ผู้สร้าง: คณะโบแดงภาพยนตร์
นำแสดงโดย: หม่อมราชวงศ์โป้ย มาลากุล, หม่อมหลวงปราลี มาลากุล, ละเอียด บุนนาค
หนังไทย ละครไทย ดาราไทย รวบรวมภาพและข้อมูลต่างๆ
ผู้สร้าง: คณะโบแดงภาพยนตร์
นำแสดงโดย: หม่อมราชวงศ์โป้ย มาลากุล, หม่อมหลวงปราลี มาลากุล, ละเอียด บุนนาค
แม่ศรีเมือง
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์
30 ธันวาคม 2484
ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง อุบลภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เลียง ไชยกาล
ผู้ประพันธ์ เลียง ไชยกาล
ผู้แต่งบทพากย์ พรานบูรพ์
ผู้ถ่ายภาพ เลียง ไชยกาล
ฝ่ายเทคนิค ขุนปฏิภาค, เลื่อน พงษ์โสภณ
ผู้ทําดนตรีประกอบ พรานบูรพ์
ผู้พากย์ ทิดเขียว
เรื่องย่อ
หลังจากสามีเสียชีวิต ศรีเมือง จึง แต่งงานกับ หลวงภรตชํานาญ
ศรีเมืองมีลูกติดชื่อ ประดิษฐ์ เช่นเดียวกับชํานาญก็มีลูกสาวชื่อ วารินทร์
ชีวิต คู่ของทั้งสองราบรื่นได้ไม่นานก็เกิดปัญหา เนื่องจาก
ชํานาญเริ่มติดเหล้าและการพนันอย่างหนักจนเป็นหนี้สิน
จึงต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี หลังจาก นั้นไม่นาน
ศรีเมืองก็ฆ่าตัวตาย ประดิษฐ์และวารินทร์ต้อง
ออกไปทํางานเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง แต่ต่อมาบ้านเมืองก็ เข้าสู่ภาวะสงคราม
ประดิษฐ์ถูกเกณฑ์เป็นทหารไปรับใช้ ชาติ
แต่ประดิษฐ์กลับขายชาติจึงถูกจับและถูกตัดสิน ประหารชีวิตในภายหลัง
นักแสดง
หลวงภรตกรรมโกศล, ทองอ่อน ยุกตะนันท์, สมบุญ แว่นตาโต, พิณ ไชยกาล, ประดิษฐ ชีพสาทิศ, ประมูล ชูโต
ที่มา นิตยสารชุมนุมภาพยนตร์ ธันวาคม พ.ศ. 2484

แม่จ้าวฟ้า
ที่มา นิตยสารชุมนุมภาพยนตร์ ตุลาคม พ.ศ. 2484
ฟิล์ม 35 มม.? / ขาวดํา / พากย์
5 พฤศจิกายน 2484
ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ไทยภูมิภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง “พันธุ์จันทร์”
ผู้ประพันธ์ เพ็ชรรัตน์
ผู้ถ่ายภาพ บํารุง แนวพานิช
ผู้พากย์ ทิดเขียว
เรื่องย่อ
ในคืนวันแต่งงานของพี่สาว โพ สาวชาวดอยไปเดินเล่นที่ห้วยสาวให้ และได้พบกับ
เจน
หนุ่มชาวกรุงที่เข้ามาเดินป่าเพื่อหาว่านผาไปทํายาตามวิชาแพทย์ที่ศึกษามา
เจนกําลังกลัดกลุ้มที่ยังหาว่านผาไม่พบ
โพสงสารจึงคอยช่วยเหลือเจนและหาของต่าง ๆ มาปรนนิบัติ เจนซาบซึ้งในน้ำใจโพ
ทั้งสองเผลอใจทําผิด ประเพณีในคืนวันหนึ่ง โดยไม่รู้ว่า พราย
ซึ่งแอบชอบโพมานานแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด พรายรีบไปฟ้อง ตาเพิ่น พ่อของโพ
ตาเพิ่นโกรธมาก ยื่นคําขาดให้เจนทําตามประเพณีของชาวดอย
เจนไม่สามารถทําได้จึงพาโพหนีจากห้วยสาวให้ไปอยู่กรุงเทพ
ตั้งใจจะขัดเกลากิริยามารยาทของโพ แล้วค่อยพากลับมาหาตาเพิ่น
แต่โพก็ต้องพบกับความชอกช้ำเพราะความจริงเจนมีภรรยาอยู่แล้ว ชื่อสายใจ
โพทนทุกข์เพราะความหึงหวงของสายใจ
