวายว่า เธอล่อลวงทำร้ายและปล้นทรัพย์ ชายคนนั้นมองกะรัตอย่างลังเล สาวสวย เปรี้ยว และ Sexy เสื้อผ้าสวยยับยุ่ง เงินสด ๆ อยู่ในมือกับภาพของเกษมซึ่งกุมหัวเลือดไหล เขาเลือกที่จะเชื่อเกษม เขาคว้าตัวกะรัตไว้แต่สาวสวยไวกว่า เธอสะบัดหลุดและวิ่งหนีอย่างเร็ว นึกเจ็บใจรองเท้าส้นสูง 4 นิ้วของตัวเองที่ทำให้ไม่คล่องตัวเท่าที่ควร กะรัตหนีสุดชีวิตพลางนึกแค้นเกษมที่เลวที่สุด ลวนลามเธอแล้วยังหาว่าเธอเป็นขโมยอีก กะรัตวิ่งไปถึงลานจอดรถก่อนจะถึงรถเธอ ชายคนนั้นก็วิ่งมาทัน เขารวบเธอไว้ทั้งตัว กะรัตพยายามอธิบายเขาก็ไม่ฟัง กะรัตโมโหจึงกระแทกส้นสูงลงบนเท้าเขาอย่างเต็มแรง จนเขาปล่อยตัวเธอและก้มลงกุมเท้าอย่างเจ็บปวด กะรัตบอกเขาเสียงเข้มว่าเขาเข้าใจผิด เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหาย ทว่าท่าทางเขาจะไม่เชื่อ กะรัตจึงบอกว่าให้เขาเลิกยุ่งกับเธอเสียไม่งั้นเธอจะตะโกนให้คนช่วยว่าเขาลวนลามจะปล้ำเธอ ซึ่งได้ผลเขาตกใจด้วยไม่คิดว่าสาวสวยจะฤทธิ์มากขนาดนี้ กะรัตฉวยโอกาสวิ่งหนีไปที่รถ และขับกลับคอนโดอย่างโมโหสุด ๆ ทั้งโมโหและไม่รู้จะโทษใครดีที่เธอต้องตกงานเพราะปัญหาซ้ำซากเดิม ๆ อย่างนี้ ทำไมคนเราประเมินคนจากการแต่งตัว แต่ไม่ดูความสามารถ กะรัตกลับเข้าห้องอย่างเหนื่อยสุด ๆ อ้อมขวัญซึ่งนั่งดูโทรทัศน์อยู่ตกใจที่เห็นสภาพเพื่อนรัก กะรัตเสื้อผ้ายับยุ่ง ผมสลวยที่เกล้าและติดกิ๊ฟเพชรหลุดลุ่ย กะรัตเดินโผเผมานั่งอย่างเซ็ง ๆ อ้อมขวัญรีบรินน้ำเย็นให้เพื่อนดื่ม เธอรอโดยไม่ถามเพราะรู้ว่าเดี๋ยวเพื่อนก็เล่าเอง ซึ่งก็จริงตามนั้น กะรัตเล่าด้วยท่าทางเซ็ง ๆ ที่โมโหที่สุดคือ เธอยังได้เงินเดือนไม่ครบ เธอเจ็บใจพลเมืองดีจอมยุ่งที่เข้ามาขัดขวางทำให้เธอต้องหนีเกษมจนเหนื่อย อ้อมขวัญซึ่งเป็นสาวหวานเรียบร้อยตกใจมาก เธอกลัวว่าเกษมจะแจ้งตำรวจมาจับกะรัต เพราะไปทำร้ายเขา แต่กะรัตไม่กลัว ในเมื่อเธอเป็นคนถูกทำร้าย เธอมั่นใจว่าเกษมไม่กล้าแลกชื่อเสียงของเขากับเธอแน่นอน กะรัตเข้าห้องนอน เริ่มเหนื่อยและท้อกับชีวิตตัวเองที่ต้องหางานใหม่อีกแล้ว เธออดคิดไม่ได้ว่าถ้า ดำรงอาของเธอไม่โกงฮุบกิจการโรงงานทอผ้า และผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปส่งต่างประเทศ ซึ่งพ่อของเธอกับอาลงทุนร่วมกัน กะรัตจำได้ว่าพ่อเอาบ้านไปจำนองและกู้เงินมาลงทุนหลายสิบล้าน แต่เมื่อพ่อตาย อาดำรงกลับบอกว่าโรงงานขาดทุนอาจถึงต้องขาย เงินลงทุนของพ่อเธอนั้นหมดไปกับการใช้หนี้แล้ว เธอไม่ได้เป็นหุ้นส่วนต่อจากพ่อแทนการรับสภาพหนี้หลายล้านก็น่าจะดีแล้ว แม่ของเธอตรอมใจกับเรื่องนี้และเสียชีวิตในเวลาต่อมา กะรัตแค้นใจมาก เธอยังโชคดีที่บิดานำเงินเข้าบัญชีให้เธอไว้ก้อนใหญ่พอสมควร มากพอที่เธอจะเรียนจบ และเหลือพอที่กะรัตจะใช้ชีวิตสบาย ๆ ถ้าไม่ฟุ้งเฟ้อเกินไป ประสบการณ์ชีวิตทำให้กะรัตไม่ประมาท เธอเก็บเงินไว้และถอนมาใช้แต่ที่จำเป็น เธอเรียนจบและรีบหางานทำทันที เธอรักงานโฆษณา รักงานครีเอทีฟ และจะไม่ยอมแพ้กับโชคชะตาเด็ดขาด ส่วนที่บ้าน “จตุทยา” เรืองรอง ภรรยาม่ายของ สมศักดิ์ เจ้าของบริษัท เอส เอส โฆษณา นั่งรอ ชัย ลูกชายคนเล็กอย่างเป็นห่วง เรืองรองแต่งงานกับสมศักดิ์หลังจากภรรยาเขาตายแล้ว สมศักดิ์มีลูกติด 1 คน ชื่อ นิพนธ์ ตอนแต่งงานกัน นิพนธ์ อายุเพียง 3 ขวบ เรืองรองเลี้ยงนิพนธ์เหมือนลูกแท้ ๆ จึงไม่มีปัญหาเรื่องแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง แต่สมศักดิ์ทั้งรักและสงสารนิพนธ์ที่กำพร้าแม่ จึงตามใจจนนิพนธ์เสียนิสัย เขาเอาแต่ใจ ขี้เกียจเรียนและค่อนข้างเกเรเพราะพ่อตามใจ อีกไม่นานเรืองรองก็ท้อง เธอคลอดลูกเป็นผู้ชาย ก็คือ “ชัย” นั่นเอง เรืองรองเห็นโทษของการเลี้ยงลูกอย่างตามใจจากนิพนธ์ เธอจึงเลี้ยงชัยอีกแบบหนึ่ง ไม่ตามใจ แต่ไม่กดดัน บีบบังคับ ชัยจึงเป็นชายหนุ่มที่มีความรับผิดชอบ มีความคิด เขาจบปริญญาตรีและไปเรียนต่างประเทศ 4 ปี ชัยไม่กลับบ้านเลย ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด ชัยเรียน 4 ปี แต่ได้ปริญญา 2 ใบ เขาเรียนทั้งตรี และโทในเวลาเดียวกัน ตอนนี้ชัยกลับมาแล้ว เรืองรองหวังว่าลูกชายคนนี้จะช่วยบริหาร บริษัท เอส เอส โฆษณาของสมศักดิ์ให้รุ่งเรืองต่อไป เธอรู้ว่าสมศักดิ์สามีนั้นรักบริษัทนี้มาก เขาทุ่มเททำงานจนบริษัทเติบโตมีชื่อเสียงก่อนจะเสียชีวิต เขาก็ยังสั่งให้ลูกและเรืองรองดูแลบริษัทต่อไป แต่เมื่อสมศักดิ์ตายไป นิพนธ์กลับไม่สนใจทำงาน เขาจะเข้าบริษัทก็เพื่อเซ็นเอกสารสำคัญกับเบิกเงินค่ารับรองลูกค้าเท่านั้น เรืองรองเองก็ไม่ถนัดงานด้านนี้ จึงได้แต่ฝากการบริหารไว้กับคนเก่าแก่ลูกน้องสมศักดิ์ ซึ่งบริษัทก็ทำกำไรได้แต่ไม่รุ่งเรืองเหมือนสมัยสมศักดิ์ยังอยู่ เรืองรองอดคิดไม่ได้ว่าถ้านิพนธ์สนใจกิจการของครอบครัวบ้างคงจะดี เรืองรองรอไม่นานชัยก็กลับเข้ามา เขาเดินเขยกอย่างเห็นได้ชัด เรืองรองอดถามไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไร ชัยจึงเล่าเรื่องที่เขาเป็นพลเมืองดีพยายามจับแม่เสือสาวที่ตีหัวเหยื่อและขโมยเงินไป เขาจับเธอได้แล้ว แต่เธอเจ้าเล่ห์กระทืบเท้าเขาอย่างแรง รองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดของเจ้าหล่อนทำให้เท้าเขาเจ็บน่าดู เรืองรองตกใจมากและเตือนให้เขาระวังตัว กรุงเทพเดี๋ยวนี้น่ากลัวมาก ชัยหัวเราะอย่างไม่คิดอะไรประสาคนหนุ่ม เขาบอกมารดาว่าเขาจะเข้าไปทำงานที่บริษัทในตำแหน่งพนักงานส่งเอกสาร ซึ่งเป็นตำแหน่งต่ำสุด เขาอธิบายว่าเขาอยากรู้จักคนและงาน การเริ่มต้นจากตำแหน่งต่ำ ๆ จะทำให้เขารู้จักพนักงานทุกคนดีกว่าจะเริ่มต้นที่ “คุณชัย จตุทยา” รองประธานบริษัท เรืองรองแม้จะงงกับความคิดลูกชาย แต่ก็ต้องยอมรับว่า “การรู้จักคน” นั้นเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะคนในบริษัทของครอบครัว ส่วนนิพนธ์เมื่อรู้ความคิดของน้องชาย เขาคิดว่าน้องชายเพี้ยน งานตำแหน่งนั้นทั้งเหนื่อยและถูกใช้ราวกับคนรับใช้ แต่ชัยไม่เดือดร้อน ยังยืนยันตามเดิม แถมยังขอร้องทั้งมารดาและพี่ชายว่าถ้าพบเขาที่บริษัทก็ห้ามทักเด็ดขาด เขากลัวว่าแผนจะแตก วันรุ่งขึ้น กะรัตแต่งตัวเตรียมสมัครงานอีกครั้ง เธอได้ยินอ้อมขวัญพูดโทรศัพท์แว่ว ๆ ก็พอเดาได้ว่า อ้อมขวัญมีนัดกับ วีรเดช อีกแล้ว ซึ่งกะรัตไม่พอใจมากเพราะวีรเดชแต่งงานแล้ว ในแวดวงไฮโซ วีรเดชกับ พจนีย์ ภรรยาเป็นคู่สามี – ภรรยาตัวอย่างที่ถึงแม้จะแต่งงานกันมานาน 12 ปี แม้ไม่มีลูกด้วยกัน ทั้งคู่ก็ยังสวีทหวานแหววต่อกันเสมอ คำสัมภาษณ์ลงแมกกาซีนผู้หญิงเล่มดัง วีรเดชพูดชัดว่าเขารักภรรยาของเขามาก ถึงจะมีข่าวเขากับผู้หญิงอื่น แต่เขาพูดได้เต็มปากว่าเขาภูมิใจภรรยาของเขามาก ซึ่งเขาเปรียบเป็นเพชรแท้ในชีวิต ผู้หญิงอื่นเป็นแค่ทางผ่าน กะรัตอ่านเจอแค้นจนแสนแค้นแทนเพื่อน แต่ซื้อหนังสือมาให้อ้อมขวัญอ่านไม่ทัน กะรัตอ่านหนังสือที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง เมื่อกลับไปอีกหนังสือเล่มนั้นก็ไม่อยู่แล้ว เธออยากให้อ้อมขวัญรู้ว่าวีรเดชเป็นอย่างไร อ้อมขวัญรักวีรเดชมาก เธอพบเขาโดยบังเอิญเพราะเธอไปติดต่องานที่บริษัทแมกกาซีนแฟชั่นของวีรเดชในวันหนึ่ง ด้วยความเพลียและเหนื่อยอ้อมขวัญจึงเป็นลม ก่อนที่เธอจะล้มลง วีรเดชเข้ามาพบพอดี เขาอุ้มเธอไปที่ห้องรับรองลูกค้าโดยมีพนักงานหญิงตามไปด้วย วีรเดชดูแลเธออย่างดีและเป็นสุภาพบุรุษทำให้อ้อมขวัญประทับใจเขามาก แม้อายุจะต่างกันเกือบยี่สิบปี แต่อ้อมขวัญก็ไม่สนใจ ขอเพียงเธอได้รักเขา ไปกินข้าวและเที่ยวกับเขาบ้างเธอก็พอใจแล้ว วีรเดชเองก็พอใจอ้อมขวัญเช่นกัน เธอสวย หวาน เรียบร้อย บอบบางน่าทะนุถนอม วีรเดชจึงไม่เคยล่วงเกินเธอมากไปกว่ากอดหรือหอมแก้มเนียนใสเบา ๆ เท่านั้น กะรัตถามเพื่อนรักตรง ๆ ว่า มีอะไรเกินเลยกับวีรเดชหรือไม่ เธอไม่อยากให้อ้อมขวัญต้องทำผิดมากไปกว่านี้ ถึงแม้ไม่มีอะไรกัน แต่ก็ต้องถือว่าผิดศีลธรรมอยู่ดี อ้อมขวัญเองก็รู้ตัว แต่ก็ห้ามใจไม่ได้สักที กะรัตได้แต่เตือนเพื่อนอย่างเป็นห่วงก่อนออกไปสมัครงาน จนใกล้เที่ยงกะรัตเดินออกจากบริษัทโฆษณาที่ไปสมัครงานอย่างเพลีย ๆ เธอไปมาหลายแห่งแล้วทุกแห่งบอกให้รอเรียกสัมภาษณ์ทั้งนั้น ระหว่างเดินอยู่บนทางเท้า เธอได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วยว่าถูกวิ่งราวกระเป๋า กะรัตหันไปดูก็เห็นผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งโบกมือร้องให้ช่วย ขณะเดียวกันเธอก็เห็นชายวัยรุ่นผอม ๆ วิ่งผ่านหน้าเธออย่างเร็ว กะรัตวิ่งตามทันที เธอเคยเป็นนักวิ่งแข่งของโรงเรียนมาก่อนระดับแชมป์เลยทีเดียว เธอวิ่งกวดคนร้ายไม่ลดละ รองเท้าส้นสูงที่ใส่อยู่ทำให้เธอวิ่งไม่ถนัด กะรัตวิ่งพลางสลัดรองเท้าทิ้งอย่างรวดเร็ว เธอวิ่งทันคนร้ายจนได้ คนร้ายเมื่อจวนตัวก็โยนกระเป๋าถือของเหยื่อใส่หน้ากะรัตเพื่อหนีต่อ แต่กะรัตหลบทัน เธอก้าวไปหามันอย่างลืมตัว คนร้ายชักมีดคัตเตอร์อันใหญ่ขึ้นมาทันที กะรัตยกแขนขึ้นป้องกันใบหน้าตามสัญชาตญาณ คมมีดคัตเตอร์กรีดลงบนแขนเธอเป็นแผลลึกและยาว ก่อนที่เหตุการณ์จะเลวร้ายกว่านี้ ก็มีพลเมืองดีซึ่งเป็นผู้ชายตามมาช่วยจับคนร้ายไว้ทัน กะรัตหยิบกระเป๋าถือหรูราคาแพงส่งให้เจ้าของ ซึ่งอุตส่าห์วิ่งกระหืดกระหอบตามมา กะรัตอดนึกชมไม่ได้ที่สตรีผู้นั้นดูดี แต่งตัวงามสมวัย เมื่อส่งกระเป๋าคืนให้เจ้าของแล้ว กะรัตทำท่าจะไปแต่เรืองรองหรือเจ้าของกระเป๋าท้วงว่าเลือดที่แขนไหลมาก กะรัตมองแขนตัวเองเห็นเลือดไหลอาบแขนก็ชักตกใจเหมือนกัน เธอจึงยอมให้เรืองรองพาไปโรงพยาบาล หมอต้องพาเธอไปเย็บแผลเพราะแผลยาวและลึกอย่างน่ากลัว ระหว่างเรืองรองรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เธอโทรตามชัย แต่เขาอยู่ไกลมากจึงติดต่อนิพนธ์มาดูแลมารดาแทน เมื่อพบกันนิพนธ์กอดเรืองรองอย่างห่วงใย จะอย่างไรผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงคนนี้ก็ดูแลเขามาอย่างลูก เมื่อรู้เรื่องจากเรืองรอง นิพนธ์เสนอให้เงินกะรัตก้อนหนึ่งเพื่อเป็นรางวัล แต่เมื่อเห็นกะรัตสาวสวยผู้ช่วยเหลือมารดา นิพนธ์มองอย่างตะลึงและไม่เชื่อว่า สาวสวยสูงเพรียวแต่งตัวเปรี้ยวคนนี้คือคนที่ช่วยเหลือมารดา เรืองรองขอไปส่งหญิงสาวที่บ้าน แต่กะรัตปฏิเสธบอกว่าเพื่อนมารับแล้ว เมื่อเธอขอตอบแทนกะรัตที่ช่วยเหลือเธอ กะรัตปฏิเสธอย่างน่ารัก เธอตอบว่าเธอช่วยโดยไม่หวังอะไรตอบแทน โดยนิสัยแล้วเธอไม่ชอบพวกเอาเปรียบคนอื่นอยู่แล้ว นิพนธ์พยายามยื่นข้อเสนอเพราะอยากคุยกับสาวสวย แต่อ้อมขวัญมาพอดี อ้อมขวัญแปลกใจที่เห็นกะรัตยืนคุยกับเรืองรอง ประธานบริษัท และ นิพนธ์ ลูกชายซึ่งเป็นผู้บริหารคนสำคัญ เอื้อมขวัญทำความเคารพทั้งสองคนอย่างเรียบร้อย เรืองรองถามชื่อพลเมืองดีคนสวย กะรัตบอกอย่างเรียบร้อย นิพนธ์มองตามอย่างเสียดาย เมื่อกลับบ้านเรืองรองเล่าให้ชัยฟัง ขณะที่นิพนธ์บอกแต่ว่า กะรัตสวย และเก่งมาก ชัยฟังเรื่องกะรัตอย่างไม่สนใจ เขาห่วงมารดามากกว่า ชัยบอกว่าทรัพย์สินไม่ต้องเสียดาย เขาเป็นห่วงมารดามากกว่า แต่เรืองรองบอกว่าในกระเป๋ามีเข็มกลัดเพชรซึ่งสมศักดิ์ให้เธอไว้ ซึ่งเป็นของมีค่าต่อจิตใจของเธอมาก เรืองรองพูดถึงความดีของกะรัตอีกหลายคำ และพยายามหาทางตอบแทนเธอ ชัยจึงแนะให้เรืองรองถามเพื่อนกะรัตที่ทำงานที่บริษัทดูแล้วกัน วันรุ่งขึ้น เรืองรองจึงไปบริษัทและเรียกอ้อมขวัญมาคุย เมื่อรู้ว่ากะรัตกำลังหางานทำและเธอต้องตกงานเพราะอะไร เรืองรองสงสารมาก เธอให้กะรัตมาสมัครงานที่บริษัท เอส เอส โฆษณาทันที ด้วยความเห็นชอบอย่างเต็มที่ของนิพนธ์ อ้อมขวัญมาบอกกะรัตอย่างดีใจ กะรัตเองก็ดีใจเช่นกัน แต่ก่อนเริ่มงานใหม่ เธอไปทวงเงินที่เหลือจากเกษม จึงรู้ว่าเกษมพูดถึงเธออย่างเสียหาย กะรัตโมโหจึงอาละวาด และว่าเขาเจ็บ ๆ ต่อหน้าลูกค้า เมื่อกะรัตทวงเงิน เกษมจึงยอมจ่ายแต่โดยดี เพราะท่าทางของกะรัตนั้นพูดจริงทำจริงแน่ กะรัตรับเงินที่เหลือมาอย่างสะใจ เธอออกจากห้องเกษมและออกมาประกาศกับพนักงานโดยเฉพาะผู้หญิงว่า ให้ระวังเกษมซึ่งเป็นคนเจ้าชู้ เจ้าเล่ห์ และหัวงูให้ดีแล้วกัน เสียงของกะรัตดังเข้าไปถึงหูเกษม เขาโกรธจนหน้าแดงแต่ไม่กล้าโวยวายเพราะเขาผิดจริง ต้นเดือน กะรัตมาทำงานที่ เอส เอส โฆษณา เธอพบชัยซึ่งมาในมาดของพนักงานส่งเอกสาร ทั้งคู่จำกันได้ดี กะรัตอธิบายชัยอีกครั้ง แต่สายตาเขาดูไม่เชื่อ กะรัตไม่ว่าอะไร เมื่อถึงบริษัททั้งคู่ต้องอึ้งเมื่อพบว่าทำงานที่เดียวกัน ในออฟฟิศฝ่ายโฆษณา มี โชติ ที่ดูจะเป็นมิตรกับกะรัต ส่วน พิทักษ์ กับ รัชนี นั้นดูไม่น่าไว้ใจ โดยเฉพาะรัชนีที่ประกาศความเป็นศัตรูอย่างชัดเจน ในบริษัทพิทักษ์กับ รัชนี วางมาดราวกับเจ้าของ จนชัยนึกตำหนินิพนธ์ว่าควรเข้ามาดูบ้าง รัชนีวางอำนาจข่มกะรัตกับชัยจนน่าเกลียด แต่ทั้งคู่ไม่สนใจ เวลาผ่านไปชัยได้รู้ว่ากะรัตเป็นผู้หญิงน่ารัก จริงใจ และน่าคบ กะรัตไม่ถือตัว ไม่แบ่งชนชั้น เธอนับถือคนที่นิสัยใจคอ ไม่ใช่เปลือกนอก ทั้งคู่สนิทกันมากขึ้น นิพนธ์ทำยุ่งเมื่อส่งดอกไม้มาให้กะรัต รัชนีหึงจนตาลาย เพราะนิพนธ์กับเธอมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน และทุกครั้งเขาบอกว่าเขาจะแต่งงานกับเธอ แต่มาวันนี้นิพนธ์ดูจะสนใจกะรัตมากไป รัชนียิ่งหาเรื่องกะรัตมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งพิทักษ์บอกว่าบริษัทผลิตเบียร์รายใหญ่กำลังเปลี่ยนแคมเปญโฆษณา และพิทักษ์อยากให้บริษัทได้งานนี้ รัชนีเจ้าเล่ห์วางแผนชวนกะรัตไปเจรจากับ พิชิต ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณาด้วยกัน กะรัตไปเพราะงาน ในห้องอาหารญี่ปุ่น กะรัตถูกบีบให้นั่งคู่พิชิตโดยพิทักษ์กับรัชนีอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งคู่รู้ดีว่าพิชิตชอบดื่มและชอบผู้หญิง พิชิตเองเมื่อเห็นกะรัตก็ถูกใจ พอเริ่มเมาก็เริ่มลวนลามจนกะรัตโมโห พิทักษ์และรัชนีไม่มีทีท่าว่าจะช่วยเธอเลย ความอดทนของกะรัตสิ้นสุดเมื่อพิชิตบอกว่าเขาจะเสนอเรื่องให้ประธานบริษัทคือ คุณยุทธ์ ทันที ถ้ากะรัตยอมไปกับเขาและอยู่กับเขาตลอดคืน กะรัตยกแก้วเหล้าสาดหน้าพิชิต และหนีกลับทันที เธอหวั่นใจว่าอาจตกงานอีกครั้ง ส่วนอ้อมขวัญถูกพจนีย์ภรรยาวีรเดชตามระราน ตบหน้าประจานถึงบริษัท เธอทั้งเจ็บทั้งอาย ดีว่า อนุชา น้องวีรเดช คอยช่วยทุกครั้ง อนุชาเป็นเพื่อนกับชัย เขาสงสารอ้อมขวัญเพราะรู้ฤทธิ์พจนีย์ดี กะรัตกัดฟันทำงานต่อไปเพราะชัยให้กำลังใจ นิพนธ์ยังตามส่งดอกไม้ไม่เลิก จนกะรัตเบื่อเต็มที เธอไม่ชอบทะเลาะกับใคร รัชนีให้พิทักษ์บีบให้กะรัตลาออก โดยยื่นคำขาดให้เธอติดต่อขอโทษพิชิต เพื่อทำสัญญาโฆษณากับบริษัทของยุทธ์ให้ได้ภายใน 1 เดือน กะรัตยอมอดทนไปติดต่อ จนพิชิตยอมพบ เขานัดเธอคนเดียวที่ห้องอาหารเดิม กะรัตไม่วางใจนัก เธอเล่าให้ชัยฟังอย่างอดไม่ได้ วันต่อมา กะรัตไม่สบายใจจึงไปก่อนเวลา เธอแวะพักใจ พักสมองที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ระหว่างเดินเล่น เธอเห็นเด็กวัยรุ่นวิ่งไล่กัน และชนชายแก่คนหนึ่งตกน้ำ กะรัตรีบลงไปช่วยลุงคนนั้นทันที อะไรบางอย่างทำให้เธอเล่าให้ชายชราซึ่งบอกว่าชื่อยุทธ์ฟังเรื่องงาน ลุงยุทธ์ฟังอย่างสนใจ ก่อนแยกจากกันกะรัตให้เงินแกกลับบ้าน 100 บาทอย่างหวังดี แล้วก็ถึงวันนัดกับพิชิต กะรัตแต่งตัวเรียบร้อยเป็นพิเศษ เธอแวะสวนสาธารณะตามเคย และพบลุงยุทธ์อีก ยุทธ์คืนเงินให้เธอ ธนบัตรถูกพับอย่างเรียบร้อย แต่กะรัตไม่รับ เธอขอให้แกเอาใจช่วยให้เธอทำงานสำเร็จ เมื่อพบพิชิต แม้กะรัตจะระวังตัวอย่างดี เธอก็พลาดจนได้ พิชิตแอบวางยาเธอ กะรัตหลับไม่รู้เรื่อง พิชิตประคองเธอไปอย่างกระหยิ่มใจ เขากะจะแก้แค้นกะรัตให้เจ็บแสบ พอพิชิตประคองกะรัตถึงรถ ชัยเข้ามาช่วยเธอพอดี ชัยกับพิชิตต่อยกัน พิชิตสู้ไม่ได้ ชัยจึงพากะรัตไปทาวน์เฮ้าส์ของเพื่อนและเฝ้าเธอทั้งคืน จนใกล้เช้ากะรัตจึงรู้ตัว เธอขอบคุณชัย และกินอาหารกับเขา ชัยทอดเบค่อน ไข่ดาว ปิ้งขนมปังอย่างคล่องแคล่ว เมื่อกะรัตถามเขาก็บอกว่าอยากเก่ง อยากหรูบ้าง ระหว่างกินข้าวกะรัตแนะให้ชัยเรียนต่อ และถ้ามีโอกาสเธอจะสนับสนุนเขาเอง ชัยยิ่งประทับใจเธอมากขึ้น เวลาผ่านไป ชัยและกะรัตสนิทกันมาก ชัยดีใจที่กะรัตไม่รักนิพนธ์ วันหนึ่งกะรัตพาชัยไปพบยุทธ์และพาไปกินข้าว กะรัตเล่าเรื่องพิชิตให้ยุทธ์ฟัง ซึ่งยุทธ์ฟังอย่างสนใจ ส่วนชัยกับยุทธ์มองตากันเหมือนรู้ว่าต่างก็มีความลับต่อกัน ในเย็นวันต่อมาชัยแอบมาพบยุทธ์ ทั้งคู่คุยกันอย่างเปิดอก จึงรู้สถานะที่แท้จริงของกันและกัน ชัยดีใจมากที่รู้ว่ายุทธ์คือประธานบริษัทเบียร์ กะรัตถูกบีบให้ทำสัญญาให้ได้ ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไม่บอกกะรัต ส่วนอ้อมขวัญตัดสินใจบอกเลิกกับวีรเดช แต่วีรเดชไม่ยอมขอนัดอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อกะรัตรู้เธอไม่ยอมให้อ้อมขวัญไป เธอจะไปเอง เมื่อถึงเวลานัดชัยขอไปเป็นเพื่อนด้วย กะรัตพูดรุนแรงกับวีรเดชมากจนตัดสินใจกลับ ส่วนชัยรออยู่ข้างนอกเขาเห็นพจนีย์คอยหน้าร้านอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ น่าสงสัย เมื่อกะรัตออกมาชัยจึงประกบทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่พจนีย์สาดน้ำกรดใส่กะรัตเพราะเข้าใจว่าเป็นอ้อมขวัญ ชัยกระชากกะรัตหลบอย่างเฉียดฉิว น้ำกรดไม่โดนหน้าแต่แรงสาดน้ำกรดทำให้แขนกะรัตและชัยโดยพิษของมันเต็มที่ วีรเดชตกใจมากรีบพาทั้งคู่ไปโรงพยาบาล กะรัตเจ็บมากกว่า ส่วนชัยทำแผลแล้วก็ไปนั่งเฝ้ากะรัต อ้อมขวัญรู้เรื่องรีบตามมาโรงพยาบาล เธอพบวีรเดชและรู้ว่าลึก ๆ ในใจแล้ว วีรเดชรักพจนีย์มากกว่าเธอ เมื่อเขาขอให้อ้อมขวัญขอร้องกะรัตไม่ให้แจ้งความเพื่อเห็นแก่พจนีย์และชื่อเสียงของเขา อ้อมขวัญเจ็บใจและตาสว่าง เธอกลับไปบอกให้กะรัตและชัยแจ้งความ แต่กะรัตกลับใช้มาเป็นเครื่องต่อรองกับวีรเดชให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับอ้อมขวัญ วันต่อมา เมื่อกะรัตมาทำงานก็โดนพิทักษ์ซึ่งเป็นคู่ขาเก่าของรัชนี และรัชนีบีบเรื่องสัญญาอีก พอดีว่าวันนั้นยุทธ์มาบริษัทมาในแบบธรรมดา ซึ่งแกถูกรัชนีชนจนล้มบาดเจ็บ และไล่แกอย่างรังเกียจ แต่ชัยกับกะรัตออกมารับพอดี รัชนียิ่งไม่พอใจเพิ่มขึ้น กะรัตพา 2 หนุ่มต่างวัยไปกินข้าว เมื่อส่งยุทธ์แล้ว ชัยพยายามบอกเป็นนัยว่าเขาชอบกะรัต ซึ่งเธอมีท่าว่าไม่รังเกียจ ขณะที่ทุกคนวุ่นวายกัน จึงไม่รู้ว่าพิทักษ์แอบยักยอกเงินบริษัทไปมากมาย จนชัยเห็นรัชนีทะเลาะกับพิทักษ์ เขาจึงสังเกตมากเป็นพิเศษ ก่อนสิ้นเดือนรัชนีข่มขู่กะรัตอีกเรื่องสัญญาบริษัทเบียร์ กะรัตไม่สนใจ จนถึงวันสุดท้าย ระหว่างกะรัตค่อย ๆ เก็บของเพราะคิดว่าคงต้องออกจากงานอีกแล้ว ยุทธ์ก็เข้ามาคราวนี้เขาแต่งตัวสมภาคภูมิ รัชนีไล่ตามเคย ยุทธ์ตรงไปหากะรัตและพูดชัดเจนว่าจะมาจ้างบริษัท เอส เอส โฆษณาทำโฆษณา รัชนีช็อค แต่ยังปากดีดูถูกแกอีก กะรัตเริ่มโมโห ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย พิชิตวิ่งเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบพร้อมกระเป๋าเอกสาร รัชนีและพิทักษ์แทบช็อคเมื่อพิชิตขอโทษยุทธ์และถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่น พิชิตบอกว่ายุทธ์คือประธานบริษัทเบียร์ที่พิทักษ์และรัชนีบีบกะรัตหนักหนานั่นเอง ยุทธ์ระบุให้กะรัตรับผิดชอบงานนี้คนเดียว รัชนีเสียหน้ามากเธอง้อนิพนธ์ แต่นิพนธ์ปฏิเสธ รัชนีจึงหันมาหาพิทักษ์ พิทักษ์จำยอมรับส่ง เพราะรัชนีรู้ความลับของเขา ทั้งคู่ไม่รู้ว่าชัยก็รู้เช่นกัน แล้ววันหนึ่ง ทุกคนในบริษัทตกใจกันหมดทุกคน เมื่อเรืองรองและชัยในมาดของ ชัย ลูกชายของเรืองรอง และตำรวจมาจับพิทักษ์และรัชนีข้อหาฉ้อโกง ความจริงของชัยทำให้กะรัตโกรธ ยิ่งก่อนหน้านี้ รัชนีเป่าหูว่าชัยจีบเธอเพราะเธอง่าย กะรัตเสียใจที่สุด เธอเขียนใบลาออกเพราะโกรธชัย กะรัตไม่ยอมพบชัยอีก เธอไปพบกับยุทธ์บ่อย ๆ ส่วนชัยเมื่อเคลียร์งานเสร็จ จึงตามไปง้อกะรัตที่สวนสาธารณะ เขารู้ว่าเธออยู่ที่นั่น เพราะยุทธ์ช่วย เมื่อชัยมากะรัตจะหนี ยุทธ์เตือนเธอว่า เธอและชัยเป็นคนดี เธอควรเปิดโอกาสให้ชัยอธิบายบ้าง ยุทธ์เดินไปเพื่อเปิดโอกาสให้หนุ่มสาว และเหมือนฟ้าเป็นใจเมื่อฝนตกอย่างแรง ชัยจึงฉุดกะรัตไปหลบฝน เขาฉวยโอกาสกอดเธอพลางสารภาพเรื่องทั้งหมด กะรัตเองยอมแพ้ใจเธอเอง เพราะเธอก็รักเขาเช่นกัน ชัยขอเธอแต่งงาน กะรัตแกล้งทวงแหวนเพชร ชัยจึงจูบเธอ บอกว่าจูบมัดจำแทนแหวนเพชรสำหรับ กะรัตผู้หญิงที่เขารัก และอยากให้เป็นเพชรในชีวิต กะรัตยิ้มพลางซุกอกชัยอย่างอบอุ่น เธอสัญญาว่าจะเป็นเพชรให้สมกับชื่อกะรัตของเธอเช่นกัน ส่วนอ้อมขวัญให้อนุชาดูแลรักษาหัวใจ จนเริ่มมีความสุขอีกครั้ง ทุกอย่างจึงลงเอยด้วยดี

