แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละครปี 2535 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละครปี 2535 แสดงบทความทั้งหมด

ทายาทอสูร

ทายาทอสูร ชไมพร

ทายาทอสูร 2535 เรื่องย่อละครไทยสยองขวัญในตำนาน ดูละครย้อนหลัง

ทายาทอสูร 2535 เป็นละครโทรทัศน์ไทยแนวสยองขวัญและไสยศาสตร์ที่สร้างจากบทประพันธ์ของ ตรี อภิรุม ถ่ายทอดเรื่องราวความลึกลับของคำสาป อำนาจอาถรรพ์ และการสืบทอดทายาทอสูรที่ดำเนินต่อกันมาหลายชั่วอายุคน โดยมีคุณยายวรนาฏ หญิงลึกลับผู้กุมความลับดำมืดของตระกูล เป็นศูนย์กลางของเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาและปริศนาเหนือธรรมชาติ

เรื่องย่อ ทายาทอสูร 2535

ทายาทอสูร เล่าเรื่องราวของคุณยายวรนาฏ หญิงผู้มั่งคั่งและมีบุคลิกน่าเกรงขาม ซึ่งเบื้องหลังความสง่างามกลับซ่อนความลับอันน่าสะพรึงกลัวเอาไว้ เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้ครอบครองทรัพย์สมบัติมหาศาล แต่ยังเกี่ยวข้องกับอำนาจไสยศาสตร์และคำสาปที่สืบทอดต่อกันมาจากอดีต

ต้นกำเนิดของความชั่วร้ายย้อนกลับไปถึงเรื่องราวของเจ้าโขน ช่างปั้นผู้มีวิชาอาคม ซึ่งความเจ็บปวดและความแค้นที่เกิดขึ้นในอดีตได้กลายเป็นต้นเหตุของอาถรรพ์อันน่ากลัว อำนาจมืดนี้ไม่เคยสูญสลายไปตามกาลเวลา แต่กลับส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมกับพิธีกรรมการสืบทอดทายาทอสูรที่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ความจริงได้ทั้งหมด

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกผู้สืบทอดอำนาจ วรนาฏจึงกลายเป็นบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงสมาชิกในตระกูลเข้ากับชะตากรรมอันน่าสะพรึงกลัว ภายใต้ภาพของมรดกและทรัพย์สมบัติที่ใครหลายคนปรารถนา กลับมีความลับเกี่ยวกับอสูรร้ายและพลังอาถรรพ์ที่พร้อมจะครอบงำชีวิตของผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

ความโลภ ความริษยา และความต้องการครอบครองมรดกทำให้ความสัมพันธ์ของผู้คนเริ่มสั่นคลอน ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ประหลาดและเรื่องราวเหนือธรรมชาติก็ค่อย ๆ เผยให้เห็นถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตระกูลแห่งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเผชิญกับความหวาดกลัวและค้นหาคำตอบว่าใครจะต้องรับช่วงอำนาจอสูรร้ายต่อไป และจะมีหนทางใดที่จะหยุดยั้งคำสาปที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ทายาทอสูร 2535 จึงเป็นละครสยองขวัญที่ผสมผสานเรื่องราวไสยศาสตร์ ความลึกลับ และความแค้นจากอดีตได้อย่างเข้มข้น พร้อมสะท้อนให้เห็นว่ามรดกที่ดูเหมือนเป็นสิ่งล้ำค่า อาจกลับกลายเป็นชะตากรรมอันน่าสะพรึงกลัวที่ผู้รับต้องแบกรับไปตลอดชีวิต

นักแสดง ทายาทอสูร 2535

ละคร ทายาทอสูร เวอร์ชันปี 2535 นำแสดงโดยนักแสดงมากฝีมือ

ชไมพร จตุรภุช - วรนาฏ

รุ้งทอง ร่วมทอง - วรินทร์ มนัสวานิช (อุ้ย)

 ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์

 นีรนุช อติพร - สุดาดวง

สิรคุปต์ เมทะนี - รัชโรจน์

สุปราณี เจริญผล - นัยเนตร

กันตา ดานาว

อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา 


กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร

ดูละคร ทายาทอสูรย้อนหลัง

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบละครไทยแนวสยองขวัญและต้องการย้อนชมผลงานคลาสสิก ทายาทอสูร 2535 เป็นอีกหนึ่งละครที่น่าสนใจ ด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคำสาป ไสยศาสตร์ และการสืบทอดอำนาจอสูร ซึ่งสร้างบรรยากาศลึกลับและความระทึกขวัญตลอดเรื่อง

