Home » » อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ

อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ

 

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ

เปิดบันทึกชีวิต ‘ป้าจิ๊-อัจฉราพรรณ’ จากดาวรุ่งเบื้องหลัง ละครเวที สู่ ‘ตัวแม่’ วงการบันเทิง

หากพูดถึงชื่อ "อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ" หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม "ป้าจิ๊" หลายคนคงนึกถึงนักแสดงเจ้าบทบาท พิธีกรระดับตำนาน หรือครูสอนโยคะผู้แข็งแรง แต่เบื้องหลังความสำเร็จตลอดหลายทศวรรษในวงการบันเทิง ชีวิตของเธอผ่านจุดเปลี่ยนและบทเรียนมากมายที่ถูกหล่อหลอมขึ้นด้วยวินัย ความตั้งใจ และทัศนคติที่รักในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น


รากฐานชีวิตจาก "แม่เลี้ยงเดี่ยว" และจุดเปลี่ยนวัยเรียน

ป้าจิ๊เติบโตมาในครอบครัวที่มีคุณแม่เป็นครูประชาบาลและเป็นซิงเกิลมัม สิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากคุณแม่คือความเข้มแข็ง อดทน และความเป็นระเบียบวินัยอย่างมีเป้าหมาย โดยที่คุณแม่ไม่เคยพูดถึงคุณพ่อในแง่ลบเลย ทำให้เธอเติบโตมาโดยไม่มีภาพลบในใจและไม่เป็นคนตัดสินใคร


จุดเปลี่ยนสำคัญครั้งแรกเริ่มขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในแผนกศิลป์เพราะไม่ชอบวิชาคำนวณ และความตั้งใจนั้นก็ส่งผลให้เธอสามารถสอบเข้า คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำเร็จ เป็น 1 ใน 13 คนของห้องที่ทำได้


จากคนหลงใหลเบื้องหลัง สู่ "ดาวดวงใหม่" ของละครเวที

เมื่อเข้าสู่รั้วอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ป้าจิ๊ได้พบกับ อาจารย์สดใส พันทุมโกมน บรมครูผู้ให้ชีวิตและหล่อหลอมความเป็นมนุษย์ให้กับเธอ เดิมทีป้าจิ๊ไม่ได้อยากเป็นนักแสดงเบื้องหน้า แต่เธอหลงใหลในศาสตร์ของละครเวที ชอบการทำงานอยู่เบื้องหลัง ฉาก คอสตูม และการวิ่งไปวิ่งมาหลังเวที


ทว่า ฝีมือการแสดงกลับโดดเด่นจนได้ประเดิมบทบาทเบื้องหน้าเรื่องแรกในละครเวทีมหาวิทยาลัยเรื่อง The Glass Menagerie (รับบทเป็นตัวแม่) จนวารสารมหาวิทยาลัยถึงกับเขียนชื่นชมว่า "ดาวดวงใหม่เกิดขึ้นแล้ว" และหนึ่งในผลงานละครเวทีระดับตำนานที่เธอได้ร่วมแสดงที่เทวาลัย จุฬาฯ ก็คือเรื่อง Oedipus ซึ่งศาสตร์การละครนี้เองที่ทำให้เธอเรียนรู้เรื่องการตีความมนุษย์และเข้าใจเบื้องหลังชีวิตของคนที่ผ่านเข้ามา


ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงคลาสสิก: ‘อัศวินภาพยนตร์’ และ ‘ครูเล็ก ภัทราวดี’

หลังเรียนจบ ป้าจิ๊ได้รับการชักชวนจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล (เสด็จพระองค์ชายใหญ่) ให้เข้าทำงานที่บริษัท อัศวินภาพยนตร์ ด้วยเงินเดือนแรกเริ่มเพียง 1,200 บาท เธอทำหน้าที่ตั้งแต่ประสานงาน ดูแลบท ดูแลเด็กแคสติ้ง ในภาพยนตร์เรื่อง น้ำผึ้งขม


