แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2547 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2547 แสดงบทความทั้งหมด

สุริยะฆาต

 

โปสเตอร์หนัง สุริยะฆาต

ผู้กำกับ

อนัต ยวงเงิน
กิตติพงษ์ ปัญญาทวีทรัพย์

คำโปรย : ฆาตกรรม ความรัก ผีดิบ

เนื้อเรื่องย่อ: ทศภาคย์ ประสบอุบัติเหตุระหว่างทางในขณะขับรถไปพบแฟนสาว เขาเสียชีวิตทันทีซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับการเกิดสุริยะฆาต ทศภาคย์ได้ถูกผู้มีอาคมทำพิธีปลุกวิญญาณควบคุมร่างของเขาให้ฟื้นคืนชีพเพื่อให้ช่วยกำจัดศัตรู โดยที่ศัตรูคนนั้นก็คือ จิรัตติกาล ผู้หญิงที่ตนเองรักเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์พลิกผันให้ หมวดวุฒิ เข้ามาช่วยเหลือจิรัตติกาลให้รอดพ้นจากการถูกตามล่าของทศภาคย์ จะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อจิรัตติกาลรู้ว่าทศภาคย์ตายแล้ว และใครกันคือผู้อยู่เบื้องหลังของการควบคุมร่างทศภาคย์ในครั้งนี้

นักแสดง:

พอล วิสุทธิ์ แครี่ .... ทศภาคย์ 
สิทธิพร นิยม .... วุฒิ 
อรจิรา แหลมวิไล .... จิรัตติกาล 

วันที่เข้าฉาย: 14 ตุลาคม 2547

ผีหัวขาด 2

 

โปสเตอร์หนัง ผีหัวขาด 2

ผีหัวขาด 2  Headless Hero

ผู้กำกับ :
คมสัน ตรีพงศ์

คำโปรย : มันกลับมาให้หัวหมุน เตรียมมันส์ชุลมุนแบบ"หัวสั่น หัวคลอน"

เรื่องราวสุดระทึกขวัญปนฮาที่กลับมาสร้างความปั่นป่วนอีกครั้ง เมื่อความโลภของมนุษย์นำพาหายนะมาสู่หมู่บ้าน หลังเกิดเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกจากการไปยุ่งเกี่ยวกับสุสานและทรัพย์สินโบราณในป่าช้า ทำให้วิญญาณร้ายของ "ผีหัวขาด" ที่เต็มไปด้วยความแค้นถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครา

เนื้อเรื่องย่อ: ไอ้ไฝ กับ ไอ้เทือง เป็นเพี่อนกัน แต่เนื่องจากทั้งสองได้พนันการแข่งเรือเอาไว้ จึงชวนกันไปขโมยเงินจากศพคนจีน แต่ด้วยความซุ่มซ่ามของไอ้เทืองหัวไปกระแทกกับขอบโลง ทำให้เลือดไหลไปโดนศพผีหัวขาด ทำให้ผีหัวขาดฟื้นคืนชีพและไล่ฆ่าทั้งสองจนไอ้เทืองตาย แต่ไอ้ไฝหนีรอดได้ ในงานแข่งเรือประจำปีของหมู่บ้าน ไฝกำลังสนุกกับการเชียร์ ผีหัวขาดแฝงตัวเข้าไปในงานไล่ตามฆ่าไฝ หมอเฒ่าจึงสะกดวิญญาณของผีถั่วแระ ด้วยมีดลงอาคม และแยกหัวกับร่างไว้คนละที่ โดยนำหัวใส่ไว้ในโถโบราณและปิดผนึกอย่างดี ส่วนร่างเก็บป่าช้าตามเดิม เมฆ ลูกชายของไฝ มีนิสัยเป็นคนชอบช่วยเหลือคน โดยเฉพาะ ป๋อง เพื่อนสนิท ทั้งสองได้เจอ ผกา กับเพื่อนชื่อ เง็ก ผู้หญิงที่ทั้งสองแอบชอบอยู่ ป๋องนั้นแอบหลงรักเง็ก แต่เง็กไม่เล่นด้วย จนป๋องทนไม่ไหวได้ ขอร้องให้เมฆช่วยเรื่องเง็ก เมฆทนคำขอร้องไม่ไหวจึงยอมช่วย โดยเมฆได้ไปขโมยตำราปราบผีของพ่อ เพื่อที่จะมาทำพิธีกลั่นไอเสน่ห์ ทั้งสองได้ไปทำพิธีในป่าช้าฝังศพผีหัวขาด และป๋องได้ทำให้ผีถั่วแระฟื้นคืนชีพขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

นักแสดง:

ทศพร รถกิจ .... เมฆ 
ชลธิชา บุญเรืองขาว .... ผกา 
อุบลวรรณ บุญรอด .... เง็ก 
ธเนศ ฉิมท้วม .... ป๋อง 
ศรสุทธา กลั่นมาลี .... ผีหัวขาด 
เสาวลักษณ์ ศรีอรัญญ์ .... ตุ่ม 

วันที่เข้าฉาย: 2 กันยายน 2547

เรื่องราวความอลหม่านและการเผชิญหน้ากับผีร้ายสุดโหดแต่แฝงด้วยความฮาครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร และพวกเขาจะเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของผีหัวขาดได้อย่างไร ติดตามความสนุกและความสะพรึงแบบเต็มๆ ได้ในภาพยนตร์ ผีหัวขาด ภาค 2

ไอ้ฟัก

 

โปสเตอร์หนัง ไอ้ฟัก

ผู้กำกับ : พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์


คำโปรย :

เขารักในความ"บ้า"ของเธอ

เธอรักในความ"ดี"ของเขา


นักแสดง:

บงกช คงมาลัย .... สมทรง 

ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ .... ฟัก 


ความยาว: 110 นาที

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี

วันที่เข้าฉาย: 26 มีนาคม 2547

102 ปิดกรุงเทพปล้น

 

โปสเตอร์หนัง 102 ปิดกรุงเทพปล้น

ผู้กำกับ : ธนิตย์ จิตนุกูล


คำโปรย : จุดตัดของเส้นขนาน ปฏิบัติการเปลี่ยนเมืองให้เป็นสมรภูมิ

เนื้อเรื่องย่อ: รัฐบาลประกาศชำระหนี้คืนให้กับ IMF สร้างความไม่พอใจให้แก่องค์กรลับภายใต้การนำของผู้มีอำนาจ และอิทธิพลทางเศรษฐกิจ องค์กรจึงคิดแผนปฏิบัติการปล้น 102 นาทีเพื่อขโมยทองหรือเงินทุนสำรองของคนทั้งประเทศ ภายใต้การนำของ นาวิน อดีตนายทหารฝีมือดี ความกดดันจึงตกอยู่กับ พ.ต.ต.ปกรณ์ ที่ถูกส่งมารับผิดชอบคดีนี้ หากปฏิการครั้งนี้สำเร็จเมื่อไรชาวไทยทั้งประเทศต้องตกอยู่ในอันตราย

นักแสดง:

ฉัตรชัย เปล่งพานิช .... ปกรณ์ 

อำพล ลำพูน .... นาวิน 

โกวิท วัฒนกุล .... ดาบจักร 

ประกาศิต โบสุวรรณ  

วิทิต แลต .... เหม 

ขจรศักดิ์ รัตนนิสัย  


ความยาว: 115 นาที

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี

วันที่เข้าฉาย: 30 เมษายน 2547

มนต์รักร้อยล้าน

 

โปสเตอร์หนัง มนต์รักร้อยล้าน

ผู้กำกับ :

วรเชษฐ์ นิ่มสุวรรณ

นักแสดง:

ภาณุ สุวรรณโณ .... ฉัตรชัย 
อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์ .... มาลี 
ดาราวัลย์ วิไลงาม .... มาลัย 
วิญาดา จงรัตนเมธีกุล .... มาลา 
ธงธง ม๊กจ๊ก .... เจ๊ไก่ 
อุดม ชวนชื่น .... ผู้ใหญ่เทพ 

วันที่เข้าฉาย: 29 กรกฎาคม 2547

ฟอร์มาลีนแมน รักเธอเท่าฟ้า

 

