แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สินจัย เปล่งพานิช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สินจัย เปล่งพานิช แสดงบทความทั้งหมด

คุณยายวรนาฏ

 

คุณยายวรนาฏ


คุณยายวรนาฏ
INHERIT

จากบทประพันธ์ “ทายาทอสูร”
สู่ร่างใหม่ของ “คุณยายวรนาฏ” 
เมื่อญาติผู้ห่างหาย หวนกลับมาพร้อมกับความชั่วร้าย
ที่พร้อมคืบคลาน คุกคาม ทุกคนในครอบครัว 

เตรียมพบกับความสยองขวัญระดับตำนานที่ถูกปลุกชีพขึ้นมาอีกครั้งในตัวอย่างภาพยนตร์ ‘คุณยายวรนาฏ’ (INHERIT) จาก GDH ที่การันตีความหลอนจนขนหัวลุกด้วยการไปโลดแล่นบนเวทีระดับโลกอย่าง Toronto International Film Festival 2026!


การกลับมาของตำนานความสยองขวัญ: เมื่อคุณยายที่หายหน้าหายตาไปเกือบ 50 ปีกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง แต่ทว่า... ใบหน้าและรูปร่างกลับไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ราวกับเวลาหยุดเดิน

ความลับดำมืดชวนสงสัย: บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความผิดปกติและความหวาดระแวง จนนำไปสู่คำถามที่น่ากลัวที่สุดว่า "ผู้หญิงคนนี้ อาจจะไม่ใช่ยายของมึง" 

ดีกรีความหลอนที่คาดเดาไม่ได้: การันตีงานสร้างคุณภาพจากผู้สร้างมืออาชีพ ที่พร้อมกระชากขวัญผู้ชมด้วยฉากระทึกขวัญและปมลึกลับชวนติดตาม

มาร่วมลุ้นและค้นหาความจริงว่าใคร... หรืออะไรที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้านั้น ในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่างแรก ภาพยนตร์ คุณยายวรนาฏ

ผลิตโดย จีดีเอช / จอกว้างฟิล์ม
บรรจง ปิสัญธนะกูล (กำกับ)

จากบทประพันธ์ ทายาทอสูร

นักแสดง
ดาวิกา โฮร์เน่ -  วรนาฏ
สินจัย เปล่งพานิช - สุดาดวง
ใบปอ ธิติยา จิระพรศิลป์ - อุ้ย
วรัทยา นิลคูหา - แม่ชีแสงบุญ

ตฤณ เศรษฐโชค, กาญจนาพร ปลอดภัย, พงศธร จงวิลาส,  ภาคิน คุณาอนุวิทย์, ชญานนท์ ภาคฐิน, โกวิท วัฒนกุล, ณัฐวดี พิภพพรชัย, จุฑาพิชญ์ อินทร์จันทร์, ลลิต์ภัทร ศิริรัตน์

บทภาพยนตร์ :
โต้ง - บรรจง ปิสัญธนะกูล
เวฟ - ธรรมสถิตย์ เจริญฤทธิชัย
เต๋อ - ฉันทวิชช์ ธนะเสวี

ผู้กำกับ-โปรดิวเซอร์:
โต้ง - บรรจง ปิสัญธนะกูล

Co-Producer :
ตั้ม - วีรชัย ใหญ่กว่าวงศ์


วันฉายในโรงภาพยนตร์ 19 พฤศจิกายน 2569


ด้ายแดง

 

ด้ายแดง

สงครามตระกูลหลุมพรางเลือด: มหามงคล

เมื่อ เจ้าสัวหม่า (นพพล โกมารชุน) ผู้นำแห่งตระกูลใหญ่ "มหามงคล" สิ้นบุญลง พร้อมกับ เลี่ยงจิน (กาญจนาพร ปลอดภัย) คุณนายใหญ่ผู้ล่วงลับ อำนาจสูงสุดในบ้านจึงตกเป็นของ เหม่ยอิง ภรรยาคนที่สอง ผู้ซ่อนพิษสงและความเชื่อสุดโต่งไว้ภายใต้รอยยิ้มอันเยือกเย็น เธอกุมชะตากรรมของลูกๆ ทั้งสาม คือ เหม่ยซิง (รินลณี ศรีเพ็ญ), เหม่ยฟาง (นิศาชล ต้วมสูงเนิน) และ หลงเว่ย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เธอรักยิ่งชีพ ซึ่งถูกส่งตัวไปไกลถึงต่างประเทศตามคำทำนายของ ซินแสอู่ (สะอาด เปี่ยมพงศ์ศานต์) ว่าดวงชะตาชงกับพี่ชายต่างแม่ที่ตายจากไป

เงาปริศนาและคำสาปแห่งเลือด

ท่ามกลางไฟสงครามมหาเอเชียบูรพา หลงเว่ย หวนคืนสู่แผ่นดินไทยอีกครั้ง พร้อมกับ ซูซี่ (คริส หอวัง) ภรรยาสาวที่กำลังตั้งครรภ์ แต่ความสุขยังไม่ทันผลิบาน ซินแสอู่อลับกลับทักคำขาดว่า เด็กในท้องคือ "กาลกิณี" ที่จะผลาญตระกูล!

ซูซี่ปฏิเสธที่จะยกเลือดในอกให้คนอื่น เหม่ยอิงจึงเริ่มแผนการอำมหิต ท่ามกลางสถานการณ์ที่เดือดดาล เมื่อหลงเว่ยถูกลอบยิงอย่างไร้สาเหตุ ยิ่งทำให้เหม่ยอิงปักใจเชื่ออย่างไร้ข้อกังขา เธอสั่งให้ อาจู (รัญญา ศิยานนท์) สาวใช้คนสนิท ลักพาตัวทารกน้อยไปทิ้งอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะยื่นคำขาดให้ลูกชายแต่งงานใหม่กับ เพ่ยเพ่ย (ภัทรากร ตั้งศุภกุล) ลูกสาวเถ้าแก่เฮ้งร้านขายยา (ตี๋ ดอกสะเดา)

ในขณะเดียวกัน ความจริงอันโหดร้ายก็ถูกเปิดเผย เมื่อซูซี่พบว่ายาบำรุงที่ "คุณนายใหญ่" เคี่ยวกรองให้เธอดื่มเป็นประจำ คือยาพิษที่ทำลายร่างกายจนไม่สามารถมีลูกได้อีกตลอดชีวิต ด้วยความช้ำใจและคำตัดพ้อจากหลงเว่ย ซูซี่จึงหันหลังให้ตระกูลมหามงคลและบินกลับฮ่องกงในทันที

บาปที่ย้อนกลับมาทวงแค้น

เพ่ยเพ่ยให้กำเนิด ป่อป้อ (จิรายุ ละอองมณี) ทารกน้อยผู้มีดวงตาสองข้างสีไม่เหมือนกัน—ลางบอกเหตุแห่งความวิบัติ เมื่อพาหลานไปรับพรครบรอบหนึ่งเดือน ณ ศาลเจ้า เหม่ยอิงกลับพบความจริงช็อกโลก: เพ่ยเพ่ยแอบลักลอบเป็นชู้กับ อากุ่ย (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) คนเฝ้าศาลเจ้า!