ต่อมา "ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน" ได้ชวนเธอไปร่วมงานละครโทรทัศน์ที่ช่อง 3 ตั้งแต่เรื่องแรกคือ ไฟพ่าย ซึ่งยุคนั้นถือเป็นการปฏิวัติวงการละครไทยเพราะ "ไม่มีการบอกบท" นักแสดงทุกคนต้องท่องจำบทมาเองเหมือนละครเวที


พลิกชีวิตสู่นักแสดงเบื้องหน้า: ‘อีเอี้ยง’ ขบวนการคนใช้

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ป้าจิ๊โด่งดังเป็นพลุแตกและเป็นที่จดจำตลอกกาล เกิดขึ้นในละครเรื่อง "ขบวนการคนใช้" เดิมทีเธอทำงานเบื้องหลังคอยคุมเสื้อผ้าและคิวแสดงอย่างละเอียด แต่เนื่องจากครูเล็ก ภัทราวดี เกิดตั้งครรภ์กะทันหัน จึงส้มหล่นให้ป้าจิ๊ต้องรับบท "อีเอี้ยง" แทน


ด้วยคาแรกเตอร์ที่สมจริง นุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้า บวกกับฝีมือการแสดงและบทที่สนุกสนาน ทำให้ป้าจิ๊กลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ทัศนคติของเธอต่อความดังคือการมองว่าตัวเราได้เข้าไปนั่งในบ้าน ในห้องครัว ห้องน้ำของผู้ชม จนเกิดความสนิทสนมเป็นกันเอง ความดังของบทคนใช้นี้ส่งผลให้เธอได้รับเลือกให้ขึ้นปกหนังสือแฟชั่นชั้นนำในยุคนั้นหลายต่อหลายเล่ม และตามมาด้วยงานแสดงที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

หยุดความดังเพื่อคว้าทุน British Council สู่อเมริกา

แม้หน้าที่การงานในวงการกำลังรุ่งโรจน์ แต่ป้าจิ๊มีความฝันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอจึงมุ่งมั่นสอบชิงทุนของ British Council ซึ่งในแต่ละปีมีผู้ได้รับเลือกเพียงประมาณ 6 คนจากผู้สมัครเป็นพันคน ด้วยความพยายามและการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์อย่างหนัก (โดยมีครูบ็อบ อาจารย์จากอักษรฯ ช่วยขัดเกลาภาษาอังกฤษให้) เธอก็สามารถคว้าทุนไปเรียนด้านการละครที่อังกฤษได้สำเร็จ และหลังจากเรียนจบที่อังกฤษ เธอยังเดินทางไปเรียนต่อ (Sit-in) อีก 1 เทอมที่มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ (UC Berkeley) ประเทศอเมริกา ก่อนจะกลับมาลุยงานในไทยต่อ

บทบาทพิธีกรระดับประเทศ และ ‘ผู้จัดรายการเด็ก’ ในตำนาน

เมื่อกลับมาเมืองไทย ป้าจิ๊ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเป็นพิธีกรยุคแรกของรายการเกมโชว์สุดฮิต "มาตามนัด" คู่กับคุณอภิชาติ หาลำเจียก เคล็ดลับที่ทำให้เธอเป็นที่รักคือ "ความเป็นคนก่อนเวลา" และความจริงใจในการดำเนินรายการสดโดยไม่เสแสร้ง

หลังจากนั้นเธอได้เป็นพิธีกรรายการ แฟนต้ายุวทูต ซึ่งทำให้เธอได้คลุกคลีกับเด็กๆ ทั่วประเทศและตระหนักว่าเด็กก็มีศักยภาพและจิตวิญญาณไม่ต่างจากผู้ใหญ่ นำมาสู่การเป็นผู้จัดละครและทำรายการของตัวเองที่กลายเป็นตำนานช่อง 7 อย่าง "หนูทำได้" รายการที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงความสามารถและช่วยเหลือครอบครัว แม้จะเป็นรายการเด็กที่หาโฆษณายากและต้องแบกรับค่าเช่าเวลาที่สูง แต่ป้าจิ๊ก็ยังมุ่งมั่นทำต่อเพราะผลตอบแทนที่ได้คือ "คุณค่าทางใจ" ที่เงินทองก็หาซื้อไม่ได้