โปสเตอร์หนัง ฟอร์มาลีนแมน รักเธอเท่าฟ้า

เนื้อเรื่องย่อ: วงดนตรีชาวปักษ์ใต้คณะลูกทุ่งฉัตรทอง กำลังจะถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อมาชำระหนี้ ฉัตรทองหัวหน้าวงจำต้องหาวิธีหาเงินมาชดใช้หนี้สินภายใน 30 วัน แต่ฉัตรทอง เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนแต่ด้วยความห่วงกลัวว่าวงดนตรีที่เขาสร้างมากับมือจะต้องตกไปอยู่ในมือของคนอื่น ทำให้วิญญาณของเขาไม่ยอมออกจากร่างแต่ร่างกายกลับเสื่อมสภาพเน่าเปื่อยลงทุกวัน เสนาะ ลูกน้องคนสนิทของฉัตรทอง รู้ความจริงจากพระรูปหนึ่งว่าหัวหน้าของเขาได้ตายไปแล้ว เขาได้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพราะกลัวว่าจะไม่มีใครกล้าร่วมงานด้วย เสนาะแก้ปัญหาการเน่าเปื่อยของร่างกายฉัตรทอง ด้วยการใช้ฟอร์มาลีนฉีดโดยหลอกว่าเป็นยาบำรุง แต่ความลับนี้ถูกเปิดเผยจากลูกน้องปากโป้งชื่อบุญทิ้ง เมื่อรู้ว่าหัวหน้าวงตายไปแล้ว ลูกวงจึงพร้อมใจกันพากันลาออกจากวงเพราะความกลัว เสนาะต้องใช้ความพยายามไปตามลูกวงกลับมาเพื่อปลดหนี้สินให้กับวงดนตรีลูกทุ่งฉัตรทอง ขณะเดียวกัน นายหัวกวง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต้องการจะยึดวงดนตรีลูกทุ่งมาเป็นของตัวเองจึงหาทางขัดขวางการหาเงินของฉัตรทอง ทุกวิถีทางและได้ยืมมือเด็กหนุ่มชื่อ แก้ว ซึ่งเป็นนักร้องตัวสำรองของวงดนตรีลูกทุ่งฉัตรทอง ให้ไปวางเพลิงในงานคอนเสริตครั้งใหญ่ ฉัตรทอง ถูกไฟครอกในกองเพลิงจนใบหน้าเละแทะเสียโฉม แก้วถูกจับตัวมาลงโทษแต่ฉัตรทอง กลับไม่เอาเรื่องทำให้แก้วรู้สึกสำนึกในบุญคุณยอมกลับตัวเป็นคนดี โอกาสที่จะปลดหนี้เหลือน้อยลงจนกระทั่งมีเจ้าภาพงานศพคนหนึ่งมาติดต่อวงดนตรีลูกทุ่งฉัตรทอง ให้ไปเล่นหน้าศพ เมื่อไปถึงงานฉัตรทอง จึงรู้ความจริงว่าเป็นงานศพของจอมใจ หญิงสาวลึกลับที่เขารู้จัก ฉัตรทอง ยอมรับสัจจะธรรมเรื่องความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร วิญญาณของฉัตรทอง จึงออกไปจากร่างและได้พบกับจอมใจในอีกภพหนึ่ง.

นักแสดง:

เอกชัย ศรีวิชัย .... ฉัตรทอง มงคลทอง 
ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข .... เสนาะ 
พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ .... ราตรี สีทอง 
บุญส่ง นาคภู่  

วันที่เข้าฉาย: 30 กันยายน 2547

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนตายต้องมาสู้ชีวิต? ร่วมเอาใจช่วย "ฉัตรทอง" ได้ในภาพยนตร์เรื่องนี้!

พันธุ์ X เด็กสุดขั้ว

 

โปสเตอร์หนัง พันธุ์ X เด็กสุดขั้ว

พันธุ์ X เด็กสุดขั้ว

ผู้กำกับ : เหมันต์ เชตมี

วันที่เข้าฉาย: 24 มิถุนายน 2547

คำโปรย :
"แสบสุดขั้ว รักสุดใจ อันตราบสุดชีวิต"
"ชีวิตใช้ได้สุดขีด รักให้ไว้สุดใจ เพื่อนให้ได้สุดชีวิต"
"ความรัก มิตรภาพ ความกล้า พาพวกเขาสู่ความอันตรายสุดขั้ว"

นักแสดง:

ปรีติ บารมีอนันต์ .... แบงค์ 
ยุทธพงษ์ แสงสุวรรณ .... หนุ่ม 
ศรีริต้า เจนเซ่น .... ซันนี่ 
อดิศร อรรถกฤษณ์ .... บอม 
สรณัฐ มัสยวาณิช .... เหลียง 

ที่มา : บริษัทผู้สร้าง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ภาพยนตร์

 

ผีช่องแอร์

 

โปสเตอร์หนัง ผีช่องแอร์

คำโปรย :

ความกลัว"ช่องแอร์"อยู่ทุกหนทุกแห่ง
ไอเย็นกล้ำกราย ความตายอยู่ตรงหน้า "อย่าเงยหน้า อย่าสบตา"

เนื้อเรื่องย่อ: กลุ่มนักดนตรีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ประกอบไปด้วย พิม (ลินินา พุทธิธาร) นักร้องนำสาวเปรี้ยว, หนุ่ย (บรรเจิด สันธนะพานิช) มือกีตาร์, กบ (ธนาเดช มีประเสริฐ) มือเบส, อ้วน (ภาณุ ภานุวัฒน์วนิชย์) มือกลอง, ใหญ่ (ทนงศักดิ์ สงวนศักดิ์มั่น) มือกีตาร์ และ บอย (เกรียงศักดิ์ แกล้วเกล้า) มือคียบอร์ด ได้เดินทางมาเล่นดนตรีในจังหวัดหนึ่ง และได้เข้าพักยังโรงแรม ที่ห้องพักที่เหลืออยู่เพียงห้องเดียวเท่านั้น คือห้อง 409

เมื่อทุกคนได้เข้าไปพักในห้องพัก บอยได้สังเกตว่า มีปลายผ้าสีขาวโผล่มาจากช่องแอร์ จึงลุกขึ้นไปดึงผ้าผืนนั้นลงมา ทันใดนั้นก็ต้องชะงักจนหน้าซีด แล้วผลุนผลันออกจากห้องไปทันที ก่อนที่เพื่อนๆ จะปืนขึ้นไปพิสูจน์ทีละคน ภาพที่ทุกคนเห็นตรงกัน ภายในช่องแอร์ก็คือ มีผู้หญิงผมยาว ท่าทางน่ากลัว นั่งคุดคู้จ้องมองลงมา ด้วยแววตาของความโกรธแค้น

ต่อมา กลุ่มนักดนตรีก็ได้เดินทางมาพบกับพระรูปหนึ่ง และได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว แสงดาว (ปิยธิดา วรมุสิก) ซึ่งเป็นหญิงขายบริการภายในโรงแรมทิวลิป ถูกฆาตกรรมในห้อง 409 โดยฆาตกรได้ใช้มีดหั่นคอขาดจากตัว แล้วนำศพไปไว้ใต้เตียง ส่วนหัวนำไปซ่อนไว้บนช่องแอร์ กว่าจะพบศพก็หลายวัน จนต้องให้สัปเหร่อที่วัดเป็นคนไปเอาหัวลงมา

กลุ่มนักดนตรีเหล่านี้จะทำอย่างไร กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทำให้ต้องสูญเสียเพื่อนไปทีละคน จนแทบไม่เหลือใคร แล้วพวกเขาจะเอาตัวรอดกันได้หรือไม่? ความน่าสะพรึงกลัว ความแค้น แรงอาฆาต ใครเล่าจะลืมมันได้...

นักแสดง:

ปิยธิดา วรมุสิก .... แสงดาว 
บรรเจิด สันธนะพานิช .... หนุ่ย 
ลินินา พุทธิธาร .... พิม 
ธนเดช มีประเสริฐ .... กบ 
ทนงศักดิ์ สงวนศักดิ์ .... ใหญ่ 
เกรียงศักดิ์ แกล้วเกล้า .... บอย 

วันที่เข้าฉาย: 5 มีนาคม 2547

เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก

 

โปสเตอร์หนัง เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก

  • Release Date: 24 มิถุนายน 2547
  • Director: ผอูน จันทรศิริ
  • Starring: อรรถพร ธีมากร, แอน ทองประสม

คำโปรย : บางสิ่งอาจบอกความรู้สึกของหัวใจ ได้ลึกซึ้งมากมาย กว่าคำพูดร้อยพัน...

เนื้อเรื่องย่อ: ดิว (แอน ทองประสม) โปรแกรมเมอร์สาว มี เกด (สุพิชญา จุลวัฒฑะกะ) เพื่อนรักเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อดิวต้องเดินทางขึ้นเชียงใหม่หลังจากได้รับจดหมายแจ้งข่าวการเสียชีวิตของยายเล็ก ที่นั่นดิวได้พบกับ ต้น(อรรถพร ธีมากร) นักวิจัยหนุ่มประจำสถานีวิจัยทางการเกษตร ดิวได้สัมผัสถึงความอบอุ่นอ่อนโยนที่มีอยู่ในตัวต้น ดูเหมือนว่าความเรียบง่ายที่แสนอบอุ่น ของดอยอ่างขางและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในความรู้สึกในใจของดิว ถึงแม้ว่าตอนนี้ตนเองได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยชีวิตที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยการแข่งขันอีกครั้ง จนกระทั่งเกิดเซอร์ไพรส์บางอย่างขึ้นกับดิวโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อได้พบกับต้นที่เดินทางมาหาดิวถึงกรุงเทพ และสูญเสียเพื่อนรักอย่างเกดที่เสียชีวิตจากการนัดบอดกับเพื่อนชายที่ติดต่อกันทางอินเตอร์เนต สิ่งที่เกิดขึ้นร้ายแรงเกินกว่าที่หัวใจอันบอบช้ำของดิวจะรับได้จากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ทำให้ดิวตัดสินใจหันหลังให้กับกรุงเทพเดินทางมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่เพื่อพบกับ ความอบอุ่นเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่

นักแสดง:

แอน ทองประสม .... ดิว 
อรรถพร ธีมากร .... ต้น 
สุพิชญา จุลวัฒฑะกะ .... เกด 

ความยาว: 110 นาที
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
วันที่เข้าฉาย: 24 มิถุนายน 2547

ดิว (แอน ทองประสม) อาชีพ โปรแกรมเมอร์สาวในเมืองใหญ่ที่ต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ชีวิตมีเพียงจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์
ซึ่งดึงเอาเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปเกือบหมด ยังดีที่มี เกด (สุพิชญา จุลวัฒฑะกะ) เพื่อนรักเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน

