แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ แสดงบทความทั้งหมด

หมอชิตสะกิดรัก

หมอชิต..ท่ารถขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย..ที่ซึ่งพบ กัน และ ลาจาก..ที่ซึ่งคนแปลกหน้าจากทุกภาคมาเจอกัน..และที่สำคัญมันคือสถานที่รวบ รวมหลายร้อยพันเรื่องราว รวมถึงเรื่องรักของอัศจรรย์..หนุ่มมาดกวน กับ ปันดา..สาวน้อยปากร้ายที่จะมาทำให้คุณแช่มชื่นหัวใจ

อัศจรรย์ หรือ อัศ ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ รักอิสระ แต่ไม่เข้าขั้นเสเพล ฟอร์มจัด มาดเยอะ ปากตรงกับใจจนทำให้ดูเป็นผู้ชายปากเสีย แต่อัศก็เป็นคนดี และที่สำคัญหน้าตาหล่อจนทำให้สาวๆติดกันตรึม อัศเป็นลูกชายคนเดียวของ..เจ๊จู เจ้าของกิจการรถทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย แต่อัศไม่เคยนึกชื่นชอบในอาชีพของแม่เลย เพราะเขาฝันอยากเป็นสจ๊วต.. ไม่ใช่มานั่งดูแลกิจการรถทัวร์ตามที่แม่เขาอยากให้ทำ แต่ในที่สุดเขาก็หนีไม่พ้น แม่บังคับให้อัศเข้ามาดูแลกิจการรถทัวร์ที่หมอชิต ถ้าอัศไม่ทำตามใจแม่ในครั้งนี้ อัศก็ต้องระเห็จออกไปจากบ้านตัวเปล่า อัศแทบช็อคที่แม่มาไม้แข็ง ทำให้เขาต้องยอมตามใจแม่

 

อัศต้องเดินทางออกจากเชียงใหม่อย่างเร่งด่วนด้วยรถทัวร์ มาถึงหมอชิตแต่เช้าตรู่ ทันทีที่ถึงหมอชิตความซวยก็เข้ามาทักทายทันที อัศทำมือถือหล่นไปอยู่ใกล้ๆกับเท้าของ ปันดา..สาวน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ที่แก่นเซี๊ยวเปรี้ยวกะโหลก..ไม่กลัวใคร ปันดาเข้าใจว่าอัศเป็นไอ้พวกโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง ปันดาหันไปตะโกนขอความช่วยเหลือ หนูนายามสาวร่างใหญ่ชาวเหนือวิ่งมาช่วยปันดา และยังมีภารโรงหนุ่มอีสานอย่าง..เจือที่แอบตกหลุมรักหนูนา แต่หนูนาไม่เคยแลก็ถือไม้ม๊อบเข้ามาช่วยกันรุมอัศไม่หยั้ง ทำให้กระเป๋าสะพายของอัศหล่น อัศไม่มีโอกาสจะอธิบายต้องรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดไปด้วยความแค้น

แล้วอัศก็แทบช็อคอีกหนเมื่อรู้ว่าแม่ไม่ได้ให้เขามานั่ง เป็นผู้จัดการที่นี่ แต่ให้เขามาขายตั๋วรถทัวร์ เพราะต้องการดัดนิสัยลูกชาย อัศโกรธแม่แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ และที่นี่อัศก็ได้เจอกับ..ต๋อง คนขับรถทัวร์..ลูกชายคนขับรถทัวร์เก่าแก่ของแม่ อัศดีใจมากที่ได้เจอกับคนรู้จักที่นี่ แล้วเขาก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเจอปันดาสาวสุดแสบ เป็นคนขายตั๋วอยู่บริษัททัวร์คู่แข่งที่ตั้งอยู่ข้างๆกับบริษัทเขา ปันดาเองก็แปลกใจที่เจออัศ อัศรีบห้ามไม่ให้บอก

อีกด้านหนูนากับเจือเก็บกระเป๋าของอัศได้ ทั้งคู่เอาไปให้ ป้าดาราฉาย..เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์อาวุโส เจ้าระเบียบ เฮี๊ยบ และครองความเป็นโสดมาสี่สิบปี โดยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้แต่งงานกับใคร เพราะเธอแอบหลงรัก ลุงโทนี่..เจ้าของร้านโทนี่ มินามาร์ทประจำหมอชิตผู้ซึ่งยังมีหัวใจวัยรุ่นไม่ไปตามอายุ

ด้วยความที่อัศไม่เคยทำงานมาก่อน ทำให้เขาต้องพบกับอุปสรรคมากมาย แต่ก็ได้ต๋องคอยช่วยเสมอๆ และความมีน้ำใจของอัศเริ่มทำให้ทุกคนรู้สึกดีกับเขามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเจือ หนูนา ป้าดาราฉาย และลุงโทนี่ โดยเฉพาะหนูนาที่เห็นอัศเป็นเสมือนเจ้าชายในฝัน เธอมักจะหยอดคำหวานกับอัศทุกครั้งที่มีโอกาส แต่อัศก็มักจะสร้างโอกาสงามๆให้กับเจือได้เข้าใกล้หนูนาอยู่เสมอๆ อัศกลายเป็นที่รักของทุกคนทำให้ปันดาโกรธ เธอยังคงเกลียดในความปากเสียของเขา และทุกครั้งที่มีเรื่องกัน ปันดาก็มักเป็นฝ่ายเอาชนะได้ทุกที

สิ่งนี้สร้างความคับแค้นใจให้กับอัศเป็นอย่างมาก เขาตั้งปณิธานเอาไว้แน่วแน่ว่าต้องเอาชนะปันดาให้ได้ แล้วแผนการชั่วๆก็ผุดขึ้นในหัวสมองของอัศ อัศแกล้งทำเป็นจีบปันดา เพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงร้อยทั้งร้อยแพ้ความเป็นสุภาพบุรุษทั้งนั้น แต่กับปันดาอาจจะยากหน่อย เพราะเธอเป็นผู้หญิงใจแข็ง ระหว่างที่อัศกำลังจะเริ่มแผนการ แม่ของเขาก็มา แล้วความก็เกือบแตกว่าเขาเป็นลูกชายของเจ๊จู อัศขอร้องไม่ให้แม่บอกใคร แล้วก็อ้างคำของแม่ที่ว่าอยากให้เขาเริ่มจากศูนย์ เพราะฉะนั้นเขาควรจะเป็นแค่นายอัศจรรย์คนขายตั๋ว ไม่ใช่นายอัศจรรย์ลูกชายเจ้าของกิจการรถทัวร์ นี่เป็นครั้งแรกที่แม่เห็นด้วยกับความคิดของอัศ เจ๊จูคิดว่าอัศเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้ว แต่ในความเป็นจริงมันเป็นเพราะความอยากเอาชนะปันดาต่างหาก