ด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว เหม่ยอิงส่งคนไปซ้อมอากุ่ยจนปางตาย เพ่ยเพ่ยตรอมใจจนปลิดชีพตัวเองหนีความอัปยศ ขณะที่หลงเว่ยระเบิดอารมณ์ใส่แม่ขั้นรุนแรงด้วยความเกลียดชัง ซ้ำร้าย หัวใจของเขายิ่งแหลกสลายเมื่อรู้ข่าวว่าซูซี่ได้แต่งงานใหม่กับมหาเศรษฐีพันล้านชาวฮ่องกงไปเสียแล้ว

บ่วงกรรมรุ่นลูก และโศกนาฏกรรมต้องห้าม

ป่อป้อ เติบโตมาเป็นเด็กมีปัญหา แววตาสองสีเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและเย็นชาจากย่า วันหนึ่ง เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเรื่องชกต่อยกับนักเลง แต่ได้ หลิงหลิง (รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร) นางงิ้วสาวสวยจากคณะของ หงกงจู้ (วรายุฑ มิลินทจินดา) เข้ามาช่วยชีวิตไว้ ทั้งคู่ผูกพันกันอย่างรวดเร็ว

ในงานแซยิดของคุณนายใหญ่ หลิงหลิงมาร่วมแสดงงิ้ว และทันทีที่หลงเว่ยสบตาเธอกลับรู้สึกผูกพันประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเหม่ยอิงสืบรู้ว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า จึงคิดจะซื้อตัวมาสยบตระกูล แต่เมื่อป่อป้อรู้ว่าผู้หญิงที่เขารักกำลังจะถูกบังคับให้ไปเป็น "เจ้าสาวของพ่อ" เขาจึงตัดสินใจพาหลิงหลิงหนีหายไปด้วยกัน!

ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเปิดเผยขึ้นเมื่อพวกเขาได้ล่วงรู้ว่า หลิงหลิงแท้จริงแล้วคือลูกสาวแท้ๆ ของหลงเว่ยกับซูซี่—ทารกน้อยที่ถูกเหม่ยอิงสั่งขโมยไปทิ้งเมื่อหลายปีก่อน

ในศาลเจ้าร้างที่หลบซ่อน ท่ามกลางความสับสนและมลทินแห่งสายเลือด ทั้งคู่ในฐานะหนุ่มสาวที่รักกันอย่างสุดหัวใจ ตัดสินใจกราบไหว้ฟ้าดินแต่งงานกันเอง ทว่ายังไม่ทันข้ามคืน ลูกน้องของคุณนายใหญ่ก็ตามล่าจนเจอและบุกเข้าจับกุมตัวกลับมา

ความจริงที่กระแทกหน้าว่าพวกเขาคือ "พ่อลูก/พี่น้องในสายเลือด" และบาปหนาที่ถูกถักทอขึ้นโดยคนในตระกูล ทำให้ป่อป้อและหลิงหลิงไม่อาจแบกรับความอัปยศและเวรกรรมนี้ได้อีกต่อไป ทั้งคู่ตัดสินใจร่วมกันกระทำสิ่งสุดท้ายเพื่อจบสิ้นพันธนาการแห่งมหามงคลนี้ลงด้วยชีวิตของพวกเขาเอง

เรื่องราวที่เหม่ยอิงผูกไว้เหมือนด้ายแดง ผูกปมจะคลี่คลายได้หรือไม่ ต้องติดตามในละคร เริ่มออกอากาศตอนแรกวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562

ผู้กำกับ : วรวิทย์ ขัตติยโยธิน
ผลิตโดย : บริษัท เมจิค อีฟ วัน เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
เขียนบท : พัทชุลี/พิชฌสินี
บทประพันธ์ : พัทชุลี

นักแสดง

สินจัย เปล่งพานิช แสดงเป็น เหม่ยอิง หรือ คุณนายใหญ่
นพพล โกมารชุน แสดงเป็น เจ้าสัวหม่า
ณัฐวุฒิ สกิดใจ แสดงเป็น หลงเว่ย
คริส หอวัง แสดงเป็น ซูซี่
จิรายุ ละอองมณี แสดงเป็น ป่อป้อ
รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร แสดงเป็น หลิงหลิง
ภัทรากร ตั้งศุภกุล แสดงเป็น เพ่ยเพ่ย
รินลณี ศรีเพ็ญ แสดงเป็น เหม่ยซิง
ธัญญาเรศ เองตระกูล แสดงเป็น เจียเฟิง
นิศาชล ต้วมสูงเนิน แสดงเป็น เหม่ยฟาง
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา แสดงเป็น อากุ่ย
ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ แสดงเป็น เกาหยางชุน
สราวุธ มาตรทอง แสดงเป็น อาปิก
รัญญา ศิยานนท์ แสดงเป็น อาจู
วรายุฑ มิลินทจินดา แสดงเป็น หงกงจู้
โอลิเวอร์ พูพาร์ท แสดงเป็น เดวิด เฉิน
วริษฐ์ ทิพโกมุท แสดงเป็น ชาญชัย
วิรากานต์ เสณีตันติกุล แสดงเป็น เซี่ยวลั้ง
นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย แสดงเป็น จินเต๋อ
จักริน ภูริพัฒน์ แสดงเป็น อาฉี
กลศ อัทธเสรี แสดงเป็น ไต้เพ้ง
กล้วย เชิญยิ้ม แสดงเป็น อาตั้ง
สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ แสดงเป็น ซินแสอู่
ตี๋ ดอกสะเดา แสดงเป็น เถ้าแก่เฮ้ง

อุบัติโหด

โปสเตอร์หนัง อุบัติโหด

อุบัติโหด 
ภาพยนตร์ไทยสะท้อนสังคมและอาชญากรรมสุดเข้มข้นดุเดือด

เรื่องย่อ:

มื่อภัยมืดของกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ไกลตัวอย่างที่คิด... เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันธรรมดาของ "ทัพ" เด็กหนุ่มสู้ชีวิตผู้มีอาชีพส่งหนังสือพิมพ์และฝันอยากเป็นช่างภาพ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เมื่อเขาบังเอิญตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์เดือด ด่านตรวจตำรวจถูกแหก กระสุนสาดพรูนใส่รถเบนซ์หรูของเอเยนต์ค้ายารายใหญ่ และก่อนที่ทัพจะทันตั้งตัว เขาถูกจับเป็น "ตัวประกัน" โดยคนร้ายที่กำลังหนีตายพร้อมเมียที่กำลังท้องและบาดเจ็บสาหัส!

แต่สิ่งที่ทำให้ชะตากรรมของทัพพลิกผันยิ่งกว่าเดิม คือหัวใจที่ซื่อบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่ม ทัพไม่ได้มองคนร้ายเป็นเพียงโจร แต่เขากลับยื่นมือเข้าช่วยเหลือหาข้าวหายาให้ด้วยความเห็นใจ จนทำให้เขากลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในสายตาของกฎหมาย และที่ร้ายแรงที่สุดคือ พ่อแท้ๆ ของเขาเป็นตำรวจตงฉินผู้ซื่อสัตย์ในหน้าที่ ทำให้ความขัดแย้งระหว่างสายเลือดและกฎหมายทวีความรุนแรงขึ้น

กระแสสังคมเริ่มโหมกระหน่ำเมื่อ "ฉวี" นักข่าวสาวสายเจาะลึก นำเรื่องราวของเด็กส่งหนังสือพิมพ์คนนี้ไปเปิดโปงออกอากาศ ขุดคุ้ยไปถึงขบวนการค้ายาเสพติดระดับชาติที่มีมูลค่านับร้อยล้าน การท้าทายอำนาจมืดออกสื่อครั้งนี้ นำพาอันตรายมาสู่ครอบครัวของทัพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อ "เจ้าพ่อ" ผู้อยู่เบื้องหลังและได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีเด่นแห่งปี เริ่มสั่ง "เก็บ" ทุกคนที่รู้เห็นเพื่อปิดปาก!

ทัพจะเอาชีวิตรอดจากอิทธิพลมืดที่ครอบคลุมไปทั่วเมืองได้อย่างไร? และความจริงที่เขาพยายามปกป้องจะพังทลายชีวิตของเขาและครอบครัวไปตลอดกาลหรือไม่?

