แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2544 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2544 แสดงบทความทั้งหมด

งูเก็งกอง

 


เมื่อความรัก ความลับ และคำสาปในอดีต หลอมรวมกันเป็นตำนานงูเก็งกองที่คุณไม่ควรพลาด!

คอหนังไทยรุ่นเก๋าน่าจะคุ้นเคยกันดีกับเรื่องราวสุดคลาสสิกของ "งูเก็งกอง" ผลงานภาพยนตร์โศกนาฏกรรม-แฟนตาซีที่สร้างปรากฏการณ์ตื่นตาตื่นใจในยุคนั้น โดยฉบับปี 2001 ได้พระเอกหนุ่มฮอตแห่งยุค "วินัย ไกรบุตร" มารับบทนำ

เรื่องย่อ:

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ ผืนป่าลึก เมื่อ "นี" หญิงสาวชาวบ้านผู้เผชิญกับชีวิตรักอันขื่นขม ได้พบกับ "งูเก็งกอง" พญางูผู้มีอิทธิฤทธิ์และความเสน่หา ก่อเกิดเป็นสายสัมพันธ์ลับอันลึกซึ้งจนกระทั่งเธอตั้งครรภ์ แต่ทว่าเมื่อความจริงอันเร้นกายนี้ถูกล่วงรู้ ชีวิตของเธอและครอบครัวก็ต้องพลิกผันไปตลอดกาล 

เวลาล่วงเลยไป... มรดกแห่งคำสาปและความลึกลับได้ตกทอดมาสู่ "โสรยา" หญิงสาวผู้เติบโตมาพร้อมกับความลับอันน่าสะพรึงบนเรือนร่าง เธอต้องปิดบังซ่อนเร้นตัวตนไว้ภายใต้ผ้าคลุมหัวเสมอ  จนกระทั่งวันหนึ่ง ชะตากรรมได้นำพาเธอให้พบกับ "เวหา" (รับบทโดย วินัย ไกรบุตร) ชายหนุ่มจากเมืองกรุงที่ประสบอุบัติเหตุตกลงมาจากหน้าผา 

การช่วยเหลือชีวิตในครั้งนั้นก่อเกิดเป็นความรักบริสุทธิ์ระหว่างคนสองโลก  ทว่าหนทางรักกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคอันใหญ่หลวง ทั้งความเคียดแค้นของคนในอดีต แรงริษยาจากหญิงสาวเมืองกรุง และคาถาอาคมฝ่ายดำที่จ้องจะทำลายล้าง

ทำไมถึงต้องไปหามาดู?

ตำนานโศกนาฏกรรมรักอันโด่งดัง: สัมผัสเรื่องราวความรักหลากอารมณ์ ทั้งความโรแมนติก ความแค้น และชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

บรรยากาศแฟนตาซีพื้นบ้านย้อนยุค: งานสร้างและ CG ยุคคลาสสิก รวมถึงฉากหลังปราสาทหินและผืนป่าที่ให้ความรู้สึกขลังและลึกลับ

การแสดงของ วินัย ไกรบุตร: บทบาทชายหนุ่มผู้มั่นคงในความรักที่พร้อมจะปกป้องหญิงสาวอันเป็นที่รัก ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใดๆ 

ชะตากรรมของ "โสรยา" จะพ้นจากคำสาปงูเก็งกองหรือไม่? และความรักของเธอกับ "เวหา" จะก้าวผ่านวิบากกรรมไปได้อย่างไร?


นำแสดงโดย: วินัย ไกรบุตร, อำโพ เทวี, เทพ รินดาโร, ปิ้ค จัน บรมัย

โกลคลับ เกมล้มโต๊ะ

โปสเตอร์หนัง โกลคลับ เกมล้มโต๊ะ






นักแสดง:

สุรัตนาวี สุวิพร …. เจ
ธีรดนัย สุวรรณหอม …. อ๊อตโต้
บริวัตร อยู่โต …. เปเล่
วงศ์วรุตน์ ตันตระกูล …. ง้วน
เคนสมุทร์ ฮัมเมอร์ลิงค์ …. เน
ปริญญา งามวงศ์วาน …. แบงค์

 

แม่เบี้ย 2544

โปสเตอร์หนัง แม่เบี้ย 2544


2 สิ่งในโลกที่มนุษย์พึงระวัง คือ ผู้หญิงกับงู

ชายหนุ่มชื่อชนะชล (พุฒิชัย) จบการศึกษาจากต่างประเทศ มีหน้าที่การงานมั่นคง แต่งงานมีครอบครัวอันอบอุ่นพร้อมลูก และแล้วเมื่อชนะชลไปทัวร์เรือนไทยในบรรยากาศชนบทนอกเมือง เขาก็ติดบ่วงเสน่ห์เมขลา (นภคปภา) หัวหน้าทัวร์และเจ้าของเรือน เธอเป็นสาวสมัยใหม่ ปราดเปรียว มีความคิดอิสระต่อเรื่องทางเพศ ขณะเดียวกันก็มีวิถีชีวิตแบบไทยแท้ที่เรือนไทยนั้น ที่นั่น นอกจากเธอและข้าเก่าเต่าเลี้ยงในครอบครัวแล้ว ยังมี “งู” ผู้เป็นทั้งผู้เฝ้ามองพฤติกรรมของเธอ และเป็นผู้มิพึงปรารถนาของแขกผู้มาเยือน

สร้างจากบทประพันธ์ของ วาณิช จรุงกิจอนันต์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ โดยผู้สร้างร้อยล้านจาก “นางนาก” และ “สตรีเหล็ก” กำกับโดยผู้สร้างสรรค์ผลงานที่อยู่ในความทรงจำผู้ชมเช่น “รักแรกอุ้ม” “พริกขี้หนูกับหมูแฮม” “ปีหนึ่งเพื่อนกันกับวันอัศจรรย์ของผม” “303 กลัว กล้า อาฆาต” นำแสดงโดย นภคปภา นาคประสิทธิ์ ดาวรุ่งดวงใหม่ที่เพิ่งมีผลงานในภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง “ปมไหม” และกำลังจะมีผลงานในระดับสากล โดยรับบทนำในภาพยนตร์อังกฤษ พบ พุฒิชัย อมาตยกุล ผู้ฝากฝีมือการแสดงที่น่าจดจำมาแล้วจาก “วิถีคนกล้า” พร้อมด้วยนักแสดงอาวุโสที่คืนสู่จอเงินอีกครั้ง คือ ภิญโญ ทองเจือ และลักษมี เพ็ญแสงเดือน

ผู้กำกับ:  สมจริง ศรีสุภาพ

นักแสดง:

นภคปภา นาคประสิทธิ์ …. เมขลา 
พุฒิชัย อมาตยกุล …. ชนะชล 
อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล …. พจน์ 
โชติรส แก้วพินิจ …. ไหมแก้ว 
สุรชัย แก้วชูศิลป์ …. ลุงทิม 
ณัฐสวาสดิ์ หมั้นทรัพย์ …. นวล 
ภิญโญ ทองเจือ  
ลักษมี เพ็ญแสงเดือน  

ความยาว : 98 นาที
ระบบเสียง : Dolby Stereo Digital EX, Dolby Stereo Digital
อำนวยการสร้าง : วิสูตร พูลวรลักษณ์ เขียนบท : สมภพ เวชชพิพัฒน์, ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล, สมจริง ศรีสุภาพ
กำกับภาพ : ทวีศักดิ์ คุ้มผาติ ตัดต่อ : สุนิตย์ อัศวินิกุล
ดนตรี : Jingle Bell บันทึกเสียง : ยุทธนา ทุสาวุธ
ออกแบบงานสร้าง : นภดล ลาภนทีวิจิตร ออกแบบเครื่องแต่งกาย : ธีรพงศ์ เกตุมณี
แต่งหน้า : สุทธิพร รุจิวงศ์สถาพร

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี

ภาพอันยั่วยวนของหญิงสาวบนใบปิด และแฝงไปด้วยความลึกลับ ทำให้คุณตัดสินใจไม่ยากที่จะเลือกดูหนังเรื่องนี้ครับ

 

มือปืน/โลก/พระ/จัน

โปสเตอร์หนัง มือปืน/โลก/พระ/จัน


มือปืน/โลก/พระ/จัน
ชื่อภาษาอังกฤษ : Killer Tattoo

จิ๊กโก๋หลีกทาง อันธพาลหลีกไป ขาใหญ่กำลังมา

เนื้อเรื่องย่อ: กรุงเทพมหานคร ปีพุทธศักราช 2554 เป๋ ปืนควาย (เทพ โพธ์งาม) อดีตมือปืนรุ่นใหญ่ถูกปล่อยตัวออกจากคุกพร้อมสังขารที่ชราภาพ งานแรกที่ได้รับการติดต่อคือ ให้สังหารเถกิงมือปราบตงฉิน ฉายา “ตำรวจเหล็ก” เป๋ จัดการรวบรวมทีมงานที่เคยคุ้นมือ ซึ่งปัจจุบันล้วนได้ชื่อว่าเป็น “มือปืนตกรุ่น” ไปแล้ว ไม่มีใครสนใจว่าจ้างนี่จึงเป็นงานที่ทุกคนรีบตะครุบ นอกจากเงินค่าจ้างตัวเลขสูงแล้วต่างล้วนมีความหวังจะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง “หมา ลูกบักเขียบ (หม่ำ จ๊กม๊ก) มือระเบิดลูกอีสานจอมโว” “เอ๋อ เอ็ม 16 (เท่ง เถิดเทิง) นักฆ่าหมื่นศพ สิงห์สำอางค์” “ผี ไรเฟิล (ถั่วแระ เชิญยิ้ม) นักแม่นปืนจิตหลอน” ขณะเดียวกัน คิด ไซเลนเซอร์ (สมชาย เข็มกลัด) มือปืนรุ่นใหม่ค่าตัวแพง และทำงานคนเดียวก็ได้รับการว่างจ้างให้ลงมือฆ่าตำรวจเหล็กเช่นกัน การปะทะฝีมือระหว่างมือปืนตกรุ่น กับรุ่นใหม่ไฟแรงจึงโหมปะทุ ในขณะที่ความจริงเปิดเผยว่ามีการว่าจ้างผิดตัว ชุลมุนฆ่าจึงเกิดขึ้นและกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอาชญากรรม

นักแสดง:
สมชาย เข็มกลัด …. คิด ไซเลน
สุเทพ โพธิ์งาม …. เป๋ ปืนควาย
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา …. หมา ลูกบักเขียบ
พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ …. เอ๋อ เอลวิส
ศรสุทธา กลั่นมาลี …. ผี ไรเฟิล