จนกระทั่ง
ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตได้เริ่มต้นขึ้น
เมื่อดิวต้องเดินทางขึ้นเชียงใหม่หลังจากได้รับจดหมายแจ้งข่าวการเสียชีวิตของยายเล็ก

ญาติห่างๆ ที่ทิ้งมรดกเป็นบ้านหลังเล็กที่แสนอบอุ่นและไร่กะเทียมไว้ให้
ที่นั่นดิวได้พบกับ ต้น (อรรถพร ธีมากร)
นักวิจัยหนุ่มประจำสถานีวิจัยทางการเกษตรที่เชียงใหม่ให้ความช่วยเหลือดิวและเกดที่ต้องพบกับเหตุสุดวิสัยในระหว่างการเดินทางกลับกรุงเทพ
ทำให้ต้องเสียเวลาอีก 6 ชม.เพื่อรอรถกลับกรุงเทพเที่ยวต่อไป
เกดและดิวจึงมีโอกาสได้แวะศูนย์วิจัยซึ่งเป็นที่ทำงานของต้น
นั่นทำให้ดิวได้สัมผัสถึงความอบอุ่นอ่อนโยนที่มีอยู่ในตัวต้น
และยังได้รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาในชีวิตของชายหนุ่มที่แสนบอบบางคนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ได้ต่างอะไรไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอเลย
โดยเฉพาะการต้องเติบโตท่ามกลางความเหงาที่แสนโดดเดี่ยวอย่างคุ้นเคย

สำหรับต้น
นอกจากรุ่นพี่ รุ่นน้องและเพื่อนๆที่ศูนย์วิจัยแล้วดูเหมือนว่า “ต้นบ๊วย”
สูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่ของศูนย์วิจัย
จะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเดียวที่เปรียบได้กับญาติที่เหลืออยู่ของต้น
ทันทีที่ลืมตามองดูโลกได้ไม่นานเขาก็ต้องสูญเสียแม่และพ่อในเวลาต่อมา

ดูเหมือนว่า
ความเรียบง่ายที่แสนอบอุ่น
ของดอยอ่างขางและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในความรู้สึกในใจของดิว
ถึงแม้ว่าตอนนี้ตนเองได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยชีวิตที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยการแข่งขันอีกครั้ง

ในขณะที่เพื่อรักอย่างเกดยังคงตื่นเต้นไปกับนัดบอดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเพื่อนชายที่ติดต่อและแชตทางอินเตอร์เนต
วันเวลาผ่านไปทั้งปีใหม่ และวาเลนไทน์ โดยมีสิ่งพิเศษเล็กๆ
ที่เกิดขึ้นในชีวิตของดิวคือการได้มีเพื่อนใหม่อย่างต้น
ที่ยังคงติดต่อกันหลังจากกลับจากเชียงใหม่ในครั้งนั้น
ผ่านโทรศัพท์ซึ่งเป็นสื่อกลางที่ทางคู่ได้บอกเล่าความเป็นไปที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของกันและกัน

จนกระทั่ง เกิดเซอร์ไพรส์บางอย่างขึ้นกับดิวโดยไม่ทันตั้งตัว
เมื่อได้พบกับต้นที่เดินทางมาหาดิวถึงกรุงเทพ
และสูญเสียเพื่อนรักอย่างเกดที่เสียชีวิตจากการนัดบอดกับเพื่อนชายที่ติดต่อกันทางอินเตอร์เนต

สิ่งที่เกิดขึ้นร้ายแรงเกินกว่าที่หัวใจอันบอบช้ำของดิวจะรับได้จากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

ทำให้ดิวตัดสินใจหันหลังให้กับกรุงเทพเดินทางมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่เพื่อพบกับ
ความอบอุ่นเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่
ดิวตัดสินใจปักหลักใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่ยายเล็กทิ้งไว้ให้พร้อมกับรับงานจากกรุงเทพโดยมีต้นที่คอยห่วงใย
หมั่นแวะมาเยี่ยมเยียน
และคอยให้กำลังใจจนดิวสามารถกลับมายืนหยั่นใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ผ่านคืนและวันที่พร้อมกลับมางดงามได้อีกครั้ง

กำหนดการเข้าฉาย - 24 มิถุนายน 2547
จัดจำหน่ายโดย - สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล
ผลิตภาพยนตร์โดย - ภาพยนตร์หรรษา
กำกับภาพยนตร์ - ผอูน จันทรศิริ
อำนวยการสร้าง - สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ , นนทรีย์ นิมิบุตร
ควบคุมการสร้าง - นนทรีย์ นิมิบุตร , ดวงกมล ลิ่มเจริญ
บทภาพยนตร์ - คงเดช จาตุรนต์รัศมี
กำกับภาพ - นฤพล โชคคณาพิทักษ์
ออกแบบงานสร้าง - เอก เอี่ยมชื่น
ลำดับภาพ - ม . ร . ว . ปัทมนัดดา ยุคล
ผู้ออกแบบเสื้อผ้า - ธวัชชัย เพชรวารา
แต่งหน้า - จิรวัฒน์ ทาสาย
ออกแบบทรงผม - ธนกร ยิ้มงาม
ผู้จัดหาตัวแสดง - พลธร ศรีรักษา
ผู้อำนวยการโปรโมชั่น - องอาจ ศุกระมณี
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ - ชาติชาย พงศ์ประภาพันธุ์
เพลงประกอบภาพยนตร์ - บอย โกสิยพงษ์ , ชาติชาย พงศ์ประภาพันธุ์
นำแสดง - อรรถพร ธีมากร , แอน ทองประสม , คุณเรวัฒน์ พรหมรักษ์

ในที่สุดแล้ว
ต้นและดิวก็ได้พบกับสิ่งที่ทั้งคู่ต่างเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต
เมื่อพรหมลิขิตได้นำให้คน 2 คนที่อาจจะอยู่ที่ใดก็ตามในโลกได้มาพบกัน
ความห่วงใย และสิ่งดีๆ ที่ต่างฝ่ายต่างหยิบยื่นและเติมเต็มให้แก่กัน
ล้วนเอ่อล้นไปด้วยความสุขที่ทั้งคู่สัมผัสได้ มันคือรักแท้
ที่เป็นทั้งรักแรก และรักเดียวในชีวิตของทั้งดิวและต้น

หลังจากแต่งงาน
ต้นย้ายมาอยู่กับดิวในบ้านที่เต็มไปสายใยแห่งรักที่แสนอบอุ่น
และไม่มีวันสูญสิ้นทั้งในเรื่องราวความรักของต้นกับดิวเอง และของยายเล็ก
เมื่อต้นได้พบกับข้าวของในอดีตที่ถูกเก็บไว้ของยายเล็ก
ในนั้นมีจดหมายรักที่บอกเรื่องราวในอดีตฉบับหนึ่ง
ซึ่งถ่ายทอดความรู้สึกในรักที่มีอยู่อย่างเหลือล้นของชายคนหนึ่งที่มีต่อยายเล็ก
ต้นประทับใจในข้อความและสิ่งที่ปรากฏอยู่ในจดหมายมาก
จนมีความคิดว่าวันหนึ่งอยากเขียนจดหมายแบบนี้บ้าง

ความรักมีความหมาย
และมีคุณค่าสำคัญที่เติมเต็มชีวิตให้กับหลายๆ
คนรวมทั้งดิวแต่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนถูกกำหนดไว้
และยากที่จะเปลี่ยนแปลงเหมือนการที่สวรรค์กำหนดให้ต้นมาพับกับดิว
และพรากต้นไปจากดิว ไม่นานนักหลังจากความสุขที่เกิดขึ้นในชีวิตของทั้งคู่
ต้นเกิดไม่สบายอย่างหนัก จนในท้ายที่สุดพบว่าตนเองเป็นโรคร้าย
และเหลือมีเวลาเหลืออยู่เพียงน้อยนิด

แล้วในที่สุด
ดิวต้องพบกับความสูญเสียครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิตคือสูญเสียต้นไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ดูเหมือนหัวใจที่บอบช้ำของดิวมันอ่อนแอเกิดที่จะเยียวยาได้อีกครั้ง
เมื่อต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังด้วยตัวคนเดียวเดียวในโลกที่แสนกว้างใหญ่ใบนี้.....

จนกระทั่ง ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นกับชีวิตของดิว การมาถึงของจดหมายจาก
ลายมือที่แสนคุ้นเคย จากคนเดียวในดวงใจ ผู้เป็นรักแรก รักแท้และเป็นรักเดียวของดิว.....

