แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละครช่อง5 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละครช่อง5 แสดงบทความทั้งหมด

เมืองมายา

เมืองมายา


โลกมายา ดินแดนที่ดูสวยสดงดงามสำหรับบุคคลภายนอก แต่ผู้ที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในนี้กลับต้องพบแต่ความเจ็บปวด เพราะการโกหกหลอกลวง นี่คือเรื่องราวของหลายชีวิตที่ผ่านเข้ามา ได้เผชิญกับทุกข์และสุข ความรักและความชิงชัง หลายชีวิตผ่านเข้ามาแล้วออกไป หลายชีวิตยังคงอยู่ได้ ในสังคมนี้ แต่ไม่มีใครที่อยู่กับมันโดยไม่มีบาดแผล

ในงานเลี้ยงจัดหาทุนของสมาคมสตรี รัญชลี ลูกสาวของ ราตรี วิธานกมล กำลังเดินแบบอยู่บนเวที รัญชลีเป็นสาวไฮโซที่มีเสน่ห์ชวนให้หลงไหล ฉลาด และรู้จักพูดสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คน ต่อหน้าคนอื่น ๆ เธอจะรักษาความเป็นกุลสตรีของเธอไว้เสมอ แต่ความจริงเธอทำอะไรได้หลายๆ อย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง รัญชลีฝันอยากเป็นดาว และต้องเป็นดาวค้างฟ้าที่อยู่ในใจคนตลอดไปด้วย แต่วันนี้เธอยังเก็บความฝันของเธอไว้ในใจเพียงผู้เดียว เพราะเธอกำลังรอคอยจังหวะที่เหมาะสม ในงานนี้เธอได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างมาก หลายคนถามว่าเมื่อไหร่เธอจะเข้าสู่วงการบันเทิง ราตรีตอบแทนลูกสาวว่ารัญชลีไม่มีทางยึดอาชีพเต้นกินรำกิน แต่สำหรับรัญชลีเธอกลับตอบว่ายังไม่ถึงเวลา

อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวละครเรื่องใหม่สถานีโทรทัศน์ช่อง 2 ก้องสกุล ผู้บริหารคนหนึ่งของสถานีได้ถือโอกาสแนะนำตัวนางเอกใหม่ของสถานี ภาวิดา ทิพย์ปิติ บรรดานักข่าวต่างสนใจในตัวภาวิดาเป็นพิเศษ เพราะความสดใสน่ารักของเธอ

ภาวิดาพักอาศัยอยู่กับแม่และน้องชายที่ประเทศอังกฤษ เธอย้ายไปหลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิต แม่ของเธอเปิดร้านอาหารไทยที่นั่น ภาวิดาเป็นสาวท่าทางสดใส และทันสมัย เธอเป็นคนจริงใจกับทุกคน และมักจะทำและพูดอะไรอย่างตรงไปตรงมา การเป็นคนเช่นนี้ ประกอบกับการที่อยู่ต่างประเทศมาหลายปี หลายครั้งจึงทำให้คนเข้าใจคำพูดหรือการกระทำของเธอผิด ภาวิดาไม่ได้ฝันอะไรมาก เธอต้องการเพียงใครคนหนึ่งที่จะเป็นเหมือนพระเอกในละครชีวิตของเธอ ที่จะรักและเข้าใจเธอ ภาวิดาหวังจะได้มีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข เธอจึงมอบความรักให้แก่ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธออย่างจริงใจ แต่มักจะต้องผิดหวังกับชายเหล่านั้น เธอแสวงหาความรักไปเรื่อย ๆ จนทำให้คนอื่น ๆ มองว่าเธอเป็นผู้หญิงเจ้าชู้
ภาวิดาได้รับการชักชวนจากจงรักษ์ ผู้จัดการดารา และแมวมอง ให้มาทดสอบหน้ากล้องที่เมืองไทย และได้รับข้อเสนอให้เซ็นสัญญากับสถานีช่อง 2 ทันที ภาวิดาเช่าบ้านพักอยู่ เพื่อนบ้านของเธอคือ อัศนี นักประพันธ์หนุ่ม ผู้สุภาพและใจเย็น ซึ่งต่อมาเธอได้รู้ว่าอัศนีแตกต่างจากชายทั่วไป เพราะคนรักของเขาคือ เอกภพ พระเอกชื่อดังซึ่งเธอกำลังจะแสดงละครด้วย

วันหนึ่ง ภาวิดาได้มีโอกาสพบกับรัญชลี เราจึงได้รู้ว่าทั้งสองเคยเป็นเพื่อนนักเรียนชั้นประถมที่มาแตร์มาด้วยกัน เมื่อรัญชลีได้รู้ว่าภาวิดากลับมาเมืองไทยเพื่อแสดงละคร เธอก็รู้สึกว่าทำไมคนธรรมดาอย่างภาวิดาถึงได้มีโอกาสดีมากกว่าเธอ ไม่ใช่เพียงเรื่องการได้เข้าไปในวงการบันเทิง แต่ในเรื่องของความรัก ภาวิดาก็เหมือนมีโอกาสดีกว่ารัญชลี ภาวิดาได้มีโอกาสรู้จัก กานต์ ยุทธนันท์ พระเอกหนุ่มคนดัง ผู้ซึ่งโด่งดังขึ้นมาในวงการเพราะโชคช่วย กานต์เป็นเด็กหนุ่มจากต่างจังหวัด หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ก็เข้ามาหางานทำในเมือง เขาได้รับเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายโฆษณาสินค้าชิ้นหนึ่ง ก้องสกุลเห็นแววพระเอกในตัวเขา จึงชักชวนให้มาแสดงละคร ด้วยบุคคลิกที่ง่าย ๆ และดูเป็นกันเอง ทำให้ผู้ชมชื่นชอบกานต์ภายในเวลารวดเร็ว และบุคคลิกนี้ของกานต์ก็ดึงดูดใจภาวิดาด้วย

หลังจากคบกันไม่นาน ทั้งสองตกหลุมรักกัน ขณะที่ รัญชลีเองก็แอบปลื้มในตัวกานต์ในฐานะแฟนละครอยู่ เมื่อรัญชลีได้รู้ว่ากานต์เป็นคนรักของ ภาวิดา เธอก็ไม่พอใจ แต่เธอก็ตัดสินใจว่า เธอควรจะต้องได้ในสิ่งที่เธอต้องการ เธอจะไม่ปล่อยกานต์ให้ภาวิดา

รัญชลีหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดกานต์มากขึ้น ภาวิดาไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเห็นว่า รัญชลีเป็นเพื่อน เธอจึงเปิดโอกาสให้รัญชลีและกานต์ได้อยู่ใกล้ชิดกัน ต่อมาเมื่อก้องสกุลรู้ว่ากานต์สนิทกับรัญชลี เขาก็ขอให้กานต์ชวนรัญชลีมาแสดงละครให้สถานี รัญชลีตอบรับคำเชิญทันที

ละครที่กานต์และรัญชลีแสดงด้วยกันได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งสองกลายเป็นดาราคู่ขวัญอย่างรวดเร็ว ก้องสกุลถือโอกาสนี้ สร้างข่าวว่าทั้งสองเป็นคู่รักกันจริง ๆ และในคืนวันเลี้ยงฉลองความสำเร็จ รัญชลีและกานต์ก็ปลีกตัวหายไปด้วยกัน แล้วทั้งสองก็ตกเป็นของกันและกัน

ทางด้านภาวิดา แม้ว่าจะไม่ค่อยอยากเชื่อข่าวเกี่ยวกับกานต์และรัญชลีนัก แต่เธอก็อดไม่สบายใจไม่ได้ ที่สุดเธอก็ตัดสินใจขอให้กานต์แต่งงานกับเธอ และร่วมกันสร้างครอบครัว กานต์ปฏิเสธ เขาบอกว่าเขาไม่พร้อมจะผูกมัดตัวเอง แต่แล้วภาวิดาก็ได้รู้ว่านั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง เมื่อเธอได้แอบเห็นกานต์กับรัญชลีแสดงความรักกันอย่างดูดดื่ม ภาวิดาถามเรื่องนี้กับกานต์ กานต์จึงบอกเลิกกับภาวิดา และหันไปคบหากับรัญชลีอย่างเปิดเผยแทน ภาวิดาปวดร้าวกับเรื่องนี้มากจนถึงกับไม่สนใจการงาน แดน ซึ่งมีปัญหาด้านการเรียนที่อังกฤษจนถูกไล่ออกจากโรงเรียน ได้เดินทางมาอยู่กับพี่สาว เพื่อจะหาที่ศึกษาต่อและมาอยู่เป็นเพื่อนเธอแม้ว่าจะช่วยได้ไม่มากนัก แต่ก็พอทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง ไม่นานภาวิดาได้รับเลือกให้พรีเซ็นเตอร์สบู่ยี่ห้อหนึ่ง ที่นี่เอง เธอได้พบกับ ชลทิศ เจ้าของสินค้า เขาเป็นหนุ่มใหญ่ที่สุภาพและจะรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อยู่ใกล้ แต่เขามีครอบครัวแล้ว ภรรยาของชลทิศชื่อ มัทนา เธอเป็นนักธุรกิจหญิงที่ทำงานหนัก และมักจะต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่เสมอ ภาวิดาพอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ชลทิศกับมัทนาไม่ค่อยราบรื่นนัก ทั้งสองมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง

ข่าวความรักของกานต์กับรัญชลีทำให้ภาวิดายิ่งรู้สึกปวดร้าว ชลทิศ เข้ามาปลอบใจเธอ และพยายามช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น แม้เขาจะอ้างว่าเขาทำเพื่อให้เธอสบายใจจะได้ทำงานให้เขาได้ดีที่สุด แต่ลึกๆ แล้ว เธอรู้ว่าชลทิศรู้สึกเหงาและปรารถนาความรักจากเธอเช่นกัน จนวันหนึ่งเมื่อรัญชลีให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่าเพื่อนที่รู้ใจเธอมากที่สุดก็ คือกานต์ แม้จะไม่ได้ยอมรับว่ากานต์เป็นคนรักของเธอ แต่ก็เท่ากับประกาศเป็นนัยว่ารัญชลีและกานต์ คือคู่รักกัน ข่าวนี้ทำให้ภาวิดาเจ็บปวดมาก มีเพียงชลทิศ คนเดียวที่อยู่ข้างๆ เธอ เขาเข้าใจและให้ความอบอุ่นแก่เธอมากเหลือเกิน ภาวิดารู้สึกหวั่นไหวจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ที่สุดเธอก็ยอมเป็นของชลทิศ

ชลทิศแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาสัญญาว่าจะขอหย่าขาดจากมัทนาโดยเร็ว ภาวิดาเฃื่อชลทิศ และยอมคบกับชลทิศต่อไป แดนไม่พอใจการกระทำของพี่สาว ภาวิดาบอกว่าเธอต้องการเพียงคนๆ หนึ่งที่รักเธอ และครองชีวิตไปด้วยกันอย่างมีความสุข แดนโต้ว่าคนๆ นั้นควรจะรักเธอเพียงคนเดียวด้วย และบอกว่าความรักของเธอกับชลทิศจะไม่มีวันเป็นความรักที่สมบูรณ์ ภาวิดาไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรอีก เธอได้แต่ร้องไห้สับสน แดนไม่อยากทำให้พี่ต้องไม่สบายใจ จึงต้องยอมรับการตัดสินใจของเธอ
ทางด้านกานต์และรัญชลี หลังจากที่ข่าวของทั้งสองแพร่ออกไป วงการไฮโซก็วิจารณ์กันไปทั่ว พ่อแม่ของรัญชลีไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง พวกเขาเห็นว่ากานต์เป็นคนไม่มีสกุลรุนชาติ รัญชลีปกป้องกานต์ทุกอย่าง และพยายามทำให้กานต์เป็นชายสมบูรณ์แบบอย่างที่ทุกคนต้องการ กานต์เริ่มรู้สึกอึดอัด ไม่เพียงแต่เรื่องฐานะที่แตกต่างกัน แต่ในด้านงานอาชีพ รัญชลีก็เริ่มเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น งานวิ่งเข้ามาหารัญชลีไม่หยุดหย่อน ทำให้กานต์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ยิ่งรัญชลีขึ้นสูง กานต์ก็ยิ่งตกต่ำลง และพ่อแม่รัญชลีก็ยิ่งกีดกันเขามากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ทางด้านภาวิดา ความรักอันหวานชื่นระหว่างเธอกับชลทิศที่เธอเคยหวังไว้ ก็เริ่มกลายเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ มากขึ้นทุกที ไม่เพียงแต่เธอจะต้องปิดบังซ่อนเร้นเรื่องของเธอกับชลทิศแต่คำสัญญาที่ชลทิศ เคยให้ไว้ว่าจะหย่าขาดจากมัทนา ก็ดูเหมือนจะถูกถ่วงเวลาให้เนิ่นนานออกไป ทุกครั้งที่มัทนากลับจากต่างประเทศ ชลทิศจะต้องกลับไปอยู่กับครอบครัว ภาวิดาเหมือนจะเป็นส่วนเกินไปทันทีเธอเริ่มสับสนกับชีวิตของตนเอง
วันหนึ่ง จงรักษ์มาบ้านภาวิดาและได้พบกับแดน จึงชักชวนแดนให้ไปถ่ายแบบ แดนรู้สึกสนุก และอยากหาเงินใช้ จึงยอมรับงาน เขาไม่รู้เลยว่าอาชีพในวงการแสดงนั้นไม่เหมาะกับนิสัยตรงไปตรงมา และถึงลูกถึงคนของเขา ด้วยความที่แดนเป็นคนพูดตรง แม้ว่าจะไม่ได้คิดร้ายอะไรกับใคร แต่ก็ทำให้สื่อมวลชนไม่ชอบ ยิ่งต่อมาเมื่อแดนเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเริ่มมีสาว ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา สื่อมวลชนก็สรุปว่าแดนเป็นคนเจ้าชู้ ถึงกับตั้งฉายาให้ว่า แดนฮวน (แปลงมาจาก ดอนฮวน) และบอกว่าสมแล้วที่แดนและภาวิดาเป็นพี่น้องกัน เพราะพูดไม่ดีและเจ้าชู้เหมือนกัน แดนไม่สนใจคำวิจารณ์ของสื่อมวลชน และไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ในการถ่ายแบบโฆษณา แดนได้พบกับรินรดี หรือริน น้องสาวของรัญชลี เด็กสาววัยรุ่นที่ร่าเริงและคุยเก่ง รินพยายามวางตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ แต่ถึงเวลาเมื่ออยู่กับเพื่อน เธอก็แสดงออกให้เห็นว่าเธอยังเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง รินอยากให้มีชายหนุ่มมาสนใจเธอ แต่ก็รู้จักระมัดระวังตัวไม่ให้ถูกใครตำหนิได้ รินได้รับการชักชวนจากบริษัทโมเดลลิ่งให้มาถ่ายโฆษณา

ครั้งแรกที่รินกับแดนพบกัน ทั้งสองก็รู้สึกดีต่อกัน แต่ต่อมาเมื่อต่างรู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งคือน้องของศัตรูพี่สาวตน ทั้งสองก็เริ่มแสดงตัวเป็นปฏิปักษ์กัน รินกับเพื่อนนางแบบวัยรุ่นของเธอก็จะหาเรื่องแกล้งแดนตลอดเวลา ขณะที่แดนเองก็จะแกล้งรินกลับด้วยวิธีต่าง ๆ กระทั่งครั้งสุดท้าย แดนแกล้งขโมยกุญแจรถรินไปซ่อน ทำให้รินกลับบ้านไม่ได้ รินต้องอยู่ลำพังคนเดียวในตอนกลางคืน รินทั้งโมโหและกลัวจนร้องไห้ แดนซึ่งแอบดูอยู่เริ่มรู้สึกผิด แล้วทันใดก็มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาพูดจาแทะโลมริน และทำท่าเหมือนจะลวนลามริน แดนจึงเข้ามาช่วย แดนต่อสู้กับกลุ่มวัยรุ่น และถูกกลุ่มวัยรุ่นแทง รินพาแดนไปโรงพยาบาล รินรู้สึกประทับใจที่แดนเข้ามาช่วยเหลือเธอ แดนเองก็ขอโทษรินที่แกล้งเธอแรงไป ทั้งสองกลับมามีความรู้สึกที่ดีต่อกันอีกครั้ง

รัญชลีเริ่มรู้สึกว่าน้องสาวผิดปกติไป แต่แม้จะพยายามซักไซร้รินเท่าไหร่ รินก็ปฏิเสธไม่ยอมบอกอะไรทั้งสิ้น เธอได้แต่เก็บความสงสัยไว้

สำหรับกานต์ หลังจากถูกบับคั้นให้ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา เขาก็รู้สึกอึดอัดมากขึ้นจนถึงกับมีเรื่องทะเลาะกับพ่อแม่รัญชลี วันหนึ่งเขาได้พบกับภาวิดาที่สตูดิโอ ภาวิดาซึ่งขณะนั้นกำลังสับสนในเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับชลทิศ เมื่อได้พบกานต์ มันก็ทำให้เธอรู้สึกดี แต่เธอเองก็ยังต้องระมัดระวังท่าทีไม่ให้ทำสิ่งที่ผิดๆ ทั้งสองได้พูดคุยกัน ต่างก็เล่าถึงชีวิตของตนในส่วนที่ดีและปิดบังความทุกข์ไว้ภายในใจ แม้ว่าจะไม่ใช่เป็นการสนทนาที่ตรงไปตรงมานัก แต่ทั้งคู่ต่างก็รู้สึกดี และสัญญาว่าจะติดต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่ห่างหายกันไปเหมือนเช่นก่อน
การพบกันระหว่างกานต์กับภาวิดารู้ไปถึงหูของรัญชลี เธอระแวงว่ากานต์จะกลับไปหา ภาวิดา กานต์ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้กลับไปหาภาวิดา แต่ข่าวเรื่องกานต์กับภาวิดาก็เริ่มมีมากขึ้น รัญชลีตัดสินใจเอาเรื่องที่ภาวิดาคบกับชลทิศไปบอกกับ อัณณ์ นักข่าวบันเทิง เพื่อแก้ข่าวที่ว่าภาวิดาจะกลับมาคืนดีกับกานต์