ทันทีที่เจือรู้ว่าอัศจีบปันดา เขาก็ช่วยจนออกนอกหน้า หนูนารู้สึกเฮิร์ท เจือจึงอาศัยช่วงเวลานี้ดูแลใจหนูนา จนทำให้หนูนาเริ่มรู้สึกดีกับเจือที่อดทนเพื่อเธอได้ทุกอย่าง อัศพยายามใช้ทุกวิถีทางในการจีบปันดา แต่ปันดาก็ยังคงใจแข็ง..และไม่ไว้ใจอัศ ลุงโทนี่ที่รู้ดีว่าปันดาแอบหวั่นไหวก็มักจะมาเตือนสติปันดาเสมอๆ ความที่ลุงโทนี่สนิทกับปันดามาก ด้านอัศเองจากเกมรักหลอกๆที่เขาต้องการแกล้งปันดา ก็เริ่มทำให้ตัวเองหวั่นไหวในหัวใจ เพราะรู้สึกว่าจะเอ็นดูสาวน้อยคนนี้เข้าให้จริงๆซะแล้ว จากความใกล้ชิด..สนิทสนม การช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในหมอชิตทำให้อัศกับปันดารู้สึกดีๆกันมากขึ้น แล้วอัศก็แน่ใจในหัวใจของตัวเองเช่นเดียวกับปันดา ดูเหมือนเรื่องรักของอัศจรรย์จะจบลงอย่างสวยงาม

แต่ทว่าเจ๊จูกลับพา..เพริศพริ้ง หรือ พิ้งค์ลูกสาวไฮโซ..คนที่เจ๊จูเลือกแล้วเลือกอีกว่าเหมาะสมทั้งฐานะและหน้าตา ที่จะทำให้เจ๊จูอัพสถานะจากเจ้าของกิจการไปเป็นไฮโซได้..ก็มาถึง ทันทีที่พิ้งค์เห็นอัศเธอก็ตกหลุมรักเขาโดยทันที เจ๊จูบอกลูกชายว่านี่คือว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ ทำเอาอัศคิดหนัก.. เมื่อพิ้งค์รู้มาว่าปันดาคือใคร และอัศกับปันดาเป็นอะไรกัน พิ้งค์จึงร่วมมือกับเจ๊จูที่เกลียดปันดาเข้าไส้อยู่แล้ว เพราะว่าปันดาอยู่บริษัทคู่แข่ง และเป็นคนเก่งที่ทำให้ยอดขายของบริษัทคู่แข่งพุ่งเอาพุ่งเอา พิ้งค์กับเจ๊จูวางแผนทำให้ปันดารู้ว่าแท้ที่จริงแล้วอัศ คือ อัศจรรย์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเจ๊จู และที่เขาจีบปันดามันก็เป็นแค่เกมส์เท่านั้น ปันดาโกรธอัศมาก เธอขอตัดขาดจากเขา โดยที่ไม่ยอมฟังคำอธิบายใดใดจากอัศ อัศพยายามง้อปันดาแต่เธอก็ไม่ฟัง ทุกคนในหมอชิตยกเว้นต๋องก็โกรธอัศไปด้วย เจ๊จูให้อัศเข้ามาบริหารในตำแหน่งผู้จัดการอย่างเต็มตัว ทำให้ทุกคนเริ่มห่างเหินจากอัศ แม้กระทั่งตัว ต๋องเอง อัศทำงานไปอย่างไม่มีความสุข เขาพยายามจะเข้าหาปันดาหลายครั้ง แต่ก็โดนพิ้งค์ใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนเข้าขัดขวางเสมอๆ

แล้ววันที่ปันดารอคอยก็มาถึงเมื่อปันดาเรียนจบปริญญาตรี และสอบชิงทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอกได้สำเร็จ ต๋องรีบมาบอกเรื่องนี้กับอัศ เพราะรู้ว่าอัศยังรักปันดาอยู่ อัศแทบช็อคเมื่อคิดว่าจะไม่ได้เจอปันดาอีก ปันดากับทุกคนมาถึงสนามบิน..ขณะที่ปันดากำลังจะไปแต่เธอก็ยังอดคิดถึงอัศไม่ ได้ แล้วก็เหมือนสวรรค์จะเห็นใจ..อัศโผล่เข้ามาในชุดสจว๊ต ปันดาและทุกคนแทบช็อค อัศบอกว่าเป็นเพราะปันดาทำให้เขาฮึดทำตามความฝันอีกครั้ง เขาพยายามเรียนภาษาอังกฤษภาษาที่เขาเกลียด เปลี่ยนความเศร้าให้เป็นความหวัง มันทำให้เขามีแรงสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนเรื่องระหว่างเขากับพิ้งค์..มันไม่เคยเกิดขึ้น และจะไม่มีวันเกิดขึ้น ส่วนแม่ก็คิดได้ว่าคงบังคับลูกชายอย่างเขาไม่ได้อีกต่อไปจึงล้มเลิกความ ตั้งใจที่จะทำให้เขาเลิกรักปันดา อัศขอโทษปันดากับทุกเรื่องที่ผ่านมา ตอนนี้เขารู้แล้วเขาต้องการอะไร เขารักปันดา..และปันดาก็จะเป็นรักเดียวของเขา

อัศกลับมาดูแลกิจการบริษัททัวร์ของแม่ โดยมีปันดาคอยช่วยอยู่ด้วย เจ๊จูเริ่มรักว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ เพราะความเก่งกาจของเธอที่ทำให้ยอดขายทะลุเป้า

