ทาสกบฏ (2493)
บทประพันธ์ ชั้น แสงเพ็ญ
ผู้กำกับ มารุต
นักแสดง
สมถวิล มุกดาประกร
แพรวพรรณ สถิตย์วงศ์
ศล พระขรรค์ชัย
สุจินต์ สว่างรัตน์
ฉายวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2493
หนังไทย ละครไทย ดาราไทย รวบรวมภาพและข้อมูลต่างๆ
ทาสกบฏ (2493)
บทประพันธ์ ชั้น แสงเพ็ญ
ผู้กำกับ มารุต
นักแสดง
สมถวิล มุกดาประกร
แพรวพรรณ สถิตย์วงศ์
ศล พระขรรค์ชัย
สุจินต์ สว่างรัตน์
ฉายวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2493
ทหารใหม่
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์ /
ฉายที่โรงหนัง บางลําภู
บริษัทสร้าง ราชมิตร์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง พล.อ.อ. ทวี จุลละทรัพย์
ผู้กํากับ จอก ดอกจันทร์
นักแสดง
สมพงษ์ พงษ์มิตร
จันตรี สาริกบุตร
จอก ดอกจันทร์
ต้นรักดอกโศก
ฟิล์ม 16 มม. / สี (วิจิตร) / พากย์
14 พฤศจิกายน 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง นครพิงค์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สนาน-วรรณภา
ผู้ประพันธ์ ส.คราประยูร
ผู้กํากับ “ทวีวรรณ”
ผู้เขียนบท “พรานบูรพ์”
ผู้ถ่ายภาพ วรรณบูลย์ พิทยาคม
เรื่องย่อ
ณรงค์ และ วิชัย สองเพื่อนรัก เดินทางมาหางานที่จังหวัดเชียงใหม่ บังเอิญเห็น สง่า ถูก กระชากกระเป๋าจึงไปช่วยเหลือ พร้อมนํากระเป๋ามาคืน สง่าที่บ้าน พอสง่ารู้ว่าทั้งสองกําลังหางาน จึงแนะนําให้ ณรงค์มาเป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีส่วนวิชัยได้งานที่ลําปาง ทั้ง สองจึงแยกจากกัน
ณรงค์สนิทกับครอบครัวของสง่านับแต่นั้นมา สง่ามีลูกสาวสวยคนหนึ่งชื่อ สุรีย์ วันเวลาทําให้ทั้งสองรัก กัน ต่อมาสง่าเสียชีวิต ณรงค์ได้เลื่อนขั้นเป็นสมุห์บัญชี แทนสง่าเพราะความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร และได้ แต่งงานกับสุรีย์ในเวลาต่อมา ชอบ เพื่อนร่วมงานซึ่งเคย มาสู่ขอสุรีย์เกิดริษยาและแอบวางแผนร้ายอย่างเงียบ ๆ ไม่นานจึงเริ่มดําเนินตามแผนที่ตนวางไว้ โดยการว่าจ้าง เรณู มายั่วยวนณรงค์ ณรงค์หลงเสน่ห์เรณูอย่างถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นคนสํามะเลเทเมา ทิ้งลูกเมีย ละเลยหน้าที่ การงานจนถูกพักงานเรณูทวงเงินค่าจ้างหลังจากปฏิบัติ แผนการสําเร็จ แต่ชอบบิดพลิ้วแถมตบหน้าเรณู เรณูฮีด สู้หยิบมีดแทงลงกลางหลังชอบจนเสียชีวิตและหนีไป
ณรงค์ถูกจับแล้วยังรับสารภาพผิดแทนเรณู ทําให้สุรีย์ต้องตกระกําลําบากหาเลี้ยงลูกด้วยการทําขนม จนถึงวันพิจารณาคดีเรณูมาปรากฏตัวที่ศาลและสารภาพ ว่าเป็นคนฆ่าชอบ ณรงค์จึงพ้นผิดและได้รับอิสรภาพเป็น เวลาเดียวกับที่วิชัยวิ่งรถด้วยความเร็วเพื่อให้มาทันฟังคํา ตัดสิน จึงชนณรงค์ซึ่งกําลังเดินเหม่อลอยจนเสียชีวิต โดย ไม่มีโอกาสเอ่ยคําขอโทษสุรีย์
นักแสดง
เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น ณรงค์
วรรณภา วิเศษประภา เป็น สุรีย์
สนาน คราประยูร เป็น ชอบ
ลัดดา พึงจิตต์ เป็น เรณู
สมชาย ไชยาคํา
ที่มา สมุดภาพยนตร์ เรื่อง ต้นรักตอกโศก พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493ตะรุเตา
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
19 ธันวาคม 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ภาพไทยภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง วิรัตน์ เศรษฐภักดี
ผู้กํากับ “ประณม”
ผู้เขียนบท “พรทิพย์”
ผู้ถ่ายภาพ สุภระ กาญจนพังคะ
ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค กิมเค ศรีติราช
เรื่องย่อ
พร กับ ทัน สองหนุ่มลูกประมงชาว ตะรุเตาเป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสองหลงรัก บุหงา สาวชาว เกาะ จึงแข่งกันงมไข่มุก โดยมีเงื่อนไขว่าใครชนะจะได้ บุหงาไปครอง พรเป็นฝ่ายลงไปงมก่อนและหยิบได้หอย มุกตัวเขื่อง แต่ระหว่างที่จะขึ้นสู่ผิวน้ํา เท้าของพรถูก หอยยักษ์งับ กว่าทันกับบุหงาจะรู้ก็เกือบสายเกินไป ทัน เห็นท่าทีที่บุหงาแสดงความเป็นห่วงพร ก็พอจะรู้จิตใจ ของบุหงา จึงเป็นฝ่ายเสียสละตัดใจจากบุหงาและหนีไป จากเกาะตะรุเตา
สงครามโลกครั้งที่ ๒ ปะทุขึ้น เข้าสู่ภาวะ ข้าวยากหมากแพง พรกับบุหงาประทังชีวิตด้วยการนําน้ำจืดไปแลกข้าวสารที่เรือลําหนึ่ง แต่ปรากฏว่าทั้งสอง ขึ้นเรือผิดกลายเป็นเรือของประสิทธิ์ซึ่งซื้อข้าวสารจาก ภูเก็ตไปขายปีนัง พรถูกพวกของประสิทธิ์ทําร้ายจนสลบ ส่วนบุหงาถูกฉุดไปเป็นนางนกต่อ จนกระทั่งเรือมาถึง ภูเก็ต บุหงาได้พบกันอีกครั้ง ซึ่งบัดนี้ทันได้กลายเป็น ตํารวจ บุหงาจึงอาสาส่งข่าวความเคลื่อนไหวของ ประสิทธิ์ ส่วนพรไปรวมกับ สลัดเชียว ปล้นเรือของ ประสิทธิ์ พรขอร้องเชี่ยวให้นําข้าวที่ขโมยมาได้ไป แจกจ่ายแก่ชาวเกาะตะรุเตา แต่เดี๋ยวไม่ยอม พรจึงแทง เชี่ยวตายเพื่อเอาข้าวไปแจกชาวเกาะตะรุเตา ทันพยายาม เกลี้ยกล่อมให้พรมอบตัวโดยสัญญาว่าจะช่วยพรให้พ้นผิด แต่บุหงาไม่เชื่อ ยอมสละชีวิตเพื่อให้พรได้หนีไป
นักแสดง
วีระ เป็น พร
จีระจิตต์ เป็น บุหงา
สุขจิตต์ เป็น ทัน
ทองหล่อ เป็น เชี่ยว หัวหน้าสลัด
เทียมบุญ เป็น ประสิทธิ์
เนียน เป็น กัปตัน
ป. ภู่ประเสริฐ เป็น ต้นกล
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ธันวาคม พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2493
แดนดาวโจร
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
2 กันยายน 2493
ฉายที่ศรีบางลําภู
บริษัทสร้าง สนั่นศิลป์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เสนีย์ บุษปะเกศ
เค้าเรื่อง
“โลดโผน ตื่นเต้น รักอย่างยั่วยวน!”
ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน สยามนิกร 8 สิงหาคม พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2493แดนกะเหรี่ยง
16 มม. / สี (เทคนิค) / พากย์
โรงหนังพัฒนากร
เค้าเรื่อง “ถ่ายทําในป่าชายเขตแดนสุดเหนือ บนปางของชาวกะเหรี่ยงร่วมกับชาวเชียงใหม่ มีภาพ ล่องแก่ง การหนีภาษีด้วยช้างและม้าต่าง ๆ การใช้ธนู เพลิงเผาหมู่บ้านและชีวิตในป่าสูง สาวสระสนานในธารน้ำใส”
ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน สยามนิกร 2 เมษายน พ.ศ.2493
ฉายวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2493ดาบทหารเสือ
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์
26 กรกฎาคม 2493
ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง พันตรีศิลปะ
ผู้อํานวยการสร้าง “พันตรี”
ผู้ประพันธ์ “ยโสธร” ร่วมกับ “พันตรี”
ผู้กํากับ “พันตรี”
ผู้ถ่ายภาพ สุรศักดิ์
ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค สมจิต
เรื่องย่อ
ครอบครัวของ รุ่ง และ จัน ชาว บ้านด่าน จังหวัดสุโขทัย เคยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ตามประสาพ่อแม่ลูก จนกระทั่งวันหนึ่ง สอน เพื่อนบ้าน ชักชวนให้รุ่งไปประดาบกับนักเลงบ้านหนองดินแดง แต่ รุ่งไม่อยากมีเรื่องตีรันฟันแทงกับใครจึงไม่ขอร่วมด้วย ปรากฏว่าสอนเสียชีวิตในการประดาบ ชาวบ้านพากัน รุมประณามรุ่ง ซ้ําร้ายยังพาลรังเกียจครอบครัวของรุ่งไป ด้วย จนเป็นเหตุให้เรื่อง ลูกสาวเพียงคนเดียวของรุ่งต้อง ตายเพราะไม่มีหมอคนไหนยอมรักษาเรื่องซึ่งกําลังป่วย การสูญเสียเรืองทําให้รุ่งบันดาลโทสะฆ่าหมอตายและหนี หายไปตั้งแต่วันนั้น
ห้าปีผ่านไป สุโขทัยถูกรุกรานจากศัตรู สาเหตุ มาจาก โต พ่อของจัน เป็นไส้ศึกให้ฝ่ายเขมร และยังคิด จะยกลูกสาวให้แม่ทัพเขมรเพื่อแลกกับตําแหน่งผู้ครอง อาณาจักรสุโขทัย รุ่ง ซึ่งบัดนี้กลายเป็นเสือออกปล้น ชาวบ้าน ได้พบอาจารย์เฒ่าผู้หนึ่งเตือนสติว่า ควรจะเอา กําลังไปต่อสู้ศัตรูที่กําลังทําร้ายสุโขทัย เสือรุ่งจึงจับดาบทหารเสือขึ้นปกป้องบ้านเกิดจากน้ำมือศัตรู
นักแสดง
“พวงพยอม” เป็น รุ่ง
ยุพา อุทยานานนท์ เป็น จัน
สมพัต เรืองนนท์ เป็น เรือง
ชลอ ไตรตรองสอน เป็น ต้น
สถาพร มุกดาประกร เป็น แม่ทัพขอม
หลวงภรตกรรมโกศล เป็น โต
ครูบัว วัดอิ่ม เป็น สอน
ถนอม โพธิ์ทองนาค เป็น เข้ม
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กรกฎาคม พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2493ชายใจเพ็ชร์

ทรามวัยใจเพชร [2511] – เมื่อภารกิจลับกลายเป็นเรื่องวุ่นสุดอลเวง!
เตรียมพบกับความบันเทิงครบรสในภาพยนตร์แอ็กชัน-คอมเมดี้สุดคลาสสิกที่แฟนหนังไทยยุคทองต้องไม่พลาด! เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "สืบ" และ "คม" สองนักสืบราชการลับจอมกะล่อนผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร ต้องได้รับภารกิจสำคัญในการปลอมตัวเป็นหญิงสาวเพื่อแฝงตัวเข้าไปอารักขา ม.ร.ว.หญิง รสสุคนธ์ เศรษฐินีผู้สูงศักดิ์ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการถูกปองร้าย
แต่ความวุ่นวายยังไม่จบแค่นั้น เมื่อ "เพชรชมพู" สาวสวยสุดเซ็กซี่ได้ปรากฏตัวขึ้นและอาสาเข้ามาร่วมทีมอารักขาหม่อมหญิงอีกแรง โดยอ้างว่าถูกส่งตัวมาจากบริษัทรักษาความปลอดภัยอีกแห่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความระแวง เมื่อทุกคนรอบตัวล้วนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการชั่วร้ายครั้งนี้!
ภารกิจปกป้องที่ต้องมาพร้อมกับการชิงไหวชิงพริบ การปลอมตัวที่เกือบโป๊ะแตก และปริศนาว่าใครกันแน่คือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด? จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหล่านักสืบต้องมารับมือกับสาวสวยที่เดาทางไม่ถูก แถมยังมีมือมืดคอยจ้องจะเล่นงาน งานนี้ความลับจะถูกเปิดเผยหรือความวุ่นจะเข้าครอบงำมากกว่ากัน ต้องติดตามชมใน "ทรามวัยใจเพชร"
สัมผัสเสน่ห์การแสดงของคู่ขวัญตลอดกาลที่มาสร้างสีสันให้คุณอมยิ้มไปตลอดทั้งเรื่อง!