ร่วมติดตามและพิสูจน์ความเดือดของภาพยนตร์แอ็กชัน-ดราม่าสะท้อนสังคมตลกร้ายในยุคอดีต ที่สะท้อนให้เห็นว่า "บางครั้ง...การเป็นพลเมืองดีในสังคมที่บิดเบี้ยว อาจมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเกินกว่าจะคาดคิด"


ข้อความบนใบปิด

พูนทรัพย์โปรดักชั่น ประกันคุณภาพ
อุบัติโหด BANGKOK EMERGENCY
ขอแนะนำอีกวิถีหนึ่งของ…หนุ่มเสก (เสกสรร ชัยเจริญ)
พบ..ลิขิต เอกมงคล สินจัย เปล่งพานิช
อภิชาติ หาลำเจียก ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง
แทน จันทวิโรจน์, อภิญญา คุ้มตะบุตร
ขอแนะนำ เบญจพร ชำนาญยันตรกิจ
ทรนง ศรีเชื้อ กำกับฯ-บทภาพยนตร์
พิพัฒน์ พยัคฆะ ถ่ายภาพ
วรางคณา ณ มโนรม ลำดับภาพ
จำรัส เศวตาภรณ์ เพลง-ดนตรีประกอบ
วิศิษฐ์ มิ่งวัฒนบุญ อำนวยการสร้าง

 

  • ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองลำดับภาพและตัดต่อยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม
ดูหนังไทย อุบัติโหด เต็มเรื่อง

ทายาทอสูร 2544

ปกละคร ทายาทอสูร


ทายาทอสูร เรื่องย่อ

คุณยายวรนาฏ สตรีผู้สวยสง่าราวท่านหญิง คงความสวยไว้เหมือนสาว 40 ทั้งๆ ที่อายุ 80 กว่าปี คุณยายวรนาฏเตรียมพิธีสืบทอดทายาทอสูรให้กับหลานสาว วรินทร์ คือหนึ่งในหลาน สาวสวยของอสูรร้ายต้องการร่างเพื่อสืบทอดความเป็นอสูร วรินทร์ลูกสาวคนที่สามคนสุดท้อง ของ โอฬารและสุดาดวง พร้อมพี่ชายคนโตอีกสองคนคือ รัชโรจน์ , รังสรรค์

วันหนึ่ง วรินทร์ ไปทัศนศึกษาที่สุโขทัย พบตุ๊กตาสังคโลกลายตะขาบ เมื่อวรินทร์กลับมา ถึงบ้านมักจะฝันผวา และพบภาพหลอนแปลก ๆ บ่อยครั้งขึ้น ในขณะเดียวกัน คุณยายวรนาฏได้เดิน ทางจากต่างจังหวัด มาพักที่บ้านวรินทร์ ในช่วงเวลาที่คุณยายฯ มากับเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ แปลก ๆ เช่น ซินแสมังกรตายอย่างไร้สาเหตุ เพียงเพราะเข้ามาเตือน โอฬาร พ่อของวรินทร์ถึงภัยร้ายจาก อสูร

เมื่อคุณยายวรนาฏมาพักที่บ้าน คุณยายฯ พยายามใกล้ชิดกับ วรินทร์มากที่สุด แต่ไม่ สามารถเข้าใกล้วรินทร์ได้ เพราะเธอมักจะสวมพระขรรค์เงินไว้เสมอ แม้ว่าคุณยายฯ จะใช้พลัง ต่าง ๆ เพื่อให้วรินทร์ถอดสร้อยพระออกก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใน บ้าน เริ่มเป็นที่สงสัย

โอฬารพร้อมรัชโรจน์ ลูกชายคนโตเดินทางไปตามหา มหาจรวย และแม่ชีแสงบุญ เพื่อ ต้องการวิธีกำจัดอสูรร้าย ซึ่งได้รับคำชี้แนะว่า ต้องใช้พระขรรค์เงินต้นแบบ มาทำลายอสูร และ คนที่ทำลายอสูรได้ คือ สนทรรศน์ เพื่อนชายของวรินทร์นั่นเอง ยิ่งใกล้วันทำพิธีเข้ามาทุกขณะ คุณยายฯ เปลี่ยนใจให้ นัยน์เนตร หลานสาวอีกคนสืบทายาทแทน แต่ขณะพิธีกรรมใกล้สำเร็จ แม่ชีแสงบุญทำพิธีสกัดกั้น ให้พิธีกรรมสืบทอดไม่สำเร็จ

พร้อมทั้ง เปิดเผยว่า แท้ที่จริงอสูรร้ายคือ คุณยายวรนาฏตามที่ทุกคนสงสัย คุณยายวรนาฏ หนีออกจากบ้าน พร้อมสะกดจิต สุดาดวงแม่ของ วรินทร์ พร้อมสะกดนัยเนตร และวรินทร์ ไปยังโรงแรมร้างแห่งหนึ่ง โอฬารรู้ว่าสุดาดวงถูกสะกด จึงตามไปช่วยพร้อมมหาจรวย แต่ที่สุดทั้งสองก็ พ่ายภัยของอสูรร้าย รังสรรค์ ลูกชายคนรองของโอฬารกับวรินทร์ตามไป

จารุณี เอมี่ ใน ทายาทอสูร

โดนมนต์ของอสูรร้ายทำให้แยกกัน ไปคนละทาง เมื่อทั้งคู่แยกไปคนละทางสำเร็จ วรินทร์ หลงกลอสูรร้าย โดนบีบบังคับให้โยนสร้อย พระขรรค์เงินทิ้ง ไม่อย่างงั้นอสูรร้ายจะฆ่าสุดาดวง วรินทร์จึงยอม เพราะต้องการช่วยชีวิตแม่ของตนเอง อสูรร้ายได้โอกาส รีบทำพิธีกรรมสะตวงสืบ ทอดทายาททันที แต่ยังไม่สำเร็จ

รัชโรจน์กับสนทรรศน์ เข้ามาช่วยไว้ก่อน โดย รัชโรจน์ใช้วิธีลดพลังสร้างความเจ็บปวดให้แก่อสูรร้ายตามที่แม่ชีแสงบุญแนะ นำมา ส่วน สนทรรศน์ เตรียมเอาพระขรรค์เงินเทวดาต้นแบบ แทงไปที่ร่างอสูรร้าย อาถรรพ์ตะขาบจะหมดฤทธิ์ หมายถึงจุดจบของเจ้าอสูรร้าย แต่…มหิทธานุภาพ ของ จอมอสูรร้ายสะสมพลังมานานกว่าเจ็ดศตวรรษ จะสิ้นฤทธิ์พ่ายแก่พระขรรค์เงินเทวดาต้นแบบแค่นั้นจริงหรือ ?

