แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2481 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2481 แสดงบทความทั้งหมด

คล้องช้าง

คล้องช้าง ภาพยนตร์สารคดีบันทึกวิถีชีวิตสยาม พ.ศ. 2481

คล้องช้าง เป็นภาพยนตร์สารคดีเก่าแก่ที่ถ่ายทำโดยคณะผู้สร้างภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเดินทางเข้ามายังสยามในปี พ.ศ. 2481 เพื่อบันทึกภาพงานแสดง คล้องช้าง ในประเทศไทย โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นโดยหน่วยทหารราบ ณ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีลักษณะผสมผสานระหว่างภาพยนตร์สารคดีกับภาพยนตร์บันทึกเรื่องราว โดยไม่ได้มุ่งนำเสนอเฉพาะการแสดง คล้องช้าง เท่านั้น แต่ยังบันทึกภาพวิถีชีวิต ผู้คน บ้านเมือง ศิลปวัฒนธรรม และสภาพสังคมของชาวสยามในช่วงปี พ.ศ. 2481 เอาไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

การเดินทางจากญี่ปุ่นสู่สยาม

เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นจากการเดินทางของคณะถ่ายทำภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่นโดยเรือข้ามสมุทร เพื่อเดินทางมายังสยามสำหรับถ่ายทำงาน คล้องช้าง ในจังหวัดลพบุรี ระหว่างการเดินทาง คณะผู้สร้างได้บันทึกภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้โดยสารบนเรือ รวมถึงบรรยากาศต่าง ๆ ระหว่างการเดินทาง

เมื่อเรือเดินทางเข้าสู่อ่าวไทย คณะถ่ายทำเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนแล่นเรือต่อไปตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา จนมาถึงบริเวณพระนครและฝั่งธนบุรี ซึ่งในเวลานั้นยังคงมีภาพวิถีชีวิตริมน้ำและบรรยากาศของบางกอกที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก

ภาพกรุงเทพฯ และวิถีชีวิตชาวสยามในอดีต

หนึ่งในจุดเด่นของภาพยนตร์คือการบันทึกภาพกรุงเทพฯ หรือบางกอกในปี พ.ศ. 2481 เอาไว้หลายพื้นที่ ทั้งพระนครและฝั่งธนบุรี ผู้ชมจะได้เห็นทั้งพระราชวัง วัดวาอาราม ตลาด ร้านค้า ถนนหนทาง ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้น

คณะถ่ายทำได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พร้อมบันทึกภาพชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงภาพพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและร้านรวงต่าง ๆ บนถนนในบางกอก

นอกจากนี้ยังมีภาพของหญิงไทยและวิถีชีวิต ตลอดจนค่านิยมของสตรีไทยในสมัยนั้น ซึ่งช่วยสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมและวัฒนธรรมของสยามในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

สถานที่สำคัญที่ปรากฏในภาพยนตร์

ภาพยนตร์ได้บันทึกสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง รวมถึง สะพานพระพุทธยอดฟ้า และอนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 อีกทั้งยังมีภาพบริเวณพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ประตูพิมานไชยศรีไปจนถึงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และบริเวณโดยรอบของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

คณะถ่ายทำยังเดินทางไปยัง เสาชิงช้า และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ก่อนบันทึกภาพการเดินขบวนของกองทหารสยามไปตามถนนราชดำเนิน โดยสามารถมองเห็นพระที่นั่งอนันตสมาคมและพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 อยู่ในฉากด้วย

ภาพยนตร์ไทยและศิลปวัฒนธรรมสยาม

อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือภาพของ ศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งในเวลานั้นมีใบปิดภาพยนตร์เรื่อง “หวานใจนายเรือ” ติดอยู่บริเวณโรงภาพยนตร์ จากนั้นภาพยนตร์ได้พาผู้ชมไปชมเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยที่โรงถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง

ในฉากเบื้องหลังดังกล่าวปรากฏภาพ จำรัส สุวคนธ์ แสดงร่วมกับ จุรี รัตนหัตถ์ รวมถึงภาพการพูดคุยหลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำระหว่าง จำรัส สุวคนธ์ จุรี รัตนหัตถ์ มานี สุมนนัฏ และเล็ก ช.

นอกจากวงการภาพยนตร์แล้ว คณะผู้สร้างยังบันทึกภาพการแสดงดนตรีไทย โดยมีนางรำออกมารำฟ้อนประกอบเสียงเพลง รวมถึงการแสดง รำเมขลา–รามสูร บริเวณด้านหน้าวงดนตรี ณ วัดไทยแห่งหนึ่ง ภาพเหล่านี้ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรมไทยในอดีตได้อย่างชัดเจน

การรีดพิษงูที่สวนงู สถานเสาวภา

คณะถ่ายทำยังได้เดินทางไปยัง สวนงู สถานเสาวภา เพื่อบันทึกภาพการรีดพิษงู ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงองค์ความรู้และกิจกรรมด้านการศึกษาพิษงูในประเทศไทยในยุคนั้น

หลังจากบันทึกภาพสถานที่และวิถีชีวิตในบางกอกแล้ว คณะผู้สร้างภาพยนตร์จึงออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดลพบุรี เพื่อเข้าร่วมชมงาน คล้องช้าง ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้

คล้องช้างที่จังหวัดลพบุรี

เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดลพบุรี ภาพยนตร์ได้บันทึกภาพวิถีชีวิตของผู้คนตามสองฝั่งแม่น้ำ รวมถึงโบราณสถานและสภาพธรรมชาติของจังหวัด ตลอดจนภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิตของช้าง ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของภาพยนตร์ นั่นคือการบันทึกงาน คล้องช้าง

ภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นการนำช้างจำนวนมากเข้าสู่เพนียดคล้องช้าง ณ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี ภายในบริเวณงานมีการจัดกิจกรรมและงานรื่นเริงต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่การแสดง คล้องช้าง ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน

การบันทึกภาพ คล้องช้าง ในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพการแสดงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นหลังได้เห็นรูปแบบการจัดงาน การใช้ช้าง และบรรยากาศของสังคมไทยในช่วงปลายทศวรรษ 2480

คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์คล้องช้าง

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่การบันทึกภาพประเทศไทยในช่วง พ.ศ. 2481 เอาไว้ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่การเดินทางเข้าสู่สยาม ภาพกรุงเทพฯ สถาปัตยกรรมและสถานที่สำคัญ วิถีชีวิตของผู้คน ศิลปวัฒนธรรมไทย ภาพยนตร์ไทย ไปจนถึงงาน คล้องช้าง ที่จังหวัดลพบุรี

ด้วยเหตุนี้ ภาพยนตร์จึงมีคุณค่ามากกว่าการเป็นเพียงบันทึกการแสดง คล้องช้าง เพราะยังเปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดให้เห็นภาพประเทศไทยเมื่อเกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ทั้งในด้านสังคม วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2554 ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าและความสำคัญของฟิล์มบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย

คล้องช้าง พ.ศ. 2481 กับภาพสยามในอดีต

คล้องช้าง จึงเป็นภาพยนตร์ที่มีความน่าสนใจทั้งในมิติของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยและประวัติศาสตร์สังคม เพราะนอกจากจะบันทึกการแสดงคล้องช้างที่จังหวัดลพบุรีแล้ว ยังรวบรวมภาพชีวิตของชาวสยามและสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2481 เอาไว้มากมาย ทำให้ผู้ชมในปัจจุบันสามารถย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศของประเทศไทยในอดีตผ่านภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกจากเหตุการณ์จริงได้อย่างใกล้ชิด



อ้ายค่อม 2481

 