ผู้ชมสามารถตรวจสอบตอนต่าง ๆ จากเพลย์ลิสต์ละคร ทายาทอสูร ที่นี่:




เมืองโพล้เพล้ 2535

เมืองโพล้เพล้

เมืองโพล้เพล้ เป็นเมืองที่อยู่บนเส้นคาบเกี่ยวของการเปลี่ยนแปลงจากความคิดของคน หลายกลุ่ม ซึ่งต่างก็หวังให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ หลายบุคลิกในแต่ละ ตัวละครนำเสนอความคิดที่น่าสนใจ แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน

 
นักแสดง เมืองโพล้เพล้
 
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ แสดงเป็น กำนันโดด
กมลชนก โกมลฐิติ แสดงเป็น ป่านา
อนันต์ บุนนาค
จามจุรี เชิดโฉม
โน้ต เชิญยิ้ม

ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2535 ถึง วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535

เคหาสน์ดาว

เรื่องย่อ

นย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับความละมุนละไมของหัวใจ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าระดับตำนานที่เคยสร้างความประทับใจให้แฟนหนังไทยมาแล้วอย่าง "เคหาสน์ดาว" (2529)

เรื่องย่อ: เมื่อ "บ้าน" ไม่ได้สร้างด้วยอิฐหิน... แต่เริ่มต้นจากความเข้าใจ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "จ๋ม" หญิงสาวสู้ชีวิตที่กำลังตกที่นั่งลำบากจากการโดนไล่ที่ดินเดิม เธอมีความฝันอยากจะสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ให้กับแม่และน้องสาวได้อยู่อาศัยอย่างอบอุ่น โชคชะตานำพาให้เธอได้มาพบกับ "เขียว" สถาปนิกหนุ่มมาดซื่อผู้มีอุดมการณ์ เขาอาสาเข้ามาช่วยออกแบบและดูแลการสร้างบ้านแห่งความฝันหลังนี้ให้กลายเป็นจริง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ

ทว่า... เส้นทางของการสร้าง "เคหาสน์" หลังนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเขียวเองก็มีพันธะหัวใจและปัญหารักต่างชนชั้นกับ "แสนเสน่ห์" แฟนสาวไฮโซที่รักกันมานานแต่พ่อตาไม่ปลื้ม ในขณะที่จ๋มเองก็มี "ปูชนี" นักธุรกิจหนุ่มร่ำรวยโปรไฟล์ดีคอยตามขายขนมจีบและพร้อมจะเนรมิตตึกหรูให้เธออยู่โดยไม่ต้องลำบากสร้างเอง แถมอุปสรรคชิ้นโตยังตามมาซ้ำเติม เมื่อบ้านเดิมของจ๋มถูกไฟไหม้จนหมดตัว และแบบบ้านของเขียวก็ยังต้องเจอปัญหาขัดแย้งกับข้อบังคับของราชการ!

ท่ามกลางความล่มสลายของสิ่งปลูกสร้างรอบตัว และความผันผวนของสถานการณ์หัวใจ... "รังน้อย ๆ" ของจ๋มจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างไร? และความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางอิฐ หิน ปูน ทราย จะเปลี่ยนผันให้ "ความเห็นใจ" กลายเป็น "ความรัก" ได้หรือไม่?

"คำว่า ห่วงหาอาทร... มันมีค่ามากกว่าคำว่ารักและคิดถึง"

เตรียมไปร่วมซาบซึ้งกับบรรยากาศกรุงเทพฯ ในอดีต เพลงประกอบสุดไพเราะที่กินใจ และบทพิสูจน์ความรักอันบริสุทธิ์ของหนุ่มสาวยุค 80s ใน เคหาสน์ดาว (2529) ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณยิ้มตามและอุ่นซาบซ่านไปทั้งหัวใจ... คลิกชมภาพยนตร์ไทยคลาสสิกเต็มเรื่องแบบคมชัดได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลย!

