แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละครปี 2537 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละครปี 2537 แสดงบทความทั้งหมด

ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ

ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ


ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ เป็นเรื่องราวของ กาย ที่ใช้ความเป็นหนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์ของตัวเอง ทำให้ผู้หญิงหลงรัก แต่เขาหวังในทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น

กำกับรายการโทรทัศน์โดย พงศ์ศักดิ์ (ราเชน ) นาคพงศ์

นักแสดงละคร ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ

พีท ทองเจือ แสดงเป็น กาย
มยุรา ธนะบุตร แสดงเป็น เอื้อยทอง
สลักจิต ดลมินทร์ แสดงเป็น น้องหญิง
โกวิท วัฒนกุล
สรพงศ์ ชาตรี

 

เหมือนคนละฟากฟ้า

เหมือนคนละฟากฟ้า

เหมือนคนละฟากฟ้า เรื่องราวของโยทกา และชิตณรงค์ ที่อยู่ใกล้กัน แต่เหมือนอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน

โยทกา เป็นสาวนักเรียนนอก ที่มีปมเกี่ยวกับแม่ เพราะแม่ของเธอส่งเสียเธอเรียนเมืองนอกมาเป็นเวลาสิบปี แต่ไม่ได้มีเวลามาหา มาดูแล  เพราะแม่เปลี่ยนผู้ดูแลไปเรื่อยและไปหาเธอ เพื่อมาบอกข่าวว่า แม่จะแต่งานใหม่เท่านั้น

ชิดณรงค์ มีคนรักอยู่แล้ว คือ นงนิตย์ ทำงานเป็นนักร้อง และกำลังท้อง ชิดณรงค์นำข่าวไปบอกพ่อ แต่พ่อของเขาไม่เห็นด้วย ฝ่ายนงนิตย์กลับกลุ้มใจเพราะเธอคบผู้ชายซ้อนกันอยู่ จนต้องแก้ปัญหาด้วยการไปทำแท้ง ฝั่งพ่อของชิตณรงค์จ้างนักสืบให้ติดตามนงนิตย์ เพื่อให้ชิตณรงค์ได้รู้ความจริง

ต่อมาแม่ของโยทกามาแต่งงานกับพ่อของชิดณรงค์ ทำให้ชิดณรงค์ดูถูกทั้งแม่และลูก ว่าต้องการรวยทางลัด แต่สุดท้ายเขาก็หลงรักโยทกาโดยไม่รู้ตัว

นักแสดงละคร เหมือนคนล่ะฟากฟ้า

จินตหรา สุขพัฒน์ แสดงเป็น โยทกา อรุณชาติ (โย)
วิลลี่ แมคอินทอช แสดงเป็น ชิดณรงค์
ธิติมา สังขภิทักษ์ แสดงเป็น กรรณิการ์
พิศาล อัครเศรณี
รักษ์สุดา สินวัฒนา แสดงเป็น นงนิตย์
กรรชัย กำเนิดพลอย
พรนภา เทพทินกร
กันตา ดานาว แสดงเป็น เจน

ตุ๊กตาเริงระบำ

ตุ๊กตาเริงระบำ


ตุ๊กตาเริงระบำ เป็นเรื่องราวของ อินทุอร  เธอเป็นสาวสวยนักเรียนนอก นั่งกอดตุ๊กตากระเบื้องเนื้อดีสวมชุดบัลเล่ต์สีขาวไว้แนบอก เธอร้องไห้เพราะพ่อมาเสียชีวิตอย่างกระทันหัน โดยทราบข่าวจากจดหมายของ ศจี แม่เลี้ยง เธอมาเรียนที่อังกฤษประมาณ 5 ปีแล้ว อีกปีเดียวก็จะเรียนจบปริญญาตรี   เธอไม่เชื่อว่าพ่อของเธอจะฆ่าตัวตาย อนันต์ เป็นนักธุรกิจชื่อดัง ร่ำรวยมหาศาล ประสบความสำเร็จในอาชีพ พ่อสั่งสอนเธอมาตลอดว่า คนฆ่าตัวตายคือคนโง่ อินทุอรนั่งมองตุ๊กตา ที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว ท่านบอกว่าตุ๊กตาสวยน่ารักเหมือนอินทุอร ตอนนั้นพ่อกอดเธอไว้แน่น สั่งนักสั่งหนาว่าให้เก็บตุ๊กตาตัวนี้ไว้ให้ดี ตุ๊กตาตัวนี้จะเ ป็นตัวแทนของท่าน เมื่อเธอคิดถึงก็ให้กอดตุ๊กตาแล้วก็เหมือนกับกอดท่าน อินทุอรแปลกใจกับคำพูดแปลก ๆ แต่ ณ วันนี้เธอไม่มีใครแล้วนอกจาก “ตุ๊กตาเริงระบำ” ตัวนี้ตัวเดียวที่เป็นตัวแทนของพ่อ

อินทุอรขอบิดาเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 13 ปี หลังจากที่ จันทรา มารดาของเธอตรอมใจตาย อินทุอรจึงเกลียดศจีแม่เลี้ยงและ สลีวัลย์ ลูกสาวของศจีที่เกิดจากสามีเก่ามาก ศจีกับลูกสาวเข้ามาอยู่ที่บ้านของเธอได้ก็เพราะความใจดีของจันทราเอง เพราะสงสารที่สามีของศจีตายกะทันหัน เธอจึงรับศจีและสลีวัลย์มาอยู่ด้วย โดยให้ทำหน้าที่ “แม่บ้าน” ดูแลความเรียบร้อยทั่วไป โดยไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเพื่อนรักจะทำร้ายเธอได้ลง ศจีหว่านเสน่ห์และยั่วยวนจนอนันต์พลาดมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ อนันต์สงสารจันทราขอร้องศจีว่าอย่าบอกภรรยา ศจีรับปากพูดอย่างเจียมตัวว่าเธอมาอยู่ที่นี่มีความสุขก็เพราะจันทราเพื่อนรักเธอไม่ทำร้ายจันทราแน่นอน ทว่าตรงกันข้ามเธอกลับเป็นฝ่ายบอกจันทราเองอย่างจงใจ ศจีทำทีไปสารภาพผิดกับจันทราเธอรู้ดีว่าจันทรา รับไม่ได้แน่ ๆ กับเรื่องนี้ จันทราเป็นคนดีมีเมตตา มีศีลธรรมและอ่อนแอเกินไป ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของศจี จันทราช็อกเมื่อรู้เรื่องจากปากเพื่อนรัก ศจีเล่นละครร้องไห้สำนึกผิดทั้งที่สะใจที่เห็นเพื่อนเจ็บปวด จันทราข่มใจถามอนันต์อีกครั้งเพื่อความมั่นใจต่อหน้าศจี อนันต์จำต้องยอมสารภาพ อินทุอรจำได้ว่ามารดาร้องไห้จนหมดสติไป จันทราอยู่โรงพยาบาลหลายวัน เมื่อออกจากโรงพยาบาลเธอก็เปลี่ยนไปมาก จากผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนหวาน หน้าตาสดใสมีความสุข จันทรากับเก็บตัวเงียบแต่ในห้อง เธอมีอาการของโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง ยิ่งเห็นศจีเอาใจอนันต์ จันทราก็แทบอยากตาย เธอไม่กินไม่นอน ผ่ายผอมผิดตา แล้ววันหนึ่งจันทราก็เสียชีวิต อินทุอรเสียใจมาก เธอโกรธและเกลียดศจีแต่ไม่โกรธบิดา เพราะรู้ว่าอนันต์รักจันทรามาก การจากไปของจันทราทำให้อนันต์ทุกข์ใจมากเช่นกัน หลังงานศพจันทราไม่นานศจีก็ประกาศตัวเป็นภรรยาของอนันต์ทันที นางกับลูกสาวทำร้ายจิตใจอินทุอรทุกวัน จนเธอทนไม่ไหวต้องขออนุญาตบิดามาเรียนต่อที่อังกฤษ อนันต์รู้ดีว่าทำร้ายจิตใจลูกสาวเพียงใด เขาจึงยอมตามใจเธอ โดยเขาจะบินมาเยี่ยมเธอทุกปีโดยเฉพาะในวันเกิด อนันต์จะหาของขวัญเป็นเครื่องเพชรน้ำงามเก๋ ๆ เหมาะกับเด็กสาวมาฝาก หรือเป็นของใช้ที่ลูกสาวพอใจ มีปีที่แล้วที่เขาซื้อ “ตุ๊กตาเริงระบำ” ตัวนี้ให้อินทุอร วันรุ่งขึ้นเธอตัดสินใจเก็บของกลับกรุงเทพทันที เธอไม่เชื่อว่าบิดาของเธอจะฆ่าตัวตาย