อ้ายค่อม

อ้ายค่อม 2481

  • Release Date: 8 พฤศจิกายน 2481
  • Director: จวงจันทน์ จันทร์คณา
  • Screenwriter: พรานบูรพ์
  • Starring: ถนอม วรวัฒน์, สมพงษ์ จันทรประภา, เบ็ญจา รัตนกุล

อ้ายค่อม
Ai Gom


  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เสียง
  • ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
  • บริษัทสร้าง ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • ผู้ประพันธ์ พรานบูรพ์
  • ผู้กํากับ จวงจันทน์ จันทร์คณา
  • ผู้ถ่ายภาพ หลวงกลการเจนจิต
  • ผู้ลําดับภาพ น้อย
  • ผู้จัดเครื่องแต่งกาย ชะลอ – จิตต์
  • ผู้บันทึกเสียง กระเศียร วสุวัต
  • ผู้ทําดนตรีประกอบ นารถ ถาวรบุตร์
  • ผู้ประพันธ์คําร้อง พรานบูรพ์

เรื่องย่อ
ค่อม อาศัยอยู่กับแม่สองคน ตอนเป็นเด็กด้วยความเมาของพ่อ ทําให้บ้านไฟไหม้ เสียชีวิตในกองเพลิง คํา ซึ่งเป็นมารดาอุ้มค่อมแล้วโดดลงจากหน้าต่างได้ทัน เป็นสาเหตุทําให้ค่อมกลายเป็นคนพิการ หลังค่อม แม่คําก็มาเจ็บออด ๆ แอดๆ ค่อมจึงต้องออกหางานทํา วันหนึ่งค่อมเห็นคณะละครศรีเมืองตระเวนมาแสดง และได้รู้จักกับ เย็น ลูกสาวเจ้าของคณะละคร ซึ่งไม่มีทีท่ารังเกียจค่อมและมอบตุ๊กตาให้ ค่อมมุ่งมั่นที่จะหางานทําเพื่อเลี้ยงแม่ จึงไปขอทํางานกับ แนม ที่คณะ ละครศรีเมือง แนมเห็นความผิดปรกติของร่างกายของค่อมก็เกิดเวทนา จึงให้ค่อมเป็นผู้โปรยใบไม้ประกอบฉาก

ในยามว่าง ค่อมมักจะแอบไปเล่นเปียโนเพลงที่แม่กล่อมตอนเป็นเด็ก วันหนึ่ง วิทย์ ผู้กํากับการละคร เวทีได้ยินจึงนําไปแต่งเป็นเพลงในละครเรื่องใหม่ ขณะนั้น คณะละครบรรเทองไทยกําลังหาทางโค่นล้มละครศรีเมือง เนื่องจากดังกว่า โดยวางแผนฉุดเย็นซึ่งเป็นนางเอกละคร

ค่อมกําลังนั่งรถขนฉาก ผ่านไปเห็นจึงรีบไปช่วยเย็นไว้ได้ เย็นจึงเชิญค่อมมาทานอาหารค่ำที่บ้านเป็นการตอบแทน คืนนั้น ค่อมบรรจงแต่งตัวไปอย่างดี แต่เมื่อก้าวเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงของวิทย์กับเย็นร้องเพลงคลอกันอย่างมีความสุข จึงนึกเจียมตัวขึ้นมา แล้วกลับไปบ้าน ปรากฏว่าแม่คําอาการทรุดหนัก ค่อมอยู่พยาบาลแม่ทั้งคืนอาการก็ไม่ดีขึ้น จึงไปยังคณะละครเพื่อขอลางาน แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไร แนมก็ให้ค่อมรีบไปปฏิบัติหน้าที่ ค่อมพะวงเพราะเป็นห่วงแม่ แล้วให้น้อยใจโชคชะตา จึงเหม่อลอยจนพลัดตกจากนั่งร้าน ก่อนตายค่อมได้ขอร้องเย็นเป็นครั้งสุดท้าย ให้ช่วยขับกล่อมดวงวิญญาณเขาด้วยน้ำเสียงอันไพเราะของเย็น

อ้ายค่อม


นักแสดง
เบ็ญจา รัตนกุล เป็น เย็น
สมพงษ์ จันทรประภา เป็น อ้ายค่อม
ถนอม วรวัฒน์ เป็น วิทย์

พระกรุณรักษา, แนม สุวรรณแพทย์, เขียนไกรกุล, ทองอ่อน ยุกตะนันทน์, ถนอม จารุจินดา, แนม กาญจนเวช, ระเบียบ พิมพ์วาทิน, ขุนนรนารถเกษม, แสร์ มาลัยแก้ว, พงษ์ ลิ้มสวัสดิ์, ส่งศรียอนสัน, ชิ้น กลีบบัว พิสมัย ธณัติ, บุญชอบ ทัตตะวร, คมคาย ธณัติ, สนั่นประสานสุข, เอิบไกรกุล, ภักดี

 

ฉายอีกครั้งเมื่อ 4 กรกฎาคม 2495
ที่ศาลาเฉลิมบุรี



ที่มาภาพ นิตยสารภาพยนตร์สาร กรกฎาคม พ.ศ. 2495

 

ตื่นเขย

 

โปสเตอร์หนัง ตื่นเขย

ตื่นเขย

  • Release Date: 6 กันยายน 2481
  • Director: หลวงอนุรักษ์รัถการ
  • Producer: บริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • Screenwriter: หลวงอนุรักษ์รัถการ
  • Studio: หลวงอนุรักษ์รัถการ
  • Starring: เลิศล้วน อมาตยกุล

ตื่นเขย

Tit for Tat


  • ฟิล์ม มม. / ขาวดํา / เสียง
  • ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
  • บริษัทสร้าง ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • ผู้ประพันธ์ หลวงอนุรักษ์รัถการ
  • ผู้กํากับ หลวงอนุรักษ์รัถการ
  • ผู้ช่วยผู้กํากับ พระดรุณรักษา
  • ผู้เขียนบท หลวงอนุรักษ์รัถการ
  • ผู้ถ่ายภาพ หลวงกลการเจนจิต
  • ผู้ลําดับภาพ อาสา วสุวัต
  • ผู้กํากับศิลป์ แนมศิลป์
  • ผู้จัดเครื่องแต่งกาย ชะลอ – จิตต์
  • ผู้บันทึกเสียง กระเศียร วสุวัต
  • ผู้ทําดนตรีประกอบ นารถ ถาวรบุตร์
  • ผู้ประพันธ์คําร้อง มิตตรา

เรื่องย่อ
อํานวย คล่องเชิงค้า เป็นพนักงาน อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยมีภรรยาชื่อ ลัดดา วันหนึ่ง เขาได้รับมอบหมายให้ไปเจรจาการค้ากับ พระทวีผลกสิกรรม ผู้เป็นเอเย่นต์ขายน้ำตาลที่โคราช แต่ดันไปตกหลุมรัก ลออ ลูกสาวของพระทวีผลฯ ถึงขั้นอยากจะแต่งงาน ระหว่างที่ยังเจรจางานอยู่ที่โคราช เจ้านายได้ส่งโทรเลขให้อํานวยไปเจรจาการค้ากับพระยาพิชัยพานิชย์ที่อุบล อํานวยก็ไปตกหลุมรัก บุญเกื้อ บุตรีพระยาพิชัยฯ อีก ด้านพระทวีผลฯ กับภรรยายังไม่ค่อยเชื่อถือในตัวอํานวยนัก ด้วยข้อที่ว่าอํานวยนั้นโอ้อวดว่ามีบ้านช่องใหญ่โต จึงพากันมาพิสูจน์ที่กรุงเทพ อํานวยร้อนใจกลัวความแตก จึงไปขอยืมบ้าน สันต์ เกลอเก่าตบตาพระทวีผลฯ ชั่วคราว หารู้ไม่ว่าสันต์เป็นหลานชายของพระทวีผลฯ