ผู้กำกับ : นิรัตติศัย กัลย์จาฤก
ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : เขมมินี
บทประพันธ์ : ตรี อภิรุม

ปกหนังสือละคร ทายาทอสูร

รายชื่อนักแสดง ทายาทอสูร

1. สินจัย เปล่งพานิช แสดงเป็น วรนาฏ
2. อัมรินทร์ สิมะโรจน์ แสดงเป็น รัชโรจน์
3. เอมี่ กลิ่นประทุม แสดงเป็น วรินทร์
4. สโรชา วาทิตตพันธ์ แสดงเป็น นัยเนตร
5. สาริน บางยี่ขัน แสดงเป็น สนทรรศน์
6. นิพิธ ฮันเก้ แสดงเป็น รังสรรค์
7. จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น สุดาดวง
8. สันติสุข พรหมศิริ แสดงเป็น โอฬาร
9. แชมเปญ เอ็กซ์ แสดงเป็น นิลุบล
10. หาญส์ หิมะทองคำแสดงเป็น ศักดิ์
11. ศิริพิชญ์ กฤษณะเศรณี แสดงเป็น พรรณทิพย์
12. ชุมพร เทพพิทักษ์ แสดงเป็น ปู่สุธรรม
13. จิระวดี อิศรางกูรฯ แสดงเป็น แม่ชีแสงบุญ
14. ดวงใจ หทัยกาญจน์ แสดงเป็น ป้าทรัพย์
15. ชุดาภา จันทเขต แสดงเป็น นาเรศ
16. ยอดชาย เมฆสุวรรณ แสดงเป็น มานพ
17. กรองทอง รัชตะวรรณ แสดงเป็น วรรณา
18. ภานุเดช วัฒนสุชาติ แสดงเป็น เจ้าโขน
19. มณีรัตน์ วัยวุฒิ แสดงเป็น ดาวเรือง

สินจัย จารุณี ในละคร ทายาทอสูร

บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล

 

บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล

“ยุทธนา  มุกดาสนิท” เมื่อบัลลังก์ที่จริงแท้เป็นเพียง  ‘บัลลังก์เมฆ’

ปานรุ้ง และลูกๆ

จุดแรกเริ่มของ “บัลลังก์เมฆ” ย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว นั่นคือการเป็นบทโทรทัศน์ฟอร์มใหญ่เพื่อจะออนแอร์ยาวนานถึง 4 เดือนติดต่อกัน เกิดจากความตั้งใจของผู้บริหารระดับสูงของเอ็กแซ็กท์ทั้งคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม และคุณวานิช จรุงกิจอนันต์ ซึ่งอยากให้ละครเรื่องนี้ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม กับเรื่องราวชีวิตที่เข้มข้นของ “ปานรุ้ง” ในครั้งนั้นรับบทโดย “ภัทราวดี มีชูธน” และโครงบทแรกเริ่มของ ‘บัลลังก์เมฆ’ จึงเกิดจากการคิดของผู้กำกับชั้นยอดของเมืองไทยอย่าง …ยุทธนา  มุกดาสนิท

จุดกำเนิดของ “บัลลังก์เมฆ”

ได้รับมอบหมายให้เขียนบทละครโทรทัศน์ยิ่งใหญ่สักเรื่อง สำหรับละครไทยก็ต้องอย่าง “สี่แผ่นดิน”  ถ้าไม่ใช่เรื่องในวัง ก็ควรจะสะเทือนใจและประทับใจอย่าง “โอชิน”(สงครามชีวิตโอชิน เป็นละครชุดญี่ปุ่น ออกฉายในปี พ.ศ. 2526) เป็นเรื่องราวของผู้หญิงที่ผจญอะไรต่างๆ แล้วก็คิดถึงเรื่อง Godfather ขึ้นเลยคิดว่าถ้าเป็น Godmother ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 17 – 70 ปี ผ่านช่วงชีวิตและเหตุการณ์บ้านเมือง เริ่มเรื่องตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2490 เกิดสงครามโลกมาถึงสงครามเวียดนาม และเหตุการณ์ 16 ตุลาฯ แล้วเรื่องของ ‘ปานรุ้ง’ ก็ส่งผลไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แต่ผู้หญิงคนนี้อยากเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่างเหมือน Godfather จึงกลายเป็นเรื่องราวของ ‘ปานรุ้ง สมุทรเทวา’ จากหญิงสาวร่ำรวยแล้วมีชีวิตตกต่ำมาจนถึงต้องเร่ขายล็อตเตอรรี่อยู่ข้างถนน แต่ชีวิตก็ผกผันกลับขึ้นมาอีกจนได้เป็นคุณหญิง แม้สุดท้ายสิ่งที่หวังกลับไม่เป็นดังหวังแล้วเธอก็ตายไปในที่สุด แต่เธอได้เรียนรู้อะไรมากมายจากประสบการณ์ชีวิตและช่วงของเธอ

ใจความหลักของเรื่อง

Theme super objective คือ ‘รักเกินรักมักทำลาย’ กำหนดไปเลยเพราะผมเป็นเจ้าของบทประพันธ์โดยจะเขียนเป็นโครงเรื่องตั้งแต่ต้นไปถึงจบก่อน แล้วส่งต่อทีมเขียนบทโทรทัศน์ที่รับช่วงต่อไป เพราะฉะนั้นประเด็นของเรื่องที่ชัดเจน love and possession ความรักและการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในทางที่ผิดจะทำลายคนๆ นั้นเองนี่คือข้อคิดที่ว่า ‘ปานรุ้ง’ เข้าใจว่าเธอสามารถครอบครองได้ทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้วทุกสิ่งเป็นแค่เมฆที่จับต้องไม่ได้ ต้องสูญสลายไปในที่สุด

เมื่อ ‘บัลลังก์เมฆ’ กลายเป็นละครเวที

ถือว่าทำได้ใน Theme เดียวกันและมีความรู้สึกว่าละครเวทีมีเสน่ห์มาก เพราะเป็นการแสดงสด โดยเฉพาะการที่ตัวละครมีเรื่องราวชีวิตที่ผกผันตั้งแต่อายุ 17 – 70 ปี แต่สามารถเล่าเรื่องได้ภายใน 2 ชั่วโมงแล้วผู้ชมเข้าใจโดยไม่ใช้เทคนิคตัดต่อของหนัง แต่เป็นการดูเวลาจริงตอนที่นักแสดงแสดงอยู่ขณะนั้น  แสดงว่าผู้ชมได้สัมผัสตัวจริงๆ เลือดเนื้อจริงๆ แล้วยิ่งก้าวเข้าสู่ละครเพลง ยังรวมอีก 2 สิ่งเข้ามาซึ่งไม่ใช่แค่การแสดงอย่างเดียว แต่ยังมีการร้องและการเต้นซึ่งประกอบไปกับการบรรเลงดนตรีสด ถือได้ว่าละครเพลงได้รวบรวมศิลปะต่างๆ เข้าด้วยกันทั้งหมด และ “บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล” ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ถึงแม้เวอร์ชั่นแรกจะยาว แต่การกลับมาครั้งนี้เห็นว่าจะกระชับขึ้นอีก แสดงว่าทางผู้สร้างย่อมมีความพร้อมและผู้ชมต้องประทับใจอีกครั้ง

สิ่งที่เป็นเสน่ห์ ‘บัลลังก์เมฆ’ จึงกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า

เพราะเรื่องนี้พูดถึงสัจธรรม ซึ่งครอบคลุมกลุ่มคนทุกกลุ่ม คือถ้ากลุ่มวัยรุ่นก็สามารถดูรุ่นลูกได้ ขณะเดียวกัน “ปานรุ้ง” ก็เป็นลูกมาก่อนในตอนต้นเรื่องของ ‘บัลลังก์เมฆ’ พูดถึงความรักคลุมในทุกนัย ตั้งแต่ความรักระหว่างลูกกับพ่อ-แม่ ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย และระหว่างรุ่นแม่กับลูก เรื่องราวคลอบคลุมครบทุกวัย ถือได้ว่าบังเอิญที่เรื่องเป็นอย่างนั้น (ยิ้ม)

โครงการต่อไปในอนาคต

มีโครงการทำละครเวทีมิวสิคัลเช่นกัน แต่เป็นบทดัดแปลงมากกว่าจะแต่งเองแบบนี้ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่นักประพันธ์ อย่างทำหนังมา 15 -16 เรื่อง เขียนเรื่องเองอยู่ 1 – 2 เรื่อง นอกนั้นเป็นบทดัดแปลง  อย่างตอนทำหนัง เช่น “คู่กรรม” หรือ “น้ำพุ” เรานำเรื่องของเขามาพัฒนาได้ง่ายกว่า(ถาม: เป็นแนวชีวิตเข้มข้นไหม?) ก็จะเป็นละครเพลง ออกแนวชีวิตเข้มข้นปานกลาง ตอนนี้มีเรื่องไว้แล้วเหมือนกัน คุยกับบอย (ถกลเกียรติ) ไปบ้างแล้ว

อลังการเปิดม่าน “บัลลังก์เมฆฯ”
“สินจัย” ยังครองแชมป์ “เรียกน้ำตา”

เคยสร้างปรากฏการณ์ “ทอล์คออฟเดอะทาวน์” ไว้เมื่อ 5 ปีก่อน สำหรับละครเวทีฟอร์มยักษ์ “บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล” ล่าสุดบิ๊กบอสซีเนริโอ บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ นำกลับมาเรียกน้ำตาคนดูอีกครั้ง ก็ยังคงครองความประทับใจเหมือนเดิม!!