บนเครื่องบินเที่ยวบินอังกฤษ – กรุงเทพ ทยา หนุ่มหล่อนักธุรกิจไฟแรงนั่งมองสาวสวยที่นั่งติดกันอย่างสงสัย เธอนั่งกอดตุ๊กตากระเบื้องในชุดบัลเล่ต์ไว้แน่น สีหน้าเศร้าหมอง แต่ถึงจะเศร้าเธอก็สวยจับตาจับใจเหลือเกิน ทยาพยายามคุยด้วยเมื่อรู้ว่าเธอเป็นคนไทย แต่เธอไม่สนใจเขาเลย จนทยาเข้าใจว่าเธอหยิ่ง ระหว่างบินจู่ ๆ เครื่องบินก็สั่นสะเทือนรุนแรงผิดปกติ กัปตันบอกผู้โดยสารว่าเครื่องยนต์ขัดข้อง เขาขอให้ผู้โดยสารอยู่ในความสงบ ทยามองไปรอบตัวอย่างนึกขำ ทุกคนก้มหน้าสวดมนต์ตามศาสนาของตน ด้วยท่าทางตระหนกสุดชีวิต ทยาหันมาดูสาวสวยข้างตัว เขาก็พบว่าเธอหน้าซีดตกใจอย่างน่าสงสาร แต่ไม่วายกอดตุ๊กตาไว้แน่น ทยาบีบมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เขาบอกเธอว่าอย่ากลัวทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ทยาชวนอินทุอรดูคนรอบตัว เขาชวนเธอคุยอย่างมีสติและอารมณ์ขันจนอินทุอรค่อยคลายตกใจ ทยาพูดอย่างมั่นใจว่า เขาและเธอจะต้องถึงกรุงเทพอย่างปลอดภัยแน่นอน อินทุอรไม่แน่ใจนักแต่ก็ราวปาฏิหารย์ที่กัปตันสามารถแก้ไขสถานะการณ์จนกลับ เป็นปกติได้ในเวลาต่อมา เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ อินทุอรก็กลับไปนั่งเหม่อกอดตุ๊กตาเหมือนเดิม เธอยอมพูดกับเขาอีก 2-3 คำเท่านั้น ทยารู้เพียงว่าเธอชื่ออินทุอร

เมื่อถึงกรุงเทพ ทยาช่วยดูแลเธอจนออกมาถึงนอกสนามบิน เมื่อเขารู้ว่าเธอไม่มีใครมารับ ทยาก็อาสาจะไปส่ง อินทุอรลังเล แต่เมื่อเขาบอกเธอว่า เขาและเธอต่างก็ผ่านวิกฤตความเป็นความตายมาด้วยกันก็อย่ากลัวเขาเลย อินทุอรจึงตกลง ระหว่างเดินมาที่รถทยา สาวสวยแต่งตัวเปรี้ยวอีกคนหนึ่งก็วิ่งถลามากอดเขาอย่างรักและคิดถึงเต็มที่ อาการของเจ้าหล่อนใครมองก็รู้ว่าเป็นแฟนกัน ทยาตกใจแต่อินทุอรตกใจกว่า เธอจำได้ว่าสาวเปรี้ยวคนนี้คือ สลีวัลย์ ลูกสาวศจีนั่นเอง อินทุอรรีบลากกระเป๋าหนีมาขึ้น TAXI ทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกของทยา อินทุอรมาที่สำนักงานทนายความของ ประชา ทนายประจำตระกูล ประชาและ ประพล ลูกชายตกใจที่อินทุอรมาอย่างกะทันหัน อินทุอรซักถามถึงการตายของบิดาอย่างละเอียดเพราะไม่เชื่อ แต่ประชาก็ยืนยันว่า อนันต์ฆ่าตัวตายจริงๆ ที่สำคัญคือยังหาพินัยกรรมไม่พบ อนันต์เขียนพินัยกรรมต่อหน้าประชา แต่บอกว่าจะเก็บไว้เอง ไม่มีใครรู้ว่าเขาเก็บไว้ที่ไหน ประชารู้เพียงว่าจะเปิดพินัยกรรมได้ก็เมื่ออินทุอรอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์พอดี อินทุอรและประชากลุ้มใจเพราะมีเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นในการหาพินัยกรรม วันนั้นประพลรีบอาสาไปส่งอินทุอรที่บ้าน ศจีและสลีวัลย์ตกใจที่เห็นอินทุอรมาแบบกะทันหัน รวมถึงทยาซึ่งสลีวัลย์ชวนมาที่บ้านด้วย ส่วนอินทุอรมองศจีที่วางมาดเป็นเจ้าของบ้านอย่างปวดร้าว ใบหน้าเรียบเฉย ตาดุ มองศจีอย่างโกรธแค้น ชิงชัง ศจีข่มใจวางมาดผู้ใหญ่ใจดี ปลอบอินทุอรเรื่องบิดา และพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับไปเรียนต่อ แต่อินทุอรกลับตอบโต้อย่างรุนแรง ทั้งศจี อินทุอร สลีวัลย์ และประพล เถียงกันจนลืมไปว่า ทยาซึ่งเป็นบุคคลภายนอกนั่งอยู่ด้วย กว่าอินทุอรจะรู้สึกตัวก็พูดอะไรไปมากพอที่ทยาจะจับความได้ เมื่อเธอเห็นทยาเธอมองเขาอย่างเกลียดชัง ก่อนจะขอตัวไปพักผ่อน เมื่ออินทุอรไปแล้ว ทยาก็ขอตัวกลับบ้าง เขาเข้าใจว่าทุกคนที่นี่วุ่นวายเรื่องสมบัติอย่างน่าเวียนหัวจริงๆ

เช้าวันต่อมา อินทุอรต้องโกรธศจีจนแทบบ้าเมื่อรู้ว่า นมอ่อน แม่นมของบิดาและ กิ่งแก้วพี่เลี้ยงของเธอต้องไปอยู่เรือนคนใช้ ทั้งที่เคยมีห้องพักบนตึกใหญ่ เมื่ออินทุอรลงไปหาทั้งคู่ เธอยิ่งเสียใจเมื่อเห็นว่านมอ่อนป่วยมาก กิ่งแก้วกอดอินทุอรอย่างรักและคิดถึง และบอกว่านมอ่อนป่วยมานานแล้ว แต่ศจีไม่ยอมให้พาไปโรงพยาบาล อินทุอรโกรธจัด อินทุอรกลับขึ้นตึกและต้องทะเลาะกับศจีอีกรอบ กว่าจะขับรถพานมอ่อนไปโรงพยาบาลได้ เธอดีใจที่หมอบอกว่านมอ่อนไม่เป็นอะไรมาก แต่ต้องอยู่โรงพยาบาลหลายวันหน่อย เพราะแกอายุมากและร่างกายอ่อนแอ อินทุอรให้กิ่งแก้วอยู่กับนมอ่อน เธอกลับไปหาทนายประชาอีกครั้ง คราวนี้เธอขอแฟ้มคดีของบิดามาด้วย เธอต้องการรู้ข้อมูลอย่างละเอียด อินทุอรไปเยี่ยมนมอ่อนทุกวัน เธอเริ่มอ่านรายละเอียดคดีของบิดาบ้างแล้ว แต่ยังไม่จบ วันหนึ่งอินทุอรขับรถเพื่อไปเยี่ยมนมอ่อน แต่รถเสียกลางทาง ขณะที่เธองงและทำอะไรไม่ถูก ทยาบังเอิญขับรถผ่านมาพอดี เขาดีใจที่พบอินทุอรอีกครั้ง ทยาลงไปช่วยหญิงสาวอย่างเต็มใจ แม้อินทุอรจะไม่เต็มใจก็ตาม ในที่สุดเธอต้องยอมให้ทยาเรียกช่างจากอู่ที่เขารู้จักมารับรถเธอไปซ่อม และยอมให้ทยาตามไปเยี่ยมนมอ่อนด้วย ที่โรงพยาบาลทยาแปลกใจที่เห็นอินทุอร ผู้หญิงกระด้าง เย็นชา กลับมีท่าทางอ่อนโยน น่ารักกับนมอ่อน เขาชอบมองเธอยิ้ม เมื่อยิ้มเธอจะมีเสน่ห์น่ารักมากขึ้น ทยาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอินทุอรจึงเครียดนัก เมื่ออยู่ต่อหน้าศจี สลีวัลย์ ส่วนอินทุอรเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้ทยา แต่เธอตัดใจเมื่อเข้าใจว่าทยาคือคู่รักของสลีวัลย์ อินทุอรจึงนับทยาเป็นศัตรูของเธอด้วย เวลาผ่านไปเหตุการณ์ในบ้านทำให้อินทุอรเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเธอไปบริษัท ข้อมูลหลายอย่างทำให้อินทุอรสงสัยศจีและ สมบูรณ์ น้าชายแท้ๆ ของเธอ สมบูรณ์ดูแลเรื่องการเงินแต่ก็เหมือนอยู่ใต้อำนาจของศจี จนอินทุอรแค้นใจมากขึ้น

คืนวันหนึ่ง อินทุอรนั่งอ่านรายละเอียดการตายของบิดาจนหมด เธอเชื่อว่าบิดาถูกฆาตกรรมแน่นอน เพราะบิดาเป็นคนถนัดขวาก็จริง แต่เมื่อยิงปืนแล้ว ท่านจะถนัดใช้มือซ้ายมากกว่า ทว่าในรายงานกลับลงว่าบิดาใช้มือขวาจับปืนจ่อยิงที่ขมับขวาตัวเอง อินทุอรเจ็บแค้นอย่างบอกไม่ถูก เธอค่อยๆ สืบจากคนในบ้านจนรู้ว่า ศจีคือคนที่พบศพบิดาเธอเป็นคนแรก อินทุอรมั่นใจว่า ศจีนี่เองคือตัวการ อินทุอรพบทยาอีกบ่อยครั้ง เพราะเขามักมาหาสลีวัลย์ ทยาไม่คิดอะไรกับสลีวัลย์มากไปกว่าเพื่อนคนหนึ่ง ตอนนี้เขาสนใจอินทุอรมากกว่า  เมื่อนมอ่อนหายป่วยกลับมาบ้าน นางหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวของจันทราให้อินทุอร คืนนั้นเธออ่านจนหมดเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งแค้น อินทุอรหาทางแก้แค้นศจี จนวันหนึ่งเธอเห็นทยามากับสลีวัลย์ อินทุอรคิดออกทันที เธอจะแย่งทยาจากสลีวัลย์ อินทุอรเข้ามาทักทายทยาอย่างสนิทสนมและยิ่งสะใจเมื่อเห็นสลีวัลย์หึง