ความรักของอัศจรรย์และปันดาจึงจบลงด้วยความสวยงามท่าม กลางกลิ่นควันรถ ไอร้อน และเสียงเครื่องยนต์ในสถานีขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย…หมอชิต ที่ที่จะทำให้ทุกคนมีรัก และ ถูกรัก

 

ลูกระนาด

ลูกระนาด เป็นเรื่องราวชีวิตของ ชาติ อดีตพระเอกลิเกยอดนิยมที่ถึงคราวตกอับ เมียนางเอกลิเกที่เล่นอยู่ด้วยกันหนีไปกับชู้ ทิ้งลูกชายไว้ ๒ คน คือ ตะโพนและ ระนาด ชาติประชดชีวิตด้วยการลาออกจากคณะลิเกชัยพรศรศิลป์ ซ้ำออกคำสั่งห้ามลูกทั้งสองไปยุ่งเกี่ยวกับลิเกเด็ดขาด ชาติหันไปเลี้ยงชีพด้วยการถีบสามล้อ และดื่มสุราอย่างหนัก ด้วยค่าตอบแทนเพียงน้อยนิดจากการถีบสามล้อจึงไม่พอที่จะส่งตะโพนลูกชายที่ เป็นความหวังทั้งหมดของชาติให้ได้เรียนสูงๆ ชาติจึงนำไปฝากเลี้ยงไว้กับ หลวงลุง ส่วนระนาดลูกคนเล็กใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับพวก ลิเกคณะชัยพร มีเพื่อนสนิทคือ ทับทิม ลูกสาวของชัยพร รวมทั้งการได้เห็นพ่อและแม่เล่นลิเกมาตั้งแต่ยังเด็ก ลิเกจึงค่อยๆ ฝังรากอยู่ในตัวของระนาดโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

เมื่อ ทั้งสองเติบโตขึ้น ตะโพนได้เรียนที่วิทยาลัยตามที่ชาติตั้งความหวังไว้ ส่วนระนาดนั้นใจฝักใฝ่อยู่แต่กับลิเก ด้วยความรักอยากเป็นลิเกเหมือนที่พ่อเคยเป็นเขาจึงฝืนคำสั่งพ่อแอบครูพักลัก จำจากคณะชัยพร ซุ่มซ้อมลิเกอยู่คนเดียว อยู่มาวันหนึ่งด้วยเหตุสุดวิสัยทำให้ระนาดต้องรำแก้บนแทน โชค ลูกเลี้ยงของชัยพร และนับตั้งแต่นั้นเพชรเม็ดงามแห่งวงการลิเกก็ค่อยๆ จรัสแสงขึ้นมา บรรดาแม่ยกต่างกล่าวขานถึงลิเกหน้าใหม่ที่รำอ่อนช้อยสวยงาม รวมทั้งเสียงร้องก็ไพเราะจับใจมาก

ศรทอง พระเอกลิเกคณะชัยพรดังแล้วลืมตัว ติดแม่ยกไม่ยอมมาเล่นลิเกทำให้ชัยพรตัดสินใจส่งระนาดลงเล่นแทน และ ระนาดก็ไม่ได้ทำให้บรรดาแม่ยกต้องผิดหวังเลย เมื่อชาติได้รู้ความจริงเรื่องระนาดที่ฝ่าฝืนคำสั่ง เขาจึงประกาศตัดพ่อตัดลูกกับระนาด แต่กับตะโพนชาติไม่ได้รับรู้เลยว่าลูกหัวแก้วหัวแหวนที่เขาฝากความหวังทั้ง หมดไว้ ตอนนี้เดินทางผิด คบเพื่อนชั่ว ติดผู้หญิง ผลการเรียนตกต่ำ จนท้ายสุดต้องโดนออกจากวิทยาลัย

ด้วยความมุมานะ บวกกำลังใจจากผู้คนรอบข้างโดยเฉพาะทับทิม ทำให้ระนาดฝึกฝนลิเกจนเจนจัด และจากความตั้งใจอันแรงกล้าของระนาดนี่เองทำให้ชาติเริ่มหันมาเข้าใจในตัว ระนาดมากขึ้น และยอมฝึกฝนลิเกให้ระนาดจนชนะการประกวด ได้เป็นลิเกหน้าใหม่ขวัญใจมวลชน โดยมีทับทิมเป็นนางเอกคู่ขวัญ

แต่ความดังไม่จีรังคณะลิเกชัยพรศรศิลป์ชื่นชมกับความสำเร็จอยู่ได้ไม่นาน ก็ถูกคณะลิเกอิเล็กโทน ลิเกแนวใหม่ซึ่งตั้งโดยศรทองกับนภดล อดีตสมาชิกคณะชัยพรฯ ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งแย่งคนดูไปเกือบหมด คณะชัยพรศรศิลป์ที่เคยเฟื่อฟูต้องอับเฉาลงจนต้องปิดคณะไป แต่ระนาดยังไม่ยอมแพ้เพื่อสืบต่อมรดกที่พ่อได้ถ่ายทอดให้กับเขาไว้ เขาได้ก่อตั้งคณะลิเก ระนาดเสียงทองขึ้นมาใหม่

ชาติ ติดสุราเรื้อรังและเริ่มมีอาการหนักมากถึงขนาดตามองไม่เห็น ระนาดจำเป็นต้องใช้เงินก้อนหนึ่งเพื่อไปรักษาพ่อ และด้วยความเต็มใจแม่ยกวันเพ็ญได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือระนาด ทำให้ทับทิมเข้าใจผิดในความสัมพันธ์ระหว่างระนาดและแม่ยกวันเพ็ญ ท้ายที่สุดทับทิมก็ได้รู้ความจริง ทั้งสองกลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง

เพราะความคดโกงของศรทอง ทำให้คณะลิเกอิเล็กโทนไปไม่รอด ศรทองกับนพดลทะเลาะกันถึงขั้นศรทองโดนทำร้ายจนเสียโฉม ทำให้คณะระนาดเสียงทองกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง และระนาดก็ตั้งใจว่าจะนำคณะลิเกของตนเข้าประกวดเพื่อเล่นถวายในหลวงในวันพ่อ ห้าธันวามหาราช