โดยในรอบเพรส เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ทันทีที่ม่านโรงละคร “เมืองไทยรัชดาลัย” เปิดฉาก กองทัพนักข่าวก็ได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ตระการตาของฉากเปิดตัว นก-สินจัย ในบท “ปานรุ้ง” สาวนักเรียนนอกสุดเปรี้ยว เห็นได้เลยว่านกฟิตปั๋งกว่าเมื่อ 5 ปีก่อน ทั้งร้องทั้งเต้น พริ้วกว่าเก่า ทำเอาคนดูนั่งมองกันตาค้าง แต่เมื่อถึงฉากดราม่า นก ก็ทำคนดูอินจนน้ำตาร่วง!! ซึ้งหัวอกของคนเป็นแม่

ส่วนสามีทั้ง 3 เริ่มจาก ดุ๊ก-ภาณุเดช ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยกังวลในเรื่องของฉากเต้นรำ แต่ในโชว์นี้ดุ๊กกลับวาดลีลาประกบนกได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีสะดุด ด้านหมู-กลศ อัทธเสรี สามีสุดเพลย์บอลก็ไม่ยอมน้อยหน้า ขนท่าเต้นและมุขฮามาฝากคนดูเพียบ แต่ที่ออกมากระชากอารมณ์ให้เศร้าสะเทือนใจสุดๆ ต้องยกให้ กบ-ทรงสิทธิ์ ที่มารับบท “เกื้อ” สามีผู้ต้อยต่ำของนก เพราะฉากที่นกหอบผ้าหอบผ่อนทิ้งกบไปพร้อมกับลูก กบเล่นได้น่าสงสารจับใจเหลือเกิน เห็นหลายๆ คนนั่งปาดน้ำตากันเป็นแถว ส่วนลูกๆ ทั้ง 4 ต่างโชว์ฝีมือประชันรุ่นใหญ่ได้อย่างเข้มข้น เริ่มจาก เจสัน ยัง ในบท “ปานเทพ” ลูกชายคนโตหัวดื้อ เมื่อต้องเข้าฉากปะทะอารมณ์กับนก เจสันก็โชว์พลังได้อย่างน่าทึ่ง ด้านเต้-ปิติศักดิ์ ก็เรียกคะแนนสงสารจากคนดูด้วยบท “ปรก” ลูกชายที่แม่ไม่รักได้อย่างลึกซึ้งกินใจ พอถึงจังหวะเต้ครวญเพลง “คนไม่สำคัญ” คนดูเลยพากันปี่แตก!! ส่วนมด ทรีจี ในบท “ปานวาด” ลูกสาวใจแตกของนก ใครยังไม่เคยเห็นมดในลุคเปรี้ยวซ่าก๋ากั่นต้องรับไปดู แถมเธอยังโชว์พลังเสียงในเพลง “ฉันทำผิดเอง” ได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้ แพท-สุธาสินี ที่เคยทำไว้ด้วย ปิดท้ายที่ บี้ เดอะสตาร์ ดูเหมือนบี้จะพัฒนาฝีมือการแสดงได้อย่างน่าทึ่ง จนทำให้หลายคนประทับใจกับบท “ปกรณ์” ลูกชายคนเล็กที่แม่รักมากที่สุด แต่สุดท้ายกลับก่อโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจแม่ที่สุด

บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว

“บี้” หน้าบาน!!

“บัลลังก์เมฆฯ” ทำ “พ่อแม่” ภูมิใจ

ไม่เคยคิด ไม่เคยฝันมาก่อนว่าตัวเองจะได้รับเสียงปรบมือกึกก้องทุกรอบการแสดงละครเวที “บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล” งานนี้ทำเอาหนุ่มบี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ถึงกับยิ้มหน้าบานที่กระแสตอบรับดีเกินคาด สำหรับผลงานละครเวทีเรื่องแรกในชีวิต และที่สำคัญยังทำให้พ่อแม่ภูมิใจอีกด้วย

บี้ พูดถึงฟีดแบคที่ได้รับให้ฟังว่า “สำหรับฟีดแบคบัลลังก์เมฆฯ ต้องบอกว่าดีมากๆ ครับ(ยิ้ม) หลายคนเดินเข้ามาหาผมแล้วก็บอกว่า ชอบมาก ทั้งฉาก ทั้งพล็อตเรื่อง และนักแสดง ดูแล้วประทับใจมาก และจะกลับมาดูอีกให้ได้ พอผมได้ยินแล้ว ก็ปลื้มใจยิ้มไม่หุบเลยครับ คือผมมีความรู้สึกว่าสิ่งที่เราทุ่มเทและตั้งใจฝึกซ้อมมาตลอด 6 เดือน มันคุ้มค่ามากๆ พอมาถึงวันนี้มีแต่คำชื่นชม แล้วก็ความประทับใจตอบกลับมา บอกตามตรงว่าหายเหนื่อยครับ สำหรับคนที่เคยดูเวอร์ชั่นที่แล้ว เค้าก็จะบอกว่าครั้งนี้ดำเนินเรื่องเร็ว เข้มข้น กระชับดี ส่วนคุณพ่อคุณแม่ผมที่มาให้กำลังใจ ท่านก็ชอบกันมากๆ ครับ ชมว่าเล่นเก่งดีนะ คงเป็นเพราะที่บ้านยังไม่เคยมีใครเห็นผมเล่นละครสดๆ แบบละครเวทีอย่างนี้ด้วย เค้าก็เลยตื่นเต้นกันใหญ่ และลุ้นไปกับการแสดงของเราตลอดทั้งเรื่อง ก็รู้สึกดีใจครับที่พ่อแม่ภูมิใจในตัวเรา ส่วนตัวผมเองกับผลงานชิ้นนี้ บอกได้เลยครับว่าพอใจและภูมิใจมาก ก็ต้องขอขอบคุณทุกคำติชมจากใจจริง ส่วนใครที่ยังไม่ได้มาดู ผมก็อยากเชิญชวนให้ลองมาดูกันครับ รับรองว่าสนุก ดูไม่ยาก และยังได้แง่คิดดีๆ กลับไปด้วย”

สินจัย เปล่งพานิช ในบท ปานรุ้ง

“สินจัย” หายเหนื่อย!!

“เสียงปรบมือ” คือกำลังใจ

ก่อนเปิดม่าน “บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล” ให้แฟนๆ ได้ชมกัน นก-สินจัย ซ้อมไปก็ลุ้นไปว่า บัลลังก์เมฆฯ จะกลับมาสร้างความประทับใจได้เหมือนเดิมหรือไม่? แต่หลังจากที่ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องทุกรอบการแสดงที่ผ่านมา ก็ทำเอานก เป็นปลื้มหายห่วงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง!!

