ไม่เชื่อน้ำมนต์หมอผี มีเนื้อหาเพื่อต้องการให้ราษฎรเลิกหลงไหลเชื่อถือการรักษาโรคด้วยวิธีของพ่อมดหรือหมอผี แล้วหันมารักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ที่ถูกต้อง และยังถือว่าเป็นภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกของไทย และเป็นภาพยนตร์เพื่อการศึกษาของไทยด้วย
- ฉายเมื่อวันที่ 27 – 30 สิงหาคม พ.ศ. 2470
- ฟิล์ม 35 มม.
- หนังขาวดํา
- หนังเงียบ
- ฉายที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร
- มีความยาว 4 ม้วน
- บริษัทสร้าง สภากาชาดสยาม
- ผู้ถ่ายภาพ หลวงกลการเจนจิต ถ่ายทำเพื่อเผยแพร่กิจการของสภากาชาดสยาม
เรื่องย่อ
ไม่เชื่อน้ำมนต์หมอผี เล่าถึงครอบครัวหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ทางจังหวัดธนบุรีตอนเหนือ ตั้งแต่พ่อ สมบุญ จิตต์กระด้างยังเชื่อน้ำมนต์หมอผี จนกระทั่งไม่เชื่อน้ำมนต์หมอผี เรื่องมีอยู่ว่า
พ่อสมบุญป่วยเรื้อรังเป็นเวลานานไม่ยอมทานยารักษาโรคแผนปัจจุบันใด ๆ เพราะพ่อสมบุญมีความเชื่อว่าอาการของแกจะทุเลาลงได้ ก็ต่อเมื่อได้รับการเสกเป่าน้ำมนต์เท่านั้น วันหนึ่ง พ่อสมบุญได้ยินกิตติศัพท์ของหมอดั่น ว่าสามารถรักษาผู้เจ็บป่วยหรือถูกผีเข้าได้ พ่อสมบุญจึงให้ลูกชายชื่อ นายสุพินธ์ไปเชิญหมอดั่นมาตรวจอาการ
ก่อนเริ่มพิธี หมอดั่นขอเงินค่าไหว้ครูเป็นเงิน 5 บาท แล้วจึงลงมือปลุกเสกน้ำมนต์ แต่อาการของพ่อสมบุญก็
ไม่มีทีท่าจะดีขึ้น จนกระทั่ง แกคิดว่าจะต้องสิ้นชีวิตแน่ จึงแจกเงินให้ลูกคนละ 1 บาท เพื่อไปทําบุญอย่างใดอย่าง หนึ่งตามที่ตนชอบแล้วให้แผ่กุศลมาให้แก
นายสุพินธ์นําเงินไปซื้ออ้อยให้ช้างกิน นายโสพิตรให้ทานคนพิการ 10 คน คนละ 10 สตางค์ นางสาวสนองบริจาคเงิน 1 บาท แก่สภากาชาดสยาม ปรากฏว่า พ่อสมบุญเห็นดีงามกับการทําบุญของนางสาวสนอง เพราะยังประโยชน์แก่คนหมู่มาก จึงขอให้ลูกทั้งสามพาไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แพทย์ตรวจพบว่าพ่อสมบุญเป็นโรคลําไส้พิการ ไม่ใช่ถูกคุณไสยแต่อย่างใด อาการป่วยของพ่อสมบุญค่อย ๆ หายเป็นปรกติ ทําให้เขาเลื่อมใสในวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นอันมาก ต่อมา หมอดั่นบังเอิญผ่านมาหน้าบ้านพ่อสมบุญ เห็นพ่อสมบุญแข็งแรงดีก็คุยโวโอ้อวดสรรพคุณของตน พ่อสมบุญจึงไล่ตะเพิดพร้อมกับตะโกนว่า “ไอ้เรื่องวิธีรักษาของแกอย่างบ้า ๆ ฉันไม่ขอพบขอเห็นอีกแล้ว”
นักแสดง
ร้อยโทฮวด รามะสูต เป็น พ่อสมบุญ จิตต์กระด้าง
ถนอมศรี โกลาโซ เป็น นางสาวสนองจิตต์กระด้าง
นางละม้าย เป็น นางเพิ่ม จิตต์กระด้าง
ร้อยโทเชิด บุรณศิริ เป็น นายสุพินธ์ จิตต์กระด้าง
รองอํามาตย์ตรีประเสริฐ ปริญญาตร์ เป็น นายโสพิตร์ จิตต์กระด้าง
ร้อยโทโต๊ะ เวชอุไร เป็น หมอดั่น
นายเจริญ กมรสูต เป็น เจ้าติ่ง ตาสว่าง
ที่มาภาพ หนังสือภาพยนตร์ชุด ของนาย ต.เจ๊กชวน พ.ศ. 2470
ไม่คิดเลย
Unexpected
ฉายครั้งแรก: 17 กันยายน 2470
ผู้กํากับ ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต
ผู้เขียนบท: หลวงสุนทรอัศวราช
นักแสดงนำ: ลัดดา โรหิตเสถียร, ไกวัลย์ จันทนบุบผา
- ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เงียบ
- ความยาว5 ม้วน
- ฉายที่โรงหนังพัฒนากร
- บริษัทสร้าง บริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทย (A Siamese Film Co.)