วันหนึ่งทยาเสนอให้อินทุอรไปพักผ่อนบ้าง เพราะเธอเครียดมากเหลือเกิน เขากลัวเธอจะป่วยเสียก่อน ทยาเสนอให้เธอไปพักที่บ้านพักริมทะเลของเขา อินทุอรรับปากทันที เธอดีใจที่ทยามาหาเธอที่บริษัทและนำกุญแจมาให้เธอเอง อินทุอรแกล้งชวนทยาไปกินข้าว เพราะรู้ว่า สุมาวดี เลขาของสมบูรณ์และเป็นคนของศจีต้องบอกสลีวัลย์แน่ เมื่อทยาและอินทุอรกลับมาบริษัทก็พบสลีวัลย์มารออยู่แล้วอย่างกระวนกระวาย อินทุอรแกล้งยั่วจนสลีวัลย์แทบบ้า แสดงอาการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทยาอย่างนอกหน้า จนทยาไม่พอใจ ยิ่งคบกันนานวัน ทยาก็รู้ตัวว่าเขาชอบอินทุอรมากกว่าสลีวัลย์

วันหนึ่ง อินทุอรเก็บของไปพักผ่อนที่บ้านทยาจริงๆ เธอชอบบรรยากาศที่นั่นมาก อินทุอรเล่นน้ำจนเหนื่อย กลับมาทำอาหารเย็นกินเองตามลำพัง ระหว่างทำกับข้าว เธอได้ยินเสียงรถและมีคนไขกุญแจบ้านกึกกัก อินทุอรนึกแปลกใจว่าเป็นใคร เมื่อเธอออกมาจากบ้านก็พบทยา อินทุอรแปลกใจมากที่เขาตามเธอมา ทยาบอกง่ายๆ ว่าเขาก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน เย็นนั้นทยาเป็นลูกมือทำกับข้าวให้อินทุอร ทั้งคู่รับประทานอาหารอย่างมีความสุข อินทุอรดูผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองจนทยารู้สึกว่าจริงๆ แล้วอินทุอรเป็นคนน่ารัก แต่ปัญหาที่เธอมีและข้อขัดแย้งกับศจีนั้นเป็นเรื่องที่เธอไม่ยอมพูด คืนนั้นทยาชวนอินทุอรลงว่ายน้ำกลางดึก ทั้งคู่ว่ายน้ำเก่งทั้งคู่ อินทุอรสวยน่ารักเป็นธรรมชาติจนทยาอดใจไม่ไหว เขาค่อยๆ ดึงเธอมากอดท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก อินทุอรเองก็ดูจะเผลอตัวยอมให้เขากอด เขาสบตาคู่สวยของเธออย่างหลงใหล ทยาจะก้มลงจูบเธอ อินทุอรก็รู้สึกตัว เธอผลักเขาออกและวิ่งหนีกลับบ้านพักทันที ทยาได้แต่เสียใจที่ทำให้เธอหวาดระแวง ทว่าเขากลับหลงรักอินทุอรจริงๆ วันรุ่งขึ้นทยาตามมา ขอโทษอินทุอร แม้หญิงสาวจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่อาการตื่นเต้นจนแก้มแดงของเธอก็ทำให้ทยารู้ว่าอินทุอรเองก็หวั่นไหวเช่นกัน ทั้งคู่กลับกรุงเทพโดยขับรถกันคนละคัน เมื่อถึงกรุงเทพ ทยาก็ร้อนใจทันทีที่สลีวัลย์มาตามหึงเขาและเมื่อรู้ว่าเขาไปพบอินทุอร สลีวัลย์ก็ยิ่งคลั่งจนศจีต้องหาทางกำจัดอินทุอร

คืนวันหนึ่งอินทุอรบังเอิญเห็นสมบูรณ์น้าชายเดินออกมาจากห้องนอนของศจี ท่าทางอาลัยอาวรณ์ของสมบูรณ์ทำให้อินทุอรเจ็บใจที่น้าชายหลงเสน่ห์ศจีเข้าอีกคน เธอจึงยิ่งแกล้งหวานกับทยาเพื่อยั่วสลีวัลย์ จนทยาขอเธอแต่งงานจริงๆ อินทุอรสับสนจนไม่รู้ว่าเธอนั้นรักทยาเช่นกัน ศจีและ สลีวัลย์โกรธมากที่รู้ข่าวของทั้งคู่ ทว่าเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ศจีต่อว่าอินทุอรเรื่องทยา อินทุอรแกล้งบอกศจีว่าเธอแต่งงานกับทยาก็เพื่อแก้แค้นที่ศจีทำร้ายจิตใจ มารดาเธอเท่านั้น เธอต้องการให้สลีวัลย์เจ็บใจ เสียใจ ทั้งที่เธอไม่เคยรักทยาเลย อินทุอรไม่รู้ว่าทยาซึ่งตั้งใจมารับเธอไปลองชุดแต่งงานได้ยินพอดี เขาเสียใจมาก ผลุนผลันกลับไปจึงไม่รู้ว่าศจีกับอินทุอรทะเลาะกันรุนแรง อินทุอรบอกว่าเธอรู้ว่าศจีฆ่าบิดา เพราะบิดาถนัดยิงปืนด้วยมือซ้าย และเธอจะแจ้งตำรวจ ศจีจึงย้อนกลับไปว่าถ้าอินทุอรต้องการให้ครอบครัวฉาวโฉ่ก็ได้ เพราะจริงๆ แล้วจันทราเสียชีวิตเพราะว่านางค่อยๆ วางยาพิษให้จันทราโดยมีอนันต์ร่วมมือด้วย ส่วนอนันต์ตายก็เพราะไม่ยอมทำพินัยกรรมยกสมบัติให้เธอ อนันต์ตายเพราะปืนลั่น

อินทุอรช็อกเมื่อรู้เรื่องบิดา เธอตัดสินใจไม่ถูก ส่วนทยาห่างเหินกับเธอจนน่าแปลกใจ จะอย่างไรก็ตามทั้งคู่ก็แต่งงานกัน ในงานแต่งงาน ทยาทำร้ายจิตใจอินทุอร เมื่อเขายอมให้สลีวัลย์ใกล้ชิด คลอเคลีย เหมือนเป็นคนรัก โดยไม่ไยดีอินทุอรซึ่งเป็นเจ้าสาว เมื่อส่งตัวคู่บ่าวสาว ทยาหอบเสื้อผ้าไปนอนที่อื่นโดยที่อินทุอรไม่เข้าใจ ยิ่งนานวันทยาก็ยิ่งห่างเหินอินทุอร แต่กลับไปใกล้ชิดสลีวัลย์ เพื่อประชดเธอ จนอินทุอรทั้งเสียใจและทรมาน เธอเพิ่งรู้ว่าเธอรักเขาเหลือเกิน ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยขึ้น สลีวัลย์ยั่วทยาให้หึงประพลว่ารักอินทุอร เพื่อยุให้ทั้งคู่หย่ากันโดยเร็ว ส่วนอินทุอรเครียดมากไหนจะเรื่องพินัยกรรมที่ยังหาไม่เจอและเรื่องของทยา เธอกลับไปบ้านเพื่อหาพินัยกรรมบ่อยครั้ง จึงไม่รู้ว่าศจีเริ่มวางยาเธออีกคน อินทุอรผอมซูบซีดจนผิดตา ทยาเป็นห่วงมาก แต่ด้วยทิฐิและหึงหวงทั้งคู่จึงปรับความเข้าใจกันไม่ได้ จนกระทั่งถึงวันเปิดพินัยกรรม อินทุอรเก็บของใส่กระเป๋าอย่างหมดอาลัย ส่วนทยากำลังหึง ประพลที่สุด เขารักอินทุอรมาก และยอมไม่ได้ถ้าเธอต้องแต่งงานกับคนอื่น ทยาเข้าไปหาเรื่องทะเลาะกับอินทุอรจนทำให้ “ตุ๊กตาเริงระบำ” ตกแตก อินทุอรเสียใจมาก จนไม่สังเกตว่าในตัวตุ๊กตามีกระดาษพับซ่อนอยู่ ทยาหายเมารีบหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาอ่านจึงรู้ว่าอนันต์ซ่อนพินัยกรรมไว้ในตัวตุ๊กตานั่นเอง

