แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2498 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2498 แสดงบทความทั้งหมด

ชะอําอําพราง


ชะอําอําพราง

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
17 พฤศจิกายน 2498
ฉายที่ บรอดเวย์
บริษัทสร้าง พิฆเนศภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ประสิทธิ์ ยุวะพุกกะ
ผู้ประพันธ์ “จ.จ.ร.” จากบทประพันธ์ เรื่อง แม่ย่านาง
ผู้กํากับ สุพรรณ บูรณะพิมพ์
ผู้เขียนบท พรานบูรพ์
ผู้ถ่ายภาพ มนู มณีปันตี
ผู้ลําดับภาพ ปริญญา ลีละศร ผู้
ผู้พากย์ สุพรรณ บูรณะพิมพ์ – เบญจมินทร์

นักแสดง
เชาว์แคล่วคล่อง, สุพรรณ บูรณะพิมพ์, จุมพล กาญจนินทุ, มนัส บุณยเกียรติ, สิงห์ มิลินทาศัย, อดินันท์, มยุรี, วันดี, สมพงษ์ พงษ์มิตร, ล้อต๊อก

เรื่องย่อ
ระหว่างการเดินทางไปเที่ยวที่บ้าน ของ ทําเนา เพื่อนรักที่ชะอํา กลับทําให้ ฤทธิ์ ฤทธาวุธ ไปพัวพันกับเรื่องราวอลวน นับแต่ฤทธิ์ช่วยสาวสวย คนหนึ่งตามหาสุนัขและหลงเข้าไปในบ้านของ พระยาปราบพาลพ่าย จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะเจ้าของ บ้านคิดว่าฤทธิ์เป็นขโมย โชคดีที่หญิงสาวที่เขาช่วยตาม หาสุนัขเข้ามาอธิบาย ก่อนจะรู้ว่าเธอชื่อ มุกดา ซึ่งเป็น น้องสาวของทําเนานั่นเอง

พระยาปราบฯ ไปแจ้งความกับตํารวจว่ามี คนร้ายหญิงชาย ขโมยแหนบโกษาปานของเก่าแก่ของตน ไป แล้วให้ ชวน ลูกชายไปกระจายข่าวตามจับหัวขโมย กับชาวบ้าน บังเอิญวันนั้น เคเอ็นหลิน และ วิไลลักษณ์ หลานสาวกําลังจะมาเอาของผิดกฎหมายที่เคยฝากไว้กับ ยอดรัก คนเก่าแก่ในบ้านของทําเนา จึงแกล้งทําที่เป็นรถ เสียแล้วขอพักที่บ้านของทําเนา แต่ทุกคนพากันเข้าใจว่า ทั้งสองคือสองหัวขโมย แผนการจึงไม่สําเร็จ

เหตุการณ์เลวร้ายลงอีก เมื่อฤทธิ์พบแหนบ โกษาปานอยู่ในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง จึงตัดสินใจนําไป คืนพระยาปราบฯ บังเอิญได้ยินยอดรักกําลังต่อรองขอ ซื้อบรั่นดีคืนจากพระยาปราบ เพราะเป็นของที่เคเอ็นหลินเคยนํามาฝากไว้ ปรากฏว่าพระยาปราบฯ จะขาย คืนแต่ขวดเปล่าเท่านั้น ยอดรักจําต้องซื้อขวดเปล่าคืนด้วยความกลัดกลุ้ม

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเคเอ็นหลินและวิไลลักษณ์ได้ ขวดบรั่นดีคืนสมปรารถนาก็พากันกลับ แต่ไปได้ไม่นาน เคเอ็นหลินก็กลับมาต่อว่ายอดรักเสียยกใหญ่ เมื่อพบว่า ของเหลวในขวดกลายเป็นน้ําเปล่า ยอดรักจึงรับสารภาพ ว่าได้เอาบรั่นดีไปขายให้พระยาปราบฯ เมื่อนานมาแล้ว พระยาปราบฯ อับอายที่ความจริงได้ปรากฏต่อหน้า ธารกํานัล จึงขอยอมความ เรื่องจึงสงบลงได้ด้วยดี

ที่มาภาพ (บน) หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
(ล่าง) นิตยสารผดุงศิลป์ พฤศจิกายน พ.ศ. 2498
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์ พฤศจิกายน พ.ศ. 2498

เริงริษยา


เริงริษยา

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
29 มกราคม 2498
ฉายที่ เอ็มไพร์
บริษัทสร้าง รัตนภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง รัตน์ เศรษฐภักดี
ผู้ประพันธ์ สําเนาว์ หิริโอตัปปะ
ผู้กํากับ จําลองลักษณ์, สวาท รัตนสาสน์
ผู้เขียนบท พรานบูรพ์
ผู้ถ่ายภาพ รัตน์ เศรษฐภักดี
ผู้พากย์ เสนาะ ศรีพยัคฆ์-วรรณภา-เทพนม

เรื่องย่อ

นรา กับ นรี สองศรีพี่น้องลูกสาวของ พระยาปัจจัย ที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้ว กล่าวคือ นรา ผู้ที่เป็นคน ขี้อิจฉาริษยา ผิดกับนรีผู้น้องซึ่งเป็นคนโอบอ้อมอารีมีน้ําใจ

วันหนึ่ง มนตรี กับ จ้อน คนใช้ในบ้าน เอ่ยปากขอยืมเงินนรา เพื่อเป็นทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ นอกจากนราจะไม่ให้แล้ว ยังดูถูกเหยียดหยามเขาอีกด้วย จ้อนแนะนําให้มนตรีลอง เขียนจดหมายไปขอยืมเงินจากนรี ซึ่งเธอยินดีช่วยเหลือโดย การมอบแหวนให้มนตรีเพราะไม่มีเงินสดเพียงพอ นราไม่ พอใจเป็นอย่างมาก ยุแยงให้พระยาปัจจัยตัดนรีออกจากกอง มรดก

แม้นรีจะถูกตัดขาดก็ยังคอยพยาบาลพระยาปัจจัย ที่กําลังป่วยหนัก ในขณะที่นราเอาแต่เที่ยวเตร่ หลงระเริงใน ความมัวเมา ไม่นานพระยาปัจจัยก็เสียชีวิต นราจึงแต่งงานกับ ปรีชา ชายหนุ่มที่พบกันในสถานบันเทิง สองปีผ่านไป มนตรีเรียนจบกลับมาหางานทําเป็นหลักเป็นแหล่ง และได้ ช่วยเหลือนรีที่กําลังจะถูกปรีชาปลุกปล้ำ มนตรีฉุดนรีออกจากขุมนรกไปอยู่ร่วมกันจนมีลูกด้วยกันสองคน ชื่อว่า นิรันดร์ กับ นิรุทธ์

ชีวิตที่สงบสุขของนรีต้องพังทลายอีกครั้ง เมื่อ นรา ซมซานมาขออาศัย เพราะทนพฤติกรรมของปรีชาไม่ไหว แทนที่นราจะสํานึก กลับริษยาน้องสาวที่มีสามีดี ยั่วยวนมนตรี หมายจะเอามาเป็นสามีของตน แล้วยังใส่ความว่านรีเป็นชู้กับปรีชา นรีคับแค้นใจหนีไปอยู่ที่ระยอง ปล่อยให้นิรันดร์กับนิรุทธ์ถูกนราทารุณไม่เว้นแต่ละวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง มนตรี ถูกย้ายไปทํางานที่ระยองจึงพานราและลูกไปอยู่ด้วย ปรีชา ตามมาขู่กรรโชกเงินกับนราแต่ถูกนราหักหลัง จ้างคนมาลอบทําร้าย จ้อนช่วยชีวิตปรีชาไว้ ปรีชาจึงสารภาพความจริงให้ จ้อนฟัง แล้วร่วมมือกันเปิดโปงนราซึ่งกําลังวางยาพิษนิรันดร์ นรากลัวความผิดจึงพยายามวิ่งหนี แต่พลาดตกเขาเสียชีวิต