นก เล่าถึงฟีดแบคให้ฟังว่า “ฟีตแบคดีมากๆ ค่ะ ไม่แพ้คราวที่แล้วเลย (ยิ้ม)มีความรู้สึกว่าบัลลังก์เมฆฯ กลับมาครั้งนี้ ดูจะเป็นที่สนใจของประชาชนเยอะกว่าครั้งก่อนด้วยซ้ำ เพราะครั้งนี้นอกจากคนดูจะได้ชมละครเวทีที่อลังการไปด้วยแสง สี เสียง และฉากที่ยิ่งใหญ่แล้ว ยังจะได้สัมผัสกับโรงละครใหม่ที่ได้มาตรฐานด้วย ดูแล้วได้อรรถรส เลยทำให้กระแสตอบรับดีมากขึ้นไปอีก ซึ่งคนรอบข้างนกก็ชื่นชม และก็ให้กำลังใจกันเข้ามาเยอะมาก ส่วนใหญ่ก็บอกว่าเวอร์ชั่นนี้ กระชับดี และยังคงความประทับใจเหมือนเดิม ดูแล้วอินซาบซึ้งกินใจ เสื้อผ้าและฉากก็ทำได้สวยมาก พอเราได้ฟังก็รู้สึกดีใจปลื้มใจ เหมือนเป็นกำลังใจทำให้เราหายเหนื่อยหายกังวลไปเลย ส่วนฟีดแบคคนใกล้ตัวอย่าง พี่นกชาย(ฉัตรชัย เปล่งพานิช)กับ น้องกันย์(สิทธิโชค เปล่งพานิช) ก็มาดูแล้วชื่นชม บอกว่าชอบมาก(ยิ้ม) ส่วนตัวนกเอง ก็รู้สึกพอใจมากนะสำหรับฟีดแบคการกลับมาของบัลลังก์เมฆฯ ในครั้งนี้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันลงตัว พร้อมและสมบูรณ์แบบไปหมด ก็คิดว่าตอนนี้หลายๆ คนที่ได้ดูแล้ว คงจะบอกเล่าความประทับใจต่อๆ กันไป ส่วนใครที่ตั้งใจว่าจะต้องมาดูให้ได้ คงต้องรีบจองบัตรหน่อยแล้วค่ะ เพราะตอนนี้บัตรวิ่งเร็วมาก ระวังที่นั่งดีๆ จะหายากนะคะ”

น้องกัน นกสินจัย นกฉัตรชัย

ครอบครัวเปล่งพานิช น้องกัน ฉัตรชัย มาดูละครเวที บัลลังก์เมฆ

ทีมแกรมมี่


“พี่เบิร์ด” ธงชัย นำทีมผู้บริหารระดับสูงของ แกรมมี่ มาร่วมให้กำลังใจแก่ “คุณบอย” ถกลเกียรติ ในรอบ “ปฐมทัศน์” ของละครเวทียิ่งใหญ่ “บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคเคิล” อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

ใครในห้อง

 


แน่ใจหรือว่าหลังประตู ยังคือคนที่คุณคิด

ผู้กำกับ : ภาคภูมิ วงษ์จินดา

ใครในห้อง

5 ปีที่ประตูปิดตาย
แน่ใจหรือว่าข้างใน
ยังใช่คนที่คุณคิด

นักแสดง:
กัญญา รัตนเพชร์ .... ป่าน 
พงศ์พิชญ์ ปรีชาบริสุทธิ์กุล .... โดม 
ฉัตรโสรฬ ธนูทิพยกุล .... โอ๊ต 
ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ .... วิรัช 

วันที่เข้าฉาย: 25 กุมภาพันธ์ 2553


รุ้งสามสาย

รุ้งสามสาย


รุ้งสามสาย เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ ทิน นุ ณี เป็นเพื่อนเรียนวิศวะฯมาด้วยกัน นุกับณีเป็นแฟนกันและรักกันมากพอเรียนจบ ทินกับนุเปิดบริษัทร่วมกัน ทินที่บ้านรวยอยู่แล้ว ส่วนนุโตมาด้วยตนเอง ทินไม่พอใจที่นุประกาศจะแต่งงานกับณี หญิงที่ตนเองรัก เลยปลอมเอกสารว่าบริษัทกำลังเจ๊ง นุกลายเป็นคนล้มละลาย เสียใจมากไม่อยากให้ณีมาลำบากด้วยเลยหนีไป

ณีเสียใจมาก ทินมาคอยปลอบใจดีด้วยสารพัด จนณียอมแต่งงานด้วยแต่วันแต่งงานทินแอบได้ยินณีคุยกับแม่ว่ายังรักนุอยู่ ไม่อยากแต่งงานกับทินแล้ว ทินโมโห ข่มขืนณี และด้วยความเมาจึงบอกความจริงทุกอย่าง ที่ตนโกงนุ แกล้งนุ ร่วมถึงการแต่งงานกับณี ชีวิตการแต่งงานของทั้งคู่จึงมีแต่การฟาดฟันกันตลอด

นุหนีมากรีดยางกับปภพ เมื่อรู้ว่าณีแต่งงานก็เสียใจมาก รุ้งทรายก็เข้ามาเริ่มๆรักกันกับนุถึงขั้นได้เสียกัน แต่แม่ของรุ้งทรายก็ขายรุ้งทรายให้กับพิธานพ่อของทิน เพื่อกลบข่าวเป็นเกย์ของพิธาน แต่รุ้งทรายยิ่งตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อปรากฏว่าท้องขึ้นมา โดยผู้เป็นพ่อของเด็กคือนุ และ รุ้งทรายมีโอกาสได้พบกับณี แฟนเก่าของนุ เธอรับรู้ได้ว่าณีไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับทิน

รุ้งสามสาย

วันหนึ่งนุกลับมาทวงทุกสิ่งทุกอย่างคืนจากทิน โดยเข้ามาจีบน้องสาวของทิน จนเธอยอมโอนหุ้นทั้งหมดให้กับนุ  ณีท้องแต่ไม่ยอมบอกทิน เขาและเธอวิวาท กันอย่างรุนแรง จนณีจะฟ้องหย่าโดยทราบมาว่าทินแอบมีเมียน้อยการที่ณีแอบไปถ่ายรูปทินทำให้เธอตกเลือด แต่หมอช่วยไว้ทัน ทินและทุกคนเลยรู้วันนั้นว่าณีท้อง ทินจะกลับตัวเป็นพ่อ และ สามีที่ดี แต่ทินได้ทำธุรกิจผิดกฎหมายมาก่อนหน้านี้ และ วันที่ทินรู้ว่านุหลอกน้องตน เขาจะไปยิงนุแต่ณีมาขวางไว้และขอให้ทินมอบตัว

ทินติดคุก ส่วนณีก็อุ้มท้องและรอวันที่ทินใช้โทษหมดจะได้กลับมาเริ่มต้นกันใหม่พิธานรู้เรื่องรุ้งทรายที่ท้อง ก็คืนอิสระภาพให้กับรุ้งทราย ส่วนนุก็เลิกกับแวววรรณ แล้วกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับรุ้งทราย

สินจัย เปล่งพานิช (หงษ์ไทย)


สินจัย เปล่งพานิช (หงษ์ไทย)

สินจัย เปล่งพานิช (หงษ์ไทย)

