แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุทิศา พัฒนุช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุทิศา พัฒนุช แสดงบทความทั้งหมด

อยากดัง

 

อยากดัง

เรื่องย่อภาพยนตร์ไทยคลาสสิก “อยากดัง” (พ.ศ. 2513) มนต์เสน่ห์เสียงเพลงลูกทุ่งกับเส้นทางสู่ดวงดาว

หากย้อนกลับไปในยุคทองของภาพยนตร์เพลงและแนวตลกเบาสมอง (Musical Comedy) ของไทย หนึ่งในผลงานที่รวมขุนพลเพลงลูกทุ่งและดาราดังไว้คับคั่งที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ “อยากดัง” ผลงานการสร้างของ ปฏิมาภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดย หวน รัตนงาม เข้าฉายครั้งแรกที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2513 โดยนำแสดงโดยพระเอกตลอดกาล สมบัติ เมทะนี และนางเอกดาวรุ่งในยุคนั้นอย่าง สุทิศา พัฒนุช

เรื่องย่อ

เรื่องราวสะท้อนความฝัน ความทะเยอทะยาน และความหวังของหนุ่มสาวบ้านทุ่งและคนธรรมดาที่ใฝ่ฝันอยากก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เพื่อสร้างชื่อเสียงและไขว่คว้าชีวิตที่ดีกว่าภายใต้คำว่า “อยากดัง”

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนุ่มบ้านนาผู้มีพรสวรรค์และเสียงร้องกินใจ (นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี) ตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อตามล่าความฝัน ทว่าเส้นทางสู่การเป็นนักร้องดาวเด่นและคนดังไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องเผชิญกับบททดสอบนานัปการ ทั้งการชิงไหวชิงพริบในวงการเพลง ความริษยา การเอารัดเอาเปรียบจากผู้มีอิทธิพล และความรักสามเส้าที่เข้ามาพัวพันระหว่างหญิงสาวผู้เคียงข้างและสาวสังคมชั้นสูง

ระหว่างทางเต็มไปด้วยเรื่องราวอลวน เสียงหัวเราะ และการฝ่าฟันอุปสรรค โดยตัวเอกต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสำเร็จและชื่อเสียงที่แท้จริง ไม่ได้มาจากการอยากเด่นอยากดังเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องแลกมาด้วยความจริงใจ พรสวรรค์ และการรักษาคุณงามความดีของตัวเอง

จุดเด่นของภาพยนตร์

  • มหกรรมเพลงลูกทุ่งยุคคลาสสิก : ภาพยนตร์เรื่องนี้รวบรวมเพลงเอกกว่า 12 เพลง และได้ศิลปินเพลงลูกทุ่งระดับปรมาจารย์มาร่วมแสดงและขับร้อง เช่น ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, ชินกร ไกรลาศ, และ กังวานไพร ลูกเพชร

  • รวมดาวตลกและนักแสดงคุณภาพ : นอกจากคู่พระ-นาง ยังมีนักแสดงสมทบชั้นครูอย่าง เมตตา รุ่งรัตน์, ทม วิศวชาติ, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, มนัส บุณยเกียรติ, ทานทัต วิภาตะโยธิน, มาลี เวชประเสริฐ, โกร่ง กางเกงแดง, หม่อมชั้น พวงวัน และดาวน้อย ดวงใหญ่

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ชื่อเรื่อง : อยากดัง (พ.ศ. 2513)

  • ผู้สร้าง : ปฏิมาภาพยนตร์ (สุภาพ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสร้าง)

  • ผู้กำกับการแสดง : หวน รัตนงาม

  • บทประพันธ์ : รุ่งรัชนี

  • นักแสดงนำ : สมบัติ เมทะนี, สุทิศา พัฒนุช, เมตตา รุ่งรัตน์, ทม วิศวชาติ, ประจวบ ฤกษ์ยามดี

ปานจันทร์

 

ปานจันทร์

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ คุณหญิง มารดาของยิ่งยศ ไม่ชอบพอลูกสะใภ้อย่าง ดวงเพ็ญ จึงจัดการบังคับให้ลูกชายแต่งงานใหม่กับ พรรณี หญิงสาวที่มีฐานะเหมาะสมและถูกใจคุณหญิง ด้วยความช้ำใจ ดวงเพ็ญจึงตัดสินใจหอบลูกสาวคนโตที่เพิ่งเกิดหนีออกจากบ้านไป แม้ว่าต่อมาพรรณีจะมีลูกให้อีกหลายคน แต่คุณหญิงก็ยังคงรู้สึกผิดและพยายามออกตามหาหลานสาวคนโตที่พลัดพรากไปอย่างไม่ย่อท้อ

หลายปีผ่านไป คุณหญิงประสบเหตุถูกคนร้ายดักชิงกระเป๋าเงินนอกเมือง พอดีกับที่ "ปานจันทร์" เด็กสาวจิตใจดี และเพื่อนสาวชื่อ กอร์วิกา ขี่จักรยานผ่านมาและเข้าช่วยเหลือนำกระเป๋าเงินคืนมาได้ ในจังหวะนั้น คุณหญิงสังเกตเห็นปานแดงบนหลังมือของปานจันทร์ ซึ่งตรงกับลักษณะหลานสาวคนโตที่หายตัวไป คุณหญิงจึงสืบหาที่อยู่จนมั่นใจว่าปานจันทร์คือหลานแท้ ๆ คุณหญิงจึงพยายามไปขอร้องอ้อนวอนดวงเพ็ญและ ชาน (พ่อเลี้ยงของปานจันทร์) เพื่อขอรับตัวปานจันทร์กลับไปอุปการะเลี้ยงดู เพื่ออนาคตที่ดีของเด็ก โดยดวงเพ็ญและปานจันทร์ยอมตกลง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่เปิดเผยความจริงว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

ระหว่างนั้น ปานจันทร์ได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งแท้จริงแล้วเขาคือ "ร้อยตำรวจตรีตรี" นายตำรวจหนุ่มที่แวะไปเยี่ยมเพื่อนชื่อพรชัย แต่ยอมใส่ชุดคนไข้สลับตัวเพื่อเอาใจเพื่อน ตรีรู้สึกประทับใจในความอ่อนโยนและมีเมตตาของปานจันทร์ จึงแกล้งแสดงเป็นคนบ้าเรื่อยมาจนสนิทสนมกัน และเกิดเป็นความผูกพันขึ้น