ข่าวภาวิดาคบกับชายที่แต่งงานแล้วดังไปทั่วทั้งวงการ มัทนากลับจากต่างประเทศ เธอให้ ชลทิศเลือกระหว่างตัวเธอกับภาวิดา ในระหว่างที่ชลทิศกำลังสับสนไม่รู้จะเลือกใคร ลูกของชลทิศก็เกิดป่วยหนัก ชลทิศทุ่มเทเวลาทั้งหมดอยู่กับลูก ตรงนี้เองที่ภาวิดาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วชลทิศยังคงรักครอบครัวของตนเองอยู่ เธอจึงขอเป็นฝ่ายไปจากชลทิศเอง ด้วยความเศร้าโศรกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นภาวิดาไปเที่ยวกับเพื่อนนัก แสดงในผับ คืนนั้นตำรวจบุกเข้ามาจับยาอี และเธอถูกตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ เพราะเพื่อนแอบใส่ยาในเครื่องดืมของเธอ กว่าที่เธอจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ สังคมก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่าเธอเป็นคนไม่ดี ผลที่ภาวิดาได้รับก็คือ ก้องสกุลซึ่งโมโหเธออยู่แล้วเพราะเรื่องชลทิศ ตัดสินใจถอดเธอออกจากละครที่กำลังแสดงอยู่ โดยให้เขียนบทให้นางเองตายกลางเรื่อง และมีนางเอกใหม่เข้ามาแทน

กานต์รู้สึกสงสารภาวิดา และพยายามหาโอกาสพบกับเธอ แต่ภาวิดาไม่ยอมพูดกับเขาเธอสับสนเสียใจ และไม่อยากให้เกิดข่าวในทางลบอีก กานต์กลับไปต่อว่ารัญชลีว่าเห็นแก่ตัว และเป็นคนทำลายภาวิดา รัญชลีคิดว่าภาวิดาพูดใส่ร้ายเธอ ทำให้กานต์โกรธเธอ จึงตัดสินใจไปหาภาวิดาที่บ้าน เพื่อจะต่อว่า แต่สิ่งที่รัญชลีได้พบ กลับทำให้เธอต้องตกใจยิ่งกว่า เธอได้เห็นรินน้องสาวเธออยู่กับแดนในบ้านภาวิดา และทั้งสองมีท่าทางสนิทสนมกันมาก รัญชลีโกรธมาก เธอฉุดกระชากรินจะพาออกจากบ้าน ภาวิดากลับมาพอดี ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง

กานต์ได้รับบทพระเอกคู่กับรัญชลีอีกครั้ง ในเรื่องนี้ กานต์ต้องแสดงร่วมกับ กนกกร ดาราวัยรุ่น กนกกรสนใจในตัวกานต์ทันที เธอคิดว่ากานต์จะเป็นบันไดให้เธอก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้ และเมื่อกานต์กับ รัญชลีทะเลาะกัน กนกกรก็เข้ามาแทนที่ ไม่นานกนกกรก็ตกเป็นของกานต์ กานต์รู้ตัวว่ากำลังทำผิดก็บอกเลิกกับกนกกรทันที แต่กนกกรไม่ยอมง่าย ๆ เธอให้ข่าวเรื่องเธอกับกานต์ รัญชลีไม่พอใจ กานต์ปฏิเสธเรื่องนี้ รัญชลียังลังเลที่จะเชื่อ

สำหรับแดนและริน ความรักของทั้งสองต้องพบแต่อุปสรรค ทั้งภาวิดาและรัญชลีต่างก็ทำทุกอย่างเพื่อกีดกันไม่ให้แดนกับรินได้พบกันอีก รัญชลีได้รู้จักกับ อายุธ นักเรียนนอก ทายาทนักธุรกิจพันล้าน ท่าทางสุภาพและพูดจาดี แต่ก็ซ่อนความเป็นเพลย์บอยไว้ภายใน รัญชลีจึงแนะนำให้อายุธได้รู้จักกับริน เพื่อหวังให้อายุธแยกรินจากแดน
ทางด้านภาวิดา เธอพยายามติดต่อหางานแสดง แต่ทุก ๆ แห่งต่างก็ปฏิเสธเธอ อัศนีรู้เรื่องและรู้สีกเห็นใจ เขาจึงระบุกับบริษัทละครที่เอานวนิยายของเขาไปทำว่า นางเอกที่จะนำแสดงในละครที่ทำจากนวนิยายของเขา จะต้องเป็นภาวิดาเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ขายลิขสิทธิ์นิยายให้ บริษัทจำเป็นต้องยอมรับ ภาวิดาดีใจมาก เธอจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ เพื่อขอบคุณอัศนี แต่ในงานนี้ แทนที่อัศนีจะมีความสุข ภาวิดากลับเห็นเขาร้องไห้ เมื่อเธอถามเขา เธอจึงได้รู้ว่า เขาเพิ่งถูกเอกภพคนรักของเขา ทิ้งเขาไปอยู่กินกับมณฑวรรณ สาวไฮโซ

ภาวิดารู้สึกสงสารอัศนี เธอเข้าใจความสูญเสียของอัศนี เพราะตัวเธอเองก็เพิ่งผ่านมันมาสองครั้ง ภาวิดาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อปลอบใจอัศนี ส่วนอัศนีก็มีความสุภาพอบอุ่นช่วยรักษาความปวดร้าวใจของภาวิดาที่เกิดจาก กานต์และชลทิศ ด้วยความที่ทั้งสองต่างก็เหงาและขาดความรัก ไม่นานต่างก็รู้สึกว่าสามารถทดแทนช่องว่างของกันและกันได้ ภาวิดาเปลี่ยนให้อัศนีกลับมาเป็นชายแท้ และมอบความรักให้แก่กันและกัน เอกภพรู้เรื่องของทั้งสอง ก็พยายามจะกลับมาคืนดีกับอัศนี แต่อัศนียังปฏิเสธอยู่

แดนรู้เรื่องภาวิดากับอัศนี เขาเห็นด้วยเพราะอัศนีเป็นคนดี แต่ตอนนี้เขาเองก็กำลังหนักใจกับปัญหาของตัวเอง รัญชลีผลักดันให้อายุธรุกรินหนักขึ้นทุกที พร้อมกับทำทุกอย่างเพื่อกีดกันแดน จนทำให้เขาไม่ได้ไปร่วมงานวันเกิดของริน รินเริ่มไม่แน่ใจในตัวแดน รัญชลีจึงใส่ความแดนอาจจะเปลี่ยนใจจากรินแล้วก็ได้ และเพื่อให้รินเลิกกับแดนได้เด็ดขาดจริง ๆ รัญชลีจึงให้อายุธจัดส่ง ผู้หญิงไปให้แดน แล้วเธอก็พารินไปดู รินโกรธมาก และประกาศไม่ยุ่งกับแดนอีก

กนกกรสร้างปัญหาใหม่ให้รัญชลีอีก เธอให้ข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของกานต์กับเธอ รัญชลีมาเจรจากับกนกกร แต่เธอกลับต้องตกตะลึง เมื่อกนกกรบอกว่าเธอกำลังมีท้องกับกานต์ พ่อแม่ของรัญชลีโกรธมาก และยืนยันให้รัญชลีเลิกกับกานต์ กานต์ไม่เชื่อว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกเขา รัญชลีให้โอกาสกานต์พิสูจน์เรื่องนี้ กานต์ไปเจรจากับกนกกรของให้พิสูจน์ดีเอ็นเอ ถ้าเด็กในท้องเป็นลูกเขา เขาจะยินดีรับผิดชอบ กนกกรยอมพิสูจน์

ข่าวของกานต์ ทำให้ภาวิดาไม่สบายใจไปด้วย สำหรับภาวิดาแม้ชีวิตของเธอเองจะไม่ได้มีความสุขนัก แต่เธอก็ยังสนใจติดตามข่าวของรัญชลีและกานต์อยู่ตลอด เธอบอกกับอัศนีว่า เพราะเธอกับกานต์เคยรู้จักกัน จึงอดสนใจไม่ได้ แต่อัศนีรู้ว่าภาวิดาไม่ได้รู้สึกเพียงแค่นั้น เมื่อกานต์เอาปัญหาของกนกกรมาเล่าให้ภาวิดาฟัง ภาวิดาก็พร้อมจะเป็นเพื่อน และคอยปลอบโยนให้กำลังใจเขา เพราะสำหรับภาวิดาแล้ว อย่างไรกานต์ก็คือชายที่เธอรักมากที่สุด สำหรับแดน หลังจากพยายามที่จะพบรินหลายครั้ง เพื่ออธิบายความจริง แต่รินก็ไม่ยอมพบ อายุธเองก็คอยขัดขวาง ที่สุดแดนจึงมีเรื่องชกต่อยกับอายุธ หนังสือพิมพ์เข้าข้างอายุธมากกว่าเพราะอายุธรู้จักประจบนักข่าว และแดนเองก็มีภาพลบในสายตาสื่อมวลชนอยู่แล้ว ชื่อเสียงของแดนเสียหายหนักขึ้น

ในระหว่างที่กานต์รอผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอ รัญชลีได้รับการติดต่อจากบริษัทสร้างหนังในฮอลลีวู้ดว่ากำลังหานักแสดงเอเซีย เพื่อร่วมแสดงในภาพยนต์ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่ง รัญชลียอมรับข้อเสนอที่จะทำการทดสอบ แต่เธอก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อรู้ว่าภาวิดาได้รับข้อเสนอด้วย

ภาวิดาและรัญชลีได้พบกัน ภาวิดารู้สึกอึดอัดเมื่อเห็นกานต์มาเป็นเพื่อนรัญชลี อัศนีซึ่งมากับภาวิดาพอจะมองออกว่าภาวิดายังคงรักกานต์อยู่ เขาเริ่มตัดสินใจว่าจะไปจากภาวิดา แล้วคืนหนึ่ง เมื่อภาวิดาเข้าไปในห้องของอัศนีโดยไม่ได้เคาะประตู เธอก็เห็นอัศนีกับเอกภพอยู่ด้วยกันบนเตียง ภาวิดารู้สึกเจ็บปวด เธอโกรธอัศนีที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อเธอ แต่อัศนีกลับบอกว่าภาวิดาต่างหากที่คิดถึงแต่กานต์ ภาวิดาพูดไม่ออก เธอรู้แต่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอัศนีสิ้นสุดลงแล้ว

การคัดเลือกดำเนินไปอย่างเข้มข้น จนใกล้จะถึงวันประกาศผล รัญชลีตัดสินใจว่าเธอจะต้องทำให้ผู้คัดเลือกตัดสินใจเลือกเธอ คืนวันก่อนประกาศผล รัญชลีแอบมาพบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฮอลลีวู้ดที่จะทำการคัดเลือก และยอมเสนอตนเองให้เขา เพื่อหวังว่าเขาจะคัดเลือกตนไปฮอลลีวู้ด เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น รัญชลีกำลังจะกลับ เธอพบว่ากานต์มาดักรอพบเธออยู่ กานต์ตั้งใจจะเอาผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอ ซึ่งระบุว่าเขาไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องมาให้รัญชลีดู แต่เมื่อกานต์รู้ว่ารัญชลีทำอะไร เขาก็รู้สึกเจ็บปวดมาก รัญชลีพยายามบอกว่าเธอทำเพื่อทั้งสอง แต่กานต์บอกว่ารัญชลีทำเพื่อตัวเองเท่านั้น แล้วกานต์วิ่งหนีไป รัญชลีรู้สึกเจ็บปวดที่รู้ว่าได้สูญเสียกานต์ไปแล้ว กานต์เองก็เตลิดหนีไปพักอยู่บนเกาะ จนไม่มีใครติดต่อเขาได้

รัญชลีกลับบ้านพร้อมกับความเจ็บปวด เธอระบายใส่แม่ของเธอ และเผลอพูดเรื่องของแดนกับรินไปด้วย ทำให้รินรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นแผนของรัญชลี รินโกรธมาก และหนีออกจากบ้านไปพบแดน คืนนั้นทั้งสองตกเป็นของกันและกัน รัญชลีออกตามหารินทั้งคืน ในที่สุดก็รู้ว่ารินเข้าพักในโรงแรมกับแดน รัญชลีตามไปที่โรงแรม ได้พบแต่ริน เธอตบหน้าน้อง แล้วพารินตรงไปที่บ้านภาวิดา เพื่อตามหาแดน เมื่อมาถึงบ้านภาวิดา รัญชลีไม่พบแดน จึงทำลายข้าวของในบ้านภาวิดา ภาวิดาโกรธมากแจ้งตำรวจจับรัญชลี แต่รัญชลีกลับแจ้งความกลับว่าแดนข่มขืนริน

ภาวิดาโกรธแดนมาก ด่าว่าแดนอย่างรุนแรง แดนรู้สึกเสียใจ และขับรถหนีไป แดนขับรถเร็วมาก รถแดนเสียหลักชนกับราวสะพานพลิกคว่ำ แดนเสียชีวิตในอุบัติเหตุนี้

เมื่อรู้ข่าวการเสียชีวิตของแดน รินก็รู้สึกเสียใจเป็นที่สุด เธอโทษว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากรัญชลี เธอไม่พูดกับพี่สาวอีก ไม่เพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่ทำให้รัญชลีต้องเจ็บปวด บริษัทจากฮอลลีวู้ดประกาศผลการคัดเลือก ผู้ได้รับการคัดเลือกคือดาราสาวจากฮ่องกง รัญชลีโกรธมาก เธอบุกไปพบกับเจ้าหน้าที่ ได้รับคำตอบว่า เขาต้องคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถทางการแสดง ไม่ใช่ความสามารถบนเตียง รัญชลีได้แต่ตะลึง ทำอะไรไม่ถูก รัญชลีรู้สึกเจ็บปวดมาก เธอต้องการใครซักคนที่จะมาอยู่ข้าง ๆ เธอ และก็รู้ว่าคน ๆ นั้นคือกานต์ กานต์เท่านั้นที่รักเธอจริง
สำหรับภาวิดา การตายของแดนคือความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของเธอ บัดนี้เธอไม่มีใครอีกแล้ว อัศนีก็ทิ้งเธอไป และเมื่อถามถึงกานต์ เขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อไม่มีใครอยู่เคียงข้างเธอ เธอก็รู้สึกว่าชีวิตของเธอไร้ค่า ภาวิดาตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่เดชะบุญที่รัญชลี ซึ่งกำลังตามหากานต์ และคิดว่าเขาจะมาอยู่กับภาวิดา มาถึงพอดีรัญชลีช่วยฃีวิตภาวิดาไว้ได้ทัน

หลังจากพักฟื้นไประยะหนึ่ง รัญชลีก็มาเยี่ยมภาวิดา เธอพยายามขอโทษกับสิงที่เกิดขึ้นทั้งหมด แม้ภาวิดาจะรู้ว่ารัญชลีเป็นคนช่วยชีวิตเธอ แต่ความทุกข์ทรมานที่รัญชลีสร้างไว้ให้เธอมันมากเกินกว่าที่เธอจะยอมรับได้ ภาวิดาต้องสูญเสียน้องชายของเธอ ต้องสูญเสียกานต์ผู้ชายที่เธอรักมากที่สุด รัญชลีทำลายความฝันของเธอ เธอปรารถนาเพียงมีครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่น แต่ทุกอย่างก็สลายไปหมดแล้ว ภาวิดาบอกรัญชลีว่า เธอจะไม่ลืมว่ารัญชลีได้ช่วยชีวิตของเธอไว้ แต่เธอขอร้องว่า อย่าขอให้เธอให้อภัย รัญชลีเลย เพราะมันยากเกินกว่าที่เธอจะทำได้
เมื่อกานต์กลับมาจากต่างจังหวัด และรู้เรื่องการตายของแดน กับการฆ่าตัวตายของภาวิดา กานต์ก็ตรงมาที่โรงพยาบาลทันที กานต์เข้ามาภายในห้อง รัญชลีก็ยืนอยู่ที่นั่น แต่เขาไม่เอ่ยทักรัญชลีเลย กลับตรงมาหาภาวิดา เขาขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับเธอตอนที่แดนเสียชีวิต เพราะเขาไปอยู่บนเกาะตัดขาดจากผู้คน แต่ทันทีที่รู้ เขาก็รีบกลับมา เขาเกือบไม่ได้พบกับภาวิดาอีกแล้ว แล้วกานต์ก็บอกกับภาวิดาว่า เขารู้แล้วว่าคนที่เขาควรจะรักคือใคร คือภาวิดานั่นเอง รัญชลีรู้ว่าเธอไม่มีความหมายอีกแล้วจึงออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

เมื่อภาวิดาออกจากโรงพยาบาลได้ เธอและกานต์ก็ตัดสินใจละทิ้งวงการบันเทิงที่มีแต่ความเจ็บปวดให้เธอ แล้วเดินทางกลับไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษด้วยกัน สำหรับรัญชลีเธอยังคงอยู่ในวงการมายาต่อไป พร้อมกับความเข้าใจในโลกแห่งแสงสีนี้มากขึ้น ทั้งคู่รู้แล้วว่า วงการมายาอาจจะดูน่ากลัว และดูเหมือนเต็มไปด้วยการหลอกลวง แต่หากผู้ใดได้เข้าใจความเป็นไปที่แท้จริงของวงการนี้ เขาก็จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย เพียงแต่เขาต้องมีแว่นวิเศษอันหนึ่ง ที่จะส่องผ่านเข้าไปเห็นความจริงในโลกมายาใบนี้

ผลิตโดย : เอ็กแซกท์

นักแสดงละคร เมืองมายา
คัทลียา แมคอินทอช
นุสบา วานิชอังกูร
ชาคริต แย้มนาม
สัญญา คุณากร
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี

