พลสัณห์ภาพยนตร์ เสนอ
ผลงานมาตรฐานประเดิมปี 2515
ด้วยภาพยนตร์สนุกครื้นเครง เฮฮาอย่างมีสาระ…
เมื่อมหาหนุ่มแก่วัดสึกจากพ
คิดจะร่วมชีวิตคู่กับสาวนัก
ความอลเวงจึงเกิดขึ้นอุตลุต
รจนายอดรัก
จากโครงเรื่องของ แมลงปอ
เรียบเรียงโดย สาเรศ ศิระมนัส
ยอดชาย เมฆสุวรรณ สุทิศา พัฒนุช โสภา สถาพร
เมตตา รุ่งรัตน์ ศรชัย สุรินทร์
พร้อมด้วย เมือง อพอลโล่, ชูศรี มีสมมนต์, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
ทองฮะ, สีเผือก, เทพ เทียน เทียนชัย, สีเทา,
โขน หมิผี, ปราณีต คุ้มเดช, ประพัฒน์, จิต แจ่มจันทร์,
ด.ช.สมจริง, ล้วน ฯลฯ
ประสิทธิ์ ศิริบันเทิง สร้างบท
สังเวียน น้อยเจริญ ถ่ายภาพ
ขจรกลิ่น บุรุษพัฒน์ อำนวยการถ่ายทำ
พลสัณห์ ศรีหาผล อำนวยการสร้าง
ประวิทย์ ลีลาไว กำกับการแสดง
พลสัณห์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
เรื่องย่อ รจนายอดรัก
ขุนบารุงฯ มีลูกสาวคนเดียวชื่อ “รจนา” ส่งเสียให้เล่าเรียนจนจบเป็นนายแพทย์หญิง แต่ขุนบํารุงฯ ไม่ยอมให้ออกไปทํางานนอกบ้าน เพราะขุนบํารุงฯ เป็นคนหัวโบราณ เคร่งครัดในเรื่องศีลธรรมประเพณี และเกลียดอารยธรรมสมัยใหม่ จึงกักลูกสาวให้อยู่แต่ในบ้าน จ้างแม่ครัวชาววัง ให้มาสอนทํากับข้าวที่บ้าน ส่วนโทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ ในบ้านห้ามใช้ ด้วยกลัวว่าลูกสาวใจแตก เพื่อนฝูงห้ามติดต่อทั้งนั้น นอกจากเกศิณีเพียงคนเดียว เพราะเกศิณี จับจุดอ่อนของขุนบํารุงฯ ได้ว่าเป็นคนธรรมะธรรมโมจึงพยายามทําตัวให้
เป็นที่พอใจของท่านขุน ด้วยความสงสาร รจนา เพื่อนรักที่ถูกกักบริเวณ
รจนา ปรึกษากับเกศิณี ถึงเรื่องคับใจ ที่ไม่มีโอกาสไปเห็นสีแสงนอกบ้าน เกศิณี จึงแนะนําให้รจนาลองติดต่อมิตรสัมพันธ์ทางหน้าหนังสือพิมพ์เป็นการแก้กลุ้ม โดยเกศิณีจะรับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อให้ รจนาเห็นดีด้วย ทั้งสองสาวเริ่มมีความสนุกในการหาเพื่อนทางหน้าหนังสือพิมพ์เช่นนี้ จนกระทั่งได้พบจดหมายฉบับหนึ่งมีข้อความที่น่าสนใจ จากชายหนุ่มผู้ใช้นามว่า “ บดินทร์ อินทรเดช” เป็นเจ้าของไร่ 500 ไร่ อยู่ที่หมู่บ้านหนองเสือเผ่น อันเป็นหมู่บ้านต้อยพัฒนาอยู่ในป่าลึก มีความประสงค์อยากรู้จักสุภาพสตรีที่มี
การศึกษาดีเพื่อเป็นเพื่อนที่ปรึกษา
รจนากับเกศิณีก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าควรจะติดต่อกับชายหนุ่มที่ชื่อบดินทร์ผู้นี้ จึงมีจดหมายตอบติดต่อไปมา จนกระทั่งชายหนุ่มนัดให้มาพบ ที่หมู่บ้านหนองเสือเผ่นโดยรับรองความปลอดภัยทุกประการ รจนาจึงถือโอกาสชวนเกศิณี หลบหนีออกจากบ้านในวันที่ขุนบํารุงฯ ไปวัดพร้อมกับ มโน หนุ่มเปรียญ 9 ประโยค ผู้ซึ่งท่านขุนพอใจ ในตําแหน่งว่าที่ลูกเขยซึ่งเป็นสาเหตุที่รจนาทนอยู่ ในบ้านอีกต่อไปไม่ได้