ระบบเสียง: Dolby Digital

มนต์รักทรานซิสเตอร์


เรื่องย่อ

“แผน” หนุ่มบ้านนอกชอบร้องเพลง เวลามีงานวัดงานเวทีที่หมู่บ้านเมื่อไหร่ มันต้องไปวาดลวดลายเอ็นเตอร์เทนพ่อแม่พี่น้องร้องเพลงกับวง “กระเดือกทองคำ” อยู่เสมอๆ มันพบ “สะเดา” ครั้งแรกก็ที่งานวัด แต่กว่าจะได้มาเป็นเมีย อุปสรรคขวากหนามก็มาขวางทางอยู่ หลายอย่างทั้งเสี่ย หนุ่มที่มาจีบสะเดาอยู่เหมือนกัน ไอ้แผนและเสี่ยกับบอดี้การ์ดของเสี่ยทำงานวัดกลายเป็นสนามมวย แล้วก็ยังมี “ตาเฉย” พ่อของสะเดา หวงลูกสาวไม่เบาอยู่เหมือนกัน งัดเครื่องทุ่นแรง ปืน .45 ไล่ยิงไอ้แผนหวุดหวิดเสียชีวิตก็หลายครั้ง แม้ตาเฉยกับไอ้แผนจะเป็นอริกัน ไอ้แผนกันสะเดาก็ได้ตกร่องปล่องชิ้นกันจนได้ วิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเล็ก คือ ของขวัญแต่งงานที่ไอ้แผนให้เมียรัก วิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องน้อยเป็นตัวละครเอกประจำบ้าน ให้ความสุข ทำความรักของมันให้มันหวานชื่นสุดๆ ทำให้มันนึกภาพตัวเองเป็น “ สุรแผน เพชรน้ำไหล ” นักร้องชื่อดังที่มีคนดูเป็นร้อยๆ ได้ชัดเจน สะเดาตั้งท้องได้ 5 เดือน ไอ้แผนก็ได้รับหมายเกณฑ์… ระหว่างเป็นทหาร มันไปประกวดร้องเพลง ผลปรากฏว่าได้รองอันดับหนึ่ง มันตัดสินใจหนีทหารเข้ากรุงไปฝึกเป็นนักร้องอย่างที่มันฝันใฝ่ สะเดาไม่เข้าใจว่าทำไมแผนเงียบหายไป วิทยุทรานซิสเตอร์ก็เริ่มรวน เสียงครืดคราด แล้วเธอก็คลอดลูกชาย ฝ่ายไอ้แผน ฝันหวานของมันก็ยังเป็นฝัน มันได้เป็น “เบ๊” ประจำวง คอยวิ่งซื้อบุหรี่ เสิร์ฟน้ำ กวาดโรงซ้อม “คุณสุวัตร” ผู้จัดการวงบอกมันว่าต้องเริ่มต้นที่อดทนก่อน มันก็เชื่อเขา จน 2 ปีผ่านไป ชีวิตมันก็ยังเหมือนเดิม แต่ “ดาว” นักร้องสาวที่เข้ากรุงมาพร้อมกันกับมัน กำลังจะมีอัลบั้มและคอนเสิร์ตของตัวเอง มันตัดสินใจจะเจรจาขั้นเด็ดขาดเรื่องอนาคตของมันกับผู้จัดการวง ผู้จัดการวงพามันไปบ้านเขา ให้มันดูวีดีโอ เป็นหนังโป๊ ไอ้แผนช็อคอ้าปากค้าง เพราะนางเอกของเรื่องไม่ใช่ใครอื่น…ดาวนั่นเอง! และขณะเดียวกันนั่นเอง ผู้จัดการก็เริ่มคุกคามมัน ถึงขนาดโถมตัวเข้าทับมัน มันถีบเขากระเด็น หัวฟาดมุมโต๊ะรับแขก เลือดนอง มันรีบเก็บข้าวของแล้วหนีไป แล้วมันก็ไปได้งานในไร่อ้อยแถวๆ ภาคตะวันตก มีหัวหน้าสุดโหดบ้าอำนาจชื่อ “หยอด” สะเดาทนไม่ไหวที่จะรอต่อไป เลยชวนพ่อเข้ากรุงไปตามหาแผน สะเดาเอาน้ำฝนใส่แกลลอน กระติกพลาสติกมาฝากสองพ่อลูก ตามหาทั่วกรุง แกลลอนพลาสติกหลุดจากมือโดนรถทับแตกบี้ น้ำฝนจากใจสะเดาไหลนองถนน ไอ้แผนอยู่ที่ไร่อ้อยมีเพื่อนชื่อ “ไอ้เสี่ยว” ว่างๆ คนงานก็เล่น “ป๊อกเด้ง” กัน ไอ้หยอดหัวหน้าบ้าอำนาจก็มาร่วมวงเล่นด้วย แล้วไอ้เสี่ยวก็ดันดวงดี เล่นได้เอาได้เอา แต่ไอ้หยอดหาว่ามันโกงเลยเบี้ยวจะไม่จ่ายเกิดเรื่องราวชกต่อย ไอ้แผนเข้าไปช่วยไอ้เสี่ยว ไอ้หยอดคว้าปืนได้เลยไล่ยิงทั้ง 2 คน ไอ้แผนตกงานอีกครั้ง แผนกับเสี่ยวมุ่งหน้าเข้ากรุงนอนข้างถนน คุ้ยของกินในขยะอย่างหมาขี้เรื้อนเราดีๆ นี่เอง แล้วชีวิตมันก็ถึงจุดล่มสลาย ไอ้เสี่ยววิ่งราวสร้อยทองของสาวออฟฟิศคนหนึ่ง ไอ้แผนคอยดูต้นทางไอ้แผนต้องนั่งขี้ออกมาหน้าตำรวจ ในขี้มีสร้อยทองเป็นหลักฐาน มันเลยต้องไปอยู่ในคุก ตั้งแต่จากสะเดามาเป็นปีๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มันไม่ต้องวิ่ง มันได้พัก ได้คิด มันเริ่มคิดถึงชีวิตเรียบง่ายริมคลองร่มรื่น ชีวิตที่วิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเล็กๆ เครื่องเดียวก็ให้ความสุขได้เหลือเฟือ และที่มันคิดถึงมากที่สุดก็คือสะเดา และลูกของมันที่มันยังไม่เคยเห็นหน้าแม้สักครั้งเดียว

โปสเตอร์หนัง มนต์รักทรานซิสเตอร์

นักแสดง:

ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ แผน 
สิริยากร พุกกะเวส สะเดา 
สมเล็ก ศักดิกุล สุวัฒน์ 
ประสิทธิ์ วงษ์รักไทย ตาเฉย 
บวรฤทธิ์ ฉันทศักดา เสี่ยหนุ่ม 
อำพล รัตน์วงศ์ เสี่ยว 
พรทิพย์ ปาปะนัย ดาว

ความยาว: 129 นาที

 

ปอบหวีดสยอง

โปสเตอร์หนัง ปอบหวีดสยอง


จง”ระแวง”คนข้างกาย และ”ระวัง”ตัวคุณเอง “ร่างกายคุณ” จะไม่ใช่ของคุณอีกต่อไป

นักแสดง:

ดนัย สมุทรโคจร  คอม 
แองจิล่า แกรนท์ ฟ้า 
ชมพูนุช ปิยะภาณี  
ชาญชัย นิ่มพูลสวัสดิ์ วู 
เชษฐวุฒิ วัชรคุณ อิสเบลลา 
ปรเมศวร์ วรรณวงศ์ นิดหน่อย 
นภัสนันท์ ทวีกิจถาวร พิม
ศุภกร สุขเกษม กระทิง

 

เชอรี่แอน

โปสเตอร์หนัง เชอรี่แอน


ความรัก…ความตาย…ความอัปยศ…ต้องดู..เพื่อตัวคุณเอง

เรื่องย่อ:

เรื่องของ รัก 4 เส้า ชาย 1 หญิง 3 ที่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ยิ่งกว่านวนิยาย ระหว่าง เสี่ยหนุ่มใหญ่นักธุรกิจ นายวิชัย ชนะพานิช กับเศรษฐีนีสาว น.ส.สุวิมล พงษ์พัฒน์ น.ส.ทิพย์วรรณ แม่บ้านสาวของนายวิชัย และ เชอรี่แอน จน…..ความรัก ความหึงหวง ความอิจฉาริษยา ความโลภ นำไปสู่โศกนาฏกรรมการตาย ของเด็กสาวแสนสวย ลูกครึ่งไทย – อเมริกัน อายุ 16 ปี เชอรี่แอน โดยพบศพเธอที่ป่าแสมริมถนนสุขุมวิทเก่า หลักกิโลเมตรที่ 42 ใกล้บางปู สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2529 และมีการจับกุมนาย วิชัย ชนะพานิช พร้อมบริวาร 4 คน นายเฉลิมรุ่ง นายพิพัฒน์ นายกระสิน และนายธวิช ในข้อหาจ้างฆ่าและร่วมกันฆ่า  โดยตำรวจได้แยกย้ายผู้ต้องหาออกคุมขังกระจายไปตามสถานีตำรวจจังหวัดสมุทรปราการ นางไพลิน-พี่สาวของเสี่ยหนุ่ม ได้ว่าจ้างสำนักงานทนายเข้าแก้คดี เพ็ญนภา ธรรมรุ่งโรจน์ ทนายสาวจึงเข้ามารับผิดชอบในคดีนี้ ในระหว่างการถูกคุมขัง ผู้ต้องหาต่างต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆนาๆ แต่ว่าดอนฮวนแห่งศตวรรษที่ 20 จะพ้นข้อกล่าวหาได้อย่างหวุดหวิด จากการถอนฟ้องของอัยการท้องที่ เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ แต่บริวาร 4 คนของเขา ก็ถูกตำรวจชั่วสร้างพยานเท็จหลักฐานปลอม จนถูกศาลขั้นต้นสั่งประหารชีวิต แพะทั้งหมดต้องถูกจองจำที่เรือนจำบางขวาง เสี่ยวิชัยรู้ดีว่า ลูกน้องของเขาไม่ใช่ผู้กระทำผิด จึงนำเรื่องร้องเรียนไปทางกองปราบฯ ซึ่งก็ได้ตั้งทีมงานขึ้นสืบสวนลับทันที โดยมี พ.ต.อ.อดิศัย จิตตนะพัฒนา เป็นหัวหน้าหน่วย และผู้ช่วย พ.ต.ท.นรินทร์ ธนาธรณ์ ซึ่งร่วมทำงานกับทนายสาวเพ็ญนภาอย่างใกล้ชิด ทั้งสองออกสืบสวนหาข้อเท็จจริงท่ามกลางการคุกคามอย่างลึกลับ แพะทั้ง 4 เผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายในคุกไม่น้อยกว่า 6 ปี กว่ากระบวนการศาลอุทธรณ์และศาลฏีกา ภายใต้การรื้อฟื้นคดีของกองปราบ จะพิสูจน์ได้ว่าทั้ง 4 คนเป็นคนผู้บริสุทธิ์ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะติดขั้นตอนทางกฎหมาย แพะรับบาปทั้งหมด ต้องรอความหวังจากกระบวนการยุติธรรมของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ทุกคนจึงต้องแบกรับชะตากรรมอันเลวร้ายต่อสิ่งที่ตนเองไม่ได้ก่อขึ้น วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2536 เวลาผ่านไปร่วม 7 ปี ศาลฎีกา ได้ยกฟ้องปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์ทั้งหมด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับแพะทั้ง 4 คน คือสภาพครอบครัวแตกแหลกสลาย นายเฉลิมรุ่งเสียชีวิต ในคุก นายพิพัฒน์และนายธวิช ติดโรคร้ายจากเรือนจำอย่างอ่อนเปลี้ย และเสียชีวิตหลังพ้นโทษไม่นาน เหลือเพียงหนึ่งเดียว นายกระสิน นอกจากต้องต่อสู้กับความปวดร้าวในสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ครอบครัวแล้ว เขายังต้องแบกรับความเจ็บปวดไปชั่วชีวิตจากอาการบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง อันเป็นผลมาจากระบบการสอบสวนผู้ต้องหาของตำรวจเลว ขณะเค้นให้รับสารภาพเมื่อแรกถูกจับกุม

และในที่สุดก็นำไปสู่การ สืบหา ติดตาม ไล่ล่า และ จับผิดฆาตกรตัวจริง มาลงโทษจนสำเร็จ แต่หลักฐานก็ยังไม่สามารถสาวไปถึงผู้บงการสั่งฆ่าได้ คดีนี้ได้สร้างความตื่นเต้นแก่สังคม เรียกร้องให้มีการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพลเมืองผู้บริสุทธิ์ จนมีผลต่อกระบวนการสืบสวนของตำรวจ ระบบอัยการ และระบบตุลาการศาลสถิตย์ยุติธรรม มีผู้กล่าวว่า แม้แต่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งรัฐสภา ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเร็วๆ สำหรับรับคำร้องเรียนจากประชาชน ผู้ไม่รับความยุติธรรมจากการปฏิบัติงานภาครัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 การตายของ เชอรี่แอน ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดกระบวนนี้ขึ้น เพื่อประชาชนและชาติบ้านเมือง

