แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ แสดงบทความทั้งหมด

ชุมเสือ

 

ชุมเสือ
"ชุมเสือ" (พ.ศ. 2519) สร้างจากบทประพันธ์ของ เศก ดุสิต ผลงานการกำกับของ วัฒนสิทธิ์ นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, ไพโรจน์ ใจสิงห์, เมตตา รุ่งรัตน์, ดามพ์ ดัสกร และ สายัณห์ จันทรวิบูลย์ 

เรื่องย่อ

งานมงคลสมรสระหว่าง ศักดา ปลัดอำเภอหนุ่ม กับ ภาวิณี ต้องพังทลายลงกลางคัน เมื่อมีหญิงสาวบุกเข้ามาอาละวาดประกาศตัวว่าเป็นภรรยาของศักดา ทำให้ภาวิณีรู้สึกอับอายและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์ ก่อนจะย้ายไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยที่บ้านชุมเสือ ส่วนศักดาที่ผิดหวังในความรักจึงตัดสินใจไปเป็นทหารรับจ้างเพื่อลืมความหลัง ในเวลานั้น บ้านชุมเสือซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณชายแดน กำลังตกเป็นเป้าหมายของขบวนการก่อการร้ายนำโดย โดม และ ดารา สองพี่น้องที่มุ่งหวังจะแทรกซึมและเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นเขตปลดปล่อย โดยร่วมมือกับ เทิด ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งได้นำกำลังเข้าสังหารกำนันเสืออย่างโหดเหี้ยม แล้วตั้งตนขึ้นเป็นกำนันคนใหม่คอยกดขี่ข่มเหงชาวบ้าน

ต่อมา สยาม ลูกชายของอดีตกำนันเสือ และ เอก อัสดร อดีตสองทหารพราน ได้เดินทางกลับมายังบ้านชุมเสือพร้อมกับศักดาที่ย้ายมารับตำแหน่งปลัดอำเภอในพื้นที่ เมื่อสยามรู้ความจริงเรื่องการตายของพ่อ จึงร่วมมือกับ ยอด ชายหนุ่มผู้รักความยุติธรรมและชาวบ้าน เพื่อต่อต้านอำนาจมืดของกำนันเทิด ขณะเดียวกัน ศักดาพยายามตามง้อขอคืนดีกับภาวิณี แต่เกิดความเข้าใจผิดและระแวงว่าภาวิณีมีใจให้ยอด จนถูกฝ่ายคนร้ายใช้จุดนี้ยุแยงให้เกิดความแตกแยก ทว่าเมื่อฝ่ายคนร้ายจับตัวภาวิณีและหญิงสาวในหมู่บ้านไปเป็นตัวประกัน ยอด สยาม และเอก จึงนำกำลังบุกเข้าไปช่วยเหลือจนปลอดภัย ทำให้ทุกคนล่วงรู้แผนการใหญ่ของฝ่ายตรงข้ามที่จะยกกำลังเข้ายึดหมู่บ้าน

เมื่อความจริงปรากฏ ศักดาและภาวิณีได้ปรับความเข้าใจกัน ขณะที่ยอดและสยามได้เข้าเกลี้ยกล่อมจนกำนันเทิดสำนึกผิดและยอมกลับใจมาร่วมมือกับฝ่ายบ้านเมือง ในที่สุด ชาวบ้านชุมเสือ อาสาสมัคร และลูกเสือชาวบ้าน จึงผนึกกำลังร่วมกับปลัดศักดา เปิดศึกเข้ากวาดล้างขบวนการก่อการร้ายอย่างดุเดือด เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินเกิดและขับไล่ผู้คิดร้ายต่อชาติบ้านเมือง นำพาความสงบสุขกลับคืนสู่บ้านชุมเสือได้สำเร็จ

วีรบุรุษกองขยะ

โปสเตอร์หนัง วีรบุรุษกองขยะ

เรื่องย่อ วีรบุรุษกองขยะ

ที่บริเวณพระราชวังโบราณ จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ๆ บรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้ความนิยมไปศึกษาหาความรู้ กับโบราณวัตถุอันเก่าแก่ของไทย ชาติกล้า ทินกร กําลังขะมักเขม้นอยู่กับภาพเขียน สองผัวเมียชาวต่างชาติยืนดูภาพนั้นอยู่อย่างประ หลาดใจ ชาติกล้ารู้สึกตัวว่ามีผู้สนใจก็ชักกระดาก จึงค่อยขยับขยาย หลบไปให้พ้นจากความสนใจของสองผัวเมียนั้น เข้าไปอยู่ใกล้ ๆ กับหัวหน้าแก๊งค์ เด็กๆกําลังออกทําหน้าที่ตามที่หัวหน้าสั่ง กับพวกนักท่องเที่ยว กลับมาเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าจัดการกับเปียทันที เพราะหัวหน้ารู้ทันว่าเปียไม่ยอมมอบเงิน ที่ได้มาจากการทํางานกับนักท่องเที่ยวหมด โดยให้ยักยอกเอาไว้ส่วนหนึ่ง ชาติกล้าเข้าขวางไว้ไม่ ให้ทารุณกับเด็ก และ พร้อมกับแนะนําให้เปลี่ยนอาชีพใหม่

ที่บ้านชาติกล้าเตี่ยเก็บเอาของเก่าๆ ที่มีค่าเตรียมเอาไปขายเพื่อเอาเงินมาไว้อุด ไม่ให้ชาติกล้าเป็นทหาร ไม่ค่อยพอใจนัก พูดจาถากถาง แต่เตี่ยก็ไม่ยอม ชาติกล้าเข้ามา แม่ชื่นบอกว่าเตี่ยคอยพบอยู่เรื่องที่จะไปเกณฑ์ทหาร เตี่ยเขาไม่ยอมให้ไปเป็นทหารเด็ดขาด เสียงวิทยุประกาศถึงสถานการณ์อันรุนแรงทางชายแดน เตี่ยออกมาพูดกับทุกคนว่า มันเป็นอย่างไรน่ากลัวแค่ไหน และไม่อยากให้ชาติกล้าไปเป็นทหารเด็ดขาด แม้ว่าจะพูดห้ามอย่างไรก็ตาม เตี่ยยังคงยืนความตั้งใจเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ที่โรงเรียน ชาติกล้าไปดูผลสอบ ปรากฏว่าไม่มีรายชื่อ พยายามหางานทํา ก็ไม่สําเร็จ จึงกลับไปอยู่กับพรรคพวกอย่างเดิมที่จังหวัดอยุธยา ขนิษฐาได้พาชาวต่างชาติไปเที่ยว พวกชาวต่างชาติได้ให้ความสนใจกับภาพเขียน ที่ชาติกล้า เขียนอยู่และตกลงขอซื้อ ชาติกล้าตกลง ขายภาพนั้นไปอย่างอายๆ เสียงเอะอะ จากกลุ่มชาวต่างชาติที่จับเปีย ในขณะที่ล้วงกระป่าได้ ชาติกล้าเข้าไปช่วยเปีย เลยถูกตํารวจจับไว้ในข้อหาร่วมมือกับ เด็ก ๆ ขนิษฐา ได้ขอประกันตัว ชาติกล้าออกมา เจ้าหน้าที่ตํารวจได้แนะนําชาติกล้าว่ายังเป็นหนุ่ม ๆ แน่น ๆ น่าจะทําตัว ให้เป็นประโยชน์ แสวงหาเกียรติยศชื่อเสียง และแนะนําให้ไปสมัครเป็น ตชด. ยังจะนับว่าเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติเสียกว่า

