โบตั๋น
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
15 มกราคม 2498
ฉายที่ คาเธ่ย์
บริษัทสร้าง เนรมิตภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง จรี อมาตยกุล
ผู้อํานวยการแสดง เนรมิต
ผู้ประพันธ์ เสน่ห์ โกมารชุน
ผู้กํากับ ส. อาสนจินดา
ผู้เขียนบท ช. แสงเพ็ญ
ผู้ถ่ายภาพ ไพรัช สังวริบุตร
ผู้พากย์ เสน่ห์ – จุรี
เรื่องย่อ
โบตั๋น กับ โค้ว สองพ่อลูกชาวจีน อาศัยอยู่หลังบ้านของ มาโนช ลูกชายของ เจ้าคุณ และ คุณหญิงวิสุทธิบาล โบตั๋นกับมาโนชสนิทสนมกลมเกลียวกันมาตั้งแต่เด็ก จนถึงวันที่มาโนชต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทั้งสองจึงต้องแยกย้ายจากกัน เมื่อมาโนชเรียนจบกลับมา จึงได้พบกับ โบตั๋น ซึ่งสวยหยดย้อยราวกับดอกโบตั๋น มาโนชไม่รีรอที่จะสานสัมพันธ์กับโบตั๋นทันที ความสนิทสนมในวัยเด็กก่อตัวเป็นความรักอย่างรวดเร็ว ทั้งสองแอบคบกันโดยปิดบังผู้ใหญ่ จนโบตั๋นให้กําเนิดพยานรักขึ้นมาหนึ่งคน
ยัง แอบรักโบตั๋นมาตลอด เมื่อรู้ว่าโบตั๋นให้กําเนิดบุตรสาวจึงเกิดความริษยา ฉวยโอกาสที่มาโนชไปทํางานที่ต่างจังหวัด เอาเรื่องไปบอกเจ้าคุณและคุณหญิงวิสุทธิบาล คุณหญิงโกรธมาก หาเรื่องใส่ร้ายโค้วว่าขโมยเครื่องเพชรของตน แล้วจับตัวลูกสาวของโบตั๋นไว้เป็น ตัวประกัน คุณหญิงข่มขูโบตั๋นให้เลือกว่าจะช่วยโค้วให้ พ้นคุกหรือจะช่วยลูกสาว ความกตัญญูต่อบิดาที่เลี้ยง โบตั๋นมาตั้งแต่เด็กท่วมท้น จนโบตั๋นจําต้องทิ้งลูกเพื่อช่วยบิดา แล้วออกจากบ้านวิสุทธิบาลโดยไม่มีโอกาสร่ำลาสามี ยังแสร้งทําเป็นไม่รู้เรื่อง ยื่นมือช่วยเหลือโบตั๋นกับพ่อ แต่ไม่นานก็ออกลาย มาโนชกลับมาที่บ้านได้ฟังเรื่อง โกหกจากแม่ก็หลงเชื่อ ตัดสินใจแต่งงานกับคู่หมั้นคนก่อน ทิ้งให้โบตั๋นเผชิญชตากรรมโดยลําพัง
นักแสดง
ส. อาสนจินดา เป็น มาโนช
วิไลวรรณ วัฒนพานิช เป็น โบตั๋น
ทัต เอกทัต เป็น ยัง
ชาลี อินทรวิจิตร เป็น ธํารง
ประภาพรรณ นาคทอง เป็น เพียงใจ
เสน่ห์ โกมารชุน เป็น โค้ว
สาหัส บุญหลง เป็น พระบริรักษ์
สงวน รัตนทัศนีย์ เป็น คุณหญิงวิสุทธิบาล
สําราญ เหมือนประสิทธิเวช เป็น เจ้าคุณ
จํารูญ หนวดจิ๋ม เป็น หยุด
ศรินทิพย์ ศิริวรรณ เป็น จริยา
ชูศรี โรจนประดิษฐ์ เป็น เง็กท้อ
วลิต สนธิรัตน์ เป็น สารวัตร
ด.ญ. เหมศิริ เป็น เพียงใจวัยเด็ก
รางวัลตุ๊กตาทอง ปีพ.ศ. 2500 สาขาการ พากย์ 16 มม. เสน่ห์ – จุรี
ที่มาภาพ นิตยสารผดุงศิลป์ มกราคม พ.ศ. 2498
ที่มา นิตยสารดาราไทย มกราคม พ.ศ. 2498
ยิงทิ้ง (2529)
วาสิฏฐีภาพยนตร์ เสนอ
ยิงทิ้ง
สรพงศ์ ชาตรี วชิรา วงษ์วัชร ลักษณ์ อภิชาติ
ชุมพร เทพพิทักษ์, สินาภรณ์ พิไลลักษณ์, พิภพ ภู่ภิญโญ,