บัลลังก์เมฆ

บัลลังก์เมฆ ภัทราวดี มีชูธน


ปานรุ้ง สมุทรเทวา บุตรสาวคนเดียวของนางคมขวัญเจ้าของกิจการบริษัทสมุทรเทวาเดินเรือ จบการศึกษาจากต่างประเทศ คมขวัญ วาดหวังไว้ว่าบุตรสาวคนนี้จะมารับช่วงดูแลกิจการเดินเรือต่อจากเธอ ในวันเลี้ยงต้อนรับการกลับมา ของปานรุ้ง เธอได้มีโอกาสพบ กติยา เพื่อนสนิทสมัยนักเรียนและเรือโทวาสุเทพ นทีพิทักษ์ คู่หมั้นของกติยา วาสุเทพ หลงรักปานรุ้งจนยอมถอนหมั้นจากกติยามาหมั้นกับปานรุ้งแทน กติยาโกรธแค้นมาก แต่แล้วเมื่อปานรุ้งได้พบกับชูนาม ดิเรกวิทยา เพลย์บอยหนุ่มนักเรียนนอก ที่น่าสนใจและมีชีวิตชีวากว่าวาสุเทพ ปานรุ้งตัดสินใจถอนหมั้นวาสุเทพส่งคืนให้กติยา และแต่งงานกับชูนาม โดยไม่ฟังคำคัดค้านจากคมขวัญ ผู้เป็นแม่เลย

กิจการเดินเรือของคมขวัญเสียหายหนักขึ้น ประกอบกับปานรุ้งให้ชูนามได้เข้ามามีส่วนบริหารงานโดย ไม่รู้ว่าเบื้องหลังชองชูนามนั้นคือนักพนันตัวยง เขาเริ่มเอาเงินมาหมุน หนักเข้าก็ลอบส่งของเถื่อนเพื่อให้หนี้พนัน แต่โชคไม่เข้าข้าง ชูนามกับพรรคพวกถูกจับได้ เพราะเกิดการฆาตกรรมนายช่างฝรั่งขึ้น เมื่อหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ชูนามโดนจับและถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ปานรุ้งเสียใจที่ถูกหลอกโดยสามีที่ตนรัก เธอสำนึกผิดที่ไม่เชื่อแม่ตั้งแต่ต้น แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ตระกูลสมุทรเทวาล้มละลาย ปานเทพ ดิเรกวิทยาบุตรคนแรกของเธอถือกำเนิดขึ้น หากแต่คมขวัญผู้เป็นแม่ ตรอมใจ และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ปานรุ้งล้มละลาย บ้านสมุทรเทวาที่เธออยู่มาตั้งแต่เกิดถูกยึด ปานรุ้งและลูกชายของเธอถูกไล่ออกจากบ้านหลังเสร็จงานศพแม่ ปานรุ้งสัญญากับตัวเองว่าลูกของเธอ จะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและจะต้องไม่มีชีวิตตกต่ำเช่นเธอ

เกื้อ รุประมาณ ลูกชายคนขับรถที่ซื่อสัตย์ของคมขวัญ ผู้ซึ่งหลงรักปานรุ้งตั้งแต่เด็ก พาปานรุ้งกับปานเทพมา อยู่ที่บ้าน แต่ด้วยความเย่อหยิ่งของปานรุ้งทำให้แม่ของเกื้อไม่ค่อยชอบนัก และมักจะมีปากเสียงกันอยู่บ่อยๆ ปานรุ้งอยู่กับเกื้อ จนมีลูกชายด้วยกันอีกคนชื่อ ปรก ปานรุ้งส่งลูกทั้งสองของเธอเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ เกื้อต้องรับจ้างขับรถรับจ้างเพิ่มเติม ส่วนปานรุ้งก็ตัดสินใจหางานทำทั้งๆ ที่เธอไม่เคยต้องลำบากเลยในชีวิต เธอเริ่มทนความลำบากยากจนไม่ไหว ขณะนั้นเองวาสุเทพผู้ที่ยังรักปานรุ้ง อย่างไม่เปลี่ยน แปลงก็เข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง เขายอมทิ้งกติยาและโดมลูกชายคนเดียวของเขา มาอยู่กับปานรุ้งและลูกๆของเธอ เกื้อรู้ตัวดีว่าตัวเองต่ำต้อยแค่ไหน จึงจำต้องปล่อยปานรุ้งไปสู่สิ่งที่ดีกว่า วาสุเทพสัญญาว่าจะดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี

ช่วงสงครามเวียดนาม ปานรุ้งอาศัยบารมีของวาสุเทพช่วยให้มีเส้นสายในวงการทหารอเมริกัน ปานรุ้งจึง เริ่มมีฐานะขึ้นอีกครั้ง เธอยังมีลูกกับวาสุเทพอีก 2 คน คือ ปานวาดและ ปกรณ์ ด้วยความเป็นลูกชายคนเล็ก และเกิดมาพร้อมกับโชคที่ทำให้ชีวิตเธอดีขึ้น ปานรุ้งจึงรักปกรณ์มาก ขณะที่ชูนามอยู่ในเรือนจำ ปานเทพแอบมาพบพ่ออยู่บ่อยๆ เมื่อปานรุ้งรู้เรื่องจึงส่งปานเทพ ไปศึกษาต่อที่อเมริกาทันที

14 ปีผ่านไป ลูกๆ ของปานรุ้งโตเป็นหนุ่มสาว ปานรุ้งตั้งใจจะให้ปานเทพที่เรียนจบบริหารธุรกิจจากอเมริกากลับมาดูแลกิจการ ทั้งหมดของเธอ ปานรุ้งวางแผนขยายธุรกิจของเธอโดยให้ปรก ลูกชายของเธอและนิชา ลูกสาวคุณนายนิรมลนักธุรกิจชื่อดังหมั้นกัน แต่เมื่อคุณนายนิรมลถูกฟ้องล้มละลาย ปานรุ้งจึงยกเลิก การแต่งงานทั้งหมด ปรกและนิชาช่วยกันหาทางออกทั้งคู่ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือ จากเกื้อผู้เป็นพ่อ ซึ่งบัดนี้ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ทำให้ปานรุ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ปานเทพดูแลกิจการทุกอย่างแทนปานรุ้งและได้ปรับปรุงกิจการไปในทิศทางของตน หากแต่ปานรุ้งไม่เห็นด้วย จึงมีปากเสียงกัน ปานเทพตัดสินใจออกจากบ้านไปทำธุรกิจกับชูนามซึ่งพ้นโทษออกมาจากคุกแล้ว

ปานวาดพบรักกับโดมดีเจหนุ่ม ทั้งสองมีความรักให้กันและกันอย่างมากมาย โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าความรัก ของเขาทั้งสองนั้น ดำเนินอยู่บนเส้นทางของความเกลียดชัง เพราะโดมที่แท้จริงนั้นคือลูกชายของกติยา และวาสุเทพ และการที่ทั้งสองได้มีโอกาสพบรักกันนั้น ทั้งหมดเป็นแผนของกติยาที่ต้องการแก้แค้นปานรุ้ง โดยหวังให้โดมทำลายปานวาดและยิ่งกว่านั้น ทั้งคู่เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน สิ่งเลวร้ายนี้จะทำให้ทั้งปานรุ้ง และวาสุเทพต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นเดียวกับที่เธอเป็น

ส่วนปกรณ์ ได้พบรักกับ วิรินทร์ เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ปกรณ์เองกังวลใจมาก เพราะรู้ว่าแม่คาดหวังในตัวเขามาก และจะไม่มีวันอนุญาตให้เขากับวิรินทร์ได้รักกันอย่างแน่นอน เพราะวิรินทร์เป็นเด็กสลัมที่ยากจน ปานรุ้งโกรธมากที่ปรกและนิชาแอบไปแต่งงานกัน เธอจึงลงโทษโดยไล่ทั้งสองคนไปอยู่เรือนเล็ก และต่อว่าเกื้ออย่างหนัก และเธอก็ต้องโกรธมากขึ้น เมื่อรู้ว่าปานเทพไปอยู่กับชูนามผู้เป็นพ่อ ยิ่งไปกว่านั้นปานวาดลูกสาวคนเดียวของเธอ ยังถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย เธอจึงต้องกักบริเวณปานวาดไม่ให้ออกไปไหน

ปานเทพร่วมกับชูนามทำกิจการแชร์ผิดกฎหมาย แต่ถูกจับได้ หุ้นส่วนหักหลังกันเอง ทั้งคู่โดนเจ้าหนี้ตามล่า ชูนามให้ปานเทพกลับมาขอความช่วยเหลือจากแม่ แต่ถูกปฏิเสธ ด้วยความวู่วามปานเทพเผลอทำร้ายปานรุ้ง จนบาดเจ็บ แล้วหนีไป ชูนามถูกฆ่าตายเพราะปกป้องปานเทพ านรุ้งช่วยปานเทพหนีออกนอกประเทศก่อนถูกจับ ทำให้ปานเทพได้รู้ถึงความรักและการให้อภัยจากผู้ที่เป็นแม่แม้ว่าเขาจะทำผิด ต่อแม่มากก็ตาม

ปานวาดตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปกับโดม ทั้งคู่ติดยาเสพติดและตกระกำลำบากกายทรัพย์สินติดตัวที่มีอยู่จนหมด โดมลงแดงต้องการยา ด้วยความรักของปานวาด เธอจึงยอมเป็นผู้หญิงหากิน เพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติดให้โดม เธอไม่กล้ากลับไปหาแม่ เพราะคิดว่าตนเป็นลูกที่ไม่ดี ทำลายความฝันของแม่ วาสุเทพมาตามหาปานวาด ที่บ้านกติยา และได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าเป็นแผนการของกติยา วาสุเทพตกใจมาก ทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ จนเสียชีวิต

ทางด้านปกรณ์นั้น นับวันก็รักวิรินทร์มากยิ่งขึ้น และสับสนเมื่อรู้ว่าแม่ยิ่งคาดหวังกับตัวเขามาก เพราะผิดหวังจาก พวกพี่ๆ แต่ในที่สุดปกรณ์ตัดสินใจยืนยันความรักของตนกับวิรินทร์ ปานรุ้งจำใจต้องจัดงานแต่งงานให้ทั้งคู่ แต่ต่อมาด้วยความที่ปกรณ์ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอจึงเกิดเข้าใจผิด ปกรณ์ระแวงว่าลูกในท้องวิรินทร์ไม่ใช่ลูกเขา วิรินทร์เสียใจและทิ้งปกรณ์ไป ปกรณ์ยอมรับไม่ได้ และโทษว่าเป็นความผิดของแม่ จึงก่อโศกนาฎกรรม ครั้งใหญ่ขึ้นเพื่อให้แม่รู้ว่าความรู้สึกของการที่ต้อง เสียคนที่รักที่สุดไปเป็นอย่างไร ส่วนเกื้อตามหาปานวาด จนพบและพากลับมาหาปานรุ้งด้วยสภาพไม่ปกติ ปานรุ้งรับปานวาดกลับบ้านและรักษาเธอจนอาการค่อยดีขึ้น

ตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ของปานรุ้ง ปิดฉากลงพร้อมกับบทสุดท้ายของชีวิตเธอ ความรักเช่นไรที่จะถูกต้องงดงาม คำถามนี้ยังคงไร้คำตอบ มีทางเลือกอีกมากมายให้ได้ทดลอง และเรียนรู้ ขอเพียงแต่อย่าหยุดที่จะค้นหา และเดินทางไปพร้อมกับหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

บทประพันธ์โดย วาณิช จรุงกิจอนันต์ และ ยุทธนา มุกดาสนิท

ผลิตโดย เอ็กแซ็กท์-ซีเนริโอ

ผู้กำกับ สุพล วิเชียรฉาย

นำแสดงโดย

ภัทราวดี มีชูธน แสดงเป็น ปานรุ้ง

สมบัติ เมทะนี แสดงเป็น วาสุเทพ

สรพงษ์ ชาตรี แสดงเป็น เกื้อ รุประมาณ

กรุง ศรีวิไล แสดงเป็น ชูนาม

สุรศักดิ์ วงษ์ไทย แสดงเป็น ปรก รุประมาณ

ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี แสดงเป็น ปกรณ์ สมุทรเทวา

เล็ก ไอศูรย์ แสดงเป็น ปานเทพ สมุทรเทวา

อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร  แสดงเป็น ปกรณ์ สมุทรเทวา

กำกับการแสดงโดย...ถกลเกียรติ วีรวรรณ

บัลลังก์เมฆ ออกอากาศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2536 – 13 พฤศจิกายน 2536 ทางช่อง 5

เคหาสน์ดาว

เรื่องย่อ

นย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับความละมุนละไมของหัวใจ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าระดับตำนานที่เคยสร้างความประทับใจให้แฟนหนังไทยมาแล้วอย่าง "เคหาสน์ดาว" (2529)

เรื่องย่อ: เมื่อ "บ้าน" ไม่ได้สร้างด้วยอิฐหิน... แต่เริ่มต้นจากความเข้าใจ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "จ๋ม" หญิงสาวสู้ชีวิตที่กำลังตกที่นั่งลำบากจากการโดนไล่ที่ดินเดิม เธอมีความฝันอยากจะสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ให้กับแม่และน้องสาวได้อยู่อาศัยอย่างอบอุ่น โชคชะตานำพาให้เธอได้มาพบกับ "เขียว" สถาปนิกหนุ่มมาดซื่อผู้มีอุดมการณ์ เขาอาสาเข้ามาช่วยออกแบบและดูแลการสร้างบ้านแห่งความฝันหลังนี้ให้กลายเป็นจริง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ

ทว่า... เส้นทางของการสร้าง "เคหาสน์" หลังนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเขียวเองก็มีพันธะหัวใจและปัญหารักต่างชนชั้นกับ "แสนเสน่ห์" แฟนสาวไฮโซที่รักกันมานานแต่พ่อตาไม่ปลื้ม ในขณะที่จ๋มเองก็มี "ปูชนี" นักธุรกิจหนุ่มร่ำรวยโปรไฟล์ดีคอยตามขายขนมจีบและพร้อมจะเนรมิตตึกหรูให้เธออยู่โดยไม่ต้องลำบากสร้างเอง แถมอุปสรรคชิ้นโตยังตามมาซ้ำเติม เมื่อบ้านเดิมของจ๋มถูกไฟไหม้จนหมดตัว และแบบบ้านของเขียวก็ยังต้องเจอปัญหาขัดแย้งกับข้อบังคับของราชการ!

ท่ามกลางความล่มสลายของสิ่งปลูกสร้างรอบตัว และความผันผวนของสถานการณ์หัวใจ... "รังน้อย ๆ" ของจ๋มจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างไร? และความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางอิฐ หิน ปูน ทราย จะเปลี่ยนผันให้ "ความเห็นใจ" กลายเป็น "ความรัก" ได้หรือไม่?

"คำว่า ห่วงหาอาทร... มันมีค่ามากกว่าคำว่ารักและคิดถึง"

เตรียมไปร่วมซาบซึ้งกับบรรยากาศกรุงเทพฯ ในอดีต เพลงประกอบสุดไพเราะที่กินใจ และบทพิสูจน์ความรักอันบริสุทธิ์ของหนุ่มสาวยุค 80s ใน เคหาสน์ดาว (2529) ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณยิ้มตามและอุ่นซาบซ่านไปทั้งหัวใจ... คลิกชมภาพยนตร์ไทยคลาสสิกเต็มเรื่องแบบคมชัดได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลย!

🔗 รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง: เคหาสน์ดาว (2529) -

วังน้ำวน

อาโป  เพียงธาร และ ระริน  เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยที่เรียนโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ทั้งสามทั้งมีความฝันเป็นของตัวเอง อาโปมีฐานะทางครอบครัวดีกว่าเพื่อน เธอฝันว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังเรียนจบ ผิดกับเพียงธารที่มีฐานะยากจน เธอจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวทุกอย่าง ระรินมีความฝันไม่ต่างจากเพื่อนๆ เธอใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนางเอกละคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเธอทั้งสามคิดเหมือนกัน ก็คือการแอบชอบ ต้นสาย  ครูฝึกสอนหนุ่มหน้าตาดีที่เข้ามาฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียน
 
เพียงธารออก หางานพิเศษทำทุกอย่างเพื่อส่งเสียครอบครัว งานแรกคือการเป็นเซลล์ขายเครื่องสำอางค์ ซึ่งทำให้เธอได้พบกับ ทัดดาว จึงถูกชักชวนไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้มีรายได้ดีกว่าเดิม และอาจจะมีโอกาสก้าวสู่การเป็นนางแบบได้ แต่เมื่อระรินรู้ จึงอยากรู้จักทัดดาวด้วย เพื่อหวังว่าตัวเองจะได้เป็นดาราอย่างที่ฝันไว้ วันหนึ่งทั้งสามสาวแอบโดดเรียนไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ แต่อาโปว่ายน้ำไม่แข็งจึงถูกดูดลงไปในใต้น้ำซึ่งเป็นน้ำวน ต้นสายเห็นเข้าจึงกระโดดลงไปช่วยอาโปไว้ทัน ทำให้อาโปรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก ต้นสายมาลาอาโป เพื่อกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจึงเผยความรู้สึกในใจต่อกัน
 
วันหนึ่งขณะที่ต้นสายกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ช่วยระรินที่กำลังถูกพ่อเลี้ยงปลุกปล้ำ ระรินจึงขอเข้ากรุงเทพฯ กับต้นสาย เพื่อไปทำงานกับทัดดาว แต่พอถึงกรุงเทพฯ ระรินกลับติดต่อกับทัดดาวไม่ได้ ต้นสายจึงให้ระรินพักกับตนไปก่อน จนทำให้ทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน อาโปและเพียงธาร รู้สึกผิดหวังมากเพาะคิดว่าต้นสายเป็นคนพาระรินหนี
 
หลังสอบปลายภาค เพียงธารตัดสินใจมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสียครอบครัว อาโปจึงเสนอให้ไปอยู่บ้านป้าพร้อมกับตัวเอง อาโปไปสมัครเรียนภาษาเยอรมันเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อ เลยทำให้เธอได้พบกับ กลางชล ครูสอนภาษาเยอรมัน ส่วนเพียงธารได้ไปทำงานที่ร้านดอกไม้ คุณปอง  อดีตดาราที่เคยเดินทางผิด เธอจึงคอยตักเตือนเพียงธารอยู่เสมอๆ เพราะกลัวว่าเพียงธารจะมีชีวิตที่ซ้ำรอยแบบเธอ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับ สินธู ( นพชัย มัททวีวงศ์ ) นักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย คุณปองก็ยิ่งเป็นห่วงเธอมากขึ้น ระรินถูกสินธู ชักชวนให้เล่นหนังวีซีดี เพราะสนใจในตัวระริน โดยที่ระรินก็เล่นด้วย สินธูอาสาเลี้ยงดูระรินโดยซื้อบ้านให้อยู่ ระรินจึงหนีจากต้นสายมาอยู่กับสินธู
 