ขนิษฐาพาชาติกล้ามาที่บ้าน ชาติกล้า กล่าวขอบคุณ ขนิษฐา และถามว่า เพราะเหตุใดจึงคิดช่วยเหลือตน ขนิษฐา บอกว่าตนเห็นว่าชาติกล้าไม่ใช่คนเลวจนต้องถูกตํารวจจับเช่นนั้น และไม่เชื่อว่า ชาติกล้าจะเป็นไปได้กับ คํากล่าวหาของ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ขนิษฐารินเครื่องดื่มให้ชาติกล้า และบอกให้พักผ่อนตามสบาย ก่อนตนจะขอตัวไปอาบน้ำ จัดอาหารมาให้ ชาติกล้าดึงตัวขนิษฐาไว้และบอกว่าตนสนใจพร้อมที่จะมอบชีวิตร่างกาย เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองชีวิตขนิษฐาตลอดไป ขนิษฐารับคําชาติกล้าด้วยความเต็มใจ และหลังจากนั้น ความสนิทสนมระหว่างทั้งสองก็กระชับแน่นยิ่งขึ้น

จนกระทั่งถึงวันเกิดของชาติกล้า ขนิษฐาจัดเตรียมอาหารเพื่อเลี้ยงฉลอง ชาติกล้าอาบน้ำเสร็จแล้วออกมาเปิดตู้เสื้อผ้า พบ เสื้อผ้าผู้ชายและรูปถ่ายของ ชลัทกับขนิษฐา ชาติกล้าสีหน้าผิดหวังและสลดลงทันที ขนิษฐาเข้ามาชาติกล้าเอาภาพถ่ายซ่อนไว้ข้างหลัง ขนิษฐาฉงนเล็กน้อย เดินเข้ามาหาชาติกล้าๆ ส่งภาพถ่ายให้ ขนิษฐาหน้าสลด แล้วบอกว่าเป็นรูปของตนเอง เขาหายสาบสูญไปเป็น
เวลาหลายปี ถ้าเขาไม่ตายเขาก็จักต้องส่งข่าวมาให้บ้าง และตั้งใจไว้ว่าจะบอกความจริงให้ชาติกล้าในวันนี้ ก็พอดี ชาติกล้ามาเห็นเสียเองก่อน ที่ตน จะบอกให้รู้เรื่องทั้งหมด ชาติกล้าเห็นขนิษฐาเสียใจ ก็ปลอบและให้เลิกพูดถึงเรื่องนี้เสีย ขนิษฐาบอกชาติกล้าว่าตนไม่ควรร้องไห้ เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของชาติกล้า ตั้งใจว่าเสร็จจากทานอาหารวันนี้แล้วจะไปฟังเพลงเต้นรํากัน ชาติกล้าพยักหน้า รับและจูบที่แก้มปลอบใจ ขนิษฐาจากไป ชาติกล้ามองตาม แล้วไปจัดการแต่งตัว เตรียมลงไปข้างล่าง

ขนิษฐาลงบันไดมาถึงข้างล่างก็ต้องชะงักมองไปที่หน้าประตูบ้าน ตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นดีใจ ถลันเข้าไปหาชลัทด้วยความดีใจ ชลัทในชุดเครื่องแบบทหาร สวมกอด ขนิษฐาไว้แน่น ชาติกล้าลงบันไดมาเห็นเข้าต้องชะงัก ขนิษฐาพยายามกลบเกลื่อน วางสีหน้าไม่ถูก ชาติกล้าสีหน้าผิดหวัง ยกมือไหว้ชลัท ๆ รับไหว้ แล้วมองอย่าง งงๆ ชาติกล้าค่อย ๆ เดินไป สวมรองเท้า ออกจากบ้านไป ชลัทและชนิษฐามองตาม ขนิษฐาหลบตาชลัท ขนิษฐาให้ชาติกล้ามาพบ ชาติกล้ามาพบตามความต้องการของขนิษฐาอีก ขนิษฐาอธิบายให้ชาติกล้าเข้าใจในตน ชาติกล้าตอบ อย่างน้อยใจว่าเข้าใจดี ขนิษฐาพยายามอธิบายให้ชาติกล้าเข้าใจ ถึงแม้ว่าจะถูกตําหนิก็ตามแต่ชาติกล้าจะคิด ชลัทเขาจากไป 7 ปีเขาไปได้ผู้หญิงไทยที่นั่น โดยที่ตนเข้าใจว่าเขาคงไม่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้แล้ว เพราไม่มีการติดต่อกันเลย และอยู่ ๆ เขาก็โผล่มาอย่างที่ชาติกล้าได้เห็น หน้าที่ของภรรยาที่ดี ขนิษฐาต้องทําเช่นนี้ ให้สมกับที่ เขาเป็นผู้กล้าหาญสละชีวิตเพื่อประเทศชาติซึ่งเขาควรจะได้รับจากขนิษฐามากขึ้น เพราะเขาเป็นผู้กล้าหาญ เป็นทหารหาญๆ ของชาติ ที่ขนิษฐาควรภูมิใจและให้ความอบอุ่นแก่เขา

ที่ร้านของเตี่ย บุรุษไปรษณีย์นําจดหมายมาส่งให้แม่ชื่น ๆ ฉีกออกอ่าน ปรากฏว่าเป็นจดหมายของชาติกล้าเขียน มาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงตน ขณะนี้ตนได้ไปสมัครเป็นตํารวจตระเวนชายแดนแล้ว ได้ฝากเงินมาให้แม่และเตี่ย แม่ชื่นบอกกับเตี่ย พอเตี่ยรู้ว่าชาติกล้าไปสมัครเป็นตํารวจตระเวนชายแดนก็เสียใจ ถึงกับล้มเจ็บหนักลงไปอีก ไม่ยอมรับเงินที่ชาติกล้าส่งมาใช้ให้ อี้เห็นเตี้ยทรุด ก็เข้าประคอง บอกกับเตี่ยว่าเมื่อมันไม่รักดี ก็อย่าไปห่วงมันเลย เตี่ยรําพันว่ามันไม่รักเตี่ย อี้เตือนให้รักตัวเองให้มาก ๆ อย่าเป็นห่วงมันเลย

ที่ห้องของผู้กํากับการตํารวจตระเวนชายแดน พลตํารวจเข้ามาบอกว่ามีคนต้องการพบ ผู้กํากับให้เข้ามาได้ แม่ชื่นเข้ามาและบอกว่าต้องการพบกับชาติกล้า ลูกชาย จะมาบอกเขาว่าเตี่ยของเขาได้ เสียชีวิตเสียแล้ว ผู้กํากับแสดงความเสียใจด้วย และบอกให้แม่ชื่นกลับไปก่อน ชาติกล้ากลับจากปฏิบัติหน้าที่แล้ว จะให้เขากลับไปทันทีที่เขามาถึง