เริงริษยา

นักแสดง
สวลี ผกาพันธุ์ เป็น นรี
จันทร์แรม โทณวณิก เป็น นรา
โชติ สโมสร เป็น มนตรี
จําลองลักษณ์ เป็น พระยาปัจจัย
ด.ญ. ตุ๊กตา โกมลธร เป็น นิรันดร์
ด.ช. นิมิตร บุนนาค เป็น นิรุทธ
สุดใจ ศรีเบญจา เป็น จ้อน
ศิริ คุ้มอยู่ เป็น เมี้ยน
สุวิทย์ เป็น ปรีชา

ที่มาภาพ นิตยสารข่าวภาพยนตร์ มกราคม พ.ศ. 2498
ที่มา นิตยสารดาราไทย กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498

 

ผารีซอ


ผารีซอ


ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
26 กรกฎาคม 2498
ฉายที่ ศรีราชวงศ์
บริษัทสร้าง หนังสือพิมพ์ปิยะมิตร
ผู้อํานวยการสร้าง วิรัตน์ คูห์สุวรรณ
ผู้ประพันธ์ ศรีรัตน์สถาปนวัฒน์ จากบทประพันธ์ เรื่อง สิ้นธรณี
ผู้กํากับ คุณาวุฒิ
ผู้ถ่ายภาพ วิเชียร วีระโชติ

เรื่องย่อ

เมฆ หนุ่มเมืองใต้หนีซมซานไปบน ดอย หลังพลั้งมือฆ่าคนตายในบ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมฆก็พบว่าตัวเองอยู่ในกระท่อมของหญิงสาวชาวเขาเผ่า ลีซอ หญิงสาวเล่าว่า บาบ่า หัวหน้าเผ่า กับเธอ นะหลี ลูกสาว ช่วยเมฆเอาไว้ เมื่ออาการของเมฆหายเป็นปรกติ ถูก หมอผีประจําเผ่ายื่นคําขาดให้เมฆออกจากหมู่บ้าน โดยอ้างว่า หากดึงดันรับคนใต้ไว้ในหมู่บ้านจะพบภัยพิบัติ แต่บาบ่าเห็นว่าเมฆแม่นในทางปืน น่าจะช่วยปกป้อง หมู่บ้านได้ จึงไม่เชื่อคําทํานายและรับเมฆเข้าหมู่บ้าน

คืนต่อมา หมู่บ้านลีซอถูกพวกยางกะเลอปล้น ชาวเขาช่วยกันต่อสู้ เมฆล่อให้ถูกลงไปดักยิงที่เชิงเขา ส่วนตัวเขาย้อนไปกระหน่ํายิงถูกจนสิ้นลมหายใจ บาบ่า ไว้ใจเมฆมากถึงขนาดยกนะหลีให้เป็นเมีย จนกระทั่ง นะหลีตั้งครรภ์ เมฆขอไปเยี่ยมญาติที่ภาคใต้ พอเมฆ คล้อยหลังไป พ่อค้าฝืนขบวนฮ่อก็มาขอรับฝืนกับบาบ่า และยืนยันว่าชําระเงินให้เมฆไปแล้ว ทุกคนจึงได้รับรู้ ความชั่วร้ายของเมฆ ขบวนฝืนฮ่อแค้นใจบุกมาเผาหมู่บ้าน ลีซอพังพินาศ

ชาวเขาที่หลงเหลือชีวิตย้ายไปอยู่บนดอยอีกลูกหนึ่ง รวมทั้งบาบ่าและนะหลีซึ่งบัดนี้คลอดลูกเป็น ผู้ชายชื่อว่า เลาเอ้อ นะหลีแต่งงานใหม่กับ เลาจิง หนุ่ม ชาวเผ่าเดียวกันที่รักนะหลีมานาน วันหนึ่ง เลาเอ้อพบ ชายคนหนึ่งกําลังจะจมน้ําจึงช่วยชีวิตไว้และพามาที่บ้าน นะหลีเห็นหน้าก็จําได้ทันทีว่าคือเมฆ ซึ่งยังไม่เลิกสันดาน ชั่วพยายามปลุกปล้ํานะหลี นะหลีพยายามขัดขืนแต่ไม่ สามารถสู้กําลังเมฆจึงคว้าลูกดอกอาบยาพิษแทงขาตัวเองตาย เมฆพาเลาเอ้อกระเสือกกระสนหนีลงดอย บาบ่า เลาจิงและคนอื่น ๆ ตามเมฆไปและเกิดการยิงต่อสู้กัน เมฆเผลอไปถูกลูกดอกอาบยาพิษ ร่างของเขาตกลงไปใน กระแสน้ําอันเชี่ยวกราก โดยไม่มีใครช่วยทัน

นักแสดง
สวลี ผกาพันธุ์ เป็น นะหลี
ฤทธิ์ อินทนันท์ เป็น เมฆ ชุมแสง
มนูญ ชูเกษ เป็น บาบ่า
วิรัติ ภู่จีนาพันธ์ เป็น เลาจึง
กู้เกียรติ นิลประภา เป็น “กุ๊ก” หมอผี
เสี่ยล้อต๊อก เป็น เลาอ้าย
ด.ช. สํารวย นิลประภา เป็น เลาเอ้อ
บุญส่ง บุญเรือง เป็น หัวหน้าพวกฮ่อ
ชิดเชื้อ เป็น พ่อค้าฝิ่นเมืองใต้

ที่มาภาพ นิตยสารผดุงศิลป์ กรกฎาคม พ.ศ. 2498
ที่มา นิตยสารดาราไทย กรกฎาคม พ.ศ. 2498

 

ชั่วฟ้าดินสลาย 2498

ชั่วฟ้าดินสลาย

ชั่วฟ้าดินสลาย

ชื่อภาษาอังกฤษ Forever Yours

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
ความยาว 117 นาที
ฉายที่ นิวโอเดียน, เฉลิมกรุง

ชั่วฟ้าดินสลายเป็นโศกนาฏกรรมรักของชายหนุ่ม-หญิงสาวคู่หนึ่ง ที่เชื่อกันว่าจะรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย

เรื่องย่อ

พะโป้ ราชาป่าไม้แห่งท่ากระดาน จังหวัดกําแพงเพชร ซึ่งอายุกว่า 50 ปี ได้ตัดสินใจ แต่งงานใหม่กับ ยุพดี สาวน้อยวัยเพียง 20 ปี ซึ่งมี ความรู้สูง เข้าสังคมเก่ง ยุพดีเดินทางมาอยู่ที่ค่ายท่ากระดาน และได้พบกับ ส่างหม่อง หลานชายวัย 24 ปี ของพะโป้ ซึ่งสําเร็จวิชาการป่าไม้จากประเทศพม่า และ ได้รับมอบหมายให้ทํางานแทนอาของเขา

ส่างหม่องเป็น ชายหนุ่มรูปงามจึงทําให้ยุพดีสนใจเขามากกว่าคนอื่น เมื่อมีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน ยุพดีจึงตัดสินใจได้ว่า คนที่เธอต้องการคือ ส่างหม่อง มิใช่ พะโป้

เวลาผ่านไป ยิ่งทําให้ความสนิทสนมของคน ทั้งสองยิ่งเพิ่มมากขึ้น ยุพดีได้มีโอกาสบรรลุถึงความปรารถนาของตัวเอง แล้วทั้งสองก็แอบลักลอบพบกันอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะช่วงที่พะโป้ไปทําธุระในเมือง