ขณะเดียวกัน ครอบครัวของพระยาพิชัยฯ ก็กําลังเดินทางมาดูบ้านของว่าที่ลูกเขยด้วยความตื่นเต้น พระยาพิชัยฯ ได้พบกับพระทวีผลฯ ที่บ้านซึ่งอํานวยหลอกว่าเป็นของตน เมื่อได้พูดคุยกันจึงได้รู้ว่าพระทวีผลฯ หมายมั่นให้ลออได้แต่งงานกับอํานวย พระยาพิชัยฯ จึงเป็นฝ่ายลากลับ จีบ สาวใช้ของสันต์สุดจะทนกับพฤติกรรมเจ้าชู้ของอํานวย จึงไปฟ้องลัดดา ลัดดาจึงแกล้งมาสมัครงานเป็นคนใช้ของพระทวีผลฯ นับวันก็ยิ่งใกล้
ถึงวันแต่งงานของลออกับอํานวย ลัดดาเจ็บใจสามีจึงจ้างวาน ปริก ให้มาประกาศความเป็นภรรยากลางงาน


อํานวยปฏิเสธพัลวัน แต่สุดท้ายก็จํานนด้วยหลักฐาน เมื่อลัดดาประกาศตัวว่าเป็นเมียของอํานวยตัวจริง พระทวีผลฯ จึงอดได้ลูกเขย

ตื่นเขย
 

นักแสดงภาพยนตร์เรื่อง ตื่นเขย

นักแสดงชาย
เลิศล้วน อมาตยกุล เป็น นายอำนวย คล่องเชิงค้า
พระดรุณรักษา เป็น พระทวีผลกสิกรรม
เล็ก ช. เป็น พระยาพิชัยพานิชย์
แนม สุวรรณแพทย์ เป็น ผู้อำนวยการอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย
ทองคำ มาติน เป็น นายสันต์ กีฬาจิตต์
ดนัย รามโยธิน เป็น บุญเกื้อ

นักแสดงหญิง
วาสนา สุวรรณทัต เป็น ลัดดา คล่องเชิงค้า
เยาวลักษณ อมาตยกุล เป็น นางสาวละออ
ดนัย รามโยธิน เป็น นางสาวบุญเกื้อ
ลมุน ขัณฑะสมิต เป็น นางทวีผลกสิกรรม
จำรัส เกตุนาค เป็น คุณหญิงพิชัยพานิชย์


ที่มา สมุดภาพยนตร์ เรื่อง ตื่นเขย พ.ศ. 2481

ในสวนรัก

 

โปสเตอร์หนัง ในสวนรัก

ในสวนรัก

  • Release Date: 12 กุมภาพันธ์ 2481
  • Producer: บริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • Screenwriter: พรานบูรพ์
  • Starring: จำรัส สุวคนธ์, นรา พานิชพันธ์




ในสวนรัก (Garden of Love)


  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เสียง
  • ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
  • บริษัทสร้าง ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • ผู้ประพันธ์ พรานบูรพ์
  • ผู้กํากับ จวงจันทน์ จันทร์คณา
  • ผู้ถ่ายภาพ หลวงกลการเจนจิต
  • ผู้กํากับศิลป์ แนมศิลป
  • ผู้จัดเครื่องแต่งกาย ชะลอ – จิตต์
  • ผู้บันทึกเสียง กระเศียร วสุวัต
  • ผู้ทําดนตรีประกอบ นารถ ถาวรบุตร

เรื่องย่อ
ชื่น ลูกชายคนเดียวของ นายเชย เศรษฐีเจ้าของทุ่งสาลีแห่งนครชัยศรี กําลังจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ก่อนเดินทางชื่นมาบอกลา พิม คนรักซึ่งเป็นเพื่อนตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อมาถึงกรุงเทพแทนที่ชื่นจะตั้งใจ ศึกษาร่ำเรียน กลับเอาเงินที่นายเชยส่งเสียไปปรนเปรอวิลัย ผู้หญิงหากิน หลงลืมพิมเสียสิ้น

อีกฟากหนึ่ง พระยาวินิจวิจารณา ข้าราชการเบี้ยบํานาญเดินทางมานครชัยศรีเพื่อขายที่ให้แก่นายเชย ได้พบพิมที่อาสาพายเรือไปส่งที่บ้านนายเชย ระหว่างทาง ได้พูดจากันจึงรู้ว่าพิมคือลูกสาวของ พร น้องสาวของตน พระยาวินิจฯ จึงขออุปการะพิมให้ไปอยู่ที่กรุงเทพ แล้ว ล้มเลิกความคิดที่จะขายที่ให้นายเชย

เมื่อมาอยู่กรุงเทพได้สักพัก พิมก็ต้องประหลาดใจมาก เพราะตกกลางคืนพระยาวินิจฯ มักจะไม่อยู่บ้าน จึงชวน ต่อม คนใช้แอบสะกดรอยตามพระยาวินิจฯ จนมาถึงภัตตาคารที่ซึ่งวิลัยทํางานอยู่ แทนที่จะได้พบ พระยาวินิจฯ พิมกลับได้พบชื่นกําลังครวญเพลงอยู่แทน ต่อมช่วยพาชื่นให้มาพบกับพิม เมื่อชื่นเห็นพิมอยู่ในสถานที่แบบนี้ก็เข้าใจผิด ด่าทอพิมเสีย ๆ หาย ๆ พิม เสียใจเป็นอันมาก จึงเขียนจดหมายถึงนายเชยเล่าสิ่งที่ ตนพบ เพื่อให้นายเชยเรียกตัวชื่นกลับนครชัยศรี

เมื่อนายเชยได้ทราบข่าวจึงหยุดส่งเงินให้ชื่นทันที เมื่อวิลัยรู้ว่าชื่นไม่มีเงินก็ตีจากไป ชื่นสํานึกในความ ผิดจึงกลับไปขอคืนดีกับพิม

ดู! หนุ่มบ้านนอกเข้าวิทยาลัยใรกรุง
รักหลายรส
ในสวนรัก
ของ พรานบูรพ์

ฟังกำหนดฉายที่ เฉลิมกรุง

นักแสดง

จำรัส สุวคนธ์
นรา พานิชพันธ์
เกษม มิลินทจินดา
เขียน ไกรกุล, พระดรุณรักษา, ถนอม จารุจินดา, ชลัช อัลบูล, แสร์ มาลัยแก้ว, เชิญ ศิวะเสน, พิศมัย, คมคาย, ระเบียบ, เลื่อน, สวัสดิ์ วิธีเทศ, ทวี ศิริเดช, เจตน์ จุลกะ, บัณฑิต สิทธิเสน

เพลงประกอบ “เพลงของเธอ” ร้องโดย เขียน ไกรกุล

ที่มา

สมุดภาพยนตร์ ในสวนรัก พ.ศ. 2481
นิตยสารภาพยนตร์สาร มิถุนายน 2494

แม่สื่อสาว


แม่สื่อสาว

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : The Matchmaker
  • ผลิตโดย บริษัทภาพยนตร์ไทย จำกัด หรือ ไทยฟิล์ม
  • ฟิล์ม 35มม. ขาวดำ เสียงในฟิล์ม
  • วันแรกฉาย อังคารที่ 9  สิงหาคม – จันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2481
  • ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
  • ผู้กำกับการแสดง (อำนวยการแสดง) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล
  • ผู้ถ่ายภาพ นายประสาท สุขุม (A.S.C)
  • ผู้บันทึกเสียง (อัดเสียง) นาย ชาญ บุนนาค
  • ผู้ลำดับภาพ ม.ร.ว. อนุศักดิ์ หัสดินทร์
  • ผู้กำกับศิลป์ นาย เฉลิม พันธุ์นิล
  • ผู้จัดเครื่องแต่งกาย “แพร”
  • ช่างประพันธ์เรื่อง “ตะวัน ลัดดาวัลย์”
  • ผู้ประพันธ์เพลง “ร้อยพัน”
  • ผู้แต่งผม “สมลักษณ์”
  • วงดนตรี บริษัทภาพยนตร์ไทย จํากัด