ที่สุสานบริเวณที่ฝังศพเตี่ย ชาติกล้า เข้ามามองหาแม่ไม่พบ อี้แสดงความไม่พอใจในการมาของชาติกล้าง ชาติกล้า กราบศพเตี่ยด้วยความเสียใจเป็นอย่างมาก เมื่อเสร็จจากพิธีแล้ว ชาติกล้าก็ตรงมาที่ร้าน หวังจะพบกับแม่ แต่ก็ต้องผิดหวังอย่างแรง ชาติกล้าถามถึงแม่ ตอบอย่างไม่พอใจแล้วตอบกับชาติกล้าว่า แม่เขากลับไปอยู่ที่บ้านกองขยะโน่นแล้ว

ที่บ้านกองขยะ แม่ชื่นเห็นชาติกล้ามาก็ดีใจ ชาติกล้ามองแม่ด้วยความสงสาร แม่ตรงเข้าลูบคลําเครื่องแบบด้วยความภาคภูมิ และบอกกับลูกว่าเป็น ความประสงค์ของตนเองที่มาอยู่ที่นี่ แม่ภูมิใจในตัวของลูกมากเหมือนอย่างที่ได้เคยภูมิใจในตัวของคุณตาของลูกมาแล้ว และบอกกับชาติกล้าว่าคุณตาของลูกเป็นคนรักชาติมากนะลูก

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเหล่าอันธพาล ขับมอร์เตอร์ไซด์บุกเข้าไร่ผักของแม่ ๆบอกกับชาติกล้าว่าเป็น พวกอันธพาลที่โรงงานมันจ้างมารังควาน มันต้องการซื้อที่ดินของแม่ เพื่อจะขยายโรงงานของมัน แม่ไม่ยอมขายมันก็เลยจ้างพวกนี้มาคอยรังควาน ชาติกล้าถลันออกไปทันที ไม่ยอมฟังคําขอร้องของแม่ที่ห้ามไม่ให้ไปยุ่งกับพวกมัน ชาติกล้าตรงเข้าเล่นงานพวกชาวบ้านจะเข้าช่วย แม่ชื่น ร้องห้ามให้ปล่อย ชาติกล้าจัดการกับมันเพียงคนเดียว พวกชาวบ้านก็คอยคุมเชิง เป็นกําลังใจอยู่รอบ ๆ จนกระทั่งพวกอันธพาลกระจายกันหนีไปหมด พวกชาวบ้านต่างชมเชย ความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญของชาติกล้า

ที่หน่วยลาดตระเวน หลังจากที่ชาติกล้าเสร็จจากพิธีศพเตี่ยแล้วก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม หลังจากที่ลาดตระเวนมาแล้วทั้งวันต่างพากันอิดโรยไป ดำวิ่งออกไปจากที่พัก เสียงวิทย์ตะโกนเรียกดําบอกว่าจะไปหาที่ส้วม ดําไปแล้วเสียงปืนดังมา 2 นัด ทุกคน ต่างคว้าปืนขึ้นเข้าที่กําบังจ้องบินไปตามเสียงปืนที่ดังมา เมื่อเห็นว่าเป็นยงวุฒิ ก็ลดปืนลง อังกูรเอ็ดตะโรลั่น ชาติกล้า บอกกับยงวุฒิว่าพวกเราควรจะถือโชคลางไว้บ้าง ไม่ควรฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ยงวุฒิโกรธหาว่าชาติกล้าเสือก เสียงดำร้องขอความช่วยเหลือ ทุกคนพรวดไปตามเสียงของดํา ๆ ถูกจั่นดักถึงแก่ความตาย วิทย์โกรธเผ่นพรวดออกจากที่นั่นไปทันที เสียงอังกูรเรียกไว้ วิทย์ไม่ยอมฟัง วิทย์ไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ตกหลุมพรางอีกคนหนึ่ง อังกูรสั่งให้ทุกคนระวังตัวเพราะขณะนี้เสียกําลังไปแล้วถึงสองคน แล้วจัดการเรียกฐานมารับศพไป

ในระหว่างที่พักอยู่ที่ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านชาวเขา ลีซากับเวียงนาได้พาพวกชาวบ้านนําอาหารมาให้ ลีซานำอาหารไปให้ชาติกล้าๆ เห็นลีนาเข้าเหมือนกับขนิษฐา เรียกลีซาว่าขนิษฐาอย่างตื่นเต้น ลีซาบอกกับชาติกล้าว่า ตนชื่อลีซาไม่ใช่ ขนิษฐา ชาติกล้ารู้สึกตัวจึงขอโทษลีซา ทันทีที่พุ่มไม้สั่นไหว ชาติกล้าคว้าปืนเตรียมพร้อม ลอเซียะโผล่ออกมาชูมือขึ้น เวียงนาดุลอเซียะแล้วไม่ให้กลับบ้าน ชาติกล้าเรียกไว้ แล้วเอาอาหารป้อน ลอเซียะไม่ยอมกิน จ้องที่เป้สนาม เห็นอาหารกระป๋องคว้าได้แล้วหนีไป เวียงนาตะโกนลั่นจับตัวเอามาได้ ชาติกล้าถาม ลอเซียะว่าอยากได้หรือ ลอเซียะพยักหน้า ชาติกล้าจึงให้ไป ลอเซียะนําเอาอาหารกระป๋องไปเปิดให้แม่กิน หลังจากที่ ทุกคนพักผ่อนกินอาหารเสร็จ เสียงปืนดังขึ้น ทุกคนถลาเข้าที่กําบังและยิงตอบโต้ไปอย่างไม่ปรานี

ที่บ้านแม่ชื่นของชาติกล้า ถูกพวกมอร์เตอร์ไซด์รังแกเอาอีก แม่ชื่นได้มาร้องเรียนกับเจ้าของโรงงานกลับถูก เหยียดหยามกลับไปอีก พวกชาวบ้านต่างพากันโกรธและเห็นใจแม่ชื่น แต่ก็ช่วย อะไรไม่ได้เลย ได้แต่ความเห็นใจเท่านั้น

ที่ชายป่าเสียงปืนดังสนั่นลั่นป่า ชาติกล้ากับเดชาหันหลังชนกันรัวกระสุนออกไปอย่างไม่ปรานี กระสุนของฝ่ายตรงข้ามเฉียดคนทั้งสองไปอย่างหวุดหวิด