สินจัย เเปล่งพานิช: บนเส้นทางวงการบันเทิง และบทเรียนชีวิตนอกม่านมายา

หากจะเอ่ยถึงนักแสดงหญิงระดับตำนานของเมืองไทยที่ยืนระยะในวงการมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ ชื่อของ "นก - สินจัย เปล่งพานิช" จะต้องเป็นชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึง เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาราในกระแส แต่เธอคือ "นักแสดง" ตัวจริงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและสร้างมาตรฐานการทำงานที่น่านับถือให้กับวงการบันเทิงไทยมาโดยตลอด

จุดเริ่มต้นในวงการและหัวเรือใหญ่ของครอบครัว

ชีวิตในวงการบันเทิงของสินจัยเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝันในช่วงวัยเด็กหลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในช่วงเวลานั้นครอบครัวของเธอประสบวิกฤตเมื่อคุณพ่อและคุณแม่แยกทางกัน ด้วยความที่เป็นคนรักแม่และมีความดื้อรั้นอยากพึ่งพาตัวเองให้ได้ เธอจึงตัดสินใจเข้าสู่วงการจากการถ่ายแบบและเดินแฟชั่นโชว์ แม้ว่าในยุคนั้นทางโรงเรียนจะเข้มงวดและไม่สนับสนุนให้นักเรียนทำงานสายนี้ก็ตาม

หลังจากนั้น เธอได้เข้าประกวดนางสงกรานต์และคว้าชัยชนะมาได้ จนได้รับโอกาสเป็นตัวแทนไปประกวดบนเวทีระดับนานาชาติที่ประเทศฟิลิปปินส์ การทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เธอไม่มีชีวิตวัยรุ่นเหมือนเด็กคนอื่น เพราะต้องทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่หาเงินส่งเสียตัวเองเรียนต่อสายพาณิชย์ รวมถึงส่งเสียน้องชาย พี่สาว และดูแลคุณแม่ จากนั้นสินจัยได้รับการติดต่อให้ไปแคสติ้งภาพยนตร์ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการพบกันครั้งแรกกับ "นก - ฉัตรชัย เปล่งพานิช" พระเอกร่วมวงการ

ความรักและการสร้างระบบใหม่ในกองถ่าย

สินจัยเข้าพิธีแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตครอบครัวในวัยที่ถือว่าเร็วมากสำหรับนางเอกยุคนั้น ซึ่งมักจะต้องปิดบังเรื่องความรักเนื่องจากค่านิยมของสังคมในอดีต แม้จะมีความกังวลว่าการมีครอบครัวและมีลูกอาจทำให้ต้องตกงาน แต่ทั้งคู่ก็จับมือกันข้ามผ่านความกดดัน และกลับกลายเป็นว่าหลังจากแต่งงานมีลูก งานในวงการกลับหลั่งไหลเข้ามามากกว่าเดิม

การเป็นคุณแม่ลูกสามที่ยังต้องทำงานหนักในฐานะนักแสดงนำ ทำให้สินจัยและฉัตรชัยกลายเป็นนักแสดงคู่แรกๆ ที่ลุกขึ้นมาจัดระเบียบและต่อรองเวลาทำงานกับกองถ่าย จากเดิมที่กองถ่ายยุคก่อนมักถ่ายทำกันแบบมาราธอนข้ามวันข้ามคืนอย่างไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน ทั้งคู่ได้ตั้งเงื่อนไขเพื่อสลับคิวกันกลับไปส่งลูกและดูแลครอบครัว ซึ่งเป็นการค่อยๆ ปรับระบบการทำงานของกองถ่ายไทยให้มีมาตรฐานและคำนึงถึงสวัสดิภาพคนทำงานมากขึ้น

หม่อมน้อย, รางวัลเกียรติยศ และบทเรียนจาก "มธุสร" ในละครเรื่อง "ล่า"

หนึ่งในบุคคลสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตการแสดงของเธอคือ "หม่อมน้อย" (ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล) สินจัยรู้จักและร่วมงานกับหม่อมน้อยจนได้รับรางวัลเกียรติยศอย่างรางวัลตุ๊กตาทอง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอตระหนักว่าการแสดงคืออาชีพที่มั่นคงและสร้างคุณค่าได้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคช่วยหรือความบังเอิญ

อย่างไรก็ตาม ความทุ่มเทแบบสุดตัวเกือบสร้างรอยร้าวในชีวิต เมื่อเธอรับบท "มธุสร" ในละครดราม่าสุดเข้มข้นเรื่อง "ล่า" ด้วยความที่ต้องการทุ่มเทให้คนดูเชื่อในตัวละคร สินจัยเลือกที่จะสวมคาแรกเตอร์ที่เต็มไปด้วยความแค้นติดตัวตลอดเวลาแม้จะกลับมาบ้านแล้ว ความเครียดส่งผลต่อบุคลิกจนคนรอบข้างสัมผัสได้ จนกระทั่งลูกสาวในวัยเด็กทักเธอด้วยประโยคสะกิดใจว่าอยากให้แม่เลิกเล่นละครเรื่องนี้ ประโยคนั้นทำให้สติของเธอกลับคืนมา และภายหลังเธอได้รับการเตือนสติจัดลำดับชีวิตใหม่จาก แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ทำให้เธอเรียนรู้บทเรียนสำคัญว่า การแสดงก็คือการแสดง เมื่อสั่งคัทแล้วต้องถอดบทบาทออกให้ได้

วิกฤตที่เข้ามาดึงเบรกมือชีวิต

สินจัยยอมรับว่าเธอเป็นคนทำงานมาทั้งชีวิตและฝากคุณค่าของตัวเองไว้กับการทำงาน แต่เมื่อเผชิญกับวิกฤตระดับโลกอย่างโควิดที่ทำให้เธอไม่มีงานยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหตุการณ์นี้ทำให้เธอจิตตก เคว้งคว้าง และรู้สึกว่าตัวเองหมดคุณค่า ประกอบกับการสูญเสียหม่อมน้อยในเวลาต่อมา ยิ่งทำให้เธอเสียหลักในชีวิต

แต่ในวิกฤตนั้น เธอก็ได้ใช้เวลาในการทบทวนตัวเอง เธอบำบัดความทุกข์ด้วยการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากซีรีส์ต่างประเทศจนกลายเป็นแรงบันดาลใจ และได้กลับมาทำหน้าที่ดูแลหลานเป็นหลักร่วมกับสามี วิกฤตครั้งนี้เปรียบเหมือนมีมือมาดึงเบรกมือให้รถที่วิ่งมิตรไมล์มาตลอดชีวิตได้หยุดคิด ทำให้เธอเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ครอบครัว และเวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน

มุมมองต่อความตายและบทสรุปชีวิต

จากการผ่านความสูญเสียคนใกล้ชิดในวันที่เติบโตขึ้น ทำให้สินจัยหันมามองความจริงเรื่องความตายอย่างปล่อยวาง เธอทำความเข้าใจกับสามีและลูกๆ ไว้ล่วงหน้าว่า หากวันใดวันหนึ่งเธอต้องเจ็บป่วยจนไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ขอให้ปล่อยเธอไปและห้ามยื้อชีวิตไว้ และเธอได้ตั้งใจที่จะบริจาคร่างกายเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเป็นภาระของใครในวาระสุดท้าย

เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต แม้จะมีช่วงเวลาในวัยรุ่นที่หายไปกับการทำงานจนไม่ได้เที่ยวเล่นเหมือนเด็กคนอื่น หรือมีบางสิ่งที่ไม่ได้เป็นไปตามใจหวัง แต่สำหรับสิ่งที่ได้รับมาทั้งหมดในฐานะ "สินจัย เปล่งพานิช" เธอกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจว่า:

"ทำหน้าหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ให้เกียรติงาน และให้เกียรติคนทำงาน... ถ้าเรามีมาตรฐานที่ดี มีวินัย และตั้งใจทำงาน ใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วย และนั่นคือพื้นฐานที่ใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยและทุกอาชีพ"