🔗 รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง: เคหาสน์ดาว (2529) -

กุหลาบในเปลวไฟ

กุหลาบในเปลวไฟ  ออกอากาศเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2535 – 18 ธันวาคม 2535

นำแสดงโดย

เพ็ญพักตร์ ศิริกุล

จอนนี่ แอนโฟเน่

กำกับการแสดงโดย...ถกลเกียรติ วีรวรรณ

วังน้ำวน

อาโป  เพียงธาร และ ระริน  เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยที่เรียนโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ทั้งสามทั้งมีความฝันเป็นของตัวเอง อาโปมีฐานะทางครอบครัวดีกว่าเพื่อน เธอฝันว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังเรียนจบ ผิดกับเพียงธารที่มีฐานะยากจน เธอจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวทุกอย่าง ระรินมีความฝันไม่ต่างจากเพื่อนๆ เธอใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนางเอกละคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเธอทั้งสามคิดเหมือนกัน ก็คือการแอบชอบ ต้นสาย  ครูฝึกสอนหนุ่มหน้าตาดีที่เข้ามาฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียน
 
เพียงธารออก หางานพิเศษทำทุกอย่างเพื่อส่งเสียครอบครัว งานแรกคือการเป็นเซลล์ขายเครื่องสำอางค์ ซึ่งทำให้เธอได้พบกับ ทัดดาว จึงถูกชักชวนไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้มีรายได้ดีกว่าเดิม และอาจจะมีโอกาสก้าวสู่การเป็นนางแบบได้ แต่เมื่อระรินรู้ จึงอยากรู้จักทัดดาวด้วย เพื่อหวังว่าตัวเองจะได้เป็นดาราอย่างที่ฝันไว้ วันหนึ่งทั้งสามสาวแอบโดดเรียนไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ แต่อาโปว่ายน้ำไม่แข็งจึงถูกดูดลงไปในใต้น้ำซึ่งเป็นน้ำวน ต้นสายเห็นเข้าจึงกระโดดลงไปช่วยอาโปไว้ทัน ทำให้อาโปรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก ต้นสายมาลาอาโป เพื่อกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจึงเผยความรู้สึกในใจต่อกัน
 
วันหนึ่งขณะที่ต้นสายกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ช่วยระรินที่กำลังถูกพ่อเลี้ยงปลุกปล้ำ ระรินจึงขอเข้ากรุงเทพฯ กับต้นสาย เพื่อไปทำงานกับทัดดาว แต่พอถึงกรุงเทพฯ ระรินกลับติดต่อกับทัดดาวไม่ได้ ต้นสายจึงให้ระรินพักกับตนไปก่อน จนทำให้ทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน อาโปและเพียงธาร รู้สึกผิดหวังมากเพาะคิดว่าต้นสายเป็นคนพาระรินหนี
 
หลังสอบปลายภาค เพียงธารตัดสินใจมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสียครอบครัว อาโปจึงเสนอให้ไปอยู่บ้านป้าพร้อมกับตัวเอง อาโปไปสมัครเรียนภาษาเยอรมันเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อ เลยทำให้เธอได้พบกับ กลางชล ครูสอนภาษาเยอรมัน ส่วนเพียงธารได้ไปทำงานที่ร้านดอกไม้ คุณปอง  อดีตดาราที่เคยเดินทางผิด เธอจึงคอยตักเตือนเพียงธารอยู่เสมอๆ เพราะกลัวว่าเพียงธารจะมีชีวิตที่ซ้ำรอยแบบเธอ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับ สินธู ( นพชัย มัททวีวงศ์ ) นักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย คุณปองก็ยิ่งเป็นห่วงเธอมากขึ้น ระรินถูกสินธู ชักชวนให้เล่นหนังวีซีดี เพราะสนใจในตัวระริน โดยที่ระรินก็เล่นด้วย สินธูอาสาเลี้ยงดูระรินโดยซื้อบ้านให้อยู่ ระรินจึงหนีจากต้นสายมาอยู่กับสินธู
 
ทางด้านเพียงธารเป็นหญิงสาวที่ สินธูหวังครอบครองเป็นเจ้าของ แต่มีคุณปองคอยขัดขวาง กลางชลมีโอกาสได้ใกล้ชิดเพียงธารมากขึ้น เมื่อเพียงธารย้ายออกมาอยู่อพาร์ทเมนท์ตรงข้ามกับบ้านของเขา ทำให้กลางชลเริ่มหวั่นไหว จึงขอหมั้นกับอาโปแล้วชวนกันไปอยู่ที่เยอรมันด้วยกัน แต่อาโปปฏิเสธเพราะยังสนุกกับงานที่ทำอยู่ อาโปนำเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อรถ เป็นจังหวะที่เพียงธารเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะหาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย จึงมาขอยืมอาโป แต่อาโปไม่มี เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจขอยืมสินธู สินธูจึงสั่งให้ลูกน้องนำเงินไปให้ทันที
 