ทางด้านเพียงธารเป็นหญิงสาวที่ สินธูหวังครอบครองเป็นเจ้าของ แต่มีคุณปองคอยขัดขวาง กลางชลมีโอกาสได้ใกล้ชิดเพียงธารมากขึ้น เมื่อเพียงธารย้ายออกมาอยู่อพาร์ทเมนท์ตรงข้ามกับบ้านของเขา ทำให้กลางชลเริ่มหวั่นไหว จึงขอหมั้นกับอาโปแล้วชวนกันไปอยู่ที่เยอรมันด้วยกัน แต่อาโปปฏิเสธเพราะยังสนุกกับงานที่ทำอยู่ อาโปนำเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อรถ เป็นจังหวะที่เพียงธารเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะหาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย จึงมาขอยืมอาโป แต่อาโปไม่มี เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจขอยืมสินธู สินธูจึงสั่งให้ลูกน้องนำเงินไปให้ทันที
 
เพียงธารต้องการหาเงินให้ ให้สินธูโดยเร็ว จึงทำงานเพิ่มมากขึ้น กลางชลแนะนำให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของเพื่อน อาโปก็ไปสมัครงานนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่าเพียงธารถูกเลือกแทน เพียงธารนำเงินไปคืนสินธู แต่เขาไม่รับและขอแลกกับการคบกับเพียงธารแทน แต่เพียงธารยังไม่ยอมรับ กลางชลใกล้ชิดกับเพียงธารมากขึ้น โหน่ง  พยายามเตือนอาโป แต่อาโปไม่เชื่อว่าเพื่อนจะทำร้ายเพื่อนได้ ระรินเริ่มออกอาการหึงหวงสินธูมากขึ้นจนเสียการเสียงงาน สินธูวางแผนเปิดกล้องภาพยนตร์ 3 เรื่องพร้อมกัน โดยมี เพียงธาร, อาโป, ระริน นำแสดงในแต่ละเรื่อง โดยวางกลางชลแสดงคู่กับอาโป
 
ระรินติดต่ออาโปให้สินธู แต่หลอกว่ามีฉากวับๆ แวมๆ อาโปจึงปฏิเสธ แต่มารู้ทีหลังวาเป็นหนังชีวิตธรรมดาจึงตอบรับ พออาโปรู้ว่ากลางชลถอนตัวจึงผิดหวังในที่สุดจึงตัดสินใจไม่รับเล่น และก็ยังไม่อยากไปเรียนต่อ กลางชลจึงแนะนำให้อาโปไปเรียนการแสดง จนได้รู้จักกับ แจ็ค ผู้กำกับที่กำลังหานางเอกใหม่อยู่ อาโปได้เจอกับต้นสายอีกครั้ง อาโปจึงแนะนำให้ต้นสายไปเป็นแสตนด์อินในละครที่เธอเล่น อาโปประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากก่าเพื่อนทั้งสอง สินธูคิดจะสร้างหนังใหญ่เรื่อง “วังน้ำวน” โดย พัฒน์ ผู้กำกับต้องการ อาโป มาเล่น เพราะอาโปกำลังได้รับความนิยม แต่สินธูต้องการ เพียงธาร และ ระริน เล่นเรื่องนี้ เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงในสังกัดของเขา พัฒน์เลือกอาโปกับระริน เพราะบทเหมาะกว่า เพียงธารไปหาคุณปอง แต่พบว่าคุณปองฆ่าตัวตาย เพราะเมียหลวงมาอาละวาดที่ร้าน เพียงธารเสียงใจมาก รวมทั้งเห็นอาโปและกลางชลหวานชื่นกัน เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจไปหาสินธู และวันนั้นเธอก็ค้างที่คอนโดสินธูอย่างเต็มใจ จนเพียงธารรู้ว่าตัวเองไม่ได้เล่นหนัง “วังน้ำวน” แล้ว จึงขอสินธูเปลี่ยนตัว ให้เธอได้เล่นเรื่องนี้ เพื่อทำให้ความฝันของคุณปองให้เป็นจริง
 
พัฒน์เลือก อาโป กับ เพียงธาร โดยตัดระรินออกจากหนังเรื่องนี้ ทำให้ระรินเสียใจมาก บังเอิญพระเอกของเรื่องนี้ถอนตัว สินธูจึงไปขอร้องให้กลางชลมาแสดงแทน กลางชลตอบตกลง เพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพียงธาร ทางด้านอาโปจึงเริ่มไม่ไว้ใจเพียงธารมากขึ้นและเริ่มหึงหวงกลางชล เมื่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป ระรินมาอาละวาดกับเพียงธารที่กองถ่ายเรื่องของสินธู กลางชลออกหน้าปกป้องเพียงธาร อาโปน้อยใจกลางชลที่เริ่มตีตัวออกห่าง แจ็ค มาขอให้อาโปกับเพียงธารไปเดินแบบงานแฟชั่นการกุศล พอระรินจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ไปเดินแฟชั่นงานนี้ด้วย
 
ใน งานแฟชั่น กลางชลตัดสินใจบอกเลิกกับอาโป เพียงธาร, อาโป, ระริน ต้องเผชิญหน้ากันในห้องแต่งตัว ทั้งสามทะเลาะกัน เมื่อออกมาหน้าเวทีจึงแกล้งเดินชน แล้วเหยียบเท้ากัน เลยเถิดไปถึงขั้นตบตีกันด้านหลัวเวที สินธูกับกลางชลตามมาช่วย แต่ก็เกิดชกต่อยกันเองเพราะความหึงหวง สินธูดึงเพียงธารไปเคลียร์ปัญหาที่ค้างคากันอยู่ ส่วนระรินถึงกับขาดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล อาโปไม่สามารถเข้าฉากกับเพียงธารและกลางชล ได้อย่างสนิทใจอีกต่อไป หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น
 
ความรักของเพื่อนทั้งสาม ขาดสะบั้นลง เมื่อความรักกลายเป็นวังวน ที่พัวพันรอบตัวพวกเธอ จนไม่สามารถสะบัดหลุดไปได้ จุดจบความรักของทั้งสามจะเป็นอย่างไร พวกเธอจะหาทางออกจาก “วังน้ำวน” แห่งนี้ได้หรือไม่ หรือยังคงหลงอยู่ในวังวนต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

นำแสดงโดย...

ใหม่ เจริญปุระ

มาช่า วัฒนพานิช

ณหทัย พิจิตรา

พิทยา ณ ระนอง

รอน บรรจงสร้าง

ขจรศักดิ์ รัตนวิสัย

วังน้ำวน ออกอากาศเมื่อวันที่  1 พฤษภาคม 2535 – 5 กันยายน 2535

กำกับการแสดงโดย...ยุทธนา มุกดาสนิท

เสน่ห์จันทร์

ในงานฉลองพิธีหมั้นระหว่าง เสน่ห์จันทร์ (ตั๊ก บงกช คงมาลัย) เศรษฐีนีม่ายสาวสวยกับ ดามพ์ (สันติสุข พรหมศิริ) เพลย์บอยหนุ่มถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราที่คฤหาสน์นฤบดินทร์ อันเป็นมรดกตกทอดจากอดีตสามีผู้ล่วงลับของเสน่ห์จันทร์ โดยมีป้าสาย (จารุณี สุขสวัสดิ์) พี่เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ของเสน่ห์จันทร์ คอยจัดการทุกอย่างให้นายหญิงของเธอ และ มานิตย์ (รอง เค้ามูลคดี) คนครัวที่ทำอาหารเก่งที่สุดเป็นผู้ดูแลเรื่องอาหารการกินงานดำเนินไปอย่าง ราบรื่น จนกระทั่งมาถึงช่วงสำคัญของงาน เสน่ห์จันทร์กล่าวเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมดื่มแสดงความยินดีกับเธอ และดามพ์ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีดามพ์ก็เป็นลมล้มฟุบไป ท่ามกลางความตื่นเต้นตระหนกของทุกคน

ดามท์เสียชิวิตลงในเวลาต่อมา ตำรวจสรุปว่าดามพ์เสียชิวิต เพราะมียาพิษในแชมเปญ โรมรัน (กัปตัน ภูเนศ หงษ์มานพ) นายตำรวจหนุ่มฝีมือดีได้รับคำสั่งให้มาดูแลคดีนี้ โดยมี จ่าสมหมาย (ชูศรี เชิญยิ้ม) ตำรวจท้องที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ฆาตรกรรมครั้งนั้นและมิ้ม (ตวง ภัสสรี กังวานพงศ์) เด็กจบใหม่ฝึกงานที่เป็นทั้งคู่กัดและผู้ช่วยของโรมรัน ครั้งแรกที่โรมรันเขาได้พบกับเสน่ห์จันทร์ เขาประทับใจในความงามและความอ่อนหวานของเธอ โรมรันสอบปากคำเสน่ห์จันทร์และแขกผู้มีเกียรติในงานพบว่า คนที่น่าสงสัยที่สุดคือ นาน่า (หลิว มนัสวี กฤตานุกูลย์) นักร้องสาวแฟนเก่าของดามพ์ที่เข้ามาอาละวาดในงาน พร้อมกับขู่เอาชีวิตดามพ์ เพราะโกรธแค้นที่ถูกดามพ์สลัดรัก ทันทีที่นาน่าเห็นตำรวจเธอรีบหนีทันที และทิ้งหลอดยาที่น่าสงสัยลงในชักโครกแต่เธอหนีไม่พ้นและถูกรวบตัวในเวลาต่อ มา นาน่าให้การปฎิเสธว่าไม่ได้ฆ่าดามพ์ เพราะเธอรักเค้ามาก แต่คนที่เธอโกรธก็คือ เสน่ห์จันทร์ ที่เข้ามาแย้งคนรักไปจากเธอมากกว่า แต่พอตำรวจสอบถามว่าในเวลาที่เกิดเหตุเธออยู่ไหน นาน่าก็ให้การสับสน วกไปวนมาอย่างน่าสงสัย โรมรันจึงสั่งให้จ่าสมหมายคอยจับตาดูนาน่าไว้ ต่อมากองพิสูจน์หลักฐานแจ้งว่า ยาที่พบในห้องนาน่า เป็นยาเค ไม่ใช่ยาพิษ นาน่าจึงยอมรับสารภาพว่าเธอติดยา ช่วงที่เธอหายไป เธอแอบเข้าไปเสพยาในห้องน้ำ เธอจึงไม่กล้าสารภาพตั้งแต่ครั้งแรก

โรมรันเอาวีดีโอที่ถ่ายในงานมาตรวจสอบ พบว่านาน่าพูดความจริงเนื่องจากช่วงเวลาที่เธอหายไปไม่มากพอที่จะไปวางยาฆ่า ใคร นอกจากนั้นโรมรันยังพบเบาะแสสำคัญของคดีนี้ด้วย เพราะจากวีดีโอที่ถ่ายไว้ ทำให้โรมรันเห็นว่าในช่วงที่ทุกคนยกแก้วดื่มเพื่ออวยพรนั้น เสน่ห์จันทร์ กับดามพ์แลกแก้วแชมป์เปญกันดื่ม จึงรู้ได้ทันทีว่า เสน่ห์จันทร์ต่างหากที่เป็นเป้าหมายของการฆาตรกรรมครั้งนี้ ไม่ใช่ดามพ์…

โรมรันบอกเรื่องนี้ให้เสน่ห์จันทร์รู้ เธอตกใจเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนคิดฆ่าเธอ โรมรันจึงอธิบายว่าฆาตรกรใส่ยาพิษในแก้วแชมเปญของเธอโดยไม่รู้ว่าเธอจะแลก แก้วดื่มกับดามพ์ ดังนั้นดามพ์จึงเป็นเพียงผู้รับเคราะห์แทนเธอ ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง…

เสน่ห์จันทร์ตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รู้ความจริง ณ วินาทีนี้เธอยังคิดไม่ตกว่าใครกันที่จะปองร้ายเธอถึงชีวิต เธอได้แต่ขอร้องโรมรัน ว่าให้ช่วยสืบหาคนนั้นให้ได้ในเร็ววัน นาน่าให้การกับโรมรันว่า ตอนที่เธอออกมาจากห้องน้ำมี เสี่ยบุญชู (ไพโรจน์ สังวริบุตร) เจ้าของกิจการก่อสร้างรายใหญ่เป็นพยาน เพราะตอนนั้นเสี่ยบุญชูเพิ่งทะเลาะกับเสน่ห์จันทร์เสร็จแล้วเดินสวนออกมา เกือบจะชนเธอ ประจวบเหมาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างของเสน่จันทร์ถูกวางระเบิดอย่างไม่มี สาเหตุ โรมรันจึงเริ่มสงสัยเสี่ยบุญชู เขาถามถึงความขัดแย้งระหว่างเธอกับเสี่ยบุญชู (ตามที่นาน่าเล่าให้ฟัง) เสน่ห์จันทร์ยอมรับแล้วเล่าที้งหมดตามความจริงด้วยน้ำตา

วันเกิดเหตุ เสี่ยบุญชูมาข่มขู่เธอไม่ให้ยื่นซองประมูลโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับแถบ ชายฝั่งทะเลตะวันออกมูลค่าเป็นพันล้านที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า แต่เธอปฎิเสธไม่ขอก้าวก่ายการทำงานของบริษัทฯ เสี่ยบุญชูโกรธมากประกาศจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอไปพ้นทาง ที่สำคัญก่อนจากไปเขาพยายามลวนลามเธอ
โรมรันบอกเสน่ห์จันทร์ว่าคนที่ปองร้ายไม่ยอมวางมือแน่ๆ เตือนให้เธอระวังตัว และให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกับเธอหากเกิดเรื่องอะไรไม่ดีก็โทรหาเขาได้ทุก เมื่อ เสน่ห์จันทร์ซาบซึ้งใจ ป้าสายหัวหน้าแม่บ้านและมีศักดิ์เป็นแม่นมของเสน่ห์จันทร์ไม่ค่อยพอใจ หลังโรมรันกลับออกไป ป้าสายเตือนเสน่ห์จันทร์ว่าอย่าทำตัวสนิทสนมกับโรมรันมากนัก เขาอาจจะเป็นอันตรายกับเธอ เสน่ห์จันทร์บอกป้าสายว่า ไม่ต้องห่วง

ในเวลาต่อมาตำรวจจับมือวางระเบิดได้ ปรากฎว่า…ชื่อไอ้หาญเป็นคนของเสี่ยบุญชู พอดีกับที่มิ้มนำรายงานผลการชันสูตรศพดามพ์ พบว่าดามพ์เสียชิวิตเนื่องจากสารพิษที่ชื่อว่า แคนทาริดีน ออกฤทธิ์ในเชิงกระตุ้นอารมณ์ให้คึกคักแต่ถ้าใส่จำนวนมากทไให้หัวใจวายได้ ในตลาดมืดเรียกตัวนี้ว่า “แมลงวันสเปน”

โรมรันรีบนำหมายค้นไปค้นที่บ้านเสี่ยบุญชูทันที ขณะนั้นเสี่ยบุญชูกำลังมีความสุขกับสาวๆที่บ้าน โรมรันจึงพบไวอากร้า แมลงวันสเปน และยากระตุ้นอื่นๆมากมายตามที่สงสัย เสี่ยบุญชูบอกว่าเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะใช้ยากระตุ้นอารมณ์เพศ ตำรวจจับเชาเช้าคุกเพราะใช้แมลงวันสเปนไม่ได้ โรมรันบอกว่าไอ้หาญรับสารภาพแล้วว่าเป็นคนวางระเบิดบริษัทของเสน่ห์จันทร์ พร้อมกับรุกไล่ถามเรื่องที่มีคนเห็นเขาทะเลาะกับเสน่ห์จันทร์ และลวนลามในวันงาน เสี่ยบุญชูโมโหจนควบคุมตัวเองไมิอยู่ จึงยอมรับว่าเขาทำจริง แต่คนอย่างเขาไม่เคยคิดจะวางยาพิษฆ่าใคร

โรมรันจึงทำได้แค่เพียงแจ้งข้อหาลอบวางระเบิดแก่เสี่ยบุญชู ซึ่งก็ประกันตัวออกไปได้ภายในวันนั้นด้วยเงินและอิทธิพลที่มีอยู่ สิ่งที่ทำให้เขาเชื่อว่าเสี่ยบุญชูไม่ได้เป็นคนลงมือก็คือ นิสัยของเสี่ยบุญชูไม่ใช่คนที่ฆ่าใครด้วยยาพิษ และวางยาพิษในแก้วแชมเปญ น่าจะทำในเวลาก่อนเกิดเหตุไม่นาน เพราะตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีช่วงเวลาอันสั้น ซึ่งคนที่ลงมือน่าจะเป็นคนที่ชำนาญในเรื่องการใช้ยานี้ ไม่ใช่นักเลงอย่างเสี่ยบุญชู แต่ใครล่ะจะเป็นผู้ชำนาญคนนั้น

โรมรันกลับมาได้รับข้อมูลใหม่จากมิ้มว่า หลังจากท่านนายพลสามีของเสน่ห์จันทร์ตายลง ได้ทำพินัยกรรม ยกสมบัติทั้งหมดให้เสน่ห์จันทร์เพียงคนเดียว อลิสา (วรรณษา ทองวิเศษ) น้องสาวโอลด์เมดของท่านนายพลยื่นฟ้องร้องแต่ศาลสั่งยกฟ้องให้อลิสาแพ้คดี ที่สำคัญเธออยู่ที่นั่นในวันเกิดเหตุด้วย ที่สำคัญเธอยังเคยเป็นผู้ช่วยเภสัชกรมาก่อนที่จะเป็นเจ้าของฟาร์มม้า