รจนา กับ เกศินีขับรถมาจนถึงหมู่บ้านหนองเสือเผ่น เข้าไปคอยในร้านกาแฟเจ็กเฮยตามนัด ในจดหมาย เกศิณี กลายเป็นแม่เสืออาละวาดกับเจ็กเฮยเจ้าของร้านเพราะความยวนของเจ้าของร้าน จนกระทั่งนักเลงหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่นั่งกินกาแฟอยู่ก่อน ออกมาลวนลาม รจนากับเกศิณีได้ต่อสู้จนสุดฤทธิ์แต่น้ำน้อยยอมแพ้ไฟ สองสาวเกือบจะเสียที่อยู่รอมร่อ เจิด ชายหนุ่มผู้เป็นคนสนิทของบดินทร์ ก็มาถึงที่เกิดเหตุ และได้เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที เจิด มารับรจนากับเกศิณี ไปพบบดินทร ตามที่เพื่อนวานมาแทน
รจนากับเกศิณีดีใจที่มาถูกต้องไม่ผิดสถานที่ รีบเดินตามเจิดไป ครั้นถึงชายไร่ ก็พบกับชายหนุ่มผู้หนึ่งร่างใหญ่ ใส่เสื้อสีม่วงผูกผ้าพันคอ เหมือนกับที่นัดในจดหมาย สองสาวก็กราดเข้าไปหา แต่ครั้นชายผู้นั้นเหลียวหน้ามาทักทายด้วย รจนาและเกศิณีก็แทบตกใจด้วยความผิดหวัง เพราะชายคนนั้นเป็นคนสติไม่สมบูรณ์และพูดติดอ่าง ซึ่งกว่าจะหลุดออกมาได้แต่ละประโยค จะต้องถูกเพื่อนร่วมทางใช้เท้าสะกิดตะโพกทุกครั้งไป สองสาวจึงวิ่งหนีกลับมายังที่เดิม เพื่อจะกลับ กรุงเทพ แต่รถเก๋งคันที่ขับมาถูกนักเลงมาถอดล้อออกไปหมด ทั้งสองจึงจนใจยืนปลงทอดอาลัยอยู่ที่นั่น
นักเลงกลุ่มที่มีเรื่องกับสองสาวแต่แรกได้พาพรรคพวกกลับมาที่ร้านกาแฟอีก ครั้นเห็นเข้าก็พากันรวนถึงขนาดจะฉุดเข้าป่า ขณะนั้น เพลิน เด็กสาวจอมแก่น ลูกสาวของผู้ใหญ่พุฒจอมนักเลง ผ่านมาพร้อมกับน้องชายก็เข้ามาช่วยสองสาวเอาไว้ เมื่อเพลินรู้ว่ารจนากับเกศณี เดินทางมาหาชายผู้ชื่อบดินทร์ ซึ่งเป็นผู้ที่เพลินหลงรักอยู่ก็ไม่พอใจ ประกาศตัวเป็นศัตรูกับสองสาวทันที ก่อนที่เหตุ ร้ายจะเกิดขึ้น บดินทร์ อินทรเดช ก็มาถึงที่นั่นพอดี เจ็กเฮ้ยจึงบอกให้สองสาวทราบว่านี่คือ บดินทร์ รจนากับเกศิณีจึงรู้ตัวว่าถูกตุ๋นเสียสุก เพราะคนที่ชื่อ บดินทร์คนนี้ ไม่รู้เรื่องการติดต่ออะไรเลย การกลับกลายเป็นว่า นายว่องและนายสําลี ลูกน้องตัวเอ้ของบดินทร์ปลอมชื่อไปติดต่อ
เมื่อบดินทร์ทราบเรื่องตลอดก็ไม่พอใจ และตําหนิสองสาวเป็นถึงผู้ดีที่มีความรู้ ยังหูเบาเชื่อคนง่าย เสียรู้กับคนชั้นขนาดเจ้าว่องและเจ้าสําลี เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่ไม่มีการศึกษาอย่างสาวดอกคําใต้ จึงถูกหลอกมาเป็นฝูง ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ รจนากับ เกศิณีจะกลับกรุงเทพก็กลับไม่ได้ จึงจําเป็นต้องพักอาศัยอยู่ในไร่ของบดินทร์ โดยบดินทร์ให้ทํางานเป็นการแลกเปลี่ยนกับค่าอาหาร
รจนากับเกศิณี เลยต้องกลายเป็นแม่ครัวจําเป็น สองแม่ครัวช่วยกันทําอาหารชั้นพิเศษให้กับ บดินทร์ ปรากฏว่าบดินทร์รับประทานไม่ได้เลยสักอย่างเพราะถูกแม่ครัวแกล้ง บดินทร์ทนต่อความหิวไม่ไหว ตกตึกต้องย่องลงมาผัดข้าวคลุกน้ำปลากินเอง เป็นที่สะใจของสองสาวยิ่งนัก