  นักแสดง

รุ่งนภา (แอนนี่) บรู๊ค เป็น เชอรี่แอน
ชฎาพร รัตนากร เป็น ทนายสาวเพ็ญนภา ธรรมรุ่งโรจน์
ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ เป็น เสี่ยวิชัย ชนะพานิช
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล เป็น สุวิมล พงษ์พัฒน์
ปราบ ยุทธพิชัย เป็น พ.ต.ท.นรินทร์ ธนาธรณ์
อนันต์ สัมมาทรัพย์ เป็นพ.ต.อ.อดิศัย จิตตนะพัฒนา
สุรศักดิ์ ชัยอรรถ เป็น พ.ต.อ.เลิศล้ำ ธรรมนิสา
ฉัตรกฤษณ์ เพิ่มพานิช เป็น พ.ต.อ.มั่งคั่ง ศรีพรพงษ์
ทวิน เคล้าเครือ – สมหมาย นิลทาง – วิทวัส ทีทา – บุญส่ง นาคภู่ เป็น เฉลิมรุ่ง – พิพัฒน์ – กระสิน – ธวิช (4 ผู้บริสุทธิ์ ลูกน้องเสี่ยวิชัย ผู้ต้องตกเป็นแพะรับบาป)

ทีมงาน

ผู้กำกับภาพยนตร์ จรูญ วรรธนะสิน
อำนวยการสร้าง บริษัท ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น จำกัด
ถ่ายทำโดย บริษัท สตูดิโอกรุงเทพ จำกัด
ผู้อำนวยการผลิต ชูชาติ โตประทีป
ผู้อำนวยการสร้าง เจริญ เอี่ยมพึ่งพร

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ได้สร้างในแนวสารคดี หรืออาชญนิยาย หรือละครชีวิตทั่วๆไป แต่สรรค์สร้างขึ้นโดยมีเรื่องราวและรายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆมาให้คุณได้สัมผัส ได้ติดตามอย่างตื่นเต้นต่อเนื่อง เร้าความรู้สึกบดขยี้อารมณ์ ฯลฯ เหตุการณ์ในภาพยนตร์ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง แต่จะเห็นว่า ในสังคมของเราที่ทุกคนกำลังเป็นส่วนหนึ่งของมัน อาจเกิดขึ้นกับใครอีกก็ได้ หากประชาชนไม่รู้จักตื่นตัว หวงแหน และปกป้องรักษาสิทธิเสรีภาพของตนเอง ปล่อยให้คนเลวมีอำนาจ หันหลังให้กับจริยธรรมและคุณธรรม ตัวใครตัวมัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น!

 

 
 
 

ข้างหลังภาพ 2544

โปสเตอร์หนัง ข้างหลังภาพ 2544


บทประพันธ์ ศรีบูพา (นามปากกาของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ )
กำกับโดย เชิด ทรงศรี

ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก

เรื่องย่อ: ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของศรีบูรพา เรื่องราวความรักต้องห้ามของนพพร ชายหนุ่มที่เดินทางไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น เขาได้พบกับคุณหญิงกีรติและสามีสูงวัยซึ่งเดินทางมาฮันนี่มูนที่ญี่ปุ่น หัวใจของนพพรเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อคุณหญิงกีรติ เขาสาบานรักอันเป็นนิรันดร์ต่อหล่อน แต่หล่อนปรามเขาไว้ด้วยท่าที เมื่อถึงเวลาแยกจากกัน คุณหญิงกีรติมอบภาพวาดสถานที่แห่งหนึ่งแก่นพพร เป็นที่ที่ทั้งสองเคยไปเที่ยวร่วมกันครั้งอยู่ญี่ปุ่น แม้จะห่างกันแต่ทั้งสองก็ยังติดต่อกันผ่านจดหมาย ต่อมานพพรเลิกติดต่อเธอและทราบข่าวภายหลังว่าเธอล้มป่วย เขาจึงเดินทางไปหาเธอและพบเธอขณะกำลังรอความตาย คุณหญิงมีสุขในใจเมื่อตระหนักว่าเธอจะไม่ตายโดยปราศจากคนรักเคียงกาย

ภาพนั้นเขียนด้วยสีน้ำ มีชื่อ “ริมลำธาร” ปรากฏอยู่ที่มุมล่างด้านซ้าย ฝีมือเขียนอยู่ในระดับธรรมดาๆ แต่พอจะมอง เห็นเค้าโครงร่างของคน 2 คนนั่งเคียงคู่กันอยู่บนก้อนหินใต้ต้นไม้ริมลำธารที่บ่งบอกสถานที่ไว้ด้วยว่า “มิตาเกะ”

ใครหลายคน อาจจะรู้จัก “มิตาเกะ” ว่า เป็นชื่อภูเขาลูกหนึ่ง อยู่ที่ชานกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่มีเพียง 2 คน เท่านั้นที่จะรู้ว่า ภาพ “ริมลำธาร” มี “ข้างหลัง”….. “ข้างหลัง” อันเป็นอดีต-เป็น “ข้างหลังภาพ” แห่งความรักอัน ยิ่งใหญ่ บริสุทธิ์ งดงาม ในหัวใจของชายหญิงคู่หนึ่ง….

นพพร กับ ม.ร.ว.หญิงกีรติเขากับเธอ พบกันครั้งแรกที่สถานีรถไฟโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อฤดูใบไม้ผลิ พ.ศ.2480 ในขณะที่เขาอายุ 22 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยริคเคียว และเธออายุ 35 ปี มา “ฮันนิมูน”กับพระยาอธิการบดี ผู้เป็นสามีที่อยู่ในวัยเดียวกันกับพ่อ!

โดยที่เจ้าคุณอธิการบดีเป็นเพื่อนสนิทกับบิดาของนพพร เจ้าคุณจึงขอร้องให้นพพรมาช่วยเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวญี่ปุ่น
เจ้าคุณอยากให้คุณหญิงได้รับความสุขจากการมาเที่ยวญี่ปุ่น แต่ท่านก็แก่เกินกว่าจะไปไหนต่อไหนได้หลายแห่ง จึงขอร้องให้นพพรรับภาระพาคุณหญิงกีรติเที่ยวตามลำพัง

และนั่น…เป็นโอกาสให้นพพร เด็กหนุ่มที่ไม่เคยรู้จักความรักมาก่อน ได้อยู่ใกล้ชิดกับหญิง-แม้จะสูงวัยกว่า แต่เธอก็สวย สง่า กิริยาวาจาแช่มช้อยสมกับที่เป็นผู้ดีแท้ ยิ่งใกล้ชิด…ยิ่งนานวัน นพพรก็ยิ่งหลงรัก-เทอดทูนกีรติ เป็นรักครั้งแรก รักทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอมีชายอื่นเป็นเจ้าของ

นพพรไม่เข้าใจว่า ทำไมกีรติ ซึ่งสวยมาก สง่างามมาก ฉลาดล้ำลึก ฐานะเดิมก็ดีอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งไม่ได้ถูกใครบังคับ และไม่ได้รักเจ้าคุณด้วย จึงยอมแต่งงานกับชายชราวัยพ่อ

นพพรเฝ้าถามครั้งแล้วครั้งเล่า กีรติเลี่ยงที่จะตอบ จนกระทั่งถึงวันที่เขาพาเธอไปเที่ยว มิตาเกะ กีรติผู้วางตัวสง่างาม อยู่เนืองนิจ กลับกลายเป็นสาวน้อยผู้ร่าเริงอยู่ท่ามกลางแมกไม้และสายน้ำ
“ผมมีความหมายกับคุณหญิงบ้างไหมครับ?” นพพรถามกีรติ เมื่อหยุดนั่งพักที่โคนต้นซีดาร์ริมลำธาร
“ฉันถือเธอเป็นเพื่อนตายของฉันนพพร แล้วฉันก็มีเธอเป็นเพื่อนตายเพียงคนเดียวด้วย”
“ถ้าอย่างนั้น คุณหญิงไม่ควรปล่อยให้ผมตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน”
“เธอทุกข์ทรมานเรื่องอะไรมิทราบ?”
“เรื่อง-อยากรู้ว่า-มีเหตุผลอะไร คุณหญิงจึงแต่งงานกับท่านเจ้าคุณ?”
….ความหลังที่เป็นความลับของกีรติจึงถูกเปิดเผย

ม.ร.ว.กีรติเป็นลูกเจ้า “เจ้า”ในสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เป็นอยู่อย่างเป็นเจ้าเป็นนายจริงๆ เหมือน แยกโลกกันอยู่กับสามัญชน กีรติถูกท่านพ่อเลี้ยงแบบเลี้ยงนกน้อยแสนสวยไว้ในกรงทอง เพราะท่านพ่อเลี้ยงเธออย่าง หวงแหนโดยต้องการให้เป็นเจ้าหญิงสูงศักดิ์ จนไม่มีชายใดมีโอกาสเข้าถึง กีรติจึงไม่เคยมีชายใดรักและขอแต่งงาน ในขณะที่น้องสาวอีก 2 คนที่ไม่ได้สวยสง่าเท่าเธอ ได้แต่งงานกับคนรักไปทีละคน ในขณะที่กีรติเฝ้าคอย…

“นพพร ความรักเป็นพรอันประเสริฐ เป็นยอดปรารถนาของชีวิต ฉันก็เหมือนกับคนทั้งหลายที่ใฝ่ฝันอยากมีความรัก อยากแต่งงาน อยากมีลูก และอยากพบเห็นโลกภายนอก แต่ฉันยิ่งอยาก ฉันก็ยิ่งเพิ่มความเหงาให้กับตัวเอง อีกทั้งไม่มี วี่แววเลยว่า สิ่งที่ฉันอยากมีนั้น จะเป็นจริงขึ้นมาได้ ฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวกับความเหงา ความเปล่าเปลี่ยว อ้างว้าง จนกระทั่งอายุสามสิบสี่ปี…”

เมื่อเจ้าคุณอธิการบดี พ่อม่ายเมียตาย ซึ่งเป็นคนดี มาสู่ขอกับท่านพ่อ กีรติจึงไม่เหลือทางเลือกอื่น “โธ่ ไม่น่าเลย คุณหญิงยังสาว ยังสวยอยู่มาก แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ คุณหญิงควรปฎิเสธการแต่งงาน รออีกหน่อยคุณหญิงก็จะพบ ความรักแน่ๆ”

นพพรระบายใจอย่างเคืองขุ่น เขารักคุณหญิง ถ้าคุณหญิงยังไม่แต่งงาน เขาคือคนที่รักเธอและจะแต่งงานกับเธอ
ความรัก ความหลง ความหึง เป็นไฟอารมณ์ที่ต่างแผดเผาหัวใจหนุ่มของนพพรให้เขากอดและจูบกีรติ ด้วยความ เข้าใจว่ากีรติคงรักเขาเช่นเดียวกับที่เขารักเธอแต่…ต่อจูบของนพพร กีรติผลักเขาออกห่างและเตือนสติ
“นพพร เธอไม่รู้ว่าเธอได้ทำอะไรลงไป”
……………………………………….
“คุณหญิงรักผมไหม?” นพพรถาม-ถามครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กีรติไม่เคยตอบตรงคำถามเลย ส่วนนพพรยืนยัน…..
“ผมจะรักคุณหญิงตราบชั่วฟ้าดินสลาย” จนถึงวันจากกันที่ท่าเรือโกเบ
“คุณหญิงรักผมไหม?” ถามอีก กีรติร่ำไห้ เมื่อกล่าวคำลาจาก
“รีบไปเสียเถอะนพพร รีบไปเสีย อย่าให้ฉันขาดใจตายอยู่ตรงนี้เลย”

พ.ศ.2484 เจ้าคุณอธิการบดี เป็นวัณโรค เสียชีวิตกีรติจึงกลับเป็นโสดอีกครั้งหนึ่ง พ.ศ.2487 นพพรเดินทางกลับ จากประเทศญี่ปุ่น กีรติมอบภาพเขียน “ริมลำธาร”ให้ และถามว่า “จำได้ไหมว่าที่ไหน มีอะไรเกิดขึ้นที่นั่น?”
“ความรักของผมเกิดที่นั่น”
“ความรักของเรา นพพร”

ณ บัดนี้ กีรติเปิดหัวใจของเธอให้นพพรรับทราบโดยแน่ชัดแล้ว โอกาสที่นพพรจะแต่งงานกับกีรติก็มีแล้ว แต่…..
แต่ “ความรัก” จะบันดาลให้ ม.ร.ว.กีรติวัย 42 ปี กับ นพพร วัย 29 ปี ได้แต่งงานกัน – สมค่าแห่งความเป็น “พรอันประเสริฐ เป็นยอดปรารถนาของชีวิต” หรือ?