เมื่อปานจันทร์ก้าวเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของคุณหญิง เธอต้องเผชิญกับความอิจฉาริษยาและการกลั่นแกล้งสารพัดจากพรรณีและ ยิ่งศักดิ์ ลูกสาวคนใหม่ ขณะเดียวกัน ภายในบ้านก็เกิดความระส่ำระสายเพราะลูก ๆ ฝ่ายพรรณีคบเพื่อนชั่ว หลงเดินทางผิด ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนถึงขั้นแอบขโมยวัตถุโบราณของคุณหญิงไปขายให้แก่ แมน ลูกน้องของ เอก หัวหน้าแก๊งมิจฉาชีพ เพื่อหวังจะฮุบสมบัติของตระกูล

ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพรรณีวางแผนร่วมกับแมนให้ลักพาตัวปานจันทร์ไปเรียกค่าไถ่และคิดกำจัดเธอเสีย โดยลวงปานจันทร์ไปยังรังของเอก ฝ่ายเอกเตรียมจะฉีดยาทำลายประสาทปานจันทร์ แต่แมนเกิดใจอ่อนและหลงรักปานจันทร์จึงเข้าขัดขวาง ด้านกอร์วิกาเมื่อเห็นเพื่อนตกอยู่ในอันตรายจึงรีบไปแจ้งร้อยตำรวจตรีตรี นำกำลังบุกเข้าทลายรังคนร้ายและช่วยชีวิตปานจันทร์ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ท้ายที่สุด เมื่อความจริงและอันตรายคลี่คลาย ปานจันทร์ได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างอบอุ่น โดยมีทั้ง ยิ่งยศ พ่อผู้ให้กำเนิด และ ชาน พ่อเลี้ยงที่คอยดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก ต่างพร้อมใจกันอ้าแขนต้อนรับขวัญลูกสาว กลายเป็นบทสรุปอันซาบซึ้งใจ

รจนายอดรัก

รจนายอดรัก


พลสัณห์ภาพยนตร์ เสนอ
ผลงานมาตรฐานประเดิมปี 2515
ด้วยภาพยนตร์สนุกครื้นเครง เฮฮาอย่างมีสาระ…
เมื่อมหาหนุ่มแก่วัดสึกจากพระใหม่ๆ
คิดจะร่วมชีวิตคู่กับสาวนักเรียนนอก
ความอลเวงจึงเกิดขึ้นอุตลุต…
รจนายอดรัก

จากโครงเรื่องของ แมลงปอ
เรียบเรียงโดย สาเรศ ศิระมนัส
ยอดชาย เมฆสุวรรณ สุทิศา พัฒนุช โสภา สถาพร
เมตตา รุ่งรัตน์ ศรชัย สุรินทร์
พร้อมด้วย เมือง อพอลโล่, ชูศรี มีสมมนต์, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
ทองฮะ, สีเผือก, เทพ เทียน เทียนชัย, สีเทา,
โขน หมิผี, ปราณีต คุ้มเดช, ประพัฒน์, จิต แจ่มจันทร์,
ด.ช.สมจริง, ล้วน ฯลฯ
ประสิทธิ์ ศิริบันเทิง สร้างบท
สังเวียน น้อยเจริญ ถ่ายภาพ
ขจรกลิ่น บุรุษพัฒน์ อำนวยการถ่ายทำ
พลสัณห์ ศรีหาผล อำนวยการสร้าง
ประวิทย์ ลีลาไว กำกับการแสดง
พลสัณห์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย

-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

เรื่องย่อ รจนายอดรัก

ขุนบารุงฯ มีลูกสาวคนเดียวชื่อ “รจนา” ส่งเสียให้เล่าเรียนจนจบเป็นนายแพทย์หญิง แต่ขุนบํารุงฯ ไม่ยอมให้ออกไปทํางานนอกบ้าน เพราะขุนบํารุงฯ เป็นคนหัวโบราณ เคร่งครัดในเรื่องศีลธรรมประเพณี และเกลียดอารยธรรมสมัยใหม่ จึงกักลูกสาวให้อยู่แต่ในบ้าน จ้างแม่ครัวชาววัง ให้มาสอนทํากับข้าวที่บ้าน ส่วนโทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ ในบ้านห้ามใช้ ด้วยกลัวว่าลูกสาวใจแตก เพื่อนฝูงห้ามติดต่อทั้งนั้น นอกจากเกศิณีเพียงคนเดียว เพราะเกศิณี จับจุดอ่อนของขุนบํารุงฯ ได้ว่าเป็นคนธรรมะธรรมโมจึงพยายามทําตัวให้
เป็นที่พอใจของท่านขุน ด้วยความสงสาร รจนา เพื่อนรักที่ถูกกักบริเวณ

รจนา ปรึกษากับเกศิณี ถึงเรื่องคับใจ ที่ไม่มีโอกาสไปเห็นสีแสงนอกบ้าน เกศิณี จึงแนะนําให้รจนาลองติดต่อมิตรสัมพันธ์ทางหน้าหนังสือพิมพ์เป็นการแก้กลุ้ม โดยเกศิณีจะรับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อให้ รจนาเห็นดีด้วย ทั้งสองสาวเริ่มมีความสนุกในการหาเพื่อนทางหน้าหนังสือพิมพ์เช่นนี้ จนกระทั่งได้พบจดหมายฉบับหนึ่งมีข้อความที่น่าสนใจ จากชายหนุ่มผู้ใช้นามว่า “ บดินทร์ อินทรเดช” เป็นเจ้าของไร่ 500 ไร่ อยู่ที่หมู่บ้านหนองเสือเผ่น อันเป็นหมู่บ้านต้อยพัฒนาอยู่ในป่าลึก มีความประสงค์อยากรู้จักสุภาพสตรีที่มี
การศึกษาดีเพื่อเป็นเพื่อนที่ปรึกษา

รจนากับเกศิณีก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าควรจะติดต่อกับชายหนุ่มที่ชื่อบดินทร์ผู้นี้ จึงมีจดหมายตอบติดต่อไปมา จนกระทั่งชายหนุ่มนัดให้มาพบ ที่หมู่บ้านหนองเสือเผ่นโดยรับรองความปลอดภัยทุกประการ รจนาจึงถือโอกาสชวนเกศิณี หลบหนีออกจากบ้านในวันที่ขุนบํารุงฯ ไปวัดพร้อมกับ มโน หนุ่มเปรียญ 9 ประโยค ผู้ซึ่งท่านขุนพอใจ ในตําแหน่งว่าที่ลูกเขยซึ่งเป็นสาเหตุที่รจนาทนอยู่ ในบ้านอีกต่อไปไม่ได้