เสน่ห์จันทร์เล่าว่า ความจริงวันนั้นเธอจำได้ว่า เธอเดินผ่านห้องเก็บแชมเปญ และเธอเห็นใครคนหนึ่งมาด้อมๆมองๆ พอเห็นเธอกับป้าสาย คนๆนั้นก็รีบหลบออกไป อาจจะเป็น อลิสา เพราะเธอเท่านั้นที่เคยเข้าออกบ้านนี้ได้สะดวก โรมรันถามเรื่องคดีมรดกจากเสน่ห์จันทร์แต่เธอไม่ยอมพูดถึง ได้แต่ร้องไห้เมื่อเขาพูดถึงเรื่องมรดกนั้น เขาจึงหันไปสืบเรื่องนี้จากป้าสาย โดยอ้างถึงความปลอดภัยของเสน่ห์จันทร์ ป้าสายเล่าว่า อลิสารักและหวงพี่ชายมาก จึงโทษว่าเสน่ห์จันทร์มาแย่งทุกอย่างไป ทำให้เสน่ห์จันทร์พลอยรู้สึกผิดที่ได้สมบัติทั้งหมดของท่านนายพล ป้าสายเล่าว่าเสน่ห์จันทร์ยอมถึงขั้นยกคอกม้านฤบดินทร์ให้อลิสา แต่อลิสาก็ยังไม่หายโกรธ คอยแช่งให้เสน่ห์จันทร์มีอันเป็นไปอยู่เสมอ แม้กระทั่งวันงาน อลิสายังแต่งชุดดำมาเหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนตาย ป้าสายยังเตือนโรมรันอีกว่าจะทำอะไรให้ระวังตัวด้วย

โรมรันไปหาอลิสาที่คอกนฤบดินทร์ อลิสากำลังขี่ม้าอย่างคล่องแคล่ว เธอสงสัยว่าโรมรันมาหาเธอเพราะอะไร แต่ในที่สุดอลิสาก็จับได้ว่าโรมรันเป็นตำรวจ จึงไล่ตะเพิดเขากลับไป อลิสาโกรธ หาว่าเสน่ห์จันทร์กล่าวหาเธอ โรมรันจึงได้รู้ว่าอลิสาเกลียดเสน่ห์จันทร์จริงๆ

วันต่อมาโรมรันได้รับโทรศัพท์จากเสน่ห์จันทร์ ว่าเธอรู้สึกเหมือนโดนสะกดรอยตาม โรมรันรีบมาช่วย เมื่อเค้าไปถึงก็เห็นอลิสากำลังทำร้ายเสน่ห์จันทร์อยู่ เขาเข้าไปห้ามอลิสาและรวบตัวเอาไว้ได้ในเวลาต่อมา ระหว่างที่โดนจับ อลิสาตะโกนด่าอาฆาตมาดร้ายเสน่ห์จันทร์ราวกับคนเสียสติ เสน่ห์จันทร์กลัวจนตัวสั่น โรมรันจึงนำตัวอลิสาไปกักขังไว้ชั่วคราว อลิสาถูกสอบเครียด เธอยอมรับว่าเกลียดและอยากให้เสน่ห์จันทร์ตาย แต่เธอไม่ได้วางยาพิษ โรมรันยังไม่เชื่อ เพราะว่าสมหมายไปตรวจคอกนฤบดินทร์ พบแมลงวันสเปนที่นั่น

จ่าสมหมายและมิ้มช่วยกันรวบรวมหลักฐานให้โรมรันทำสำนวนคดีเตรียมฟ้องอลิสา ทำให้ได้รู้ว่าแรงจูงใจของเธอคือ ต้องรีบฆ่าเสน่ห์จันทร์ให้ได้ก่อนที่เธอจะแต่งงานใหม่ เพราะหากปล่อยให้เธอแต่งงานไป สมบัติทั้งหมดของนฤบดินทร์จะกลายเป็นสินสมรส โอกาสที่อลิสาจะเอาของของเธอกลับคืนมายิ่งมีน้อยลง อลิสาจึงแอบเข้าไปในห้องเก็บแชมเปญนั้น แล้วใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งนาทีในการวางยาพิษ และแผนของเธอคงจะสำเร็จ ถ้าเสน่ห์จันทร์ไม่แลกแก้วดื่มกับดามพ์ ในช่วงมรณะนั้น

ข่าวจับอลิสาลงหนังสือพิมพ์ พร้อมรายละเอียดต่างๆ พ่อครัวมานิตย์อ่านแล้วพยายามปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมด เค้ารีบออกไปนอกบ้านด้วยอาการพิรุธ แล้วจู่ๆก็มีชายลึกลับโทรศัพท์เข้ามาขู่คนในคฤหาสน์นฤบดินทร์ ว่า “ฉันรู้นะว่าแกเป็นคนฆ่า” ก่อนมันจะแบล็คเมล์ข่มขู่เรียกเงิน โรมรันได้รับโทรศัพท์จากชายลึกลับเช่นกัน บอกว่า เขากำลังหลงทางจับคนผิด อลิสาไม่ได้ฆ่าใคร “ผมรู้ว่าใครเข้าไปในห้องแชมปญก่อนเกิดเหตุ” ถ้าอยากรู้เบาะแสว่าใครคือฆาตรากรตัวจริง

หลังจากวางหูจากชายลึกลับ โรมรันก็ขอให้ตำรวจหาที่มาของปลายสาย มานิตย์กลับมาทำงานปกติเหมือนไม่มีอะไร จนกระทั่งถึงวันนัดหมาย มานิตย์ซึ่งมีอาการเบาหวานขั้นรุนแรง ต้องฉีดอินซูลินก่อนออกจากบ้าน โรมรันมารอที่จุดนัดหมาย แต่คนที่นัดไว้ไม่มา จนจ่าสมหมายรายงานว่า โทรศัพท์ลึกลับที่โทรมาหาโรมรันนั้น มาจากบ้านเสน่ห์จันทร์นั่นเอง โรมรันนำตำรวจบุกไปที่บ้าน ไปจนถึงห้องพักของมานิตย์ที่คฤหาสน์นฤบดินทร์ เมื่อตำรวจบุกเข้าไปในห้องมานิตย์ปรากฎว่ามานิตย์ตายเสียแล้ว มีรอยเข็มและรอยไหม้ตามเส้นเลือดบริเวณหน้าท้องของเขา โรมรันตรวจสอบสภาพในห้องมานิตย์ พบข่าวตัดเกี่ยวกับคดีฆาตรกรรมดามพ์ และมีรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งติดอยู่ในห้องมากมาย โรมรันสั่งให้จ่าสมหมายเก็บไปตรวจสอบ โรมรันสอบถามเรื่องมานิตย์ ไม่มีใครรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเขามากนัก รู้แต่ว่ามานิตย์เคยมีครอบครัวแล้ว มีลูก แต่ถูกเมียที่หย่าขาดกีดกันไม่ให้พบลูกสาว ทำให้เขาเป็นคนเศร้าๆ และชอบเก็บตัว มิ้มสืบเพิ่มเติมอีกจนพบว่า เมียของมานิตย์ต้องการเงินก้อนหนึ่งไปตั้งตัว เพื่อแลกกับลูกสาว มานิตย์จึงต้องการใช้เงิน ประกอบกับความบังเอิญได้เห็นว่าในวันเกิดเหตุใครแอบลงไปในห้องเก็บแชมเปญ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวที่สื่อมวลชนนำเสนอ มานิตย์จึงมั่นใจว่าใครคือ ฆาตรกร เขาจึงโทรไปแบล็คเมย์ ซึ่งคนฆ่ามานิตย์น่าจะเป็นฆาตรกรคนนั้น และแน่นอนว่า ไม่ใช่อลิสา น่าจะเป็นคนในบ้านของเสน่ห์จันทร์เอง

เมื่อโรมรันไปหาเสน่ห์จันทร์ เห็นเสน่ห์จันทร์นั่งร้องไห้อยู่ เธอขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อน เพราะกลัวอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเธอ และแล้วคืนนั้นเธอกับเขาก็มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน เสน่ห์จันทร์ปรับทุกข์กับโรมรันว่า ยิ่งเขาสาวเข้าใกล้ฆาตรกรมากเท่าไร ก็ยิ่งมีคนตายมากขึ้นเท่านั้น เธอไม่อาจทนเห็นใครตายอีกโดยเฉพาะเขา เธอขอให้เขาเลิกโรมรันปฎิเสธว่าเป็นหน้าที่ ขอให้เข้าใจจากหลักฐานล่าสุดที่ได้มา ทำให้โรมรันรู้ว่าอลิสาไม่ได้เป็นคนทำร้ายเสน่ห์จันทร์จริงๆ และสาเหตุที่อลิสาบุ่มบ่ามไปหาเสน่ห์จันทร์ในวันนั้นเพราะจะไปตกลงกับเสน่ห์ จันทร์เรื่องคอกม้าของเธอ แต่บังเอิญไปเจอเข้ากับป้าสายเข้าเสียก่อน อลิสาจึงคอบคุมสติอารมณ์ไม่ได้เมื่อเจอหน้าเสน่ห์จันทร์ในเวลาต่อมา

ป้าสาย คนรับใช้ผู้ภักดี เคยมีคดีกับอลิสามาก่อน และยิ่งเมื่อสืบทราบว่า ป้าสายจะเกลียดทุกคนที่ไม่เชื่อฟังเธอโดยเฉพาะดามพ์ ก็ยิ่งทำให้โรมรันเริ่มเข้าใกล้ตัวฆาตรกรมากขึ้นทุกที

โรมรันนำตัวป้าสายมาสอบปากคำอย่างหนัก ในที่สุด ป้าสายก็รับสารภาพว่าเป็นคนฆ่ามานิตย์ ที่รู้ว่าเธอเป็นคนวางยาพิษดามพ์ และคิดจะแบล็คเมล์เธอ เสน่ห์จันทร์ตกใจที่ป้าสายพูดออกมาเช่นนั้น เธอแทบไม่เชื่อหู แต่ป้าสายยืนยันกับโรมรันว่าไม่ได้คิดจะทำร้ายเสน่ห์จันทร์ แต่ต้องการกำจัดดามพ์ ตำรวจพบแมลงวันสเปนอยู่ในห้องป้าสาย ตำรวจนำป้าสายเข้าคุก อลิสาได้รับการปลดปล่อยตัวเป็นอิสระ เธอยังคงเครียดแค้นเสน่ห์จันทร์อยู่เหมือนเดิม

เช้าวันต่อมา จ่าสมหมายแจ้งให้โรมรันรู้ว่าป้าสายเสียชีวิตแล้วด้วยการดื่มยาพิษที่แอบ เข้ามา เสน่ห์จันทร์กอดศพป้าสายร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา โรมรันอยู่เคียงข้างเธอเพื่อปลอบโยน เขาได้รับความผูกพันระหว่างเธอและป้าสายมากขึ้น เมื่อเขาเป็นเพื่อนเธอนำกระดูกของป้าสายไปเก็บที่วัด ที่เดียวกับที่เก็บอัฐิน้องสาวของเสน่ห์จันทร์

คดีปิดลง ท่ามกลางความโล่งใจของทุกฝ่าย ยกเว้นโรมรัน เพราะสิ่งที่เขาคาใจก็คือ ทำไมฆาตรกรอย่างป้าสายที่จงรักภักดีต่อนายหญิงถึงได้ยอมเสี่ยงเอาชีวิตของ นายหญิงเป็นเดิมพัน ในการวางยาพิษครั้งนี้
เธอรู้ได้อย่างไรว่านายหญิงของเธอจะสลับแก้วดื่มกับว่าที่สามี ณ วินาทีมรณะนั้น เธอไปรู้เรื่องแมลวันสาปนั้นได้อย่างไร หรือเธอมีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงหรือเธอรู้อะไร ที่ใครไม่เคยล่วงรู้…

รายชื่อนักแสดง เสน่ห์จันทร์
บงกช คงมาลัย รับบท เสน่ห์จันทร์
ภูธเนศ หงษ์มานพ รับบท รมรัน
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท ป้าสาย
สันติสุข พรหมศิริ รับบท ดามพ์
ไพโรจน์ สังวริบุตร รับบท เสี่ยบุญชู
ภัสสรี กังวานพงศ์ รับบท มิ้ม
มนัสวี กฤตนุกูลย์ รับบท นาน่า
วรรณษา ทองวิเศษ รับบท อลิสา
รอง เค้ามูลคดี รับบท มานิตย์
ชูศรี เชิญยิ้ม รับบท จ่าสมหมาย
ดารุณี กฤตบุญญาลัย รับบท สมสมัย
วราพรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท เอกกะรัต ในละครเสน่ห์จันทร์

เสน่ห์จันทร์ ช่อง 5 ออกอากาศ 14 มี.ค. 47

สัญญาณลวง

 

สัญญาณลวง
สัญญาณลวง (ประพันธ์ กรุ๊ฟ) ออกอากาศทาง ช่อง 5 ปี 2538 (กันตนา)

นำแสดงโดย.. อภิรดี ภวภูตานนท์, เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล, แอน ทองประสม, จุฬาลักษณ์ ดวงฤทธิ์, ปริญญา ปุ่นสกุล, ศิตา เมธาวี, ปวีณา ชารีฟสกุล, กังสดาล สุขแก้ว, บริบูรณ์ บูรณะวัฒน์, จอย กิตติยา, เนาวรัตน์ ยุกตนันท์, วาสนา สิทธิเวช, อานนท์ สุวรรณเครือ, พรสุดา ต่ายเนาว์คง, วันชัย เผ่าวิบูล

รักในรอยแค้น

รักในรอยแค้น


บำรุง ธานินทร์นิมิตร ( พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ) และวัชระ นิเวศวัตร ( สันติสุข พรหมศิริ ) ต่างก็เคยเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเลงตอนหนุ่ม ๆ แต่เพราะความเข้าใจผิดจึงทำให้ทั้งสองกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่มีวันจะ ยอมลงให้กันได้…

18 ปี ผ่านไปต่างฝ่ายต่างก็ดำเนินธุรกิจจนมีชื่อเสียงร่ำรวย ครอบครัวของบำรุงจัดว่าเป็นครอบครัวนักธุรกิจตัวอย่าง ด้วยความเป็นคนรักครอบครัวและความเป็นนักสังคมของ ฉัตรสุดา ( กาญจนา จินดาวัฒน์ ) ภรรยาของบำรุง ทำให้ครอบครัวธานินทร์นิมิตร เป็นที่รู้จักและมีความสุขมากครอบครัวหนึ่ง

โดย บำรุงมีอารักษ์ ( ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ ) ลูกชายคนโตที่หวังจะเจริญรอยตามอย่างพ่อ คอยช่วยเหลือบำรุงต่าง ๆ ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์และนิสัยที่ชอบใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหาของ อารักษ์ จึงทำให้อารักษ์มักจะถูกบำรุงตำหนิติเตียนอยู่เสมอ บำรุงเองลึก ๆ ก็หวังว่าสักวันหนึ่งเขาอยากให้อารักษ์มาทำหน้าที่แทน ตนเองจึงค่อนข้าง งวดกับอารักษ์มาก

ผิดกับอิงอร ( แน้ท – เอวิตรา ศิระศาสตร์ ) ลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบการศึกษาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และกลับมาร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายของออกแบบตกแต่งบ้าน บำรุงไม่ต้องการให้องอรเข้ามาร่วมรับรู้ความเป็นไปในแวดวงธุรกิจที่ตนเองทำ อยู่ ซึ่งตรงกับความต้องการขององอร ผิดกันที่ว่าองอรก็ต้องการให้บำรุงวางมือและหันมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเช่น กัน

ทางด้านครอบครัววัชระ หลังจากเหตุการณ์รถคว่ำที่ทำให้เขาต้องสูญเสียภรรยาสุดที่รักไป วัชระปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของบำรุงที่ต้องการแก้แค้นเขา วัชระเหลือเพียงพัดยศ ( ป้อง – ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ) ลูกชายคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฎิหารย์จากเหตุการณ์ดังกล่าว

พัด ยศมี กรุณา ( เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ) เลขานุการเก่าของบำรุงที่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอเองก็มีส่วนต้อง ร่วมรับผิดชอบ กรุณาจึงมาอยู่กับวัชระและเลี้ยงดูพัดยศ จนพัดยศจบการศึกษากลับมาจากอเมริกา แต่ด้วยความเป็นคนรักสงบ อ่อนโยน และรักศิลปะเหมือนแม่ซึ่งแตกต่างจากวัชระโดยสิ้นเชิง ทำให้ทั้งสองพ่อลูกมักจะมีเรื่องถกเถียงกันบ่อย ๆ

ท่าม กลางความพยายามที่จะประสานรอยร้าวของกรุณา และวังธวัช ( กริช หิรัญพฤกษ์ ) เด็กที่วัชระเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก เพราะต้องการให้เป็นทั้งเพื่อน พี่และบอดี้การ์ดของพัดยศ ทั้งสองรักและเข้าใจกันเหมือนพี่น้องที่เกิดมาจากพ่อแม่เดียวกัน วังธวัชเองพยายามให้พัดยศเข้าใจวัชระ จนกระทั่งเกิดเหตุลอบยิงวัชระแต่พลาด ทำให้วัชระต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล พัดยศได้รู้จากวัชระในวันที่วัชระฟื้น ถึงสาเหตุที่แท้จริงที่เขาไม่ยอมยกโทษให้บำรุง นอกจากความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจแล้ว ยังเป็นเพราะวัชระ เชื่อมาตลอดเวลาว่าบำรุงคือคนที่ฆ่าแม่ของพัดยศ

พัดยศตัดสินใจเข้า ช่วยงานของพ่อ ด้วยความเป็นคนอ่อนโยน จริงใจ และฉลาดของพัดยศทำให้ธุรกิจต่าง ๆ เหมือนจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น จนแม้กระทั่งบำรุงก็ต้องยอมรับความสามารถของพัดยศอยู่ลึก ๆ และยิ่งทำให้อารักษ์ยิ่งเกลียดพัดยศมากขึ้นไปอีก

และแล้วเหตุการณ์ ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เมื่อพัดยศและองอรได้พบและรักโดยต่างฝ่ายไม่รู้เลยว่าครอบครัวของทั้งสอง เป็นศัตรูกัน ในงานเลี้ยงคืนหนึ่ง บำรุงอนุญาตให้องอรพาเพื่อนสนิทที่องอรบอกว่าอยากแนะนำให้พ่อรู้จักมาพบ บำรุงเพิ่งรู้ว่าคนที่ลูกของตนหลงรักคือพัดยศ และด้วยความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจ ประกอบกับความเข้าใจผิดที่อารักษ์พยายามกรอกหูบำรุงว่าพัดยศเป็นคนไม่ดี เพราะอารักษ์อิจฉาพัดยศที่แม้แต่บำรุงพ่อของเขาก็ดูเหมือนจะชอบพัดยศอยู่ลึก ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกของศัตรู

ทั้งหมดนี้ทำให้บำรุงเข้าใจว่าพัดยศ จงใจมาหลอกองอรเพื่อหวังผลประโยชน์ในเรื่องธุรกิจ บำรุงสั่งห้ามองอรไม่ได้คบกับพัดยศอีกเด็ดขาด แต่เหมือนยิ่งห้ามก็ยิ่งยุ ท่ามกลางความแค้นและความขัดแย้งของทั้งสองตระกูล ความรักของพัดยศองอรยิ่งกระชับแน่นมากขึ้น ๆ พัดยศกลับพยายามจะพิสูจน์ให้บำรุงและคนในครอบครัวขององอรเห็นถึงความตั้งใจ จริงของเขา และเห็นถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่เขามีต่อองอร

เขาและ องอรหวังลึกๆว่าความรักของเขาจะสามารถทลายกำแพงความแค้นที่ทั้งสองตระกูลมี ต่อกันลงไปได้ แม้จะต้องทำให้เขามีปากเสียงกับวัชระพ่อของเขาก็ตาม ในที่สุดความพยายามของพัดยศก็เห็นผล เมื่อพัดยศสามารถเจรจากับเจ้าของที่ดินผืนสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต่างพยายาม แย่งซื้อมาได้สำเร็จ ที่ดินผืนนี้หมายถึงศักดิ์ศรีที่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมลงให้กัน เจ้าของยอมขายที่ดินนั้นให้พัดยศเพราะเห็นถึงความตั้งใจและความรักอันยิ่ง ใหญ่ที่เขามีต่อองอร

พัด ยศตั้งใจที่ใช้ที่ดินผืนนี้เป็นข้อยุติปัญหาทุกเรื่องโดยเขาตั้งใจจะมอบ ที่ดินผืนนี้ให้องอร เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของเขา วัชระพยายามคัดค้านทุกวิถีทางแต่พัดยศก็ไม่สนใจ การเจรจาระหว่างพัดยศและบำรุงน่าจะดำเนินการผ่านไปได้ด้วยดี ถ้าไม่ถูกวัชระวางแผนซ้อนเสียก่อน วัชระวางแผนให้บำรุงเข้าใจพัดยศผิด ว่าสาเหตุแท้จริงที่พัดยศยอมมอบที่ดินให้องอรเพราะพัดยศมีความหวังว่า สักวันหนึ่งเมื่อเขาและองอรแต่งงานกัน ทุกอย่างก็ต้องกลับกลายมาเป็นของนิเวศวัตรอยู่ดี บำรุงโกรธมากที่ถูกเด็กรุ่นเล็กอย่างพัดยศหลอก จึงปฎิเสธไม่มีการเจรจาต่อรองใดใดทั้งสิ้น ไม่ว่าพัดยศจะพยายามอธิบายถึงเหตุผลที่แท้จริงของตนอย่างไร

จน กระทั่งวันหนึ่งระหว่างการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย พัดยศไว้ชีวิตอารักษ์และตนเองเป็นฝ่ายบาดเจ็บ ทำให้อารักษ์เริ่มมองพัดยศในมุมต่างจากที่เคยมอง อารักษ์เริ่มเห็นใจในความรักที่มั่นคงของทั้งคู่ ในที่สุดอารักษ์ตัดสินใจจะช่วยให้พัดยศและองอรได้สมหวัง โดยแลกเปลี่ยนกับที่ดินผืนสำคัญนั้นซึ่งพัดยศยินดีที่จะมอบให้องอรเพื่อแสดง ความบริสุทธิ์ใจของเขา

แต่แล้วแผนการณ์ทั้งหมดก็ล้มเหลวลงในวินาที สุดท้าย เพราะวรเชษฐ์ ( ว่าน – ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง ) ลูกชายนายทหารเพื่อนบำรุงที่มาติดพันองอรรู้ข่าวและเข้าไปห้ามทำให้เกิด เหตุการณ์ไม่คาดฝัน วังธวัชเข้ามาบังกระสุนที่วรเชษฐ์จงใจยิงใส่พัดยศ วังธวัชตาย พัดยศและวรเชษฐ์แย่งปืนกัน ทำให้ปืนลั่นถูกอารักษ์ตายในที่เกิดเหตุ พัดยศถูกวรเชษฐ์ใส่ความว่าเป็นฆาตรกรที่ฆ่าคนทั้งสอง เขากลายเป็นฆาตรกรคดีอุฉกรรจ์ที่ทั้งคนของฝ่ายบำรุงและตำรวจต้องการตัว

ด้วย ความสนใจและโกรธแค้น บำรุงเชื่อวรเชษฐ์และสั่งตามล่าตัวพัดยศให้ได้ พัดยศต้องหนีการตามล่าหัวซุกหัวซุนจนเกือบจะถูกจับได้หลายครั้ง แต่เพราะมีองอรและเมธาวี ( ศิรนุช โรจนเสถียร ) เพื่อนขององอรคอยแอบส่งข่าวช่วยพัดยศ จึงทำให้พัดยศรอดพ้นมาได้ จนกระทั่งองอรถูกบำรุงจับได้และกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในห้อง ไม่ให้องอรติดต่อกับใครทั้งสิ้น

บำรุงทำทุกอย่างที่จะให้องอรเลิก รักพัดยศ เพราะคิดและเชื่อตลอดเวลาว่าพัดยศเป็นคนผิด บำรุงยอมรับหมั้นวรเชษฐ์ให้องอร เพราะหวังจะให้องอรตัดใจเลิกคิดหวังที่จะรักกับพัดยศ แต่กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้องอรหนีออกจากบ้านไปหาพัดยศที่หัวหิน ด้วยความคิดถึงและความรักที่มีต่อกัน พัดยศและองอรเป็นของกันและกัน

บำรุง ตามไปเอาตัวองอรกับมาได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น และจงใจทิ้งการ์ดงานแต่งงานขององอรและวรเชษฐ์ไว้ เพื่อให้พัดยศเดินเข้าไปให้ตนได้แก้แค้นอย่างสาสม พัดยศตัดสินใจไปหาบำรุงทั้ง ๆ ที่รู้ว่าบำรุงจงใจวางแผนล่อให้ตนเองเดินเข้าไป โดยไม่ฟังคำท้วงติงของกรุณาและวัชระ เขาเชื่อว่าความรักอันบริสุทธิ์และความจริงใจที่เขามีต่อองอรและคนในครอบ ครัวของเธอ จะช่วยทำให้เขาผ่านพ้นอุปสรรคและความโกรธแค้นต่าง ๆ ไปได้

แล้ว เมื่อวันนั้นมาถึง…พัดยศกับองอรจะใช้ความรักของเขาและเธอ เอาชนะความแค้นของทั้งสองตระกูลไปได้หรือไม่ พัดยศจะต้องตายด้วยกระสุนของบำรุงเหมือน “รักในรอยแค้น” เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว หรือไม่ ติดตามชมละคร “รักในรอยแค้น“

ตารีบุหงา

ตารีบุหงา

รศ. 123 ณ แผ่นดินสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ขุนอัฐบริรักษ์ ข้าราชการหนุ่ม ถูกส่งตัวไปช่วยดูแลมณฑลทางใต้ ทำให้เขาได้พบกับบุหงา สาวงามผู้อ่อนหวาน ลูกสาวของนายหัว ผู้ปกครองเกาะลั่นทม และที่นี่เอง… ที่ก่อให้เกิดตำนานแห่งความรัก ความหลัง และความสะเทือนขวัญ จนเป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมา

ในงานต้อนรับข้าหลวงคนใหม่ บุหงา ( บุษกร พรวรรณะศิริเวช ) ได้ออกมารำ “ตารีบุหงา” จนเป็นที่ประทับใจต่อ ขุนอัฐ ( จอนนี่ แอนโฟเน่ ) กลายเป็นรักแรกพบต่อกัน แล้วไม่นานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็แนบแน่นลึกซึ้งขึ้น แต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง เมื่อขุนอัฐถูกเรียกตัวไปราชการด่วน และถูกนายหัว กับ ฆาเยาะห์ ( ภาณุเดช วัฒนสุชาติ ) หนุ่มผู้หลงรักบุหงากีดกัน ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกัน แต่ก่อนจาก ทั้งสองได้แลก “กริช” แก่กัน และใช้กริชนั้นกรีดเลือดที่ฝ่ามือเป็นการสาบานว่าต่างฝ่ายต่างได้มอบชีวิต ไว้ให้แก่กัน ขุนอัฐให้สัญญากับบุหงาว่าจะกลับมารับเธอไปอยู่ด้วยใน วันแรม 15 ค่ำ หรือวันส่งผีตายาย

บุหงาตั้งตาคอยขุนอัฐด้วยความหวัง แต่แล้วนายหัวกลับบังคับให้เธอแต่งงานกับฆาเยาะห์ ในวันเดียวกับที่ทั้งคู่นัดหมายกัน ท้องฟ้าเกิดปั่นป่วน แต่ฆาเยาะห์ยังคิดรวบรัดบุหงา บุหงาขัดขืน โดยใช้กริชแทงฆาเยาะห์ และหนีออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือของ ค่อม ( ไกรลาศ เกรียงไกร ) บ่าวรับใช้อัปลักษณ์ผู้ภักดี บุหงาไปที่หาดซึ่งเป็นสถานที่นัดหมาย ส่วนค่อม ถูกพวกของฆาเยาะห์ ซึ่งมี เอียด กล่ำ และรัญจวน ( ฟร้อนท์ มอนโกเมอรี่ ) ชู้รักของฆาเยาะห์จับตัวไว้ คืนนั้นค่อมถูกทรมานอย่างหนัก ค่อมจึงสาปแช่งว่าจะกลับมาจองเวรทุกคนที่ทำกับมันไว้ ทางด้านบุหงาที่รอคอยขุนอัฐแต่ไร้วี่แวว จนฆาเยาะห์ตามมาทัน ก็หมดทางที่จะหนีต่อไป จึงตัดสินใจใช้กริชที่เคยใช้สาบานรักแทงตัวตาย ขณะที่ท้องฟ้าเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงพอดี

ปี 2547 ร้อยปีผ่านไป วิญญาณของบุหงายังคงวนเวียนอยู่ที่หาด บนเกาะลั่นทม เพื่อรอคอยชายคนรักจนชาวบ้านร่ำลือว่าเป็น “หาดนางรอ” และปีนี้ก็เป็นปีที่บ่วงกรรมจะกลับมาย้อนรอยเดิมอีกครั้ง อัษฎา ( จอนนี่ แอนโฟเน่ ) ผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ มีคนรักชื่อ กุลจิรา ( อริศรา วงษ์ชาลี ) แต่ความรักของทั้งคู่เหมือนมีอะไรมาขวางกั้น เพราะลึกๆ แล้วอัษฎารู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังรอเขาอยู่ อัษฎามีความฝันซ้ำซากเกี่ยวกับผู้หญิง กริช และเลือดมาตลอด ยิ่งใกล้วันแรม 15 ค่ำ ความฝันนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที และรอยแผลเป็นที่ฝ่ามือซึ่งมีติดตัวมาตั้งแต่เกิดก็เริ่มเจ็บปวดขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ

จนวันหนึ่ง โชคชะตาได้พาให้เขากลับมาที่เกาะลั่นทมอีกครั้ง เมื่อกำนันด้วง ( สีหนุ่ม เชิญยิ้ม ) นำที่ดินที่หาดนางรอมาเสนอขาย อัษฎาจึงตัดสินใจไปสำรวจที่ดินที่เกาะลั่นทม เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คุ้นเคย กำนันด้วงกำชับ นายนุ้ย ( วิชัย จงประสิทธิ์พร ) ลูกน้องคนสนิทว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องบนหาดให้อัษฎารู้เด็ดขาด โดยไม่สนคำเตือนของ แม่เฒ่าจันทร์ ( ฉันทนา กิติยะพันธ์ ) หมอดูประจำเกาะที่ทำนายว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นระหว่างที่สำรวจเกาะอยู่ อัษฎาก็ได้ยินเสียงเพลงคุ้นหู ซึ่งนำพาเขาไปสู่เรือนมนิลา ทำให้เขาได้พบกับบุหงาโดยไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่เหมือนว่าเขาเคยรู้จักเธอมาก่อน บุหงาเองก็เฝ้ารอวันที่อัษฎาจะจำอดีตได้ เพื่อทวงสัญญาที่เขาได้มอบชีวิตให้แก่เธอ

วิทย์ ( คงกะพัน แสงสุริยะ ) เพื่อนรักหุ้นส่วนของอัษฎาคัดค้านเรื่องซื้อที่บนเกาะลั่นทม แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ความตั้งใจของอัษฎาที่จะสร้างเป็นรีสอร์ท วิทย์จ้างทีมงานมาคุมการก่อสร้าง แต่ผู้ที่มากลับกลายเป็นพวก คชา ( ฆาเยาะห์ ), อ่ำ ( เอียด ), กล้า ( กล่ำ ) และรัญญา ( รัญจวน ) แทน ซึ่งการมาของคนกลุ่มนี้มีจุดประสงค์เพื่อตามหากริช ตามคำสั่งของ คุณเผ่า ทายาทตระกูลบริรักษ์ ลูกหลานของขุนอัฐ ที่ทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อตามหากริชคู่ของต้นตระกูลกลับคืนมาอัษฎาเวียนมาหา บุหงาทุกวัน และฟังเรื่องที่เธอเล่าเกี่ยวกับคนรักเก่าที่หายไปของเธอ วิทย์เริ่มสงสัยที่อัษฎาหายไปทุกคืน จนได้เห็นรูปวาดบุหงาที่อัษฎาสเก็ตไว้ คชากลัวอัษฎาจะได้กริชไปจึงคิดวางแผนฆ่า จนบุหงาไม่อาจทนนิ่งเฉยต่อไปได้ เพราะหากอัษฎาตายเพราะคนอื่น เธอก็จะไม่ได้วิญญาณของเขาไป

ในคืน หนึ่งคชาลอบเข้าไปในห้องพักของอัษฎาเพื่อฆ่าปิดปาก แต่หลังจากใช้เชือกรัดคออัษฎาจนสิ้นลมแล้ว คชาก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าศพนั้นกลายเป็นอ่ำลูกน้องของตน วิทย์ขอร้องให้แม่เฒ่าจันทร์เล่าเรื่องตำนานเกี่ยวกับคำสาป และวิญญาณหญิงสาวที่รอคอยคนรักให้ฟัง ซึ่งหลังจากที่วิทย์ได้รูปหญิงสาวในตำนานจากกำนันด้วงมา ก็จำได้ว่าเป็นคนๆ เดียวกับรูปที่อัษฎาสเก็ตภาพไว้ ทำให้เริ่มแน่ใจว่า “บุหงา” ก็คือวิญญาณที่รอคอยคนรักอยู่ และคนที่เธอรออยู่ก็คือ “อัษฎา” วิทย์หาทางที่จะพิสูจน์ว่าบุหงาไม่ใช่คน จนทำให้ทะเลาะกับอัษฎารุนแรง แต่ขณะที่อัษฎาและบุหงากำลังจะมีความสัมพันธ์กัน อัษฎาเริ่มมองเห็นอดีตของตัวเอง เพราะมนต์ของบุหงาเริ่มเสื่อม อัษฎาตกใจที่ได้เห็นหน้าที่แท้จริงของบุหงา และรู้ความจริงในที่สุด

วิทย์ และแม่เฒ่าจันทร์ช่วยพาอัษฎาหนีออกจากเกาะ แต่เขากลับสลัดภาพในความทรงจำทิ้งไปไม่ได้ อัษฎาพยายามปิดบังไม่ให้กุลรู้เรื่องบุหงา แต่วิญญาณของบุหงาตามมาอาละวาด และเข้าสิงร่างของกุลแทน เพื่อที่ตนเองจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับอัษฎา อัษฎาไปค้นประวัติตัวเอง จนรู้ว่าตัวเองคือขุนอัฐเมื่อชาติที่แล้ว อัษฎาตัดสินใจกลับไปเพื่อจะไปล้างพันธะสัญญาและปลดปล่อยวิญญาณบุหงาให้เป็น อิสระ จึงนำกริชคู่ซึ่งเป็นของขุนอัฐและบุหงาไปด้วย แต่คชากลับเข้ามาขวาง จนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ บุหงาได้เป็นเจ้าของวิญญาณอัษฎาสำเร็จ ส่วนร่างของอัษฎานอนหลับเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ ถ้าผ่านวันแรม 15 ค่ำไปแล้ว อัษฎายังไม่ฟื้นขึ้นมา จะต้องหลับไปตลอดกาล

กุล และวิทย์จะทำอย่างไร เมื่อวิญญาณอัษฎาอยู่ในมือของบุหงา และบุหงาคงไม่ยอมปล่อยวิญญาณของอัษฎาไปง่ายๆ หลังจากการรอคอยเป็นร้อยปีได้สำเร็จสมดั่งใจ แต่การรอคอยของ กุลและวิทย์เพิ่งจะเริ่มขึ้น…

รายชื่อนักแสดงละคร ตารีบุหงา

จอนนี่ แอนโฟเน่ แสดงเป็น อัษฎา ( ขุนอัฐ )
บุษกร พรวรรณะศิริเวช แสดงเป็น บุหงา
อริศรา วงศ์ชาลี แสดงเป็น กุลจิรา
คงกระพัน แสงสุริยะ แสดงเป็น วิทย์
ภาณุเดช วัฒนสุชาติ แสดงเป็น คชา ( ฆาเยาะห์ )
ฟร้อนท์ มอนโกเมอรี่ แสดงเป็น รัญญา ( รัญจวน )

อารีดัง

อารีดัง


อารีดัง เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้น ในระหว่างสงครามเกาหลีปี 2496 ระหว่างนายทหารไทย และสาวเกาหลี ที่ต้องพลัดพรากจากกันเมื่อสงครามจบไปแล้ว ภูผาจะต้องกลับประเทศไทย และสัญญาว่าจะกลับคนรักที่เกาหลี