- ผู้ประพันธ์ หลวงสุนทรอัศวราช
- ผู้ช่วยผู้กํากับ พระยานเรนทร์ราชา
- ผู้ถ่ายภาพ ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต
- ผู้ลําดับภาพ ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต
- ผู้กํากับศิลป์ พระยานเรนทร์ราชา
- ผู้ให้อักษรไทย, อังกฤษประกอบภาพ หลวงสารานุประพันธ์
- ผู้ให้อักษรจีนประกอบภาพ บุญทอง เตชะวณิช
- ผู้เขียนอักษรประดิษฐ์ นายพลพัน หุ้มแพร
เรื่องย่อ
พระเศรษฐกิจวิบูลย์ เศรษฐีม่าย มีลูกสาวแสนสวยชื่อ นางสาวประภา หมั้นหมายอยู่กับ นายกาหลง บุญชุบ เศรษฐีเหมืองแร่จอมเปิ่น และก็เพราะความเปิ่นนี้เองที่ทําให้นางสาวประภาไม่ผูกสมัครรักใคร่นายกาหลงและพยายามบ่ายเบี่ยงเรื่องการแต่งงาน หารู้ไม่ว่า นายประเสริฐ หลานชายคุณพระหมายจะครอบครองเธออยู่
วันหนึ่งขณะที่นางสาวประภาออกไปขี่ม้าเผอิญเจออุบัติเหตุตกจากหลังม้า ดีที่ได้นายอํานวย ชายพเนจร ช่วยไว้ครั้นถามไถ่จึงรู้ว่านายอํานวยกําลังตกงาน นางสาวประภาจึงรับนายอํานวยไว้เป็นคนเลี้ยงม้า กระทั่งความใกล้ชิดทําให้ทั้งสองชอบพอกัน นายประเสริฐที่เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดจึงพยายามขัดขวางความรักของทั้งสอง โดยกุแผนขึ้นมาใส่ร้ายให้นายอํานวยกลายเป็นขโมย พร้อมทั้งฉุดตัวนางสาวประภา เมื่อนายอํานวยทราบเรื่องจึงรีบนําความไปบอกนายกาหลง นายกาหลงจึงรีบมาช่วยนางสาวประภาด้วยการตะบันหน้านายประเสริฐลงไปกองกับพื้น ตํารวจจึงสามารถจับผู้ร้ายไว้ได้ นายอํานวยจึงเปิดเผยว่าแท้ที่จริงเขาคือ นายร้อยตํารวจแห่งกองพิเศษปลอมตัวมาจับนายประเสริฐ เพราะนายประเสริฐนั้นสร้างคดีไว้ที่ต่างจังหวัด ทั้งบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับประภามิได้มีอะไรจริงจัง นางสาวประภาจึงกลับมามองเห็นความดีของนายกาหลง และยินดีที่จะแต่งงานกับเขา
ผู้แสดง
ไกวัลย์ จันทนบุบผา เป็น นายกาหลง บุญชุบ
ลัดดา โรหิตเสถียร เป็น นางสาวประภา เศรษฐกุล
รักษ์ รจนานนท์ เป็น นายอํานวย มุ่งดี
เติม เมษประสาท เป็น นายประเสริฐ ศักดิ์เลิศ
ช่าง รอบรู้ เป็น พระเศรษฐกิจวิบูลย์
ขาว ปาจิณพยัคฆ์ เป็น ลออ ขจรนาม
ชุมพร เมษประสาท เป็น สอาด ขจรนาม
อินสม สุริโยดร เป็น เจ้าปุ่น
ที่มา นิตยสารข่าวภาพยนตร์ สิงหาคม พ.ศ. 2470
ภาพยนตร์ไทยเรื่อง ไม่คิดเลย เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สอง ที่สร้างโดยคนไทย
ไกวัลย์ จันทนบุบผา,
พ.ศ. 2470,
ลัดดา โรหิตเสถียร,
เชื้อไม่ทิ้งแถว (Posterity)
- Release Date: 31 มีนาคม 2470