เรื่องย่อ
วิทยา (สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์) ขุนโจรฉายา “โจรกุหลาบแดง” เนื่องจากเมื่อทำการปล้นเสร็จแล้วจะวางกุหลาบแดงไว้ทุกครั้ง วิทยาหลงรักสุณี (สุพรรณ บูรณพิมพ์) หญิงโสเภณีรูปงาม เมื่อได้สุณีเป็นเมียแล้ววิทยาจึงเลิกเป็นโจรกลับตัวเป็นคนดี วิทยาขอร้องให้สุณีเลิกอาชีพโสเภณี
คืนหนึ่งวิทยาและสุณีได้รับเชิญไปงานวันเกิดของพระประสาสน์สุขนิกร สุณีขโมยสร้อยเพชรในงานและใส่ความว่าวิทยาเป็นผู้ขโมย หลังจากนั้นสุณีได้หลบไปอยู่กับบรรพต (ไฉน สัตยพันธ์) ผู้เป็นชายชู้ วิทยาแค้นมากจึงตามไปฆ่าบรรพตตายแต่สุณีหนีไปได้ วิทยามอบตัวกับ พ.ต.ต.พิชิต (วสันต์ สุนทรปักษิณ) และได้ฝากฝังวันทนีย์ผู้เป็นลูกสาวไว้กับเพื่อนรัก
17 ปีผ่านไปสุณีเปลี่ยนฐานะเป็นแม่เล้า โดยมีป๋าพัน (สัมพันธ์ อุมากุล) นักเลงใหญ่เป็นผู้สนับสนุน วันหนึ่งป๋าพันได้พบวันทนีย์ (ปราณี มาลีพันธ์สกุล) ลูกสาวของวิทยาและสุณีเติบโตเป็นหญิงสาวสวยก็ต้องการจะได้วันทนีย์เป็นเมีย จึงยุให้สุณีไปขอลูกคืนจาก พ.ต.อ.พิชิต แต่พิชิตไม่ยอม สุณีจึงล่อลวงวันทนีย์ไปขังไว้ที่ซ่องของตน
วิทยาได้ข่าวลูกสาวของตนจึงแหกคุกออกมาเพื่อช่วยลูก ขณะเดียวกับที่ พ.ต.อ.พิชิต นำกำลังตำรวจเข้าทลายซ่องของสุณี ป๋าพันและสุณีถูกยิงตาย ก่อนกลับไปรับโทษที่เรือนจำวิทยาได้รดน้ำสังข์มงคลสมรสให้กับวันทนีย์และคู่รัก
นักแสดง
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ เป็น วิทยา
สุพรรณ บูรณะพิมพ์ เป็น สุณี
ปราณี มาลีพันธ์สกุล เป็น วันทนีย์
วสันต์ สุนทรปักษิน เป็น พ.ต.อ. พิชิต
กําจาย รัตนดิลก เป็น จรรยา ภรรยาของ พ.ต.อ. พิชิต
สัมพันธ์ อุมากูล เป็น ป่าของสุณี
เติม โมรากุล เป็น วันชัย
ไฉน สัตยพันธ์ เป็น บรรพต
ปิติ เปลี่ยนสายสืบ เป็น เสนาะ
จมื่นมานิตย์นเรศร์ เป็น พระประสาสน์สุขนิกร
ด.ญ. อุราภรณ์ องค์วิศิษฐ์ เป็น วันทนีย์ วัยเด็ก
สถาพร มุกดาประกร, อุโฆษ จันทร์เรือง, ถวัลย์ วรวิบูลย์, พรรณี สําเร็จประสงค์, อําไพ รัตนพูล, อบ บุญติด, จํารูญ หนวดจิ๋ม, เสี่ยล้อต๊อก, เสน่ห์ โกมารชุน, สนั่น สโรภาส, ทักษิณ แจ่มผล, สมถวิล มุกดาประกร
เพลงประกอบภาพยนตร์ชายใจเพ็ชร์
เพลง ขวัญเรือน – สุพรรณ บูรณะพิมพ์
คำร้อง/ทำนอง นารถ ถาวรบุตร
ชายสะไบ
16 มม. / ขาวดํา / พากย์
ฉายที่ นิวโอเดียน
บริษัทสร้าง สุทธาภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง น.อ.ม.ล. ประวาศ, สุทธา ชุมสาย
ผู้ประพันธ์ “พันคํา” จากบทลคร
ผู้ถ่ายภาพ “ทิพยมาลา”, “พงษ์พันธ์”
ผู้ทําดนตรีประกอบ สง่า อารัมภีร์
ผู้พากย์ เสน่ห์โกมารชุน, พรรณีสําเร็จประสงค์
เค้าเรื่อง
“เรื่องของลูกทุ่งและการล้างทุ่งเพื่อ แก้แค้นกัน ด้วยหมัดต่อหมัด ดาบต่อดาบ สุรสิทธิ์เป็น เจ้าหนุ่มเลือดไพร่ผู้เผยอพิศมัยในลูกสาวของนายทุน จน กระทั่งพบกับความทารุณกลั่นแกล้งอย่างเจ็บแสบจาก ทัต เอกทัต หัวแก้วหัวแหวนของนายทุน ผู้ซึ่งปองสาวงาม นั้นอยู่เหมือนกัน พรรณี สําเร็จประสงค์ แม่สาวผู้นี้ เป็น ตัวการที่ความงามของหล่อนสร้างความเกลียดให้เกิดแก่ ชีวิตของคนหลายคนเชื่อมโยงกันไป ดีที่สุดที่สุรสิทธิ์แสดง ได้ ก็คือบทบาทเมื่อเขารู้ตัวว่าเมียของเขากําลังจะมีลูกถึง กับตื่นเต้นโลดถลาจะไปตามหมอตําแยทั้งที่เมียเพิ่งตั้งไข่ ได้ ๑ เดือน ดีที่สุดของทัต เอกทัต ก็คือบททารุณทั้งอย่าง เลือดร้อนและเลือดเย็นของเขาดีที่สุดในบรรดาตัวประกอบ ก็คือ ม.ล. เตาะ โกมารชุน ซึ่งแสดงบทบาทเป็นแม่เฒ่า ของสุรสิทธิ์ได้อย่างมีชีวิตชีวา และดีที่สุดในกะบวนจี้เส้น ด้วยหน้าตายและหนวดจิ้มคือจํารูญ หนวดจิ้ม”
นักแสดง
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์, พรรณี สําเร็จ ประสงค์, ทัต เอกทัต, ขวัญ สุวรรณะ, สง่า อินทรวิจิตร, ม.ล. เตาะ โกมารชุน, อรุณ น้อยทิพย์, จํารูญ หนวดจิ้ม, สุชาติ เตชะเสน, เสน่ห์ โกมารชุน
ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน สยามนิกร 11 กันยายน พ.ศ. 2499
ฉายวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493ชาติอ้ายเสือ
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่โรงหนังแกรนด์
นักแสดง
ฉลาด เค้ามูลคดี, เล็ก อําเที่ยงตรง
ฉายวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2493
ชาติชาย
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา? / พากย์
8 กุมภาพันธ์ 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ศิลปินภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สมชาย ตัณฑ์กําเนิด
เค้าเรื่อง
“ภาพยนตร์ไทยชะนิด “งู” ท่านชม มาแล้วหลายเรื่อง แต่ว่าถึง “ขนาดหนัก” ในเชิง “บู๊” กัน แล้ว “ชาติชาย” จะไม่ยอมอยู่แนวหลังของเรื่องชนิดเดียวกันเลย”
นักแสดง
สมชาย ตัณฑ์กำเนิด
ลําเนา, วิชิต, ประมิน,
รัญจวน, บุญส่ง (หลอ), ฟ้อน, เสน่ห์
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493
ฉายวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493
โจรล้างโจร
16 มม./สี/พากย์
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง หัสดินทรภาพยนตร์
ผู้กํากับ สิงห์ อิ่มลาภ
ผู้พากย์ สนาน-วรรณภา
นักแสดง
สิงห์ อิ่มลาภ, เพลิน สุขเจริญ,
พายัพ นฤภัย, เสริม ยนตรกิจ
และนักมวยแห่งเวทีราชดําเนิน
ฉายวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2493แม่นาคพระโขนง ปี พ.ศ. 2502
ตำนานรักอมตะที่ไม่มีวันตาย: แม่นาคพระโขนง [2502]
เรื่องย่อ:
หากพูดถึงเรื่องราวความรักที่ผูกพันข้ามภพชาติและสร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วทุกหัวระแหง ชื่อของ "แม่นาค" แห่งทุ่งพระโขนงย่อมเป็นชื่อแรกๆ ที่คนไทยนึกถึง และภาพยนตร์เวอร์ชันปี 2502 นี้ คือหนึ่งในผลงานระดับตำนานที่ถ่ายทอดตำนานอันศักดิ์สิทธิ์ให้มีชีวิตขึ้นมาบนจอเงินอย่างคลาสสิกที่สุด
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ ทุ่งพระโขนงอันเงียบสงบ "พี่มาก" ชายหนุ่มผู้ซื่อตรงได้พบรักและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับ "แม่นาค" หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและความภักดี ทั้งสองใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนกระทั่งถึงวันที่ชีวิตต้องแยกจากกันด้วยหน้าที่ทางการทหาร พี่มากถูกเรียกตัวไปรับราชการที่บางกอก ทิ้งให้แม่นาคต้องรอคอยการกลับมาของคนรักอยู่ที่บ้านเพียงลำพังด้วยใจที่ถวิลหา
แต่ทว่า... ความรักที่มั่นคงของแม่นาคกลับไม่จางหายไปแม้แต่ความตาย ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มหวาดระแวงกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นรอบทุ่งพระโขนง พี่มากผู้ไม่ล่วงรู้ถึงความจริงที่รออยู่เบื้องหน้า ก็ยังคงเฝ้าฝันถึงวันที่ได้กลับไปสู่อ้อมกอดของภรรยาสุดที่รักอีกครั้ง
ท่ามกลางความสับสน ความหวาดกลัว และความรักที่ยังคงยึดเหนี่ยววิญญาณเอาไว้ บทพิสูจน์แห่งรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร? วิญญาณแม่นาคจะละวางความห่วงหาอาวรณ์เพื่อไปสู่สุคติได้หรือไม่? และความจริงที่ซ่อนอยู่หลังบ้านท้ายทุ่งจะเป็นเช่นไร?