เพียงธารต้องการหาเงินให้ ให้สินธูโดยเร็ว จึงทำงานเพิ่มมากขึ้น กลางชลแนะนำให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของเพื่อน อาโปก็ไปสมัครงานนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่าเพียงธารถูกเลือกแทน เพียงธารนำเงินไปคืนสินธู แต่เขาไม่รับและขอแลกกับการคบกับเพียงธารแทน แต่เพียงธารยังไม่ยอมรับ กลางชลใกล้ชิดกับเพียงธารมากขึ้น โหน่ง  พยายามเตือนอาโป แต่อาโปไม่เชื่อว่าเพื่อนจะทำร้ายเพื่อนได้ ระรินเริ่มออกอาการหึงหวงสินธูมากขึ้นจนเสียการเสียงงาน สินธูวางแผนเปิดกล้องภาพยนตร์ 3 เรื่องพร้อมกัน โดยมี เพียงธาร, อาโป, ระริน นำแสดงในแต่ละเรื่อง โดยวางกลางชลแสดงคู่กับอาโป
 
ระรินติดต่ออาโปให้สินธู แต่หลอกว่ามีฉากวับๆ แวมๆ อาโปจึงปฏิเสธ แต่มารู้ทีหลังวาเป็นหนังชีวิตธรรมดาจึงตอบรับ พออาโปรู้ว่ากลางชลถอนตัวจึงผิดหวังในที่สุดจึงตัดสินใจไม่รับเล่น และก็ยังไม่อยากไปเรียนต่อ กลางชลจึงแนะนำให้อาโปไปเรียนการแสดง จนได้รู้จักกับ แจ็ค ผู้กำกับที่กำลังหานางเอกใหม่อยู่ อาโปได้เจอกับต้นสายอีกครั้ง อาโปจึงแนะนำให้ต้นสายไปเป็นแสตนด์อินในละครที่เธอเล่น อาโปประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากก่าเพื่อนทั้งสอง สินธูคิดจะสร้างหนังใหญ่เรื่อง “วังน้ำวน” โดย พัฒน์ ผู้กำกับต้องการ อาโป มาเล่น เพราะอาโปกำลังได้รับความนิยม แต่สินธูต้องการ เพียงธาร และ ระริน เล่นเรื่องนี้ เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงในสังกัดของเขา พัฒน์เลือกอาโปกับระริน เพราะบทเหมาะกว่า เพียงธารไปหาคุณปอง แต่พบว่าคุณปองฆ่าตัวตาย เพราะเมียหลวงมาอาละวาดที่ร้าน เพียงธารเสียงใจมาก รวมทั้งเห็นอาโปและกลางชลหวานชื่นกัน เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจไปหาสินธู และวันนั้นเธอก็ค้างที่คอนโดสินธูอย่างเต็มใจ จนเพียงธารรู้ว่าตัวเองไม่ได้เล่นหนัง “วังน้ำวน” แล้ว จึงขอสินธูเปลี่ยนตัว ให้เธอได้เล่นเรื่องนี้ เพื่อทำให้ความฝันของคุณปองให้เป็นจริง
 
พัฒน์เลือก อาโป กับ เพียงธาร โดยตัดระรินออกจากหนังเรื่องนี้ ทำให้ระรินเสียใจมาก บังเอิญพระเอกของเรื่องนี้ถอนตัว สินธูจึงไปขอร้องให้กลางชลมาแสดงแทน กลางชลตอบตกลง เพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพียงธาร ทางด้านอาโปจึงเริ่มไม่ไว้ใจเพียงธารมากขึ้นและเริ่มหึงหวงกลางชล เมื่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป ระรินมาอาละวาดกับเพียงธารที่กองถ่ายเรื่องของสินธู กลางชลออกหน้าปกป้องเพียงธาร อาโปน้อยใจกลางชลที่เริ่มตีตัวออกห่าง แจ็ค มาขอให้อาโปกับเพียงธารไปเดินแบบงานแฟชั่นการกุศล พอระรินจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ไปเดินแฟชั่นงานนี้ด้วย
 
