แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2513 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2513 แสดงบทความทั้งหมด

เจ้าสาว

เจ้าสาว


เจ้าสาว (2513)
กรุงเกษมภาพยนตร์
ผู้สร้าง แว่วเสียงยูงทอง/น้ำค้าง/มือนาง/โนรี/
ที่รักจ๋า และ ภูติแห่งความรัก
ภูมิใจเสนอภาพยนตร์แนวใหม่ ครื้นเครง พิลึกพิลั่น…คือ
เจ้าสาว

บทประพันธ์ของ ชุติมา สุวรรณรัตน์
พร้อมด้วยเพลงเอกระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม
นำโดย สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์
พบ โสภาสถาพร ร่วมด้วย
รุจน์ รณภพ, มาลี เวชประเสริฐ, พฤหัส บุญหลง,
จุ๋มจิ๋ม ศรทอง, ประมินทร์ จารุจารีต, ทานทัต วิภาตะโยธิน,
ดาวน้อย ดวงใหญ่, โขน หมอผี, โกร่ง กางเกงแดง,
หม่อมชั้น พวงวัน, ศรีสละ ทองธารา, ยรรยงค์, ชื้นแฉะ และ
เทิ่ง สติเฟื่อง, ด.ญ.ชลธิชา สุวรรณรัต
ดาราลูกทุ่งดวงเด่น
รุ่งระวี หนองแค
ชุดา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา อำนวยการสร้าง
เฉลิม บุตรบุรุษ ถ่ายภาพ
ทวีวรรณ สร้างบท
ชุติมา สุวรรณรัต กำกับการแสดง
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

อัศวินดาบกายสิทธิ์

อัศวินดาบกายสิทธิ์


ภาพยนตร์ฮ่องกงที่พระเอก มิตรชัย บัญชา ไปแสดงนำ ฟิล์มภาพยนต์เพิ่งนำกลับมาเมืองไทยเมื่อไม่นาน นับเป็นภาพยนต์ไทยที่ควรค่าแก่การสะสมไว้ในบ้านของท่านเป็นอย่างยิ่ง เรื่องราวของศึกสองตระกูลระหว่าง ตระกูลชิงและตระกูลเหอ เพื่อครอบครองเขาเกลือที่มีค่ามหาศาล ในอดีตเกลือมีค่าเพราะใช้ในการถนอมอาหาร การตามล้างตามล่าไม่หยุดหย่อน จนเหตุการณ์ผันแปรเมื่อความรักของ ” เหว่ยชิง” ( มิตร ชัยบัญชา ) กับลูกสาวตระกูลเหอ ได้เกิดขึ้นท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด สร้างความโกรธแค้นให้แก่ผู้นำทั้งสองตระกูล ชีวิตของเขาและเธอจะลงเอยอย่างไรเมื่อเธอเองก็เป็นที่หมายปองของ ” ลู่หุย” ฉายา ” ผีเห็นคร้าม” ( เทียนเห่ย) การเข่นฆ่าฟาดฟัน ด้วยลีลาเพลงยุทธที่เป็นสุดยอด เพื่อชิงความเป็นอัศวิน ที่เป็นหนึ่งในยุทธภพจึงอุบัติขึ้น

นักแสดง อัศวินดาบกายสิทธิ์

มิตร ชัยบัญชา
เพชรา เชาวราษฎร์

**หนังถ่ายทำที่ฮ่องกงในช่วงวันที่ 1-5 ต.ค.2513 (มิตรต้องไปหลายครั้งกว่าเพชรา) โดยถ่ายทำเป็น 2 เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นที่ฉายในไทยมีเพชราเป็นนางเอก ส่วนเวอร์ชั่นที่ฉายที่จีนและทั่วโลก นางเอกจีนไต้หวันชื่อ กว่าง หลิน **

เซาท์อีสเอเซียฟิล์ม ภูมิใจสร้างเสนอ
เพื่อเป็นเกียรติ แด่…มิตร ชัยบัญชา
พระเอกไทยคนแรก ที่โชว์ผลงานให้ชาวโลกตะลึงงัน
สมกับเป็นดาราระดับ “โลก” อย่างแท้จริง
พร้อมด้วยดาราคู่ใจ เพชรา เชาวราษฎร์
อัศวินดาบกายสิทธิ์
35 ม.ม.สโคป สี-เสียงในฟิล์ม
พบ ยอดดาวร้ายกำลังฮิตของไต้หวัน
เถียนแหย่, ซี เจียง
กำกับโดย ผู้กำกับอันดับหนึ่งแห่งไต้หวัน
“เฉิน เลียก ปีน”
พร้อมด้วยดาราไต้หวันนับร้อยเป็นประวัติการณ์
ถ่ายทำในฮ่องกง ไต้หวัน ตลอดเรื่อง

ฉายที่ โรงหนัง โคลีเซี่ยม

รักนิรันดร์ 2513

รักนิรันดร์


สุริยเทพภาพยนตร์ ของ ไถง สุวรรณทัต เสนอ…
รักนิรันดร์ LOVE LET’S LIVE

ในระบบ 35 ม.ม.ซีเนมาสโคป
สีอิสต์แมน/เสียงในฟิล์มตลอดเรื่อง
ยามรัก…หญิงกล้านัก ปราชญ์ท่านว่า
แรงเหมือนมด อดเหมือนกา กล้าเหมือนหญิง
ยามรัก…หญิงทำได้ทุกสิ่ง ยืนอยู่ได้ทุกที่
แม้กลางปฐพีที่แรงร้อนด้วยเพลิงระเบิด และ คาวเลือด!
สมบัติ เมทะนี เพชรา เชาวราษฎร์ พบ 20 ดารา
ฟังเพลงเอก 12 เพลงไพเราะ
*ใบปิดวาดโดย ชิต โฟร์อาร์ต

รักชั่วฟ้า

รักชั่วฟ้า

รักชั่วฟ้า (2513)

นครพิงค์ภาพยนตร์ เสนอ
รักนี้…ยามหวานก็หวานสุดจะลืม
ยามขมขื่น ก็ระทมสุดจะกลืน
หนุ่มสาว จะมีรักทั้งทีต้องมีรักอย่าง รักชั่วฟ้า
รักชั่วฟ้า

บทประพันธ์ของ ปฤศนา
นำโดย สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์
ครรชิต ขวัญประชา เมตตา รุ่งรัตน์
ร่วมด้วย สุมาลี ทองหล่อ, ธัญญา ธัญญารักษ์,
มาลี เวชประเสริฐ, ท้วม ทรนง, หม่อมชั้น พวงวัน,
อบ บุญติด, สีเทา, โฉมฉาย ฉัตรวิไล และสายพิณ จินดานุช
กมลวรรณ-สรรเพชญ อำนวยการสร้าง
เทวินทร์ สุขศิลา ถ่ายภาพ
ส.คราประยูร กำกับการแสดง
ช.พิริยะฟิล์ม จัดจำหน่าย
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 โดยผู้กำกับคนเดิม สนาน คราประยูร แต่เปลี่ยนชื่อเป็น นานแค่ไหนก็ยังรัก นำแสดงโดย จตุพล ภูอภิรมย์-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์