ร่วมย้อนอดีตไปสัมผัสกับเสน่ห์ของภาพยนตร์ไทยยุคบุกเบิก ที่ยังคงความขลังและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งได้ใน แม่นาคพระโขนง
ข้อความบนใบปิด
สีวิจิตรงามตา
เสน่ห์ โกมารชุน อำนวยการสร้าง
จากแรงรักของนางที่มีต่อเขา
เมื่อนางได้ตายจากเขาไป
วิญญาณรักของนางจึงยังคงเวียนว่าย
อยู่ในร่างร้าย เพื่อรอคอยสามี
นำแสดงโดย
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ปรียา รุ่งเรือง สมจิตร ทรัพย์สำรวย
พร้อมด้วย วิน วิษณุรักษ์, น้ำเงิน บุญหนัก, เสถียร ธรรมเจริญ,
สาหัส บุญหลง, ล้อต๊อก, ชูศรี โรจนประดิษฐ์,
เสน่ห์ โกมารชุน, ดอกดิน กัญญามาลย์, ทองฮะ,
ชั้น พวงวัน, ก๊กเฮง, สนิธ เกษธนัง, บุญส่ง เคหะทัต
ชเนศร์ จรัสตระกูล ถ่ายภาพ
รังสี ทัศนพยัคฆ์ กำกับการแสดง
ภาพยนตร์ไทยเรื่องเดียวในยุคนี้ ที่สามารถทำรายได้ เกินล้าน
ด้วยเวลาอันรวดเร็วที่สุด!
นักแสดง
ปรียา รุ่งเรือง
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์
สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย
วิน วิษณุรักษ์
น้ำเงิน บุญหนัก
เสถียร ธรรมเจริญ
ระบบถ่ายทำ: ฟิล์ม 16 มม., สี
อมตาเทวี
16 มม. /สี โกดาโครม) / เสียง?
ฉายที่ พัฒนากร
บริษัทสร้าง ละโว้ภาพยนตร์
ผู้ถ่ายภาพ วรรณบูลย์ พิทยาคม
ผู้กำกับ: หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา
นักแสดง อุไรวรรณ พงษ์ประยูร
ฉายวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2492
สุภาพบุรุษเสือไทย
สุภาพบุรุษเสือไทย
Criminal Without Sin
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง ปรเมรุภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สําเนาเศรษฐบุตร, แท้ประกาศวุฒิสาร
ผู้ประพันธ์ เสนีย์ บุษปะเกศ
ผู้กํากับ ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้เขียนบท ประจิต จุลละพันธ์
ผู้ถ่ายภาพ แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ทําดนตรีประกอบ อุโฆษ จันทร์เรือง
ผู้ประพันธ์คําร้อง เอื้อ สุนทรสนาน, แก้ว อัจฉริยะกุล
เรื่องย่อ
เมื่อคนดีต้องกลายเป็นเสือ ชีวิตของ กํานันไทยที่ดูจะราบรื่นต้องมาพังทลาย เมื่อรับแฉล้ม มาเป็น เมียน้อยเพื่อชดใช้หนี้ แต่เมื่อ คง ชู้รักเก่าของแฉล้มกลับมาปรากฏตัว แฉล้มจึงหลอกกํานันไทยว่าคงเป็นญาติ กํานันไทย ผู้มีน้ำใจเชื้อเชิญให้คงมาอาศัยด้วยกัน หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการ ต้อนรับโจรให้เขามาอยู่ในบ้าน ไม่นานนัก คงก็เริ่มเผยธาตุแท้ เมื่อ กระถิน เมียรักของกํานันไทยล่วงรู้ความสัมพันธ์ของคง กับแฉล้ม คงจึงล่อให้กระถินตกเป็นของตนซ้ำยังข่มขู่และรีดไถทรัพย์กระถินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สร้างความทุกข์ ระทมแก่กระถินจนคิดฆ่าตัวตาย กํานันไทยรู้ความจริงเข้าก็ ตรงดิ่งมาจัดการคง แต่ระหว่างที่กําลังชุลมุน อ้ายคงยิงพลาด ไปโดนกระถินเสียชีวิต แถม กับ จ่าหอม เผอิญเดินผ่านแถว นั้นได้ยินเสียงปืนจึงรีบมายังที่เกิดเหตุ คงรีบหนีเอาตัวรอด ทิ้งให้กํานันไทยซึ่งกําลังตะลึงงันตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าเมียตัวเอง เคราะห์ดีที่ได้สติรีบไหวตัวหนีกระเซอะกระเซิงมาถึงภูเขา ลูกหนึ่ง ที่นั่น กํานันไทยได้พบพระธุดงค์ซึ่งได้เตือนสติว่าเวร ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ไฟแค้นที่สุมอกกํานันไทยจึงสงบ ลง และอาศัยอยู่กับพระธุดงค์ตั้งแต่นั้นมา
แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีเสียงของชาวบ้านร่ำลือว่าเสือ ไทยกําลังออกอาละวาดที่ตําบลเกาะพลับพลาอย่างหนัก ได้ยินดังนั้น กํานันไทยก็สุดที่จะระงับโทสะ มุ่งหน้าหมายจะ ชําระแค้นอ้ายคงให้ตายคามือ ที่รอาจสวมรอยใช้ชื่อของ กํานันไทยออกปล้น ระหว่างทางกํานันไทยได้ช่วยกรองหญิงกําพร้าซึ่งกําลังถูกเจ้าบิ๋นรังแก กรองขอติดตามกํานันไทยไปด้วย เมื่อได้ฟังเรื่องราวของกํานันไทย กรองก็อาสาจะพาจ่า หอมมาพบเพื่อเล่าความจริง
ที่ตําบลเกาะพลับพลา แถมได้ขึ้นเป็นกํานัน กรอง พาจ่าหอมมาพบกํานันไทยได้สําเร็จ แต่วันรุ่งขึ้นจ่าหอม กลับกลายเป็นศพ มิหนําซ้ำกํานันไทยยังถูกใส่ร้ายว่าเป็นคน ฆ่าจ่าหอม คงเริ่มย่ามใจออกปล้นโดยใช้ชื่อเสือไทยหนักข้อ ขึ้น กํานันไทยทนเห็นชาวบ้านเดือดร้อนไม่ได้จึงยอมเป็นเสือ ไปปล้นเสือ เพื่อชิงทรัพย์มาคืนชาวบ้านดังเดิม โดยได้รับความ ช่วยเหลือจาก เดช และ แม่น คงไหวตัวทันจับกรองและแม่น เป็นตัวประกัน ถึงเวลาที่กํานันไทยจะชําระแค้นนําพรรคพวก บุกเข้าไปปลิดชีพคง
นักแสดง
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ เป็น เสือไทย
สอางค์ ทิพยทัศน์ เป็น กรอง
ประชุม จุลละภมร เป็น คง
เกื้อกูล อารีมิตร เป็น แฉล้ม
เทพ อักษรอินทร์ เป็น แม่น
ละออ ทิพยทัศน์ เป็น กระถิน
ยรรยง ศรีกุญชร เป็น แถม
พะยุง หอมกลิ่น เป็น เดช
ม.ล. ชูเกียรติ นิลรัตน์ เป็น บิ๋น
เชื้อ เปรมปรีนนท์ เป็น จ่าหอม
รางวัลตุ๊กตาทอง ปี พ.ศ. 2500 สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจิต จุลละพันธ์
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กรกฎาคม 2492
**สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ (รับบท เสือไทย ซึ่งบทนี้ได้สร้างชื่อให้เข
ภาพยนตร์ถ่ายทำที่จังหวัดรา
สุภาพบุรุษเสือไทย สร้างจากนวนิยายเรื่องดัง ‘เสือไทยผู้สุภาพ’ ของ เสนีย์ บุษปะเกศ ซึ่งลงตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารนิกรวันอาทิตย์
สองเสือ
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา? / พากย์
7 ธันวาคม 2492
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง บริษัทดาราภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ถ. อรุณประเสริฐ
ผู้กํากับ ตุล ลีละศร
เค้าเรื่อง “ภาพยนตร์ไทย ชะนิดชก ตื่นเต้น ดุเดือด”
นักแสดง
เศวต เสวะตามร์, ดวงมาลย์ สุดคนึ่ง, ปริญญา ลีละศร, อารี ดุลยพันธ์, ชื่น ลัดดาวงศ์, เจือ วรลักษณ์สิทธิ์, วรเทพ เลือดอุบล, รําเพย นฤภัย, สดใส นฤภัย, พายัพ นฤภัย, สีบัวแดง เลือดอุบล, โพ ชมศรีเมฆ