ตกดึกมีชาวบ้านมาเรียกบดินทร์ออกไป สองสาวซึ่งแอบดูอยู่ก็เข้าใจว่าบดินทร์อาจจะเป็นพวกโจรผู้ร้ายหรือไม่ก็เป็นพวกก่อการร้าย
ฝ่ายบดินทร์กับชาวบ้านก็ตรงไปยังบ้านซอมซ่อหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านเป็นชายชรานอนป่วยแบบอยู่ ผู้ใหญ่พุฒกับพรรคพวกกําลังให้ทรงเจ้าเข้าผีเพื่อรักษาชายชราผู้นั้นด้วยเวทมนต์คาถาตามแผนโบราณ บดินทร์เข้าไปห้ามมิให้ใช้น้ำมนต์รดคนไข้ ด้วยเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ผู้ใหญ่พุตและเจ้าตัวคนไข้เองไม่ยอมเชื่อฟัง จนเกือบจะต้องปะทะกันขึ้น บดินทร์จําเป็นต้องล่าถอยกลับพร้อมกับประกาศว่าโรคนี้เป็นโรคระบาด ถ้าขืนรักษาแบบนี้มีหวังลุกลามไปทั้งหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่พุฒมีความเจ็บใจบดินทร์ ที่มาแย่งอิทธิพลไปจากตน จึงคิดจะแก้แค้นหาทางขับไล่ ให้บดินทร์ออกไปจากหมู่บ้านหนองเสือเผ่น ผู้ใหญ่พุฒและพรรคพวก พากันไปกักน้ำที่ต้นน้ำ เพื่อไม่ ให้ไหลมาเลี้ยงพืชไร่ของบดินทร์ บดินทร์จึงต้องทําศึกชิงน้ำกับผู้ใหญ่พุฒด้วยวิธีดุเดือดและบ้าบิ่น จนกระทั่งพังทํานบน้ำให้ไหลเข้าไร่ได้ตามเดิม
โรคระบาดได้ลุกลามไปทั่วหมู่บ้าน ไร่ของบดินทร์กลายเป็นสถานพยาบาลชั่วคราว บดินทร์ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ศึกชิงน้ำไม่สามารถจะช่วยเหลือพยาบาลชาวบ้านได้ จึงขอร้องให้รจนากับเกศิณีออกไปช่วยทําหน้าที่แทน รจนาเมื่อรู้ความจริงว่าชายหนุ่มไม่ได้เป็นคนร้าย ก็เต็มใจใช้วิชาแพทย์ที่เรียนมาให้เป็นประโยชน์แก่ชาวบ้านจนได้รับการยกย่องและความรักใคร่ประทับใจ จากชาวบ้านอย่างซาบซึ่ง
ขุนบํารุง ฯ เมื่อลูกสาวหายไปก็ออกติดตาม สืบไปจนพบต้นตอที่หนังสือพิมพ์จึงค่อย ๆ คลํา จนพบสถานที่ ๆ ลูกสาวหนีไปคือ หมู่บ้านหนอง เสือเผ่น ขุนบํารุงฯ จึงชวน มโน มหาหนุ่มและพรรคพวกยกโขยงกันออกตามหา รจนา จนกระทั่ง พบตัวลูกสาวที่ไร่ของบดินทร์ อินทรเดช
รจนากับบดินทร์เริ่มมีความเข้าใจดีต่อกัน ฝ่ายชาวบ้านเมื่อรู้ว่าหมอรจนาผู้เป็นที่รักของตน จะต้องถูกพากลับกรุงเทพฯ ก็ร่วมใจกันจัดงานเลี้ยงส่งตามประสาชาวบ้านชาวไร่ และขอเชิญให้รจนาขึ้นไปกล่าวคําอําลาชาวบ้านท่ามกลางความอาลัย รจนารู้สึกใจหายที่จะต้องจากไป ประกอบกับรจนามีความรักในตัวบดินทร์และน้ำใจของชาวบ้าน รจนาจึงขึ้นไปประกาศว่าจะไม่จากบ้านหนองเสือเผ่นไป ชาวบ้านชาวไร่พากันโห่ร้องด้วยความยินดี
ฝ่ายขุนบํารุงฯ เมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ยอมกลับไปอย่างเด็ดขาด ตนเองก็แก่แล้วไม่รู้จะอยู่ในกรุงเทพฯ ต่อไปได้อย่างไร ขุนบํารุงฯตัดสินใจ ขึ้นไปประกาศขออยู่หมู่บ้านนี้อีกคนหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็จะสร้างสถานีอนามัยให้กับหมู่บ้านด้วย ความสุขสําราญกลับคืนมาสู่หมู่บ้านหนองเสือเผ่นอีกครั้งหนี่ง

แสดงความคิดเห็น