หลังจากที่พวกผู้ก่อการร้ายสงบไป อังกูร สํารวจดู ปรากฏว่าเดชาถูกยิงที่แขน อังกูรสั่งให้ขึ้นไปบนดอยให้เดชาทําแผล
ที่หมู่บ้าน พวกแม้วกําลังทํางานกันตามปกติ อังกูรเดินนําหน้าเข้ามา อุทัยประคองเดชาตามมา สวนลอเซียะยืนดู อยู่ห่างไม่กล้าเข้ามา ธีระทําแผลให้เดชา ทุกคนกําลังวุ่นอยู่กับคนเจ็บ ลอเซียะคว้าเครื่องกระป๋องได้วิ่งหนีไป ลีซาถลันออกวิ่งตามลอเซียะ แต่ชาติกล้าดึงเอาไว้ไม่ให้ตามไป บอกว่าลอเซียะยังเด็ก ไม่รู้อะไรดีอะไรชั่วเด็ก ๆ ควรได้รับการ ศึกษา

ในที่สุด ในหมู่บ้านนั้น พวกตํารวจตระเวนชายแดนก็ช่วยสอนหนังสือให้กับ เด็ก ๆ ยกเว้นลอเซียะเท่านั้น ที่ไม่กล้าเข้ามาเรียนกับเขา แต่ก็แอบมาเรียนอยู่ ใกล้ ๆ ชาติกล้ามาเห็นเข้าก็เรียกเข้าไปเรียนกับเขา ทุกคนในหมู่บ้านพอใจ ยกเว้นลือซอเพียงคนเดียวเท่านั้น

รุ่งเช้าที่ฐานปฏิบัติการ เสียงร้อยเอกสั่งการให้หน่วยลาดตระเวนต่าง ๆ ออกปฏิบัติการ อังกูร ยงวุฒิ เดชา อุทัย ธีระ ชาติกล้า สุรัช ออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่ง ในระหว่างทาง อังกูรเหยียบกับระเบิด ร้องสั่งให้ทุกคนหลบเข้าที่กําบัง ตัวเองโดดหลบทันที เสียงระเบิดดังสนั่นป่า หลังจากนั้นอังกูรสั่งให้ทุกคนระมัดระวังให้หนักเพราะเข้าเขตอันตรายแล้ว ยงวุฒิเดินสะดุดสายดักเสียงปืน เดชา รู้ทัน ผลักยงวุฒิให้ล้มลง ก่อนที่จะเป็น เหยื่อกระสุน ชาติกล้าได้ยินเสียงปืนระเบิดขึ้น ก็หันปากกระบอกไปทางเสียงปืน ลั่นกระสุนออกไปทันที อังกูรกล่าวตําหนิชาติกล้าที่ใช้อาวุธก่อนได้รับคําสั่ง หลังจากเดินทางมาได้อีกสักหน่อย อังกูรก็สั่งให้ทุกคนพัก อุทัยหยิบวิทยุออกมาเปิด อังกูรสั่งห้าม ยงวุฒิเห็นสุรัชกินน้ำที่เหลือในกระติก ส่วนของตนไม่มีเหลือ จึงขอแบ่ง สุรัชบอกว่า ให้เหลือไว้ให้ ชาติกล้าบ้าง ยงวุฒิโกรธ ไม่กินและถามว่าไอ้ชาติกล้าเป็นพ่อหรือ ชาติกล้าบอกกับยงวุฒิให้ถอนคําพูดเสีย จึงเกิดการ ต่อสู้กัน ครั้นยงวุฒิสู้ชาติกล้าไม่ได้ก็จักใช้มีด อังกูรร้องห้ามไว้ จึงโยนมีดทิ้ง ต่อสู้กันด้วยมือเปล่าต่อไป

เสียงปืนดังมาใกล้ ๆ บริเวณนั้น ทั้งคู่ผละจากกัน หมอบอยู่ใกล้ ๆ กัน ยงวุฒิคว้าปืนได้โยนให้ชาติกล้า อังกูรพยายามติดต่อทาง ฐานขอกําลังเพิ่มไม่สําเร็จ ทุกคนก็ต่างพยายามตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ จนพ้นเขตอันตรายแต่ยังติดต่อฐานยังไม่ได้ อุทัย หิวจัด คุ้ยเขี่ย จับสัตว์อะไรได้ก็กินหมด เพราะความหิว ธีระมองดูด้วยความคลื่นไส้

ส่วนทางหมู่บ้านกํานันผู้ใหญ่บ้าน พยายามรวบรวมกระสุนและเสบียงอาหารขอแรงให้พวกแม้วนําไปส่งให้ ทางสถานีโทรทัศน์ต่างก็จัดรายการเพื่อรวบรวมเสบียงเพื่อส่งให้กับ พวก ตชด. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วยความลําบาก หลังจากที่พวกชาวบ้าน และพวกแม้วได้ลำเลียงอาหารพร้อมทั้งกระสุนไปให้ อังกูรจึงพาพวกตีฝ่าออกมาได้สําเร็จ อุทัย กับสุรัชถูกยิงเลือดโชก ธีระกับเดชาเข้า ประคอง อังกูรเห็นท่าไม่ดี สั่งให้พาคน เจ็บออกไปให้พ้นเขตอันตรายเสียก่อน พวกชาวบ้านบอกว่ามีทางที่จะพาคนเจ็บเข้าเมืองได้
อังกูรสั่งให้ชาติกล้า เดชา ธีระ หามคนเจ็บไป ส่วนตนกับพวกที่เหลือทุกคนจะกลับฐาน ชาติกล้าพาคนเจ็บมาร่วมกับเดชา และธีระ มาถึงถนน พอดีมีรถผ่าน ชาติกล้ารีบโบกให้หยุด ปรากฏว่าเป็นรถของพวกปลัดอําเภอจะนําเอาเทพัไปเขี่ยบอลล์ ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ ชาติกล้าจึงจํา เป็นต้องใช้อํานาจ ไล่ให้ทุกคนลง แล้วพาคนเจ็บเข้าเมืองไป ทั้งความโกรธไว้กับพวกปลัดอําเภอ และพวกเทพีอย่างมาก กล่าวคําอาฆาตไว้ว่าจะต้องเล่นงานให้จงได้

ชาติกล้าถูกเรียกตัวไปสอบสวน ชาติกล้าสารภาพว่าเป็นความจริง เพราะตนได้ขอร้องแล้วไม่ได้รับความร่วมมือ กลับเห็นไอ้งานบอลล์เป็นเรื่องสําคัญกว่าชีวิตตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความสุขของชาวประชาเป็นเรื่องไม่สําคัญ ชาติกล้าถูกตําหนิและถูกสั่งให้กลับไปรอรับคําสั่ง ชาติกล้ากลับออกมาด้วยความเป็นห่วงของธีระและเดชา คงไม่ร้ายแรงอะไร

เมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจเอาหนังสือมาให้ เป็นหนังสือของผู้กํากับ ชมเชยการกระทําของชาติกล้าและ อนุญาตให้พักผ่อนได้ ทุกคนดีใจและแสดงความดีใจกับชาติกล้า เสียงเรียกให้ชาติกล้า ไปรับจดหมายที่ตกค้างอยู่ ชาติกล้ารับมาแล้วปรากฏว่าเป็น จดหมายของ ขนิษฐา ๆ บอกว่าตนเป็น อิสระแล้วและยังฝันถึงตนอยู่เสมอ ชาติกล้าเหม่อคิด จนถูกกระเช้า จากเพื่อน ๆ ชาติกล้าได้สติบอกว่าจะกลับฐานก่อนแล้ว จะรีบกลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน เพราะจาก แม่มานานแล้วคิดถึง