"มันเป็นจดหมายรักที่ต้นเขียนถึงดิว"
 

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

 

โปสเตอร์หนัง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

  • Director: บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
  • Starring: ณัฐฐาวีรนุช ทองมี, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

 

คำโปรย : วิญญาณอยู่รอบๆตัวเรา

เรื่องย่อ: ธรรม์ ช่างภาพหนุ่มมาดเซอร์ กับ เจน แฟนสาวของเขา ขับรถชนหญิงสาวคนหนึ่งอย่างแรง แล้วตัดสินใจขับหนีไป ไม่นานทั้งคู่ก็ต้องพบกับเหตุการณ์ประหลาด เมื่อภาพถ่ายของ ธรรม์ นั้น ถ่ายติดแสงเงาประหลาดมาด้วย แรกเริ่มเขาก็คิดเพียงว่ามันเป็นแค่รูปเสีย แต่แล้วเขาก็พบว่ามันมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น คือมีเงาคล้ายกับใบหน้าของผู้หญิงติดมาในรูปด้วย ทั้งคู่เริ่มค้นพบว่าเงาที่ปรากฏในภาพทั้งหลายนั้นมีบางอย่างที่เชื่อมโยง ถึงกัน

นักแสดง

อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม .... ธรรม์ 
ณัฐฐาวีรนุช ทองมี .... เจน 
อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ .... เนตรดาว 

ความยาว: 90 นาที
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
วันที่เข้าฉาย: 9 กันยายน 2547

ที่มา: บริษัทผู้สร้าง แกรมมี่ภาพยนตร์

 

โหมโรง

 

โปสเตอร์หนัง โหมโรง


โหมโรง (The Overture)

  • Release Date: 6 กุมภาพันธ์ 2547
  • Director: อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์
  • Starring: ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, อดุลย์ ดุลยรัตน์, อนุชิต สพันธุ์พงษ์, อาระตี ตันมหาพราน

 

คำโปรย : อาวุธแห่งกวี ดนตรีแห่งแผ่นดิน

ชื่ออื่น ระนาดเอก , ระนาดเอก 5 แผ่นดิน

เรื่องราวคร่าวๆ ของหนังนั้น ดัดแปลงมาจากเรื่องราวชีวิตจริงของอัจฉริยะทางดนตรีไทย ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วง 100 กว่าปีที่แล้ว ความอุตสาหะ พยายามของท่านผู้นี้ถือเป็นตำนานแห่งความมหัศจรรย์ทางด้านดนตรีอีกบทหนึ่งเลยทีเดียว หนังพูดถึง สยามประเทศสมัยรัชการที่ 5 เรื่อยมาจนถึงรัชการที่ 7 โดยถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชีวิตเกี่ยวข้อง และผูกพันกับดนตรีไทยตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต

หนังเล่าเรื่องของ ศร เด็กชายที่เข้าสูวงการดนตรีไทยด้วยการเล่นระนาด ซึ่งมีแรงผลักดันจากความตายของพี่ชาย โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาระนาดจากพ่อ จนสามารถกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงระดับหมู่บ้าน ส่งผลให้เขาเกิดความทะเยอทะยาน ทะนงตน จนต้องรบเร้าให้พ่อพาเข้าบางกอก ที่นำมาซึ่งความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิต

จากนั้น ศร กลับสู่บ้านอย่างหมดความมั่นใจ และสับสน แต่มันก็กลายเป็นพลังให้เขาฝึกฝน และคิดสร้างสรรค์เทคนิคใหม่ในการเล่นระนาดที่ไม่เหมือนใคร จนในที่สุดความสามารถของเขาก็เป็นที่ประจักษ์ต่อสายพระเนตร เจ้าชายแห่งสยาม ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ และมอบหมายให้เขาเป็นนักดนตรีในราชสำนัก ทำให้ ศร ได้พบโลกที่แตกต่างกับโลกของสามัญชนโดยสิ้นเชิง จากนั้นไม่นานเขาก็จำเป็นต้องกลับออกมาล้างตากับ มือระนาดเอกที่มอบความพ่ายแพ้แก่เขาในครั้งก่อน

ศร ท่องประลองฝีมือไปทั่วในยุคทองของดนตรีไทย จนเป็นที่รู้จักและได้รับยกย่องว่าเป็นเจ้าแห่งระนาด แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น และวัฒนธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่สยามประเทศ ศิลปะไทยทั้งหลายถูกต่อต้าน และแทรกแซงโดยรัฐบาลเผด็จการ การเล่นดนตรีไทยถูกตัดสินว่าไร้อารยธรรม สร้างความปวดร้าวให้แก่ ศร ที่ต้องเผชิญกับคำท้าทายครั้งใหญ่ที่สุด เพื่อปกป้องและหวงแหนดนตรีไทยอันเป็นที่รักของเขาให้ยืนยงต่อไป

นักแสดง:


อนุชิต สพันธุ์พงษ์
 .... ศร 
อาระตี ตันมหาพราน .... แม่โชติ 
อดุลย์ ดุลยรัตน์ .... ศร ในสมัยรัชกาลที่ 8 
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง .... พันโทวีระ 
สุเมธ องอาจ .... ประสิทธิ์ 
ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง.... เทิด 

ความยาว: 103 นาที
วันที่เข้าฉาย: 6 กุมภาพันธ์ 2547

 


อาถรรพ์แก้บนผี

 

ไสยศาสตร์และเรื่องลี้ลับเป็นสิ่งที่ดำเนินอยู่บนโลกใบนี้เสมอมา ทำให้สามารถจัดคนบนโลกได้สามประเภท คือ เชื่อ ไม่เชื่อและไม่เชื่อแต่ไม่หลบหลู่

      ปิ่น ( วุ้นเส้น วิริฒิพา ) มอส ( ปรางทอง )และหมวย ( บอลลูน )เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายเป็นกลุ่มที่ไม่เคยเชื่อในเรื่องเหล่านี้ คืนหนึ่งหลังจากจัดปาร์ตี้ที่บ้านปิ่น เด็กทั้งสามพร้อมกลุ่มเพื่อนได้พากันไปพิสูจน์ตำนานผีที่บ้านร้างตามคำท้าของเพื่อนคนหนึ่ง

ด้วยความซ่ามอสได้เยาะเย้ย ความกลัวของเพื่อนที่มีต่อบ้านหลังนี้และข่มเพื่อนด้วยการอาสาไปศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์กว่า ทั้งๆที่ความจริงมอสไม่เชื่อว่าจะเป็นจริงได้ ที่ศาลเจ้าขณะที่เพื่อนๆกำลังบนบานเพื่อให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยความศรัทธาแต่ทว่าเด็กทั้งสามกลับท้าทายอย่างไม่ยำเกรงอย่างคะนองปาก ด้วยความไม่เชื่อ หากหมวยสอบติดแพทย์ได้ จะเอาอะไรก็ได้ให้หมด

หลังจากคืนนั้น สิ่งที่พวกเธอท้าทายกลับกลายเป็นความจริง อำนาจที่เกิดจากคำสัญญา ได้เริ่มเข้ามาทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของพวกเธอเลวร้ายลงทุกที เพราะไม่เชื่อจึงเพิกเฉย ก็ยิ่งทำให้รู้สึกได้ว่า อำนาจเร้นลับกำลังตามทวงสัญญา ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนทั้งสาม ก็ยิ่งห่างเหินกัน อุบัติเหตุเริ่มเกิดขึ้นกับทุกคน ความซวยที่เริ่มจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งถึงจุดที่พวกเธอที่ไม่เคยเชื่อ ยอมไปขอขมาที่ศาลเจ้าแห่งนั้น แต่ปัญหาสำคัญก็คือว่า ไม่รู้จริงๆ ว่าของแก้บนมันคืออะไรกันแน่…หัวหมู, ไข่ต้ม, นางรำ หรือว่าเป็นของที่พวกเธอเองให้ไม่ได้

คำตอบทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่พวกเธอทั้งสาม ที่ไม่รู้ว่าคำตอบคืออะไรจะถามใครได้ ว่าแต่ว่า…คุณเองก็เถอะ อดีตที่ผ่านมา บนอะไรไว้บ้างหรือเปล่า อย่าลืมไปแก้ก็แล้วกัน ก่อนที่เขา…จะมาทวง

โปสเตอร์หนัง อาถรรพ์แก้บนผี


นักแสดง:

ปรางทอง ชั่งธรรม .... มอส 
วิริฒิพา ภักดีประสงค์ .... ปิ่น 
พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์ .... หมวย 

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
วันที่เข้าฉาย: 15 กรกฎาคม 2547

อาถรรพ์ แก้บนผี" ภาพยนตร์แนวสยองขวัญ ลี้ลับ ผลงานกำกับของผู้กำกับหน้าใหม่ "มนตรี คงอิ่ม" ที่ผันตัวเองจากงานกำกับมิวสิควีดีโอมาประเดิมงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก โดยได้ 3 ดาราสาวอย่าง ปรางทอง ชั่งธรรม, วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และบอลลูน-พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์ มานำแสดง

ภาพที่เราเลือกมาลงนี้เป็นภาพ "น้องเหลือก" เอ้ออออ "น้องบอลลูน" ที่มีหนัง "เจ้าสาวผัดไทย" ออกฉายอยู่ในขณะนี้ และเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังเรื่องที่ 2 ในรอบปีนี้ของเธอ ในเรื่องเธอรับบท "หมวย" ซึ่งเป็นคนที่ร่าเริง แจ่มใส ช่างพูดจึงทำให้เป็นที่รักของเพื่อน ๆ แต่เธอเองก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องราวอาถรรพ์สยองขวัญขึ้นเช่นกัน ในภาพจะเป็นช่วงที่เธอกำลังเผชิญกับผลแห่งความคะนองปาก ท้าทายอำนาจเร้นลับ และไม่แต่เฉพาะเธอ เพื่อนอีกสองคนก็ประสบเคราะห์กรรมเดียวกัน และดูเหมือนว่าอาถรรพ์จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้กำกับกล่าวถึงหนังเรื่องนี้ว่า "เป็นหนังสยองขวัญ ที่หยิบเอาประเด็นเรื่องไสยศาสตร์ การแก้บนซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนไทย โดยเฉพาะวัยรุ่นที่มักจะไปบนบานศาลกล่าวกันมากในช่วงเอนทรานซ์ ซึ่งใน 'อาถรรพ์ แก้บนผี' นี้เป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนทั้ง 3 คน คือมอส,ปิ่น,หมวย (ปรางทอง ,วุ้นเส้น , บอลลูน) ที่ไม่เชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ จนกระทั่งเกิดเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัว เมื่อมอสได้ไปกล่าวท้าทาย ลบหลู่ศาลเจ้าในบ้านร้างแห่งหนึ่ง เมื่อสิ่งที่ท้าทายกลายเป็นเรื่องจริง อำนาจลี้ลับจึงกลับมาทวงสัญญา"

