ย้อนรอยภาพยนตร์ไทย "ผู้แทนมาแล้ว" (2521): ส่องโลเคชันวันวาน และเสน่ห์หมอลำประยุกต์ยุคบุกเบิก
หากเอ่ยถึงผลงานภาพยนตร์ตลกไทยในอดีตที่มีฉากหลังเชื่อมโยงกับบรรยากาศการเมืองและการเลือกตั้ง ภาพยนตร์เรื่อง "ผู้แทนมาแล้ว" ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยเกร็ดประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างโดยเจ้าพ่อหนังบู๊ชื่อดัง วิสันต์ สันติสุชา และมอบหมายให้ ศรีไพร ใจพระ รับหน้าที่เป็นผู้กำกับการแสดง โดยเดิมทีมีความตั้งใจจะสร้างเป็นภาพยนตร์เสียดสีนักการเมือง แต่เพื่อให้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ในยุคนั้น จึงได้ปรับเปลี่ยนโทนเรื่องให้กลายเป็นภาพยนตร์ตลกเบาสมองที่สอดแทรกเสียงเพลงลูกทุ่งหมอลำ ก่อนจะเข้าฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 ณ โรงภาพยนตร์เพชรรามาและเพชรเอ็มไพร์
จุดเด่นสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกเหนือจากมุกตลกและความบันเทิง คือการบันทึกภาพสถานที่จริงในอดีตหรือโลเคชันทางประวัติศาสตร์ไว้มากมาย เริ่มตั้งแต่ฉากในกรุงเทพมหานครช่วงต้นเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตัวอาคารสถานีรถไฟธนบุรีดั้งเดิม (ซึ่งปัจจุบันพื้นที่บางส่วนได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์และส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลศิริราช) รวมถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตลอดจนฉากจบสุดคลาสสิกที่ผู้กำกับศรีไพร ใจพระ ในบทผู้แทนฯ นั่งหลังควายที่มี สรวง สันติ จูงเดินทางมารายงานตัวเข้าสภา ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า
ในฝั่งของโลเคชันต่างจังหวัด ทีมงานได้เดินทางไปถ่ายทำในหลายพื้นที่อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะฉากเพลงของนักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง หงส์ทอง ดาวอุดร เพียงเพลงเดียว ผู้กำกับได้พาไปถ่ายทำในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายแห่ง ทั้งบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ที่จังหวัดนครราชสีมา, โบราณสถานไทรงาม, ปราสาทหินพิมาย ไปจนถึงพระนครคีรีหรือเขาสมเด็จ (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสะท้อนถึงสไตล์การกำกับอันเป็นเอกลักษณ์ของศรีไพร ใจพระ ที่มักชอบพานักร้องไปถ่ายทำฉากมิวสิกวิดีโอในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง
นอกจากนี้ ในฉากรับสมัครผู้แทนและการปราศรัยหาเสียง ยังมีฉากอาคารศาลากลางจังหวัดและเวทีกลางแจ้งขนาดใหญ่ในภาคอีสาน (ซึ่งน่าจะเป็นจังหวัดอุดรธานีหรือขอนแก่น) ที่น่าสนใจคือ มีนักการเมืองตัวจริงในยุคนั้นอย่าง คุณปิยะณัฐ วัชราภรณ์ (อดีต ส.ส. ศรีสะเกษ) มาร่วมปรากฏตัวในภาพยนตร์ด้วย พร้อมด้วยดาราดัง สมบัติ เมทะนี, บู๊ วิบูลย์นันท์, จุ๋มจิ๋ม เข็มเล็ก, สีดา ชลาลัย และเหล่านักแสดงสายบู๊จากค่ายสันติสุชา เช่น ฉัตร มงคลชัย ที่มารับบทผู้สมัครรับเลือกตั้งแข่งกัน
อีกหนึ่งมิติทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่ถูกบันทึกไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือภาพการแสดงสดของวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำประยุกต์และหางเครื่องในยุคนั้น ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากหมอลำเรื่องต่อกลอนแบบดั้งเดิมมาสู่หมอลำร่วมสมัยที่มีการเต้นและดนตรีสากล แม้ในยุคแรกเริ่มจะเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม แต่ก็กลายเป็นรากฐานความนิยมของวงการหมอลำในเวลาต่อมา และการได้ชมผ่านฟิล์มภาพยนตร์ก็ช่วยให้คนดูรุ่นหลังได้เห็นภาพบรรยากาศเวที แสงสี และใบหน้าของศิลปินในระยะประชิดอย่างคมชัด แตกต่างจากผู้ชมในยุคก่อนที่ต้องยืนเบียดเสียดมองดูเวทีอยู่ไกลลิบ
ภาพยนตร์ "ผู้แทนมาแล้ว" จึงไม่เพียงแต่มอบเสียงหัวเราะ แต่ยังเป็นเสมือนแคปซูลกาลเวลาที่เก็บรักษาภาพบ้านเมือง ผู้คน ศิลปวัฒนธรรม และบรรยากาศของสังคมไทยเมื่อเกือบ 50 ปีก่อนไว้อย่างมีคุณค่ายิ่ง

แสดงความคิดเห็น