- Director: กัว รุ่น เป่า
- Producer: บริษัทภาพยนตร์ศรีสยาม
- Screenwriter: กัว รุ่น เป่า
- Starring: ฉวี นิมบุญจา
- ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เงียบ
- จํานวน 10 ม้วน
- ฉายที่โรงหนัง พัฒนากร
- บริษัทสร้าง บริษัทภาพยนตร์ศรีสยาม
- ผู้ประพันธ์ กัว รุ่น เป่า
- ผู้กํากับ กัว รุ่น เป่า
- ผู้ถ่ายภาพ หลวงกลการเจนจิต
เค้าเรื่อง
“เป็นเรื่องสมเหตุสมผล พร้อมไปด้วย คติสอนใจ โลดโผนโศก รัก ตลก คะนอง กับยังมียวดยานเกือบทุกประเภทแสดงประกอบอยู่ในเรื่อง เช่น รถยนต์ รถไฟ เรือยนต์ เรือแข่ง เรือกระฐินหลวง เครื่องบิน ฉวี (พระเอก) ต้องผจญภัยไม่แต่เพียงในเรื่องเท่านั้น แม้แต่นอกเรื่องก็ถูกผจญภัยด้วย ดังข่าวตกเครื่องบินในขณะทําการแสดง ดังปรากฏในข่าวหนังสือพิมพ์ที่เคยลงซู่ซ่ากันมาแล้ว
ผู้ที่ได้รับความชมเชยเป็นพิเศษยังมีอีก เช่น เล็ก ซึ่งแสดงเป็นตัวนางลม้าย ภรรยานายสมบุญ (เชงจู) ผู้นี้ นับว่าทําหน้าที่แม่ได้สนิทมาก โรคปากมากก็เป็นที่ 1 บูชาพ่อหลานชาย (สนอง) เสียเป็นเทวดาเข้าใกล้ตัวที่ใดเป็นมีเรื่องทะเลาะกับผัววันยังค่ำ ทุกสิ่งของแม่ลม้ายไม่มีสิ่งใดที่จะเหลือไว้ให้สงสัยเลย ว่าพ่อหลานชายยอดยากของแก เป็นบรมจอมโจรที่จะคอยล้วงตับแกในวันแล้ววันอีก ถ้าผัวคัดค้านถึงเรื่องพ่อหลานชายคนนี้ แม่ลม้ายเป็นแหงคัดค้านเสียจนคอหอยแทบจะระเบิดทีเดียว ในที่สุด นายสมบุญก็ต้องยอมแพ้ตามเคย เพราะทนปากแม่ลม้าย ไม่ไหว ยังอีกคนหนึ่งคือ ตุ๊ ซึ่งแสดงเป็นนางผ่อง คนใช้ผู้สัตย์ซื่อของนางเอก นางผ่องคนนี้ไม่แต่เป็นคนใช้ที่ซื่อสัตย์ ยังทําหน้าที่เป็นตัวโจ๊กของเรื่องได้อย่างขบขันมาก ความขบขันของนางผ่องผู้นี้จะเห็นได้คราวหนึ่ง เผอิญไปแอบเห็นนายสาวกําลังกอดกับพระเอก นางผ่องจะเกิดรู้สึกขันอย่างไรไม่ทราบ ถึงกับปล่อยถาดถ้วยกาแฟลงไปกับพื้นดังโครมใหญ่ ยังอีกตอนหนึ่ง อารามตกใจว่าคู่รักของนายสาวถูกเจ้าสนั่น ตัวโกงหลอกเอาไป วิ่งกระหืดกระหอบไปบอกนายเสียจน “หางหงษ์” หลุด ความจริง
สังขารของนางผ่อง ประกอบกับท่าทางที่แสดง ก็ชวนให้น่าขันอยู่แล้ว ยิ่งไปทําอาการจูบพระธรณีในขณะที่วิ่งจนนางหางหงษ์หลุด จึงดูอาการคล้าย ๆ กับลูกฟักใบเขื่อง ๆ ตกตุบลงในกองดินอย่างหนัก ๆ ตอนนี้จะทําให้ท่านผู้ดูถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ใหวทีเดียว
เพื่อเป็นหลักฐานแสดงให้ท่านเห็นว่าเรื่อง “เชื้อไม่ทิ้งแถว” เป็นเรื่องควรแก่การทัศนาของท่านเพียงใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี ภายหลังเมื่อได้ทอดพระเนตรแล้ว มีพระราชดํารัสชมเชยว่า “เรื่องนี้ของเขาพอดูได้”