และโดนดูถูกเหยียดหยามในความเป็นสาวชาวดอย ในที่สุด
โพก็ตัดสินใจกลับมายังห้วยสาวให้ด้วยความเสียใจ
นักแสดง
สมควร กระจ่างศาสตร์ เป็น เจน
องุ่น อังศุมาลิน เป็น โพ
ศรีสอาด จันทร์ภิรมย์
นิตยสารประมวลภาพยนตร์ พฤศจิกายน พ.ศ.2484
เลือดไทย
ชื่อเดิม ศรีโสภณ
ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / พากย์, เสียง
15 พฤษภาคม 2484
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง ราชบุรีภาพยนตร์ และกรมประชาสงเคราะห์
ที่ปรึกษา เลียง ไชยกาล
ผู้ประพันธ์ ป. ศรีสมวงศ์
ผู้กํากับ ชาย โชติประสิทธิ์
ผู้แต่งบทพากย์ พันธุ์จันทร์ ประพันธุ์
ผู้ถ่ายภาพ บํารุง แนวพาณิชย์, วิจิตร แนวพาณิชย์
ผู้บันทึกเสียง น้อย บุนนาค
ผู้ทําดนตรีประกอบ นารถ ถาวรบุตร
ผู้ประพันธ์คําร้อง ล้วน ควันธรรม
ผู้พากย์ ทิดเขียว
เค้าเรื่อง
“ภาพยนตร์ไทยมีเสียงประกอบบท พากย์แบบใหม่ตามแนวความคิดใหม่ของบริษัทราชบุรี
สร้างจากชีวิตแท้ของไทยใกล้แม่โขงที่ยอมสละชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อป้องกันอิสรภาพและทรัพย์สิน เพราะโจรหมู่หนึ่งคอยรังควาน ปล้นสะดมอยู่ไม่หยุด แม้ว่าเลือดจะสาดราดแผ่นดินไทยในยามนี้ก็คิดแต่เพียงว่า เขาสูญสิ้นแต่ร่างกาย ส่วนชื่อเสียงของผู้ทําดีย่อมไม่หายไปจากโลกนี้เท่านั้น
แม้ว่าจะเป็นท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่าเช่นนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไร้เสียซึ่งความรักความหวานหยาดเยิ้มเสียทีเดียวไม่ .. เลือดไทยต้องสู้ สู้จนกว่าชีวิตจะ หาไม่ ถ้าสู้ไม่ได้ก็จงเอาร่างของเราถมไว้บนแผ่นดินไทย นี้ ดีกว่าจะต้องตกไปเป็นทาษของผู้อื่น …. เมื่อเกิดมีคน ขายชาติ, หมู่คณะ ขายชาติเกิดขึ้นเพียงคนเดียว ผลที่ได้ รับก็คือ … ภายในค่ายน้อย ๆ ที่ชาวไทย – เลือดไทยเรา ต้องร่วมใจกันสู้ฝ่ายอธรรม – สู้ สู้ จนกระทั่งโลหิตหยด สุดท้าย เพื่อเกียรติศักดิ์ของไทย … อย่างนี้ใครจะทนได้ แต่ถ้าใครไม่ปรารถนาที่จะอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ก็ต้องสู้ สู้ เพื่อไว้ลายของชายชาติเสือ ผู้มีเลือดเนื้อเป็นไทย… นี่คือ คนขายชาติ แนวที่ 5 ฉะนั้น จงร่วมใจร่วมกายกันปราบปรามแนวที่ 5 เสียแต่บัดนี้”
ผู้แสดง
ภักดิ์ มหาสารินนท์,
ประคอง เกตุรายนาค
ที่มา นิตยสารประมวลภาพยนตร์ พฤษภาคม พ.ศ. 2484
พระเจ้าช้างเผือก
พระเจ้าช้างเผือก
ชื่อภาษาอังกฤษ : King of the White Elephant
ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เสียง (พูดภาษาอังกฤษ)
4 เมษายน 2484
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง ปรีดีภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ปรีดี พนมยงค์
ผู้ประพันธ์ ปรีดี พนมยงค์ จากนิยายภาษาอังกฤษ เรื่อง The King of the White Elephant
ผู้กํากับ สัณห์ วสุธาร
ผู้เขียนบท ปรีดี พนมยงค์
ผู้ถ่ายภาพ ประสาท สุขุม A.S.C.