ที่ฐานปฏิบัติการ ทุกคนมองลงไปที่ฐานเห็นชาวบ้านแล้วเฮโลกันตรงมายัง ฐาน อังกูรออกมาเห็นเข้าตกใจ เพราะที่ฐาน มีเจ้าหน้าที่เหลือ อยู่เพียง 4 คน เท่านั้น อังกูรสั่งให้ชาวบ้านทุกคนหลบไปที่หมู่บ้านด้วยความเป็นห่วง เมื่อทุกคนไปแล้วอังกูรสั่งทุกคน ที่เหลือ สู้ตาย แต่ฝ่ายตรงข้ามมากกว่า จึงยึดฐานได้ ชาติกล้า เดชา ธีระ มาถึงหมู่บ้าน เสียงพวกแม้ว ที่หนีพวกก่อการร้าย ตรงมาที่หมู่บ้าน เห็นธงชาติของฝ่ายตรงข้ามขึ้น แทนที่ธงชาติไทย ก็รู้ทันที ทั้งสามควบมอร์เตอร์ไซด์ตรงไปยังฐานทันที เมื่อถึงฐาน ธีระกระโดดลง เดชาเป็นคนขี่มอร์เตอร์ไซด์ให้ชาติกล้าซ้อนท้าย บุกเข้ายิงฝ่ายตรงข้าม อย่างที่ฝ่ายตรงข้ามมิทันได้ตั้งตัว ธีระเข้าช่วย อังกูร กับ ยงวุฒิ ช่วยกันจัดการกับพวกก่อการร้ายจนสําเร็จ เสียงลอเซียะเรียกให้ชาติกล้าช่วยอยู่ที่ข้างล่างฐาน เพราะถูกยิง ชาติกล้ารีบเข้าช่วยเหลือทันที ผู้ก่อการร้ายที่ถูกยิง ฟื้นขึ้นมาได้ยิงชาติกล้าถึงแก่ความตาย เสียงร้องของเวียงนากับลีชา ทําให้ทุกคนตกใจ หันไปเห็นชาติกล้าล้มฟุบจมกองเลือดเสียแล้ว โดยที่ไม่มีโอกาสช่วยได้ อังกูร เดชา ธุระ ยงวุฒิจัดการส่งศพชาติกล้ากลับด้วยความเศร้า

เมื่อเสร็จจากการปราบพวกก่อการร้าย ที่งานศพของชาติกล้า จึงเต็มไปด้วยผู้บังคับบัญชา และ เพื่อนฝูง และพวก ชาวบ้าน แม้ว ต่างพากันมาในงานศพ ของชาติ กล้า ขนิษฐาสละตัวบวชชีอุทิศส่วนกุศลให้ชาติกล้า แม่ชื่นแทบขาดใจ ทุกคนอาลัยถึงชาติกล้า ทั้งนี้ด้วยคุณงามความดีที่เขาได้มี ต่อทุกคนนั่นเอง

ข้อความบนใบปิด

วีรบุรุษกองขยะ

ปริทรรศน์ฟิล์ม โดย ชุติมา สุวรรณรัต
เสนอผลงานยอดเยี่ยม
เพื่อเชิดชูวีรกรรมอันห้าวหาญ ของตำรวจตระเวนชายแดน..
สรพงศ์ ชาตรี ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ มานพ อัศวเทพ (3 คนรวมกัน 3 ตุ๊กตาทอง)
อัศวิน รัตนประชา ดวงใจ หทัยกาญจน์ ครรชิต ขวัญประชา
ทม วิศวชาติ, วิทยา สุขดำรงค์, เมตตา รุ่งรัตน์,
สุวิน สว่างรัตน์, สมชาย สามิภักดิ์, สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต
และ ด.ญ.บรรจง นิลเพชร
วีรบุรุษกองขยะ
ชุติมา สุวรรณรัต กำกับการแสดง
เฉลิม บุตรบุรุษ ถ่ายภาพ
ประวิทย์ ขุ่มฤทธิ์ กำกับบท
ปริทรรศน์ฟิล์ม จัดจำหน่าย

อีสาวอันตราย

โปสเตอร์หนัง อีสาวอันตราย

อีสาวอันตราย (พ.ศ. 2519) กำกับการแสดงโดย ชนะ คราประยูร สร้างจากบทประพันธ์ของ เทพเทวี:

ประเภท: แอ็กชัน / ดราม่าสะท้อนสังคม

นักแสดงนำ: ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, สรพงศ์ ชาตรี, สุริยา ชินพันธ์, ปิยะมาศ โมนยะกุล, นิรุตติ์ ศิริจรรยา, ทาริกา ธิดาทิตย์

เรื่องย่อ อีสาวอันตราย (2519)

เรื่องราวชีวิตของ ชวาลัย หรือ แก้ว หญิงสาวสู้ชีวิตที่ต้องเผชิญหน้ากับมรสุมปัญหาครอบครัว เมื่อแม่ของเธอทอดทิ้งครอบครัวไปแต่งงานใหม่กับเศรษฐีรุ่นใหญ่ ทำให้ครอบครัวเดิมแตกแยกและถูกคนในครอบครัวใหม่ของฝ่ายชายดูแคลน

ชวาลัยมีเพื่อนสนิทคือ เสาวภาคย์ หญิงสาวใจกล้าที่ไม่ยอมคน แต่แล้วเหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อเสาวภาคย์ตกเป็นเหยื่อของขบวนการล่อลวงหญิงสาวไปค้าประเวณีและสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้ชวาลัยต้องลุกขึ้นมาสู้สุดชีวิตเพื่อตามหาและช่วยเหลือเพื่อนรัก โดยมี ศิระ และ ปราการ ชายหนุ่มที่เข้ามาพัวพันในชีวิต ท่ามกลางความขัดแย้ง ความเข้าใจผิด และอันตรายจากกลุ่มอิทธิพลมืดที่คอยคุกคาม

เป็นการต่อสู้ของหญิงสาวธรรมดาที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาและความอยุติธรรม การรวมพลังมิตรภาพเพื่อทวงคืนความถูกต้องและช่วยเหลือเพื่อนจากภัยสังคมมืด ควบคู่ไปกับการคลี่คลายปมปัญหาครอบครัวและความรัก

อีสาวอันตราย (2519)

