หนังไทย ละครไทย ดาราไทย รวบรวมภาพและข้อมูลต่างๆ
เรื่องย่อ
เรื่องย่อ
นายกําธร คหบดีม่ายผู้มั่งคั่ง มีลูกสาวชื่อ ปัทมา และมีลูกเลี้ยงผู้ชายหนึ่งคนชื่อ เชษฐ์ ชัชวาล ได้ส่งเสียเรียนสําเร็จเป็นนายแพทย์ประจําโรงพยาบาล ปัทมาแอบมีความรักซ่อนในใจกับพี่ชายอย่างเงียบๆ โดยฝ่ายพี่ชายกลับมีความรักต่อปัทมาอย่างน้องสาว
วันหนึ่งเชษฐ์กับปัทมาได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านของเพื่อนสาวคนหนึ่ง เชษฐ์ได้รับความสนใจจากสาวๆ เป็นพิเศษ ออกไปเต้นรํากับคนโน้นทีคนนั้นที ทําให้ปัทมาเกิดความหึงหวงและไม่พอใจ ระหว่างนั่งรถกลับบ้านปัทมาได้ต่อว่า เชษฐ์ทําตัวเหมือนเห็นตนไม่มีความหมาย ในวันครบรอบวันเกิดของนายกําธร เขาได้พาสุภาพสตรีคนหนึ่งกับลูกสาวของเธอเข้ามาแนะนําให้ปัทมารู้จักชื่อ คุณนายสมร และ มนต์จันทร์ และรับเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกับตน ปัทมาไม่พอใจ แต่เพื่อเห็นแก่ความสุขของพ่อ ปัทมาจึงจําต้องหวานอมขมกลืน นายกําธรซึ่งรู้ใจลูกสาวของตนเองดี จึงหาทางที่จะพาครอบครัวไปพักผ่อนตากอากาศ ชายทะเลพัทยา เผื่อว่าทุกคนจะเข้ากันได้
ณ บ้านพักชายหาดพัทยา ทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างเชษฐ์และมนต์จันทร์เกิดเป็นความรักขึ้น ปัทมาจึงคิดหาทางแกล้งมนต์จันทร์ โดยการขับสกีเฉียดให้มนต์จันทร์ตกน้ำ การกลั่นแกล้งครั้งนั้นทําให้ทุกคนไม่พอใจปัทมาแม้แต่เชษฐ์เอง โดยปล่อยให้เรือที่ลากสกีปัทมาทิ้งกลางทะเล จังหวะเดียวกับ ฤทธิ์ เจ้าของไนท์คลับมีชื่อในกรุงเทพฯ ได้เข้าไปช่วย และนําปัทมามาส่งยังที่พักชายทะเล เลยทําให้ทั้งสองได้รู้จักกัน ฤทธิ์ ซึ่งเป็นเสือผู้หญิงและยิ่งรู้ว่า ปัทมาเป็นลูกใคร มีความร่ำรวยขนาดไหน จึงพยายามคิดหาทางเผด็จสวาทด้วยการมอมเหล้า กระทั่งวันหนึ่งปัทมาก็พลาดเสียความสาวให้เขาจนได้ การเที่ยวประชดชีวิตตนเองของปัทมาทําให้ทุกคนภายในบ้านเป็นห่วงมาก แต่ปัทมากลับเข้าใจว่า ไม่มีใครรักเธอและสนใจห่วงใยเธอเหมือนกับนายฤทธิ์ จึงได้หนีไปอยู่กับฤทธิ์อย่างสามีภรรยา นายกําธรผู้เป็นพ่อและเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว เสียใจและล้มป่วยกระทั่งสิ้นใจ
เมื่อหนีมาอยู่กับฤทธิ์ นานเข้าปัทมาก็รู้ฤทธิ์ของคนที่เธอรักว่ามีเบื้องหลังไม่ดี มีภรรยาหลายคน รวมทั้งนักร้องซึ่งร้องอยู่ในบาร์ของฤทธิ์ชื่อ ไสลวรรณ ปัทมาจับได้เพราะฤทธิ์ขโมยแหวนเพชรของเธอไปให้ ฤทธิ์ต่อว่าปัทมาที่พ่อตายทั้งทีไม่มีมรดกอะไรทิ้งให้บ้างเลย ระหว่างทะเลาะกันลูกค้ารายใหญ่ก็ได้โทรศัพท์ให้ฤทธิ์ไปขนเฮโรอีนซึ่งเป็นอาชีพหลักที่เขาใช้การทําไนท์คลับบังหน้า และถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจดักจับ ฤทธิ์หนีรอดกลับมาได้ ปัทมาแอบเห็นพฤติการณ์ชั่วของฤทธิ์ จึงหยิบปืนในกระเป๋าของฤทธิ์มาขู่ให้มอบตัวกับตํารวจ ฤทธิ์โดดเข้าแย่งปืนทําให้ปืนลั่นถูกปัทมา
เชษฐ์ได้พยายามปลอบใจให้ปัทมากลับไปอยู่บ้าน ปัทมาก็ยินดี โดยเชษฐ์พยายามทําดีและเอาใจใส่เธอให้ความหวังแก่เธอมากมาย และเธอคิดว่าเชษฐ์คงจะรักเธอ หลังจากเธอหายเป็นปกติ เชษฐ์ได้พาปัทมาและมนต์จันทร์ไปพักผ่อนที่ชายทะเลอีกครั้ง ครั้งนี้ทําให้ปัทมาผิดหวังมาก เมื่อทราบว่าเชษฐ์ไม่ได้รักเธอแม้แต่น้อย จึงได้หาทางจะฆ่ามนต์จันทร์ ทิ้งเสียจะได้ไม่เป็นก้างขวางคอระหว่างเธอกับเชษฐ์
ข้อความบนใบปิด
รักริษยา (2500)
ชนะ-อมรา-ประจวบ
ข้อความบนใบปิด
กรรณสูตภาพยนตร์ เสนอ
ภาพยนตร์เสียง 35 ม.ม.สีเฟอร์ราเนีย
เพื่อให้ความรักของเธอสมหวัง
แม้จะต้องฆ่าคน เธอก็พร้อมที่จะทำ
ดูชีวิตจริงของสาวสวยที่สังคมรู้จักดี
พึ่งเปิดเผยเป็นครั้งแรก ใน...