รจนา กับ เกศินีขับรถมาจนถึงหมู่บ้านหนองเสือเผ่น เข้าไปคอยในร้านกาแฟเจ็กเฮยตามนัด ในจดหมาย เกศิณี กลายเป็นแม่เสืออาละวาดกับเจ็กเฮยเจ้าของร้านเพราะความยวนของเจ้าของร้าน จนกระทั่งนักเลงหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่นั่งกินกาแฟอยู่ก่อน ออกมาลวนลาม รจนากับเกศิณีได้ต่อสู้จนสุดฤทธิ์แต่น้ำน้อยยอมแพ้ไฟ สองสาวเกือบจะเสียที่อยู่รอมร่อ เจิด ชายหนุ่มผู้เป็นคนสนิทของบดินทร์ ก็มาถึงที่เกิดเหตุ และได้เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที เจิด มารับรจนากับเกศิณี ไปพบบดินทร ตามที่เพื่อนวานมาแทน

รจนากับเกศิณีดีใจที่มาถูกต้องไม่ผิดสถานที่ รีบเดินตามเจิดไป ครั้นถึงชายไร่ ก็พบกับชายหนุ่มผู้หนึ่งร่างใหญ่ ใส่เสื้อสีม่วงผูกผ้าพันคอ เหมือนกับที่นัดในจดหมาย สองสาวก็กราดเข้าไปหา แต่ครั้นชายผู้นั้นเหลียวหน้ามาทักทายด้วย รจนาและเกศิณีก็แทบตกใจด้วยความผิดหวัง เพราะชายคนนั้นเป็นคนสติไม่สมบูรณ์และพูดติดอ่าง ซึ่งกว่าจะหลุดออกมาได้แต่ละประโยค จะต้องถูกเพื่อนร่วมทางใช้เท้าสะกิดตะโพกทุกครั้งไป สองสาวจึงวิ่งหนีกลับมายังที่เดิม เพื่อจะกลับ กรุงเทพ แต่รถเก๋งคันที่ขับมาถูกนักเลงมาถอดล้อออกไปหมด ทั้งสองจึงจนใจยืนปลงทอดอาลัยอยู่ที่นั่น

นักเลงกลุ่มที่มีเรื่องกับสองสาวแต่แรกได้พาพรรคพวกกลับมาที่ร้านกาแฟอีก ครั้นเห็นเข้าก็พากันรวนถึงขนาดจะฉุดเข้าป่า ขณะนั้น เพลิน เด็กสาวจอมแก่น ลูกสาวของผู้ใหญ่พุฒจอมนักเลง ผ่านมาพร้อมกับน้องชายก็เข้ามาช่วยสองสาวเอาไว้ เมื่อเพลินรู้ว่ารจนากับเกศณี เดินทางมาหาชายผู้ชื่อบดินทร์ ซึ่งเป็นผู้ที่เพลินหลงรักอยู่ก็ไม่พอใจ ประกาศตัวเป็นศัตรูกับสองสาวทันที ก่อนที่เหตุ ร้ายจะเกิดขึ้น บดินทร์ อินทรเดช ก็มาถึงที่นั่นพอดี เจ็กเฮ้ยจึงบอกให้สองสาวทราบว่านี่คือ บดินทร์ รจนากับเกศิณีจึงรู้ตัวว่าถูกตุ๋นเสียสุก เพราะคนที่ชื่อ บดินทร์คนนี้ ไม่รู้เรื่องการติดต่ออะไรเลย การกลับกลายเป็นว่า นายว่องและนายสําลี ลูกน้องตัวเอ้ของบดินทร์ปลอมชื่อไปติดต่อ

เมื่อบดินทร์ทราบเรื่องตลอดก็ไม่พอใจ และตําหนิสองสาวเป็นถึงผู้ดีที่มีความรู้ ยังหูเบาเชื่อคนง่าย เสียรู้กับคนชั้นขนาดเจ้าว่องและเจ้าสําลี เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่ไม่มีการศึกษาอย่างสาวดอกคําใต้ จึงถูกหลอกมาเป็นฝูง ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ รจนากับ เกศิณีจะกลับกรุงเทพก็กลับไม่ได้ จึงจําเป็นต้องพักอาศัยอยู่ในไร่ของบดินทร์ โดยบดินทร์ให้ทํางานเป็นการแลกเปลี่ยนกับค่าอาหาร
รจนากับเกศิณี เลยต้องกลายเป็นแม่ครัวจําเป็น สองแม่ครัวช่วยกันทําอาหารชั้นพิเศษให้กับ บดินทร์ ปรากฏว่าบดินทร์รับประทานไม่ได้เลยสักอย่างเพราะถูกแม่ครัวแกล้ง บดินทร์ทนต่อความหิวไม่ไหว ตกตึกต้องย่องลงมาผัดข้าวคลุกน้ำปลากินเอง เป็นที่สะใจของสองสาวยิ่งนัก

ตกดึกมีชาวบ้านมาเรียกบดินทร์ออกไป สองสาวซึ่งแอบดูอยู่ก็เข้าใจว่าบดินทร์อาจจะเป็นพวกโจรผู้ร้ายหรือไม่ก็เป็นพวกก่อการร้าย
ฝ่ายบดินทร์กับชาวบ้านก็ตรงไปยังบ้านซอมซ่อหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านเป็นชายชรานอนป่วยแบบอยู่ ผู้ใหญ่พุฒกับพรรคพวกกําลังให้ทรงเจ้าเข้าผีเพื่อรักษาชายชราผู้นั้นด้วยเวทมนต์คาถาตามแผนโบราณ บดินทร์เข้าไปห้ามมิให้ใช้น้ำมนต์รดคนไข้ ด้วยเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ผู้ใหญ่พุตและเจ้าตัวคนไข้เองไม่ยอมเชื่อฟัง จนเกือบจะต้องปะทะกันขึ้น บดินทร์จําเป็นต้องล่าถอยกลับพร้อมกับประกาศว่าโรคนี้เป็นโรคระบาด ถ้าขืนรักษาแบบนี้มีหวังลุกลามไปทั้งหมู่บ้าน

ผู้ใหญ่พุฒมีความเจ็บใจบดินทร์ ที่มาแย่งอิทธิพลไปจากตน จึงคิดจะแก้แค้นหาทางขับไล่ ให้บดินทร์ออกไปจากหมู่บ้านหนองเสือเผ่น ผู้ใหญ่พุฒและพรรคพวก พากันไปกักน้ำที่ต้นน้ำ เพื่อไม่ ให้ไหลมาเลี้ยงพืชไร่ของบดินทร์ บดินทร์จึงต้องทําศึกชิงน้ำกับผู้ใหญ่พุฒด้วยวิธีดุเดือดและบ้าบิ่น จนกระทั่งพังทํานบน้ำให้ไหลเข้าไร่ได้ตามเดิม