พิศมัย ภุมมา, ฉัตร มงคลชัย, เป้า ปรปักษ์,
ผา, เหม, เรวัช, ประเสริฐ
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
นางใบ้
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ประกายดาว) / พากย์
ฉายที่ คาเธ่ย์
บริษัทสร้าง วีนัสภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง วิชัย วานิชทัตต์
ผู้ประพันธ์ เพลินพิศ เลิศยานันท์ จากนิยายเรื่อง ชั่วนิรันดร์
ผู้กํากับ เนรมิต
ผู้เขียนบท สุวัฒน์ วรดิลก
ผู้ถ่ายภาพ อรกิจ อมาตยกุล
ผู้พากย์ ม.ล. รุจิรา – มารศรี
เค้าเรื่อง
“เรื่องความอาภัพของลูกผู้หญิงที่ธรรมชาติก็ไม่ให้ความยุติธรรมแก่เธอ แล้วซ้ำมนุษย์ยังโหดร้ายต่อเธออีกเป็นซ้ำสอง”
ที่มา นิตยสารดาราไทย กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499
“ท่านจะรันทดใจและเสียน้ำตาบ้างในความอาภัพของเด็กสาวผู้น่าสงสาร โดยกําเหนิดธรรมชาติได้ลงโทษเธอมา แต่ยังปราณีในการสร้างความงามให้เหนือกว่าหญิงใด ๆ ในด้านความรักเธอก็ไม่ด้อยกว่าใคร แม้กระนั้นมนุษย์ก็ยังทารุณกลั่นแกล้งเธอต่าง ๆ นา ๆ นับ แต่แม่ผัวตลอดจนน้องผัว”
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499
นักแสดง
ประภาศรี สาทรกิจ, เกชา เปลี่ยนวิถี, ประภาพรรณ นาคทอง, สมพงษ์ พงษ์มิตร, ชูศรี โรจนประดิษฐ์, ล้อต๊อก, สมศรี อรรถจินดา, ทัต เอกทัต, ชาลี อินทรวิจิตร

จันทร์เจ้าขา
ฟิล์ม 16 มม./ขาวดำ/พากย์
ฉายที่เอ็มไพร์
บริษัทสร้าง นางลอยภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ฉวี ทัศนปรีดา
ผู้ประพันธ์ “พรานบูรพ์”
ผู้กํากับ สนาน คราประยูร
ผู้เขียนบท “พรานบูรพ์”
ผู้ถ่ายภาพ วรรณบูลย์ พิทยาคม
เรื่องย่อ
ความรักระหว่าง เจียม แจ่มจันทร์ สาวใสซื่อบริสุทธิ์ กับ ร.ต. จิตต์ พีระกุล นายทหารหนุ่ม ถูกกีดกันจาก นางมงคล ป้าของเจียม ที่ต้องการให้เจียม ได้แต่งงานกับ หลวงสัทธนะสิทธิ์ นักธุรกิจผู้มีชื่อเสียง เจียมจึงหนีออกจากบ้าน กระทั่งได้รับความช่วยเหลือจาก จิตต์ให้มาอยู่ด้วยกัน แต่ทว่าจิตต์ดันมีสาว ๆ มาเกาะแกะ และมิวายที่บรรดาสาวเหล่านั้นจะคอยหาทางกลั่นแกล้ง เจียมต่าง ๆ นานา เธอจึงต้องระหกระเหินออกจากบ้าน จิตต์ไป ดีที่หลวงสัทธนะสิทธิ์มาเห็นเข้าจึงขอรับเธอไป อุปการะด้วยความรักและห่วงใยดุจลูกหลาน จนเจียม ยอมแต่งงานด้วย ครั้นเรื่องรู้ไปถึงจิตต์ เขาจึงกลับมาพิสูจน์รักแท้ต่อหน้าเจียม และตัดพ้อเรื่องที่เจียม เปลี่ยนใจไปแต่งงานกับชายอื่น หลวงสัทธนะสิทธิ์ได้ยิน ดังนั้นจึงออกมาเปิดเผยว่า การแต่งงานจัดขึ้นมาเพื่อให้ เจียมได้พิสูจน์ใจจิตต์ว่าเขารักเธอจริงหรือไม่ เมื่อรู้ดังนั้น จิตต์และเจียมจึงได้ครองรักกันสมปรารถนา