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ธันวาคม พ.ศ. 2492
ฉายวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2492
ศึกจ้าวทุ่ง
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
นักแสดง
อุสมาน ศรแดง, พวงเพ็ญ ศิริเกตุ
ฉายวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2492
ฉายที่โรงหนังเท็กซัส
ลูกป่าซุง
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา? / พากย์ /
1 มิถุนายน 2492
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง หัสดินทร์ภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ ม.ร.ว. อนุศักดิ์ หัสดินทร์
นักแสดง
ประชุม จุลภมร, ยุวดี
เค้าเรื่อง “ภาพยนตร์ไทยโลดโผนดุเดือด ที่โฆษณาจะฉายมานาน ได้ฤกษ์ฉายแล้ว”
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร มิถุนายน พ.ศ. 2492
เลือดในอก (2492)
ผู้พากย์ ทิดทอง
ฉายวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2492
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
ร่มฟ้าเวียงพิงค์
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
21 ตุลาคม 2492
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง ภาพยนตร์ออมสินศึกษา ของ ธนาคารออมสิน
นักแสดง
นางสาวเชียงใหม่ ปี 2482
และรองนางสาวเชียงใหม่ปี 2492
ดูฟ้อนเมืองจากเชียงใหม่บนเวที สลับภาพยนตร์ไทยสีธรรมชาติ
“ร่มฟ้าเวียงพิงค์” ภาพยนตร์ออมสินศึกษาของธนาคารออมสิน
แสดงนําโดย น.ส. เชียงใหม่ปี 82 และ
รอง น.ส. เชียงใหม่ปี 92
นอกจากจะได้ชมภาพยนตร์ ซึ่งถ่ายทําจากทิวทัศน์แห่งนครพิงค์แล้ว ท่านจะได้ชมการฟ้อนเมืองของกุหลาบงาม แห่งนครเชียงใหม่บนเวทีด้วยตลอดรายการนี้ *
* “ ร่มฟ้าเวียงพิงค์” * *
ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
เริ่มตั้งแต่รอบบ่ายวันที่ 21 ตุลาคมนี้
ที่มาภาพ นิตยสารภาพยนตร์สาร ตุลาคม พ.ศ. 2492
แผลเก่า เป็นภาพยนตร์ฟิล์ม 35 มม.สีธรรมชาติ
พากย์ สร้างโดย บูรพาศิลป์ภาพยนตร์
นำแสดงโดย ชีพ ชูพงษ์ (ท้วม ทรนง) และ พรทิพย์ โกศลมัชกิช
เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง ทำรายได้สามแสนบาท
ฉายซ้ำอีกครั้งในปี พ.ศ. 2497
ชายชาตรี
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์ /
3 ตุลาคม 2489
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ปรเมรุภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้ประพันธ์ อิศรา อมันตกุล
ผู้กํากับ เฉลิม เศวตนันทน์
ผู้เขียนบท อิศรา อมันตกุล
ผู้แต่งบทพากย์ พันคํา
ผู้ถ่ายภาพ ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้ตัดต่อ แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ลําดับภาพ แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้ออกแบบฉาก อิศรา อมันตกุล
ผู้พากย์ ทิดเขียว
เรื่องย่อ
ณ เมืองกาญจนบุรี คงจะไม่มีนักเลง หน้าไหนใหญ่เกินกว่า กํานันหาญ
แต่เพราะวัยอันใกล้จะ ร่วงโรยรา กํานันจึงตามตัว นาฏยา
ลูกสาวที่อยู่เมืองกรุง กลับมาช่วยสานต่ออํานาจ ครั้นนาฏยากลับมาถึงบ้านเธอ
ก็ได้พบกับ แผน นักเลงหนุ่มพเนจร ซึ่งดูท่าว่าจะช่วย เหลืองานของพ่อตนได้
จึงให้แผนมาอยู่ด้วย ทว่านานวัน
ด้วยความหล่อเหลาของแผนก็ทําเอานาฏยาตกหลุมรัก
ซึ่งเขาเองก็คิดไม่ต่างจากเธอ ทั้งสองจึงสานสัมพันธ์ฉันท์ คนรัก
ท่ามกลางความไม่พอใจของ ไอ้สุข มือขวาของกํานันหาญ
ที่คิดจะทรยศกํานันหาญมาก่อนหน้านั้น เนื่องจากกํานันหาญคิดจะเลิกปล้น
ในขณะที่มันต้องการ จะเป็นโจรต่อไป เมื่อเห็นว่านาฏยากําลังรักกับแผน ไอ้
สุขจึงจัดการปล้นวัวกํานันหาญรวมทั้งจับนาฏยาเป็น ตัวประกัน
แผนซึ่งแท้ที่จริงคือนายร้อยตํารวจปลอมตัว มาจับขบวนการของกํานันหาญ
จึงเปิดเผยตัวออกตามล่า ไอ้สุข
แต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อไอ้สุขกระทําการพรากพรหมจรรย์ไปจากนาฏยา
และด้วยความโกรธแค้น นาฏยาจึงฆ่าไอ้สุขตายคาที่ แล้วจึงหนีไปบวช
ละทิ้งซึ่งชะตากรรมอันแสนเศร้า ที่ทําให้แผนสุดแสนช้ำใจ
นักแสดง
วสันต์ สุนทรปักษิน เป็น แผน
สุข สาทรานนท์ เป็น ว่อง
นาฏยา วีระทัต เป็น นาฏยา
ศรี สุวรรณสง่า เป็น เพลิน
เฉลิม เศวตนันทน์ เป็น กํานันหาญ
สิน ณ พัทยา เป็น สุข
ใช้ ห้วงน้ำ เป็น โห้
จมื่นมานิตย์นเรศ, สง่า แย้มเอิบสิน
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กันยายน พ.ศ. 2489

แม่ศรีเมือง
ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์
30 ธันวาคม 2484
ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง อุบลภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เลียง ไชยกาล
ผู้ประพันธ์ เลียง ไชยกาล
ผู้แต่งบทพากย์ พรานบูรพ์
ผู้ถ่ายภาพ เลียง ไชยกาล
ฝ่ายเทคนิค ขุนปฏิภาค, เลื่อน พงษ์โสภณ
ผู้ทําดนตรีประกอบ พรานบูรพ์
ผู้พากย์ ทิดเขียว
เรื่องย่อ
หลังจากสามีเสียชีวิต ศรีเมือง จึง แต่งงานกับ หลวงภรตชํานาญ
ศรีเมืองมีลูกติดชื่อ ประดิษฐ์ เช่นเดียวกับชํานาญก็มีลูกสาวชื่อ วารินทร์
ชีวิต คู่ของทั้งสองราบรื่นได้ไม่นานก็เกิดปัญหา เนื่องจาก
ชํานาญเริ่มติดเหล้าและการพนันอย่างหนักจนเป็นหนี้สิน
จึงต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี หลังจาก นั้นไม่นาน
ศรีเมืองก็ฆ่าตัวตาย ประดิษฐ์และวารินทร์ต้อง
ออกไปทํางานเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง แต่ต่อมาบ้านเมืองก็ เข้าสู่ภาวะสงคราม
ประดิษฐ์ถูกเกณฑ์เป็นทหารไปรับใช้ ชาติ
แต่ประดิษฐ์กลับขายชาติจึงถูกจับและถูกตัดสิน ประหารชีวิตในภายหลัง
นักแสดง
หลวงภรตกรรมโกศล, ทองอ่อน ยุกตะนันท์, สมบุญ แว่นตาโต, พิณ ไชยกาล, ประดิษฐ ชีพสาทิศ, ประมูล ชูโต
ที่มา นิตยสารชุมนุมภาพยนตร์ ธันวาคม พ.ศ. 2484

นักร้องนักเลง 2
คอหนังไทยยุค 90 และแฟนเพลงลูกทุ่งเตรียมล้อมวงกันเข้ามาได้เลย เพราะนี่คือเรื่องย่อของ "นักร้องนักเลง 2 (2536)" ภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชัน-มิวสิคัลสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับกลิ่นอายความบันเทิงแบบดั้งเดิม!