เทพฤทธิ์จอมเพชฌฆาต

เทพฤทธิ์จอมเพชรฆาต


เทพฤทธิ์จอมเพชฌฆาต

นพเก้าฟิล์ม ภูมิใจเสนอ
อยู่ยงคงกะพันตั้งแต่ปืนพกกระทั่งปืนกล
และกระแสไฟฟ้าแรงสูงถึง 300 โวลท์
ทรงพลังมหาศาลแม้แต่กำแพงคอนกรีตก็ทะลุวิ่งเข้าไปได้
เพราะเทพเจ้าประทานพรให้แก่เขา
แต่! เขาฆ่าทุกคนด้วยมือเปล่า
เทพฤทธิ์จอมเพชฌฆาต
นำโดย มิตร ชัยบัญชา โสภา สถาพร
เมตตา รุ่งรัตน์ วาสนา ชลากร สมชาย ศรีภูมิ
พร้อมด้วย ประมินทร์ จารุจารีต, ถวัลย์ คีรีวัต, เมฆ รุ่ง,
ทวน, ก๊กเฮง, ทองแถม, ทองฮะ, แป๊ะอ้วน, ยรรยงค์,
ดาวน้อย ดวงใหญ่, ศรีสละ ทองธารา, ขวัญ
เพ็ญประภา อรรถจินดา อำนวยการสร้าง
อรรถ อรรถจินดา ถ่ายภาพเทคนิค-กำกับการแสดง
*ใบปิดวาดโดย ผ่อง

ท่าจีน

ท่าจีน


ท่าจีน (2513)

ทหารเรือมาแล้ว! ลูกประดู่สู้ไม่ถอย
นำโดย สมบัติ เมทะนี เพชรา เชาวราษฎร์
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, ชุมพร เทพพิทักษ์, ฤทธี นฤบาล,
ปริม ประภาพร, อภิญญา วีระขจร, ชาณีย์ ยอดชัย
และดาราหน้าหวาน เสียงทองจากจอแก้ว ภูษิต อภิมันต์
ส.อาสนจินดา ภาพยนตร์ เสนอ
ท่าจีน
จากบทประพันธ์ของ ไกรสร โกมลวิจิตร
ฉลวย ศรีรัตนา ลำดับภาพ-กำกับการแสดง
ส.อาสนจินดา อำนวยการสร้าง
*ใบปิดวาดโดย ทวีป

ลำพู

ลำพู

ลำพู (2513)

เชิดไชยภาพยนตร์ เสนอ
เชิด ทรงศรี
ผู้สร้าง-กำกับฯ โนห์รา/เมขลา/อกธรณี/พญาโศก
(ซึ่งทุกเรื่องได้โล่ ‘หนังเงินล้าน’)
ขอเสนอผลงานประจำปี 2513
นำ สมบัติ เมทะนี (ธรรมดา)
คู่ เพชรา เชาวราษฎร์ (ฉายกริช ฉายกริช)
ประชันบทกับยอดนักร้องลูกทุ่ง
และ 2 นางเอกหนังทีวี จินตนา ตุงคะรัต, ศิรดา ศิริวัฒน์
สมทบดาวตลกคึกคัก
ดู! เพชราฉายกริช
ฟังเพลง วอนพี่กลับนา/รักกับพี่ดีแน่/เบ๊อะบ๊ะ
ลำพู/ตะลุมพุก/รักกับพี่ดีแย่/ฉายกริช/ผ้าเช็ดหน้าดอกลำพู
ลำพูกับหิ่งห้อย/วันฉันมีความสุข/หยาดเหงื่อเพื่อรัก
ชม! มหาวาตภัยถล่มแหลมตะลุมพุก
ลำพู
ของ ธม ธาตรี จากนิตยสาร ‘บางกอก’
ฟัง 10 กว่าเพลงลูกทุ่งลูกกรุงโดย บุปผา สายชล, สมัย อ่อนวงศ์,
สังข์ทอง สีใส, พร ภิรมย์, ขวัญจิต ศรีประจันต์,
รุ่งทิพย์ มะลิวัลย์, รวงทอง ทองลั่นทม, ศรวรณี โพธิเทศ และ สมบัติ เมทะนี
นวฤทธิ์ฟิล์ม จัดจำหน่าย



ใบปิดวาดโดย ริ้ม

เรือมนุษย์

เรือมนุษย์


มธุรส เป็นนักสังคมสงเคราะห์ วันหนึ่ง ๆ วุ่นวายอยู่แต่ งานกุศลและงานของสมาคม ไม่เคยสนใจงานบ้าน ขาดทั้งคุณ สมบัติของภรรยาและแม่ที่ดี หน้าที่ของแม่บ้านคงปล่อยให้เป็น เรื่องของ “นิธิมา” น้องสาวของ “เพลา” สามีของเธอเป็นคน ดูแลแทน ภายในบ้านจึงไม่มีความสุขเท่าที่ควร มธุรส จ้าง “เกียว” เด็กวัยรุ่นลูกนาง “ไส” ซึ่งอยู่บ้านสลัมแถว ๆ ปากซอย ให้มาคอยรับใช้ โดยไปเช้าเย็นกลับ แต่เกียวเป็นเด็กขั้นต่ำ ก็ชอบเอานิสัยที่เคยอยู่ที่สลัมมาใช้ในบ้านเสมอ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ “พิมพ์รส” ลูกสาวคนโตของมธุรสเกิดท้อง ขึ้นมา พิมพ์รสขอร้องให้นิธิมาซึ่งเป็นอาสาวพาไปรีดลูกออก แต่ นิธิมาได้เล่าเรื่องนี้ให้มธุรสทราบ มธุรสพอรู้เรื่องเข้าก็โวยวาย พาล กับลูกสาวและสามีอย่างไม่ไว้หน้า ในที่สุดก็ได้ความว่า พ่อของเด็ก ในท้องคือ “ชัยพร” ลูกของ “เดช” เดชเป็นคนรวยมาก เลี้ยงลูกอย่างตามใจ เดชมีน้องชายชื่อ “ดัมพ์” (พระเอกของเรื่อง) เดชมีเมียเก็บมากมายแต่คนที่ขึ้นหน้าขึ้นตาและเลี้ยงดูเป็นอย่างดีชื่อ “ชุดา” ชุดาหลงรักดัมพ์มานานแล้ว เวลาเดชเดินทางไปเมืองนอก ชุดาก็เคยให้ท่าดัมพ์อยู่เสมอ แต่ดัมพ์ไม่เล่นด้วย

เมื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเช่นนี้ เพลาจึงเชิญเดชมาพบ เมื่อพูด ถึงเรื่องชัยพร เดชมาที่บ้านเพลาพร้อมด้วยดัมพ์ เดชเป็นคนเจ้าชู้ พอเห็นนิธิมาก็ชักพอใจ จึงยอมรับผิดชอบเรื่องนี้โดยดี จัดแจงให้ พิมพ์รสไปอยู่ที่บ้านของตน โดยเอานิธิมาไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย ดัมพ์ เองรู้เรื่องนิสัยของพี่ชายดี เขาได้พยายามขัดขวางและป้องกับนิธิมาอยู่เสมอ

ส่วนทางบ้านของมธุรสนั้น เพราะเหตุที่มธุรสขาตหน้าที่ของ ภรรยาที่ดี เวลาพบหน้ากันก็มีแต่เรื่องบ่นน่าหงดหงิดรําคาญใจ ในที่สุดเพลาจึงเกิดความว้าเหว่ และคว้าเกียวเด็กสาวซึ่งมาคอยรับใช้ เป็นเมีย เมื่อเกียวได้เป็นเมียของคุณผู้ชายก็เริ่มออกฤทธิ์ แต่เพลาก็ให้อภัยอยู่ตลอดมา เพราะเห็นว่าเป็นเด็กไม่มีความคิด ผิดกับมธุรส ซึ่งดูจะรู้ดีไปเสียหมดทุกสิ่งทุกอย่าง