หัวใจศิลา

เมื่อหัวใจของเขา ต้องเลือกระหว่างความแค้นและความรัก หัวใจศิลา

“เพราะรอยแผลเป็นในใจของชายหนุ่มที่ถูกทำร้าย และดูถูกในอดีตทำให้เขาต้องสวมวิญญาณอสูร เพื่อกลับมาแก้แค้น…แต่ความรักเกิดที่ขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์เลวร้ายจะ สามารถลบล้างหัวใจอสูรของชายหนุ่มให้กลับมาเป็นเช่นเดิมได้หรือไม่”

ศิลา หรือ ต่อ เป็นลูกของ ไหม เมียน้อยของ ทรงศักดิ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ต่อเกิดจากความไม่ตั้งใจของทรงศักดิ์ ไหมพาต่อมาพบทรงศักดิ์ที่บ้าน แต่ถูกไล่ออกมาและไหมก็สิ้นใจในที่สุดทิ้งให้ต่ออยู่เพียงลำพัง ทรงศักดิ์จึงจำใจรับต่อเข้าไปอยู่ในบ้านโดยปล่อยให้ สีดา เมียหลวงของเขาดูแล แต่สีดาก็เกลียดชังต่อและสอนให้ สาวิตต์ลูกชายของเธอรังแกต่อด้วย

โกมุท และ มารศรี เป็นผู้ดีเก่าเพื่อนบ้านของทรงศักดิ์ มีลูกสาวสองคนคือ มิ่งขวัญ และ มินตา แต่มารศรีกลับเอาใจและประคบประหงมมิ่งขวัญมากกว่ามินตา มินตาชอบเล่นอะไรแบบเด็กผู้ชาย เธอจึงเป็นเพื่อนเล่นเพียงคนเดียวของต่อ ในขณะที่ต่อมักจะหลบออกมาอยู่คนเดียว ส่วนมิ่งขวัญรังเกียจต่อจนไม่ยอมเข้าใกล้ และด่าต่อว่าเป็นไอ้หมาขี้เรื้อน สกปรกโสโครก

วันหนึ่งต่อถูกสีดาทุบตีทำร้ายอย่างทารุณและขังไว้ในห้อง เพราะสาวิตต์ใส่ร้ายต่อว่าขโมยเงินของสีดาไป ในคืนนั้นเขาหาทางหนีออกไปจากบ้านจนได้ หลายวันต่อมามีคนพบศพเด็กชายคนหนึ่งลอยน้ำมา ทุกคนเข้าใจว่าต่อตายไปแล้ว แต่แท้จริงแล้วต่อหนีไปอยู่กับ พิมสุดา หรือ แหม่ม น้าสาวซึ่งเป็นน้องแท้ๆ ของไหมนั่นเอง

สิบห้าปีต่อมา มินตาเติบโตขึ้นและทำงานเป็นมัณฑนาการในบริษัทรับออกแบบตกแต่งบ้านแห่งหนึ่ง เธอพา ธันวา เพื่อนร่วมงานไปโรงพยาบาล แต่ความรีบร้อนทำให้ชนกับรถของศิลาที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มินตารู้สึกคุ้นหน้าว่าเขาคือพี่ต่อที่เธอเคยรู้จัก แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมรับ ธันวาจำได้ว่าศิลาเป็นมือขวาของเจ้าแม่แหม่มแม่เล้าไฮโซแห่งวงการธุรกิจกลาง คืน มินตาจึงเข้าใจว่าศิลาเป็นแมงดา และซ้อมผู้หญิงจนแท้งจึงต้องพามาโรงพยาบาล แต่ศิลาได้รู้ความจริงจาก อ้อย ว่าที่เธอต้องตกเลือดอย่างรุนแรง เพราะเธอถูกลูกค้าคนหนึ่งซ้อมและลูกค้าคนนั้นคือสาวิตต์นั่นเอง แต่สีดาก็หาทนายมาช่วยให้สาวิตต์รอดพ้นจากความผิด ศิลาจึงรู้ว่าคนพวกนี้ยังอยู่ดีมีสุข และทำความเลวให้คนอื่นเดือดร้อน ความโกรธแค้นที่ศิลามีต่อครอบครัวของสีดาจึงปะทุขึ้นอีกครั้ง ศิลาจึงให้ลักษมีดาราสาวหลอกให้สาวิตต์ติดพนัน และศิลาก็สามารถยึดบ้านของสาวิตต์ที่นำมาจำนองกับตนไป ด้วยเหตุนี้ทำให้สาวิตต์แค้นมากทำให้ทั้งสองชกต่อยกันในขณะนั้นรถสิบล้อที่ จอดไว้เกิดล้อเคลื่อนมาทับขาสาวิตต์จนต้องเป็นคนพิการ และศิลาก็ซื้อหุ้นบริษัทจนได้เป็นเจ้าของ แต่สีดามีแผนโดยร่วมมือกับมารศรีบังคับให้มินตาแต่งงานกับสาวิตต์เพื่อเอาไป ต่อรองกับศิลาให้เอาบ้านคืน ซึ่งศิลาก็ยอมหลังจากนั้นมินตาก็เกลียดศิลา โดยบอกว่าตัวเองรักสาวิตต์ ทำให้ต่อหึงหวงจึงข่มขืนมินตาจนมินตาท้อง หลังจากนั้นสาวิตต์กับสีดาให้คนไปจับศิลากับมินตาไปขัง โดยมีข้อเสนอว่าต้องเอาทุกสิ่งทุกอย่างของศิลาแลกกับอิสระ แต่สุดท้ายลักษมีได้แจ้งตำรวจมาช่วยจนศิลาหนีออกมาได้ แต่มินตาถูกสาวิตต์กับสีดาจับตัวไป และลักษมีถูกยิงตายศิลาตามไปช่วยจนถูกยิงตกน้ำไป ส่วนมินตาได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจ และมารศรีกับมิ่งขวัญถูกจับเช่นเดียวกับสาวิตต์และสีดา แต่สุดท้ายศิลายังไม่ตายและกับมาใช้ชีวิตอยู่กับมินตา

นักแสดง หัวใจศิลา

สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว แสดงเป็น ศิลา (ต่อ)
พิชญา ศรีเทพย์ แสดงเป็น มินตา
เมทินี กิ่งโพยม แสดงเป็น พินสุดา (แหม่ม)
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น สีดา
พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร แสดงเป็น สาวิตต์
อัฐมา ชีวนิชพันธ์ แสดงเป็น มิ่งขวัญ
ศักราช ฤกษ์ธำรงค์  แสดงเป็น โกมุท
ณหทัย พิจิตรา แสดงเป็น มารศรี
พงศ์สิรี บรรลือวงศ์ แสดงเป็น ธันวา
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี แสดงเป็น ธีระ
ปาริชาติ รักมาก แสดงเป็น ลาวัณย์
สมภพ เบญจาธิกุล แสดงเป็น ทรงศักดิ์
ภัทรา อธิราษฎร์กุล แสดงเป็น แววรัตน์
สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์ แสดงเป็น ลักษมี
ชมพูนุช ปิยะภาณี แสดงเป็น แหวน
สุภัทรา ทิวานนท์ แสดงเป็น ไหม

หัวใจศิลา 2562

แสงสูรย์

ติรกา ดาวเด่นแห่งวงสังคมชั้นสูงประกาศหมั้นกับ ม.ร.ว.ไอศูรย์ สุริยฉัตร ( คุณต้อง ) ชายผู้งดงามเป็นทายาทสืบทอดวังแสงสูรย์แห่งตระกูลสุริยฉัตร ทำให้ตำแหน่งคุณหญิงผู้ครอบครองวังแสงสูรย์ตกมาอยู่ในมือของเธอ ในงานหมั้น ม.ร.ว.ภาสวร สุริยฉัตร ( คุณต้อย ) น้องชายฝาแฝดของไอศูรย์ ซึ่งโกรธและอิจฉาที่ไอศูรย์แย่งติรกาไปมาร่วมงานพร้อมกับ รัตนานงเยาว์ หญิงสาวเฝ้าหลงรักไอศูรย์ งานหมั้นผ่านไปด้วยดีติรกาจึงมั่นใจว่าตำแหน่งท่านหญิงจะต้องเป็นของเธอ แต่ทันใดนั้นก็มีทหารนำหมายเรียกตัวไอศูรย์ไปเป็นทหารอาสา หลังจากที่ไอศูรย์ไปรบติรกาก็คอยติดตามข่าวสารตลอด ระหว่างนั้นภาสวรก็เข้ามาเกี้ยวพาราสีแต่ติรกาไม่สนใจ จนกระทั่งเธอได้ข่าวว่าไอศูรย์เสียชีวิต

ภาสวรจึงใช้โอกาสที่ตนเป็นทายาทมีสิทธิ์ครอบครองแสงสูรย์เอาชนะใจติรกา โดยพาไปเที่ยวตากอากาศที่หัวหิน ที่นั่นภาสวรจึงได้พบกับ โชติรส และอ้างว่าตนเองคือไอศูรย์ ทางด้าน หม่อมศุภางค์ ย่าของไอศูรย์และภาสวร รังเกียจติรกาเพราะรู้ว่าจะเข้ามาครอบครองวังแสงสูรย์ ฝ่ายติรกาเมื่อถูกหม่อมศุภางค์ดูถูกก็ยิ่งทำให้เธออยากจะเป็นเจ้าของแสง สูรย์มากขึ้น เมื่อภาสวรเอ่ยปากขอหมั้นติรกาจึงตอบตกลงทันที ขณะที่ภาสวรกำลังสวมแหวนหมั้นก็มีข่าวด่วนว่าไอศูรย์ยังมีชีวิตอยู่ ติรกาช็อคมากเพราะเวลานี้เธอเป็นคู่หมั้นของภาสวรไปแล้ว ติรกาจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปตั้งหลักที่บ้านของมารดาที่นครสวรรค์ ทำให้ภาสวรคลุ้มคลั่งมาก สองอาทิตย์ต่อมาไอศูรย์เดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยรถไฟ

ระหว่างทางเค้าได้พบกับโชติรสเด็กสาวที่ภาสวรเคยจีบ เธอโวยวายเรื่องที่ไอศูรย์จีบเธอที่หัวหินทั้งๆ ที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วคือติรกา ตอนแรกไอศูรย์คิดว่าโชติรสจำคนผิด แต่สุดท้ายไอศูรย์ก็นึกถึงภาสวรขึ้นมาได้และสารภาพว่าตนเองมีคู่แฝด ทำให้โชติรสเข้าใจอะไรมากขึ้น เมื่อไอศูรย์กลับไปถึงแสงสูรย์ หม่อมศุภางค์ได้ขอให้ไอศูรย์เสียสละยกติรกาให้กับภาสวร และสั่งให้ไอศูรย์ไปตามติรกากลับมา วันต่อมาไอศูรย์นั่งรถไฟไปยังนครสวรรค์เพื่อไปรับติรกา เค้าได้พบโชติรสอีกครั้ง เมื่อโชติรสรู้เรื่องที่เกิดขึ้นก็เห็นใจและสงสารไอศูรย์มาก จึงอาสาช่วยเหลือโดยปลอมตัวเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของไอศูรย์ เพื่อให้ติรกาตัดใจและยอมกลับไปหาภาสวร เมื่อไอศูรย์มาถึงก็แนะนำว่าโชติรสคือคู่หมั้นคนใหม่

ติรกากลัวว่าแสงสูรย์จะหลุดมือไปเธอจึงตัดสินใจกลับ แสงสูรย์แต่โดยดี เมื่อทั้งหมดกลับมาถึงแสงสูรย์ติรกาก็วางแผนกลั่นแกล้งโชติรสจนทำให้หม่อม ศุภางค์โกรธไล่โชติรสออกไปจากวัง หลังจากโชติรสลากลับบ้านที่สุโขทัย ติรกาก็พยายามเข้าหาไอศูรย์และประวิงเวลาการแต่งงานกับภาสวรออกไป ทำให้ภาสวรโทษไอศูรย์ หม่อมศุภางค์จึงตัดสินใจตามโชติรสกลับมายังวังแสงสูรย์และให้แต่งงานกับ ไอศูรย์โดยเร็ว แต่โชติรสอ้างว่ายังไม่พร้อม ขณะเดียวกันติรกาก็หาวิธีกำจัดโชติรสโดยยืมมือรัตนานงเยาว์ ซึ่งในขณะนั้นเธอกำลังคบหาอยู่กับ ยศไกร นายตำรวจหนุ่มซึ่งเคยคบหากับโชติรสมาก่อน เมื่อติรกาเชิญรัตนานงเยาว์มาสังสรรค์ที่วังรัตนานงเยาว์พายศไกรมาด้วย