นักแสดง
ชนะ ศรีอุบล เป็น ร.ต. จิตต์ พีระกุล
วิภา เลิศพจนา เป็น เจียม แจ่มจันทร์
ผาด เนตรอําไพ เป็น นางมงคล
เล็ก อําเที่ยงตรง เป็น หลวงสัทธนะสิทธิ์
สมพงษ์ พงษ์มิตร เป็น สิบตรีนิ้ว
ชูศรี โรจนประดิษฐ์ เป็น อิม
เฉลิม แก้วสมัย เป็น หวิง
ทัศนีย์
พรานสังคม
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์ / ความยาว …. นาที
11 พฤษภาคม 2499
ฉายที่่ เอ็มไพร์
ผู้กํากับ ปริญญา ลีละศร
ผู้เขียนบท เบญจมินทร์
ผู้ถ่ายภาพ สมชาย ตัณฑ์กําเนิด
ผู้พากย์ พันคํา
เรื่องย่อ
เพราะไม่เคยมีความรัก เมื่อถูก ชัช หนุ่มนักศึกษาป้อนคําหวาน นงนุช จึงตกหลุมพรางอย่าง ง่ายดาย แม้นงนุชจะอายุมากกว่าชัชกว่าสิบปีก็ตาม นงนุชเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่งตัวทันสมัยขึ้น จนใน ที่สุด ก็ตกเป็นของชัชด้วยความยินยอม แม้ชัชจะกลับไป เรียนต่อที่กรุงเทพ นงนุชก็ยังคงปรนเปรอชัชทั้งร่างกาย และเงินทอง
แต่เมื่อชัชกลับมาที่กรุงเทพกลับแอบไปมีความ สัมพันธ์กับ รจนา นักศึกษาสาวจนเธอตั้งครรภ์ ชัชปฏิเสธ ความเป็นพ่อและไล่ให้รจนาไปทําแท้งโดยอ้างว่าไม่มีเงิน เลี้ยงดู แต่รจนายืนยันว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะพี่สาวที่ คอยส่งเสียเธอมีฐานะดี ชัชจึงยอมตกลงแต่งงาน รจนากลับไปบอกเรื่องราวที่บ้านเกิดและโทรเลขตามชัชเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน
ชัชตามมาที่บ้านของรจนาแล้วก็ต้องตกใจเป็น อันมาก เพราะที่นั่นคือบ้านของนงนุช นงนุชพยายามขัด ขวางการแต่งงานทําให้ชัชไม่พอใจถึงกับจ้างคนมาฆ่า นงนุชแต่ไม่สําเร็จ ส่วนรจนาไม่เข้าใจว่าทําไมพี่สาวถึง คัดค้านการแต่งงานทั้งที่ตอนแรกอนุญาต นงนุชจึงเล่า เรื่องราวทั้งหมดให้รจนาฟัง รจนาผิดหวังเสียใจมากจึงยิง ชัชเพราะความเคียดแค้น
นักแสดง
ม.ร.ว. หญิงฤดีมน ชมภูนุช เป็น นงนุช
เพลินตา อุมาแมน เป็น รจนา
เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น ชัช
วิชิต ไวงาน, จันตรี สาริกบุตร, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, จรูญ สินธุเศรฐ, สมพล กงสุวรรณ, มงคล จันทบุบผา, รําเพย ณ นคร
ที่มา นิตยสารผดุงศิลป์ พฤษภาคม พ.ศ. 2499
เคหาสน์สีแดง
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์ / ความยาว …. นาที
เคหาสน์สีแดง 2499
29 ธันวาคม 2499
ฉายที่ แกรนด์
บริษัทสร้าง โยคีสถานสี่พระยา
ผู้อํานวยการสร้าง วิรัช พึ่งสุนทร
ผู้ประพันธ์ “ดวงดาว”
ผู้กํากับ วิรัช พึ่งสุนทร
ผู้เขียนบท วิรัช พึ่งสุนทร
ผู้พากย์ เทพา – อาภรณ์ – จิตรา
เรื่องย่อ