🎬 เรื่องย่อ: ศักดิ์ศรี เสียงเพลง และการล้างแค้นด้วยลูกปืน!
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "ไอ้พล" หนุ่มบ้านนาผู้มีพรสวรรค์ในการร้องเพลง พยายามรวมตัวกับพรรคพวกและ "ลุงโกร่ง" เพื่อตั้งวงดนตรีลูกทุ่งกู้วิกฤตและสืบทอดเจตนารมณ์ของ "พี่เป้า" ผู้มีพระคุณที่ต้องติดคุก แต่หนทางสู่ดวงดาวกลับไม่ใช่ง่ายๆ เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ "นายประสาท" อดีต สส. ผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า และ "ชัย" น้องชายหัวรุนแรงที่หวังจะตั้งวงดนตรีแข่ง และไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาข้ามเส้น
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ "ยอด" น้องชายของพี่เป้า เดินทางกลับมาในพื้นที่เพื่อสืบหาความจริงและล้างแค้นคนที่ทำให้พี่ชายต้องเข้าคุก ยอดกลายเป็นก้างชิ้นใหญ่ที่นายประสาทต้องส่งมือปืนระดับพระกาฬมาเก็บ ท่ามกลางเสียงลูกปืนและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง เรื่องราวหัวใจก็ยิ่งซับซ้อนเมื่อ "ดาว" หญิงสาวที่ชัยหมายปอง กลับมีใจให้กับไอ้พล จนนำไปสู่เหตุการณ์หักเหลี่ยม โกงความตาย และการลักพาตัว!
ไอ้พลและยอดจะสามารถฝ่ามรสุมอิทธิพลมืด เพื่อสร้างวงดนตรีและทวงคืนความยุติธรรมได้สำเร็จหรือไม่? หรือพวกเขาจะต้องสังเวยชีวิตให้กับลูกปืนก่อนที่เสียงเพลงจะได้ก้องกังวาน?
รวมพลังดาราและเสียงเพลง: ตัวหนังเต็มไปด้วยบทเพลงลูกทุ่งและเพลงสไตล์กันตรึมสุดไพเราะ ผสมผสานกับมุกตลกคาเฟ่ยุคคลาสสิกที่หยอดเข้ามาให้ได้ขำเป็นระยะ
แอ็กชันสไตล์ไทยแท้: ฉากสู้ตัวต่อตัวและฉากดวลปืนสุดมันส์ที่สะท้อนยุคสมัย "เจ้าพ่อครองเมือง" ได้อย่างถึงใจ
ดราม่าเชือดเฉือน: ความรัก ศักดิ์ศรี และการทรยศหักหลังระหว่างสายเลือด
ใครที่คิดถึงบรรยากาศหนังไทยเก่าๆ ดนตรีเพราะๆ และคิวบู๊ดุดันแบบไม่ต้องพึ่งซีจี สามารถไปรับชมความบันเทิงแบบเต็มอิ่มนี้ต่อได้เลยครับ!
นักแสดง :
เฉลิมพล มาลาคำ
บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
วิภาวี รพีพันธ์
จงรักษ์ พิศสุวรรณ
ดวงใจ เมืองสุรินทร์
ดาร์กี้ กันตรีมร็อค
ชัยณรงค์ มาลาคำ
วันที่เข้าฉาย: 6 พฤศจิกายน 2536
ขุนช้างขุนแผน
ฟิล์ม 35 มม. / ขาวดํา / พากย์
ฉายที่ วัฒนากร, แก๊ปปิตอล
บริษัทสร้าง น.น. ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง บํารุง แนวพานิช
นักแสดง ศิริ
ขุนช้างขุนแผน
ภาพยนต์ไตยประกอบเพลงตลอดเรื่อง จะฉายเร็วๆนี้
ที่มาภาพ นิตยสารภาพยนต์สยาม ตุลาคม พ.ศ. 2477

รบระหว่างรัก
เค้าเรื่อง
“เป็นเรื่องชาวนา มีพระเอก ตัวโกง ติดผู้หญิง
แย่งผู้หญิงกันแล้วเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พระเอกมีแม่ มีคู่รัก
แต่เมื่อเกิดสงครามพัวพันมาถึงชาติ บ้านเมือง
พระเอกก็เข้าอาสาสมัครไปสงคราม ดําเนินเรื่องตามโคลง
“มโนมอบพระผู้เสวยสวรรค์ แขนมอบถวายทรงธรรมเทิดหล้า ดวงใจมอบเมียขวัญ
และแม่ เกียรติศักดิ์รักของข้า มอบไว้แก่ตัว”
จุดประสงค์ของเรื่องให้เห็นชีวิตคนไทย คนไทยส่วนมากเป็นชาวนา เรื่องก็ต้องเป็นชาวนา แต่ว่า พลิกแพลงทําหยอดนั่นเติมนี่ให้มีอะไรสนุก ๆ แปลก ๆ ไปทุกแง่ทุกมุมซึ่งมีทางทําได้มาก เรื่องชกต่อยมีเล็กน้อย ไม่ให้สะบั้นนั่นแหลกเกินความจริง ยกเอาความโลดโผนไปให้กับฉากรบในยุโรป แสดงเป็นการรบตอนหนึ่ง ที่พระเอกขับยานยนต์เข้ายึดสนามเพลาะของข้าศึก ท่ามกลางลูกระเบิดและกระสุนปืนกล จนถึงตะลุมบอน สู้กันอย่างทรหดตัวต่อตัว ฉากนี้ให้เป็นเวลากลางคืนทําให้หวาดเสียวตื่นเต้น”
นักแสดง
แฉล้ม บัวเปลี่ยนสี
เพลินพิศ ยมนาค
ปลอบ ผลาชีวะ
แน่งน้อย โสมสกุล
ที่มา สง่า กาญจนาคพันธุ์, อนุสรณ์วันพระราชทานตุ๊กตาทอง 17 มีนาคม พ.ศ. 2508
เรื่อง รบระหว่างรัก เป็นหนังบันทึกเหตุการณ์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งด้านคำชมเชยและด้านของรายได้
เรื่องราวรักสามเส้า และรักต่างชนชั้น พระเอกเป็นลูกชาวนาที่อาสาไปรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 มีแม่เป็นคนตาบอด เมื่ออาสาไปรบจึงไปขอร้องเพื่อนที่มีเสียงเหมือนกับตน ไปดูแลแม่ของตัวเอง พอกลับมาจากสงครามก็พบว่าถูกแย่งคนรักไป พระเอกจึงไปแย่งกลับคืนมา

เรื่องย่อ
เมื่อ "จาริต" ลูกชายโทนสุดกวนของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ดันเกิดฮึดสู้ไม่ยอมก้มหัวให้กับการคลุมถุงชนของคุณพ่อ ผลลัพธ์คือการโดนไล่ออกจากบ้านพร้อมคำท้าทาย! งานนี้หนุ่มนักเรียนนอกวิชามายากลเลยขอพิสูจน์ตัวเองด้วยการพาก๊วนเพื่อนซี้ก้าวเข้าสู่โลกของคนจน ออกเดินทางแสวงหาปรัชญาชีวิตและการเอาตัวรอดด้วยเงินติดตัวเพียงน้อยนิด
ความหล่อระดับ "หล่อลากดิน" และลูกไม้กะล่อนขั้นเทพของพวกเขานำไปสู่แผนการต้มตุ๋นสุดฮาเพื่อหาเงินประทังชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเช่าบ้านสุดอลเวง แกล้งเล่นกลป่วนเมือง หรือการดวลฝีปากกับเจ้าหนี้และสาวๆ ที่พวกเขาพยายามไปตามตื้อตามจีบ แต่เรื่องราวกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อพวกเขากลายเป็นเป้าหมายที่สาวๆ แก๊งแม่ค้าและผู้เสียหายรวมหัวกันออกตามล่าเพื่อจับให้ได้คาหนังคาเขา!