โชติรสจึงได้พบกับยศไกรยศไกรรู้สึกเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าโชติรสตกลงใจหมั้นกับ ไอศูรย์ ไอศูรย์รู้ว่าโชติรสจะกลับบ้านจึงรีบเปิดเผยโครงการก่อตั้งมูลนิธิเลี้ยง เด็กกำพร้า โดยขอให้โชติรสเป็นครูดูแลเด็กๆ เมื่อติรการู้เข้าจึงรีบไปฟ้องภาสวรเพื่อให้คัดค้าน ทำให้ไอศูรย์และภาสวรทะเลาะกัน ขณะเดียวกันภาสวรเห็นติรกาเข้าไปยุ่งกับไอศูรย์จนไม่เหลือเยื่อใยให้ตน ก็เครียดจัดเลยออกไปเที่ยวเสเพลนอกบ้านจนไปได้เสียกับ กานดา นักร้องในผับแห่งหนึ่ง แถมยังแอบอ้างว่าตนคือไอศูรย์อีกด้วย เมื่อหม่อมศุภางค์เห็นภาสวรทำตัวสำมะเลเทเมาก็เป็นห่วงจึงสั่งให้ไอศูรย์รีบ แต่งงานกับโชติรสด่วน ไอศูรย์อ้างว่าตนยังไม่พร้อมแล้วไปขอร้องให้ติรกาแต่งงานกับภาสวรแทน แต่ติรกาไม่ยอม

ขณะนั้นกานดาซึ่งตั้งครรภ์กับภาสวรได้ให้กำเนิดทารกขึ้นมา โดยเข้าใจว่าไอศูรย์คือพ่อของเด็กจึงเข้ามาขอค่าเลี้ยงดูที่แสงสูรย์ ไอศูรย์และโชติรสจึงปรึกษากันและตัดสินใจรับลูกของกานดามาเลี้ยง โดยไอศูรย์จะรับเป็นพ่อของเด็ก ไอศูรย์เข้าไปต่อว่าภาสวรติรกามาแอบได้ยินจึงเอาเรื่องนี้ไปเป็นข้ออ้างใน การถอนหมั้น ทำให้ภาสวรโกรธแค้นมากเพราะเข้าใจว่าไอศูรย์กลั่นแกล้งตนเพื่อแย่งติรกาไป ภาสวรเลยวางแผนแกล้งหนีออกจากแสงสูรย์ เมื่อหม่อมศุภางค์รู้เข้าก็โกรธและเสียใจจนล้มป่วย และโทษว่าไอศูรย์เป็นผู้ที่ทำให้ภาสวรหนีไป จึงสั่งให้ไอศูรย์ออกตามหาภาสวร ต่อมามีโทรเลขส่งมาจากปักษ์ใต้แจ้งว่าภาสวรตายแล้ว ไอศูรย์เดินทางไปรับศพน้องชายที่ปักษ์ใต้

ระหว่างทางได้พบกับ เชิดศักดิ์ ผู้ที่อ้างว่าเป็นเพื่อนของภาสวร เชิดศักดิ์วางยาสลบไอศูรย์แล้วเอาร่างของไอศูรย์ใส่เรือทิ้งไว้กลางทะเล แล้วจมเรือเพื่อให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ ส่วนภาสวรไม่ได้ตายจริงๆ ก็สวมรอยเป็นไอศูรย์แล้วเดินทางกลับ ระหว่างที่ไอศูรย์ตัวปลอมกำลังเดินทางกลับ ติรกาก็แกล้งโชติรสโดยหลอกเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าลงไปเล่นในเรือจนทำให้ เด็กๆ เกือบจมน้ำตาย โชติรสเสียใจมากจึงตัดสินใจกลับบ้านที่สุโขทัย ไอศูรย์ตัวปลอมรู้เข้าก็หาทางเกลี้ยกล่อมให้โชติรสอยู่ต่อ โชติรสตกลงเพราะคิดว่าไอศูรย์เริ่มมีใจให้กับเธอ ฝ่ายติรกากับไอศูรย์ตัวปลอมก็ทวีความใกล้ชิดกันอย่างออกนอกหน้าจนผู้คนซุบ ซิบว่าทั้งคู่จะแต่งงานกัน ข่าวนี้ได้แพร่ไปถึงยศไกรและนำมาเล่าให้โชติรสฟัง

โชติรสจึงต้องเล่าเรื่องคู่หมั้นปลอมให้ยศไกรฟัง ยศไกรดีใจมากและสารภาพรักกับโชติรส ส่วนติรกาก็พยายามหาทางกำจัดโชติรสให้ออกไปจากวังให้ได้ เธอยุไอศูรย์เลิกสถานเลี้ยงเด็ก เมื่อไอศูรย์ตัวปลอมยอมทำตามจึงเกิดทะเลาะกับโชติรสอย่างแรง พอดีกับที่เชิดศักดิ์เข้ามาหาภาสวรติรกาเห็นพิรุธของไอศูรย์ตัวปลอมที่มีต่อ เชิดศักดิ์ จึงแอบฟังและใช้ความลับที่รู้มานี้เป็นข้อต่อรองกับภาสวร เพื่อที่จะได้ครอบครองวังแสงสูรย์ติรกาเริ่มแผนร้าย ด้วยการยุให้ภาสวรกำจัดเชิดศักดิ์ด้วยการวางยาพิษในอาหาร แต่เชิดศักดิ์ไม่ได้กิน ติรกาจึงเปลี่ยนแผนให้ภาสวรไปยิงเชิดศักดิ์แทน เมื่อเชิดศักดิ์รู้ว่ามีคนปองร้ายจึงพยายามหนี แต่ก็ไม่รอดถูกภาสวรยิงจนบาดเจ็บ เชิดศักดิ์หนีไปขอความช่วยเหลือจากโชติรสและเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง

ชติรสตกใจมากจึงรีบไปปรึกษายศไกร ส่วนติรการู้ว่าเชิดศักดิ์หนีไปได้จึงจ้างวานต่อพงษ์น้องชายตนที่เป็นมือปืน ให้ฆ่าปิดปาก หม่อมศุภางค์เห็นความใกล้ชิดระหว่างติรกาและไอศูรย์ปลอมก็เกิดความไม่พอใจ จึงยื่นคำขาดให้ไอศูรย์ปลอมรีบแต่งงานกับโชติรส โดยขู่ว่าถ้าไอศูรย์ไม่ยอมแต่งจะไม่ยอมยกสิทธิ์อีกครึ่งหนึ่งของวังแสงสูรย์ ให้ คำสั่งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับติรกาอย่างมากเธอจึงตัดสินใจกำจัดหม่อมย่า อีกคน โดยสั่งให้ภาสวรวางยาพิษหม่อมศุภางค์ แต่ภาสวรไม่กล้าลงมือเพราะยังมีความรักต่อหม่อมย่าอยู่ ติรกาจึงยอมได้เสียกับภาสวรและเกลี้ยกล่อมจนภาสวรยอมทำตาม ส่วนโชติรสเห็นว่าหม่อมศุภางค์มีอาการซึมเศร้าก็เอะใจเลยเก็บยาส่งไปให้หมอ ตรวจจึงรู้ว่าเป็นยาพิษ

ทางด้านไอศูรย์ปลอมหรือภาสวรเครียดจัดเลยออกไปเที่ยวกินเหล้าจนเมามายทำให้ ขับรถคว่ำ รัตนานงเยาว์ขับรถตามมาพอดีเลยเข้าไปช่วย และพาภาสวรไปรักษาตัวที่บ้านเพราะคิดจะเป็นไอศูรย์ตัวจริง เผื่อในอนาคตเธอจะได้เป็นท่านผู้หญิงเสียเอง แต่ในระหว่างที่ภาสวรอยู่ที่บ้านรัตนานงเยาว์ เขาก็ฝันร้ายเห็นผีหม่อมศุภางค์มาหลอก ทำให้ภาสวรร้องโวยวายจนตกเตียงกระดูกสันหลังหักกลายเป็นอัมพาต หลังจากที่ไอศูรย์ปลอมหายไปติรกาก็ตั้งท้องได้เดือนกว่า ในขณะที่หม่อมศุภางค์ก็แข็งแรงขึ้นและคิดว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดเป็นเพราะ ติรกา จึงได้ออกปากไล่ติรกาออกจากวัง ติรกาจึงบอกเรื่องที่เธอกำลังจะมีทายาทให้กับสุริยฉัตร หม่อมศุภางค์โกรธมากและบอกจะรับเลี้ยงดูเฉพาะทายาทเท่านั้น

ส่วนติรกาต้องไปอยู่ที่อื่นเพราะว่าตนกำลังจะเดินทางไปสู่ขอโชติรสให้กับ ไอศูรย์ หม่อมศุภางค์ยังพยายามทำดีกับโชติรส โดยการพาชมห้องสีน้ำเงินและพูดถึงการแต่งงานเพื่อแทงใจดำติรกา โชติรสทราบข่าวจากยศไกรว่าพบไอศูรย์ตัวจริงที่ภาคใต้และกำลังจะพากลับมา โดยขอร้องให้โชติรสเก็บเป็นความลับส่วนติรกาพอรู้ว่า ต่อพงษ์ ได้สารภาพความจริงกับตำรวจไปแล้วว่า ได้รับการจ้างวานจากตนให้ฆ่าเชิดศักดิ์ ติรกาเลยสารภาพความจริงต่อทุกคนและตัดสินใจที่จะจบชีวิตของตัวเองไปพร้อมๆ กับวังแสงสูรย์ ไอศูรย์ตัวจริงเดินทางกลับมาถึงพร้อมยศไกร และพบว่าแสงสูรย์จมอยู่ในกองเพลิงเนื่องจากติรกาได้ตัดสินใจเผาแสงสูรย์ให้ มอดไหม้ไปพร้อมกับตัวเธอและโชติรส ไอศูรย์รีบเข้าไปช่วยทั้งคู่ โศกนาฏกรรมครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร? ติดตามชมได้ใน ละคร “แสงสูรย์

แสงดาวแห่งหัวใจ

แสงดาวแห่งหัวใจ เป็นเรื่องราวของ ธาม พนักงานธนาคารสหัสวรรษ หนุ่มอ่อนโยนอารมณ์ดีมีชีวิตเรียบง่ายเคยชินกับความจำเจไม่กล้าตัดสินใจ ลังเลขาดความเชื่อมั่น ธามแอบมอง นภสร หญิงสาวลูกคนเล็กเจ้าของธนาคารเหมือนหมามองเครื่องบินไม่กล้าเผลอใจไปเด็ดดอกฟ้า ต่างจาก ชนะพล เพื่อนร่วมรุ่นที่ประกาศตัวตั้งแต่ต้นว่าจะพิชิตใจนภสรทำให้เธอยอมรับเขาเป็นคู่รักให้ได้ ชนะพลหาโอกาสใกล้ชิดกับนภสรทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ธามมองชนะพลด้วยสายตาอิจฉาทุกครั้ง

ธามเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ถูกโจรฆ่าตายต่อหน้าต่อตาตั้งแต่ยังเด็ก มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดผวาและหวาดกลัว ธามอาศัยอยู่กับ ลุงนพ เพื่อนสนิทคนเดียวของพ่อที่เอามาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ลุงนพพยายามปลูกฝังความเชื่อมั่นและกล้าหาญให้ธามแต่ไม่เป็นผล อาจเป็นเพราะปมความหวาดกลัวที่เห็นพ่อแม่เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาก็เป็นได้ ช่วงระยะ 2-3 ปีหลัง ธามซึ่งร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างคิดไม่ถึง เขามักปวดหัวจี๊ดๆ บ่อยครั้ง แต่ร่างกายธามกลับมีพลังพิเศษตอบสนองอาการปวดหัวนั้นอย่างผิดมนุษย์ เช่นหลายอาทิตย์ก่อน…ภายหลังอาการปวดหัวจู่ ๆ เขาก็มีอำนาจจิตดึงข้าวของใกล้ตัวได้ด้วยวิธีง่าย ๆ แค่จ้องเขม็งไปที่สิ่งของเหล่านั้น วันต่อมา…หลังปวดหัวเล็กน้อย ธามกลับมีกำลังมาจากไหนไม่รู้ ทำให้ทำงานบ้านได้เป็นชั่วโมง ๆ โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนำซ้ำยังรวดเร็วผิดปกติซะอีก อีกวันหนึ่งต่อมา…ธามเกิดอาการแปลกประหลาดอยู่ยงคงกระพันขึ้นมากะทันหัน เผลอทำมีดปาดมือแต่กลับไม่มีแผลเลือดออกเลยสักนิด แต่ความสามารถพิเศษเหล่านี้มาไม่นาน เหมือนกับอาการปวดหัวของธามที่มาเยือน เมื่อธามเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้เพื่อน ๆ ฟังจึงไม่มีใครเชื่อ หนำซ้ำยังทำให้ความมั่นใจในตัวเองของเขาเสื่อมถอยลงไปอีก เพราะเริ่มคิดว่าตัวเองบ้าเหมือนที่คนอื่นคิดแล้ว ยิ่งสะสมความไม่มั่นใจในตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่ ชีวิตของธามยิ่งแย่ลงไปเรื่อย ๆ ธามปล่อยให้โอกาสดีในชีวิตลอยผ่านไปอยู่เสมอ อย่างน้อยก็สองครั้ง… ครั้งหนึ่งธามกับ วินธุ เพื่อนซึ่งรักในเสียงเพลงเหมือน ๆ กัน ต่างกันที่หลายคนบอกว่าธามร้องและแต่งเพลงดีกว่าวินธุเสียอีก วันหนึ่งวินธุชวนธามเข้าสมัครประกวดร้องเพลงชิงแชมป์ประเทศไทย แต่ด้วยความไม่มั่นใจธามกลับปฏิเสธและปล่อยให้วินธุไขว่คว้าความฝันนั้น ไม่นานวินธุกลายเป็นซูเปอร์สตาร์นักร้องดังชื่อก้องของเมืองไทย ในขณะที่ธามยังคงเป็นพนักงานธนาคารนั่งอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์เช่นเดิม ครั้งที่สองเมื่อธนาคารเปิดโอกาสให้พนักงานสอบแข่งขันชิงตำแหน่งผู้บริหารใหม่ ธามเป็นทั้งคนเก่งและคนดีเพื่อนร่วมงานยกให้เป็นตัวเก็งที่จะชนะเลิศ แต่เพราะความไม่มั่นใจในตัวเอง ธามสละโอกาสนั้นให้ชนะพลเหยียบหัวเพื่อนร่วมงานทุกคนไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จ หลังจากนั้นไม่นานสาขาของธนาคารสหัสวรรษถูกโจรปล้น และจำเพาะเจาะจงมาปล้นวันที่นภสรพาพนักงานรวมทั้งธามไปเยี่ยมชมกิจการ นภสรถูกจับเป็นตัวประกันเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น ส่วนธามจะด้วยเพราะตื่นเต้นหรือตื่นกลัวก็ไม่ทราบได้ เขาปวดหัวรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง…หลังจากปวดหัวธามเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขามีความรวดเร็วและมีเรี่ยวแรงพลังดุจช้างสาร ช่วยนภสรรอดจากอันตรายและเล่นงานโจรจนสลบเหมือด แต่หลังจากนั้นตัวเองกลับเป็นลมล้มตึงหมดเรี่ยวแรงไปเสียเฉย ๆ นภสรจึงไม่เห็นความดีในครั้งนี้ของเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนช่วยเธอ ซึ่งสร้างความไม่มั่นใจในตัวเองให้กับธามอีกเป็นทวีคูณ ด้วยตำแหน่งใหม่ชนะพลสามารถเอาชนะใจนภสร เธอเปิดโอกาสให้เขาใกล้ชิดมากกว่าเดิมจนเป็นเหมือนว่าที่แฟนหนุ่มคนหนึ่ง นภสรเป็นสาวเชื่อมั่นในตัวเองมีความรู้บริหารงานคล่องแคล่ว เป็นที่รักของพี่ชายคนโตคือ ดิตถ์ และ กณิศ พี่ชายคนรองเป็นอย่างยิ่ง เธอคือนางในฝันของหนุ่มหลายคน ธามได้แต่เฝ้ามองชีวิตคู่รักสดชื่นสวยงามเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบระหว่าง ชนะพล กับ นภสร ด้วยแววตาแสนเศร้าและรันทดใจ แล้วเคราะห์กรรมก็กระหน่ำเข้าใส่ชีวิตธาม เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วประเทศ ธนาคารสหัสวรรษขาดทุนอย่างหนัก ดิตถ์ ประธานธนาคารฯ หมดทางแก้ไขปัญหาฆ่าตัวตาย กณิศและนภสรต้องเรียกประชุมผู้บริหารเพื่อแก้ไขปัญหา ทางออกเดียวที่ทำได้คือต้องเลย์ออฟพนักงาน ชนะพลพิจารณารายชื่อพนักงานที่ต้องโดนเลย์ออฟด้วยตัวเอง เดาได้ไม่ยากว่าพนักงานคนแรกที่จะต้องถูกชนะพลกาชื่อพิจารณาให้ออกจากงานก็คือ ธาม พนักงานที่ทำงานมานานแต่อยู่ในตำแหน่งเดิม ๆ โดยตลอด เพราะไม่มีความเชื่อมั่นและไม่กล้าตัดสินใจในทุกเรื่อง “งาน” สิ่งเดียวที่ยืนยันความมีค่าในการมีชีวิตอยู่ของธามต้องสูญสิ้น ธามขอร้องชนะพลแต่ไม่เป็นผล ชนะพลไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้กับอดีตคู่แข่งเป็นอันขาด เขายืนยันคำพูดเดียวคือธามจะต้องออกจากธนาคารไปเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ หนำซ้ำเมื่อกลับมาบ้านธามต้องทุกข์แสนสาหัส เมื่อญาติคนเดียวอย่างลุงนพถูกขี้ยาเมายาบ้าฆ่าตาย เพราะลุงนพเอาตัวเข้าแลกกับเด็กที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ที่จะถูกปาดคอ ธามร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ปวดหัวอย่างรุนแรงเป็นลมล้มคว่ำหมดสติไปคาบ้าน เมื่อฟื้นตื่นขึ้นมาธามต้องพบความจริงที่เจ็บปวด หมอวินิจฉัยว่าธามมีเนื้องอกประหลาดในสมองเหลือเวลาอยู่บนโลกอีกไม่นาน เป็นเนื้องอกที่ขึ้น ณ จุดสำคัญที่สุดอาจทำให้ร่างกายหลั่ง “อาดรินาลีน” มากหรือน้อยกว่าปกติ ซึ่งยังไม่มีใครทราบผลของอาการนี้… ธามสิ้นหวังทุกสิ่งในชีวิตจบสิ้น ด้วยความเสียใจทำให้เขาคิดสั้นวางแผนจบชีวิตอย่างรอบคอบรัดกุม แต่มีอันต้องคลาดแคล้วความตายไปได้ทุกหน ครั้งแรกเมื่อเขาโดดลงมาจากยอดตึกระฟ้า ร่างกระทบกับคอนกรีตด้านล่าง แต่ร่างกายกลับไม่เจ็บปวด เลือดที่ไหลออกมาจากร่างหยุดไหลอย่างรวดเร็ว ร่างกายสามารถรักษาตัวเองกลับเป็นปกติราวปาฏิหาริย์ ครั้งต่อมา…ธามตัดสินใจวิ่งออกไปกลางถนนตั้งใจจะให้รถเทรเลอร์คันใหญ่บดขยี้ให้ร่างแหลกเหลว แต่สิ่งที่แหลกกลับเป็นรถเทรเลอร์ที่พุ่งเข้ามาชน ธามมีร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างมหัศจรรย์ อีกครั้ง…ธามจะไปซื้อปืนมายิงหัวตัวเอง ร้านปืนที่จะไปซื้อกลับโดนโจรปล้น ตำรวจมาปิดล้อมเต็มไปหมด ธามตั้งใจสละชีวิตต่อสู้กับโจรด้วยมือเปล่าจะได้ตายสมใจ แต่เขากลับพบความสามารถพิเศษอีกอย่าง นั่นคือสามารถต่อสู้กับโจรด้วยมือเปล่าด้วยความเฉียบขาดและรุนแรง ปราบโจรนับสิบได้อย่างง่ายดาย ครั้งนี้นอกจากจะตายไม่สำเร็จแล้วธามยังสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานะคนดีของสังคม หากแต่ทุกครั้งหลังจากร่างกายธามหลั่งสารพิเศษออกมา เขาจะปวดหัวหนักอ่อนเพลียรุนแรงถึงขั้นยืนไม่อยู่ ต้องนอนนิ่ง ๆ พักให้ร่างกายรักษาตัวเองสักระยะหนึ่งจึงจะกลับมาดำรงชีวิตได้เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ธามเบื่อหน่ายกับชะตากรรมที่เล่นตลกกับชีวิตตัวเอง จะตายก็ไม่ได้…ครั้นมีชีวิตอยู่ก็ไร้คุณค่า เย็นวันหนึ่งขณะที่เขาเดินอยู่กลางสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสูงลิบ ตั้งใจจะจบชีวิต ณ ก้นบึ้งของสายน้ำเบื้องล่าง ยืนเก้ ๆ กัง ๆ นิ่งอยู่นานนับชั่วโมง…ฉับพลันมีรถตู้คันหนึ่งแล่นปราดเข้ามาจอดที่กลางสะพาน ประตูรถตู้เปิดออก ชายลึกลับโยนร่างเด็กชายอายุ 10 ขวบ ลอยร่วงลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่าง ธามกลายเป็นฮีโร่จำเป็นอีกครั้ง เขาโดดลงไปช่วยเด็กชายขึ้นมาจากน้ำเด็กชาย แนะนำตัวว่าเขาชื่อ ต้นไม้ ถูกจับมาจากโรงเรียนเพื่อเอามาฆ่า บนรถตู้เขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการแย่งชิงสมบัติของครอบครัว แต่จิตใจของธามยามนี้ไม่มีจะจิตจะใจอยากรับรู้เรื่องอะไรได้แต่พยักหน้า ตั้งใจจะเอาเด็กคนนี้ไปส่งบ้านให้เร็วที่สุด เพื่อจะปฏิบัติภารกิจฆ่าตัวตายให้สัมฤทธิ์ผลเสียที ต้นไม้อ้างว่าไม่อยากกลับไปตายที่บ้าน ทั้งบ่ายเบี่ยง ทั้งวิ่งหนี กระทำตัวน่ารำคาญให้ธามที่เหนื่อยจากการออกแรงมาก ยังต้องเหนื่อยหอบปวดหัวมากกว่าเดิม ธามกัดฟันไล่ตามต้นไม้จนทัน จับมาจ้องหน้าดุ เข้าใส่ด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมที่สุดในชีวิตเท่าที่คนเคยอารมณ์ดีอย่างเขาจะทำได้ ทันทีที่จ้องไปยังใบหน้าเด็กชายต้นไม้ ธามถึงกับอึ้งไปชั่วขณะจำได้ทันทีว่าเด็กคนนี้คือทายาทคนเดียวของ ดิตถ์ เจ้าของธนาคารที่เพิ่งฆ่าตัวตาย ต้นไม้เป็นหลานชายแท้ ๆ ของนภสรนางในฝันของเขานั่นเอง เมื่อพักตัวเองหนึ่งคืนจนหายเป็นปกติแล้ว ธามรีบพาต้นไม้ไปส่งบ้านโดยไม่ฟังคำขอร้องใด ๆ เมื่อมาถึงธามต้องปะทะคารมกับนภสรอย่างรุนแรง นภสรคิดว่าพนักงานแบงก์ที่โดนเลย์ออฟจับหลานชายไปเรียกค่าไถ่ กว่าจะเจรจาความกันจนรู้เรื่องก็สร้างความเหนื่อยอ่อนแกมโกลาหลให้กับทั้งเขาและเธอ ธามออกมาจากบ้านหลังนั้นด้วยความน้อยใจนางในฝันที่ด่าว่าอย่างสาดเสียเทเสีย โดยไม่รู้เลยว่ากำลังปล่อยให้นภสรกับต้นไม้ต้องเผชิญกับเพชฌฆาตที่กำลังปิดล้อมบ้านหลังนั้นอยู่ ขณะที่นภสรกำลังไต่ถามเรื่องราวทั้งหมดจากต้นไม้ เสียงปืนกระหน่ำยิงดังลั่น ชายฉกรรจ์หลายสิบคนถล่มคฤหาสน์หวังให้นภสรกับต้นไม้ตายคาที่ ร้อนถึงธามที่ได้ยินเสียงต่อสู้กันภายในบ้านต้องรุดเข้าไปใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองอีกครั้ง ธามต่อสู้กับเหล่าร้ายได้อย่างรุนแรงเร้าใจและน่ามหัศจรรย์ในความสามารถพิเศษ ธามสามารถช่วยชีวิตนภสรกับต้นไม้ รอด ได้ด้วยปาฏิหาริย์ส่วนตัวที่มาพร้อมกับอาการเจ็บป่วยในสมอง แต่เช่นเดียวกับทุกครั้ง เมื่อกำจัดเหล่าร้ายหมดสิ้นแล้วธามกลับปวดหัวล้มทั้งยืน หมดสติ นภสรกับต้นไม้ต้องพาธามไปส่งบ้านเพื่อให้พักรักษาตัว ขณะกำลังจะเดินทางกลับมาที่คฤหาสน์ นภสรจะโทรบอกกณิศที่ยังไม่กลับบ้าน แต่ต้นไม้รีบร้องห้ามบอกว่าคนน่าสงสัยที่สุดคืออากณิศ เพราะก่อนตายดิตถ์ผู้เป็นพ่อบ่นบ่อย ๆ ว่ากณิศเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่กณิศพบรักกับผู้ช่วยสาวสวยของเขา ตรีนุช กณิศก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน มักจะทะเลาะเบาะแว้งกับครอบครัวอยู่เสมอ และคิดฟังความเห็นแต่เพียงตรีนุชคนเดียว ทั้งสองโซซัดโซเซจะไปแจ้งตำรวจ แต่พอไปถึงหน้าสถานีตำรวจสายตาของต้นไม้ไปปะทะกับ พบธรรม นายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งเข้าอย่างจัง พบธรรมกำลังสั่งงานชิ้นสำคัญกับลูกน้องคนสนิท เจษ และ พล อดีตตำรวจรับหน้าที่สายคนสำคัญ ทำหน้าที่แทนเขาในทุก ๆ เรื่อง ต้นไม้รีบดึงนภสรออกมาแทบไม่ทันเพราะ เจษ และ พล เป็นคนไปรับต้นไม้ที่โรงเรียน และโยนร่างเด็กน้อยออกจากรถตู้ลงน้ำด้วยตัวเอง นภสรมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัดสินใจโทรตามชนะพลคนรักให้มารับเธอกับหลานที่ตู้โทรศัพท์เปลี่ยวแห่งหนึ่ง ด้วยความเหนื่อยอ่อนเธอเอาตัวต้นไม้ไปนั่งพักที่ศาลาริมทาง เพียงเวลาไม่กี่นาทีนภสรก็แทบเป็นลมล้มครืนกับภาพที่ปรากฏต่อสายตา คู่รักคู่หนึ่งเดินเข้าไปในตู้โทรศัพท์ตู้นั้นแทนที่เธอกับต้นไม้ ขณะกำลังพูดโทรศัพท์อยู่นั้นเองรถปิ๊คอัพลึกลับตรงเข้ามากระหน่ำ ยิงร่างทั้งสองพรุนไปทั่วร่างสิ้นใจตายคาที่แล้วหนีไป เด็กชายต้นไม้กับนภสรหมดทางเลือกในชีวิต นภสรเข้าใจว่าต้องมีคนดักฟังโทรศัพท์บ้านของชนะพลแน่ ๆ สองอาหลานเลยต้องหาที่พึ่งใหม่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง คนเดียวที่ต้นไม้คิดออกขณะนี้คือฮีโร่ในดวงใจ ธาม อดีตหนุ่มแบงก์นั่นเอง ธามฟื้นคืนสติมาในบ้านของตัวเอง ยังคงแปลกใจกับความสามารถพิเศษที่เกิดขึ้นก่อนวาระสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง นภสรกับต้นไม้โผล่พรวดเข้ามาในห้องขอให้เขาช่วยเหลือเธอกับหลาน ธามโวยวายกับนภสรอย่างคนสิ้นหวัง เธอจะมาหวังพึ่งอะไรกับคนใกล้ตายอย่างเขา นภสรทนเห็นความอ่อนแอไม่ได้ต้องต่อปากต่อคำกับธามไปบ้าง บรรยากาศภายในห้องโกลาหลเพราะผู้ใหญ่สองคนต่อล้อต่อเถียงกันไปมา ต้นไม้กลุ้มนึกในใจว่าผู้ใหญ่บางครั้งก็ทำตัวยิ่งกว่าเด็กซะอีก เสี้ยวนาทีทันใดนั้นเอง…ธามมองลงไปที่ด้านล่างของบ้านเห็นเจษกับพลนำผู้ชายท่าทางน่ากลัวหลายคนกำลังปิดล้อม สงครามปากระหว่างนภสรกับธามจำต้องสงบลงชั่วคราว ธามใช้อิทธิฤทธิ์ที่มาทุกครั้งยามฉุกเฉิน ต่อสู้กับเหล่าร้ายพาสองอาหลานจอมยุ่งหนีออกไปได้อย่างหวุดหวิดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด เกือบเสียท่าเหล่าร้ายหน้าเหี้ยมทั้งหลาย จากคนไร้ความหมายและแก่นสารต้องการจบชีวิตตัวเอง นายธามต้องกลายเป็นบอดี้การ์ดให้นางในดวงใจกับเด็กชายวัยสิบขวบโดยไม่ตั้งใจ เฮ้อ…เขาจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อความสามารถพิเศษที่เกิดขึ้นนี้มาพร้อมกับโรคร้าย โรคร้ายที่เป็นมัจจุราชพร้อมปลิดชีวิตเขาทุกเมื่อ หากอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเกิดขึ้นขณะต่อสู้กับเหล่าร้าย เขาจะทำยังไง ต้นไม้หิวข้าวแสบท้องจนทนไม่ไหว ประกอบกับธามก็มีอ่อนเพลียจนแทบหมดสติ ร้อนถึงนภสรต้องพาทั้งคู่ไปหาข้าวทานในฟาสฟู๊ตห้างสรรพสินค้าพร้อมกับปรึกษาหาทางหนี นภสรสงสัยกณิศพี่ชายมากที่สุด เพราะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของดิตถ์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นดิตถ์เคยบอกว่าจะแต่งตั้งให้เธอเป็นผู้จัดการร่วม ประกอบกับการตายของดิตถ์มีเงื่อนงำ ธนาคารมีทางออกในการแก้ปัญหาแล้วโดยต่างชาติยินดีเข้ามาร่วมถือหุ้น พิธีลงนามการเป็นเจ้าของร่วมระหว่างกณิศกับต่างชาติจะมีขึ้นในเดือนหน้า ขณะที่ทั้งสามคนกำลังคุยอยู่ที่หน้าร้านขายเครื่องไฟฟ้าในห้างฯ นั้นเอง จอโทรทัศน์หลายสิบจอเบื้องหลังเสนอข่าวด่วน เห็นหน้าคนทั้งสามเต็มพรืดไปหมด พบธรรมนายตำรวจมือปราบกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว ระบุว่าเขาสืบพบธามร่วมมือกับนภสรฉ้อโกงธนาคารสหัสวรรษ รวมทั้งมีส่วนเกี่ยวพันกับการฆ่าตัวตายแบบมีเงื่อนงำของดิตถ์ คนในห้างสรรพสินค้าต่างหันขวับมามองธามกับนภสรเป็นตาเดียวกัน ธามรีบกระชากนภสรกับต้นไม้เดินออกมาทันทีหวังจะหนีออกไปให้พ้น แต่ก็ช้าไปแล้วเพราะมีคนแจ้งตำรวจ ศูนย์การค้าถูกปิดล้อมอย่างรวดเร็วดูเหมือนจะสิ้นหนทางสำหรับพวกเขาแล้ว ธามรีบพานภสรกับต้นไม้หลบเข้าไปที่คอนเวนชั่นฮอลล์ห้างสรรพสินค้าซึ่งมีการแสดงคอนเสิร์ตของ วินธุ นักร้องซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทย แต่แล้วจะด้วยความเฮงหรือเฮงซวยก็ไม่ทราบได้ กล้องวิดีโอวงจรปิดจับภาพ กลุ่มคนดูเห็นหน้าธามอย่างชัดเจน วินธุซึ่งไม่รู้เรื่องประกาศเชิญเพื่อนรักขึ้นมาร่วมร้องเพลงร่วมกันเพื่อรำลึกความหลัง ธามสุดจะขัดขืนฝูงชนที่เบียดเสียด ร้องกรี๊ด ๆ ดันให้ขึ้นไปร่วมร้องเพลงบนเวที ขณะที่ธามปากสั่นเสียงหลงร้องเพลงอยู่นั้นเอง พบธรรมนำกำลังตำรวจมาปิดล้อมฮอลล์ไว้ ยิ้มรอเวลาที่ธามจะลงมาจากเวทีให้จับกุมโดยไม่มีทางขัดขืน แต่แล้วสมองธามบังเกิดความคิดโลดแล่น เขาประกาศใส่ไมโครโฟนว่ามีการวางระเบิดหอประชุมแห่งนี้ ผู้ชมแตกตื่นลุกฮือวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ธามกระโดดลงจากเวทีคว้ามือนภสรกับต้นไม้หนี แฝงตัวหนีออกไปกับผู้คนได้อย่างหวุดหวิด… ธามตัดสินใจพานภสรและเด็กชายต้นไม้ไปหลบภัยอยู่ที่เกาะคราม รีสอร์ทส่วนตัวสมบัติเก่าของวินธุซึ่งห่างไกลผู้คน วินธุเพื่อนรักมั่นใจว่าธามไม่ใช่คนเลวอย่างที่หลายคนคิดจึงเขียนจดหมายแนะนำตัวธามไปกับ ลุงสิงห์ ผู้จัดการเกาะครามซึ่งเป็นคนดูแลกิจการรีสอร์ทเล็ก ๆ ทั้งหมดแทนวินธุ สมาชิกของเกาะครามประกอบไปด้วยลุงสิงห์ผู้จัดการฯ ป้าผุดผาด แม่ครัวประจำรีสอร์ท นวลฉวี สาวไฮเปอร์หลานสาวแท้ ๆ ของลุงสิงห์ รวมไปถึงเจ้าปุ๊ก กับเจ้าปิ๊ก สองหนุ่มสาวชาวบ้านที่เข้ามารับทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในรีสอร์ท ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวทำให้การกบดานอยู่ที่นี่ของธามกับนภสรสามารถทำได้โดยไม่เป็นที่สงสัย ที่รีสอร์ท ธามตั้งใจจะบอกความจริงเกี่ยวกับความสามารถพิเศษที่มาพร้อมกับความตายให้นภสรรับรู้ แต่ไม่ได้จังหวะสักครั้งมักจะถูกขัดขวางโดยต้นไม้บ้าง เหล่าสมุนของป้าผุดผาดบ้าง นภสรจึงไม่รู้ว่าวาระสุดท้ายของชีวิตธามใกล้เข้ามาทุกที แรกทีเดียวสมาชิกเกาะคิดว่าธามกับนภสรเป็นสามีภรรยากัน โดยมีลูกชายคือต้นไม้ พวกเขาจัดให้พักอยูในเรือนรับรองและนอนห้องเดียวกัน ยังความโกลาหลและขวยเขินให้กับนภสรเป็นอย่างยิ่ง ธามเองก็เกิดความรู้สึกแปลก ๆ เพราะคราวนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสใกล้ชิดผู้หญิงคนที่แอบชอบมานาน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความสุขชั่วครู่…รอวันลาจากเพราะโรคร้าย แต่มันก็เป็นความสุขใจ เกาะครามเป็นรีสอร์ทที่มีกิจกรรมผจญภัยทางน้ำต่างๆ มากมายให้กับคนมาพัก และด้วยความสามารถพิเศษของธามซึ่งมีเรี่ยวแรงมากกว่าปกติ มีความเร็วมากกว่ามนุษย์ธรรมดา ทำให้กิจกรรมความบันเทิงภายในรีสอร์ทสนุกสนานมากกว่าเดิม ประกอบกับความอารมณ์ดีของธามยิ่งทำให้หลายคนยิ้มได้ รวมทั้งนภสร…จนเวลานี้เกิดดอกรักบานขึ้นภายในใจเธอโดยไม่รู้ตัว ที่รีสอร์ทนั้นเองที่ธามกับนภสรได้มีโอกาสเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ธามเองตระหนักว่าตัวเองมีคุณค่ากับผู้คนรอบข้างได้เสมอถ้ารู้จักคุณค่าของตัวเอง ธามสนิทสนมกับลุงสิงห์ ป้าผุดผาด และ นวลฉวี ต้นไม้เหมือนมีธามเป็นฮีโร่ในดวงใจ นภสรเฝ้ามองธามอย่างชื่นชม เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขชัดเจนสำหรับชีวิตคนทั้งสาม ดูเหมือนธามผู้มีชีวิตธรรมดาสามัญในเมืองหลวงกลับกลายเป็นคนมีค่าสำหรับคนท้องถิ่น ก่อนที่ทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี พบธรรมสืบทราบว่าทั้งสามคนหนีไปกบดานที่เกาะคราม เขาส่งทั้งตำรวจ และพลกับเจษออกตามล่าคนทั้งสามอย่างหัวซุกหัวซุน ทั้งสามไม่มีทางออกนอกจากต้องต่อสู้แบบสุดฤทธิ์กับทั้งตำรวจและโจรชั่ว ธามใช้ความสามารถพิเศษที่ออกมาช่วยเขาทุกครั้งยามฉุกเฉิน ต่อสู้กับทั้งเหล่าร้ายและตำรวจจนเกือบจะรอดพ้นเงื้อมือพวกมัน แต่แล้ว…นี่เป็นครั้งแรกที่อาการปวดหัวอย่างรุนแรงของธามเกิดขึ้นในขณะต่อสู้กับเหล่าร้ายเพื่อช่วยเหลือนภสรกับต้นไม้ ธามหมดสติล้มคว่ำหมดแรงไปเสียเฉย ๆ ทำให้พบธรรมจับกุมกับนภสรกับต้นไม้ไปได้ต่อหน้าต่อตา โดยเขาช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย ธามซมซานไปขอความช่วยเหลือจากชาวเกาะคราม ในที่สุดจากการช่วยเหลือของ ลุงสิงห์ ป้าผุดผาด นวลฉวี ปุ๊ก กับ ปิ๊ก ทำให้ธามชิงตัว และพานภสรกับต้นไม้ฝ่าวงล้อมของเหล่าร้ายกับตำรวจออกมาได้โดยเหล่าวายร้ายต้องพบกับความสูญเสียไม่น้อย ธามบอกความจริงให้นภสรรู้ว่าเขาอาจจะมีชีวิตเหลืออยู่บนโลกอีกไม่นาน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อนำตัวคนผิดมาลงโทษ พิสูจน์ให้เห็นความสุจริตของนภสรว่าไม่ได้เป็นอย่างที่พบธรรมกล่าวหา เด็กชายต้นไม้เกิดความคิดบางอย่าง เขาจำได้ว่าเคยเล่นกล้องดิจิตอลแบบแอบถ่ายกับดิตถ์ในบ้าน ทั้งคู่ซ่อนกล้องไว้ในห้องทำงานเพื่อเล่นเกมนักสืบโดยไม่เฉลียวใจเลยว่าในคืนวันนั้นเองที่ดิตถ์จะฆ่าตัวตาย ในเมื่อทุกคนลงความเห็นว่าดิตถ์ไม่ได้ฆ่าตัวตาย กล้องดิจิตอลต้องถ่ายให้เห็นโฉมหน้าคนร้ายที่แท้จริง นภสรตัดสินใจจะบุกเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อไปเอาหลักฐานนี้มาด้วยตัวเอง ทั้งสามคนแอบเข้าไปในคฤหาสน์ของดิตถ์ได้อย่างเงียบเชียบ ต้นไม้ไปยังบริเวณที่ซ่อนกล้องดิจิตอลไว้กำลังจะเปิดดูหลักฐานทั้งหมด ทันใดนั้นกณิศก็เดินเข้ามาในห้อง ความจริงเขาเห็นคนทั้งสามตั้งแต่ก่อนเข้ามาในบ้าน รอเพียงให้ธามพานภสรและต้นไม้มาติดกับเท่านั้น ขณะนี้เขาโทรแจ้งพบธรรมให้มาจับทุกคนไปรับโทษที่ก่อไว้แล้ว กณิศด่าว่านภสรต่างๆ นานา หาว่าเป็นคนโลภหวังทรัพย์สินเงินทอง โดยลืมความถูกต้องฆ่าได้แม้กระทั่งพี่ชายตัวเอง ในขณะที่นภสรก็ประณามว่ากณิศต่างหากที่เป็นฆาตกร ขณะที่ทั้งคู่กำลังปะทะคารมกันอยู่นั้นเองความจริงก็ปรากฏต่อสายตา ภาพในกล้องดิจิตอลเห็นชัดเจนว่าใครเป็นคนทำ… ภาพที่ต้นไม้ฉายออกมาในจอ ดิตถ์กำลังเปลี่ยนแปลงข้อความในพินัยกรรมเพื่อประโยชน์ของธนาคาร ชนะพลเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพบธรรมตำรวจกังฉินเพื่อนของเขา เมื่อดิตถ์เห็นหน้าชนะพลก็ด่าทอบอกว่าจะไล่ออก เพราะจับได้เรื่องที่ชนะพลร่วมกับตรีนุชใช้อำนาจบริหารโกงธนาคารวางแผนกับต่างชาติจะเทคโอเวอร์ เป็นคู่รักกับนภสรก็เพื่อผลประโยชน์ไม่ได้รักกับน้องสาวเขาจริง ๆ ชนะพลหัวเราะเหี้ยมร่วมมือกับพบธรรมฆ่าดิตถ์ตายอย่างเลือดเย็นในห้องทำงาน แล้วจัดฉากทำให้เหมือนเป็นการฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา ชนะพลวางแผนต่อไปจะกำจัดทายาทโดยตรงของดิตถ์และผู้บริหารของธนาคาร ที่เหลืออยู่คือ นภสร และ กณิศ เพื่อทำให้ตัวเองมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการเจรจากับต่างชาติแต่เพียงผู้เดียว ทุกคนในห้องตกตะลึงเมื่อเห็นหลักฐานชิ้นนี้ ชนะพลกับพบธรรมปรากฏตัวขึ้นในห้องทำงาน ยินดีที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า แผนการของเขาจะได้สัมฤทธิ์ผล เขาจะฆ่าทุกคน แล้วโยนความผิดว่าธามกับนภสรเข้ามาในบ้านเพื่อลอบทำร้ายกณิศแต่กณิศต่อสู้ขัดขืนจนในที่สุดต้องตายไปพร้อมกัน แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายลงไป ธามตัดสินใจเด็ดขาดกระโดดเข้าแย่งปืนจากชนะพลกับพบธรรม ใช้ความสามารถพิเศษเพื่อปกป้องคนรักและคงไว้ซึ่งความยุติธรรม แต่เหมือนชะตากรรมเล่นตลก จู่ ๆ ธามก็ปวดหัวอย่างรุนแรงด้วยอาการประจำตัวอีกครั้ง เขาถูกชนะ พลกับพบธรรมทำร้ายจนล้มกลิ้งชนะพลเบี่ยงปืนในมือกำลังจะลั่นไกเข้าใส่นภสร ขวากหนามสำคัญที่อาจจะทำให้เขาล้มเหลวในชีวิต ธามกระโดดสุดตัวเอาตัวเข้าบังร่างนภสรไว้ เธอรอดชีวิตจากความกล้าหาญของธาม และรู้ความในใจของเขาที่มีต่อเธอตลอดมา… เด็กชายต้นไม้ใช้ความเฉลียวฉลาดร่วมมือกับกณิศ เล่นงานชนะพลกับพบธรรม เสียอยู่หมัด เพราะทั้งคู่ไม่รู้ว่าต้นไม้ซ่อนของเล่นไฮเทคมากมายไว้ในห้อง ๆ นี้ ทุกชิ้นสามารถใช้เล่นงานชนะพลกับพบธรรมให้เสียท่าโดยคาดไม่ถึง ร่างกายของธามแทบทรงตัวไม่อยู่ อานุภาพความสามารถพิเศษหมดสิ้นลงไปแล้ว ร่างกายที่เคยซ่อมแซมตัวเองได้กลับไม่ทำงาน ดูเหมือนวาระสุดท้ายของผู้ชายคนนี้ใกล้เข้ามาทุกขณะ…ธามถูกนำตัวไปส่งโรงพยาบาลในสภาพร่างชุ่มเลือดและอยู่ในอ้อมกอดนภสรตลอดเวลา นภสรร่ำไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ เธอกอดร่างผู้ชายที่รักเธอมากและเธอก็รู้ว่ารักเขามากมายเช่นกัน เพียงเวลาเดือนเศษเกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของธามและนภสรมากมาย แบบที่ทั้งคู่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน นภสรรู้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งที่แอบรักและรักเธอเรื่อยมาโดยไม่คิดจะหวังสิ่งใดตอบ แทน ได้เรียนรู้ความรักที่บริสุทธิ์ใจ แม้ว่าที่สุดแล้วอาจจะไร้การครอบครอง…ต้องแยกจากกันตลอดชีวิต ธามรู้ซึ้งถึงคุณค่าของชีวิต เรียนรู้ถึงคุณค่าในตัวเองและคุณค่าต่อคนอื่น ถึงวันนี้ เขาอาจจะต้องจบชีวิตไปด้วยโรคร้าย แต่เป็นการจบลงอย่างล้ำค่า…ทำให้ใครหลายคนเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและคนรอบข้าง…โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เมื่อถึงโรงพยาบาลหมอนำร่างธามเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน ต้องช่วยชีวิตเขาทั้งบาดแผลจากคมกระสุน และต้องพยายามยื้อชีวิตเขาจากเนื้องอกในสมองที่ไม่มีทางรักษาเวลาผ่าน ไปนับสิบชั่วโมง… เตียงผู้ป่วยถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด นภสรพุ่งตรงเข้าไปหาหมอเจ้าของไข้ด้วยความเป็นห่วงคนรักอย่างที่สุด เมื่อได้ยินคำพูดออกจากปากหมอทำให้เธอถึงกับแทบล้มทั้งยืนด้วยความปิติ “ผู้ป่วยรอดชีวิตได้ราวปาฏิหาริย์ เนื้องอกในสมองหายไปจนแทบไม่เห็นร่องรอย สาเหตุที่อำนาจพิเศษของธามหายไปก็เพราะเหตุนี้ ไม่ใช่เพราะอาการหนักถึงขั้นโคม่าอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ…” อาจเป็นเพราะอานุภาพแห่งความรัก ธามมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นนับตั้งแต่พบพานคนรักที่แท้จริงอย่างนภสร ปาฏิหาริย์นี้จึงเกิดขึ้นได้…เธอเป็นเหมือนแสงดาวที่ฟ้าประทานลงมาสู่ดวงใจที่กำลังจะแห้งเหือดของผู้ชายคนหนึ่ง ให้มีกำลังใจต่อสู้ไปในโลกที่โหดร้ายใบนี้ ธามกำลังจะมีชีวิตใหม่ในโลกแห่งความเป็นจริง ชีวิตใหม่ที่มีนภสรซึ่งมีเขาอยู่เต็มหัวใจของเธอเสมอ รอยยิ้มและความดีงามที่ธามสร้างไว้ให้นภสรกับต้นไม้เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์แห่งกำลังใจชั้นดี ที่จะทำให้เธอต่อสู้ยืนหยัดเพื่อความดีงาม…สร้างสรรค์ชีวิตบนโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามต่อไป…

สุภาพบุรุษชาวดิน

สุภาพบุรุษชาวดิน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจาก สกุลศิริเสนี ซึ่งเป็นพวกผู้ดีเก่า ประมุขของตระกูลคือ คุณอมรา มีลูกชายคนเดียวชื่อ สรวิชญ์ นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอม สรวิชญ์แต่งงานกับ สุดาวรรณ หญิงสาวลูกเศรษฐี ด้วยเหตุผลเดียวคือความเหมาะสมกันทางสังคมและเศรษฐกิจ เมื่อแต่งงานกันแล้วทั้งสรวิชญ์และสุดาวรรณก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนแต่งงาน สรวิชญ์ยังคงเป็นเพลย์บอยเที่ยวเตร่หาความสำราญแบบคนหนุ่ม ในขณะที่สุดาวรรณก็ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในสังคมชั้นสูง แม้จะมีบุตรชายหญิง 2 คนคือ อติศักดิ์ และอรศรี แต่สุดาวรรณไม่สนใจเลี้ยงลูกปล่อยให้พี่เลี้ยงและคุณอมราผู้เป็นย่าเลี้ยงหลานไป