นักแสดง
ฉวี นิมบุญจา เป็น พระเอก
พะยอม คูจันทร เป็น นางเอก
เล็ก เป็น ลม้าย
เชงจู เป็น สมบุญ
สนอง เป็น หลานลม้าย
เป็น นางผ่อง
ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวภาพยนตร์ พ.ศ. 2470
เชื้อไม่ทิ้งแถว เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่มีผู้หญิงรับบทนำทั้งเรื่อง เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ และความสามารถของสตรีไทย มีเนื้อหาเป็นคติสอนใจ รัก โศก โลดโผน ตลก ครบรส
ฉวี นิมบุญจาช เป็นนักแสดงหญิงที่รับบทเป็นพระเอก และเป็นผู้หญิงคนแรกที่รับบทบู๊ เสี่ยงตาย จนได้รับบาดเจ็บจากการถ่ายทำ
ชะนะพาล (อํานาจมืด)
Release Date: 2 ธันวาคม 2470
Producer: บริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทย
- ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เงียบ
- ฉายที่ บุษปะนาฏศาลา
- บริษัทสร้าง บริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทย และ บริษัทภาพยนตร์จีนสยาม ตงฮั่ว ท.จ.ก.
- ผู้อํานวยการสร้าง หลวงสุนทรอัศวราช
เค้าเรื่อง
“เนื้อเรื่องกินใจอย่างแสนเข็ญ”
อำนาจมืด เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ถูกคำสั่งแบนห้ามฉาย เพราะว่ามีฉากด่า และดูถูกคนจีน และฉากซ่องโสเภณี จึงมีปัญหาขัดแย้งในความไม่เหมาะสม ถูกอธิบดีกรมตำรวจสั่งห้ามฉาย ต่อมาเลยเปลียนชื่อเป็น “ชะนะพาล” และออกฉายได้ในนามบริษัทภาพยนตร์จีนสยาม กรรมสิทธิ์ของบริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทย ม.ร.ว อนุศักดิ์ หัสดินทร์ เป็นผู้สร้าง
หมายเหตุ ชื่อเดิม อํานาจมืด แต่เมื่อผู้สร้างนําขึ้นฉายถวายพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทอดพระเนตร ทรงมีพระราชกระแสว่ามีเรื่องเกี่ยวกับช่อง โสเภณีและช่องอั้งยี่ ไม่ต้องด้วยพระราชนิยม ห้ามนําออกฉายนอกพระราชอาณาจักร แต่ให้นําออกฉายพอได้ทุนคืนแล้วให้ทําลาย ผู้สร้างได้ดัดแปลงใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น ชะนะพาล
โชคสองชั้น