นักแสดง:
คารา พลสิทธิ์ – ม.ร.ว.กีรติ
ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ – นพพร
ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา – พระยาอธิการบดี
วันชาติ ชุณห์ศรี – พันตรีพงศธร
ธิดา สิงห์จันทร์ – ปรีดิ์
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ – นายแพทย์วิชา
ปรีดา จุลละมณฑล – ท่านพ่อของกีรติ
พิราวรรณ ณ นคร – หม่อมแม่ของกีรติ
นวลปรางค์ ตรีชิต – คุณน้าของกีรติ
รศ.จำเริญลักษณ์ ธนะวังน้อย – แม่แย้ม
ผศ.วันชัย ธนะวังน้อย – พ่อของนพพร
วรรณษา ทองวิเศษ – สุธาร
อนูวรรณ ปรีญานนท์ – วิจารุ
พันธสัญญ์ อังคู่ธาร – อำนาจ
พิพัฒน์ เลิศสุทธิผล – เรื่องเดช

 

ไกรทอง 2544

โปสเตอร์หนัง ไกรทอง 2544


ร้อนรัก แรงแค้น ฤทธิ์แรง อาคมกล้า

นักแสดง:
วินัย ไกรบุตร …. ไกรทอง
เจ็ท ผดุงธรรม …. ชาละวัน
วรรณษา ทองวิเศษ …. ตะเภาทอง
ปรายฟ้า สิริวิชชา …. ตะเภาแก้ว
แชมเปญ เอ็กซ์ …. วิมาลา
ชุติมา เอเวอรี่ …. เลื่อมลายวรรณ
สามารถ แสงเสงี่ยม …. เศรษฐีเจ้าเมืองพิจิตร
นงลักษณ์ คู่วิรัตน์ …. ศรีสาคร
กิตติศักดิ์ นักการรอง …. เปลว

ระบบเสียง: Dolby Stereo SRD EX

 

9 พระคุ้มครอง

9 พระคุ้มครอง

โปสเตอร์หนัง 9 พระคุ้มครอง


ภารกิจนี้ไม่มีถอย ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงอยู่เคียงข้างเรา

เนื้อเรื่องย่อ: จากเรื่องเล็กๆลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อทั้ง9เข้าไปพัวพันกับเหล่ามิจฉาชีพแบบตกกระไดพลอยโจร และต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เสี่ยงกับวินาทีแห่งเส้นตาย…วินาทีที่หาก”พลาด”นั่นหมายถึง”ชีวิต” สิ่งเดียวที่ทั้ง9หวังพึ่งพาเป็นสิ่งสุดท้ายก็คือ…ปาฏิหาริย์…จาก…พระเครื่องที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่นั่น

นักแสดง:
อนัน อันวา …. เปี๊ยก
ตะวันไท ทัยสวัสดิ์ …. นิล
มาลิต้า ซีลิ่ง …. จูน
กวี ตันจรารักษ์ …. ขิง
รุ่งนภา พงศ์ทิพย์สุคนธ์ …. สุ่ย
ธวัช ทัศนาพลพินิจ …. ต๋อง
สกลเดช อัชวรานนท์ …. เส็ง
ประวัตร ทองมีนสุข …. หมู
กุณกนิช คุ้มครอง

ระบบเสียง: Dolby Digital

14 ตุลา สงครามประชาชน

โปสเตอร์หนัง 14 ตุลา สงครามประชาชน

14 ตุลา สงครามประชาชน

ชื่อภาษาอังกฤษ THE MOONHUNTER

เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเกิดจากพลังแรงกล้าของการใฝ่หาเสรีภาพโดยการนำของนิสิตนักศึกษาได้สร้างภาพยิ่งใหญ่ตราไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถึงตลอดแนวถนนราชดำเนิน จากผู้คนเรือนล้านที่ออกจากบ้านและสถานศึกษามาด้วยวิญญาณประชาธิปไตย ถึงร่างเปื้อนเลือดซึ่งนอนทอดนิ่งอยู่ภายใต้ผืนธงไตรรงค์ท่ามกลางควันปืนและเสียงร่ำไห้ของเพื่อนพ้องผู้ใกล้ชิด ขณะประชาธิปไตยเริ่มผลิบานขึ้นอีกครั้ง เสกสรร ประเสริฐกุล หนึ่งในผู้นำนักศึกษา ซึ่งยืดหยัดเป็นศูนย์กลางของฝูงชนตลอดวันคืนอันยาวนานของเดือนตุลาฯ กลับพบว่าสภาพรอบตัวของเขาได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากลัวอันตรายและเต็มไปด้วยความขัดแย้งคุกคาม

หลังจากเพื่อนพ้องคนรู้จักโดนลอบสังหารต่อเนื่อง เขาตัดสินใจชวน จิระนันท์ พิตรปรีชา คนรักซึ่งเป็นดาวจุฬาฯ และหันหลังให้กิจกรรมความงามมาเข้าร่วมอยู่ในขบวนการเรียกร้องความเป็นธรรม พากันหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมูนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งก็เหมือนกับเพื่อนพ้องกับนักศึกษารุ่นพี่รุ่นน้องจำนวนมาก ทั้งที่เดินทางเข้าไปก่อนหน้าและเดินทางติดตามเข้าไปในภายหลัง ทั้งสองต้องใช้ชีวิตด้วยความยากเข็ญท่ามกลางป่าเขาบนภูร่องกล้า เฝ้าฝันว่าสักวันจะได้กลับเมืองพร้อมชัยชนะตามอุดมการณ์ที่ตั้งหวัง แต่แล้วเขากับจิระนันท์ก็เริ่มพบว่า สภาพแบบที่ทำให้เขาต้องหนีออกจากเมือง ได้ย้อนกลับมาเป็นปัญหาให้ต้องเผชิญอีกครั้งในป่า

การขัดแย้งทางความคิด การขาดความเป็นประชาธิปไตยและการยอมรับ ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ระบบญาติมิตรอุปถัมภ์ ตลอดจนการทำตัวเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ในป่าเหมือน ๆ กับที่มันมีอยู่ในเมือง เขาพยายามเสนอแนวทางเพื่อการปรับเปลี่ยนแก้ไข แต่ก็ไม่ได้รับการสนองตอบ ในทางตรงกันข้าม เขากลับถูกจับตามองโดยฝ่ายนำจำนวนหนึ่งและถูกวิพากษ์ว่าเป็นพวกค้านพรรค ชีวิตของเขาและเธอต้องเร่ร่อนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยการบงการของพรรคซึ่งเฝ้าติดตามดูพฤติการณ์ ในที่สุดความอดกลั้นของเสกสรรค์ก็ระเบิดออก เขารวบรวมเพื่อนนักศึกษาเตรียมประกาศสงครามกับฝ่ายนำที่อุ้มผาง ก่อนจะพบว่ามันคือสงครามที่ไม่มีวันได้รับชัยชนะ เสกสรร จิระนันท์ และเพื่อน ๆ ตัดสินใจทะยอยกันออกจากป่า ขณะฝ่ายนำส่งมือสังหารตามล่า ทว่าโดยการคุ้มกันของเพื่อน ๆ เขาสามารถพาคนรักข้ามสะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยวหนีรอดออกมาได้อย่างจวนเจียน

นักแสดง:
ภาณุ สุวรรณโณ …. เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
พิมพรรณ จันทะ …. จีระนันท์ พิตรปรีชา

ความยาว: 122 นาที

 

จันดารา 2544

โปสเตอร์หนัง จันดารา 2544


จัน ดารา ภาพยนตร์แนวอิโรติค-ดราม่า เรื่องราวของกรรมระหว่าง “พ่อ” และ “ลูก” ที่มีความสัมพันธ์กันเพียงแต่ในนาม ดำเนินชีวิตด้วยความเคียดแค้นและเกลียดชัง หากแต่เป็นเสมือนกระจกสะท้อนของกันและกัน และได้สะท้อนให้เห็นความจริงบางอย่างในชีวิต อันน่าขนลุกขนพองในจิตใจแท้ของมนุษย์

จันดารา ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความผิดพลาดและความเกลียดชัง ดารา ( วัลภา พรหมนวล ) แม่ของ จัน เศรษฐีนีสาวสวยถูก จอม ( ดนัย ชนะชานันต์ ) แฟนของ น้าวาด ( วิภาวี เจริญปุระ ) พร้อมกับสมุนสองคนฉุดไปกระทำชำเรา เมื่อครั้งเดินทางไปเมืองพิจิตรกับบิดาของเธอ บิดาของเธอจึงว่าจ้างให้ คุณหลวง ( สันติสุข พรหมสิริ ) แต่งงานกับ ดารา โดยยกบ้านและทรัพย์สินให้เป็นการแลกเปลี่ยน

ดารา เสียชีวิตทันทีที่คลอด จัน ออกมา คุณหลวงโกรธเกลียดชังเด็กชายตัวน้อยทันที แม้ยังไม่ได้เห็นหน้า คุณหลวงตั้งชื่อให้ว่า จัน-จัญไร วิสนันท์ น้าวาดลงมาจากพิจิตรเพื่อร่วมพิธีศพ พบว่าไม่มีใครต้องการ จัน น้าวาดจึงรับอาสารับเลี้ยง จัน และเพื่อเป็นการถ่ายบาปให้กับ จอม คนรักของตน ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุแห่งเคราะห์กรรมนี้ และแม้ว่า น้าวาด ต้องสละตัวยอมเป็นเมีย คุณหลวง เพื่อเธอจะได้มีโอกาสเลี้ยงดู จัน ได้ตลอดรอดฝั่ง

ในชีวิตจันมี คุณบุญเลื่อง ( คริสตี้ ชุง) ครอบครองจิตใจจันในเรื่องกามารมณ์ และ ไฮซินธ์ ( ศศิธร พานิชนก ) สาวน้อยวัย 14 ปี ซึ่งเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ดอกเล็กดอกเดียวในหัวใจของ จัน

จัน ถูก คุณหลวง เนรเทศออกจากบ้าน จึงไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองพิจิตรอยู่สามปี น้าวาดก็มาตามตัวและขอให้ จัน กลับบ้านที่พระนคร จัน ได้โอกาสแก้แค้น คุณหลวง จึงยอมแต่งงานกับ คุณแก้ว ( ภัทรวริทร์ ทิมกุล ) เพื่อแลกเปลี่ยนกับกรรมสิทธิ์ในบ้าน และ คุณหลวง ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านต่อไป จัน กลับไปหา ไฮซินธ์ ที่บ้าน แต่ ไฮซินธ์ เสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคไทฟอยด์เมื่อสองปีมาแล้ว จุดสีขาวเล็กๆในหัวใจของ จัน เลือนหายไป เหลือไว้แต่ความมืดมิด

ต่อมา คุณแก้ว ให้กำเนิดลูก เด็กชายปรีย์-อัปรีย์ วิสนันท์ เป็นเด็กชายปัญญาอ่อน ความสัมพันธ์ของ คุณแก้ว เพิ่มพูนความเกลียดชัง และ จัน แก้แค้น คุณหลวง ต่อไปโดยพยายามมีลูกกับ คุณแก้ว แต่ คุณแก้ว ไม่ยอม จันจึงใช้วิธีขืนใจเธอทุกครั้ง จน คุณแก้ว ท้อง ต่อมาวันหนึ่ง คุณหลวง มาพบ จัน กับ คุณบุญเลื่อง นอนด้วยกัน ด้วยความรู้สึกที่ประเดประดังเข้ามา คุณหลวง ถึงกับล้มและเป็นอัมพาตตั้งแต่นั้นมา การแก้แค้นของ จัน เป็นอันสิ้นสุดลง

 นักแสดง:


สุวินิจ ปัญจมะวัต …. จัน วิสนันท์ วัย 15 ปี
เอกรัตน์ สารสุข …. จัน ดารา จัญไร วิสนันท์
สันติสุข พรหมศิริ …. คุณหลวงวิสนันทเดชา
วิภาวี เจริญปุระ …. น้าวาด *ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง สาขานักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม ปี พ.ศ. 2544*
คริสตี้ ชุง …. คุณบุญเลื่อง
ภัทรวรินทร์ ทิมกุล …. คุณแก้ว วิไลเรข วิสนันท์ 
วิสันต์ ทิพย์สุวรรณ …. จัน วิสนันท์ วัยเด็ก
จิตรลดา เจริญลาภ …. คุณแก้ว วัย 15 ปี
พิมประภา ตั้งประภาพร …. คุณแก้ว วัยเด็ก
ศศิธร พานิชนก …. ไฮซินธ์
ครรชิต ถ้ำทอง …. เคน กระทิงทอง

ทีมงาน
อำนวยการผลิต ปีเตอร์ ชาน, อลัน ฟุง, วิสูตร พูลวรลักษณ์
ควบคุมการผลิต โจโจ ฮุย ชุน, ดวงกมล ลิ่มเจริญ
ผู้กำกับภาพยนตร์ นนทรีย์ นิมิบุตร
ผู้กำกับภาพ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ
บทประพันธ์ อุษณา เพลิงธรรม
บทภาพยนตร์ ศิรภัค เผ่าบุญเกิด
ผู้ออกแบบงานสร้าง เอก เอี่ยมชื่น

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี

จัน ดารา สร้างจากวรรณกรรมไทยชื่อ “เรื่องของจัน ดารา” ของ อุษณา เพลิงธรรม (ประมูล อุณหธูป) ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2507 และเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2520 โดย วัฒน์ เศรษฐภักดี แต่ได้ถูกดัดแปลงเนื้อหาให้ผิดเพี้ยนจากบทประพันธ์ต้นฉบับเป็นอย่างมาก

จนกระทั่งในปี 2544 นนทรีย์ นิมิบุตร ได้เปิดทุกซอกหลืบของบ้าน “วิสนันท์” และชุบชีวิตตัวละครให้โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งอย่างเคารพในบทประพันธ์จากการดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์โดย ศิรภัค เผ่าบุญเกิด

ด้วยเนื้อหาที่แรงและท้าทายการรับรู้ของสังคมไทยในยุคนั้นเป็นอย่างมากของภาพยนตร์แนวอิโรติก-ดราม่าที่สะท้อนด้านมืดอันน่าขนลุกขนพองในจิตใจของมนุษย์ที่ถูกครอบงำไปด้วยตัณหา, ความลุ่มหลง, ความเคียดแค้น และความเกลียดชังเรื่องนี้ ทำให้เมื่อครั้งภาพยนตร์ออกฉายก็ก่อให้เกิดปรากฏการณ์กรณีเซ็นเซอร์ภาพยนตร์และกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา

แต่ในท้ายที่สุด จัน ดารา เวอร์ชั่นนี้ก็ได้รับการยอมรับจากผู้ชมในแง่คุณภาพที่ยังคงเอกลักษณ์และความโดดเด่นด้านงานสร้างของทีมงานนี้ รวมถึงฝีมือทางการแสดงอันเข้มข้น-เหนือชั้นของทีมนักแสดง และสามารถกวาดรายได้เฉพาะในกรุงเทพฯ ไปเกือบ 40 ล้านบาทเลยทีเดียว

รางวัลการันตี:

– รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม สุนิตย์ อัศวินิกุล, ธานินทร์ เทียนแก้ว จาก Star Entertainment Awards 2002

– รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม ณัฐวุฒิ กิตติคุณ จาก รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2544

– รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม เอก เอี่ยมชื่น จาก รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2544

– รางวัลผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (วิภาวี เจริญปุระ), กำกับภาพยอดเยี่ยม และกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม จากรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 10 ประจำปี 2544


 

ผีสามบาท

โปสเตอร์หนัง ผีสามบาท


ผีสามบาท

Bangkok Haunted

แรงอาฆาตจะสำแดง ทุกบาปกรรมจะถูกชำระ

กำกับโดย พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม, อ๊อกไซด์ แปง (Oxide Pang)

เขียนโดย มนัส จรรยงค์, พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม, สมภพ ผูกพันน้อย
นำแสดงโดย ปราโมทย์ แสงศร, บดินทร์ โกศลพิศิษฐ์, พิมพ์ศีรี พิมพ์ศรี, ดาหวัน สิงห์วี, เบญจพล เชยอรุณ, กพล ทองพลับ, พีท ทองเจือ, โกวิทย์ วัฒนกุล, กัลยาณัฐ สีบุญเรือง

จำหน่ายโดย อาร์ เอส.ฟิล์ม แอนด์ ดิสทริบิวชั่น

เรื่องย่อ: เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณ ไสยศาสตร์ และแรงอาฆาต ซึ่งรวมกันไว้สามตอนด้วยกัน คือ

ตอน: ท่อนแขนนางรำ
หญิงนักค้าวัตถุโบราณคนหนึ่ง ได้รับกลองโบราณใบหนึ่งมาโดยบังเอิญ การตามหาเจ้าของและที่มาของกลองเริ่มขึ้น โดยที่หญิงสาวไม่เคยรู้มาเลยว่าในกลองมีซากแขนของนางรำ เมื่อ 70 ปีก่อนถูกตัดและซุกซ่อนเอาไว้โดยชายอัปลักษณ์ที่หลงรักนางรำคนนั้นยิ่งชีวิต

ตอน: น้ำมันพราย
ในโลกแห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ หญิงสาวผู้แสวงหารักแท้และไม่เคยได้เจอ บังเอิญค้นพบเคล็ดลับที่จะทำให้เธอสมหวัง นั่นคือการก้าวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ก่อนจะพบว่าในความสำเร็จมีความชั่วร้ายบางอย่างแฝงมาด้วย มันก็สายไปแล้ว

ตอน: จองเวร
การสืบหาหลักฐานของตำรวจหนุ่มอนาคตไกล เกี่ยวกับการตายของผู้หญิงที่ผูกคอตายคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่เชื่อว่าเป็นฆาตกรรมโดยสามีของผู้หญิงคนนั้นเองก่อนจะได้พบคำตอบที่ไม่มีใครคาดคิด

คนไทยห่างหนังในแนวตื่นเต้นระทึกขวัญมานาน บริษัท อาวอง จำกัด โดยราเชนทร์ ลิ้มตระกูล กรรมการผู้จัดการ ทำหน้าที่ในการดูแลงานผลิต ถือโอกาสแหวกกระแสหนังไทย ด้วยการเปิดโปรเจ็กต์หนังตื่นเต้น ระทึกขวัญ ด้วยการนำเรื่องราวหลากรสถึง 3 ตอนมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อเรื่องว่า ผีสามบาท เรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณ ไสยศาสตร์ และแรงอาฆาต ซึ่งรวมกันไว้สามตอนด้วยกัน คือ

ผีสามบาท ตอน ท่อนแขนนางรำ กรุงเทพฯ 2001 เจี๊ยบ หญิงสาวนักค้าและสะสมวัตถุโบราณ ได้รับกลองโบราณใบหนึ่งมาโดยบังเอิญ สิ่งที่ตามมาด้วยคือความฝันอันแปลกประหลาด และเสียงร้องคร่ำครวญของผู้หญิงคนหนึ่งในยามค่ำคืน เจี๊ยบสงสัยว่า สาเหตุของเรื่องแปลกๆ ทั้งหมดน่าจะมาจากกลอง การตามหาเจ้าของและที่มาของกลองเริ่มขึ้น และทำให้เธอได้รู้ความจริงอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นและเคยผูกพันกับเธอมาก่อน โดยที่หญิงสาวไม่เคยรู้มาเลยว่าในกลองมีซากแขนของนางรำ เมื่อ 70 ปีก่อนถูกตัดและซุกซ่อนเอาไว้โดยชายอัปลักษณ์ที่หลงรักนางรำคนนั้นยิ่งชีวิต หากแต่เมื่อหญิงสาวมีชายอื่นมาติดพันจนถึงขั้นหมั้นหมาย เขาจึงทำการตัดแขนเธอนำไปซ่อนไว้ในกลอง หากเรื่องราวไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อวิญญาณนางรำยังวนเวียนผูกพันข้ามมาถึงปัจจุบันพร้อมกับกลองใบนั้น

ผีสามบาท ตอน น้ำมันพราย ในโลกแห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ หญิงสาวผู้แสวงหารักแท้และไม่เคยได้เจอ บังเอิญค้นพบเคล็ดลับที่จะทำให้เธอสมหวัง นั่นคือการก้าวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ก่อนจะพบว่าในความสำเร็จมีความชั่วร้ายบางอย่างแฝงมาด้วย มันก็สายไปแล้ว เรื่องราวเกิดจากความเหงาและการไขว่คว้าหารักของผู้หญิงคนหนึ่ง หากแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ เธอจึงต้องพึ่งสิ่งลึกลับทางไสยศาสตร์ หากแต่เธอ จะทำอย่างไรเมื่อเสน่ห์มนต์ดำที่เธอนำมาใช้มันได้ผลเกินคาด

แพน หญิงสาววัยเบญจเพส ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เหมือนคนเมืองทั่วไปอีกหลายล้านคนในกรุงเทพฯ แพนกำลังแสวงหาความรักจากผู้ชาย ที่สามารถพาเธอให้หลุดจากโลกที่น่าเบื่อนี้ไปสู่วันใหม่ที่ดีกว่าของชีวิต แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้พบกับทางลัด เมื่อเพื่อนใหม่คนหนึ่งแนะนำให้เธอใช้ น้ำมันพราย ของที่ได้จากการทำพิธีกรรมลี้ลับทางไสยศาสตร์ โดยพวกหมอผี แพนใช้น้ำมันพราย เพื่อทำเสน่ห์ให้ผู้ชายที่เคยมองผ่านเธอหันกลับมาหลงใหล และตกเป็นทาสของเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า มันไม่ต่างไปจากยาเสพติด ที่มีทั้งคุณและโทษ เมื่อเธอเริ่มใช้มันมากขึ้น จนสุดท้ายคนที่จะกลายเป็นเหยื่อ อาจเป็นตัวเธอเอง

ผีสามบาท ตอน จองเวร การสืบหาหลักฐานของตำรวจหนุ่มอนาคตไกล เกี่ยวกับการตายของผู้หญิงที่ผูกคอตายคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่เชื่อว่าเป็นฆาตกรรมโดยสามีของผู้หญิงคนนั้นเองก่อนจะได้พบคำตอบที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อมีหญิงสาวถูกแขวนคอตายในเขตรับผิดชอบ มีหรือที่นายตำรวจอย่างเขาจะละเลยต่อการสืบหาต้นตอ ซึ่งเขาปักใจเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันคือการ ฆาตกรรม มากกว่าการ ฆ่าตัวตาย หากแต่ผลสรุปของรูปคดีจะเป็นอย่างไร มีเพียงแต่ เธอ เท่านั้นที่จะยืนยันได้

นพ ตำรวจหนุ่ม อนาคตไกล ตัดสินใจรื้อฟื้นการสอบสวนหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ของ กันยา หญิงสาวคนหนึ่งที่ผูกคอตาย หลังจากที่ผู้บังคับบัญชาของเขาลงความเห็นว่า นี่เป็นการฆ่าตัวตายธรรมดา นพเชี่อว่ามันเป็นการฆาตกรรม นพเริ่มสืบประวัติของกันยา และก็เริ่มได้รู้เรื่องราว ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเธอ ในขณะเดียวกันนพก็รู้สึกได้ว่า วิญญาณของกันยา ยังวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเขา เพื่อชี้ทางและพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่เขา เพื่อแกะปมปริศนาการตายของเธอ ก่อนที่นพจะได้พบกับความจริงที่เขาคาดไม่ถึงในท้ายที่สุด

นักแสดง:

พีท ทองเจือ  
ปราโมทย์ แสงศร  
พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี  
ดาหวัน สิงห์วี  
กัลยณัฐ สีบุญเรือง 

 