ตะโพน สำนึกผิดกลับมาหาพ่อชาติ และระนาด ความหวัง และความฝันของพ่อชาติเริ่มเป็นรูปเป็นร่างอีกครั้ง แต่แล้วก็เกิดเหตุขึ้นอีกจนได้ ทนงเพื่อนเก่าตะโพนกลับมาแก้แค้นเป็นเหตุให้โชคโดนแทงตาย ด้วยความโกรธแค้นทนงจึงตามไปฆ่าทนง และหนีตำรวจเตลิดหายไป

วันพ่อ  ๕ ธันวามหาราชมาถึง ระนาดนำคณะระนาดเสียงทองขึ้นเล่นประกวดถวายในหลวงท่ามกลางผู้ชมเนืองแน่น ระนาดร้องลิเกเทิดพระเกียรติ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวของตัวเองว่าเป็นกำพร้าแม่ มีเพียงพ่อ แต่ตอนนี้พ่อก็ป่วยไม่สามารถมาชื่นชมในความสำเร็จของตนได้  อยาก ให้พ่อยกแม่ยกช่วยเมตตาตนเองด้วย ในฝูงชนเห็นสมศักดิ์ ภักดี พาพ่อชาติมาดูระนาดด้วย สมศักดิ์บอกให้ระนาดร้องเล่นให้เต็มที่ให้สมกับที่พ่อชาติได้มอบมรดกลิเกไว้ ให้ ตะโพนที่มาแอบดูน้องชายเล่นลิเกตัดสินใจขึ้นไปตีตะโพนให้ระนาดได้ร้องรำ ตะโพนพูดกับพ่อว่าวันนี้เป็นวันพ่อ ขอให้ตนได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อพ่อบ้างแม้ว่าลูกคนนี้จะเคยทำให้พ่อผิดหวัง ตะโพนลงนั่งตีตะโพน ระนาดเดินเข้ามาหาตะโพนบอกร้องเลยไม่ต้องห่วงวันนี้พี่ขอทำเพื่อพ่อสักวัน  ระนาด ร้องกลอนวันพ่อได้ซาบซึ้ง น้ำตาของความสำนึกผิดของตะโพนค่อยๆ ไหลลงอาบแก้ม ภาพเรื่องราวทั้งหมดอยู่ในสายตาของผู้เป็นพ่อ ผู้ชมมองดูด้วยความซาบซึ้งใจ ชาติตั้งปณิธานกับตนเองอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อเป็นการทำความดีถวายในหลวง และเพื่อลูก จึงตั้งใจที่จะเลิกสุราอย่างจริงจัง เมื่อการแสดงจบลง แม่ยกคนดูตบมือดังเกรียวกราว แล้วตำรวจก็ตามมาจับตัวตะโพนบนเวที และก่อนที่เขาจะโดนจับตัวไปตะโพนได้ขอตำรวจ ก้มลงกราบพ่อเพื่อขอขมาในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดมาทั้งชีวิต ที่หลังวิกลิเกเห็นศรทองเป็นบ้าแต่งตัวลิเก ร้อง รำอยู่เป็นที่ขบขันกับคนที่มาเที่ยวชมงาน

นักแสดงละคร ลูกระนาด
สุทธิราช วงศ์เทวัญ
ปุณยาพร พูลพิพัฒน์
นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ แสดงเป็น ชบา

ล่องเรือหารัก

เกียรติ หนุ่มนักเรียนนอก ลูกชายมหาเศรษฐี ถูก พักตร์พริ้ง ผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานกับ นงค์นาฏ ผู้หญิงที่เลือกให้ ขณะที่ บันลือ ผู้เป็นพ่อไม่เห็นด้วยนักกับความจุ้นจ้านของภรรยา เกียรติบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ที่สุดก็ทนการรบเร้าไม่ไหว จำใจต้องยอมแต่งงาน แต่แล้วในวันแต่งจู่ ๆเจ้าสาวก็โดนแฉว่าท้องแล้ว พร้อมกับสามีของเจ้าสาวพาพรรคพวกมาขอเมียคืน พิธีจึงต้องยุติลงพร้อมความเสียใจ และการเสียหน้าของบรรดาญาติทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะเกียรตินั้นอับอายขายหน้าแขกเป็นอันมาก ขณะที่พักตร์พริ้งนึกโกรธแค้น ประกาศในงาน ว่าจะหาผู้หญิงที่เหมาะสมกับลูกชายมาแต่งงานใหม่ในเร็ว ๆ นี้ ความอลหม่านวุ่นวายในงาน แม้จะทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกแย่ แต่สำหรับ อรวี เพื่อนสาวของเกียรติ และจรุงจิตสาวใหญ่รุ่นพี่ เรื่องนี้กลับจุดประกายความหวังในใจ ทั้งคู่ต่างหมายมั่นว่าตนเองจะต้องเป็นเจ้าสาวตัวจริงของเกียรติให้จงได้

เกียรติหนีออกจากงานหลบมาเดินเล่นทอดอารมณ์ที่สะพานใกล้ๆ โดยมีคนสวนชื่อบุญธรรม เดิมตามมาห่างๆ ทั้งคู่ได้พูดคุยกันถึงชีวิตในอดีตของบุญธรรม ที่แม้จะยากจนแต่ก็มีความสุข บุญธรรมเล่าว่า แกมีบ้านอยู่ปากน้ำโพ หาเช้ากินค่ำ พออายุใกล้สามสิบเพื่อนบ้านให้เรือมาลำหนึ่ง ก็หาเงินซื้อของใส่เรือ แล้วล่องไปขาย ชีวิตอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง ค่ำไหนนอนนั่น ขายของหมดที่ไหนก็หาตลาดใกล้ ๆ ซื้อของเร่ขายต่อ ก็สนุกและเป็นอิสระ ได้พบปะผู้คนมากมาย ที่ไม่เคยพบสาว ก็ได้เจอสาวสวยแตกต่างกันไป บุญธรรมเองก็ได้เมียเพราะล่องเรือขายของ แต่เมียของเขามาเสียชีวิตไปก่อน บุญธรรมก็เลยยุติชีวิตล่องเรือแล้วมาเป็นคนสวน คืนนั้นเกียรติปรึกษาพ่อ ขอไปใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองสักพัก บันลือเห็นใจลูกจึงอนุญาต แต่ก็ไม่วายห่วง จนเกียรติบอกว่าการไปครั้งนี้จะเอาบุญธรรมไปด้วย บันลือจึงคลายวิตกลง