โรคระบาดได้ลุกลามไปทั่วหมู่บ้าน ไร่ของบดินทร์กลายเป็นสถานพยาบาลชั่วคราว บดินทร์ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ศึกชิงน้ำไม่สามารถจะช่วยเหลือพยาบาลชาวบ้านได้ จึงขอร้องให้รจนากับเกศิณีออกไปช่วยทําหน้าที่แทน รจนาเมื่อรู้ความจริงว่าชายหนุ่มไม่ได้เป็นคนร้าย ก็เต็มใจใช้วิชาแพทย์ที่เรียนมาให้เป็นประโยชน์แก่ชาวบ้านจนได้รับการยกย่องและความรักใคร่ประทับใจ จากชาวบ้านอย่างซาบซึ่ง

ขุนบํารุง ฯ เมื่อลูกสาวหายไปก็ออกติดตาม สืบไปจนพบต้นตอที่หนังสือพิมพ์จึงค่อย ๆ คลํา จนพบสถานที่ ๆ ลูกสาวหนีไปคือ หมู่บ้านหนอง เสือเผ่น ขุนบํารุงฯ จึงชวน มโน มหาหนุ่มและพรรคพวกยกโขยงกันออกตามหา รจนา จนกระทั่ง พบตัวลูกสาวที่ไร่ของบดินทร์ อินทรเดช

รจนากับบดินทร์เริ่มมีความเข้าใจดีต่อกัน ฝ่ายชาวบ้านเมื่อรู้ว่าหมอรจนาผู้เป็นที่รักของตน จะต้องถูกพากลับกรุงเทพฯ ก็ร่วมใจกันจัดงานเลี้ยงส่งตามประสาชาวบ้านชาวไร่ และขอเชิญให้รจนาขึ้นไปกล่าวคําอําลาชาวบ้านท่ามกลางความอาลัย รจนารู้สึกใจหายที่จะต้องจากไป ประกอบกับรจนามีความรักในตัวบดินทร์และน้ำใจของชาวบ้าน รจนาจึงขึ้นไปประกาศว่าจะไม่จากบ้านหนองเสือเผ่นไป ชาวบ้านชาวไร่พากันโห่ร้องด้วยความยินดี

ฝ่ายขุนบํารุงฯ เมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ยอมกลับไปอย่างเด็ดขาด ตนเองก็แก่แล้วไม่รู้จะอยู่ในกรุงเทพฯ ต่อไปได้อย่างไร ขุนบํารุงฯตัดสินใจ ขึ้นไปประกาศขออยู่หมู่บ้านนี้อีกคนหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็จะสร้างสถานีอนามัยให้กับหมู่บ้านด้วย ความสุขสําราญกลับคืนมาสู่หมู่บ้านหนองเสือเผ่นอีกครั้งหนี่ง

 

ดรุณีผีสิง

โปสเตอร์หนัง ดรุณีผีสิง
ดรุณีผีสิง (2516): เมื่อมิตรภาพกลายเป็นความอาฆาตที่ข้ามผ่านความตาย

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยย้อนยุคที่ครบเครื่องทั้งเรื่องราวความรัก ความริษยา และความสยองขวัญที่ชวนขนหัวลุก "ดรุณีผีสิง" คือผลงานฟิล์มสี 35 มม. สโคป ที่จะพาคุณย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศความหลอนในแบบฉบับหนังไทยคลาสสิกปี 2516

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากรอยร้าวแห่งความเข้าใจผิด
เมื่อ "ศจี" หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความรัก เกิดความระแวงว่าคนรักหนุ่มอย่าง "อ๊อด" จะไม่ซื่อตรงต่อเธอ ประกอบกับการยุยงจากผู้ไม่หวังดี ทำให้ความรักของทั้งคู่ต้องจบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่พรากชีวิตของเธอไปในชั่วพริบตา แต่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความแค้น... วิญญาณของศจียังคงวนเวียนอยู่ด้วยความอาฆาต

จุดเปลี่ยนแห่งความสยองขวัญ
ในเวลาต่อมา "รจิต" หลานสาวคุณพระอัครเดชา ได้เดินทางกลับจากปีนังเพื่อมาช่วยเหลือดูแลอ๊อดที่กำลังพักรักษาตัว ทั้งคู่เกิดความผูกพันจนเริ่มพัฒนาเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง โดยที่รจิตหารู้ไม่ว่า ตัวเองกำลังก้าวเท้าเข้าสู่กรงขังแห่งวิญญาณ เพราะแท้จริงแล้วเธอคือ "เพื่อนรัก" ของศจี และบัดนี้เพื่อนรักผู้ล่วงลับกำลังต้องการ "ร่าง" ของเธอ เพื่อกลับมาสะสางความแค้นและทวงคืนคนรักที่เธอเชื่อว่าเป็นของเธอตลอดไป

ความหลอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่คุ้นเคย
เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นผีร้ายที่เข้าสิงสู่ร่างของมิตรแท้ เรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไร? คนในบ้านจะรับมือกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของรจิตได้อย่างไร? และความรักของอ๊อดจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของวิญญาณแค้นนี้หรือไม่?

เตรียมพบกับความสะพรึงขวัญที่มาพร้อมกับความรักอันเร่าร้อน ในภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยบทบาทการแสดงชั้นครูของ ไพโรจน์ ใจสิงห์ และ สุทิศา พัฒนุช ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง ที่จะทำให้คุณต้องลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้


เชียงคำภาพยนตร์ เสนอ

ดรุณีผีสิง
ของ วรการ
35 สโคป เสียงในฟิล์ม
ภาพยนตร์ชีวิต, รัก, ริษยา, อาฆาต, ตื่นเต้น, สยองขวัญ,
สั่นประสาทให้หวาดผวา มีทั้งตลก ครื้นเครง เพลงไพเราะ
ไพโรจน์ ใจสิงห์ สุทิศา พัฒนุช
สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, นงลักษณ์ โรจนพรรณ, จีราภา ปัญจศิลป์
รอง เค้ามูลคดี, พนม นพพร, โฉมฉาย ฉัตรวิไล,
ชุมพร เทพพิทักษ์, ดำรง พุฒตาล, เชาว์ แคล่วคล่อง,
ชูศรี มีสมมนต์, ปราณีต คุ้มเดช, พร บูรพา ร่วมแสดง
เกรียงศักดิ์ ฤกษ์ชนะ กำกับการแสดง
เชียงคำ อำนวยการสร้าง
ก้องเกียรติ อัศวินิกุล ถ่ายภาพ
รุ่งโรจน์ฟิล์ม จัดจำหน่าย


ดวงใจแม่

โปสเตอร์หนัง ดวงใจแม่
ดวงใจแม่
นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี ,สุทิศา พัฒนุช ,สันติ คราประยูร
กำกับโดย ส.คราประยูร

ดวงใจแม่ (2512): นิยามของคำว่า "แม่" ผู้เสียสละสูงสุด

เรื่องย่อ
:

เมื่อความรักถูกกั้นกลางด้วย "ชนชั้น" และ "ฐานะ" บททดสอบที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งจึงได้เริ่มต้นขึ้น...