ชนะ คราประยูร ขอเสนอ…
ผลงานตีแผ่สะเก็ดสังคมและครอบครัวของวัยรุ่น
ทั้งแสบ…ทั้งมัน…ทั้งคันส์
เมื่อผู้ชายมันสร้างรอยแสบไว้ให้
ถ้าสู้..ก็ต้องสุดฤทธิ์..
อีสาวอันตราย
ของ ‘เทพเทวี’ จากนิตยสาร บางกอก
สรพงศ์ ชาตรี ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
สุริยา ชินพันธ์ ปิยะมาศ โมนยะกุล
นิรุตติ์ ศิริจรรยา, ทาริกา ธิดาทิตย์, ลักษณ์ อภิชาติ,
วิไลวรรณ วัฒนพานิช, สิงห์ มิลินทราศัย, ชูศรี มีสมมนต์
โสภณ เจนพานิช ถ่ายภาพ
กมลวรรณ วิเศษประภา ที่ปรึกษา
ชนะ คราประยูร อำนวยการสร้าง-กำกับการแสดง
นิวไฟว์สตาร์ จัดจำหน่าย



เปนชู้กับผี

 

เปนชู้กับผี


ความระทึกขวัญระดับตำนานกับ “เปนชู้กับผี” (The Unseeable) ภาพยนตร์สยองขวัญคลาสสิกขึ้นหิ้งจาก Five Star ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานโปรดักชัน งานภาพ และบรรยากาศความหลอนอันเป็นเอกลักษณ์แบบไทยๆ

🕯️ ทำไมภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงควรค่าแก่การดู?

  • พล็อตเรื่องเข้มข้น: เรื่องราวของ "นวลจันทร์" หญิงสาวตั้งครรภ์ที่เดินทางมาตามหาสามีที่หายตัวไป จนกระทั่งได้มาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์โบราณอันเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยปริศนาและความลับดำมืดของ "คุณนายรัญจวน" เจ้าของบ้าน

  • บรรยากาศไทยโบราณชวนขนหัวลุก: หนังถ่ายทอดความน่ากลัวผ่านบรรยากาศคฤหาสน์ไม้เก่าแก่ แสงเงาโทนสลัว เสียงเพลงกล่อมเด็กชวนวิเวกวิกาล และกฎระเบียบชวนสงสัย ซึ่งสร้างความกดดันให้คนดูลุ้นระทึกและหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา

  • การเล่าเรื่องเร้นลับและความสยองขวัญสไตล์หลอนลึก: หนังไม่ได้เน้นแค่ฉากตระกูลตกใจ (Jump Scare) แต่ค่อยๆ สร้างความหวาดกลัวผ่านความลับที่หลบซ่อนอยู่ เสียงครวญครางชวนสงสัยในคืนเงียบสงัด และสิ่งเหนือธรรมชาติที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

  • บทสรุปและหักมุมระดับตำนาน: นี่คือหนึ่งในภาพยนตร์สยองขวัญไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในเรื่องการลำดับเรื่องและการเฉลยปมอันชวนอึ้ง ซึ่งหากใครยังไม่เคยดู ถือว่าพลาดหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของวงการหนังผีไทยไปอย่างน่าเสียดาย

หากคุณชอบภาพยนตร์สยองขวัญที่มีบรรยากาศขลัง หลอนลึก และเต็มไปด้วยปมปริศนาชวนติดตาม “เปนชู้กับผี” คือภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดเลยครับ


ผู้กำกับ : วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

คำโปรย : คนกับผี มีอะไรกัน


นักแสดง:

ศิรพันธ์ วัฒนจินดา .... นวลจัน 

สุพรทิพย์ ช่วงรังษี .... รัญจวน 

ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์  .... สมจิต


วันที่เข้าฉาย: 2 พฤศจิกายน 2549

ตัวอย่างภาพยนตร์ เปนชู้กับผี

วัลลี

โปสเตอร์หนัง วัลลี

วัลลี (2528): ตำนานความกตัญญูที่ตราตรึงใจคนไทย

เรื่องย่อ 

ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแก่งแย่งแข่งขัน ยังมีเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งที่ชื่อว่า "วัลลี" ผู้ซึ่งถือกำเนิดมาในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น ชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับต้องเผชิญกับบททดสอบของชีวิตที่หนักหนาสาหัสเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันจะรับไหว

ในขณะที่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันได้ใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างมีความสุข แต่วัลลีต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ในการดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตและยายที่ตาบอด เธอต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อทำงานบ้าน หุงหาอาหาร และปรนนิบัติดูแลแม่และยาย ก่อนที่จะต้องรีบวิ่งไปโรงเรียนให้ทันเวลา ซึ่งบ่อยครั้งที่เธอมักไปถึงสายจนถูกครูทำโทษเสมอ

ทว่าท่ามกลางความลำบากและคำครหาจากชาวบ้านที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับอาการป่วยของแม่ วัลลีกลับไม่เคยย่อท้อหรือละทิ้งหน้าที่ของ "ลูก" ความกตัญญูที่เปี่ยมล้นอยู่ในใจของเธอ กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เธอสู้ชีวิตอย่างไม่เกรงกลัวอุปสรรค เรื่องราวของวัลลีได้กลายเป็นกระแสสังคมที่ส่งต่อความประทับใจและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนมากมาย จนนำไปสู่การหยิบยื่นน้ำใจจากสังคมเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้ครอบครัวของเธอ

มาร่วมติดตามบทพิสูจน์แห่งความกตัญญูที่งดงามและตราตรึงใจที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่ง ว่าความรักที่บริสุทธิ์ของลูกจะเอาชนะโชคชะตาได้หรือไม่?

ดูหนัง วัลลี


พลสยามภาพยนตร์  เสนอ ผลงานเกียรติยศ

“เธอวิ่งไปทุกวันให้ทันเรียน เธอวิ่งมาทุกวันเพราะกตัญญู” เธอคือ “วัลลี”

จากชีวิตจริงของด.ญ.ยอดกตัญญู ปี 24 

“วัลลี ณรงค์เวทย์”

อภิชาต หาลำเจียก  เปียทิพย์ คุ้มวงศ์  

ด.ญ.สมฤดี นุ่มอำพันธ์ ทวนธน มีศรี  

ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์  มาลี เวชประเสริฐ

ทวนธน คำมีศรี-ประวิทย์ ชุ่มฤทธิ์  สร้างบท

มานะ พลสยาม  อำนวยการสร้าง

เอกลักษณ์  กำกับการแสดง

อำพล พลสยาม  อุปการะ

จำลอง มกนันท์  ถ่ายภาพ

พลสยามภาพยนตร์  จัดจำหน่าย

นักแสดง:

สมฤดี นุ่มอำพันธ์  

เปียทิพย์ คุ้มวงศ์  

มาลี เวชประเสริฐ  

ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์  


วันที่เข้าฉาย: 9 มีนาคม 2528

หมัดปืนไว

 

โปสเตอร์หนัง หมัดปืนไว
"หมัดปืนไว" (พ.ศ. 2521) ผลงานกำกับการแสดงโดย ชุมพร เทพพิทักษ์ อำนวยการสร้างโดย สุรชัย ธนานุประดิษฐ์ นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ครรชิต ขวัญประชา, ทาริกา ธิดาทิตย์, ดามพ์ ดัสกร และ ลักษณ์ อภิชาติ