เกียรติล่องเรือลำใหญ่ทาสีฉูดฉาดไปตามลำคลอง ข้างเรือมีป้ายเขียนว่า“มินิมาร์ทลอยน้ำ” ในเรือประกอบด้วยสินค้าแทบทุกชนิด ห้อย วาง แขวน อย่างมีระเบียบ บุญธรรมเป็นคนบังคับเรือ เกียรติพูดออกเครื่องขยายเสียงโฆษณาชวนเชื่อ ตลอดที่เรือผ่าน พอมีลูกค้าริมคลองเรียก ก็แวะขายของเป็นรายทางไป บุญธรรมอารมณ์ดีขายไปร้องเพลงไป เกียรติชอบใจบอกให้บุญธรรมสอนเพลงลูกทุ่งให้บ้าง บุญธรรมจึงแนะให้หาเครื่องเสียงมาหัดร้องกันในเรือว่างเมื่อไหร่ก็ร้องไปสนุกๆ เดี๋ยวก็ชำนาญ ด้วยอารมณ์สนุกเรือผ่านบ้านไหนบุญธรรมก็ยุให้ร้องเพลงจีบสาว จนสาวสองฝั่งน้ำหลงรักเกียรติมากมาย บางครั้งจีบผิดไปจีบเอาคนมีสามีแล้วก็ต้องหักหัวเรือหนีแทบไม่ทัน มันเป็นความสนุกแปลกใหม่จนทำให้เกียรติถึงกับลืมบ้าน หลงใหลอยู่กับเรือและธรรมชาติชนบทริมน้ำ โดยเขาเปลี่ยนชื่อใหม่ในฐานะพ่อค้าว่า “รักเร่”

วันหนึ่ง รักเร่อยากหัดบังคับเรือ แต่พลาดไปทำเรือข้าวแกงเร่ของ พิมพ์จิต และหอมจันทร์ ลูกสาวล่มหม้อข้าวหม้อแกงจมหายต้องดำผลุดดำว่ายหากันจ้าระหวั่น 2หนุ่มช่วยพา2สาวขึ้นจากน้ำ และชดใช้ค่าเสียหายให้ ทั้งคู่จอดเรือใกล้ ๆ บ้านหอมจันทร์เพื่อช่วยซ่อมเรือ อีกทั้งเป็นโอกาสที่รักเร่จะได้ใกล้ชิดหอมจันทร์ เพราะทั้งคู่สะดุดใจกันตั้งแต่แรกเห็น พิมพ์จิตและลูกเป็นคนจน มีความเป็นอยู่ง่าย ๆ แต่มีน้ำใจ เมื่อทั้งคู่ช่วยซ่อมเรือ 2 แม่ลูกก็จุนเจืออาหารการกินให้

เพราะความไม่ชำนาญงานช่าง รักเร่พลาดถูกเลื่อยบาด บุญธรรมจึงพาไปคลินิกใกล้ๆจนได้รู้จักกับ กันยา พยาบาลสาวพราวเสน่ห์ประจำคลินิก กันยาหลงรักรักเร่ตั้งแต่แรกพบ จึงพยายามตามติดประชิดถึงตัว คอยเอาอกเอาใจ จนหอมจันทร์เข้าใจผิดบ่อยๆ กันยาไม่ถูกชะตากับหอมจันทร์ เพราะรู้ว่ารักเร่ชอบหอมจันทร์จึงทำทุกทางเพื่อให้เข้าใจผิดกัน เพราะหมายมั่นจะแย่งมาให้ได้ คนอย่างกันยาไม่ธรรมดา ชอบใคร หลงใคร ก็จะใช้จริตมารยาเข้าใกล้ แต่ถ้าดูใจไปแล้วไม่ปลื้มก็จะตีห่าง ก่อนหน้านี้เธอเคยคบหาหนุ่มมาหลายราย บางคนมีครอบครัวไปแล้วก็จบกัน บางคนยังแค้นกันยาอยู่ก็มี เช่นขวดนักร้องลูกทุ่งไส้แห้ง ที่หลงผิดคิดว่าเธอจริงใจด้วย เพราะกันยาเข้ามาหาเขาก่อน แต่เมื่ออยู่กันไปแล้วไม่เห็นอนาคตเธอก็ตีจากเขาเอาดื้อ ๆเช่นกัน

พักตร์พริ้งต่อว่าบันลือที่ปล่อยลูกชายไป แต่บันลือกลับไม่สน มีแต่ตัวเธอที่ร้อนใจ เพราะได้ไปตกลงกับเพื่อน ขอลูกสาวเอาไว้ให้แต่งกับลูกชายอีกแล้ว แต่เมื่อฝ่ายชายไม่อยู่จึงต้องเลิกล้ม เรื่องการหายตัวไปจากสังคมของเกียรตินั้น คนที่ดูจะร้อนรนพอๆกับผู้เป็นแม่ก็เห็นจะเป็นสองสาวต่างวัย อรวี และ จรุงจิต อรวีเป็นเพื่อนสาวไฮโซรุ่นราวคราวเดียวกับเกียรติ จึงเข้าไปตีสนิท เข้านอกออกในที่บ้านพักตร์พริ้งได้ในฐานะเพื่อนของลูกชาย ส่วนจรุงจิตนั้นเป็นสาวไฮโซรุ่นใหญ่กว่ากันนิด จึงได้แต่พบปะสนิทสนมกันเฉพาะในงานสังคม เมื่อทั้งคู่แอบพอใจเกียรติและหมายมั่นจะเป็นสะใภ้ของพักตร์พริ้ง จึงคอยเงี้ยหูฟังข่าวคราวของเขาเสมอ