ทยารีบพาอินทุอรไปพบประชาก่อนจะไปบ้านอนันต์พิศาล ที่บ้านศจีและสลีวัลย์กำลังดีใจและเตรียมตัวแบ่งสมบัติมหาศาลของอนันต์ แต่เมื่อประชาอ่านพินัยกรรมจบ ศจีและสลีวัลย์ตกใจที่ทุกอย่างเป็นของอินทุอรคนเดียว อินทุอรไล่ศจีและสลีวัลย์ทันที ทยาพยายามขอร้องอินทุอรเพื่อเห็นแก่อนันต์ เพราะศจีมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของเธอด้วย คำขอร้องของทยาทำให้อินทุอรปวดใจที่สุด เธอเข้าใจว่าทยารักสลีวัลย์ ส่วนทยาเข้าใจว่าอินทุอรใจร้ายใจดำเกินไป ศจียอมลดทิฐิขอร้องอินทุอรอยู่ด้วยระหว่างหาบ้านใหม่ อินทุอรยอมโดยไม่รู้ว่าศจีเริ่มวางยาเธอแรงขึ้นเรื่อยๆ อาการซูบซีดของอินทุอร ทำให้สมบูรณ์ทนไม่ไหว เขาไปบอกความจริงกับทยาว่าศจีวางยาฆ่าอนันต์ จันทรา ขณะนี้อินทุอรกำลังอยู่ในอันตราย ทยาแปลกใจที่ทำไมสมบูรณ์ไม่ช่วยหลานสาวเสียเอง สมบูรณ์จึงต้องบอกอย่างหมดอายว่าเขาคือสามีลับๆ ของศจีอีกคน ทยาห่วงอินทุอรมากรีบเก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับเธอ เขาไม่ยอมไปไหนแม้อินทุอรจะไล่ เมื่อ สลีวัลย์เรียกร้องเขาก็บอกกับเธอตรงๆ ว่าเขารักอินทุอร ทยาวางแผนจับศจีโดยร่วมมือกับกิ่งแก้ว แล้วศจีก็พลาดจนได้ ทยาจับได้คาหนังคาเขาว่าศจีกำลังใส่ยาลงในแก้วยาของอินทุอร ศจีถูกจับ สลีวัลย์เสียใจจนเตลิด ส่วนทยายังน้อยใจและเข้าใจอินทุอรผิดว่าเธอรักประพล เมื่อศจีถูกจับไปแล้ว ทยาเข้าไปเก็บของเพื่อกลับบ้าน อินทุอรตามเข้ามาอย่างซาบซึ้งที่เขาช่วยชีวิตเธอ แต่ทยากับจะทิ้งเธอไป เมื่อรู้ว่าเขาเข้าใจเธอผิด อินทุอรจึงง้อทยาอย่างอ่อนหวาน น่ารัก และบอกว่าเธอรักเขามากและไม่ยอมให้เขาไปจากเธอเด็ดขาด ทยากอดอินทุอรแน่นอย่างมีความสุข เขาสัญญาว่าเขาจะดูแลและปกป้องเธอไปจนตลอดชีวิต

ตุ๊กตาเริงระบำ

นักแสดงละคร เรื่อง ตุ๊กตาเริงระบำ
ลลิตา ปัญโญภาส แสดงเป็น อินทุอร อนันต์ไพศาล (อิน)
จิรายุส วรรธนะสิน แสดงเป็น ทยา
วัลวิภา โยคะกุล
รัชชนก พูนผลิน
เกรียงไกร อุณหะนันท์ เป็น อนันต์
พิราวรรณ ประสพศาสตร์
กษมา นิสัยพันธุ์
นุติ เขมะโยธิน
น้ำเงิน บุญหนัก แสดงเป็น นมอ่อน

 

จากฝันสู่นิรันดร 2537

จากฝันสู่นิรันดร 2537


ตรัยชายหนุ่มผู้หลงใหลรูปวาดของ “การะเกด” เพียงได้เห็นเขาก็ดฝ้าค้นหาว่าเธอคือใคร โดยพยายามติดต่อกับผู้คนที่รู้จักเธอ ดร.โพยมติดต่อให้ชายหนุ่มรู้จักกับเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดียที่ทำการ ทดลองด้านการสะกดจิต ตรัยได้กลับไปในอดีตอีกครั้ง เขาได้เห็นก๋งของตัวเองใน 65 ปีที่แล้ว ได้พบกับการะเกดหญิงสาวที่เฝ้าตามหามานาน เขาพยายามหาคำตอบว่าทำไมเรื่องราวของเธอจากคนรอบข้างจึงหายไปอย่างไม่มีใครรู้…

สร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรก ความยาว 4 ตอนจบ
ออกอากาศตอนบ่ายวันอาทิตย์ ทางช่อง 7 สี พ.ศ. 2537
– สัญญา คุณากร เป็น ตรัย
– กมลชนก โกมลฐิติ เป็น การะเกด
– รักษ์สุดา สินวัฒนา เป็น รานี
– ทองขาว ภัทรโชคชัย เป็น คุณเชื้อ
– อนุชา อึ้งวัฒนา เป็น คุณเม่งซ้ง

กระสือ 2537

กระสือ 2537


มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็น กระสือก่อนตายได้เรียกคุณยายสายไปหาและมอบสมบัติให้ แต่ขณะที่ยายสายเผลอผู้หญิงคนนั้นได้บ้วนน้ำลายใส่ในขันกินน้ำให้ยายสายกิน ยายสายก็เลยกลายเป็นกระสือแทนผู้หญิงคนนั้น ยายสายผู้นี้มีบุตรคนหนึ่งแต่งงานและมีลูกสาวหนึ่งคน แต่ทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ก็หายหน้าหนี้ไปทิ้งลูกสาวไว้ให้ยายสายเป็นผู้ ดูแล  ยายสายก็เลยต้องเลี้ยงหลานสาวกำพร้าโดยลำพัง  ใครจะเป็นผู้สืบทอดดวงวิญญาน ของกระสือต่อจากยายสาย

 

นักแสดงละคร กระสือ พ.ศ.2537
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร
รชนีกร พันธ์มณี
มนฤดี ยมาภัย
สุวัจนี ไชยมุสิก
ด.ญ.สาวิกา ไชยเดช
ด.ญ.หยาดทิพย์ ราชปาล
ด.ญ.มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์

 

ออกอากาศ วันอังคารที่ 20 ธันวาคม 2537 ถึง วันอังคารที่ 21 มีนาคม 2538

ดร.ครก

ดร.ครก


จากชีวิตบางส่วนของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ได้เรียนหนังสือ เดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ หาเงินเรียนและยืนด้วยลำแข้งของตนเองจนสามารถเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ จนได้เป็นดอกเตอร์ที่ ไม่ได้ต่อสู้เพื่อแค่ให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ได้ แต่สู้ให้ได้มาที่ตัวเองต้องการ เป็นเรื่องจริงที่น่าประทับใจ น่าจดจำเป็นตัวอย่าง รวมทั้งเป็นกำลังใจให้กับหลายๆ คนในสังคมนี้ที่ท้อแท้กับการเป็นคนดีและการทำความดี โดยเฉพาะกับวัยรุ่นที่เพิ่งพานพบกับอุปสรรค หรือบางคนที่ขาดการชี้นำแนวทาง

“ลำบากแหละดี เพื่อต่อไปจะได้ไม่ลำบาก”

นักแสดงละคร ดร. ครก

สุพจน์ ตันเจริญ

ธัญญาเรศ รามณรงค์

สะพานข้ามดาว

สะพานข้ามดาว


สะพานข้ามดาว พระเอกหวังแต่งงานกับนางเอกซึ่งเป็นลูกนักการเมือง เพื่อเป็นสะพานข้ามไปสู่ความมีหน้ามีตาในสังคมไฮโซ

นักแสดง

สัญญา คุณากร

บุษกร พรวรรณะศิริเวช

มะเมี๊ยะ

มะเมี๊ยะ


มะเมียะ เรื่องราวความรักที่ต่างเชื้อชาติ ระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษมและมะเมียะ อันกลายมาเป็นตำนานรักที่จบลงอย่างโศกสลด และได้รับการกล่าวขานมาถึงปัจจุบัน เจ้าน้อย เป็นราชบุตรของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 ( เจ้าแก้วนวรัฐ ) และ แม่เจ้าจามเทวี ถูกส่งไปเรียนที่พม่า และพบรักกับ มะเมี๊ยะ แม่ค้าขายยามวนหรือบุหรี่ และได้เสียกันเป็นสามีภรรยา โดยที่พ่อแม่พี่น้องทางบ้านของ มะเมี๊ยะ รับรู้ เมื่อ เจ้าน้อย ต้องกลับเชียงใหม่ก็ให้ มะเมี๊ยะ มาด้วย โดยให้ปลอมเป็นชาย เจ้าน้อย รู้แก่ใจว่า มะเมี๊ยะ จะไมได้รับการยอมรับเป็นสะใภ้อย่างแน่นอน ตอนหลัง เจ้าน้อย ก็ต้องบอกความจริง ซึ่งตอนนั้น เจ้าน้อย มีคู่หมั้นอยู่แล้ว เจ้าพ่อและเจ้าแม่บอกถึงความจำเป็นต่างๆ นานาว่าจะรับ มะเมี๊ยะ อยู่ในสถานะนี้ไม่ได้ จึงบอกให้ มะเมี๊ยะ กลับไปบ้านเกิดก่อน เจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามเทวีก็มอบเงินจำนวนหนึ่งให้ มะเมี๊ยะ นำไปให้พ่อแม่ของเธอ มะเมี๊ยะ หัวใจแทบสลาย แต่ก็ไม่รู้จะทำเช่นไรได้ รู้เหตุผลและสิ่งที่สำคัญเกรงว่า เจ้าน้อย จะเดือดร้อน เธอยินดีกลับมะละแหม่ง เจ้าน้อย ให้สัญญาว่าจะไปรับกลับเชียงใหม่ มะเมี๊ยะ สาวผู้อาภัพรัก แต่มีรักแท้ เฝ้ารอ แต่สามีอันเป็นที่รักก็ยังไม่มารับเธอตามสัญญา เธอบวชชี และเมื่อวันที่ทราบข่าวว่า เจ้าน้อย อภิเษกกับพระคู่หมั้นแล้ว เธอมาเชียงใหม่ขอเข้าพบเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดี และจะบอกว่า มะเมี๊ยะ จะบวชตลอดชีวิต เจ้าน้อย เองก็เสียใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า มะเมี๊ยะ เจ้าน้อย ไม่กล้ามาพบให้คนสนิทนำเงินมามอบแก่ มะเมี๊ยะ และแหวนทับทิม 1 วง มะเมี๊ยะ จากไป หลังจากนั้น เจ้าน้อย ก็ร่างกายทรุดโทรมจากการดื่มสุราเพราะความเสียใจ เสียชีวิตในวัยแค่ 33 ปี ส่วน มะเมี๊ยะ เสียชีวิตเมื่อตอนอายุ 75 ปี เพราะความชราในภาพของแม่ชีผู้ทรงศีล