บทเรียนชีวิตในวัย 73: อยู่กับปัจจุบันคือสิ่งที่ไม่ขาดทุน

ปัจจุบันในวัย 73 ปี ป้าจิ๊ยังคงใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงจริงจังกับการดูแลสุขภาพ ทั้งการฝึกโยคะและการปั่นจักรยานเสือหมอบ เธอยังคงเดินหน้าส่งต่อความสุขด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง และเตรียมตัวสำหรับบั้นปลายชีวิตอย่างมีสติ

ข้อคิดสำคัญที่ป้าจิ๊ฝากไว้สำหรับทุกคนคือ "การอยู่กับปัจจุบัน" เพราะอดีตผ่านไปแล้วและแก้ไขไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการใช้ทุกวันให้คุ้มค่าที่สุด จริงจังกับทุกโอกาสที่เข้ามา และทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดคำว่า "ไม่น่าเลย" ในภายหลัง

ผลงานละครโทรทัศน์

2520 ขบวนการคนใช้ (ช่อง 3) รับบท เอี้ยง

2520 นานา(โรค)จิตตัง (ช่อง 3)

2521 ประชาชนชาวแฟลต (ช่อง 3)

2525 เศรษฐีนี (ช่อง 5) รับบท ทัด

2525 สงครามพิศวาส (ช่อง 3)

2526 เขยใหม่ (ช่อง 9)

2526 แมงปอ (ช่อง 7)

2530 เลขานินทานาย (ช่อง 3)

2530 ดวงไฟไยไม่ส่องฉัน (ช่อง 7)

2531 นายจ๋าเลขาขอโทษ (ช่อง 3)

2532 เมียหลวง (ช่อง 7)

2533 คนใช้เจ้าขา (ช่อง 3)

2533 อุ้มบุญ (ช่อง 7)

2537 ม่ายค่ะ (ช่อง 5) รับบท พจนันท์

2537 ข้าวเปลือก (ช่อง 7)

2538 คือหัตถาครองพิภพ (ช่อง 7) รับบท เมี้ยน

2538 ร่มฉัตร (ช่อง 3)

2538 เมียบำเรอ (ช่อง 3)

2538 ขอโทษที ไม่มีเวลาโง่ (ช่อง 7)

2539 แอบเก็บใจไว้ใกล้เธอ (ช่อง 5) รับบท พี่นิด

2539 เข็มซ่อนปลาย (ช่อง 3) รับบท ม.ล.ไฉไล

2539 เกาะสวาท หาดสวรรค์ (ช่อง 7)

2539 เยี่ยมวิมาน (ช่อง 3) รับบท ประยงค์

2540 รักไร้อันดับ (ช่อง 3)

2540 กระท่อมไม้ไผ่ (ช่อง 7) รับบท ป้าใช่ฟ่ง

2540 นางเอก (ช่อง 5)

2540 ทองเนื้อเก้า (ช่อง 7) รับบท ยายแล

2540 - 2541 ทายาทคุณหญิง (ช่อง 5)

2541 ธรณีนี่นี้ใครครอง (ช่อง 3) รับบท น้าแก้ว

2541 วัยระเริง (ช่อง 3)

2541 สี่ไม้คาน (ช่อง 3) รับบท ยายลำดวน

2541 หนึ่งใจใบจักร (ช่อง 5)

2541 อีแตน (ช่อง 3) รับบท เมี้ยน

2542 เขยลิเก (ช่อง 3) รับบท เปรี้ยว

2542 ชื่นชีวานาวี (ช่อง 3) รับบท เจียม

2542 รัก...สุดหัวใจ (ช่อง 3) รับบท เจ้าป้าประกายแก้ว

2542 ยอดยาหยี (ช่อง 3)