ทว่า... ความป่วนในเมืองยังไม่ทันเคลียร์ เรื่องราวกลับพลิกผันไปสู่ความระทึกขวัญระดับไซไฟ-แฟนตาซี เมื่อจู่ๆ หญิงสาวคนรักกลับถูกลักพาตัวไปโดย "ดร.คุรุมา" นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่หวังจะใช้ชีวิตของเธอมาทำพิธีชุบชีวิตเมียรักที่หลับใหล! แถมยังมีเรื่องราวของ "ปรอดสำเร็จ" ยาผู้วิเศษที่กินแล้วจะทำให้เหาะเหินเดินอากาศกลายเป็นซูเปอร์แมนเข้ามาเอี่ยวอีกด้วย!
จากหนุ่มกะล่อนที่วันๆ เอาแต่หนีหนี้และตามจีบสาว จาริตและก๊วนเพื่อนจะงัดไม้เด็ดและมายากลอะไรมาต่อกรกับดร.สติเฟื่องเพื่อช่วยคนรัก? แล้วยาเหาะวิเศษจะพาพวกเขาไปเจอกับความวายป่วงขนาดไหน? เตรียมพบกับความบันเทิงยุค 80s ที่ผสมผสานทั้งเสียงหัวเราะ มุกตลกล้อเลียน และความโรแมนติกแอ็กชันแบบไทยๆ ได้ใน "หล่อลากดิน (2525)" เต็มเรื่องได้เลย!
ข้อความบนใบปิด
JIKKER จิ๊กเกอร์โปรดักชั่น เสนอ
ความรักที่อลวน อลเวงที่สุด
เมื่อกามเทพเจ้าชู้เสียเอง เรื่องก็ยุ่ง
4 คู่จู๋จี๋ 4 เพลงใส่ไป
หล่อลากดิน
ทูน หิรัญทรัพย์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
ลักษณ์ อภิชาติ มยุรา ธนะบุตร
ไพรวัลย์ ลูกเพชร เด๋อ ดอกสะเดา
กมลา เศรษฐี, กนิษฐา วงศ์ดาว, สมจินต์ ธรรมทัต,
มาลี เวชประเสริฐ, โกร่ง กางเกงแดง, สมพงษ์ พงษ์มิตร,
สมพล กงสุวรรณ, ท้วม ทรนง
ฟังเพลงฮิต จับหัวเสียหวี, แบ่งคนละครึ่ง,
โอ้โอ..น่ารัก, หล่อลากดิน
บริษัทซินนีแลบจำกัด
โดย สวง ว่องสุภัคพันธ์ อำนวยการสร้าง
ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย กำกับการแสดง
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
เท่ ส้ม อ๋อง
รักสามเส้าของหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มที่ซื่อบริสุทธิ์ หญิงสาวที่ถูกมองว่าเป็นทอม และสาวสวยผู้ถูกความรักทำพิษ กลายเป็นเรื่องราวความรักความเข้าใจต่างรูปแบบ เป็นหนังวัยรุ่นที่พยายามสร้างเงื่อนไขให้กับตัวเรื่องด้วยปัญหาร่วมสมัย
เรื่องย่อ
ความมืดสีขาว... และรักสามเส้าที่ยากจะคาดเดา!
เท่ ส้ม อ๋อง (2535)
เมื่อความรักในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีเพียงแค่คนสองคน และหัวใจไม่ได้เป็นสีชมพูเสมอไป...
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "เท่" (รับบทโดย สาริน อลัน) นักศึกษาหนุ่มมาดกวนจากเอกจิตรกรรม ดันไปตกหลุมรัก "ส้ม" (รับบทโดย แอน ทองประสม) สาวสวยสุดฮอตประจำมหาวิทยาลัยเข้าอย่างจัง งานนี้หนุ่มสายอาร์ตจอมเซ่อซ่าจึงต้องงัดทุกกระบวนท่าและรวบรวมความกล้าเพื่อพิชิตใจเธอ โดยมี "อ๋อง" (รับบทโดย ธงชัย ประสงค์สันติ) รูมเมทและเพื่อนสนิทมาดนิ่งคอยเป็นกุนซือ คอยช่วยเหลือและร่วมหัวจมท้ายในทุกๆ วีรกรรมสุดเพี้ยนเพื่อส่งเพื่อนให้ถึงฝั่งฝัน
แต่ทว่า... เส้นทางรักครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด นอกจากเท่จะต้องผ่านด่านก้างชิ้นใหญ่ที่เป็นหนุ่มโปรไฟล์ดีมีรถขับแล้ว ยิ่งนานวันเข้า ความใกล้ชิดและการได้ร่วมแบ่งปันความลับในห้องพักสี่เหลี่ยม กลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง "เท่" และ "อ๋อง" เริ่มมีมวลความรู้สึกบางอย่างที่ชวนอึดอัด สับสน และแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้คอนเซปต์ "ความมืดสีขาว"
ความรักของชายหนุ่มสายอาร์ตสุดตื้อ, หญิงสาวผู้แสวงหาความจริงใจ และเพื่อนสนิทที่กุมความรู้สึกยากจะเอ่ย... สุดท้ายแล้ว ความผูกพันอันซับซ้อนในรั้วมหาวิทยาลัยครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร? ใครจะเป็นผู้ที่ซับน้ำตา และใครที่จะได้ครอบครองรูปวาดแห่งหัวใจ?
ร่วมย้อนวันวานไปกับผลงานวัยรุ่นยุค 90s ของเหล่านักแสดงชั้นนำ และการแสดงอันทรงพลังของ แอน ทองประสม, สาริน อลัน และ ธงชัย ประสงค์สันติ แบบเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!
รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่นี่: เท่ ส้ม อ๋อง (2535)
เรื่องย่อ :
| ติ๊ก ชิโร่ | ||
| อังคณา ทิมดี | ||
| ปวีณา ชารีฟสกุล | ||
| ตฤณ เศรษฐโชค | ||
| ชาญณรงค์ ขันทีท้าว |
วันที่เข้าฉาย: 1 สิงหาคม 2535
เรื่องย่อ
เรื่อง: ชาติอำมหิต (2531)
นำแสดงโดย: สรพงศ์ ชาตรี
เมื่อสงครามไม่ได้จบลงแค่ในสนามรบ... อดีตทหารกล้าและนักรบเดนตายผู้ชำนาญการรบทุกรูปแบบอย่าง "จ่าเพลิง ภูดวง" (รับบทโดย สรพงษ์ ชาตรี) หวังจะหันหลังให้ความรุนแรงและกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่โชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่อ "หน่วยล่าสังหาร" ของฝ่ายศัตรูทมิฬยังคงตามล่าตัวเขาอย่างไม่ลดละ!