ผู้ลําดับภาพ บํารุง แนวพานิช
ผู้กํากับศิลป์ ม.จ. ยาใจ จิตรพงศ์
ผู้บันทึกเสียง ชาญ บุนนาค
ผู้ทําดนตรีประกอบ พระเจนดุริยางค์
บทเจรจา แดง คณะดิลก
ควบคุมโขลงช้าง วงศ์ แสนศิริพันธ์
ที่ปรึกษาพระราชพิธีและเครื่องแต่งกาย พระยาเทวาธิราช
ผลิตที่โรงถ่ายไทยฟิล์ม กรุงเทพฯ
กำกับโดย สัณห์ วสุธาร
ผู้ช่วยผู้กำกับ หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์
ใจ สุวรรณทัต
ควบคุมโดย ปรีดี พนมยงค์
ผู้ช่วยควบคุม ประสาท สุขุม A.S.C
เรื่องย่อ
พุทธศักราช 2083 อโยธยามีกษัตริย์พระนามว่า พระเจ้าจักรา
กษัตริย์ผู้ทรงมิโปรดความโอ่อ่า และโบราณราชประเพณีในราชสํานัก
ทั้งการมีมเหสี 365 องค์ หรืองานเฉลิมฉลองต่าง ๆ
แต่ทรงให้ความสนพระทัยไปกับการศึกษาหาความรู้และกิจการบ้านเมือง
ครั้นรู้ข่าวว่า อาณาจักรโมกุล อาณาจักรอันเกรียงไกรกําลังแผ่ขยายอํานาจ
มาเชื้อเชิญให้ กษัตริย์หงสา ร่วมเป็นพันธมิตร พระเจ้าจักรา
จึงทรงมีพระราชวินิจฉัยว่าคงไม่อาจปฏิบัติตามโบราณราชประเพณีได้ในกาลดังกล่าว
เพราะอันตรายกําลังแผ่ข้ามมายังขอบขัณฑสีมา
การตระเตรียมไพร่พลดูจะเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่าการครอบครองมเหสี
พระเจ้าจักราจึงจัดให้มีการคล้องช้างเพื่อใช้เป็นพาหนะในการกระทําศึก
อีกทั้งเป็นขวัญกําลังใจแก่ชาวอโยธยา การคล้องช้างสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี
พระเจ้าจักราทรงคล้องได้ช้างเผือกมาหนึ่งเชือก อันเป็นมหามงคลยิ่งในรัชสมัย
พระองค์จึงตรัสให้ทําธงสีแดงมีช้างเผือก
อยู่กลางธงใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอาณาจักร
ข่าวเรื่องความพรั่งพร้อมและช้างเผือกรู้ไปถึงกษัตริย์หงสา
กษัตริย์หงสาที่มีกษัตริย์โมกุลหนุนหลังจึงได้
ฉีกสนธิสัญญาว่าด้วยการยุติความขัดแย้งระหว่างอโยธยาทิ้ง
หมายเข้าทําลายอโยธยาและเรียกร้องให้อโยธยามอบช้างเผือกให้
แต่พระเจ้าจักรากลับไม่ยอมอ่อนข้อ กษัตริย์
หงสาจึงเปิดฉากนําทัพเข้าสู่อโยธยา บุกตีเมืองต่าง ๆ ทั้งฆ่า ชาวเมือง
จับผู้หญิงเป็นเชลย และเผาเมือง เพื่อเผชิญหน้า กับพระเจ้าจักรา
แม้พระเจ้าจักราจะพยายามเจรจาสงบศึก อย่างสันติ
แต่กษัตริย์หงสากลับไม่สนพระทัย
พระองค์จึงขอทํายุทธหัตถีกับกษัตริย์หงสาเพื่อรักษาชีวิตประชาชนของพระองค์
โดยการทํายุทธหัตถีเป็นไปอย่างลุ้นระทึกแต่