คุณอมรามีเด็กสาวต้นห้องชื่อ วาด เป็นผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนหวาน นุ่มนวลเอาใจเก่ง และวันหนึ่งวาดก็ตกเป็นภรรยาของสรวิชญ์ ด้วยความจำยอมกึ่งเต็มใจของวาดเอง และด้วยแรงผลักดันของคุณอมราด้วย และในที่สุดวาดท้อง สุดาวรรณโกรธจะฟ้องหย่า แต่คิดขึ้นมาได้ว่าเรื่องอะไรจะปล่อยให้วาดมีโอกาสเลื่อนฐานะขึ้นมาเป็นภรรยาเอก เพราะรู้ดีว่าคุณอมรารักวาดมาก อีกทั้งกิจการบ้านเรือนตลอดจนการเข้าสังคมคุณอมราฝึกฝนไว้ทุกอย่าง สุดาวรรณจึงใช้วิธีเดียวกับคุณอมราคือพาหลานสาวคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้าน และพวงมณี หลานของสุดาวรรณตกเป็นภรรยาของสรวิชญ์อีกคน วาดคลอดบุตรชาย คุณอมราตั้งชื่อว่า วศิน เด็กชายเป็นเหมือนสายน้ำประโลมใจผู้เป็นแม่ เพราะพ่อไม่รักและไม่สนใจ สรวิชญ์ยังคงดำเนินชีวิตสนุกสนาน เที่ยวเตร่ เจ้าชู้เรื่อยไป เมียทุกคนต้องหวานอมขมกลืน เว้นแต่วาดที่ปลงได้ ก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูกไป พร้อมทั้งปรนนิบัติคุณอมรา

ต่อมาคุณอมราล้มเจ็บ สรวิชญ์เชื่อแรงยุของสุดาวรรณว่าระวังคุณนายจะยกสมบัติให้วาด จึงพยายามเคี่ยวเข็นถามหาพินัยกรรม ในที่สุดเมื่อคุณอมราเสียชีวิตทรัพย์สมบัติทั้งหมดตกเป้นของสรวิชญ์ โดยที่ทุกคนหารู้ไม่ว่าคุณนายออกจากโรงพยาบาลไปโอนที่แปลงหนึ่งให้วศินเรียบร้อยแล้ว เมื่อไม่มีคุณอมรา วาดกับวศินก็ไม่มีที่พึ่ง เด็กชายวศินอายุเพียง 10 ขวบถูกรังแกจากแม่เลี้ยง พี่ชายและพี่สาว วาดช่วยเหลือลูกได้น้อยมาก ทำได้แต่เพียงป้องกันไม่ให้วศินออกไปเสวนาวิสาสะ กับใครๆ ในบ้าน แม้แต่พ่อบังเกิดเกล้าก็ไม่สามารถปกป้องลูกชายจากแรงเกลียดและกลั่นแกล้งของสามแม่ลูกได้ วศินจึงเป็นเด็กค่อนข้างเงียบขรึมฟังและคิดมากกว่าพูด แล้ววันสิ้นสุดก็มาถึง วาดหอบลูกออกจากบ้านทันทีเมื่อพบว่า สรวิชญ์ตัดสินกรณีพิพาทระหว่างเด็กๆ อย่างไร้ความยุติธรรม ไม่มีการสอบสวนหาความจริง วศินถูกลงโทษอย่างหนักทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนผิด วาดเสียใจหนักขึ้นเพราะสรวิชญืไม่ทัดทานแม้แต่คำเดียว

สองแม่ลุกออกมาเช่าบ้านหลังเล็กๆ และเปิดร้านขายอาหาร กิจการร้านอาหารเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะฝีมือ อัธยาศัย การบริการของสองแม่ลูก วศินนั้นเป็นอภิชาตบุตรโดยแท้ เขาตั้งใจเรียนและตั้งใจช่วยแม่ทำมาค้าขาย เขาทำทุกอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ เขายืนยันว่าจะออกจากโรงเรียนเดิม เพราะเป็นโรงเรียนของพวกผู้ดีมีเงินเก็บค่าเล่าเรียนแพงมาก แต่วาดยืนยนให้วศินเรียนที่โรงเรียนนี้ต่อไป แม่ลูกขัดแย้งกันค่อนข้างแรงวศินตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง ปลอมลายเซ็นแม่เพราะยอมให้แม่ลำบากต่อไปอีกไม่ได้ วาดเสียใจมากเมื่อรู้ความจริง วาดไปหาครูใหญ่สมัครให้วศินเข้าไปเรียนอีก วศินไม่ยอมท่าเดียวจนวาดต้องเปิดสมุดบัญชีให้ดูว่าเงินมี เพราะวาดขายที่ดินมรดกแปลงนั้นไปแล้ว เงินนี้เท่ากับคุณย่าให้หลานเรียนหนังสือนั่นแหละวศินจึงยอม

ที่โรงเรียนวศินเป็นที่รักของเพื่อนฝูง ครูอาาจารย์ ยกเว้นสองคนคือ อดิศักดิ์ พี่ชายต่างมารดาและ สิทธิศักดิ์ เพื่อนของอดิศักดิ์ เด็กชายที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย พ่อของสิทธิศักดิ์ชื่อ วรกิจ เป็นเพื่อนสนิทของสรวิชญ์ แม่ชื่อ ภัสสร ผู้หญิงที่มีชีวิตฟุ้งเฟ้อ ดูถูกคนจน ตรงกันข้ามกับ ภัควดี น้องสาวที่นิสัยเหมือนพ่อคือ เมตตากรุณา น้ำใจดีงาม และเห็นคนทุกคนเท่าเทียมกัน วันหนึ่งฝนตกหนัก รถของวรกิจจอดรับวศินไปส่งบ้าน ทันทีที่เห็นภัควดี ได้ยินเสียงภัควดี ความเย็นฉ่ำชื่นใจหลั่งไหลไปทั่วหัวใจของวศิน เย็นฉ่ำยิ่งกว่าสายฝนที่กำลังตกหนักอยู่ในขณะนั้น และต่อจากนั้นจนตลอดชีวิตภัควดีไม่เคยจากหายไปจากจิตใจของวศิน เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ตรึงใจตรึงชีวิตของวศิน เธอคือแสงสว่างที่ส่องกลางใจเขาให้เขามีความมานะ อดทน พยายาม และตั้งมั่นอยู่ในความดีตลอดมา

วันหนึ่งวศินกลับจากโรงเรียน เและรับรู้ แม่วาดเสียชีวิตอย่างงฉับพลัน วศินรู้สึกเหมือนโลกถล่มทลายต่อหน้าจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ต่อมาวันหนึ่งสรวิชญ์ปรากฏตัวมารับวศินกลับบ้าน ชีวิตของวศินในบ้านของพ่อบังเกิดเกล้า ต้องอดทนอดกลั้น เพราะทุกคนเกลียดชัง กลั่นแกล้ง แม้จะมีภัควดีคอยปลอบโยนให้กำลังใจ แต่ด้วยความอ่อนเยาว์ ความว้าเหว่ และโดดเดี่ยวในบ้านเกิดของตนแท้ๆ ทำให้วศินหมดความอดทนเขาจึงต้องออกจากบ้านไป

สิบปีผ่านไปชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฎตัวในงานศพของวรกิจ  ทุกคนคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นหน้า แต่ไม่มีใครทราบว่าชายหนุ่มผู้มางานในรถคันโก้ พร้อมทั้งหรีดดอกไม้สดราคาแพงผู้นี้เป็นใคร ภัควดีดูจะเป็นคนเดียวที่นึกออกว่าชายหนุ่มผู้นี้คือ วศิน แต่เจ้าตัวปฏิเสธและบอกว่าเขาชื่อ คำอินทร์ สุริยวงศื อยู่เชียงใหม่

ย้อนหลังไปสิบปีที่แล้ว วศินผู้กำลังผิดหวังและเสียใจ ขึ้นรถไฟไปทางเหนือเพื่อไปหาผึ้งกับแตนที่เคยเป็นคนช่วยขายของในร้านของแม่ พบชายผู้หนึ่งกำลังถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ที่ตู้รถโดยสารชั้นหนึ่งวศินช่วย ไว้ได้ ชายผู้นั้นคือ เจ้าอินมงคล พ่อเลี้ยงทางเหนือ เจ้าอินมงคลชวนไปอยู่เชียงใหม่ด้วยเมื่อรู้ว่าเขาไม่มีที่ไป ที่เชียงใหม่เจ้าอินมงคลพาไปทำงานรับใช้ในไร่ของ แม่เลี้ยงอังกาบ ผู้ซึ่งเมตตารักใคร่วศินอย่างแปลกประหลาด ในที่สุดก็รู้ว่าวศินคือหลานแท้ๆ ของตน เพราะอังกาบเป็นน้องแท้ๆ ของสรวิชญ์ชื่อ เสาวภา แต่หนีตาม ประมวล คนรักมาสร้างฐานะร่ำรวยอยู่เชียงใหม่ แต่สองคนไม่มีลูกจึงรับวศินเป็นบุตรบุญธรรมและรักใคร่วศินยิ่งนัก วศินเองทำตัวสมกับความรักเขาขยันขันแข็งช่วยกิจการงานในไร่ ต่อมาได้เดินทางไปศึกษาต่อด้านการเกษตรที่สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมาพ่อเลี้ยงประมวลเสียชีวิต วศินหรือคำอินทร์ในชื่อใหม่ จึงรับผิดชอบดูแลกิจการไร่ส้มและโรงงานทอผ้าและอื่นๆ ของแม่เลี้ยงต่อมา วศินกลับมาเชียงใหม่ โดยมีภัควดีอยู่ในความคิดคำนึงตลอดเวลา เขารู้ว่าภัควดีจำเขาได้ คำที่เธอถามเขาว่า วศินใช่ไหมคะ ดังก้องกังวานอยู่ในหู และเช่นเดียวกับภัควดี เธอแน่ใจว่าเขาคือ วศิน แต่คำตอบที่เธอได้ยินกลับเป็นคำว่า ไม่ใช่ครับ ผมชื่อ คำอินทร์ สุริยวงศ์

หลังจากงานศพคุณวรกิจเสร็จสิ้นลง สิทธิศักดิ์ได้ชักชวนมารดาขึ้นมาเชียงใหม่เพราะเขาและอดิศักดิ์คิดจะลงทุน เปิดโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องที่นั่น ร่วมกับ ทองเติม นักธุรกิจที่จะเป็นนายทุนใหญ่ ทองเติม ต้องการที่จะซื้อที่ดินของ เจ้าพลกาวิน ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าอินมงคล แต่พลกาวินต้องการที่จะขายที่ดินให้กับวศิน เนื่องจากหวังที่จะให้ลูกสาวคือ เจ้าน้อย หรือ เจ้าวินพัตรา ได้แต่งงานกับคำอินทร์ นอกจากจะได้คนดีๆ เป็นลูกเขยแล้วทรัพย์สมบัติยังไม่ไปไหนอีกด้วย ทองเติมพาคณะจากกรุงเทพฯ เที่ยวชมตามสถานที่สำคัญต่างๆ วันหนึ่งขณะลงจากดอยรถเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ คุณนายภัสสรบาดเจ็บสาหัส นอกนั้นเจ็บคนละเล็กละน้อย ทำให้ภัควดีและสรวิชญ์ต้องเดินทางขึ้นมาเชียงใหม่อย่างเร่งด่วน ทั้งหมดได้พบกับวศินภายใต้ชื่อพ่อคำอินทร์ ภัควดีจำเขาได้แม่นยำแน่ใจว่าคือวศิน แต่เธอก็ต้องเก็บทุกอย่างไว้ในใจเพราะวศินยังไม่เปิดเผยตัว เขาบอกตัวเองไม่ถูกว่าทำไมไม่บอกความจริงไปอาจจะเป็นความรู้สึกส่วนลึกที่ อยากรู้ว่าเธอจะมั่นคงกับวศินคนจนๆ เมื่อก่อน หรือกับพ่อเลี้ยงคำอินทร์ผู้ร่ำรวย การพบกันไม่กี่วันที่เชียงใหม่นี้ทำให้ทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกันจนเกือบจะเข้า ใจกันแล้วว่าต่างคนต่างมีใจให้กัน ถ้าไม่มีผู้หญิงอีกสามคนที่ภัควดีได้พบในเวลาต่อมา

ที่ไร่อังกาบมีแขกประจำคนหนึ่งชื่อ เรือนแก้ว เป็นแม่ม่ายสาวสวยมีกิจการค้าขายพืชผลการเกษตรมากมาย ซึ่งมีเหตุผลที่จะต้องมาติดต่อกับทางไร่เป็นประจำ และคำอินทร์หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดจาสัมพันธ์ด้วย และเพราะคำอินทร์เป็นสุภาพบุรุษยิ่งนักเขาจึงพูดจากกับเรือนแก้วอย่างสุภาพ แม้เรือนแก้วเข้าใจผิดว่าคำอินทร์ชอบตนเกินเพื่อน คนอื่นๆ ทั่วไปก็เข้าใจดังนั้น คำอินทร์ไม่เคยปริปากแก้ความเข้าใจผิดให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่เรือนแก้ว เขาเพียงแต่บอกกับแม่เลี้ยงอังกาบว่าความจริงต้องปรากฏขึ้นวันหนึ่ง แม้ในเวลาต่อมาคำอินทร์จะได้รู้เรื่องอดีตของเรือนแก้วว่าเบื้องหลังความสุข และเสียงหัวเราะ คือชีวิตที่บอบช้ำจากครอบครัวที่กดขี่บังคับ และจากสามีที่เจ้าชู้และทารุณถึงขั้นทำร้ายจนเรือนแก้วมีสภาพจิตใจไม่ปกติ คำอินทร์เคยเห็นอาการผิดปกติรุนแรงของเรือนแก้วจึงสงสาร บางเวลาที่เรือนแก้วต้องการที่พึ่งคำอินทร์จึงช่วยเหลืออย่างเต็มใจ ดัง นั้นจึงเป็นที่ร่ำลือกันไปว่าคำอินทร์รักกับเรือนแก้ว ประกอบกับเรือนแก้วพยายามที่จะทำให้คนเข้าใจอย่างนั้นโดยการแสดงออกทุกอย่าง หาโอกาสที่จะได้ไปไหนต่อไหนกันสองต่อสองเป็นประจำ ผู้คนจึงเข้าใจผิดกันไปใหญ่ เรือนแก้วมีคู่แข่งคนหนึ่งชื่อ บัวขาว ผู้เป็นน้องสาของ อินปัน คนสนิทของคำอินทร์ อินปันเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตและรักคำอินทร์มาก เพราะคำอินทร์เคยช่วยชีวิตไว้ ความรักนั้นเผื่อแผ่มาถึงบัวขาวที่ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านของไร่อังกาบ คำอินทร์เมตตาบัวขาวมากเกินกว่าคนงานธรรมดา ทำให้บัวขาวเพ้อฝันหลงรักและเป็นปฏิปักษ์กับใครก็ตามที่จะเข้ามาใกล้ชิดคำ อินทร์ และแน่นอนคนแรกคือเรือนแก้ว คนสำคัญอีกคนหนึ่งที่ภัควดีระแวงว่ามีอะไรกับคำอินทร์หรือเปล่าคือเจ้าน้อย วินพัตรา หญิงสาวสวย น่ารัก ชาติตระกูลดี เป็นผู้ดีทั้งกิริยาและวาจา เธอเป็นคนที่ผู้ใหญ่หมายมั่นจะให้แต่งงานกับคำอินทร์เพราะความเหมาะสมกัน ทุกอย่าง วินพัตรารักคำอินทร์แต่คำอินทร์สุภาพและอ่อนโยนกับเธอไม่มีทีท่าอะไรพิเศษ วินพัตราเข้าใจโดยสัญชาติญาณของผู้หญิง แต่ด้วยความรักจึงยังคทำตัวใกล้ชิดกับคำอินทร์ตามแรงยุของผู้ใหญ่ตลอดเวลา ภัควตีเป็นเป้าความไม่ชอบและไปถึงขั้นเกลียดชัง จากผู้หญิงสองคนที่เกี่ยวข้องกับคำอินทร์คือ เรือนแก้วและบัวขาว ภัควดีพร้อมที่จะถอยเธอไม่ทำตัวเป็นคู่แข่งของสองสาว แต่คำอินทร์ก็ไม่เคยชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าเขาไม่มีอะไรกับสองคนนั้น เขาเพียงแสดงให้เธอรู้ว่าเธอคือคนสำคัญของเขา แต่สิ่งที่ภัควดีได้ยินได้ฟังหรือได้ประสบกับตนเองจากสองสาว ทำให้ภัควดีเข้าใจผิดและคิดว่าเธอต้องเป็นฝ่ายล่ำถอย

หญิงสาวทั้งสี่คนต่างก็รักพ่อเลี้ยงคำอินทร์ ส่วนคำอินทร์นั้นสงวนท่าที เพราะภัควดีไม่เคยแสดงท่าทีอะไรเกินเลยกับเขา ในที่สุดความลับของคำอินทร์ก็เปิดเผยขึ้นเมื่อสรวิชญ์ได้พบกับอังกาบหรือ เสาวภาน้องสาวที่จากกันมานาน พ่อเลี้ยงคำอินทร์คือ วศิน บุตรชายของเศรษฐีผู้ดีเก่าอย่างสรวิชญ์ จากลูกเลี้ยงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าได้กลายเป็นหลานแท้ๆ ของอังกาบเจ้าของไร่ พ่อเลี้ยงคำอินทร์ผู้ซึ่งเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหลายอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความน่ารัก น่านับถือ น่าสนใจจากผู้คน ทั้งหลายอีกเป็นทวีคูณ

แต่ความดีมิได้ชนะทุกคนอย่างที่ควรจะเป็น พ่อเลี้ยงคำอินทร์หรือวศิน มีคนที่เห็นเขาเป็นศัตรูอยู่หลายคน นายทองเติมเห็นว่าเขาเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง เพราะทองเติมเป็นพ่อค้าที่การโกงและความทุจริตเป็นสรณะในการประกอบอาชีพ ทำให้ขัดแย้งกับคำอินทร์และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทองเติมทุกครั้ง ในฐานะนายวศินอติศักดิ์พี่ชายเกลียดชังจนเข้ากระดูก เพราะตนเองเป็นคนเลวสมบูรณ์แบบทั้งสุรานารี และไม่เคยเอาใจใส่การงานจนสรวิชญ์ผู้พ่อเอือมระอา อีกคนที่ไม่ชอบวศินเลยคือสิทธิศักดิ์พี่ชายของภัควดี เพราะสิทธิศักดิ์ชอบเจ้าน้อยวินพัตรา แต่วินพัตรารักวศินใครๆ ก็รู้ดี สิทธิศักดิ์หรือจะไม่หมายมั่นอยากกำจัดวศินให้ตายไปจากโลกนี้ ที่สำคัญทองเติม อติศักดิ์ และสิทธิศักดิ์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกัน คือ โรงงานผลไม้กระป๋องที่กำลังจะสร้าง ที่ดินที่ทั้งสามต้องการเพื่อสร้างโรงงานคือที่ดินผืนใหญ่ติดกับไร่อังกาบ ที่ดินผืนนั้นเจ้าของคือเจ้าพลกาวิน บิดาของเจ้าน้อยวินพัตรา และในขณะเดียวกันวศินก็ติดต่อขอซื้อที่ผืนนั้นเพื่อขยายธุรกิจการทำผลไม้ กระป๋องเช่นกัน แผนการณ์กำจัดคำอินทร์หรือวศินในฐานะศัตรูหมายเลขหนึ่งดำเนินไปจนถึงลอบฆ่า ให้ตาย ทองเติมเป็นคู่ขาของเรือนแก้วมานาน จึงใช้เรือนแก้วเป็นเหยื่อล่อวศินให้มาติดกับ แต่วศินก็แคล้วคลาดไปได้ สุดท้ายคือการจับวศินไปเพื่อฆ่าในที่ดินที่แย่งชิงกันอยู่นั่นเอง อดิศักดิ์ลั่นวาจาขอฆ่าด้วยตนเอง เพราะมีความแค้นต่อกันมาเนิ่นนาน กระสุนจากปืนอติศักดิ์ลั่นเข้าสู่ร่างกายของวศิน พร้อมๆ กับกำลังตำรวจถึงทีเกิดเหตุพอดี ภัควดีผู้ซึ่งรู้ถึงแผนการโดยบังเอิญบอกสรวิชญ์ สรวิชญ์นำกำลังตำรวจไปทันทีแต่ไม่ทันเวลาวศินบาดเจ็บสาหัส อติศักดิ์ยิงตัวตายต่องหน้าสรวิชญ์ ทองเติมหนีไปได้แต่สุดท้ายก็จนมุมเพราะเรือนแก้วบอกความลับที่ตั้งเซฟเฮาส์ ของทองเติม ตำรวจตามจับได้พร้อมๆ กับทำลายแหล่งค้ายาเสพติดของทองเติมด้วย

หลายเดือนต่อมาวศินหายเจ็บแต่กลับต้องมาพิการ แต่วศินก็ไม่ยอมแพ้ และที่สำคัญภัควดี คอยเป็นกำลังใจเคียงข้างเขาตลอดเวลา ความรักที่บ่มเพราะตั้งแต่เป็นต้นกล้าเล็กๆ จนเติบใหญ่มั่นคงแข็งแรงในหัวใจของเขาทั้งสองจึงได้เปิดเผยต่อกันและกัน ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของผู้คนใต้ร่มใบบุญของไร่อังกาบ งานแต่งงานแบบล้านนาของทั้งสองคนจะสวยงามยิ่งใหญ่และตราตรึงผู้คนไปอีกนาน เท่านั้น ถ้าไม่มีบัวขาวหญิงสาวที่หลงรักวศินมากจนจิตใจฟั่นเฟือนยอมรับความสูญเสีย ไม่ได้ปรากฏตัวในงานพร้อมกับปืนกระบอกหนึ่งที่เล็งไปยังภัควดี วศินจะทำอย่างไร ต้องติดตามต่อไปใน สุภาพบุรุษชาวดิน

รายชื่อนักแสดงละคร สุภาพบุรุษชาวดิน

ธนา สุทธิกมล รับบท วศิน / พ่อเลี้ยงคำอินทร์
สาวิกา ไชยเดช รับบท ภัควดี ( ตุ๊ก )
ชินมิษ บุนนาค รับบท อติศักดิ์
ณัฏฐริณีย์ กรรณสูต รับบท อรศรี
ดวงดาว จารุจินดา รับบท สุดาวรรณ
ปิยะมาศ โมนยะกุล รับบท ภัสสร
วันชัย เผ่าวิบูล รับบท สรวิชญ์
วาสนา สิทธิเวช รับบท เสาวภา / แม่เลี้ยงอังกาบ
อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท วินพัตรา ( เจ้าน้อย )
อัครพล ทองธราดล รับบท อินปัน

สืบลับรหัสรัก

เพราะการฆ่าตัวตายอย่างมีเงื่อนงำของ แป๋ว หลานสาวของรัฐมนตรีวิเศษ ผู้มีอิทธิพล ทำให้อนนต์ตำรวจลับถูกตามมาสืบคดีนี้อย่างเร่งด่วน โดยมีติณณภพชายหนุ่มผู้มีญาณวิเศษซึ่งทำงานช่วยราชการอย่างต่อเนื่องมาเป็น ที่ปรึกษาให้ อนนต์และติณณภพสงสัยว่า ลัทธิโซเลยลัทธิบูชาดวงอาทิตย์เป็นพระเจ้าน่าจะอยู่เบื้องหลังการตาย