ผลงานภาพยนตร์ไทย

  • สายสวาทยังไม่สิ้น (2525)
  • สัญชาติราชสีห์ (2526)
  • นักเลงข้าวนึ่ง (2526)
  • กตัญญูประกาศิต (2526)
  • พ่อตาจิ๊กโก๋ (2526)
  • เทพบุตรสลัม (2526)
  • ปีศาจมันสมอง (2526)
  • มนต์รักนักเพลง (2527)
  • ไฟชีวิต (2527)
  • ไม้เรียวหัก (2527)
  • ช่างร้ายเหลือ (2527)
  • มังกรลายไทย (2527)
  • 10 คงกระพัน (2527)
  • สัจจะมหาโจร (2527)
  • สาวน้อยร้อยรัก (2527)
  • ไอ้ถึกเกณฑ์ทหาร (2527)
  • ไอ้หนุ่มรถอีแต๋น (2527)
  • ผู้ใหญ่สิงห์กำนันเสือ (2527)
  • มือปราบ 2 แผ่นดิน (2527)
  • เพลิงพิศวาส (2527)
  • ไอ้จอมเก (2527)
  • นวลฉวี (2528)
  • ทรายสะท้อนแสง (2528)
  • หย่าเพราะมีชู้ (2528)
  • ลูกทุ่งเสียงทอง (2528)
  • คุณหญิงตราตั้ง (2528)
  • พ่อมหาจำเริญ (2528)
  • แม่ (2528)
  • หงส์ฟ้า  (2528)
  • ลูกทุ่งฮอลิเดย์ (2529)
  • สะแกกรัง (2529)
  • ไปไม่ถึงดวงดาว (2529)
  • เสือภูพาน (2529)
  • น้ำเซาะทราย (2529)
  • หักเหลี่ยมแดร็กคูล่า (2529)
  • ปลายทางฉิมพลี (2529)
  • ช่างมันฉันไม่แคร์ (2529)
  • แสงสูรย์ (2529)
  • สะใภ้ (2529)
  • ผัวชั่วคราว (2530)
  • ฉันผู้ชายนะยะ (2530)
  • พลอยทะเล (2530)
  • ฉันรักผัวเขา (2530)
  • ไฟซ่อนเชื้อ (2530)
  • สายน้ำไม่ไหลกลับ (2530)
  • อย่าบอกว่าเธอบาป (2530)
  • มันแอบอยู่ในหอ (2530)
  • ไฟหนาว (2530)
  • ทาสอารมณ์ (2530)
  • ภุมรีสีทอง (2531)
  • ครั้งเดียวก็เกินพอ (2531)
  • วิวาห์จำแลง (2531)
  • ตะลุยโรงหมอ (2531)
  • ซอสามสาย (2531)
  • อุบัติโหด (2531)
  • รักด้วยชีวิต (2531)
  • 2482 นักโทษประหาร (2531)
  • รักข้างแรม (2533)
  • รักเถอะถ้าหัวใจอยากจะรัก (2533)
  • Air America (2533)
  • เฮโรอีน (2537)
  • มหัศจรรย์แห่งรัก (2538)
  • อันดากับฟ้าใส (2540)
  • สุริโยไท (2544)
  • รักแห่งสยาม (2550)
  • ราชประชานุเคราะห์ (2553)
  • Who are you? ใคร...ในห้อง (2553)
  • THE WAY Lost in right way (2556)
  • ตีสาม คืนสาม 3D (2557)
  • แผลเก่า (2557)
  • FATHERS (2559)
  • จอมขมังเวทย์ 2020 (2562)
  • นาคบรรพ์(2568)


ผลงานละครทีวี

2528 ระนาดเอก ช่อง 7
2531 ลายหงส์ ช่อง 3
2536 น้ำเซาะทราย ช่อง 7
2537 ล่า 
2538 ร่มฉัตร ช่อง 3
2539 ดารายัณ ช่อง 5
2540 แก้วจอมแก่น 
2540 รุ้งสามสาย ช่อง 3
2541 บังเกิดเกล้า 
2541 มารยาริษยา ช่อง 5
2542 บาปรัก 
2542 เริงมายา ช่อง 7
2542 กิจกรรมชายโสด 
2543 พิษกุหลาบ ช่อง 5
2543 เมืองมายา 
2544 ทายาทอสูร ช่อง 7
2546 เมืองมายา เดอะซีรีส์ ตอน มายาพิศวาส ช่อง 5
2547 หลังคาแดง ช่อง 7
2548 บันทึกจาก(ลูก)ผู้ชาย ช่อง 3
2549 ทะเลริษยา 
2549 สะดุดรัก ช่อง 3
2550 คุณยายสายเดี่ยว 
2550 ตากสินมหาราช 
2551 คือสายใยแห่งรัก ช่อง 5
2551 ความลับของ Superstar 
2553 เหนือเมฆ ช่อง 3
2554 ตะวันเดือด ช่อง 3
2554 จะบังลิมอ รักรออยู่ปลายทาง ช่อง 9
2555 บ่วงรัก ช่อง 5
2556 คู่กรรม ช่อง 5
2557 ภพรัก ช่อง 3
2559 ขอโทษที่รักเธอ ช่องวัน 31
2559 ชาติพยัคฆ์ ช่อง 3
2559 ปาฏิหาริย์ เดอะซีรีส์ ช่อง พีพีทีวี
2560 ศรีอโยธยา ช่อง ทรูโฟร์ยู
2561 มาตุภูมิแห่งหัวใจ ช่อง 3
2561 มนตราลายหงส์ 
2561 ลมไพรผูกรัก 
2561 เส้นสนกลรัก 
2561 ใต้ปีกปักษา 
2562 รักจังเอย 
2562 ด้ายแดง 
2562 ศรีอโยธยา 2 ทรูโฟร์ยู
2563 ฟากฟ้าคีรีดาว ช่อง 3
2563 Ch3Plus 
2564 เกมล่าทรชน 
2565 55:15 Never Too Late จีเอ็มเอ็ม 25
2567 ลออจันทร์ ช่อง 3
2567 ใจพิสุทธิ์ 
2567 ดุจอัปสร 
2567 พรชีวัน 
2567 เกมรักปาฏิหาริย์ ช่องวัน 31
2567 หม่อมเป็ดสวรรค์ ไทยพีบีเอส
2568 ทายาทหมายเลข 1 ช่องวัน 31
2568 ชาย (shine) ช่อง 7

สินจัย เปล่งพานิช (หงษ์ไทย)

ผลงานละครเวที

  • ซูสีไทเฮา
  • ปรัชญาชีวิต (2531 - 2533)
  • Hamlet (4 - 10 พฤษภาคม 2538) ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
  • วิมานเมือง (2540)
  • บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล (2544- 2545 และ 2550) รับบท ปานรุ้ง
  • เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา (2552 - 2553) รับบท เอม
  • สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล (2554, 2557, 2560,2562) รับบท แม่พลอย
  • ลอดลายมังกร เดอะมิวสิคัล (2559) รับบท เหมยหลิง
  • 10 ปี เมืองไทยรัชดาลัย THE MUSICAL CELEBRATION (2560)
  • เมืองไทยรัชดาลัย The Musical Show ตอน Ladies of the stage (2561) รับบท ปานรุ้ง
  • ละครเวทีในสวนฝัน (26 พฤษภาคม 2562) รับบท คุณยายทับทิม
  • The Life That Was (2567) รับบท เพชร

สินจัย เปล่งพานิช (หงษ์ไทย)




สินจัย เปล่งพานิช (หงษ์ไทย)







Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com