รักริษยา
ถาวร สุวรรณ ประพันธ์เรื่อง
“มารุต” กำกับการแสดง
อมรา อัศวนนท์ ชนะ ศรีอุบล ประจวบ ฤกษ์ยามดี
เยาวนารถ ปัญญะโชติ พงษ์ลดา พิมลพรรณ
นำแสดง
ศึกถลาง
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์ / ความยาว …. นาที
2 มีนาคม 2499
ฉายที่ ควีนส์
บริษัทสร้าง บูรพาภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สายสนิท ทัศนียกุล
ผู้ประพันธ์ “รักร้อย”
ผู้กํากับ “ พรานบูรพ์”
ผู้ถ่ายภาพ ฉลาง ประสงค์ผล, มน มณีปันตี, วิจารณ์ ภักดีวิจิตร, สวัสดิ์ หล่อศิริ
ผู้ลําดับภาพ สุธรรม เชาว์สนิท
ผู้ออกแบบฉาก จุมพล กาญจนินทุ
ผู้ทําดนตรีประกอบ เชาวน์ แคล่วคล่อง
เรื่องย่อ
พ.ศ. 2328 เจ้าปดุง กษัตริย์เมือง พม่าส่งญี่หวุ่นมาเป็นแม่กองยกทัพตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง จนกระทั่งถึงเมืองถลาง ขณะนั้นพระยาถลาง เจ้าเมืองกําลังป่วยหนักใกล้ถึงอนิจกรรม คุณหญิงจันทร์ ภรรยาจึงชักชวนมุกด์ น้องสาวช่วยกันปกป้องเมืองถลาง แต่ในเวลานั้นขุนยศ ทหารไทยคิดคดนําพวกไปสมคบ พม่า เพราะทะเยอทะยานอยากครองเมืองถลาง และ เสนอว่าจะปล้นเสบียงเพื่อขอแลกกับตําแหน่งเจ้าเมือง ขุนยศใช้ให้เดี๋ยวไปปล้นเสบียง
เดี่ยว ใจซื่อ นําความไปบอกใย ใยกับแวว สาว เมืองถลางจึงสกัดแผนการของขุนยศ ขุนยศลงโทษเดี่ยว ด้วยการให้ฉุดแววคนรักมาสังเวย ทําให้ทั้งสองโดนขัง ขุนยศซึ่งทํางานพลาดไปจึงขอโอกาสแก้ตัวกับแม่กองพม่า แต่ไม่ทันเสียแล้ว คุณหญิงจันทร์กับน้องสาวรวมกําลัง ชาวบ้านบุกฐานที่ตั้งทัพของพม่า ขุนยศถูกเดี่ยวฆ่าตายในกองเพลิง พระไชยเผาฐานทัพจนทหารพม่าถอยร่นหนีลงทะเล คุณหญิงจันทร์กับน้องสาวสามารถนําทัพสําเร็จ จึงได้รับพระราชทานยศเป็น ท้าวเทพสตรีกับท้าวศรีสุนทร
นักแสดง
ชัช หอทอง เป็น พระยาถลาง
เนียน วโรทัย เป็น คุณหญิงจันทร์
ลมัย สุวรรณะ เป็น ท่านมุกด์
เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น พระไชยฯ
สุรชาติ ไตรโภค เป็น หลวงประชา
จุมพล กาญจนินทุ เป็น ขุนยศ
เปรื่อง แสนฤทธิ์ เป็น จ่าพลาย
ปัญจะ สุทธรินทร์ เป็น เดี่ยว ใจซื่อ
จิตรา นาคน้อย เป็น แวว
สุจินดา ขําขจร เป็น ใย
คล้อง วัชโรบล เป็น ญี่หวั่น
วิเชียร แพทย์ดี เป็น เตรชะวา
ที่มา นิตยสารผดุงศิลป์ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499
เรื่องราวความฮาเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจ๊กิมเฮง เศรษฐินีใจบุญเจ้าของตลาดและเจ้าของเงินกู้ใจดี ได้รับอุปการะ งามใจ และ สายใจ สองหลานสาวหน้าตาสะสวยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยส่งให้ทั้งคู่ไปเปิดแผงขายปลาทูในตลาดของตน ความสวยน่ารักของสองสาวทำให้ สมชาย นักเลงเจ้าของตลาดคู่แข่งและผู้มีอิทธิพลรูปหล่อหมายปองและพยายามตามจีบงามใจอย่างออกนอกหน้า ทว่าสองสาวกลับรังเกียจพฤติกรรมกวนประสาทและวางมาดขี้โม้ของเขา จึงหาทางกลั่นแกล้งสมชายกลับจนหน้าแตกกลับไปหลายครั้ง
ในขณะเดียวกัน สามสหายจอมเปิ่นอย่าง น็อต, จ๊อด และ บุญมี ที่ตกงานสารพัดอาชีพเพราะความซื่อบื้อ ได้แวะมาซื้อปลาทูที่แผงจนเกิดเรื่องชุลมุนวุ่นวาย ทำให้เจ๊กิมเฮงเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาสามคนเป็นพวกกุ๊ยหัวขโมยและห้ามหลานสาวคบหาอย่างเด็ดขาด แต่ความจริงแล้วน็อตและจ๊อดกลับรู้สึกประทับใจสองสาวตั้งแต่แรกเห็น ต่อมาทั้งสามคนได้ไปสมัครทำงานในบริษัทรักษาความปลอดภัยและบริการคุ้มกัน แม้จะผ่านการฝึกแบบทุลักทุเลและเพี้ยนหลุดโลก แต่พวกเขาก็ยังคงแอบหาโอกาสมาพบปะและคอยช่วยเหลือสองสาวอยู่เสมอ
ฝ่ายสมชายเมื่อตามจีบงามใจไม่สำเร็จ ทั้งยังถูกสองสาวปฏิเสธและตบหน้าสั่งสอน จึงโกรธแค้นจนเปลี่ยนเป็นศัตรู วางแผนส่งลูกน้องไปงัดตู้เซฟบ้านเจ๊กิมเฮงและเตรียมฉุดงามใจกับสายใจมาครอบครอง ในคืนที่มีงานการกุศลแสดงงิ้วที่เยาวราช เจ๊กิมเฮงออกไปดูงิ้ว ทำให้พวกของสมชายสบโอกาสลงมือฉุดตัวสองสาว แต่โชคดีที่พวกของน็อต จ๊อด และบุญมี ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามแผนคุ้มกันในงานงิ้ว ได้เข้ามาขัดขวางและต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายอย่างกล้าหาญจนสามารถช่วยเหลือสองสาวเอาไว้ได้ พร้อมทั้งจับกุมตัวสมชายส่งตำรวจดำเนินคดีได้สำเร็จ
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ๊กิมเฮงยอมรับความจริงและสำนึกผิดที่เคยมีอคติและมองกลุ่มสามสหายในแง่ร้าย จึงยอมเปิดใจ ขอบคุณในความเสียสละ และอนุญาตให้น็อตกับจ๊อดได้คบหาดูใจกับสองหลานสาวอย่างมีความสุข ท่ามกลางความฮาและมิตรภาพที่จบลงอย่างชื่นมื่น
ข้อความบนใบปิด
เจ๊จ๋าเจ๊ (2524)
ภัทรพลภาพยนตร์ เสนอ