ล่าสุด ผู้กำกับบอกกับเราว่า ฉากที่เห็นในภาพนี้ถูกตัดออกไปในเวอร์ชั่นตัดต่อครั้งสุดท้าย แต่ยังไงหนังก็ยังคงมีความน่ากลัว และสยองอยู่

หมานคร

โปสเตอร์หนัง หมานคร

คำโปรย : ความรักของคนตัวเล็ก ๆ จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เมืองนี้

"ชายหนุ่ม" ผู้ไม่มีความฝัน ซึ่งแอบหลงรัก "หญิงสาว" ผู้เอาแต่วิ่งไล่ตามความฝันของตน และไม่เคยรับรู้ถึง "ความหมายของความชิดใกล้" ที่ชายหนุ่มมอบให้เธอเลยแม้แต่น้อย และแล้วเมื่อความฝันที่เธอเฝ้าค้นหามาเนิ่นนาน กลับไม่เป็นดั่งฝันที่เธอวาดไว้ เธอเศร้าใจ...เศร้าใจมาก จนอยากอยู่ห่างจากชีวิตชายหนุ่มสักพัก

นั่นทำให้เขาเศร้าใจมาก...เศร้าใจมากยิ่งนัก...แต่เมื่อ "ความรักยังคงเป็นความรัก" เขาทนคิดถึงหญิงสาวไม่ไหว เขาจึงต้องกลับมาหาเธอ เพื่อที่จะบอกเธอว่า

"จินจะไม่รักป๊อกก็ได้ แต่อย่าให้ป๊อดอยู่ห่างจากจินอีกเลย เพราะมันทำให้ป๊อดยิ่งคิดถึงจินมากขึ้นทุกที...ทุกที"

เนื้อเรื่องย่อ: ภาพยนตร์แนวรักตลกเหนือจริง เรื่องราวของผู้คนตัวเล็กๆในกรุงเทพมหานคร และการดิ้นรนค้นหา ความสุขในท่ามกลางโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โลกที่อุดมไปด้วยความฝันแต่แล้งความรักและความเข้าใจ

ป๊อด เป็นคนต่างจังหวัด ยายของเขาเคยเตือนไว้ก่อนตายว่า วันใดที่เขามาทำงานที่กรุงเทพฯ วันรุ่งขึ้นเขาจะตื่นมาพร้อมกับมีหางงอกออกจากก้น ที่กรุงเทพฯ ป๊อดทำงานในโรงงานปลากระป๋อง วันหนึ่งเขาเผลอตัดนิ้วชี้ของตนเองใส่ไปในกระป๋อง ป๊อดเที่ยวตามหานิ้วของเขาตามห้างสรรพสินค้าจนพบ ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานเพราะขี้เกียจตามหานิ้วอีก

ป็อดเป็น รปภ. ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ที่นี่เองเขาได้พบกับจิน จิน เป็นแม่บ้านทำความสะอาด ที่ชอบถูพื้นเป็นชีวิตจิตใจ ป๊อดแอบชอบจิน และสังเกตุเห็นว่า นอกจากชอบถูพื้นแล้ว จินยังชอบหนังสือปกสีขาว ที่เธออ่านไม่ออกตลอดเวลา จินเป็นหญิงสาวที่พยายามตามหาความฝัน จินฝันว่าวันหนึ่งเธอจะอ่านหนังสือเล่มนั้นออก และชีวิตเธอจะเปลี่ยนไป ป๊อดพยายามจีบจิน เขาลงทุนออกไปขับแท็กซี่เพื่อจะได้มีรถมารับส่งจินทุกวัน

วันหนึ่งป๊อดสารภาพรักกับจิน แต่จินปฏิเสธ ป๊อดจึงคิดฆ่าตัวตาย แต่ยายของป๊อดที่ตายไปแล้วเกิดมาเป็นจิ้งจกมาห้ามป๊อดไว้ทัน ขณะที่จินได้พบกับใครบางคน ที่ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปจริงๆ ปีเตอร์เป็นฝรั่งนักประท้วงเพื่อสิ่งแวดล้อม จินใส่ใจปีเตอร์เพราะปีเตอร์มีหนังสือเล่มสีขาวเล่มเดียวกับจิน ด้วยความอยากรู้ความหมายในหนังสือเล่มนั้น ทำให้จินออกตามหาปีเตอร์ จนกลายเป็นนักประท้วงไปด้วย

จินลาออกจากงานไปร่วมขบวนประท้วงเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมทุกวัน เธอยังเที่ยวเก็บพลาสติกที่ใช้แล้วมาเก็บไว้ในบ้าน จนมันกลายเป็นภูเขาพลาสติกลูกใหญ่มหึมา ป๊อดเศร้าใจที่จินอยู่ห่างจากเขาออกไปทุกที แต่ป๊อดก็ยังรักจิน และมารอจินที่ภูเขาพลาสติกทุกวัน แต่จินไม่เคยกลับมาเลย

และแล้วหลังจากตามหามานานจินก็ได้พบกับปีเตอร์ และได้พบความจริงที่ทำให้ความฝันของเธอทลายลง ปีเตอร์ไม่ใช่นักประท้วงอย่างที่จินเข้าใจ แต่เป็นเกย์ฝรั่งที่มายืนแจกใบปลิวหนังโป๊ และหนังสือปกสีขาวเล่มนั้น ความจริงเป็นหนังสือลามกของชาวอิตาลี! ด้วยความผิดหวัง จินเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างรวดเร็วและขออยู่ห่างๆป๊อดสักพัก ป๊อดจึงกลับบ้านนอกไปด้วยความเศร้าใจ แต่ในที่สุด ป๊อดก็ทนคิดถึงจินไม่ไหว ป๊อดจึงตัดสินใจกลับมากรุงเทพฯ เพื่อบอกจินว่า จินจะไม่รักป๊อดก็ได้ แต่อย่าให้ป๊อดอยู่ห่างจินเลย แล้วจินก็ค้นพบว่า ความรักต่างหากคือสิ่งที่จินพยายามตามหา และมันอยู่กับจินตลอดเวลา ตั้งแต่วันแรกที่จินได้พบกับป๊อด แต่เพราะจินไม่เคยหยุดค้นหา จินจึงไม่เคยพบมัน

หมานคร


นักแสดง:

มหาสมุทร บุณยรักษ์ .... ป๊อด 
แสงทอง เกตุอู่ทอง .... จิน 
สวัสดิ์วงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา .... ยอด 
ณัฎฐา วัฒนะไพบูลย์ .... คง 
เรือนคำ แสงอินทร์ .... ยาย 

ความยาว: 105 นาที
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
วันที่เข้าฉาย: 9 ธันวาคม 2547

"หมานคร" หนังรักงดงาม ประหลาดโลก ผลงานเรื่องที่ 2 ของผู้กำกับฝีมือเยี่ยมอีกคนของวงการอย่าง "วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง" ที่สะท้อนเรื่องราวของผู้คนตัวเล็ก ๆ ในกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ที่ต่างก็ดิ้นรนค้นหาความสุข ท่ามกลางโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา...โลกที่อุดมไปด้วยความฝัน แต่แห้งแล้งความรัก ความเข้าใจ และความสุขที่แท้จริง


บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม

 

โปสเตอร์หนัง บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม


ชื่ออื่น เพชฌฆาตหน้าเหลี่ยม

ผู้กำกับ :
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา

นักแสดง:

เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา .... วงศ์คม 
พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร .... ชายชล เพชรพันธการ 
ภุมวารี ยอดกมล .... ป๊อก 
อรัญญา นามวงศ์ .... คุณหญิงรัตนา 
ยิ่งยง ยอดบัวงาม .... อาทิตย์ 
อาภาพร นครสวรรค์ .... แม่แจ่ม 

ความยาว: 105 นาที
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
วันที่เข้าฉาย: 21 มกราคม 2547

ทวิภพ พ.ศ. 2547

 

โปสเตอร์หนัง ทวิภพ พ.ศ. 2547

ทวิภพ


ชื่อภาษาอังกฤษ The Siam Renaissance

มณีจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษระดับ 6 สาขาประวัติศาสตร์ ประจำกงศุลไทยนครปารีส ถูกเรียกตัวด่วนในคืนนั้น ในฐานะตัวแทนผู้เกี่ยวข้องกับประเทศสยาม อันเป็นที่มาของบันทึกนั้น วัวอิยา ถูกจัด ระดับความสำคัญเพียง “นิยายไร้สาระ” แต่ในความคิดของ มณีจันทร์ มันเป็นสิ่งที่น่าค้นหา …เธอได้ล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนแห่งความลับที่ถูกกำหนดไว้จากบันทึกนี้ ดินแดนที่เธอไม่เชื่อว่าเป็นจริงเมื่อแยกจากโลกปัจจุบัน ..หญิง สาวต้องกลับประเทศไทยด้วยเหตุผลบางประการ

ที่บ้านเกิดในเมืองไทย มณีจันทร์ สับสนและแยกแยะไม่ออกว่า ตัวเธออยู่ในความเป็นจริงอันใด.. “วันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้ ? หรือ วันนี้คืออนาคตของเมื่อวาน ?” “มณีจันทร์” จะอยู่ในตำแหน่งไหนของตัวเธอเอง หลายครั้งที่เธอคิดอยู่เสมอว่า เธอเป็นต้นเหตุของบันทึกเสียเองหรือไม่ ? และการเดินทางครั้งใหม่ของ มณีจันทร์ ก็เริ่มขึ้น