สายใจ ลูกสาวเศรษฐีสน เศรษฐีที่นา เธอเป็นลูกค้าเรือรักเร่ วันนี้เรือมาจอดที่ท่าบ้านสายใจ เธอจึงลงไปซื้อของ พอเศรษฐีสนเห็นเข้า ด้วยความหวงลูกสาวจึงตะโกนไล่ให้รักเร่ไปจอดที่อื่น ยิ่งเห็นสายใจลงไปในเรือก็ยิ่งโกรธมาก รักเร่อ้อนวอนยังไงเศรษฐีสนก็ไม่ยอม บุญธรรมจึงออกอุบายเชิญเศรษฐีสนลงไปดูสินค้าในเรือ แล้วเอาเหล้าที่มีขายออกมาให้ดู เท่านั้นเองคอสุราอย่างเศรษฐีสนก็ตาลุกเชิญทั้งสองไปกินเหล้ากันบนบ้าน ยิ่งดึกยิ่งเมาเขาก็ยิ่งใจดี เชื้อเชิญให้ทั้งคู่ค้างที่บ้านได้ แต่พอเช้าสร่างเมาก็ลืมหมด แถมโกรธคว้าปืนมาไล่ยิงจนทั้งคู่หนีลงเรือกันแทบไม่ทัน

ชะเอม เจ้าของร้านค้าของชำในตลาด แม่หม้ายเรือพ่วง 2 ลำคือ เจ้าชะโอด และเจ้าชะอม กำลังต่อว่า ชะโอด ลูกคนโต ที่ไปหลงรัก น้ำตาล ลูกสาวใหญ่ เจ้าของโรงสีที่ไม่ถูกกัน เพราะขัดผลประโยชน์ทางการค้า แต่ชะโอดรักน้ำตาลจึงไม่ยอมฟัง ยิ่งทำให้ชะเอมโมโหหนัก คาดโทษต่างๆ นานา พาลด่าไปถึงใหญ่และลูกสาว

รักเร่ล่องเรือมาจนถึงท่าหน้าโรงสีของใหญ่ เลยได้รู้จักกับน้ำตาล ใหญ่ปล่อยให้รักเร่คุยกับน้ำตาลเพราะหวังจะให้มาซื้อของใส่เรือไปขาย ชะโอดมาเห็นเข้าก็หึงหวงเพราะเข้าใจผิด จนรักเร่ต้องเล่าเรื่องหอมจันทร์ให้ฟังและรับปากจะช่วยชะโอดให้สมหวังกับน้ำตาล ทำให้ชะโอดดีใจ เผยเรื่องของแม่ตนกับพ่อน้ำตาลที่ไม่ค่อยลงรอยกันให้ฟัง รักเร่รู้สึกเห็นใจชะโอดมากขึ้น

ระหว่างที่เรือยังซ่อมไม่เสร็จ พิมพ์จิตและหอมจันทร์ต้องขาดรายได้ไป รักเร่จึงแบ่งที่ทางในเรือ ให้ 2 แม่ลูก ล่องเรือค้าขายไปด้วยกัน จนเรือซ่อมเรียบร้อยดี รักเร่จึงได้ความคิด เสนอให้นำเรือข้าวแกง มาพ่วงกับเรือของเขา พิมพ์จิตแม้จะเกรงใจ แต่ก็จนด้วยเหตุผลที่รักเร่เสนอมา จนต้องยอมตามใจในที่สุด มินิมาร์ทลอยน้ำ พ่วงเรือข้าวแกงรสเด็ด ค้าขายดีวันดีคืนทั้ง2 ฝ่าย ใครมาซื้อของใช้ก็แวะซื้อข้าวแกง ส่วนใครมากินข้าวแกงก็ยังแวะลงเรือซื้อโน่นนี่ติดมือกลับบ้าน

ขณะที่ความสัมพันธ์ของรักเร่และหอมจันทร์ดูจะแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ แต่อุปสรรคก็มีมาให้รำคาญใจกันเป็นระยะๆ ทั้ง กันยา ที่หาทางมาใกล้ชิดสนิทสนม เธอทำทีมาขอใช้เรือออกแจกจ่ายยาชาวบ้าน หรือแม้แต่ สองสาวชาวกรุงที่สืบรู้ที่อยู่ ยังแอบตามมาเกาะแกะถึงที่ จนเกิดการขัดแข้งขัดขากันเองในหมู่นางร้าย อรวีอาศัยความสนิทสนมมาขอนั่งเรือล่องท่องเที่ยวบ้าง ขอค้างในเรือบ้าง บุญธรรมก็ช่วยพูดช่วยสกัดเต็มกำลัง ส่วนจรุงจิตนั้นร้ายลึก เพราะแอบสืบหาข้อมูลมาอย่างดีว่ารักเร่รู้จักสนิทสนมกับใครบ้าง เธอทำทีมาเยี่ยมเยือนเขา และตั้งใจจะมาบ่อย ๆ โดยเสนอเป็นค่าปิดปากจนรักเร่ต้องยอมตามใจ แต่ขณะเดียวกัน

