แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นางเอกภาพยนตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นางเอกภาพยนตร์ แสดงบทความทั้งหมด

พอลล่า เทย์เลอร์

ชื่อจริง :. (ชื่อที่ใช้ในวงการ) Paula Taylor

ชื่อไทย :. พัลลภา

เกิด :. วันพฤหัส ที่ 20 มกราคม 2526

สถานที่เกิด :. โรงพยาบาลจุฬา กรุงเทพฯ

โตที่ :. เมือง Pirth ประเทศออสเตรเลีย

ที่อยู่ :. 124 ซอย สันนิบาตเทศบาล ถ.รัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

ลูกครึ่ง :. ไทย - อังกฤษ (คุณพ่อเป็นคนอังกฤษ คุณแม่เป็นคนไทย)

สูง :. 169 cm

หนักประมาณ :. 49 - 53

การศึกษาระดับมัธยม :. จบไฮสคูล ที่ออสเตรเลีย

การศึกษาระดับอุดมศึกษา :. เอเบค ด้าน International Business and Management

                                            เลือกภาษาจีนเป็นวิชาหลัก (เรียนเพียง 2 สัปดาห์)

ผลงานชิ้นแรก :. มิวสิควีดิโอ เพลง ฉันอีกหรือ ของ JR-Voy

โฆษณาชิ้นแรก :. PS. Junior (ตอนอายุ 13 ปี)

ความฝัน :. อยากไปทำงานระดับโลก อย่างอเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลี ฯลฯ

                 แต่รู้ว่าโอกาสมีเพียงแค่ในเอเชียเท่านั้น เพราะลุคขายทางยุโรปไม่ได้

อนาคต :. อยากทำธุรกิจที่ดิน

     ตอนใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลีย ครอบครัวพอลล่าทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ แต่พอธุรกิจกำลังจะไปได้ดี พ่อกับแม่ของพอลล่าก็เลิกกัน หลังจากนั้นแม่ของพอลล่า จึงเริ่มต้นทำร้านอาหาร และพอลล่าก็ช่วยงานแม่ทุกวัน จนพอลล่าตั้งใจไว้ว่าชาตินี้ยังไงก็ไม่ขอทำธุรกิจร้านอาหารเด็ดขาด


ผลงานละคร

- ชิชา สาวน้อยมหัศจรรย์

- เลดี้มหาชน

ภาพยนตร์

ปีเรื่องบทบาท
2545999-9999 ต่อติดตายมีนา
2546Sexphone / คลื่นเหงา / สาวข้างบ้านเจ
2549พระ เด็ก เสือ ไก่ วอกระกา
รักจังจ๋า
2552Love on Line (LOL)Paula Taylor
2553ShadowsSua
บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)หมอน้ำแข็ง
2557ร่าง (The Pararell)เอ็มมี่
2562ตุ๊ดซี่ส์แอนด์เดอะเฟคเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
2566Hunger เกมหิว คนกระหายพอลล่า

ซินดี้ สิรินดา เจนเซ่น

ชื่อ-นามสกุล สิรินดา เจนเซ่น

ชื่อเล่น ซินดี้

รับบทเป็น ซินดี้

อายุ 25 ปี

วันเกิด 26 ตุลาคม 2526

การศึกษา จบการศึกษาจาก Copenhagen Business College

งานอดิเรก การเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะชายทะเล

ความสามารถพิเศษ เต้นบอลล์รูม และการเต้นรำสไตล์อเมริกัน-ละติน ในฐานะที่เป็นนักเต้นรำฝึกหัดก่อนจะเข้าสู่ระดับมืออาชีพที่ประเทศเดนมาร์ก

ผลงาน

– เข้าร่วมประกวด “Miss World University” (นางงามมหาวิทยาโลก) ปี 2000 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และได้รับรางวัล “ขวัญใจช่างภาพ”

– ได้รับตำแหน่ง “Miss Denmark Teen” ในปี 2001 และได้รับโอกาสเข้าร่วมประกวด “Miss Global Queen” ณ กรุงมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ในปีเดียวกัน

– ได้รับตำแหน่ง “Miss Thailand World” ปี 2005 ทำให้ได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวด “Miss World” ปี 2005

– ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา และเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์บำรุงมากมาย ล่าสุด คือ ผลิตภัณฑ์สก็อต คอลลาเจน อี

– เป็น CJ ช่องแฟชั่นประเทศไทย “Chic Channel”

สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข

นักแสดงนำสายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข

วัน เดือน ปีเกิด 27 พฤษภาคม 2533 / เรียนอยู่ IBS 3 เกรด 10 (Interkids Bilingual School )

ผลงานที่ผ่านมา โฆษณา Happy, เฟเบอร์ คลาสเทล / พิธีกร รายการสตรอเบอร์รี่ ชีสเค้ก / ถ่ายแบบ ไอซ์, เธอกับฉัน, แคมปัส / มิวสิควิดีโอ ของศิลปิน ไอน้ำ, ยืนยัน, ไม่เหงาไม่มาใช่ไหม, แอม ซอรี่ / ภาพยนตร์ “พลอย”, “Friendship”