ภารกิจสกปรกของพวกมันคือการทรมานและบีบบังคับให้จ่าเพลิงยอมเผย "รหัสและจุดที่ตั้งสำคัญ" ของกองทัพ แลกกับทรัพย์สินเงินทองมหาศาล แต่มีหรือที่หัวใจรักชาติอันเด็ดเดี่ยวของเสือร้ายเดนตายคนนี้จะยอมก้มหัวให้คนทรมาน ท่ามกลางการปะทะอันดุเดือด จ่าเพลิงได้รับความช่วยเหลือจากลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านชายป่าและ "ดาร์วิน" ชายหนุ่มลึกลับผู้เต็มไปด้วยความแค้นต่อพวกโจรป่าอำมหิต
การหลบหนีกลายเป็นการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ เมื่อพวกเหล่าร้ายหันไปใช้แผนสกปรก บุกปล้นฆ่าและจับตัวชาวบ้านบริสุทธิ์เป็นตัวประกันเพื่อล่อให้จ่าเพลิงปรากฏตัว! สัญชาตญาณนักรบจึงถูกปลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและผู้บริสุทธิ์...
"จ่าเพลิงจะรักษาความลับของชาติและช่วยชาวบ้านได้สำเร็จหรือไม่? หรือเขาต้องสังเวยชีวิตกลางป่าลึกแห่งนี้?"
เตรียมพบกับฉากแอ็กชันระเบิดภูเขาเผากระท่อมตามสไตล์หนังไทยยุคคลาสสิก การดวลปืนสุดเดือด และการปะทะคารมที่เข้มข้น ร่วมพิสูจน์ความเด็ดเดี่ยวของลูกผู้ชายชื่อ "จ่าเพลิง" ในภาพยนตร์เรื่อง ชาติอำมหิต (2531) ได้แล้ววันนี้!
ชมภาพยนตร์ ชาติอำมหิต (2531) เต็มเรื่อง
เรื่องย่อ
พี่นักร้องน้องนักเลง (2534): เมื่อเสียงเพลงต้องมาปะทะกับโลกของนักเลง
ในโลกของวงดนตรีลูกทุ่งที่เต็มไปด้วยสีสันและความฝัน "หำ" (รับบทโดย เฉลิมพล มาลาคำ) นักร้องหนุ่มจากบ้านนาผู้มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ กำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นดาวรุ่งที่แฟนเพลงทั่วอีสานต่างหลงรัก แต่ทว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อวงดนตรีของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งของเหล่าผู้มีอิทธิพลโดยไม่ตั้งใจ
ท่ามกลางการเดินสายแสดงคอนเสิร์ตทั่วประเทศ ชีวิตของหำต้องสั่นคลอนเมื่อ "เหิม" น้องชายของเขา ผู้ซึ่งทำงานให้กับผู้มีอิทธิพลมืด ได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานงานวงดนตรี ทำให้หำถูกดึงเข้าไปอยู่ท่ามกลางสมรภูมิระหว่างธุรกิจสีเทาและการเอาตัวรอดในสังคมที่ "ความซื่อตรง" เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนภาพชีวิตของศิลปินลูกทุ่งที่ต้องต่อสู้กับอุปสรรคทั้งเรื่องงานและการพิสูจน์ความรักที่มีต่อ "หวาย" หญิงสาวผู้เป็นกำลังใจสำคัญ ในขณะที่ "เหิม" ผู้เป็นน้องชายพยายามใช้ทุกวิถีทางในแบบของ "นักเลง" เพื่อปกป้องพี่ชายจากเงื้อมมือของอิทธิพลมืดที่คอยจ้องจะทำลายพวกเขา
เมื่อความยุติธรรมเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้ และเวทีคอนเสิร์ตกลายเป็นเดิมพันของชีวิต... พี่ชายนักร้องและน้องชายนายนักเลงจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไร? ร่วมติดตามเส้นทางชีวิตและบทเพลงของพวกเขาได้ใน "พี่นักร้องน้องนักเลง"
3 กบาล (2533)
แนวภาพยนตร์: ตลก / เบาสมอง
"เมื่อความลับในหน้าที่การงาน และศักดิ์ศรีค้ำคอ... ปฏิบัติการหลอกลวงระดับพันล้านจึงเริ่มต้นขึ้น!"
เรื่องราวสุดป่วนเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เพียว ชายหนุ่มจอมกะล่อนที่เพิ่งได้งานทำในโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่อยากอวดโก้ให้ครอบครัวและคนรอบข้างเห็น จึงมโนแต่งเรื่องสร้างโปรไฟล์ซะดิบดีว่าตัวเองมีตำแหน่งใหญ่โต เป็นผู้กว้างขวางในโรงแรม มีมาดนักธุรกิจสุดเท่ ทั้งที่ความจริงแล้วหน้าที่ของเขาแตกต่างจากที่คุยไว้ราวฟ้ากับเหว!
แต่ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อ เสี่ยสุรชาย เสี่ยใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลและเจ้าหนี้หน้าเลือด ดันหลงเชื่อใน "โปรไฟล์กำมะลอ" ของเพียวเข้าอย่างจัง แถมเสี่ยสุรชายยังกำลังมองหาลู่ทางลงทุนครั้งใหญ่กับ "ท่านอู๋ซัน" มหาเศรษฐีลึกลับจากฮ่องกง ที่เดินทางมาเมืองไทยพร้อมข่าวลือหนาหูว่าจะมาทุ่มเงินกว้านซื้อหุ้นระดับพันล้าน!
เมื่อความเข้าใจผิดบานปลาย เพียวและแก๊งเพื่อนซี้จึงตกกระไดพลอยโจน ต้องจัดฉากสวมรอยเป็นตัวแทนประสานงานโครงการระดับโลก (ที่โม้ไปถึงขั้นองค์การนาซ่าและโครงการอวกาศ!) เพื่อตบตาเสี่ยหน้าเลือดและช่วยเหลือนางเอกสาวที่กำลังเดือดร้อนเรื่องหนี้สิน
เรื่องราวการโกหกคำโตที่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ในที่ทำงาน กลับกลายเป็นเกมต้มตุ๋นระทึกขวัญระดับชาติที่มีเงินเดิมพันสูงลิ่ว พวกเขาจะรักษารอยร้าวของแผนลวงนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง หรือจะโดนเสี่ยใหญ่จับได้ซะก่อน? เตรียมพบกับความฮา สไตล์หนังไทยยุค 90 ที่เต็มไปด้วยมุกตลกจิกกัดและการหักเหลี่ยมเฉือนคมสุดแสบ!
ไปร่วมพิสูจน์ความป่วนของแก๊งนี้แบบเต็มเรื่องได้ที่นี่ แล้วคุณจะรู้ว่า "กลลวง" ครั้งนี้... ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะที่แท้จริง!
ชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง: 3 กบาล (2533)
ข้อความบนใบปิด
TKR GROUP ร่วมกับ กลุ่ม “คนไท”
เสนอผลงานอันดับที่ 8
3 กบาล
แสดงนำ
เกียรติ กิจเจริญ, ธีรวัฒน์ ทองจิตติ, โสรญา กรธวัท
มณีรัตน์ วัยวุฒิ, ปทุมวดี โสภาพรรณ, ท้วม ทรนง,
ซันโตส ชลิต กาละแม, มอริส เค, แดนนี่
ดารารับเชิญ ส.อาสนจินดา, มาลี เวชประเสริฐ,
พูนสวัสดิ์ ธีมากร, สุเทพ ประยูรพิทักษ์, แน่งน้อย แสงสุวิมล
“กิ๊ก ตีก โตส” บทภาพยนตร์
มานพ อัมพุช ที่ปรึกษา
พรศักดิ์ เจาฑานนท์ ดำเนินงานสร้าง
สุทัศน์ อินทรานุปกรณ์ กำกับภาพ
ธวัทชัย (ทอมมี่) โรจนะโชติกุล อำนวยการสร้าง
นิรันดร์ ธรรมปรีชา กำกับการแสดง