แฝงตัวมาเป็นลูกค้าข้าวแกงแล้วแอบแกล้งหอมจันทร์ด้วย กว่าจะรู้ตัวหอมจันทร์ก็โดนแกล้งไปแล้วหลายครั้งหลายหน รักเร่รำคาญจะไล่กันยาไปพ้นๆแต่เธอก็มาฟอร์มดีจนออกปากไล่ไม่ออก จะไล่สองสาวก็กลัวจะแฉความจริงเรื่องตัวเอง จึงจำยอมตามใจพวกเธอ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หอมจันทร์เข้าใจผิดหลายครั้ง รักเร่ต้องตามง้อเธอโดยได้รับความช่วยเหลือจากน้ำตาล ชะโอด และบุญธรรม แต่อรวีและจรุงจิตก็มักมาขวางอยู่เรื่อย บุญธรรมจึงต้องออกอุบายหลอกพาพวกเธอไปผจญภัยอยู่กลางแม่น้ำนานเป็นวัน ๆ พอกลับขึ้นฝั่งได้ อรวีก็ถึงกับลมจับ ดีที่ขวดรับได้ทันแล้วช่วยพาไปส่งโรงพยาบาล การที่อรวีแวะเวียนไปหารักเร่บ่อย ๆ ทำให้ได้รู้จักขวด อรวีช่วยให้ขวดได้เป็นนักร้องด้วยการพาเขาไปฝากกับพ่อเธอที่เป็นเจ้าของค่ายเพลง ขณะที่ขวดแอบหลงรักอรวีอยู่ ทั้งคู่ได้รู้จักกันและเกิดความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ชะโอดแอบมาพบน้ำตาลแต่ถูกใหญ่จับได้ แล้วกล่าวโทษ แถมด่าฝากไปถึงแม่ เมื่อชะเอมรู้เรื่องเข้า ก็กลายเป็นศึกสองครอบครัวที่ยุติลงไม่ได้ง่าย ๆ ชะเอมแก้เผ็ดใหญ่โดยลดราคาสินค้าทุกชนิดตัดหน้าใหญ่จนลูกค้ามารุมซื้อของชะเอม ทำให้ใหญ่เดือดดาลวางแผนบีบชะเอมโดยยื่นคำขาดกับชาวบ้านที่เป็นลูกหนี้ห้ามไปซื้อของที่ชะเอมขาย ถ้าใครซื้อโดนทวงหนี้แน่และหากไม่มีให้ก็จะยึดบ้านยึดนาให้เดือดร้อน เมื่อรักเร่รู้เรื่องจึงหาทางช่วย โดยไปเชิญเศรษฐีสนมาช่วยขอร้องให้ใหญ่และชะเอมเลิกทะเลาะกัน แต่ไม่ได้ผลเพราะทั้งคู่ไม่เล่นด้วย ความเครียดหลาย ๆ ประการทำให้แม่ชะเอมล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล เศรษฐีสนซึ่งหลงรักแม่ชะเอมมานาน หอบกุหลาบที่ชะเอมชอบไปเยี่ยมหลายครั้ง ชะเอมที่มีใจรักเศรษฐีสนอยู่เช่นกันออกอาการปลื้มสุดๆ ขณะที่ใหญ่อยากไปเยี่ยมแต่ก็ยังมีทิฐิ ได้แต่แอบมอง และหมั่นไส้ทั้งคู่อยู่ลึก ๆ

ภัสดา หลานชายเศรษฐีสน กับลูกน้องชื่อ มาร์ค มาเที่ยวและพักที่บ้านเศรษฐีสน ภัสดาเป็นลูกคนมีฐานะดีที่กรุงเทพ ทำให้ทำอะไรตามใจ จีบสาวไม่เลือกหน้า กระทั่งเกิดเรื่องกับน้ำตาล จนมีเรื่องถึงลงไม้ลงมือกัน ชะโอดก็เข้าไปเกี่ยวด้วย เดือดร้อนถึงเศรษฐีสนต้องมาปรับความเข้าใจกับใหญ่และชะเอมอีกครั้ง ภัสดามาพบหอมจันทร์เกิดหลงรัก ทำทุกทางที่จะพบและอยู่ใกล้ แต่พิมพ์จิต น้ำตาล และสายใจ คอยกีดกันไว้ รักเร่กับชะโอดจับมือกันต่อต้านภัสดา จนเกือบมีเรื่องอยู่หลายครั้ง น้ำตาลกับสายใจ เมื่อรู้ว่ารักเร่รักหอมจันทร์ ทั้งคู่ก็ให้ความร่วมมือช่วยเหลือเป็นอย่างดี

ชะอมและสายใจซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เห็นน้ำตาลกับชะโอดแอบนับพบกันหลายครั้ง แต่เก็บความลับนี้ไว้ ไม่บอกแม่เพราะกลัวชะเอมจะตามไปราวีพี่ชาย ทั้งคู่จับมือกันคิดแผนการสร้างความสมานฉันท์ให้กับ 2 ตระกูล เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างชะเอมและเศรษฐีสนที่ชะอมแอบสังเกตเห็นอยู่ จึงปรึกษากับสายใจ ร่วมมือกันช่วยให้ความรักของแม่ชะเอมและพ่อสนได้สมหวังเสียที เพราะดูว่าทั้งคู่ แม้ดูใจกันมานานก็ยังไม่ยอมเปิดตัวสักที ทั้งนี้เพราะแม่ชะเอมรู้สึกอายชาวบ้าน ที่ตนเองอายุมากแล้ว ยังมีความรักเหมือนเด็กๆ แผนการทุกอย่างไปได้สวย แต่ก็มาสะดุดเมื่อมารู้ภายหลังว่า ความจริงแล้ว พ่อใหญ่นั้นมีใจแอบรักแม่ชะเอมอยู่เหมือนกัน เรื่องนี้สร้างความร้าวฉานให้กับน้ำตาลและชะโอด เมื่อน้ำตาลโกรธที่ชะโอดไม่ช่วยพ่อใหญ่ ส่วนชะโอดไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าแม่มีใจให้เศรษฐีสนแล้ว

กันยาที่พยายามตามติดรักเร่มานาน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่ารักเร่จะสนใจเธอ พอได้เจอคนหน้าตาดีแถมร่ำรวยอย่างภัสดา ก็อดไม่ได้ที่จะหว่านเสน่ห์ใส่ ภัสดาเองก็เจ้าชู้ เขามองกันยาอย่างถูกตาต้องใจอยู่เช่นกัน

จรุงจิตคิดแผนร้าย ส่งคนมาขโมยของที่บ้านหอมจันทร์ ก่อนจะทำทีมาเสนองานให้ 2 แม่ลูก ไปขายข้าวแกงที่ร้านของเธอในกรุงเทพ โดยงานนี้เสนอค่าแรงก้อนโต พิมพ์จิตดีใจ ตกลงทันที ขณะที่หอมจันทร์ยังระแวงสงสัย แต่จำใจต้องตามใจแม่ เมื่อรักเร่รู้เรื่องเข้า ก็พยายามขอร้องให้ทั้งคู่คิดใหม่ แต่หอมจันทร์ไม่ฟังเพราะกำลังโกรธรักเร่เรื่องที่เขามีสาว ๆ มาพัวพันหลายคน จรุงจิตขับรถมารับ 2 แม่ลูกไปที่ร้าน แกล้งทำดีด้วยสารพัด ก่อนจะใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกให้พิมพ์จิตเซ็นต์สัญญาเงินกู้ พอมารู้ภายหลังทั้งคู่ก็แทบเป็นลม แต่เมื่อแก้ไขไม่ได้ จึงต้องจำยอมทำงานใช้หนี้ไป