เรื่องย่อ เพราะบริษัทสบู่ตราหอยของ นาย วาณิชย์ คล่องการค้า กับ วิไล น้องสาว มีท่าทีจะเจ๊ง บรรดาหุ้นส่วนเฮโลกันมาทวงเงิน วาณิชย์กับวิไลจึงใช้ ความกะล่อนหาวิธีต้มตุ๋นหุ้นส่วน ให้ยังทํามาค้าขายกับตนแบบขอไปที กระทั่งวาณิชย์นึกขึ้นได้ว่าตนยังมีคนรู้จัก ที่ชื่อ นายหน่ำ ท่องเที่ยว เศรษฐีบ้านนอกที่เคยบอกว่า อยากให้ตนหาสาวชาวกรุงมาแลกกับเงินจํานวนมากโข วาณิชย์และวิไลจึงรุดหน้าไปหานายหน้าเพื่อทําการตกลง วิไลทําหน้าที่แม่สื่อสาว เสนอชื่อ คุณนายจําปา ภักดีกุล เศรษฐีนีม่ายบ้าผู้ชาย สาวใหญ่ที่วิไลรู้จัก ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะนายหน้าดันมาตกหลุมรักวิไล ส่วนคุณนายจําปาก็ดันมาคลั่งไคล้วาณิชย์ ครั้นทุกอย่างคลี่คลาย บทสรุปจึงกลายเป็นว่านายหน่ำก็ได้ครองรักกับวิไลสมใจ ส่วนคุณนายจําปาก็ยอมอุทิศทั้งเงินและหัวใจให้วาณิชย์ บริษัทสบู่ตราหอยจึงรอดพ้นจากการล่มจม

   

นักแสดง ภาพยนตร์ แม่สื่อสาว โสภา อุณหกะ(นางเอก) เป็น วิไล คล่องการค้า ศักดิ์ วีรศร (พระเอก) เป็น หน่ำ ท่องเที่ยว สอาด บุนนาค เป็น จําปา ภักดีกุล นิตย์ มหากนก เป็น วาณิชย์ คล่องการค้า สายจิตร์ อาจน้อย เป็น เสนอ

  


 เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง แม่สื่อสาว นิพนธ์คำร้อง โดย พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ทำนองโดย ม.ล. พวงร้อย และ ม.ล. ประพันธ์ สนิทวงศ์ 1. ลมหวน ขับร้องโดย โสภา อุณหกะ 2. เพลิน ขับร้องโดย ศักดิ์ วีรศร (ร้องนำหมู่) ดนตรี โดย วงดนตรี บริษัทภาพยนตร์ไทย (ไทยฟิล์ม) 

 

 

 เพลง ลมหวล ต้นฉบับ ขับร้องโดย โสภา อุณหกะ นางเอกของเรื่อง 

โปสเตอร์หนัง แม่สื่อสาว

  

วันเพ็ญ

 

โปสเตอร์หนัง วันเพ็ญ


วันเพ็ญ

  • Release Date: 27 ตุลาคม 2481
  • Director: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
  • Producer: บริษัทภาพยนตร์ไทย จำกัด
  • Starring: ปริม บุนนาค, สนิท พุกประยูร

วันเพ็ญ

Wan Phen

  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เสียง
  • ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
  • บริษัทสร้าง บริษัทภาพยนตร์ไทย จํากัด
  • ผู้อํานวยการสร้าง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
  • ผู้ประพันธ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณพันธุ์ยุคล
  • ผู้กํากับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
  • ผู้ถ่ายภาพ ประสาท สุขุม A.S.C.
  • ผู้ลําดับภาพ ม.ร.ว. อนุศักดิ์ หัสดินทร์
  • ผู้กํากับศิลป์ เฉลิม พันธุ์นิล
  • ผู้จัดเครื่องแต่งกาย “ชนินทร”
  • ผู้บันทึกเสียง ชาญ บุนนาค
  • ผู้ประพันธ์เพลง “ร้อยพัน”
  • วงดนตรี บริษัทภาพยนตร์ไทย จํากัด

เรื่องย่อ
เรื่องราวชีวิตของ พิศดาร ทนายความหนุ่มโสด ซึ่งจับได้ว่า สุดา หญิงที่จะแต่งงานด้วยในอีก 7 วันข้างหน้าไม่ได้รักเขาจริง พิศดารผิดหวังในความรัก เดินเหม่อลอยมาจนถึงถนนพญาไท จึงได้พบกับเด็กสาวอายุ 14 ปี นั่งร้องไห้อยู่เดียวดาย พิศดารเข้าไปพูดคุยกับเด็กสาวจนได้รู้ว่าเธอชื่อ วันเพ็ญ พ่อของวันเพ็ญฝากเธอไว้ กับป้าที่ลพบุรีก่อนไปทํางานที่ประเทศจีน แต่ไม่เคยส่งข่าวกลับมา และสาเหตุที่เธอหนีออกจากบ้านก็เพราะป้า กําลังจะจับเธอแต่งงานกับหนุ่มชาวจีนที่เธอไม่ได้รัก วันเพ็ญจึงหนีมาที่กรุงเทพ พิศดารสงสารจึงชวนเธอไปอยู่ด้วย และส่งเสียให้เรียนหนังสือจนโตเป็นสาว ท่ามกลางคําครหาว่าพิศดารเลี้ยงวันเพ็ญเอาไว้เป็นภรรยา

อยู่มาวันหนึ่ง พ่อของวันเพ็ญกลับมารับเธอไปอยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่น พิศดารจึงต้องอยู่คนเดียวอย่างเงียบเหงาและทนทุกข์กับโรคนัยน์ตา ผ่านไปปีเศษ วันเพ็ญกลับมายังกรุงเทพ จึงรีบตรงไปหาพิศดารแต่บัดนี้พิศดารไม่สามารถมองเห็นวันเพ็ญได้อีกแล้ว


นักแสดง

ปริม บุนนาค เป็น วันเพ็ญ
สนิท พุกประยูร เป็น พิสดาร
นิตย์ มหากนก เป็น เนตร์
เสริม ประสพชัย เป็น พร้อม
สอาด บุนนาค เป็น นันทา
ประดิษฐ โมนยะกุลเป็น เลื่อน
มานิดา บุญยง เป็น นุช
คมคาย เพลินกุล เป็น สุดา

เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง วันเพ็ญ

  • เพลงวันเพ็ญ ขับร้องโดย ม.ล. พวงร้อย สนิทวงศ์ และ ประดิษฐ์ โมนยะกุล
  • เพลงดอกไม้ ขับร้องโดย ม.ล. พวงร้อย สนิทวงศ์

 

  
 เพลงวันเพ็ญ

ถ่านไฟเก่า 2481

 

โปสเตอร์หนัง ถ่านไฟเก่า 2481

ถ่านไฟเก่า 2481

  • Release Date: 1 เมษายน 2481
  • Director: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
  • Producer: บริษัทภาพยนตร์ไทย จำกัด
  • Screenwriter: ยาขอบ
  • Starring: ทองแท้ สดสีทอง, เครียวพันธุ์ บุนนาค