ในขณะเดียวกัน หนึ่งฤทัย หรือ หนึ่ง สาวสวย เจ้าของกิจการเครื่องหอมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้ขอความช่วยเหลือให้ติดตามตัวน้องชาย ธาริต หรือ สอง ซึ่งหายตัวไปหลังจากเข้าร่วมเป็นสมาชิกลัทธิ วิเศษจึงส่งหนึ่งให้มาหาอนนต์เพื่อ ช่วยทำคดี อนนต์และหนึ่งจึงตัดสินใจจะปลอมตัวเป็นสามีภรรยาที่กำลังมีปัญหาเพื่อเข้าไป สืบเรื่องราวต่างๆในลัทธิโซเลย และตามหาตัวธาริต หนึ่งยอมไปอยู่ทาวน์เฮาส์เพื่อทดลองใช้ชีวิตร่วมกันกับอนนต์ หนึ่งได้บอกเรื่องนี้กับ ดวงภัทร มารดาว่าจะไปดูลาดเลาเพื่อช่วยน้องชาย ศรุต ลูกค้ารายใหญ่ซึ่งพยายามตามจีบหนึ่ง หนึ่งจึงบอกไปว่าไปทำธุระที่อังกฤษเพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัย หลังจากที่หนึ่งกับอนนต์อยู่ร่วมกันได้ไม่นานก็มีข่าวว่าจะมีการชุมนุม สมาชิกของลัทธิโซเลยที่ศูนย์กรุงเทพ อนนต์และหนึ่งก็ไปร่วมกิจกรรมนี้ด้วยแต่ก่อนเข้าไปชุมนุมไม่นาน สายของอนนต์แจ้งว่าจะมีคนหน้ารูปร่าง คล้ายหนึ่งเข้าร่วมลัทธิด้วย หนึ่งจึงยอมตัดผมซอยสั้นแปลงโฉม จากการเข้าร่วมลัทธิในครั้งแรก หนึ่งก็เป็น ที่ถูกใจของนิโคลัส คุณพ่อชาวอเมริกันซึ่งใหญ่ที่สุดในลัทธิโซเลย นิโคลัสให้ถาวร และอรัญญา เกลี้ยกล่อมให้อนนต์และหนึ่งไปทำงานในศูนย์ของลัทธิที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่น้องชายของเธอถูกเก็บตัวอยู่ที่นั้น ทั้งอนนต์และหนึ่ง ถูกจับตามองอยู่ตลอด เพราะเกรงว่าทั้งคู่จะเป็นสายให้ตำรวจและเพราะ ความใกล้ชิดกันนี้เองทำให้ทั้งคู่เริ่มมีใจ ให้กันอย่างไม่รู้ตัว ในศูนย์ที่เชียงใหม่ทั้งคู่ได้พบกับ ไอรีน ลูกสาวของนิโคลัส อายุ 8 ขวบ และยังมี พรรณราย ทำหน้าที่แม่บ้านใหญ่และเป็นภรรยาลับๆ ของนิโคลัส ทั้งน้องไอรีนและพรรณรายต่างไม่ชอบหน้าหนึ่งเลย นิโคลัสได้มอบหมายให้อนนต์เป็นนายช่างคอยดูแลเครื่องจักรทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นผู้ช่วยธีระดูแลงานด้านเอกสาร จากนั้นไม่นานนิโคลัสได้วางยาหนึ่ง เพื่อหวังลวนลามแต่เธอรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ทำให้พรรณราย และ นิโคลัสทะเลาะกันอย่างรุนแรง หนึ่งแอบฟังและจับใจความได้ว่า นิโคลัสอาจมีส่วนทำให้สามีของพรรณรายเสียชีวิตหนึ่งนำไปเล่าให้อนนต์ฟัง อนนท์โกรธนิโคลัสมากและเกือบทำอะไรลงไปโดยไม่ยั้งคิดและเมื่อทั้งคู่ช่วยกัน สืบเรื่องราวได้มากขึ้น หนึ่ง อาสาไปทำงานในครัวและอนนต์ไปทำงานที่แปลงผัก ทั้งคู่พบว่าลัทธินี้มอมเมาสมาชิก ให้สละทรัพย์สมบัติจนหมดเนื้อหมดตัว คนไหนต่อต้านจะหายตัวอย่างลึกลับหรือเป็นข่าวหน้า 1ว่าฆ่าตัวตายคล้ายกรณีแป๋วมาก ทั้งคู่ตั้งใจที่จะทำลายลัทธินี้ให้สิ้น โดยธนนต์คอยติดตามบอกข่าวคราวกับติณณภพทางโทรศัพท์มือถือเป็นระยะๆ อนนต์ถูก ไอรีน ติดตามจนแทบจะทำอะไรไม่ได้ ไอริน มีกริยาก้าวร้าวใส่หนึ่งทำให้อนนต์โกรธมาก อนนต์จึงสั่งให้ไอรีนเป็นเด็กดี 1 อาทิตย์ ไอรีนจึงไม่ค่อยตามอนนต์ และเมื่อไม่มีไอรีนคอยติดตามอนนท์ก็สามารถทำงานสะดวกขึ้น ที่เรีอนพยาบาล อนนต์ได้พบกับ ยุวดี พยาบาลที่ทางศูนย์จ้างมาดูแล “คนไข้พิเศษ” อนนต์พบว่ายุวดีไม่เห็นด้วยกับ พรรณรายที่ให้รักษาคนไข้ด้วยยาแผนโบราณ เพราะยาที่พรรณรายให้ไว้นั้นเป็นสมุนไพรที่ทำให้มีอาการตาค้าง นอนไม่หลับ สองจึงเกิดอาการหลอนผวา บางครั้งก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งจนร่างกายผอมซีด หนึ่งดีใจมากที่อนนต์ได้เจอน้องชายแล้ว เธอจึงเร่งรัดให้อนนต์วางแผนพาน้องชายออกจากศูนย์ อนนต์เริ่มนัดแผนพาสอง กับยุวดีหนีแต่ต้องล้มเลิกเพราะ “ผู้ชายจากกรุงเทพ” มาเยี่ยมสอง หนึ่งสงสัยมากกว่าเป็นใคร อนนต์จึงต้องหาจังหวะในการนัดหมายใหม่ พอถึงวันนัดอีกครั้งอนนต์ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาด หนึ่งจึงจับเขามัดไว้กับเตียง อนนต์สงสัยว่า นิโคลัสใช้เครื่องหอมวางยาให้เขาเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เขาจึงต้องการพาทุกคนออกจากศูนย์โดยเร็ว อนนต์โทรบอกแผนกับติณณภพให้ยกกำลังตำรวจขึ้นมารอช่วย แต่หนึ่งกับอนนต์กลับถูกนิโคลัสจับได้จึงเกิดการต่อสู้กัน โชคดีที่ติณณภพนำกำลังตำรวจมาช่วยไว้ได้ทัน นิโคลัสกับพรรณรายถูกจับ และสารภาพว่าแผนทั้งหมดเกิดจากไอรีน ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้อายุ 8 ขวบ แต่เป็นหญิงสาวที่ต่อมใต้มอง ทำงานบกพร่องจึงดูเหมือนเด็ก ติณณภพรีบแจ้งให้วิเศษรู้เพราะเกรงว่าไอรีนจะย้อนกลับมาทำร้าย ดวงภัทรรู้สึกโล่งอกที่เห็นสองกลับมาอย่างปลอดภัย ศรุตพอได้ข่าวก็รีบมาหาหนึ่งทันที ทำให้อานนต์เกิดอาการหึงจึงหลบหน้า หนึ่งคิดว่าอนนต์ไม่รักเธอจึงยอมออกเดทกับศรุต หนึ่งไปหาศรุต ที่บ้านเพื่อปรึกษาเรื่องสอง เพราะหนึ่งสงสัยว่า “อา” คนใดคนหนึ่งของเธอชักจูงสองเข้าร่วมลัทธิ แต่หนึ่งกลับพบไอรีนที่บ้านศรุต ไอรีดักยิงหนึ่งทันที ศรุตเข้าขวางทางจึงถูกยิงแทน อนนต์ไปหาหนึ่งที่บ้านเพื่อปรับความเข้าใจ พบธงเอกกับธงชัย ที่เอาผลไม้มาเยี่ยม สอง ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่“ผู้ชายจากกรุงเทพฯ” นำมาเยี่ยมที่ลัทธิโซเลย อนนต์คาดคั้นว่าใครคือไอโม่ง แต่ธงชัยกลับปฏิเสธและบอกว่าศรุตต่างหากที่เป็นคนพาสองเข้าลัทธิธงชัยบอกว่า เขาให้นักสืบตามดูศรุตและรู้ว่าหนึ่งอยู่กับศรุตจึงรีบไปช่วย ไอรีนกำลังจะกำจัดหนึ่ง อนนต์ยกพวกมาช่วยหนึ่งได้ทัน ไอรีนหวังหนีออกนอกประเทศ แต่ถูกติณณภพกับวิเศษคอยดักอยู่แล้วจึงจับตัวไอรีนได้ในที่สุด ส่วนหนึ่งกับอนนต์ก็ได้ประสานความเข้าใจกัน ทั้งคู่จึงแต่งงานเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ

สตรีที่โลกลืม

อรอุรินทร์ เด็กสาวชาวนาเกลือ สวยกว่าใครในหมู่บ้าน จนน่าจะเป็นลูกคนมีเงินหรือผู้ดีมากกว่าเป็นลูกชาวบ้านอย่าง อุ้ม อรอุรินทร์มีอาชีพรับจ้างทำนาเกลือให้กับ คุณสมหญิง เจ้าของที่ดินผู้ร่ำรวย อรอุรินทร์เคยถามถึงพ่อแต่อุ้มบอกเป็นนัยเพียงว่า พ่อเป็นผู้ชายที่ไม่รับผิดชอบคนหนึ่งที่เคยทำให้อุ้มรัก อรอุรินทร์จึงมีปมด้อยเรื่องพ่อ อรอุรินทร์มีนิสิยมองโลกในแง่ดี ซึ่งมักจะเป็นหนทางที่ทำให้โดนเพื่อนคนอื่นเอาเปรียบเสมอ หนึ่งในนั้นคือ นิติภูมิ ( บอย ) ที่จ้องลวนลามด้วยคำพูดและท่าทางปากว่ามือถึง และ นิชา เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นคู่แข่งในด้านความสวย แต่อรอุรินทร์ยังมี นรดี ( แต๋ว ) เป็นผู้ช่วยตอบโต้บอยกับนิชา แต๋วกับอุ้มเป็นห่วงอรอุรินทร์กลัวความซื่อไว้วางใจคนอื่น มองโลกในแง่ดีของอรอุรินทร์จะนำภัยมาสู่ตน แต่อรอุรินทร์บอกวาเธอต้องการเอาชนะคนคิดร้ายด้วยความดี วันหนึ่งขณะกำลังเก็บหอยหลอดไปขาย อรอุรินทร์ได้เจอกับ อธิการ ( บิ๊ก ) อรอุรินทร์กับบิ๊กไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกพบ แต่อรอุรินทร์มารู้ภายหลังว่าบิ๊กกับบอยคือหลานของคุณสมหญิง บอยยิ่งกลั่นแกล้งลวนลามอรอุรินทร์ แต่บิ๊กคอยปรามบอยพร้อมทั้งขอโทษอรอุรินทร์แทนน้อง อรอุรินทร์เริ่มประทับใจที่บิ๊กให้เกียรติเด็กผู้หญิงจนๆ อย่างเธอ บิ๊กมองเห็นความดีในตัวอรอุรินทร์และเริ่มรักเธอ อรอุรินทร์ก็รักชอบบิ๊ก แต่พยายามห้ามใจเพราะเจียมตัว แต่บิ๊กก็หาโอกาสมาดูแลงานที่นาเกลือบ่อยๆ จนทั้งสองใจตรงกัน คุณสมหญิงบอกกับบิ๊กและบอยว่าจะยกมรดกให้ แต่ในส่วนของบอยต้องมีบิ๊กคอยดูแล บอยไม่พอใจอย่างมากประชดคุณสมหญิงโดยการเล่นพนันจนเป็นหนี้บ่อนของ นายบัญชา บิ๊กได้โอกาสขอแต่งงานกับอรอุรินทร์หลังจากเรียนจบ คุณสมหญิงซึ่งมีเมตตาต่ออุ้มและอรอุรินทร์ก็ยินดีจะให้ทั้งสองแต่งงานกัน วันรับประกาศนียบัตรอรอุรินทร์เป็นตัวแทนของนักเรียนกล่าวขอบคุณอาจารย์ และมีการแสดงของนักเรียนกว่าจะเลิกงานก็ค่ำ อรอุรินทร์แยกทางกับแต๋วกลับบ้านพบแก๊งค์มอเตอร์ไซด์ของ เบิ้ม ลูกชายของนายบัญชาล้อมจับตัว อรอุรินทร์หนีเข้าไปในป่าแสม อุ้มเข้ามาช่วยแต่ถูกทำร้ายบาดเจ็บ อรอุรินทร์ถูกเบิ้มและบอยจับตัวไปกักขังจะปลุกปล้ำข่มขืน แต่ทั้งสองแย่งกันเป็นคนแรกเลยตกลงกันไม่ได้ เลยนั่งดื่มเหล้าจนเมา สงคราม เพื่อนรุ่นน้องของอรอุรินทร์เข้ามาช่วย แต่อรอุรินทร์กลับเข้าใจว่าสงครามคือหนึ่งในแก๊งค์ที่ย่ำยีเธอ อรอุรินทร์ฟื้นขึ้นมากับความปวดร้าวเสียใจ เพราะคิดว่าตนเองถูกข่มขืนไปแล้ว อรอุรินทร์จำใจแต่งงานกับบิ๊กทั้งที่ละอายใจ อุ้มห้ามอรอุรินทร์พูดเรื่องถูกทำร้าย นิชารักบิ๊กจึงร่วมมือกับบอยป่าวประกาศเรื่องอรอุรินทร์ไม่บริสุทธิ์ โดยมี เมตตา และปราณี เป็นลูกคู่ ทำให้อรอุรินทร์เป็นผู้หญิงไม่ดีในสายตาของชาวบ้าน ซ้อลูกนก และ เฮียจอห์นนี่ พ่อแม่ของนิชาเป็นตัวตั้งตัวตีขับไล่อรอุรินทร์ โดยที่ชาวบ้านไม่รู้เลยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของเฮียจอห์นนี่กับนายบัญชา ที่คิดจะทำลายป่าโกงกางเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง อรอุรินทร์ปลุกระดมชาวบ้านให้รักถิ่นเกิด ให้อนุรักษ์ป่าโกงกางซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของสัตว์น้ำทรัพยากรอันล้ำค่า การตั้งตัว ต่อต้านโครงการกินบ้านกินเมืองทำให้อรอุรินทร์ถูกทำร้ายหลายครั้งจนคลอดก่อน กำหนด สร้างความข้องใจให้ทุกคนโดยเฉพาะบิ๊ก เพราะสถานการณ์ต่างๆ ที่นิชาสร้างขึ้นมาป้ายสีอรอุรินทร์ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้บิ๊กเชื่อว่าเด็กไม่ใช่ลูกของเขา รอุรินทร์กับบิ๊กอยู่กันอย่างหวานอมขมกลืน เมื่ออรอุรินทร์ยังมุ่งมั่นทำความดี ส่วนบิ๊กก็ถูกบอยประสงค์ร้าย ด้วยความริษยาที่บิ๊กเป็นคนดูแลมรดกตามพินัยกรรมของคุณสมหญิงซึ่งเสียชีวิต ไปแล้ว บอยอ้างว่าลูกของอรอุรินทร์เป็นลูกของเขา และข่มขู่เอาเงินจากอรอุรินทร์ไปใช้หนี้บ่อนหลายครั้ง ครั้งละหลายล้านบาท นอกจากนั้นบอยยังร่วมมือกับนิชาและนายบัญชา หาทางบีบบังคับให้อรอุรินทร์ถอนตัวจากการอนุรักษ์ชายทะเล แต่อรอุรินทร์ไม่ยอม บิ๊กตามปกป้องอรอุรินทร์ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าอรอุรินทร์มีความลับอะไรกับบอย อรอุรินทร์ไม่ยอมให้ลูกเข้าใกล้บอย จนในที่สุดบิ๊กก็รู้เรื่องราวในอดีตของอรอุรินทร์ อรอุรินทร์ไม่อยากให้บิ๊กอับอายชาวบ้านจึงขอหลีกทางไปเอง แต่บิ๊กไม่ยอมเพราะคามรักที่มีต่ออรอุรินทร์และลูก แม้จะคิดว่าไม่ใช่ลูกตัวเองก็ตาม โครงการตัดป่าโกงกางใกล้สำเร็จ อรอุรินทร์ระดมพลังชาวบ้านประท้วง แต่ถูกกลุ่มนิชาขัดขวาง นิชาแกล้งจนอรอุรินทร์ทำลูกหลุดมือตกพื้นสลบเหมือดต้องผ่าตัดด่วน หมอต้องการเลือดสำรองให้เด็ก ผลการเจาะเลือดจึงช่วยยืนยันว่าเด็กเป็นลูกของบิ๊ก นายบัญชากับเบิ้มจับตัวบอยไปสั่งบังคับให้หลอกอรอุรินทร์ไปให้เพื่อสังหาร บอยจำเป็นต้องทำตามที่นายบัญชาสั่งเพราะเป็นหนี้บ่อนนับล้าน ถ้าไม่ทำเขาก็ตายเหมือนกัน อรอุรินทร์ตกไปอยู่ในอุ้งมือของจอมอิทธิพลอย่างนายบัญชาแล้ว ความดีที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมมาตลอดชีวิตจะปกป้องอรอุรินทร์จากคนชั่ว แลทำให้บิ๊กกลับมาเข้าใจเธอได้หรือไม่ ติดตามชมได้ในละคร “สตรีที่โลกลืม

รายชื่อนักแสดง สตรีที่โลกลืม
ธนา สุทธิกมล รับบท อธิการ ( บิ๊ก )
วรนุช วงษ์สวรรค์ รับบท อรอุรินทร์
โพลาร์ อิศวร์ รับบท นิติภูมิ ( บอย )
ชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท นิชา
สุนันทา ยูรนิยม รับบท นรดี ( แต๋ว )
เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์ รับบท ซ้อลูกนก
กฤษฎี พวงประยงค์ รับบท สงคราม
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบท นายบัญชา

เลือดในดิน

อาทิตย์ ใจกล้า อดีตทารกที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ เพราะแม่ต้องหนีตายซมซานไปคลอดกลางป่า นั่นคือที่มาของรอยแผลเป็นบนหน้าอกใกล้หัวใจของอาทิตย์ รอยแผลอันย้ำถึงที่มาและความเจ็บปวดของแม่บังเกิดเกล้า กับชีวิตจากเลือดก้อนหนึ่งที่ไหลลงสู่ดิน และเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความอาฆาตอันฝังใจ จวบจนกระทั่งในวันที่เสียงระเบิดพร้อมเสียงตะโกน “กูจะฆ่ามึง” ดังกึกก้องทั่วท้องฟ้า การประกาศสงครามของอาทิตย์กับ นายแม่ ย่าแท้ๆ และ ชาย พ่อผู้เป็นต้นเหตุแห่งความแค้นทั้งปวง อาทิตย์กับ ปาน พี่เลี้ยงที่เติบโตมาด้วยกันจึงเข้ากรุงเทพฯ เพื่อควานหาตัวย่าและพ่อ โดยมีจุดมุ่งหมายที่โรงแรมใหญ่ แล้วอาทิตย์ก็สมหวังเมื่อ เยาวดี หญิงสาวมาดเนี้ยบ ผู้บริหารโรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ รับอาทิตย์เข้าทำงานด้วยความเสน่หา ซึ่งอาทิตย์ก็ยินดีตอบสนองเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน โดยไม่รู้ว่าเยาวดีนั้นมีลูกติดคือ หนูดี ซึ่งเยาวดีปิดบังไว้ สุดท้ายเยาวดีก็ตัดสินใจบอกอาทิตย์ตามตรง อาทิตย์ไม่มีท่าทีรังเกียจจนเยาวดีแอบปลื้มใจ เพราะไม่รู้ว่าในใจอาทิตย์นั้นไม่คิดจะลงหลักปักฐานกับเยาวดีจริงจัง เพราะหัวใจของอาทิตย์มีเพียง ตรีทิพย์ หญิงสาวงามสง่า ลูกสาวของ เจ้าสัวลิ้ม หุ้นส่วนของโรงแรมและเรื่องล้างแค้นเท่านั้น ที่สำคัญตรีทิพย์กำลังจะหมั้นกับชาย ราชภูมิ ลูกชายเจ้าของโรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ ในขณะที่อาทิตย์กำลังสืบเรื่องราวต่างๆ แม่กำไล หรือ นางชื่น ใจกล้า ก็ถูกทำร้ายสาหัสอีกครั้ง เพราะ ตาเรือง กับ ยายทองคำ ตากับยายของอาทิตย์ไปช่วยไม่ทัน ผลจากที่แม่เจ็บครั้งนี้ทำให้ความอดทนของอาทิตย์หมดลง อาทิตย์จึงฆ่าลูกน้องคนหนึ่งของ ไอ้หรั่ง มือขวาของนายแม่ด้วยความไม่ตั้งใจ
 
อาทิตย์ต้องหนีจากการไล่ล่าของลูกน้องนายแม่ในสภาพจิตใจที่ขาดวิ่น ตรีทิพย์สังเกตอาการลนลานของอาทิตย์ด้วยความเป็นห่วง และพยายามหาทางช่วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะยังมีเยาวดีขัดขวางไม่ยอมให้อาทิตย์เข้าใกล้ตรีทิพย์ แล้วความวุ่นวายก็เพิ่มขึ้นเมื่อ กาหลง กับ สวิง หนุ่มใจหญิงเข้ามาหาอาทิตย์ที่กรุงเทพฯ เรื่องราวสับสนต่างๆ จึงเกิดขึ้น เพราะอาทิตย์กำลังจะมีคู่แข่งคือ วิมุต นักธุรกิจที่เยาวดีใช้ดึงความสนใจของอาทิตย์มาจากตรีทิพย์ พ่วงมาด้วย วิมลมณี น้องสาวของวิมุตที่สนใจอาทิตย์เช่นกัน ขณะที่เรื่องรักยังพัวพันนายแม่ก็รู้ว่าอาทิตย์เป็นลูกของกำไล นายแม่จึงวางกลลวงเป็นผู้ใหญ่ที่แสนดี มีความเมตตา จนอาทิตย์ไม่ระแวงเลยว่านายแม่คนนี้นี่เองที่อาทิตย์ตามหามานาน จนวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตอาทิตย์ก็มาถึง เมื่อนายแม่พรากชีวิตแม่กำไลให้จากไปไม่มีวันกลับ อาทิตย์เฝ้าโทษตนเองที่มิอาจตามหาคนที่ก่อกรรมกับแม่ได้สักที จนเป็นเหตุให้แม่ต้องตาย แต่แล้ววินาทีเป็นวินาทีตายมาถึง เมื่อความจริงปรากฏว่านายแม่เจ้าของโรงแรมแกรนด์ไดมอนด์กับ ชาย ราชภูมิ คือย่าและพ่อบังเกิดเกล้า ผู้เป็นชนวนเหตุแห่งเรื่องทั้งหมด อาทิตย์แทบคลั่งเมื่อคิดว่าแท้จริงตรีทิพย์คือคนที่นายแม่ส่งมาสืบหาความจริง อาทิตย์เสียใจมากที่ผู้หญิงที่รักที่สุดหลอกลวงตนมาตลอด ทั้งยังไม่สามารถทำอะไรนายแม่ อาทิตย์จึงเอาตรีทิพย์เป็นเดิมพัน ชายพยายามเตือนสติอาทิตย์ว่าตรีทิพย์ไม่รู้เรื่อง แต่อาทิตย์ไม่เชื่อและระบายความแค้นทั้งหมดลงที่ตรีทิพย์ เพราะรู้ว่าตรีทิพย์ คือ ความหวังของนายแม่และชาย ตรีทิพย์ไม่โกรธ ยอมรับชะตากรรมที่ตนเองไม่ได้ก่อไว้เพียงผู้เดียว แต่ความหวังของตรีทิพย์ก็แทบจะหมดลง เมื่อนายแม่กับชายล้มละลาย อาทิตย์เข้าครอบครองทุกสิ่ง นายแม่กับเจ้าสัวลิ้มจึงขอให้อาทิตย์แต่งงานกับตรีทิพย์ อาทิตย์ตอบตกลงเพราะวางแผนที่จะตอบแทนนายแม่กับชายให้สาสม โดยใช้ตรีทิพย์เป็นเครื่องมือ หลังจากแต่งงานอาทิตย์ก็ทิ้งตรีทิพย์ไว้เพียงลำพัง แถมยังซื้อบ้านและเลี้ยงดูกาหลงเยี่ยงภรรยา ไปหาเยาวดีเสมอๆ เพื่อทำให้ตรีทิพย์เจ็บปวด ตรีทิพย์ยอมรับทุกอย่างไว้ด้วยหัวใจที่ร้าวรานจนอาทิตย์เกือบใจอ่อน อาทิตย์จึงต้องพยายามต่อสู้กับหัวใจตัวเอง แม้ว่าจะเจ็บปวดมากเพียงใดก็ตาม อาทิตย์หาทางพานายแม่ไปที่หลุมศพแม่กำไลสำเร็จ และที่นั่นนายแม่เกิดล้มหัวฟาดเลือดหยดลงสู่ดินที่ฝังศพแม่กำไล อาทิตย์ยืนมองหยดเลือดด้วยสายตาว่างเปล่า และกระซิบบอกแม่กำไลว่าบัดนี้เลือดได้ล้างด้วยเลือดแล้ว เรื่องราวจะดำเนินต่ออย่างไรนั้นต้องติดตามในละคร “เลือดในดิน”
 