เรื่องย่อ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มนิรนามผู้มีบุคลิกแปลกประหลาดคล้ายคนเลอะเลือนจำความหลังไม่ได้ เดินทางล่องใต้มายังท่าเรือแถบชายฝั่ง แม้เขาจะจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเอง แต่กลับมีชั้นเชิงการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและสัญชาตญาณอันร้ายกาจ เขาได้พบกับ โก๋ เด็กหนุ่มในพื้นที่ซึ่งประทับใจในฝีมือจึงคอยติดตามเป็นคู่หู ทั้งสองเดินทางไปยังบ้านท่าแร่และได้ยื่นมือเข้าช่วย เรไร ลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน ให้รอดพ้นจากการถูกกลุ่มนักเลงของ ชุ่ย ฉุดคร่าเพื่อบังคับขูดรีดส่วยค่าคุ้มครอง ทำให้ทั้งคู่ต้องหลบหนีไปพักพิงอยู่ในกระท่อมของชาวบ้าน ในพื้นที่แถบนั้นกำลังระอุด้วยความขัดแย้งของกลุ่มผลประโยชน์จากการค้าแร่เถื่อน เมืองแมน เจ้าของเหมืองแร่ ได้นัดส่งมอบแร่ล็อตใหญ่กับ สิงขร ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ทว่าสิงขรกลับหักหลังด้วยการชิงทั้งแร่และเงินสดไป แต่ระหว่างที่สิงขรนำของหนีไปยังชายแดน ก็ถูก เสือเทียม ขุนโจรชื่อดังดักปล้นซ้ำจนกระเป๋าเงินตกน้ำและเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด ต่อมา ชายแปลกหน้าและโก๋ได้บังเอิญเก็บกระเป๋าเงินดังกล่าวได้ และสืบจนพบถ้ำที่เสือเทียมใช้ซุกซ่อนแร่เถื่อน จึงช่วยกันลักลอบย้ายแร่ไปซ่อนไว้ที่แห่งใหม่ ก่อนจะพากันไปทำงานอยู่ในเหมืองของเมืองแมน ซึ่งที่นั่น มิรันตี น้องสาวของเมืองแมน และ แขไข ต่างประทับใจในความซื่อและความสามารถของเขา ต่อมา เสือเทียมสืบทราบว่าชายแปลกหน้าเป็นผู้กุมความลับเรื่องที่ซ่อนแร่ จึงส่งสมุนมาดักจับตัวไปเค้นทรมาน ระหว่างที่ถูกทำร้ายจนศีรษะแตกอย่างรุนแรง แรงกระแทกดังกล่าวกลับช่วยฟื้นความทรงจำในอดีต ทำให้เขาระลึกได้ว่าแท้จริงแล้วตนเองคือ จ่าสิบเอกครุฑ เกรียงวิหค อดีตทหารหน่วยสงครามพิเศษที่เคยถูกข้าศึกจับไปทรมานจนความจำเสื่อมและต้องหลบหนีออกมา เมื่อความทรงจำกลับคืนมา ทางด้านเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและกำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่กำลังติดตามคดีแร่เถื่อนจึงได้รับทราบเบาะแสและนำกำลังเข้าช่วยเหลือครุฑออกมาได้ทันท่วงที ทว่าสถานการณ์กลับทวีความตึงเครียดเมื่อเสือเทียมไม่ยอมรามือ และบุกเข้าจับตัวมิรันตีไปเป็นตัวประกันเพื่อใช้แลกเปลี่ยนกับตัวครุฑและแร่เถื่อน นำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่ต้องใช้ไหวพริบ ความเด็ดเดี่ยว และเพลงหมัดปืนไวของครุฑเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ปกป้องชีวิตหญิงคนรัก และกวาดล้างเหล่าทรชนนอกกฎหมายให้สิ้นซากไปจากผืนแผ่นดิน

ข้อความบนใบปิด

พิริยะฟิล์ม เสนอ
คนอะไร? แม้แต่ชื่อตัวเองยังจำไม่ได้...แต่เก่งชะมัด!
ชุมพร เทพพิทักษ์ กำกับการแสดง
หมัดปืนไว
สมบัติ เมทะนี ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
ครรชิต ขวัญประชา ทาริกา ธิดาทิตย์ ดวงชีวัน โกมลเสน
อดุลย์ ดุลยรัตน์ ดามพ์ ดัสกร ลักษณ์ อภิชาติ
ภูมิ พัฒนายุทธ, พิศ, โดม สิงห์โมฬี, พิภพ ภู่ภิญโญ,
เชาว์ แคล่วคล่อง, ฉัตร มงคลชัย, แพน บอระเพ็ด, โอลัน,
เทอด ดาวไท, อรสา อิศรางกูร, ชุมพร เทพพิทักษ์, ธัญญา ธัญญารักษ์
พิสัณห์ ปลัดสิงห์ ถ่ายภาพ
สุรชัย ธนานุประดิษฐ์ อำนวยการสร้าง
*ใบปิดวาดโดย ทองดี

ประสาท

โปสเตอร์หนัง ประสาท


ประสาท

เริงศิริ ลิมอักษร สร้าง

เปี๊ยกโปสเตอร์ กำกับการแสดง
ประสาท
กรุง ศรีวิไล สรพงศ์ ชาตรี ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์, ชูศรี มีสมมนต์,
ทาริกา ธิดาทิตย์, น.ส.มะลิวัลย์
และ ภิญโญ ทองเจือ

ผู้ยิ่งใหญ่ชายแดน

โปสเตอร์หนัง ผู้ยิ่งใหญ่ชายแดน

ผู้ยิ่งใหญ่ชายแดน (2520)

เรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้น ณ ตำบลชายแดนแห่งหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร จนกลายเป็นเป้าหมายของขบวนการผู้ก่อการร้ายที่หวังจะเข้ามายึดครองเพื่อใช้เป็นแหล่งเสบียงและอู่ข้าวอู่น้ำ ตำบลแห่งนี้ปกครองโดย กำนันทอง แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้มีอิทธิพลตัวจริงคือ "นายเยี่ยม" ผู้เป็นเจ้าของบ่อนการพนันใหญ่ นายเยี่ยมมีลูกชายจากภรรยาเก่าชื่อ "ยิ่ง" ชายหนุ่มผู้มีความกตัญญูและรักพ่อจนยอมสละชีวิตได้ทุกอย่าง และมีภรรยาสาวสวยเชื้อสายญวนชื่อ "พยอม" ซึ่งแม้พยอมจะเป็นแม่เลี้ยง แต่ก็แอบหลงเสน่ห์ในความหล่อเหลาของยิ่งและพยายามทอดสะพานให้ ทว่ายิ่งกลับรังเกียจการกระทำของแม่เลี้ยงอย่างยิ่ง จึงเกิดการกระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยครั้ง