 

เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน

เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน

วัน เดือน ปีเกิด 11 พฤศจิกายน 2528

มีพี่น้อง 2 คน (เป็นคนสุดท้อง)

การศึกษา คณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน ปี 3 มหาลัยวิทยาลัยรามคำแหง

งานอดิเรก ดูหนังแขก

ผลงานที่ผ่านมา โฆษณา DTAC, DOVE, SUN SILK, มิวสิควีดีโอรวมอัลบั้มเพลงของ พลพล พลกองเส็ง, ภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อนสนิท”, ละครเรื่อง “เทวดา..สาธุ”

ที่มา wikipedia

 

เพชรา เชาวราษฎร์ ราชินีจอเงินของหนังไทยในยุคเฟื่องฟู

เพชรา เชาวราษฎร์

เพชรา เชาวราษฎร์ สมัยสาวๆ


เธอคือราชินีจอเงินของหนังไทยในยุคเฟื่อง หรือยุคทองของหนังไทยที่ยากจะหาใครเทียบรัศมี แม้ ‘เพชรา เชาวราษฎร์’ ร้างลาวงการจอเงินไปกว่า ๒๐ ปี แต่เธอก็ยังคงเป็นนางเอกตลอดกาลในใจของคนไทยนับล้าน คนร่วมสมัยยังจดจำดวงหน้างามสมฉายา ‘ดารานัยน์ตาหยดน้ำผึ้ง’ ได้ดี ในช่วงที่ผ่านมา ด้วยดวงตาไม่อาจมองเห็น จึงไม่เอื้อให้คุณเพชราปรากฏตัวต่อสาธารณชนเช่นอดีต หากเรายังมีโอกาสได้รับฟังข่าวคราวของเธอจากสื่อต่างๆ บ้างในบางครั้ง

คอลัมน์มงกุฎมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณอี๊ด – เพชรา ทางโทรศัพท์เพื่อให้เธอได้ย้อนรำลึกถึงเรื่องราวในอดีต ในฐานะเจ้าของตำแหน่งเทพธิดาฮาวาย จากเวทีประกวดที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ชีวิตการแสดงจนโด่งดัง เป็นดาวจรัลแสง และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นตำนานมีชีวิตของวงการภาพยนตร์ไทย น้ำเสียงสดใสเรียกแทนตัวเธอเองว่า ‘เพชรา’ ย้อนถึงวันเวลาเก่าๆ ว่าจุดเปลี่ยนชีวิตของเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งเป็นความบังเอิญโดยแท้

“ประกวดเทพธิดาฮาวายปี พ.ศ.๒๕๐๔ ตอนนั้นอายุ ๑๙ นะคะ ไม่ได้ตั้งใจด้วย เพราะว่าเพชราอยู่ที่ระยอง แล้วพอดีไปหาพี่สาวที่กรุงเทพ ฯ ที่บ้านพี่เขยแถวตรอกขี้เถ้า ถนนดำรงรักษ์ ทีนี้น้องสาวของพี่เขยเปิดร้านทำผมอยู่ ชื่อร้านวรรณา เขาก็บอกว่ามีคนให้ช่วยหาคนเข้าประกวดเทพธิดาฮาวายหน่อย ก็นึกถึงเรา เลยเขียนจดหมายไปบอก ยังคิดว่าเรามาตามจดหมาย แต่จริงๆ ไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ พอเขาชวน รบเร้า ก็เอ้า – ก็เอา ประกวดก็ประกวด ไม่มีอะไรเสียหาย ตอนประกวดใช้ชื่อ ปัทมา ชาวราษฎร์ เขาตั้งชื่อให้คล้องจองกับนามสกุลในการประกวด”

เธอ เว้นวรรคมาเล่าเรื่องชื่อว่า จริงๆ แล้วเธอมีชื่อจริงว่า ‘เอก ชาวราษฎร์’ สำหรับชื่อเพชราเป็นชื่อในการแสดงเช่นกัน นามสกุลเดิมก็เป็น ชาวราษฎร์ แต่พอเรียกกันไป เมื่อเรียกเร็วๆ แล้วก็ติดปาก กลายเป็น เชาวราษฎร์ไปโดยปริยาย

“เวทีประกวดนี้เป็นงานประจำปีที่จัดขึ้น คือเขาจัดลีลาศขึ้นมา แล้วก็มีการประกวดเป็นสีสันของงาน สมัยนั้นคุณเกษม บุรินทรามาศ ซึ่งทำงานอยู่ที่กองสลากเป็นประธานจัดงาน ประกวดช่วงเดือนเมษายน บางทีเขาก็เรียกว่าธิดาเมษาฮาวาย นางงามเมษาฮาวาย ปีที่เพชราประกวด เรียกว่าเทพธิดาเมษาฮาวาย การประกวดก็มีใส่ชุดฮาวาย คือไม่ได้คิดว่าจะได้ตำแหน่งหรอกนะคะ แต่ก็มั่นใจว่ายังไงๆ หนึ่งในห้าคนนี่เราจะต้องติดแน่ เพราะมองจากตากล้องด้วย ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะเราไม่เคยประกวดมาก่อนเลย เป็นเวทีแรก แรกๆ ยังเฉย คิดว่าเดินๆ ไปน่าเดี๋ยวก็เสร็จ แต่ทีนี้พอคนเริ่มมองเรามากเข้าๆ ก็อาย เหงื่อนี้แตกเลย(หัวเราะ)