หนังตลกในตลาด สนุกตลอด ดูแล้วฮา”ทำมาค้าคล่อง”
เจ๊จ๋าเจ๊
บทประพันธ์และบทภาพยนตร์
โดย “ชวนชม งามเฉิด”
เด่น ดอกประดู่ เด๋อ ดอกสะเดา เทพ โพธิ์งาม
สุพรรษา เนื่องภิรมย์ พรวดี โลหะพรหม
ขอแนะนำนางเอกไฉไลคนล่าสุด
ชูศรี มีสมมนต์ รับบทเป็น “เจ๊”
พร้อมด้วย ยิ่งใหญ่ อายะนันท์, บู๊ วิบูลย์นันท์,
โย กำยาน, โต เฉลิมกรุง, จวง จมูกโต, โพธิ์ขวัญ
ดารารับเชิญ ธัญญา ธัญญรักษ์, สิงห์ใหญ่, นพ พรอนันต์
เมฆเสรี กำกับการแสดง
อังคาร พัชรี อำนวยการสร้าง
พิพัฒน์ พยัคฆะ ถ่ายภาพ
ถวิล สุวรรณกูฏ ผู้ช่วยผู้กำกับ
ไชยวัฒน์ ชุมพลวงศ์ ที่ปรึกษา
เรื่องย่อ
เรื่องราวความวุ่นวายเกิดขึ้นในหมู่บ้านหนองหญ้าเสือ เมื่อชาวบ้านต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลมืดของ นายเคือง เศรษฐีหน้าเลือดที่คอยปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ยึดที่ดินทำกิน และส่งสมุนไปข่มขู่ชาวบ้านอย่างไม่เป็นธรรม โดยมี ไอ้โข่ง ลูกชายตัวดีคอยสร้างเรื่องเดือดร้อนไปทั่ว อีกทั้งนายเคืองยังหวังผลักดันให้โข่งได้เป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่เพื่อกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ มีเพียง กำนันเสือ ผู้มีอิทธิพลรักความยุติธรรม หนวดงามดุดัน ที่คอยออกโรงขัดขวางและปกป้องชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อ ผู้พันศีรษะ นายทหารปลดเกษียณ ได้พา แสงดาว ลูกสาวคนสวยย้ายเข้ามาตั้งรกรากในผืนดินที่เพิ่งซื้อไว้ นายเคืองต้องการฮุบที่ดินผืนนี้และไอ้โข่งก็หมายปองแสงดาว จึงพยายามส่งคนไปก่อกวนและสร้างความหวาดกลัว แต่ผู้พันและลูกสาวที่มีเลือดนักสู้ก็ไม่ยอมก้มหัวให้ ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มท่าทางกวนประสาทแต่เปี่ยมด้วยไหวพริบและฝีมือการต่อสู้อย่าง สิงห์ (หรือที่ชอบแนะนำตัวว่า น้อง ปาท่องโก๋) ได้เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน โดยอ้างตัวว่าเป็นหลานของลูกหนี้นายเคืองและประกาศตัวว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเพื่อกวาดล้างคนโกง ทำให้สิงห์กลายเป็นหนามยอกอกของนายเคืองและลูกชายทันที
ระหว่างนั้น สิงห์และกำนันเสือแม้จะมีท่าทีเป็นไม้เบื่อไม้เมาและปะทะคารมกันบ่อยครั้ง แต่ทั้งคู่ต่างมีเป้าหมายเดียวกันในการผดุงความยุติธรรม อีกทั้งสิงห์ยังคอยแอบช่วยเหลือแสงดาวให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกอันธพาลอยู่เสมอจนทั้งสองเริ่มมีใจให้กัน ฝ่ายนายเคืองเมื่อจนแต้มจึงจ้างมือปืนรับจ้างและพวกนอกกฎหมายเข้ามาก่อความไม่สงบอย่างรุนแรง ทว่าในวันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านต่างพร้อมใจกันเทคะแนนให้สิงห์ ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่อย่างขาดลอย
เมื่อแผนการทุกอย่างล้มเหลว พวกอันธพาลและคนร้ายจึงเปิดฉากใช้กำลังหมายเอาชีวิต แต่กำนันเสือและผู้ใหญ่สิงห์ก็ได้ร่วมมือกันนำกำลังเข้าปราบปรามกลุ่มคนร้ายจนราบคาบ ในบทสรุป ผู้พันศีรษะได้เปิดเผยสัญญาใจเก่าแก่ในอดีตที่เคยตกลงไว้กับเพื่อนรักว่าจะให้ลูกแต่งงานกัน ซึ่งแท้จริงแล้วผู้ใหญ่สิงห์ก็คือลูกชายของเพื่อนรักผู้พันที่แฝงตัวมานั่นเอง เรื่องราวความขัดแย้งจึงยุติลงด้วยความสงบสุขและความรักที่ลงตัว
ข้อความบนใบปิด
ผู้ใหญ่สิงห์ กำนันเสือ (2527)
มหามิตรโปรดักชั่น สร้าง
เสนอ ภาพยนตร์บู๊..ระบบ..ฮาตึง..
สั่นคลอนลูกกระเดือกแบบใหม่..
และ..โปรดระวังสุขภาพ
เพราะ..ท่านอาจหัวเราะ
จนลูกกระเดือกเคล็ดโดยไม่รู้ตัว
ผู้ใหญ่สิงห์ กำนันเสือ
ของ ผาณิต สุทธิศิลป
ทูน หิรัญทรัพย์ สมบัติ เมทะนี
สินจัย หงษ์ไทย มยุรา ธนะบุตร สายัณห์ จันทรวิบูลย์
ฤทธิ์ ลือชา, สมจินต์ ธรรมทัต, อนันต์ สัมมาทรัพย์,
พิภพ ภู่ภิญโญ, เสกสิทธิ์ สวัสดิรักษ์, ชาณีย์ ยอดชัย,
ศิริพงษ์ อิศรางกูร, นาวี, ชินดิษฐ์ บุนนาค,
แป้น ปลื้มสระไชย, สุนันทา, จำรักษ์, เพ็ญแข,
หมวย, ลักษณ์ อภิชาติ, โต, เป้า, อาจ,
พรชัย, ช้อย, พั่งพั้งส์ ฯลฯ
ลิขิต กฤษณะมิตร ถ่ายภาพ
สุพจน์ พิสิฐวุฒินันท์ อุปการะ
สุรพงษ์ ศรีเลิศ ดำเนินงาน
พงษ์ ทศพร-อารีย์ ศรทอง กำกับการแสดง
*ใบปิดวาดโดย ไข่โปสเตอร์
เรื่องย่อภาพยนตร์ไทย “นักรบ 3 สลึง” (พ.ศ. 2528)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ ชายแดนไทยที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบจากการสู้รบของกองกำลังฝั่งตรงข้าม ทำให้ชาวบ้านตามแนวชายแดนต้องคอยหวาดผวากับลูกหลงและกระสุนปืนใหญ่ที่ตกลงมาสร้างความเดือดร้อน ทางการจึงเปิดรับสมัครและจัดตั้งหน่วยอาสาสมัครป้องกันหมู่บ้านขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นแนวหลังคอยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ในการนี้ เถ้าแก่เจ้าของโรงต้มเหล้าเถื่อนผู้มีฐานะร่ำรวย ตัดสินใจส่งลูกชายพร้อมด้วยสองลูกน้องคู่หูจอมเปิ่นอย่าง ยอด (หรือรอด) และ จุ๋มจิ๋ม เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครฝึกวิชาทหารเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