เมื่อเกิดความรําคาญใจมาก ๆ ขึ้น เพลาก็ออกจากบ้านอยู่กับ เกียว นิธิมารู้เรื่องจะไปกันใหญ่ จึงไปหาพี่ชายอ้อนวอนขอให้กลับบ้าน โดยขอให้เห็นแก่ลูก ๆ บ้างเพลาไม่ยอมกลับเพราะความระอา ใจนั่นเอง ในที่สุดมธุรสถึงกับกินยาตาย เพลาเวทนาจึงกลับบ้านโดยที่มธุรสบอกว่าเธอยินดีที่จะรับเกียวให้อยู่ในบ้านด้วย จะในฐานะอะไรก็ยอมทั้งนั้น

เกียวเป็นเด็กไม่มีความคิดอยู่แล้ว ยิ่งได้ลูกยุจากนางไสซึ่ง เป็นแม่ ก็ยิ่งลืมตัว มองเห็นว่าตัวเองมีความสําคัญมากขึ้น เกียวแผลงฤทธิ์ต่าง ๆ นา ๆ มธุรสก็สู้ทน” จนกระทั่งพิมพ์รส บุตรมธุรสเลิกบําเพ็ญตนเป็นนักสังคม สงเคราะห์แล้วตั้งแต่เพลาออกจากบ้าน มธุรสทําตัวเป็นแม่บ้านที่ดี เธอรับหลานมาเลี้ยงที่บ้าน เกียวก็สับเพราทําเด็กหล่นจากมือ มธุรสโกรธมาก และไม่ยอมให้อภัยต่อไปอีก ยื่นคําขาดให้เกียวออกจากบ้านทันที เกียวกลับมาอยู่กับนางไสที่บ้านของตนที่สลัมอย่างเคย ตอนนี้เกียวท้องแล้ว เพลาได้ส่งเสียเงินทองให้เกียว อยู่เสมอ โดยที่เขาเองก็ชักจะเอือม ๆ เด็กคนนี้อยู่แล้วเหมือนกัน เพราะยิ่งนานวันนิสัยไม่ดีของเกียวก็ยิ่งมากขึ้น

ในที่สุดเกียวก็คลอดลูกออกมาเป็นเด็กพิการ หัวโต แขนขา ลีบ เพลานึกปลงว่ามันเป็นเวรกรรมของเขาเอง อยู่กับเมียคนไหน ก็ทําให้นิสัยผู้หญิงคนนั้นเสียทุกราย เขาก็คิดจะเลิกกับเกียวเสียเด็ดขาด เมื่อเกียวออกจากโรงพยาบาล เขาก็เพียงแต่ส่งเสียให้เงินทองใช้เท่านั้น

ปรากฏว่า เมื่อเกียวกลับมาเป็นสาวอีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวก็เอาแต่เที่ยวเตร่ และในที่สุดก็ทําความสนิทสนมกับชัยพร จนตกเป็นเมียชัยพร แต่ล่ะคนจะมีจุดจบที่แตกต่างกันไป

นักแสดง เรือมนุษย์:
สมบัติ เมทะนี
เพชรา เชาวราษฎร์
เมตตา รุ่งรัตน์
อดุลย์ ดุลยรัตน์
นงลักษณ์ โรจนพรรณ

ฉายที่โรงภาพยนตร์คาเธ่ย์

เรารักกันไม่ได้

เรารักกันไม่ได้


อัศวินภาพยนตร์ ขอเสนอภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่
ซูเปอร์ซีเนสโคป 35 ม.ม.สีอิสต์แมน
เขาห้ามไม่ให้เรารักกัน แต่เราก็รักกันจนได้ ใน…
เรารักกันไม่ได้

สมบัติ เมทะนี มานพ อัศวเทพ พบ สุทิศา พัฒนุช
ร่วมด้วย เมตตา รุ่งรัตน์, วิไลวรรณ วัฒนพานิช,
สายัณห์ จันทรวิบูลย์, แมน ธีระพล, พฤหัส บุญหลง,
รุจิรา-มารศรี อิศรางกูร, พูนสวัสดิ์ ธีมากร, ล้อต๊อก,
เยาวเรศ นิสากร, ชฎาพร วชิรปราณี, อุไรวรรณ จันทร์ทิพย์,
แป๊ะอ้วน, จุมพล
ปริม บุนนาค อำนวยการสร้าง
ภาณุพันธ์ กำกับการแสดง
โชน บุนนาค ถ่ายภาพ
อัศวินภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

สวรรค์บ้านนา 2513

สวรรค์บ้านนา


ท่านขุนสิทธิ์โภคทรัพย์ และ คุณหลวงราชมหาศาลสมบัติ เคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน ทั้งสองตระกูลจัดอยู่ในฐานะที่มั่งคั่งกว่าใครในแถบนั้น ทั้งขุนสิทธิ์และคุณหลวงมีไร่พืชพันธุ์นานาชนิดนับ พัน ๆ ไร่ แต่ขุนสิทธิ์ยังมีฐานะด้อยกว่าหลวงราชอยู่มาก ขุนสิทธิ์มีลูกชายสองคน คือ จักกริช และ จักกริน พูนสิทธิ์ ได้ส่งจักกรินไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ส่วนจักกริชเรียนสําเร็จแล้วก็คุมงานได้ทั้งหมดแทนพ่อ ส่วนหลวงราชมีลูกสาวสองคนคือ ใยแก้ว และ แววดาว หลวงราชได้ส่ง แววดาวไปเรียนต่อกรุงเทพ ฯ พร้อม ๆ จักกริน

วันหนึ่งหลวงราชได้เชิญขุนสิทธิ์มาเลี้ยงเหล้าที่บ้าน และได้พูดจากันถึงเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายหมายหมั้นจะให้ลูกได้แต่งงานกัน แต่หลวงราชมีข้อแม้ว่า ถ้าสองฝ่ายแต่งงานกันแล้ว ขุนสิทธิ์ จะต้องยอมให้ลูกชายใช้นามสกุลของฝ่ายหญิง คือสกุลมหาศาลสมบัติ ขุนสิทธิ์โกรธแค้นมากกับข้อเสนอของหลวงราชครั้งนี้ และนับตั้งแต่นั้นการเป็นเพื่อน

จักกรินและแววตาวไม่เห็นด้วยกับการที่ทั้งสองตระกูลเป็นศัตรูกัน ทั้งสองจะแอบพบกันเสมอ วันหนึ่งใยแก้วจับจักกรินได้แอบเข้าไปหาแววดาวถึงในเขตบ้าน ใยแก้วสั่งให้คนจับจักกรินมัดและตบหน้า จักกรินถูกมัดอยู่ทั้งคืน แววดาวอดทนดูความโหดเหี้ยมของพี่สาวไม่ไหว แววดาวจึงแอบไปส่งข่าวให้ขุนสิทธิ์และจักกริชรู้ว่า จักกรินโดนจับตัวไว้ ขุนสิทธิ์จึงสั่งให้จับตัว แววตาวไว้เป็นประกัน รุ่งขึ้นทั้งสองฝ่ายจึงประกาศมีการแลกเปลี่ยนตัว เมื่อถึงเขาที่ทั้งสองจะเดินกลับฝ่ายของตน แววดาวชัก ปืนขึ้นเล็งไปที่จักกริน แววดาวประกาศให้ คนทั้งสองฝ่ายได้ยินว่า ถ้าทั้งสองตระกูลไม่ ยอมคืนดีกัน เธอจะระเบิดขมองจักกริน และระเบิดขมองตัวเองหายไปด้วยกันเดี๋ยวนี้ และให้จักกริชและใยแก้วแต่งงานกัน ทั้งขุนสิทธิ์ จักกริช และใยแก้ว นึกไม่ถึงว่าเด็กทั้งสองจะทําเช่นนั้น แต่ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับปากว่าจะปฏิบัติตามที่แววดาวขอร้อง