ดูหนัง ผีสามบาท เต็มเรื่อง ถูกลิขสิทธิ์

 

สุริโยไท

โปสเตอร์หนัง สุริโยไท


สุริโยไท

หนึ่งวีรสตรี หาญกล้า พลิกหล้า ดับร้อนแผ่นดินเพลิง

เรื่องย่อ สุริโยไท

พระสุริโยไท ได้ทรงอภิเษกสมรสกับพระเฑียรราชา เมื่อ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สวรรคตในปี พ.ศ. 2072 (ค.ศ. 1529) พระอาทิตยาจึงได้ขึ้นครองราชย์ ทรงพระนาม หน่อพุทธางกูร ทุกพระองค์เสด็จย้ายจากพิษณุโลกไปประทับ ณ กรุงศรีอยุยา ประทับอยู่ ณ วังชัย เมื่อสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร สวรรคตด้วยโรคไข้ทรพิษ บ้านเมืองบริหารโดยขุนนางผู้ทุจริต ติดสินบนเถลิงอำนาจ 5 เดือนให้หลังพระไชยราชาธิราชจึงเข้ายึดราชบัลลังก์ และได้แต่งตั้งพระเฑียรราชาขึ้นเป็นอุปราช พระมเหสีของพระไชยราชา คือ ท้าวศรีสุดาจันทร์ ได้ลักลอบมีความสัมพันธ์กับ ขุนชินราช และลอบวางยาพิษปลงพระชนม์พระไชยราชา แล้วสถาปนาขุนชินราชขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า ขุนวรวงศาธิราช พระเฑียรได้ทรงผนวชเพื่อเลี่ยงภัย ต่อมาผู้จงรักภักดี ได้ร่วมกันปลงพระชนม์ขุนวรวงศา และท้าวศรีสุดาจันทร์ แล้วอัญเชิญพระเฑียรราชา ให้ลาสิกขาบทขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ระหว่างนั้นพม่ารุกรานไทย เกิดเป็นสงครามยุทธหัตถี ซึ่งเป็นเหตุให้ พระสุริโยไทสิ้นพระชนม์บนคอช้าง

ความยาว : 185 นาที

 ภาพยนตร์เรื่องสุริโยไท ได้พลิกฟื้นประวัติศาสตร์อยุธยาช่วงต้น โดยลำดับเหตุการณ์แต่ครั้ง รัชกาล สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ( พ.ศ. 2034 – พ.ศ. 2072 ) ก่อนมายุติลงตรง มหายุทธสงครามศึก ตะเบงชเวตี้ ( พ.ศ.2091 ) ครอบคลุมระยะเวลารวมแล้ว 57 ปี โดยประมาณ

เหตุการณ์ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นั้นเป็นช่วงสมัยที่ราชอาณาจักรอโยธยา มีเจ้าเหนือหัวครองราชย์ถึง 2 พระองค์ หนึ่งนั้นคือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ซึ่งทรงครองราชย์อยู่ยังราชธานีฝ่ายใต้ อันได้แก่กรุงอโยธยาศรีรามเทพนคร ส่วนอีกหนึ่งนั้นเป็นพระอนุชาในสมเด็จพระรามาธิบดีทรงพระนามว่า พระอาทิตยา ครองราชย์อยู่ยังเมืองพระพิษณุโลกอันเป็นราชธานีฝ่ายเหนือ พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ทรงสืบสายสันตติวงศ์มาแต่วงศ์สุพรรณภูมิ

ราชอาณาจักรอโยธยาครั้งนั้น หยัดยืนอยู่ได้ก็ด้วยอาศัยกำลังของเจ้าราชนิกุลที่สืบสายมาจากราชวงศ์สำคัญ 4 ราชวงศ์ด้วยกัน อันได้แก่ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์พระร่วงแห่งราชอาณาจักรสุโขทัยเดิม และราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช ที่เคยเป็นใหญ่ในอาณาจักรแดนใต้แห่งคาบสมุทรไทย ถึงแม้ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เจ้านายในราชวงศ์สุพรรณภูมิจะทรงครองความเป็นใหญ่ในแผ่นดินอโยธยาทั้งเหนือใต้ แต่ความมั่นคงทางอำนาจนั้นยังจำต้องพึ่งพิง กำลังสนับสนุนของเหล่าราชนิกุลที่เหลือ

 ครั้งนั้นแผ่นดินอโยธยาฝ่ายเหนือ อันมีเมืองพระพิษณุโลกเป็นราชธานีปรากฎเจ้านายในราชวงศ์พระร่วงที่สำคัญอย่างน้อยสองพระองค์ หนึ่งคือ พระสุริโยไท ผู้เป็นพระธิดาของ ออกญาศรีสุรินทร์ อีกผู้หนึ่งคือ ขุนพิเรนทรเทพ เป็นพระญาติพระสุริโยไท มีศักดิ์เป็นพระเชษฐาแต่มิได้ร่วมสายโลหิตเดียวกัน เจ้านายสายวงศ์พระร่วงทั้งสองเจริญวัยมาด้วยกัน ครั้นขึ้นวัยแรกรุ่นเป็นหนุ่มสาวต่างก็มีใจปฏิพัทธ์แก่กันฉันท์คนรัก กระนั้นก็ดีพระสุริโยไทหาได้ออกเรือนไปกับขุนพิเรนทรเทพไม่ เพราะพระนางจำต้องอภิเษกสมรสกับ พระเฑียรราชา ผู้รั้งตำแหน่งพระเยาวราชแห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ พระเฑียรราชาผู้นี้เป็นโอรสในสมเด็จพระอาทิตยาผู้ครองเมืองพระพิษณุโลกอยู่ขณะนั้น การอภิเษกสมรสระหว่างพระสุริโยไทกับพระเฑียรราชาโดยนัยหนึ่งเป็นการกระชับไมตรีทางการเมือง ระหว่างราชนิกุลข้างสุพรรณภูมิ และข้างพระร่วงให้ยั่งยืนมั่นคงขึ้น

เหตุการณ์บ้านเมืองเริ่มผันแปรเสื่อมถอย เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ.2072 อันเป็นปีเดียวกันกับที่ดาวหางฮัลเลย์ปรากฎขึ้น การสวรรคตครั้งนั้นเป็นเหตุแห่งการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินทั้งฝ่ายใต้และฝ่ายเหนือ กล่าวคือพระอาทิตยาทรงเสด็จจากเมืองพระพิษณุโลกลงมาครองกรุงอโยธยา เถลิงพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร ส่วนราชธานีฝ่ายเหนือที่ว่างลงนั้นทรงโปรดให้ พระชัยราชา ผู้เป็นราชโอรสในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ขึ้นไปครองแทน ครั้งนั้นพระเฑียรราชาผู้ราชโอรสพระอาทิตยา หรือสมเด็จหน่อพุทธางกูร จำต้องนำพระสุริโยไทโดยเสด็จพระราชบิดาลงมาประทับยังวังชัยในกรุงศรีอยุธยา พระเฑียรราชายังคงรั้งตำแหน่งพระเยาวราชดังเดิม

การสืบมาได้ปรากฎไข้ทรพิษระบาดหนัก เป็นเหตุให้สมเด็จหน่อพุทธางกูรเสร็จสวรรคตเพราะภัยร้ายนั้น บ้านเมืองจึงเกิดเป็นทุรยศ ด้วย พระรัฎฐาธิราชกุมาร พระราชโอรสในสมเด็จหน่อพุทธางกูรผู้สืบราชสมบัติต่อมานั้นมีพระชนมายุเพียง 5 พรรษา เป็นเหตุให้กิจการงานเมืองต้องตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของ เจ้าพระยายมราช ผู้มีศักดิ์เป็นบิดา พระอัครชายา ผู้ให้กำเนิดพระรัฎฐาธิราช เจ้าพระยายมราชเป็นคนคดฉ้อราษฎร์บังหลวงจนไพร่บ้านพลเมืองเดือดร้อนกันไปทั่ว ขณะที่แผ่นดินอยุธยาลุกเป็นไฟนั้น แผ่นดินพุกามประเทศฝ่ายพม่าได้ปรากฎกษัตริย์หนุ่มผู้เข้มแข็งนามว่า ตะเบงชเวตี้ กษัตริย์พม่าพระองค์นี้ได้รวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อยขึ้นเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ พระชัยราชาผู้ครองราชธานีฝ่ายเหนือเห็นมิเป็นการจึงนำกำลังแต่เมืองเหนือลงมาปราบยุคเข็ญในพระนครหลวง และปราบดาภิเษกสถาปนาพระองค์เองขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ใหม่แทนที่พระรัฎฐาธิราช ซึ่งถูกสำเร็จโทษไปด้วยเพราะพระชัยราชามิทรงประสงค์จะละไว้ให้เป็นเสี้ยนหนาม ถึงแม้ราชอาณาจักรอยุธยาจะมีอันผลัดเปลี่ยนแผ่นดินติดต่อกันมาถึง 4 รัชกาล แต่อำนาจนั้นก็ยังคงตกอยู่กับเจ้านายในราชวงศ์สุพรรณภูมิดังเดิม

สมเด็จพระชัยราชาธิราช เจ้าทรงเป็นกษัตริย์นักรบ ในรัชกาลของพระองค์ได้ทรงทำศึกมีชัยเหนือพม่าที่เมืองเชียงกราน อันเป็นเมืองในขอบขัณฑสีมาอโยธยาด้านฝั่งตะวันตก พระองค์ยังทรงนำทัพขึ้นไปรบถึงเมืองเชียงใหม่ ขณะเมื่อพระองค์ทรงออกรบไปในแดนต่างๆ นั้น จะทรงสถาปนาพระเฑียรราชาขึ้นที่อุปราชดูแลราชการแผ่นดินอโยธยาต่างพระเนตรพระกรรณเสมอมา

ต่อมาพระชัยราชาธิราชทรงได้เจ้านายข้างวงศ์อู่ทองมาเป็นพระสนมเอก มีพระนามปรากฎในพระราชพงศาวดารว่า ท้าวศรีสุดาจันทร์ ท้าวศรีสุดาจันทร์ผู้นี้ไม่เพียงถือโอกาสในคราวที่พระสวามีติดศึกต่างแดนลอบมีสัมพันธ์สวาทกับ พันบุตรศรีเทพ ผู้เป็นบุตรเจ้าเมืองศรีเทพซึ่งเป็นเจ้านายสายอู่ทอง พระนางยังคบคิดกับชู้รักซึ่งภายหลังได้รับอวยยศขึ้นเป็น ขุนชินราช ลอบวางยาพิษพระชัยราชาธิราช ด้วยมุ่งหวังจะชิงบัลลังก์อโยธยาคืนมาจากเจ้านายสายสุพรรณภูมิ

ท้าวศรีสุดาจันทร์และขุนชินราชยังลอบวางยาพิษ พระยอดฟ้า พระราชโอรสในพระชัยราชาธิราช ภายหลังจากที่พระองค์เสวยราชสมบัติ สืบต่อจากพระราชบิดาได้ไม่ทันนาน (ไม่เกิน2 ขวบปี , พ.ศ.2089-พ.ศ.2091) ท้ายที่สุดท้าวศรีสุดาจันทร์ได้สถาปนาขุนชินราชขึ้นเป็นกษัตริย์อโยธยา เถลิงพระนามว่า ขุนวรวงศาธิราช นับเป็นกษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียวแห่งสายราชนิกุลอู่ทองที่ได้กลับขึ้นมาเป็นใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ได้สูญเสียอำนาจให้กับเจ้านายฝ่ายสุพรรณภูมิไปเนิ่นนานปี