นักแสดง

ศรราม เทพพิทักษ์

สุวนันท์ คงยิ่ง

ตุ๊กตามนุษย์

ตุ๊กตามนุษย์


ตุ๊กตามนุษย์”  ละครสะท้อนปัญหาอีกแง่มุมของสังคม ความแตกต่างของเด็กสติปัญญาดีที่ถูกเขี้ยวเข็ญกดดัน กับเด็กปัญญาอ่อน ที่ชีวิตเหมือนเป็นสิ่งของเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิตจิตใจ ถูกฉกฉวยและเอาเปรียบจากคนรอบข้างที่สติปัญญาดี

นักแสดงละคร ตุ๊กตามนุษย์

จักรกฤษณ์ อำมรัตน์
ภาณุเดช วัฒนสุชาติ
กรรชัย กำเนิดพลอย
บุญพิทักษ์ จิตต์กระจ่าง
อังคณา ทิมดี

 

 

แววมยุรา

แววมยุราแววมยุรา เรื่องราวของหญิงสาวที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ทั้งที่เคยโดนข้อเสนอจากคนที่หวังในตัวของเธอต่างๆ นานา แต่เธอก็ไม่ยอมตกลงปลงใจ แม้ว่าฐานะทางบ้านจะไม่ค่อยดีนัก

จักร กังวาลไกล : ผมรักคุณ ผมทำทุกอย่างเพื่อจะได้หัวใจคุณ มีอะไรอีกหรือที่คุณต้องการ ผมรู้ความเป็นไปของคุณทุกอย่าง ผมจะไม่บังคับ ฝืนใจ และจะยอมรับในความผิดหวังนั้น หากคุณไม่เลือกผม คุณมีอะไรจะบอกผมมั๊ย ขอให้คุณรู้ว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกใคร ผมก็จะรักและบูชาในน้ำใจคุณตลอดไป”

แวว มยุรา : “ดิฉันเลือก ‘ยาจก’คนหนึ่งมาเป็นเจ้าของความรักของดิฉัน แทนที่จะเลือก ‘ราชา’ผู้พรั่งพร้อมอย่างคุณ ฉันบูชาคุณ บูชาความดีของคุณ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นไม่ใช่ความรัก ความรักที่แท้จริงสอนให้ดิฉันพึงพอใจและภาคภูมิใจในสิ่งที่ จักร กังวานไกล คนนั้นเป็น”

‘เงิน’อาจซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ ยกเว้น ‘หัวใจ’ของผู้ที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีแห่งตน!

ผู้กำกับ :
ผลิตโดย : อัครเศรณี โปรดักชั่น
เขียนบท : อานนท์ อภิพลภัทรา
บทประพันธ์ : พนมเทียน

นักแสดงละคร แววมยุรา

วรุฒ วรธรรม รับบทเป็น จักร กังวาลไกล/ สยุมภูว์ ทศพล
กมลชนก โกมลฐิติ รับบทเป็น แวว มยุรา
ตฤณ เศรษฐโชค
นิออน อิศรา
ศักราช ฤกษ์ธำรงค
มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์
เหมือนฝัน บัณฑิตสกุล
สุเทพ ประยูรพิทักษ์
ชลิต เฟื่องอารมย์
พิศมัย วิไลศักดิ์

โสมส่องแสง

โสมส่องแสง รวมนักแสดง


ณ.เมือง “เวียงสรอง”เมืองที่เคยมีแต่ความสงบสุข แต่หลังจากเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้เปลี่ยนแปลงการปกครองไป ความสงบสุขที่เคยมีก็หายไป เมื่อคนใกล้ชิดของเจ้าหลวงได้ร่วมมือกับต่างชาติ เพื่อโค่นล้มระบบการปกครอง และยกตัวเองขึ่นเป็นใหญ่ ไฟสงครามได้ปะทุขึ้น แล้วได้จับเจ้าหลวงไปกักขังใว้ในคุกมืด โดยมี “เจ้านางรอยคำ” (ศิริลักษณ์ ผ่องโชค)  พยายามจะพาพ่อหนีไปสมทบกับพี่ชาย รอยอินทร์ (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ที่ชายแดน แต่พ่อของเธอไม่ยอมหนีโดยบอกว่า “ขัตติยะพระองค์ใดเคยหนีความตายได้บ้างและถ้าองค์เจ้าหลวงหนีไปแล้วประชาชนคนข้างหลังจะทำอย่างไร” แล้วหลังจากนั้นเจ้าหลวงได้ฝากความไปถึงรอยอินทร์ “ฝากแผ่นดินนี้ด้วย” แล้วให้เจ้านางน้อยปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อหนีไปสมทบกับรอยอินทร์ที่ชายแดน 

ต่อมาไม่นานเจ้านางน้อย ได้รับข่าวว่าเจ้าหลวงสิ้นแล้วก็เป็นลมแต่มีชาวบ้านมาช่วยใว้ หลังจากนั้นเจ้านางได้พบกับ “ภูริต” ที่หนีการตามล่าของฝ่ายตรงข้ามมาพบเธอเข้า เจ้านางได้ช่วยเหลือและเดินทางไปชายแดนด้วยกัน โดยเจ้านางน้อยเป็นคนนำทาง แต่ไปไม่ได้ไกล ภูริตที่ได้รับบาดเจ็บได้ล้มป่วยลง โดยมีเจ้านางเป็นคนดูแล จนกระทั่งเดินทางได้ ภูริตได้ถามเจ้านางว่าชื่ออะไร เธอบอกว่าชื่อ “เลอสรวง” ภูริตเลยคิดว่าเป็นผู้ชาย ภูริตเลยเรียกเจ้านางน้อยว่า “เจ้าจ้อย”นับแต่นั้นมาเจ้าจ้อย ภูริต และหมาอีกหนึ่งตัว เดินทางไปชายแดนด้วยกัน จนมาถึงชายแดนที่รอยอินทร์อยู่ ภูริตได้ถูกแยกไปผ่าตัด ส่วนเจ้าจ้อยได้พบกับรอยอินทร์พี่ชายของเธอ ภูริตไม่ได้เจอหน้าเจ้าจ้อยอีกเลย จนกระทั่งภูริตได้รับคำสั่งให้ไปรายงานสถานการณ์ที่ฝั่งไทย 

เช้าวันที่ไปรายงานตัว ภูริตเจอกับเจ้าจ้อย โดยเจ้าจ้อยได้ขอให้ภูริตพาไปด้วย หลังจากนั้นภูริตได้พาเจ้าจ้อยมากรุงเทพเพื่อเยี่ยมแม่ของเขา จนวันที่สองเขาก็ได้รับรายงานว่า รอยอินทร์โดนฝ่ายตรงข้ามล้อม ภูริตและเจ้าจ้อยเลยต้องกลับไปช่วยรอยอินทร์ การไปช่วยรอยอินทร์ในครั้งนี้ได้ทำให้ภูริตได้รู้ว่าเขานั้นได้เป็นห่วงเจ้าจ้อยของเขามาก หลังจากเดินทางมาถึงที่พักแล้ว รอยอินทร์ได้แนะนำให้ภูริตได้รู้จักน้องสาวเขา เขาถึงรู้ว่าเจ้าจ้อยของเขาก็คือเจ้านางรอยคำของเวียงสรองนั้นเอง 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เมื่อภูริตได้รู้ว่าโดนหลอก เขาจะโกรธใหม แล้วอย่างนี้เขาจะทำอย่างไรต่อไป แล้วเรื่องราวของทั้งสองจะจบลงอย่างไรในเมื่อไฟสงครามยังไม่มีทีถ้าว่าจะจบลง มาติดตามดูความหมายของคำว่า “เพื่อนไม่ทิ้งเพื่อน”กันได้ ใน “โสมส่องแสง

ผู้กำกับ :  นพพล โกมารชุน
ผลิตโดย : ยูม่า99
เขียนบท : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
บทประพันธ์ : โรสลาเลน

โสมส่องแสง

นักแสดงละคร โสมส่องแสง
ฉัตรชัย เปล่งพานิช - รอยอินทร์
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง - ภูริต
มาช่า วัฒนพานิช - มิรา
ศิริลักษณ์ ผ่องโชค - เจ้าจ้อย