เมื่อทั้งสองฝ่ายได้แยกย้ายกันกลับ ขุนสิทธิ์มีความคิดที่จะต้องซ้อนกลและแก้เผ็ดทางฝ่ายใยแก้วให้หายแค้น ขุนสิทธิ์จึงวางแผนส่งจักกริชไปแต่งงานกับใยแก้ว โดยยอมจำนนข้อเสนอทุกอย่างโดยที่ขุนสิทธิ์ให้จักกริชเข้ามาอยู่ในมหาศาลสมบัติเพื่อทําลาย และสั่งให้จักกริชปฏิบัติตามคําสั่งทุกข้อ โดยไม่ให้คํานึงว่าใยแก้วเป็นเมีย ขอให้นึกว่าใยแก้วคือศัตรู
เมื่อจักกริชเข้าไปอยู่ในบ้านใยแก้วแล้ว ให้จักกรินและโขนเป็นผู้คอยรายงานขุนสิทธิ์ว่า จักกริชปฏิบัติไปได้ถึงไหนได้ผลอย่างไร แต่แทนที่จักกริชจะมาทําตามที่ขุนสิทธิ์สั่ง กลับมา ทําอีกอย่าง ซึ่งกลับกลายหน้ามือเป็นหลังมือ แต่จักกริน และโขน ก็คอยรายงานขุนสิทธิ์ให้หลงเชื่อว่าจักกริชเข้าไปทําลายล้างใยแก้วตามคําสั่ง จนกระทั่งมีลูก 5 คน วันหนึ่งจักกริช และใยแก้วเกิดเป็นปากเสียงกัน ใยแก้วหนีไปอยู่บ้านคนงานชาวไร่ ลูกทั้งห้าคนเกิดอลเวง บังคับให้พ่อไปตามแม่มาให้ได้ ขณะที่จักกริชออกไปตามหาใยแก้ว ยังไม่กลับมาลูกชายคน
ที่สองคือติ๊ด ได้ชวนพี่สาว คือติ๋ว ออกติดตามหาแม่ เด็กทั้งสองพลัดกัน ติ๊ดปีนป่ายไปตามไหล่เขา ถึงหน้าผาสูงชันแห่งหนึ่งติ๊ดเหยียบพลาด

ทางฝ่ายจักกริชและใยแก้วหลังจากที่เข้าใจกันแล้ว กลับบ้านไม่พบลูก ก็ออกติดตามจนมาพบซิก้าและเหรดที่ห้อยข้อมือติ๊ดตกอยู่ที่บริเวณหน้าผานั้น จึงรู้ทันทีว่าขุนสิทธิ์มีส่วนรู้เห็นกับการหายไปของติ๊ดนี้ด้วย ทั้งหมดถึงพากันไปที่เขตพรมแดนเพื่อพบขุนสิทธิ์ แต่ก่อนที่จักกริชจะเข้าไปในโภคทรัพย์ ขุนสิทธิ์ก็อุ้มติ๊ดเดินเข้ามา ขุนสิทธิ์ปล่อยติ๊ดไปหาพ่อแม่ ติ๊ดวิ่งลอดรั้วลวดหนาม จึงถูกลวดหนามขูดเป็นแผลใหญ่ ขุนสิทธิ์วิ่งเข้าประคองหลาน ขุนสิทธิ์กอดหลานไว้แน่น ขุนสิทธิ์ลุกขึ้นทําลายรั้วลวดหนามที่ตนกั้นขึ้นด้วยมือของตนเองทันที
ทั้งสองฝ่ายต่างดีใจโผเข้ากอดกัน ที่ขุนสิทธิ์เปิดพรมแดน ใยแก้วยิ้มทั้งน้ําตา ใยแก้วเข้ากราบคารวะขุนสิทธิ์ลูบหัวใยแก้วเป็นเชิงเอ็นดู จักกริชยิ้มอย่างมีความสุข คนงานทั้งสองฝ่ายเปล่งเสียงไชโยแสดงความยินดี และมีความสุขทุกฝ่ายในที่สุด

สิงห์สาวเสือ พ.ศ. 2513

สิงห์สาวเสือ


สิงห์สาวเสือ (2513)

นครพิงค์ภาพยนตร์ เสนอ
เรื่องชีวิตแปลก แหวกแนว ชายห้าว
สาวหาญ ต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ชีวิตต่อชีวิต แลกกันด้วยเลือด
ครื้นเครงเฮฮา ชื่นบานด้วย
เพลงเอกอันไพเราะทั้ง ลูกทุ่ง-ลูกกรุง
สิงห์สาวเสือ

บทประพันธ์ยอดเยี่ยม ของ ปฤศนา
สร้างเยี่ยมเทียบเท่ามาตรฐานโลก
35 ม.ม.สโคป สีอิสต์แมน เสียงในฟิล์ม
สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์
ชนะ ศรีอุบล เมตตา รุ่งรัตน์ สุมาลี ทองหล่อ
สิงห์ มิลินทราศัย, ไสล พูนชัย, พิภพ ภู่ภิญโญ,
ศิริพงษ์ อิศรางกูร, ล้วน ควันธรรม, จินตนา,
ธัญญา ธัญญารักษ์, สันติ คราประยูร, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
หม่อมชั้น พวงวัน, ทองฮะ, ชื้นแฉะ
และ ชินกร ไกรลาศ แสดงนำ
กมลวรรณ-สรรเพชญ อำนวยการสร้าง
โสภณ เจนพานิช ถ่ายภาพ
ส.คราประยูร กำกับการแสดง
ปง อัศวินิกุล บันทึกเสียง
ช.พิริยะฟิล์ม จัดจำหน่าย

แม่นาคพระนคร

โปสเตอร์หนัง แม่นาคพระนคร
แม่นาคพระนคร

ละโว้ภาพยนตร์ เสนอ
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กำกับการแสดง
แม่นาคพระนคร
ในระบบ 35 ม.ม.ซูเปอร์ซีเนมาสโคป
เสียงในฟิล์ม เทคนิคคัลเล่อร์ แห่ง ฮอลลีสวู้ด
มิตร ชัยบัญชา อรัญญา นามวงษ์
นำขบวนดารคับคั่ง
ม.ล.สร้อยระย้า ยุคล อำนวยการสร้าง
หม่อมอุบล ยุคล ที่ปรึกษา
ละโว้ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย

-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

แม่นาค (อรัญญา) ใต้พื้นคืนสู่โลกมนุษย์ด้วยบัญชาของท่านท้าวยมราชแห่งปรโลก ตามความปรารถนาของแม่นาค ที่ต้องการติดตามพ่อมากเพราะความรัก ดังนั้นแม่นาคจึงเป็นผีในยุคใหม่อย่างมีอิทธิฤทธิ์ผิดกันกับครั้งกระโน้น คือเป็นผีที่มีตัวตนจับต้องได้ แต่จะสําแดงเดชเป็นที่เดือดร้อนของชาวบ้านมิได้ และเมื่อมากําเนิดในเมืองมนุษย์ในฐานะที่เหมือนเช่นเดิม โดยมีพ่อแม่เดิม บ้านหลังเดิม แล้วยังมียมฑูตวันอาทิตย์ (สมพงษ์) ติดตามลงมาดูแลช่วยเหลือด้วย แรก ๆ ทําความตกอกตกใจ ให้แก่สองตายายอยู่มิใช่น้อย เมื่อพิสูจน์ให้หายสงกากันแล้วเรื่องราวทั้งหลายพลันสงบ วันหนึ่งแม่นาคออกไปเที่ยวขณะที่เดินข้ามถนนพอดี กับ มล (กิ่งดาว) คู่หมั้นกับ หมอมากศิริ (มิตร) ขับรถมาอย่างเร็วชนเอาแม่นาคอย่างจังถึงล้มกระเด็นไป หมอมากรีบลงมาดูอาการ แต่เปล่าแม่นาคไม่เป็นอะไรเลย ทําความแปลกใจแก่หมอมากพอดู