ถ่านไฟเก่า

Old Flame

  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เสียง
  • ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
  • บริษัทสร้าง บริษัทภาพยนตร์ไทย จํากัด
  • ผู้ประพันธ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล กับ “ยาขอบ”
  • ผู้กํากับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
  • ผู้ถ่ายภาพ ประสาท สุขุม A.S.C.
  • ผู้บันทึกเสียง ชาญ บุนนาค
  • ผู้ประพันธ์เพลง พรานบูรพ์, ม.ล. พวงร้อย อภัยวงศ์, ม.ล. ประพันธ์ สนิทวงศ์
  • วงดนตรี บริษัทภาพยนตร์ไทย

เรื่องย่อ
พระยาอุปถัมภ์ เป็นคนหวงสมบัติมาก ด้วยความที่กลัวเงินทองของตนจะรั่วไหล จึงบังคับให้ อดุลย์ ลูกชายคนโตแต่งงานกับ สมนึก ลูกสาวของ ลําไย น้องสาวของตน แต่อดุลย์แอบมีเมียลับ ๆ อยู่แล้ว ชื่อ จินตนา ซึ่งมีฐานะยากจน พระยาอุปถัมภ์ยื่นคําขาด ว่าจะตัดพ่อตัดลูกหากอดุลย์ไม่เลิกกับเมียเก็บ อดุลย์จึงบากหน้าไปขอเลิกกับจินตนาและมอบเงินให้จํานวนหนึ่ง จินตนาผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรี ไม่ขอรับเงินและออกจากชีวิตของอดุลย์ไปอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วไปอยู่กับป้าที่นครสวรรค์ ผ่านไปปีเศษ เถ้าแก่เอี้ยหลง ปู่ของจินตนาเสียชีวิต ก่อนตายได้ทําพินัยกรรมยกมรดกให้จินตนา เธอจึงเดินทางไป รับมรดกและอยู่กับป้าที่สงขลา

เถกิง น้องชายของอดุลย์ต้องไปรับราชการที่สงขลา ก่อนเดินทาง พระยาอุปถัมภ์ได้กําชับให้เถกิงไป ทําความรู้จักกับหลานสาวเถ้าแก่เอี้ยหลง เพราะได้ยินกิตติศัพท์ว่าร่ํารวย และละโมบอยากได้สมบัติคนอื่นมา สมทบสมบัติของตน จึงทําให้เถกิงได้พบจินตนาโดยไม่รู้ว่าเธอคืออดีตเมียเก็บของพี่ชาย

จินตนาจํานามสกุลของเถกิงได้ จึงคิดแก้เผ็ด พระยาอุปถัมภ์และอดุลย์ด้วยการแกล้งทําเป็นสนิทสนมกับเถกิงต่อหน้าคนทั้งหลาย ถ่านไฟเก่าจึงปะทุ อดุลย์เกิดความหึงหวงจินตนา เมื่อถูกอดุลย์ละเลยบ่อยครั้งเข้า สมนึกจึงหันไปรักกับเถกิง วันหนึ่ง สมนึกบังเอิญได้รู้ความ จริงว่าจินตนาเคยเป็นเมียเก็บของอดุลย์ จึงไปหารือกับ อดุลย์เพื่อซ้อนกลจินตนา ด้วยการประกาศหมั้นต่อหน้าธารกํานัล พระยาอุปถัมภ์สมปรารถนา แต่จินตนาเกิด ความเศร้าขึ้นในจิตใจ พระยาอุปถัมภ์เกิดความสงสัยใน พฤติกรรมอันแปลกประหลาดของทั้งสี่ ก็ปืนไปแอบฟัง บนต้นไม้ที่ทุกคนหลบมาคุยกัน แล้วความจริงก็กระจ่างว่า จินตนาและอดุลย์ยังมีใจให้แก่กัน ก่อนจะร่วงหล่นลงมา กลางวงสนทนา พระยาอุปถัมภ์ก็หยุดเจ้ากี้เจ้าการเพราะ ยังไงแกก็ได้หลานสาวเศรษฐีเป็นลูกสะใภ้อยู่ดี

นักแสดง

เครียวพันธุ์ บุนนาค เป็น จินตนา
ทองแท้ สดสีทอง เป็น อดุลย์
สันต์ วีระศร เป็น เถกิง
ชูศรี วุฒิรังสี เป็น สมนึก
“เศรณี” เป็น อาลําไย
สุ่น เป็น ป้าทองสุก
“อาจารย์แจ่ม” เป็น พระยาอุปถัมภ์นิกรกิจ

ผู้สร้าง พันท้ายนรสิงห์ นางกลางเมือง นำ นางเอกเจ้าน้ำตา วิไลวรรณ วัฒนพานิช

พบกับพระเอกบัณฑิตหนุ่ม สมบัติ คงจำเนียร เป็นครั้งแรกใน

ถ่านไฟเก่า

ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล

ภาพยนตร์เสียง สีอีสต์แมน 35 มม.

ฉายที่โรงภาพยนตร์ เฉลิมไทย

ถ่านไฟเก่า มีเพลงดัง คือเพลง บัวขาว และ ลมหวน โดยมี หม่อมหลวงพวงร้อย กับหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ร่วมกันประพันธ์ทำนองเพลง

1. บัวขาว ร้องโดย แนบ เนตรตรานนท์
2. ในฝัน ร้องโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน

  
 เพลง บัวขาว

สาวสมัยใหม่

 

  • Release Date: 14 เมษายน 2481

สาวสมัยใหม่

โปสเตอร์หนัง สาวสมัยใหม่

 

  • ฟิล์ม 35 มม./ขาวดำ/พากย์
  • ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
  • ผู้อํานวยการสร้าง ศุภลักษณ์

ศาลาเฉลิมบุรี
วันที่ ๗ ถึง วันที่ ๙ เมษายน
ภาพยนตร์ พากย์ไทย โดย “ที่ดเขียว” เรื่อง
“จ้าวหญิงกํามะลอ” วันที่ ๑๐ และ วันที่ ๑๑ เมษายน
จอน แม็กเบราน์ ในเรื่อง
“ปราบจอมโจร” ภาค ๑ – ๒ จบ
วันที่ ๑๒ และ วันที่ ๑๓ เมษายน
บริษัทวอเนอร์บราเดอร์ กาย กิ้บบี้ – ไซบิล เฮสัน ในเรื่อง
“ลูกกัปตัน”
วันที่ ๑๕ ถึง วันที่ ๑๖ เมษายน
ภาพยนตร์ไทยพากย์ โดย ศุภลักษณ์ เรื่อง
“สาวสมัยใหม่

ที่มา นิตยสารภาพยนตรสาร เมษายน พ.ศ. 2481

เพลิงพิศวาส 2481

 

  • Director: เฉลิม บุณยเกียรติ
  • Studio: แสงเทียน
  • Starring: ขจิต ไชยาคํา, เฉลียว เรืองสําราญ 

โปสเตอร์หนัง เพลิงพิศวาส 2481

 

  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / พากย์ /
  • ผู้อํานวยการสร้าง คณะรวมมิตร ในความอํานวยการของ “ฝั่งธน
  • ผู้กํากับ เฉลิม บุณยเกียรติ
  • ผู้เขียนบท แสงเทียน
  • ผู้ถ่ายภาพ ฟ. บางบําหรุ
  • ผู้พากย์ พุฒ นันทพล, เสนาะ ศรีพยัคฆ์