เพราะถูกอ้ายคนชั่วพรากความบริสุทธิ์ ไปเมื่อหลายปีก่อน อัมภาจึงตั้งท้องกับ ชิต ด้วยความไม่ตั้งใจ อัมภาคลอดลูกเป็นบุตรชายและทิ้งให้ชิตดูแล ส่วนตัวเองหนี ไปมีครอบครัวใหม่และให้กําเนิด อารยา ชีวิตที่ดูจะราบรื่นกลับมลายลงอีกครั้ง เมื่อพ่อของอารยาเสียชีวิต โชคดีที่ พลตรี พระยาพลแสน รับอุปการะอัมภาและลูกให้มาอยู่ที่เคหาสน์ รุจิโรจน์ หรือที่คนรู้จักในนาม เคหาสน์สีแดง
การปรากฏตัวของสองแม่ลูกสร้างความไม่พอใจ แก่รุจ รุจิโรจน์ ลูกชายของพระยาพลแสนเป็นอันมาก เพราะกลัวจะโดนแย่งความรักไปจากพ่อ พระยาพลแสนเข้าใจเรื่องนี้ดี จึงส่งรุจไปเรียนหมอที่อังกฤษ ไม่นานพระยาพลแสนก็ถึงแก่กรรมโดยทําพินัยกรรมมอบมรดกทั้งหมดแก่รุจ ส่วน อารยา ให้รับรายได้จากกองมรดกเดือนละพันบาท ตราบใดที่ ยังอาศัยที่เคหาสน์สีแดง
8 ปีผ่านไป รุจเรียนจบจากอังกฤษ แต่ไม่ยอมกลับ มาอยู่ที่เคหาสน์สีแดง เพราะยังรังเกียจอัมภา จนกระทั่ง อัมภาเสียชีวิตด้วยน้ำมือของชิต รุจจึงกลับมาอยู่ที่เคหาสน์ สีแดง อารยาในวัย 17 กลายเป็นสาวงาม ทําให้รุจจิตใจหวั่นไหว แต่ต่อหน้ากลับแสดงท่าที่หมางเมินกลบเกลื่อนความ ในใจ วันหนึ่งรุจบังเอิญได้รักษา ชาญ ลูกชายของอัมภาที่เกิด กับชิต จึงได้รู้เรื่องราวในอดีตก็คลายทิฐิลง
อารยาไม่สบายใจที่จะอาศัยในเคหาสน์สีแดงจึงไป ปรึกษา ชาลี ลูกชายคุณนายพนาเวศเพื่อนบ้าน ซาลีแนะนํา ให้อารยาไปอยู่ที่ไร่รวงผึ้ง ของ ภาคินัย ซึ่งกําลังต้องการคนมาดูแล ภาคินี น้องสาวซึ่งพิการ รุ่งเช้า เมื่อรุจรู้ว่าอารยาหนีออกจากบ้านก็รีบชวน ขุนผจญคดี ทนายความประจําตระกูล ออกตามหา
ภาคินัยตกหลุมรักอารยาตั้งแต่แรกเห็น ทําให้ เสาวรสซึ่งหมายปองภาคินัยอยู่หึงหวง หมอรุจถูกตามตัวมาจากกรุงเทพเพื่อรักษาภาคินี เมื่อเจอหน้าอารยาจึงได้โอกาส กล่าวขอโทษและขออารยาแต่งงาน แต่อารยาเล่าว่าภาคินัย ก็เพิ่งจะขอเธอแต่งงานเหมือนกัน หมอรุจคิดว่าตัวเอง หมดหวังกําลังจะขับรถกลับกรุงเทพ แต่อารยามาขวางไว้ เพราะเพิ่งรู้ใจตนเอง
นักแสดง
ชาญชัย ศิวเสน เป็น หมอรุจ รุจิโรจน์
รัชนี กฤษณะรมย์ เป็น อารยา
สมจิตต์ ทรัพย์สํารวย เป็น แม่อัมภา
ไสว ประเสริฐ เป็น พล.ต. พระยาพลแสน
ประภาพรรณ นาคทอง เป็น เสาวรส
ประมินทร์ จารุจารีต เป็น ชิต
แฉล้ม โทณวนิก เป็น แม่ละม่อม
พริ้ง บัวสีม่วง เป็น แม่พิน
ประสาร ฉิมชาญเวช เป็น แม่พร้อม
สมพงษ์ พงษ์มิตร เป็น ขุนผจญคดี
จันตรี สาริกบุตร เป็น น้าสังวาลย์
ปยุต เงากระจ่าง เป็น ภาคินัย
วันทนีย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็น ภาคินี
ประดิษฐ์ เกตุรัตน์ เป็น ชาลี
ด.ญ. ประมวลพิศ เวชอุรัย เป็น อารยา (วัยเด็ก)