แม่นาคเห็นหมอมากเข้าก็จําได้ว่าเป็นพ่อมาก ยุคนี้ของเธอแน่ ๆ ที่สุดก็จากกันไปด้วยการฉุดกระชากของคู่หมั้น ต่อมาแม่นาคก็ใฝ่ฝันที่จะได้พบกับหมอมากอีก จึงต้องสร้างฐานะความเป็นอยู่ของตัวเสียใหม่ โดยไปขอเช่า บ้านจากเศรษฐีเงินกู้ (อบ บุญติด) มีแม่บ้าน (ชูศรี) ที่ลุงยม (ยมทูตสมพงษ์) เป็นผู้เนรมิตมาจากตุ๊กตา และเอาวิญญาณแดร็กคูล่ามาใส่ลงไป จากนั้นแม่นาคก็มาดักคอยพบพระเอก เมื่อเจอกันแม่นาคบอกว่า เธอไม่ค่อยสบาย จะมาให้หมอตรวจ หมอก็พามาที่คลีนิคช่วยรักษาอาการป่วยใช้ ที่ทั้งหมอและคนไข้ต่างมีการขาด ๆ เกิน ๆ พอ ๆ กัน ความสนิทชิดเชื้อ ก่อความรักให้เกิดแก่หมอมากมากขึ้นจนร่วมแรงร่วมใจกัน เปิดการรักษาคนไข้ที่จวน ตายในวันอาทิตย์ให้หายได้ เพราะมียมฑูตวันอาทิตย์คอยช่วยเหลืออยู่ ขนาดที่เรียกฉีดยาปั๊บ ลุกขึ้นเดินออกไปได้ที่เดียว สร้างฐานะให้แก่หมอมากเป็นอย่างดี และแล้วคู่หมั้นสาวของหมอมากก็กีดกัน ไม่ให้แม่นาคคอยช่วยรักษาพยาบาลคนใช้ และไปหานางพยาบาลคนใหม่ (หม่อมชั้น) มาช่วย

วันหนึ่งความเก่งกาจของหมอไปถึงหูหัวหน้าแกงค์โจรคณะหนึ่งที่เป็นโรคสะอีกแก้ไม่หาย ให้ลูกสมุนมาเอาหมอไปช่วยรักษาที่ซ่อง หมอไม่ยอมรักษาให้ หัวหน้าใหญ่ให้เอาไปขัง ทรมาน พอดีลูกสาว (เยาวเรศ) ขอเอาไป เกลี้ยกล่อมเอง ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมตกลงอะไรด้วยทั้งสิ้น เลยถูกโบยและยังเอาไว้

ส่วนแม่นาคเมื่อถูกบีบให้ออกห่างเพราะคู่หมั้นเขาแล้ว ก็ให้แม่บ้านไปนัดพบกับหมอมาก พอดีกับจังหวะที่หมอมากโดนจับ แม่บ้านติดตามไปจนถึงช่อง แล้วกลับมาบอกแม่นาคบรรดาผีพิเศษทั้งหมด คือ ลุงยม, แม่, แม่นาค ก็พากันยกขบวนกันไปช่วยหมอมาก เกิดการสําแดงอิทธิฤทธิ์ต่อสู้กับเหล่าร้ายจนถึงขนาดพ่อมากตกดึก แม่นาคเลยจําต้องแสดงอภินิหาร เอื้อมมือลงไปคว้าหมอมากขึ้นมาได้ ทําให้หมอมากเกิดอาการกลัวผีแม่นาคเสียแล้ว ต้องไปหา หมอผี (ม.ล. รุจิรา) มาทําพิธี แต่ก็ช่วยอะไร ไม่ได้เพราะเป็นผีพิเศษ ในที่สุดแม่นาคมาหาหมอมากจนได้ แล้วทั้งสองก็ยังทําความเข้าใจ ความรักระหว่างคนกับผีไม่ได้.

กล่าวถึง แม่เยาว์ลูกสาวหัวหน้าโจรก็ หาหมอผี มาทําพิธี จะจับแม่นาคใส่หม้อ หมอผีทําพิธีที่ป่าช้าหากไม่รู้ว่าแม่นาคอยู่ไหน เลยเรียกพี่นักร้องเพลงลูกทุ่ง (สังข์ทอง) ออกมาถามก็ไม่ได้ความ นอกจากจะร้องเพลง บรรยายผีต่าง ๆ ให้ฟังเท่านั้น พิธีจับผีเริ่มขึ้น ทําให้แม่นาคร้อนรุ่มกระวนกระวายจนลุงยมต้องแก้ไข เสร็จแล้วตัวลงยมเองกลับถูกหม ผีเรียกตัวเอาไปลงหม้อเสียได้ ร้อนถึงแม่บ้านต้องไปช่วยลุงยม เลยส่งแม่บ้านกลับไปเป็นแตร็กคูล่ตามเดิม

หมอมาก หลังจากได้พบแม่นาคในวันทําพิธีไล่ผี แล้วก็มาอยู่กับพระที่วัด แม่นาคก็มาหาเพื่อจะลากลับไปอยู่ปรโลกตาม เดิม หลังจากแม่นาคเดินทางกลับไปปรโลก แล้วหมอมากาเกิดความรักฝังใจ ในแม่นาค จนต้องกินยาตายไป เพื่อไปพบกับแม่นาคในปรโลก ในที่สุดทั้งสองก็มาพบกันในปรโลก ทั้งนี้มีท่านท้าวยมราช รู้เห็น และตัดสินเหตุ การณ์ เพื่อพิสูจน์ความรักที่ทั้งสองมีต่อกัน ท่านท้าวยมราช ให้ทั้งสองมาฟื้นคืนชีพใหม่ โดยแกลังให้แม่นาคมา นร่างของหญิงมีอายุ หน่อย ส่วนพ่อมากอยู่ในร่างเดิม ความรักมันชักจะกระอักกระอ่วนพิกล ตราบจนกระทั่งทั้งสองต้องวิงวอนให้ลุงยมช่วยคืนร่างแม่นาคใหม่

บ้านวังแดง

โปสเตอร์หนัง บ้านวังแดง

บ้านวังแดง (2513)


อมรินทร์ฤทธิศิลป ภูมิใจเสนอ
นี่คือพยานแห่งความดีเด็ด
อย่างหนึ่งซึ่งไม่มีสอง
ยอดพิสดาร บนความพิศวาส
ลึกลับมหัศจรรย์ นกยักษ์ค่ามหาศาล
ร่วมสร้างความตื่นตะลึง
บ้านวังแดง
บทประพันธ์ ของ อรอนงค์
นำโดย
พิศมัย วิไลศักดิ์ สมบัติ เมทะนี โสภา สถาพร
ยอดดารามาตรฐานของปวงประชา
ร่วมด้วย
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, เพชร พิษณุ, ฑัต เอกฑัต,
แก่นใจ มีนะกนิษฐ์, เยาวลักษณ์ พนมกร, เทอด ดาวไท,
บู๊ วิบูลย์นันท์, ทองแถม
นิวัฒน์ ศิลป์สมศักดิ์ ถ่ายภาพ
อมร ตาณพิเชษฐ์ อำนวยการสร้าง
บัณฑิต ศรีไชย กำกับการแสดง