เรื่องย่อ
สุวรรณเกสร บุตรี ท้าวพรหมทัตแห่งเมืองพาราณสีผู้มีพระสิริโฉมงดงามยิ่งนัก แต่นางมีลักษณะประหลาดอย่างหนึ่ง คือตั้งแต่เกิดจนอายุได้สิบห้าไม่พูดกับชายใดเลย แม้พระบิดานางก็ไม่พูดด้วย จนสร้างความแปลกพระทัยต่อท้าวพรหมทัตยิ่งนัก ท้าวพรหมทัตจึงสั่งแต่งสารไปถึงเจ้านครต่าง ๆ ว่าพระองค์จะยกพระธิดาให้ หากมีใครสามารถชวนพระธิดาเจรจาด้วยได้พระองค์ก็จะจัดงานอภิเษกสมรสและยกพระนคร
ให้ครอบครอง แต่ก็ไม่มีใครทําได้สําเร็จ กระทั่ง สรรพสิทธิ์ บุตรเศรษฐีผู้มีสติปัญญาและเวทมนต์ ทราบเรื่องจาก อํามาตย์ท่านหนึ่ง สรรพสิทธิ์จึงได้เข้าเฝ้าพระธิดา พร้อมทั้งหว่านล้อมพระธิดาด้วยนิทานเวทย์มนต์ปริศนา พาให้พระธิดาเกิดความข้องใจจนตรัสถามและเกิดชอบพอในการสนทนา สรรพสิทธิ์จึงได้อภิเษกสมรสกับนางสุวรรณเกสรทั้งได้ครองรักและดูแลพาราณสีร่วมกัน

ทว่านานวันเข้า สรรพสิทธิ์เสวยสุขารมณ์กับนางสุวรรณเกสรจนชักเบื่อหน่ายกับความมั่งมีในวัง จึงขอลาพระชายาออกประพาสไพรกับพี่เลี้ยงคู่ชีวิตที่ไว้วางพระทัย แต่ระหว่างประพาส สรรพสิทธิ์บังเอิญเห็นร่างของกวางตัวหนึ่งนอนตาย ก็นึกสนุกจึงถอดดวงวิญญาณเข้าสิงร่างกวางเพื่อเชยชมธรรมชาติในป่า ฝ่ายพี่เลี้ยงเห็นทีว่าร่างอันไร้วิญญาณของสรรพสิทธิ์จะเป็นประโยชน์แก่ตน จึงเข้าสิงร่างสรรพสิทธิ์หมายแอบอ้าง ครองบัลลังก์และตัวเจ้าหญิง แต่เพราะเจ้าหญิงและสรรพสิทธิ์นั้นรู้ทัน จึงหาทางวางแผนด้วยเล่ห์กลและเวทย์มนต์ จนสามารถกําจัดพี่เลี้ยงทรยศและกลับคืนสู่พาราณสีตามเดิม

เพลิงพิศวาส 2481

 นักแสดง
เฉลียว เรืองสําราญ เป็น พระราชธิดา
ขจิต ไชยาคํา เป็น สรรพสิทธิ์
เฉลิม บุณยเกียรติ เป็น ท้าวพรหมทัต
จิตตะเสน ไชยาคํา เป็น พระพี่เลี้ยง

เมืองทอง

 

  • Release Date: 4 กุมภาพันธ์ 2480, พ.ศ. 2481
  • Director: เลื่อน พงษ์โสภณ
  • Screenwriter: เลื่อน พงษ์โสภณ
  • Studio: เลื่อน พงษ์โสภณ
  • Starring: เผื่อน วัฒนสุข, แฉล้ม โสมวงศ์

โปสเตอร์หนัง เมืองทอง

 

ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์
ฉายที่ โรงหนังวัฒนากร

  • ผู้อํานวยการสร้าง เลื่อน พงษ์โสภณ
  • ผู้ประพันธ์ เลื่อน พงษ์โสภณ
  • ผู้กำกับ เลื่อน พงษ์โสภณ
  • ผู้แต่งบทพากย์ “เพ็ชรัตน์” กับ นางสาวเชื่อม
  • ผู้ถ่ายภาพ เลื่อน พงษ์โสภณ
  • ผู้ลำดับภาพ เลื่อน พงษ์โสภณ
  • ผู้พากย์ “เพ็ชรัตน์” กับ นางสาวเชื่อม

เรื่องย่อ
ชีวิตของ ฉัย ต้องพลิกผันเมื่อ นายสุด ผู้เป็นพ่อโดนเสือกินระหว่างการเดินทางไปค้าขายยังต่างถิ่น ส่วน นางคํา ผู้เป็นแม่ ก็ยังมาตรอมใจตายตามพ่อไปอีกคน ก่อนตายนางคําได้สั่งเสียให้ฉัยไปขออาศัยอยู่กับ นายเหมือน ผู้มีศักดิ์เป็นลุง นายเหมือนและ นางสลวย สองสามีภรรยา เป็นเศรษฐีที่มีจิตเมตตา สงสารชะตากรรมของฉัยจึงรับ อุปการะส่งเสียให้ฉัยได้ร่ําเรียนในโรงเรียนเหมือนเด็ก ๆ ทั่วไป

15 ปีผ่านไป ฉัย เป็นผู้ใหญ่พอที่จะช่วยแบ่งเบางานของนายเหมือน ช่วยเก็บเงินค่าค้าไม้ ส่วน เพ็ญศรี ลูกสาว ของนายเหมือนก็โตเป็นสาวงาม มีหนุ่มมากมายมาติดพัน โดยเฉพาะ สอน คู่ปรับในวัยเด็กของฉัยที่เพียรมาขอความรัก เพ็ญศรี แต่เพ็ญศรีไม่มีทีท่าจะรักตอบ เพราะมอบใจให้ฉัยไปหมดแล้ว นายเหมือนผู้รักฉัยดั่งลูกในไส้ก็มิได้รังเกียจฉัยแต่อย่างใด จึงส่งเสริมให้หนุ่มสาวได้ครองรักกัน ฝ่ายสอน เมื่อไม่สมหวังในความรักก็บ่ายหน้าเข้าหาสุรา และคิดแก้แค้นฉัย โดยทําที่มาเสนอค้าไม้ราคาถูก อ้างว่าพ่อค้าไม้คนหนึ่งนํามา แต่ภรรยาเสียชีวิตระหว่างการเดินทางจึงต้องรีบกลับไปจัดการทําพิธีศพ ฉัยตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง ตามสอนไปหา พ่อค้าไม้อย่างว่าง่าย แต่แทนที่สอนจะพามาพบพ่อค้าไม้ กลับพาฉัยมาที่ราชสีมาฮอลล์อันอุดมไปด้วยนางระบํา สอนเรียก ให้เฉลียวมาร้องเพลงให้ฉัยฟัง จังหวะนั้นเอง ทองย้อยก็มา หาเรื่องชกต่อยกับฉัยและอาศัยช่วงชุลมุนขโมยกระเป๋าเงิน ของฉัยไป ทําให้ฉัยไม่กล้ากลับไปพบนายเหมือนจึงกลับไปที่บ้านเก่าของตน ฉัยได้มาเจอกับ แหน เพื่อนสมัยเด็กกําลังขลุกตัวอยู่กับนายกอง นักวิทยาศาสตร์คร่ําครึ ที่พยายามเล่นแร่แปรธาตุหวังจะเปลี่ยนพริกเปลี่ยนกะปิให้เป็นทอง ฉัยเลยหลอกว่าให้ผสมใบตองลงไปด้วย นายกองเชื่อสนิทรีบไป ปลูกต้นกล้วยหมายจะเอามาเปลี่ยนเป็นทอง