ใน งานแฟชั่น กลางชลตัดสินใจบอกเลิกกับอาโป เพียงธาร, อาโป, ระริน ต้องเผชิญหน้ากันในห้องแต่งตัว ทั้งสามทะเลาะกัน เมื่อออกมาหน้าเวทีจึงแกล้งเดินชน แล้วเหยียบเท้ากัน เลยเถิดไปถึงขั้นตบตีกันด้านหลัวเวที สินธูกับกลางชลตามมาช่วย แต่ก็เกิดชกต่อยกันเองเพราะความหึงหวง สินธูดึงเพียงธารไปเคลียร์ปัญหาที่ค้างคากันอยู่ ส่วนระรินถึงกับขาดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล อาโปไม่สามารถเข้าฉากกับเพียงธารและกลางชล ได้อย่างสนิทใจอีกต่อไป หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น
 
ความรักของเพื่อนทั้งสาม ขาดสะบั้นลง เมื่อความรักกลายเป็นวังวน ที่พัวพันรอบตัวพวกเธอ จนไม่สามารถสะบัดหลุดไปได้ จุดจบความรักของทั้งสามจะเป็นอย่างไร พวกเธอจะหาทางออกจาก “วังน้ำวน” แห่งนี้ได้หรือไม่ หรือยังคงหลงอยู่ในวังวนต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

นำแสดงโดย...

ใหม่ เจริญปุระ

มาช่า วัฒนพานิช

ณหทัย พิจิตรา

พิทยา ณ ระนอง

รอน บรรจงสร้าง

ขจรศักดิ์ รัตนวิสัย

วังน้ำวน ออกอากาศเมื่อวันที่  1 พฤษภาคม 2535 – 5 กันยายน 2535

กำกับการแสดงโดย...ยุทธนา มุกดาสนิท

พี่เลี้ยง

พี่เลี้ยง


บทประพันธ์ ทมยันตี

นำแสดงโดย.. 
วรุฒ วรธรรม
รชนีกร พันธ์มณี
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร
สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์
ปนัดดา โกมารทัต
จารุวรรณ ปัญโญภาส
บุศรา นฤมิตร
ทม วิศวชาติ
ณัฏฐพล กรรณสูต
ด.ช. นรบดี ทระพย์ธนารัตน์
ด.ญ. สกุลรัตน์ ใจซื่อ
ด.ช. ตะวัน จันทรวิบูลย์

บ่วง

บ่วง


บ่วงกรรมที่รึงรัดมนุษย์ทุกผู้ทุกนามด้วยความอาฆาตและความใคร่  แรงอาฆาต แรงแค้น แรงริษยา หรือแรงรัก…ถึงร่างกายจะสลายไป มันก็ยังเป็นพลังอยู่เป็นบ่วงคล้องไว้”…ความรัก…ที่มัวเมาอยู่ในกาม กิเลสตัณหา เป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นมาทุกยุคสมัย ความรักในกามกิเลสเป็นความรักที่หอมหวานและเชื้อเชิญให้ชายหญิงผู้ยังเวียน ว่ายอยู่ในวังวนของตัณหาได้เข้ามาลิ้มลอง ครอบครัวของ “ศามน” และ “รัมภา” ครอบครัวที่อบอุ่น พวกเขามีลูกแฝดตัวน้อยๆ ที่น่ารัก “รัตตี้” และ “ไลล่า” ชีวิตครอบครัวของพวกเขากำลังไปได้ดี แต่ทันทีที่ศามนและครอบครัวต้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านคุณทวดซึ่งเป็นมรดกชิ้น สุดท้ายที่คุณทวดทิ้งไว้ให้เขา

เรื่องราวต่างๆ จึงเริ่มขึ้น “แพง” วิญญาณที่ยังไม่ไปผุดไปเกิดเพราะยังติดอยู่กับ “บ่วง” ของกิเลสตัณหาอันมิสามารถสลัดทิ้งไปได้ เธอยังคงเฝ้าคอย “คุณพระศังกรประกาศ” คนที่เธอรักด้วยความใคร่ และ “คุณชื่นกลิ่น” ภรรยาของคุณพระฯ ด้วยความอาฆาต เมื่อคุณพระฯ และคุณชื่นกลิ่นกลับชาติมาเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน แต่ใครเล่าจะเป็นผู้หลุดออกจากบ่วงนี้ บ่วงที่รัดรึงพวกเขาไว้ด้วยความสิเนหาและความอาฆาตแค้น…