พอประกาศว่าได้เป็นเทพธิดาฮาวาย ก็ดีใจค่ะ ขาสั่น ไม่กล้าเดิน เขาต้องให้นางงามเดินโชว์คนเดียวบนเวที แต่ก็ยังดีว่ามีเด็กตัวเล็ก ๖-๗ ขวบเดินนำหน้า ก็รู้สึกอุ่นใจ รางวัลที่ได้ก็มีมงกุฎเป็นกำมะหยี่ปักดิ้น ถ้วยเงิน คทา สายสะพาย แล้วของรางวัลอื่นๆ มีเยอะเลยค่ะ กองพะเนินเทินทึก ทั้งเครื่องสำอาง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่บางอันต้องขอคืนเขาค่ะ เพราะเราไปรถคันเล็กไม่มีที่จะใส่(หัวเราะ) พอเป็นนางงามแล้วไม่ได้หยุดเลย ยุ่งมากเหนื่อยจริงๆ เพราะเดี๋ยวต้องไปโน่นไปนี่ ไปเปิดร้าน ไปร่วมงานต่างๆ ไปทานข้าวกับคณะกรรมการตัดสิน ไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะท่านก็เป็นผู้ใหญ่”

ไม่นานนักหลังจากผ่านเวทีที่มีมงกุฎเป็นเครื่องการันตีความงาม เธอก็ได้รับการทาบทามให้แสดงภาพยนตร์

“ประกวด ต้นปี พอปลายปีก็เริ่มเข้าวงการบันเทิง ก็เพราะว่าช่วงประกวดมีถ่ายทอดทางทีวี. ด้วย คุณศิริ ศิริจินดา เป็นผู้สร้างหนังเห็นเราก็เลยชวนให้มาเล่นหนัง เขากำลังหานางเอกหน้าใหม่อยู่เพื่อมาเล่นเรื่อง ‘บันทึกรักพิมพ์ฉวี’ คู่กับคุณมิตร ชัยบัญชา คิดว่าดูแล้วหน้าเราขึ้นกล้องและน่าจะเล่นบทชีวิตได้ดี ตัดสินใจทีแรกคิดว่าลองสนุกมากกว่า แหม – ง่ายนะ ไปยืนๆ พูดเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ พอจริงๆ แล้วเหนื่อยมาก ต้องไปยืนกลางแดด แถมยังมีรีเฟล็กซ์ส่องอยู่ตลอดเวลา จากนั้นก็เล่นหนังมาตลอด ส่วนใหญ่จะเล่นคู่กับคุณมิตร เพชราเล่นหนังประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ เรื่องได้มั้งคะ เรื่องสุดท้ายปี พ.ศ.๒๕๒๑ ‘ลูกเจ้าพระยา – ไอ้ขุนทอง’ สร้างเองด้วย แต่ทับใจที่สุดในชีวิตการแสดง คือเรื่อง ‘นกน้อย’ เพราะเรามีบทเดินเยอะ แล้วก็เป็นหนังเศร้าด้วย”

บทบาทจากเรื่องนี้เองที่คุณเพชราได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง โดยเข้ารับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นความปลาบปลื้มในใจของเธอตลอดมา ในช่วงท้ายของชีวิตการแสดง คุณเพชราบอกว่าเธอรับงานแสดงน้อยลง

“เพราะช่วงนั้นตาเริ่มไม่ดี เพราะว่าโดนแสงมากไป คือค่อยๆ มองไม่เห็นทีละน้อย ที่สุดจนมองไม่เห็นเลย ช่วงแรกทรมานมากเลยนะคะ คิดมาก จิตใจทุกข์ระทมฟุ้งซ่านไปทุกอย่างร้อนรนไปหมด…แต่ตอนนี้เราทำใจได้ แล้ว สุขภาพดีตามอัตภาพแล้วก็พยายามทำอะไรด้วยตัวเอง คือทำใจไม่ให้มีทุกข์ ทุกข์มากไปก็อยู่ที่ตัวเองทั้งหมด ไม่มีใครมารู้มาเห็นด้วย คิดว่าไม่ควรอยู่อย่างไม่มีความสุข คิดว่าทำใจให้สบาย ดูแลตัวเองให้ดี ยังแอบมีความหวังเล็กๆ แม้ว่าจะไม่มีหวังแล้วก็ตามนะคะ”

เพราะคุณเพชราเชื่อว่าชีวิตคนเราย่อมอยู่ได้ด้วยความหวังนั่นเอง

(จากนิตยสาร พลอยแกมเพชร ฉบับที่ 235   15 พฤศจิกายน 2544)

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com