นับจากวันที่ฉัยหายตัวไป เพ็ญศรีก็ไม่เป็นอันกินอันนอนล้มป่วยเป็นไข้ เดือดร้อนถึงนายเหมือนที่ต้องตาม หมอมารักษา แต่ก็ไม่หาย นายเหมือนจึงชวนเพ็ญศรีไปเปลี่ยน บรรยากาศยังบ้านเดิมของฉัย เพ็ญศรีหูฝั่งลุกขึ้นกุลีกุจอเก็บ ข้าวของเดินทางไปบ้านเกิดของฉัยอย่างฉับพลัน สอนรีบตาม มาเป่าหูเพ็ญศรีว่าที่แท้ฉัยกลับมาหาแหนคนรักเก่า เป็นจังหวะเดียวกับที่เพ็ญศรีเห็นแหนกําลังป้อนมะพร้าวใส่ปากฉัย สอนกระหยิ่มยิ้มย่อง ในใจคิดว่าเพ็ญศรีจะเป็นของตน ก็คราวนี้ แต่การณ์กลับเป็นว่า เปิดโอกาสให้ฉัยได้ปรับความ เข้าใจกับเพ็ญศรี สอนประจักษ์แก่ตาถึงความรักของทั้งสอง จึงสารภาพความจริงและยอมตัดใจจากเพ็ญศรี ระหว่างที่เรื่องราวกําลังจะจบด้วยดี นายกองก็กระหืดกระหอบมา ต่อว่าฉัยที่บังอาจมาหลอกให้ตนปลูกกล้วยเสียเกือบครึ่งปี ฉัยเลยว่า ค่ากล้วยค่าใบตองที่นายกองเสียไปนั่นล่ะเท่ากับค่าทอง

นักแสดง
เผื่อน วัฒนสุข เป็น วินิจฉัย
แฉล้ม โสมวงศ์ เป็น เพ็ญศรี
ชม ภูมิธน เป็น สอน
เหมือน ผดุงเจริญ เป็น เหมือน
สลวย พงษ์โสภณ เป็น สลวย
เฉลียว สาตรา เป็น นางในฮอลล์

หวานใจนายเรือ

 

โปสเตอร์หนัง หวานใจนายเรือ


หวานใจนายเรือ

  • Release Date: 17 พฤษภาคม 2481
  • Director: ผัน นากสุวรรณ
  • Producer: ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • Screenwriter: สังคามาระตา

หวานใจนายเรือ
Love in the Navy

  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาว / เสียง
  • ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
  • บริษัทสร้าง ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • ผู้อํานวยการสร้าง หลวงกลการเจนจิต
  • ผู้ประพันธ์ สังคามาระตา
  • ผู้กํากับ ผัน นากสุวรรณ
  • ผู้ถ่ายภาพ พอใจ วสุวัต
  • ผู้กํากับศิลป์ แนม สุวรรณแพทย์
  • ผู้จัดเครื่องแต่งกาย ชะลอ – จิตต์
  • ผู้บันทึกเสียง กระเศียร วสุวัต
  • ผู้ทําดนตรีประกอบ นารถ ถาวรบุตร

เรื่องย่อ
ร.ท. เกษม ยุทธนาวิน ร.น. กับ ร.ต.ชลัช ชาญนาวี ร.น. ต้องเดินทางไปฝึกยิงปืนป้อม ณ สถานีฝึกสัตหีบชั่วคราว วันหนึ่ง ขณะที่เกษมกับชลัชเดินเล่นที่ชายหาด ได้ยินเสียงร้องเพลงของหญิงสาว จึงเดินตามหาเสียงนั้น บังเอิญเห็นคนร้ายกําลังฉุดคร่าหญิงเจ้าของเสียง ทั้งสองจึงเข้าไปช่วย และโดนแทงบาดเจ็บ ชายชราคนหนึ่งวิ่งเข้ามาช่วย และพาเกษมไปทําแผลที่บ้าน จึงได้ทราบว่าหญิงสาวนั้นชื่อ เพลินใจ อาศัยอยู่กับพ่อคือ พร เพียงสองคน พวกที่เข้ามาทําร้ายตนนั้นคือสมุนของ ทองอ่อน ซึ่งต้องการลายแทงขุมทรัพย์โจรสลัดที่พรครอบครอง จึงมักส่งสมุนมากลั่นแกล้ง สองพ่อลูกอยู่เสมอ เกษมติดใจในน้ำเสียงของเพลินใจจึงเสนอให้เพลินใจไปเรียนร้องเพลงที่กรุงเทพ เพื่อให้เพลินใจพ้นน้ำมือของทองอ่อน โดยให้อาศัยอยู่ที่บ้าน พระยาพัศดุนาวาการ ผู้เป็นบิดาของตน พรมีสีหน้าตกใจเมื่อได้ยินชื่อพระยาพัศดุฯ แต่ก็กําชับบุตรสาวให้อยู่ในโอวาทของท่าน ส่วนตัวเกษมเองต้องฝึกงานอยู่ที่สัตหีบต่อ

เพลินใจตั้งใจเรียนร้องเพลงเป็นอย่างดีจนได้สมญานามว่า นักร้องเสียงทอง และเป็นที่หมายปองของ ประกอบ บุตรบุญธรรมของพระยาพัศดุฯ ไม่นาน เกษมก็กลับมารับราชการที่กรุงเทพฯ และเริ่มสนิทสนมกับเพลินใจมากขึ้น ทําให้ พิศมัย คู่หมั้นของเกษมเกิดความหึงหวง

ทองอ่อนสมคบกับ เถ้าแก่เลี่ยงฮง แซ่อึ้ง เจ้าของเรือตังเก ตามหาขุมทรัพย์โจรสลัด พรเริ่มกังวลว่าทองอ่อนจะรู้ที่ซ่อน จึงปรึกษา ทองต่อ น้องภรรยา ให้ไปเยี่ยมเพลินใจที่บ้านพระยาพัศดุฯ แทน และเล่าความหลังว่าหลังจากภรรยาเสียชีวิตได้ฝาก ประกอบ ลูกชายให้พระยาพัศดุฯ เลี้ยงดู และได้แอบซ่อนสมุดข่อยลายแทงขุมทรัพย์ในห้องเครื่องลายครามที่บ้านพระยาพัศดุฯ เมื่อทองต่อเดินทางมาพักที่บ้านพระยาพัศดุฯ ก็พยายามหาโอกาสขโมยสมุดข่อยแต่โดนประกอบจับได้ จึงต้องบอกความจริงว่าประกอบกับเพลินใจมีความเกี่ยวดองกันและรีบลากลับสัตหีบ

พิสมัยร้องขอให้ คุณนายแจ่ม มารดา เร่งรัดการ แต่งงานของตนกับเกษม พระยาพัศดุฯ จําต้องแบ่งรับแบ่งสู้ ยอมตกลง เพลินใจกลับมาจากเรียนร้องเพลงเผอิญได้ยิน สองแม่ลูกกล่าวดูถูกเหยียดหยามตนเอง บังเกิดเป็นความรู้สึก น้อยเนื้อต่ําใจจึงเก็บข้าวของกลับมาหาบิดาที่สัตหีบ จากนั้น พร เพลินใจ และทองต่อก็เริ่มออกตามหาขุมทรัพย์ จนในที่สุด ก็พบหีบสมบัติบรรจุเพชรนิลจินดาและทองคํามากมาย ทองอ่อนซึ่งสะกดรอยตามมาจึงแย่งชิงสมบัติไป เกษม ชลัช และประกอบนําเจ้าหน้าที่ไล่ตามทองอ่อนจนทัน เกิดการปะทะกันแต่ก็จับกุมทองอ่อนกับพวกได้สําเร็จ

นักแสดง
จุรี รัตนหัตถ์ เป็น เพลินใจ สุขจิตต์
เกษม มิลินทจินดา เป็น ร.ท. เกษม ยุทธนาวิน ร.น.
สวัสดิ์ วิธีเทศ เป็น ร.ท. ประกอบ ยุทธนาวิน ร.น.
ชลัช อัลบูรณ์ เป็น ร.ต. ชลัช ชาญนาวี ร.น.
หลวงฤทธิจักรกําจร เป็น พระวิจิตวรรณคดี
เล็ก ช. เป็น พล.ต. พระยาพัศดุนาวาการ ร.น.
ทวี แสงจันทร์ เป็น พิศมัย ใจเจริญ
พวง โรหิตะโรชิน เป็น แจ่ม ใจเจริญ
เจือ แสงสายทอง เป็น สงวนงามตา
ทองอ่อน ยุกตะนันทน์, ทองต่อ จาตุรงคกุล, เลี่ยงฮง แซ่อึ้ง, ฮะ มิ่งขวัญตา, ใหญ่ ชูแสงทอง, เข็ง สง่าเนตร์

