แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2504 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ศ. 2504 แสดงบทความทั้งหมด

ท่าฉลอม

ท่าฉลอม


ท่าฉลอม (2504)

จากลำนำเพลงอมตะที่ไพเราะเพราะพริ้ง
มาเป็นภาพยนตร์รักประทับใจสีสวยสด
ถ่ายจากสถานที่จริงตลอดเรื่อง
ท่าฉลอม
ปริญญา ลีละศร กำกับการแสดง
แมน ธีระพล อโณทัย บุศมชาติ
พล พิทยายุทธ วิน วิศณุรักษ์
พร้อมด้วย ถวัลย์ คีรีวัต, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, ปรียา รุ่งเรือง,
ล้อต๊อก, ปราณีต คุ้มเดช, เสน่ห์ โกมารชุน
กับขอแนะนำ อลิศ อุราพร

เรือนแพ

เรือนแพ


ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

อัศวินภาพยนตร์
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล ภูมิใจเสนอ
มาเรีย จาง พบยอดดารา
ไชยา สุริยัน และ จินฟง ส.อาสนจินดา
เรือนแพ
ระบบ 35 ม.ม.ซูเปอร์ซีเนสโคป
เสียง-สีอิสต์แมน เพลงไพเราะ

เรื่องย่อ เรือนแพ

แก้ว และริน เป็นสามหนุ่มเพื่อนรัก ต่างพักอาศัยอยู่ใน “เรือนแพ” เพราะมีปัญญาเช่าได้ถูกสุด แต่ด้วยความทรุดโทรมของมัน ทั้งสามจึงต้องช่วยกันซ่อมแซมจนเป็นความผูกพัน และรักในสถานที่แห่งนี้อย่างลึกซึ้งพอๆกับมิตรภาพที่ถักทอสานใยมัดเป็นเกลียวแน่น

เจน เป็นคนเอาจริงเอาจังเรียนนิติศาสตร์ เขามีแนวคิดและมักจะเป็นผู้นํากลุ่มกลายๆ
แก้ว เป็นนักมวยเรียนน้อยและใจร้อนดุดัน
ริน เป็นหนุ่มอ่อนโยน รักเสียงเพลง ช่างฝัน

ทั้งสามอยู่กันอย่างเกื้อกูลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่ด้วยรอยฝันที่แตกต่าง ทําให้เส้นทางชีวิตแตกจุดมุ่งหมาย และพุ่งไปในทิศทางที่ต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดึงทั้งสามหัวใจให้พุ่งไปเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ “เพ็ญ” ลูกสาว เจ้าของแพ ผู้มีน้ําใจงดงามให้กับทั้งสามหนุ่ม เพ็ญกับเจนใกล้ชิดกันและเหมาะสมกันมากที่สุด ถ้ามองตรงที่ ทั้งสองต่างเป็นนักศึกษา แต่ด้วยอุบัติเหตุในคืนหนึ่ง ทําให้เพ็ญตกเป็นของแก้ว ขณะที่เจนพยายามทําใจและยอมหลีกทางให้เพื่อน แต่เรื่องร้ายกลับพลิกเป็นว่า พ่อของเพ็ญบังคับให้แต่งงานกับพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ แก้วทนเห็นความรันทดของเพ็ญไม่ได้ เขาบุกไปชิงตัวเพ็ญในคืนที่เธอแต่งงาน และกลายเป็นอาชญากร ที่ตํารวจ ต้องตามล่า แต่หน้าที่ในการตามล่านั้น กลับเป็นของ “เจน” นายตํารวจหนุ่มผู้เพิ่งได้รับตําแหน่ง

เพลงบรรเลงโดย จุลดุริยางค์ กองทัพเรือ และวงดนตรี ‘อัศวิน’
เพลงในเรื่อง ได้แก่
1 เรือนแพ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร (แต่งใหม่เพื่อหนังเรื่องนี้)
2 วันเพ็ญ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร – สวลี ผกาพันธุ์ (เพลงเก่าจากหนัง วันเพ็ญ ปี 2482)
3 เงาไม้ ขับร้องโดย สวลี ผกาพันธุ์ (เพลงเก่าจากหนัง ลูกทุ่ง ปี 2483)
4 สายชล ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร

  • รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม-ไชยา สุริยัน
  • ผู้แสดงประกอบฝ่ายชายยอดเยี่ยม-ส.อาสนจินดา
  • รางวัลออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม-เฉลิม พันธุ์นิล
  • รางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยม-น้อย บุนนาค

รุ้งเพชร 2504

รุ้งเพชร 2504


เรื่องย่อ
รุ้งเพชร เป็นเด็กสาวแก่นแก้วอยู่ในความอุปการะของครอบครัวพระเอก ขณะที่พระเอกเดินทางไปศึกษาที่ต่างประเทศ เมื่อกลับมาเมืองไทย ก็ต้องผจญกับความแก่นของรุ้งเพชร ขณะเดียวกับที่รุ้งเพชรก็ถูกกลั่นแกล้งจากบรรดาสาวๆที่หมายปองพระเอก แต่ในที่สุดพระเอกและรุ้งเพชรเริ่มมีใจให้กัน รุ้งเพชรเปลี่ยนจากเด็กสาวแก่นแก้วกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และในที่สุดทั้งสองก็ได้สมรักกัน

นักแสดง

สมบัติ เมทะนี ** ภาพยนตร์เรื่องแรก
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง
นวลลดา สีดาบุรัตน์
ชาลี อินทรวิจิตร
สมพล กงสุวรรณ

ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง รุ้งเพชร

ยอดนักเลง

ยอดนักเลง


ยอดนักเลง (2504)

เสรีภาพยนตร์ เสนอ…
มิตร ชัยบัญชา อภิญญา เสนีย์วงศ์
สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย, ประมินทร์ จารุจารีต, เกริก บงกช
พร้อมด้วย น้ำเงิน บุญหนัก, ทานทัต วิภาตะโยธิน,
สมพงษ์ พงษ์มิตร, ล้อต๊อก ฯลฯ
ประสม ภาณุฑัต อำนวยการสร้าง
ประมินทร์ จารุจารีต กำกับการแสดงสุดฝีมือ
ยอดนักเลง
ชีวิตลูกผู้ชายอกสามศอก
ซึ่งใช้วิธีการต่อสู้เพื่อสันติและศักดิ์ศรี
การสร้างที่แหวกจากนิยายที่ท่านเคยชมมาแล้ว
ชีวิตรักชื่นฉ่ำ หวานซึ้งตรึงใจในอารมณ์ของท่านตั้งแต่ต้นจนจบ
ดาราซึ่งไม่เคยได้รับตุ๊กตาทอง แต่ได้รับความนิยมจากประชาชนมากที่สุด

สุรีรัตน์ล่องหน

สุรีย์รัตน์ล่องหน


สุรีย์รัตน์ล่องหน (2504)


ข้อความบนรูปโฆษณา
บริการสากลภาพยนตร์
เสนอเรื่องราวแห่งความอิจฉาตาร้อน เวรสนองเวร…
ที่สุดชัยชนะของคนดีอันเป็นความสำราญล้ำค่าที่ท่านเฝ้าคอย
วันละนิดละน้อยมากว่า 2 เดือน
บัดนี้สำเร็จเป็นภาพยนตร์แล้วตั้งแต่ต้นจนจบอย่างสมบูรณ์
ใช้เวลาชมเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง
โดยมิได้ตัดทอนความสนุกตอนใดๆขาดไปเลย
สุรีย์รัตน์ล่องหน
จากละครวิทยุที่ลือลั่นของคณะกันตนา
วิจารณ์ ภักดีวิตร ถ่ายภาพ
ส.อาสนจินดา สร้างบทและกำกับการแสดง
สกุล เกตุพันธ์ อำนวยการสร้าง
นำแสดงโดย
ภาวนา ชนะจิต รุ้งลาวัลย์ วิบูลสันติ สุพรรณ บูรณพิมพ์
พร้อมด้วยอีก 11 ดาราที่เหมาะสมบทบาท
สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย, ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร ณ อยุธยา, เชาว์ แคล่วคล่อง,
ทศ วงศ์งาม, สถาพร มุกดาประกร, สมพงษ์ พงษ์มิตร,
สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต, ผัน สนธิรักษ์, จินดา เวียร์สุวรรณ,
ด.ญ.วชิราภรณ์ พึ่งสังข์ และ อดุลย์ ดุลยรัตน์ เป็น “วิบูลย์”