นอกจากได้รับความเพลิดเพลินแล้ว ยังได้แฝงไปด้วยเรื่องราวของความละอาย เรื่องการฝักใฝ่ในกามราคะโดยเฉพาะการผิดศีล กาเมสุมิฉาฯ และเรื่องของ “กรรม” ที่หากผู้ใดหลงอยู่ในกรรมชั่วก็จะมีบ่วงคล้องรัดรึงชีวิตของผู้นั้นอยู่ตลอด เวลา ดุจดังล้อที่หมุนไปตามเกวียน

ลอดลายมังกร

ลอดลายมังกร


ลอดลายมังกร เป็นเรื่องราวชีวิตของ อาเหลียง มีภรรยาชื่อ เหมยหลิง มีลูกชายเล็ก ๆ 2 คนชื่อ อาเทียน กับ แอนดี้ อาเหลียงได้เดินทางจากซัวเถาสู่เมืองไทยด้วยเรือสำเภาพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน คือ อาจั๊วและหลงจู๊บุ๋น ด้วยความหวังที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว

อาเหลียงได้เริ่มกิจการเล็ก ๆ จนขยับขยายให้ใหญ่ขึ้น และได้แต่งงานอีกครั้งกับภรรยาชาวไทย ชื่อ เนียม (ซึ่งต้องยุติความฝันในการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยมาแต่งงานกับอาเหลียง) และมีลูกด้วยกันหลายคน จนกระทั่งเหมยหลิงพร้อมลูกได้เดินทางสู่เมืองไทยเพื่อตามหาอาเหลียง ความวุ่นวายในครอบครัวก็เกิดขึ้น พร้อม ๆ กับการขยายตัวของกิจการ ซึ่งมีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว ด้วยความยึดมั่นในคุณธรรมและความขยัน ด้วยการเตือนใจด้วยตัวอักษรคำว่า “หงี” ซึ่งหมายถึงคุณธรรมที่ติดไว้กลางบ้าน

หลายปีผ่านไป ลูกหลานของอาเหลียง เหมยหลิง และ เนียม ก็เติบโตขึ้น หลายคนได้ช่วยขยับขยายกิจการจนประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะแอนดี้บุตรชายคนรอง ในขณะที่เทียนบุตรชายคนโตกลับทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จเลย ในขณะที่หลาน ๆ ของอาเหลียง แต่ละคนก็มีบุคลิก นิสัยแตกต่างกันออกไป และชาญชัย ลูกชายเพียงคนเดียวของแอนดี้และเป็กกี้ ภรรยาชาวฮ่องกงของแอนดี้ ที่ถูกเลี้ยงมาด้วยการเอาใจมาแต่เล็ก ก็ได้สร้างความหายนะให้แก่กิจการและเสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลในบั้นปลายชีวิตของอาเหลียง โดยที่เรื่องราวทั้งหมดถูกบอกเล่าผ่านโดย นภา หลานชายของอาเหลียงที่เป็นลูกชายของ นพ ลูกชายคนรองของอาเหลียงกับย่าเนียม

นักแสดงละคร ลอดลายมังกร ปี พ.ศ. 2535

นพพล โกมารชุน แสดงเป็น อาเหลียง
ปรียานุช ปานประดับ แสดงเป็น เนียม
อภิรดี ภวภูตานนท์ แสดงเป็น เหมยหลิง
สัญญา คุณากร แสดงเป็น ชาญชัย
ปัญญา นิรันดร์กุล

 

รักในรอยแค้น

รักในรอยแค้น


รักในรอยแค้น เป็นเรื่องของความรักของ 2 หนุ่ม-สาวที่ไม่อาจเป็นไปได้เพราะมาอยู่ตรงกลางระหว่างความแค้นของ 2 ตระกูล

นักแสดงละคร รักในรอยแค้น

ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง
นุสบา วานิชอังกูร
รุจน์ รณภพ
มานพ อัศวเทพ

กำกับแสดงโดย...ถกลเกียรติ วีรวรรณ

รักในรอยแค้น ออกอากาศเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2535 – 25 เมษายน 2535 

รอยทางแห่งความฝัน

 