ที่มา สมุดภาพยนตร์ เรื่อง หวานใจนายเรือ พ.ศ. 2481

จ๊ะเอ๋

 

โปสเตอร์หนัง จ๊ะเอ๋

  • Release Date: 5 กันยายน 2481
  • Director: หลวงอนุรักษ์รัถการ
  • Producer: ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • Starring: ชะอวบ ฟองกระสินธุ์, ทองต่อ จาตุรงคกุล, นายทิ้ง มาฬมงคล

จ๊ะเอ๋

เรื่องจ๊ะเอ๋เป็นหนังสั้น ที่ฉายก่อนการฉายภาพยนตร์เรื่อง ตื่นเขย ซึ่งสมัยนั้นจะเรียกว่า “หนังประกอบ” (Supporter) และเป็นหนังไทยเรื่องแรก ที่ใช้ สุนัขไทย เข้ามาแสดงด้วย

  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เสียง จํานวน 2 ม้วน
  • ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
  • บริษัทสร้าง ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
  • ผู้กํากับ หลวงอนุรักษ์รัถการ
  • ผู้ถ่ายภาพ หลวงกลการเจนจิต
  • ผู้บันทึกเสียง กระเศียร วสุวัต

นักแสดง

ทองต่อ จาตุรงคกุล
ทิ้ง มาฬมงคล
ชะอวบ ฟองกระสินธุ์
สุนัขไทย ชื่อ อ้าายจุ่น

การนำสัตว์มาร่วมแสดงในภาพยนตร์นั้น ต่างก็เป็นที่รู้กันว่า เป็นเรื่องยากลำบากในการถ่ายทำ แต่อ้ายจุ่น ซึ่งได้รับการฝึกสอนจากเจ้าของมาเป็นเวลาหลายปีนั้น เป็นสุนัขที่ฉลาด แสนรู้ อ่อนโยนและสุภาพ และไม่เคยทำผิดเลย

ขุนช้างขุนแผน ภาค 4

 

  • Release Date: 16 พฤษภาคม 2481
  • Director: ผล อนันตปิน
  • Producer: ศิริภาพยนตร์
  • Starring: จอน ใยเจริญ, ศิริ ผิวสังข์

ขุนช้างขุนแผน ภาค 4 ตอน ขุนช้างกินเลี้ยง-สร้อยฟ้าทำเสน่ห์

โปสเตอร์หนัง ขุนช้างขุนแผน ภาค 4

 

  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / พากย์
  • ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
  • บริษัทสร้าง ศิริภาพยนตร์
  • ผู้อํานวยการสร้าง ศิริ ผิวสังข์
  • ที่ปรึกษา “ทิดเขียว”
  • ผู้กํากับ ผล อนันตปิน
  • ผู้แต่งบทพากย์ “แม่ราตรี”
  • ผู้ถ่ายภาพ บํารุง แนวพานิช
  • ผู้ลําดับภาพ วิจิตร์ แนวพานิช
  • ผู้ออกแบบฉาก เปลี่ยน สุวรรณแพทย์
  • ผู้ประพันธ์เพลง “แม่ราตรี”
  • ผู้ช่วยเหลือทั่วไป กิมหลี ศิริผล
  • ผู้พากย์ “ทิดเขียว”

เรื่องย่อ

สมเด็จพระพันวัสสา ประทาน สร้อยฟ้า และ ศรีมาลา แก่ พระไวย ในคืนเลี้ยงฉลองการแต่งงาน วันทองกับขุนช้างมาร่วมงานด้วย ขุนช้าง ดื่มเหล้าเมามาย ร้องรําทําเพลงเป็นที่น่าหนวกหู และด้วย ความมึนเมาจึงคะนองปากกล่าวคําหยาบคายต่อพระไวย เป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ขุนช้างสู้ไม่ได้ไปฟ้องพระพันวัสสา พระพันวัสสาไต่สวนได้ความว่าขุนช้างเป็นฝ่ายผิด จึงสั่งจําคุกขุนช้าง

ต่อมาพระไวยไปลักพาตัวนางวันทองมาให้ขุนแผน ขุนช้างถวายฎีกาแด่พระพันวัสสา เมื่อไต่สวนหาคนผิดไม่ได้ จึงให้วันทองตัดสินใจว่าจะอยู่กับขุนช้างหรือขุนแผน วันทองสองใจเกิดลังเลตอบไม่ได้ พระพันวัสสา จึงรับสั่งให้นําวันทองไปตัดหัว

ที่บ้านพระไวย สร้อยฟ้ากับศรีมาลาตบตีกันไม่เว้นแต่ละวัน จนกระทั่งพระไวยทนการกระทําของสร้อยฟ้าไม่ใหวจึงสั่งเฆี่ยนสร้อยฟ้า สร้อยฟ้าเสียใจและ เคียดแค้นศรีมาลามากขึ้นกว่าเดิม จึงไปหาทิดขวาดให้ ช่วยทําเสน่ห์ให้

นักแสดง

จอน ใยเจริญ เป็น ขุนช้าง
ศิริ ผิวสังข์ เป็น ขุนแผน, จมื่นไวย
สภณ ศิริจิตต์ เป็น พรายชุมพล
เพลินพิศ ปิ่นไสว เป็น วันทอง
ชม วสุรัตน์ เป็น แก้วกิริยา
นพ สุวรรณแพทย์ เป็น ลาวทอง
จันทรา รัตนดิลก เป็น สร้อยฟ้า
ยุพิณ กฤณวรรณ เป็น ศรีมาลา
วลี มาลีรัตน์ เป็น เม้ย
พะยอม พวงไข่มุข เป็น ไหม
สลิ้ง ดํารงสกุล เป็น ทองประศรี
พัว วรรัตน์ เป็น พระพิจิตร์
ถนอม แนวนาคะ เป็น บุษบา
วิจิตร์ แวววิจิตร์ เป็น พระยาจักรี
สมัย สว่างวรรณ เป็น พระยายมราช
อุดม ปิติวรรณ เป็น จมื่นศรีฯ
แช่ม ปุญญะยันต์ เป็น หมื่นพรหม
ชิต คุ้มสวน เป็น ทิดขวาด
เสงี่ยม พื้นแท่งทอง เป็น ปิ๋ว

สนิมในใจ

 

โปสเตอร์หนัง สนิมในใจ

 

  • ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / พากย์
  • ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
  • ผู้กํากับ จวงจันทร์ จันทคณา
  • ผู้ประพันธ์เพลง “พรานบูรพ์”
  • ผู้พากย์ “ทิดเขียว”

“พรานบูรพ์” ร่วมมือร่วมใจ “ทิดเขียว”
สร้างภาพยนตร์ไทย เรื่อง
สนิมในใจ
* * * * พรานบูรพ์แต่งเรื่อง -เพลง
ทิดเขียว พากย์ไทย
จวงจันทร์ จันทคณา กํากับการแสดง
ไม่อยากจะคุยถึงความวิเศษของ
“สนิมในใจ” ว่า ดีเพียงไหน !
แต่อยากจะชี้ให้ท่านเห็นว่า “จวงจันทร์”
ผู้ทําหน้าที่เป็นผู้กํากับการลือนามครั้ง “อ้ายค่อม
มากํากับการเรื่องนี้ และสมรรถภาพของ “ทิดเขียว” ที่ท่านชอบมาแล้ว!
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง วันที่ 4-5-6 ธันวาคม

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com