"ดวงใจแม่" ภาพยนตร์ชีวิตสุดซึ้งที่สร้างจากบทประพันธ์ของ ปฤศนา ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของหญิงสาวผู้ต่ำต้อย ที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อความรักของเธอและสามีผู้สูงศักดิ์ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวฝ่ายชาย โดยเฉพาะแม่สามีที่กีดกันและเหยียดหยามเธออย่างไม่ใยดี

ความกดดันที่ถาโถมบีบบังคับให้เธอต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด นั่นคือการจำยอม "พรากจากลูกในไส้" เพื่อให้เด็กน้อยได้ไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมและสุขสบายกว่า... แม้ตัวจะต้องจากไป แต่สายใยแห่งความเป็นแม่ไม่เคยจางหาย แม้จะต้องอยู่ห่างไกลโดยไม่ได้รับรู้ความเป็นไป แต่เมื่อใดก็ตามที่มีภัยร้ายย่างกรายเข้ามาถึงตัวลูกคนนี้ คนที่พร้อมจะสละได้แม้กระทั่งชีวิตและเกียรติของตนเอง ก็คือ "แม่" ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนดวงใจของเธอคนนี้คนเดียวเท่านั้น

ท่ามกลางกระแสสังคมที่เหลื่อมล้ำ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาคุณไปสัมผัสกับหยดน้ำตาแห่งความรัก และตั้งคำถามว่า... ภายใต้ความสูงศักดิ์หรือความยากจน สิ่งใดกันแน่ที่มีค่ามากกว่ากัน?

ร่วมรำลึก ภาพยนต์อมตะคลาสสิค ” ดวงใจแม่ ” สมบัติ สามีผู้สุญเสียดวงตา ต้องใช้เงินรักษา แต่คุณแม่ ( แม่ผัว ) บีบว่าต้องเลิกกับ ” แข ” ภรรยาสุดที่รักและกลับไปอยู่กับคุณแม่พร้อม ลูกน้อยทั้ง 2 เขาจึงไม่ยอม ทำให้แขต้องออกไปทำงานพิเศษตาม ไนต์คลับ แต่ด้วยกลัวสามี และลูกจะลำบากจึงแสร้งทำเป็นมีแฟนใหม่ เพื่อให้สามีและลูกทิ้งไป เวลาผ่านไป 17 ปี แดง ลูกสาวเติบโตขึ้น แขได้เพียงแต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ แต่เมื่อแม่ลูกมาเจอกัน สามียังคงไม่ทราบ ความจริงและแค้นที่โนทอดทิ้ง จึงมาทำร้ายจิตใจ แข เพื่อเป็นการแก้แค้น

ร่วมติดตามบทพิสูจน์แห่งความรักความเสียสละของแม่ได้ในภาพยนตร์อมตะที่ตราตรึงใจผู้คนมาแล้วทุกยุคสมัย รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่นี่


ข้อความบนใบปิดภาพยนตร์ ดวงใจแม่

นครพิงค์ภาพยนตร์
เสนอภาพยนตร์ชีวิตเยี่ยมยอด
จากละครวิทยุของคณะ แก้วฟ้า
ดวงใจแม่
เป็นเรื่องของชีวิตที่จะให้ความสดชื่น ดื่มด่ำประทับใจไม่มีวันลืม..
บทประพันธ์ของ ปฤศนา
กมลวรรณ สรรเพชญ์ อำนวยการสร้าง
สมบัติ เมทะนี สุทิศา พัฒนุช
เมตตา รุ่งรัตน์ สุมาลี ทองหล่อ
ร่วมด้วย อดุลย์ ดุลยรัตน์, มาลี เวชประเสริฐ, ธัญญา ธัญญรักษ์,
โฉมฉาย ฉัตรวิไล, ชาญ กัมปนาท, สันติ คราประยูร
เทวินทร์ สุขศิลา ถ่ายภาพ
ส.คราประยูร กำกับการแสดง
ช. พิริยะฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์


*เกร็ด
-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 ในปี 2521 โดยผู้กำกับคนเดิม แต่เปลี่ยนชื่อเป็น เหนือกว่ารัก นำแสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์-ทาริกา ธิดาทิตย์

  

คนองกรุง

โปสเตอร์หนัง คนองกรุง


เรื่องย่อ คนองกรุง

ท่านนายพลผู้บัญชาการหน่วยพลร่มพิเศษ ได้เรียกสี่สาวพลร่มที่อยู่ใต้บังคับบัญชาเข้าพบ ซึ่งท่านได้คัดเลือกผู้ที่มีความสามารถสูงจากพลร่มหญิงทั้งหมดอันมี มยุรี (สุทิศา พัฒนุช) วิชุดา (โขมพัสตร์ อรรถยา) บุษยา (เมตตา รุ่งรัตน์) และมาลินี (โสภา สถาพร) ท่านนายพลบอกกับสี่สาวพลร่มว่าจะใช้ให้ไปราชการลับสุดยอด ไม่รับรองชีวิตว่าเป็นหรือตาย ทุกคนไปแล้วอาจไม่ได้กลับ ถ้าใครไม่สมัครใจก็ขอถอนตัวได้ แต่ 4 สาวพลร่มสมัครใจที่จะทํางานครั้งนี้ด้วยความเต็มใจ ดังนั้นท่านนายพลจึงอนุญาตให้ 4 สาวพลร่มได้หยุดพักผ่อนและหาความสําราญได้ตามใจชอบ พร้อมกับมอบเงินให้จํานวนหนึ่งเป็นพิเศษอีกด้วย พร้อมกับบอกให้ทุกคนทราบว่างานที่ทั้งสี่จะทํานั้นจะรับทราบได้จากนายทหารยศพันตรีคนหนึ่ง ซึ่งจะได้พบกันในวันออกปฏิบัติงาน

4 สาวกลับที่พักซึ่งอยู่รวมกัน ปรึกษากันว่าจะต้องเที่ยวให้สนุก เพราะไม่แน่ว่าการทํางานที่ได้รับมอบหมายครั้งนี้จะมีชีวิตรอดกลับมาหรือไม่ ต้องใช้เงินที่ได้รับจํานวนมากนี้ให้เกลี้ยง และจะกลับเข้าค่ายภายใน 3 วันที่ได้ รับอนุญาต และทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเดินทางเข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ และออกเดิน ทางในเช้าวันรุ่งขึ้น