ธิดาช้าง

 

โปสเตอร์หนัง ธิดาช้าง

 

  • Director: ภิญโญ รู้ธรรม

คำโปรย :
"เอวบางร่างน้อยหรือจะสู้เอวหนาร่างนุ้ย มงกุฏเทพีไม่มีหลุดมือ"
"ไม่ต้องมาถามว่าไม่อ้วนเอาเท่าไร เพราะถึงยังไงฉันก็จะบวมอย่างมีคุณค่า"

เนื้อเรื่องย่อ: หนอน (อุ๋ย - สิริมา ตันประเสริฐ) หญิงสาววัย 24 ปี ที่มีน้ำหนักกว่า 100 กก. เป็นสาวอารมณ์ดี จิตใจดี และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในอาชีพช่างเสริมสวย มีร้านชื่อ “ก้ำบี้ ซาลอน” หนอนมีเพื่อนชายที่รู้ใจเป็นชายหนุ่มร่างสันทัดแบบชายไทยทั่วไปชื่อ ผีเสื้อ (มรว. มงคลชาย ยุคล) ทั้งสองคบกันด้วยความดีงามของจิตใจ ไม่ใช่ความสวยของรูปร่าง หนอนตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อประกวดธิดาช้าง ด้วยความมุ่งมั่น ดร.บัญชา ชุตินัยนา (ธวัธชัย สัจจกุล) นักธุรกิจเจ้าของกิจการเครื่องสำอางมีบุตร 2 คน คนที่ 1 ชื่อหนอน คนที่ 2 ชื่อแพรไหม (เมย์ - กุณฑีรา สัตตบงกช) บัญชา อยากให้แพรไหมเป็นตัวแทนของสาวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและความสวยงาม ในขณะเดียวกันบัญชาก็เป็นแกนนำในการรณรงค์ต่อต้านคนอ้วน หนอนตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อประกวดธิดาช้าง ด้วยความมุ่งมั่น เมื่อบัญชาเห็นข่าวทางทีวีและจำได้ว่านั่นคือหนอนลูกสาวของตน จึงสั่งการให้ลูกน้องคนสนิทให้ไปขัดขวางการประกวดทุกวิถีทาง แต่ทุกครั้งที่โดนกลั่นแกล้งก็ดูเหมือนจะกลายเป็นส่งเสริมให้หนอนและการประกวดธิดาช้างยิ่งโด่งดังขึ้นไปทุกที ด้านแพรไหม ถึงแม้จะไม่อยากเข้าประกวดแต่ต้องทำเพราะไม่กล้าขัดใจพ่อ-แม่ เธอถูกเลี้ยงดูมาแบบทำทุกอย่างตามตาราง โดยเฉพาะเรื่องการรับประทานอาหารแบบจำกัด เพื่อรักษารูปร่าง เธอจึงมีสภาพจิตใจที่เก็บกดอย่างมาก การประกวดของทั้ง 2 เวทีดำเนินต่อไป และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับแพรไหม เมื่อหนอนทราบข่าว เธอจึงต้องตัดสินใจว่าจะเลือกช่วยชีวิตน้องสาวคนเดียวของเธอ หรือเลือกตำแหน่งอันทรงคุณค่าจากเวทีอันมีเกียรติที่เธอต้องต่อสู้เพื่อแสดงให้พ่อเห็นว่า เธอสามารถทำได้แม้จะมีรูปร่างอ้วนก็ตาม เธอจะเลือกความต้องการของจิตใจแบบไหน พ่อผู้ให้ชีวิตจะมองข้ามสรีระภายนอกและหันกลับไปมองถึงจิตใจอันดีงามของเธอหรือไม่

นักแสดง:

สิริมา ตันประเสริฐ .... หนอน 
กุณฑีรา สัตตบงกช .... แพรไหม 
ม.ร.ว.มงคลชาย ยุคล .... ผีเสื้อ 
ธวัธชัย สัจจกุล .... ดร.บัญชา ชุตินัยนา 
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล .... สาวิตรี 
เมตตา รุ่งรัตน์ .... ยายของหนอน 

ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
วันที่เข้าฉาย: 19 สิงหาคม 2547

ที่มา : บริษัทผู้สร้าง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ภาพยนตร์

ปักษาวายุ

 

โปสเตอร์หนัง ปักษาวายุ

ปักษาวายุ

วันที่เข้าฉาย: 2 เมษายน 2547

เนื้อเรื่องย่อ: ปี พ.ศ. 2548 กรุงเทพมหานคร ทำการขยับขยายโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินเฟส 2 เพื่อสอดคล้องกับการเติบโตของมหานคร แต่เพราะความบังเอิญพวกเค้าได้ขุดพบอะไรบางอย่างที่มากกว่า การก่อสร้าง อุโมงค์ใต้ดิน สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่หลับจำศีลอยู่เป็นเวลานานนับหมื่นปีได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น จนกระทั่งทางกองทัพต้องใช้กำลังเข้าปิดกั้น SITE ขุดของรถไฟฟ้าไว้ เพื่อทำการกักกันไม่ให้สัตว์ร้ายหลุดออกไปได้ ทหารหน่วยพิเศษถูกส่งเข้ามาต่อสู้กับสัตว์ร้าย แต่ถึงแม้เหล่าทหารจะมีเทคโนโลยีแค่ไหนก็ไม่สามารถยับยั้งสัตว์ร้ายได้ มันได้หลุดออกจากอุโมงค์ใต้ดินของรถไฟฟ้าที่ทอดยาวอยู่ใต้ใจกลางเมือง กรุงเทพมหานครกำลังจะเผชิญหน้ากับความน่ากลัวแบบใหม่ที่มีความใกล้เคียงกับความเชื่อบางอย่างที่ถูกปลูกฝังในสังคมไทยมาเนิ่นนาน

นักแสดง:

ศรราม เทพพิทักษ์ .... แทน 
ซาร่า เล็กจ์ .... ลีน่า 
ชลัฏ ณ สงขลา .... ไกร 
แดเนียล บรูซ เฟรเซอร์ .... ทิม 
ไพโรจน์ สังวริบุตร  
ญาณี ตราโมท .... วิชัย 

ปักษาวายุ
ในตำนานของภูมิภาคเอเชีย แต่หลักฐานทั้งหมดก็หายไป เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ทำให้หลุมขุดค้นจมหายไป พ่อของลีน่าถูกกล่าวหาว่าหลอกลวง และบิดเบือนข้อเท็จจริงทางโบราณคดี เนื่องจากมีแต่คำพูดที่ปราศจากหลักฐานยืนยัน จนเขาต้องเดินทางมาหาหลักฐานที่ใกล้เคียงชิ้นสุดท้าย ที่อาจจะอยู่ในประเทศไทย ตามตำนานโบราณ แต่ความพยายามดูจะไร้ผล เมื่อเงินส่วนตัวที่สะสมไว้เริ่มหมดไป โดยที่เขายังไม่พบร่องรอยอะไรเลย เขาเริ่มท้อแท้และตรอมใจตาย ลีน่าเป็นลูกสาวคนเดียว ที่เขามีกับสาวไทยที่เขาพบรัก ตอนสมัยที่ตามหาเบาะแสในเมืองไทย ลีน่าได้รับการปลูกฝังความชอบในวิชาโบราณคดี ตั้งแต่เด็กทำให้เธอมีความมุ่งมั่น ที่จะทำตามเจตนารมณ์ของพ่อให้เป็นจริง

เมื่อลีน่าโตขึ้น เธอเพียบพร้อมด้วยความรู้ ที่ร่ำเรียนมาจากสถาบันโบราณคดี ชั้นแนวหน้าของต่างประเทศ ลีน่าเดินทางกลับมาเมืองไทยพร้อมกับทุนวิจัย เพื่อทำการขุดค้นหาหลักฐานในเมืองไทย พร้อมกับเพื่อนนักวิจัยชาวฝรั่งเศส ทิม (รับบทโดย Mr.Danial Fraser) ลีน่าทำเรื่องเพื่อขอขุดค้นในพื้นที่ ที่มีร่องรอยของสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไทย ตามที่พ่อของเธอเคยสันนิษฐานไว้ โดยหารู้ไม่ว่า ขณะนั้นที่โครงการขุดเจาะรถไฟฟ้าใต้ดินเฟส 2 ใต้กรุงเทพมหานครซึ่งกำลังก่อสร้าง มีการขุดเจอโครงกระดูกของสัตว์โบราณโดยบังเอิญ ลีน่าถูกติดต่อให้ไปทำการวิจัยโครงกระดูกนั้น เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พ่อเธอเคยเจอ

ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนั่นเอง ลีน่าได้พบกับกองกำลังทหารกลุ่มใหญ่ ที่ได้รับคำสั่งให้มาควบคุมดูแลการขุดค้น ลีน่าจึงได้พบกับ แทน (รับบทโดย ศรราม เทพพิทักษ์) นายทหารหนุ่มที่ดูแลกองทหาร ทั้งสองขัดแย้งกันทันที โดยแทนเตือนลีน่าว่า โครงกระดูกที่ค้นพบนั้น อาจไม่ใช่เป็นแค่สัตว์เดียรัจฉานธรรมดา ลีน่าบอกว่าแทนมีความเชื่อที่เหลวไหล สัตว์ก็ต้องเป็นสัตว์อยู่ดี ไม่สามารถกลายเป็นอย่างอื่นไปได้