กำแพงเงินตรา

กำแพงเงินตรา

โปสเตอร์หนัง กำแพงเงินตรา ใบปิดหนัง


ผู้กำกับ  : รังสี ทัศนพยัคฆ์

นักแสดง : มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์, มิสฮันหวา, อดุลย์ ดุลยรัตน์, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, ล้อต๊อก, อดินันท์ สิงห์หิรัญ


เรื่องย่อ
     ยง (มิตร) ครูสอนดนตรีฐานะยากจนปองรักสาหร่าย (มิสฮันหวา) ลูกสาวที่กำนันสิงห์ (ล๊อต๊อก)หวงแหนยิ่ง กำนันสิงห์เป็นผู้มีฐานะมั่งคั่งและมีเมียหลายคน ส่วนน้ำผึ้ง (เพชรา)ลูกสาวคนเล็กของกำนันสิงห์ก็คอยขัดขวางความรักระหว่างยงกับสาหร่ายและหาทางกลั่นแกล้งยงอยู่เสมอ จนกระทั่งนายอำเภอคนใหม่ (อดุลย์) ย้ายมารับตำแหน่ง และแสดงความสนใจในตัวสาหร่าย กำนันสิงห์และน้ำผึ้งให้การสนับสนุนกันเต็มที่เนื่องจากนายอำเภอเป็นผู้มีฐานะดี
     ยงกับสาหร่ายวางแผนจะหนีไปใช้ชีวิตร่วมกัน แต่น้ำผึ้งคอยจับพิรุธของทั้งคู่อยู่ เมื่อถึงเวลานัดแนะน้ำผึ้งขัดขวางไม่ให้ยงพบกับสาหร่าย ด้วยความโกรธที่น้ำผึ้งดูถูกยงจึงฉุดน้ำผึ้งไปแทน และใช้กำลังปลุกปล้ำจนได้น้ำผึ้งเป็นเมีย ยงสำนึกผิดที่ได้ทำกับน้ำผึ้งจึงพยายามดูและน้ำผึ้งเป็นอย่างดี นานวันเข้าทั้งสองเริ่มมีความรักต่อกัน
     ยงต้องการรับผิดชอบต่อน้ำผึ้งจึงพาน้ำผึ้งกลับมาขอขมากำนันสิงห์ ขณะที่กำนันสิงห์กำลังจะยิงยงที่บังอาจมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตน จำเริญ (อดินันท์)นักเลงหัวไม้ประจำหมู่บ้านได้บุกเข้ามาเพื่อทำร้ายกำนันสิงห์เพื่อแก้แค้นที่กำนันสิงห์จับตนเข้าคุก ยงใช้ตัวเข้าปกป้องกำนันสิงห์จนได้รับบาดเจ็บ กำนันสิงห์ทราบซึ้งใจจึงอนุญาตให้ยงกับน้ำผึ้งแต่งงานครองรักกันสืบไป

กำแพงแสน

กำแพงแสน

โปสเตอร์หนัง กำแพงแสน


พิจิตรภาพยนตร์ เสนอ
ภาพยนตร์รัก ตลก แนวแปลก แหวกตลาด
ฉ่ำชื่นใจและครื้นเครง
ด้วยเสียงเพลงในระบบมาตรฐานโลก
ชุมนุมเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง 7 เพลง
ในระบบ 35 ม.ม.สี เสียงในฟิล์ม
กำแพงแสน
ของ กอบกุล พนมชัย
จากละครวิทยุคณะ แก้วฟ้า
ออกอากาศสถานีวิทยุ วพท 705
สมบัติ เมทะนี ภาวนา ชนะจิต
เมตตา รุ่งรัตน์ ประจวบ ฤกษ์ยามดี
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ศศิธร เพชรรุ่ง
พร้อมด้วย สุชาดา, พร ไพโรจน์, เมืองเริง ปัทมินทร์,
สุวิน สว่างรัตน์, วีระพล, ล้อต๊อก, สมพงษ์ พงษ์มิตร,
ชูศรี โรจนประดิษฐ์, ดาวน้อย ดวงใหญ่, พร บูรพา,
โขน หมอผี, ปราณีต คุ้มเดช, พิภพ ภู่ภิญโญ, พรชัย, กุญชร
เฉลิม บุตรบุรุษ ถ่ายภาพ
เฉลียว เทียนทอง อำนวยการสร้าง
ไพบูลย์ บุตรขัน สร้างเพลง
กาย บางขุนนท์ สร้างบท
พิชิต มีชัย กำกับการแสดง
พิจิตรภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทวีป

ขุนทาส


เรื่องย่อ 

จุลศักราช ๑๒๓๐ รัชกาลที่ ๕ ทรงประกาศเลิกทาส แต่พระยามหิทร์ (ทัต) เจ้าเมืองทางอีสานไม่ยอมเลิกทาส คงใช้อำนาจกดขี่ทารุณแก่ทาสในเรือน อีเครือ (เพชรา) ลูกสาวของแม่คำ (สมจิตร) ได้รับการติดต่อจากไต้เหลียน (เนาวรัตน์) ให้พาพวกทาสหนีออกจากเรือนพระยามหิทร์ เครือคบคิดกับพัน (เพชร) และกิ่ง (ฤทธี) รวมกันแล้วนำพวกทาสหนีออกไป
       ไกวชง (วิชิต) หัวหน้าฮ่อผู้เป็นพ่อของไต้เหลียน พาทาสไทยหนีไปอยู่ในค่าย แต่กลับทำทารุณกับทาสเเช่นเดียวกับพระยามหิทร์ เครือแอบหลบหนีออกมาจากค่ายเพื่อตามคนไปช่วยพวกทาสไทย มาพบกับ ร.อ.ขุนรนชิต (มิตร) บุตรชายของเจ้าพระยาภูธร (อดุลย์) นำกำลังทหารออกมาตรวจตราความสงบ เมื่อได้ทราบเรื่องทาสไทยจากเครือ ร.อ.ขุนรนชิต จึงปลอมตัวเข้าไปปะปนกับทาสเพื่อดูลาดเลาในค่ายของไกวชง
       เมื่อถึงโอกาสเหมาะ ร.อ.ขุนรนชิต ก็นัดแนะให้พวกทาสไทยจับอาวุธเข้าต่อสู้พร้อมกับนำกำลังทหารเข้าปราบปราบพวกฮ่อจนราบคาบ ขุนรนชิตนำพวกทาสกลับมาเรือนพระยามหิทร์ และนำพระบรมราชโองการเลิกทาสมาประกาศให้ทาสทุกคนพ้นจากทาส
       จากนั้นก็มีการจัดงานแต่งงานให้กับหนุ่มสาว ๓ คู่ ร.อ.ขุนรนชิตกับอีเครือ พันกับคุณเกษร (ปริม) บุตรสาวพระยามหิทร์ กิ่งกับไต้เหลียน