การฝึกทหารของเหล่าอาสาสมัครเต็มไปด้วยความฮา ป่วน และอลหม่าน เพราะบรรดาสมาชิกแต่ละคนต่างพกพาความเพี้ยนระดับ "สามสลึง" มาอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทุ่มตัวต่อสู้ประชิด, การฝึกปฐมพยาบาลด้วยการเป่าปากผายปอดที่กลายเป็นฉากขายขำและแฝงความกุ๊กกิ๊กกับสาวสวย, การฝึกเอาชีวิตรอดและดำรงชีพในป่าที่ต้องเจอกับสารพัดสัตว์เลื้อยคลาน, การโรยตัวข้ามลำน้ำ ไปจนถึงการฝึกจับอาวุธและยิงปืนที่มักจะเกิดเรื่องเปิ่น ๆ ลั่นกระสุนมั่วซั่วอยู่ตลอดเวลา จนครูฝึกและผู้บังคับบัญชาต้องกุมขมับ แถมบางคนยังไม่ถนัดใช้ปืน จึงขอหันไปใช้มีดบิน หนังสติ๊ก หรืออาวุธแปลก ๆ ตามความถนัดแทน ระหว่างทางพวกเขายังได้พรานล่าสัตว์และชาวบ้านคนอื่น ๆ เข้ามาร่วมก๊วนฝึกเพิ่มเติมอีกด้วย
แม้ในค่ายฝึกจะมีความวุ่นวาย ทั้งการแอบตั้งวงเล่นการพนัน หรือการเปรียบมวยชกกันเองในค่ายอย่างดุเด็ดเผ็ดมันปนฮา แต่สถานการณ์ความตึงเครียดก็มาถึง เมื่อมีการจับตัวสายลับข้าศึกที่แฝงตัวลอบเข้ามาในเขตแดนไทยได้ และเค้นความจริงจนทราบว่า กองทัพข้าศึกกำลังระดมกำลังพลพร้อมปืนใหญ่เตรียมจะเปิดฉากบุกโจมตีข้ามพรมแดนเข้ามา ครูฝึกและผู้นำหมู่บ้านจึงตัดสินใจไม่แจ้งส่วนกลางเพื่อไม่ให้กำลังพลเด็ก ๆ เสียขวัญ แต่ใช้โอกาสนี้ทดสอบฝีมือจริงของเหล่าอาสาสมัคร
เมื่อข้าศึกบุกประชิดเข้ามาจริง ๆ เหล่านักรบสามสลึงที่เคยดูไม่เอาถ่าน ซุ่มซ่าม และไร้ระเบียบ ต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับชาวบ้าน ใช้ทักษะและความสามารถเฉพาะตัวที่ฝึกฝนมาเข้าห้ำหั่นและป่วนกองกำลังศัตรูจนแตกพ่ายไปอย่างไม่น่าเชื่อ แสดงให้เห็นถึงความรักชาติ ความสามัคคี และความกล้าหาญของชาวบ้านแนวหลังที่สามารถปกป้องมาตุภูมิเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทุกคน
เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งตกอยู่ใต้อิทธิพลมืดของ "เสี่ยอภิชัย" ผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ที่หากินกับธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งบ่อนการพนัน ค้าของเถื่อน ค้าอาวุธ ไม้เถื่อน ขบวนการกองทัพมดลักลอบขนข้าวสารข้ามแดน รวมถึงการรีดไถเก็บค่าคุ้มครองจากชาวสวนยาง เสี่ยอภิชัยได้ส่งจดหมายไปถึง "เทือก ทัพเทวา" เจ้าของสวนยางและโรงงานแปรรูปยาง เพื่อชักชวนให้ยอมก้มหัวเข้าร่วมเป็นพวก แต่เทือกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เสี่ยอภิชัยจึงส่งสมุนเอกอย่าง "เตี้ยง ตากใบ" นำพวกบุกถล่มบ้านของเทือก เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ "สายสมร" ภรรยาของเทือกถูกยิงเสียชีวิต ส่วนเทือกได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่โชคดีที่ "เสือเซ็ง ลือเซรา" เข้ามาช่วยพาเทือกหลบหนีไปพักรักษาตัวที่บ้านของตนได้ทัน
ระหว่างกบดานรักษาตัว เทือกได้ให้เสือเซ็งส่งโทรเลขเรียกอดีตเพื่อนร่วมรบจากสมรภูมิเวียดนาม 3 คนให้เดินทางลงมาหาดใหญ่เพื่อร่วมล้างแค้น ได้แก่ "เบิ้ม บ้านบึง", "กิมหลี ลานนา" และ "เอื้อน อุดร" เมื่อเสี่ยอภิชัยล่วงรู้ข่าว จึงสั่งให้ลูกน้องไปดักสังหารเพื่อนของเทือกตั้งแต่เดินทางมาถึง แต่ทุกคนต่างมีฝีมือฉกาจ เบิ้มสามารถขับรถกระแทกรถของคนร้ายจนตกเหวระเบิด เอื้อนใช้ทักษะมีดสั้นสังหารสมุนที่มาดักยิงจนราบคาบ ส่วนกิมหลีก็เอาตัวรอดจากการถูกตามล่าที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ได้ ทั้งสามคนได้รับการช่วยเหลือจาก "สาลี" ที่โรงแรมโนรา เพื่อพาไปพบเทือกที่บ้านของเสือเซ็ง ทำให้สี่สหายศึกเวียดนามได้รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อภารกิจโค่นเจ้าพ่อโตเมืองใต้
ฝ่ายเสี่ยอภิชัยเมื่อทราบว่าทั้งสี่รวมตัวกัน จึงประชุม 4 มือปืนคู่ใจเพื่อแบ่งงานกันสังหาร โดยให้ "ปืน ปากคลอก" ไปเก็บเทือก, "เตี้ยง ตากใบ" เก็บเบิ้ม, "ทุย ทุ่งสง" จัดการกิมหลี และ "เด็ด ดาดา" จัดการเอื้อน ในขณะเดียวกัน "สายรุ้ง" น้องสาวของสายสมร ได้ไปรับ "ดงบุหลัน" ลูกสาวของเทือกจากโรงเรียนแล้วพาไปเที่ยวทะเล แต่กลับถูกลูกน้องเสี่ยอภิชัยดักเล่นงาน โชคดีที่เสือเซ็งเข้ามาช่วยไว้ได้ทันและพากลับบ้าน คืนหนึ่งเบิ้มกับเอื้อนได้ไปเที่ยวบาร์ของ "พวงปากกา" เมียของเสี่ยอภิชัย จนเกิดการปะทะชกต่อยกับพวกของทุย ทว่าเบิ้มและเอื้อนก็เอาตัวรอดออกมาได้ อีกทั้งเบิ้มยังได้ "ดาววิไล" นักร้องสาวในบาร์มาเป็นเมีย ทำให้รู้แผนการล่วงหน้าว่าเสี่ยอภิชัยจะยกพวกมาบุกบ้านเทือก เมื่อกลุ่มเสี่ยอภิชัยบุกเข้ามาจริง ๆ จึงเจอเทือกและเพื่อนซ้อนแผนดักรับมือจนฝ่ายคนร้ายแตกพ่ายยับเยิน