แล้วทั้งลีน่าและแทนก็ได้พบว่า หลุมขุดเจาะนั้นยังมีถ้ำโบราณ อยู่ภายใต้ทางรถไฟฟ้านั้นอีก ซึ่งในถ้ำนั้นเป็นที่อยู่ของสัตว์โบราณ ที่ยังคงมีเนื้อหนังที่สมบูรณ์ ดูคล้ายสัตว์ที่จำศีลอยู่มาเป็นเวลานานนับหมื่นปี และด้วยเหตุบังเอิญ ทำให้สัตว์โบราณตื่นขึ้น และออกอาละวาดในทันที เพื่อจะต้องการตามหาเผ่าพันธุ์เดียวกัน ที่หลงเหลืออยู่

ลีน่า, แทน พร้อมทั้งเพื่อนทหารอีก 6 นาย ได้แก่ ไกร (รับบทโดย ชลัฏ ณ สงขลา), วิทย์ (รับบทโดย สุทธิพงษ์ สามคุ้มพิมพ์), ทนง (รับบทโดย ธนพงษ์ ขำวิทย์), หาญ (รับบทโดย ปิยะ วิมุกตายน), กล้า (รับบทโดย สุทธิพร เมธา), พล (รับบทโดย พีรนันท์ โกตน) และนักวิชาการ รวมทั้งอีกหลายชีวิตที่ต้องเอาตัวรอด จากความโกรธและโมโหของสัตว์โบราณ โดยการไล่ล่าเกิดขึ้น ภายใต้พื้นดินกรุงเทพฯ อันเป็นสถานที่ ก่อสร้างทางรถไฟฟ้าใต้ดินเฟส 2 ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ความพยายามของแทน ที่จะป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายนั้น หลุดรอดจากใต้ดินก็ล้มเหลว สัตว์โบราณนั้นสามารถหลุดออกจากสถานีใต้ดิน พร้อมคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย ลีน่าจึงเริ่มสำนึกความจริงที่ว่า การเพียรพยายามเปิดเผยความจริง เรื่องสัตว์โบราณตัวนี้ กับการต้องแลกด้วยชีวิตคนมากมาย มันไม่คุ้มกันเลย แล้วเธอจะช่วยแทนแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร..

เกิดมาลุย

 

  • Director: พันนา ฤทธิไกร
  • Starring: ชูพงษ์ ช่างปรุง, นพพล โกมารชุน, สันติสุข พรหมศิริ

เกิดมาลุย (BORN TO FIGHT)

โปสเตอร์หนัง เกิดมาลุย

เนื้อเรื่องย่อ: เดี่ยว ตำรวจลับของรัฐบาลที่เสียเพื่อนร่วมงานในปฏิบัติการที่ผิดพลาด เขาเดินทางไปร่วมพิธีทำบุญในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งร่วมกับคณะนักกีฬา แต่เมื่อผู้ก่อการร้ายจู่โจมเข้ามายึดหมู่บ้าน พร้อมขนหัวรบนิวเคลียร์เข้ามาขู่จะยิงถล่มกรุงเทพ หากทางการไทยไม่ยอมปล่อยตัวหัวหน้าขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ เดี่ยวและพรรคพวกนักกีฬาไทย ต้องใช้ความสามารถในการต่อสู้เพื่อล้มล้างปฏิบัติการชั่วร้ายของโจรกลุ่มนี้

นักแสดง:

ชูพงษ์ ช่างปรุง .... เดี่ยว 
นพพล โกมารชุน .... นายพลหยาง 
สันติสุข พรหมศิริ .... ล่อเฟย 
ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน .... ตุ๊ก 
สมรักษ์ คำสิงห์ .... ทับ 
อมรเทพ แววแสง .... หมู 

ความยาว: 100 นาที
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 35 มม., สี
วันที่เข้าฉาย: 5 สิงหาคม 2547

อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
ควบคุมงานสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว, สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์
บทภาพยนตร์ พันนา ฤทธิไกร
กำกับการแสดง พันนา ฤทธิไกร (เกิดมาลุย,ซิ่งวิ่งลุย,ปลุกมันขึ้นมาฆ่า,
องค์บาก,บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม)
ออกแบบกำกับคิวบู๊ พันนา ฤทธิไกร(เกิดมาลุย,ซิ่งวิ่งลุย,ปลุกมันขึ้นมาฆ่า,เด็กเสเพล,อั้งยี่,อินทรีแดง
แก็งค์กระแทกก๊วน,องค์บาก,บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม)
ออกแบบงานสร้าง ดุสิต อิ่มอ่วม (เฮี้ยน,บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม)
กำกับภาพ สุรเชษฐ์ ทองมี
ลำดับภาพ ฐานพัฒน์ ทวีสุข
แนวภาพยนตร์ แอ็คชั่น- ดราม่า

 

เกิดมาลุย รอบปฐมทัศน์โลก

เขียนโดย อี๊หก รักทุกคน
พุธ, 04 สิงหาคม 2004

...ดีใจจริง ๆ นาน ๆ ฉันจะได้ไปเปิดหูเปิดตา เจอะเจอดาราตัวเป็น ๆ ซักที แต่ไม่วายมีปัญหา...ซะงั้น

...เรื่องของเรื่องก็คือว่า เมื่อคืนวานนี้ (3 ส.ค.) เขามีรอบสื่อมวลชนเปิดตัวหนังไทยแอ็คชั่นเสี่ยงตายฟอร์มใหญ่เรื่อง เกิดมาลุย ที่โรงย่านบางกะปิ มีใครบางคนโทรมาบังคับแกมขู่ให้ไปดูให้ได้ เขาว่า "หนังเขามันส์จริง ๆ" กอปรกับฉันว่างพอดี ก็เลยตอบรับอย่างเสียไม่ได้ว่า "ไปก็ได้" (แต่ในใจคิดว่า "อุ๊ยยย...ต้องไปขอลายเซ็นต์น้องเดี่ยว, พี่พันนา, อาตู่, พี่หนุ่ม, พี่ตุ๊ก ฯลฯ ให้ครบให้ได้ ลัล ลา...")

...ด้วยความขี้เกียจของฉัน ที่ไม่อยากไปรอนานก็เลยไปซะ 1 ทุ่ม 20 นาที เพราะเขาว่าหนังฉายทุ่มครึ่ง แต่ปรากฏว่า พอฉันไปถึง พิธีการช่วงแรกเพิ่งจะจบไป ฉันเริ่มเอะใจ แต่ก็ไม่อยากคิดร้ายเกินไปนัก ก็เลยเดินทอดน่องเดินชมตามบูธต่าง ๆ ไม่รู้ว่าเพราะฉันเดินเร็วเกินไป หรือบูธต่าง ๆ เรียกร้องความสนใจของฉันได้อย่างมากล้น ฉันเลยใช้เวลาเดินรอบงานเพียง 3 นาที (-_-") เอาเถอะ เดินวนอีกรอบแล้วกัน...เอาน่า เดินรออีกหน่อย...สรุปแล้ว ฉันเดินรอบงานร่วม 10 รอบ แต่หนังก็ยังไม่ได้ฉาย เพราะบนเวทีเพิ่งจะเริ่มพิธีการช่วงที่สอง คือ คุยกับนักแสดงทั้งหลายแหล่อยู่

..."ไหนบอกหนังฉายทุ่มครึ่งไง ฮึ" ฉันเริ่มหงุดหงิดอยู่ในใจ แต่เอาเถอะ ฟังนักแสดงเขา "อวย" เอ้ยยยย...พูดคุยกันหน่อยแล้วกัน เหมือนกันกับบูธต่าง ๆ คือ เรียกร้องความน่าสนใจจากฉันได้อย่างมากมายจริงๆ ฉันเลยไม่อยู่ฟังต่อละ ขอตัวไปทานไอศกรีมแถว ๆ นั้นก่อนแล้วกัน...ทานไป ดื่มด่ำกับเสียงนักแสดงไป อุ๊ยยย บรรยากาศสุดยอด อย่าให้เซดเลย

..."แต่ไหนว่าหนังฉายทุ่มครึ่งไง ฮึฮึ" ฉันกินไอติม...เอ่ออออ ฉันหมายถึง ทานไอศกรีมน่ะ ทานเสร็จไปหนึ่งชามใหญ่ ๆ ก็ปาเข้าไป 2 ทุ่มกว่าแล้ว แต่หนังก็ยังไม่ฉาย จนแล้วจนรอดรอไป 3 ทุ่มกว่า ก็เห็นผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ ฉันหมายถึง คุณพันนากับคุณปรัชญา ไงเธอ ฉันเห็นทั้งคู่วิ่งหน้าตั้งมาจากโรงหนังแถว ๆ ราชดำริ อะไรแถวๆ นั้น ถามไถ่คนแถว ๆ นี้ก็เลยรู้ว่า หนังเขายิ่งใหญ่มาก ๆ ก็เลยต้องเปิดรอบปฐมทัศน์โลกถึง 2 โรง 2 ย่าน ให้วุ่นเล่น ๆ แล้วมันก็วุ่นสมใจ เพราะทั้งผู้กำกับและโปรดิวเซอร์คู่ใจ ฉันหมายถึง...เอ่อออออ เธอคงรู้แล้วเนอะ งั้นฉันขอผ่านชื่อเลยนะ อิอิ ทั้งคู่ต้องวิ่งมาแก้สถานการณ์พูดคุยทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนว่า "ฟิล์มหนังมีปัญหานิดหน่อย เพราะแล็บทำไม่เสร็จ หรืออะไรนี่แหละ ฉันก็ไม่ค่อยเก็ทเรื่องเทคนิคอะไรซักเท่าไรหรอก แต่ฉันก็แค่สงสัยว่า จะจัดงานใหญ่ทั้งที ทำไมไม่มีความพร้อมเอาซะเลย ฉันเบื่อ ฉันเซ็งจริง ๆ"

