Home » » คล้องช้าง

คล้องช้าง

คล้องช้าง ภาพยนตร์สารคดีบันทึกวิถีชีวิตสยาม พ.ศ. 2481

คล้องช้าง เป็นภาพยนตร์สารคดีเก่าแก่ที่ถ่ายทำโดยคณะผู้สร้างภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเดินทางเข้ามายังสยามในปี พ.ศ. 2481 เพื่อบันทึกภาพงานแสดง คล้องช้าง ในประเทศไทย โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นโดยหน่วยทหารราบ ณ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีลักษณะผสมผสานระหว่างภาพยนตร์สารคดีกับภาพยนตร์บันทึกเรื่องราว โดยไม่ได้มุ่งนำเสนอเฉพาะการแสดง คล้องช้าง เท่านั้น แต่ยังบันทึกภาพวิถีชีวิต ผู้คน บ้านเมือง ศิลปวัฒนธรรม และสภาพสังคมของชาวสยามในช่วงปี พ.ศ. 2481 เอาไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

การเดินทางจากญี่ปุ่นสู่สยาม

เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นจากการเดินทางของคณะถ่ายทำภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่นโดยเรือข้ามสมุทร เพื่อเดินทางมายังสยามสำหรับถ่ายทำงาน คล้องช้าง ในจังหวัดลพบุรี ระหว่างการเดินทาง คณะผู้สร้างได้บันทึกภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้โดยสารบนเรือ รวมถึงบรรยากาศต่าง ๆ ระหว่างการเดินทาง

เมื่อเรือเดินทางเข้าสู่อ่าวไทย คณะถ่ายทำเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนแล่นเรือต่อไปตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา จนมาถึงบริเวณพระนครและฝั่งธนบุรี ซึ่งในเวลานั้นยังคงมีภาพวิถีชีวิตริมน้ำและบรรยากาศของบางกอกที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก

ภาพกรุงเทพฯ และวิถีชีวิตชาวสยามในอดีต

หนึ่งในจุดเด่นของภาพยนตร์คือการบันทึกภาพกรุงเทพฯ หรือบางกอกในปี พ.ศ. 2481 เอาไว้หลายพื้นที่ ทั้งพระนครและฝั่งธนบุรี ผู้ชมจะได้เห็นทั้งพระราชวัง วัดวาอาราม ตลาด ร้านค้า ถนนหนทาง ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้น

คณะถ่ายทำได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พร้อมบันทึกภาพชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงภาพพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและร้านรวงต่าง ๆ บนถนนในบางกอก

นอกจากนี้ยังมีภาพของหญิงไทยและวิถีชีวิต ตลอดจนค่านิยมของสตรีไทยในสมัยนั้น ซึ่งช่วยสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมและวัฒนธรรมของสยามในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

สถานที่สำคัญที่ปรากฏในภาพยนตร์

ภาพยนตร์ได้บันทึกสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง รวมถึง สะพานพระพุทธยอดฟ้า และอนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 อีกทั้งยังมีภาพบริเวณพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ประตูพิมานไชยศรีไปจนถึงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และบริเวณโดยรอบของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

คณะถ่ายทำยังเดินทางไปยัง เสาชิงช้า และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ก่อนบันทึกภาพการเดินขบวนของกองทหารสยามไปตามถนนราชดำเนิน โดยสามารถมองเห็นพระที่นั่งอนันตสมาคมและพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 อยู่ในฉากด้วย

ภาพยนตร์ไทยและศิลปวัฒนธรรมสยาม

อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือภาพของ ศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งในเวลานั้นมีใบปิดภาพยนตร์เรื่อง “หวานใจนายเรือ” ติดอยู่บริเวณโรงภาพยนตร์ จากนั้นภาพยนตร์ได้พาผู้ชมไปชมเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยที่โรงถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง

ในฉากเบื้องหลังดังกล่าวปรากฏภาพ จำรัส สุวคนธ์ แสดงร่วมกับ จุรี รัตนหัตถ์ รวมถึงภาพการพูดคุยหลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำระหว่าง จำรัส สุวคนธ์ จุรี รัตนหัตถ์ มานี สุมนนัฏ และเล็ก ช.

นอกจากวงการภาพยนตร์แล้ว คณะผู้สร้างยังบันทึกภาพการแสดงดนตรีไทย โดยมีนางรำออกมารำฟ้อนประกอบเสียงเพลง รวมถึงการแสดง รำเมขลา–รามสูร บริเวณด้านหน้าวงดนตรี ณ วัดไทยแห่งหนึ่ง ภาพเหล่านี้ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรมไทยในอดีตได้อย่างชัดเจน

การรีดพิษงูที่สวนงู สถานเสาวภา

คณะถ่ายทำยังได้เดินทางไปยัง สวนงู สถานเสาวภา เพื่อบันทึกภาพการรีดพิษงู ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงองค์ความรู้และกิจกรรมด้านการศึกษาพิษงูในประเทศไทยในยุคนั้น

หลังจากบันทึกภาพสถานที่และวิถีชีวิตในบางกอกแล้ว คณะผู้สร้างภาพยนตร์จึงออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดลพบุรี เพื่อเข้าร่วมชมงาน คล้องช้าง ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้

คล้องช้างที่จังหวัดลพบุรี

เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดลพบุรี ภาพยนตร์ได้บันทึกภาพวิถีชีวิตของผู้คนตามสองฝั่งแม่น้ำ รวมถึงโบราณสถานและสภาพธรรมชาติของจังหวัด ตลอดจนภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิตของช้าง ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของภาพยนตร์ นั่นคือการบันทึกงาน คล้องช้าง

ภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นการนำช้างจำนวนมากเข้าสู่เพนียดคล้องช้าง ณ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี ภายในบริเวณงานมีการจัดกิจกรรมและงานรื่นเริงต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่การแสดง คล้องช้าง ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน

การบันทึกภาพ คล้องช้าง ในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพการแสดงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นหลังได้เห็นรูปแบบการจัดงาน การใช้ช้าง และบรรยากาศของสังคมไทยในช่วงปลายทศวรรษ 2480

คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์คล้องช้าง

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่การบันทึกภาพประเทศไทยในช่วง พ.ศ. 2481 เอาไว้ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่การเดินทางเข้าสู่สยาม ภาพกรุงเทพฯ สถาปัตยกรรมและสถานที่สำคัญ วิถีชีวิตของผู้คน ศิลปวัฒนธรรมไทย ภาพยนตร์ไทย ไปจนถึงงาน คล้องช้าง ที่จังหวัดลพบุรี

ด้วยเหตุนี้ ภาพยนตร์จึงมีคุณค่ามากกว่าการเป็นเพียงบันทึกการแสดง คล้องช้าง เพราะยังเปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดให้เห็นภาพประเทศไทยเมื่อเกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ทั้งในด้านสังคม วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2554 ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าและความสำคัญของฟิล์มบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย

คล้องช้าง พ.ศ. 2481 กับภาพสยามในอดีต

คล้องช้าง จึงเป็นภาพยนตร์ที่มีความน่าสนใจทั้งในมิติของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยและประวัติศาสตร์สังคม เพราะนอกจากจะบันทึกการแสดงคล้องช้างที่จังหวัดลพบุรีแล้ว ยังรวบรวมภาพชีวิตของชาวสยามและสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2481 เอาไว้มากมาย ทำให้ผู้ชมในปัจจุบันสามารถย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศของประเทศไทยในอดีตผ่านภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกจากเหตุการณ์จริงได้อย่างใกล้ชิด



Share this article :

แสดงความคิดเห็น

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com