ธนิตต์ จิตนุกูล

 

ธนิตต์ จิตนุกูล ถือแก้วกาแฟ

ธนิตต์ จิตนุกูล (Thanit Jitnukul)

        ชีวิตของหนุ่มหนวดงามผู้นี้เกิดเมื่อ 24 พ.ย. 2499 ที่อำเภอหาดใหญ่ ใฝ่ฝันที่จะเข้าวงการบันเทิงมาตั่งแต่วัยเยาว์ แต่ชะตาชีวิตของเขาก็ผกผันพาให้เขามาเรียนช่างยนต์ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับวงการบันเทิงเลยจนกระทั้งจบการศึกษา และแล้วในปี 2520 ด้วยบุญที่เคยทำมาแต่ชาติปางก่อนบวกกับพรสวรรค์ทางศิลปะที่เขาเคยมี ฝันของเขาก็เริ่มเป็นจริงเขาเริ่มสัมผัสวงการบันเทิงด้วยการได้ทำงานเขียนโปสเตอร์หนัง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นวิธึหนึ่งที่เขาสามารถจะใกล้ชิด ผู้กำกับภาพยนตร์ ดารา ต่าง ๆ เมื่อทำงานเขียนโปสเตอร์หนังไปสักพักเขาก็เกิดความคิดว่ามันคงจะไม่ทำให้ชีวิตเขารุ่งแน่นอน เขาจึงได้กลับไปเลี้ยงหมูที่บ้านหาดใหญ่ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็อดที่จะคิดถึงความฝันที่เขามีเมื่อวัยเยาว์ไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ตกลงที่จะกลับไปเขียนโปสเตอร์อีกครั้ง และครั้งนี้เองทำให้เขาได้มีโอกาสได้พบกับ คุณวิสูตร พูนวรลักษณ์ แห่งไทเอนเตอร์เมนท์ เขาได้คุยเรื่องหนังกันถูกคอทำให้เขาได้มีโอกาสมากำกับภาพยนตร์คู่กับ คุณอังเคิล เพื่อนซี้ที่เขียนโปสเตอร์หนังมาพร้อมกัน ในปี 2528 กับผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก - ซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อย - โดยได้รับการเปิดเผยจากปากเขาเองว่าเขาไม่เคยมีความรู้เรื่องภาพยนตร์เลย เพียงแต่เคยไปดูอาจารย์เปี๊ยก (คุณเปี๊ยก โปสเตอร์) กำกับภาพยนตร์เรื่อง - ข้างหลังภาพ - อยู่ 3 วัน และจดจำลักษณะการทำงานมาไว้ใช้เท่านั้น และหลังจากนั้นเขามีผลงานภาพยนตร์ออกมาอีก "ปี 2529 กำกับภาพยนตร์ร่วมกับ อังเคิล เรื่อง ปลื้ม", "ปี 2530 กำกับภาพยนตร์เรื่อง อย่าบอกว่าเธอบาป (ผลงานกำกับเดี่ยวเรื่องแรก)", "ปี 2534 กำกับภาพยนตร์เรื่อง สยึ๋มกึ่ย", "ปี 2537 กำกับภาพยนตร์เรื่อง กึ๋ยทู" หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเข้ามาในสายงานบริหาร โดยรับตำแหน่งเป็น ผู้จัดการทั่วไป ของบริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด และได้กำกับภาพยนตร์ให้กับไฟว์สตาร์ด้วย ดังนี้ "ปี 2540 กำกับภาพยนตร์เรื่อง รักเอย" ," ปี 2541 กำกับภาพยนตร์เรื่อง เสือโจรพันธ์เสือ ( การกลับสู่วงการอีกครั้งของ - อำพล ลำพูน )"," ปี 2542 กำกับภาพยนตร์เรื่อง สวัสดีบ้านนอก ( ภาพยนตร์ที่สะท้อนแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจแบบพอเพียง ที่ชักชวนให้คนชนบทสนใจในความสำคัญของท้องถิ่นตนเอง )" จากนั้นเขาก็ลาออกมาเป็นผู้กำกับฯอิสระ รับงานกำกับภาพยนตร์ให้กับทุกค่าย โดยเริ่มแรกกับค่ายฟิล์มบางกอก ที่ คุณอังเคิล เพื่อนเขาบริหารอยู่นั่นเอง ปี 2544 กำกับภาพยนตร์เรื่อง บางระจัน (ภาพยนตร์เชิดชูวีรกรรมของเหล่าชาวบ้านบางระจัน ที่ปลุกสำนึกความรักชาติให้แก่ประชาชนทั้งประเทศมาแล้ว), เขาหวนสู่ ไฟว์สตาร์ ฯ อีกครั้ง โดยหยิบเอาวรรณคดีสุดคลาสสิก เรื่องราวของนักรบ นักรัก จอมขมังเวทย์ นาม ขุนแผน ให้ออกมาโลดแล่นบนแผ่นฟิลม์ ตามจินตนาการของเขาในภาพยนตร์แนวแฟนตาซี เรื่อง ขุนแผนและล่าสุด เขาได้รับมอบหมายจากบริษัทไฟว์สตาร์ฯ ให้มากำกับภาพยนตร์แนวไสยศาสตร์เรื่อง " คนเล่นของ "

ภาพยนตร์

 - รักเอย : LOVE AFFAIR    ( 1996 )

 - เสือโจรพันธ์เสือ : CRIME KINGS    ( 1998 )

 - สวัสดีบ้านนอก : SAWASDEE BAN NORK    ( 1999 )

 - ขุนแผน : KUNPAN    ( 2002 )

 - คนเล่นของ : ART OF THE DEVIL    ( 2004 )

 - ลาง-หลอก-หลอน : Black Night    

Share this article :

แสดงความคิดเห็น