หลังจากนั้น กลุ่มของเทือกจึงเปิดฉากไล่ล่าเด็ดหัวมือปืนของเสี่ยอภิชัยทีละคน เริ่มจากเทือกบุกเดี่ยวขึ้นเรือกลางทะเลสาบสงขลาและแทงปืนตายคาเรือ ต่อมาเอื้อนดักยิงเตี้ยงเสียชีวิตขณะกำลังขนลังอาวุธสงครามขึ้นรถบรรทุก และตามไปถล่มขบวนการกองทัพมดมอเตอร์ไซค์ลักลอบขนข้าวสารของเด็ดจนพังพินาศ ก่อนที่เอื้อนจะเทกระสอบข้าวสารกลบหน้าเด็ดจนขาดใจตาย ส่วนทุยที่กำลังเดินสายรีดไถค่าคุ้มครองชาวสวนยางก็ถูกกิมหลีขัดขวาง โดยกิมหลีได้ใช้เพลงหมัดมวยไทย คาราเต้ และกังฟูซ้อมทุยจนสลบ แล้วใช้น้ำยางพารากรอกปากจนทุยเสียชีวิตอย่างทรมาน
ศึกสุดท้ายเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง เมื่อเสี่ยอภิชัยนำลูกสมุนที่เหลือบุกประชิดบ้านเทือกหวังลอบสังหารเทือกกับกิมหลี แต่เสือเซ็งและเอื้อนเข้ามาช่วยยิงสกัดลูกสมุนจนตายหมดสิ้น เหลือเพียงเสี่ยอภิชัยที่กำลังจะลั่นไกสังหารเทือกและกิมหลี ทว่าดงบุหลัน ลูกสาวตัวน้อยของเทือกซึ่งยืนดูอยู่กับสายรุ้ง ได้ตัดสินใจแย่งปืนจากสายรุ้งแล้วยิงเสี่ยอภิชัยเสียชีวิตทันที ปิดฉากอิทธิพลเถื่อนของคนโตเมืองใต้ลงอย่างถาวร เมื่อบ้านเมืองกลับมาสงบสุข เพื่อน ๆ ร่วมรบเตรียมจะเดินทางกลับ แต่เสือเซ็งได้เอ่ยปากรั้งทุกคนไว้ก่อน เพื่อให้อยู่ร่วมแสดงความยินดีในงานมงคลสมรสระหว่างเทือกกับสายรุ้งที่จะจัดขึ้นต่อไป
เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่บ้านโคกขาม จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ "ตากลิ้ง" เศรษฐีบ้านนอกผู้มีลูก 3 คน คือ เข้ม (ลูกชายคนโต), วิกรม (ลูกชายคนกลาง) และ กลอย (ลูกสาวคนเล็ก) เกิดความคิดถึงวิกรมที่เดินทางเข้าไปทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจนั่งเรือเข้าพระนครเพื่อมาเยี่ยมลูกชาย แต่เมื่อมาถึงและพบหน้ากัน ตากลิ้งกลับรู้สึกน้อยใจและมีปากเสียงกับวิกรม ด้วยความโมโหว่าลูกชายได้ดีแล้วลืมบ้านนอก ตากลิ้งจึงเตลิดออกจากบ้านไปนั่งดื่มเหล้าย้อมใจที่คอฟฟี่ช็อปแห่งหนึ่ง
ที่ร้านคอฟฟี่ช็อป ตากลิ้งได้พบกับ "เหิน" ชายแปลกหน้าที่เข้ามาทักทายจนกลายเป็นเพื่อนร่วมวงเหล้า ก่อนที่เหินจะพาตากลิ้งไปเที่ยวต่อที่สถานบริการอาบอบนวด จนเกิดเรื่องวิวาทชกต่อยแย่งสาวนวดกับ "บวม" เจ้าของบาร์ผี จนสะบักสะบอมกลับมาบ้านวิกรม วันต่อมา เหินได้พาแก๊งเพื่อนวัยสะรุ่นรุ่นใหญ่มาชักชวนให้ตากลิ้งเปิด "สำนักงานจัดหางาน" ขึ้นมา ซึ่งตากลิ้งก็เห็นดีเห็นงามด้วยและออกเงินเช่าบ้านเปิดสำนักงาน แต่การทำงานกลับเต็มไปด้วยความอลหม่านและวายป่วง ไม่ว่าจะเป็นการรับจ้างงมแหวนที่ทำตกน้ำแต่กลับงมเจอหัวกะโหลกผี หรือการไปรับจ้างเลี้ยงเด็กจนเกิดการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านและถูกราดกระโถนอุจจาระใส่หัวกลับมา
ต่อมา เข้มและกลอยได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาตามพ่อให้กลับสุพรรณบุรี แต่ตากลิ้งไม่ยอมกลับเพราะอ้างว่ากิจการกำลังรุ่งเรือง ในขณะเดียวกัน "คุณพระพินิจวินิจชัย" เศรษฐีใหญ่ กำลังกลุ้มใจอย่างหนักเมื่อ "นุชนาถ" ลูกสาวคนสวยตกอยู่ในอาการซึมเศร้าเสียใจอย่างมากหลังจากเพื่อนชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต สาวใช้จึงได้แนะนำและติดต่อไปยังสำนักงานจัดหางานของตากลิ้งเพื่อขอจ้างวานเพื่อนชายมาช่วยดูแลและปลอบใจนุชนาถ ตากลิ้งจึงบังคับให้เข้มยอมรับงานนี้ โดยขู่ว่าถ้าไม่ไปจะตัดพ่อตัดลูก เข้มจึงจำใจต้องเดินทางไปยังบ้านของคุณพระ
เมื่อเข้มได้พบกับนุชนาถ ความซื่อ จริงใจ และความเปิ่นแบบคนบ้านนอกของเข้มกลับทำให้นุชนาถหลุดหัวเราะและอารมณ์ดีขึ้นจนความเศร้าหายเป็นปลิดทิ้ง ทั้งสองเริ่มสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วถึงขั้นหยอกล้อกันอย่างไม่ถือตัว จนทำให้คุณพระพินิจเกิดความระแวงและหวงลูกสาวอย่างหนัก ถึงขนาดบังคับให้เข้มสวม "กางเกงเหล็กลงกลอนกุญแจ" เอาไว้ก่อนที่คุณพระจะเดินทางไปประชุมต่างจังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้เข้มล่วงเกินลูกสาว นุชนาถเมื่อรู้เรื่องนี้เข้าจึงร่วมมือกับเข้มซ้อนแผนดัดหลังคุณพระ โดยแกล้งทำเป็นว่าเข้มหนีออกจากบ้านไปแล้ว และขู่พ่อว่าจะยอมกลั้นใจตายหากไม่ยอมตามเข้มกลับมา ทำให้คุณพระต้องยอมตระเวนขับรถออกตามง้อเข้มให้กลับมาบ้านในที่สุด เมื่อเข้มกลับมาถึง นุชนาถก็รีบโผเข้ากอดและสารภาพกับพ่อว่าทั้งสองรักกันและได้เสียเป็นของกันแล้ว คุณพระจึงจำยอมถอดกางเกงเหล็กและไขกุญแจให้ แต่มีเงื่อนไขว่าทั้งคู่ต้องแต่งงานกันให้เรียบร้อยเสียก่อน
ในขณะที่ทุกคนมารวมตัวจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จกันอย่างสนุกสนาน ความจริงอันน่าตกตะลึงก็ถูกเปิดเผย เมื่อแพทย์จากโรงพยาบาลประสาทเดินทางมาตามตัวก๊วนเพื่อนของเหิน พร้อมบอกว่าคนกลุ่มนี้ทั้งหมดคือผู้ป่วยที่แอบหลบหนีออกมาจากโรงพยาบาล ตากลิ้งตกใจมากที่รู้ว่าตนเองหลงร่วมหัวจมท้ายและเลี้ยงดูคนบ้ามาโดยตลอด จึงรีบส่งตัวคืนให้กับหมอทันที ก่อนจะตัดสินใจพากันเดินทางกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่สุพรรณบุรี พร้อมด้วยไพโรจน์ ชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยงานและตามจีบกลอยจนได้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน เรื่องราวความรักและความวุ่นวายทั้งหมดจึงปิดฉากลงด้วยความสุข
เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "รักเร่ นรสิงห์" นักสู้ฝีมือฉกาจผู้เป็นที่เกรงขามของเหล่านักเลง เกิดความเบื่อหน่ายในวังวนแห่งความรุนแรงและตั้งใจจะล้างมือเพื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ทว่าความสงบสุขต้องพังทลายลง เมื่อครอบครัวของคนใกล้ชิดถูกคนชั่วแบล็กเมล์บีบคั้นจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ทำให้รักเร่จำต้องตบะแตก หวนกลับมาจับอาวุธเปิดศึกตามล่าล้างแค้นอีกครั้ง โดยได้รับความร่วมมือจาก "ปลัดไชยยันต์" และสหายสนิทอย่าง "สมิง"
ในระหว่างการไล่ล่า รักเร่ได้พบกับ "ทิพย์หวาน" หลานสาวของ "มหิงสา" เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล ทิพย์หวานกำลังตกเป็นเป้าหมายถูกตามล่าตัวเนื่องจากคุณตาตั้งรางวัลนำจับก้อนโต จนทำให้สองพี่น้องวายร้าย "ทวีสุข" และ "ทวีวัฒน์" เกิดความละโมบหมายจะจับตัวเธอไปเรียกค่าไถ่ ทิพย์หวานจึงต้องหลบหนีไปซ่อนตัวร่วมกับเพื่อนสนิทอย่าง "บัวหลวง" ความจริงปรากฏว่าทิพย์หวานเองก็เคียดแค้นคุณตาของเธออย่างมาก เพราะมหิงสาคือผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมพ่อและแม่ของเธอในอดีต
เมื่อรักเร่ได้รับรู้ชะตากรรมอันน่าเห็นใจของทิพย์หวาน จึงเปลี่ยนเป้าหมายจากการตามตัวมาเป็นผู้คอยปกป้องคุ้มภัย แต่ภัยร้ายก็ยังตามคุกคามไม่หยุดหย่อน เมื่อทิพย์หวานและบัวหลวงถูกคนร้ายและผู้มีอิทธิพลอย่าง "ปลัดเมธี" ดักจับตัวไปส่งให้มหิงสา ทว่าด้วยความช่วยเหลือและการสละชีวิตของคนใกล้ชิด ทำให้บัวหลวงสามารถหนีรอดออกมาแจ้งข่าวแก่ปลัดไชยยันต์และกองกำลังตำรวจได้ทันท่วงที
รักเร่และสมิงจึงผนึกกำลังกับเจ้าหน้าที่ บุกเข้าถล่มรังของผู้มีอิทธิพลเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดจนกระทั่งฝ่ายคนร้ายทั้งปลัดเมธีและสมุนทรชนถูกสังหารจนสิ้น ขณะที่มหิงสาผู้ก่อกรรมทำชั่วมาทั้งชีวิตก็ต้องพบจุดจบอันน่าสยดสยองจากผลกรรมของตนเอง เมื่อความยุติธรรมและธรรมะสามารถเอาชนะอธรรมได้ ทุกชีวิตที่เหลือรอดจึงได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
เรื่องย่อ
เรื่องย่อ
บ้านสาวโสด (2513)
เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ "บ้านสาวโสด" ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของสามพี่น้องสาวโสด ได้แก่ ประเทืองทิพย์ พี่สาวคนโต, หยิบหทัย พี่คนรอง และ วไลพร น้องสาวคนเล็ก ทั้งสามใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาปนวุ่นวาย จนกระทั่งได้รับจดหมายจากคุณนายอังกาบ ญาติผู้ใหญ่จากต่างจังหวัด แจ้งว่าจะส่งลูกชายคนโตคือ "ยอดชาย" (หรือ ติ่ง) หนุ่มนักเรียนนอกรูปงาม มาเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายและทำงานที่กรุงเทพฯ ทำให้ทั้งสามสาวตื่นเต้นกระปรี้กระเปร่ากันยกใหญ่ ขณะเดียวกัน "แต๋ว" หญิงสาวแสนฉลาดก็ได้มาสมัครงานเป็นคนรับใช้คนใหม่ในบ้านหลังนี้
แท้จริงแล้ว แต๋ว คือ "หม่อมหลวงสุรางค์" บุตรสาวคนเดียวของท่านอธิบดีผู้พิพากษา ที่ปลอมตัวมาเป็นคนรับใช้เพื่อหาประสบการณ์ทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เมื่อติ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านสาวโสด บรรดาสาวใหญ่ต่างพากันรุมเอาอกเอาใจ แต่ติ่งกลับสนใจในตัวแต๋วเพราะสังเกตเห็นว่าคนรับใช้คนนี้มีความรู้ความสามารถผิดคนธรรมดา ต่อมา สองสาวพี่น้องเข้าใจผิดคิดว่าแต๋วให้ท่าหลานชาย จึงไล่แต๋วออกจากบ้าน ทว่าวไลพรที่เอ็นดูแต๋วได้ช่วยพาแต๋วไปทำงานเป็นคนรับใช้ที่บ้านเช่าหลังใหม่ของติ่งและ "โต้ง" น้องชายของติ่งแทน ทำให้ติ่งและเพื่อน ๆ ต่างพยายามเอาชนะใจสาวใช้คนสวย แต่ก็โดนแต๋ววางยาสลบเล่นงานจนพ่ายแพ้ไปตาม ๆ กัน