ในหมู่บ้านยังมีสองหนุ่มลูกทุ่งคือ "กรด" และ "ชาย" ซึ่งแม้จะมีห้องแถวอยู่ติดกันแต่กลับไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรง เนื่องจากกรดเข้าใจผิดคิดว่าพ่อของตนถูกพ่อของชายปล่อยให้ตายต่อหน้า ทั้งที่แท้จริงแล้วพ่อของทั้งสองเป็นเพื่อนน้ำสาบานและถูกลูกน้องของนายเยี่ยมสังหารอย่างทารุณทั้งคู่ กรดเป็นคนใจร้อนวู่วามจึงผูกใจเจ็บชายเรื่อยมา ส่วนชายเป็นคนสุขุมใจเย็นและพยายามใช้ความดีเอาชนะใจเพื่อน ด้านความรัก กรดมีคนรักชื่อ "ดาวเรือง" ส่วนชายมีคนรักชื่อ "ดวงเดือน" (ลูกสาวของกำนันทอง) ซึ่งทั้งสองสาวเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนประชาบาลแห่งเดียวกัน นอกจากนี้ "ดอน" พี่ชายของดวงเดือนที่ถูกส่งไปเรียนกรุงเทพฯ แต่กลับติดมวยจนกลายเป็นคนเมาหมัด ก็เดินทางกลับมาและได้พบรักกับ "วิไล" แม่หม้ายสาวใจกล้าในหมู่บ้าน

ความสงบสุขจบลงเมื่อกองกำลังขบวนการผู้ก่อการร้ายบุกเข้ามาเหยียบย่างและยึดหมู่บ้าน ตั้งเป็นฐานบัญชาการ พร้อมทั้งปล้นชิงเสบียง เข่นฆ่า และข่มเหงรังแกชาวบ้านอย่างโหดเหี้ยม เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ห่างไกลและถูกตัดขาดจากการสื่อสาร ใครก็ตามที่อาสาเดินทางไปแจ้งข่าวแก่ทางการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนุ่มสวนชาหรือชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างถูกดักสังหารจนหมดสิ้น แม้กระทั่งบ้านของนายเยี่ยมเองก็ถูกยึดอาวุธไปทั้งหมด

ในที่สุด ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็ถูกเปิดเผย เมื่อนายเยี่ยมล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้ว "พยอม" ภรรยาสาวของตนเองคือหัวหน้าใหญ่ของขบวนการผู้ก่อการร้าย นายเยี่ยมจึงตัดสินใจปลิดชีพภรรยาด้วยมือตนเอง และหันมาร่วมมือกับชาวบ้านทุกคนในตำบลเพื่อลุกขึ้นสู้ แม้ว่าทุกคนจะมีความขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน แต่ในยามคับขัน ชาวบ้านทุกคนทั้งเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ต่างร่วมแรงร่วมใจกันหยิบอาวุธเข้าห้ำหั่นกับผู้ก่อการร้ายด้วยชีวิตเป็นเดิมพัน เกิดการปะทะ เผาทำลาย และระเบิดค่ายจนราบคาบ แม้บ้านเรือนจะถูกเผาผลาญและหลายชีวิตต้องสูญเสียไปอย่างน่าเศร้า แต่ทุกคนก็สู้จนตัวตายเพื่อปกป้องความอยู่รอด ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมถึงแผ่นดินเกิดอันเป็นที่รัก

ข้อความบนใบปิด

ผู้ยิ่งใหญ่ชายแดน 

ชุติมา สุวรรณรัต-เจริญ พูลวรลักษณ์ เสนอ
ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี
ใช้ทุนสร้างกว่า 5 ล้านบาท ใช้ผู้แสดงนับพัน…
ผู้ยิ่งใหญ่ชายแดน
นำโดย กรุง ศรีวิไล สรพงศ์ ชาตรี ยอดชาย เมฆสุวรรณ
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ นัยนา ชีวานันท์
ดวงใจ ทหัยกาญจน์ มานพ อัศวเทพ อัศวิน รัตนประชา
เมตตา รุ่งรัตน์, วิทยา สุขดำรงค์, สุวิน สว่างรัตน์,
สมชาย สามิภักดิ์, สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต, ด.ช.เอ๋ สมชาติ
ชุติมา สุวรรณรัต กำกับ
เฉลิม บุตรบุรุษ ถ่ายภาพ
*ใบปิดวาดโดย อดิเรก

เหยียบหัวสิงห์

โปสเตอร์หนัง เหยียบหัวสิงห์

เหยียบหัวสิงห์ (2520) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชัน-ดราม่าฟอร์มใหญ่ในยุคทองของหนังบู๊ไทย นำแสดงโดยพระเอกยอดนิยม สมบัติ เมทะนี ประกบคู่กับ มานพ อัศวเทพ, นิรุตติ์ ศิริจรรยา และ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์

เรื่องย่อ

เรื่องราวว่าด้วยการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และขบวนการอาชญากรผู้ทรงอิทธิพลท้องถิ่นที่มีฉายาหรือสัญลักษณ์ดั่ง "สิงห์" ซึ่งแผ่ขยายอำนาจมืด ทำธุรกิจผิดกฎหมาย และข่มเหงประชาชนอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อความอยุติธรรมมาถึงขีดสุด ทำให้ตัวเอกผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง—นายตำรวจผู้รักความยุติธรรมและชายชาตรีผู้ตกเป็นเหยื่อของการถูกกดขี่—ต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความสงบสุข การท้าทายอำนาจมืดครั้งนี้ไม่เพียงแต่ต้องใช้ฝีมือแม่ไม้มวยไทยและทักษะการดวลปืนสุดดุเดือด แต่ยังต้องอาศัยไหวพริบ ความแค้น และการร่วมมือกันเพื่อวางแผนโค่นล้มผู้มีอิทธิพล กวาดล้างรังโจร และ "เหยียบหัวสิงห์" ให้ยอมสยบอยู่ใต้กฎหมายและความยุติธรรมให้ได้


ข้อความบนใบปิด

ปริทรรศน์ฟิล์ม โดย ชุติมา สุวรรณรัต
เสนอผลงานอันดับต่อจาก “วีรบุรุษกองขยะ”
ภาพยนตร์ชีวิตการต่อสู้..ฮาสะบัด..แทรกซ้อน…
ชีวิตสะเทือนอารมณ์อย่างลึกซึ้ง…
เหยียบหัวสิงห์

ชุติมา สุวรรณรัต กำกับการแสดง
4 พระเอกเชือดเฉือนบทบาทไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
กรุง ศรีวิไล สรพงศ์ ชาตรี
นิรุตติ์ ศิริจรรยา อัศวิน รัตนประชา
พบ 2 นางเอกยอดนิยม
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ นัยนา ชีวานันท์
ร่วมด้วย มานพ อัศวเทพ, ดวงใจ หทัยกาญจน์, เมตตา รุ่งรัตน์,
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, สุวิน สว่างรัตน์, มาลี เวชประเสริฐ,
เสริมพันธ์ สุทธิเนตร, โขน หมอผี, ตุ๊กตา จินดานุช, ด.ญ.พิไลพร ฯลฯ
เฉลิม บุตรบุรุษ ถ่ายภาพ
ประวิทย์ ชุ่มฤทธิ์ กำกับบท
พรพรรณ สุวรรณรัต อำนวยการสร้าง
ปริทรรศน์ฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย อดิเรก


Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com