ผลสุดท้ายกษัตริย์หงสากลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ถูกพระแสงของ้าวของพระเจ้าจักราฟาดฟันพระองค์ตกจากหลังช้าง สิ้นพระชนม์
พระเจ้าจักราจึงประกาศสงบศึกปล่อยตัวเชลย
กลับและขอให้สันติสุขจงมีแก่ทุกฝ่าย แล้วกลับมาทําตาม
ราชประเพณีเรื่องมเหสี 365 องค์ ด้วยไหวพริบ
พระองค์ทรงยกภาระการมีมเหสีทั้ง 365 องค์ให้เป็นธุระแก่สมุหราซมณเฑียร
และทรงเลือก เรณู บุตรีของสมุหราชมณเฑียร ซึ่ง เป็นหญิงที่มีความเฉลียวฉลาด
มาเป็นมเหสีเอกครองอาณาจักรอโยธยาสืบไป
นักแสดง
เรณู กฤตยากร เป็น พระเจ้าจักรา
ไพริน เนียลเสน เป็น เรณู
สุวัฒน์ เนียลเสน เป็นสมุหพระราชพิธีอาณาจักรอโยธยา
หลวงศรีสุรางค์ เป็นสมุหพระกลาโหมอาณาจักรอโยธยา
นิตย์ มหากนก เป็น เจ้าเมืองกานบุรี
ประดับ ระบิลวงศ์ เป็น พระเจ้าหงสา
ไววิทย์ ว. พิทักษ์ เป็น เจ้าบุเรงเมืองหงสา
หลวงสมัครนันทพล เป็น อัครมหาเสนาบดีเมืองหงสา
ประสาน ศรีพิเทศ เป็น สมุหพระราชพิธีเมืองหงสา
มาลัย รักตประจิตต์ เป็นทหารคนสนิทของอัครมหาเสนาบดีเมืองหงสา
ที่มา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
นี่คือเรื่องราวของกษัตริย์องค์หนึ่ง ซึ่งครองกรุงอโยธยา เมื่อสี่ร้อยปีล่วงมาแล้ว พระองค์ทรงปกปักรักษาพระราชอาณาเขตด้วยพระขรรค์ของพระองค์เอง และทรงเสี่ยงพระชนม์ชีพเพื่อประชาราษฎร์ในแผ่นดินนี้ ซึ่งอุดมด้วยช้าง ช้างเผือกได้รับการนับถือว่าเป็นสิ่งสูงสุด ดังนั้นราษฎร์จึงถวายพระนาม พระราชาผู้เก่งกล้าของตนว่า “พระเจ้าช้างเผือก” พระนามของพระองค์ คือ พระเจ้าจักรา พระองค์ไม่ทรงโปรดสาวงามในราชสำนัก แต่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความผาสุขของราษฎร ทรงกล้าหาญชาญชัยในการศึก แต่ทรงรักสันติภาพ และสันติภาพ คือ สิ่งที่ภาพยนตร์นี้อุทิศให้
พระเจ้าช้างเผือก เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ที่มีเค้าโครงเรื่องจากสงครามช้างเผือกระหว่างอยุธยากับหงสาวดี โดยต้องการให้เป็นภาพยนตร์ที่ประชาสัมพันธ์ความเป็นรัฐชาติและปลุกใจให้คนไทยรักชาติ เนื่องจากภาวะของประเทศที่ใกล้เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง
ฉายเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2484 โดยฉายรอบปฐมทัศน์พร้อมกันที่ ศาลาเฉลิมกรุง สิงคโปร์ และ นิวยอร์ก
ผลงานวาดโดย ปยุต เงากระจ่าง
ฉายอีกครั้งเมื่อ 25 มีนาคม 2496