2542 เกมกามเทพ (ช่อง 3) รับบท ย่าผึ่ง

2542 ปัญญาชนก้นครัว (ช่อง 3) รับบท สมพิศ

2543 ดอกฟ้าทะโมนกับโจรกระจอก (ช่อง 3)

2543 รัตติกาลยอดรัก (ช่อง 3)

2543 เจ้าสัวน้อย (ช่อง 7) รับบท นมคิ้ม

2543 น้ำใสใจจริง (ช่อง 3)

2543 แม่นากพระโขนง (ช่อง 3) รับบท นางมา

2543 บุญรอด (ช่อง 3) รับบท ครูมวล

2543 ต้นร้ายปลายรัก (ช่อง 3)

2545 รอยไถ (ช่อง 7) รับบท ยายบัว

2545 สามวัยอลเวง (ช่อง 7) รับบท ปราณี

2545 แผลหัวใจ (ช่อง 3)

2545 เสื้อสีฝุ่น (ช่อง 3) รับบท จิต

2545 แม่ยายที่รัก (ช่อง 3)

2545 สวัสดีคุณนาย (ช่อง 3)

2545 สะใภ้จ้าว (ช่อง 3) รับบท คุณสร้อย ภักดีนฤนาถ

2545 จอมใจ จอมแก่น (ช่อง 3)

2545 ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง (ช่อง 3)

2546 บ้านนี้ผี(ไม่)ปอบ (ช่อง 3) รับบท ยายแฟง

2547 คู่กรรม (ช่อง 3)

2547 สะใภ้ภูธร (ช่อง 3)

2548 หลานสาวคุณยาย หลานชายคุณย่า (ช่อง 3)

2548 ปัญญาชนก้นครัว (ช่อง 3)

2548 คุณย่าดอตคอม (ช่อง 3) รับบท พรลาภ

2548 เพื่อนรัก (ช่อง 3) รับบท ป้าอ้น

2548 โสดสโมสร ตอน ถนนที่ไร้ปลายทาง (ช่อง 3) รับบท อาม้า

2548 บาปรักทะเลฝัน (ช่อง 3)

2548 สาทร - ดอนเจดีย์ (ช่อง 3)

2549 สะดุดรัก (ช่อง 3) รับบท คุณย่า

2549 สะใภ้พาร์ทไทม์ (ช่อง 3)

2549 เรือนรัก เรือนทาส (ช่อง 3)

2550 กลิ่นแก้วกลางใจ (ช่อง 3)

2553 วนิดา (ช่อง 3) รับบท นางทอง

2555 สาวน้อย (ช่อง 9) รับบท ผิน

2556 สุดสายป่าน (ช่อง 5) รับบท คุณสาย

2556 คู่กรรม (ช่อง 5) รับบท ยายเมี้ยน

2559 เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรีส์ (ช่องวัน 31)

2565 มงกุฎกรรม (ช่อง 8) รับบท กิม

2566 พระนคร 2410 (ช่องวัน 31) รับบท แถม

2567 สองทระนง (ช่อง 7HD) รับบท อาม่า

2569 ศักดินาวิทยาลัย (ช่องวัน 31) รับบท แม่ครูบุญผัน

ผลงานภาพยนตร์ 

2528 แก้วกลางดง

2528 ผู้ใหญ่ลีกับนางมา

2529 ขบวนการคนใช้

2529 ไปรษณีย์สื่อรัก

2529 แรงหึง (แรงเงา)

2529 วนาลี

2530 ปัญญาชนก้นครัว

2530 กว่าจะรู้เดียงสา

2530 หลังคาแดง

2536 สมศรี 422 R โปรแกรม B ปีนี้ 2 ขวบ

2541 วัยระเริง

2569 บัว

Share this article :

แสดงความคิดเห็น

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com