ในช่วงการผลัดเปลี่ยนอำนาจนับแต่พระชัยราชาธิราชถูกลอบปลงพระชนม์ พระเฑียรราชาผู้รั้งตำแหน่งอุปราชและผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน จำต้องหลบลี้ราชภัยด้วยการออกบวช ข้างพระสุริโยไทนั้นไม่เพียงต้องคอยระแวดระวังภัยให้พระสวามี พระราชโอรสและพระราชธิดา ซึ่งต่างยังทรงประทับอยู่ในวังชัย แต่ยังทรงพยายามคิดการโค่นล้มอำนาจขุนวรวงศาและแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ เป็นการลับเพื่อพลิกฟื้นบ้านเมืองให้กลับคืนเป็นปกติสุขตามเดิม พระนางได้ลอบติดต่อขุนพิเรนทรเทพ ซึ่งพระนางเคยมีสัมพันธ์ใกล้ชิดมาแต่วัยเยาว์ จนท้ายที่สุดสามารถเหนี่ยวรั้งให้ขุนพิเรนทรเทพรวมกำลังพลฝ่ายเหนือ สมทบกับ ขุนอินทรเทพ หมื่นราชเสน่หานอกราชการ และ หลวงศรียศ โค่นอำนาจขุนวรวงศาลงได้สำเร็จ คณะผู้ก่อการได้ร่วมกันสถาปนาพระเฑียรราชาขึ้นเป็นกษัตริย์อโยธยา เถลิง พระนามสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เป็นเหตุให้อำนาจหวนกลับมาตกอยู่ในมือเจ้านายราชวงศ์สุพรรณภูมิอีกครั้งหนึ่ง

ข่าวการแย่งชิงอำนาจกันภายในราชอาณาจักรอโยธยา ล่วงรู้ไปถึงหูพระเจ้าตะเบงชเวตี้ ซึ่งขณะนั้นได้ทรงรวบรวมแผ่นดินพุกามขึ้นเป็นปึกแผ่นมั่นคงแล้ว และได้ย้ายราชธานีจากเมืองตองอูลงมาประทับยังกรุงหงสาวดีซึ่งเป็นราชธานีเดิมของกษัตริย์มอญ พระเจ้าตะเบงชเวตี้เห็นได้จังหวะเหมาะจึงรวบรวมไพล่พลเมืองตองอู เมืองแปร เมืองหงสาวดีและหัวเมืองมอญน้อยใหญ่ ผสมทหารโปรตุเกสผู้ชำนาญการใช้ปืนไฟ จัดเป็นกองทัพใหญ่ยกเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ จนสามารถนำกำลังเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ได้สำเร็จ

ศึกพม่ารามัญครั้งนั้นใหญ่หลวงนัก สมเด็จพระมหาจักพรรดิทรงนำกำลังออกปะทะพม่า จนรบกันเป็นโกลาหลในทุ่งมะขามหย่อง กษัตริย์อโยธยาทรงกระทำคชยุทธด้วยตะโดธรรมราชาเจ้าเมืองแปร ครั้งนั้นช้างพระที่นั่งเสียหลักหันหลังหนีช้างข้าศึก พระสุริโยไททรงมีพระกตัญญูภาพขับพระคชาธารพลายทรงตะวันเข้าขวางช้าง พระเจ้าแปร และทรงต่อรบป้องกันพระสวามีจนสิ้นพระชนม์ ภาพยนตร์ได้มายุติลงตรงเหตุการณ์ครั้งสำคัญครั้งนั้นในประวัติศาสตร์

ภาพยนตร์สุริโยไทไม่เพียงมุ่งชี้ชัดถึงพิบัติภัยอันเกิดแต่การแตกสามัคคีในหมู่คนไทย แต่ยังได้เปิดมิติประวัติศาสตร์ให้เห็นถึงบทบาทของสตรีสูงศักดิ์ในราชสำนัก ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญไม่แพ้ชายในการขับเคลื่อนกงล้อประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้เกิดเหตุพลิกผันผลัดแผ่นดินไปจนถึงการพลีชีพกลางสมรภูมิศึกเพื่อรักษาไว้ซึ่งเอกราชของราชอาณาจักร

ฉบับสมบูรณ์ ๕ ชั่วโมง

สุริโยทัย ฉบับสมบูรณ์ ๕ ชั่วโมง

เพิ่มฉากและเหตุการณ์สำคัญที่ไม่มีในโรงภาพยนตร์มากกว่า ๑๐ ฉาก

อาทิ ฉากพระสุริโยไทสละพระชนม์ชีพช่วยพระมหาจักรพรรดิ์ ทำให้ไม่เสียกรุงศรีอยุธยา (ถ่ายทำใหม่), ฉากพระราชพิธีพระเพลิงศพยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ (ถ่ายทำใหม่), ฉากเบื้องลึกเบื้องหลังความร้ายกาจของท้าวศรีสุดาจันทร์ที่คิดกบฏต่อผู้มีพระคุณ, ฉากยุทธวิธีวางแผนแย่งชิงบัลลังก์ที่ดุเดือดเข้มข้นยิ่งขึ้น และอีกมากมายที่หาดูไม่ได้จากฉบับเดิม

พระสุริโยไท (รับบทวัยรุ่นโดย พิมลรัตน์ พิศลยบุตร) ทรงเจ้านายฝ่ายเหนือราชวงศ์พระร่วง ตั้งแต่พระชนมายุ ๑๕ พรรษา ได้ทรงอภิเษกสมรสกับพระเยาวราช จากราชวงศ์สุพรรณภูมิ คือ พระเฑียรราชา (รับบทวัยรุ่นโดย วิทยา โกมลฐิติกานต์) โอรสขององค์อุปราช พระอาทิตยา (สุเชาว์ พงษ์วิไล) กับพระสนม ซึ่งครองเมืองพิษณุโลกอยู่ในเวลานั้น

เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ (พิศาล อัครเศรณี) สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. ๒๐๗๒ (ค.ศ. ๑๕๒๙) ซึ่งเป็นปีที่ดาวหางฮัลเลย์ปรากฏ พระอาทิตยาจึงได้ขึ้นครองราชย์ ทรงพระนาม หน่อพุทธางกูร ทุกพระองค์เสด็จย้ายจากพิษณุโลกไปประทับ ณ กรุงศรีอยุยาเมืองหลวง พระเฑียรราชา (รับบทวัยหนุ่มโดย ศรัณยู วงศ์กระจ่าง) และ พระสุริโยไท (รับบทวัยสาวโดย คุณหญิง ม.ล. ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี) มีโอรสธิดาทั้งสิ้น ๕ พระองค์ คือ พระราเมศวร (เกียรติศักดิ์ ศักดานุภาพ), พระมหินทร (อภิญญ์ รัชตะหิรัญ), พระบรมดิลก (ชมพูนุท เศวตวงศ์), พระสวัสดิราช (พิมลรัตน์ พิศลยบุตร) และ พระเทพกษัตรี (จีระนันท์ กิจประสาน) ประทับอยู่ ณ วังชัย ดำรงอิสริยยศเป็นพระเยาวราช

เมื่อสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร สิ้นพระชนม์ด้วยโรคไข้ทรพิษ พระไชยราชา (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ผู้ซึ่งดำรงพระยศเป็นพระอุปราช ควรจะได้สืบสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ แต่หน่อพุทธางกูรทรงขอให้ รัฏฐาธิราชกุมาร (ด.ช. ลูคัส อดัม บุญธนากิจ) พระโอรสวัย ๕ พรรษา อันเกิดแต่พระอัครชายา (วรรณษา ทองวิเศษ) วัย ๑๗ พรรษา เป็นผู้ขึ้นครองราชย์แทน ระหว่างนั้น บ้านเมืองถูกบริหารโดยขุนนางผู้ทุจริต ติดสินบนเถลิงอำนาจ โดยเฉพาะ เจ้าพระยายมราช (มีศักดิ์ นาครัตน์) บิดาของพระอัครชายา

พระไชยราชาจึงให้สำเร็จโทษพระรัฏฐาธิราช ตามราชประเพณีโบราณ และได้ขึ้นครองราชย์ แผ่บุญญาธิการ เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไป ทรงออกรบปราบหัวเมืองอยู่เนืองๆ และได้แต่งตั้งพระเฑียรราชาขึ้นเป็นอุปราช ว่าราชการแทนพระองค์ อยู่ที่กรุงอโยธยา ส่วนพระมเหสีของพระไชยราชา คือ ท้าวศรีสุดาจันทร์ (ใหม่ เจริญปุระ) ได้ลักลอบมีความสัมพันธ์กับ ขุนชินราช (จอนนี่ แอนโฟเน่) ผู้ดูแลหอพระ เชื้อราชวงศ์อู่ทองด้วยกัน และได้สมคบคิดกัน ลอบวางยาพิษปลงพระชนม์พระไชยราชา พระยอดฟ้า (ด.ช. ปรมัติ ธรรมมล) พระโอรสของพระไชยราชา ที่ประสูติจาก ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (สินจัย เปล่งพานิช) ได้ขึ้นครองราชย์แทน ในขณะที่มีพระชนม์เพียง ๑๐ พรรษา แต่ต่อมาไม่นาน ก็ถูกท้าวศรีสุดาจันทร์ปลงพระชนม์อีกองค์หนึ่ง แล้วสถาปนาขุนชินราชขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า ขุนวรวงศา

นับตั้งแต่สิ้นรัชกาลพระไชยราชา พระเฑียรราชาก็ได้ทรงผนวชเพื่อเลี่ยงภัย ส่วนพระสุริโยไทครองพระองค์เงียบๆ ในวัง โดยมีผู้จงรักภักดี คือ ขุนพิเรนทรเทพ (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ขุนอินทรเทพ (อำพล ลำพูน) หมื่นราชเสน่หานอกราชการ (สรพงษ์ ชาตรี) หลวงศรียศ (ศุภกร กิจสุวรรณ) เฝ้าคุ้มกันภัยให้ ได้ร่วมกันปลงพระชนม์ขุนวรวงศา และท้าวศรีสุดาจันทร์ เสียบหัวประจานไว้ที่วัดแร้ง แล้วอัญเชิญพระเฑียรราชา ให้ลาสิกขาบทขึ้นครองราชย์แทน ทรงพระนามว่า พระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. ๒๐๙๑ – ๒๑๑๑ / ค.ศ. ๑๕๔๘ – ๑๕๖๘)

ระหว่างนั้นทางพม่า ประเทศเพื่อนบ้านได้รวบรวมกำลังเป็นปึกแผ่น แผ่ขยายอำนาจรุกรานไทยภายใต้พระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่า ตะเบงชเวตี้ (ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์) และได้เดินทัพมายังอยุธยาเมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑ เกิดเป็นสงครามยุทธหัตถี ที่ทุ่งมะขามหย่อง ซึ่งเป็นเหตุให้ พระสุริโยไทสิ้นพระชนม์บนคอช้าง

เรื่องจบลงด้วยสงครามยุทธหัตถี อันเป็นเรื่องราวความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญและความตายของวีรกษัตรีย์ “สุริโยไท” ที่พลีชีพเพื่อรักษาแผ่นดินไทย

นักแสดง

นักแสดง:

 ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี สมเด็จพระสุริโยทัย 
สิริวิมล เจริญปุระ ท้าวศรีสุดาจันทร์ 


ศรัณยู วงศ์กระจ่าง

 สมเด็จพระเฑียรราชา 
ฉัตรชัย เปล่งพานิช ขุนพิเรนทรเทพ 
จอนนี่ แอนโฟเน่ พันบุตรศรีเทพ 
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง สมเด็จพระชัยราชาธิราช 