รายชื่อนักแสดง
 
อานัส ฬาพานิช รับบท อาทิตย์
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ตรีทิพย์
พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ รับบท เยาวดี
อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท กาหลง
สุคนธวา เกิดนิมิตร รับบท วิมลมณี
ทัฬห์ อมรบุณยกร รับบท วิมุต
นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท พิธาน
จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบท นายแม่
อรรถชัย อนันตเมฆ รับบท ชาย

เล่ห์กุหลาบ

สะการัตม์ อรุณทิพย์ บุตรสาวของคุณตติ อรุณทิพย์ นักธุรกิจจิตใจดี กำลังศึกษาต่อปริญญาโทสาขาธุรกิจต่างประเทศ ด้วยความตั้งใจว่าจะกลับมาช่วยดูแลธุรกิจของบิดา และจะแต่งงานกับ เอกรังษ์ คุปติการกุล คู่หมั้นหนุ่ม ซึ่งเป็นบุตรชายคนสุดท้องของพลตรีทัพพะ คุปติการกุล กับ คุณหญิงโคมแข โดยที่สะการัตม์ไม่ทราบเลยว่าขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งร้ายแรงได้เกิดขึ้นกับครอบครัว  จนวันที่สะการัตม์เรียนจบและเดินทางกลับมาประเทศไทย เธอจึงได้รับรู้ว่าคุณตติ ผู้เป็นบิดาต้องกลายเป็นคนวิกลจริต สติฟั่นเฟือน อัศมล น้องสาวต่างมารดาของสะการัตม์ ซึ่งเป็นนางแบบ ดาราสาวเซ็กซี่ที่มีชื่อเสียง โทษว่าเป็นความผิดของคุณหญิงโคมแขซึ่งเป็นหุ้นส่วนธุรกิจของบิดา วางแผนยักยอกโกงเงินของบริษัท อัศมลจึงต้องการที่จะหว่านเสน่ห์มัดใจ อุษมันต์ บุตรชายคนที่สามของคุณหญิง ที่มีนิสัยเจ้าชู้ เจ้าสำราญ โดยคุณหญิงโคมแขได้ให้หมั้นหมายกับรัถยา สาวทายาทนักธุรกิจระดับแนวหน้า

? อัศมลวางแผนล่มงานแต่งงานของอุษมันต์กับรัถยาโดยแกล้งกินยาพิษและประกาศกับทุกคนว่าเธอตั้งครรภ์กับอุษมันต์ ทำให้ในที่สุดอัศมลก็สามารถพาตัวเองเข้าไปอยู่ในครอบครัวของอุษมันต์จนได้ ในขณะเดียวกันคุณหญิงได้บังคับเอกรังษ์ให้ถอนหมั้นกับสะการัตม์ เมื่ออัศมลรู้เรื่องเข้าก็ยิ่งแค้นมากขึ้น

เอกรังษ์ถูกจับคู่กับรวงรุ้ง ลูกสาวอดีตรัฐมนตรีฐานะมั่นคง ทั้งทียังมีใจรักอยู่กับสะการัตม์ สะการัตม์เองก็พยายามที่จะยับยั้งแรงแค้นของน้องสาวที่ตั้งใจและทุ่มเทพลังที่จะแก้นแค้นครอบครัวสามีไม่เว้นแม้แต่สามีตัวเอง เธอได้สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายระหว่างที่อยู่ในบ้านคุปติการกุลอย่างมากไม่เว้นแต่ละวัน ขณะเดียวกัน อัศมลที่ต้องการจะแก้แค้นคุณหญิงก็ได้ติดสินบนว่าจ้างคุณ วสุมา ภรรยาร้อยโทราชศักดิ์ บุตรชายคนที่สองของคุณหญิง เธอมีนิสัยติดการเล่นพนันมีหนี้สินมากมาย ให้เป็นเครื่องมือของอัศมลเพื่อค้นหาหลักฐานมัดตัวคุณหญิง จนเธอมีหลักฐานสำคัญอยู่ในมือมากมาย?

?ดนัย โอ๋ เพชรลดา เล่ห์กุหลาบ ละคร ช่อง 3???? สะการัตน์ต้องการที่จะทิ้งปัญหาทุกอย่างไปสักพักจึงไปสมัครเป็นเลขาส่วนตัวของ นายศรุต นักธุรกิจพ่อม่ายหนุ่มใหญ่ และติดตามไปทำงานทางภาคตะวันออก อัศมลได้ใช้หลักฐานทั้งหมดที่มีจากคุณ วสุมาเป็นเครื่องต่อรองกับท่านพลตรีทัพพะ โดยเธอขู่ว่าจะเปิดโปงความชั่วของคุณหญิง อัศมลยื่นคำขาดให้ท่านโอนบ้านในฝัน ซึ่งเป็นเสมือนวิมานบั้นปลายชีวิตปลดเกษียนของท่านนายพลให้เธอ

ต่อมา อัศมลตัดสินใจขอแยกทางกับอุษมันต์ก่อนที่จะคลอดลูก โดยเธอยินดีที่จะมอบเด็กให้แก่เขาหลังจากที่คลอด อุษมันต์โกรธ และประหลาดใจต่อการกระทำของอัศมล เมื่อเขาถามถึงเหตุผล อัศมลก็พาเขาไปเยี่ยมคุณตติที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเล็กๆ เธอยังเล่าถึงสาเหตุแห่งความร้าวฉานในอดีตให้สามีฟังด้วย ทีแรกเขาไม่เชื่อ แต่เมื่อได้เห็นหลักฐานเขาก็ยอมจำนนต่อหลักฐาน รู้สึกผิดหวังกับการกระทำของมารดาอย่างมาก

เอกรังษ์เบื่อหน่ายความจุ้นจ้านของรวงรุ้ง เมื่อเขารูว่าสะการัตม์อยู่ที่ไหนชายหนุ่มก็ตามไปหาและพบภาพอดีตคู่หมั้นกำลังใกล้ชิดกับนายศรุต เมื่อคุณหญิงรู้ท่านจึงชวนรวงรุ้งและคุณสวนิตไปตามเอกรังษ์ที่ตราด แต่เอกรังษ์ตัดสินใจไม่ยอมตามกลับกรุงเทพฯ

อัศมลโทรศัพท์ไปเยาะเย้ยคุณหญิง คุณหญิงก็ยิ่งชิงชังสะใภ้คนนี้มากขึ้น และประกาศว่าจะไม่ยอมรับเด็กในท้องเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเด็ดขาด คุณวสุมาไปทวงเงินก้อนสุดท้ายจากอัศมล แต่อัศมลไม่ยอมจ่ายทำให้วสุมาที่มีหนี้สินมากมายโกรธแค้นอย่างมากจนหักห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ประกอบกับมีเจ้าหนี้มากมายมาบีบคั้น เธอลืมสติเผาบ้านในฝันและไล่ยิงอัศมล แต่โชคดีที่เอกรังษ์มาช่วยไว้ได้ทัน

ต๊ะ วริษฐ์ เล่ห์กุหลาบ ช่อง 3  หมอสามารถผ่าตัดเอาเด็กในท้องออกได้อย่างปลอดภัย แต่อัศมลกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราโดยที่แม้แต่หมอก็ไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของเธอได้ ลูกหลานและคนรอบข้างของคุณหญิงต่างพากันหายหน้าไปจากชีวิตคุณหญิง รวมทั้งสามีคุณหญิงเอง เหลือเพียงแต่เอกรังษ์ที่ยังอยู่ดูแลแต่ก็ทำตัวห่างเหิน ทำให้คุณหญิงตระหนักได้ว่าความสุขทางวัตถุเงินตราและชื่อเสียงอำนาจเป็นเพียงของนอกกายที่เอาไว้หลอกล่อกัน แต่สิ่งที่จีรังยั่งยืนที่แท้จริงก็คือความรักอันบริสุทธิ์ และการให้

เรื่องราวทั้งหมดจะค่อยๆกลับร้ายกลายเป็นดีหรือไม่ อัศมลจะฟื้นและได้มีโอกาสร่วมชีวิตครั้งใหม่กับอุษมันต์หรือต้องอยู่อย่างเจ็บปวด และเรื่องราวความรักระหว่างสะการัตม์และเอกรังษ์จะลงเอยเช่นไร ติดตามชมละครชีวิต เล่ห์กุหลาบ

นักแสดงละคร เล่ห์กุหลาบ
วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบทเป็น อุษมันต์
หยาดทิพย์ ราชปาล รับบทเป็น อัศมล
ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น เอกรังษ์
เพชรดา เทียมเพ็ชร รับบทเป็น สะการัตม์
อดิศร อรรถกฤษณ์ รับบทเป็น ร้อยโทราชศักดิ์
สโรชา วาทิตตพันธ์ รับบทเป็น วสุมา
อภิสรา ฉวีวงษ์ รับบทเป็น สวนิต
สาวิตรี สามิภักดิ์ รับบทเป็น คุณหญิงโคมแข
เกรียงไกร อุณหะนันท์ รับบทเป็น พลตรีทัพพะ
ปาณิตา พัฒนาหิรัญ รับบทเป็น รัถยา
สมมาตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ตติ
กษมา นิสสัยพันธุ์ รับบทเป็น ศรุต
อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์ รับบทเป็น รวงรุ้ง

ลูกระนาด

ลูกระนาด เป็นเรื่องราวชีวิตของ ชาติ อดีตพระเอกลิเกยอดนิยมที่ถึงคราวตกอับ เมียนางเอกลิเกที่เล่นอยู่ด้วยกันหนีไปกับชู้ ทิ้งลูกชายไว้ ๒ คน คือ ตะโพนและ ระนาด ชาติประชดชีวิตด้วยการลาออกจากคณะลิเกชัยพรศรศิลป์ ซ้ำออกคำสั่งห้ามลูกทั้งสองไปยุ่งเกี่ยวกับลิเกเด็ดขาด ชาติหันไปเลี้ยงชีพด้วยการถีบสามล้อ และดื่มสุราอย่างหนัก ด้วยค่าตอบแทนเพียงน้อยนิดจากการถีบสามล้อจึงไม่พอที่จะส่งตะโพนลูกชายที่ เป็นความหวังทั้งหมดของชาติให้ได้เรียนสูงๆ ชาติจึงนำไปฝากเลี้ยงไว้กับ หลวงลุง ส่วนระนาดลูกคนเล็กใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับพวก ลิเกคณะชัยพร มีเพื่อนสนิทคือ ทับทิม ลูกสาวของชัยพร รวมทั้งการได้เห็นพ่อและแม่เล่นลิเกมาตั้งแต่ยังเด็ก ลิเกจึงค่อยๆ ฝังรากอยู่ในตัวของระนาดโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

เมื่อ ทั้งสองเติบโตขึ้น ตะโพนได้เรียนที่วิทยาลัยตามที่ชาติตั้งความหวังไว้ ส่วนระนาดนั้นใจฝักใฝ่อยู่แต่กับลิเก ด้วยความรักอยากเป็นลิเกเหมือนที่พ่อเคยเป็นเขาจึงฝืนคำสั่งพ่อแอบครูพักลัก จำจากคณะชัยพร ซุ่มซ้อมลิเกอยู่คนเดียว อยู่มาวันหนึ่งด้วยเหตุสุดวิสัยทำให้ระนาดต้องรำแก้บนแทน โชค ลูกเลี้ยงของชัยพร และนับตั้งแต่นั้นเพชรเม็ดงามแห่งวงการลิเกก็ค่อยๆ จรัสแสงขึ้นมา บรรดาแม่ยกต่างกล่าวขานถึงลิเกหน้าใหม่ที่รำอ่อนช้อยสวยงาม รวมทั้งเสียงร้องก็ไพเราะจับใจมาก

ศรทอง พระเอกลิเกคณะชัยพรดังแล้วลืมตัว ติดแม่ยกไม่ยอมมาเล่นลิเกทำให้ชัยพรตัดสินใจส่งระนาดลงเล่นแทน และ ระนาดก็ไม่ได้ทำให้บรรดาแม่ยกต้องผิดหวังเลย เมื่อชาติได้รู้ความจริงเรื่องระนาดที่ฝ่าฝืนคำสั่ง เขาจึงประกาศตัดพ่อตัดลูกกับระนาด แต่กับตะโพนชาติไม่ได้รับรู้เลยว่าลูกหัวแก้วหัวแหวนที่เขาฝากความหวังทั้ง หมดไว้ ตอนนี้เดินทางผิด คบเพื่อนชั่ว ติดผู้หญิง ผลการเรียนตกต่ำ จนท้ายสุดต้องโดนออกจากวิทยาลัย

ด้วยความมุมานะ บวกกำลังใจจากผู้คนรอบข้างโดยเฉพาะทับทิม ทำให้ระนาดฝึกฝนลิเกจนเจนจัด และจากความตั้งใจอันแรงกล้าของระนาดนี่เองทำให้ชาติเริ่มหันมาเข้าใจในตัว ระนาดมากขึ้น และยอมฝึกฝนลิเกให้ระนาดจนชนะการประกวด ได้เป็นลิเกหน้าใหม่ขวัญใจมวลชน โดยมีทับทิมเป็นนางเอกคู่ขวัญ

แต่ความดังไม่จีรังคณะลิเกชัยพรศรศิลป์ชื่นชมกับความสำเร็จอยู่ได้ไม่นาน ก็ถูกคณะลิเกอิเล็กโทน ลิเกแนวใหม่ซึ่งตั้งโดยศรทองกับนภดล อดีตสมาชิกคณะชัยพรฯ ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งแย่งคนดูไปเกือบหมด คณะชัยพรศรศิลป์ที่เคยเฟื่อฟูต้องอับเฉาลงจนต้องปิดคณะไป แต่ระนาดยังไม่ยอมแพ้เพื่อสืบต่อมรดกที่พ่อได้ถ่ายทอดให้กับเขาไว้ เขาได้ก่อตั้งคณะลิเก ระนาดเสียงทองขึ้นมาใหม่

ชาติ ติดสุราเรื้อรังและเริ่มมีอาการหนักมากถึงขนาดตามองไม่เห็น ระนาดจำเป็นต้องใช้เงินก้อนหนึ่งเพื่อไปรักษาพ่อ และด้วยความเต็มใจแม่ยกวันเพ็ญได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือระนาด ทำให้ทับทิมเข้าใจผิดในความสัมพันธ์ระหว่างระนาดและแม่ยกวันเพ็ญ ท้ายที่สุดทับทิมก็ได้รู้ความจริง ทั้งสองกลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง

เพราะความคดโกงของศรทอง ทำให้คณะลิเกอิเล็กโทนไปไม่รอด ศรทองกับนพดลทะเลาะกันถึงขั้นศรทองโดนทำร้ายจนเสียโฉม ทำให้คณะระนาดเสียงทองกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง และระนาดก็ตั้งใจว่าจะนำคณะลิเกของตนเข้าประกวดเพื่อเล่นถวายในหลวงในวันพ่อ ห้าธันวามหาราช

ตะโพน สำนึกผิดกลับมาหาพ่อชาติ และระนาด ความหวัง และความฝันของพ่อชาติเริ่มเป็นรูปเป็นร่างอีกครั้ง แต่แล้วก็เกิดเหตุขึ้นอีกจนได้ ทนงเพื่อนเก่าตะโพนกลับมาแก้แค้นเป็นเหตุให้โชคโดนแทงตาย ด้วยความโกรธแค้นทนงจึงตามไปฆ่าทนง และหนีตำรวจเตลิดหายไป

วันพ่อ  ๕ ธันวามหาราชมาถึง ระนาดนำคณะระนาดเสียงทองขึ้นเล่นประกวดถวายในหลวงท่ามกลางผู้ชมเนืองแน่น ระนาดร้องลิเกเทิดพระเกียรติ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวของตัวเองว่าเป็นกำพร้าแม่ มีเพียงพ่อ แต่ตอนนี้พ่อก็ป่วยไม่สามารถมาชื่นชมในความสำเร็จของตนได้  อยาก ให้พ่อยกแม่ยกช่วยเมตตาตนเองด้วย ในฝูงชนเห็นสมศักดิ์ ภักดี พาพ่อชาติมาดูระนาดด้วย สมศักดิ์บอกให้ระนาดร้องเล่นให้เต็มที่ให้สมกับที่พ่อชาติได้มอบมรดกลิเกไว้ ให้ ตะโพนที่มาแอบดูน้องชายเล่นลิเกตัดสินใจขึ้นไปตีตะโพนให้ระนาดได้ร้องรำ ตะโพนพูดกับพ่อว่าวันนี้เป็นวันพ่อ ขอให้ตนได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อพ่อบ้างแม้ว่าลูกคนนี้จะเคยทำให้พ่อผิดหวัง ตะโพนลงนั่งตีตะโพน ระนาดเดินเข้ามาหาตะโพนบอกร้องเลยไม่ต้องห่วงวันนี้พี่ขอทำเพื่อพ่อสักวัน  ระนาด ร้องกลอนวันพ่อได้ซาบซึ้ง น้ำตาของความสำนึกผิดของตะโพนค่อยๆ ไหลลงอาบแก้ม ภาพเรื่องราวทั้งหมดอยู่ในสายตาของผู้เป็นพ่อ ผู้ชมมองดูด้วยความซาบซึ้งใจ ชาติตั้งปณิธานกับตนเองอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อเป็นการทำความดีถวายในหลวง และเพื่อลูก จึงตั้งใจที่จะเลิกสุราอย่างจริงจัง เมื่อการแสดงจบลง แม่ยกคนดูตบมือดังเกรียวกราว แล้วตำรวจก็ตามมาจับตัวตะโพนบนเวที และก่อนที่เขาจะโดนจับตัวไปตะโพนได้ขอตำรวจ ก้มลงกราบพ่อเพื่อขอขมาในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดมาทั้งชีวิต ที่หลังวิกลิเกเห็นศรทองเป็นบ้าแต่งตัวลิเก ร้อง รำอยู่เป็นที่ขบขันกับคนที่มาเที่ยวชมงาน

นักแสดงละคร ลูกระนาด
สุทธิราช วงศ์เทวัญ
ปุณยาพร พูลพิพัฒน์
นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ แสดงเป็น ชบา

ลิขิตกามเทพ

ลิขิตกามเทพพินิจนัย หนุ่มหล่อ ลูกชายของ บดินทร์ พ่อเลี้ยงจอมเจ้าชู้แห่งเมืองตาก เขากำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก มี จินดา แม่บ้าน กับ สุจิตรา น้าสาวที่หวังว่าสักวันจะเปลี่ยนสถานะเป็นแม่ คอยดูแล พินิจนัย ต้องดูแลกิจการสารพัดแทนพ่อ และด้วยนิสัยที่ชอบเก็บตัว เงียบขรึม เอาแต่ใจตัวเอง และไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลย เนื่องจากเคยถูก  เภรี ลูกสาวเศรษฐีหักอก เพราะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นหนุ่มบ้านนอกยากจน ด้วยเหตุนี้ทำให้พ่อเลี้ยงบดินทร์ กลัวว่าลูกชายจะกลายเป็นเกย์ กับ ภูษิต เพื่อนรักที่สนิทกันมากของพินิจนัย จึงตัดสินใจจะจับคู่ พินิจนัย กับ ลูกสาวของ คุณนายจันทร์เพ็ญ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็ก ซึ่งก็เข้าทาง คุณนายจันทร์เพ็ญพอดี  โดยนัดกันว่าจะพาลูกชายมาเลือกคู่ที่กรุงเทพฯ พินิจนัยรู้ก็รีบเผ่นหนี ตามภูษิตเข้ากรุงเทพฯทันที ด้านภูษิตเองก็อยากจะให้เพื่อนรักเจอรักใหม่เสียทีจึงพา พินิจนัยไปเที่ยวผับเผื่อเจอสาวๆสักคนจะได้เลิกเกลียดผู้หญิง

กานพลู สาวสวยน่าสงสาร อายุ 25 ปี อาศัยอยู่กับ คุณนายจันทร์เพ็ญ ป้าแท้ๆที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด เพราะแม่ของกานพลูผูกคอตายหนีความอับอายจากการท้องไม่มีพ่อ กานพลูทำงานบ้านราวกับคนใช้และยังถูกโขกสับจากภัสสร และ พรรณทิพา พี่สาวทั้ง 2 คนลูกของป้า มีเพียง พิบูลย์ ลูกชายคนเล็กของคุณนายคนเดียวเท่านั้นที่คอยปกป้องกานพลู แต่กลับถูกสองสาวหาว่ากานพลูจะจับพิบูลย์เพื่อ ไต่เต้ามาเป็นน้อง สะใภ้ของพวกเธอ

กานพลู มีคนรักชื่อ ภาดา เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ทำงานที่เดียวกัน กานพลูเก็บเงินซื้อคอนโดแต่ผ่อนใช้ชื่อภาดา ส่วนภาดาก็ต้องการไต่เต้า จึงฉวยโอกาสขณะที่ตาม เภรี ลูกเจ้าของบริษัท ไปประชุมที่ต่างจังหวัด โดยการมอมเหล้าแล้วปล้ำเภรี เองก็ชอบภาดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงยินยอม

วันหนึ่งกานพลูไปเห็นการ์ดเชิญให้ไปงานฉลองหมั้นของภาดากับเภรี กานพลูเสียใจมากจนเกือบฆ่าตัวตาย แต่โชคดีที่ บุตรา เพื่อนสนิท ตามมาพบและพาไปเลี้ยงวันเกิดตนเองที่ผับซึ่งเป็นที่เดียวกับที่พินิจนัยทา เที่ยว พินิจนัยกับภูษิตดื่มแต่น้ำผลไม้ ส่วนกานพลูดื่มเหล้ายอมใจ จนเมามาย ขณะที่บุตรากับเพื่อนคนอื่นๆพากันไปเต้นรำ กานพลูเดินเปะปะจนเกือบถูกพวกวัยรุ่นฉุดโชคดีที่ พินิจนัยช่วยไว้ได้ทัน ภูษิตเห็นก็เข้าใจผิดว่าพินิจนัยหิ้วหญิงมาได้จึงไล่ให้พากลับโรงแรมด้วย ด้านบุตราก็คิดว่ากานพลูหนีกลับบ้านไปก่อน พินิจนัยไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะขับรถ วนเวียนตามทางที่กานพลูบอกจนใกล้เช้าก็ไม่ถึงสักที พินิจนัยจึงตัดสินใจจอดรถรอจนกว่ากานพลูจะสร่างเมา จนเผลอหลับไปอีกคน