*เกร็ด
-ในยุคนั้นจะเห็นได้ว่าขายชื่อเสียงของดาราหญิงมากกว่าดาราชาย ชื่อของอดุลย์ ดุลยรัตน์ ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่เคียงคู่ภาวนา ชนะจิต นางเอกของเรื่อง ซึ่งตอนนั้นภาวนาได้รับรางวัลตุ๊กตาทองแล้ว
-ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง 1 รางวัลคือ ผู้แสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม-สุพรรณ บูรณพิมพ์ และรางวัลตุ๊กตาเงินสำหรับผู้ถ่ายทำภาพเทคนิคยอดเยี่ยม-วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 ในปี 2524 นำแสดงโดย พอเจตน์ แก่นเพชร-สุพรรษา เนื่องภิรมย์

ดรรชนีนาง พ.ศ. 2504

โปสเตอร์หนัง ดรรชนีนาง พ.ศ. 2504


ปีหนึ่งสร้างภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
ดรรชนีนาง

ของ…อิงอร

สร้างโดย ภาพยนตร์สหนาวีไทย
จาการนำของดาราผู้ค้ำประกัน
พิศมัย วิไลศักดิ์

จึงยึดหลักได้ว่าเราเคยเห็น
ฝีมือสร้างหนังกันมาก่อนแล้วว่าดีเลิศแน่
และถ้าผู้แสดงดี ผู้สร้างดี เรื่องดี โรงฉายดี
พวกเราจึงเชื่อได้ว่า…หนังดี..!

เฉลิมกรุง-เฉลิมบุรี จัดฉายโปรแกรมพิเศษเดือนกุมภา
ต้อนรับตรุษจีน

เรื่องย่อ

ณ เกาะแห่งหนึ่งใน จ. สงขลา เรือรบหลวงอรุโณทัย ทอดสมอจอดนิ่งอยู่ระหว่างเกาะหนูและเกาะแมว นายทหารเรือหนุ่มแห่งราชนาวี ม.จ. นิรันดร์ฤทธิ์ธำรง ได้พบกับดรรชนี สาวน้อยผู้สวยใสไร้เดียงสา ดรรชนีอยู่กับพ่อผู้ชรา สองคนที่หาเลี้ยงชีพจับปลาขายและมีเหล้าเป็นเครื่องปรับทุกข์จากความหลังที่ฝังใจ นิรันดร์ตกหลุมรักดรรชนีทันทีที่ได้เห็นเธอ

วันรุ่งขึ้นเขามาหาดรรชนีอีก และนิ้วชี้ของดรรชนีก็ต้องเสียเลือดจากแผลอันเกิดจากความปราณีต่อแขกที่มาเยือน เมื่อดรรชนีจะเฉาะน้ำมะพร้าวให้นิรันดร์ทำแผลด้วยการดูดเลือดจากนิ้วก้อยของเธอ นิรันดร์กับดรรชนียังคงคบหากัน และต่อจากนั้นดรรชนีก็ตกเป็นของนิรันดร์ ด้วยความยินยอมพร้อมใจ เมื่อเธอเองก็มีใจกับนิรันดร์เช่นกัน โดยนิรันดร์มักจะชอบชมนิ้วของดรรชนีว่าเรียวสวย ที่เขาไม่เคยพบเห็นจากนิ้วมือของหญิงคนใดมาก่อน เมื่อนิ้วชี้นี้เป็นรอยแผลเป็น จึงเปรียบเสมือนเป็นสัญญารักของหนุ่มสาวทั้งสอง

เมื่อพ่อกลับมาจากหาปลาเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน และจากคำบอกเล่าของลิงแสนรู้จึงรู้ว่าได้เกิดอะไรขึ้นในกระท่อมพ่อเฆี่ยนดรรชนีด้วยหางกระเบน ทั้ง ๆ ที่ตนแสนจะเจ็บปวด เพราะไม่เคยลงโทษลูกเลย จากนั้นพ่อของดรรชนีก็ยิ่งกินเหล้าหนักยิ่งขึ้น พร้อมทั้งหวนคิดถึงความหลังระหว่างตนกับแม่ของดรรชนี แล้วยิ่งเสียใจ เพราะแม่ของดรรชนีไฉไลผู้ซึ่งเสียสละฐานันดรศักดิ์หนีตามตนมา