ด.ช. อรรถวิทย์ ศุขโรจน์ เป็น รุจ (วัยเด็ก)
ด.ญ. ทิพย์วรรณย์ ธรรมเที่ยงสัตย์ เป็น ด.ญ. มาลี
ด.ญ. ศุภณี ธรรมเที่ยงสัตย์ เป็น ด.ญ. ดาริกา
ที่มา สมุดภาพยนตร์ เรื่อง เคหาสน์สีแดง พ.ศ. 2499
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์? / ความยาว …. นาที
29 กันยายน 2499
ที่โรงหนัง พัฒนากร
ผู้อํานวยการสร้าง ส. อาสนจินดา
ผู้กํากับ ส. อาสนจินดา
นักแสดง ส. อาสนจินดา, สาหัส, จํารูญ,
ล้อต๊อก, คํารณ, กุญชร, บังเละ, ทองฮะ, จํารัส, ชูศรี, สมศรี, อรุณศรี
ที่มาภาพ หนังสือพิมพ์รายวัน สยามนิกร กันยายน พ.ศ. 2499
เกียรติศักดิ์รักของข้า
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่ กรุงเกษม
บริษัทสร้าง โยคีทองพูน
ผู้ประพันธ์ สุวัฒน์ วรดิลก
ผู้กํากับ เนรมิต
ผู้พากย์ เสน่ห์ – จุรี
เรื่องย่อ
เรื่องราวของหนุ่ม ปาน กับสาว เนิ่น ซึ่งอาศัยอยู่ที่ตําบลหาดตะโก ทั้งสองรักและตกลงจะอยู่ ด้วยกัน ความสวยของเนินไปต้องตา หมู่เพิ่ม เป็นเหตุให้ ปานถูกยัดข้อหาฆ่าคนตาย ปานแหกคุกออกมาพร้อมกับ ความแค้นแน่นอก ยิ่งเมื่อรู้ว่าเนิ่นต้องยอมแต่งงานกับหมู่ เพิ่มเพราะอิทธิพลของกํานัน จึงบันดาลโทสะลงมือฆ่า กํานัน ทําให้ปานต้องหนีการจับกุมอีกครั้ง
หมู่เพิ่มได้แต่งงานกับเนิ่นสมใจและรับเลี้ยงดู ลูกในท้องซึ่งเกิดกับปาน หลายปีต่อมา ปานกลายเป็น เสือคนสําคัญที่ทางราชการต้องการตัว เสือปานออกปล้น เงินเศรษฐีเพื่อมาแจกจ่ายคนยากจน เป็นที่รักใคร่ของ ชาวบ้านและช่วยให้เขาไม่ถูกตํารวจจับ เสือปานเฝ้าหวัง อยากเจอลูกชายของตัวเองสักครั้ง จนในที่สุดทั้งสองก็ได้ โคจรมาพบกันแต่ในฐานะตํารวจกับผู้ร้าย
นักแสดง
ส.อาสนจินดา, สมจิตต์ ทรัพย์สํารวย, สมควร กระจ่างศาสตร์, ทัต เอกทัต, เซาว์ แคล่วคล่อง, ล้อต๊อก, อบ บุญติด, เกรียวทอง อิศรศักดิ์เสนา
ที่มานิตยสารผดุงศิลป์ มิถุนายน พ.ศ. 2499
ที่มาภาพ นิตยสารดาราไทย มิถุนายน พ.ศ. 2499
จากนวนิยายชีวิตเรื่องยิ่งใหญ่ของ “ดวงดาว” มาเป็นภาพยนตร์ชีวิตของสาวแสนสวยคนหนึ่ง โดย บูรพาศิลป์ภาพยนตร์ เสนอ
คำอธิษฐานของดวงดาว
ดูความรัก ความริษยาอาฆาตระหว่าง 4 สาว กับสาวหนึ่งคือ ดวงดวงผู้บริสุทธิ์
“คำอธิษฐานของดวงดาว”
ของ บูรพาศิลป์ภาพยนตร์
ถ่ายภาพโดย ประเทือง ศรีสุพรรณ
คำอธิษฐานของดวงดาว
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์ / ความยาว ….. นาที
19 กรกฎาคม 2499
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง บูรพาศิลปภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ “ดวงดาว”
ผู้กํากับ สุภาระ กาญจนพังคะ
ผู้ถ่ายภาพ ประเทือง ศรีสุพรรณ
เรื่องย่อ