ความอลวนเพิ่มขึ้นเมื่อฝ่ายผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านต่างต้องการจับคู่ให้ติ่งและหม่อมหลวงสุรางค์แต่งงานกัน โดยที่ทั้งคู่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาที่แท้จริงของกันและกัน เพื่อทดสอบความจริงใจของชายหนุ่ม จึงมีการจัดฉากส่งคนมาแอบอ้างสวมรอย สร้างความเข้าใจผิดปนป่วนไปทั่ว ระหว่างนั้น ราชการ ชายหนุ่มคนรักของวไลพรได้มาสู่ขอเธอ ทำให้สองพี่น้องสาวโสดที่เหลือพากันน้อยใจ แต๋วและเต่า (เพื่อนนักศึกษาของแต๋ว) จึงร่วมมือกันจัดทริปไปเที่ยวพักผ่อนที่พัทยา เพื่อช่วยเป็นแม่สื่อจับคู่ให้หนุ่มสาวทุกคนลงเอยกันได้สำเร็จ
เมื่อใกล้ถึงเวลาสอบปริญญาโท แต๋วได้แอบหนีกลับบ้านเดิม ติ่งที่ตามสืบจนรู้เบาะแสจากวไลพร จึงตัดสินใจซ้อนแผนปลอมตัวเป็น "นายนพ" เข้าไปสมัครเป็นคนขับรถในบ้านของท่านอธิบดี เพื่อตามหาหัวใจและพิสูจน์รักแท้กับแต๋ว ทั้งสองต่างแกล้งลองใจและปะทะคารมกันสารพัด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์คนร้ายหมายปองจะทำร้าย ทุกคนจึงร่วมมือกันคลี่คลายสถานการณ์อันตรายลงได้
ในที่สุด แผนการปลอมตัวและความเข้าใจผิดทั้งหมดก็เปิดเผย ติ่งและหม่อมหลวงสุรางค์ได้ปรับความเข้าใจและครองรักกันอย่างสมหวัง ขณะที่บรรดาสาวโสดและหนุ่ม ๆ ทุกคู่ต่างจับคู่ลงเอยในความรัก ปิดฉากเรื่องราวความรักสุดอลเวงและเสียงหัวเราะของบ้านสาวโสดอย่างมีความสุข
ข้อความบนใบปิด
พงศ์ไทยภาพยนตร์ โดย วิเชียร สงวนไทย
ผู้สร้าง สวรรค์เบี่ยง ภูมิใจเสนอ
ภาพยนตร์หฤหรรษ์ สุดยอดสนุกสนาน
สดใส เริงใจ ซาบซ่า ฮาเฮ สมศักดิ์ศรี ส.ค.ส.2514
บ้านสาวโสด
ของ ‘รพีพร’
แก้วฟ้า สร้างละครวิทยุยอดเยี่ยม
ชมบทบาทสุดท้ายของพระเอกยอด
มิตร ชัยบัญชา
เพชรา เชาวราษฎร์ นำขบวนดาราสาวจากบ้านสาวโสด
เมตตา รุ่งรัตน์, อรสา อิศรางกูร, ปริม ประภาพร,
จุรี โอศิริ, วงทอง ผลานุสนธิ์, ประภาศรี เทพรักษา,
มารศรี อิศรางกูร, จอมใจ จรินทร์
และขอแนะนำ วรรณภา การะเกด
ครรชิต ขวัญประชา
พระเอกใหม่นำขบวนดาราหนุ่มโ
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, อดุลย์ ดุลยรัตน์, สมควร กระจ่างศาสตร์,
ฤทธี นฤบาล, เมืองเริง ปัทมินทร์, เชาว์ แคล่วคล่อง, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ล้อต๊อก
อดิสรณ์ (สวรรค์เบี่ยง) กำกับการแสดง
พลรบ สร้างบท
นันทวัต กำกับบท
จิตติน ลำดับภาพ
ธีระ แอคะรัจน์ ถ่ายภาพ
ลัดดา ประทับสิงห์ อำนวยการสร้าง
6 เพลงเอกในระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย เดช
-หนังเรื่องนี้ในตอนแรกมี มิตร ชัยบัญชา แสดงนำ มิตรถ่ายไปได้เล็กน้อยก็เสี
-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 ในปี 2527 นำแสดงโดย ทูน หิรัญทรัพย์-ปิยะมาศ โมนยะกุล
-สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้งดังนี้
ปี 2523 ช่อง 5 นำแสดงโดย สมภพ เฐญจาธิกุล-กาญจนา บุญประเสริฐ
ปี 2534 ช่อง 3 นำแสดงโดย รอน บรรจงสร้าง-จริยา สรณคม
ปี 2544 ช่อง 3 นำแสดงโดย เพ็ญเพชร เพ็ญกุล-สกาวใจ พูนสวัสดิ์
เรื่องย่อ
เรื่องราวชีวิตและการต่อสู้ของ "นายอำเภอรวมพล ก่อทอง" ข้าราชการน้ำดีผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งในอำเภอทุรกันดารแห่งหนึ่ง เมื่อออกตรวจพื้นที่พร้อมกับปลัดอำเภอ เขาพบว่าสะพานและอาคารโรงเรียนที่เพิ่งสร้างใหม่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่ได้มาตรฐาน จึงปฏิเสธที่จะลงนามตรวจรับงาน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของราชการและประชาชน สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้แก่ "เสี่ยเกี๊ยก" และ "เสี่ยผา" สองผู้รับเหมาผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
อิทธิพลมืดเริ่มคืบคลานเมื่อเสี่ยทั้งสองใช้เส้นสายเข้าหา "ปลัดจังหวัด" เพื่อบีบให้นายอำเภอรวมพลยอมเซ็นรับงาน นายอำเภอต้องเดินทางเข้าจังหวัดไปรอพบปลัดจังหวัดเพื่อเบิกสิ่งของไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ แต่กลับถูกกีดกันและบ่ายเบี่ยง จนเมื่อได้เผชิญหน้ากัน ปลัดจังหวัดพยายามกดดันให้นายอำเภอรวมพลช่วยเหลือพรรคพวกของตน แต่นายอำเภอรวมพลยังคงยืนกรานปฏิเสธ จนเกิดการโต้เถียงและลุกลามถึงขั้นชกต่อยกัน ทำให้ปลัดจังหวัดผูกใจเจ็บและประกาศว่าจะหาทางย้ายหรือปลดนายอำเภอตงฉินคนนี้ออกจากราชการให้ได้