วันหนึ่งพะโป้ออกอุบายว่าจะไปธุระในเมืองอีก เพื่อหาโอกาสจับผิดบุคคลทั้งสองจนทราบความจริง พะโป้ได้แสดงความใจกว้างกับคนทั้งสอง เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของยุพดีและส่างหม่องว่า “เราจะรัก กันชั่วฟ้าดินสลาย” พะโป้จึงใส่กุญแจมือทั้งคู่ให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ชีวิตที่เริ่มต้นด้วยความรักความสดชื่น เมื่อต้องถูกพันธนาการ ความรักที่เคยมีต่อกันก็เริ่มลดน้อย ลงจนกลายเป็นความชิงชังหน่ายแหนง จนเมื่อยุพดีตั้งท้อง ความอดทนของส่างหม่องก็ถึงวาระสุดท้าย เขาได้ ลากยุพดีไปหาพะโป้ เพื่อขออิสรภาพคืน


 

นักแสดง:

นักแสดง ชนะ ศรีอุบล เป็น ส่างหม่อง
งามตา ศุภพงศ์ เป็น ยุพดี
เฮม สุขเกษม เป็น พะโป้
ประจวบ ฤกษ์ยามดี เป็น ทิพย์
ล้อต๊อก, สมพงษ์ พงษ์มิตร

บริษัทสร้าง หนุมานภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง รัตน์ เปสตันยี
ผู้ประพันธ์ เรียมเองจากนิยายเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย
ผู้กํากับ มารุต
ผู้เขียนบท ทวี ณ บางช้าง, วิจิตร คุณาวุฒิ
ผู้ถ่ายภาพ รัตน์ เปสตันยี A.R.P.S.
ผู้ช่วยผู้ถ่ายภาพ อนันต์ อินละออ
ผู้ลําดับภาพ จุรัย เกษมสุวรรณ
ผู้ออกแบบฉาก สุกิจ สุขธรรมเกษม
ผู้บันทึกเสียง ปง อัศวินิกุล
ผู้ทําดนตรีประกอบ แมนรัตน์ ศรีกรานนท์

ข้อความบนใบปิด

หนุมานภาพยนตร์
เสนอภาพยนตร์ 35 ม.ม. เสียง สี อิสต์แมน
ชั่วฟ้าดินสลาย
จากนวนิยายเรื่องเอกของ เรียมเอง
นำโดย ชนะ ศรีอุบล งามตา ศุภพงศ์ เอม สุขเกษม
มารุต กำกับการแสดง

ได้รับรางวัลสำเภาทองในการประกวดภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมปีแรก (ปี 2500) 3 รางวัลคือ
บทประพันธ์ยอดเยี่ยม – เรียมเอง
บันทึกเสียงยอดเยี่ยม – ซึ่ง อัศวินกุล
ถ่ายภาพยอดเยี่ยมประเภทฟิล์ม 35 ม.ม. – รัตน์ เปสตันยี

 

เพลง ชั่วฟ้าดินสลาย ประพันธ์คำร้อง โดย มารุต และประพันธ์ทำนองโดย แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ขับร้องต้นฉบับโดย พูลศรี เจริญพงษ์ กลายเป็นเพลงอมตะโด่งดังจนทุกวันนี้ นักร้องที่นำเพลงนี้มาร้องใหม่และได้รับความนิยมมาก คือ ศรีไศล สุชาติวุฒิ

  • ชั่วฟ้าดินสลาย ปี 2523
  • ชั่วฟ้าดินสลาย ปี 2553
 
 

เกวียนหัก 2498


เกวียนหัก


ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว ….. นาที
30 มีนาคม 2498 ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ศรีบูรพาภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง พุฒ ภักดีวิจิตร์
ผู้ประพันธ์ “ไม้ เมืองเดิม” จากนิยายเรื่อง เกวียนหัก
ผู้กํากับ สดศรี บูรพารมณ์
ผู้ถ่ายภาพ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
ผู้พากย์ รุจิรา – มารศรี
นักแสดง คํารณ สัมบุณณานนท์, อรวรรณ เนียนชํานาญ, สมพล กงสุวรรณ, สรสิทธิ แสงชัยวรรณ, เสี่ยล้อต๊อก

เรื่องย่อ

แฝง นักเลงหัวไม้ประจําบ้านทุ่ง ซึ่ง มีใจมั่นรักอยู่กับ เรียงลูกสาวกํานัน ด้วยฐานะที่แตกต่าง กันทั้งสองจึงต้องคบกันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่มา วันหนึ่ง เกิดเหตุปล้นในตําบลนั้น แฝงตกเป็นผู้ต้องสงสัย จึงถูกเรียกตัวมาสอบสวนที่เรือนของกํานัน หลายคนเห็น แผลที่แขนของแฝงก็ปักใจเชื่อว่าแฝงเป็นคนร้าย เรียงจึง ช่วยเป็นพยานและสารภาพว่าเป็นคนฟันแขนของแฝงเอง ทําให้แฝงรอดพ้นจากข้อกล่าวหามาได้หวุดหวิด ท่ามกลางความไม่พอใจของกํานัน รอง พี่ชายของเรียง และ ชื้น ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่หลงรักเรียงอยู่ฝ่ายเดียว
ชื้นเจ็บใจที่เรียงไม่ตอบรับรัก จึงไปฟ้องกํานัน ว่าเรียงแอบคบหากับแฝง เรียงจึงถูกกํานันเฆี่ยนและจับขังไว้บนเรือน แฝงรู้ข่าวก็ลอบปีนขึ้นเรือนมาฝากรักกับ เรียงในคืนนั้น

แฝงกลับมาที่เรือนก็พบว่าพ่อถูกจับตัวไป ทิ้ง ไว้แต่รอยคราบเลือด แฝงเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของ รองและชื้น จึงรีบรุดไปยังเรือนกํานันเพื่อเค้นถามความจริง ขณะเดียวกันนั้น รองและชื้นที่เพิ่งฆ่าพ่อของแฝงตาย ก็ได้จับตัวเรียงขึ้นเกวียนเพื่อพาหนีไปอยู่ที่บ้านญาติต่าง หมู่บ้าน เมื่อแฝงได้รู้เรื่องราวทั้งหมด จึงรวบรวมพรรค พวกออกตามล่ารองและชิ้น หมายจะล้างแค้นให้พ่อและ ชิงตัวคนรักของตนกลับคืนมา

เมื่อเกวียนของเรียงมาถึงที่ศาลเจ้าพ่อเกวียนล่ม ซึ่งเป็นที่สักการะของเหล่าผู้เดินทางทั้งหลาย ชื้น บังคับให้เรียงสาบานรักกับตนต่อหน้าศาลเจ้าพ่อ เรียง ต้องสาบานด้วยความจํายอม แต่ในใจนั้นแอบอธิษฐานว่า หากแฝงกําลังตามหาตนอยู่ ก็ขอให้เกวียนที่ตนนั่งมา จงหยุดรออยู่ที่นี่ เพื่อให้แฝงตามมาทัน

แฝงกับพรรคพวกตามมาทันตามคําอธิษฐาน ของเรียง ด้วยความแค้นที่สุมอก แฝงควบเกวียนของตน เข้าพุ่งชนเกวียนที่ชื้ นรอง และเรียงนั่งมาอย่างรุนแรง จนเกวียนนั้นหักกระเด็น เมื่อแฝงได้สติก็พบว่าเรียงถูกเกวียนทับขาจนกระดูกหัก ชื้นถูกไม้กงเสียบทะลุอกตาย คาที่ ส่วนรองนั้นหนีไปได้