สันติสุข พรมศิริ กับ จารุณี สุขสวัสดิ์ ในละคร รอยทางแห่งความฝัน

เรื่องย่อ

พัดชาเพิ่งกลับมาจากเรียนออกแบบแฟชั่นจากต่างประเทศ แต่พ่อไม่ชอบในสิ่งที่พัชชาเรียน เพราะจะให้ช่วยดำเนินธุรกิจของตัวเอง พัดชาจึงไม่ทำงาน แต่กลับเที่ยวไปเรื่อย ๆ เมื่อทะเลาะกันกับพ่อ พัดชาโกรธปึงปังออกจากบ้านไป จึงชนกับรถแท๊กซี่ของอัคนี และมีปากเสียงกัน และพัดชายังกลั่นแกล้งอัคนี จนเป็นเหตุรุนแรงทำให้อัคนีโดนไล่ออกจากงาน พัดชาจึงรู้สึกผิด ตามขอโทษและชดใช้ค่าซ่อมรถให้ ต่อมาทั้งสองคนจึงคบกันเป็นเพื่อน แต่พัดชาจะเป็นฝ่ายรักอัคนีอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่อัคนีจะให้ความสนใจกับสิชลที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันมากกว่า ต่อมามีเหตุการณ์ที่ทำให้อัคนีต้องออกรับผิดแทนรอง น้องชาย ที่ไปขับรถชนชยุศ เพื่อนนักธุรกิจที่หลงรักพัชชาอยู่ตาย พัดชาเมื่อรู้ว่าอัคนีไม่ได้เป็นคนผิด จึงวิ่งเต้นปิดคดีให้ อัคนีซึ้งในน้ำใจของพัดชามาก และรักผูกพันเพิ่มมากขึ้น ทั้งสองช่วยกันเปิดร้านเสื้อผ้า และวางแผนจะใช้ชีวิตร่วมกัน ส่วนรอง น้องของอัคนีนั้น กลับใช้ชีวิตไปในทางเสื่อมลง ติดการพนัน พัดชาเกือบจะเกิดอุบัติเหตุขั้นรุนแรงเพราะรองมากลั่นแกล้งแรก แต่อัคนีมาช่วยไว้ได้ทัน และสุดท้ายผลกรรมที่รองทำไว้กับคนอื่น ๆ มากมาย รวมทั้งพี่ชายของตนเองก็กลับมาสนองรองด้วยชีวิต

นักแสดง


สันติสุข พรหมศิริ - อัคนี (แรก)
จารุณี สุขสวัสดิ์ - พัดชา
นรินทร์ ทองคำ - รอง
รัชนก พูนผลิล - สิชล
จรัล มโนเพ็ชร
กุลพงษ์ บุนนาค
นุติ เขมะโยธิน

*** มี ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี มาแสดงเป็นบทตัวประกอบนายแบบบนแคทวอร์ค ***


กำกับการแสดง สมศักดิ์ รัตประทีป

ออกอากาศทางช่อง 9 ปี พ.ศ. 2535

สองฝั่งคลอง

สองฝั่งคลอง


สองฝั่งคลอง เล่าถึงเรื่องราวชีวิตตั้งแต่สาวรุ่นจนถึงวัยกลางคนของ “ทับทิม” หญิงสาวลูกผู้ดีแห่งบ้านคลองสาน คุณทับทิมเป็นบุตรของคุณพระทัดและเป็นหลานปู่เพียงคนเดียวของเจ้าคุณทหาร ซึ่งท่านเจ้าคุณทหารมีหลานตาที่เกิดจากบุตรสาวคือคุณยี่สุ่น 3 คน คือ คุณสาคร คุณเฟื่อง และคุณโกเมน คุณทับทิมได้รับการเลี้ยงดูจากปู่และย่าเนื่องด้วยสูญเสียมารดาไปตั้งแต่ กำเนิดได้ 7 วันทั้งบิดายังละเลยไม่สนใจ ถึงกระนั้นคุณทับทิมก็ได้รับการบ่มเพาะด้านคุณธรรม และปลูกฝั่งให้ใฝ่ในการศึกษา และมียายเสมพี่เลี้ยงที่ดูแลอย่างใกล้ชิดและจริงใจ ทับทิมเป็นคนเรียบร้อยแต่มีความดื้อรั้นไม่ยอมคนจึงไม่เป็นที่รักใคร่ของ ครอบครัวคุณยี่สุ่น ช่วงเป็นสาวรุ่นทับทิมไม่มีชายมาติดพัน มีเพียงคุณลานที่สนใจทับทิมด้วยความคิดความอ่านและความตั้งใจ และมีทับทิมเป็นแรงบันดาลใจให้พยายามเพื่อให้ตนก้าวหน้าด้วยการศึกษา เพราะทับทิมเป็นผู้หญิงที่ไม่สวยจัดทั้งยังไม่ชอบแต่งตัว ตรงข้ามกับคุณเฟื่องที่มีความงามล่ำลือหรือคุณสาครสาวสังคมจัด ทั้งสองต่างมองข้ามการศึกษาต่อและมุ่งหมายหาคู่ครองที่คู่ควร
 