4 สาวสลัดความเป็นพลร่มหญิงทิ้งออก เดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยมีมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะอย่างคึกคะนอง เมื่อถึงกรุงเทพฯ ทั้งสี่ตระเวนหาจับจ่ายข้าวของเครื่องแต่งตัวอย่างสนุกสนานเป็นที่วุ่นวายตามร้านรวงทั่วกรุง มี อยู่ร้านหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของดาราดาวยั่วชอบจับจ่ายเครื่องแต่งกาย ทั้ง 4 สาวได้พบกับสาวสังคมชั้นดาราเข้าอันมีผู้แสดงในเรื่องคือ ปริม ประภาพร – จอมใจ จริน – วิภาวดี ตรียกุล จากการที่ได้พบกันครั้งนี้ทําให้ทั้งหมดเกิดการเขม่นกันขึ้นในที่สุดต้องวางมวยกันเป็นที่เผ็ดร้อน ร้อนถึงตํารวจต้องทํางานหนัก เสร็จจากการตระเวนซื้อของจนเป็นที่พอใจแล้ว 4 สาวในคราบสาวชาวกรุงที่เต็มก็ตระเวนกรุงต่อไปและไปเจอกับเข้ากับแก๊งมอเตอร์ไซค์อันธพาลเข้าโดยมี ทวน ( ดามพ์ ดัสกร) เป็นหัวหน้ามีลูกน้อง 4 – 5 คน ทวนนําสมัครพรรคพวกเข้าลวนลาม 4 สาวทันที โดยทวนเองก็ไม่ทราบว่า 4 สาวคือพลร่มหญิงผู้กล้าหาญ ฉากการต่อสู้และขับมอเตอร์ไซค์อันโลดโผนจึงเกิดขึ้นและอลเวงไปทั่วกรุง แต่แล้ว 4 สาว ใช้ความฉลาดหลอกล่อทวนกับพวกร่วมแก๊งมอเตอร์ไซค์ของเขาไปพบกับสายตรวจของตํารวจ พวกแก๊งมอเตอร์ไซค์จึงจําเป็นต้องแยกย้ายกันหนีไป
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ได้รอดพ้นสายตาของชายหนุ่มสวมแว่นดําคนหนึ่ง ซึ่งตามดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ซึ่งทราบชื่อภายหลัง ว่าชื่อ ยอดธง สมบัติ เมทะนี ในค่ํานั่นเองภายในบาร์ของพวกวัยรุ่นแห่งหนึ่ง 4 สาวได้ไปเที่ยวหาความสําราญอย่างสนุกสนาน โดยมีหนุ่มหน้าตาดี 3 คนชื่อ เชิด (พนม นพพร) ยอด (สถาพร จินดาพร) จักร์ (คมน์ อรรคเดช) นั่งให้ความสนใจ 4 สาวอยู่อีกมุมหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ทวน ( ดามพ ดัสกร ) กับพวกก็ได้มาติดต่อกับผู้จัดการบาร์ ในเรื่องค้าของเถื่อนและมาพบกับสี่สาวโดยบังเอิญอีกครั้งจึงคิดแก้เผ็ด 4 สาวที่หลอกให้พวกตนไปเจอสายตรวจเข้า

ด้าน 4 สาวเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้เห็นว่าพวกตนจะสู้พวกวายร้ายไม่ได้และจะทําให้เหตุการณ์ลูกลามใหญ่โต วิชุดา (โขมพัสตร์ อรรถยา) ไปกับเชิด ( พนม นพพร) บุษยา (โสภา สถาพร) ไปกับ ยอด ( คมน์ อรรคเดช ) และ มาลีน (เมตตา รุ่งรัตน) ไปกับ จักร์ (สถาพร จินดาพร) ทุกคู่ต่างไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ กันเพราะมีเวลาน้อยเนื่องจากฝ่ายหญิงจะต้องไปปฏิบัติงานสําคัญ และทั้งหมดก็มีความพอใจซึ่งกันและกันจนเกิดเป็นความรัก ก่อนที่วันแห่งความสนุกสนานจะสิ้น สุดลงทั้งหมดได้นัดหมายไปพบกันที่หน้าบาร์ที่เคยพบกันครั้งก่อน ก่อนที่ทุกคนจะจากกัน

เช้าวันใหม่ทั้ง 4 สาวเดินทางโดยพาหนะมอเตอร์ไซค์คู่ชีพเพื่อไปยังที่นัดหมายกับ 4 หนุ่ม ในระหว่างทางตํารวจได้ขอตรวจใบขับขี่ แต่ 4 สาวไม่ได้นําติดตัวมาด้วยจึงไม่ยอมหยุดให้ตํารวจตรวจและพากันขับหนีเอาตัวรอด ฝ่ายตํารวจก็ไล่กวดไม่ลดละฉากขับเคี่ยวทางมอเตอร์ไซค์จึงเริ่มขึ้นอีกครั้งทั่วกรุง จนกระทั่ง 4 สาวต้องทิ้งรถหนีขึ้นไปแอบอยู่บนรถบรรทุกคันหนึ่ง ซึ่งมีผ้าใบผืนใหญ่คลุมของไว้ด้านหลังตํารวจตามไม่พบและเลยไป แต่ทั้ง 4 สาวยังไม่ทันได้ลงจากรถ รถคันดังกล่าวก็เคลื่อนตัวออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็วทั้ง 4 สาวจึงติดอยู่บนรถต่อไป ขณะที่อยู่บนรถทั้ง 4 ได้พบว่าในลังไม้ที่ซุกซ่อนมานั้นได้บรรจุปืน และกระสุนปืนไว้มากมาย แต่ยังไม่ได้ทําอะไร ก็พอดีรถเลี้ยวเข้าโกดังเก็บของ คนงานหลายคนได้มาช่วยกันเปิดผ้าใบเพื่อนของลงก็เจอ 4 สาวอยู่ในรถพอดีทั้งหมดจึงช่วยกันจับตัว 4 สาว การต่อสู้จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวเป็นของทวน (ดามพ์ ดัสกร ) ซึ่งดําเนินค้าของเถื่อนนั่นเอง ในขณะที่การต่อสู้ดําเนินอยู่ทวนมาพบเข้าพอดี จึงใช้ปืนบังคับให้ 4 สาวยอมจํานนและจับขังเอาไว้ ฝ่ายยอด ธง-ยอด-เชิด-และจักรยืนรอ 4 สาวยังที่นัด หมายอย่างกระวนกระวายที่หน้าบาร์ ก็พอดีมีลูกน้องของทวนได้มาบอกทางผู้จัดการบาร์ว่า มีผู้หญิง 4 คนติดรถเข้าไปในโกดังเก็บของและขณะนี้ได้ถูกคุมขังเอาไว้และเป็นขณะที่ยอดธงแอบได้ยินเข้าจึงคิดว่าเป็น 4 สาวที่ตนรอแน่ จึงพาพวกสะกดรอยตามไป เป็นขณะเดียวกันกับ 4 สาวหาทางช่วยเหลือตัวเองอยู่จึงออกอุบายให้มาลินี (โขมพัสตร์ ถรรอยา) เปลือยกาย แกล้งชักดิ้นชักงออีกสามคนช่วยพยาบาลและบอกกับยามผู้ควบคุมว่ามาลินีเป็นโรคต้องการผู้ชาย เพราะเป็นโรคขาดผู้ชายไม่ได้ขอให้ยามที่คุมนี้ช่วยแก้ไขให้ด้วย ยามหลงเชื่อพอ เข้ามาในห้องขังก็ถูก 4 สาวรุมกระทืบและทลายซ่องออกมา การต่อสู้กับเหล่าร้ายก็ดำเนินขึ้น เป็นเวลาพอดีกับยอดธงและพรรคพวก ติดตามมาทันเวลาพอดี และเข้าช่วยเหลือพร้อม เจ้าหน้าที่ตํารวจ กว่าเหตุการณ์จะสงบลงได้เล่นเอาทุกคนบอบช้ำไปตาม ๆ กัน เมื่อเหตุการณ์สงบลงมยุรี (สุทิศา พัฒนุช) ได้บอกกับยอดธงว่า พรุ่งนี้พวกเธอทั้ง 4 ก็จะต้องจากกรุงเทพฯ ไปแล้วขอให้ยอดธงและพวกไปส่งพวกเธอด้วย โดยนัดแนะให้ไปพบเธอบนเส้นทางแห่งหนึ่ง ในเช้าวันรุ่งขึ้นแต่ยอดธงและเพื่อนไม่มาตามนัด ทั้ง 4 สาวจึงจําเป็นควบมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ กลับค่ายด้วยอาการเศร้าสร้อย