บัดนี้ เรียงกลายเป็นคนพิการที่ขาทั้งสองใช้การไม่ได้อีก แต่ถึงกระนั้น แฝงก็ขอสาบานต่อศาลเจ้าพ่อเกวียนหัก ว่าจะรับเรียงเป็นเมียและขอรักนางตลอดไป

ที่มา นิยายเรื่อง เกวียนหัก ของ ไม้ เมืองเดิม
ที่มาภาพ นิตยสารข่าวภาพยนตร์ เมษายน พ.ศ. 2498

 

สิงห์สาวเสือ

สิงห์สาวเสือ


สิงห์ สาว เสือ


ฟิล์ม 16 มม. /สี (โกดักโครม) / พากย์
17 พฤษภาคม 2498
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี

เค้าเรื่อง
“หนึ่ง รักระหว่างพี่กับน้อง สอง รัก ระหว่างชายกับหญิง กว่าจะรู้ว่ารักแท้ตกอยู่กับฝ่ายไหน ก็ต้องละเลงกันด้วยเลือด รักระหว่างกระสุนเหล็ก ตื่นเต้น เร้าใจ”

นักแสดง
สรสิทธิ แสงชัยวรรณ, กรองจิต เตมียศิลปิน

ที่มา มูลนิธิหนังไทย

 

 

 

สิงห์ท่าเรือ

สิงห์ท่าเรือ


สิงห์ท่าเรือ

ฟิล์ม 16 มม.? / สี? / พากย์?

20 กรกฎาคม 2498
ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง วีภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง V.
ผู้ถ่ายภาพ ส. วีระเทวิน

สิงห์ท่าเรือ


นักแสดง
ทวี ครุฑปิยะ, วาสนา พรหมมา, ประชุม จันทิมา

ที่มาภาพ (บน) นิตยสารผดุงศิลป์ มิถุนายน 2498
(ล่าง) นิตยสารผดุงศิลป์ มิถุนายน 2498

 

 

 

สามเสือ

สามเสือ

สามเสือ

ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
13 เมษายน 2498
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
ผู้กํากับ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์

เค้าเรื่อง
“ล้างอ้ายเลือครั้งใหญ่ยิงกันสนั่นกรุง ตะลุมบอนกันบนบกและในน้ํา หมัดต่อหมัด ปืนต่อปืน”

นักแสดง
ศิริพงษ์ อิศรางกูร, ประชุม จันทิมา, แพรวพรรณ สิทธิรักษ์

ที่มา มูลนิธิหนังไทย 

 

 

แม่พระ

แม่พระ


แม่พระ

ฟิล์ม 16 มม. / สี (โกดั๊กโครม) / พากย์
27 เมษายน 2498
ฉายที่ ควีนส์
บริษัทสร้าง คณะทิดเขียวภาพยนตร์
ผู้กํากับ พันคํา
ผู้เขียนบท พันคํา
ผู้พากย์ พันคํา – อัมภาพรรณ

เค้าเรื่อง
“สวลี ผกาพันธ์ มาในบทบาทของ หญิงใจงามสมนามว่า “แม่พระ” ฉลอง สิมะเสถียร เป็น ผัวใจชั่วไล่เมียออกจากบ้านเพราะ … หลงเสน่ห์ “เมีย น้อย”

นักแสดง
สวลี ผกาพันธ์, ฉลอง สิมะเสถียร, สาหัส บุญหลง, ทัต เอกทัต, สงวน รัตนทัศนีย์, กรองจิต เตมีย์ศิลปิน, ประกอบ โพธิโสภณ, ติ๋ม

ที่มา นิตยสารดาราไทย เมษายน พ.ศ. 2498

 

 

 

ปริศนา (2498)

ปริศนา 2498 อมรา


ปริศนา (2498)

ที่มาภาพ นิตยสารผดุงศิลป์ ธันวาคม พ.ศ. 2498

ฉายเมื่อ ? ธันวาคม ๒๔๙๘
ฉายที่เฉลิมชาติ
บริษัทสร้าง เฉลิมชาติภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง วัธณี สุจิตภารพิทยา
ผู้ประพันธ์ ว. ณประมวญมารค จากนิยาย เรื่อง ปริศนา
ผู้กํากับ ส. อาสนจินดา
ผู้ถ่ายภาพ สุจินต์ สุจิตภารพิทยา, วิจารณ์
นักแสดง อมรา อัศวนนท์, ระเบียบ,
มารศรี ยุวมากรณ์, จุไร เทพชวนะ

เรื่องย่อ

เมื่ออายุได้ 19 ปี ปริศนากลับมาประเทศบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากถูกส่งไปอยู่กับ วิรัช ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาที่อเมริกา การกําเนิดของปริศนาเป็น “ปริศนา” สมดังชื่อ เพราะเธอเกิดหลังจากที่ พระวินิจมนตรี บิดา เสียชีวิตได้ 5 เดือน คุณนายสมร ผู้เป็นมารดาจึงถูกตราหน้าว่ามีชู้
ชีวิตความเป็นอยู่ที่อเมริกาทําให้ปริศนามีความมั่นใจในตัวเอง ทําให้ชายไทยหลายคนตกหลุมรักปริศนาทันที ที่เห็นรูปลักษณ์อันปราดเปรียวและทันสมัย รวมทั้ง ประวิช ที่กําลังตามจีบ อนงค์ พี่สาวของปริศนาก็หันมาจีบปริศนาแทน

ปริศนา สมัครเป็นครูสอนภาษา เมื่อเห็นครูยังเด็ก ท่านหญิงรัตนาวดี กับผองเพื่อนจึงรุมแกล้ง แต่ด้วยความมี ไหวพริบของปริศนาก็สามารถกําราบนักเรียนจนอยู่หมัดในเวลาอันรวดเร็ว และกลายเป็นที่รักใคร่ของเหล่านักเรียน

ช่วงเวลานั้น คนรอบข้างของ ม.จ. พจน์ปรีชา เอาแต่พูดถึงหญิงสาวที่ชื่อปริศนา ทั้ง ประวิช ลูกพี่ลูกน้อง และ ท่านหญิงรัตนาวดี น้องสาว กระทั่งท่านพจน์ได้เจอ ปริศนาตัวจริง ก็ต้องตกตะลึงเพราะความมีเสน่ห์สมคําร่ำลือ ทําให้ท่านพจน์ตกหลุมรักปริศนาอย่างเฉียบพลัน

ประวิชผู้ซึ่งคลั่งไคล้ปริศนาอย่างหนัก ขอร้องให้ ท่านพจน์ช่วยเป็นพ่อสื่อชักนําความรักให้ ปริศนาเข้าใจผิด คิดว่าท่านพจน์ไม่ได้รักตน จึงโกรธท่านพจน์เป็นอันมาก ส่วนประวิช หลังจากช้ำรักจากปริศนาก็กลับไปหาอนงค์และ สมหวังในภายต่อมา

ระหว่างนั้น ปริศนามีเพื่อนชายใหม่ ชื่อ อานนท์ ซึ่งอาศัยอยู่ข้างบ้าน ด้วยความที่ไปร่ำเรียนมาจากเมืองนอก เหมือนกันทําให้ทั้งสองคุยกันถูกคอและสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างลือกันไปว่าปริศนาคบหากับอานนท์ ท่านพจน์จึงหนีไปเชียงใหม่เพื่อรักษาแผลใจ เป็นเหตุให้ล้มป่วยลง ปริศนาเพิ่งรู้หัวใจตนเองจึงรีบมาพยาบาลท่านพจน์ จนอาการ ดีวันดีคืน ในที่สุด ทั้งสองก็เข้าใจกันและตกลงหมั้นหมายกัน อย่างเงียบ ๆ