เรื่องย่อ : โชคสองชั้น (Double Luck) นายกมล มาโนช (มานพ ประภารักษ์) พระเอกของเรื่อง เป็นนายอำเภอหัวเมืองฝ่ายเหนือ ได้รับมอบหมายให้ลงมาสืบจับผู้ร้ายคนหนึ่งซึ่งซ้อนตัวอยู่ในกรุงเทพ นายกมลเข้ามาพักอยู่ที่บ้านพระยาพิชัย (อุทัย อินทร์วงศ์) และมีหลานชื่อว่า นางสาววลี ลาวัณยลักษณ์ (ม.ล.สุดจิตตร์ อิศรางกูร) ซึ่งทั้งสองได้พับรักกันโดยเร็ว แต่นายวิง ธงสี (มงคล สุมนนัฏ) ซึ่งหมายปองนางสาววลีอยู่แล้วและชอบไปมาหาสู่พระยาพิชัยเป็นเนือง ๆ และนายวิงคนนี้ก็คือคนร้ายที่นายกมลกำลังสืบจับอยู่นั่นเอง นายวิงไหวตัวทันเรื่องนายกมลตามคนร้าย จากนั้นนางวิงก็วางแผนร้ายโดยส่งพรรคพวกลูกสมุนเข้ามาทำร้ายนายกมล แต่นายกมลมีความชำนาญในการระวังภัยจากโจร
เรื่องย่อ ขนาดยาว
นายกมล มาโนช เป็นนายอําเภอ ทางหัวเมืองฝ่ายเหนือ ได้รับมอบหมายให้มาสืบจับผู้ร้าย คนสําคัญซึ่งแฝงตัวอยู่ในกรุงเทพฯ นายกมลมาพักอาศัย อยู่ที่บ้านพระยาพิชัยสิทธิเดช ซึ่งมีหลานสาวสวยชื่อ วลี นายกมลกับนางสาววลีเกิดรักกันขึ้น นางสาววลีนั้นมีชาย อีกคนหนึ่งหมายปองอยู่ก่อนแล้ว คือนายวิง ธงสี ซึ่งสนิท สนมกับพระยาพิชัย แต่ไม่มีใครรู้ว่านายวิ่งนี้เองคือคนร้าย ที่นายกมลกําลังตามจับอยู่
ทว่านายวิงกลับแอบรู้ว่านายกมลจะมาจับตน จึงวางแผนและดําเนินการที่จะกําจัดนายกมลพร้อมกับ
ขโมยทรัพย์มีค่าในบ้านพระยาพิชัย โดยคืนหนึ่งนายวิงได้นําพรรคพวกลูกสมุนลอบเข้ามาในบ้านพระยาชัยเพื่อ ทําการร้ายดังว่า แต่นายกมลไหวทันจึงต่อสู้ขัดขวาง นายวิงกับสมุนขับรถหนี นายกมลโบกรถที่ผ่านมาออกตาม ในขณะที่พระยาพิชัยและนางสาววลีรีบโทรศัพท์แจ้งให้ตํารวจมาช่วย แต่ไม่ทันที่ตํารวจจะมาถึง รถของผู้ร้ายซึ่ง หลอกล่อให้รถของพระเอกหลงทางไปได้กลับมาที่บ้าน พระยาพิชัย บุกเข้าฉุดตัวนางสาววลีขึ้นรถไป
พอดีรถตํารวจมาถึงก็รับพระยาพิชัยออกไล่ตามไป ขณะนั้นรถคันที่นายกมลอาศัยได้ขับกลับมาเช่นกัน จึงสวนทางกับรถคนร้าย รถของนายกมลจึงกลับตัวออกไล่ตามรถคนร้าย ที่สุดรถคนร้ายไปติดที่รถไฟ กําลังตัดผ่านหน้าพอดี จึงทิ้งรถออกวิ่งหนีลงไปในทุ่งหญ้าข้างทางโดยเอานางเอกไปด้วย รถพระเอกตามมาทัน นายกมลรีบวิ่งไล่ตามพวกผู้ร้ายไป เกิดการต่อสู้กันขึ้น อย่างดุเดือด นายกมลจับนายวิงอยู่มือพอดี รถตํารวจมาถึง หนังจบลงด้วยฉากเข้าพระเข้านางระหว่างนายกมลกับนางสาววลี นายกมลได้โชคสองชั้นคือจับผู้ร้ายได้และได้นางเอก
ที่มา สมุดภาพยนตร์ เรื่อง โชคสองชั้น ของ นาย ต.เจ๊กชวน พ.ศ. 2470
ภาพยนตร์เรื่องโชคสองชั้น มีหลงเหลือเพียงเศษฟิล์มเนกาทีฟเสื่อมสภาพ กินเวลาฉาย 1.30 นาที แต่เป็นฉากสำคัญ เราจะได้เห็นฉากพระเอกสู้กับผู้ร้าย ไล่ล่าสุดระทึก
ภาพยนตร์เรื่อง โชคสองชั้น จัดว่าเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่สร้างโดยคนไทยทั้งหมด กลุ่มพี่น้องสกุล วสุวัต ในนาม “กรุงเทพ ภาพยนตร์บริษัท”(ซึ่งต่อมาได้เป็น บริษัทภาพยนตร์เสียง ศรีกรุง) และสามารถนำออกฉายได้เป็นเรื่องแรก ในปี 2470