...แต่ฉันก็รอดูนะ แหม ก็ของฟรีน่ะ แถมเสียค่ารถมาเป็นร้อย มากกว่าค่าตั๋วไปดูเองซะอีก ก็เลยรอซะหน่อย และแล้ว เฮ้ ๆ ๆ หนังได้ฉายแล้ว ฉันดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า ฉันหาวง่วงน่ะ ไม่ได้ซึ้งอะไรหรอก แต่แล้ว ดู ๆ ไป หนังก็ดันดับไปเฉย ๆ แต่อันหลังนี้ฉันเตรียมใจไว้แล้ว เพราะคุณปรัชญาเขาบอกไว้แล้วว่า "ฟิล์มหนังมีปัญหานิดหน่อย ต้องเสียเวลาโหลดฟิล์มอีก 20 นาที" ฉันเตรียมใจไว้แล้ว ฉันทำใจได้ ไม่เป็นไรเธอ ไม่เป็นไรเลยจริง ๆ ฉันถือซะว่าเป็นการรีแล็กซ์เปลี่ยนบรรยากาศก็แล้วกัน เพราะทุกทีฉันเคยแต่พักครึ่งกับหนัง 3 ชั่วโมง แต่นี่หนังยาวชั่วโมงครึ่งแต่มีพักเบรกด้วย หาไม่ได้ง่าย ๆ นะเธอ

..."แหม ไหนบอกฉันว่าหนังฉายทุ่มครึ่งไง ฮึฮึฮึ" แต่นี่กว่าจะฉายล่อเข้าไปเกือบ 4 ทุ่ม ยังดีนะ ฉันนึกว่าจะได้ดูรอบมิดไนท์ซะแล้ว รวม ๆ แล้ว ฉันเสียเวลากับหนังความชั่วโมงครึ่งนี้ไปแค่ 5 ชั่วโมงกว่า ๆ เอง นิดหน่อยเนอะเธอ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจได้...จริง ๆ

...เอาเถอะ มาเข้าถึงตัวหนังกันซักเล็กน้อยก่อนจากดีกว่า "ฉันชอบนะ" อันนี้ฉันพูดจากใจจริง ๆ ไม่ได้ประชดใด ๆ ทั้งสิ้น หนังตีโจทย์ของตัวเองแตกว่าต้องการจะขายอะไร แล้วก็มุ่งหน้าเดินตรงสู่จุดหมายนั้นโดยไม่มีลังเลแม้แต่น้อย แอ็คชั่นเสี่ยงตายกันทั้งเรื่องตามความตั้งใจได้อย่างดีเยี่ยม เห็นขายแอ็คชั่นอย่างนี้ก็เหอะ แต่หนังก็มีการปูเรื่อง ปูแบ็คกราวน์ตัวละคร และความเป็นมาเป็นไปได้ตามมาตรฐานที่หนังเรื่องหนึ่ง ๆ ควรจะมี แม้ในเนื้อเรื่องบางฉากบางตอนจะทำให้คนดูรู้สึกประดักประเดิกยังไงชอบกลจนต้องหัวเราะออกมาบ้างก็ตาม แต่คนดูไม่มีเวลามานั่งคิดให้เสียเวลามากนัก เพราะหนังกระหน่ำฉากแอ็คชั่นตามติดมาอย่างเป็นชุด แบบชุดใหญ่ ๆ เลยทีเดียว โดยรวมแล้ว หนังออกมาเป็นสไตล์ชาวบ้าน ๆ ซื่อ ๆ ไม่มีพิษมีภัย รักชาติก็รักแบบใสซื่อ ร่วมกันร้องเพลงชาติไทยก่อนที่จะตะลุยกองโจร ก็รักชาติน่ะ แม้จะถูกโจรจับอยู่ แต่เวลา 8 นาฬิกา ก็ต้องร้อง "ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย..." สิ ร้องเพลงชาติเป็นการเรียกขวัญกำลังใจก่อนไม่ได้เหรอไง ก็บอกแล้วว่า หนังซื่อ ๆ ดี ฉันชอบ ชอบมากกว่า "หนังพี่โทนี่ จ๊ะ" เรื่องนั้นเสียอีก

...ฉากแอ็คชั่นเสี่ยงตายก็ไม่ต้องพูดถึง มีเครดิตทีมงาน "องค์บาก" รับประกันความสะใจ แม้ความเป็นเหตุเป็นผลในบางช่วงจะอ่อนไปเสียหน่อย ฉันก็ไม่ถือสาหรอก เพราะหนังเดินมาถูกทางอย่างที่ "หนังแอ็คชั่นเสี่ยงตาย" เรื่องหนึ่งควรจะเป็นแล้ว ขายฉากแอ็คชั่นแบบเน้น ๆ ขายดาราหน้าใหม่แบบเพียว ๆ "เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง" นักสู้เลือดใหม่ที่ทางทีมงานเตรียมความพร้อมกันอย่างสุดฤทธิ์ว่า ยังไงซะหนังต้องโกอินเตอร์เป็นแน่แท้ ชื่อ "เดี่ยว" ฝรั่งตาน้ำข้าวคงเรืยกกันลำบาก ต้องนี่เลย "Dan Chupong" โอ้ว แดน...โอ้ว แดน

...ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านี่คือ หนังเรื่อง "เกิดมาลุย" ที่มีแฟนประจำเวอร์ชั่นเก่า รอคอยอยู่แล้ว...ไม่ดังก็ให้มันรู้ไปสิ

...ใครอยากผ่อนคลาย ดูหนังไทยสไตล์ซื่อ ๆ ไม่มีพิษภัย ตามตรรกะที่ฉันว่าไป ฉันขอแนะนำเลยว่า "ไปดูเหอะ ไม่ผิดหวังหรอก" แต่ถ้าใครดัดจริตหัวสูง เอ่อออออ...ฉันหมายถึง ใครที่ชอบหนังพื้น ๆ สไตล์ยุโรป อาร์ทสุดขั้ว ก็ไปดูเหอะ เอ้ยยยย...ก็อย่าไปดูเลย เพราะเดี๋ยวหัวต่ำลงมา 1 มิล อายเขาตายเลย.

มหัศจรรย์...พันธุ์รัก

 

โปสเตอร์หนัง มหัศจรรย์...พันธุ์รัก

ผู้กำกับ :
อัจฉราวดี วงศ์สกล

นักแสดง:

ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ .... แมกซ์ 
รัฐพร วัฒนสมบัติ .... พิมภัทรา 
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี .... หมอวัชระ 
ชลาดล โชควัฒนา .... เอก 
สุชาญา ไกรสุวรรณ .... ทราย 
สุรเดช ทับทิมใส .... ป๊อบ 

วันที่เข้าฉาย: 30 มกราคม 2547

ทวารยังหวานอยู่

โปสเตอร์หนัง ทวารยังหวานอยู่

เนื้อเรื่องย่อ: พ.ศ 2525 ปีแห่งการสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200ปี กรุงเทพฯสดใส ไร้เดียงสาอยู่กับแฟชั่นสีสันหวานแหว๋ว เสียงเพลงจากวงสตริงและหนังทีวี กำลังภายในกำลังฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง มือกลองหนุ่ม เบ๊ ( กฤษดา สุโกศล) ศิษย์โปรดอาจารย์ตึ่งโป๊ะ (ปราณี กี่บุตร) สำนักกลองเทวดา ที่พยายามฝึกวิชากลองเทวดาให้ถึงขั้นที่10 แต่ระหว่างนั้น เขากลับพบว่าตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าคนตาย จนต้องหลบหนีการไล่ล่าของนักสืบมือปราบ ไอ้หูดำ (นิพนธ์ ชัยศิริกุล) ที่มี ซื่อบื้อ(ริชาร์ด ออฟ ไลอ้อน ฮาร์ท) สุนัขดมกลิ่นเป็นผู้ชี้เบาะแส เบ๊พยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ทุกคนรู้ โดยมี ต้น (ฝน นันทกา วรวณิชชานันท์) ศิษย์พี่ร่วมสำนักกลองเทวดาคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือ จนต้นกับเบ๊เกนความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ระหว่างการหนีเอาตัวรอด เบ๊ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวพลิกผันมากมาย หลายคนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเบ๊จนกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ อย่างไรก็ตามเบ๊มีนัดสำคัญที่รอคอยมาตลอดชีวิต คือ วันดวลกลองกับตัวแทนของสำนักกลองพญายม ผู้มีฝีมือสูงส่งเลิศล้ำ ถึงเวลาแล้วที่ความแค้นยาวนานต้องชำระ

นักแสดง:

กฤษดา สุโกศล …. เบ๊ 
นันทกา วรวณิชชานันท์ …. ต้น 
ปราณี กี่บุตร …. อาจารย์ตึ่งโป๊ะ 
นิพนธ์ ชัยศิริกุล …. ไอ้หูดำ 
นพดล ทวีทำนุสิน …. เหมียว 
ภคภัทร บุญสมธรรม …. อู๋ 

ความยาว: 94 นาที
วันที่เข้าฉาย: 7 ตุลาคม 2547

ดูหนัง ทวารยังหวานอยู่

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com