คุณหญิงราชวัลลภ แม่ของ รดี น้องสาวต่างมารดา ของประวิช ที่ตั้งใจจะจับท่านพจน์เป็นลูกเขย รีบไปใส่ไฟ เกี่ยวกับชาติตระกูลของปริศนาให้เสด็จอาของท่านพจน์ฟัง แต่กลายเป็นว่าคุณหญิงราชวัลลภต้องหน้าหงาย เมื่อวิรัช ปรากฏตัวพร้อมจดหมายของพระวินิจมนตรีที่ระบุว่าปริศนา เป็นลูกสาวของตน ปริศนาทั้งได้คลี่คลายลงไปพร้อม ๆ กับ เรื่องน่ายินดีระหว่างท่านพจน์และปริศนา

ที่มา นิยาย เรื่อง ปริศนา ของ ว.ณประมวญมารค

 

ข้อความบนใบปิด

เสนอ..ดาราสาว, สวย, สด, อายุ 18 ปี
อมรา อัศวนนท์
รองมิสยูนิเวอรส์
แสดงนำในเรื่อง
ปริศนา
ที่มหาชนนับล้านติดกันงอมแง
ของ ว.ณ.ประมวญมารค
ยากมาก..ที่จะได้อมรา อัศวนนท์ มาแสดงภาพยนตร์
แต่อมรา อัศวนนท์ให้เกียรติมาแสดงกับเฉลิมชาติภาพยนตร์
ยากมาก…ที่ท่านเจ้าของเรื่อง ปริศนา จะประทานให้..
เพราะมีผู้มาขอตั้ง 20 กว่าราย
แต่ท่านเจ้าของเรื่องทรงตัดสินใจให้แก่..เฉลิมชาติภาพยนตร์..
เพราะมีนางเอกที่ถูกพระทัย...
ปริศนา…ถ่ายเป็นภาพยนตร์เสียง..35 ม.ม.จอกว้าง
ถ่ายโดย..สุจินต์ สุจิตการพิทยา..
จากฮอลลีวู้ด มหาวิทยาลัย A.C.L.S.แคลิฟอร์เนีย..
ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่ไปเรียนวิชาถ่ายทำ..กำกับ..แต่งหน้า..
ภาพยนตร์ 16 ม.ม. ถ่ายโดย วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
กำกับการแสดงโดย..ส.อาสนจินดา
วัธณี สุจิตการพิทยา อำนวยการสร้าง
และสร้าง..อมรา อัศวนนท์..ขึ้นเป็นดาราคนแรก…
ปริศนา..รวมรองน.ส.ไทย 3 คน กับนางงามสวรรคโลก
อมรา-ระเบียบ-มารศรี ยุวณาภรณ์-จุไร
ชม..ปริศนา เท่ากับชมการประกวดนางงามใหญ่ยิ่ง..มโหฬาร..
ฉายปลายธันวาคม 98 ที่เฉลิมชาติ


*เกร็ด
-ผู้แสดงเป็นท่านชายพจน์คือ รัชดา ศรียาภัย
-อมราเป็นสาวไทยคนแรกที่ไปประกวดนางงามจักรวาลในปี 2497 แต่ไม่ได้รับตำแหน่งหรือเข้ารอบรองชนะเลิศแต่อย่างใด ที่เขียนบนรูปโฆษณาไม่เป็นความจริง

 
 

ดงตาล

โปสเตอร์หนัง ดงตาล

ดงตาล

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
14 กรกฎาคม 2498
ฉายที่ ควีนส์
ผู้กํากับ ปริญญา ลีละศร
ผู้เขียนบท พรานบูรพ์
ผู้ถ่ายภาพ สมชาย ตัณฑ์กําเนิด


สีธรรมชาติ นิยายรักอันแสนหวาน ประทับใจ

จากบทประพันธ์ของ พรานบูรพ์

นำแสดงโดย ทักษิณ แจ่มผล เชาว์ แคล่วคล่อง
วิชิต ไวงาน มงคล จันทรบุปผา มาลิน เลขะวัฒนพิจารณ์
พร้อมด้วยดาวตลก สมพงษ์ พงษ์มิตร, ล้อต๊อก

ดู! ความรัก ความเสียสละ ตลอดจนการต่อสู้ บู๊ดุเดือด
ทรยศ หักหลัง และตลกขบขัน มีครบทุกรส

ล้อต๊อก “ผมก็เล่นเหมือนกันใน ดงตาล”

ทักษิณ แจ่มผล “ไม่ใช่..เสือน้อย แต่จะมาพบกับคุณอีกใน ดงตาล”

สีธรรมชาติ


  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / พากย์
  • ฉาายที่โรงหนังวัฒนากร
  • บริษัทสร้าง น.น. ภาพยนตร์
  • ผู้ประพันธ์ “พรานบูรพ์”
  • ผู้กํากับ “พรานบูรพ์”
  • ผู้พากย์ ทิดเขียว
    นักแสดง สุคนธ์, แส, ทองถม, ขึ้น

เรื่องย่อ

แก้ว และ ขวัญ ประกอบอาชีพทําน้ำตาลในหมู่บ้านดงตาล จังหวัดเพชรบุรี ทั้งสองเป็น เพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก แก้วเป็นคนขยัน ส่วนขวัญเป็นคนช่างสํารวย ขวัญคบหาอยู่กับ ช้อย ลูกสาวของ นาย ช้าง แต่นายช้างไม่ชอบนิสัยขวัญจึงบังคับให้ช้อยแต่งงานกับแก้วซึ่งแอบชอบพอช้อยอยู่เช่นกัน

หลังแต่งงาน แก้วขยันทํางานมากขึ้นเพื่อเลี้ยง ดูข้อยให้อยู่อย่างสุขสบาย วันหนึ่งขณะที่แก้วไม่อยู่บ้าน ขวัญแอบมาพบช้อยเพื่อตัดพ้อต่อว่า ช้อยยังมีใจให้ขวัญอยู่ ทั้งคู่จึงแอบคบชู้กัน ไม่นานนักแก้วเริ่มระแคะระคาย เมื่อเห็นมีดปาดตาลของขวัญอยู่บนที่นอนของตน แก้วจึงออกอุบายมอมเหล้าขวัญ เมื่อขวัญเมาได้ที่จึงสารภาพว่าเป็นชู้กับช้อย นานวันเข้า ช้อยเริ่มสํานึกผิดจึงคิดจะกลับตัว แต่ขวัญไม่ยอมจึงลงมือปลุกปล้ำ แก้วเข้ามาเห็นจึงบันดาลโทสะแทงขวัญตาย ช้อยเกิดความละอายใจจึงใช้ มีดปาดตาลของแก้วฆ่าตัวตาย แก้วพยายามหลบหนีแต่ ในที่สุดก็ถูกตํารวจจับตัว

นักแสดง

เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น แก้ว
ทักษิณ แจ่มผล เป็น ขวัญ
มาลิน เลขะวัฒนพิจารณ์ เป็น ช้อย
วิชิต ไวงาน เป็น นายช้าง
สมพงษ์ พงษ์มิตร, ล้อต๊อก, มงคล จันทนบุปผา

ที่มา นิตยสารดาราไทย กรกฎาคม พ.ศ. 2498

“เป็นหนังไทยเรื่องแรกของ “พรานบูรพ์” “ดงตาล” เป็นเรื่องรักที่ดุดันน่าหวาดเสียว แต่ “ดงตาล” แสดงโดยคนตลก 4 คน คือ สุคนธ์, ทองถม, แส และชื้น “ดงตาล” ถ่ายทําในท่ามกลางวิวงามตาม ธรรมชาติแห่งเกาะยอ ทะเลสาบสงขลา”

 

กรรมบันดาล

กรรมบันดาล

16 มม. / ขาวดำ? / พากย์?

ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี

นักแสดง
สําราญ น้อยเมฆี, เครือทิพย์ กําแพงสวรรค์, คําแหง กําแพงสวรรค์, ถวิล สิงห์วิจารณ์

 

 

 

ศรีสะใภ้

ศรีสะใภ้

โปสเตอร์หนัง ศรีสะใภ้


ฟิล์ม 16 มม. /สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
20 ธันวาคม 2498
ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง เลิศศิลปภาพยนตร์
ผู้กํากับ ศิริยศ
ผู้เขียนบท ช. แสงเพ็ญ
ผู้ถ่ายภาพ ต. ยงเฉียบ

เรื่องย่อ

ด้วยความฝันจะเป็นนายอําเภอ พ่อของบุญชอบจึงส่งเสียให้บุญชอบได้ร่ําเรียนที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ แต่หลังจากที่บุญชอบกลับมาเยี่ยมแม่ ซึ่งกําลังป่วยหนักก็ถูกตัดสิทธิการเป็นนักศึกษา บุญชอบ จึงกลับมาช่วยพ่อทําไร่ที่บ้านเกิด

พ่อของบุญชอบส่งเสริมให้เขาแต่งงานกับ สมศรี หญิงสาวบ้านเดียวกัน ทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุข จนเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี มหาวิทยาลัยประกาศ ว่าเปิดรับนักศึกษาที่เคยโดนตัดสิทธิ บุญชอบจึงขอพ่อ กลับไปเรียน โดยมีสมศรีช่วยขอร้องอีกแรง

บุญชอบมุมานะด้วยสํานึกในพระคุณพ่อ แต่หลังจากที่บุญชอบรู้จักกับ มารศรี เพื่อนนักศึกษา ก็เริ่มทําตัวเหลวไหล เอาเงินค่าเล่าเรียนไปบํารุงบําเรอมารศรี เสียหมด จนพ่อต้องจํานําบ้านและที่นา
แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อในหมู่บ้านเกิดโรคระบาด ชาวบ้านต่างอพยพออกจากหมู่บ้าน เหลือเพียงครอบครัวของบุญชอบที่ไม่มีเงินจะตะเกียกตะกาย หาที่อาศัยใหม่ เมื่ออับจนหนทางถึงที่สุด สมศรีจึงตัดสิน ใจขายลูกเพื่อแลกอาหารมาประทังชีวิตพ่อสามีที่กําลัง ล้มป่วย เมื่อพ่อของบุญชอบรู้เข้าก็ตรอมใจตาย

กว่าบุญชอบจะรู้ว่าถูกมารศรีปอกลอกก็ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว บุญชอบกลับตัวตั้งใจเรียนจนได้ใบปริญญา แล้วจึงกลับมาหาสมศรีเมียรักซึ่งยังรอเขาด้วย ใจที่ซื่อตรง

นักแสดง
พรทิพย์ โกศลมัชชกิจ เป็น สมศรี
ฉลอง สิมะเสถียร เป็น บุญชอบ
ขวัญ สุวรรณะ เป็น บิดาของบุญชอบ
สุนันท์ อมาตยกุล เป็น มารศรี
นคร มงคลายน เป็น นักศึกษา
สยุมพร เป็น หนุ่มสังคม
ด.ช. ไมตรี เป็น ลูก
บังเละ, “หรรษา”

ที่มาภาพ นิตยสารภาพยนตร์ กันยายน พ.ศ. 2498
ที่มา นิตยสารผดุงศิลป์ ธันวาคม พ.ศ. 2498

สาวสมัยใหม่ พ.ศ. 2498

 

  • Director: ส.คราประยูร

 

โปสเตอร์หนัง สาวสมัยใหม่ พ.ศ. 2498

ฟิล์ม 16 มม. / สี โกดั๊กโครม เดอลุกซ์) / พากย์? ความยาว …. นาที
ฉายเมื่อ 7 กันยายน 2498
ที่โรงหนัง ควีนส์
บริษัทสร้าง นราศิลปภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ลม่อม สุสังกรกาญจน์
ผู้กํากับ ส. คราประยูร
ผู้เขียนบท “ปฤศนา”
ผู้ถ่ายภาพ อรกิจ อมาตยกุล

นักแสดง สมพงษ์ พงษ์มิตร, นาฏยา รัมภเวช,
สาหัส บุญหลง, ชูศรีโรจนประดิษฐ์, ประณีต คุ้มเดช, ชูเตี้ย

เรื่องย่อ
“ดู! วิธีการหาผัวแบบใหม่ของสาว ยุคปรมาณู ดู! บทบาทของเศรษฐีสมพงษ์รับจ้างไปติดสาว
ดู! แล้วท่านจะต้องหัวเราะและร้องไห้สงสารเศรษฐี ไม่มีจะกิน
ดู! ดาวตลกแสดงเรื่องชีวิตแนวประหลาด”

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์ กรกฎาคม พ.ศ. 2498

แดนมิคสัญญี

 

  • Director: เสนีย์ บุษปะเกศ

แดนมิคสัญญี (แดนดาวโจร ภาคสมบูรณ์)

โปสเตอร์หนัง แดนมิคสัญญี

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
8 ตุลาคม 2498
ฉายที่ ควีนส์
บริษัทสร้าง สนั่นศิลป์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สนั่น จรัสศิลป์
ผู้ประพันธ์ เสนีย์ บุษปะเกศ จากบทประพันธ์ เรื่อง แผ่นดินเดือด
ผู้กํากับ เสนีย์ บุษปะเกศ
ผู้ถ่ายภาพ สนั่น จรัสศิลป์
ผู้พากย์ ม.ล. รุจิรา – มารศรี

เรื่องย่อ
หลังจาก เสือพราน ผู้เป็นพ่อเสียชีวิต โรย ต้องระหกระเหินไปหลบอยู่กับกองโจรชาวแม้วพร้อม กับ เสือแพง ลูกสมุนเก่าของเสือพราน ความสวยของโรย ทําให้หัวหน้ากองโจรพยายามจะปลุกปล้ําแต่เสือแพงช่วย ไว้ทันเพราะตนเองก็ต้องการตัวโรย โรยใช้มารยาหลอก ล่อยึดปืนและม้าหนีเสือแพงไปได้และได้พบกับ รอย สาว จอมขโมยในขณะหลบหนี ทั้งสองจึงกลายเป็นเพื่อนกัน

เสื้อแพงออกปล้นเกวียนแต่ต้องแย่งชิงกับ แซม และ ผ่อง จึงเกิดการปะทะกันขึ้น โรยช่วยเสือแพงในที่ แรกเพราะต้องการส่วนแบ่งแต่ถูกเสือแพงจับมัดหวังจะข่มขืน แซมกับผ่องซึ่งตามมาล้างแค้นเสือแพง จึงช่วยโรย ไว้ ทั้งสามจึงกลายเป็นพวกเดียวกัน ส่วนรอยลอบเข้าไป รังเสือพยัคฆ์ เพื่อขโมยของแต่ถูกจับทําเมีย เสือพยัคฆ์ พูดจาหว่านล้อมจนแซมและเสือแพงยอมมาเป็นพวก เดียวกัน แล้วสั่งการให้สองเสือคุมขบวนไปปล้นที่ชายแดน โดยตกลงกันว่าจะแบ่งรายได้ให้เท่า ๆ กัน