นักแสดง โชคสองชั้น:
มานพ ประภารักษ์ — นายกมล มาโนช
ม.ล.สุดจิตร์ อิศรางกูร — นางสาววลี ลาวัณยลักษณ์
อุทัย อินทวงศ์ — พระยาพิชัยสิทธิเดช
มงคล สุมนนัฏ — นายวิง ธงสี
อาเธอร์ ม่วงดี — นายคำ สายัณห์
ละเมียด สังขพัฒน์ – สุณี ประณีต
สําราญ วานิช – ประยงค์ ไชยมิต
ดูหนังไทยเรื่องแรก โชคสองชั้น
ใครดีใครได้ (None But the Brave) เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ของกรุงเทพภาพยนตร์บริษัท
- ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / เงียบ / จํานวน 4 ม้วน
- เข้าฉายเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2470
- ฉายที่โรงหนัง พัฒนากร
- บริษัทสร้าง กรุงเทพฯ ภาพยนตร์ บริษัท
- ผู้อํานวยการสร้าง มานิต วสุวัต
- ผู้ประพันธ์ ศรีสุวรรณ
- ผู้กํากับ ขุนอนุรักษ์รัถการ
- ผู้เขียนบท หลวงนัยวิจารณ์
- ผู้ถ่ายภาพ หลวงกลการเจนจิต
เรื่องย่อ
ร้อยเอกกริส แห่งราชนาวี รักอยู่กับ นางสาวมาลัย นางเอกของเรื่องซึ่งเป็นบุตรสาวคนสวยของพระยาวิเศษฯ นางเอก มีชายหนุ่มมาหมายปองมากเพราะความเป็นคนรูปสวย คนหนึ่งที่หมายปองคือ นายเลียบ โลหมุข นักเลงพนัน พระยาวิเศษนั้นเป็นนักพนันตัวยง ชอบเล่นการพนัน แล้วก็แพ้พนัน เป็นหนี้นายเลียบ ถึงห้าพันบาท ไม่มีเงินใช้หนี้ นายเลียบพยายามเร่งรัดหนี้ และเสนอว่าหากไม่ชําระหนี้ ต้องให้ลูกสาวแต่งงานกับตน เมื่อร้อยเอกกริสทราบเรื่อง จึงวางแผนแข่งพนันชกมวยกับนายเลียบ โดยมีข้อแม้ ว่าหากนายเลียบชนะ มาลัยจะต้องแต่งงานกับเขา แต่หากนายเลียบแพ้ก็เป็นอันปลดหนี้ นายร้อยเอกสู้อย่างสามารถบนเวทีผืนผ้าใบเพื่อเอาชนะคู่แข่งและเพื่อสมรัก จนได้รับชัยชนะและได้แต่งงานกับนางสาวมาลัย
นักแสดง
แม่น ชลานุเคราะห์
มาลัย พัฒนานันท์
หลวงภรตกรรมโกศล
ที่มาภาพ หนังสือพิมพ์ศรีกรุง พ.ศ. 2470
ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวภาพยนตร์ ธันวาคม พ.ศ. 2470
- เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่มีฉากจูบแบบฝรั่ง
- มีฉากโดดเด่นเป็นฉากชกมวยบนเวที่ถ่ายที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ
- มีฉากที่เด่นอีกฉากคือทุ่นระเบิดตอร์ปิโดกลางทะเล
Footer
ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย
และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน
© 2024 ThaiFilmReviews.com