ทวิภพ 2537

ทวิภพ 2537

“ทวิภพพันผูกใจ เชื่อมรักเราไว้นิจนิรันดร” มณีจันทร์ หรือ เมณี่ นางเอกของเรื่องเป็นบุตรีของ เอกอัครราชทูตไทย ที่บิดา มารดาต้องไปอยู่ต่างบ้าน ต่างเมือง ตัว “เมณี่” เองได้ซื้อกระจกบานหนึ่งมา และต่อมาได้พบว่า กระจกบานนั้น สามารถพาเธอย้อนกลับอดีตไปในยุคของ รัชกาลที่ 5 ได้ และได้โผล่ไปที่เรือนของ ” คุณหลวง อัครเทพวรากร” ข้าหลวงประจำกรมเจ้าท่า ทำให้บ่อยครั้งที่ตัว “เมณี่” หายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย เป็นเหตุให้เพื่อนสนิท อันมี กุลวรางค์ , ไรซ์ (ตรอง) , ไรวัติ (หนุ่มที่มาติดพัน) ต้องเดือดร้อนตามหาตัวกัน

 
การปรากฏตัวของมณีจันทร์ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในบ้านคุณหลวงเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความฉลาดของมณีจันทร์ ทำให้คนที่ได้พบเห็นอดที่จะรักเธอไม่ได้ ยิ่งมณีจันทร์เดินทางข้ามภพบ่อยครั้งขึ้น ในขณะเดียวกัน เมื่อ “เมณี่” หรือ มณีจันทร์ ได้ทำความคุ้นเคยกับ คุณหลวงอัครเทพวรากร และ คุณหญิงแสร์ มารดาของคุณหลวงแล้ว จึงได้รู้ว่าที่กระจกนำตนกลับมาในอดีตนั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกรักและผูกพันกับคุณหลวงและคนที่บ้านคุณหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกคนรวมทั้งมณีจันทร์ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า ทำไมเธอจึงเดินทางข้ามกาลเวลามาที่นี่ นอกเหนือจากที่จะมาพบกับเนื้อคู่ ที่แท้จริงในอดีตแล้ว ยังต้องมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของประเทศสยาม ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงคับขัน ที่ทางประเทศ “ฝรั่งเศส” กับ ประเทศ “อังกฤษ” ที่อยู่ในยุคล่าเมืองขึ้น กำลังจะเอาประเทศสยามเป็นแดนกันชน และลงท้ายจะแบ่งแยกประเทศออกโดยเอาแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแดนปักปันเขต
 
มณีจันทร์ หรือ เมณี่ จึงต้องใช้ภูมิความรู้ทางด้านภาษา ช่วย “คุณหลวงอัครเทพวรากร” และ “เจ้าคุณวิศาลคดี” แก้เกมของประเทศนักล่าเมืองขึ้นทั้งสอง ในขณะเดียวกันเธอ ก็เริ่มผูกพัน กับอดีตภพ และความรักที่มีต่อคุณหลวง อัครเทพวรากร มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองจะต้องเร่งแก้ไข มณีจันทร์เองก็มีอีกปัญหาหนึ่งที่รอคอยให้เธอตัดสินใจเช่นกัน กระจกซึ่งเป็นประตูเชื่อมกลางเวลาจะมีรอยร้าวเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เธอผ่าน เข้าออก มันจะต้องแตกลงในวันหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าเธอจะไม่สามารถเดินทางข้ามผ่านเวลาได้อีกต่อไป และเมื่อวันนั้นมาถึง มณีจันทร์จะตัดสินใจเช่นไร ระหว่างการอยู่ในภพอดีตกับคุณหลวง ผู้ที่รักเธอสุดหัวใจ หรือการกลับไปยังภาพที่เธอจากมา กลับไปเป็น “เมนี่” สาวทันสมัยแห่งโลกปัจจุบัน ที่มีแม่ผู้เป็นที่รักรอคอยอยู่

บทประพันธ์ : ทมยันตี

บทโทรทัศน์ : จิตราภา

ผลิตโดย : บริษัท ดาราวีดีโอ จำกัด

นักแสดง ทวิภพ

ศรัณยู วงษ์กระจ่าง

สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ 

ศตวรรษ ดุลยวิจิตร 

กลศ อัทธเสรี 

รุ้งทอง ร่วมทอง


น้ำใสใจจริง 2537

น้ำใสใจจริง 2537

น้ำใสใจจริง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความผูกพันของนักเรียน นักศึกษากลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกในรั้วมหาวิทยาลัยเปิดใหม่ นอกกรุงเทพมหานคร แต่ละคนมาจากคนละที่ ต่างถิ่น ต่างความคิด และต่างนิสัย แต่ไม่มีวันทอดทิ้งกัน แม้ในยามเกิดปัญหา ความเป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในยามทุกข์ยากก็คอยให้กำลังใจกัน ร่วมสุขร่วมทุกกัน มีความจริงใจมอบให้แก่กัน ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคหรือปัญหามาด้วยกันได้

นักแสดง น้ำใสใจจริง 2537

ศรราม เทพพิทักษ์
สมชาย เข็มกลัด
แคทลียา อิงลิช
นัท มีเรีย

ดาวพระศุกร์

ดาวพระศุกร์

ดาวพระศุกร์เป็นเด็กที่นางวิภา วงศ์สะอาด มาคลอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทางโรงพยาบาลเลี้ยงดูดาวพระศุกร์จนอายุได้ 9 เดือน ก็มีคนมาขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ชีวิตในบ้านพ่อเลี้ยงที่เกรงใจภรรยาและแม่เลี้ยงใจร้าย ในตอนแรกจนกระทั่ง 4 ขวบกว่า ดาวพระศุกร์มีพิกุลเป็นพี่เลี้ยงคอยปกป้อง ช่วยเหลือ ให้รอดจากคุณนายมารศรี แม่เลี้ยงตีบ่อย ๆ จนวันหนึ่งคุณนายไล่พิกุลออก ดาวพระศุกร์จึงต้องทนเลี้ยงน้องที่เกิดมาคล้ายเป็นลูกอิจฉาของคุณนายถึง 4 คน ซึ่งคุณนายรักดั่งแก้วตาตลอดเวลา ดาวพระศุกร์มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำกับข้าวดูแลทุกคนในบ้านอย่างดี ถ้าทำผิดแม้เพียงนิดเดียวก็จะถูกคุณนายทุบตีอย่างทารุณ คุณนายดุด่าและบอกความจริงว่า คุณนายและท่านนายพันไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง และบอกว่าแม่จริงชื่อ วิภา วงศ์สะอาด ดาวเสียใจมาก พ่อเลี้ยงปลอบว่าวันหนึ่งแม่จริงของดาวก็จะมารับดาวจึงทนรอคอยความหวัง

วันหนึ่งดาวไปตลาด พบเด็กชายขอทานซึ่งแกอดข้าวมา 2 วันจนแทบเป็นลม ดาวนึกสงสารจึงให้มาที่บ้าน หาข้าวให้กินด้วยใจบริสุทธิ์ และเล่าให้ฟังว่าชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร แก่รับฟังด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ช่วยอะไรไม่ได้ คนข้างบ้านคนหนึ่งเห็นดาวคุยกับแก่ ก็ไปฟ้องคุณนายว่าดาวริอ่านคบผู้ชาย คุณนายโกรธมาก ตบตีดาวอย่างหนักที่สุด หาว่าคบผู้ชาย เผลอหลุดปากบอกความจริงเรื่องแม่ของดาวทิ้งดาวไว้ที่โรงพยาบาลและไม่มีวัน ที่จะมารับกลับ ดาวจึงหมดความอดทนและสิ้นหวังในการรอคอย ดาวตัดสินใจหนีออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้น ( อายุ 11 ขวบ )

ขณะ ที่ศศิประภา แม่ที่จริงของดาวพระศุกร์ ซึ่งต่อมาแต่งงานใหม่กับพลตรีพีรยุทธ มีลูกชายใหม่ 1 คน ชื่อแดง ตลอดเวลาไม่มีใครรู้ความลับของศศิประภานอกจากนมแม้นคนเดียว ศศิประภาไม่เคยลืมลูกสาวที่ตัวเองตั้งชื่อให้ว่าดาวพระศุกร์ ไม่เคยลืมแววตาของลูก และปานแดงรูปหัวใจเหนืออกซ้ายของดาว ศศิประภาทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่คิดถึงลูกคนแรก

ขณะที่แก่เดินขอทานอยู่นั้น บังเอิญได้พบกับภาคย์ ภาคย์สงสารให้เงินถึง 2 ครั้ง แต่ด้วยความซื่อแก่เผลอเล่าเรื่องของดาวพระศุกร์ให้ศศิประภาฟัง ศศิประภารู้ทันทีว่าดาวคือลูก ศศิประภาตามไปหาดาวที่บ้านคุณนายมารศรี จึงรู้ว่าดาวหนีออกจากบ้านไปแล้ว

ดาวเร่ร่อนขอทานอยู่กับเกรียงและ อู๊ด เด็กขอทานข้างถนนอยู่ 2 – 3 ปี หลังจากขอทานดาวก็ริอ่านเป็นขโมยโดยมีนายชุมเด็กวัยรุ่นเป็นหัวหน้า ชีวิตของดาวต้องต่อสู้ดิ้นรนไปจนกระทั่งพบกิ่งแก้ว โสเภณีชั้นสูงคนหนึ่ง บอกว่าดาวหน้าตาดี จึงชวนไปอยู่ด้วยกันที่บ้านซึ่งเป็นของฉวีแม่เล้าของตัวเอง บ้านของฉวีเป็นบ้านชั้นดี รับเฉพาะแขกที่มีสตางค์เท่านั้น