เสือพยัคฆ์ฉวยโอกาสที่แซมกับเสือแพงออก ปล้น ใช้กําลังปลุกปล้ำโรย โชคดีที่รอยเข้ามาขวางไว้ เสือพยัคฆ์สั่งให้ลูกน้องนําสองสาวไปขัง โรยกับรอยจึงได้ รู้ว่า เสือพยัคฆ์วางแผนดักยิงทั้งหมดขณะเดินทางกลับ แถวช่องเขาขาด เสื้อพยัคฆ์เริ่มดําเนินการตามแผน การห้ำนั่นระหว่างหมู่เสือจึงเกิดขึ้น

นักแสดง
สุรชาติ ไตรโภค เป็น แพง
เลิศลักษมี จันทรมาลัย เป็น โรย
แน่งน้อย แสงสุวิมล เป็น รอย
ไสล พูนชัย เป็น แซม
ประกอบ โพธิโสภณ เป็น พยัคฆ์
จํานง คุณะดิลก เป็น ผ่อง

ที่มาภาพ (ทั้งสองภาพ) นิตยสารผดุงศิลป์ กันยายน พ.ศ. 2498
ที่มา นิตยสารดาราไทย ตุลาคม พ.ศ. 2498

ชีวิตใหม่

 

  • Director: เนรมิต

โปสเตอร์หนัง ชีวิตใหม่

 ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์ / ความยาว …. นาที
28 ธันวาคม 2498
ฉายที่กรุงเกษม
ผู้อํานวยการสร้าง เนรมิต, สุวัฒน์ วรดิลก
ผู้กํากับ เนรมิต
ผู้เขียนบท สุวัฒน์ วรดิลก
ผู้ทําดนตรีประกอบ สง่า อารัมภีร์
ผู้พากย์ เสน่ห์ โกมารชุน, จุรี โอศิริ

เรื่องย่อ

แผน ปรีชา เดินทางมายังควนหินมั้ย เมืองชุมพร บ้านเกิด เนื่องจากพ่อป่วยหนักจนเสียชีวิต แผนซึ่งมีฐานะยากจนจึงพาแม่เข้ากรุงเทพเพื่อเรียนให้จบ ขณะเดียวกันก็ต้องหางานทําไปด้วย

รวง หญิงสาวซึ่งแผนเคยเลี้ยงดูตอนเด็กถูก ชุด ผู้เป็นพ่อบังคับให้แต่งงานกับ โกส่าย เจ้าของบ่อนเพื่อใช้ หนี้ รวงไม่เต็มใจแต่งงานจึงหนีมาพึ่งน้าใบซึ่งขายขนมอยู่ ที่กรุงเทพ

น้าใบช่วยให้รวงได้งานเป็นลูกจ้างซักรีดที่บ้าน หลวงเรืองรัตนา แต่ไม่นานรวงก็ถูกหลวงเรื่องข่มขืน รวง จึงมาขอความช่วยเหลือจากแผน แต่แผนเปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นคนลืมตัวเพราะไปหลงรัก พรเพ็ญ สาวสวยมี ชาติตระกูลรวงจึงไปขอให้น้าใบช่วยอีกครั้ง น้าใบหลอก รวงให้หม่อมทองแถม หลวงเรื่องและโกส่ายมาพบรวง ที่บ้านผู้หญิงหากินชั้นสูงของหม่อมทองแถมต่างจับจอง รวง หม่อมทองแถมสั่งให้ ราศี เกลี้ยกล่อมรวง แต่ราศีกลับเห็นใจรวงและช่วยนําจดหมายของรวงไปให้แผนแต่ไม่พบเพราะแผนไปหัวหินกับพรเพ็ญ ที่นั้นเองแผนได้ “ประจักษ์ความจริงว่า ที่พรเพ็ญมาสุงสิงกับตนเพียงเพราะ ต้องการยั่วให้เรือเอกทวีรีบขอเธอแต่งงาน แผนจึงกลับ กรุงเทพและได้อ่านจดหมายจากรวง แผนรีบไปช่วยเหลือ รวงได้สําเร็จ และตั้งหน้าตั้งตาเรียนจนสําเร็จการศึกษา เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับรวง


 

ผู้แสดง

โกวิท อิทธิกุล, เย็นจิตต์ สัมมาพันธ์, ประภาพรรณ นาคทอง, ทัต เอกทัต, เชาว์ แคล่วคล่อง, วิชิต ไวงาน, ล้อต๊อก, เบญจมินทร์, ชูศรี โรจนประดิษฐ์

ที่มา นิตยสารตุ๊กตาทอง มกราคม พ.ศ. 2499

ลูกเครือฟ้า


ลูกเครือฟ้า


ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว ……. นาที
28 กันยายน 2498
ฉายที่ ควีนส์
บริษัทสร้าง สุเทพภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ พระวรวงศ์เธอกรมพระนราธิปพงษ์ประพันธ์
ผู้ให้เค้าโครงเรื่อง พระนางเธอลักษมีลาวัณย์
ผู้กํากับ สยุมพร
ผู้เขียนบท ช่อทิพยวรรณ
ผู้พากย์ เสนาะ ศรีพยัคฆ์ และคณะ

เรื่องย่อ

ร.ต.พร้อม ได้รับพระราชทานยศเป็น พระยาณรงค์ จึงรับ เครือณรงค์ ลูกชายที่เกิดกับ เครือฟ้า มาเลี้ยงดู ท่ามกลางการกลั่นแกล้งของคุณหญิง จําปา ภรรยากับ จําลักษณ์ ลูกชาย กระทั่งวันหนึ่ง เครือณรงค์ได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของคุณหญิงจําปา จึงชวน คําเจิด พี่เลี้ยงเก่าของเครือฟ้าออกจากบ้านไปเช่าห้องอยู่ โดยได้รับความอุปการะจาก พระยารามพลพ่าย และเกิดรักใคร่ พวงแก้ว ลูกสาวพระยารามฯ

สองปีผ่านไป เครือณรงค์ สอบเป็นนักเรียน นายร้อยและถูกส่งไปประจําการที่นครราชสีมา วันหนึ่ง คุณหญิงจําปา พาจําลักษณ์มาเยี่ยมพระยารามฯ และได้ พบกับพวงแก้ว คุณหญิงจําปาหมายมั่นปั้นมือจะเอา พวงแก้วเป็นลูกสะใภ้ให้ได้ จึงพยายามใส่ไฟพระยารามฯ ว่าเครือณรงค์เป็นคนเลว จนพระยารามฯ หลงเชื่อ และ บังคับให้พวงแก้วแต่งงานกับจําลักษณ์ เมื่อเครือณรงค์ ทราบเรื่องจึงรีบบุกมาในงานแต่งงานและพยายามอธิบาย ความจริงให้พระยารามฯ เข้าใจ แต่ไม่เป็นผลเครือณรงค์ จึงพาพวงแก้วหนีในวันรุ่งขึ้น วิญญาณของเครือฟ้ามาปรากฏร่างเพื่อเตือนสติเครือณรงค์ให้พาพวงแก้วไปคืน แต่สายเกินไป เพราะจําลักษณ์ยิงตัวตายเสียแล้ว คุณหญิง จําปาสํานึกผิดที่ตนเองเป็นต้นเหตุจึงออกบวชเพื่อชดใช้กรรมที่เคยก่อไว้

โปสเตอร์หนัง ลูกเครือฟ้า

นักแสดง
ชนะ ศรีอุบล เป็น เครือณรงค์ เฉลิม
บุณยเกียรติ เป็น พระยารามฯ
อรพิน วิลัยลักษณ์ เป็น พวงแก้ว
โหมด อาจวิไล เป็น คําเจิด

ที่มา นิตยสารผดุงศิลป์ ตุลาคม พ.ศ. 2498

เพลิงโลกันต์

โปสเตอร์หนัง เพลิงโลกันต์


เพลิงโลกันต์

ฟิล์ม 16 มม. / สี (วิจิตร์) / พากย์
29 ธันวาคม 2498
ฉายที่ เฉลิมชาติ
บริษัทสร้าง เอราวัณภาพยนตร์
ผู้กํากับ เสนีย์ บุษปะเกศ
ผู้เขียนบท เสนีย์ บุษปะเกศ
ผู้ถ่ายภาพ วิชัย ทรงเยาว์ศรี