ในอดีตนั้น พระองค์เจ้าหญิงดรรชนีไฉไล ทรงรักกับหนุ่มชาวประมงจน ๆ แต่ติดด้วยฐานันดรที่ต่างกัน จึงทำให้ตัดสินใจหนีตามกันมาใช้ชีวิตอยู่บนเกาะ เพื่อหนีจากสังคมที่ตนเองเคยรู้จักและกันการครหานินทาจากสังคมรอบข้าง สองหนุ่มสาวใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข แม้ว่าจะไม่สบายกาย แต่ทั้งคู่ก็สบายใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก โดยไม่ยอมติดต่อกับโลกภายนอกอีกเลย

ดรรชนีเติบโตขึ้นจากความรักของผู้เป็นพ่อที่ยังยึดติดกับอดีตจมปลักอยู่กับความหลัง โดยมีเหล้าเป็นเครื่องคลายทุกข์ เธอมีเพื่อนเพียงลิงแสนรู้ตัวหนึ่ง เด็กน้อยมีนิ้วที่เรียวสวยเหมือนมารดาผู้จากไป

วันรุ่งขึ้น นิรันดร์มาหาดรรชนี และอีกครั้งที่เขาได้ลิ้มรสความหวานของสาวน้อยก่อนลา จากไป และเดินทางกลับมายังกรุงเทพฯ โดยที่เขายังคงรักและคิดถึงดรรชนีอยู่ไม่รู้ลืม

ในขณะเดียวกัน ดรรชนี ก็ได้ตั้งหน้าตั้งตาคอยวันกลับมาของนิรันดร์ โดยพ่อของเขาเฝ้ามองลูกสาวสุดที่รักด้วยความสงสาร แต่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรเธอได้เลย และเขาก็ยิ่งกินเหล้าหนักยิ่งขึ้น เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ นิรันดร์ได้มีโอกาสรู้จักกับ ศิริยุคล สาวสังคมชื่อดังและท่ามกลางความเห็นชอบของทุกคน ทั้งคู่จึงตัดสินใจแต่งงานกัน โดยที่นิรันดร์ลืมนึกถึงดรรชนีไป

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ดรรชนีท้องแก่จวนคลอด แต่นิรันดร์หายไปไม่มีแม้แต่เงา พ่อสู้อุตส่าห์ไปตามหาที่วังของนิรันดร์ในกรุงเทพฯ แต่ได้รับคำปฏิเสธว่าไม่รู้จัก พ่อซมซานกลับมาหาดรรชนี และในไม่ช้าด้วยความตรอมใจ พ่อก็ตายตามแม่ไปอีกคน ในวันเดียวกับที่ดรรชนีคลอดลูกออกมาเป็นผู้ชาย ดรรชนีจึงอยู่กับลูกน้อยตามลำพังและมีลูกชายตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ

ในวันแต่งงานของ ม.จ. นิรันดร์ฤทธิ์ธำรง กับ ศิริยุคล ของขวัญชิ้นหนึ่งถูกส่งจากเกาะสงขลามายังคู่บ่าวสาว ของขวัญที่ทำให้เจ้าบ่าวสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อเห็น มันคือนิ้วชี้ขาวซีดเป็นรอยตัดถึงโคนนิ้วที่กลางนิ้ว เป็นรอยแผลเป็นเห็นถนัดชัดเจน นิรันดร์จึงหวนนึกถึงดรรชนีขึ้นมาในทันที เขาจำนิ้วชี้ที่เขาเคยชอบและชมว่าสวยงามกว่านิ้วชี้ของหญิงคนอื่น เขารู้ในทันทีว่าดรรชนีตัดสินใจตัดนิ้วชี้ที่เธอรักม ากที่สุด ก็เพื่อเป็นของขวัญให้กับคนที่เธอรัก เพราะเธอจำได้ว่า เขานั้นรักนิ้วของเธอมากที่สุด เป็นเสมือนการทวงสัญญารักที่เคยมีต่อกัน เขาจึงรีบผละออกไปจากห้องหอ รีบเดินทางไปยังเกาะสงขลาในทันที

แต่เขาไปสายไป ไม่มีดรรชนีและลูกอีกแล้ว เพราะพายุเพิ่งพัดผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะไม่มีเหลือ นิรันดร์จึงได้แต่เศร้าใจในการสูญเสียที่เกิดขึ้น ชนิดที่ไม่อาจหวนกลับคืนมาได้อีก