ที่ศาลาเฉลิมบุรี
ที่มาภาพ หนังสือพิมพ์รายวันสยามรัฐ มีนาคม พ.ศ. 2496
รวมไทย
เรื่องย่อ
ในตําบลทุ่งพญาลอ มีชาวนาสอง ครอบครัวทํานาอยู่ใกล้ ๆ กัน พ่อของ ทับ
และเทียบ มัก จะมีปากเสียงเรื่องการล้ําเขตการทํานากับพ่อของ เครือ
อยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง ทั้งสองมีปากเสียงกันอย่าง
หนักจนพ่อของเครือพลั้งมือฆ่าพ่อของทับเสียชีวิต ทับ
ตรงดิ่งไปที่บ้านเครือด้วยความโกรธแค้น และกระหน่ํายิง
พ่อของเครือเสียชีวิตคาที่ ส่วนตัวเองระหกระเหินหนีเข้า ไปในป่า
และพลัดเข้าไปในฝูงโจรซึ่งมี เสือฉาย เป็น หัวหน้า
เสือฉายเห็นแววของทับจึงชักชวนให้มาเป็นสมุน ออกปล้นเสบียงชาวบ้าน
วันหนึ่งทับได้รู้ว่าเสือฉายโกง เงินส่วนของตนเอาไปให้ เปลื้อง
นําไปสู่ขอเครือ ทับจึง
ฆ่าเสือฉายและบุกเข้าไปในงานแต่งงานของเปลื้องกับ เครือ
แม่ของทับเข้ามาห้าม ทําให้ทับสํานึกผิด เปลื้อง
ฉวยโอกาสคว้าปืนยิงทับเสียชีวิต เทียบหยิบมีดแทง เปลื้องแก้แค้นแทนพี่ชาย
นักแสดง
กมล นรพัลลภ, สรรพางค์ทิพย์ทัศน์,
สถิตย์ กาญจนประเสริฐ, สวัสดิ วิศาลจิต, สกุล จารุศุกร์
ที่มา นิตยสารประมวลภาพยนตร์ สิงหาคม พ.ศ. 2484
ทิดเขียว พากย์อย่าง ฝากรัก-ฝากอาลัย !
ภาพยนตร์ไทยพากย์ เรื่อง กิ่งกาฝาก
** ของ **
ทิดเขียว
ท่านจะหาชมได้ในรอบสัปดาห์นี้ที่
ศาลาเฉลิมฐานี วันที่ 21- 22 มีนาคมนี้
ศาลาเฉลิมรัฐ วันที่ 23 มีนาคมวันเดียว
ศาลาเฉลิมธน วันที่ 27 – 28 มีนาคมนี้ ฝากไว้กับท่านที่รักจะดูภาพยนตร์ไทยพากย์ ของ “ทิด เขียว” ที่ ฝากรัก ฝากอาลัย
ฟิล์ม 35 มม.? / ขาวดํา? / พากย์ /
ฉายที่ศาลาเฉลิมธานี
ผู้อำนวยการสร้าง ทิดเขียว
ผู้พากย์ ทิดเขียว
ภาพยนตร์ไทยสีธรรมชาติล้วน งามละลานตา น่าชมเช่นเดียวกับ “สามปอยหลวง”
เชาวนพัฒน์ จะพากย์ ให้ท่านชม ในพระนคร เร็ว ๆ นี้
กอกาหลง
นําโดย พิบูลย์ ยมจินดา เทียมน้อย
หนุ่มที่สวรรค์ ได้จากจันทบุรี – แห่ง “จันทโรภาส”
ประกอบด้วยตลกขนาด ***** คือ
สมบุญ (แว่นตาโต) – ประนต
ท่านต้องการรสใด ๆ ในความบรรเทองจากการชมภาพยนตร์
จะพบพร้อมทุกรสใน “กอ กาหลง” ซึ่งประพันธ์และกํากับการแสดงโดย “แม่ราตรี
กอกาหลง
35 มม.? /สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ผู้ประพันธ์ “แม่ราตรี”
ผู้กํากับ “แม่ราตรี”
ผู้พากย์ เชาวนพัฒน์
นักแสดง
พิบูลย์ ยมจินดา, เทียมน้อย,
สมบุญ (แว่นตาโต), ประนต