ขณะนั้น ดาวอายุได้ประมาณ 14 ปี ต้องเติบโตในบ้านนั้น พบเห็นเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงเหล่านั้นจนชิน กิ่งแก้วพยายามสอนหนังสือให้ดาว จนดาวมีความรู้เทียบได้เท่ากับมัธยม 6 สมัยนั้น พอดาวโตขึ้นอายุได้ 16 – 18 ปี ฉวีก็เริ่มให้ดาวออกทำงาน ดาวเคยรู้รสชาติของความจนความลำบากมาก่อนจึงไม่กล้าขัดขืน แต่กลับหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการมอมเหล้าแขกบ้าง หาคนมาแทนบ้าง เมื่อดับไฟแล้วบ้าง สารพัด เพื่อรักษาพรหมจารีย์ไว้อย่างเหนียวแน่น ดาวใช้วิธีเหล่านี้เอาตัวรอดได้ตลอดมาจนได้ฉายาว่า แม่ดาวจอมกะล่อน

และเพราะวิธีสลับตัวเองเอาคนอื่นมาแทนนี่เอง แขกคนหนึ่งเกิดติดโรคจึงเข้าใจว่าติดมาจากดาว เจ้าสำนักจึงให้พยาบาลมาตรวจโรค ดาว บังเอิญพยาบาลคนนั้นคือ อรทัย พยาบาลที่เป็นคนทำคลอดดาว จำดาวได้เพราะปานแดงรูปหัวใจ และชื่อดาว ดาวถามอรทัยจนใจอ่อนยอมเล่าเรื่องของดาวให้รับรู้จนหมด เพื่อน ๆ ของภาคย์ 2-3 คน เคยโดนลูกไม้ของดาวมาแล้วก็ไปเล่าให้ภาคย์ฟัง ภาคย์สนใจจึงมาทดลองบ้าง ภาคย์หลบเลี่ยงลูกไม้ของดาวทุกชนิด เช่น ไม่ดื่ม ไม่ดับไฟ ไม่อมทอฟฟี่ แต่ดาวก็เล่นไม้ตายโดยใช้ยาสลบ จนกระทั่งภาคย์หมดสติทั้งคืนจนเช้า

พอภาคย์รู้สึกตัว แทนที่จะโกรธ ภาคย์เกิดสนใจดาวและขอซื้อจากเจ้าสำนักในราคา 1 แสนบาททันที แล้วรับตัวดาวไปอยู่ที่บ้าน ดาวจำต้องไปเพราะถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าต้องอยู่บ้านนี้ตลอดไป ดาวตั้งใจว่าจะหาทางหาเงินมาใช้กับภาคย์เพื่อแลกกับอิสระภาพให้จนได้ ภาคย์พาดาวไปอยู่บ้านเลี้ยงดูอย่างดีในฐานะกึ่งน้องกึ่งญาติ ภาคย์ให้ดาวเรียนการบ้านการเรือนกับนมเชื่อม และเรียนคณิตศาสตร์กับตัวเอง ให้ศศิประภาญาติของภาคย์ ซึ่งเป็นแม่แท้ ๆ ของดาวมาสอนภาษาอังกฤษ และมาหยารัศมี สาวสังคมที่มาติดภาคย์ช่วยสอนดนตรีให้ด้วย

ดาวต้องอดทนเรียนทั้ง ๆ ที่ใจไม่ชอบสักอย่าง ดาวเริ่มหลงรักภาคย์ ขณะเดียวกันก็รู้ว่า ศศิประภา คือแม่ที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยแรงน้อยใจที่แม่ไม่ยอมรับเป็นลูก ดาวทำฤทธิ์กับศศิประภาทุกอย่าง ศศิประภาก็ได้แต่เสียใจอยู่คนเดียวบอกใครไม่ได้ เมื่อใดที่ศศิประภาเผลอแสดงความรัก ความห่วงใย ดาวจะย้อนกลับอย่างเจ็บแสบเสมอ ทำให้ศศิประภายิ่งช้ำใจหนักขึ้น นอกจากดาวจะน้อยใจในตัวแม่บังเกิดเกล้าแล้วยังต้องต่อสู้กับมาหยารัศมีทุกรูปแบบ เพราะมาหยารัศมีกลัวว่าดาวจะมาแย่งภาคย์ไปจากตน จึงหาทางกลั่นแกล้งใส่ความดาวตลอดเวลา ซึ่งภาคย์เองก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ก็ทำให้ดาวต้องเสียใจทุกครั้ง เหตุการณ์ผ่านไปภาคย์เริ่มรักดาวและดาวเองก็รักภาคย์มากเช่นกัน แต่ต่างคนก็สงวนท่าที

วันหนึ่งในงานราตรีสโมสร ดาวจงใจแต่งตัวค่อนข้างโป๊เพื่อประชดภาคย์ ทำให้มีหนุ่ม ๆ 2 คนมาตามติดดาว คนหนึ่งคือ เศกสรรค์ เพื่อนของภาคย์ และอีกคนหนึ่งคือผู้พิพากษา อรรถ ซึ่งติดใจดาวมากจนศศิประภาผู้กำความลับอย่างแน่นอยู่ตกใจแทบเป็นลม มาหยารัศมีขัดขวางอรรถกับดาวจนเกิดเรื่อง ภาคย์ต้องลากตัวดาวกลับทันทีขณะที่ขับรถกลับบ้านอย่างหัวเสีย ภาคย์แกล้งขับเร็ว ๆ ไปทางอื่นอยู่นานกว่าภาคย์จะพาดาวกลับบ้าน ดาวก็เริ่มจับไข้แต่ไม่ยอมบอก รุ่งขึ้นดาวก็เป็นไข้ตัวร้อนไม่ได้สติเพ้อร้องหาแม่อย่างน่าสงสาร

ภาคย์ เฝ้าดูแลดาวทุกอย่างจนเด็กรับใช้ในบ้านเริ่มซุบซิบว่าภาคย์รักดาว ระหว่างที่ดาวป่วย ท่านผู้พิพากษาอรรถส่งดอกไม้มาเยี่ยมดาวทุกวัน ภาคย์หึงแต่ไม่ยอมรับ ได้แต่หาเรื่องทะเลาะกับดาวไม่เว้นแต่ละวัน ท่านผู้พิพากษาสงสารดาวมาก ถึงกับให้เงินดาว 1 แสนบาทเป็นค่าไถ่ตัว และจะรับไปอยู่ด้วยกัน แต่พอดาวเอาเงินให้ภาคย์ ภาคย์โกรธมากประกอบกับเมา จึงลืมตัวเข้าปล้ำดาวจนดาวต้องตกเป็นของภาคย์ รุ่งเช้าภาคย์เสียใจในการกระทำของตัวเองมาก

แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะทำ อย่างไรดี เพราะถ้าแต่งงานกับดาว ก็เป็นปัญหาหลายอย่าง หนึ่งดาวยังไม่บรรลุนิติภาวะ คุณนายมารศรีซึ่งเป็นแม่ตามกฎหมายคงไม่ยอม สองภาคย์เองก็ไม่แน่ใจว่า ดาวจะปรับตัวเป็นภรรยาได้สมกับฐานะหรือยัง และสาม มาหยารัศมีก็คอยหาเรื่องวุ่น ๆ จนได้ ระหว่างที่ภาคย์ลังเลจะทำอย่างไรดี

ดาวซึ่งสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิต ผิดหวังทั้งแม่ตัวเอง แม่เลี้ยง แล้วยังคนรักซึ่งยังคงคบหามาหยารัศมีอยู่ ดาวท้อแท้มาก มีแต่ผู้พิพากษาอรรถเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจดาว จนดาวใจอ่อน ยอมตกลงจะแต่งงานกับอรรถ ศศิประภาหมดความอดทนจึงต้องยอมบอกความจริงว่า ที่แท้อรรถคือพ่อแท้ ๆ ของดาวนั่นเอง ท้ายที่สุดดาวคิดสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีตนซักคน มาหยารัศมีก็คงได้แต่งงานกับภาคย์ ศศิประภาก็จะได้คืนดีกับท่านนายพลฯ เพราะตอนที่นายพลฯ พีรยุทธ สามีของศศิประภารู้ว่าศศิประภา มีลูกมาก่อนก็โกรธถึงกับขอแยกทาง ดาวจึงตัดสินใจหนีทุก ๆ คนไป

ภาคย์ขับรถตามดาวจนประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่เป็นอะไรมากนักต้องพักรักษาตัวระยะหนึ่ง ดาวหนีมาอยู่ที่ราชบุรีซึ่งดาวแอบซื้อที่ดินเอาไว้ไม่บอกใครแต่เพราะที่ดิน ข้าง ๆ กับของดาวเป็นของพิกุลพี่เลี้ยงคนแรกของดาว พิกุลจึงเป็นคนนำข่าวไปบอกกับทุก ๆ คน ภาคย์รีบตามมาหาดาวทันที ทิ้งให้มาหยารัศมีกับอรรถทำความรู้จักให้ดีขึ้น เพราะทั้งสองมีท่าทางพอใจซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ภาคย์ตามมาพบดาว งอนง้อขอคืนดี จนดาวใจอ่อน เรื่องราวทั้งหลายจึงจบลงด้วยความสุข

ผู้กำกับ : สยาม สังวริบุตร
ผลิตโดย : ดาราวิดิโอ
เขียนบท : ภาวิต-ลุลินารถ
บทประพันธ์ : อักษราพันธ์

ดาวพระศุกร์


นักแสดง
ศรราม เทพพิทักษ์ - ภาคย์
สุวนันท์ คงยิ่ง - ดาวพระศุกร์ 
ปรียานุช ปานประดับ - ศศิประภา
ไพโรจน์ สังวริบุตร - พลตรีพีรยุทธ

Synopsis : English

It is about Dao's (Kob) mother who in her earlier years was a young, naive woman who happened to get pregnant by a man of different class from her. After finding out she was pregnant, Dao's mother's caretaker took great pains to hid the young girl's pregnancy from her parents. After the birth of the baby, Dao's mother and the caretaker decided to give the baby up. Dao was then brought up by this couple but the hatred foster mother was only abusive and conniving to Dao. She had made the little girl grow up forcing to do all the chores at home while also abusing her. Forced to live in such misery, and horrible lifestyle, Dao then escape and went to live at a brothel place. In the meantime, Dao's mother had married and have a young son about age three or four. However, when Dao escaped from the foster parents Dao ran into her mother's house, in attempt to steal some food to eat. Dao's mother's husband saw the little girl,(she was about 7 or 8) and started to spanked her for trying to steal stuff out of the house. Dao's mother came rushing in hoping to stop her husband from beating her, and then only to realized that this young little girl was no other than the daughter she abandon. Dao's mother could not do anything and watch in misery her husband hitting her. She cannot tell her husband of her shameful past kept silent. After many years past, Dao continue living at the brothel place, even though she knows now who her mother was, from the nurse and the doctor who gave birth to her.