-เพลงประกอบภาพยนตร์ ดรรชนีนาง มี 7 เพลง คือ กลางสายชล ดรรชนีครวญ ดรรชนีไฉไล เดือนต่ำดาวตก สงขลา หนาวตัก อรุโณทัยไม่กลับคืน

เพลง หนาวตัก ขับร้องโดย พิศมัย วิไลศักดิ์

นักแสดงภาพยนตร์เรื่อง ดรรชนีนาง  พ.ศ. 2504

พิศมัย วิไลศักดิ์  – ดรรชนี
แสน สุรศักดิ์ – ม.จ. นิรันดร์ฤทธิ์ธำรง

เพลงประกอบภาพยนตร์
ดรรชนีไฉไล (สุเทพ – นภา)
– ดรรชนีครวญ (รวงทอง ทองลั่นทม)
– กลางสายชล (ชรินทร์-พิศมัย)
– เดือนต่ำดาวตก (ทนงศักดิ์)
– หนาวตัก (พิศมัย วิไลศักดิ์)
– สงขลา (ชรินทร์ นันทนาคร)
– อรุโณทัยไม่กลับคืน (รวงทอง ทองลั่นทม)

ภาพยนตร์เรื่อง ดรรนีนาง เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ เฉลิมกรุง และ เฉลิมบุรี

สุดปรารถนา 2504

สุดปรารถนา (2504)

โปสเตอร์หนัง สุดปรารถนา 2504


หล่อนไม่ใช่คนดี…แต่ก็ไม่ใช่คนชั่ว…
หล่อนเป็นอะไร?
อมรา อัศวนนท์ รุจน์ รณภพ พล พิทยายุทธ
และแนะนำนางเอกคนใหม่ ธารดี นันทวัน
ศุภฤกษ์ภาพยนตร์ เสนอ
สุดปรารถนา
“เนรมิต” กำกับการแสดง
อ.อรรถจินดา ถ่ายภาพ “สีวิจิตร”
บริษัทไทยฟิล์มจำกัด จัดจำหน่าย

พระเจ้าอชาตศัตรูกับพิมพิสารมหาราช

โปสเตอร์หนัง พระเจ้าอชาตศัตรูกับพิมพิสารมหาราช

ภูมิใจเสนอภาพยนตร์ไทย เรื่องยอดเยี่ยม รบ

อิงประวัติศาสตร์ รัก สะเทือนอารมณ์
ระบำยั่วเสน่ห์อันเย้ายวนใจ
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง พบ ประจวบ ฤก์ยามดี ใน
พระเจ้าอชาตศัตรูกับพิมพิสารมหาราช
ร่วมด้วย สมควร กระจ่างศาสตร์, สมจิตร ทรัพย์สำรวย,
เชาว์ แคล่วคล่อง, สมพล กงสุวรรณ, อดินันท์ สิงห์หิรัญ,
ล้อต๊อก, กมลพันธ์ สันติธาดา, ประไพ คำเรียบร้อย
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง อำนวยการสร้าง
เสนาะ แย้มกสิกร ถ่ายภาพ
น้อย กมลวาทิน กำกับการแสดง
โอฬารด้วยฉากฝีมือของ อุไร ศิริสมบัติ
ยวนยั่วเย้าเสน่ห์ด้วยศิลป ตื่นเต้นด้วยอิทธิฤทธิ์ มหัศจรรย์ ด้วยปาฏิหาริย์
แฝงไว้ด้วย ชีวิตสะเทือนใจ และส่งเสริมพุทธศาสนา
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง นำคณะกมลศิลป พากย์

เยี่ยมวิมานรัก

โปสเตอร์หนัง เยี่ยมวิมานรัก


เยี่ยมวิมานรัก (2504)

โยคีสถานสี่พระยา แผนกภาพยนตร์
วิรัช พึ่งสุนทร ผู้สร้าง สลักจิต
ขอมอบผลงานอันปราณีตบรรจงให
รสริน วิลาวัลย์ พบ ชนะ ศรีอุบล สักรินทร์ ปุญญฤทธิ์ ใน
เยี่ยมวิมานรัก
ของ แขไข เทวิณ
และประชันบทบาทกับ…พงษ์ลดา พิมลพรรณ, สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย,
ศรินทิพย์ ศิริวรรณ, งามตา ศุภพงษ์
พร้อมด้วย มาลี เวชประเสริฐ, วรรณวิมล สุวิภาค,
สุรชาติ ไตรโภค, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, แทน ทินกร

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com