นักแสดงละคร อารีดัง

พล ตัณฑเสถียร แสดงเป็น ร.ท. ภูผา
กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ แสดงเป็น โอ ซู จี
ตระการ พันธุมเลิศรุจี แสดงเป็น ปาร์ค คิม ยอง
เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์ แสดงเป็น จันทร์วารี
ปวีณา ชารีฟสกุล แสดงเป็น เด่นเดือน
ณัชพล กรรณสูต แสดงเป็น เอกณรงค์
ศิตา เมธาวี แสดงเป็น ยูซิน
โกวิท วัฒนกุล แสดงเป็น โอ ชิ โฮ
สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น สมเทพ
รสริน จันทรา แสดงเป็น ทิพย์วิภา
สุดหทัย ชมพนา แสดงเป็น คิม ซุน ยี
สุพรรณา กิ่มศาสตร์ แสดงเป็น มุกดา
นเรศ วรรณแก้ว แสดงเป็น โอ ซุน ซอง
ตรีนุช ทิมเจริญ แสดงเป็น บุญปลื้ม
คณิต อักษรนันทน์ แสดงเป็น ทรัพย์ไพศาล
ชาย ปัญญาพิทักษ์พงศ์ แสดงเป็น ร.ต. วัลลภ

 

สนสะท้าน

สนสะท้าน


พ่อมีลูกสาวคนแรก ชื่อ สนธิยา ที่คลอดออกมามีหาง และทำให้แม่ตาย ย่าจึงคิดว่าเป็นตัวกาลกิณี จึงไม่ยอมให้เลี้ยงลูกสาว แต่ด้วยความรักความสงสารเด็ก พ่อของชุษณะซึ่งเป็นหมอประจำตระกูล จึงนำสนธิยาไปเลี้ยงและมีสุนัขเป็นเพื่อนเล่นอาศัยอยุ๋ในกระท่อมหลังป่าสนโดยไม่มีใครทราบความจริงที่เกิดขึ้น และพ่อของสนธิยามีลูกสาวอีกคนหนึ่งชื่อ เพริศฤดี วันหนึ่งเธอไม่สบาย จึงไปตามหมอประจำตระกูล หมอเลยส่งลูกชาย คือ คุณหมอชุษณะ ที่เป็นหมอเช่นกันไปรักษาให้แทน ทั้งสองเกิดชอบพอกัน โดยมีสนธิยาแอบคอยดูตลอดเวลา และแอบหลงรักหมอชุษณะ จนวันหนึ่งหมอชุษณะได้รู้จักกับสนธิยาและอาสาผ่าตัดหางให้ และพ่อของเธอพาเธอกลับบ้านทุกอย่างจึงถูกเปิดเผย เพริศฤดี จึงรู้ว่าเธอเป็นพี่สาวที่ชอบพอกับหมอชุษณธ ด้วยความเห็นใจเธอจึงหลีกทางให้พี่สาวได้สมหวัง

ทาสรักทระนง

ทาสรักทระนง


 ชินภัทร (กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ) เจ้าของสวนยางที่รวยที่สุดในบ่อไร่ ยังโสดเพราะความรักครั้งก่อนสร้างบาดแผลฉกรรจ์จนชินภัทรไม่กล้ารักใครอีก   ผิดกับ อาริตา (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) สาวสวยเพียบพร้อมที่กำลังจะแต่งงานกับ พัธนินทร์ (เฉลิมชัย มหากิจศิริ)แฟนหนุ่มที่คบหากันมาหลายปีที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ ป้าอุ่น (นภาพร หงสกุล) แม่บ้านของอาริตาที่เมืองไทยโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่า  อาคม (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) พ่อของเธอเส้นโลหิตในสมองแตกเป็นตายเท่ากัน   พัธนินทร์ไปฝึกงานกลางทะเลติดต่อไม่ได้   อาริตาจึงต้องบินกลับเมืองไทยคนเดียว   อาริตาช็อคเมื่อรู้ว่าธุรกิจพ่อล้มละลาย  เธอไม่มีเงินรักษาพ่อ  จึงจำเป็นต้องออกหางานทำ ศันสนีย์ (สิริพร อัศวยุทธกุล) เพื่อนสนิทเลยแนะนำให้เธอไปทำงานกับชินภัทรเจ้านายเก่าที่ตราด

เมื่อชินภัทรอ่านจดหมายแนะนำตัวที่ศันสนีย์เขียนให้อาริตา  ชินภัทรก็เกลียดอาริตาเข้าไส้ แถมยังดูถูกเธอว่าเร่มาขายตัวถึงตราด   ชินภัทรเกลียดผู้หญิงประเภทนี้ที่สุด เหตุที่เค้าไล่ศันสนีย์ออกก็เพราะศันสนีย์เคยยั่วยวนเค้า  อาริตาเลยรู้ตัวว่าโดนศันสนีย์หลอก   สมัยเรียนมหาวิทยาลัยศันสนีย์รักพัธนินทร์แต่พัธนินทร์รักอาริตา   ครั้งนี้จึงเป็นทีของศันสนีย์ที่ได้แก้เผ็ดอาริตา  ชินภัทรเช็คประวัติอาริตาจนแน่ใจว่าเธอพูดความจริง  ชินภัทรถูกตาต้องใจอาริตาจึงให้งานทำ   โดยให้เงินเดือนตามที่อาริตาเรียก  อาริตาไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องทำงานกับชินภัทร  

รุ่งขึ้นชินภัทรปลุกอาริตาตั้งแต่ตี 2 เพื่อไปกรีดยาง  ชินภัทรสอนอาริตากรีดยาง  พออาริตาทำไม่ได้   ก็โดนชินภัทรด่าต่อหน้าคนงาน  รำภา (พิศมัย วิไลศักดิ์) แม่ชินภัทรกลัวชินภัทรหลงความสวยอาริตา จึงวางแผนให้ ฉวี (อุ่นเรือน ราโชติ) เด็กรับใช้คอยกลั่นแกล้งอาริตาตลอด  แต่ อาริตาก็พยายามอดทนทำงานต่อเพื่อพ่อ   ขณะที่อาริตาตกระกำลำบากที่ตราด ศันสนีย์ก็บินไปรอพัธนินทร์ที่ซานฟรานซิสโก 

 ถึงวันเงินเดือนออกอาริตาขอกลับกรุงเทพเพื่อไปเยี่ยมพ่อ  ชินภัทรหาเรื่องตามไปด้วย อาคมยังนอนไม่รู้สึกตัว  ชินภัทรได้รู้เรื่องราวของอาริตาจากป้าอุ่น  เค้าพบว่าอาริตาเป็นคนดี ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยรู้จัก  หลังกลับจากกรุงเทพ ชินภัทรก็ดีกับอาริตาจนน่าแปลกใจ  หากอาริตาอ่านสายตาชินภัทรออกก็คงจะรู้ว่าชินภัทรหลงรักเธอเข้าแล้ว   แต่ปากแข็งไม่พูด  คนงานเห็นชินภัทรอ่อนโยนกับอาริตาผิดสังเกต  ก็ลือกันว่าชินภัทรเป็นสมภารกินไก่วัดจะเอาลูกน้องเป็นเมีย   เรื่องรู้ไปถึงหู ปานธง (ภูริ หิรัญพฤกษ์) เจ้าของสวนยางติดกัน  อดีตเพื่อนของรักชินภัทร แต่มาผิดใจกันเพราะเรื่องผู้หญิง ความบาดหมางของทั้งคู่ถึงขนาดห้ามคนของตัวเองเข้าไปในสวนยางอีกฝ่าย  ใครหลงเข้าไปเป็นต้องโดนไล่ยิงออกมา 

  ปานธงรู้ว่าอาริตาเข้าเมืองก็ไปดักรอ   อาริตาชอบอัธยาศัยปานธงมากเพราะต่างมีนิสัยเป็นคนเมืองเหมือนกัน  ปานธงใส่ร้ายชินภัทรด้วยการเล่าเรื่องศิริกัญญา (จันทรนภา เพชรภักดี) คนรักเก่าที่ถูกชินภัทรฆ่าตายในคืนส่งตัว  เพราะจับได้ว่าศิริกัญญาแอบรักกับเค้า ชินภัทรมาเห็นอาริตาอยู่กับปานธงก็เอาปืนไล่ยิงปานธงหนีกระเจิง   เป็นการตอกย้ำความโหดเหี้ยมของชินภัทรให้อาริตาเห็นกับตาตามแผนของปานธง    อาริตากลัวชินภัทรมากจึงแอบโทร.ไปหาพัธนินทร์ที่ซานฟรานฯ เพื่อให้รีบกลับมาช่วย   แต่ก็ได้พูดคุยกันไม่กี่คำชินภัทรคิดว่าอาริตาโทร.หาปานธง เลยแย่งโทรศัพท์ไปพูดใส่พัธนินทร์ให้เลิกยุ่งกับอาริตา  ศันสนีย์ได้ทีเลยใส่ร้ายว่าอาริตาแอบมีแฟนที่เมืองไทยถึงบินกลับไปโดยไม่บอกพัธนินทร์  พัธนินทร์เชื่อสนิทว่าแฟนอาริตาคือชินภัทร   เค้าเสียใจมากที่อาริตานอกใจ

 ปานธงตามก่อกวนไม่เลิกทำให้อาริตากับชินภัทรทะเลาะกันหนักขึ้น อาริตาวิ่งหนีชินภัทรเข้าไปในป่าที่ยังมีกับระเบิดสมัยสงครามอยู่   ชินภัทรตามเข้าไปช่วยจนโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้ทำให้อาริตาซาบซึ้งใจมาก   แม่วาด (เมตตา รุ่งรัตน์) คนใช้เก่าแก่บ้านชินภัทรยืนยันว่าศิริกัญญาฆ่าตัวตายเอง  ชินภัทรถูกปานธงใส่ร้าย อาริตาเสียใจที่มองชินภัทรผิดไป  จึงไถ่โทษด้วยการดูแลชินภัทรที่นอนเจ็บ   รำภาเห็นทั้งคู่ใกล้ชิดกันก็กลัวชินภัทรจะโดนอาริตาหลอก  เธอจึงเรียกนุชรี (ปกฉัตร เทียมชัย) เด็กสาวที่เคยอุปถัมภ์มาเป็นก้างขวางคอทั้งคู่   รำภาบอกอาริตาว่านุชรีคือผู้หญิงที่ชินภัทรต้องแต่งงานด้วย  นุชรีตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รับรู้ว่าชินภัทรกับอาริตาชอบกัน   แถมยังจงใจปรนนิบัติชินภัทรให้อาริตาหึง   อาริตาหงุดหงิดใจบอกไม่ถูกชินภัทรก็อึดอัด พอจังหวะเหมาะ ณรงค์ (ติ๊ก ชีโร่) กับเสาวภาคย์ (รุ้งทอง ร่วมทอง) เพื่อนชินภัทรเปิดรีสอร์ทริมทะเล  ชินภัทรเลยถือโอกาสพาอาริตาหลบไปกันสองคน  ณรงค์กับเสาวภาคย์รู้ว่าชินภัทรรักอาริตาก็อาสาเป็นกาวใจให้   แต่แล้วความสงบสุขก็ถูกทำลาย   เมื่อนุชรีโทร.ไปบอกปานธงให้ตามไปที่รีสอร์ทจนมีเรื่องกับชินภัทรอีก  อาริตายืนยันว่าไม่ได้เป็นคนโทรหาปานธง  ชินภัทรไม่เชื่อ  อาริตาเลยประชดด้วยการกลับไปกับปานธง  ชินภัทรก็ประชดตอบด้วยการทำดีกับนุชรีให้อาริตาหึง  แต่อาริตากลับเฉย  เลยทำให้ชินภัทรยิ่งโกรธจัด  ที่ซานฟราน ฯ พัธนินทร์เอาแต่กินเหล้าเมา  ศันสนีย์คอยปลอบใจจนคืนหนึ่งทั้งคู่ได้เสียกัน  ศันสนีย์ขอให้พัธนินทร์รับผิดชอบ  พัธนินทร์ขอเวลาตัดสินใจ

วันนึงป้าอุ่นติดต่อมาว่าพ่ออาริตามีอาการตอบสนอง   แต่ไม่มีใครอยู่ที่สวน   อาริตาจึงต้องขอร้องให้ปานธงขับรถไปส่งที่ท่ารถแล้วต่อรถทัวร์ไปเอง   ขากลับอาริตาตกรถต้องนอนค้างกรุงเทพฯ คืนหนึ่ง   พอกลับมาถึงตราดอาริตาก็เจอชินภัทรโยนเสื้อผ้าของเธอออกมา  ชินภัทรหาว่าอาริตาไปนอนค้างบ้านปานธง   อาริตาน้อยใจเก็บข้าวของไปจริงๆ   ชินภัทรมารู้ทีหลังจากแม่วาดว่าอาริตาโทรมาบอกว่าจะนอนเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาล   ชินภัทรรู้สึกผิดรีบไปรับอาริตาที่บ้านปานธง  อาริตาไม่ยอมกลับ ชินภัทรเลยลากอาริตาเดินลัดสวนยางกลับมา  อาริตาทั้งดิ้นทั้งข่วนชินภัทรปรามเท่าไหร่ก็ไม่หยุด  เค้าเลยโมโหหน้ามืดปล้ำอาริตาเป็นการสั่งสอน  โชคไม่ดีคนงานผ่านมาเห็นเข้า   เรื่องชินภัทรกับอาริตาเลยถูกลือไปทั่วหมู่บ้านว่าทั้งคู่ได้เสียกันแล้ว  อาริตาทนสายตาดูถูกของชาวบ้านไม่ไหวจึงหนีกลับกรุงเทพ   ชินภัทรตามไปง้อพร้อมรับปากจะช่วยกู้ชื่อเสียงอาริตาคืนมาด้วยการแต่งงาน   อาริตาคิดว่าชินภัทรแต่งเพราะแค่ต้องการรับผิดชอบ  จึงปฏิเสธอย่างไม่ไยดี 

อาคมนอนป่วยบนเตียงมาหลายเดือนทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ    อาริตาร้อนเงินไม่รู้จะหันไปพึ่งใครดี   จนชินภัทรติดต่อมาเพราะถูกแม่บังคับให้แต่งงาน   ชินภัทรไม่อยากแต่งงานกับนุชรี   จึงยื่นข้อเสนอให้อาริตาแต่งงานกับตัวเอง  แล้วจะออกค่ารักษาพยาบาลของพ่อให้ทั้งหมด อาริตายอมรับข้อเสนอของโดยมีข้อแม้ว่าเมื่ออาคมฟื้นเธอจะหย่ากับเค้า

งานแต่งงานของชินภัทรกับอาริตาถูกจัดขึ้นที่บ้าน  เมื่ออยู่กันลำพังในห้องหอ อาริตานึกถึงศิริกัญญาที่ถูกชินภัทรฆ่าตายในคืนส่งตัว  อาริตากลัวจนไม่ยอมให้ชินภัทรเข้าใกล้   ชินภัทรโมโหที่อาริตาไม่เชื่อใจกัน   นุชรีแอบฟังได้ยินทั้งคู่มีปากเสียง   ก็จับได้ว่าชินภัทรกะอาริตาแต่งกันแค่ในนาม  นุชรียังมีหวังและต้องการหาผู้ช่วย  นุชรีเลยติดต่อปานธงให้มาร่วมมือกัน   และในที่สุดนุชรีกับปานธงก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน    แผนการของทั้งคู่ทำให้ชินภัทรกับอาริตาต้องเข้าใจผิดกันบ่อยๆ     ต่างฝ่ายต่างก็น้อยใจกันและกัน     จนวันนึงป้าอุ่นโทรมาบอกว่าอาคมฟื้นแล้ว   อาริตาไม่กล้าบอกกับชินภัทรเพราะกลัวจะต้องหย่า   แต่ชินภัทรก็รู้จนได้ ชินภัทรเองก็ไม่อยากหย่าเลยยื่นข้อเสนอ  รอให้อาคมออกจากโรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยหย่า และระหว่างนี้ชินภัทรขอร้องให้อาริตาทำดีต่อกัน  จนทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น


ในที่สุดชินภัทรก็ตัดสินใจจะบอกรักอาริตา  แต่ยังไม่ทันได้บอก นุชรีที่ท้องกับปานธงก็บอกทุกคนว่า ชินภัทรเป็นพ่อของลูกในท้องตัวเอง  อาริตาเสียใจมากจะหนีกลับกรุงเทพฯ แต่ชินภัทรขอร้องไว้และสารภาพว่าเค้ารักอาริตาคนเดียว   ขอให้อาริตาจงเชื่อใจ   อาริตายอมอยู่ต่อเพื่อให้ชินภัทรพิสูจน์ความจริง แต่สุดท้ายเธอก็หลงกลนุชรีที่วางแผนแกล้งฆ่าตัวตาย ทำให้อาริตาสงสารและยอมกลับกรุงเทพโดยดี   นุชรีรีบโทรบอกให้ปานธงมารับอาริตา   ปานธงพาอาริตาเข้าม่านรูดทันที   อาริตาพยายามหนี แต่ถูกปานธงทำร้ายจนสลบ   โชคดีชินภัทรตามมาช่วยทัน ปานธงบอกกับชินภัทรว่าอาริตาหนีตามเค้ามาเอง  ทำให้ชินภัทรปวดใจมาก พออาริตาฟื้น ชินภัทรก็ระเบิดอารมณ์ใส่ทันที   เค้าระงับอารมณ์โกรธไม่อยู่ลงมือปลุกปล้ำอาริตา  ทำให้เห็นรอยแผลบนตัวอาริตา  จึงได้รู้ว่าอาริตาถูกปานธงทำร้ายจริงๆ  แต่รุ่งขึ้นอาริตาก็หนีกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว

พัธนินทร์หลังจากรู้ความจริงว่าอาริตาล้มละลายและไม่ได้มีคนรักใหม่  ก็ทิ้งศันสนีย์กลับมาหาอาริตา   พัธนินทร์ไม่แคร์ที่อาริตาแต่งงานแล้ว  เพราะเค้ารักเธอหมดหัวใจ  ฝ่ายชินภัทรพยายามพิสูจน์ตัวเอง  ด้วยการลากนุชรีไปตัวดีเอ็นเอ  แต่ยังไม่ทันได้ตรวจปานธงมาดักซ้อมและผลักนุชรีตกบันไดจนแท้ง  อาริตาเสียใจมากและเข้าใจผิดคิดว่าชินภัทรเป็นคนทำร้ายนุชรี เลยตกลงใจแต่งงานกับพัธนินทร์