ไอ้ยอดทอง

โปสเตอร์หนัง ไอ้ยอดทอง

ไอ้ยอดทอง


เหมราชภาพยนตร์
เสนอผลงานโบว์แดงแห่งปี 2513
สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์ นำแสดง
ยอดแท้ดีเด็ดยิ่งกว่าเพชรหรือทอง หนึ่งไม่มีสองต้องดู
ไอ้ยอดทอง
ของ สุมนทิพย์
ฟัง! เพลงพิเศษเสียงในฟิล์ม
ไอ้ยอดทอง สีเทา ขับร้อง
รักเธอเข้ากระดูกดำ สมบัติ-อรัญญา ขับร้อง
ร่วมด้วย เมตตา รุ่งรัตน์, ปริม ประภาพร,
วิไลวรรณ วัฒนพานิช, ฑัต เอกฑัต, สุวิน สว่างรัตน์,
ภุชชงค์ นาคราช, ไกร ครรชิต, ศิริพงษ์ อิศรางกูร,
โขน หมอผี, สีเทา, อดุลย์ ดุลยรัตน์,
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง
ส.อาสนจินดา สร้างบท
สันทัด ศรีสัมพันธ์ ถ่ายภาพ
ปง อัศวินิกุล ถ่ายภาพ 35 ม.ม.
สุรินทร์ เจริญปุระ สร้าง
รุจน์ รณภพ กำกับการแสดง
เสรีภาพยนตร์ ปราการฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เดช

คมแฝก

โปสเตอร์หนัง คมแฝก

เรื่องย่อ คมแฝก

กัลป์ เกรียงไกร เป็นนายตํารวจหนุ่มแห่งเมืองพล ซึ่งเขาเป็นคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงทรงยุติธรรมที่สุด ไม่มีละเว้นถ้าหากใครทําผิดกฎหมาย ไม่ว่าผู้นั้นจะมีอิทธิพลเพียงใด
แสน ราชสีห์ เป็นลูกชายของเศรษฐีผู้มีอิทธิพลแห่งเมืองนั้น พ่อลูกคู่นี้ทําโรงงานอุตสาหกรรมเป็นอาชีพบังหน้า แต่แท้ที่จริงแล้ว เขาได้ค้าอาวุธเถื่อนซึ่งเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย

วันหนึ่งพอของแสนได้คุมกองเกวียนข อาวุธเถื่อนมาเพื่อจะเอามาขาย กัลป์ เกรียงไกร นายตํารวจหนุ่มได้สืบทราบมาว่าจะมีการขนอาวุธเถื่อนขึ้น จึงได้นํากําลังตํารวจเข้าสะกัดจับกุม แต่เหล่าร้ายไม่ยอมให้จับ จึงเกิดยิงต่อสู้กันขึ้นอย่างดุเดือด พ่อของแสนก็ถูกกัลปยิงตาย ชัยชนะจึงตกเป็นของฝ่ายตํารวจ

แสนรู้ข่าวว่าตํารวจบุกเข้าจับอาวุธเถื่อนได้ และมิหนําซ้ำพ่อของตนยังถูกยิงตายอีกด้วย จึงโกรธแค้นกัลป์ เกรียงไกรเป็นที่สุด ดังนั้นแสนจึงวางแผนทําลายกัลป์ โดยเขาได้จัดงานกินเลี้ยงขึ้น ทําเป็นว่าเหตุกาณ์ปกติธรรมดา และได้เชิญกัลป์มาร่วมดื่มด้วย

แสน ลอบเอายานอนหลับใส่ลงไปในแก้วเหล้าของกัลป์ เมื่อกัลป์ดื่มเข้าไปจึงรู้สึกง่วงนอน และหลับไปในที่สุด แต่เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีปืนพกอยู่ในมือ และมีชายผู้หนึ่งนอนตายอยู่ใกล้ ๆ

กัลป์จึงถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าชายผู้นั้นและเขาก็ถูกนําตัวส่งเข้าคุกต่อไป แต่ก่อนเข้าคุก แสนคู่อริได้มาเยาะเย้ย พร้อมกับโยนไม้คมแฝกให้กัลป์ แล้วบอกอย่างดูถูกว่าให้ไปฝึกซ้อมเสีย ถ้าออกจากคุกเมื่อใดจะได้สู้กัน เพราะว่าแสนเป็นคนที่เก่งใน การใช้คมแฝกเป็นที่สุด หาคนทาบได้ยากมาก

เหตุการณ์ก็ล่วงเลยผ่านมา เมื่อกัลป์ถูกจับเข้าคุก ตําแหน่งนายตํารวจผู้รักษากฎหมายที่ว่างลง เป็นเหตุให้แสนกําเริบหนักถึงกับออกควบคุมรีดไถร้านค้าในถิ่นนั้น ใครไม่ยอมก็เป็นได้เจอกับการกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา ด้วยหัวใจอันชาติชั่วของแสน
แต่มีอยู่ร้านเดียวเท่านั้น ที่ไม่ยอมอยู่ใต้อํานาจอิทธิพลของแสน คือร้านของตะเภา แม้เธอจะเป็นหญิง แต่เธอก็มีกลเม็ดทีเด็ด ทําให้แสนไม่กล้าไปยุ่งด้วย

เมื่อตั้งตัวเป็นใหญ่ได้แล้ว แสนก็มีอิทธิพลมากมาย มีลูกน้องเยอะแยะ และแสนได้ไปชอบ เมียของกัลป์ เมื่อกัลป์เข้าคุกอยู่ แสนจึงพยายามเกี้ยวพาราสีเมียของกัลป์ เมื่อไม่ได้จริงๆ ก็จึงใช้ วิธีฉุดเอามาข่มขึ้นเป็นเมียจนสําเร็จ

แสนมีน้องสาวสวยอยู่คนหนึ่ง ชื่อ อัญชัญ ซึ่งเธอก็ไม่ชอบวิธีการของพี่ชายอยู่แล้ว เมื่อกัลปพ้นโทษออกมา บุคคลแรกที่กัลป์ ตามล่าตัวก็คือแสนนั่นเอง แต่แสนฉลาด ยึดเมียของกัลป์ไว้เป็นตัวประกัน คือให้กัลป์ไปพบกับเขาด้วยตัวคนเดียว
แล้วเขาจึงจะปล่อยเมียของกัลปกลับคืนมา กัลป์ก็ตกลงทันที

ขณะนั้นเอง ทางราชการก็ได้ส่ง เพลิง กัมปนาท และ องอาจ ชาตินักสู้ แต่มากันคนละแบบ ทั้งสองไม่รู้จักกันมาก่อนเลย แต่จุดมุ่งหมายอันเดียวกันก็คือ ค้นหาตัวหัวหน้าใหญ่ที่ค้าอาวุธเถื่อน ทั้งสองจึงมาทันเวลาพอดี ขณะที่กัลป์กําลังจะตกเป็นเหยื่อของแสนอยู่พอดี และเหตุการณ์ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ขอเชิญท่านที่สนใจ หาความอภิรมย์ได้จาก ภาพยนตร์เรื่อง “คมแฝก”

นักแสดง คมแฝก:
สมบัติ เมทะนี
เกชา เปลี่ยนวิถี
ลือชัย นฤนาท
เพชร พิษณุ
อรัญญา นามวงศ์
เมตตา รุ่งรัตน์

วงดนตรีลูกทุ่งถ้วยพระราชทาน “พรนารายณ์” ให้เกียรติร่วมแสดง

มนต์รักลูกทุ่ง (2513)

โปสเตอร์หนัง มนต์รักลูกทุ่ง (2513)

มนต์รักลูกทุ่ง (2513): เมื่อความรักต้องพิสูจน์ด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพียงแค่เงินตรา