ภัสดาไปหาหอมจันทร์ที่บ้านแต่ไม่พบ จึงตามมาเอาเรื่องรักเร่ เพราะคิดว่ารักเร่รู้ที่อยู่ใหม่ของหอมจันทร์ แต่ไม่ยอมบอก จนเกิดมีเรื่องลงไม้ลงมือกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้แล้วกลับบ้านไปด้วยความแค้นเคือง

รักเร่ตามสืบจนรู้ที่อยู่หอมจันทร์ จึงไปหา แต่หอมจันทร์ไม่พูดด้วย เธอโกรธเพราะเข้าใจว่ารักเร่ร่วมมือกับจรุงจิต มาหลอกลวงเธอและแม่ รักเร่แก้ตัวอย่างไรก็ไม่ฟัง เขาจึงหันไปอธิบายให้พิมพ์จิตฟังแทน โดยตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้พิมพ์จิตฟัง และขอร้องว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องที่เขาปลอมตัวมา ให้หอมจันทร์รู้ โดยรับปากจะช่วยพาทั้งคู่มาจากจรุงจิตให้ได้ พิมพ์จิตแอบดีใจแทนลูกสาว เมื่อรู้ฐานะที่แท้ของรักเร่

รักเร่ไปต่อว่าจรุงจิต เรื่องที่เธอทำกับ 2 แม่ลูก จรุงจิตได้ที ยื่นข้อเสนอ ให้รักเร่กลับมาใช้ชีวิตเป็นเกียรติ และคบเธอเป็นคนรัก ขณะเดียวกันก็ห้ามไม่ให้พบหอมจันทร์อีก หากทำตามก็จะยอมปล่อย 2 แม่ลูกไป รักเร่ใช้ความเจ้าเล่ห์ ออกอุบาย จนสามารถช่วยหอมจันทร์และแม่กลับมาได้ หอมจันทร์ได้ปรับความเข้าใจกับรักเร่ ขณะที่จรุงจิตซึ่งรู้ตัวว่าเสียรู้เข้าแล้ว จำใจต้องยอมวางมือจากเกมรักครั้งนี้ไป แต่ด้วยผลกรรมที่ทำไว้ต่าง ๆ นานา กับ2แม่ลูกทำให้เธอต้องจำนน มีสามีเป็นโจรรับจ้าง ที่เธอจ้างไปทำร้ายเค้า..เธอโดนขู่ โดนจ่ายค่าเลี้ยงดู แถมยังต้องพาสามีออกงานที่เชิดหน้าชูตา จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปโฉม ฐานะ ของผู้ชายคนนี้ขึ้นมาเป็นคนใหม่ที่ยืนข้างๆ เธอได้

น้ำตาลไม่ยอมพูดกับชะโอดอยู่นาน แต่สุดท้ายก็เริ่มคิดได้ ว่าไม่สามารถกะเกณฑ์ให้ใครรักกับใครได้ตามที่ใจต้องการ ส่วนพ่อใหญ่ เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นสาเหตุให้ลูกสาวเป็นทุกข์ ก็เริ่มได้คิด พยายามใช้สติไตร่ตรองสิ่งที่ผ่านมา ก่อนจะทำใจได้ และกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติ น้ำตาลดีใจที่พ่อกลับมาเป็นพ่อคนเดิมอีกครั้ง

ภัสดายังคงดันทุรัง ดื้อดึง เอาแต่ใจ จะเอาชนะ รักกับหอมจันทร์ให้ได้ ยิ่งรู้ว่ารักเร่มีปมเรื่องเป็นเพื่อนจรุงจิตอยู่ด้วย จึงใช้วิธีสร้างเรื่องให้ไปกันใหญ่ระหว่างรักเร่ หอมจันทร์ จรุงจิต ..รักเร่บอก ลูกผู้ชายควรสู้อย่างลูกผู้ชาย ภัสดาก็เลยท้าแข่งทุกประเภท ให้บอกกฏ กติกา มาเลย ชาวบ้านและเพื่อน ๆ ช่วยกันคิดเกมการแข่งขันมาให้ต่าง ๆ นานา และ 2 คนก็ต้องใช้ทั้งเทคนิคและปัญญา แค่เรื่องตื้น ๆ รักเร่ได้เปรียบที่คุ้นเคยธรรมชาติ และมองธรรมชาติได้ชัดเจนกว่าภัสดา จึงสามารถเอาชนะ ทำให้ภัสดากลายเป็นขี้แพ้ชวนตี หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับเจ้ามาร์ค เศรษฐีสนเห็นแล้วกลุ้มจนต้องออกแรงออกฤทธิ์ สอนเด็กทั้ง 2 ให้รู้จักใช้ชีวิตให้เป็น ไม่ควรอยู่แบบรก ๆ คิดให้เป็น ทำให้เป็น อย่าทำตัวกลายเป็นขยะรกประเทศชาติ ภัสดา เด็กที่เอาแต่ใจ ไม่มีใครปรามมาตลอด เจอทีเด็ดเศรษฐีสนเข้า ถึงกับคุกเข่าขอโอกาสที่จะแก้ตัว..ก็เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องให้ และคอยตามผล ว่าหลานของตัวเองจะมีพฤติกรรมต่อไปอย่างไร และควรจะให้กำลังใจกันอย่างไร

บรรดาคู่รักต่าง ๆ นานามาพบปะสังสรรค์กันก็ในงานแข่งขันของ 2 หนุ่มนี้ ทำให้มิตรภาพ ความผูกพันและการใช้ชีวิตที่ดำเนินไปด้วยการช่วยเหลือ แบ่งปัน และปลูกฝังความเข้าใจให้เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ควรเร่งมือกันทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พวกเค้าฉลองความรักความสามัคคีครั้งนี้ด้วยเสียงเพลงที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตเรียบๆง่ายๆ และเรื่องราวที่ผ่านมา..พร้อมกับปล่อยเรือมินิมาร์ท ลอยน้ำ ที่เป็นเรือทำมาหากิน เป็นเรือนหอของการมีชีวิตคู่ในรูปแบบที่ รักเร่กับหอมจันทร์เลือกที่จะทำ เลือกที่จะเป็น

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com