เค้าเรื่อง “ดู! บทรักที่เข้มข้นหลายรส… บท กร้าวของคนหนุ่ม และ การต่อสู้ของลูกผู้ชาย…. เขา ชนะเธอด้วย..เงิน..เขากระชากจิตต์ใจของเธออย่าง ยับเยิน นั่นคือการก่อความแค้นแก่ชีวิตถึง ๒ ชีวิต ความ รักของหล่อนรุนแรง. เสน่ห์ของหล่อนคือจุดดับ.. แห่ง ชีวิตของเขา…. เธอถูกประนามว่า “รักร้อนละลาย เร็ว” แต่สําหรับเขา เธอมั่นคงด้วยสัตย์ซื่อจากหัวใจ เธอบอกว่า “โรมอยู่ที่ไหน ฉันจะอยู่ที่นั่น” แต่แล้วชีวิต ของเธอก็ต้องตกอยู่บน “พรหมลิขิต”

นักแสดง ไสล พูนชัย เป็น เลิศลอย, กมลพันธ์ สันติธาดา เป็น โรม สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์, สวลี ผกาพันธุ์, มาลิน เลขะวัฒนพิจารณ์, สุรชาติไตรโภค, แน่งน้อย แสงสุวิมล, มนูญ ชูเกษ, สุมนต์ สุมนเตมีย์, สันติธาดา, บรรณบุษบา, ยโสธร, เวทางค์

ที่มา นิตยสารดาราไทย กรกฎาคม พ.ศ. 2498

 
 

 

 

เหมยฟ้าบางกอก

โปสเตอร์หนัง เหมยฟ้าบางกอก


เหมยฟ้าบางกอก

ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
26 พฤษภาคม 2498
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง จ.ส.ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เสนาะ ชีราพร
ผู้ประพันธ์ สําเนา หิริโอตัปปะ

เค้าเรื่อง
“ชีวิตรักรันทด ของเหมยวัยรุ่นผู้อาภัพ ภายใต้ฟ้าเมืองไทย”

นักแสดง
สุรชาติ ไตรโภค, ดุษดี บุนนาค,
ประกอบ โพธิโสภณ, เจริญ โทณวณิช

ที่มา มูลนิธิหนังไทย

 

 

 

หญิงสามผัว

โปสเตอร์หนัง หญิงสามผัว


ชตาชีวิตลิขิตให้เธอต้องผจญต่อชตากรรม จึงกลายมาเป็น…ภาพยนตร์ “ชีวิต”
สีธรรมชาติ
หญิงสามผัว
ของ ส. อาสนจินดา
หญิงสามผัว จะชั่วตามคำพังเพยว่าจริงหรือ?
หญิงสามผัว จะเป็นปัญหาให้ท่านคิด ตลอดเรื่องและเห็นใจโดยฉะเพาะท่านหญิง..
โปรดอย่าพลาดภาพยนตร์เรื่องนี้..

นำโดย
ประภาพรรณ นาคทอง สถาพร มุกดาประกร คำรณ สัมบุณนานนท์ สรสิทธิ แสงชัยวรรณ เสี่ยล้อต๊อก และ มารศรี อิศรางกูรฯ

วิจารณ์ ภักดีวิจิตร ถ่ายภาพ
สด ศรีบูรพารมณ์ กำกับการแสดงสร้างโดย วิจิตรภาพยนตร์ ผู้สร้าง ฟ้ามุ่ย
ฉายต้อนรับตรุษจีน ที่ ศาลาเฉลิมบุรี

ฟิล์ม 16 มม./สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
17 มกราคม 2498
ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง วิจิตรภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ ส. อาสนจินดา
ผู้กํากับ สดศรี บูรพารมณ์
ผู้ถ่ายภาพ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
ผู้พากย์ ม.ล. รุจิรา – มารศรี

เรื่องย่อ หญิงสามผัว
สารภี (ประภาพรรณ นาคทอง) สาวงามประจำหมู่บ้านเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ทั้งหลาย แต่หวล (คำรณ สัมบุณนานนท์) สามารถพิชิตหัวใจจนได้สารภีเป็นเมีย วันหนึ่งมีชายหนุ่มมาจากกรุงเทพฯชื่อ นิกร (สถาพร มุกดาประกร) มาท่องเที่ยวในหมู่บ้าน และเกิดหลงใหลในความงามของสารภีเข้า นิกร เป็นชายรูปงามและพูดจาไพเราะ นิกรพยายามหาโอกาสทําความรู้จักกับสารภี และอาสาพาไปนั่งรถเที่ยว  นิกรพยายามเกี้ยวพาสารภี จนในที่สุดสารภีเริ่มหวั่นไหว ทิ้งหวลกับป้า หนีตามนิกรเข้ากรุงเทพฯ และมาพบว่านิกรมีจิตรา (มารศรี อิศรางกูรฯ) เป็นภรรยาอยู่แล้ว

นิกรฝากสารภีไว้กับ เอนก เพื่อนร่วมอาชีพค้าของเถื่อน จนเมื่อตกลงกับ จิตรา ภรรยาหลวงได้จึงพา สารภีไปอยู่ด้วย ในตอนแรกนิกรดูแลสารภีเป็นอย่างดี แต่เมื่อดื่มสุรา เขาจะอาละวาดทุบตีสารภีทุกครั้งไป จนกระทั่งคืนหนึ่ง นิกรถูกตำรวจจับข้อหาฆ่าคนตาย เมื่อนิกรติดคุก จิตราก็ข่มเหงสารภีจนทนอยู่ไม่ได้ต้องไปขออาศัยอยู่กับเอนก (สรสิทธิ แสงชัยวรรณ) เพื่อนรักของนิกร แ เอนกหลงเสน่ห์สารภีเป็นทุนเดิม เมื่อรู้ว่านิกรถูกตัดสินจําคุกหลายปี จึงฉวยโอกาสใช้กําลังเอาสารภีเป็นเมียของตน

ข่าวรั่วไหลไปถึงหูนิกร ทําให้นิกรโกรธแค้นมาก นิกรแหกคุกออกมาและตามมาฆ่าเอนกตาย สารภีหนีกลับมาบ้านเกิดซึ่งบัดนี้ป้าได้เสียชีวิตลงแล้ว เหลือเพียง หวล ซึ่งยังมั่นคงในความรักและรอคอยสารภีอยู่ หวลและสารภีกลับมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอีกครั้ง แต่แล้ว นิกรก็มาปรากฏตัว หวลเข้าไปช่วยแต่ถูกนิกรฆ่าตาย สารภีใจสลายหวังจะใช้ปืนปลิดชีวิตตน แต่พระธุดงค์ที่ผ่านมาเทศน์สอน สารภีจึงล้มเลิกความคิดและหันหน้าเข้าสู่ทางธรรม

หญิงสามผัว


นักแสดง
ประภาพรรณ นาคทอง เป็น สารภี
สถาพร มุกดาประกร เป็น นิกร สรสิทธิ
แสง ชัยวรรณ เป็น เอนก
คํารณ สัมบุณณานนท์ เป็น หวล
เสี่ยล้อต๊อก, มารศรี อิศรางกูรฯ, ปราณีต คุ้มเดช

เพลงประกอบภาพยนตร์ หญิงสามผัว
คำร้อง/ทำนอง : ไพบูลย์ บุตรขัน
ขับร้องโดย ทัศนัย ชะอุ่มงาม

 

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com