เช้าตรู่ในวันที่ทั้งหมดจะออกปฏิบัติงาน เหตุการณ์ที่ 4 สาวพลร่มไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ก็ได้เกิดขึ้นกับหญิงสาวอย่างคาดไม่ถึง เหตุการณ์อันนั้นจะเป็นเช่นไรและตื่นเต้นแค่ไหน หรือจะลงเอยวิธีใดขอให้ติดตามในภาพยนตร์

ข้อความบนใบปิด

คนองกรุง (2516)

นครพิงค์ภาพยนตร์ เสนอ
สี่สาวเลือดสู้จากสี่ทิศตะลุยแหลก
ชายเก่งกาจมีมาก หญิงอย่างนี้มีที่ไหน
คนองกรุง

35 ม.ม.สีอุลตร้าสโคป
สมบัติ เมทะนี สุทิศา พัฒนุช
โสภา สถาพร เมตตา รุ่งรัตน์ โขมพัสตร์ อรรถยา
ปริม ประภาพร, ดามพ์ ดัสกร, คมน์ อรรฆเดช,
ศรัทธา, จอมใจ จรินทร์, วิภาวดี ตรียะกุล
อ.อรรถจินดา-ชนะ คราประยูร สร้างเรื่อง
ปริศนา สร้างบท
โสภณ เจนพาณิชย์ ถ่ายภาพ
สนาน-ชนะ คราประยูร กำกับการแสดง
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย ริ้ม

ขวัญใจไอ้หนุ่ม

โปสเตอร์หนัง ขวัญใจไอ้หนุ่ม

ขวัญใจไอ้หนุ่ม (2515): เมื่อหัวใจไอ้หนุ่มสิบล้อ ต้องปะทะอิทธิพลมืด เพื่อปกป้องคนรัก

หากคุณโหยหาบรรยากาศภาพยนตร์ไทยยุคคลาสสิก ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายลูกทุ่ง ชีวิตคนขับรถบรรทุก และเรื่องราวความรักที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค "ขวัญใจไอ้หนุ่ม" คือผลงานที่คุณไม่ควรพลาด

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นด้วยวิถีชีวิตของ "หนุ่ม" ไอ้หนุ่มสิบล้อผู้มีหัวใจซื่อตรง เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปตามเส้นทางขนส่งสินค้า พร้อมกับเพื่อนคู่ใจอย่างรถคู่ชีพ แม้ชีวิตบนถนนจะดูยากลำบากและถูกคนอื่นมองว่าเป็นชนชั้นต่ำ แต่หัวใจของเขากลับมีความรักที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงให้กับ "แรมใจ" หญิงสาวที่เขาหมายปอง

ทว่าเส้นทางรักของเขากลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อต้องมาปะทะกับ "ศักดา" ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่หวังจะครอบครองหัวใจของแรมใจเช่นกัน ศักดาใช้อำนาจมืดและเงินทองสร้างความวุ่นวายและพยายามบีบคั้นให้แรมใจต้องจำยอม อีกทั้งยังมีเรื่องราวความขัดแย้งของนักเลงท้องถิ่นและการชิงไหวชิงพริบที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องตกอยู่ในอันตราย

จากคนขับรถบรรทุกธรรมดา สู่การเป็นฮีโร่ที่ต้องปกป้องผู้หญิงที่เขารักจากเงื้อมมือของผู้มีอิทธิพล หนุ่มจะจัดการอย่างไรกับความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคครั้งนี้? และความจริงใจของเขาจะเอาชนะอำนาจเงินและอิทธิพลที่เหนือกว่าได้หรือไม่?

ร่วมลุ้นและติดตามเรื่องราวความรักท่ามกลางเสียงเพลงลูกทุ่งและการต่อสู้ของลูกผู้ชายได้ใน "ขวัญใจไอ้หนุ่ม" [2515] หนังไทยที่สะท้อนชีวิตและหัวใจของ "ไอ้หนุ่ม" ได้อย่างถึงอารมณ์

ขวัญใจไอ้หนุ่ม (2515)
พิชัยภาพยนตร์ โดย พิชัย น้อยรอด
ผลงานพลังเด็กหนุ่มที่จะก้าวไปไกล
ครั้งแรกที่ สมบัติ รับบท ไอ้หนุ่มสิบล้อ
ขวัญใจไอ้หนุ่ม

บทประพันธ์ของ วันเวลา
นำโดย สมบัติ เมทะนี สุทิศา พัฒนุช
โสภา สถาพร พนม นพพร
ร่วมด้วย แมน ธีระพล, อนุชา รัตนมาลย์, ธงชัย,
เมืองเริง ปัทมินทร์, เสถียร ธรรมเจริญ, วาสนา ชลากร,
เนตรดาว, ถนอม นวลอนันต์ และดาราร่วมแสดงอีกคับคั่ง
ฟังเพลงฮิตจาก โรม ศรีธรรมราช
พร้อมด้วยเพลง 35 ม.ม.อีก 5 เพลง
เกรียงศักดิ์ กฤษณะ กำกับบท
เฉลิม บุตรบุรุษ ถ่ายภาพ
พิชัย น้อยรอด อำนวยการสร้าง
เมืองเริง ปัทมินทร์ กำกับการแสดง
ช.พิริยะฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทวีป



ละครเร่

โปสเตอร์หนัง ละครเร่

ละครเร่ (2512): เมื่อชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร บนเส้นทางแห่งโชคชะตาและความกตัญญู

ภาพยนตร์ไทยคลาสสิค อมตะ ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภาพยนต์ที่ดูแล้วไม่ล้าสมัย และเป็นภาพยนต์ที่น่าเก็บสะสม กับเรื่องราวที่ถ่ายทอดศิลปไทยออกมาได้อย่างงดงามไพเราะ และสัจธรรมในการ ดำเนินชีวิตความยากลำบากของครูเพลง ที่ต้องเลี้ยงดูลูกคณะ และกระแสเพลงตะวันตกที่นับวันเข้ามาบดบัง ศิลปะไทยๆ ดูแล้วทำให้รู้สึกว่าเราคนไทย ควรอนุรักษ์งานที่เป็นเอกลักษณ์ไทยๆ ที่นับวันจะยิ่งหายสาบสูญไป

เรื่องย่อ:

ท่ามกลางแสงสีของงานวัดและวิถีชีวิตชาวคณะละครเร่ที่ต้องดิ้นรนไปตามหัวเมืองต่างๆ "ละครเร่" ภาพยนตร์ไทยระดับตำนานปี 2512 พาเราไปสัมผัสกับเรื่องราวของ บุญเอก พระเอกหนุ่มประจำคณะละครเร่ที่มีน้ำเสียงไพเราะและหน้าตาคมคาย เขาเป็นที่รักของคนในคณะ โดยเฉพาะ กฐิน หญิงสาวที่คอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจสำคัญให้กับเขาเสมอ

ทว่าความท้าทายในชีวิตของคนคณะละครเริ่มขึ้น เมื่อบุญเอกได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตให้ก้าวเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นนักร้องชื่อดังในไนท์คลับสุดหรู ท่ามกลางความเจริญที่สวนทางกับความยากลำบากของคณะละครที่บุญเอกทิ้งมา โดยมี ป๋าทองดำ หัวหน้าคณะผู้เปรียบเสมือนพ่อที่คอยดูแลและทุ่มเททุกอย่างแม้จะอยู่ในสภาพที่ยากแค้นเพียงใด

ท่ามกลางทางสองแพร่งระหว่าง "ชื่อเสียงและอนาคตที่รุ่งโรจน์" กับ "ความรักและความผูกพันที่มีต่อคณะละคร" บุญเอกจะต้องเลือกว่าจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าความฝัน หรือจะหันกลับมาดูแลครอบครัวที่เปรียบเสมือนลมหายใจของเขา การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เพียงเปลี่ยนชีวิตของเขาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนรอบข้างที่พร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อเขา

ละครเร่ คือภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดชีวิตของคนบันเทิงยุคเก่าได้อย่างซาบซึ้ง ผ่านบรรยากาศของการแสดงลิเก การต่อสู้ชีวิตที่ต้องอาศัยทั้ง "ความดี" และ "ความกตัญญู" เป็นที่ตั้ง เรื่องราวความรักที่งดงามท่ามกลางอุปสรรคนี้จะลงเอยอย่างไร และบุญเอกจะเลือกเส้นทางไหน... ร่วมค้นหาคำตอบและสัมผัสเสน่ห์ภาพยนตร์ไทยในยุคทองได้ใน "ละครเร่"

ละครเร่ คือภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดชีวิตของคนบันเทิงยุคเก่าได้อย่างซาบซึ้ง ผ่านบรรยากาศของการแสดงลิเก การต่อสู้ชีวิตที่ต้องอาศัยทั้ง "ความดี" และ "ความกตัญญู" เป็นที่ตั้ง เรื่องราวความรักที่งดงามท่ามกลางอุปสรรคนี้จะลงเอยอย่างไร และบุญเอกจะเลือกเส้นทางไหน... ร่วมค้นหาคำตอบและสัมผัสเสน่ห์ภาพยนตร์ไทยในยุคทองได้ใน "ละครเร่"

ข้อความบนใบปิด

ละครเร่ (2512)

อัศวินภาพยนตร์
ประเดิมศักราชใหม่ด้วยหนังใหญ่ทุนล้าน

ซูเปอร์ซีเนสโคป
35 ม.ม. สีอิสต์แมน

นำโดย สุทิศา พัฒนุช กนกวรรณ ด่านอุดม
พบพระเอกใหม่ มานพ อัศวเทพ
ร่วมด้วย ชรินทร์ นันทนาคร, ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร, ล้อต๊อก,
พฤหัส บุญหลง, จารุวรรณ ปัญโญภาส, สมพงษ์ พงษ์มิตร,
สายัณห์ จันทรวิบูลย์ และ
อรวรรณ-ระวิวรรณ สร้อยหงษ์พราย ขาอ่อนเงินล้าน
และดาราเกียรติยศ ดอกดิน กัญญามาลย์

โชน บุนนาค-พูนสวัสดิ์ ธีมากร ถ่ายภาพ
ปริม บุนนาค อำนวยการสร้าง
ภาณุพันธ์ กำกับการแสดง
อัศวินภาพยนตร์ จัดจำหน่าย

นักแสดง:
สุทิศา พัฒนุช
มานพ อัศวเทพ
กนกวรรณ ด่านอุดม — มารำ
ดอกดิน กัญญามาลย์
จารุวรรณ ปัญโญภาส

-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
-ชื่อผู้กำกับ ภาณุพันธ์ ก็คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล
-ฉายที่โรงภาพยนตร์เฉลิมเขตร์ เมื่อ พ.ศ. 2512 และเป็นตัวแทนจากประเทศไทย ร่วมงานมหกรรมภาพยนตร์เอเซีย-แปซิฟิค ที่ กรุงมนิลา ฟิลิปปินส์ ในปีเดียวกัน ได้รับรางวัลชมเชยด้านกำกับศิลป์เพลงประกอบ ชีวิตละคร สไบแพร

  • เป็นหนังที่ ดอกดิน กัญญามาลย์ แสดงบทชีวิต
  • หนังเรื่องแรกของจารุวรรณ ปัญโญภาส
  • เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวของ กนกวรรณ ด่านอุดม (นางเอกจอแก้ว ละครทีวี)

เพลงประกอบภาพยนตร์ ละครเร่

เพลง ชีวิตละคร
ขับร้องโดย ธานินทร์ อินทรเทพ


Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com