สุดท้ายความรักของชินภัทรและอาริตาจะลงเอยยังไง?   ติดตามร่วมลุ้นได้ในละคร“ทาสรักทระนง”

สันติบาล

สันติบาล


สันติบาล ตีแผ่ภาพเบื้องหลังการปราบปรามอาชญากรรมของกรมตำรวจ

นักแสดง สันติบาล

ไมเคิล พูพาร์ท
ขจรศักดิ์ รัตนนิสัย
ฟ้ารุ่ง ชารีรักษ์

ลุ้นรักทะลุมิติ

ลุ้นรักทะลุมิติ


เรื่องราวความรักของชายหนุ่มกับเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเกม ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ตามมา

ศตวรรษ เศรษฐกร

ไบรโอนี่

มารยาริษยา

มารยาริษยา


มารยาริษยา เป็นเรื่องราวของ 2 นางแบบสาวที่ฟาดฟันกันทั้งเรื่องราวและความรัก ผ่านตัวละครที่เสมือนเป็นตัวแทนของ “มารยา” และ “ความริษยา” พลาดไม่ได้กับผลงานการแสดงอันยอดเยี่ยมของ “สินจัย เปล่งพานิช” ในบทบาทของ “เพียงดาว” นางแบบชื่อดังเจ้าอารมณ์ และ “เมทินี กิ่งโพยม” ในบท “ดีนี่” ดาวดวงใหม่ของวงการนางแบบที่เปลือกนอกแสนบริสุทธิ์สดใส แต่ภายในเต็มไปด้วยไฟแห่งความริษยา พบกับเรื่องราวการชิงรักหักสวาท และแผนการร้ายมากมายที่ถูกนำมาตีแผ่ให้เห็นด้านมืดของวงการแฟชั่น เป็นละครดราม่าเรื่องเยี่ยมที่ได้รับการกล่าวขานและยอมรับจากผู้ชมว่าเป็นละคร ที่เนื้อหาเข้มข้น และมีการแสดงที่เชือดเฉือนอารมณ์กันได้อย่างสมบทบาท

ละคร มารยาริษยานำแสดงโดย

สินจัย เปล่งพานิช : เพียงดาว
เมทินี กิ่งโพยม : ดินี่
โอลิเวอร์ พูพาร์ท : โอม


กำกับการแสดงโดย ผอูน จันทรสิริ

รักในรอยแค้น

รักในรอยแค้น


รักในรอยแค้น เป็นเรื่องของความรักของ 2 หนุ่ม-สาวที่ไม่อาจเป็นไปได้เพราะมาอยู่ตรงกลางระหว่างความแค้นของ 2 ตระกูล

นักแสดงละคร รักในรอยแค้น

ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง
นุสบา วานิชอังกูร
รุจน์ รณภพ
มานพ อัศวเทพ

กำกับแสดงโดย...ถกลเกียรติ วีรวรรณ

รักในรอยแค้น ออกอากาศเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2535 – 25 เมษายน 2535 

เฉพาะหัวใจให้เธอ

เฉพาะหัวใจให้เธอ


ดำเนิน เป็นคนขี้ตืดมากๆ คือไม่เคยให้ทาน ไม่แบ่งของ ไม่เลี้ยงสัตว์ ไม่ทำบุญ แต่ก็มาเจอคุณวา ซึ่งเป็นคนเผื่อแผ่ ตรงข้ามกับนายดำเนินโดยสิ้นเชิง ทั้งคู่เจอกันก็รุ้สึกถูกผูกพันและชอบกันในทันที นายดำเนินต้องการทำให้วาประทับใจ จึงคิดบริจาคเลือด แต่เพราะเป็นคนกลัวแสนกลัว เลือดจึงทำให้เป็นลม แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้กับวิธีจีบสาววิธีการนี้ ดำเนินต้องการทำให้ว่าประทับใจ เลยไปทำการบริจาคอวัยวะ แต่ก็ขอบริจาคเพียงส่วนเดียว นั่นคือ หัวใจ วันที่นัดบริจาคเลือดพี่ก็ประสบอุบัติเหตุ ความจำเสื่อม กว่าจะนึกออก ก็ถึงเวลานัดเดทแรกของคนทั้งคู่ดำเนินจึงให้จ๋อยขี่มอไซด์เพื่อความรวดเร็ว กลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ขณะเดียวกับที่ คุณวา เกิดโรคหัวใจกำเริบเช่นกัน หัวใจที่ดำเนินบริจาคไว้ จึงนำมาให้กับวา ดังพรหมลิขิต แต่หัวใจของดำเนินก็ไม่สมบูรณ์ ทำให้ วาไม่แข็งแรงเหมือนปกติ และไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยุ่ได้อีกนานเท่าไหร่ ฝ่ายดำเนินกับจ๋อยตายไปพบยมบาล ยมบาลเซ็งฮะ ไอ้หมอนี่ไม่เคยทำดี ไม่มีบริจาค แต่ก็ไม่เคยทำชั่วไม่รู้จะให้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกดี จึงต้องอยู่บนโลกมนุษย์ทำความดีเพื่อสะสมแต้ม ตรงข้ามกับจ๋อย ที่ทำความดี จนสามารถขึ้นสวรรค์ได้ พี่คุณดำเนินเลยวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ เพื่อคอยเก็บสะสมแต้มความดี วาหลังจากได้รับหัวใจของดำเนิน ทำให้สามารถกลับมามีชีวิตอยู่ได้ ตลอดเวลาวารู้สึกว่าดำเนินอยู่ใกล้ๆ หลังจากหายดี แม่ของวาต้องการให้วาแต่งงานกับพี่ชายที่รู้จักกับคุณวามาตั้งแต่เด็กๆ ชอบคุณวามานานแสนนาน และจะมาหมั้นในงานหมั้น เพื่อนของดำเนิน มาทำหน้าที่เป็นช่างกล้อง ดำเนินเสียใจมากที่วาจะหมั้นกับคนอื่น จึงหาทางปรากฏตัวให้วาเห็นในงานหมั้น จึงทำให้เพื่อนของดำเนิน บอกความจริงกับวา ว่าดำเนินเสียชีวิตนานแล้ว วารู้ก็ช๊อคหมดสติไปทันทีดำเนินพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้วาฟื้นกลับคืนมา เมื่อวาฟื้นกลับมาก็เสียใจมาก จึงคิดที่จะฆ่าตัวตายไม่มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ ระหว่างหมดสติ ในความฝัน ที่นั่น วาได้พบกับดำเนิน และอยู่อย่างมีความสุข พี่ชายกบก็เศร้าสิครับ ก็ต้องทำต่างๆนานาเพื่อชนะใจหญิง และเอาชนะผีหวงก้างคุณผีดำเนินก็ไม่ยอม หัวใจของผมอยู่ในตัวคุณวา ผมเป็นผู้เสียสละขนาดนี้ คุณวาก็รักผมคุณเทวดาที่คอยดูแลนายดำเนิน ก็ได้ให้นายดำเนินดูเหตุการณ์ในอดีต แบบพาย้อนเวลาไปสมัยคุณวายังเด็กๆ ให้ไปเห็นว่าคุณพี่กบ ก็เคยช่วยชีวิตคุณวาไว้เหมือนกัน คุณพี่กบเกือบถึงแก่กรรมด้วยถึงแม้จะไม่ได้สละชีวิตจริงๆ แต่พี่เขาก็ไม่ได้สนใจชีวิตตัวเองต่างจากดำเนินที่บังเอิญช่วยชีวิตดำเนิน จึงพบว่าตัวเองเป็นกบในกะลา คิดว่าตนเองเสียสละให้คุณวามากกว่าคนอื่นจริงๆแล้วคุณวาก็มีคนที่เสียสละ เพื่อเธอทุกอย่างทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แล้วคุณดำเนินก็เลยยอมเสียสละ เป็นฝ่ายจากไปในที่สุด ด้วยความเสียสละนี้ ก็ทำให้คุณดำเนินได้ไปเป็นเทวดาและรอคอยการพบเจอกันเมื่อถึงเวลา…

มนต์รักแม่น้ำมูล

มนต์รักแม่น้ำมูล ปก Tv Magazine



มนต์รักแม่น้ำมูล

มนต์รักแม่น้ำมูล

นักแสดงละคร มนต์รักแม่น้ำมูล

อำพล ลำพูน แสดงเป็น ครูพิน
คทรีน่า กลอส
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น คำแพง
ยอดรัก สลักใจ

มนต์รักแม่น้ำมูล

แววมยุรา

แววมยุราแววมยุรา เรื่องราวของหญิงสาวที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ทั้งที่เคยโดนข้อเสนอจากคนที่หวังในตัวของเธอต่างๆ นานา แต่เธอก็ไม่ยอมตกลงปลงใจ แม้ว่าฐานะทางบ้านจะไม่ค่อยดีนัก

จักร กังวาลไกล : ผมรักคุณ ผมทำทุกอย่างเพื่อจะได้หัวใจคุณ มีอะไรอีกหรือที่คุณต้องการ ผมรู้ความเป็นไปของคุณทุกอย่าง ผมจะไม่บังคับ ฝืนใจ และจะยอมรับในความผิดหวังนั้น หากคุณไม่เลือกผม คุณมีอะไรจะบอกผมมั๊ย ขอให้คุณรู้ว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกใคร ผมก็จะรักและบูชาในน้ำใจคุณตลอดไป”

แวว มยุรา : “ดิฉันเลือก ‘ยาจก’คนหนึ่งมาเป็นเจ้าของความรักของดิฉัน แทนที่จะเลือก ‘ราชา’ผู้พรั่งพร้อมอย่างคุณ ฉันบูชาคุณ บูชาความดีของคุณ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นไม่ใช่ความรัก ความรักที่แท้จริงสอนให้ดิฉันพึงพอใจและภาคภูมิใจในสิ่งที่ จักร กังวานไกล คนนั้นเป็น”

‘เงิน’อาจซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ ยกเว้น ‘หัวใจ’ของผู้ที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีแห่งตน!

ผู้กำกับ :
ผลิตโดย : อัครเศรณี โปรดักชั่น
เขียนบท : อานนท์ อภิพลภัทรา
บทประพันธ์ : พนมเทียน

นักแสดงละคร แววมยุรา

วรุฒ วรธรรม รับบทเป็น จักร กังวาลไกล/ สยุมภูว์ ทศพล
กมลชนก โกมลฐิติ รับบทเป็น แวว มยุรา
ตฤณ เศรษฐโชค
นิออน อิศรา
ศักราช ฤกษ์ธำรงค
มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์
เหมือนฝัน บัณฑิตสกุล
สุเทพ ประยูรพิทักษ์
ชลิต เฟื่องอารมย์
พิศมัย วิไลศักดิ์

นางสาวไม่จำกัดนามสกุล

นางสาวไม่จำกัดนามสกุล

โบราณว่าไว้ว่า คู่ที่ดีดูแล้วก็ต้องสมกันอย่างกับ กิ่งทองใบหยก

แล้วถ้า กิ่งเดียว แต่มี หลายใบ หล่ะจะทำอย่างไรดี

นางสาวไม่จำกัดนามสกุล เรื่องซนๆ ของคนไม่มีคู่ ความไม่ลงตัวที่ไม่รู้จะลงเอยอย่างไร

(เรื่องนี้ไม่จำกัดสถานภาพทางครอบครัว คนโสดดูได้คนไม่โสดดูดี)

เป็นเรื่องราวของ เรียม ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบกินกระเพราไก่ไข่ดาวเป็นชีวิตจิตใจและกลัวการขึ้นคานเป็นที่สุด ต้องยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แต่งงาน

ในปี พ.ศ. 2540 มาช่า วัฒนพานิช กลับมาแสดงละครอีกครั้ง คือเรื่อง นางสาวไม่จำกัดนามสกุล ของค่ายเอ็กแซค ละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเธอต้องแสดงเป็นตัวละครถึงห้าบทบาทด้วยกัน เพลง ใครสักคน กลายเป็นเพลงประกอบละครที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนมีอัลบั้มพิเศษ คือ Re-Entry ออกมา ซึ่งเป็นการคัฟเวอร์เพลงเก่าเกือบทั้งอัลบั้ม และมีสองเพลงใหม่ คือ ใครสักคน กับ ไม่เป็นไร … คนดี

เรียมสาวเฉิ่ม อยู่มาจนป่านนี้ยังไม่มีแฟน เลยปฏิบัติการหารแฟนโดยได้เพื่อนสาวเป็นผู้ช่วย ตอนแรกก็ไปชอบเจ้านาย เลยต้องทำตัวเป็นคุณหนู แต่ไม่โอ ต่อมาไปชอบหนุ่มเจ้าชู้เลยเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวเปรี้ยว ก้อไม่ดี ต่อมาไปชอบหนุ่มศิลป์อารมณ์ติ๊ส เลยกลายเป็นสาวโบโฮซะงั้น …แล้วมันก็ไม่ได้เลย จนในที่สุดก็ได้รู้สักทีว่าเนื้อคู่ คือเหนุ่มธรรมดาปากจัด.(แต่เท่ห์).ข้างบ้านนั่นเอง

ผู้กำกับ : อิสริยะ จารุพันธ์

อำนวยการผลิต ถกลเกียรติ วีรวรรณ

เขียนบท : นัทท์

บทประพันธ์ : เค้าโครงเรื่อง อิสริยะ จารุพันธ์

นักแสดง นางสาวไม่จำกัดนามสกุล
มาช่า วัฒนพานิช
จิรายุ วรรธนะสิน
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี
สุรศักดิ์ วงศ์ไทย
ขจรศักดิ์ รัตนวิสัย
อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์
รุ้งทอง ร่วมทอง
รัชนก พูลลผลิน
กรุง ศรีวิไล
อำภา ภูษิต

เปลือกเสน่หา

 

เปลือกเสน่หา

เปลือกเสน่หา เรื่องย่อละคร

เปลือกเสน่หา เป็นเรื่องราวของตระกูล นรเศรษฐเศรณี ที่มั่งคั่งและทรงอิทธิพล เหลือเพียงพี่น้อง 3 คน หมอป่าน (พลิศา) แพทย์ผิวหนังและผู้อำนวยการโรงพยาบาลของครอบครัว, ปิ่น (ปาฏลี) นางแบบสาวหัวดื้อผู้ชอบอิสระ และ หมอปุ่น (ลวิตร) น้องชายคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบแพทย์ กำลังจะกลับมาช่วยงานโรงพยาบาล แต่ก่อนเดินทางกลับ เขาประสบอุบัติเหตุถูกรถชน หลังมีปากเสียงกับแฟนสาวชื่อ อุ๋ม (เรณุกา) ทำให้หมอป่านโกรธและเข้าใจผิดว่า หัสดิน ชายหนุ่มที่อุ๋มรู้จักเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย

ป่านวางแผนกำจัดหัสดินออกจากชีวิตของน้องชาย โดยจ้างเขามารับเหมาสร้างอาคารโรงพยาบาล แล้วกลั่นแกล้งด้วยสัญญาแปลกๆ แต่หัสดินกลับไม่โกรธ กลับหลงรักป่านแทน และประกาศกลางงานหมั้นว่าเขาเป็นคู่รักของเธอ สร้างความโกรธให้ หมอไอศูรย์ คู่หมั้นตัวจริงของป่าน ซึ่งแท้จริงเป็นเกย์และหวังเพียงจะครอบครองโรงพยาบาล

จากข่าวอื้อฉาว ป่านตกเป็นเป้าโจมตีในโรงพยาบาล หัสดินจึงรับผิดชอบโดยขอหมั้นกับเธอ เพื่อปกป้องชื่อเสียง ป่านยอมเพราะหวังแยกหัสดินออกจากอุ๋ม แต่สุดท้ายเธอกลับหลงรักเขาจริงๆ ความเข้าใจผิดเรื่องหัวใจกับอุ๋มทำให้ป่านเจ็บปวด จนรู้ว่าตัวเองรักหัสดินอย่างแท้จริง

ในขณะเดียวกัน ไอศูรย์ยังคงวางแผนชั่ว หวังใช้ป่านแลกโรงพยาบาล และแอบมีสัมพันธ์ลับกับ บำเพ็ญ เด็กส่งพิซซ่าฐานะยากจนที่เขาช่วยไว้ บำเพ็ญหลงรักปิ่นน้องสาวของป่าน แต่ต้องยอมตกเป็นของไอศูรย์เพราะบุญคุณ จนสุดท้ายเขาทนไม่ไหวและหนีไป

เมื่อป่านรู้ความจริงว่าไอศูรย์จับตัวปุ่นไปเป็นตัวประกัน เพื่อให้เธอยกโรงพยาบาลให้ เขาจึงถูกหัสดินและปิ่นร่วมกันเปิดโปงความเลวทั้งหมด พร้อมกับบำเพ็ญที่กลับมาช่วยแฉว่าไอศูรย์เป็นเกย์ ไอศูรย์หนีไปพร้อมกล่องหัวใจที่จะใช้ผ่าตัดให้ปุ่น ป่านและหัสดินต้องร่วมมือกันตามหาหัวใจนั้น เพื่อช่วยชีวิตน้องชายและปกป้องเกียรติของครอบครัว

เรื่องนี้จบลงด้วยการเปิดเผยความจริงทั้งหมด ความรัก ความเสียสละ และการให้อภัย ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่า “เปลือก” ของความหรูหราภายนอก ไม่สำคัญเท่าหัวใจที่แท้จริงของความเป็น “คน”

นักแสดง

แหม่ม คัทลียา แมคอินทอช รับบทเป็น : หมอป่าน

ป้อง ณวัฒน์ รับบทเป็น : หัสดิน

ภูริ หิรัญพฤกษ์ รับบทเป็น : บำเพ็ญ

จั๊กจั่น อคัมย์สิริ รับบทเป็น : อุ๋ม

สา รับบทเป็น : ปิ่น

จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบทเป็น : หมอไอศูรย์

เตวิช เต้พันธ์ รับบทเป็น : ต้น

อัครพล ทองธราดล รับบทเป็น : นิพิธ

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com