สรพงศ์ ชาตรี, สินจัย เปล่งพานิช, อำพล ลำพูน, ศุกกรณ์ กิจสุวรรณ, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, วรรณษา ทองวิเศษ, รณฤทธิชัย คานเขต, สหรัถ สังคปรีชา, วรุฒ วรธรรม, ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์, สมบัติ เมทะนี, เอกพัน บรรลือฤทธิ์, สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, มานพ อัศวเทพ, กรุง ศรีวิไล, อดิเทพ ชดช้อย, สุเชาว์ พงษ์วิไล, อรัญญา นามวงศ์, นัยนา จันทร์เรือง, ปวันรัตน์ นาคสุริยะ, จิระวดี อิศรางกูรฯ, ญาณี ตราโมท, มีศักดิ์ นาครัตน์, พิศาล อัตรเศรณี, ทาริกา ธิดาทิตย์, ปวีณา หงสกุล, พิศมัย วิไลศักดิ์, สุรชัย จันทิมาธร, ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ, ดำรง พุฒตาล, นาถ ภูวนัย, จรัสพงษ์ สุรัสวดี, ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี, มารศรี อิศรางกูรฯ, อรสา อิศรางกูรฯ, ผจญ ดวงขจร, ไพโรจน์ ใจสิงห์, ครรชิต ขวัญประชา, สรนันทร์ ร.เอกวัฒน์, วิโรจน์ ตั้งวานิช, อำพัน เจริญสุข, สีเทา เพ็ชรเจริญ, โกร่ง กางเกงแดง, สวง ทรัพย์สำรวย, บุญส่ง ดวงดารา, นภาพร หงสกุล, พรพิมล รักธรรม, เขมสรณ์ หนูขาว, ฝนพา สาทิสสะรัต, ไกรลาศ เกรียงไกร, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, เขาทราย กาแลคซี่, เมืองชัย กิตติเกษม, แรม วรธรรม, ยอดชาย เมฆสุรรณ, เกียรติศักดิ์ ศักดานุภาพ, อภิญญ์ รัชตะหิรัญ, พิมลรัตน์ พิศลยบุตร, ชมพูนุท เศวตวงศ์, จีระนันท์ กิจประสาน, วิทยา โกมลฐิติกานต์, สรณัฎฐ์ ฉัตรวิบูรณ์, รุษยา เกิดฉาย, ไกร ครรชิต, ลูคัส อดัม บุญธนากิจ, ปรมัติ ธรรมมล, จีรวัฒน์ จันทร์สมบูรณ์, กังวาล รุ่งเรือง

ทีมงาน

ผู้อำนวยการสร้าง : หม่อมกมลา ยุคล
ตัดต่อ : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, หม่อมราชวงศ์ปัทมนัดดา ยุคล
ผู้กำกับกอง 2 : เปี๊ยก โปสเตอร์
ผู้ช่วยผู้กำกับ : สุรศักดิ์ วงษ์ไทย, ปิยะลักษณ์ มหาธนทรัพย์
คัดเลือกนักแสดง : อรชุมา ยุทธวงศ์
ผู้กำกับภาพ : Igor Luther, Stanislav Dorsic
ผู้จัดการกองถ่าย : คุณากร เศรษฐี
ผู้เขียนบท : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ผู้ให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ : .ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์
ผู้ออกแบบฉาก : ประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล
ผู้กำกับศิลป์ : เจษฎา ผันอากาศ, ประเสริฐ โพธิ์ศรีรัตน
ผู้กำกับดนตรี : Richard Harvey
แผนกเสื้อผ้า : ฐิติกรณ์ ศรีชื่น, สุกัญญา มะเรืองประดิษฐ์
ผู้บันทึกเสียง : Conrad Bradley Slater
เทคนิคพิเศษ : The Fame Post Production Co., Ltd.
แต่งหน้า & ออกแบบทรงผม : มนตรี วัดละเอียด

ขวัญเรียม

โปสเตอร์หนัง ขวัญเรียม


ความยาว : 102 นาที
กำหนดฉาย : 26 ตุลาคม 2544
  
เรื่องย่อ ขวัญเรียม
ขวัญ (นินนาท สินไชย) และ เรียม (ภัครมัย โปตระนันทน์) เป็นหนุ่มสาวแห่งทุ่งบางกะปิ ที่มีความผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่า กำนันเรือง (นิเวศน์ กันไทยราษฎร์) พ่อของเรียม จะถือเอา เขียน (กิตติคุณ เชียรสงค์) พ่อของขวัญเป็นศัตรู อันเนื่องมาจากปัญหาการช่วงชิงความรักในอดีต และการที่กำนันเรืองแพ้ความ กรณีรุกที่นาของเขียนในเวลาต่อมา

กำนันเรือง และเขียนมีบุคลิกและปูมหลังแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กำนันเรืองรับสืบทอดจากพ่อ ทั้งมรดกที่นา และตำแหน่งกำนัน ไม่เคยทำนาเอง ได้แต่จ้างคนทำและให้เช่าที่รักที่นาเพียงเพราะ มันให้ผลประโยชน์และเป็นสมบัติเอาไว้ขายกินได้ ขณะที่เขียนแม้จะเคยประพฤติ ทางนักเลงในวัยหนุ่ม แต่เมื่อมีเมียมีลูกก็กลับเนื้อกลับตัวได้ เขียนรักและหวงแหนที่นาด้วยจิตวิญญาณของชาวนาโดยแท้

กำนันเรืองเคยหลงรักแม่ของขวัญอยู่ข้างเดียว ดังนั้นจึงผูกใจเจ็บเขียนตลอดมา ขณะเดียวกัน พิศ (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) เมียของกำนันเรืองก็เคยรักเขียน ซึ่งกำนันเรืองก็ตระหนักดี และกลายเป็นปมที่ทำให้ไม่อาจญาติดีกับเขียน แม้จนเมื่อต่างล่วงสู่วัยกลางคน แม่ของขวัญตายตั้งแต่ขวัญยังเด็ก แต่ขวัญไม่ เคยลืมว่าพ่อรักแม่ และทำทุกอย่างเพื่อแม่อย่างไร ด้วยความที่ยึดถือพ่อเป็นแบบอย่าง ขวัญเติบโตขึ้นเป็นคนหนุ่มที่ ห้าวหาญ มีชั้นเชิงในทางนักเลง ควบคู่กับการเป็นชาวนาที่ขยันขันแข็ง ที่สำคัญคือ เมื่อรักใครแล้วก็จะทุ่มเทให้ทั้งชีวิต อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ขวัญเป็น วีรบุรุษของเรียมมาตั้งแต่เด็ก แม้จะมีโอกาสพบกันไม่มาก เรียมมีความฝังใจในทาง ลบกับครอบครัวของตัวเอง จากการที่เห็นแม่ยอมพ่อทุกอย่าง และพ่อก็ปฏิบัติต่อแม่ราวกับเป็นสมบัติในครัวเรือน ไม่ใช่อย่างคนที่รักและอาทรต่อกัน เธอตั้งใจที่จะไม่เป็นอย่างแม่ ความรักต่อขวัญ ได้ก่อร่างขึ้นบนความรู้สึกพื้นฐานนี้

อุปสรรคความรักของขวัญ-เรียม นอกจากปัญหาระหว่างครอบครัว คือการที่กำนันเรืองติดการพนันงอมแงม มีหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ กับบ่อนไก่ชนที่เมืองมีน อาศัยที่รู้ว่า จ้อย (ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง) ลูกชายเจ้าของบ่อนชอบเรียม ก็ขอผ่อนผันมาเป็นลำดับ เพื่อจะไม่ต้องเอาที่ไปจำนองอย่างไม่มีราคา ในที่สุดเมื่อไม่อาจผ่อนผันได้อีก ก็ตัดสินใจยกเรียมให้จ้อยเป็นการล้างหนี้

ความกดดันจากการถูกบังคับให้แต่งงาน ทำให้เรียมยอมตกเป็นของขวัญ ทั้งคู่ไปสาบานจะรักกันยืนนานที่ศาลเจ้าพ่อไทร อันเป็นที่เคารพของคนทั้งหมู่บ้าน แต่แล้วกำนันเรืองก็ตามไปพบ เริญ (ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) พี่ชายของเรียมลอบ ฟันขวัญจน บาดเจ็บ เรียมถูก ลงโทษอย่างหนัก และจ้อยก็เป็นคนจัดการพาตัวเรียมไปฝากไว้กับ คุณนายทองคำ (กรรณิกา ธรรมเกษร) ซึ่งเป็นญาติของตนในกรุงเทพฯ เป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะแต่งงานกัน

เมื่อรู้ว่าถูกพรากคนรัก ขวัญบุกไปถึงเมืองมีน เพื่อคาดคั้นเอาความจริงกับจ้อย แต่กลับฆ่าจ้อยตายด้วยอารมณ์รุนแรง อาศัยที่ตัวเองบาดเจ็บ จนไม่น่าเชื่อว่าจะลุกไปไหนได้ และจ้อยก็มีศัตรูในเรื่องการพนันอยู่มากมาย ขวัญจึงรอดพ้นการตกเป็นผู้ต้อง หา ในคดีฆ่าคนตายอย่างหวุดหวิด ขวัญเข้ากรุงเทพฯ ตามหาเรียม ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าบ้านคุณนายทองคำอยู่ที่ไหน หลังจากตามอยู่ 3 เดือน ก็ต้องกลับบางกะปิ ไปช่วยพ่อทำนาด้วยความหม่นหมอง

ข้างเรียมสิ่ง ที่ได้รับรู้จากกำนันเรือง คือ ขวัญกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย หนีหัวซุกหัวซุนไปจากบางกะปิ และคงไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว ต่อจากนี้ชีวิตเรียมควร จะอยู่แต่ในกรุงเทพฯ เพราะกำนันเรืองยกเรียมให้คุณนายทองคำ แลกกับเงินก้อนใหญ่ เท่ากับขายลูกขาดไปแล้ว คุณนายทองคำเอง ก็รักเมตตาเรียม และตั้งใจจะเลี้ยงอย่างลูกแท้ๆ ดุจเดียวกับ โฉมยง ลูกสาวของตนที่เสียชีวิตไป

เรียมได้ พบว่ากรุงเทพฯมีสิ่งดีๆ มากมาย คุณนายทองคำเป็นเหมือนแม่คนใหม่ ที่ให้ชีวิตใหม่กับเธอ ไม่เพียงให้การศึกษาเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงรูปโฉม แต่ยังชักนำให้รู้จักผู้ชายคนใหม่ และคุณสมชาย (นลธวัช พรมจินดา) ลูกคหบดีผู้มั่งคั่ง ก็ดูจะเพียบพร้อมเกินไปด้วยซ้ำ สำหรับผู้หญิงบ้านนอกอย่างเธอ

ชีวิตของขวัญและเรียม เหมือนจะถูกแยกไปคนละทาง แต่ก็กลับมาบรรจบกันอีกจนได้ เมื่อพิศ แม่ของเรียมล้มเจ็บและตายลง เรียมขอ อนุญาตคุณนายทองคำไปอยู่บางกะปิชั่วคราว เพื่อจัดการงานศพ เธอได้รู้ความจริงว่า ขวัญไม่ได้หนีไปไหน ยังรัก และรอเธออย่างซื่อสัตย์มั่นคง ทั้งยังตั้งใจจะเข้ากรุงเทพฯ ไปตามหาเธออีกจนกว่าจะเจอ

เรียมถูก สถานการณ์บังคับให้ต้องตัดสินใจ ขวัญไม่ยอมสูญเสียเธอไปอีกแล้ว และคุณสมชายที่กำลังเดินทางตามมาจากกรุงเทพฯ ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกัน…

นักแสดง:
นินนาท สินไชย …. ขวัญ
ภัครมัย โปตระนันทน์ …. เรียม
นลธวัช พรมจินดา …. สมชาย
ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง …. จ้อย
กิตติคุณ เชียรสงค์ …. เขียน
วิยะดา โกมารกุล ณ นคร …. พิศ

ขวัญ-เรียม ภาพยนตร์รักอมตะ สร้างจากบทประพันธ์ “แผลเก่า” ของ ไม้ เมืองเดิม ซึ่งถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2479 และเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมโดย เชิด ทรงศรี และสร้างสถิติรายได้สูงสุดมาแล้ว ครั้งนี้ได้ถูกนำกลับมาสร้างสรรค์ใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักกับความเกี่ยวพันกับ คลองแสนแสบ ทุ่งบางกะปิ เจ้าพ่อไทร และนามแห่งตัวละครอันเป็นอมตะ ขวัญ-เรียม โดยเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของเรื่อง ให้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2483 แทน เพื่อให้ใกล้เคียงกับปัจจุบันมากที่สุด โดยไม่บิดเบือนข้อมูลดั้งเดิม ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้ชมเห็นได้ชัด ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นการเมือง วัฒนธรรม ความคิด การหลั่งไหลเข้ามาของสิ่งใหม่ๆ จากเมืองสู่ชนบท ซึ่งทั้งหมดเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดเรื่องราว ขวัญ-เรียม ขึ้น

 
 

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com