รุ่งเช้ากานพลูตกใจตื่นเห็นตัวเองอยู่ในรถกับชายแปลกหน้าแถมสภาพตัวเองก็ดู ไม่ได้จึงเข้าใจว่าถูกพินิจนัยข่มขืน เรื่องลุกลามจนถึงตำรวจ พินิจนัยจึงอ้างว่าเขากับกานพลูเป็นแฟนกันแล้วกอดจูบกานพลูโชว์ตำรวจ ด้านกานพลูก็กลัวตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งเหมือนกันเลยปล่อยเลยตามเลย  พินิจนัยเบื่อความวุ่นวายที่กรุงเทพฯจึงขับรถกลับบ้านที่ตากซึ่งก็สวนทางกับ พ่อเลี้ยงบดินทร์ ที่มากรุงเทพ เพื่อมาพบหน้าว่าที่ลูกสะใภ้คุณนายจันทร์เพ็ญกับลูกสาวผิดหวังที่ไม่ได้เจอ ลูกชายพ่อเลี้ยง ด้านพ่อเลี้ยงก็ติดใจอยากได้ลูกสาวคนใดคนหนึ่งของจันทร์เพ็ญมาเป็นภรรยาแต่ เปลี่ยนใจเอาดื้อเมื่อเขาเห็นกานพลู คุณนายยอมยกกานพลูให้แต่โดยดีเพื่อแลกกับเงินห้าล้านบาทกับเครื่องเพชรและ เงินเดือนประจำ

พินิจนัยไม่พอใจเมื่อรู้ว่าพ่อของเขาจะแต่งงานกับหลานสาวเพื่อนตัวเอง แต่ก็แอบห่วงพ่อเพราะกลัวโดนหลอก ประกอบกับสุจิตราและสาวิตรี เพื่อนของสุจิตรา ยุยงจนทำให้พ่อลูกทะเลาะกัน และเมื่อถึงวันแต่งงานพินิจนัยกับกานพลู ทั้งคู่ต่างตกใจเพราะไม่คิด ว่ากานพลูจะต้องมาเป็น แม่เลี้ยงของผู้ชายที่ข่มขืนตนเอง ส่วนพินิจนัยก็ถูกภัสสรกับพรรณทิพาเป่าหูว่ากานพลูผ่านผู้ชายชื่อภาดามาแล้ว ก็ยิ่งทำให้พินิจนัย มีอคติกับกานพลู มากขึ้น เมื่อถึงเวลาเข้าหอกานพลูโวยวายไม่ยอม จนบดินทร์เบื่อเลยเรียกอีหนูมานอนแทนส่วนกานพลูก็หนีไปนอนกับจินดาพ่อเลี้ยง แต่งงานได้เจ็ดวันก็หัวใจวายตาย กานพลูจึงกลายเป็นแม่ม่ายทรงเครื่องและเป็นคู่กัดกับลูกเลี้ยงอย่างพินิจนัย

กานพลูมางานแต่งงานของภาดาโดยมีพินิจนัยตามติดมาร่วมงานด้วย เมื่อทั้งสี่คนได้พบกันต่างคนต่างตกใจเพราะเภรีพึ่งรู้ว่า พินิจนัย คือเศรษฐีตัวจริง ส่วนภาดาก็ก็อึ้งในความสวยขึ้นและรวยขึ้นของกานพลู ภาดาจึงตัดสินใจทิ้งเภรีเพราะเขาได้ปอกลอกเภรีจนหมดตัว ส่วนเภรีก็คิด จะคืนดีกับพินิจนัยเลยใส่ความกานพลูจนพินิจนัยยิ่งเกลียดกานพลู วันหนึ่งพินิจนัยกับกานพลูเกิดได้เสียกัน จนกานพลูท้อง แต่ทุกคนเข้าใจว่า ท้องกับพ่อเลี้ยงมีแต่จินดาเท่านั้นที่รู้ความจริงทั้งหมด เภรีแค้นกานพลูจึงดักยิงแต่พินิจนัยก็ช่วยเอาไว้ทัน กานพลูแค่หกล้ม ผ่าท้องเอาลูกสาว ออกมาพรรณทิพาแค้นเลยจ้างแก๊งจับเด็กไปขายให้ไปขโมยลูกกานพลู แต่พินิจนัยก็ช่วยไว้ได้ทัน กานพลูจึงตัดสินใจจากไปเพื่อความสบายใจของพินิจนัยแต่ก็ได้พาหัวใจของพินิจ นัยไปด้วย จินดาสงสารจึงบอกความจริงทั้งหมด พินิจนัยเมื่อรู้ว่าเด็กคือลูกสาวของตนเองก็ยิ่งเสียใจ ตามหาแทบพลิกแผ่นดิน ภาดาแค้นจึงสมคบกับเภรีอีกครั้ง ภาดาไปลอบยิงพินิจนัยอาการสาหัส แต่ภาดากับเภรีก็โดนตำรวจจับ จินดาขอร้องให้กานพลูไปดูแลภูษิตก็เข้ามาบอกความจริงเรื่องในผับคืนนั้น ว่าพินิจนัยต่างหากที่ช่วยกานพลูไม่ให้โดนข่มขืน ในที่สุดกานพลูกับพินิจนัยก็ปรับความเข้าใจกันทั้งสองตกลงไปอยู่ในไร่ที่ กานพลูซื้อไว้อยู่กับลูกแห่งนั้นอย่างสงบตลอดไป

ละอองดาว

กรกฏ เดินทางกลับจากอเมริกาทันที หลังจากได้รับข่าวการเสียชีวิตของ ดร.ไกร ผู้เป็นบิดา ขุนอรรถวาที ทนายประจำตระกูล ได้แจ้งให้ทราบถึงเงื่อนไขในพินัยกรรมว่า เขาจะได้รับมรดกก็ต่อเมื่อได้แต่งงานกับ ละอองดาว หญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นน้องเลี้ยงที่ดร.ไกรรับมาเลี้ยงไว้จากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง กรกฏเคยเจอกับละอองดาวไม่กี่วันก่อนที่เขาจะถูกส่งไปเรียนที่อเมริกาความทรงจำสุดท้ายของเขาที่มีต่อละอองดาวคือ เด็กหญิงตัวมอมแมม ขี้มูกเกรอะกรัง ตัวกลมเหมือนไหกระเทียม หน้าตาเหมือนเด็กเป็นโรค กรกฏรับไม่ได้กับเงื่อนไขในพินัยกรรม เพราะเขามี ผดาชไม นักร้องสาวสังคมจัดเป็นแฟนอยู่แล้ว เขาคิดว่าละอองดาวหวังสมบัติและประจบพ่อของเขาจนหลงเป็นเหตุให้ทำพินัยกรรมประหลาดนี้ขึ้น พินัยกรรมระบุว่าถ้าครบ 1 ปีละอองดาวเป็นฝ่ายตัดสินใจปฏิเสธการแต่งงานกับเขา หรือแต่งงานกับคนอื่นไปก่อนเงื่อนไขนั้นก็จะเป็นโมฆะ กรกฏก็จะได้รับมรดกทั้งหมด เขาจึงจ้าง ธัชชัย เพื่อนสนิทซึ่งเป็นทนายหนุ่มมาจีบละอองดาว เพื่อตัวเขาจะได้แต่งงานกับผดาชไมสมความปรารถนา แต่เมื่อกรกฏได้เจอกับละอองดาวเขาก็ตะลึงไปกับความสวยของเธอ แต่ด้วยอคติจึงเข้าไปต่อว่าเธอว่าโลภมาก อยากได้สมบัติ และเขาจะไม่ยอมแต่งงานกับเธอ ละอองดาวแปลกใจเพราะไม่รู้เรื่องพินัยกรรมมาก่อน แต่เธอก็พร้อมจะหลีกทางให้ถ้าเขาไม่ต้องการ ธัชชัยมาทำความรู้จักกับละอองดาวแต่กรกฏกลับแสดงความหึงหวง ละอองดาวทำเย็นชากับเขาก็ยิ่งทำให้เขาหมั่นไส้จนมีการปะทะคารมกันอยู่บ่อยๆ ละอองดาวไปสมัครงานที่วังนภดลของ พระองค์เจ้าพราวนภางค์ นภดล อดีตราชินีอาณาจักรคีรีรัฐ หลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์จึงย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย เจ้าพราวนภางค์ถูกชะตากับละอองดาวเป็นอย่างมากจึงรับเข้าทำงาน เจ้าคำอินทร์ ผู้มีศักดิ์เป็นหลานก็เกิดถูกชะตาเธอเหมือนกัน จึงอาสาไปรับไปส่งยิ่งทำให้กรกฏไม่พอใจ ที่วังนภดลละอองดาวได้เห็นภาพวาดชายหนุ่มคนหนึ่ง ก็รู้สึกผูกพันอย่างประหลาด ต่อมาจึงได้รู้ว่าเขาคือ จักราชัย โอรสของเจ้าพราวนภางค์ ที่ถูกถอดยศเพราะมาหลงรักหญิงคนไทย ก่อนจะไปใช้ชีวิตเป็นกบฏใต้ดินที่ฝรั่งเศสและเสียชีวิตที่นั่น ขณะที่มีลูกสาวคนหนึ่งจักราชัยได้ฝากให้ดร.ไกรนำมาเลี้ยงดู ท่านชายสดายุ หลานชายของเจ้าพราวนภางค์กลับจากฝรั่งเศส และเคยรู้จักกับละอองดาวมาตั้งแต่อยู่ฝรั่งเศส จึงเชิญเธอไปร่วมงานบอลล์วันเกิดที่วังมยุรฤทธิ์ของท่าน และในงานเลี้ยงถ้าหากหญิงคนไหนได้ออกเต้นรำกับท่านชายเป็นคนแรก คนนั้นก็คือคู่ครองของท่าน ผดาชไมหวังเกาะคนมีฐานะและชื่อเสียง เธอจึงหว่านเสน่ห์ท่านชายตลอดเวลา โดยไม่สนใจสายตาของกรกฏแม้แต่น้อย กรกฏเองก็คอยจับตาดูละอองดาว แต่เมื่อเห็นท่านชายสนใจเธอเขาก็รู้สึกดูด้อยค่าไปทันที ในงานเลี้ยงของท่านชายกรกฏดื่มเหล้าจัดย้อมใจอย่างประชดชีวิต ผดาชไมเริ่มรู้ว่าละอองดาวเป็นคู่แข่ง จึงตามไประรานให้ละอองดาวเลิกยุ่งกับกรกฏและทวงหนังสือปฏิเสธการแต่ง เธอจึงเขียนหนังสือยกเลิกสัญญาการแต่งงานและนำไปให้กรกฏ แต่เขากลับจุดไฟเผาสัญญานั้นเป็นจุณ ละอองดาวมีหนุ่มๆ ทั้งธัชชัย, เจ้าคำอินทร์ และท่านชายสดายุ มารุมจีบทำให้กรกฏรู้สึกหึงหวง แต่ก็แสดงออกอะไรมากไม่ได้จึงได้แต่ตัดพ้อกับละอองดาวอย่างน้อยใจ ผดาชไมหาทางกลั่นแกล้งละอองดาวแต่ก็ทำให้เธอกับกรกฏได้อยู่กันตามลำพังบ่อยๆ กรกฏเศร้าหนักถึงกับกินเหล้าจัดจนกลายเป็นคนติดเหล้า ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ละอองดาวต้องมาคอยเฝ้าและสั่งคนในบ้านให้นำเหล้าไปซ่อนให้หมด แต่กรกฏก็อาละวาดหาเหล้ามากินจนได้ ผดาชไมแอบไปควงคู่กับพ่อเลี้ยงเชียงใหม่หวังเกาะคนรวย กรกฏจับได้คาหนังคาเขา และยังมีรูปเธอกับพ่อเลี้ยงประจานหราในหนังสือพิมพ์แต่เธอก็ไม่ยอมรับผิด ผดาชไมโกรธละอองดาวมากจึงยิงปืนใส่ละอองดาวจนเธอได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายผดาชไมก็ถูกเมียหลวงของพ่อเลี้ยงตามมาเล่นงานสาดน้ำกรดใส่หน้าจนเสียโฉมไป ดร.ไกรเขียนจดหมายทิ้งไว้ก่อนตาย พร้อมด้วยสร้อยล็อกเกตฝากไว้ที่ท่านขุนอรรถฯ บอกว่าเมื่อละอองดาวอายุครบ 25 ปีเมื่อไหร่ให้นำของสองสิ่งนี้มาให้เธอ กรกฏนำของนั้นมาให้ละอองดาวที่วังนภดล เจ้าพราวนภางค์เป็นคนเปิดอ่านจึงได้รู้ว่าละอองดาวเป็นหลานของท่านที่ตามหามานาน 25 ปี กรกฏเห็นว่าละอองดาวเป็นหลานของเจ้าผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เขารู้ทันทีว่าฐานะของตัวเองห่างไกลกันนักจึงเดินคอตกกลับมาที่บ้าน ช่วงเวลานั้นทั้งกรกฏและละอองดาวพยายามทำตัวห่างเหินกันเพื่อตัดความสัมพันธ์ทางใจ สุดท้ายกรกฏก็ตัดสินใจเขียนจดหมายยกสมบัติทั้งหมดให้กับสาธารณกุศลและคิดออกบวช ส่วนละอองดาวได้รับฟังคำตักเตือนของท่านชายสดายุที่รู้ว่าเธอหลงรักกรกฏ แต่พยายามปิดซ่อนความรู้สึก ให้เธอทำตามที่หัวใจต้องการละอองดาวได้คิดจึงรีบไปหากรกฏที่บ้าน กลับพบจดหมายที่เขาเขียนทิ้งไว้และเดินทางไปบวชแล้ว เธอจึงรีบตามไปง้อและปรับความเข้าใจกัน

รายชื่อนักแสดงละคร ละอองดาว

สหรัถ สังคปรีชา รับบท กรกฏ
พิยดา อัครเศรณี รับบท ละอองดาว ( แตน )
อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ธัชชัย
ปานวาด เหมมณี รับบท ผดาชไม ( ฮันนี่ )
พล ตัณฑเสถียร รับบท ท่านชายสดายุ
นิธิชัย ยศอมรสุนทร รับบท เจ้าคำอินทร์
จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบท เจ้าพราวนภางค์
อชิตะ สิกขมานา รับบท เริงใจ ( นิด )
อัศวิน รัตนประชา รับบท ดร.ไกร

รักเล่ห์เสน่ห์ลวง

ภูวิชกับพิวัฒน์ เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน พ่อของทั้งคู่คือตะวัน แต่คนละแม่กัน ภานีเป็นแม่ของภูวิช พรรณราย เป็นแม่ของพิวัฒน์ ภูวิชเกลียดพ่อที่ทิ้งแม่ไปอยู่กับพรรณราย ที่กรุงเทพ ทำให้ภานี ต้องก้มหน้า เลี้ยงดูภูวิชอยู่ที่เชียงใหม่ โดยมีเภาพี่ชายของภานีเป็นคนช่วยเลี้ยงดูภูวิช ภานีเป็นผู้หญิงที่ซื่อสัตย์ พรรณราย กับตะวันได้หมั้นหมาย จารุลินทร์กับพิวัฒน์ เพราะหวังพึ่งให้ฝ่ายหญิง มาช่วยกู้กิจการ ที่กำลัง จะล้มละลายแต่พิวัฒน์ไม่สามารถแต่งงานได้ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ จนทำให้ตาบอด จึงของความ ช่วย เหลือจาก ภานีให้ภูวิชช่วยแต่งงานแทนพิวัฒน์           ภูวิชกับพิวัฒน์หน้าตาคล้ายกันมากราวกับฝาแฝดแต่มีนิสัยต่างกัน ภูวิชโตมากับลุงเภาพี่ชายของภานี เขาจึงได้นิสัยที่ก้าวร้าวมาจากเภา ส่วนพิวัฒน์ได้ถูกเลี้ยงดูให้มีนิสัยที่สุภาพเรียบร้อย ภูวิชกับพิวัฒน์ รักและสนิทกันมาก ภูวิชไม่ยอมแต่งงานแทนพิวัฒน์ เพราะเขาเกลียดพรรณรายมาก แต่พิวัฒน์ขอร้องให้ภูวิชช่วย โดยภูวิชมีข้อแม้ว่าพิวัฒน์ต้องปลอมตัวเป็นภูวิชไปอยู่ที่ไร่แทนเขา           ดาวฤกษ์เป็นลูกสาวของนางกับนายเภา นางถูกเภาทิ้ง หลังจากที่นางท้อง นางจึงต้องหอบลูกเข้ากรุงเทพ ไปเลี้ยงคนเดียว ก่อนตายนางได้ให้หนังสือฉบับหนึ่งกับดาวฤกษ์ โดยมีข้อความว่า ดาวฤกษ์เป็นลูกของเภา และในจดหมายยังมอบที่ดินไว้ให้หนึ่งแปลง ดาวฤกษ์นำจดหมายไปที่ไร่ เพื่อหวังว่าจะได้พบกับพ่อ แต่เมื่อไปถึงกลับถูกเภาปฎิเสธ ดาวฤกษ์เสียใจมาก แต่ก็ไม่ท้อ ดาวฤกษ์จึงสร้างบ้านเล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณไร่นั้น ดาวฤกษ์ต้องปรับตัวกับทีนี่มาก เธอจึงเป็นหญิงที่เข็มแข็ง ภานีนั้นเอ็นดู และเชื่อว่าดาวฤกษ์เป็นลูกของเภา และอยากให้ภูวิชกับดาวฤกษ์ลงเอยกัน แต่ภูวิชเกลียดดาวฤกษ์มาก             ภูวิชปลอมตัวเป็นพิวัฒน์ และได้พบกับจารุลินทร์ ในวันแรกที่สองคนเจอกันภูวิชแกล้งจารุลินทร์ จารุลินทร์แปลกใจว่าพิวัฒน์เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทำให้จารุลินทร์ คิดว่าที่พิวัฒน์เป็นแบบนี้ เพราะเขาได้รับอุบัติเหตุสมองกระทบกระเทือน การวางตัวของจารุลินทร์ทำให้ภูวิชเริ่มมีความรู้สึกที่ดีด้วย ผิดกับที่ภูวิชคิดไว้ว่าจารุลินทร์อยากแต่งงานมาก ภูวิชจึงเร่งที่จะแต่งงานกับจารุลินทร์ โดยเร็ว เพราะกลัวว่าวันหนึ่งจารุลินทร์ จะจับได้ว่าภูวิชไม่ใช่พิวัฒน์ โดยภูวิชพยายามจะทำทุกอย่าง เพื่อให้จารุลินทร์รัก           พิวัฒน์ได้เดินทางกลับมาที่บ้านไร่เชียงใหม่ของภูวิช โดยมีภานีและเภาเท่านั้น ที่รู้เรื่องการสลับตัว ภานีบอกกับดาวฤกษ์ และทุกคนว่าภูวิชเดินทางไปกรุงเทพ และได้รับอุบัติเหตุสมองกระทบกระเทือน การกลับมาของภูวิชครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน เพราะภูวิชเปลี่ยนเป็นคนที่ใจเย็นมากขึ้น ดาวฤกษ์จึงเริ่มชอบภูวิช ส่วนพิวัฒน์ต้องปรับตัวอย่างมาก เขาไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในไร่ ดาวฤกษ์ไม่เคยรังเกียจพิวัฒน์ ที่ตาบอด พิวัฒน์จึงรู้สึกประทับใจดาวฤกษ์ และพิวัฒน์ก็รู้ว่าที่ดาวฤกษ์ทำดีเพราะคิดว่าตนเป็นภูวิช ในที่สุดภูวิชในชื่อพิวัฒน์ก็ได้แต่งงานกับจารุลินทร์ ภูวิชกับจารุลินทร์ไปฮันนีมูนที่บ้านไร่เชียงใหม่ ด้วยความใกล้ชิด ทำให้ทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ดาวฤกษ์นั้นเต็มใจเพราะเข้าใจตลอดเวลาว่าพิวัฒน์คนนี้คือภูวิช             ภูวิชกับลุงเภามาหาพิวัฒน์ที่เชียงใหม่ เพราะลุงเภาเป็นห่วงดาวฤกษ์ แต่เมื่อเภารู้ว่าดาวฤกษ์กับพิวัฒน์ได้เสียกันแล้ว เภาก็ต่อว่าดาวฤกษ์ที่ใจง่าย และเมื่อดาวฤกษ์ได้เจอตัวจริงของภูวิช ดาวฤกษ์ได้เห็นการแสดงออกของภูวิช ดาวฤกษ์ก็ช็อกเพราะดาวฤกษ์จำนิสัยของ ภูวิชได้ ความลับจึงถูกเปิดเผย ดาวฤกษ์เสียใจมากที่ถูกหลอกและต้องเสียตัวให้กับพิวัฒน์ พิวัฒน์จะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ดาวฤกษ์ไม่ต้องการ ดาวฤกษ์ต้องการที่จะแก้แค้นภูวิช จึงเปิดโปงความจริง ที่ทั้งสองคนสลับตัวกันให้จารุลินทร์ทราบจารุลินทร์เสียใจมาก จึงหนีกลับกรุงเทพด้วยความชอกช้ำ และพิวัฒน์ก็เริ่มมองเห็นลาง ๆ จากการที่ของตกใส่ในคืนที่ทะเลาะกับดาวฤกษ์ แต่พิวัฒน์ยังทำเฉย เพราะกลัวว่าถ้าดาวฤกษ์รู้ ดาวฤกษ์จะไม่เห็นใจ พิวัฒน์จึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ เพื่อรักษาตา และไปพบกับจารุลินทร์ เพื่อขอโทษกับเรื่องทั้งหมด พิวัฒน์ขอให้จารุลินทร์อภัยภูวิช เนื่องจากเขาตาบอด จึงขอให้ภูวิชแต่งงานแทน แต่เพราะแค้น ดาวฤกษ์จึงบอกจารุลินทร์ว่า ภูวิชกับดาวฤกษ์มีอะไรกันแล้ว จารุลินทร์จึงยิ่งโกรธภูวิชขึ้นไปอีก ดาวฤกษ์สะใจที่เห็นภูวิชทุรนทุราย แต่แอบเสียใจที่ถึงยังไงภูวิชก็ยังไม่ใยดีกับเธอ           พิวัฒน์กลับมาเชียงใหม่ และภูวิชได้อธิบายเรื่องทั้งหมด แต่พิวัฒน์ไม่สนใจ ขอให้ทุกคนลืมเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น และขอให้ภูวิชกับดาวฤกษ์เลิกจองเวรต่อกัน พิวัฒน์กลับมาขอดาวฤกษ์อยู่ด้วย แต่ยังไม่ยอมบอกว่าตาของเขามองเห็นแล้ว เภาได้ตักเตือนดาวฤกษ์ว่าให้รักคนที่เขารักเราดีกว่า ในที่สุดดาวฤกษ์ก็เริ่มเปิดใจยอมรับพิวัฒน์ขึ้นมาบ้าง             ภูวิชตามมาขอโทษจารุลินทร์ และกลับมาทำงานที่กรุงเทพต่อ จารุลินทร์จึงใจอ่อน ส่วนพิวัฒน์ก็ขอดาวฤกษ์แต่งงาน ดาวฤกษ์ตกลง เพราะถึงพิวัฒน์จะตาบอด แต่เขาก็มีความรักให้เธอเต็มหัวใจ ผิดกับภูวิชชายที่ดาวฤกษ์หลงรักมาตลอด แต่ภูวิชไม่เคยมีใจให้ดาวฤกษ์เลย แม้แต่นิดเดียว เมื่อถึงวันแต่งงาน พิวัฒน์บอกกับดาวฤกษ์เกี่ยวกับเรื่องตาของเขาที่มองเห็น เพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับดาวฤกษ์   ติดตามชม รักเล่ห์เสน่ห์ลวง