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อเสี่ยเกี๊ยกขออนุญาตจัดแสดงงิ้วในเวลากลางคืน แต่นายอำเภอรวมพลอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ยังมีความเสี่ยงจากภัยผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทำให้กลุ่มอิทธิพลยิ่งเคียดแค้น ขณะเดียวกัน นายอำเภอรวมพลยังต้องนำกำลัง อส. ออกลาดตระเวนปราบปรามผู้ก่อการร้ายในป่าเขา ท่ามกลางปัญหาสุขภาพจากโรคมาลาเรียเรื้อรังและดีซ่านที่คอยรุมเร้า
วันหนึ่ง ขณะที่นายอำเภอรวมพลนำกำลัง อส. ล่าถอยมาแวะพักทานอาหารหลังการปะทะ สมุนของสองเสี่ยได้เข้ามาหาเรื่อง ดุด่าและยั่วยุด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนเกิดการจับกุมตัว ทว่าฝ่ายอิทธิพลกลับตลบหลังใส่ร้ายป้ายสีว่านายอำเภอเมาสุราอาละวาด ข่าวลือและรายงานเท็จถูกส่งต่อจนทำให้นายอำเภอรวมพลมีคำสั่งถูกย้ายด่วน และในที่สุดก็มีคำสั่งจากกระทรวงปลดเขาออกจากราชการ
การสูญเสียเกียรติยศและอุดมการณ์ความดีที่สร้างมา ผนวกกับอาการป่วยที่กำเริบหนัก ทำให้อดีตนายอำเภอรวมพลเสียใจจนเกิดอาการคุ้มคลั่งเสียสติ ในวันที่มีการส่งมอบตำแหน่งให้นายอำเภอคนใหม่ นายอำเภอรวมพลยังคงเหม่อลอยกลับมานั่งทำงานที่โต๊ะเดิมจนเกิดเหตุชุลมุน แต่เมื่อได้สติกลับคืนมา เขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองพ้นจากหน้าที่ไปแล้ว จึงได้ฝากโอวาทเตือนสตินายอำเภอคนใหม่ว่า ขอให้ทำหน้าที่ด้วยดี แต่อย่าทำตัวเด่นดังจนเกินไป เพราะความดีและความเด่นอาจย้อนกลับมาเป็นภัยทำร้ายตัวเอง ก่อนที่เขาจะจูงมือภรรยาอำลาจากไปอย่างเงียบสงบ สู่ชะตากรรมที่ไร้จุดหมาย เป็นบทสรุปแห่งผลความดีที่จบลงอย่างน่าสะเทือนใจ
เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ คุณหญิง มารดาของยิ่งยศ ไม่ชอบพอลูกสะใภ้อย่าง ดวงเพ็ญ จึงจัดการบังคับให้ลูกชายแต่งงานใหม่กับ พรรณี หญิงสาวที่มีฐานะเหมาะสมและถูกใจคุณหญิง ด้วยความช้ำใจ ดวงเพ็ญจึงตัดสินใจหอบลูกสาวคนโตที่เพิ่งเกิดหนีออกจากบ้านไป แม้ว่าต่อมาพรรณีจะมีลูกให้อีกหลายคน แต่คุณหญิงก็ยังคงรู้สึกผิดและพยายามออกตามหาหลานสาวคนโตที่พลัดพรากไปอย่างไม่ย่อท้อ
หลายปีผ่านไป คุณหญิงประสบเหตุถูกคนร้ายดักชิงกระเป๋าเงินนอกเมือง พอดีกับที่ "ปานจันทร์" เด็กสาวจิตใจดี และเพื่อนสาวชื่อ กอร์วิกา ขี่จักรยานผ่านมาและเข้าช่วยเหลือนำกระเป๋าเงินคืนมาได้ ในจังหวะนั้น คุณหญิงสังเกตเห็นปานแดงบนหลังมือของปานจันทร์ ซึ่งตรงกับลักษณะหลานสาวคนโตที่หายตัวไป คุณหญิงจึงสืบหาที่อยู่จนมั่นใจว่าปานจันทร์คือหลานแท้ ๆ คุณหญิงจึงพยายามไปขอร้องอ้อนวอนดวงเพ็ญและ ชาน (พ่อเลี้ยงของปานจันทร์) เพื่อขอรับตัวปานจันทร์กลับไปอุปการะเลี้ยงดู เพื่ออนาคตที่ดีของเด็ก โดยดวงเพ็ญและปานจันทร์ยอมตกลง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่เปิดเผยความจริงว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
ระหว่างนั้น ปานจันทร์ได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งแท้จริงแล้วเขาคือ "ร้อยตำรวจตรีตรี" นายตำรวจหนุ่มที่แวะไปเยี่ยมเพื่อนชื่อพรชัย แต่ยอมใส่ชุดคนไข้สลับตัวเพื่อเอาใจเพื่อน ตรีรู้สึกประทับใจในความอ่อนโยนและมีเมตตาของปานจันทร์ จึงแกล้งแสดงเป็นคนบ้าเรื่อยมาจนสนิทสนมกัน และเกิดเป็นความผูกพันขึ้น
เมื่อปานจันทร์ก้าวเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของคุณหญิง เธอต้องเผชิญกับความอิจฉาริษยาและการกลั่นแกล้งสารพัดจากพรรณีและ ยิ่งศักดิ์ ลูกสาวคนใหม่ ขณะเดียวกัน ภายในบ้านก็เกิดความระส่ำระสายเพราะลูก ๆ ฝ่ายพรรณีคบเพื่อนชั่ว หลงเดินทางผิด ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนถึงขั้นแอบขโมยวัตถุโบราณของคุณหญิงไปขายให้แก่ แมน ลูกน้องของ เอก หัวหน้าแก๊งมิจฉาชีพ เพื่อหวังจะฮุบสมบัติของตระกูล
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพรรณีวางแผนร่วมกับแมนให้ลักพาตัวปานจันทร์ไปเรียกค่าไถ่และคิดกำจัดเธอเสีย โดยลวงปานจันทร์ไปยังรังของเอก ฝ่ายเอกเตรียมจะฉีดยาทำลายประสาทปานจันทร์ แต่แมนเกิดใจอ่อนและหลงรักปานจันทร์จึงเข้าขัดขวาง ด้านกอร์วิกาเมื่อเห็นเพื่อนตกอยู่ในอันตรายจึงรีบไปแจ้งร้อยตำรวจตรีตรี นำกำลังบุกเข้าทลายรังคนร้ายและช่วยชีวิตปานจันทร์ออกมาได้อย่างปลอดภัย
ท้ายที่สุด เมื่อความจริงและอันตรายคลี่คลาย ปานจันทร์ได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างอบอุ่น โดยมีทั้ง ยิ่งยศ พ่อผู้ให้กำเนิด และ ชาน พ่อเลี้ยงที่คอยดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก ต่างพร้อมใจกันอ้าแขนต้อนรับขวัญลูกสาว กลายเป็นบทสรุปอันซาบซึ้งใจ