ทับทิมที่มุ่งหมายจะศึกษาต่อและหางานเลี้ยงตนเอง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นความต้องการของปู่และย่าเพราะเป็นห่วงความเป็นอยู่ของ ทับทิมหลังจากทั้งสองสิ้นบุญ ทับทิมได้สอบเข้าเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ แต่ไม่ทันที่ทับทิมจะสำเร็จการศึกษาปู่ ย่าและพ่อของทับทิมได้สิ้นบุญก่อน ป้าของทับทิมก็ไม่ดูแลและจัดการค่าใช้จ่ายของทับทิมตามที่สัญญา ทำให้ทับทิมต้องเอาสมบัติของแม่มาขายเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนจนเรียนจบและ บรรจุเข้าเป็นอาจารย์ ทับทิมย้ายออกมากับยายเสม ในขณะที่บ้านคลองสานวุ่นวาย คุณเฟื่องได้สามีที่ไม่มีคุณสมบัติดีใดๆ ส่วนคุณสาครได้สามีตระหนี่และหมายแต่สมบัติของตระกูลคุณสาคร ส่วนคุณลานก็ได้ติดตามทับทิมมาโดยตลอดเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ เมื่อเรียนจบจึงได้ตัดสินใจขอทับทิมแต่งงาน
 
คุณลานและทับทิมแต่งงานและได้ย้ายไปอยู่บ้านของคุณลาน ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าคุณยุติธรรมพ่อของคุณลาน คุณหญิงแม่เลี้ยงใจร้าย และอรทัยน้องสาวต่างมารดาผู้เอาแต่ใจ คุณหญิงทำร้ายและกดดันทัมทิมด้วยการพูดและการกระทำ แม้จะอดทนแต่สุดท้ายทับทิมหมดสิ้นความอดทน คุณลานจึงพาทับทิมกลับไปที่คลองสานที่บ้านของพ่อทับทิม แต่ด้วยความชิงชังของบรรดาลูกๆคุณยี่สุ่นจึงให้คุณยี่สุ่นไล่ทับทิมไปอยู่ อีกฝั่ง คุณลานกับทัมทิมอยู่ด้วยกันเป็นสามีภรรยาที่มีความสุขตรงข้ามกับคุณเฟื่อง หลายครั้งที่ทับทิมต้องกระทบกระทั่งกับคนอีกฝั่งจนพลั่งไปว่ากล่าวคุณเฟื่อง สร้างความเจ็บใจแก่คุณยี่สุ่น จนทำให้ทับทิมประสบปัญหาไร้ที่อยู่จนกว่าจะหาทางออกได้ ทั้งที่ทับทิควรจะมีส่วนในมรดกแต่คุณยี่สุ่นกลับไม่แบ่งสมบัติส่วนที่ทับทิม ควรจะได้แต่กลับให้ลูกของตนใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย จนสุดท้ายสมบัติมากมายก็ลดน้อยถอยลง ลูกๆของคุณยี่สุ่นก็ต่างแก่งแย่งสมบัติกันเอง ทับทิมได้มองภาพของบ้านที่เคยเป็นสุขที่กำลังจะหายจากอีกฝั่งหนึ่ง
 
คุณลานและทับทิมแม้จะอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขแต่ต้องพบปัญหามาเป็นระยะๆ ที่ต้องใช้ทั้งคุณธรรม ความอดทนและพยายามเพื่อให้ข้ามสู่อีกฝั่งคลองของชีวิต

นักแสดง

ยุรนันท์ ภมรมนตรี
จินตหรา สุขพัฒน์

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com