ในงานเลี้ยงปีใหม่ ณ คฤหาสน์ของ คหบดีบริพันธ์ ดวงดาว หลีกหนีความวุ่นวายในงานเลี้ยง มาเดินเล่นที่ชายทะเล และหวนนึกถึงวันปีใหม่เมื่อห้าปี ก่อนซึ่งเธอเคยมีความสุข แต่ทุกสิ่งต้องพังทลายเมื่อพ่อ ของดวงดาวล้มละลาย ดวงดาวจึงต้องมาอาศัยอยู่กับ คหบดีบริพันธ์ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ แม้ต้องทนถูกดูหมิ่นเหยียด หยามจากบรรดาหลาน ๆ ของ คุณใหญ่ อาของดวงดาว ซึ่งอาศัยในบ้านเดียวกัน
ดวงดาวได้แต่อธิษฐานกับดวงดาวขอให้เธอพ้น จากความทุกข์โดยเร็ว ทันใดนั้นเอง มีชายคนหนึ่งวิ่งตรง มาขอร้องให้ดวงดาวช่วยหาที่หลบซ่อนตํารวจ ด้วยความ มีเมตตาดวงดาวจึงให้ที่หลบซ่อนแก่โจรผู้นั้น โดยไม่ทัน ได้ถามชื่อ วันถัดมาดวงดาวได้ยินเสียงบรรดาหลานสาว ของคุณใหญ่พูดถึง ม.จ. จิรพันธ์ ซึ่งกําลังเป็นที่หมายปองของบรรดาสาว ๆ และต่างแต่งตัวแข่งขันกันเพื่อไปร่วม งานเลี้ยงส่งท่านชายกลับกรุงเทพ ดวงดาวจึงปลีกตัวไป เดินเล่นที่ชายหาดกับ สีนิล สุนัขคู่ใจอย่างเงียบ ๆ แต่แล้ว ดวงดาวก็ได้เจอกับโจรที่เธอช่วยหาที่หลบซ่อนให้ใน คืนวันปีใหม่ ชายหนุ่มสารภาพว่ามาดักรอดวงดาวเพราะ ตั้งใจจะไปประกอบอาชีพสุจริต ดวงดาวจึงให้สมบัติชิ้น สุดท้ายของเธอเป็นเงินทุนแก่ชายหนุ่ม
หลังจากนั้นไม่นาน รุ่งอาของดวงดาวมารับตัว ดวงดาวไปอยู่ที่กรุงเทพ และพาดวงดาวไปงานเลี้ยงวัน เกิดของ ม.จ. จิรพันธ์ ดวงดาวจําได้ว่าบรรดาหลานสาว ของคุณใหญ่ต่างใฝ่ฝันถึง ม.จ. จิรพันธ์ แต่ด้วยความ เกรงใจอารุ่งจึงยอมไปร่วมงาน และต้องตะลึงเพราะม.จ. จิรพันธ์ ก็คือนายโจรที่เธอช่วยไว้ในคืนวันปีใหม่นั่นเอง
นักแสดง คำอธิษฐานจากดวงดาว
รัตนาภรณ์ อินทรกําแหง เป็น ดวงดาว
ราชพร จุลวงศ์ ร.น. เป็น ม.จ. จิรพันธ์
โชติ พุกกะพันธ์ เป็น ท่านสุรฤทธิ์
วัลลี ปัญญากาจน์ เป็น คุณหญิงสุรฤทธิ์
วิโรจน์ สายวัฒนะ เป็น วิวัฒน์
ที่มา นิตยสารตุ๊กตาทอง ธันวาคม พ.ศ. 2499
คำอธิษฐานของดวงดาว พ.ศ. 2524
พ.ศ. 2499,
รัตนาภรณ์ อินทรกําแหง,
ชม! ภาพยนตร์ไทยสีธรรมชาติ สวยสด
นำ เกอหล่าน คีรีบูนสาวเจ้าเสน่ห์จากฮ่องกง พบ…
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ส.อาสนจินดา ใน
หงษ์หยก
ถ่ายทำในฮ่องกง
หงษ์หยก
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
4 กุมภาพันธ์ 2499
ฉายที่ กรุงเกษม
บริษัทสร้าง เนรมิตภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง จรี อมาตยกุล
ผู้ประพันธ์ เสน่ห์ โกมารชุน
ผู้กํากับ เนรมิต
ผู้เขียนบท ช. แสงเพ็ญ
ผู้ถ่ายภาพ แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ลําดับภาพ อํานวย กลัสนิมิ
ผู้กํากับศิลป์ วิทย์ อัคนียากร