มนต์รักลูกทุ่ง คือสุดยอดภาพยนตร์ ที่สร้างประวัติการณ์ในการฉายครั้งแรกที่โรงภาพยนต์ โคลิเซี่ยม ยมราชโดยฉายนานครึ่งปี และทำรายได้กว่า 7 ล้านบาท และบัดนี้ภาพยนต์เรื่องนี้ยังคงอยุ่ใน ความทรงจำของชาวไทย  ไม่ว่ายุคไหนภาพยนต์เรื่องนี้ก็ยังน่าชมอยุ่เสมอ

เรื่องย่อ:

ท่ามกลางบรรยากาศท้องทุ่งนาที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของชีวิตชนบท และบทเพลงลูกทุ่งที่เป็นดั่งมนต์สะกดใจผู้คน เรื่องราวความรักของ "คล้าว" หนุ่มบ้านนาผู้ขยันขันแข็งและจริงใจ กับ "ทองกวาว" สาวสวยบุตรสาวเศรษฐีผู้เพียบพร้อม ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่ยากจะก้าวข้าม

แม้ทั้งสองจะมีใจให้กันอย่างมั่นคง แต่ความรักของเขากลับถูกขัดขวางด้วยอุปสรรคชิ้นสำคัญอย่าง "ฐานะที่แตกต่าง" และแรงกดดันจากผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงที่มองเห็นค่าของเงินตรามากกว่าความจริงใจ ซ้ำร้ายยังมีเหล่าคนพาลที่คอยยุแยงและจ้องทำลายความสุขของพวกเขาอยู่ไม่ห่าง

ความรักของ "คล้าว" และ "ทองกวาว" จะเอาชนะอคติของผู้ใหญ่ได้อย่างไร? พวกเขาจะผ่านพ้นมรสุมชีวิตที่ถาโถมเข้ามา ทั้งเรื่องหนี้สิน การหักหลัง และความวุ่นวายจากคนรอบข้างไปได้หรือไม่?

ร่วมสัมผัสเรื่องราวความรักที่ซื่อตรง ดนตรีที่ไพเราะ และวิถีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยสีสันของคนลูกทุ่ง ในภาพยนตร์ไทยที่เป็นตำนานอย่าง "มนต์รักลูกทุ่ง" [2513]

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในพลังของความรักที่ไม่มีอะไรมาพรากได้ นี่คือหนังที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

ข้อความบนใบปิด:

มนต์รักลูกทุ่ง (2513)

รุ่งสุริยาภาพยนตร์ ผู้สร้าง ชาติลำชี เสนอ
จากไอดินกลิ่นฟาง เคล้ากลิ่นแก้มสาว
ระคนด้วยมนต์เพลง ความรัก ความสำราญ
จากกลุ่มหนุ่มสาวชาวลูกทุ่ง
มนต์รักลูกทุ่ง
ของ มหศักดิ์ สารากร
ฟัง 14 เพลงเอกจากยอดขุนพล นักประพันธ์เพลงลูกทุ่ง
ในระบบ 35 ม.ม.เดอลุกซ์สโคป เสียง-สีอิสต์แมน
มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์ มิส อันฮวา นำ
บรรจบ เจริญพร ศรีไพร ใจพระ บุปผา สายชล
ไพรวัลย์ ลูกเพชร ชุมพร เทพพิทักษ์
ร่วมด้วย ประจวบ ฤกษ์ยามดี, สุมาลี ทองหล่อ, ฤทธี นฤบาล,
แมน ธีระพล, สมควร กระจ่างศาสตร์, สมจิตร ทรัพย์สำรวย,
มาลี เวชประเสริฐ, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, น้ำเพ็ญ จิระจันทร์,
ผาสุข คงสถิตย์, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ล้อต๊อก
ธีระ แอคะรัจน์ ถ่ายภาพ
มหศักดิ์ สารากร สร้างบท
รังสี ทัศนพยัคฆ์ อำนวยการสร้าง-กำกับการแสดง
เสรีภาพยนตร์ โดย ปราโมทย์ เสรีเชษฐพงษ์ จัดจำหน่าย

-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

เพลงจากภาพยนตร์ มนต์รักลูกทุ่ง มีจำนวน 14 เพลง คือ
1 มนต์รักลูกทุ่ง – แต่งโดย ไพบูลย์ บุตรขัน – ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร
2 สาวนาคอยคู่ – แต่งโดย สุรินทร์ ภาคสิริ – ขับร้องโดย บุปผา สายชล
3 อาลัย – แต่งโดย ประดิษฐ์ อุตตะมัง – ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร
4 หนุ่มพเนจร – แต่งโดย สุรินทร์ ภาคสิริ – ขับร้องโดย บรรจบ เจริญพร
5 สิบหมื่น – แต่งโดย สุริยา รุ่งตะวัน – ขับร้องโดย เสน่ห์ เพชรบูรณ์
6 น้ำลงนกร้อง – แต่งโดย ไพบูลย์ บุตรขัน – ขับร้องโดย พรไพร เพชรดำเนิน
7 นกร้องน้องช้ำ – แต่งโดย ไพบูลย์ บุตรขัน – ขับร้องโดย บุปผา สายชล
8 น้อยใจรัก – แต่งโดย ประดิษฐ์ อุตตะมัง – ขับร้องโดย ผ่องศรี วรนุช
9 แม่ร้อยใจ – แต่งโดย สมาน เมืองราช – ขับร้องโดย เสน่ห์ เพชรบูรณ์
10 น้ำตา น้ำตก – แต่งโดย ธนันชัย โชคชัย – ขับร้องโดย บุปผา สายชล
11 ใจเจ้าชู้ – แต่งโดย ประดิษฐ์ อุตตะมัง – ขับร้องโดย บรรจบ เจริญพร
12 รูปหล่อถมไป – แต่งโดย ไพบูลย์ บุตรขัน – ขับร้องโดย บุปผา สายชล
13 รักร้าวหนาวลม – แต่งโดย พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา – ขับร้องโดย บรรจบ เจริญพร
14 รักลาอย่าเศร้า – แต่งโดย พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา – ขับร้องโดย ผ่องศรี วรนุช

จุ๊บแจง

จุ๊บแจง (2513)

โปสเตอร์หนัง จุ๊บแจง

นวนิยายเรื่องเยี่ยม

ที่ลงในนิตยสาร “ดรุณี” รายสัปดาห์
ละครวิทยุคณะ “แก้วฟ้า”
พิภพภาพยนตร์ เสนอ
จุ๊บแจง

ของ ภูธัย กันชน
สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, วิไลวรรณ วัฒนพานิช, ศรินทิพย์ ศิริวรรณ,
สมจิตร ทรัพย์สำรวย, อบ บุญติด, โขมพัสตร์ อรรถยา,
มารศรี อิศรางกูร, สมควร กระจ่างศาสตร์, พฤหัส บุญหลง,
เทียวธารา, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, ปราณีต คุ้มเดช, ชูศรี โรจนประดิษฐ์,
สมพงษ์ พงษ์มิตร, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม และ ด.ช.ตุ๊ดติ่ง ทัศนพยัคฆ์
พร้อมด้วยนักร้องลูกทุ่งพระเอก “สุรพลลูกพ่อ”
บรรจบ เจริญพร
และสองสาวดาวเต้นคู่ฝาแฝด อารยา-ปาริชาติ ฉายาลักษณ์
ฟัง 4 เพลงเอกแสนไพเราะ
ในระบบ 35 ม.ม.สีเสียงในฟิล์ม
วิฑูรย์ เชาวน์ประดิษฐ์ อำนวยการสร้าง
ธีระ แอคะรัจน์ ถ่ายภาพ
พงษ์สิทธิ์ กำกับการแสดง
*ใบปิดวาดโดย ทวีป
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com