Dao is now about sixteen when she met a man. Phak (Num), that was his name, met Dao at the brothel (prostitute) place hoping to "get laid" by Dao. He thought she was no more than a prostitute. Instead, he was also intrigue by Dao's deceptive behavior, decided against his caretaker's advice, took her to his house to live there with him, only as his ward and nothing else. The irony of it is that Dao's mother is also (no blood relation) a closer sister to Phak. She was happy and thrilled that her daughter came and live with Phak. Dao at this time was not immune to her mother's constant attention toward her. She knows that her mother's decision to gave her up was purely for the sake of honor toward her family and her husband. What really ticked Dao off is that her mother would not acknowledge Dao as her daughter when they are alone. Phak, who is her caretaker does not know the relationship between them. At this time, Dao who became conscious of her relationship with Phak was also depressed and unhappy for she was growing more and more in love with her guardian.


However, to add to this complicated twist of the movie, Dao's mother's husband's sister was also hoping to hitch Phak for a future husband. Reasmey does not understand why Phak would take his time to adopt such "disgusting, tramp" who Reasmey know was also interested in Phak himself. Phak however was also not immune to Dao's charm. The more he lived with her the stronger he felt for her.


However, much later, Dao then realized that her feelings for her guardian was more than physical attraction. To her horror, she fell in love with him and doesn't want to stay at his house to destroy his relationship with Reasmey. Her mother who was ignorant of her daughter's feeling toward Phak was hoping to pair her off with Phak's friend. The reason for this was that she thought her daughter was falling in love with the man she slept with a long time ago, and that is Dao's own father. Dao's mother arrived at this conclusion because at a party, she had seen her ex responding and wanting to get to know Dao more than friends. Phak also stated that this old man, also had been coming in and out to his house to see Dao. In the meantime, Phak wasn't prepared to acknowledge the burning jealousy he had toward his friend or the old man. All he knows is that his feelings for Dao was growing stronger and stronger each day. Reasmey, who was not only conniving, and disgustingly mean, told Dao that her staying at his house only bring trouble and misery to him. That he felt responsible for her. Upset, Dao had agreed to take the money the old man offered to give her to repay her debt to Phak. Later that night, she placed the money in his bed. As he was changing he saw the check and came storming into her room and throw her duffle bag with her clothes away, asking where she get the money. Dao became frightened at his action (he was never like this) ran to the other side of the bed hoping to escape him.


In complete anger and aroused by his feelings for Dao, Phak decided to take her there and then. Dao had always managed to anger and aroused him like no other woman was also disgusted with what he did. However, who loved him felt that he only used her for sex. The spice of this lakorn was that she continues to sleep with him many times after the rape.


After everything had calmed down, Dao had decided to leave Phak again because she thought he doesn't love her. (In which I believe he doesn't. He might lust after her but she was more in love with him.) Tired of their verbal fightings, Phak decided to let her go to give her some time to be away from him. Their relationship was still there but at this time Phak was incense with jealousy as he heard that the old man was also hoping to win Dao's love and to marry her.


Phak then told her to wait for him until the time is right for him to acknowledge that he will marry Dao. Dao felt that she was only good for sex, decided to marry the old man. Phak came to take her out to eat and saw the glittering diamond ring, became bittered and began calling her all sorts of names. Dao, upset and angry went with the old man. In the meantime Dao's mother heard of the news, came over to Dao's father's home without her husband knowing. She let Phak take her to Dao's ex to tell Dao that she cannot marry this man. Dao's father told them that he intend to marry Dao and that he doesn't understand how it is any of her business. Frantic and scared, Dao's mother burst out saying that Dao is his daughter and Dao's mother went in complete hysterical. Dao who have not much of opinions for her mother could only simply look at her mother in distaste. Phak then finally realized the complex relationship she had with Dao.


Finally when everybody knows Dao's secret past, they no longer view her as a girl without parents and values. But Dao who was bittered with her mother and Phak was equally stubborn to give in. She was determined to leave. Phak then came to her and beg her to forgive her mother and him. He also said that he was more than glad to marry her. In the end Dao decided to forgive her mother and her grandparents' decided to marry Phak off to Dao since she had been living with him. The End.

ข้าวเปลือก

ข้าวเปลือก


พ่อเมษเจ้าชู้มากมีเมียหลายคน ทำให้อาอี๊ซึ่งเป็นเมียหลวงเสียใจบ่อย ๆ ทางฝ่ายอาอี๊ มีลูก 5 คน ลูกชาย 4 ลูกสาว 1 กาษฐามีปัญหาทางบ้านเป็นลูกเมียน้อยที่พ่อไม่ไยดี ถูกพี่ชายทำร้าย สุดท้ายต้องย้ายมาอยู่บ้านของเมษ กาษฐามาช่วยเป็นครูสอนการบ้านน้อง ๆ ของเมษ วันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน น้องชายคนเล็กตกสระน้ำจมน้ำเสียชีวิต เมษโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ทุกคนตามหาด้วยความเป็นห่วง เมษได้พบกับลุงคนหนึ่ง และลุงได้ช่วยเตือนสติของเมษ ต่อมาพ่อของเมษเสียชีวิต และทำพินัยกรรม ไว้ กาษฐา บังเอิญมาพบกับเมษ และบอกว่าพ่อของเมษเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ทุกคนรอคอยเมษอยู่ให้กลับไปเป็นหลักให้อาอี๊ กับน้องๆ พ่อได้ยกมรดกเกือบทั้งหมดให้เมษ ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ในการเข้าบริหารห้างสรรพสินค้า เมษพยายามทำทุกอย่างให้ทุุกคนในบริษัทยอมรับ  เมษกลายมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย และหลงไหลในทางการพนัน และตัดสินใจทำธุรกิจคาสิโน   ทำให้ห่างเหินกับกาษฐามากขึ้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามชม ข้าวเปลือก

ออกอากาศ วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม ถึง วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2537

ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : วิลาสิณี
บทประพันธ์ : เพชรน้ำค้าง

นักแสดงละคร ข้าวเปลือก

เต๋า สมชาย เข็มกลัด แสดงเป็น เมษ
แคทลียา อิงลิช แสดงเป็น กาษฐา
สายฟ้า เศรษฐบุตร
อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ
โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร
อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์
คณิต เขียวเซ็น
วทัญญู มุ่งหมาย
มรกต มณีฉาย,
วีระชัย หัตถโกวิท
อนุสรณ์ เดชะปัญญา
พิพัฒน์พล โกมารทัต
วณิษฐา วัชโรบล
สุดารัตน์ เดชากุล
วนัสนันท์ ไกรนรา
มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์
อภิรัฐ ชลาชล
กฤษ กฤษดา
Chosana Suntorn,
มาเซียร์ สุวรรณไตร
ณัฐณิชา อัศรากร
ดนัย พิมพะกร
จิระ รวดเร็ว
ด.ญ. สกุลรัตน์ ใจซื่อ
ด.ช. หฤทธิ์ ยศเมธา
ด.ช. สกล แดงไพสิทธิ์
ด.ช. อภิรัฐ โดเรียน
สรพงษ์ ชาตรี

เนื้อเพลงละคร ข้าวเปลือก

อยู่อย่างถูกชะตา วกวน ต้องทนเก็บเอาไว้
เจ็บปวดแค่ไหนต้องยอมสู้ความเป็นจริง
ถูกคนเขาประนามว่าไม่ดี กับชีวิตนี้ที่ร่วงต่ำ
ทุกอย่างตอกย้ำให้ฉันต้องยิ่งฝ่าไป

** อยากจะเปลี่ยนเป็นคนที่ดี เมื่อใจยังมีหวัง
ก็อยากสักครั้งลบคำพูดคนดูแคลน
อาจจะมองดูเหมือนว่าไม่ดี แต่ในใจนี้ใสสะอาด
ไม่อาจจะวัดว่าร้ายหรือดีอย่างไร

***เห็นกันก็แค่เปลือก ที่หุ้มใจงดงามอยู่ข้างใน
ขอเพียงคนเข้าใจ อย่ามองภายนอกเพียงอย่างเดียว
เห็นกันก็แค่เปลือก ที่เก็บความตั้งใจอยู่ข้างใน
จะรอวันที่ใครๆได้รู้ความจริง

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com