ผู้สร้างฉาก โรงถ่ายภาพยนตร์ ส. อาสนจินดา
ผู้กํากับแสง โรงถ่ายภาพยนตร์ ส. อาสนจินดา
ผู้จัดเครื่องแต่งกาย นิภา อมาตยกุล
ผู้ทําดนตรีประกอบ พงศ์อมาตย์ – ชูวิทย์, จิตต์ น้อยรอด
ผู้ประพันธ์เพลง สง่า อารัมภีร์, ชาลี อินทรวิจิตร
ผู้พากย์ เสน่ห์ โกมารชุน – จุรี โอศิริ
ที่มาภาพ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
เรื่องย่อ
ธาดา ทายาทตระกูลวิเศษสรการ เดินทางมาทําธุรกิจที่ฮ่องกง และได้ตกหลุมรัก หลินฟ้า สาวชาวเรือ อิวหล่าน แม่ของหลินฟ้ากําลังป่วยหนัก ธาดาจึงจ้างหมอมารักษาเพราะสงสารหลินฟ้า แต่กลับ ถูกอิวหล่านแสดงท่าทีรังเกียจเมื่อรู้ว่าเขาเป็นคนไทย ธาดาไม่ละความพยายาม ตามตื๊อจนหลินฟ้าใจอ่อน แต่หลังจากนั้นไม่นานธาดาก็ถูกตามตัวกลับกรุงเทพ อิวหล่านจะบังคับให้หลินฟ้าแต่งงานกับเล่าตั๊ก เธอจึงหนีตามธาดามาเช่าบ้านของ นายบานเย็น ที่กรุงเทพ
ธาดาซึ่งไม่เคยลําบากก็ล้มป่วยลง หลินฟ้า พยายามหาเงินด้วยการร้องเพลงในไนท์คลับ แต่ถูกธาดา เข้าใจผิดคิดว่าเธอนอกใจ ธาดาจึงกลับไปหาครอบครัว เพื่อจะแต่งงานกับ พรพิมล ตามความต้องการของแม่ แต่พรพิมลไม่ได้รักธาดา ความเป็นอยู่ของหลินฟ้าค่อย ๆ ขัดสน เมื่อนายบานเย็นมาเก็บค่าเช่า หลินฟ้าจึงต้องปลด สร้อยคอ “หงษ์หยก” ที่แม่เคยมอบให้แทนค่าเช่า เมื่อ นายบานเย็นเห็นสร้อยคอหงษ์หยกก็จําได้ว่า เป็นสร้อยคอที่ตนเคยมอบให้กับผู้หญิงที่ตนรักเมื่อ 20 ปีก่อน นายบานเย็นจึงรีบขับรถไปหาหลินฟ้า ด้วยความประมาทจึงชนอิวหล่านเสียชีวิต นายบานเย็นพยายามแก้ตัวโดยการเกลี้ยกล่อมให้ธาดาหายเข้าใจผิด แต่สายเกินไปเพราะ หลินฟ้าหนีกลับไปฮ่องกงแล้ว
นักแสดง
เกอหล่าน เป็น หลินฟ้า
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ เป็น ธาดา วิเศษสรการ
ชาลี อินทรวิจิตร เป็น ชาลี
ล้อต๊อก เป็น เก็กฮวย
เสน่ห์ โกมารชุน เป็น ฮวงมุ้ย
จุรี โอศิริ เป็น อิวหล่าน
ทัต เอกทัต เป็น เล่าตั๊ก
สาหัส บุญหลง เป็น พระวิเศษสรการ
สงวน รัตนทัศนีย์ เป็น คุณนายอุบล
กรองจิตต์ เตมีย์ศิลปิน เป็น พรพิมล
ส. อาสนจินดา เป็น นายบานเย็น
ทองแปะ สินจารุ เป็น ผู้จัดการอู่รถ
แป๊ะอ้วน เป็น คนขายเต้าฮวย
ล้อต๊อกน้อย เป็น เจ้าเปีย
ศรินทิพย์ ศิริวรรณ เป็น หญิงพาร์ทเนอร์
เสถียร ธรรมเจริญ เป็น ผู้จัดการในต์คลับ
ชูศรี โรจนประดิษฐ์, สําราญ เหมือนประสิทธิเวช, แถมสิน รัตนพันธ์, ชูเตี้ย, บังเละ
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499
บ้านทรายทอง พ.ศ. 2499
เป็นภาพยนตร์ชีวิตยอดเยี่ยม สีสด
รักกระจุ๋มกระจิ๋ม หวานชื่น
ซึ้งใจยิ่งกว่าสลักจิต
ที่ เสรีภาพยนตร์
กล้ารับรองว่าดีจริง!
-ใบปิดโดย วัฒนศิลป
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว … นาที
4 สิงหาคม 2499
ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง โยคีสถานสี่พระยา
ผู้อํานวยการสร้าง วิรัช พึ่งสุนทร
ผู้ประพันธ์ ก. สุรางคนางค์
ผู้กํากับ วิรัช พึ่งสุนทร
ผู้เขียนบท วิรัช พึ่งสุนทร
ผู้ถ่ายภาพ สิน นาคเสวี
ผู้พากย์ เทพา – อาภรณ์ และจิตรา
เรื่องย่อ
เจ้าพระยาราชาพิพิธ ต้นตระกูล พินิตนันท์ เจ้าของคฤหาสน์บ้านทรายทอง มีลูกชายสองคน คนโตคือพระยาราชาพิพิธ รับราชการเจริญรอยตามพ่อ ส่วน สุรพล ลูกคนรองไม่ยอมทำงานรับราชการ จึงถูกตัดออกจากกองมรดก เมื่อเจ้าพระยาราชาพิพิธถึงแก่กรรม ภรรยาของท่าน เป็นห่วงสุรพล ลูกชายคนเล็ก จึงทำพินัยกรรมยกบ้านทรายทองให้กับสุรพล แต่พระยาราชาพิพิธไม่ยอมปฎิบัติตาม กลับยึดบ้านทรายทองเป็นของตน
สุรพลมีลูกชายคือพนา นิสัยคล้ายตนเอง ขยัน ทํางานจนได้เป็น พระยาดุลยธรรมพินิจ พนาแต่งงานกับหญิงชาวบ้านและมีลูกสามคนคือ พจมาน (เรวดี) พจนา และพจนีย์ ต่อมาพนาป่วยหนักก่อนสิ้นใจได้สั่งเสียให้พจมานไปอยู่กับ หม่อมพรรณราย (กำจาย) บุตรสาวของพระยาราชาพิพิธที่บ้านทรายทอง
หม่อมพรรณรายเป็นคนเห็นแก่ตัว มีบุตรกับหม่อมเจ้าสว่างวงศ์สี่คนคือ ม.ร.ว.ภารดี หรือหญิงใหญ่ (สมจิตต์) ม.ร.ว.ภราดา หรือชายกลาง (ชนะ) ม.ร.ว.ภาวินี หรือหญิงเล็ก (ประภาพรรณ) และ ม.ร.ว.ภาณุทัต หรือชายน้อย หม่อมพรรณรายไม่อยากอุปการะพจมาน จึงร่วมกับหญิงเล็กกลั่นแกล้งพจมาน มีเพียงหญิงใหญ่และชายกลางคอยช่วยเหลือ
ต่อมาชายกลางต้องเดินทางไปปฎิบัติราชการต่างประเทศ หม่อมพรรณรายกับหญิงเล็กยิ่งกลั่นแกล้งพจมานหนักยิ่งขึ้น ทำให้หม่อมเจ้าเอนก (ลือชัย) คู่หมั้นของหญิงเล็กเห็นธาตแท้ที่ร้ายกาจของหญิงเล็ก จึงขอถอนหมั้น และหันมาสนใจพจมานแทน
พระยาราชาพิพิธซึ่งกําลังอยู่ในบั้นปลายชีวิต เริ่มรู้สึกผิดในสิ่งที่ตนเองทําไว้จึงคิดจะคืนบ้านทรายทอง แต่พจมานปฏิเสธและกลับไปหาแม่ที่อยุธยา เมื่อชายกลาง กลับจากต่างประเทศจึงรีบลงเรือไปตามพจมาน และ ขอร้องให้พจมานเลือกว่าจะแต่งงานกับใครระหว่าง เศรษฐีอยุธยาหรือหม่อมเจ้าอเนก แต่พจมานไม่ขอเลือก ทั้งสองคนเพราะได้มอบหัวใจให้ชายกลางซึ่งคอยช่วย เหลือเธอมาโดยตลอด
นักแสดง
เรวดี ศิริวิไล เป็น พจมาน พินิตนันทน์
ชนะ ศรีอุบล – คุณชายกลาง (ม.ร.ว.ภราดาพัฒน์ระพี สว่างวงศ์)
กำจาย รัตนดิลก – หม่อมแม่ (หม่อมพรรณราย สว่างวงศ์)
สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย – หญิงใหญ่ (ม.ร.ว.หญิงภารดีสว่างวัฒน์ สว่างวงศ์)
ประภาพรรณ นาคทอง – หญิงเล็ก (ม.ร.ว.หญิงภาวิณีจรัสเรือง สว่างวงศ์)
ปรีชา บุณยเกียรติ เป็น ม.จ. อเนกนพรัตน์
ลือชัย นฤนาท – นกุล
สมพงษ์ พงษ์มิตร เป็น นายจร
พริ้ง บัวสีม่วง เป็น ยายเอม
ต่วน ยาวะประภาษ, เดชา เวศอุไร, แฉล้ม โทณวนิก, พิชัย จิตรีขันธ์, ประพิศ ทัตตานนท์, บุษบง ศิริกายะ, สุนันท์ สิทธิสุข, ทวน พรมกฤต, สันติชัย นาคเสวี
บ้านทรายทอง พ.ศ. 2523
ชนะ ศรีอุบล,
พ.ศ. 2499,
เรวดี ศิริวิไล,
Footer
ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย
และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน
© 2024 ThaiFilmReviews.com